๓. อมฺพฏฺฐสุตฺตวณฺณนา

อทฺธานคมนวณฺณนา

๒๕๔. เอวํ สามญฺญผลสุตฺตํ สํวณฺเณตฺวา อิทานิ อมฺพฏฺฐสุตฺตํ สํวณฺเณนฺโต ยถานุปุพฺพํ สํวณฺโณกาสสฺส ปตฺตภาวํ วิภาเวตุํ, สามญฺญผลสุตฺตสฺสานนฺตรํ สงฺคีตสฺส สุตฺตสฺส อมฺพฏฺฐสุตฺตภาวํ ปกาเสตุํ ‘‘เอวํ เม สุตํ…เป… โกสเลสูติ อมฺพฏฺฐสุตฺต’’นฺติ อาห. เอวมีทิเสสุ. อิติสทฺโท เจตฺถ อาทิอตฺโถ, ปทตฺถวิปลฺลาสโชตโก ปน อิติสทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ, อาทิสทฺทโลโป วา เอส, อุปลกฺขณนิทฺเทโส วา. อปุพฺพปทวณฺณนา นาม เหฏฺฐา อคฺคหิตตาย อปุพฺพสฺส ปทสฺส อตฺถวิภชนา. ‘‘หิตฺวา ปุนปฺปุนาคต-มตฺถํ อตฺถํ ปกาสยิสฺสามี’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.คนฺถารมฺภกถา) หิ วุตฺตํ, ‘‘อนุปุพฺพปทวณฺณนา’’ติ กตฺถจิ ปาโฐ, โส อยุตฺโตว ฏีกาย อนุทฺธฏตฺตา, ตถา อสํวณฺณิตตฺตา จ.

‘‘ราชกุมารา โคตฺตวเสน โกสลา นามา’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๔) อาจริเยน วุตฺตํ. อกฺขรจินฺตกา ปน วทนฺติ ‘‘โกสํ ลนฺติ คณฺหนฺติ, กุสลํ วา ปุจฺฉนฺตีติ โกสลา’’ติ. ชนปทิโนติ ชนปทวนฺโต, ชนปทสฺส วา อิสฺสรา. ‘‘โกสลา นาม ราชกุมารา’’ติ วุตฺเตเยว สิทฺเธปิ ‘‘ชนปทิโน’’ติ วจนํ สนฺเตสุปิ อญฺเญสุ ตํตํนามปญฺญาเตสุ ตตฺถ นิวสนฺเตสุ ชนปทิภาวโต เตสเมว นิวสนมุปาทาย ชนปทสฺสายํ สมญฺญาติ ทสฺสนตฺถํ. ‘‘เตสํ นิวาโส’’ติ อิมินา ‘‘โกสลานํ นิวาสา โกสลา’’ติ ตทฺธิตํ ทสฺเสติ. ‘‘เอโกปิ ชนปโท’’ติ อิมินา ปน สทฺทโตเยเวตํ ปุถุวจนํ, อตฺถโต ปเนส เอโก เอวาติ วิภาเวติ. อปิ-สทฺโท เจตฺถ อนุคฺคเห, เตน กามํ เอโกเยเวส ชนปโท, ตถาปิ อิมินา การเณน ปุถุวจนมุปปนฺนนฺติ อนุคฺคณฺหาติ. ยทิ เอโกว ชนปโท, กถํ ตตฺถ พหุวจนนฺติ อาห ‘‘รุฬฺหิสทฺเทนา’’ติอาทิ, รุฬฺหิสทฺทตฺตา พหุวจนมุปปนฺนนฺติ วุตฺตํ โหติ. นิสฺสิเตสุ ปยุตฺตสฺส ปุถุวจนสฺส, ปุถุภาวสฺส วา นิสฺสเย อภินิโรปนา อิธ รุฬฺหิ, เตน วุตฺตํ อาจริเยน อิธ เจว อญฺญตฺถ จ มชฺฌิมาคมฏีกาทีสุ ‘‘อกฺขรจินฺตกา หิ อีทิเสสุ ฐาเนสุ ยุตฺเต วิย อีทิสลิงฺควจนานิ อิจฺฉนฺติ, อยเมตฺถ รุฬฺหิ ยถา ‘อญฺญตฺถาปิ กุรูสุ วิหรติ, องฺเคสุ วิหรตี’ติ จา’’ติ. เกจิ ปน โกสลนามาภินิโรปนมิจฺฉนฺติ, อยุตฺตเมตํ ปุถุวจนสฺส อปฺปยุชฺชิตพฺพตฺตา. นามาภินิโรปนาย หิ เอกวจนมฺปิ ภวติ ยถา ‘‘สีโห คายตี’’ติ. ตพฺพิเสสิเตปิ ชนปทสทฺเท ชาติสทฺทตฺตา เอกวจนเมว. เตนาห ‘‘ตสฺมึ โกสเลสุ ชนปเท’’ติ, โกสลนามเก ตสฺมึ ชนปเทติ อตฺโถ. อภูตโต หิ โวหารมตฺตํ รุฬฺหิ, ภูตโตเยว อตฺโถ วินิจฺฉินิตพฺโพ. ยถา หิ –

‘‘สนฺติ ปุตฺตา วิเทหานํ, ทีฆาวุ รฏฺฐวฑฺฒโน;

เต รชฺชํ การยิสฺสนฺติ, มิถิลายํ ปชาปตี’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๒๗๖) อาทีสุ –

ตํปุตฺตสงฺขาตสฺส เอกตฺถสฺส รุฬฺหิวเสน ‘‘ปุตฺตา’’ติ พหุวจนปโยโค, ตถา อิธาปิ ตนฺนิวาสสงฺขาตสฺส เอกตฺถสฺส รุฬฺหิวเสน ‘‘โกสเลสู’’ติ พหุวจนปโยโค โหติ. ยถา จ ‘‘ปาณํ น หญฺเญ, น จ’ทินฺนมาทิเย’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๔๒, ๔๓, ๔๕) ชาติวเสน พหฺวตฺถานเมกวจนปโยโค, ตถา อิธาปิ ชาติวเสน อวยวปฺปเภเทน พหฺวตฺถสฺส ‘‘ชนปเท’’ติ เอกวจนปโยโค โหติ. วุตฺตญฺจ อาจริเยน มชฺฌิมาคมฏีกายํ ‘‘ตพฺพิเสสเนปิ ชนปทสทฺเท ชาติสทฺเท เอกวจนเมว. เตนาห ‘ตสฺมึ องฺเคสุ ชนปเท’ติ’’.

เอวํ รุฬฺหิวเสน พหุมฺหิ วิย วตฺตพฺเพ พหุวจนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ พหฺวตฺถวเสน พหุมฺปิ เอว วตฺตพฺเพ พหุวจนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โปราณา ปนาหู’’ติอาทิมาห. ปน-สทฺโท เจตฺถ วิเสสตฺถโชตโน, เตน ปุถุอตฺถวิสยตาย เอเวตํ ปุถุวจนํ, น รุฬฺหิวเสนาติ วกฺขมานํ วิเสสํ โชเตติ. โส หิ ปเทโส ติโยชนสตปริมาณตาย พหุปฺปเภโทติ, อิมสฺมึ ปน นเย เตสุ โกสเลสุ ชนปเทสูติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. มหาปนาทนฺติ มหาปนาทชาตก (ชา. ๑.๓.๔๐, ๔๑, ๔๒) สุรุจิชาตเกสุ (ชา. ๑.๑๔.๑๐๒ อาทโย) อาคตํ สุรุจิโน นาม วิเทหรญฺโญ ปุตฺตํ มหาปนาทนามกํ ราชกุมารํ. นานานาฏกานีติ ภณฺฑุกณฺฑปณฺฑุกณฺฑปมุขานิ ฉสตสหสฺสานิ นานาวิธนาฏกานิ, กตฺถจิ ปน อาทิสทฺโทปิ ทิฏฺโฐ, โส ชาตกฏฺฐกถายํ น ทิสฺสติ, ยทิ จ ทิสฺสติ, เตน นฏลงฺฆกาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สิตมตฺตมฺปีติ มิหิตมตฺตมฺปิ. ตสฺส กิร ทิพฺพนาฏกานํ อนนฺตรภเวเยว ทิฏฺฐตฺตา มนุสฺสนาฏกานํ นจฺจํ อมนุญฺญํ อโหสิ. นงฺคลานิปิ ฉฑฺเฑตฺวาติ กสิกมฺมปฺปหานวเสน นงฺคลานิ ปหาย, นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ. น หิ เกวลํ กสฺสกา เอว, อถ โข อญฺเญปิ อุภยรฏฺฐวาสิโน มนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน กิจฺจํ ปหาย ตสฺมึ มงฺคลฏฺฐาเน สนฺนิปตึสุ. ตทา กิร มหาปนาทกุมารสฺส ปาสาทมงฺคลํ, ฉตฺตมงฺคลํ, อาวาหมงฺคลนฺติ ตีณิ มงฺคลานิ เอกโต อกํสุ, กาสิวิเทหรฏฺฐวาสิโนปิ ตตฺถ สนฺนิปติตฺวา อติเรกสตฺตวสฺสานิ ฉณมนุภวึสูติ, อธุนา ปน ‘‘นงฺคลาทีนี’’ติ ปาโฐ ทิสฺสติ, โส น โปราณปาโฐ ฏีกายมนุทฺธฏตฺตา.

มหาชนกาเย สนฺนิปติเตติ เกจิ ‘‘ปหํสนวิธึ ทสฺเสตฺวา ราชกุมารํ หาสาเปสฺสามา’’ติ, เกจิ ‘‘ตํ กีฬนํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ เอวํ มหาชนสมูเห สนฺนิปติเต. อตุลมฺพาภิรุหนทารุจิตกปเวสนาทิ นานากีฬาโย ทสฺเสตฺวา. สกฺกเปสิโต กิร ทิพฺพนาฏโก ราชงฺคเณ อากาเส ฐตฺวา อุปฑฺฒภาคํ นาม ทสฺเสติ, เอโกว หตฺโถ, เอโก ปาโท, เอกํ อกฺขิ, เอกา ทาฐา นจฺจติ จลติ, อุปฑฺฒํ ผนฺทติ, เสสํ นิจฺจลมโหสิ, ตํ ทิสฺวา มหาปนาโท โถกํ หสิตมกาสิ, อิมมตฺถํ สนฺธาย ‘‘โส ทิพฺพนาฏกํ ทสฺเสตฺวา หสาเปสี’’ติ วุตฺตํ. สุหชฺชา นาม วิสฺสาสิกา ‘‘สุฏฺฐุ หทยเมเตส’’นฺติ กตฺวา. อาทิสทฺเทน ญาตกปริชนาทีนํ สงฺคโห. ตสฺมาติ ตถา วจนโต. ตํ กุสลนฺติ วจนํ อุปาทายาติ เอตฺถ ‘‘กจฺจิ กุสลํ? อาม กุสล’’นฺติ วจนปฏิวจนวเสน ปวตฺตกุสลวาทิตาย เต มนุสฺสา อาทิโต ‘‘กุสลา’’ติ สมญฺญํ ลภึสุ, เตสํ กุสลานํ อิสฺสราติ ราชกุมารา โกสลา นาม ชาตา, เตสํ นิวาสฏฺฐานตาย ปน ปเทโส โกสลาติ ปุพฺเพ วุตฺตนยเมว. เตนาห ‘‘โส ปเทโส โกสลาติ วุจฺจตี’’ติ. เอวํ มชฺฌิมาคมฏีกายํ อาจริเยเนว วุตฺตํ. ตตฺรายมธิปฺปาโย สิยา – ‘‘โส ปเทโส โกสลาติ วุจฺจตี’’ติ สญฺญีสญฺญา ยถากฺกมํ เอกวจนพหุวจนวเสน วุตฺตตฺตา ปุริมนเย วิย อิธาปิ รุฬฺหิวเสเนว พหุวจนํ โหติ. ราชกุมารานํ นามลาภเหตุมตฺตเญฺหตฺถ วิเสโสติ. อิธ ปน อาจริเยน เอวํ วุตฺตํ โส ปเทโสติ ปเทสสามญฺญโต วุตฺตํ, วจนวิปลฺลาเสน วา, เต ปเทสาติ อตฺโถ. โกสลาติ วุจฺจติ กุสลา เอว โกสลาติ กตฺวา’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๔) ตตฺรายมธิปฺปาโย สิยา – โส ปเทโสติ ชาติสทฺทวเสน, วจนวิปลฺลาเสน วา วุตฺตตฺตา ปุถุอตฺถวิสยตาย เอว พหุวจนํ โหติ. ปเทสสฺส นามลาภเหตุ เหตฺถ วิเสโสติ. ‘‘กุสล’’นฺติ หิ วจนมุปาทาย รุฬฺหินามวเสน วุตฺตนเยน โกสลา ยถา ‘‘เยวาปนกํ, นตุมฺหากวคฺโค’’ติ. อปิจ วจนปฏิวจนวเสน ‘‘กุสล’’นฺติ วทนฺติ เอตฺถาติ โกสลา. วิจิตฺรา หิ ตทฺธิตวุตฺตีติ. กุสลนฺติ จ อาโรคฺยํ ‘‘กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ, กจฺจิ โภโต อนามย’’นฺติอาทีสุ (ชา. ๑.๑๕.๑๔๕; ชา. ๒.๒๐.๑๒๙) วิย, กจฺจิ ตุมฺหากํ อาโรคฺยํ โหตีติ อตฺโถ, เฉกํ วา ‘‘กุสลา นจฺจคีตสฺส, สิกฺขิตา จาตุริตฺถิโย’’ติอาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๙๔) วิย, กจฺจิ เตสํ นาฏกานํ เฉกตา โหตีติ อตฺโถ.

จรณํ จาริกา, จรณํ วา จาโร, โส เอว จาริกา, ตยิทํ มคฺคคมนเมว อิธาธิปฺเปตํ, น จุณฺณิกคมนมตฺตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อทฺธานคมน’’นฺติ วุตฺตํ, ภาวนปุํสกญฺเจตํ, อทฺธานคมนสงฺขาตาย จาริกาย จรมาโนติ วุตฺตํ โหติ, อเภเทปิ วา เภทโวหาเรน วุตฺตํ ยถา ‘‘ทิวาวิหารํ นิสีที’’ติ, (ม. นิ. ๑.๒๕๖) อทฺธานคมนสงฺขาตํ จาริกํ จรมาโน, จรณํ กโรนฺโตติ อตฺโถ. สพฺพตฺถโก หิ กรภูธาตูนมตฺโถติ. ‘‘อทฺธานมคฺค’’นฺติปิ กตฺถจิ ปาโฐ, โส น สุนฺทโร. น หิ จาริกาสทฺโท มคฺควาจโกติ. อิทานิ ตํ วิภาเคน ทสฺเสตฺวา อิธาธิปฺเปตํ นิยเมนฺโต ‘‘จาริกา จ นาเมสา’’ติอาทิมาห. สาวกานมฺปิ รุฬฺหิวเสน จาริกาย สมฺภวโต ตโต วิเสเสติ ‘‘ภควโต’’ติ อิมินา. ตถา หิ มชฺฌิมาคมฏฺฐกถายํ วุตฺตํ ‘‘จาริกํ จรมาโนติ เอตฺถ กิญฺจาปิ อยํ จาริกา นาม มหาชนสงฺคหตฺถํ พุทฺธานํเยว ลพฺภติ, พุทฺเธ อุปาทาย ปน รุฬฺหิสทฺเทน สาวกานมฺปิ วุจฺจติ กิลญฺชาทีหิ กตพีชนีปิ ตาลวณฺฏํ วิยา’’ติ. ทูเรปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺเทน, อปิ-สทฺเทน วา นาติทูเรปีติ สมฺปิณฺฑนํ ตตฺถาปิ จาริกาสมฺภวโต. โพธเนยฺยปุคฺคลนฺติ จตุสจฺจปฏิเวธวเสน โพธนารหปุคฺคลํ. สหสา คมนนฺติ สีฆคมนํ. ‘‘มหากสฺสปสฺส ปจฺจุคฺคมนาทีสู’’ติ วุตฺตเมว สรูปโต ทสฺเสติ ‘‘ภควา หี’’ติอาทินา. ปจฺจุคฺคจฺฉนฺโตติ ปฏิมุขํ คจฺฉนฺโต, ปจฺจุฏฺฐหนฺโตติ อตฺโถ. ‘‘ตถา’’ติ อิมินา ‘‘ตึสโยชน’’นฺติ ปทมนุกฑฺฒติ. ปกฺกุสาติ นาม คนฺธารราชา. มหากปฺปิโน นาม กุกฺกุฏวตีราชา. ธนิโย นาม โกรณฺฑเสฏฺฐิปุตฺโต โคโป.

เอวํ ธมฺมครุตากิตฺตนมุเขน มหากสฺสปปจฺจุคฺคมนาทีนิ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๕๔) เอกเทเสน ทสฺเสตฺวา อิทานิ วนวาสิติสฺสสามเณรสฺส วตฺถุํ วิตฺถาเรตฺวา จาริกํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกทิวส’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. โก ปเนส ติสฺสสามเณโร นาม? สาวตฺถิยํ ธมฺมเสนาปติโน อุปฏฺฐากกุเล ชาโต มหาปุญฺโญ ‘‘ปิณฺฑปาตทายกติสฺโส, กมฺพลทายกติสฺโส’’ติ จ ปุพฺเพ ลทฺธนาโม ปจฺฉา ‘‘วนวาสิติสฺโส’’ติ ปากโฏ ขีณาสวสามเณโร. วิตฺถาโร ธมฺมปเท (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๗๔ วนวาสีติสฺสสามเณรวตฺถุ). อากาสคามีหิ สทฺธึ อากาเสเนว คนฺตุกาโม ภควา ‘‘ฉฬภิญฺญานํ อาโรเจหี’’ติ อโวจ. ตสฺสาติ ติสฺสสามเณรสฺส. ตนฺติ ภควนฺตํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน จีวรํ ปารุปนฺตํ. โน เถโร โน โอรมตฺตโก วตาติ สมฺพนฺโธ, คุเณน ลามกปฺปมาณิโก โน โหตีติ อตฺโถ.

อตฺตโน ปตฺตาสเนติ ภิกฺขูนํ อาสนปริยนฺเต. เตสํ คามิกานํ ทานปฏิสํยุตฺตํ มงฺคลํ วตฺวา. กสฺมา ปน สเทวกสฺส โลกสฺส มคฺคเทสโกปิ สมาโน ภควา เอวมาหาติ โจทนํ โสเธตุํ ‘‘ภควา กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. มคฺคเทสโกติ นิพฺพานมคฺคสฺส, สุคติมคฺคสฺส วา เทสโก.

ตายาติ อรญฺญสญฺญาย. สงฺฆกมฺมวเสน สิชฺฌมานาปิ อุปสมฺปทา สตฺถุ อาณาวเสน สิชฺฌนโต ‘‘พุทฺธทายชฺชํ เต ทสฺสามี’’ติ วุตฺตนฺติ วทนฺติ. อปเร ปน ‘‘อปริปุณฺณวีสติวสฺสสฺเสว ตสฺส อุปสมฺปทํ อนุชานนฺโต สตฺถา ‘พุทฺธทายชฺชํ เต ทสฺสามี’ติ อโวจา’’ติ วทนฺติ. ธมฺมเสนาปตินา อุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตฺวา, ตโตเยเวส ธมฺมเสนาปติโน สทฺธิวิหาริโกติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺโต. ธมฺมปทฏฺฐกถายํ ปน ธมฺมเสนาปติอาทิเถรานํ จตฺตาลีสภิกฺขุสหสฺสปริวารานํ อตฺตโน อตฺตโน ปริวาเรหิ สทฺธึ ปจฺเจกํ คมนํ, ภควโต จ เอกกสฺเสว คมนํ ขุทฺทกภาณกานํ มเตน วุตฺตํ, อิธ, ปน มชฺฌิมาคมฏฺฐกถายญฺจ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๖๕) อญฺญถา คมนํ ทีฆภาณกมชฺฌิมภาณกานํ มเตนาติ ทฏฺฐพฺพํ. อยนฺติ มหากสฺสปาทีนมตฺถาย จาริกา. ยํ ปน อนุคฺคณฺหนฺตสฺส ภควโต คมนํ, อยํ อตุริตจาริกา นามาติ สมฺพนฺโธ.

อิมํ ปน จาริกนฺติ อตุริตจาริกํ. มหามณฺฑลนฺติ มชฺฌิมเทสปริยาปนฺเนเนว พาหิริเมน ปมาเณน ปริจฺฉินฺนตฺตา มหนฺตตรํ มณฺฑลํ. มชฺฌิมมณฺฑลนฺติ อิตเรสํ อุภินฺนํ เวมชฺเฌ ปวตฺตํ มณฺฑลํ. อนฺโตมณฺฑลนฺติ อิตเรหิ ขุทฺทกํ มณฺฑลํ, อิตเรสํ วา อนฺโตคธตฺตา อนฺติมํ มณฺฑลํ, อพฺภนฺตริมํ มณฺฑลนฺติ วุตฺตํ โหติ. กึ ปนิเมสํ ปมาณนฺติ อาห ‘‘กตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ นวโยชนสติกตา มชฺฌิมเทสปริยาปนฺนวเสเนว คเหตพฺพา ตโต ปรํ อตุริตจาริกาย อคมนโต. ตทุตฺตริ หิ ตุริตจาริกาย เอว ตถาคโต คจฺฉติ, น อตุริตจาริกาย. ปวาเรตฺวาว จาริกาจรณํ พุทฺธาจิณฺณนฺติ วุตฺตํ ‘‘มหาปวารณาย ปวาเรตฺวา’’ติอาทิ. ปาฏิปททิวเสติ ปฐมกตฺติกปุณฺณมิยา อนนฺตเร ปาฏิปทวเส. สมนฺตาติ คตคตฏฺฐานสฺส จตูสุ ปสฺเสสุ สมนฺตโต. มหาชนกายสฺส สนฺนิปตนโต ปุริมํ ปุริมํ อาคตา นิมนฺเตตุํ ลภนฺติ. ตถา สนฺนิปตนเมว ทสฺเสตุํ ‘‘อิตเรสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมถวิปสฺสนา ตรุณา โหนฺตีติ เอตฺถ สมถสฺส ตรุณภาโว อุปจารสมาธิวเสน, วิปสฺสนาย ปน สงฺขารปริจฺเฉทญาณํ, กงฺขาวิตรณญาณํ, สมฺมสนญาณํ, มคฺคามคฺคญาณนฺติ จตุนฺนํ ญาณานํ วเสน เวทิตพฺโพ. ตรุณวิปสฺสนาติ หิ เตสํ จตุนฺนํ ญาณานมธิวจนํ. ปวารณาสงฺคหํ ทตฺวาติ อนุมติทานวเสน ทตฺวา. กตฺติกปุณฺณมายนฺติ ปจฺฉิมกตฺติกปุณฺณมิยํ. ‘‘มิคสิรสฺส ปฐมปาฏิปททิวเส’’ติ อิทํ มชฺฌิมเทสโวหารวเสน มิคสิรมาสสฺส ปฐมํ ปาฏิปททิวสํ สนฺธาย วุตฺตํ, เอตรหิ ปวตฺตโวหารวเสน ปน ปจฺฉิมกตฺติกมาสสฺส กาฬปกฺขปาฏิปททิวโส เวทิตพฺโพ.

อญฺเญนปิ การเณนาติ ภิกฺขูนํ สมถวิปสฺสนาตรุณภาวโต อญฺเญนปิ มชฺฌิมมณฺฑเล เวเนยฺยานํ ญาณปริปากาทิการเณน. จตุมาสนฺติ อาสฬฺหีปุณฺณมิยา ปาฏิปทโต ยาว ปจฺฉิมกตฺติกปุณฺณมี, ตาว จตุมาสํ. ‘‘สมนฺตา โยชนสต’’นฺติอาทินา วุตฺตนเยเนว. วสนํ วสฺสํ, วสนกิริยา, วุตฺถํ วสิตํ วสฺสมสฺสาติ วุตฺถวสฺโส, ตสฺส. ตถาคเตน วิเนตพฺพตฺตา ‘‘ภควโต เวเนยฺยสตฺตา’’ติ สามินิทฺเทโส วุตฺโต, กตฺตุนิทฺเทโส วา เอส. เวเนยฺยสตฺตาติ จ จริตานุรูปํ วิเนตพฺพสตฺตา. อินฺทฺริยปริปากํ อาคมยมาโนติ สทฺธาทิอินฺทฺริยานํ วิมุตฺติปริปาจนภาเวน ปริปกฺกํ ปฏิมาเนนฺโต. ผุสฺสมาฆผคฺคุณจิตฺตมาสานํ อญฺญตรมาสสฺส ปฐมทิวเส นิกฺขมนโต มาสนิยโม เอตฺถ น กโตติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘เอกมาสํ วา ทฺวิติจตุมาสํ วา ตตฺเถว วสิตฺวา’’ติ. ตตฺเถวาติ วสฺสูปคมนฏฺฐาเน เอว. ‘‘สตฺตหิ วา’’ติอาทิ ‘‘เอกมาสํ วา’’ติอาทินา ยถากฺกมํ โยเชตพฺพํ – ยทิ อปรมฺปิ เอกมาสํ ตตฺเถว วสติ, สตฺตหิ มาเสหิ จาริกํ ปริโยสาเปติ. ยทิ ทฺวิมาสํ ฉหิ, ยทิ ติมาสํ ปญฺจหิ, ยทิ จตุมาสํ ตตฺเถว วสติ, จตูหิ มาเสหิ จาริกํ ปริโยสาเปตีติ. กสฺมา ปน จาริกาคมนนฺติ อาสงฺกานิวตฺตนตฺถํ ‘‘อิตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อติเรกํ ชราทุพฺพโล พาฬฺหชิณฺโณ. เต กทา ปสฺสิสฺสนฺติ, น ปสฺสิสฺสนฺติ เอว. โลกานุกมฺปกายาติ โลกานุกมฺปกาย เอว. เตน วุตฺตํ ‘‘น จีวราทิเหตู’’ติ.

ชงฺฆวิหารวเสนาติ ชงฺฆาหิ วิจรณวเสน, ชงฺฆาหิ วิจริตฺวา ตตฺถ ตตฺถ กติปาหํ นิวสนวเสน วา. สพฺพิริยาปถสาธารณญฺหิ วิหารวจนํ. สรีรผาสุกตฺถายาติ เอกสฺมึเยว ฐาเน นิพทฺธวาสวเสน อุสฺสนฺนธาตุกสฺส สรีรสฺส วิจรเณน ผาสุภาวตฺถาย. อฏฺฐุปฺปตฺติกาลาภิกงฺขนตฺถายาติ อคฺคิกฺขนฺโธปมสุตฺต (อ. นิ. ๗.๗๒) มฆเทวชาตกาทิ (ชา. ๑.๑.๙) เทสนานํ วิย ธมฺมเทสนาย อภิกงฺขิตพฺพอฏฺฐุปฺปตฺติกาลตฺถาย, อฏฺฐุปฺปตฺติกาลสฺส วา อภิกงฺขนตฺถาย, อฏฺฐุปฺปตฺติกาเล ธมฺมเทสนตฺถายาติ วุตฺตํ โหติ. สิกฺขาปทปญฺญาปนตฺถายาติ สุราปานสิกฺขาปทาทิ (ปาจิ. ๓๒๗, ๓๒๘, ๓๒๙) ปญฺญาปเน วิย สิกฺขาปทานํ ปญฺญาปนตฺถาย. โพธนตฺถายาติ องฺคุลิมาลาทโย (ม. นิ. ๒.๓๔๗) วิย โพธเนยฺยสตฺเต จตุสจฺจโพธนตฺถาย. มหตาติ มหติยา. กญฺจิ, กติปเย วา ปุคฺคเล อุทฺทิสฺส จาริกา นิพทฺธจาริกา. ตทญฺญา สมฺพหุเล อุทฺทิสฺส คามนิคมนครปฏิปาฏิยา จาริกา อนิพทฺธจาริกา. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. ยํ จรตีติ กิริยาปรามสนํ.

‘‘เอสา อิธ อธิปฺเปตา’’ติ วุตฺตเมว วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘ตทา กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทสสหสฺสิโลกธาตุยาติ ชาติกฺเขตฺตภูตํ ทสสหสฺสจกฺกวาฬํ สนฺธาย วุตฺตํ. กสฺมาติ เจ? ตตฺเถว ภพฺพสตฺตานํ สมฺภวโต. ตตฺถ หิ สตฺเต ภพฺเพ ปริปกฺกินฺทฺริเย ปสฺสิตุํ พุทฺธญาณํ อภินีหริตฺวา ฐิโต ภควา ญาณชาลํ ปตฺถรตีติ วุจฺจติ, อิทญฺจ เทวพฺรหฺมานํ วเสน วุตฺตํ. มนุสฺสา ปน อิมสฺมึเยว จกฺกวาเฬ, อิมสฺมึเยว จ สปริวาเร ชมฺพุทีเป โพธเนยฺยา โหนฺติ. โพธเนยฺยพนฺธเวติ โพธเนยฺยสตฺตสงฺขาเต ภควโต พนฺธเว. โคตฺตาทิสมฺพนฺธา วิย หิ สจฺจปฏิเวธสมฺพนฺธา เวเนยฺยา ภควโต พนฺธวา นามาติ. โคจรภาวูปคมนํ สนฺธาย ‘‘สพฺพญฺญุตญฺญาณชาลสฺส อนฺโต ปวิฏฺโฐ’’ติ วุตฺตํ. ภควา กิร มหากรุณาสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา ตโต วุฏฺฐาย ‘‘เย สตฺตา ภพฺพา ปริปกฺกญาณา, เต มยฺหํ ญาณสฺส อุปฏฺฐหนฺตู’’ติ จิตฺตํ อธิฏฺฐาย สมนฺนาหรติ, ตสฺส สหสมนฺนาหารา เอโก วา เทฺว วา สมฺพหุลา วา ตทา วินยูปคา เวเนยฺยา ญาณสฺส อาปาถมาคจฺฉนฺติ, อยเมตฺถ พุทฺธานุภาโว. เอวมาปาถคตานํ ปน เนสํ อุปนิสฺสยํ ปุพฺพจริยํ, ปุพฺพเหตุํ, สมฺปติ วตฺตมานญฺจ ปฏิปตฺตึ โอโลเกติ. เวเนยฺยสตฺตปริคฺคณฺหนตฺถญฺหิ สมนฺนาหาเร กเต ปฐมํ เนสํ เวเนยฺยภาเวน อุปฏฺฐานํ โหติ, อถ ‘‘กึ นุ โข ภวิสฺสตี’’ติ สรณคมนาทิวเสน กญฺจิ นิปฺผตฺตึ วีมํสมาโน ปุพฺพูปนิสฺสยาทีนิ โอโลเกติ. เตนาห ‘‘อถ ภควา’’ติอาทิ. โสติ อมฺพฏฺโฐ. วาทปฏิวาทํ กตฺวาติ ‘‘เอวํ นุ เต อมฺพฏฺฐา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๖๒) มยา วุตฺตวจนสฺส ‘‘เย จ โข เต โภ โคตม มุณฺฑกา สมณกา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๖๓) ปฏิวจนํ ทตฺวา, อสพฺภิวากฺยนฺติ อสปฺปุริสวาจํ, ติกฺขตฺตุํ อิพฺภวาทนิปาตนวเสน นานปฺปการํ สาธุสภาวาย วาจาย วตฺตุมยุตฺตํ วากฺยํ วกฺขตีติ วุตฺตํ โหติ. นิพฺพิเสวนนฺติ วิคตตุทนํ, มานทปฺปวเสน อปคตปรินิปฺผนฺทนนฺติ อตฺโถ.

อวสริตพฺพนฺติ อุปคนฺตพฺพํ. ตสฺส คามสฺส อิทํ นามมตฺตํ, กิเมตฺถ อตฺถปริเยสนายาติ วุตฺตํ ‘‘อิชฺฌานงฺคลนฺติปิ ปาโฐ’’ติ. ‘‘เยน ทิสาภาเคนา’’ติ กรณนิทฺเทสานุรูปํ กรณตฺเถ อุปโยควจนนฺติ ทสฺเสติ ‘‘เตน อวสรี’’ติ อิมินา. ‘‘ยสฺมึ ปเทเส’’ติ ปน ภุมฺมนิทฺเทสานุรูปํ ‘‘ตํ วา อวสรี’’ติ วุตฺตํ. ตทุภยเมวตฺถํ วิวรติ ‘‘เตน ทิสาภาเคนา’’ติอาทินา. คโตติ อุปคโต, อคมาสีติ อตฺโถ. ปุน คโตติ สมฺปตฺโต, สมฺปาปุณีติ อตฺโถ. ‘‘อิจฺฉานงฺคเล’’ติ อิทํ ตทา ภควโต โคจรคามนิทสฺสนํ, สมีปตฺเถ เจตํ ภุมฺมํ. ‘‘อิจฺฉานงฺคลวนสณฺเฑ’’ติ อิทํ ปน นิวาสฏฺฐานทสฺสนํ, นิปฺปริยายโต อธิกรเณ เจตํ ภุมฺมนฺติ ตทุภยมฺปิ ปทํ วิเสสตฺถทสฺสเนน วิวรนฺโต ‘‘อิจฺฉานงฺคลํ อุปนิสฺสายา’’ติอาทิมาห. ‘‘สีลขนฺธาวาร’’นฺติอาทิ วุตฺตนเยน เวเนยฺยหิตสมเปกฺขนวเสเนว ภควโต วิหารทสฺสนํ. ตตฺถ ธมฺมราชสฺส ภควโต สพฺพโส อธมฺมนิคฺคณฺหนปรา เอว ปฏิปตฺติ, สา จ สีลสมาธิปญฺญาวเสนาติ สีลาทิตฺตยสฺเสว คหณํ. สีลขนฺธาวารนฺติ จกฺกวตฺติรญฺโญ ทารุอิฏฺฐกาทิกตํ ขนฺธาวารสทิสํ สีลสงฺขาตํ ขนฺธาวารํ พนฺธิตฺวา วิหรตีติ สมฺพนฺโธ. ทารุกฺขนฺธาทีหิ อาสมนฺตโต วรนฺติ ปริกฺขิปนฺติ เอตฺถาติ หิ ขนฺธาวาโร อ-การสฺส ทีฆํ กตฺวา, ราชูนํ อจิรนิวาสฏฺฐานํ. ตตฺถ ปน ภควโต อจิรนิวสนกิริยาสมฺพนฺธมตฺเตน ภยนิวารณฏฺเฐน ตํสทิสตาย สีลมฺปิ ตถา วุจฺจติ. สมาธิโกนฺตนฺติ สมฺมาสมาธิสงฺขาตํ มงฺคลสตฺตึ. สพฺพญฺญุตญฺญาณปทนฺติ สพฺพญฺญุตญฺญาณสงฺขาตํ ชยมนฺตปทํ. ปริวตฺตยมาโนติ ปริชปฺปมาโน. ‘‘สพฺพญฺญุตญฺญาณสร’’นฺติปิ ปาโฐ, สพฺพญฺญุตญฺญาณวชิรคฺคสรํ อปราปรํ สมฺปริวตฺตมาโนติ อตฺโถ. ยถาภิรุจิเตน วิหาเรนาติ สพฺพวิหารสาธารณทสฺสนํ, ทิพฺพวิหาราทีสุ เยน เยน อตฺตนา อภิรุจิเตน วิหาเรน วิหรตีติ อตฺโถ.

โปกฺขรสาติวตฺถุวณฺณนา

๒๕๕. มนฺเตติ อิรุเวทาทิมนฺตสตฺเถ. อิรุเวทาทโย หิ คุตฺตภาสิตพฺพฏฺเฐน ‘‘มนฺตา’’ติ วุจฺจนฺติ. อณ-สทฺโท สทฺเทติ อาห ‘‘สชฺฌายตี’’ติ. โลกิยา ปน วทนฺติ ‘‘พฺรหฺมุโน อปจฺจํ พฺราหฺมโณ, นาคโม, ณตฺตํ, ทีฆาที’’ติ. กสฺมา อยเมว วจนตฺโถ วุตฺโตติ อาห ‘‘อิทเมวา’’ติอาทิ. อถ เกสํ อิตโร วจนตฺโถติ โจทนมปเนติ ‘‘อริยา ปนา’’ติอาทินา. อถ วา ยํ โลกิยา วทนฺติ ‘‘พฺรหฺมุนา ชาโต พฺราหฺมโณ’’ติอาทินิรุตฺตึ, ตํ ปฏิกฺขิปิตุํ เอวํ วุตฺตํ. ‘‘อิทเมวา’’ติ หิ อวธารเณน ตํ ปฏิกฺขิปติ. ‘‘ชาติพฺราหฺมณาน’’นฺติ ปน อิมินา สทฺทนฺตเรน ทสฺสิเตสุ ชาติพฺราหฺมณวิสุทฺธิพฺราหฺมณวเสน ทุวิเธสุ พฺราหฺมเณสุ วิสุทฺธิพฺราหฺมณานํ นิรุตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘อริยา ปนา’’ติอาทิมาห. พหนฺติ ปาเป พหิ กโรนฺตีติ หิ อริยา พฺราหฺมณา นิรุตฺตินเยน. ‘‘ตสฺส กิร กาโย เสตโปกฺขรสทิโส’’ติ อิทเมวสฺส นามลาภเหตุทสฺสนํ, เสสํ ปน ตปฺปสงฺเคน ยถาวิชฺชมานวิเสสทสฺสนเมว. เตนาห ‘‘อิติ นํ โปกฺขรสทิสตฺตา โปกฺขรสาตีติ สญฺชานนฺตี’’ติ. โปกฺขเรน สทิโส กาโย ยสฺสาติ หิ โปกฺขรสาตี นิรุตฺตินเยน. สาตสทฺโท วา สทิสตฺโถ, โปกฺขเรน สาโต สทิโส กาโย ตถา, โส ยสฺสาติ โปกฺขรสาตี. เสตโปกฺขรสทิโสติ เสตปทุมวณฺโณ. เทวนคเรติ อาลกมนฺทาทิเทวปุเร. อุสฺสาปิตรชตโตรณนฺติ คมฺภีรเนมนิขาตํ อจฺจุคฺคตํ รชตมยํ อินฺทขีลํ. กาฬเมฆราชีติ กทาจิ ทิสฺสมานา กาฬอพฺภเลขา. รชตปนาฬิกาติ รชตมยตุมฺพํ. สุวฏฺฏิตาติ วฏฺฏภาวสฺส ยุตฺตฏฺฐาเน สุฏฺฐุ วฏฺฏุลา. กาฬวงฺคติลกาทีนมภาเวน สุปริสุทฺธา.‘‘อราชเก’’ติอาทินาปิ โสภคฺคปฺปตฺตภาวเมว นิทสฺเสติ.

อิทานิ อปรมฺปิ ตสฺส นามลาภเหตุํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จ ‘‘หิมวนฺตปเทเส มหาสเร ปทุมคพฺเภ นิพฺพตฺตี’’ติ อิทเมวสฺส นามลาภเหตุทสฺสนํ. เสสํ ปน ตปฺปสงฺเคน ตถาปวตฺตาการทสฺสนเมว. เตนาห ‘‘อิติ นํ โปกฺขเร สยิตตฺตา โปกฺขรสาตีติ สญฺชานนฺตี’’ติ. โปกฺขเร กมเล สยตีติ หิ โปกฺขรสาตี, สาตํ วา วุจฺจติ สมสณฺฐานํ, โปกฺขเร ชาตํ สมสณฺฐานํ ตถา, ตมสฺสตฺถีติปิ โปกฺขรสาตี. ยํ ปน อาจริเยน วุตฺตํ ‘‘อิมสฺส พฺราหฺมณสฺส กีทิโส ปุพฺพโยโค, เยน นํ ภควา อนุคฺคณฺหิตุํ ตํ ฐานํ อุปคโตติ อาหา’’ติ, (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๕) ตเทตํ ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิวจนํ เอกเทสเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘โส ตโต มนุสฺสโลก’’นฺติอาทิวจนโต เทวโลเก นิพฺพตฺตีติ เอตฺถ อปราปรํ นิพฺพตฺติ เอว วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถารูเปน กมฺเมน นิพฺพตฺติเมว สนฺธาย ‘‘มาตุกุจฺฉิวาสํ ชิคุจฺฉิตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ปทุมคพฺเภ นิพฺพตฺตี’’ติ อิมินา สํเสทโชเยว หุตฺวา นิพฺพตฺตีติ ทสฺเสติ. น ปุปฺผตีติ น วิกสติ. เตนาติ ตาปเสน. นาฬโตติ ปุปฺผทณฺฑโต. สุวณฺณจุณฺเณหิ ปิญฺชรํ เหมวณฺโณ ยสฺสาติ สุวณฺณจุณฺณปิญฺชโร, ตํ, สุวณฺณจุณฺเณหิ วิกิณฺณภาเวน เหมวณฺณนฺติ อตฺโถ. ปิญฺชรสทฺโท หิ เหมวณฺณปริยาโยติ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ๑.๒๒) วุตฺตํ. เอส นโย ปทุมเรณุปิญฺชรนฺติ เอตฺถาปิ. รชตพิมฺพกนฺติ รูปิยมยรูปกํ. ปฏิชคฺคามีติ โปเสมิ. ปารนฺติ ปริโยสานํ, นิปฺผตฺติ วา วุจฺจติ นทีสมุทฺทาทีนํ ปริโยสานภูตํ ปารํ วิยาติ กตฺวา. ปฏิสนฺธิปญฺญาสงฺขาเตน สภาวญาเณน ปณฺฑิโต. อิติ กตฺตพฺเพสุ, เวเทสุ วา วิสารทปญฺญาสงฺขาเตน เวยฺยตฺติเยน พฺยตฺโต. อคฺคพฺราหฺมโณติ ทิสาปาโมกฺขพฺราหฺมโณ. สิปฺปนฺติ เวทสิปฺปํ ตสฺเสว ปกรณาธิคตตฺตา. พฺรหฺมเทยฺยํ อทาสีติ วกฺขมานนเยน พฺรหฺมเทยฺยํ กตฺวา อทาสิ.

‘‘อชฺฌาวสตี’’ติ เอตฺถ อธิ-สทฺโท, อา-สทฺโท จ อุปสคฺคมตฺตํ, ตโต ‘‘อุกฺกฏฺฐ’’นฺติ อิทํ อชฺฌาปุพฺพวสโยเค ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ. อธิ-สทฺโท วา อิสฺสริยตฺโถ, อา-สทฺโท มริยาทตฺโถ ตโต ‘‘อุกฺกฏฺฐ’’นฺติ อิทํ กมฺมปฺปวจนียโยเค ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนนฺติ ทสฺเสติ ‘‘อุกฺกฏฺฐนามเก’’ติอาทินา. ตเทวตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ตสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ตสฺส นครสฺส สามิโก หุตฺวา’’ติ หิ ‘‘อภิภวิตฺวา’’ติ เอตสฺสตฺถวิวรณํ, เตเนตํ ทีเปติ ‘‘สามิภาโว อภิภวน’’นฺติ. ‘‘ยาย มริยาทายา’’ติอาทิ ปน อา-สทฺทสฺสตฺถวิวรณํ, เตเนตํ ทีเปติ ‘‘อาสทฺโท มริยาทตฺโถ, มริยาทา จ นาม ยาย ตตฺถ วสิตพฺพํ, สาเยว อปราธีนตา’’ติ. ยาย มริยาทายาติ หิ ยาย อปราธีนตาสงฺขาตาย อนญฺญสาธารณาย อวตฺถายาติ อตฺโถ. ‘‘อุปสคฺควเสนา’’ติอาทิ ปน ‘‘อุกฺกฏฺฐนามเก’’ติ เอตสฺสตฺถวิวรณํ, เตเนตํ ทีเปติ ‘‘สติปิ ภุมฺมวจนปฺปสงฺเค ธาตฺวตฺถานุวตฺตกวิเสสกภูเตหิ ทุวิเธหิปิ อุปสคฺเคหิ ยุตฺตตฺตา อุปโยควจนเมเวตฺถ วิหิต’’นฺติ. ‘‘ตสฺส กิรา’’ติอาทิ ปน อตฺถานุคตสมญฺญาปริทีปนํ. วตฺถุ นาม นครมาปนารหภูมิปฺปเทโส ‘‘อารามวตฺถุ, วิหารวตฺถู’’ติอาทีสุ วิย.

อุกฺกาติ ทณฺฑทีปิกา. อคฺคเหสุนฺติ ‘‘อชฺช มงฺคลทิวโส, ตสฺมา สุนกฺขตฺตํ, ตตฺถาปิ อยํ สุขโณ มา อติกฺกมี’’ติ รตฺติวิภายนํ อนุรกฺขนฺตา, รตฺติยํ อาโลกกรณตฺถาย อุกฺกา ฐเปตฺวา อุกฺกาสุ ชลมานาสุ นครสฺส วตฺถุํ อคฺคเหสุํ, เตเนตํ ทีเปติ – อุกฺกาสุ ฐิตาติ อุกฺกฏฺฐา. มูลวิภุชาทิ อากติคณปกฺเขเปน, นิรุตฺตินเยน วา อุกฺกาสุ วิชฺโชตยนฺตีสุ ฐิตาติ อุกฺกฏฺฐา, ตถา อุกฺกาสุ ฐิตาสุ ฐิตา อาสีติปิ อุกฺกฏฺฐาติ. มชฺฌิมาคมฏฺฐกถายํ ปน เอวํ วุตฺตํ ‘‘ตญฺจ นครํ ‘มงฺคลทิวโส สุขโณ, สุนกฺขตฺตํ มา อติกฺกมี’ติ รตฺติมฺปิ อุกฺกาสุ ฐิตาสุ มาปิตตฺตา อุกฺกฏฺฐาติปิ วุจฺจติ, ทณฺฑทีปิกาสุ ชาเลตฺวา ธาริยมานาสุ มาปิตตฺตาติ วุตฺตํ โหตี’’ติ, (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.มูลปริยายสุตฺตวณฺณนา) ตทปิมินา สํสนฺทติ เจว สเมติ จ นครวตฺถุปริคฺคหสฺสปิ นครมาปนปริยาปนฺนตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. อปเร ปน ภณนฺติ ‘‘ภูมิภาคสมฺปตฺติยา, อุปกรณสมฺปตฺติยา, มนุสฺสสมฺปตฺติยา จ ตํ นครํ อุกฺกฏฺฐคุณโยคโต อุกฺกฏฺฐาติ นามํ ลภตี’’ติ. โลกิยา ปน วทนฺติ ‘‘อุกฺกา ธารียติ เอตสฺส มาปิตกาเลติ อุกฺกฏฺฐา, วณฺณวิกาโรย’’นฺติ, อิตฺถิลิงฺควเสน จายํ สมญฺญา, เตเนวิธ ปโยโค ทิสฺสติ ‘‘ยถา จ ภวํ โคตโม อุกฺกฏฺฐาย อญฺญานิ อุปาสกกุลานิ อุปสงฺกมตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๙๙) มูลปริยายสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑) จ ‘‘เอกํ สมยํ ภควา อุกฺกฏฺฐายํ วิหรติ สุภควเน สาลราชมูเล’’ติอาทิ. เอวเมตฺถ โหตุ อุปสคฺควเสน อุปโยควจนํ, กถํ ปเนตํ เสสปเทสุ สิยาติ อนุโยเคนาห ‘‘ตสฺส อนุปโยคตฺตา เสสปเทสู’’ติ. ตตฺถ ตสฺสาติ อุปสคฺควเสน อุปโยคสญฺญุตฺตสฺส ‘‘อุกฺกฏฺฐ’’นฺติ ปทสฺส. อนุปโยคตฺตาติ วิเสสนภาเวน อนุปยุตฺตตฺตา. เสสปเทสูติ ‘‘สตฺตุสฺสท’’นฺติอาทีสุ สตฺตสุ ปเทสุ.

กึ นุ ขฺวายํ สทฺทปโยโค สทฺทลกฺขณานุคโตติ โจทนมปเนติ ‘‘ตตฺถ…เป… ปริเยสิตพฺพ’’นฺติ อิมินา. ตตฺถาติ อุปสคฺควเสน, อนุปโยควเสน จ อุปโยควจนนฺติ วุตฺเต ทุพฺพิเธปิ วิธาเน. ลกฺขณนฺติ คหณูปายญายภูตํ สทฺทลกฺขณํ, สุตฺตํ วา. ปริเยสิตพฺพนฺติ สทฺทสตฺเถสุ วิชฺชมานตฺตา ญาเณน คเวสิตพฺพํ, คเหตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอเตน หิ สทฺทลกฺขณานุคโตวายํ สทฺทปโยโคติ ทสฺเสติ, สทฺทวิทู จ อิจฺฉนฺติ ‘‘อุปอนุอธิอาอิจฺจาทิปุพฺพวสโยเค สตฺตมิยตฺเถ อุปโยควจนํ ปาปุณาติ, วิเสสิตพฺพปเท จ ยถาวิธิมนุปโยโค วิเสสนปทานํ สมานาธิกรณภูตาน’’นฺติ. ตตฺร ยทา อธิ-สทฺโท, อา-สทฺโท จ อุปสคฺคมตฺตํ, ตทา ‘‘ตติยาสตฺตมีนญฺจา’’ติ ลกฺขเณน อชฺฌาปุพฺพวสโยเค อุปโยควจนํ. ตถา หิ วทนฺติ ‘‘สตฺตมิยตฺเถ กาลทิสาสุ อุปานฺวชฺฌาวสโยเค, อธิปุพฺพสิฐาวสานํ ปโยเค, ตปฺปานจาเรสุ จ ทุติยา. กาเล ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา, เอกํ สมยํ ภควา, กญฺจิ กาลํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย, อิมํ รตฺตึ จตฺตาโร มหาราชาโน. ทิสายํ ปุริมํ ทิสํ ธตรฏฺโฐ. อุปาทิปุพฺพวสโยเค คามํ อุปวสติ, คามํ อนุวสติ, คามํ อาวสติ, อคารํ อชฺฌาวสติ, อธิปุพฺพสิฐาวสานํ ปโยเค ปถวึ อธิเสสฺสติ, คามํ อธิติฏฺฐติ, คามํ อชฺฌาวสติ. ตปฺปานจาเรสุ นทึ ปิวติ, คามํ จรติ อิจฺจาทีติ.

ยทา ปน อธิ-สทฺโท อิสฺสริยตฺโถ, อา-สทฺโท จ มริยาทตฺโถ, ตทา ‘‘กมฺมปฺปวจนียยุตฺเต’’ติ ลกฺขเณน กมฺมปฺปวจนียโยเค อุปโยควจนํ. ตถา หิ วทนฺติ ‘‘อนุอาทโย อุปสคฺคา, ธีอาทโย นิปาตา จ กมฺมปฺปวจนียสญฺญา โหนฺติ กิริยาสงฺขาตํ กมฺมํ ปวจนียํ เยสํ เต กมฺมปฺปวจนียา’’ติ. เสสปทานํ ปน ยถาวิธิมนุปโยเค กตเรน ลกฺขเณน อุปโยควจนนฺติ? ยถาวุตฺตลกฺขเณเนว. ยชฺเชวํ เตสมฺปิ อาธารภาวโต นานาธารตา สิยาติ? น, พหูนมฺปิ ปทานํ นครวเสน เอกตฺถภาวโต. สกตฺถมตฺตญฺหิ เตสํ นานากรณนฺติ. อญฺเญ ปน สทฺทวิทู เอวมิจฺฉนฺติ ‘‘สมานาธิกรณปทานํ ปจฺเจกํ กิริยาสมฺพนฺธเนน วิเสสิตพฺพปเทน สมานวจนตา ยถา ‘กฏํ กโรติ, วิปุลํ, ทสฺสนีย’นฺติ เอตฺถ ‘กฏํ กโรติ, วิปุลํ กโรติ, ทสฺสนียํ กโรตี’ติ ปจฺเจกํ กิริยาสมฺพนฺธเนน กมฺมตฺเถเยว ทุติยา’’ติ, ตเทตํ วิจาเรตพฺพํ วิเสสนปทานํ สมานาธิกรณานํ กิริยาสมฺพชฺฌนาภาวโต. ยทา หิ กิริยาสมฺพชฺฌนํ, ตทา วิเสสนเมว น โหตีติ.

อุสฺสทตา นาเมตฺถ พหุลตาติ วุตฺตํ ‘‘พหุชน’’นฺติ. ตํ ปน พหุลตํ ทสฺเสติ ‘‘อากิณฺณมนุสฺส’’นฺติอาทินา. อรญฺญาทีสุ คเหตฺวา โปเสตพฺพา โปสาวนิยา, เอเตน เตสํ ธมฺมภาวํ ทสฺเสติ. อาวิชฺฌิตฺวาติ ปริกฺขิปิตฺวา. ขณิตฺวา กตา โปกฺขรณี, อาพนฺธิตฺวา กตํ ตฬากํ. อจฺฉินฺนูทกฏฺฐาเนเยว ชลชกุสุมานิ ชาตานีติ วุตฺตํ ‘‘อุทกสฺส นิจฺจภริตาเนวา’’ติ. อุทกสฺสาติ จ ปูรณกิริยาโยเค กรณตฺเถ สามิวจนํ ‘‘มหนฺเต มหนฺเต สาณิปสิพฺพเก การาเปตฺวา หิรญฺญสุวณฺณสฺส ปูราเปตฺวา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๓๔) วิย. สห ธญฺเญนาติ สธญฺญนฺติ นครสทฺทาเปกฺขาย นปุํสกลิงฺเคน วุตฺตํ, ยถาวากฺยํ วา อุปโยควจเนน. เอวํ สพฺพตฺถ. ปุพฺพณฺณาปรณฺณาทิเภทํ พหุธญฺญสนฺนิจยนฺติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ตทุภยวินิมุตฺตํ อลาพุกุมฺภณฺฑาทิสูเปยฺยํ สงฺคณฺหาติ. เตนายมตฺโถ วิญฺญายติ – นยิธ ธญฺญสทฺโท สาลิอาทิธญฺญวิเสสวาจโก, โปสเน สาธุตฺตมตฺเตน ปน นิรวเสสปุพฺพณฺณาปรณฺณสูเปยฺยวาจโก, วิรูเปกเสสวเสน วา ปยุตฺโตติ. เอตฺตาวตาติ ยถาวุตฺตปทตฺตเยน. ราชลีลายาติ ราชูนํ วิลาเสน. สมิทฺธิยา อุปโภคปริโภคสมฺปุณฺณภาเวน สมฺปตฺติ สมิทฺธิสมฺปตฺติ.

‘‘ราชโภคฺค’’นฺติ วุตฺเต ‘‘เกน ทินฺน’’นฺติ อวสฺสํ ปุจฺฉิตพฺพโต เอวํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ ‘‘เกนา’’ติอาทินา. รญฺญา วิย ภุญฺชิตพฺพนฺติ วา ราชโภคฺคนฺติ อฏฺฐกถาโต อปโร นโย. ยาว ปุตฺตนตฺตปนตฺตปรมฺปรา กุลสนฺตกภาเวน ราชโต ลทฺธตฺตา ‘‘รญฺโญ ทายภูต’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘ธมฺมทายาทา เม ภิกฺขเว ภวถา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๙) วิย จ ทายสทฺโท ทายชฺชปริยาโยติ อาห ‘‘ทายชฺชนฺติ อตฺโถ’’ติ. กถํ ทินฺนตฺตา พฺรหฺมเทยฺยํ นามาติ โจทนํ ปริหรติ ‘‘ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา’’ติอาทินา. ราชนีหาเรน ปริภุญฺชิตพฺพโต หิ อุทฺธํ ปริโภคลาภสฺส พฺรหฺมเทยฺยตา นาม นตฺถิ, อิทญฺจ ตถา ทินฺนเมว, ตสฺมา พฺรหฺมเทยฺยํ นามาติ วุตฺตํ โหติ. เฉชฺชเภชฺชนฺติ สรีรทณฺฑธนทณฺฑาทิเภทํ ทณฺฑมาห. นทีติตฺถปพฺพตาทีสูติ นทีติตฺถปพฺพตปาทคามทฺวารอฏวิมุขาทีสุ. เสตจฺฉตฺตคฺคหเณน เสสราชกกุธภณฺฑมฺปิ คหิตํ ตปฺปมุขตฺตาติ เวทิตพฺพํ. ‘‘รญฺญา ภุญฺชิตพฺพ’’นฺเตฺวว วุตฺเต อิธาธิปฺเปตตฺโถ น ปากโฏติ หุตฺวา-สทฺทคฺคหณํ กตํ. ตญฺหิ โส ราชกุลโต อสมุทาคโตปิ ราชา หุตฺวา ภุญฺชิตุํ ลภตีติ อยมิธาธิปฺเปโต อตฺโถ. ทาตพฺพนฺติ ทายํ, ‘‘ราชทาย’’นฺติ อิมินาว รญฺญา ทินฺนภาเว สิทฺเธ ‘‘รญฺญา ปเสนทินา โกสเลน ทินฺน’’นฺติ ปุน จ วจนํ กิมตฺถิยนฺติ อาห ‘‘ทายกราชทีปนตฺถ’’นฺติอาทิ. อสุเกน รญฺญา ทินฺนนฺติ ทายกราชสฺส อทีปิตตฺตา เอวํ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. เอตฺถ จ ปฐมนเย ‘‘ราชโภคฺค’’นฺติ ปเท ปุจฺฉาสมฺภวโต อิทํ วุตฺตํ, ทุติยนเย ปน ‘‘ราชทาย’’นฺติ ปเทติ อยมฺปิ วิเสโส ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺถ อติพหุลตาย ปุรโต ฐปโนกาสาภาวโต ปสฺเสนปิ โอทนสูปพฺยญฺชนาทิ ทียติ เอตสฺสาติ ปเสนทิ, อลุตฺตสมาสวเสน. โส หิ ราชา ตณฺฑุลโทณสฺส โอทนมฺปิ ตทุปิเยน สูปพฺยญฺชเนน ภุญฺชติ. ตถา หิ นํ ภุตฺตปาตราสกาเล สตฺถุ สนฺติกมาคนฺตฺวา อิโต จิโต จ สมฺปริวตฺตนฺตํ นิทฺทาย อภิภุยฺยมานํ อุชุกํ นิสีทิตุมสกฺโกนฺตํ ภควา –

‘‘มิทฺธี ยทา โหติ มหคฺฆโส จ,

นิทฺทายิตา สมฺปริวตฺตสายี;

มหาวราโหว นิวาปวุฏฺโฐ,

ปุนปฺปุนํ คพฺภมุเปติ มนฺโท’’ติ. (ธ. ป. ๓๒๕; เนตฺติ. ๒๖, ๙๐);

อิมาย คาถาย โอวทิ. ภาคิเนยฺยญฺจ โส สุทสฺสนํ นาม มาณวํ –

‘‘มนุชสฺส สทา สตีมโต,

มตฺตํ ชานโต ลทฺธโภชเน;

ตนุกสฺส ภวนฺติ เวทนา,

สณิกํ ชีรติ อายุปาลย’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๒๔) –

อิมํ คาถํ ภควโต สนฺติเก อุคฺคหาเปตฺวา อตฺตโน ภุญฺชนฺตสฺส โอสานปิณฺฑกาเล เทวสิกํ ภณาเปติ, โส อปเรน สมเยน ตสฺสา คาถาย อตฺถํ สลฺลกฺเขตฺวา ปุนปฺปุนํ โอสานปิณฺฑปริหรเณน นาฬิโกทนมตฺตาย สณฺฐหิตฺวา ตนุสรีโร พลวา สุขปฺปตฺโต อโหสีติ. อุทานฏฺฐกถายํ (อุทา. อฏฺฐ. ๑๒) ปน เอวํ วุตฺตํ ‘‘ปจฺจามิตฺตํ ปรเสนํ ชินาตีติ ปเสนที’’ติ. สทฺทวิทูปิ หิ ช-การสฺส ท-กาเร อิทมุทาหรนฺติ. โส หิ อตฺตโน ภาคิเนยฺยํ อชาตสตฺตุราชานํ, ปญฺจโจรสตาทีนิ จ อวรุทฺธกานิ ชินาตีติ. โกสลรฏฺฐสฺสาธิปติภาวโต โกสโล, ตสฺมา โกสลาธิปตินา ปเสนทิ นามเกน รญฺญา ทินฺนนฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. นิสฺสฏฺฐปริจฺจตฺตตาสงฺขาเตน ปุน อคฺคเหตพฺพภาเวเนว ทินฺนตฺตา อิธ พฺรหฺมเทยฺยํ นาม, น ตุ ปุริมนเย วิย ราชสงฺเขเปน ปริภุญฺชิตพฺพภาเวน ทินฺนตฺตาติ อาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ. นิสฺสฏฺฐํ หุตฺวา, นิสฺสฏฺฐภาเวน วา ปริจฺจตฺตํ นิสฺสฏฺฐปริจฺจตฺตํ, มุตฺตจาควเสน จชิตนฺติ อตฺโถ.

สวนํ อุปลพฺโภติ ทสฺเสติ ‘‘อุปลภี’’ติ อิมินา, โส จายมุปลพฺโภ สวนวเสเนว ชานนนฺติ วุตฺตํ ‘‘โสตทฺวารสมฺปตฺตวจนนิคฺโฆสานุสาเรน อญฺญาสี’’ติ. โสตทฺวารานุสารวิญฺญาณวีถิวเสน ชานนเมว หิ อิธ สวนํ เตเนว ‘‘สมโณ ขลุ โภ โคตโม’’ติอาทินา วุตฺตสฺสตฺถสฺส อธิคตตฺตา, น ปน โสตทฺวารวีถิวเสน สุตมตฺตํ เตน ตทตฺถสฺส อนธิคตตฺตา. อวธารณผลตฺตา สทฺทปโยคสฺส สพฺพมฺปิ วากฺยํ อนฺโตคธาวธารณํ. ตสฺมา ตทตฺถโชตกสทฺเทน วินาปิ อญฺญตฺถาโปหนวเสน อสฺโสสิ เอว, นาสฺส โกจิ สวนนฺตราโย อโหสีติ อยมตฺโถ วิญฺญายตีติ อาห ‘‘ปทปูรณมตฺเต นิปาโต’’ติ, อนฺโตคธาวธารเณปิ จ สพฺพสฺมึ วาเกฺย นีตตฺถโต อวธารณตฺถํ โข-สทฺทคฺคหณํ ‘‘เอวา’’ติ สามตฺถิยา สาติสยํ เอตทตฺถสฺส วิญฺญายมานตฺตาติ ปฐมวิกปฺโป วุตฺโต, นีตตฺถโต อวธารเณน โก อตฺโถ เอกนฺติโก กโต, อวธาริโต จาติ วุตฺตํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. อถ ปทปูรณมตฺเตน โข-สทฺเทน กึ ปโยชนนฺติ โจทนมปเนติ ‘‘ปทปูรเณนา’’ติอาทินา, อกฺขรสมูหปทสฺส, ปทสมูหวากฺยสฺส จ สิลิฏฺฐตาปโยชนมตฺตเมวาติ อตฺโถ. ‘‘อสฺโสสี’’ติ หิทํ ปทํ โข-สทฺเท คหิเต เตน ผุลฺลิตํ มณฺฑิตํ วิภูสิตํ วิย โหนฺตํ ปูริตํ นาม โหติ, เตน จ ปุริมปจฺฉิมปทานิ สุขุจฺจารณวเสน สิลิฏฺฐานิ โหนฺติ, น ตสฺมึ อคฺคหิเต, ตสฺมา ปทปูรณมตฺตมฺปิ ปทพฺยญฺชนสิลิฏฺฐตาปโยชนนฺติ วุตฺตํ โหติ. มตฺตสทฺโท เจตฺถ วิเสสนิวตฺติอตฺโถ, เตนสฺส อนตฺถนฺตรทีปนตา ทสฺสิตา, เอว-สทฺเทน ปน ปทพฺยญฺชนสิลิฏฺฐตาย เอกนฺติกตา.

‘‘สมโณ ขลู’’ติอาทิ ยถาสุตตฺถนิทสฺสนนฺติ ทสฺเสติ ‘‘อิทานี’’ติอาทินา. สมิตปาปตฺตาติ เอตฺถ อจฺจนฺตํ อนวเสสโต สวาสนํ สมิตปาปตฺตาติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. เอวญฺหิ พาหิรกวีตราคเสกฺขาเสกฺขปาปสมนโต ภควโต ปาปสมนํ ยถารหํ วิเสสิตํ โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ภควา จ อนุตฺตเรน อริยมคฺเคน สมิตปาโป’’ติ. ตเทวตฺถํ นิทฺเทสปาเฐน สาเธตุํ ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิมาห. อสฺสาติ อเนน ภิกฺขุนา, ภควตา วา. สมิตาติ สมาปิตา, สมภาวํ วา อาปาทยิตา, อสฺส วา สมฺปทานภูตสฺส สนฺตา โหนฺตีติ อตฺโถ. อตฺถานุคตา จายํ ภควติ สมญฺญาติ วุตฺตํ ‘‘ภควา จา’’ติอาทิ. เตนาติ ตถา สมิตปาปตฺตา. ยถาภูตํ ปวตฺโต ยถาภุจฺจํ, ตเทว คุโณ, เตน อธิคตํ ตถา. ‘‘ขลู’’ติ อิทํ เนปาติกํ ขลุปจฺฉาภตฺติกปเท (มิ. ป. ๔.๑.๘) วิย, น นามํ, อเนกตฺถตฺตา จ นิปาตานํ อนุสฺสวนตฺโถว อิธาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘อนุสฺสวนตฺเถ นิปาโต’’ติ, ปรมฺปรสวนญฺเจตฺถ อนุสฺสวนํ. พฺราหฺมณชาติสมุทาคตนฺติ พฺราหฺมณชาติยา อาคตํ, ชาติสิทฺธนฺติ วุตฺตํ โหติ. อาลปนมตฺตนฺติ ปิยาลปนวจนมตฺตํ, น ตทุตฺตริ อตฺถปริทีปนํ. ปิยสมุทาหารา เหเต ‘‘โภ’’ติ วา ‘‘อาวุโส’’ติ วา ‘‘เทวานํ ปิยา’’ติ วา. ธมฺมปเท พฺราหฺมณวตฺถุปาเฐน, (ธ. ป. ๓๑๕ อาทโย) สุตฺตนิปาเต จ วาเสฏฺฐสุตฺตปเทน พฺราหฺมณชาติสมุทาคตาลปนภาวํ สมตฺเถตุํ ‘‘วุตฺตมฺปิ เจต’’นฺติอาทิมาห.

ตตฺรายมตฺโถ – สเจ ราคาทิกิญฺจเนหิ สกิญฺจโน อสฺส, โส อามนฺตนาทีสุ ‘‘โภ โภ’’ติ วทนฺโต หุตฺวา วิจรณโต โภวาทีเยว นาม โหติ, น พฺราหฺมโณ. ‘‘อกิญฺจนํ อนาทานํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ (ธ. ป. ๓๙๖, สุ. นิ. ๖๒๕) เสสคาถาปทํ. ตตฺถ ราคาทโย สตฺเต กิญฺจนฺติ มทฺทนฺติ ปลิพุทฺธนฺตีติ กิญฺจนานิ. มนุสฺสา กิร โคเณหิ ขลํ มทฺทาเปนฺตา ‘‘กิญฺเจหิ กปิล, กิญฺเจหิ กาฬกา’’ติ วทนฺติ, ตสฺมา กิญฺจนสทฺโท มทฺทนตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยถาห นิทฺเทเส ‘‘อกิญฺจนนฺติ ราคกิญฺจนํ, โทส, โมห, มาน, ทิฏฺฐิ, กิเลสกิญฺจนํ, ทุจฺจริตกิญฺจนํ, ยสฺเสเต กิญฺจนา ปหีนา สมุจฺฉินฺนา วูปสนฺตา ปฏิปฺปสฺสทฺธา อภพฺพุปฺปตฺติกา ญาณคฺคินา ทฑฺฒา, โส วุจฺจติ อกิญฺจโน’’ติ (จูฬนิ. ๒๘, ๓๒, ๖๐, ๖๓). โคตโมติ โคตฺตวเสน ปริกิตฺตนํ, ยํ ‘‘อาทิจฺจโคตฺต’’นฺติปิ โลเก วทนฺติ, สกฺยปุตฺโตติ ปน ชาติวเสน สากิโยติ จ ตสฺเสว เววจนํ. วุตฺตเญฺหตํ ปพฺพชฺชาสุตฺเต –

‘‘อาทิจฺจา นาม โคตฺเตน, สากิยา นาม ชาติยา;

ตมฺหา กุลา ปพฺพชิโตมฺหิ, น กาเม อภิปตฺถย’’นฺติ. (สุ. นิ. ๔๒๕);

ตถา จาห ‘‘โคตโมติ ภควนฺตํ โคตฺตวเสน ปริกิตฺเตตี’’ติอาทิ. ตตฺถ คํ ตายตีติ โคตฺตํ, ‘‘โคตโม’’ติ ปวตฺตมานํ อภิธานํ, พุทฺธิญฺจ เอกํสิกวิสยตาย รกฺขตีติ อตฺโถ. ยถา หิ พุทฺธิ อารมฺมณภูเตน อตฺเถน วินา น วตฺตติ, เอวํ อภิธานํ อภิเธยฺยภูเตน, ตสฺมา โส โคตฺตสงฺขาโต อตฺโถ ตานิ รกฺขตีติ วุจฺจติ, โค-สทฺโท เจตฺถ อภิธาเน, พุทฺธิยญฺจ วตฺตติ. ตถา หิ วทนฺติ –

‘‘โค โคเณ เจนฺทฺริเย ภุมฺยํ, วจเน เจว พุทฺธิยํ;

อาทิจฺเจ รสฺมิยญฺเจว, ปานีเยปิ จ วตฺตเต;

เตสุ อตฺเถสุ โคเณ ถี, ปุมา จ อิตเร ปุมา’’ติ.

ตตฺถ ‘‘โคสุ ทุยฺหมานาสุ คโต, โคปญฺจโม’’ติอาทีสุ โคสทฺโท โคเณ วตฺตติ. ‘‘โคจโร’’ติอาทีสุ อินฺทฺริเย. ‘‘โครกฺข’’นฺติอาทีสุ ภูมิยํ. ตถา หิ สุตฺตนิปาตฏฺฐกถาย วาเสฏฺฐสุตฺตสํวณฺณนายํ วุตฺตํ ‘‘โครกฺขนฺติ เขตฺตรกฺขํ, กสิกมฺมนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปถวี หิ ‘โค’ติ วุจฺจติ, ตปฺปเภโท จ ‘‘เขตฺต’’นฺติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๖๑๙-๖๒๖). ‘‘โคตฺตํ นาม เทฺว โคตฺตานิ หีนญฺจ โคตฺตํ, อุกฺกฏฺฐญฺจ โคตฺต’’นฺติอาทีสุ (ปาจิ. ๑๕) วจเน, พุทฺธิยญฺจ วตฺตติ. ‘‘โคโคตฺตํ โคตมํ นเม’’ติ โปราณกวิรจนาย อาทิจฺเจ, อาทิจฺจพนฺธุํ โคตมํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ นมามีติ หิ อตฺโถ, ‘‘อุณฺหคู’’ติอาทีสุ รสฺมิยํ, อุณฺหา คาโว รสฺมิโย เอตสฺสาติ หิ อุณฺหคุ, สูริโย. ‘‘โคสีตจนฺทน’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ฏี. ๑.๔๙) ปานีเย, โคสงฺขาตํ ปานียํ วิย สีตํ, ตเทว จนฺทนํ ตถา. ตสฺมิญฺหิ อุทฺธนโต อุทฺธริตปกฺกุถิตเตลสฺมึ ปกฺขิตฺเต ตงฺขณญฺเญว ตํ เตลํ สีตลํ โหตีติ. เอเตสุ ปน อตฺเถสุ โคเณ วตฺตมาโน โค-สทฺโท ยถารหํ อิตฺถิลิงฺโค เจว ปุลฺลิงฺโค จ, เสเสสุ ปน ปุลฺลิงฺโคเยว.

กึ ปเนตํ โคตฺตํ นามาติ? อญฺญกุลปรมฺปราย อสาธารณํ ตสฺส กุลสฺส อาทิปุริสสมุทาคตํ ตํกุลปริยาปนฺนสาธารณํ สามญฺญรูปนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. สาธารณเมว หิ อิทํ ตํกุลปริยาปนฺนานํ สาธารณโต จ สามญฺญรูปํ. ตถา หิ ตํกุเล ชาตา สุทฺโธทนมหาราชาทโยปิ ‘‘โคตโม’’ เตฺวว วุจฺจนฺติ, เตเนว ภควา อตฺตโน ปิตรํ สุทฺโธทนมหาราชานํ ‘‘อติกฺกนฺตวรา โข โคตม ตถาคตา’’ติ (มหาว. ๑๐๕) อโวจ, เวสฺสวโณปิ มหาราชา ภควนฺตํ ‘‘วิชฺชาจรณสมฺปนฺนํ, พุทฺธํ วนฺทาม โคตม’’นฺติ, (ที. นิ. ๓.๒๘๘) อายสฺมาปิ วงฺคีโส อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ ‘‘สาธุ นิพฺพาปนํ พฺรูหิ, อนุกมฺปาย โคตมา’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๑๒). อิธ ปน ภควนฺตเมว. เตนาห ‘‘ภควนฺตํ โคตฺตวเสน ปริกิตฺเตตี’’ติ. ตสฺมาติ ยถาวุตฺตมตฺถตฺตยํ ปจฺจามสติ. เอตฺถ จ ‘‘สมโณ’’ติ อิมินา สริกฺขกชเนหิ ภควโต พหุมตภาโว ทสฺสิโต ตพฺพิสยสมิตปาปตาปริกิตฺตนโต, ‘‘โคตโม’’ติ อิมินา โลกิยชเนหิ ตพฺพิสยอุฬารโคตฺตสมฺภูตตาปริกิตฺตนโต.

สกฺยสฺส สุทฺโธทนมหาราชสฺส ปุตฺโต สกฺยปุตฺโต, อิมินา ปน อุจฺจากุลปริทีปนํ อุทิโตทิตวิปุลขตฺติยกุลสมฺภูตตาปริกิตฺตนโต. สพฺพขตฺติยานญฺหิ อาทิภูตมหาสมฺมตมหาราชโต ปฏฺฐาย อสมฺภินฺนํ อุฬารตมํ สกฺยราชกุลํ. ยถาห –

‘‘มหาสมฺมตราชสฺส, วํสโช หิ มหามุนิ;

กปฺปาทิสฺมิญฺหิ ราชาสิ, มหาสมฺมตนามโก’’ติ. (มหาวํเส ทุติยปริจฺเฉเท ปฐมคาถา);

กถํ สทฺธาปพฺพชิตภาวปริทีปนนฺติ อาห ‘‘เกนจี’’ติอาทิ. ปริชิยนํ ปริหายนํ ปาริชุญฺญํ, ปริชิรตีติ วา ปริชิณฺโณ, ตสฺส ภาโว ปาริชุญฺญํ, เตน. ญาติปาริชุญฺญโภคปาริชุญฺญาทินา เกนจิ ปาริชุญฺเญน ปริหานิยา อนภิภูโต อนชฺโฌตฺถโฏ หุตฺวา ปพฺพชิโตติ อตฺโถ. ตเทว ปริยายนฺตเรน วิภาเวตุํ ‘‘อปริกฺขีณํเยว ตํ กุลํ ปหายา’’ติ วุตฺตํ. อปริกฺขีณนฺติ หิ ญาติปาริชุญฺญโภคปาริชุญฺญาทินา เกนจิ ปาริชุญฺเญน อปริกฺขยํ. สทฺธาย ปพฺพชิโตติ สทฺธาย เอว ปพฺพชิโต. เอวญฺหิ ‘‘เกนจี’’ติอาทินา นิวตฺติตวจนํ สูปปนฺนํ โหติ. นนุ จ ‘‘สกฺยกุลา ปพฺพชิโต’’ติ อิทํ อุจฺจากุลา ปพฺพชิตภาวปริทีปนเมว สิยา ตทตฺถสฺเสว วิญฺญายมานตฺตา, น สทฺธาปพฺพชิตภาวปริทีปนํ ตทตฺถสฺส อวิญฺญายมานตฺตาติ? น โข ปเนวํ ทฏฺฐพฺพํ มหนฺตํ ญาติปริวฏฺฏํ, มหนฺตญฺจ โภคกฺขนฺธํ ปหาย สทฺธาปพฺพชิตภาวสฺส อตฺถโต สิทฺธตฺตา. ตถา หิ โลกนาถสฺส อภิชาติยํ ตสฺส กุลสฺส น กิญฺจิ ปาริชุญฺญํ, อถ โข วุฑฺฒิเยว, ตโต ตสฺส สมิทฺธตมภาโว โลเก ปากโฏ ปญฺญาโต โหติ, ตสฺมา ‘‘สกฺยกุลา ปพฺพชิโต’’ติ เอตฺตเกเยว วุตฺเต ตถา สมิทฺธตมํ กุลํ ปหาย สทฺธาปพฺพชิตภาโว สิทฺโธเยวาติ, อิมํ ปริหารํ ‘‘เกนจิ ปาริชุญฺเญนา’’ติอาทินา วิภาเวตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ตโต ปรนฺติ ‘‘โกสเลสุ จาริกํ จรมาโน’’ติอาทิวจนํ.

‘‘สาธุ ธมฺมรุจิ ราชา, สาธุ ปญฺญาณวา นโร;

สาธุ มิตฺตานมทุพฺโภ, ปาปสฺสากรณํ สุข’’นฺติ. อาทีสุ –

วิย สาธุสทฺโท อิธ สุนฺทรตฺโถติ อาห ‘‘สุนฺทรํ โข ปนา’’ติ. โขติ อวธารณตฺเถ นิปาโต, ปนาติ ปกฺขนฺตรตฺเถ. เอวํ สาตฺถกตาวิญฺญาปนตฺถญฺหิ สํวณฺณนายเมเตสํ คหณํ. สุนฺทรนฺติ จ ภทฺทกํ, ภทฺทกตา จ ปสฺสนฺตานํ หิตสุขาวหภาเวนาติ วุตฺตํ ‘‘อตฺถาวหํ สุขาวห’’นฺติ. อตฺโถ เจตฺถ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถวเสน ติวิธํ หิตํ สุขมฺปิ ตเถว ติวิธํ สุขํ.

ตถารูปานนฺติ ตาทิสานํ, อยํ สทฺทโต อตฺโถ. อตฺถมตฺตํ ปน ทสฺเสตุํ ‘‘เอวรูปาน’’นฺติ วุตฺตํ. ยาทิเสหิ จ คุเณหิ ภควา สมนฺนาคโต จตุปฺปมาณิกสฺส โลกสฺส สพฺพกาลมฺปิ-อจฺจนฺตาย-สทฺธาย-ปสาทนีโย เตสํ ยถาภูตสภาวตฺตา, ตาทิเสหิ คุเณหิ สมนฺนาคตภาวํ สนฺธาย ‘‘ตถารูปานํ อรหต’’นฺติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถารูโป’’ติอาทิมาห. ลทฺธสทฺธานนฺติ ลทฺธสทฺทหานํ, ปรชนสฺส สทฺธํ ปฏิลภนฺตานนฺติ วุตฺตํ โหติ. ลทฺธสทฺทานนฺติ วา ปฏิลทฺธกิตฺติสทฺทานํ, เอเตน ‘‘อรหต’’นฺติ ปทสฺส อรหนฺตานนฺติ อตฺโถ, อรหนฺตสมญฺญาย จ ปากฏภาโว ทสฺสิโต, อปิจ ‘‘ยถารูโป โส ภวํ โคตโม’’ติ อิมินา ‘‘ตถารูปาน’’นฺติ ปทสฺส อนิยมวเสน อตฺถํ ทสฺเสตฺวา สรูปนิยมวเสนปิ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถาภุจฺจคุณาธิคเมน โลเก อรหนฺโตติ ลทฺธสทฺธาน’’นฺติ วุตฺตํ, อิทมฺปิ หิ ‘‘ตถารูปาน’’นฺติ ปทสฺเสว อตฺถทสฺสนํ, อยเมว จ นโย อาจริเยหิ อธิปฺเปโต อิธ ฏีกายํ, (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๕) สารตฺถทีปนิยญฺจ ตเถว วุตฺตตฺตา. ‘‘ยถารูปา เต ภวนฺโต อรหนฺโต’’ติ อวตฺวา ‘‘ยถารูโป โส ภวํ โคตโม’’ติ วจนํ ภควติเยว ครุคารววเสน ‘‘ตถารูปานํ อรหต’’นฺติ ปุถุวจนนิทฺทิฏฺฐภาววิญฺญาปนตฺถํ. อตฺตนิ, ครูสุ จ หิ พหุวจนํ อิจฺฉนฺติ สทฺทวิทู. ‘‘ยถาภุจฺจ…เป… อรหต’’นฺติ อิมินา จ ธมฺมปฺปมาณานํ, ลูขปฺปมาณานญฺจ สตฺตานํ ภควโต ปสาทาวหตํ ยถารุตโต ทสฺเสติ อรหนฺตภาวสฺส เตสญฺเญว ยถารหํ วิสยตฺตา, ตํทสฺสเนน ปน อิตเรสมฺปิ รูปปฺปมาณโฆสปฺปมาณานํ ปสาทาวหตา ทสฺสิตาเยว ตทวินาภาวโตติ ทฏฺฐพฺพํ.

ปสาทโสมฺมานีติ ปสนฺนานิ, สีตลานิ จ, ปสาทวเสน วา สีตลานิ, อเนน ปสนฺนมนตํ ทสฺเสติ. ‘‘ทสฺสน’’นฺติ วุตฺเตปิ ตทุตฺตริ กตฺตพฺพตาสมฺภวโต อยํ สมฺภาวนตฺโถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘ทสฺสนมตฺตมฺปิ สาธุ โหตี’’ติ. อิตรถา หิ ‘‘ทสฺสนญฺเญว สาธุ, น ตทุตฺตริ กรณ’’นฺติ อนธิปฺเปตตฺโถ อาปชฺชติ, สมฺภาวนตฺโถ เจตฺถ ปิ-สทฺโท, อปิ-สทฺโท วา ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ. ‘‘พฺรหฺมจริยํ ปกาเสตี’’ติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท ‘‘อพฺภุคฺคโต’’ติ อิมินา สมฺพนฺธมุปคโต, ตสฺมา อยํ ‘‘สาธุ โหตี’’ติ อิธ อิติ-สทฺโท ‘‘พฺราหฺมโณ โปกฺขรสาตี อมฺพฏฺฐํ มาณวํ อามนฺเตสี’’ติ อิมินา สมฺพชฺฌิตพฺโพ, ‘‘อชฺฌาสยํ กตฺวา’’ติ จ ปาฐเสโส ตทตฺถสฺส วิญฺญายมานตฺตา. ยสฺส หิ อตฺโถ วิญฺญายติ, สทฺโท น ปยุชฺชติ, โส ‘‘ปาฐเสโส’’ติ วุจฺจติ, อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต อาห ‘‘ทสฺสนมตฺตมฺปิ สาธุ โหตีติ เอวํ อชฺฌาสยํ กตฺวา’’ติ. มูลปณฺณาสเก จูฬสีหนาทสุตฺตฏฺฐกถาย (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๔) อาคตํ โกสิยสกุณวตฺถุ เจตฺถ กเถตพฺพํ.

อมฺพฏฺฐมาณวกถาวณฺณนา

๒๕๖. ‘‘อชฺฌายโก’’ติ อิทํ ปฐมปกติยา ครหาวจนเมว, ทุติยปกติยา ปสํสาวจนํ กตฺวา โวหรนฺติ ยถา ตํ ‘‘ปุริโส นโร’’ติ ทสฺเสตุํ อคฺคญฺญสุตฺตปท (ที. นิ. ๓.๑๓๒) มุทาหฏํ. ตตฺถ อิเมติ ฌายกนาเมน สมญฺญิตา ชนา. น ฌายนฺตีติ ปณฺณกุฏีสุ ฌานํ น อปฺเปนฺติ น นิปฺผาเทนฺติ, คามนิคมสามนฺตํ โอสริตฺวา เวทคนฺเถ กโรนฺตาว อจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. ตํ ปเนเตสํ พฺราหฺมณฌายกสงฺขาตํ ปฐมทุติยนามํ อุปาทาย ตติยเมว ชาตนฺติ อาห ‘‘อชฺฌายกาเตฺวว ตติยํ อกฺขรํ อุปนิพฺพตฺต’’นฺติ, อกฺขรนฺติ จ นิรุตฺติ สมญฺญา. สา หิ ตสฺมึเยว นิรุฬฺหภาเวน อญฺญตฺถ อสญฺจรณโต ‘‘อกฺขร’’นฺติ วุจฺจติ. มนฺเต ปริวตฺเตตีติ เวเท สชฺฌายติ, ปริยาปุณาตีติ อตฺโถ. อิธ หิ อธิอาปุพฺพอิ-สทฺทวเสน ปทสนฺธิ, อิตรตฺถ ปน เฌ-สทฺทวเสน. มนฺเต ธาเรตีติ ยถาอธีเต มนฺเต อสมฺมูเฬฺห กตฺวา หทเย ฐเปติ.

อาถพฺพณเวโท ปรูปฆาตกรตฺตา สาธูนมปริโภโคติ กตฺวา ‘‘อิรุเวทยชุเวทสามเวทาน’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ อิจฺจนฺเต โถมียนฺเต เทวา เอตายาติ อิรุ อิจ-ธาตุวเสน จ-การสฺส ร-การํ กตฺวา, อิตฺถิลิงฺโคยํ. ยชฺชนฺเต ปุชฺชนฺเต เทวา อเนนาติ ยชุ ปุนฺนปุํสกลิงฺควเสน. โสยนฺติ อนฺตํ กโรนฺติ, สายนฺติ วา ตนุํ กโรนฺติ ปาปมเนนาติ สามํ โส-ธาตุปกฺเข โอ-การสฺส อา-การํ กตฺวา. วิทนฺติ ธมฺมํ, กมฺมํ วา เอเตหีติ เวทา, เต เอว มนฺตา ‘‘สุคติโยปิ มุนนฺติ, สุยฺยนฺติ จ เอเตหี’’ติ กตฺวา. ปหรณํ สงฺฆฏฺฏนํ ปหตํ, โอฏฺฐานํ ปหตํ ตถา, ตสฺส กรณวเสน, โอฏฺฐานิ จาเลตฺวา ปคุณภาวกรณวเสน ปารํ คโต, น อตฺถวิภาวนวเสนาติ วุตฺตํ โหติ. ปารคูติ จ นิจฺจสาเปกฺขตาย กิตนฺตสมาโส.

‘‘สห นิฆณฺฏุนา’’ติอาทินา ยถาวากฺยํ วิภตฺยนฺตวเสน นิพฺพจนทสฺสนํ. นิฆณฺฏุรุกฺขาทีนนฺติ นิฆณฺฏุ นาม รุกฺขวิเสโส, ตทาทิกานมตฺถานนฺติ อตฺโถ, เอเตน นิฆณฺฏุรุกฺขปริยายํ อาทึ กตฺวา ตปฺปมุเขน เสสปริยายานํ ตตฺถ ทสฺสิตตฺตา โส คนฺโถ นิฆณฺฏุ นาม ยถา ตํ ‘‘ปาราชิกกณฺโฑ, กุสลตฺติโก’’ติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต อิมินา ยถารุตเมว ตทตฺถสฺส อธิคตตฺตา. อาจริยา ปน เอวํ วทนฺติ ‘‘วจนียวาจกภาเวน อตฺถํ, สทฺทญฺจ นิขฑติ ภินฺทติ วิภชฺช ทสฺเสตีติ นิขณฺฑุ, โส เอว ข-การสฺส ฆ-การํ กตฺวา ‘นิฆณฺฑู’ติ วุตฺโต’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๖), ตเทตํ อฏฺฐกถานยโต อญฺญนยทสฺสนนฺติ คเหตพฺพํ. อิตรถา หิ โส อฏฺฐกถาย วิโรโธ สิยา, วิจาเรตพฺพเมตํ. อกฺขรจินฺตกา ปน เอวมิจฺฉนฺติ ‘‘ตตฺถ ตตฺถาคตานิ นามานิ นิสฺเสสโต ฆเฏนฺติ ราสึ กโรนฺติ เอตฺถาติ นิฆณฺฏุ นิคฺคหิตาคเมนา’’ติ. เววจนปฺปกาสกนฺติ ปริยายสทฺททีปกํ, เอเกกสฺส อตฺถสฺส อเนกปริยายวจนวิภาวกนฺติ อตฺโถ. นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ อเนเกสมฺปิ อตฺถานํ เอกสทฺทวจนียตาวิภาวนวเสนปิ ตสฺส คนฺถสฺส ปวตฺตตฺตา. โก ปเนโสติ? เอตรหิ นามลิงฺคานุสาสนรตนมาลาภิธานปฺปทีปิกาทิ. วจีเภทาทิลกฺขณา กิริยา กปฺปียติ เอเตนาติ กิริยากปฺโป, ตเถว วิวิธํ กปฺปียติ เอเตนาติ วิกปฺโป, กิริยากปฺโป จ โส วิกปฺโป จาติ กิริยากปฺปวิกปฺโป. โส หิ วณฺณปทสมฺพนฺธปทตฺถาทิวิภาคโต พหุวิกปฺโปติ กตฺวา ‘‘กิริยากปฺปวิกปฺโป’’ติ วุจฺจติ, โส จ คนฺถวิเสโสเยวาติ วุตฺตํ ‘‘กวีนํ อุปการาวหํ สตฺถ’’นฺติ, จตุนฺนมฺปิ กวีนํ กวิภาวสมฺปทาโภคสมฺปทาทิปโยชนวเสน อุปการาวโห คนฺโถติ อตฺโถ. โก ปเนโสติ? กพฺยพนฺธนวิธิวิธายโก กพฺยาลงฺการคีตาสุโพธาลงฺการาทิ. อิทํ ปน มูลกิริยากปฺปคนฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ. โส หิ มหาวิสโย สตสหสฺสคาถาปริมาโณ, ยํ ‘‘นยจริยาทิปกรณ’’นฺติปิ วทนฺติ. วจนตฺถโต ปน กิฏยติ คเมติ ญาเปติ กิริยาทิวิภาคนฺติ เกฏุภํ กิฏ-ธาตุโต อภปจฺจยวเสน, อ-การสฺส จ อุกาโร. อถ วา กิริยาทิวิภาคํ อนวเสสปริยาทานโต กิเฏนฺโต คมนฺโต โอเภติ ปูเรตีติ เกฏุภํ กิฏ-สทฺทูปปทอุภธาตุวเสน. อปิจ กิฏนฺติ คจฺฉนฺติ กวโย พนฺเธสุ โกสลฺลเมเตนาติ เกฏุภํ, ปุริมนเยเนเวตฺถ ปทสิทฺธิ. ฐานกรณาทิวิภาคโต, นิพฺพจนวิภาคโต จ อกฺขรา ปเภทียนฺติ เอเตนาติ อกฺขรปฺปเภโท, ตํ ปน ฉสุ เวทงฺเคสุ ปริยาปนฺนํ ปกรณทฺวยเมวาติ วุตฺตํ ‘‘สิกฺขา จ นิรุตฺติ จา’’ติ. ตตฺถ สิกฺขนฺติ อกฺขรสมยเมตายาติ สิกฺขา, อการาทิวณฺณานํ ฐานกรณปยตนปฏิปาทกสตฺถํ. นิจฺฉเยน, นิสฺเสสโต วา อุตฺติ นิรุตฺติ, วณฺณาคมวณฺณวิปริยายาทิลกฺขณํ. วุตฺตญฺจ –

‘‘วณฺณาคโม วณฺณวิปริยาโย,

เทฺว จาปเร วณฺณวิการนาสา;

ธาตุสฺส อตฺถาติสเยน โยโค,

ตทุจฺจเต ปญฺจวิธา นิรุตฺตี’’ติ. (ปารา. อฏฺฐ. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา; วิสุทฺธิ. ๑.๑๔๔; มหานิ. อฏฺฐ. ๑.๕๐);

อิธ ปน ตพฺพเสน อเนกธา นิพฺพจนปริทีปกํ สตฺถํ อุตฺตรปทโลเปน ‘‘นิรุตฺตี’’ติ อธิปฺเปตํ นิพฺพจนวิภาคโตปิ อกฺขรปเภทภาวสฺส อาจริเยหิ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๖) วุตฺตตฺตา, ตมนฺตเรน นิพฺพจนวิภาคสฺส จ พฺยากรณงฺเคน สงฺคหิตตฺตา. พฺยากรณํ, นิรุตฺติ จ หิ ปจฺเจกเมว เวทงฺคํ ยถาหุ –

‘‘กปฺโป พฺยากรณํ โชติ-สตฺถํ สิกฺขา นิรุตฺติ จ;

ฉนฺโทวิจิติ เจตานิ, เวทงฺคานิ วทนฺติ ฉา’’ติ.

ตสฺมา พฺยากรณงฺเคน อสงฺกรภูตเมว นิรุตฺตินเยน นิพฺพจนมิธาธิปฺเปตํ, น ฉสุ พฺยญฺชนปเทสุ วิย ตทุภยสาธารณนิพฺพจนํ เวทงฺควิสยตฺตาติ เวทิตพฺพํ. อยํ ปเนตฺถ มหานิทฺเทสฏฺฐกถาย (มหานิ. อฏฺฐ. ๕๐) อาคตนิรุตฺตินยวินิจฺฉโย. ตตฺถ หิ ‘‘นกฺขตฺตราชาริว ตารกาน’’นฺติ (ชา. ๑.๑.๑๑, ๒๕) เอตฺถ ร-การาคโม วิย อวิชฺชมานสฺส อกฺขรสฺส อาคโม วณฺณาคโม นาม. หึสนตฺตา ‘‘หึโส’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘สีโห’’ติ ปริวตฺตนํ วิย วิชฺชมานานมกฺขรานํ เหฏฺฐุปริยวเสน ปริวตฺตนํ วณฺณวิปริยาโย นาม. ‘‘นวฉนฺนเกทานิ ทิยฺยตี’’ติ (ชา. ๑.๖.๘๘) เอตฺถ อ-การสฺส เอ-การาปชฺชนํ วิย อญฺญกฺขรสฺส อญฺญกฺขราปชฺชนํ วณฺณวิกาโร นาม. ‘‘ชีวนสฺส มูโต ชีวนมูโต’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ชีมูโต’’ติ ว-การ น-การานํ วินาโส วิย วิชฺชมานกฺขรานํ วินาโส วณฺณวินาโส นาม. ‘‘ผรุสาหิ วาจาหิ ปกุพฺพมาโน, อาสชฺช มํ ตฺวํ วทเส กุมารา’’ติ (ชา. ๑.๑๐.๘๕) เอตฺถ ‘‘ปกุพฺพมาโน’’ติ ปทสฺส อภิภวมาโนติ อตฺถปฏิปาทนํ วิย ตตฺถ ตตฺถ ยถาโยคํ วิเสสตฺถปฏิปาทนํ ธาตูนมตฺถาติสเยน โยโค นามาติ.

ยถาวุตฺตปฺปเภทานํ ติณฺณํ เวทานํ อยํ จตุตฺโถเยว สิยา, อถ เกน สทฺธึ ปญฺจโมติ อาห ‘‘อาถพฺพณเวทํ จตุตฺถํ กตฺวา’’ติ. อาถพฺพณเวโท นาม อาถพฺพณเวทิเกหิ วิหิโต ปรูปฆาตกโร มนฺโต, โส ปน อิติหาสปญฺจมภาวปฺปกาสนตฺถํ คณิตตามตฺเตน คหิโต, น สรูปวเสน, เอวญฺจ กตฺวา ‘‘เอเตส’’นฺติ ปทสฺส เตสํ ติณฺณํ เวทานนฺเตฺวว อตฺโถ คเหตพฺโพ. ตญฺหิ ‘‘ติณฺณํ เวทาน’’นฺติ เอตสฺส วิเสสนนฺติ. อิติห อสาติ เอวํ อิธ โลเก อโหสิ ‘‘อาสา’’ติปิ กตฺถจิ ปาโฐ, โสเยวตฺโถ. อิห ฐาเน อิติ เอวํ, อิทํ วา กมฺมํ, วตฺถุํ วา อาส อิจฺฉาหีติปิ อตฺโถ. ตสฺส คนฺถสฺส มหาวิสยตาทีปนตฺถญฺเจตฺถ วิจฺฉาวจนํ, อิมินา ‘‘อิติหาสา’’ติ วจเนน ปฏิสํยุตฺโต อิติหาโส ตทฺธิตวเสนาติ อตฺถํ ทสฺเสติ. อิติห อาส, อิติห อาสา’’ติ อีทิสวจนปฏิสํยุตฺโต อิติหาโส นิรุตฺตินเยนาติ อตฺถทสฺสนนฺติปิ วทนฺติ. อกฺขรจินฺตกา ปน เอวมิจฺฉนฺติ ‘‘อิติห-สทฺโท ปารมฺปริโยปเทเส เอโกว นิปาโต, อสติ วิชฺชตีติ อโส, อิติห อโส เอตสฺมินฺติ อิติหาโส สมาสวเสนา’’ติ, เตสํ มเต ‘‘อิติห อสา’’ติ เอตฺถ เอวํ ปารมฺปริโยปเทโส อส วิชฺชมาโน อโหสีติ อตฺโถ. ‘‘ปุราณกถาสงฺขาโต’’ติ อิมินา ตสฺส คนฺถวิเสสภาวมาห, ภารตนามกานํ เทฺวภาติกราชูนํ ยุทฺธกถา, รามรญฺโญ สีตาหรณกถา, นรสีหราชุปฺปตฺติกถาติ เอวมาทิปุราณกถาสงฺขาโต ภารตปุราณรามปุราณนรสีหปุราณาทิคนฺโถ อิติหาโส นามาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘เตสํ อิติหาสปญฺจมานํ เวทาน’’นฺติ อิมินา ยถาวากฺยํ ‘‘ติณฺณํ เวทาน’’นฺติ เอตฺถ วิเสสนภาวํ ทสฺเสติ.

ปชฺชติ อตฺโถ เอเตนาติ ปทํ, นามาขฺยาโตปสคฺคนิปาตาทิวเสน อเนกวิภาคํ วิภตฺติยนฺตปทํ. ตทปิ พฺยากรเณ อาคตเมวาติ วุตฺตํ ‘‘ตทวเสส’’นฺติ, ปทโต อวเสสํ ปกติปจฺจยาทิสทฺทลกฺขณภูตนฺติ อตฺโถ. ตํ ตํ สทฺทํ, ตทตฺถญฺจ พฺยากโรติ พฺยาจิกฺขติ เอเตนาติ พฺยากรณํ, วิเสเสน วา อากรียนฺเต ปกติปจฺจยาทโย อภินิปฺผาทียนฺเต เอตฺถ, อเนนาติ วา พฺยากรณํ, สาธุสทฺทานมนฺวาขฺยายกํ มุทฺธโพธพฺยากรณ สารสฺสตพฺยากรณ ปาณินีพฺยากรณจนฺทฺรพฺยากรณาทิ อธุนาปิ วิชฺชมานสตฺถํ. อธียตีติ อชฺฌายติ. เวเทตีติ ปเรสํ วาเจติ. จ-สทฺโท อตฺถทฺวยสมุจฺจินนตฺโถ, วิกปฺปนตฺโถ วา อตฺถนฺตรสฺส วิกปฺปิตตฺตา. วิจิตฺรา หิ ตทฺธิตวุตฺติ. ปทโกติ พฺยากรเณสุ อาคตปทโกสลฺลํ สนฺธาย วุตฺตํ, เวยฺยากรโณติ ตทวสิฏฺฐปกติปจฺจยาทิสทฺทวิธิโกสลฺลนฺติ อิมสฺสตฺถสฺส วิญฺญาปนตฺถํ ปททฺวยสฺส เอกโต อตฺถวจนํ. เอสา หิ อาจริยานํ ปกติ, ยทิทํ เยน เกนจิ ปกาเรน อตฺถนฺตรวิญฺญาปนํ. อยํ อฏฺฐกถาโต อปโร นโย – เต เอว เวเท ปทโส กายตีติ ปทโกติ. ตตฺถ ปทโสติ คชฺชพนฺธปชฺชพนฺธปเทน. กายตีติ กเถติ ยถา ‘‘ชาตก’’นฺติ, อิมินา เวทการกสมตฺถตํ ทสฺเสติ. เอวญฺหิ ‘‘อชฺฌายโก’’ติอาทีหิ อิมสฺส วิเสโส ปากโฏ โหตีติ.

อายตึ หิตํ พาลชนสงฺขาโต โลโก น ยตติ น อีหติ อเนนาติ โลกายตํ. ตญฺหิ คนฺถํ นิสฺสาย สตฺตา ปุญฺญกิริยาย จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทนฺติ, โลกา วา พาลชนา อายตนฺติ อุสฺสหนฺติ วาทสฺสาเทน เอตฺถาติ โลกายตํ. อญฺญมญฺญวิรุทฺธํ, สคฺคโมกฺขวิรุทฺธํ วา ตโนนฺติ เอตฺถาติ วิตณฺโฑ ฑ-ปจฺจยวเสน, น-การสฺส จ ณ-การํ กตฺวา, วิรุทฺเธน วาททณฺเฑน ตาเฬนฺติ วาทิโน เอตฺถาติ วิตณฺโฑ ตฑิ-ธาตุวเสน, นิคฺคหีตาคมญฺจ กตฺวา. อเทสมฺปิ ยํ นิสฺสาย วาทีนํ วาโท ปวตฺโต, ตํ เตสํ เทสโตปิ อุปจารวเสน วุจฺจติ ยถา ‘‘จกฺขุํ โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ, เอตฺเถสา ตณฺหา ปหียมานา ปหียติ, เอตฺถ นิรุชฺฌมานา นิรุชฺฌตี’’ติ, (ที. นิ. ๒.๔๐๑; ม. นิ. ๑.๑๓๓; วิภ. ๒๐๔) วิเสเสน วา ปณฺฑิตานํ มนํ ตเฑนฺติ จาเลนฺติ เอเตนาติ วิตณฺโฑ, ตํ วทนฺติ, โส วาโท วา เอเตสนฺติ วิตณฺฑวาทา, เตสํ สตฺถํ ตถา. ลกฺขณทีปกสตฺถํ อุตฺตรปทโลเปน, ตทฺธิตวเสน วา ลกฺขณนฺติ ทสฺเสติ ‘‘ลกฺขณทีปก’’นฺติอาทินา. ลกฺขียติ พุทฺธภาวาทิ อเนนาติ ลกฺขณํ, นิโคฺรธพิมฺพตาทิ. เตนาห ‘‘เยสํ วเสนา’’ติอาทิ. ทฺวาทสสหสฺสคนฺถปมาณนฺติ เอตฺถ ภาณวารปฺปมาณาทีสุ วิย พาตฺตึสกฺขรคนฺโถว อธิปฺเปโต. วุตฺตญฺหิ –

‘‘อฏฺฐกฺขรา เอกปทํ, เอกา คาถา จตุปฺปทํ;

คาถา เจกา มโต คนฺโถ, คนฺโถ พาตฺตึสตกฺขโร’’ติ.

ทฺวาทสหิ คุณิตสหสฺสพาตฺตึสกฺขรคนฺถปฺปมาณนฺติ อตฺโถ. ยตฺถาติ ยสฺมึ ลกฺขณสตฺเถ, อาธาเร เจตํ ภุมฺมํ ยถา ‘‘รุกฺเข สาขา’’ติ. โสฬส จ สหสฺสญฺจ โสฬสสหสฺสํ, โสฬสาธิกสหสฺสคาถาปริมาณาติ อตฺโถ. เอวญฺหิ อาธาราเธยฺยวจนํ สูปปนฺนํ โหตีติ. ปธานวเสน พุทฺธานํ ลกฺขณทีปนโต พุทฺธมนฺตา นาม. ปจฺเจกพุทฺธาทีนมฺปิ หิ ลกฺขณํ ตตฺถ ทีปิตเมว. เตน วุตฺตํ ‘‘เยสํ วเสนา’’ติอาทิ.

‘‘อนูโน ปริปูรการี’’ติ อตฺถมตฺตทสฺสนํ, สทฺทโต ปน อธิคตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อวโย น โหตี’’ติ วุตฺตํ. โก ปเนส อวโยติ อนุโยคมปเนติ ‘‘อวโย นามา’’ติอาทินา. อยเมตฺตาธิปฺปาโย – โย ตานิ สนฺธาเรตุํ สกฺโกติ, โส ‘‘วโย’’ติ วุจฺจติ. โย ปน น สกฺโกติ, โส อวโย นาม. โย จ อวโย น โหติ, โส ‘‘เทฺว ปฏิเสธา ปกติยตฺถคมกา’’ติ ญาเยน วโย เอวาติ. วยตีติ หิ วโย, อาทิมชฺฌปริโยสาเนสุ กตฺถจิปิ อปริกิลมนฺโต อวิตฺถายนฺโต เต คนฺเถ สนฺตาเน ปเณติ พฺยวหรตีติ อตฺโถ. อยํ ปน วินยฏฺฐกถานโย (ปารา. ๘๔) – อนวโยติ อนุ อวโย, สนฺธิวเสน อุ-การโลโป, อนุ อนุ อวโย อนูโน, ปริปุณฺณสิปฺโปติ อตฺโถ. วโยติ หิ หานิ ‘‘อายวโย’’ติอาทีสุ วิย, นตฺถิ เอตสฺส ยถาวุตฺตคนฺเถสุ วโย อูนตาติ อวโย, อนุ อนุ อวโย อนวโยติ.

‘‘อนุญฺญาโต’’ติ ปทสฺส กมฺมสาธนวเสน, ‘‘ปฏิญฺญาโต’’ติ ปทสฺส จ กตฺตุสาธนวเสน อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อาจริเยนา’’ติอาทิมาห. อสฺสาติ อมฺพฏฺฐสฺส. ปาฬิยํ ‘‘ยมหํ ชานามิ, ตํ ตฺวํ ชานาสี’’ติ อิทํ อนุชานนาการทสฺสนํ, ‘‘ยํ ตฺวํ ชานาสิ, ตมหํ ชานามี’’ติ อิทํ ปน ปฏิชานนาการทสฺสนนฺติ ทสฺเสติ ‘‘ยํ อห’’นฺติอาทินา. ‘‘อาม อาจริยา’’ติ หิ ยถาคตํ ปฏิชานนวจนเมว อตฺถวเสน วุตฺตํ. ยนฺติ เตวิชฺชกํ ปาวจนํ. ตสฺสาติ อาจริยสฺส. ปฏิวจนทานเมว ปฏิญฺญา ตถา, ตาย สยเมว ปฏิญฺญาโตติ อตฺโถ. ‘‘สเก’’ติอาทิ อนุชานนปฏิชานนาธิการทสฺสนํ. อเทสสฺสปิ เทสมิว กปฺปนามตฺเตนาติ วุตฺตํ ‘‘กตรสฺมิ’’นฺติอาทิ. สสฺส อตฺตโน สนฺตกํ สกํ. อาจริยานํ ปรมฺปรโต, ปรมฺปรภูเตหิ วา อาจริเยหิ อาคตํ อาจริยกํ. ติสฺโส วิชฺชา, ตาสํ สมูโห เตวิชฺชกํ, เวทตฺตยํ. ปธานํ วจนํ, ปกฏฺฐานํ วา อฏฺฐกาทีนํ วจนํ ปาวจนํ.

๒๕๗. อิทานิ เยนาธิปฺปาเยน พฺราหฺมโณ โปกฺขรสาตี อมฺพฏฺฐํ มาณวํ อามนฺเตตฺวา ‘‘อยํ ตาตา’’ติอาทิวจนมพฺรฺวิ, ตทธิปฺปายํ วิภาเวนฺโต ‘‘เอส กิรา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อุคฺคตสฺสาติ ปุพฺเพ ปากฏสฺส กิตฺติมโต โปราณชนสฺส. พหู ชนาติ ปูรณกสฺสปาทโย สนฺธาย วุตฺตํ. เอกจฺจนฺติ ขตฺติยาทิชาติมนฺตํ, โลกสมฺมตํ วา ชนํ. ครูติ ภาริยํ, อตฺตานํ ตโต โมเจตฺวา อปคมนมตฺตมฺปิ ทุกฺกรํ โหติ, ปเคว ตทุตฺตริ กรณนฺติ วุตฺตํ โหติ. อนตฺโถ นาม ตถาปคมนาทินา นินฺทาพฺยาโรสอุปารมฺภาทิ.

‘‘อพฺภุคฺคโต’’ติ เอตฺถ อภิสทฺทโยเคน อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺถวเสเนว ‘‘โคตม’’นฺติ อุปโยควจนํ. ‘‘ตํ ภวนฺตํ, ตถา สนฺตํเยวา’’ติ ปเทสุปิ ตสฺส อนุปโยคตฺตา ตทตฺถวเสเนวาติ ทสฺเสติ ‘‘ตสฺส โภโต’’ติอาทินา. เตนาห ‘‘อิธาปี’’ติอาทิ. ตถา สโตเยวาติ เยนากาเรน อรหตาทินา สทฺโท อพฺภุคฺคโต, เตนากาเรน สนฺตสฺส ภูตสฺส เอว ตสฺส ภวโต โคตมสฺส สทฺโท ยทิ วา อพฺภุคฺคโตติ อตฺโถ. อปิจ ตํ ภวนฺตํ โคตมํ ตถา สนฺตํเยวาติ เอกสฺสปิ อตฺถสฺส ทฺวิกฺขตฺตุํ สมฺพนฺธภาเวน วจนํ สามญฺญวิสิฏฺฐตาปริกปฺปเนน อตฺถวิเสสวิญฺญาปนตฺถํ, ตสฺมา ‘‘ตสฺส โภโต โคตมสฺสา’’ติ สามญฺญสมฺพนฺธภาเวน วิจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘ตถา สโตเยวา’’ติ วิเสสสมฺพนฺธภาเวน โยเชตพฺพํ. ยทิ-สทฺโท เจตฺถ สํสยตฺโถ ทฺวินฺนมฺปิ อตฺถานํ สํสยิตพฺพตฺตา. วา-สทฺโท จ วิกปฺปนตฺโถ เตสุ เอกสฺส วิกปฺเปตพฺพตฺตา. สทฺทวิทู ปน เอวํ วทนฺติ – ‘‘อิมสฺส วจนํ สจฺจํ วา ยทิ วา มุสา’’ติอาทีสุ วิย ยทิ-สทฺโท วา-สทฺโท จ อุโภปิ วิกปฺปตฺถาเยว. ยทิ-สทฺโทปิ หิ ‘‘ยํ ยเทว ปริสํ อุปสงฺกมติ ยทิ ขตฺติยปริสํ ยทิ พฺราหฺมณปริส’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๓๔) วา-สทฺทตฺโถ ทิสฺสติ. ‘‘อปฺปํ วสฺสสตํ อายุ, อิทาเนตรหิ วิชฺชตี’’ติอาทีสุ วิย จ อิธ สมานตฺถสทฺทปโยโคติ. ปาฬิยํ ‘‘ยทิ วา โน ตถา’’ติ อิทมฺปิ ‘‘สนฺตํเยว สทฺโท อพฺภุคฺคโต’’ติ อิมินา สมฺพชฺฌิตฺวา ยถาวุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ. นนุ ‘‘โคตม’’นฺติ ปเทเยว อุปโยควจนํ สิยา, น เอตฺถาติ โจทนาย ‘‘อิธาปี’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตสฺส อนุปโยคตฺตา, วิจฺฉินฺทิตฺวา สมฺพนฺธวิเสสภาเวน โยเชตพฺพตฺตา วา อิธาปิ อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺถวเสเนว อุปโยควจนํ นามาติ วุตฺตํ โหติ. อิตฺถมฺภูตาขฺยานํ อตฺโถ ยสฺส ตถา, อภิสทฺโท, อิตฺถมฺภูตาขฺยานเมว วา อตฺโถ ตถา, โสเยวตฺโถ. ยทคฺเคน หิ สทฺทโยโค โหติ, ตทคฺเคน อตฺถโยโคปีติ.

๒๕๘. โภติ อตฺตโน อาจริยํ อาลปติ. ยถา-สทฺทํ สาตฺถกํ กตฺวา สห ปาฐเสเสน โยเชตุํ ‘‘ยถา สกฺกา’’ติอาทิ วุตฺตํ. โสติ ภควา. ปุริมนเย อาการตฺถโชตนยถา-สทฺทโยคฺยโต กถนฺติ ปุจฺฉามตฺตํ, อิธ ปน ตทโยคฺยโต ‘‘อาการปุจฺฉา’’ติ วุตฺตํ. พาหิรกสมเย อาจริยมฺหิ อุปชฺฌายสมุทาจาโรติ อาห ‘‘อถ นํ อุปชฺฌาโย’’ติ, อุปชฺฌายสญฺญิโต อาจริยพฺราหฺมโณติ อตฺโถ.

กามญฺจ มนฺโต, พฺรหฺมํ, กปฺโปติ ติพฺพิโธ เวโท, ตถาปิ อฏฺฐกาทิ วุตฺตํ ปธานภูตํ มูลํ มนฺโต, ตทตฺถวิวรณมตฺถํ พฺรหฺมํ, ตตฺถ วุตฺตนเยน ยญฺญกิริยาวิธานํ กปฺโปติ มนฺตสฺเสว ปธานภาวโต, อิตเรสญฺจ ตนฺนิสฺสเยเนว ชาตตฺตา มนฺตคฺคหเณน พฺรหฺมกปฺปานมฺปิ คหณํ สิทฺธเมวาติ ทสฺเสติ ‘‘ตีสุ เวเทสู’’ติ อิมินา. มนฺโตติ หิ อฏฺฐกาทีหิ อิสีหิ วุตฺตมูลเวทสฺเสว นามํ, เวโทติ สพฺพสฺส, ตสฺมา ‘‘เวเทสู’’ติ วุตฺเต สพฺเพสมฺปิ คหณํ สิชฺฌตีติ เวทิตพฺพํ. ลกฺขณานีติ ลกฺขณทีปกานิ มนฺตปทานิ. ปชฺชคชฺชพนฺธปเวสนวเสน ปกฺขิปิตฺวา. พฺราหฺมณเวเสเนวาติ เวทวาจกพฺราหฺมณลิงฺเคเนว. เวเทติ มหาปุริสลกฺขณมนฺเต. มเหสกฺขา สตฺตาติ มหาปุญฺญวนฺโต ปณฺฑิตสตฺตา. ชานิสฺสนฺติ อิติ มนสิ กตฺวา วาเจนฺตีติ สมฺพนฺโธ. เตนาติ ตถา วาจนโต. ปุพฺเพติ ‘‘ตถาคโต อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ วตฺตพฺพกาลโต ปภุติ ตถาคตสฺส ธรมานกาเล. อชฺฌายิตพฺพวาเจตพฺพภาเวน อาคจฺฉนฺติ ปากฏา ภวนฺติ. เอกคาถาทฺวิคาถาทิวเสน อนุกฺกเมน อนฺตรธายนฺติ. น เกวลํ ลกฺขณมนฺตาเยว, อถ โข อญฺเญปิ เวทา พฺราหฺมณานํ อญฺญาณภาเวน อนุกฺกเมน อนฺตรธายนฺติ เอวาติ อาจริเยน (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๘) วุตฺตํ.

พุทฺธภาวปตฺถนา ปณิธิ, ปารมีสมฺภรณํ สมาทานํ, กมฺมสฺสกตาทิปญฺญา ญาณํ. ‘‘ปณิธิมหโต สมาทานมหโตติอาทินา ปจฺเจกํ มหนฺตสทฺโท โยเชตพฺโพ’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๘) อาจริเยน วุตฺตํ. เอวญฺจ สติ กรุณา อาทิ เยสํ สทฺธาสีลาทีนํ เต กรุณาทโย, เต เอว คุณา กรุณาทิคุณา, ปณิธิ จ สมาทานญฺจ ญาณญฺจ กรุณาทิคุณา จ, เตหิ มหนฺโต ปณิธิสมาทานญาณกรุณาทิคุณมหนฺโตติ นิพฺพจนํ กาตพฺพํ. เอวญฺหิ ทฺวนฺทโตปรตฺตา มหนฺตสทฺโท ปจฺเจกํ โยชียตีติ. อปิจ ปณิธิ จ สมาทานญฺจ ญาณญฺจ กรุณา จ, ตมาทิ เยสํ เต ตถา, เตเยว คุณา, เตหิ มหนฺโตติ นิพฺพจเนนปิ อตฺโถ สูปปนฺโน โหติ, ปณิธิมหนฺตตาทิ จสฺส พุทฺธวํส (พุ. วํ. ๙ อาทโย) จริยาปิฏกาทิ (จริยา. ๑ อาทโย) วเสน เวทิตพฺโพ. มหาปทานสุตฺตฏฺฐกถายํ ปน ‘‘มหาปุริสสฺสาติ ชาติโคตฺตกุลปเทสาทิวเสน มหนฺตสฺส ปุริสสฺสา’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๓) วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘ขตฺติโย, พฺราหฺมโณ’’ติ เอวมาทิ ชาติ. ‘‘โกณฺฑญฺโญ, โคตโม’’ติ เอวมาทิ โคตฺตํ. ‘‘โปณิกา, จิกฺขลฺลิกา, สากิยา, โกลิยา’’ติ เอวมาทิ กุลปเทโส, ตเทตํ สพฺพมฺปิ อิธ อาทิสทฺเทน สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺหิ สติ ‘‘เทฺวเยว คติโย ภวนฺตี’’ติ อุภินฺนํ สาธารณวจนํ สมตฺถิตํ โหตีติ.

นิฏฺฐาติ นิปฺผตฺติโย สิทฺธิโย. นนฺวายํ คติ-สทฺโท อเนกตฺโถ, กสฺมา นิฏฺฐายเมว วุตฺโตติ อาห‘‘กามญฺจาย’’นฺติอาทิ. ภวเภเทติ นิรยาทิภววิเสเส. โส หิ สุจริตทุจฺจริตกมฺเมน สตฺเตหิ อุปปชฺชนวเสน คนฺตพฺพาติ คติ. คจฺฉติ ปวตฺตติ เอตฺถาติ คติ, นิวาสฏฺฐานํ. คมติ ยถาสภาวํ ชานาตีติ คติ. ปญฺญา, คมนํ พฺยาปนํ คติ, วิสฺสฏภาโว, โส ปน อิโต จ เอตฺโต จ พฺยาเปตฺวา ฐิตตาว. คมนํ นิปฺผตฺตนํ คติ, นิฏฺฐา, อชฺฌาสยปฏิสรณตฺถาปิ นิทสฺสนนเยน คหิตา. ตถา เหส ‘‘อิเมสํ โข อหํ ภิกฺขูนํ สีลวนฺตานํ กลฺยาณธมฺมานํ เนว ชานามิ อาคตึ วา คตึ วา’’ติ (ม. นิ. ๑.๕๐๘) เอตฺถ อชฺฌาสเย วตฺตติ, ‘‘นิพฺพานํ อรหโต คตี’’ติ (ปริ. ๓๓๙) เอตฺถ ปฏิสรเณ, ปรายเณ อปสฺสเยติ อตฺโถ. คจฺฉติ ยถารุจิ ปวตฺตตีติ คติ, อชฺฌาสโย. คจฺฉติ อวจรติ, อวจรณวเสน วา ปวตฺตติ เอตฺถาติ คติ, ปฏิสรณํ. สพฺพสงฺขตวิสญฺญุตฺตสฺส หิ อรหโต นิพฺพานเมว ปฏิสรณํ, อิธ ปน นิฏฺฐายํ วตฺตตีติ เวทิตพฺโพ ตทญฺเญสมวิสยตฺตา.

นนุ ทฺวินฺนํ นิปฺผตฺตีนํ นิมิตฺตภูตานิ ลกฺขณานิ วิสทิสาเนว, อถ กสฺมา ‘‘เยหิ สมนฺนาคตสฺสา’’ติอาทินา เตสํ สทิสภาโว วุตฺโตติ โจทนาเลสํ ทสฺเสตฺวา โสเธนฺโต ‘‘ตตฺถ กิญฺจาปี’’ติอาทิมาห. สมาเนปิ นิโคฺรธพิมฺพตาทิลกฺขณภาเว อตฺเถว โกจิ เนสํ วิเสโสติ ทสฺเสตุํ ‘‘น เตเหว พุทฺโธ โหตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ยถา หิ พุทฺธานํ ลกฺขณานิ สุวิสทานิ, สุปริพฺยตฺตานิ, ปริปุณฺณานิ จ โหนฺติ, น เอวํ จกฺกวตฺตีน’’นฺติ อยํ ปน วิเสโส อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๘) ปกาสิโต. ชายนฺติ ภินฺเนสุปิ อตฺเถสุ อภินฺนธีสทฺทา เอตายาติ ชาติ, ลกฺขณภาวมตฺตํ. วุตฺตญฺหิ –

‘‘สพลาทีสุ ภินฺเนสุ, ยาย วตฺตนฺตุภินฺนธี;

สทฺทา สา ชาติเรสา จ, มาลาสุตฺตมิวนฺวิตา’’ติ.

ตสฺมา ลกฺขณตามตฺเตน สมานภาวโต วิสทิสานิปิ ตานิเยว จกฺกวตฺตินิปฺผตฺตินิมิตฺตภูตานิ ลกฺขณานิ สทิสานิ วิย กตฺวา ตานิ พุทฺธนิปฺผตฺตินิมิตฺตภูตานิ ลกฺขณานิ นามาติ อิทํ วจนํ วุจฺจตีติ อตฺโถ. อธิอาปุพฺพวสโยเค ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘อคาเร วสตี’’ติ จตูหิ อจฺฉริยธมฺเมหีติ อภิรูปตา, ทีฆายุกตา, อปฺปาพาธตา, พฺราหฺมณคหปติกานํ ปิยมนาปตาติ อิเมหิ จตูหิ อจฺฉริยสภาวภูตาหิ อิทฺธีหิ. ยถาห –

‘‘ราชา อานนฺท, มหาสุทสฺสโน จตูหิ อิทฺธีหิ สมนฺนาคโต อโหสิ. กตมาหิ จตูหิ อิทฺธีหิ? อิธานนฺท, ราชา มหาสุทสฺสโน อภิรูโป อโหสิ ทสฺสนีโย ปาสาทิโก’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๒๕๒).

เจติยชาตเก (ชา. อฏฺฐ. ๓.๘.๔๔) อาคตนยํ คเหตฺวาปิ เอวํ วทนฺติ ‘‘สรีรโต จนฺทนคนฺโธ วายติ, อยํ เอกา อิทฺธิ. มุขโต อุปฺปลคนฺโธ วายติ, อยํ ทุติยา. จตฺตาโร เทวปุตฺตา จตูสุ ทิสาสุ สพฺพกาลํ ขคฺคหตฺถา อารกฺขํ คณฺหนฺติ, อยํ ตติยา. อากาเสน วิจรติ, อยํ จตุตฺถี’’ติ. อนาคตวํสสํวณฺณนายํ ปน ‘‘อภิรูปภาโว เอกา อิทฺธิ, สมเวปากินิยา คหณิยา สมนฺนาคตภาโว ทุติยา, ยาวตายุกมฺปิ สกลโลกสฺส ทสฺสนาติตฺติกภาโว ตติยา, อากาสจาริภาโว จตุตฺถี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ สมเวปากินิยา คหณิยา สมนฺนาคตภาโวติ สมวิปาจนิยา กมฺมชเตโชธาตุยา สมฺปนฺนตา. ยสฺส หิ ภุตฺตมตฺโตว อาหาโร ชีรติ, ยสฺส วา ปน ปุฏภตฺตํ วิย ตเถว ติฏฺฐติ, อุโภเปเต น สมเวปากินิยา สมนฺนาคตา. ยสฺส ปน ปุน ภตฺตกาเล ภตฺตจฺฉนฺโท อุปฺปชฺชเตว, อยํ สมเวปากินิยา สมนฺนาคโต นาม, ตถารูปตาติ อตฺโถ. สงฺคหวตฺถูหีติ ทานํ, ปิยวจนํ, อตฺถจริยา, สมานตฺตตาติ อิเมหิ สงฺคโหปาเยหิ. ยถาห –

‘‘ทานญฺจ เปยฺยวชฺชญฺจ, อตฺถจริยา จ ยา อิธ;

สมานตฺตตา จ ธมฺเมสุ, ตตฺถ ตตฺถ ยถารหํ;

เอเต โข สงฺคหา โลเก, รถสฺสาณีว ยายโต.

เอเต จ สงฺคหา นาสฺสุ, น มาตา ปุตฺตการณา;

ลเภถ มานํ ปูชํ วา, ปิตา วา ปุตฺตการณา.

ยสฺมา จ สงฺคหา เอเต, สมเปกฺขนฺติ ปณฺฑิตา;

ตสฺมา มหตฺตํ ปปฺโปนฺติ, ปาสํสา จ ภวนฺติ เต’’ติ. (ที. นิ. ๓.๒๗๓);

รญฺชนโตติ ปีติโสมนสฺสวเสน รญฺชนโต, น ราควเสน, ปีติโสมนสฺสานํ ชนนโตติ วุตฺตํ โหติ. จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ รญฺชนฏฺเฐน ราชาติ ปน สพฺเพสํ ราชูนํ สมญฺญา ตถา อกโรนฺตานมฺปิ วิลีวพีชนาทีสุ ตาลวณฺฏโวหาโร วิย รุฬฺหิวเสน ปวตฺติโต, ตสฺมา ‘‘อจฺฉริยธมฺเมหี’’ติ อสาธารณนิพฺพจนํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

สทฺทสามตฺถิยโต อเนกธา จกฺกวตฺตีสทฺทสฺส วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต ปธานภูตํ วจนตฺถํ ปฐมํ ทสฺเสตุํ ‘‘จกฺกรตน’’นฺติอาทิมาห. อิทเมว หิ ปธานํ จกฺกรตนสฺส ปวตฺตนมนฺตเรน จกฺกวตฺติภาวานาปตฺติโต. ตถา หิ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ ‘‘กิตฺตาวตา จกฺกวตฺตี โหตีติ? เอกงฺคุลทฺวงฺคุลมตฺตมฺปิ จกฺกรตเน อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปวตฺเต’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๔๓; ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๒๕๖). ยสฺมา ปน ราชา จกฺกวตฺตี เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วามหตฺเถน หตฺถิโสณฺฑสทิสปนาฬึ สุวณฺณภิงฺการํ อุกฺขิปิตฺวา ทกฺขิณหตฺเถน จกฺกรตนํ อุทเกน อพฺภุกฺกิริตฺวา ‘‘ปวตฺตตุ ภวํ จกฺกรตนํ, อภิวิชินาตุ ภวํ จกฺกรตน’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๒๔๔) วจเนน จกฺกรตนํ เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปวตฺเตสิ, ตสฺมา ตาทิสํ ปวตฺตาปนํ สนฺธาย ‘‘จกฺกรตนํ วตฺเตตี’’ติ วุตฺตํ. ยถาห ‘‘อถ โข อานนฺท ราชา มหาสุทสฺสโน อุฏฺฐายาสนา…เป… จกฺกรตนํ อพฺภุกฺกิริ ‘ปวตฺตตุ ภวํ จกฺกรตน’นฺติ’’อาทิ (ที. นิ. ๒.๒๔๔). น เกวลญฺจ จกฺกสทฺโท จกฺกรตเนเยว วตฺตติ อถ โข สมฺปตฺติจกฺกาทีสุปิ, ตสฺมา ตํตทตฺถวาจกสทฺทสามตฺถิยโตปิ วจนตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘สมฺปตฺติจกฺเกหี’’ติอาทินา. ตตฺถ สมฺปตฺติจกฺเกหีติ –

‘‘ปติรูเป วเส เทเส, อริยมิตฺตกโร สิยา;

สมฺมาปณิธิสมฺปนฺโน, ปุพฺเพ ปุญฺญกโต นโร;

ธญฺญํ ธนํ ยโส กิตฺติ, สุขญฺเจตํธิวตฺตตี’’ติ. (อ. นิ. ๔.๓๑) –

วุตฺเตหิ ปติรูปเทสวาสาทิสมฺปตฺติจกฺเกหิ. วตฺตตีติ ปวตฺตติ สมฺปชฺชติ, อุปรูปริ กุสลธมฺมํ วา ปฏิปชฺชติ. เตหีติ สมฺปตฺติจกฺเกหิ. ปรนฺติ สตฺตนิกายํ, ยถา สยํสทฺโท สุทฺธกตฺตุตฺถสฺส โชตโก, ตถา ปรํสทฺโทปิ เหตุกตฺตุตฺถสฺสาติ เวทิตพฺพํ. วตฺเตตีติ ปวตฺเตติ สมฺปาเทติ, อุปรูปริ กุสลธมฺมํ วา ปฏิปชฺชาเปติ. ยถาห –

‘‘ราชา มหาสุทสฺสโน เอวมาห ‘ปาโณ น หนฺตพฺโพ, อทินฺนํ น อาทาตพฺพํ, กาเมสุ มิจฺฉา น จริตพฺพา, มุสา น ภณิตพฺพา, มชฺชํ น ปาตพฺพํ, ยถาภุตฺตญฺจ ภุญฺชถา’ติ. เย โข ปนานนฺท ปุรตฺถิมาย ทิสาย ปฏิราชาโน, เต รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส อนุยนฺตา อเหสุ’’นฺติอาทิ (ที. นิ. ๒.๒๔๔).

อิริยาปถจกฺกานนฺติ อิริยาปถภูตานํ จกฺกานํ. อิริยาปโถปิ หิ ‘‘จกฺก’’นฺติ วุจฺจติ ‘‘จตุจกฺกํ นวทฺวาร’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๒๙, ๑๐๙). ยถาห –

‘‘รถงฺเค ลกฺขเณ ธมฺโม-รจกฺเกสฺวิริยาปเถ;

จกฺกํ สมฺปตฺติยํ จกฺก-รตเน มณฺฑเล พเล;

กุลาลภณฺเฑ อาณาย-มายุเธ ทานราสิสู’’ติ.

วตฺโตติ ปวตฺตนํ อุปฺปชฺชนํ, อิมินาว อิริยาปถจกฺกํ วตฺเตติ ปรหิตาย อุปฺปาเทตีติ นิพฺพจนมฺปิ ทสฺเสติ อตฺถโต สมานตฺตา. ตถา จาห –

‘‘อถ โข ตํ อานนฺท จกฺกรตนํ ปุรตฺถิมํ ทิสํ ปวตฺติ, อนฺวเทว ราชา มหาสุทสฺสโน สทฺธึ จตุรงฺคินิยา เสนาย. ยสฺมึ โข ปนานนฺท, ปเทเส จกฺกรตนํ ปติฏฺฐาสิ, ตตฺถ ราชา มหาสุทสฺสโน วาสํ อุปคจฺฉิ สทฺธึ จตุรงฺคินิยา เสนายา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๒๔๔).

อยํ อฏฺฐกถาโต อปโร นโย – อปฺปฏิหตํ อาณาสงฺขาตํ จกฺกํ วตฺเตตีติ จกฺกวตฺตี. ตถา หิ วุตฺตํ –

‘‘ปญฺจหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ราชา จกฺกวตฺตี ธมฺเมเนว จกฺกํ วตฺเตติ, ตํ โหติ จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยํ เกนจิ มนุสฺสภูเตน ปจฺจตฺถิเกน ปาณินา. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ ภิกฺขเว ราชา จกฺกวตฺตี อตฺถญฺญู จ โหติ, ธมฺมญฺญู จ มตฺตญฺญู, จ กาลญฺญู จ ปริสญฺญู จ. อิเมหิ โข…เป… ปาณินา’’ติอาทิ (อ. นิ. ๕.๑๓๑).

ขตฺติยมณฺฑลาทิสญฺญิตํ จกฺกํ สมูหํ อตฺตโน วเส วตฺเตติ อนุวตฺเตตีติปิ จกฺกวตฺตี. วุตฺตญฺหิ ‘‘เย โข ปนานนฺท ปุรตฺถิมาย ทิสาย ปฏิราชาโน, เต รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส อนุยนฺตา อเหสุ’’นฺติอาทิ (ที. นิ. ๒.๒๔๔). จกฺกลกฺขณํ วตฺตติ เอตสฺสาติปิ จกฺกวตฺตี. เตนาห ‘‘อิมสฺส เทว กุมารสฺส เหฏฺฐา ปาทตเลสุ จกฺกานิ ชาตานิ สหสฺสารานิ สเนมิกานิ สนาภิกานิ สพฺพาการปริปูรานี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๓๕). จกฺกํ มหนฺตํ กายพลํ วตฺตติ เอตสฺสาติปิ จกฺกวตฺตี. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อยญฺหิ เทว กุมาโร สตฺตุสฺสโท…เป… อยญฺหิ เทว กุมาโร สีหปุพฺพทฺธกาโย’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๓๕). เตน หิสฺส ลกฺขเณน มหพฺพลภาโว วิญฺญายติ. จกฺกํ ทสวิธํ, ทฺวาทสวิธํ วา วตฺตธมฺมํ วตฺตติ ปฏิปชฺชตีติ จกฺกวตฺตี. เตน วุตฺตํ ‘‘น หิ เต ตาต ทิพฺพํ จกฺกรตนํ เปตฺติกํ ทายชฺชํ, อิงฺฆ ตฺวํ ตาต อริเย จกฺกวตฺติวตฺเต วตฺตาหี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๓.๘๓). จกฺกํ มหนฺตํ ทานํ วตฺเตติ ปวตฺเตตีติปิ จกฺกวตฺตี. วุตฺตญฺจ –

‘‘ปฏฺฐเปสิ โข อานนฺท ราชา มหาสุทสฺสโน ตาสํ โปกฺขรณีนํ ตีเร เอวรูปํ ทานํ อนฺนํ อนฺนตฺถิกสฺส, ปานํ ปานตฺถิกสฺส, วตฺถํ วตฺถตฺถิกสฺส, ยานํ ยานตฺถิกสฺส, สยนํ สยนตฺถิกสฺส, อิตฺถึ อิตฺถิตฺถิกสฺส, หิรญฺญํ หิรญฺญตฺถิกสฺส, สุวณฺณํ สุวณฺณตฺถิกสฺสา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๒๕๔).

ราชาติ สามญฺญํ ตทญฺญสาธารณโต. จกฺกวตฺตีติ วิเสสํ อนญฺญสาธารณโต. ธมฺมสทฺโท ญาเย, สโม เอว จ ญาโย นามาติ อาห ‘‘ญาเยน สเมนา’’ติ. วตฺตติ อุปฺปชฺชติ, ปฏิปชฺชตีติ วา อตฺโถ. ‘‘อิทํ นาม จรตี’’ติ อวุตฺเตปิ สามญฺญโชตนาย วิเสเส อวฏฺฐานโต, วิเสสตฺถินา จ วิเสสสฺส ปยุชฺชิตพฺพตฺตา ‘‘สทตฺถปรตฺเถ’’ติ โยชียติ. ปเทสคฺคหเณ หิ อสติ คเหตพฺพสฺส นิปฺปเทสตา วิญฺญายติ ยถา ‘‘ทิกฺขิโต น ททาตี’’ติ. ยสฺมา จกฺกวตฺติราชา ธมฺเมเนว รชฺชมธิคจฺฉติ, น อธมฺเมน ปรูปฆาตาทินา. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ธมฺเมน รชฺชํ ลภิตฺวา’’ติอาทิ, ธมฺเมนาติ จ ญาเยน, กุสลธมฺเมน วา. รญฺโญ ภาโว รชฺชํ, อิสฺสริยํ.

ปเรสํ หิโตปายภูตํ ธมฺมํ กโรติ, จรตีติ วา ธมฺมิโก. อตฺตโน หิโตปายภูตสฺส ธมฺมสฺส การโก, จรโก วา ราชาติ ธมฺมราชาติ อิมํ สวิเสสํ อตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘ปรหิตธมฺมกรเณน วา’’ติอาทินา. อยํ ปน มหาปทานฏฺฐกถานโย – ทสวิเธ กุสลธมฺเม, อคติรหิเต วา ราชธมฺเม นิยุตฺโตติ ธมฺมิโก; เตเนว ธมฺเมน โลกํ รญฺเชตีติ ธมฺมราชา. ปริยายวจนเมว หิ อิทํ ปททฺวยนฺติ. อาจริเยน ปน เอวํ วุตฺตํ ‘‘จกฺกวตฺติวตฺตสงฺขาตํ ธมฺมํ จรติ, จกฺกวตฺติวตฺตสงฺขาโต วา ธมฺโม เอตสฺส, เอตสฺมึ วา อตฺถีติ ธมฺมิโก, ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺโม จ โส รญฺชนฏฺเฐน ราชา จาติ ธมฺมราชา’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๘). ‘‘ราชา โหติ จกฺกวตฺตี’’ติ วจนโต ‘‘จาตุรนฺโต’’ติ อิทํ จตุทีปิสฺสรตํ วิภาเวตีติ อาห ‘‘จาตุรนฺตายา’’ติอาทิ. จตฺตาโร สมุทฺทา อนฺตา ปริโยสานา เอติสฺสาติ จาตุรนฺตา, ปถวี. สา หิ จตูสุ ทิสาสุ ปุรตฺถิมสมุทฺทาทิจตุสมุทฺทปริโยสานตฺตา เอวํ วุจฺจติ. เตน วุตฺตํ ‘‘จตุสมุทฺท อนฺตายา’’ติ, สา ปน อวยวภูเตหิ จตุพฺพิเธหิ ทีเปหิ วิภูสิตา เอกโลกธาตุปริยาปนฺนา ปถวีเยวาติ ทสฺเสติ ‘‘จตุพฺพิธทีปวิภูสิตาย ปถวิยา’’ติ อิมินา. ยถาห –

‘‘ยาวตา จนฺทิมสูริยา, ปริหรนฺติ ทิสา ภนฺติ วิโรจนา;

สพฺเพว ทาสา มนฺธาตุ, เย จ ปาณา ปถวิสฺสิตา’’ติ.

เอตฺถ จ ‘‘จตุทีปวิภูสิตายา’’ติ อวตฺวา จตุพฺพิธทีปวิภูสิตายาติ วิธสทฺทคฺคหณํ ปจฺเจกํ ปญฺจสตปริตฺตทีปานมฺปิ มหาทีเปเยว สงฺคหณตฺถํ สทฺทาติริตฺเตน อตฺถาติริตฺตสฺส วิญฺญายมานตฺตา, โกฏฺฐาสวาจเกน วา วิธสทฺเทน สมานภาคานํ คหิตตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. โกปาทิปจฺจตฺถิเกติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน กามโมหมานมทาทิเก สงฺคณฺหาติ. วิเชตีติ ตํกาลาเปกฺขาย วตฺตมานวจนํ, วิชิตวาติ อตฺโถ. สทฺทวิทู หิ อตีเต ตาวีสทฺทมิจฺฉนฺติ. ‘‘สพฺพราชาโน วิเชตี’’ติ วทนฺโต กามํ จกฺกวตฺติโน เกนจิ ยุทฺธํ นาม นตฺถิ, ยุทฺเธน ปน สาเธตพฺพสฺส วิชยสฺส สิทฺธิยา ‘‘วิชิตสงฺคาโม’’ เตฺวว วุตฺโตติ ทสฺเสติ.

ถาวรสฺส ธุวสฺส ภาโว ถาวริยํ, ยถา ชนปเท ถาวริยํ ปตฺโต, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘น สกฺกา เกนจี’’ติอาทิ วุตฺตํ, อิมินา เกนจิ อกมฺปิยฏฺเฐน ชนปเท ถาวริยปฺปตฺโตติ ตปฺปุริสสมาสํ ทสฺเสติ, อิตเรน จ ทฬฺหภตฺติภาวโต ชนปโท ถาวริยปฺปตฺโต เอตสฺมินฺติ อญฺญปทตฺถสมาสํ. ตมฺหีติ อสฺมึ ราชินิ. ยถา ชนปโท ตสฺมึ ถาวริยํ ปตฺโต, ตทาวิกโรนฺโต ‘‘อนุยุตฺโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อนุยุตฺโตติ นิจฺจปยุตฺโต. สกมฺมนิรโตติ จกฺกวตฺติโน รชฺชกมฺเม สทา ปวตฺโต. อจโล อสมฺปเวธีติ ปริยายวจนเมตํ, โจรานํ วา วิโลปนมตฺเตน อจโล, ทามริกตฺเตน อสมฺปเวธี. โจเรหิ วา อจโล, ปฏิราชูหิ อสมฺปเวธี. อนติมุทุภาเวน วา อจโล, อนติจณฺฑภาเวน อสมฺปเวธี. ตถา หิ อติจณฺฑสฺส รญฺโญ พลิขณฺฑาทีหิ โลกํ ปีฬยโต มนุสฺสา มชฺฌิมชนปทํ ฉฑฺเฑตฺวา ปพฺพตสมุทฺทตีราทีนิ นิสฺสาย ปจฺจนฺเต วาสํ กปฺเปนฺติ, อติมุทุกสฺส จ รญฺโญ โจรสาหสิกชนวิโลปปีฬิตา มนุสฺสา ปจฺจนฺตํ ปหาย ชนปทมชฺเฌ วาสํ กปฺเปนฺติ, อิติ เอวรูเป ราชินิ ชนปโท ถาวรภาวํ น ปาปุณาติ. เอตสฺมึ ปน ตทุภยวิรหิเต สุวณฺณตุลา วิย สมภาวปฺปตฺเต ราชินิ รชฺชํ การยมาเน ชนปโท ปาสาณปิฏฺฐิยํ ฐเปตฺวา อโยปฏฺเฏน ปริกฺขิตฺโต วิย อจโล อสมฺปเวธี ถาวริยปฺปตฺโตติ.

เสยฺยถิทนฺติ เอโกว นิปาโต, ‘‘โส กตโม, ตํ กตมํ, สา กตมา’’ติอาทินา ยถารหํ ลิงฺควิภตฺติวจนวเสน ปโยชิยมาโนว โหติ, อิธ ตานิ กตมานีติ ปยุตฺโตติ อาห ‘‘ตสฺส เจตานี’’ติอาทิ. จจติ จกฺกวตฺติโน ยถารุจิ อากาสาทิคมนาย ปริพฺภมตีติ จกฺกํ. จกฺกรตนญฺหิ อนฺโตสมุฏฺฐิตวาโยธาตุวเสน รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส วจนสมนนฺตรเมว ปวตฺตติ, น จนฺทสูริยวิมานาทิ วิย พหิสมุฏฺฐิตวาโยธาตุวเสนาติ วิมานฏฺฐกถายํ (วิ. ว. อฏฺฐ. ๑.ปฐมปีฐวิมานวณฺณนา) วุตฺตํ. รติชนนฏฺเฐนาติ ปีติโสมนสฺสุปฺปาทนฏฺเฐน. ตญฺหิ ปสฺสนฺตสฺส, สุณนฺตสฺส จ อนปฺปกํ ปีติโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ อจฺฉริยธมฺมตฺตา. วจนตฺถโต ปน รเมติ รตึ กโรตีติ รตนํ, รมนํ วา รตํ, ตํ เนตีติ รตนํ, รตํ วา ชเนตีติ รตนํ ช-การโลปวเสนาติปิ เนรุตฺติกา. สพฺพตฺถาติ หตฺถิรตนาทีสุ.

จิตฺตีกตภาวาทินาปิ จกฺกสฺส รตนฏฺโฐ เวทิตพฺโพ, โส ปน รติชนนฏฺเฐเนว เอกสงฺคหตาย วิสุํ น คหิโต. กสฺมา เอกสงฺคโหติ เจ? จิตฺตีกตาทิภาวสฺสปิ รตินิมิตฺตตฺตา. อถ วา คนฺถพฺยาสํ ปริหริตุกาเมน จิตฺตีกตาทิภาโว น คหิโตติ เวทิตพฺพํ. อญฺญาสุ ปน อฏฺฐกถาสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๓; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๒๒๓; ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๖.๓.ยานีธาติคาถาวณฺณนา; สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๒๖; มหานิ. อฏฺฐ. ๑๕๖) เอวํ วุตฺตํ –

‘‘รติชนนฏฺเฐน รตนํ. อปิจ –

จิตฺตีกตํ มหคฺฆญฺจ, อตุลํ ทุลฺลภทสฺสนํ;

อโนมสตฺตปริโภคํ, รตนํ เตน วุจฺจติ.

‘‘จกฺกรตนสฺส จ นิพฺพตฺตกาลโต ปฏฺฐาย อญฺญํ เทวฏฺฐานํ นาม น โหติ, สพฺเพปิ คนฺธปุปฺผาทีหิ ตสฺเสว ปูชญฺจ อภิวาทนาทีนิ จ กโรนฺตีติ จิตฺตีกตฏฺเฐน รตนํ. จกฺกรตนสฺส จ เอตฺตกํ นาม ธนํ อคฺฆตีติ อคฺโฆ นตฺถิ, อิติ มหคฺฆฏฺเฐนปิ รตนํ. จกฺกรตนญฺจ อญฺเญหิ โลเก วิชฺชมานรตเนหิ อสทิสนฺติ อตุลฏฺเฐน รตนํ. ยสฺมา ปน ยสฺมึ กปฺเป พุทฺธา อุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺมึเยว จกฺกวตฺติโน อุปฺปชฺชนฺติ, พุทฺธา จ กทาจิ กรหจิ อุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺมา ทุลฺลภทสฺสนฏฺเฐนปิ รตนํ. ตเทตํ ชาติรูปกุลอิสฺสริยาทีหิ อโนมสฺส อุฬารสตฺตสฺเสว อุปฺปชฺชติ, น อญฺญสฺสาติ อโนมสตฺตปริโภคฏฺเฐนปิ รตนํ. ยถา จ จกฺกรตนํ, เอวํ เสสานิปี’’ติ.

ตตฺรายํ ตฏฺฏีกาย, อญฺญตฺถ จ วุตฺตนเยน อตฺถวิภาวนา – อิทญฺหิ ‘‘จิตฺตีกต’’นฺติอาทิวจนํ นิพฺพจนตฺถวเสน วุตฺตํ น โหติ, อถ กินฺติ เจ? โลเก ‘‘รตน’’นฺติ สมฺมตสฺส วตฺถุโน ครุกาตพฺพภาเวน วุตฺตํ. สรูปโต ปเนตํ โลกิยมหาชเนน สมฺมตํ หิรญฺญสุวณฺณาทิกํ, จกฺกวตฺติรญฺโญ อุปฺปนฺนํ จกฺกรตนาทิกํ, กตญฺญุกตเวทิปุคฺคลาทิกํ, สพฺพุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวเสน พุทฺธาทิสรณตฺตยญฺจ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘อโห มโนหร’’นฺติ จิตฺเต กตฺตพฺพตาย จิตฺตีกตํ, สฺวายํ จิตฺตีกาโร ตสฺส ปูชนียตายาติ กตฺวา ปูชนียนฺติ อตฺถํ วทนฺติ. เกจิ ปน ‘‘วิจิตฺรกตฏฺเฐน จิตฺตีกต’’นฺติ ภณนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ อิธ จิตฺตสทฺทสฺส หทยวาจกตฺตา ‘‘จิตฺตีกตฺวา สุณาถ เม’’ติ (พุ. วํ. ๑.๘๐) อาหจฺจภาสิตปาฬิยํ วิย. ตถา จาหุ ‘‘ยถารหมิวณฺณาคโม ภูกเรสู’’ติ. ‘‘ปสฺส จิตฺตีกตํ รูปํ, มณินา กุณฺฑเลน จา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๓๐๒) ปน ปุพฺเพ อวิจิตฺรํ อิทานิ วิจิตฺรํ กตนฺติ จิตฺตีกตนฺติ อตฺโถ คเหตพฺโพ ตตฺถ จิตฺตสทฺทสฺส วิจิตฺรวาจกตฺตา. มหนฺตํ วิปุลํ อปริมิตํ อคฺฆตีติ มหคฺฆํ. นตฺถิ เอตสฺส ตุลา อุปมา, ตุลํ วา สทิสนฺติ อตุลํ. กทาจิเทว อุปฺปชฺชนโต ทุกฺเขน ลทฺธพฺพทสฺสนตฺตา ทุลฺลภทสฺสนํ. อโนเมหิ อุฬารคุเณเหว สตฺเตหิ ปริภุญฺชิตพฺพโต อโนมสตฺตปริโภคํ.

อิทานิ เนสํ จิตฺตีกตาทิอตฺถานํ สวิเสสํ จกฺกรตเน ลพฺภมานตํ ทสฺเสตฺวา อิตเรสุปิ เต อติทิสิตุํ ‘‘ยถา จ จกฺกรตน’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อญฺญํ เทวฏฺฐานํ นาม น โหติ รญฺโญ อนญฺญสาธารณิสฺสริยาทิสมฺปตฺติปฏิลาภเหตุโต, อญฺเญสํ สตฺตานํ ยถิจฺฉิตตฺถปฏิลาภเหตุโต จ. อคฺโฆ นตฺถิ อติวิย อุฬารสมุชฺชลรตนตฺตา, อจฺฉริยพฺภุตธมฺมตาย จ. ยทคฺเคน จ มหคฺฆํ, ตทคฺเคน อตุลํ. สตฺตานํ ปาปชิคุจฺฉเนน วิคตกาฬโก ปุญฺญปสุตตาย มณฺฑภูโต ยาทิโส กาโล พุทฺธุปฺปาทารโห, ตาทิเส เอว จกฺกวตฺตีนมฺปิ สมฺภโวติ อาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. กทาจิ กรหจีติ ปริยายวจนํ, ‘‘กทาจี’’ติ วา ยถาวุตฺตกาลํ สนฺธาย วุตฺตํ, ‘‘กรหจี’’ติ ชมฺพุสิริทีปสงฺขาตํ เทสํ. เตนาห –

‘‘กาลํ ทีปญฺจ เทสญฺจ, กุลํ มาตรเมว จ;

อิเม ปญฺจ วิโลเกตฺวา, อุปฺปชฺชติ มหายโส’’ติ. (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๐);

อุปมาวเสน เจตํ วุตฺตํ. อุปโมปเมยฺยานญฺจ น อจฺจนฺตเมว สทิสตา, ตสฺมา ยถา พุทฺธา กทาจิ กรหจิ อุปฺปชฺชนฺติ, น ตถา จกฺกวตฺติโน, จกฺกวตฺติโน ปน อเนกทาปิ พุทฺธุปฺปาทกปฺเป อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. เอวํ สนฺเตปิ จกฺกวตฺติวตฺตปูรณสฺส ทุกฺกรภาวโต ทุลฺลภุปฺปาโทเยวาติ อิมินา ทุลฺลภุปฺปาทตาสามญฺเญน เตสํ ทุลฺลภทสฺสนตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ. กามํ จกฺกรตนานุภาเวน สมิชฺฌมาโน คุโณ จกฺกวตฺติปริวารชนสาธารโณ, ตถาปิ จกฺกวตฺตี เอว นํ สามิภาเวน วิสวิตาย ปริภุญฺชตีติ วตฺตพฺพตํ อรหติ ตทตฺถเมว อุปฺปชฺชนโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตเทต’’นฺติอาทิมาห. ยถาวุตฺตานํ ปญฺจนฺนํ, ฉนฺนมฺปิ วา อตฺถานํ เสสรตเนสุปิ ลพฺภนโต ‘‘เอวํ เสสานิปี’’ติ วุตฺตํ.

อิเมหิ ปน รตเนหิ ราชา จกฺกวตฺตี กิมตฺถํ ปจฺจนุโภติ, นนุ วินาปิ เตสุ เกนจิ รญฺญา จกฺกวตฺตินา ภวิตพฺพนฺติ โจทนาย ตสฺส เตหิ หถารหมตฺถปจฺจนุภวนทสฺสเนน เกนจิปิ อวินาภาวิตํ วิภาเวตุํ ‘‘อิเมสุ ปนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. อชิตํ ปุรตฺถิมาทิทิสาย ขตฺติยมณฺฑลํ ชินาติ มเหสกฺขตาสํวตฺตนิยกมฺมนิสฺสนฺทภาวโต. ยถาสุขํ อนุวิจรติ หตฺถิรตนํ, อสฺสรตนญฺจ อภิรุหิตฺวา เตสํ อานุภาเวน อนฺโตปาตราสํเยว สมุทฺทปริยนฺตํ ปถวึ อนุปริยายิตฺวา ราชธานิยา เอว ปจฺจาคมนโต. ปริณายกรตเนน วิชิตมนุรกฺขติ ตตฺถ ตตฺถ กตฺตพฺพกิจฺจสํวิทหนโต. อวเสเสหิ มณิรตนอิตฺถิรตนคหปติรตเนหิ อุปภุญฺชเนน ปวตฺตํ อุปโภคสุขํ อนุภวติ ยถารหํ เตหิ ตถานุภวนสิทฺธิโต. โส หิ มณิรตเนน โยชนปฺปมาเณ ปเทเส อนฺธการํ วิธเมตฺวา อาโลกทสฺสนาทินา สุขมนุภวติ, อิตฺถิรตเนน อติกฺกนฺตมานุสกรูปทสฺสนาทิวเสน, คหปติรตเนน อิจฺฉิติจฺฉิตมณิกนกรชตาทิธนปฏิลาภวเสน สุขมนุภวติ.

อิทานิ สตฺติยา, สตฺติผเลน จ ยถาวุตฺตมตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘ปฐเมนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ติวิธา หิ สตฺติโย ‘‘สกฺโกนฺติ สมตฺเถนฺติ ราชาโน เอตายา’’ติ กตฺวา. ยถาหุ –

‘‘ปภาวุสฺสาหมนฺตานํ, วสา ติสฺโส หิ สตฺติโย;

ปภาโว ทณฺฑโช เตโช, ปตาโป ตุ จ โกสโช.

มนฺโต จ มนฺตนํ โส ตุ, จตุกฺกณฺโณ ทฺวิโคจโร;

ติโคจโร ตุ ฉกฺกณฺโณ, รหสฺสํ คุยฺหมุจฺจเต’’ติ.

ตตฺถ วีริยพลํ อุสฺสาหสตฺติ. ปฐเมน จสฺส จกฺกรตเนน ตทนุโยโค ปริปุณฺโณ โหติ. กสฺมาติ เจ? เตน อุสฺสาหสตฺติยา ปวตฺเตตพฺพสฺส อปฺปฏิหตาณาจกฺกภาวสฺส สิทฺธิโต. ปญฺญาพลํ มนฺตสตฺติ. ปจฺฉิเมน จสฺส ปริณายกรตเนน ตทนุโยโค. กสฺมาติ เจ? ตสฺส สพฺพราชกิจฺเจสุ กุสลภาเวน มนฺตสตฺติยา วิย อวิรชฺฌนปโยคตฺตา. ทมเนน, ธเนน จ ปภุตฺตํ ปภูสตฺติ. หตฺถิอสฺสคหปติรตเนหิ จสฺส ตทนุโยโค ปริปุณฺโณ โหติ. กสฺมาติ เจ? หตฺถิอสฺสรตนานํ มหานุภาวตาย, คหปติรตนโต ปฏิลทฺธโกสสมฺปตฺติยา จ ปภาวสตฺติยา วิย ปภาวสมิทฺธิสิทฺธิโต. อิตฺถิมณิรตเนหิ ติวิธสตฺติโยคผลํ ปริปุณฺณํ โหตีติ สมฺพนฺโธ, ยถาวุตฺตาหิ ติวิธาหิ สตฺตีหิ ปยุชฺชนโต ยํ ผลํ ลทฺธพฺพํ. ตํ สพฺพํ เตหิ ปริปุณฺณํ โหตีติ อตฺโถ. กสฺมาติ เจ? เตเหว อุปโภคสุขสฺส สิชฺฌนโต.

ทุวิธสุขวเสนปิ ยถาวุตฺตมตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘โส อิตฺถิมณิรตเนหี’’ติอาทิ กถิตํ. โภคสุขนฺติ สมีเป กตฺวา ปริโภควเสน ปวตฺตสุขํ. เสเสหีติ ตทวเสเสหิ จกฺกาทิปญฺจรตเนหิ. อปจฺจตฺถิกตาวเสน ปวตฺตสุขํ อิสฺสริยสุขํ. อิทานิ เตสํ สมฺปนฺนเหตุวเสนปิ เกนจิ อวินาภาวิตเมว วิภาเวตุํ ‘‘วิเสสโต’’ติอาทิมาห. อโทสกุสลมูลชนิตกมฺมานุภาเวนาติ อโทสสงฺขาเตน กุสลมูเลน สหชาตาทิปจฺจยวเสน อุปฺปาทิตกมฺมสฺส อานุภาเวน สมฺปชฺชนฺติ โสมฺมตรรตนชาติกตฺตา. กมฺมผลญฺหิ เยภุยฺเยน กมฺมสริกฺขกํ. มชฺฌิมานิ มณิอิตฺถิคหปติรตนานิ อโลภกุสลมูลชนิตกมฺมานุภาเวน สมฺปชฺชนฺติ อุฬารธนสฺส, อุฬารธนปฏิลาภการณสฺส จ ปริจฺจาคสมฺปทาเหตุกตฺตา. ปจฺฉิมํ ปริณายกรตนํ อโมหกุสลมูลชนิตกมฺมานุภาเวน สมฺปชฺชติ มหาปญฺเญเนว จกฺกวตฺติราชกิจฺจสฺส ปริเนตพฺพตฺตา, มหาปญฺญภาวสฺส จ อโมหกุสลมูลชนิตกมฺมนิสฺสนฺทภาวโต. โพชฺฌงฺคสํยุตฺเตติ มหาวคฺเค ทุติเย โพชฺฌงฺคสํยุตฺเต (สํ. นิ. ๕.๒๒๓). รตนสุตฺตสฺสาติ ตตฺถ ปญฺจมวคฺเค สงฺคีตสฺส ทุติยสฺส รตนสุตฺตสฺส (สํ. นิ. ๕.๒๒๓). อุปเทโส นาม สวิเสสํ สตฺตนฺนํ รตนานํ วิจารณวเสน ปวตฺโต นโย.

สรณโต ปฏิปกฺขวิธมนโต สูรา สตฺติวนฺโต, นิพฺภยาวหาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อภีรุกชาติกา’’ติ. อสุเร วิชินิตฺวา ฐิตตฺตา สกฺโก เทวานมินฺโท ธีโร นาม, ตสฺส เสนงฺคภาวโต เทวปุตฺโต ‘‘องฺค’’นฺติ วุจฺจติ, ธีรสฺส องฺคํ, ตสฺส รูปมิว รูปํ เยสํ เต ธีรงฺครูปา, เตน วุตฺตํ ‘‘เทวปุตฺตสทิสกายา’’ติ. เอเกติ สารสมาสนามกา อาจริยา, ตทกฺขมนฺโต อาห ‘‘อยํ ปเนตฺถา’’ติอาทิ. สภาโวติ สภาวภูโต อตฺโถ. อุตฺตมสูราติ อุตฺตมโยธา. สูรสทฺโท หิ อิธ โยธตฺโถ. เอวญฺหิ ปุริมนยโต อิมสฺส วิเสสตา โหติ, ‘‘อุตฺตมตฺโถ สูรสทฺโท’’ติปิ วทนฺติ, ‘‘อุตฺตมา สูรา วุจฺจนฺตี’’ติปิ หิ ปาโฐ ทิสฺสติ. วีรานนฺติ วีริยวนฺตานํ. องฺคนฺติ การณํ ‘‘องฺคียติ ญายติ ผลเมเตนา’’ติ กตฺวา. เยน วีริเยน ‘‘ธีรา’’ติ วุจฺจนฺติ, ตเทว ธีรงฺคํ นามาติ อาห ‘‘วีริยนฺติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. รูปนฺติ สรีรํ. เตน วุตฺตํ ‘‘วีริยมยสรีรา วิยา’’ติ. วีริยเมว วีริยมยํ ยถา ‘‘ทานมย’’นฺติ, (ที. นิ. ๓.๓๐๕; อิติวุ. ๖๐; เนตฺติ. ๓๔) ตสฺมา วีริยสงฺขาตสรีรา วิยาติ อตฺโถ. วีริยํ ปน น เอกนฺตรูปนฺติ วิย-สทฺทคฺคหณํ กตํ. อปิจ ธีรงฺเคน นิพฺพตฺตํ ธีรงฺคนฺติ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘วีริยมยสรีรา วิยา’’ติ วุตฺตํ, เอวมฺปิ วีริยโต รูปํ น เอกนฺตํ นิพฺพตฺตนฺติ วิย-สทฺเทน ทสฺเสติ. อถ วา รูปํ สรีรภูตํ ธีรงฺคํ วีริยเมเตสนฺติ โยเชตพฺพํ, ตถาปิ วีริยํ นาม กิญฺจิ สวิคฺคหํ น โหตีติ ทีเปติ ‘‘วีริยมยสรีรา วิยา’’ติ อิมินา, อิธาปิ มยสทฺโท สกตฺเถเยว ทฏฺฐพฺโพ, ตสฺมา สวิคฺคหวีริยสทิสาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สวิคฺคหํ เจ วีริยํ นาม สิยา, เต จสฺส ปุตฺตา ตํสทิสาเยว ภเวยฺยุนฺติ อยเมว จตฺโถ อาจริเยน (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๘) อนุมโต. มหาปทานฏฺฐกถายํ ปน เอวํ วุตฺตํ ‘‘ธีรงฺคํ รูปเมเตสนฺติ ธีรงฺครูปา, วีริยชาติกา วีริยสภาวา วีริยมยา อกิลาสุโน อเหสุํ, ทิวสมฺปิ ยุชฺฌนฺตา น กิลมนฺตีติ วุตฺตํ โหตี’’ติ, (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๔) ตเทตํ รูปสทฺทสฺส สภาวตฺถตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อิธ เจว อญฺญตฺถ กตฺถจิ ‘‘ธิตงฺครูปา’’ติ ปาโฐ ทิสฺสติ. วีริยตฺโถปิ หิ ธิติสทฺโท โหติ ‘‘สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค, ทิฏฺฐํ โส อติวตฺตตี’’ติอาทีสุ (ชา. ๑.๑.๕๗) ธิติสทฺโท วิย. กตฺถจิ ปน ‘‘วีรงฺค’’นฺติ ปาโฐว ทิฏฺโฐ. ยถา รุจฺจติ, ตถา คเหตพฺพํ.

นนุ จ รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ปฏิเสนา นาม นตฺถิ, ย’มสฺส ปุตฺตา ปมทฺเทยฺยุํ, อถ กสฺมา ‘‘ปรเสนปฺปมทฺทนา’’ติ วุตฺตนฺติ โจทนํ โสเธนฺโต ‘‘สเจ’’ติอาทิมาห, ปรเสนา โหตุ วา, มา วา, ‘‘สเจ ปน ภเวยฺยา’’ติ ปริกปฺปนามตฺเตน เตสํ เอวมานุภาวตํ ทสฺเสตุํ ตถา วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย, ‘‘ปรเสนปฺปมทฺทนา’’ติ วุตฺเตปิ ปรเสนํ ปมทฺทิตุํ สมตฺถาติ อตฺโถ คเหตพฺโพ ปกรณโตปิ อตฺถนฺตรสฺส วิญฺญายมานตฺตา, ยถา ‘‘สิกฺขมาเนน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา อญฺญาตพฺพํ ปริปุจฺฉิตพฺพํ ปริปญฺหิตพฺพ’’นฺติ (ปาจิ. ๔๓๔) เอตสฺส ปทภาชนีเย (ปาจิ. ๔๓๖) ‘‘สิกฺขิตุกาเมนา’’ติ อตฺถคฺคหณนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ ปริมทฺทิตุํ สมตฺถา’’ติ วุตฺตํ. น หิ เต ปรเสนํ ปมทฺทนฺตา ติฏฺฐนฺติ, อถ โข ปมทฺทนสมตฺถา เอว โหนฺติ. เอวมญฺญตฺรปิ ยถารหํ. ปรเสนํ ปมทฺทนาย สมตฺเถนฺตีติ ปรเสนปฺปมทฺทนาติ อตฺถํ ทสฺเสตีติปิ วทนฺติ.

ปุพฺเพ กตูปจิตสฺส เอตรหิ วิปจฺจมานกสฺส ปุญฺญธมฺมสฺส จิรตรํ วิปจฺจิตุํ ปจฺจยภูตํ จกฺกวตฺติวตฺตสมุทาคตํ ปโยคสมฺปตฺติสงฺขาตํ ธมฺมํ ทสฺเสตุํ ‘‘ธมฺเมนา’’ติ ปทสฺส ‘‘ปาโณ น หนฺตพฺโพติอาทินา ปญฺจสีลธมฺเมนา’’ติ อตฺถมาห. อยญฺหิ อตฺโถ ‘‘เย โข ปนานนฺท ปุรตฺถิมาย ทิสาย ปฏิราชาโน, เต ราชานํ มหาสุทสฺสนํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาหํสุ ‘เอหิ โข มหาราช, สฺวาคตํ เต มหาราช, สกํ เต มหาราช, อนุสาส มหาราชา’ติ. ราชา มหาสุทสฺสโน เอวมาห ‘ปาโณ น หนฺตพฺโพ, อทินฺนํ น อาทาตพฺพํ, กาเมสุ มิจฺฉา น จริตพฺพา, มุสา น ภณิตพฺพา, มชฺชํ น ปาตพฺพํ, ยถาภุตฺตญฺจ ภุญฺชถา’ติ. เย โข ปนานนฺท ปุรตฺถิมาย ทิสาย ปฏิราชาโน, เต รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส อนุยนฺตา อเหสุ’’นฺติอาทินา (ที. นิ. ๒.๒๔๔) อาคตํ รญฺโญ โอวาทธมฺมํ สนฺธาย วุตฺโต. เอวญฺหิ ‘‘อทณฺเฑน อสตฺเถนา’’ติ อิทมฺปิ วิเสสนวจนํ สุสมตฺถิตํ โหติ. อญฺญาสุปิ สุตฺตนิปาตฏฺฐกถาทีสุ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๒๒๖; ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๖.๓; ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๓; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๒๒๓) อยเมวตฺโถ วุตฺโต.

มหาปทานฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อทณฺเฑนาติ เย กตาปราเธ สตฺเต สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ คณฺหนฺติ, เต ธนทณฺเฑน รชฺชํ กาเรนฺติ นาม, เย เฉชฺชเภชฺชํ อนุสาสนฺติ, เต สตฺถทณฺเฑน. อยํ ปน ทุวิธมฺปิ ทณฺฑํ ปหาย อทณฺเฑน อชฺฌาวสติ. อสตฺเถนาติ เย เอกโตธาราทินา สตฺเถน ปรํ วิเหสนฺติ, เต สตฺเถน รชฺชํ กาเรนฺติ นาม. อยํ ปน สตฺเถน ขุทฺทกมกฺขิกายปิ ปิวนมตฺตํ โลหิตํ กสฺสจิ อนุปฺปาเทตฺวา ธมฺเมเนว, ‘เอหิ โข มหาราชา’ติ เอวํ ปฏิราชูหิ สมฺปฏิจฺฉิตาคมโน วุตฺตปฺปการํ ปถวึ อภิวิชินิตฺวา อชฺฌาวสติ อภิภวิตฺวา สามี หุตฺวา วสตีติ อตฺโถ’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๔) วุตฺตํ, ตเทตํ ‘‘ธมฺเมนา’’ติ ปทสฺส ‘‘ปุพฺเพ กตูปจิเตน เอตรหิ วิปจฺจมานเกน เยน เกนจิ ปุญฺญธมฺเมนา’’ติ อตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ. เตเนว หิ ‘‘ธมฺเมน ปฏิราชูหิ สมฺปฏิจฺฉิตาคมโน วุตฺตปฺปการํ ปถวึ อภิวิชินิตฺวา อชฺฌาวสตี’’ติ. อาจริเยนปิ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๘) วุตฺตํ ธมฺเมนาติ กตูปจิเตน อตฺตโน ปุญฺญธมฺเมน. เตน หิ สญฺโจทิตา ปถวิยํ สพฺพราชาโน ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ‘‘สฺวาคตํ เต มหาราชา’’ติอาทีนิ วตฺวา อตฺตโน รชฺชํ รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส นิยฺยาเตนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘โส อิมํ ปถวึ สาครปริยนฺตํ อทณฺเฑน อสตฺเถน ธมฺเมน อภิวิชิย อชฺฌาวสตี’’ติ, เตนปิ ยถาวุตฺตเมวตฺถํ ทสฺเสติ, ตสฺมา อุภยถาปิ เอตฺถ อตฺโถ ยุตฺโต เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ. จกฺกวตฺติวตฺตปูรณาทิปโยคสมฺปตฺติมนฺตเรน หิ ปุพฺเพ กตูปจิตกมฺเมเนว เอวมชฺฌาวสนํ น สมฺภวติ, ตถา ปุพฺเพ กตูปจิตกมฺมมนฺตเรน จกฺกวตฺติวตฺตปูรณาทิปโยคสมฺปตฺติยา เอวาติ.

เอวํ เอกํ นิปฺผตฺตึ กเถตฺวา ทุติยํ นิปฺผตฺตึ กเถตุํ ยเทตํ ‘‘สเจ โข ปนา’’ติอาทิวจนํ วุตฺตํ, ตตฺถ อนุตฺตานมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อรหํ…เป… วิวฏฺฏจฺฉโทติ เอตฺถา’’ติอาทิมาห. ยสฺมา ราคาทโย สตฺต ปาปธมฺมา โลเก อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปชฺชมานา จ เต สตฺตสนฺตานํ ฉาเทตฺวา ปริโยนนฺธิตฺวา กุสลปฺปวตฺตึ นิวาเรนฺติ, ตสฺมา เต อิธ ฉทสทฺเทน วุตฺตาติ ทสฺเสติ ‘‘ราคโทสา’’ติอาทินา. ทุจฺจริตนฺติ มิจฺฉาทิฏฺฐิโต อญฺเญน มโนทุจฺจริเตน สห ตีณิ ทุจฺจริตานิ, มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปน วิเสเสน สตฺตานํ ฉทนโต, ปรมสาวชฺชตฺตา จ วิสุํ คหิตา. วุตฺตญฺจ ‘‘สพฺเพ เต อิเมเหว ทฺวาสฏฺฐิยา วตฺถูหิ อนฺโตชาลีกตา, เอตฺถ สิตาว อุมฺมุชฺชมานา อุมฺมุชฺชนฺตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๔๖). ตถา มุยฺหนฏฺเฐน โมโห, อวิทิตกรณฏฺเฐน อวิชฺชาติ ปวตฺติอาการเภเทน อญฺญาณเมว ทฺวิธา วุตฺตํ. ตถา หิสฺส ทฺวิธาปิ ฉทนตฺโถ กถิโต ‘‘อนฺธตมํ ตทา โหติ, ยํ โมโห สหเต นร’’นฺติ, (มหานิ. ๕, ๑๕๖, ๑๙๕) ‘‘อวิชฺชาย นิวุโต โลโก, เววิจฺฉา ปมาทา นปฺปกาสตี’’ติ (สุ. นิ. ๑๐๓๙; จูฬนิ. ปารายนวคฺค.๒) จ. เอวํ ราคโทสาทีนมฺปิ ฉทนตฺโถ วตฺตพฺโพ. มหาปทานฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๓) ปน ราคโทสโมหมานทิฏฺฐิกิเลสตณฺหาวเสน สตฺต ปาปธมฺมา คหิตา. ตตฺร รญฺชนฏฺเฐน ราโค, ตณฺหายนฏฺเฐน ตณฺหาติ ปวตฺติอาการเภเทน โลโภ เอว ทฺวิธา วุตฺโต. ตถา หิสฺส ทฺวิธาปิ ฉทนตฺโถ เอกนฺติโกว. ยถาห ‘‘อนฺธตมํ ตทา โหติ, ยํ ราโค สหเต นร’’นฺติ, ‘‘กามนฺธา ชาลสญฺฉนฺนา, ตณฺหาฉทนฉาทิตา’’ติ (อุทา. ๙๔) จ, กิเลสคฺคหเณน จ วุตฺตาวสิฏฺฐา วิจิกิจฺฉาทโย วุตฺตา.

สตฺตหิ ปฏิจฺฉนฺเนติ เหตุคพฺภวจนํ, สตฺตหิ ปาปธมฺเมหิ ปฏิจฺฉนฺนตฺตา กิเลสวเสน อนฺธกาเร โลเกติ อตฺโถ. ตํ ฉทนนฺติ สตฺตปาปธมฺมสงฺขาตํ ฉทนํ. วิวฏฺเฏตฺวาติ วิวฏฺฏํ กตฺวา วิคเมตฺวา. ตเทว ปริยายนฺตเรน วุตฺตํ ‘‘สมนฺตโต สญฺชาตาโลโก หุตฺวา’’ติ. กิเลสฉทนวิคโม เอว หิ อาโลโก, เอเตน วิวฏฺฏยิตพฺโพ วิคเมตพฺโพติ วิวฏฺโฏ, ฉาเทติ ปฏิจฺฉาเทตีติ ฉโท, วิวฏฺโฏ ฉโท อเนนาติ วิวฏฺฏจฺฉทา,วิวฏฺฏจฺฉโท วาติ อตฺถํ ทสฺเสติ. อยญฺหิ วิวฏฺฏจฺฉทสทฺโท ทฬฺหธมฺมปจฺจกฺขธมฺมสทฺทาทโย วิย ปุลฺลิงฺควเสน อาการนฺโต, โอการนฺโต จ โหติ. ตถา หิ มหาปทานฏฺฐกถายํ วุตฺตํ ‘‘ราคโทสโมหมานทิฏฺฐิกิเลสตณฺหาสงฺขาตํ ฉทนํ อาวรณํ วิวฏํ วิทฺธํสิตํ วิวฏกํ เอเตนาติ วิวฏจฺฉโท, ‘วิวฏฺฏจฺฉทา’ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ’’ติ, (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๓) ตสฺสา ลีนตฺถปฺปกาสนิยมฺปิ วุตฺตํ ‘‘วิวฏฺฏจฺฉทาติ โอการสฺส อาการํ กตฺวา นิทฺเทโส’’ติ. สทฺทวิทู ปน ‘‘อาธนฺวาทิโตติ ลกฺขเณน สมาสนฺตคเตหิ ธนุสทฺทาทีหิ กฺวจิ อาปจฺจโย’’ติ วตฺวา ‘‘กณฺฑิวธนฺวา, ปจฺจกฺขธมฺมา, วิวฏฺฏจฺฉทา’’ติ ปโยคมุทาหรนฺติ.

กสฺมา ปทตฺตยเมตํ วุตฺตนฺติ อนุโยคํ เหตาลงฺการนเยน ปริหรนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห, ตตฺถาติ จ ตีสุ ปเทสูติ อตฺโถ. ปูชาวิเสสํ ปฏิคฺคณฺหิตุํ อรหตีติ อรหนฺติ อตฺเถน ปูชารหตา วุตฺตา. ยสฺมา สมฺมาสมฺพุทฺโธ, ตสฺมา ปูชารหตาติ ตสฺสา ปูชารหตาย เหตุ วุตฺโต. สวาสนสพฺพกิเลสปฺปหานปุพฺพกตฺตา พุทฺธภาวสฺส พุทฺธตฺตเหตุภูตา วิวฏฺฏจฺฉทตา วุตฺตา. กมฺมาทิวเสน ติวิธํ วฏฺฏญฺจ ราคาทิวเสน สตฺตวิโธ ฉโท จ วฏฺฏจฺฉทา, วฏฺฏจฺฉเทหิ วิคโต, วิคตา วา วฏฺฏจฺฉทา ยสฺสาติ วิวฏฺฏจฺฉโท,วิวฏฺฏจฺฉทา วา, ทฺวนฺทปุพฺพโค ปน วิ-สทฺโท อุภยตฺถ โยเชตพฺโพติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิวฏฺโฏ จ วิจฺฉโท จา’’ติ วุตฺตํ. เอวมฺปิ วทนฺติ ‘‘วิวฏฺโฏ จ โส วิจฺฉโท จาติ วิวฏฺฏจฺฉโท, อุตฺตรปเท ปุพฺพปทโลโปติ อตฺถํ ทสฺเสตี’’ติ. ‘‘อรหํ วฏฺฏาภาเวนา’’ติ อิทํ กิเลเสหิ อารกตฺตา, กิเลสารีนํ สํสารจกฺกสฺสารานญฺจ หตตฺตา, ปาปกรเณ จ รหาภาวาติ อตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ. อิทญฺหิ ผเลน เหตานุมานทสฺสนํ – ยถา ตํ ธูเมน อคฺคิสฺส, อุทโกเฆน อุปริ วุฏฺฐิยา, เอเตน จ อตฺเถน อรหภาโว เหตุ, วฏฺฏาภาโว ผลนฺติ อยํ อาจริยมติ. ‘‘ปจฺจยาทีนํ, ปูชาวิเสสสฺส จ อรหตฺตา’’ติ ปน เหตุนา ผลานุมานทสฺสนมฺปิ สิยา ยถา ตํ อคฺคินา ธูมสฺส, อุปริ วุฏฺฐิยา อุทโกฆสฺส. ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ฉทนาภาเวนา’’ติ อิทํ ปน เหตุนา ผลานุมานทสฺสนํ สวาสนสพฺพกิเลสจฺฉทนาภาวปุพฺพกตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺธภาวสฺส. อรหตฺตมคฺเคน หิ วิจฺฉทตา, สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สมฺมาสมฺพุทฺธภาโว. ‘‘วิวฏฺโฏ จ วิจฺฉโท จา’’ติ อิทํ เหตุทฺวยํ. กามญฺจ อาจริยมติยา ผเลน เหตุอนุมานทสฺสเน วิวฏฺฏตา ผลเมว โหติ, เหตุอนุมานทสฺสนสฺส, ปน ตถาญาณสฺส จ เหตุภาวโต เหตุเยว นามาติ เวทิตพฺพํ.

เอวํ ปทตฺตยวจเน เหตาลงฺการนเยน ปโยชนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ จตุเวสารชฺชวเสนปิ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทุติเยนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ทุติเยน เวสารชฺเชนาติ ‘‘จตฺตาริมานิ ภิกฺขเว ตถาคตสฺส เวสารชฺชานิ, เยหิ เวสารชฺเชหิ สมนฺนาคโต ตถาคโต อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ, ปริสาสุ สีหนาทํ นทติ, พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตตี’’ติอาทินา (อ. นิ. ๔.๘; ม. นิ. ๑.๑๕๐) ภควตา วุตฺตกฺกเมน ทุติยภูเตน ‘‘ขีณาสวสฺส เต ปฏิชานโต ‘อิเม อาสวา อปริกฺขีณา’ติ, ตตฺร วต มํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา โกจิ วา โลกสฺมึ สห ธมฺเมน ปฏิโจเทสฺสตีติ นิมิตฺตเมตํ ภิกฺขเว น สมนุปสฺสามิ, เอตมหํ ภิกฺขเว นิมิตฺตํ อสมนุปสฺสนฺโต เขมปฺปตฺโต อภยปฺปตฺโต เวสารชฺชปฺปตฺโต วิหรามี’’ติ ปริทีปิเตน เวสารชฺเชน. ปุริมสิทฺธีติ ปุริมสฺส ‘‘อรห’’นฺติ ปทสฺส อตฺถสิทฺธิ อรหตฺตสิทฺธิ, ทุติยเวสารชฺชสฺส ตทตฺถภาวโต เตน เวสารชฺเชน ตทตฺถสิทฺธีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ขีณาสวสฺส เต ปฏิชานโต ‘อิเม อาสวา อปริกฺขีณา’ ติ’’อาทินา วุตฺตเมว หิ ทุติยเวสารชฺชํ ‘‘กิเลเสหิ อารกตฺตา’’ติอาทินา วุตฺโต ‘‘อรห’’นฺติ ปทสฺส อตฺโถติ. ตโต จ วิญฺญายติ ‘‘ยถา ทุติเยน เวสารชฺเชน ปุริมสิทฺธิ, เอวํ ปุริเมนปิ อตฺเถน ทุติยเวสารชฺชสิทฺธี’’ติ. เอวญฺจ กตฺวา อิมินา นเยน จตุเวสารชฺชวเสน ปทตฺตยวจเน ปโยชนทสฺสนํ อุปปนฺนํ โหติ. อิตรถา หิ กิญฺจิปโยชนาภาวโต อิทํเยว วจนํ อิธ อวตฺตพฺพํ สิยาติ. เอส นโย เสเสสุปิ.

ปฐเมนาติ วุตฺตนเยน ปฐมภูเตน ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโต ‘อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’ติ, ตตฺร…เป… วิหรามี’’ติ ปริทีปิเตน เวสารชฺเชน. ทุติยสิทฺธีติ ทุติยสฺส ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ ปทสฺส อตฺถสิทฺธิ พุทฺธตฺตสิทฺธิ ตสฺส ตทตฺถภาวโต. ตติยจตุตฺเถหีติ วุตฺตนเยเนว ตติยจตุตฺถภูเตหิ ‘‘เย โข ปน เต อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา, เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายาติ, ตตฺร…เป… วิหรามี’’ติ จ ‘‘ยสฺส โข ปน เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโต, โส น นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายาติ, ตตฺร…เป… วิหรามี’’ติ (อ. นิ. ๔.๘; ม. นิ. ๑.๑๕๐) จ ปริทีปิเตหิ เวสารชฺเชหิ. ตติยสิทฺธีติ ตติยสฺส ‘‘วิวฏฺฏจฺฉทา’’ติ ปทสฺส อตฺถสิทฺธิ วิวฏฺฏจฺฉทตฺถสิทฺธิ เตหิ ตสฺส ปากฏภาวโตติ อตฺโถ. ‘‘ยาถาวโต อนฺตรายิกนิยฺยานิกธมฺมาปเทเสน หิ สตฺถุ วิวฏฺฏจฺฉทภาโว โลเก ปากโฏ อโหสี’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๘) อาจริเยน วุตฺตํ, วิวฏฺฏจฺฉทภาเวเนว อนฺตรายิกนิยฺยานิกธมฺมเทสนาสิทฺธิโต ‘‘ตติเยน ตติยจตุตฺถสิทฺธี’’ติปิ วตฺตุํ ยุชฺชติ.

เอวํ ปทตฺตยวจเน จตุเวสารชฺชวเสน ปโยชนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ จกฺขุตฺตยวเสนปิ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปุริมญฺจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จ-สทฺโท อุปนฺยาสตฺโถ. ปุริมํ ‘‘อรห’’นฺติ ปทํ ภควโต เหฏฺฐิมมคฺคผลตฺตยญาณสงฺขาตํ ธมฺมจกฺขุํ สาเธติ กิเลสารีนํ, สํสารจกฺกสฺส อรานญฺจ หตภาวทีปนโต. ทุติยํ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ ปทํ อาสยานุสยอินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณสงฺขาตํ พุทฺธจกฺขุํ สาเธติ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺเสว ตํสมฺภวโต. ตเทตญฺหิ ญาณทฺวยํ สาวกปจฺเจกพุทฺธานํ น สมฺภวติ. ตติยํ ‘‘วิวฏฺฏจฺฉทา’’ติ ปทํ สพฺพญฺญุตญฺญาณสงฺขาตํ สมนฺตจกฺขุํ สาเธติ สวาสนสพฺพกิเลสปฺปหานทีปนโต. ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ หิ วตฺวา ‘‘วิวฏฺฏจฺฉทา’’ติ วจนํ สมฺมาสมฺพุทฺธภาวาย สวาสนสพฺพกิเลสปฺปหานํ วิภาเวตีติ. ‘‘อหํ โข ปน ตาต อมฺพฏฺฐ มนฺตานํ ทาตา’’ติ อิทํ อปฺปธานํ, ‘‘ตฺวํ มนฺตานํ ปฏิคฺคเหตา’’ติ อิทเมว ปธานํ สมุตฺเตชนาวจนนฺติ สนฺธาย ‘‘ตฺวํ มนฺตานํ ปฏิคฺคเหตาติ อิมินา’สฺส มนฺเตสุ สูรภาวํ ชเนตี’’ติ วุตฺตํ, ลกฺขณวิภาวเน วิสทญาณตาสงฺขาตํ สูรภาวํ ชเนตีติ อตฺโถ.

๒๕๙. เอวํ โภติ เอตฺถ เอวํ-สทฺโท วจนสมฺปฏิจฺฉเน นิปาโต, วจนสมฺปฏิจฺฉนญฺเจตฺถ ตถา มยํ ตํ ภวนฺตํ โคตมํ เวทิสฺสาม, ตฺวํ มนฺตานํ ปฏิคฺคเหตาติ จ เอวํ ปวตฺตสฺส โปกฺขรสาติโน วจนสฺส สมฺปฏิคฺคโห. ‘‘ตสฺสตฺโถ’’ติอาทินาปิ หิ ตเทวตฺถํ ทสฺเสติ. ตถา จ วุตฺตํ ‘‘พฺราหฺมณสฺส โปกฺขรสาติสฺส ปฏิสฺสุตฺวา’’ติ, ตํ ปเนส อาจริยสฺส สมุตฺเตชนาย ลกฺขเณสุ วิคตสมฺโมหภาเวน พุทฺธมนฺเต สมฺปสฺสมานตฺตา วทตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โสปี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘ตายาติ ตาย ยถาวุตฺตาย สมุตฺเตชนายา’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๙) อาจริเยน วุตฺตํ, อธุนา ปน โปตฺถเกสุ ‘‘ตาย อาจริยกถายา’’ติ ปาโฐ ทิสฺสติ. อตฺถโต เจส อวิรุทฺโธเยว. มนฺเตสุ สติสมุปฺปาทิกา หิ กถา สมุตฺเตชนาติ.

อยานภูมินฺติ ยานสฺส อภูมึ, ยาเนน ยาตุมสกฺกุเณยฺยฏฺฐานภูตํ, ทฺวารโกฏฺฐกสมีปํ คนฺตฺวาติ อตฺโถ.