สรณคมนกถาวณฺณนา
สรณคมนสฺส วิสยปฺปเภทผลสํกิเลสเภทานํ วิย, กตฺตุ จ วิภาวนา ตตฺถ โกสลฺลาย โหติ เยวาติ สห กตฺตุนา ตํ วิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘อิทานิ เตสุ สรณคมเนสุ โกสลฺลตฺถํ…เป… เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. ‘‘โย จ สรณํ คจฺฉตี’’ติ อิมินา หิ กตฺตารํ วิภาเวติ เตน วินา สรณคมนสฺเสว อสมฺภวโต, ‘‘สรณคมน’’นฺติ อิมินา จ สรณคมนเมว, ‘‘สรณ’’นฺติอาทีหิ ปน ยถากฺกมํ วิสยาทโย. กสฺมา ปเนตฺถ โวทานํ น คหิตํ, นนุ โวทานวิภาวนาปิ ตตฺถ โกสลฺลาย โหตีติ? สจฺจเมตํ, ตํ ปน สํกิเลสคฺคหเณเนว อตฺถโต วิภาวิตํ โหตีติ น คหิตํ. ยานิ หิ เนสํ สํกิเลสการณานิ อญฺญาณาทีนิ, เตสํ สพฺเพน สพฺพํ อนุปฺปนฺนานํ อนุปฺปาทเนน, อุปฺปนฺนานญฺจ ปหาเนน โวทานํ โหตีติ. อตฺถโตติ สรณสทฺทตฺถโต, ‘‘สรณตฺถโต’’ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ. หึสตฺถสฺส สรสทฺทสฺส วเสเนตํ สิทฺธนฺติ ทสฺเสนฺโต ธาตฺวตฺถวเสน ‘‘หึสตีติ สรณ’’นฺติ วตฺวา ตํ ปน หึสนํ เกสํ, กถํ, กสฺส วาติ โจทนํ โสเธติ ‘‘สรณคตาน’’นฺติอาทินา. เกสนฺติ หิ สรณคตานํ. กถนฺติ เตเนว สรณคมเนน. กสฺสาติ ภยาทีนนฺติ ยถากฺกมํ โสธนา. ตตฺถ สรณคตานนฺติ ‘‘สรณ’’นฺติ คตานํ. สรณคมเนนาติ ‘‘สรณ’’นฺติ คมเนน กุสลธมฺเมน. ภยนฺติ วฏฺฏภยํ. สนฺตาสนฺติ จิตฺตุตฺราสํ เตเนว เจตสิกทุกฺขสฺส สงฺคหิตตฺตา. ทุกฺขนฺติ กายิกทุกฺขคฺคหณํ. ทุคฺคติปริกิเลสนฺติ ทุคฺคติปริยาปนฺนํ สพฺพมฺปิ ทุกฺขํ ‘‘ทุคฺคติยํ ปริกิลิสฺสนํ สํวิพาธนํ, สมุปตาปนํ วา’’ติ กตฺวา, ตยิทํ สพฺพํ ปรโต ผลกถายํ อาวิ ภวิสฺสติ. หึสนญฺเจตฺถ วินาสนเมว, น ปน สตฺตหึสนมิวาติ ทสฺเสติ ‘‘หนติ วินาเสตี’’ติ อิมินา. เอตนฺติ สรณปทํ. อธิวจนนฺติ นามํ, ปสิทฺธวจนํ วา, ยถาภุจฺจํ วา คุณํ อธิกิจฺจ ปวตฺตวจนํ. เตนาห ‘‘รตนตฺตยสฺเสวา’’ติ.
เอวํ หึสนตฺถวเสน อวิเสสโต สรณสทฺทตฺถํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตทตฺถวเสเนว วิเสสโต ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. รตนตฺตยสฺส ปจฺเจกํ หึสนการณทสฺสนเมว หิ ปุริมนยโต อิมสฺส วิเสโสติ. ตตฺถ หิเต ปวตฺตเนนาติ ‘‘สมฺปนฺนสีลา ภิกฺขเว วิหรถา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๖๔, ๖๙) อตฺเถ สตฺตานํ นิโยชเนน. อหิตา จ นิวตฺตเนนาติ ‘‘ปาณาติปาตสฺส โข ปาปโก วิปาโก, ปาปกํ อภิสมฺปราย’’นฺติอาทินา อาทีนวทสฺสนาทิมุเขน อนตฺถโต จ สตฺตานํ นิวตฺตเนน. ภยํ หึสตีติ หิตาหิเตสุ อปฺปวตฺติปวตฺติเหตุกํ พฺยสนํ อปฺปวตฺติกรเณน วินาเสติ. ภวกนฺตารา อุตฺตารเณน มคฺคสงฺขาโต ธมฺโม, ผลนิพฺพานสงฺขาโต ปน อสฺสาสทาเนน สตฺตานํ ภยํ หึสตีติ โยชนา. การานนฺติ ทานวเสน, ปูชาวเสน จ อุปนีตานํ สกฺการานํ. อนุปสคฺโคปิ หิ สทฺโท สอุปสคฺโค วิย อตฺถวิเสสวาจโก ‘‘อปฺปกมฺปิ กตํ การํ, ปุญฺญํ โหติ มหปฺผล’’นฺติอาทีสุ วิย. อนุตฺตรทกฺขิเณยฺยภาวโต วิปุลผลปฏิลาภกรเณน สตฺตานํ ภยํ หึ สตีติ โยเชตพฺพํ. อิมินาปิ ปริยาเยนาติ รตนตฺตยสฺส ปจฺเจกํ หึสกภาวการณทสฺสนวเสน วิภชิตฺวา วุตฺเตน อิมินาปิ การเณน. ยสฺมา ปนิทํ สรณปทํ นาถปทํ วิย สุทฺธนามปทตฺตา ธาตฺวตฺถํ อนฺโตนีตํ กตฺวา สงฺเกตตฺถมฺปิ วทติ, ตสฺมา เหฏฺฐา สรณํ ปรายณนฺติ อตฺโถ วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ.
เอวํ สรณตฺถํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สรณคมนตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตปฺปสาทา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, สฺวากฺขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ’’ติ เอวมาทินา ตสฺมึ รตนตฺตเย ปสาโท ตปฺปสาโท, ตเทว รตนตฺตยํ ครุ เอตสฺสาติ ตคฺครุ, ตสฺส ภาโว ตคฺครุตา, ตปฺปสาโท จ ตคฺครุตา จ ตปฺปสาทตคฺครุตา, ตาหิ. วิหตกิเลโส วิธุตวิจิกิจฺฉาสมฺโมหาสทฺธิยาทิปาปธมฺมตฺตา, ตเทว รตนตฺตยํ ปรายณํ ปราคติ ตาณํ เลณํ เอตสฺสาติ ตปฺปรายโณ, ตสฺส ภาโว ตปฺปรายณตา, สาเยว อากาโร ตปฺปรายณตากาโร, เตน ปวตฺโต ตปฺปรายณตาการปฺปวตฺโต. เอตฺถ จ ปสาทคฺคหเณน โลกิยํ สรณคมนมาห. ตญฺหิ สทฺธาปธานํ, น ญาณปธานํ, ครุตาคหเณน ปน โลกุตฺตรํ. อริยา หิ รตนตฺตยํ คุณาภิญฺญตาย ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุํ กตฺวา ปสฺสนฺติ, ตสฺมา ตปฺปสาเทน ตทงฺคปฺปหานวเสน วิหตกิเลโส, ตคฺครุตาย จ อคารวกรณเหตูนํ สมุจฺเฉทวเสนาติ โยเชตพฺพํ. ตปฺปรายณตา ปเนตฺถ ตคฺคติกตาติ ตาย จตุพฺพิธมฺปิ วกฺขมานํ สรณคมนํ คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อวิเสเสน วา ปสาทครุตา โชติตาติ ปสาทคฺคหเณน อนเวจฺจปฺปสาทสฺส โลกิยสฺส, อเวจฺจปฺปสาทสฺส จ โลกุตฺตรสฺส คหณํ, ตถา ครุตาคหเณน โลกิยสฺส ครุกรณสฺส, โลกุตฺตรสฺส จาติ อุภเยนปิ ปเทน อุภยมฺปิ โลกิยโลกุตฺตรสรณคมนํ โยเชตพฺพํ. อุปฺปชฺชติ จิตฺตเมเตนาติ อุปฺปาโท, สมฺปยุตฺตธมฺมสมูโห, จิตฺตญฺจ ตํ อุปฺปาโท จาติ จิตฺตุปฺปาโท. สมาหารทฺวนฺเทปิ หิ กตฺถจิ ปุลฺลิงฺคมิจฺฉนฺติ สทฺทวิทู, ตทาการปฺปวตฺตํ สทฺธาปญฺญาทิสมฺปยุตฺตธมฺมสหิตํ จิตฺตํ สรณคมนํ นาม ‘‘สรณนฺติ คจฺฉติ เอเตนาติ กตฺวา’’ติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ตํสมงฺคี’’ติอาทิ กตฺตุวิภาวนา. เตน ยถาวุตฺตจิตฺตุปฺปาเทน สมงฺคีติ ตํสมงฺคี. เตนาห ‘‘วุตฺตปฺปกาเรนจิตฺตุปฺปาเทนา’’ติ. อุเปตีติ ภชติ เสวติ ปยิรุปาสติ, ชานาติ วา, พุชฺฌตีติ อตฺโถ.
โลกุตฺตรํ สรณคมนํ เกสนฺติ อาห ‘‘ทิฏฺฐสจฺจาน’’นฺติ, อฏฺฐนฺนํ อริยปุคฺคลานนฺติ อตฺโถ. กทา ตํ อิชฺฌตีติ อาห ‘‘มคฺคกฺขเณ’’ติ, ‘‘อิชฺฌตี’’ติ ปเทน เจตสฺส สมฺพนฺโธ. มคฺคกฺขเณ อิชฺฌมาเนเนว หิ จตุสจฺจาธิคเมน ผลฏฺฐานมฺปิ สรณคมกตา สิชฺฌติ โลกุตฺตรสรณคมนสฺส เภทาภาวโต, เตสญฺจ เอกสนฺตานตฺตา. กถํ ตํ อิชฺฌตีติ อาห ‘‘สรณคมนุปกฺกิเลสสมุจฺเฉเทนา’’ติอาทิ, อุปปกฺกิเลสสมุจฺเฉทโต, อารมฺมณโต, กิจฺจโต จ สกเลปิ รตนตฺตเย อิชฺฌตีติ วุตฺตํ โหติ. สรณคมนุปกฺกิเลสสมุจฺเฉเทนาติ เจตฺถ ปหานาภิสมยํ สนฺธาย วุตฺตํ, อารมฺมณโตติ สจฺฉิกิริยาภิสมยํ. นิพฺพานารมฺมณํ หุตฺวา อารมฺมณโต อิชฺฌตีติ หิ โยเชตพฺพํ, ตฺวา-สทฺโท จ เหตุตฺถวาจโก ยถา ‘‘สกฺโก หุตฺวา นิพฺพตฺตี’’ติ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๒.๒๙). อปิจ ‘‘อารมฺมณโต’’ติ วุตฺตเมวตฺถํ สรูปโต นิยเมติ ‘‘นิพฺพานารมฺมณํ หุตฺวา’’ติ อิมินา. ‘‘กิจฺจโต’’ติ ตทวเสสํ ภาวนาภิสมยํ ปริญฺญาภิสมยญฺจ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘อารมฺมณโต นิพฺพานารมฺมณํ หุตฺวา’’ติ เอเตน วา มคฺคกฺขณานุรูปํ เอการมฺมณตํ ทสฺเสตฺวา ‘‘กิจฺจโต’’ติ อิมินา ปหานโต อวเสสํ กิจฺจตฺตยํ ทสฺสิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘มคฺคกฺขเณ, นิพฺพานารมฺมณํ หุตฺวา’’ติ จ วุตฺตตฺตา อตฺถโต มคฺคญาณสงฺขาโต จตุสจฺจาธิคโม เอว โลกุตฺตรสรณคมนนฺติ วิญฺญายติ. ตตฺถ หิ จตุสจฺจาธิคมเน สรณคมนุปกฺกิเลสสฺส ปหานาภิสมยวเสน สมุจฺฉินฺทนํ ภวติ, นิพฺพานธมฺโม ปน สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน, มคฺคธมฺโม จ ภาวนาภิสมยวเสน ปฏิวิชฺฌิยมาโนเยว สรณคมนตฺถํ สาเธติ, พุทฺธคุณา ปน สาวกโคจรภูตา ปริญฺญาภิสมยวเสน ปฏิวิชฺฌิยมานา สรณคมนตฺถํ สาเธนฺติ, ตถา อริยสงฺฆคุณา. เตนาห ‘‘สกเลปิ รตนตฺตเย อิชฺฌตี’’ติ.
ผลปริยตฺตีนมฺเปตฺถ วุตฺตนเยน มคฺคานุคุณปฺปวตฺติยา คหณํ, อปริญฺเญยฺยภูตานญฺจ พุทฺธสงฺฆคุณานํ ตคฺคุณสามญฺญตายาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺหิ สกลภาววิสิฏฺฐวจนํ อุปปนฺนํ โหตีติ. อิชฺฌนฺตญฺจ สเหว อิชฺฌติ, น โลกิยํ วิย ปฏิปาฏิยา อสมฺโมหปฏิเวเธน ปฏิวิทฺธตฺตาติ คเหตพฺพํ. ปทีปสฺส วิย หิ เอกกฺขเณเยว มคฺคสฺส จตุกิจฺจสาธนนฺติ. เย ปน วทนฺติ ‘‘สรณคมนํ นิพฺพานารมฺมณํ หุตฺวา น ปวตฺตติ, มคฺคสฺส อธิคตตฺตา ปน อธิคตเมว ตํ โหติ เอกจฺจานํ เตวิชฺชาทีนํ โลกิยวิชฺชาทโย วิยา’’ติ, เตสํ ปน วจเน โลกิยเมว สรณคมนํ สิยา, น โลกุตฺตรํ, ตญฺจ อยุตฺตเมว ทุวิธสฺสาปิ ตสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตา. ตทงฺคปฺปหาเนน สรณคมนุปกฺกิเลสวิกฺขมฺภนํ. อารมฺมณโต พุทฺธาทิคุณารมฺมณํ หุตฺวาติ เอตฺถาปิ วุตฺตนเยน อตฺโถ, สรณคมนุปกฺกิเลสวิกฺขมฺภนโต, อารมฺมณโต จ สกเลปิ รตนตฺตเย อิชฺฌตีติ วุตฺตํ โหติ.
ตนฺติ โลกิยสรณคมนํ. ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา’’ติอาทินา สทฺธาปฏิลาโภ. สทฺธามูลิกาติ ยถาวุตฺตสทฺธาปุพฺพงฺคมา. สหชาตวเสน ปุพฺพงฺคมตาเยว หิ ตมฺมูลิกตา สทฺธาวิรหิตสฺส พุทฺธาทีสุ สมฺมาทสฺสนสฺส อสมฺภวโต. สมฺมาทิฏฺฐิ นาม พุทฺธสุพุทฺธตํ, ธมฺมสุธมฺมตํ สงฺฆสุปฺปฏิปนฺนตญฺจ โลกิยาวโพธวเสน สมฺมา ญาเยน ทสฺสนโต. ‘‘สทฺธาปฏิลาโภ’’ติ อิมินา สมฺมาทิฏฺฐิวิรหิตาปิ สทฺธา โลกิยสรณคมนนฺติ ทสฺเสติ, ‘‘สทฺธามูลิกา จ สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ ปน เอเตน สทฺธูปนิสฺสยา ยถาวุตฺตา ปญฺญาติ. โลกิยมฺปิ หิ สรณคมนํ ทุวิธํ ญาณสมฺปยุตฺตํ, ญาณวิปฺปยุตฺตญฺจ. ตตฺถ ปฐเมน ปเทน มาตาทีหิ อุสฺสาหิตทารกาทีนํ วิย ญาณวิปฺปยุตฺตํ สรณคมนํ คหิตํ, ทุติเยน ปน ญาณสมฺปยุตฺตํ. ตทุภยเมว ปุญฺญกิริยวตฺถุ วิเสสภาเวน ทสฺเสตุํ ‘‘ทสสุ ปุญฺญกิริยวตฺถูสุ ทิฏฺฐิชุกมฺมนฺติ วุจฺจตี’’ติ อาห. ทิฏฺฐิ เอว อตฺตโน ปจฺจเยหิ อุชุํ กรียตีติ หิ อตฺเถน สมฺมาทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิชุกมฺมภาโว, ทิฏฺฐิ อุชุํ กรียติ เอเตนาติ อตฺเถน ปน สทฺธายปิ. สทฺธาสมฺมาทิฏฺฐิคฺคหเณน เจตฺถ ตปฺปธานสฺสาปิ จิตฺตุปฺปาทสฺส คหณํ, ทิฏฺฐิชุกมฺมปเทน จ ยถาวุตฺเตน กรณสาธเนน, เอวญฺจ กตฺวา ‘‘ตปฺปรายณตาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท’’ติ เหฏฺฐา วุตฺตวจนํ สมตฺถิตํ โหติ, สทฺธาสมฺมาทิฏฺฐีนํ ปน วิสุํ คหณํ ตํสมฺปยุตฺตจิตฺตุปฺปาทสฺส ตปฺปธานตายาติ ทฏฺฐพฺพํ.
ตยิทนฺติ โลกิยํ สรณคมนเมว ปจฺจามสติ โลกุตฺตรสฺส ตถา เภทาภาวโต. ตสฺส หิ มคฺคกฺขเณเยว วุตฺตนเยน อิชฺฌนโต ตถาวิธสฺส สมาทานสฺส อวิชฺชมานตฺตา เอส เภโท น สมฺภวตีติ. อตฺตา สนฺนิยฺยาตียติ อปฺปียติ ปริจฺจชียติ เอเตนาติ อตฺตสนฺนิยฺยาตนํ, ยถาวุตฺตํ สรณคมนสงฺขาตํ ทิฏฺฐิชุกมฺมํ. ตํ รตนตฺตยํ ปรายณํ ปฏิสรณเมตสฺสาติ ตปฺปรายโณ, ปุคฺคโล, จิตฺตุปฺปาโท วา, ตสฺส ภาโว ตปฺปรายณตา, ตเทว ทิฏฺฐิชุกมฺมํ. ‘‘สรณ’’นฺติ อธิปฺปาเยน สิสฺสภาวํ อนฺเตวาสิกภาวสงฺขาตํ วตฺตปฏิวตฺตาทิกรณํ อุปคจฺฉติ เอเตนาติ สิสฺสภาวูปคมนํ. สรณคมนาธิปฺปาเยเนว ปณิปตติ เอเตนาติ ปณิปาโต, ปณิปตนญฺเจตฺถ อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานอญฺชลิกมฺมสามีจิกมฺมเมว, สพฺพตฺถ จ อตฺถโต ยถาวุตฺตทิฏฺฐิชุกมฺมเมว เวทิตพฺพํ.
สํสารทุกฺขนิตฺถรณตฺถํ อตฺตโน อตฺตภาวสฺส ปริจฺจชนํ อตฺตปริจฺจชนํ. ตปฺปรายณตาทีสุปิ เอเสว นโย. หิโตปเทสกถาปริยาเยน ธมฺมสฺสาปิ อาจริยภาโว สมุทาจรียติ ‘‘ผโล อมฺโพ อผโล จ, เต สตฺถาโร อุโภ มมา’’ติอาทีสุ วิยาติ อาห ‘‘ธมฺมสฺส อนฺเตวาสิโก’’ติ. ‘‘อภิวาทนา’’ติอาทิ ปณิปาตสฺส อตฺถทสฺสนํ. พุทฺธาทีนํเยวาติ อวธารณสฺส อตฺตสนฺนิยฺยาตนาทีสุปิ สีหคติกวเสน อธิกาโร เวทิตพฺโพ. เอวญฺหิ ตทญฺญนิวตฺตนํ กตํ โหตีติ. ‘‘อิเมสญฺหี’’ติอาทิ จตุธา ปวตฺตนสฺส สมตฺถนํ, การณทสฺสนํ วา.
เอวํ อตฺตสนฺนิยฺยาตนาทีนิ เอเกน ปกาเรน ทสฺเสตฺวา อิทานิ อปเรหิปิ ปกาเรหิ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ, เอเตน อตฺตสนฺนิยฺยาตนตปฺปรายณตาทีนํ จตุนฺนํ ปริยายนฺตเรหิปิ อตฺตสนฺนิยฺยาตนตปฺปรายณตาทิ กตเมว โหติ อตฺถสฺส อภินฺนตฺตา ยถา ตํ ‘‘สิกฺขาปจฺจกฺขานอภูตาโรจนานี’’ติ ทสฺเสติ. ชีวิตปริยนฺติกนฺติ ภาวนปุํสกวจนํ, ยาวชีวํ คจฺฉามีติ อตฺโถ. มหากสฺสโป กิร สยเมว ปพฺพชิตเวสํ คเหตฺวา มหาติตฺถพฺราหฺมณคามโต นิกฺขมิตฺวา คจฺฉนฺโต ติคาวุตมคฺคํ ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา อนฺตรา จ ราชคหํ, อนฺตรา จ นาฬนฺทํ พหุปุตฺตกนิโคฺรธรุกฺขมูเล เอกกเมว นิสินฺนํ ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา ‘‘อยํ ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ อชานนฺโตเยว ‘‘สตฺถารญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ, ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺย’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) สรณคมนมกาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘มหากสฺสปสฺส สรณคมนํ วิยา’’ติ. วิตฺถาโร กสฺสปสํยุตฺตฏฺฐกถายํ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๑๕๔) คเหตพฺโพ. ตตฺถ สตฺถารญฺจวตาหํ ปสฺเสยฺยํ, ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺยนฺติ สเจ อหํ สตฺถารํ ปสฺเสยฺยํ, อิมํ ภควนฺตํเยว ปสฺเสยฺยํ. น หิ เม อิโต อญฺเญน สตฺถารา ภวิตุํ สกฺกา. สุคตญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ, ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺยนฺติ สเจ อหํ สมฺมาปฏิปตฺติยา สุฏฺฐุ คตตฺตา สุคตํ นาม ปสฺเสยฺยํ, อิมํ ภควนฺตํเยว ปสฺเสยฺยํ. น หิ เม อิโต อญฺเญน สุคเตน ภวิตุํ สกฺกา. สมฺมาสมฺพุทฺธญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ, ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺยนฺติ สเจ อหํ สมฺมา สามญฺจ สจฺจานิ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺธํ นาม ปสฺเสยฺยํ, อิมํ ภควนฺตํเยว ปสฺเสยฺยํ, น หิ เม อิโต อญฺเญน สมฺมาสมฺพุทฺเธน ภวิตุํ สกฺกาติ อยเมตฺถ อฏฺฐกถา. สพฺพตฺถ จ-สทฺโท, วต-สทฺโท จ ปทปูรณมตฺตํ, เจ-สทฺเทน วา ภวิตพฺพํ ‘‘สเจ’’ติ อฏฺฐกถายํ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๑๕๔) วุตฺตตฺตา. วต-สทฺโท จ ปสฺสิตุกามตาย เอกํสตฺถํ ทีเปตีติปิ ยุชฺชติ.
‘‘โส อห’’นฺติอาทิ สุตฺตนิปาเต อาฬวกสุตฺเต. ตตฺถ กิญฺจาปิ มคฺเคเนว ตสฺส สรณคมนมาคตํ, โสตาปนฺนภาวทสฺสนตฺถํ, ปน ปสาทานุรูปทสฺสนตฺถญฺจ เอวํ วาจํ ภินฺทตีติ ตทฏฺฐกถายํ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๘๑) วุตฺตํ. คามา คามนฺติ อญฺญสฺมา เทวคามา อญฺญํ เทวคามํ, เทวตานํ วา ขุทฺทกํ, มหนฺตญฺจ คามนฺติปิ อตฺโถ. ปุรา ปุรนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ธมฺมสฺส จ สุธมฺมตนฺติ พุทฺธสฺส สุพุทฺธตํ, ธมฺมสฺส สุธมฺมตํ, สงฺฆสฺส สุปฺปฏิปนฺนตญฺจ อภิตฺถวิตฺวาติ สห สมุจฺจเยน, ปาฐเสเสน จ อตฺโถ, สมฺพุทฺธํ นมสฺสมาโน ธมฺมโฆสโก หุตฺวา วิจริสฺสามีติ วุตฺตํ โหติ.
อาฬวกาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน สาตาคิรเหมวตาทีนมฺปิ สงฺคโห. นนุ จ เอเต อาฬวกาทโย อธิคตมคฺคตฺตา มคฺเคเนว อาคตสรณคมนา, กสฺมา เตสํ ตปฺปรายณตาสรณคมนํ วุตฺตนฺติ? มคฺเคนาคตสรณคมเนหิปิ เตหิ ตปฺปรายณตาการสฺส ปเวทิตตฺตา. ‘‘โส อหํ วิจริสฺสามิ…เป… สุธมฺมตํ, (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๙๔) เต มยํ วิจริสฺสาม, คามา คามํ นคา นคํ…เป… สุธมฺมต’’นฺติ (สุ. นิ. ๑๘๒) จ หิ เอเตหิ ตปฺปรายณตากาโร ปเวทิโต. ตสฺมา สรณคมนวิเสสมนเปกฺขิตฺวา ปเวทนาการมตฺตํ อุปทิสนฺเตน เอวํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อถาติ ‘‘กถํ โข พฺราหฺมโณ โหตี’’ติอาทินา ปุฏฺฐสฺส อฏฺฐวิธปญฺหสฺส ‘‘ปุพฺเพนิวาสํ โย เวที’’ติอาทินา พฺยากรณปริโยสานกาเล. อิทญฺหิ มชฺฌิมปณฺณาสเก พฺรหฺมายุสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๓๙๔) ปริจุมฺพตีติ ปริผุสติ. ปริสมฺพาหตีติ ปริมชฺชติ. เอวมฺปิ ปณิปาโต ทฏฺฐพฺโพติ เอวมฺปิ ปรมนิปจฺจกาเรน ปณิปาโต ทฏฺฐพฺโพ.
โส ปเนสาติ ปณิปาโต. ญาติ…เป… วเสนาติ เอตฺถ ญาติวเสน, ภยวเสน, อาจริยวเสน, ทกฺขิเณยฺยวเสนาติ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ ทฺวนฺทปรโต สุยฺยมานตฺตา. ตตฺถ ญาติวเสนาติ ญาติภาววเสน. ภาวปฺปธานนิทฺเทโส หิ อยํ, ภาวโลปนิทฺเทโส วา ตพฺภาวสฺเสว อธิปฺเปตตฺตา. เอวํ เสเสสุปิ ปณิปาตปเทน เจเตสํ สมฺพนฺโธ ตพฺพเสน ปณิปาตสฺส จตุพฺพิธตฺตา. เตนาห ‘‘ทกฺขิเณยฺยปณิปาเตนา’’ติ, ทกฺขิเณยฺยตาเหตุเกน ปณิปาเตเนวาติ อตฺโถ. อิตเรหีติ ญาติภาวาทิเหตุเกหิ ปณิปาเตหิ. ‘‘เสฏฺฐวเสเนวา’’ติอาทิ ตสฺเสวตฺถสฺส สมตฺถนํ. อิทานิ ‘‘น อิตเรหี’’ติอาทินา วุตฺตเมว อตฺถตฺตยํ ยถากฺกมํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘สากิโย วา’’ติ ปิตุปกฺขโต ญาติกุลทสฺสนํ, ‘‘โกลิโย วา’’ติ ปน มาตุปกฺขโต. วนฺทตีติ ปณิปาตสฺส อุปลกฺขณวจนํ. ราชปูชิโตติ ราชูหิ, ราชูนํ วา ปูชิโต ยถา ‘‘คามปูชิโต’’ติ. ปูชาวจนปโยเค หิ กตฺตริ สามิวจนมิจฺฉนฺติ สทฺทวิทู. ภควโตติ โพธิสตฺตภูตสฺส, พุทฺธภูตสฺส วา ภควโต. อุคฺคหิตนฺติ สิกฺขิตสิปฺปํ.
‘‘จตุธา’’ติอาทิ สิงฺคาโลวาทสุตฺเต (ที. นิ. ๓.๒๖๕) ฆรมาวสนฺติ ฆเร วสนฺโต, กมฺมปฺปวจนียโยคโต เจตฺถ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ. กมฺมํ ปโยชเยติ กสิวาณิชฺชาทิกมฺมํ ปโยเชยฺย. กุลานญฺหิ น สพฺพกาลํ เอกสทิสํ วตฺตติ, กทาจิ ราชาทิวเสน อาปทาปิ อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา ‘‘อาปทาสุ อุปฺปนฺนาสุ ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ มนสิ กตฺวา นิธาเปยฺยาติ อาห ‘‘อาปทาสุ ภวิสฺสตี’’ติ. อิเมสุ ปน จตูสุ โกฏฺฐาเสสุ ‘‘เอเกน โภเค ภุญฺเชยฺยา’’ติ วุตฺตโกฏฺฐาสโตเยว คเหตฺวา ภิกฺขูนมฺปิ กปณทฺธิกาทีนมฺปิ ทานํ ทาตพฺพํ, เปสการนฺหาปิตกาทีนมฺปิ เวตนํ ทาตพฺพนฺติ อยํ โภคปริคฺคหณานุสาสนี, เอวรูปํ อนุสาสนึ อุคฺคเหตฺวาติ อตฺโถ. อิทญฺหิ ทิฏฺฐธมฺมิกํเยว สนฺธาย วทติ, สมฺปรายิกํ, ปน นิยฺยานิกํ วา อนุสาสนึ ปจฺจาสิสนฺโตปิ ทกฺขิเณยฺยปณิปาตเมว กโรติ นามาติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘โย ปนา’’ติอาทิ ‘‘เสฏฺฐวเสเนว…เป… คณฺหาตี’’ติ วุตฺตสฺสตฺถสฺส วิตฺถารวจนํ.
‘‘เอว’’นฺติอาทิ ปน ‘‘เสฏฺฐวเสน จ ภิชฺชตี’’ติ วุตฺตสฺส พฺยติเรกทสฺสนํ. อตฺถวสา ลิงฺควิภตฺติวิปริณาโมติ กตฺวา คหิตสรณาย อุปาสิกาย วาติปิ โยเชตพฺพํ. เอวมีทิเสสุ. ปพฺพชิตมฺปีติ ปิ-สทฺโท สมฺภาวนตฺโถติ วุตฺตํ ‘‘ปเคว อปพฺพชิต’’นฺติ. สรณคมนํ น ภิชฺชติ เสฏฺฐวเสน อวนฺทิตตฺตา. ตถาติ อนุกฑฺฒนตฺเถ นิปาโต ‘‘สรณคมนํ น ภิชฺชตี’’ติ. รฏฺฐปูชิตตฺตาติ รฏฺเฐ, รฏฺฐวาสีนํ วา ปูชิตตฺตา. ตยิทํ ภยวเสน วนฺทิตพฺพภาวสฺเสว สมตฺถนํ, น ตุ อเภทสฺส การณทสฺสนํ, ตสฺส ปน การณํ เสฏฺฐวเสน อวนฺทิตตฺตาติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตญฺหิ ‘‘เสฏฺฐวเสน จ ภิชฺชตี’’ติ. เสฏฺฐวเสนาติ โลเก อคฺคทกฺขิเณยฺยตาย เสฏฺฐภาววเสนาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อยํ โลเก อคฺคทกฺขิเณยฺโยติ วนฺทตี’’ติ. ติตฺถิยมฺปิ วนฺทโต น ภิชฺชติ, ปเคว อิตรํ. สรณคมนปฺปเภโทติ สรณคมนวิภาโค, ตพฺพิภาคสมฺพนฺธโต เจตฺถ สกฺกา อเภโทปิ สุเขน ทสฺเสตุนฺติ อเภททสฺสนํ กตํ.
อริยมคฺโค เอว โลกุตฺตรสรณคมนนฺติ จตฺตาริ สามญฺญผลานิ วิปากผลภาเวน วุตฺตานิ. สพฺพทุกฺขกฺขโยติ สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส อนุปฺปาทนิโรโธ นิพฺพานํ. เอตฺถ จ กมฺมสทิสํ วิปากผลํ, ตพฺพิปรีตํ อานิสํสผลนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ยถา หิ สาลิพีชาทีนํ ผลานิ ตํสทิสานิ วิปกฺกานิ นาม โหนฺติ, วิปากนิรุตฺติญฺจ ลภนฺติ, น มูลงฺกุรปตฺตกฺขนฺธนาฬานิ, เอวํ กุสลากุสลานํ ผลานิ อรูปธมฺมภาเวน, สารมฺมณภาเวน จ สทิสานิ วิปกฺกานิ นาม โหนฺติ, วิปากนิรุตฺติญฺจ ลภนฺติ, น ตทญฺญานิ กมฺมนิพฺพตฺตานิปิ กมฺมอสทิสานิ, ตานิ ปน อานิสํสานิ นาม โหนฺติ, อานิสํสนิรุตฺติมตฺตญฺจ ลภนฺตีติ. ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทินา ธมฺมปเท อคฺคิทตฺตพฺราหฺมณวตฺถุปาฬิมาหริตฺวา ทสฺเสติ.
โย จาติ เอตฺถ จ-สทฺโท พฺยติเรเก, โย ปนาติ อตฺโถ. ตตฺรายมธิปฺปาโย – พฺยติเรกตฺถทีปเน ยทิ ‘‘พหุํ เว สรณํ ยนฺติ, ปพฺพตานิ วนานิ จา’’ติอาทินา (ธ. ป. ๑๘๘) วุตฺตํ เขมํ สรณํ น โหติ, น อุตฺตมํ สรณํ, เอตญฺจ สรณมาคมฺม สพฺพทุกฺขา น ปมุจฺจติ, เอวํ สติ กึ นาม วตฺถุ เขมํ สรณํ โหติ, อุตฺตมํ สรณํ, กึ นาม วตฺถุํ สรณมาคมฺม สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตีติ เจ?
โย จ พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ, สงฺฆญฺจ สรณํ คโต…เป…
เอตํ โข สรณํ เขมํ, เอตํ สรณมุตฺตมํ;
เอตํ สรณมาคมฺม, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตีติ. (ธ. ป. ๑๙๐-๙๒);
เอวมีทิเสสุ. โลกิยสฺส สรณคมนสฺส อญฺญติตฺถิยาวนฺทนาทินา กุปฺปนโต, จลนโต จ อกุปฺปํ อจลํ โลกุตฺตรเมว สรณคมนํ ปกาเสตุํ ‘‘จตฺตาริ อริยสจฺจานิ, สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. วาจาสิลิฏฺฐตฺถญฺเจตฺถ สมฺมาสทฺทสฺส รสฺสตฺตํ. ‘‘ทุกฺข’’นฺติอาทิ ‘‘จตฺตาริ อริยสจฺจานี’’ติ วุตฺตสฺส สรูปทสฺสนํ. ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมนฺติ ทุกฺขนิโรธํ. ทุกฺขูปสมคามินนฺติ ทุกฺขนิโรธคามึ. ‘‘เอต’’นฺติ ‘‘จตฺตาริ…เป… ปสฺสตี’’ติ (ธ. ป. ๑๙๐) เอวํ วุตฺตํ โลกุตฺตรสรณคมนสงฺขาตํ อริยสจฺจทสฺสนํ. โข-สทฺโท อวธารณตฺโถ ปทตฺตเยปิ โยเชตพฺโพ.
นิจฺจโต อนุปคมนาทิวเสนาติ ‘‘นิจฺจ’’นฺติ อคฺคหณาทิวเสน, อิตินา นิทฺทิสิตพฺเพหิ โต-สทฺทมิจฺฉนฺติ สทฺทวิทู. ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทินา ญาณวิภงฺคาทีสุ (ม. นิ. ๓.๑๒๖; อ. นิ. ๑.๒๖๘) อาคตํ ปาฬึ สาธกภาเวน อาหรติ. อฏฺฐานนฺติ ชนกเหตุปฏิกฺเขโป. อนวกาโสติ ปจฺจยเหตุปฏิกฺเขโป. อุภเยนาปิ การณเมว ปฏิกฺขิปติ. ยนฺติ เยน การเณน. ทิฏฺฐิสมฺปนฺโนติ มคฺคทิฏฺฐิยา สมฺปนฺโน โสตาปนฺโน. กญฺจิ สงฺขารนฺติ จตุภูมเกสุ สงฺขตสงฺขาเรสุ เอกมฺปิ สงฺขารํ. นิจฺจโต อุปคจฺเฉยฺยาติ ‘‘นิจฺโจ’’ติ คเณฺหยฺย. สุขโต อุปคจฺเฉยฺยาติ ‘‘เอกนฺตสุขี อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณา’’ติ (ที. นิ. ๑.๗๖) เอวํ อตฺตทิฏฺฐิวเสน ‘‘สุโข’’ติ คเณฺหยฺย, ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตจิตฺเตน ปน อริยสาวโก ปริฬาหวูปสมตฺถํ มตฺตหตฺถิปริตฺตาสิโต โจกฺขพฺราหฺมโณ วิย อุกฺการภูมึ กญฺจิ สงฺขารํ สุขโต อุปคจฺฉติ. อตฺตวาเร กสิณาทิปณฺณตฺติสงฺคหณตฺถํ ‘‘สงฺขาร’’นฺติ อวตฺวา ‘‘ธมฺม’’นฺติ วุตฺตํ. ยถาห ปริวาเร –
‘‘อนิจฺจา สพฺเพ สงฺขารา, ทุกฺขานตฺตา จ สงฺขตา;
นิพฺพานญฺเจว ปญฺญตฺติ, อนตฺตา อิติ นิจฺฉยา’’ติ. (ปริ. ๒๕๗);
อิเมสุ ปน ตีสุปิ วาเรสุ อริยสาวกสฺส จตุภูมกวเสเนว ปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ, เตภูมกวเสเนว วา. ยํ ยญฺหิ ปุถุชฺชโน ‘‘นิจฺจํ สุขํ อตฺตา’’ติ คาหํ คณฺหาติ, ตํ ตํ อริยสาวโก ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’’ติ คณฺหนฺโต คาหํ วินิเวเฐติ.
‘‘มาตร’’นฺติอาทีสุ ชนิกา มาตา, ชนโก ปิตา, มนุสฺสภูโต ขีณาสโว อรหาติ อธิปฺเปโต. กึ ปน อริยสาวโก เตหิ อญฺญมฺปิ ปาณํ ชีวิตา โวโรเปยฺยาติ? เอตมฺปิ อฏฺฐานเมว. จกฺกวตฺติรชฺชสกชีวิตเหตุปิ หิ โส ตํ ชีวิตา น โวโรเปยฺย, ตถาปิ ปุถุชฺชนภาวสฺส มหาสาวชฺชตาทสฺสนตฺถํ อริยภาวสฺส จ พลวตาปกาสนตฺถํ เอวํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปทุฏฺฐจิตฺโตติ วธกจิตฺเตน ปทูสนจิตฺโต, ปทูสิตจิตฺโต วา. โลหิตํ อุปฺปาเทยฺยาติ ชีวมานกสรีเร ขุทฺทกมกฺขิกาย ปิวนมตฺตมฺปิ โลหิตํ อุปฺปาเทยฺย. สงฺฆํ ภินฺเทยฺยาติ สมานสํวาสกํ สมานสีมายํ ฐิตํ สงฺฆํ ปญฺจหิ การเณหิ ภินฺเทยฺย, วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ปญฺจหุปาลิ อากาเรหิ สงฺโฆ ภิชฺชติ กมฺเมน, อุทฺเทเสน, โวหรนฺโต, อนุสฺสาวเนน, สลากคฺคาเหนา’’ติ (ปริ. ๔๕๘) อญฺญํ สตฺถารนฺติ อิโต อญฺญํ ติตฺถกรํ ‘‘อยํ เม สตฺถา’’ติ เอวํ คเณฺหยฺย, เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ อตฺโถ. ภวสมฺปทาติ สุคติภเวน สมฺปทา, อิทํ วิปากผลํ. โภคสมฺปทาติ มนุสฺสโภคเทวโภเคหิ สมฺปทา, อิทํ ปน อานิสํสผลํ. ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทินา เทวตาสํยุตฺตาทิปาฬึ (สํ. นิ. ๑.๓๗) สาธกภาเวน ทสฺเสติ.
คตา เสติ เอตฺถ เส-อิติ นิปาตมตฺตํ. น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมินฺติ เต พุทฺธํ สรณํ คตา ตนฺนิมิตฺตํ อปายํ น คมิสฺสนฺติ. มานุสนฺติ จ คาถาพนฺธวเสน วิสญฺโญคนิทฺเทโส, มนุสฺเสสุ ชาตนฺติ อตฺโถ. เทวกายนฺติ เทวสงฺฆํ, เทวปุรํ วา ‘‘เทวานํ กาโย สมูโห เอตฺถา’’ติ กตฺวา.
‘‘อปรมฺปี’’ติอาทินา สฬายตนวคฺเค โมคฺคลฺลานสํยุตฺเต (สํ. นิ. ๔.๓๔๑) อาคตํ อญฺญมฺปิ ผลมาห, อปรมฺปิ ผลํ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถเรน วุตฺตนฺติ อตฺโถ. อญฺเญ เทเวติ อสรณงฺคเต เทเว. ทสหิ ฐาเนหีติ ทสหิ การเณหิ. ‘‘ทิพฺเพนา’’ติอาทิ ตสฺสรูปทสฺสนํ. อธิคณฺหนฺตีติ อภิภวนฺติ อติกฺกมิตฺวา ติฏฺฐนฺติ. ‘‘เอส นโย’’ติ อิมินา ‘‘สาธุ โข เทวานมินฺท ธมฺมสรณคมนํ โหตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๔๑) สุตฺตปทํ อติทิสติ. เวลามสุตฺตํ นาม องฺคุตฺตรนิกาเย นวนิปาเต ชาติโคตฺตรูปโภคสทฺธาปญฺญาทีหิ มริยาทเวลาติกฺกนฺเตหิ อุฬาเรหิ คุเณหิ สมนฺนาคตตฺตา เวลามนามกสฺส โพธิสตฺตภูตสฺส จตุราสีติสหสฺสราชูนํ อาจริยพฺราหฺมณสฺส ทานกถาปฏิสญฺญุตฺตํ สุตฺตํ (อ. นิ. ๙.๒๐) ตตฺถ หิ กรีสสฺส จตุตฺถภาคปฺปมาณานํ จตุราสีติสหสฺสสงฺขฺยานํ สุวณฺณปาติรูปิยปาติกํสปาตีนํ ยถากฺกมํ รูปิยสุวณฺณ หิรญฺญปูรานํ, สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตานํ, จตุราสีติยา หตฺถิสหสฺสานํ จตุราสีติยา อสฺสสหสฺสานํ, จตุราสีติยา รถสหสฺสานํ, จตุราสีติยา เธนุสหสฺสานํ, จตุราสีติยา กญฺญาสหสฺสานํ, จตุราสีติยา ปลฺลงฺกสหสฺสานํ, จตุราสีติยา วตฺถโกฏิสหสฺสานํ, อปริมาณสฺส จ ขชฺชโภชฺชาทิเภทสฺส อาหารสฺส ปริจฺจชนวเสน สตฺตมาสาธิกานิ สตฺตสํวจฺฉรานิ นิรนฺตรํ ปวตฺตเวลามมหาทานโต เอกสฺส โสตาปนฺนสฺส ทินฺนทานํ มหปฺผลตรํ, ตโต สตํโสตาปนฺนานํ ทินฺนทานโต เอกสฺส สกทาคามิโน, ตโต เอกสฺส อนาคามิโน, ตโต เอกสฺส อรหโต, ตโต เอกสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส, ตโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส, ตโต พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ทินฺนทานํ มหปฺผลตรํ, ตโต จาตุทฺทิสํ สงฺฆํ อุทฺทิสฺส วิหารกรณํ, ตโต สรณคมนํ มหปฺผลตรนฺติ อยมตฺโถ ปกาสิโต. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ยํ คหปติ เวลาโม พฺราหฺมโณ ทานํ อทาสิ มหาทานํ, โย เจกํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนํ โภเชยฺย, อิทํ ตโต มหปฺผลตรํ, โย จ สตํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนานํ โภเชยฺย, โย เจกํ สกทาคามึ โภเชยฺย, อิทํ ตโต มหปฺผลตร’’นฺติอาทิ (อ. นิ. ๙.๒๐).
อิมินา จ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทโต โลกุตฺตรสฺเสว สรณคมนสฺส ผลํ ทสฺสิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตถา หิ เวลามสุตฺตฏฺฐกถายํ วุตฺตํ ‘‘สรณํ คจฺเฉยฺยาติ เอตฺถ มคฺเคนาคตํ อนิวตฺตนสรณํ อธิปฺเปตํ, อปเร ปนาหุ ‘อตฺตานํ นิยฺยาเตตฺวา ทินฺนตฺตา สรณคมนํ ตโต มหปฺผลตร’นฺติ วุตฺต’’นฺติ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๙.๒๐) กูฏทนฺตสุตฺตฏฺฐกถายํ ปน วกฺขติ ‘‘ยสฺมา จ สรณคมนํ นาม ติณฺณํ รตนานํ ชีวิตปริจฺจาคมยํ ปุญฺญกมฺมํ สคฺคสมฺปตฺตึ เทติ, ตสฺมา มหปฺผลตรญฺจ มหานิสํสตรญฺจาติ เวทิตพฺพ’’นฺติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๕๐, ๓๕๑) อิมินา ปน นเยน โลกิยสฺสาปิ สรณคมนสฺส ผลํ อิธ ทสฺสิตเมวาติ คเหตพฺพํ. อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรนปิ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๐) หิ อยเมวตฺโถ อิจฺฉิโตติ วิญฺญายติ อิธ เจว อญฺญาสุ จ มชฺฌิมาคมฏีกาทีสุ อวิเสสโตเยว วุตฺตตฺตา, อาจริยสาริปุตฺตตฺเถเรนาปิ อยมตฺโถ อภิมโต สิยา สารตฺถทีปนิยํ, (สารตฺถ. ฏี. เวรญฺชกอณฺฑวณฺณนา.๑๕) องฺคุตฺตรฏีกายญฺจ ตทุภยสาธารณวจนโต. อปเร ปน วทนฺติ ‘‘กูฏทนฺตสุตฺตฏฺฐกถายมฺปิ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๔๙) โลกุตฺตรสฺเสว สรณคมนสฺส ผลํ วุตฺต’’นฺติ, ตทยุตฺตเมว ตถา อวุตฺตตฺตา. ‘‘ยสฺมา…เป… เทตี’’ติ หิ ตทุภยสาธารณการณวเสน ตทุภยสฺสาปิ ผลํ ตตฺถ วุตฺตนฺติ. เวลามสุตฺตาทีนนฺติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) อคฺคปฺปสาทสุตฺตฉตฺตมาณวกวิมานาทีนํ (วิ. ว. ๘๘๖ อาทโย) สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.
อญฺญาณํ นาม วตฺถุตฺตยสฺส คุณานมชานนํ ตตฺถ สมฺโมโห. สํสโย นาม ‘‘พุทฺโธ นุ โข, น นุ โข’’ติอาทินา (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๑๖) วิจิกิจฺฉา. มิจฺฉาญาณํ นาม วตฺถุตฺตยสฺส คุณานํ อคุณภาวปริกปฺปเนน วิปรีตคฺคาโห. อาทิสทฺเทน อนาทราคารวาทีนํ สงฺคโห. สํกิลิสฺสตีติ สํกิลิฏฺฐํ มลีนํ ภวติ. น มหาชุติกนฺติอาทิปิ สํกิเลสปริยาโย เอว. ตตฺถ น มหาชุติกนฺติ น มหุชฺชลํ, อปริสุทฺธํ อปริโยทาตนฺติ อตฺโถ. น มหาวิปฺผารนฺติ น มหานุภาวํ, อปณีตํ อนุฬารนฺติ อตฺโถ. สาวชฺโชติ ตณฺหาทิฏฺฐาทิวเสน สโทโส. ตเทว ผลวเสน วิภาเวตุํ ‘‘อนิฏฺฐผโล’’ติ วุตฺตํ, สาวชฺชตฺตา อกนฺติผโล โหตีติ อตฺโถ. โลกิยสรณคมนํ สิกฺขาสมาทานํ วิย อคหิตกาลปริจฺเฉทํ ชีวิตปริยนฺตเมว โหติ, ตสฺมา ตสฺส ขนฺธเภเทน เภโท, โส จ ตณฺหาทิฏฺฐาทิวิรหิตตฺตา อโทโสติ อาห ‘‘อนวชฺโช กาลกิริยาย โหตี’’ติ. โสติ อนวชฺโช สรณคมนเภโท. สติปิ อนวชฺชตฺเต อิฏฺฐผโลปิ น โหติ, ปเคว อนิฏฺฐผโล อวิปากตฺตา. น หิ ตํ อกุสลํ โหติ, อถ โข เภทนมตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. ภวนฺตเรปีติ อญฺญสฺมิมฺปิ ภเว.
ธรสทฺทสฺส ทฺวิกมฺมิกตฺตา ‘‘อุปาสก’’นฺติ อิทมฺปิ กมฺมเมว, ตญฺจ โข อาการฏฺฐาเนติ อตฺถมตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อุปาสโก อยนฺติ เอวํธาเรตู’’ติ วุตฺตํ. ธาเรตูติ จ อุปธาเรตูติ อตฺโถ. อุปธารณญฺเจตฺถ ชานนเมวาติ ทสฺเสติ ‘‘ชานาตู’’ติ อิมินา. อุปาสกวิธิโกสลฺลตฺถนฺติ อุปาสกภาววิธานโกสลฺลตฺถํ. โก อุปาสโกติ สรูปปุจฺฉา, กึ ลกฺขโณ อุปาสโก นามาติ วุตฺตํ โหติ. กสฺมาติ เหตุปุจฺฉา, เกน ปวตฺตินิมิตฺเตน อุปาสกสทฺโท ตสฺมึ ปุคฺคเล นิรุโฬฺหติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘กสฺมา อุปาสโกติ วุจฺจตี’’ติ. สทฺทสฺส หิ อภิเธยฺเย ปวตฺตินิมิตฺตเมว ตทตฺถสฺส ตพฺภาวการณํ. กิมสฺส สีลนฺติ วตสมาทานปุจฺฉา, กีทิสํ อสฺส อุปาสกสฺส สีลํ, กิตฺตเกน วตสมาทาเนนายํ สีลสมฺปนฺโน นาม โหตีติ อตฺโถ. โก อาชีโวติ กมฺมสมาทานปุจฺฉา, โก อสฺส สมฺมาอาชีโว, เกน กมฺมสมาทาเนน อสฺส อาชีโว สมฺภวตีติ ปุจฺฉติ, โส ปน มิจฺฉาชีวสฺส ปริวชฺชเนน โหตีติ มิจฺฉาชีโวปิ วิภชียติ. กา วิปตฺตีติ ตทุภเยสํ วิปฺปฏิปตฺติปุจฺฉา, กา อสฺส อุปาสกสฺส สีลสฺส, อาชีวสฺส จ วิปตฺตีติ อตฺโถ. สามญฺญนิทฺทิฏฺเฐ หิ สติ อนนฺตรสฺเสว วิธิ วา ปฏิเสโธ วาติ อนนฺตรสฺส คหณํ. กา สมฺปตฺตีติ ตทุภเยสเมว สมฺมาปฏิปตฺติปุจฺฉา, กา อสฺส อุปาสกสฺส สีลสฺส, อาชีวสฺส จ สมฺปตฺตีติ วุตฺตนเยน อตฺโถ. สรูปวจนตฺถาทิสงฺขาเตน ปกาเรน กิรตีติ ปกิณฺณํ, ตเทว ปกิณฺณกํ, อเนกากาเรน ปวตฺตํ อตฺถวินิจฺฉยนฺติ อตฺโถ.
โย โกจีติ ขตฺติยพฺราหฺมณาทีสุ โย โกจิ, อิมินา ปเทน อการณเมตฺถ ชาติอาทิวิเสโสติ ทสฺเสติ, ‘‘สรณคโต’’ติ อิมินา ปน สรณคมนเมเวตฺถ ปมาณนฺติ. ‘‘คหฏฺโฐ’’ติ จ อิมินา อาคาริเกเสฺวว อุปาสกสทฺโท นิรุโฬฺห, น ปพฺพชฺชูปคเตสูติ. ตมตฺถํ มหาวคฺคสํยุตฺเต มหานามสุตฺเตน (สํ. นิ. ๕.๑๐๓๓) สาเธนฺโต ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยโตติ พุทฺธาทิสรณคมนโต. มหานามาติ อตฺตโน จูฬปิตุโน สุกฺโกทนสฺส ปุตฺตํ มหานามํ นาม สกฺยราชานํ ภควา อาลปติ. เอตฺตาวตาติ เอตฺตเกน พุทฺธาทิสรณคมเนน อุปาสโก นาม โหติ, น ชาติอาทีหิ การเณหีติ อธิปฺปาโย. กามญฺจ ตปุสฺสภลฺลิกานํ วิย เทฺววาจิกอุปาสกภาโวปิ อตฺถิ, โส ปน ตทา วตฺถุตฺตยาภาวโต กทาจิเยว โหตีติ สพฺพทา ปวตฺตํ เตวาจิกอุปาสกภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สรณคโต’’ติ วุตฺตํ. เตปิ หิ ปจฺฉา ติสรณคตา เอว, น เจตฺถ สมฺภวติ อญฺญํ ปฏิกฺขิปิตฺวา เอกํ วา เทฺว วา สรณคโต อุปาสโก นามาติ อิมมตฺถมฺปิ ญาเปตุํ เอวํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
อุปาสนโตติ เตเนว สรณคมเนน, ตตฺถ จ สกฺกจฺจการิตาย คารวพหุมานาทิโยเคน ปยิรุปาสนโต, อิมินา กตฺวตฺถํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘โส หี’’ติอาทิ.
เวรมณิโยติ เอตฺถ เวรํ วุจฺจติ ปาณาติปาตาทิทุสฺสีลฺยํ, ตสฺส มณนโต หนนโต วินาสนโต เวรมณิโย นาม, ปญฺจ วิรติโย วิรติปธานตฺตา ตสฺส สีลสฺส. ตถา หิ อุทาหเฏ มหานามสุตฺเต วุตฺตํ ‘‘ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหตี’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๕.๑๐๓๓) ‘‘ยถาหา’’ติอาทินา สาธกํ, สรูปญฺจ ทสฺเสติ ยถา ตํ อุยฺยานปาลสฺส เอเกเนว อุทกปติฏฺฐานปโยเคน อมฺพเสจนํ, ครุสินานญฺจ. ยถาห อมฺพวิมาเน (วิ. ว. ๑๑๕๑ อาทโย) –
‘‘อมฺโพ จ สิตฺโต สมโณ จ นฺหาปิโต,
มยา จ ปุญฺญํ ปสุตํ อนปฺปกํ;
อิติ โส ปีติยา กายํ, สพฺพํ ผรติ อตฺตโน’’ติ.
[‘‘อมฺโพ จ สิญฺจโต อาสิ, สมโณ จ นหาปิโต;
พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสุตํ, อโห สผลํ ชีวิต’’นฺติ. (อิธ ฏีกายํ มูลปาโฐ)]
เอวมีทิเสสุ. เอตฺตาวตาติ เอตฺตเกน ปญฺจเวรวิรติมตฺเตน.
มิจฺฉาวณิชฺชาติ อยุตฺตวณิชฺชา, น สมฺมาวณิชฺชา, อสารุปฺปวณิชฺชกมฺมานีติ อตฺโถ. ปหายาติ อกรเณเนว ปชหิตฺวา. ธมฺเมนาติ ธมฺมโต อนเปเตน, เตน มิจฺฉาวณิชฺชกมฺเมน อาชีวนโต อญฺญมฺปิ อธมฺมิกํ อาชีวนํ ปฏิกฺขิปติ. สเมนาติ อวิสเมน, เตน กายวิสมาทิทุจฺจริตํ วชฺเชตฺวา กายสมาทินา สุจริเตน อาชีวนํ ทสฺเสติ. ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทินา ปญฺจงฺคุตฺตรปาฬิมาหริตฺวา สาธกํ, สรูปญฺจ ทสฺเสติ. วาณิชานํ อยนฺติ วณิชฺชา, ยสฺส กสฺสจิ วิกฺกโย, อิตฺถิลิงฺคปทเมตํ. สตฺถวณิชฺชาติ อาวุธภณฺฑํ กตฺวา วา กาเรตฺวา วา ยถากตํ ปฏิลภิตฺวา วา ตสฺส วิกฺกโย. สตฺตวณิชฺชาติ มนุสฺสวิกฺกโย. มํสวณิชฺชาติ สูนการาทโย วิย มิคสูกราทิเก โปเสตฺวา มํสํ สมฺปาเทตฺวา วิกฺกโย. มชฺชวณิชฺชาติ ยํ กิญฺจิ มชฺชํ โยเชตฺวา ตสฺส วิกฺกโย. วิสวณิชฺชาติ วิสํ โยเชตฺวา, สงฺคเหตฺวา วา ตสฺส วิกฺกโย. ตตฺถ สตฺถวณิชฺชา ปโรปโรธนิมิตฺตตาย อกรณียาติ วุตฺตา, สตฺตวณิชฺชา อภุชิสฺสภาวกรณโต, มํสวณิชฺชา วธเหตุโต, มชฺชวณิชฺชา ปมาทฏฺฐานโต, วิสวณิชฺชา ปรูปฆาตการณโต.
ตสฺเสวาติ ยถาวุตฺตสฺส ปญฺจเวรมณิลกฺขณสฺส สีลสฺส เจว ปญฺจมิจฺฉาวณิชฺชาทิปฺปหานลกฺขณสฺส อาชีวสฺส จ ปฏินิทฺเทโส. วิปตฺตีติ เภโท, ปโกโป จ. เอวํ สีลอาชีววิปตฺติวเสน อุปาสกสฺส วิปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อสฺสทฺธิยาทิวเสนปิ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ยายาติ อสฺสทฺธิยาทิวิปฺปฏิปตฺติยา. จณฺฑาโลติ นีจธมฺมชาติกฏฺเฐน อุปาสกจณฺฑาโล. มลนฺติ มลีนฏฺเฐน อุปาสกมลํ. ปติกิฏฺโฐติ ลามกฏฺเฐน อุปาสกนิหีโน. สาปิสฺสาติ สาปิ อสฺสทฺธิยาทิวิปฺปฏิปตฺติ อสฺส อุปาสกสฺส วิปตฺตีติ เวทิตพฺพา. กา ปนายนฺติ วุตฺตํ ‘‘เต จา’’ติอาทิ. อุปาสกจณฺฑาลสุตฺตํ, (อ. นิ. ๕.๑๗๕) อุปาสกรตนสุตฺตญฺจ ปญฺจงฺคุตฺตเร. ตตฺถ พุทฺธาทีสุ, กมฺมกมฺมผเลสุ จ สทฺธาวิปริยาโย มิจฺฉาวิโมกฺโข อสฺสทฺธิยํ, เตน สมนฺนาคโต อสฺสทฺโธ. ยถาวุตฺตสีลวิปตฺติอาชีววิปตฺติวเสน ทุสฺสีโล. ‘‘อิมินา ทิฏฺฐาทินา อิทํ นาม มงฺคลํ โหตี’’ติ เอวํ พาลชนปริกปฺปิเตน โกตูหลสงฺขาเตน ทิฏฺฐสุตมุตมงฺคเลน สมนฺนาคโต โกตูหลมงฺคลิโก. มงฺคลํ ปจฺเจตีติ ทิฏฺฐมงฺคลาทิเภทํ มงฺคลเมว ปตฺติยายติ โน กมฺมนฺติ กมฺมสฺสกตํ โน ปตฺติยายติ. อิโต จ พหิทฺธาติ อิโต สพฺพญฺญุพุทฺธสาสนโต พหิทฺธา พาหิรกสมเย. จ-สทฺโท อฏฺฐานปยุตฺโต, สพฺพตฺถ ‘‘อสฺสทฺโธ’’ติอาทีสุ โยเชตพฺโพ. ทกฺขิเณยฺยํ ปริเยสตีติ ทุปฺปฏิปนฺนํ ทกฺขิณารหสญฺญี คเวสติ. ตตฺถาติ พหิทฺธา พาหิรกสมเย. ปุพฺพการํ กโรตีติ ปฐมตรํ ทานมานนาทิกํ กุสลกิริยํ กโรติ, พาหิรกสมเย ปฐมตรํ กุสลกิริยํ กตฺวา ปจฺฉา สาสเน กโรตีติ วุตฺตํ โหตีติ. ตตฺถาติ วา เตสํ พาหิรกานํ ติตฺถิยานนฺติปิ วทนฺติ. เอตฺถ จ ทกฺขิเณยฺยปริเยสนปุพฺพกาเร เอกํ กตฺวา ปญฺจ ธมฺมา เวทิตพฺพา.
อสฺสาติ อุปาสกสฺส. สีลสมฺปทาติ ยถาวุตฺเตน ปญฺจเวรมณิลกฺขเณน สีเลน สมฺปทา. อาชีวสมฺปทาติ ปญฺจมิจฺฉาวณิชฺชาทิปฺปหานลกฺขเณน อาชีเวน สมฺปทา. เอวํ สีลสมฺปทาอาชีวสมฺปทาวเสน อุปาสกสฺส สมฺปตฺตึ ทสฺเสตฺวา สทฺธาทิวเสนปิ ทสฺเสนฺโต ‘‘เย จสฺสา’’ติอาทิมาห. เย จ ปญฺจ ธมฺมา, เตปิ อสฺส สมฺปตฺตีติ โยชนา. ธมฺเมหีติ คุเณหิ. จตุนฺนํ ปริสานํ รติชนนฏฺเฐน อุปาสโกว รตนํ อุปาสกรตนํ. คุณโสภากิตฺติสทฺทสุคนฺธตาทีหิ อุปาสโกว ปทุมํ อุปาสกปทุมํ. ตถา อุปาสกปุณฺฑรีกํ. เสสํ วิปตฺติยํ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพํ.
นิคณฺฐีนนฺติ นิคณฺฐสมณีนํ. อาทิมฺหีติ ปฐมตฺเถ. อุจฺฉคฺคนฺติ อุจฺฉุอคฺคํ อุจฺฉุโกฏิ. ตถา เวฬคฺคนฺติ เอตฺถาปิ. โกฏิยนฺติ ปริยนฺตโกฏิยํ, ปริยนฺตตฺเถติ อตฺโถ. อมฺพิลคฺคนฺติ อมฺพิลโกฏฺฐาสํ. ตถา ติตฺตกคฺคนฺติ เอตฺถาปิ. วิหารคฺเคนาติ โอวรกโกฏฺฐาเสน ‘‘อิมสฺมึ คพฺเภ วสนฺตานํ อิทํ นาม ผลํ ปาปุณาตี’’ติอาทินา ตํตํวสนฏฺฐานโกฏฺฐาเสนาติ อตฺโถ. ปริเวณคฺเคนาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อคฺเคติ เอตฺถ อุปโยควจนสฺส เอการาเทโส, วจนวิปลฺลาโส วา, กตฺวา-สทฺโท จ เสโสติ วุตฺตํ ‘‘อาทึ กตฺวา’’ติ. ภาวตฺเถ ตา-สทฺโทติ ทสฺเสติ ‘‘อชฺชภาว’’นฺติ อิมินา, อชฺชภาโว จ นาม ตสฺมึ ธมฺมสฺสวนสมเย ธรมานกตาปาปุณกภาโว. ตทา หิ ตํ นิสฺสยวเสน ธรมานตํ นิมิตฺตํ กตฺวา ตํทิวสนิสฺสิตอรุณุคฺคมนโต ปฏฺฐาย ยาว ปุน อรุณุคฺคมนา เอตฺถนฺตเร อชฺชสทฺโท ปวตฺตติ, ตสฺมา ตสฺมึ สมเย ธรมานกตาสงฺขาตํ อชฺชภาวํ อาทึ กตฺวาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อชฺชตนฺติ วา อชฺชอิจฺเจว อตฺโถ ตา-สทฺทสฺส สกตฺถวุตฺติโต ยถา ‘‘เทวตา’’ติ, อยํ อาจริยานํ มติ. เอวํ ปฐมกฺขเรน ทิสฺสมานปาฐานุรูปํ อตฺถํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตติยกฺขเรน ทิสฺสมานปาฐานุรูปํ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อชฺชทคฺเคติ วา ปาโฐ’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาคมมตฺตตฺตา ทกาโร ปทสนฺธิกโร. อชฺชาติ หิ เนปาติกมิทํ ปทํ. เตนาห ‘‘อชฺช อคฺคนฺติ อตฺโถ’’ติ.
‘‘ปาโณ’’ติ อิทํ ปรมตฺถโต ชีวิตินฺทฺริเย เอว, ‘‘ปาณุเปต’’นฺติ จ กรณตฺเถเนว สมาโสติ ญาเปตุํ ‘‘ยาว เม ชีวิตํ ปวตฺตติ, ตาว อุเปต’’นฺติ อาห. อุเปติ อุปคจฺฉตีติ หิ อุเปโต, ปาเณหิ กรณภูเตหิ อุเปโต ปาณุเปโตติ อตฺโถ อาจริเยหิ อภิมโต. อิมินา จ ‘‘ปาณุเปตนฺติ อิทํ ปทํ ตสฺส สรณคมนสฺส อาปาณโกฏิกตาทสฺสน’’นฺติ อิมมตฺถํ วิภาเวติ. ‘‘ปาณุเปต’’นฺติ หิ อิมินา ยาว เม ปาณา ธรนฺติ, ตาว สรณํ อุเปโต, อุเปนฺโต จ น วาจามตฺเตน, น จ เอกวารํ จิตฺตุปฺปาทมตฺเตน, อถ โข ปาณานํ ปริจฺจชนวเสน ยาวชีวํ อุเปโตติ อาปาณโกฏิกตา ทสฺสิตา. ‘‘ตีหิ…เป… คต’’นฺติ อิทํ ‘‘สรณํ คต’’นฺติ เอตสฺส อตฺถวจนํ. ‘‘อนญฺญสตฺถุก’’นฺติ อิทํ ปน อนฺโตคธาวธารเณน, อญฺญตฺถาโปหเนน จ นิวตฺเตตพฺพตฺถทสฺสนํ. เอกจฺโจ กปฺปิยการกสทฺทสฺส อตฺโถ อุปาสกสทฺทสฺส วจนีโยปิ ภวตีติ วุตฺตํ ‘‘อุปาสกํ กปฺปิยการก’’นฺติ, อตฺตสนฺนิยฺยาตนสรณคมนํ วา สนฺธาย เอวํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ ‘‘ปาณุเปต’’นฺติ อิมินา นีตตฺถโต ทสฺสิตํ ตสฺส สรณคมนสฺส อาปาณโกฏิกตํ ทสฺเสตฺวา เอวํ วทนฺโต ปเนส ราชา ‘‘ชีวิเตน สห วตฺถุตฺตยํ ปฏิปูเชนฺโต สรณคมนํ รกฺขามี’’ติ อธิปฺปายํ วิภาเวตีติ เนยฺยตฺถโต วิภาวิตํ ตสฺส รญฺโญ อธิปฺปายํ วิภาเวนฺโต ‘‘อหญฺหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ หิ-สทฺโท สมตฺถเน, การณตฺเถ วา, เตน อิมาย ยุตฺติยา, อิมินา วา การเณน อุปาสกํ มํ ภควา ธาเรตูติ อยมตฺโถ ปกาสิโต.
อจฺจยนํ สาธุมริยาทํ อติกฺกมฺม มทฺทิตฺวา ปวตฺตนํ อจฺจโย, กายิกาทิอชฺฌาจารสงฺขาโต โทโสติ อาห ‘‘อปราโธ’’ติ, อจฺเจติ อภิภวิตฺวา ปวตฺตติ เอเตนาติ วา อจฺจโย, กายิกาทิวีติกฺกมสฺส ปวตฺตนโก อกุสลธมฺมสงฺขาโต โทโส เอว, โส จ อปรชฺฌติ เอเตนาติ อปราโธติ วุจฺจติ. โส หิ อปรชฺฌนฺตํ ปุริสํ อภิภวิตฺวา ปวตฺตติ. เตนาห ‘‘อติกฺกมฺม อภิภวิตฺวา ปวตฺโต’’ติ. ธมฺมนฺติ ทสราชธมฺมํ. วิตฺถาโร ปเนตสฺส มหาหํสชาตกาทีหิ วิภาเวตพฺโพ. จรตีติ อาจรติ กโรติ. ธมฺเมเนวาติ ธมฺมโต อนเปเตเนว, อนเปตกุสลธมฺเมเนวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘น ปิตุฆาตนาทินา อธมฺเมนา’’ติ. ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตู’’ติ เอตสฺส อธิวาสนํ สมฺปฏิจฺฉตูติ สทฺทโต อตฺโถ, อธิปฺปายโต ปน อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ขมตู’’ติ วุตฺตํ. ปุน อกรณเมตฺถ สํวโรติ ทสฺเสติ ‘‘ปุน เอวรูปสฺสา’’ติอาทินา. ‘‘อปราธสฺสา’’ติอาทิ อญฺญมญฺญํ เววจนํ.
๒๕๑. ‘‘ยถาธมฺโม ฐิโต, ตเถวา’’ติ อิมินาปิ ยถา-สทฺทสฺส อนุรูปตฺถมาห, สาธุสมาจิณฺณกุสลธมฺมานุรูปนฺติ อตฺโถ. ปฏิสทฺทสฺส อนตฺถกตํ ทสฺเสติ ‘‘กโรสี’’ติ อิมินา. ปฏิกมฺมํ กโรสีติปิ วทนฺติ. ยถาธมฺมํ ปฏิกรณํ นาม กตาปราธสฺส ขมาปนเมวาติ อาห ‘‘ขมาเปสีติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. ‘‘ปฏิคฺคณฺหามา’’ติ เอตสฺส อธิวาสนํ สมฺปฏิจฺฉามาติ อตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘ขมามา’’ติ อิมินา. วุทฺธิ เหสาติ เอตฺถ ห-กาโร ปทสิลิฏฺฐตาย อาคโม, หิ-สทฺโท วา นิปาตมตฺตํ. เอสาติ ยถาธมฺมํ ปฏิกิริยา, อายตึ สํวราปชฺชนา จ. เตนาห ‘‘โย อจฺจยํ…เป… อาปชฺชตี’’ติ. สเทวเกน โลเกน ‘‘สรณ’’นฺติ อรณียโต อุปคนฺตพฺพโต ตถาคโต อริโย นามาติ วุตฺตํ ‘‘พุทฺธสฺส ภควโต’’ติ. วิเนติ สตฺเต เอเตนาติ วินโย, สาสนํ. วทฺธติ สคฺคโมกฺขสมฺปตฺติ เอตายาติ วุทฺธิ. กตมา ปน สา, ยา ‘‘เอสา’’ติ นิทฺทิฏฺฐา วุทฺธีติ โจทนมปเนตุํ ‘‘โย อจฺจย’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺธํ ทสฺเสติ ‘‘กตมา’’ติอาทินา, ยา อยํ สํวราปชฺชนา, สา ‘‘เอสา’’ติ นิทฺทิฏฺฐา วุทฺธิ นามาติ อตฺโถ. ‘‘ยถาธมฺมํ ปฏิกโรตี’’ติ อิทํ อายตึ สํวราปชฺชนาย ปุพฺพกิริยาทสฺสนนฺติ วิญฺญาปนตฺถํ ‘‘ยถาธมฺมํ ปฏิกริตฺวา อายตึ สํวราปชฺชนา’’ติ วุตฺตํ. เอสา หิ อาจริยานํ ปกติ, ยทิทํ เยน เกนจิ ปกาเรน อธิปฺปายนฺตรวิญฺญาปนํ, เอตปเทน ปน ตสฺสาปิ ปฏินิทฺเทโส สมฺภวติ ‘‘ยถาธมฺมํ ปฏิกโรตี’’ ติปิ ปฏินิทฺทิสิตพฺพสฺส ทสฺสนโต. เกจิ ปน ‘‘ยถาธมฺมํ ปฏิกโรตี’ติ อิทํ ปุพฺพกิริยามตฺตสฺเสว ทสฺสนํ, น ปฏินิทฺทิสิตพฺพสฺส. ‘อายติญฺจ สํวรํ อาปชฺชตี’ติ อิทํ ปน ปฏินิทฺทิสิตพฺพสฺเสวาติ วิญฺญาปนตฺถํ เอวํ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตทยุตฺตเมว ขมาปนสฺสาปิ วุทฺธิเหตุภาเวน อริยูปวาเท วุตฺตตฺตา. อิตรถา หิ ขมาปนาภาเวปิ อายตึ สํวราปชฺชนาย เอว อริยูปวาทาปคมนํ วุตฺตํ สิยา, น จ ปน วุตฺตํ, ตสฺมา วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพติ.
กสฺมา ปน ‘‘ยาย’’นฺติอาทินา ธมฺมนิทฺเทโส ทสฺสิโต, นนุ ปาฬิยํ ‘‘โย อจฺจย’’นฺติอาทินา ปุคฺคลนิทฺเทโส กโตติ โจทนํ โสเธตุํ ‘‘เทสนํ ปนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ปุคฺคลาธิฏฺฐานํ กโรนฺโตติ ปุคฺคลาธิฏฺฐานธมฺมเทสนํ กโรนฺโต. ปุคฺคลาธิฏฺฐานาปิ หิ ปุคฺคลาธิฏฺฐานธมฺมเทสนา, ปุคฺคลาธิฏฺฐานปุคฺคลเทสนาติ ทุวิธา โหติ. อยเมตฺถาธิปฺปาโย – กิญฺจาปิ ‘‘วุทฺธิ เหสา’’ติอาทินา ธมฺมาธิฏฺฐานเทสนา อารทฺธา, ตถาปิ ปุน ปุคฺคลาธิฏฺฐานํ กโรนฺเตน ‘‘โย อจฺจย’’นฺติอาทินา ปุคฺคลาธิฏฺฐานเทสนา อารทฺธา เทสนาวิลาสวเสน, เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน จาติ. ตทุภยวเสเนว หิ ธมฺมาธิฏฺฐานาทิเภเทน จตุพฺพิธา เทสนา.
๒๕๒. วจสายตฺเตติ วจสา อายตฺเต. วาจาปฏิพนฺธตฺเตติ วทนฺติ, ตํ ‘‘โส หี’’ติอาทินา วิรุทฺธํ วิย ทิสฺสติ. วจสายตฺเถติ ปน วาจาปริโยสานตฺเถติ อตฺโถ ยุตฺโต โอสานกรณตฺถสฺส สาสทฺทสฺส วเสน สายสทฺทนิปฺผตฺติโต ยถา ‘‘ทาโย’’ติ. เอวญฺหิ สมตฺถนวจนมฺปิ อุปปนฺนํ โหติ. คมนาย กตํ วาจาปริโยสานํ กตฺวา วุตฺตตฺตา ตสฺมึเยว อตฺเถ วตฺตตีติ. หนฺทสทฺทญฺหิ โจทนตฺเถ, วจสคฺคตฺเถ จ อิจฺฉนฺติ. ‘‘หนฺท ทานิ ภิกฺขเว อามนฺตยามี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๑๘; สํ. นิ. ๑.๑๘๖) หิ โจทนตฺเถ, ‘‘หนฺท ทานิ อปายามี’’ติอาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๘๔๓) วจสคฺคตฺเถ, วจสคฺโค จ นาม วาจาวิสฺสชฺชนํ, ตญฺจ วาจาปริโยสานเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ทุกฺกรกิจฺจวเสน พหุกิจฺจตาติ อาห ‘‘พลวกิจฺจา’’ติ. ‘‘อวสฺสํ กตฺตพฺพํ กิจฺจํ, อิตรํ กรณียํ. ปฐมํ วา กตฺตพฺพํ กิจฺจํ, ปจฺฉา กตฺตพฺพํ กรณียํ. ขุทฺทกํ วา กิจฺจํ, มหนฺตํ กรณีย’’นฺติปิ อุทานฏฺฐกถาทีสุ (อุทา. อฏฺฐ. ๑๕) วุตฺตํ. ยํ-ตํ-สทฺทานํ นิจฺจสมฺพนฺธตฺตา, คมนกาลชานนโต, อญฺญกิริยาย จ อนุปยุตฺตตฺตา ‘‘ตสฺส กาลํ ตฺวเมว ชานาสี’’ติ วุตฺตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘ตยา ญาตํ คมนกาลํ ตฺวเมว ญตฺวา คจฺฉาหี’’ติ. อถ วา ยถา กตฺตพฺพกิจฺจนิโยชเน ‘‘อิมํ ชาน, อิมํ เทหิ, อิมํ อาหรา’’ติ (ปาจิ. ๘๘, ๙๓) วุตฺตํ, ตถา อิธาปิ ตยา ญาตํ กาลํ ตฺวเมว ชานาสิ, คมนวเสน กโรหีติ คมเน นิโยเชตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตฺวเมว ชานาสี’’ติ ปาฐเสโส วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา’’ติอาทิ ยถาสมาจิณฺณํ ปกรณาธิคตมตฺตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ ปทกฺขิณนฺติ ปการโต กตํ ทกฺขิณํ. เตนาห ‘‘ติกฺขตฺตุ’’นฺติ. ทสนขสโมธานสมุชฺชลนฺติ ทฺวีสุ หตฺเถสุ ชาตานํ ทสนฺนํ นขานํ สโมธาเนน เอกีภาเวน สมุชฺชลนฺตํ, เตน ทฺวินฺนํ กรตลานํ สมฏฺฐปนํ ทสฺเสติ. อญฺชลินฺติ หตฺถปุฏํ. อญฺชติ พฺยตฺตึ ปกาเสติ เอตายาติ อญฺชลิ. อญฺชุ-สทฺทญฺหิ พฺยตฺติยํ, อลิปจฺจยญฺจ อิจฺฉนฺติ สทฺทวิทู. อภิมุโขวาติ สมฺมุโข เอว, น ภควโต ปิฏฺฐึ ทสฺเสตฺวาติ อตฺโถ. ปญฺจปฺปติฏฺฐิตวนฺทนานโย วุตฺโต เอว.
๒๕๓. อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปจฺจนกานํ อตฺตโน ปุพฺเพ กตกุสลมูลานํ ขณเนน ขโต, เตสเมว อุปหนเนน อุปหโต, ปททฺวเยนปิ ตสฺส กมฺมาปราธเมว ทสฺเสติ ปริยายวจนตฺตา ปททฺวยสฺส. กุสลมูลสงฺขาตปติฏฺฐาเภทเนน ขตูปหตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภินฺนปติฏฺโฐ ชาโต’’ติ วุตฺตํ. ปติฏฺฐา, มูลนฺติ จ อตฺถโต เอกํ. ปติฏฺฐหติ สมฺมตฺตนิยาโมกฺกมนํ เอตายาติ หิ ปติฏฺฐา, ตสฺส กุสลูปนิสฺสยสมฺปทา, สา กิริยาปราเธน ภินฺนา วินาสิตา เอเตนาติ ภินฺนปติฏฺโฐ. ตเทว วิตฺถาเรนฺโต ‘‘ตถา’’ติอาทิมาห. ยถา กุสลมูลสงฺขาตา อตฺตโน ปติฏฺฐานชาตา, ตถา อเนน รญฺญา อตฺตนาว อตฺตา ขโต ขนิโตติ โยชนา. ขโตติ หิ อิทํ อิธ กมฺมวเสน สิทฺธํ, ปาฬิยํ ปน กตฺตุวเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ. ปททฺวยสฺส ปริยายตฺตา ‘‘อุปหโต’’ติ อิธ น วุตฺตํ.
‘‘ราโค รโช น จ ปน เรณุ วุจฺจตี’’ติอาทิ (มหานิ. ๒๐๙; จูฬนิ. ๗๔) วจนโต ราคโทสโมหาว อิธ รโช นามาติ วุตฺตํ ‘‘ราครชาทิวิรหิต’’นฺติ. วีตสทฺทสฺส วิคตปริยายตํ ทสฺเสติ ‘‘วิคตตฺตา’’ติ อิมินา. ธมฺเมสุ จกฺขุนฺติ จตุสจฺจธมฺเมสุ ปวตฺตํ เตสํ ทสฺสนฏฺเฐน จกฺขุํ. ธมฺเมสูติ วา เหฏฺฐิเมสุ ตีสุ มคฺคธมฺเมสุ. จกฺขุนฺติ โสตาปตฺติมคฺคสงฺขาตํ เอกํ จกฺขุํ, สมุทาเยกเทสวเสน อาธารตฺถสมาโสยํ, น ตุ นิทฺธารณตฺถสมาโส. โส หิ สาสนคนฺเถสุ, สกฺกตคนฺเถสุ จ สพฺพตฺถ ปฏิสิทฺโธติ. ธมฺมมยนฺติ สมถวิปสฺสนาธมฺเมน นิพฺพตฺตํ, อิมินา ‘‘ธมฺเมน นิพฺพตฺตํ จกฺขุ ธมฺมจกฺขู’’ติ อตฺถมาห. อปิจ ธมฺมมยนฺติ สีลาทิติวิธธมฺมกฺขนฺโธเยว มย-สทฺทสฺส สกตฺเถ ปวตฺตนโต, อเนน ‘‘ธมฺโมเยว จกฺขุ ธมฺมจกฺขู’’ติ อตฺถมาห. อญฺเญสุ ฐาเนสูติ อญฺเญสุ สุตฺตปเทเสสุ, เอเตน ยถาปาฐํ ติวิธตฺถตํ ทสฺเสติ. อิธ ปน โสตาปตฺติมคฺคสฺเสเวตํ อธิวจนํ, ตสฺมิมฺปิ อนธิคเต อญฺเญสํ วตฺตพฺพตาเยว อภาวโตติ อธิปฺปาโย.
อิทานิ ‘‘ขตายํ ภิกฺขเว ราชา’’ติอาทิปาฐสฺส สุวิญฺเญยฺยมธิปฺปายํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิทํ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ นาภวิสฺสาติ สเจ น อภวิสฺสถ, เอวํ สตีติ อตฺโถ. อตีเต หิ อิทํ กาลาติปตฺติวจนํ, น อนาคเตติ ทฏฺฐพฺพํ. เอส นโย โสตาปตฺติมคฺคํ ปตฺโต อภวิสฺสาติ เอตฺถาปิ. นนุ จ มคฺคปาปุณนวจนํ ภวิสฺสมานตฺตา อนาคตกาลิกนฺติ? สจฺจํ อนิยมิเต, อิธ ปน ‘‘อิเธวาสเน นิสินฺโน’’ติ นิยมิตตฺตา อตีตกาลิกเมวาติ เวทิตพฺพํ. อิทญฺหิ ภควา รญฺโญ อาสนา วุฏฺฐาย อจิรปกฺกนฺตสฺเสว อโวจาติ. ปาปมิตฺตสํสคฺเคนาติ เทวทตฺเตน, เทวทตฺตปริสาสงฺขาเตน จ ปาปมิตฺเตน สํสคฺคโต. อสฺสาติ โสตาปตฺติมคฺคสฺส. ‘‘เอวํ สนฺเตปี’’ติอาทินา ปาฐานารุฬฺหํ วจนาวเสสํ ทสฺเสติ. ตสฺมาติ สรณํ คตตฺตา มุจฺจิสฺสตีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘มม จ สาสนมหนฺตตายา’’ติ ปาโฐ ยุตฺโต, กตฺถจิ ปน จ-สทฺโท น ทิสฺสติ, ตตฺถ โส ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ ทฏฺฐพฺพํ. น เกวลํ สรณํ คตตฺตาเยว มุจฺจิสฺสติ, อถ โข ยตฺถ เอส ปสนฺโน, ปสนฺนาการญฺจ กโรติ, ตสฺส จ ติวิธสฺสปิ สาสนสฺส อุตฺตมตายาติ หิ สห สมุจฺจเยน อตฺโถ อธิปฺเปโตติ.
‘‘ยถา นามา’’ติอาทิ ทุกฺกรกมฺมวิปากโต สุกเรน มุจฺจเนน อุปมาทสฺสนํ. โกจีติ โกจิ ปุริโส. กสฺสจีติ กสฺสจิ ปุริสสฺส, ‘‘วธ’’นฺติ เอตฺถ ภาวโยเค กมฺมตฺเถ สามิวจนํ. ปุปฺผมุฏฺฐิมตฺเตน ทณฺเฑนาติ ปุปฺผมุฏฺฐิมตฺตสงฺขาเตน ธนทณฺเฑน. มุจฺเจยฺยาติ วธกมฺมทณฺฑโต มุจฺเจยฺย, ทณฺเฑนาติ วา นิสฺสกฺกตฺเถ กรณวจนํ ‘‘สุมุตฺตา มยํ เตน มหาสมเณนา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๓๒; จูฬว. ๔๓๗) วิย, ปุปฺผมุฏฺฐิมตฺเตน ธนทณฺฑโต, วธทณฺฑโต จ มุจฺเจยฺยาติ อตฺโถ. โลหกุมฺภิยนฺติ โลหกุมฺภินรเก. ตตฺถ หิ ตทนุภวนกานํ สตฺตานํ กมฺมพเลน โลหมยา มหตี กุมฺภี นิพฺพตฺตา, ตสฺมา ตํ ‘‘โลหกุมฺภี’’ติ วุจฺจติ. อุปริมตลโต อโธ ปตนฺโต, เหฏฺฐิมตลโต อุทฺธํ คจฺฉนฺโต, อุภยถา ปน สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ โหนฺติ. วุตฺตญฺจ –
‘‘สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ, ปริปุณฺณานิ สพฺพโส;
นิรเย ปจฺจมานานํ, กทา อนฺโต ภวิสฺสตี’’ติ. (เป. ว. ๘๐๒; ชา. ๑.๔.๕๔);
‘‘เหฏฺฐิมตลํ ปตฺวา, อุปริมตลํ ปาปุณิตฺวา มุจฺจิสฺสตี’’ติ วทนฺโต อิมมตฺถํ ทีเปติ – ยถา อญฺเญ เสฏฺฐิปุตฺตาทโย อปราปรํ อโธ ปตนฺตา, อุทฺธํ คจฺฉนฺตา จ อเนกานิ วสฺสสตสหสฺสานิ ตตฺถ ปจฺจนฺติ, น ตถา อยํ, อยํ ปน ราชา ยถาวุตฺตการเณน เอกวารเมว อโธ ปตนฺโต, อุทฺธญฺจ คจฺฉนฺโต สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิเยว ปจฺจิตฺวา มุจฺจิสฺสตีติ. อยํ ปน อตฺโถ กุโต ลทฺโธติ อนุโยคํ ปริหรนฺโต ‘‘อิทมฺปิ กิร ภควตา วุตฺตเมวา’’ติ อาห. กิรสทฺโท เจตฺถ อนุสฺสวนตฺโถ, เตน ภควตา วุตฺตภาวสฺส อาจริยปรมฺปรโต สุยฺยมานตํ, อิมสฺส จ อตฺถสฺส อาจริยปรมฺปราภตภาวํ ทีเปติ. อถ ปาฬิยํ สงฺคีตํ สิยาติ โจทนมปเนติ ‘‘ปาฬิยํ ปน น อารุฬฺห’’นฺติ อิมินา, ปกิณฺณกเทสนาภาเวน ปาฬิยมนารุฬฺหตฺตา ปาฐภาเวน น สงฺคีตนฺติ อธิปฺปาโย. ปกิณฺณกเทสนา หิ ปาฬิยมนารุฬฺหาติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ.
ยทิ อนนฺตเร อตฺตภาเว นรเก ปจฺจติ, เอวํ สติ อิมํ เทสนํ สุตฺวา โก รญฺโญ อานิสํโส ลทฺโธติ กสฺสจิ อาสงฺกา สิยาติ ตทาสงฺกานิวตฺตนตฺถํ โจทนํ อุทฺธริตฺวา ปริหริตุํ ‘‘อิทํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘อยญฺหี’’ติอาทินา นิทฺทาลาภาทิกํ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกํ อเนกวิธํ มหานิสํสํ สรูปโต นิยเมตฺวา ทสฺเสติ. เอตฺถ หิ ‘‘อยํ…เป… นิทฺทํ ลภตี’’ติ อิมินา นิทฺทาลาภํ ทสฺเสติ, ตทา กายิกเจตสิกทุกฺขาปคตภาวญฺจ นิทฺทาลาภสีเสน, ‘‘ติณฺณํ…เป… อกาสี’’ติ อิมินา ติณฺณํ รตนานํ มหาสกฺการกิริยํ, ‘‘โปถุชฺชนิกาย…เป… นาโหสี’’ติ อิมินา สาติสยํ โปถุชฺชนิกสทฺธาปฏิลาภํ ทสฺเสตีติ เอวมาทิ ทิฏฺฐธมฺมิโก, ‘‘อนาคเต…เป… ปรินิพฺพายิสฺสตี’’ติ อิมินา ปน อุกฺกํสโต สมฺปรายิโก ทสฺสิโต, อนวเสสโต ปน อปราปเรสุ ภเวสุ อปริมาโณเยว สมฺปรายิโก เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ มธุรายาติ มธุรรสภูตาย. โอชวนฺติยาติ มธุรรสสฺสาปิ สารภูตาย โอชาย โอชวติยา. ปุถุชฺชเน ภวา โปถุชฺชนิกา. ปญฺจ มาเร วิเสสโต ชิตวาติ วิชิตาวี, ปรูปเทสวิรหตา เจตฺถ วิเสสภาโว. ปจฺเจกํ อภิสมฺพุทฺโธติ ปจฺเจกพุทฺโธ, อนาจริยโก หุตฺวา สามญฺเญว สมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ อตฺโถ. ตถา หิ ‘‘ปจฺเจกพุทฺธา สยเมว พุชฺฌนฺติ, น ปเร โพเธนฺติ, อตฺถรสเมว ปฏิวิชฺฌนฺติ, น ธมฺมรสํ. น หิ เต โลกุตฺตรธมฺมํ ปญฺญตฺตึ อาโรเปตฺวา เทเสตุํ สกฺโกนฺติ, มูเคน ทิฏฺฐสุปิโน วิย, วนจรเกน นคเร สายิตพฺยญฺชนรโส วิย จ เนสํ ธมฺมาภิสมโย โหติ, สพฺพํ อิทฺธิสมาปตฺติปฏิสมฺภิทาปเภทํ ปาปุณนฺตี’’ติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.ขคฺควิสาณสุตฺตวณฺณนา; อป. อฏฺฐ. ๑.๙๐, ๙๑) อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ.
เอตฺถาห – ยทิ รญฺโญ กมฺมนฺตรายาภาเว ตสฺมึเยว อาสเน ธมฺมจกฺขุ อุปฺปชฺชิสฺสถ, อถ กถํ อนาคเต ปจฺเจกพุทฺโธ หุตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสติ. ยทิ จ อนาคเต ปจฺเจกพุทฺโธ หุตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสติ, อถ กถํ ตสฺมึเยว อาสเน ธมฺมจกฺขุ อุปฺปชฺชิสฺสถ, นนุ อิเม สาวกโพธิปจฺเจกโพธิอุปนิสฺสยา ภินฺนนิสฺสยา ทฺวินฺนํ โพธีนํ อสาธารณภาวโต. อสาธารณา หิ เอตา เทฺว ยถากฺกมํ ปญฺจงฺคทฺวยงฺคสมฺปตฺติยา, อภินีหารสมิทฺธิวเสน, ปารมีสมฺภรณกาลวเสน, อภิสมฺพุชฺฌนวเสน จาติ? นายํ วิโรโธ อิโต ปรโตเยวสฺส ปจฺเจกโพธิสมฺภารานํ สมฺภรณียตฺตา. สาวกโพธิยา พุชฺฌนกสตฺตาปิ หิ อสติ ตสฺสา สมวาเย กาลนฺตเร ปจฺเจกโพธิยา พุชฺฌิสฺสนฺติ ตถาภินีหารสฺส สมฺภวโตติ. อปเร ปน ภณนฺติ – ‘‘ปจฺเจกโพธิยาเยวายํ ราชา กตาภินีหาโร. กตาภินีหาราปิ หิ ตตฺถ นิยติมปฺปตฺตา ตสฺส ญาณสฺส ปริปากํ อนุปคตตฺตา สตฺถุ สมฺมุขีภาเว สาวกโพธึ ปาปุณิสฺสนฺตีติ ภควา ‘สจายํ ภิกฺขเว ราชา’ติอาทิมโวจ, มหาโพธิสตฺตานเมว จ อานนฺตริยปริมุตฺติ โหติ, น อิตเรสํ โพธิสตฺตานํ. ตถา หิ ปจฺเจกโพธิยํ นิยโต สมาโน เทวทตฺโต จิรกาลสมฺภูเตน โลกนาเถ อาฆาเตน ครุตรานิ อานนฺตริยกมฺมานิ ปสวิ, ตสฺมา กมฺมนฺตราเยน อยํ อิทานิ อสมเวตทสฺสนาภิสมโย ราชา ปจฺเจกโพธินิยาเมน อนาคเต วิชิตาวี นาม ปจฺเจกพุทฺโธ หุตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสตี’’ติ ทฏฺฐพฺพํ, ยุตฺตตรเมตฺถ วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ.
ยถาวุตฺตํ ปาฬิเมว สํวณฺณนาย นิคมวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘อิทมโวจา’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ หิ เหฏฺฐา วุตฺโตติ. อปิจ ปาฬิยมนารุฬฺหมฺปิ อตฺถํ สงฺคเหตุํ ‘‘อิทมโวจา’’ติอาทินา นิคมนํ กโรตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
อิติ สุมงฺคลวิลาสินิยา ทีฆนิกายฏฺฐกถาย ปรมสุขุมคมฺภีรทุรนุโพธตฺถปริทีปนาย สุวิมลวิปุลปญฺญาเวยฺยตฺติยชนนาย อชฺชวมทฺทวโสรจฺจสทฺธาสติธิติพุทฺธิขนฺติวีริยาทิธมฺมสมงฺคินา สาฏฺฐกเถ ปิฏกตฺตเย อสงฺคาสํหิรวิสารทญาณจารินา อเนกปฺปเภทสกสมยสมยนฺตรคหนชฺโฌคาหินา มหาคณินา มหาเวยฺยากรเณน ญาณาภิวํสธมฺมเสนาปตินามเถเรน มหาธมฺมราชาธิราชครุนา กตาย สาธุวิลาสินิยา นาม ลีนตฺถปฺปกาสนิยา สามญฺญผลสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.
สามญฺญผลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.