๒. สามญฺญผลสุตฺตวณฺณนา
ราชามจฺจกถาวณฺณนา
๑๕๐. อิทานิ สามญฺญผลสุตฺตสฺส สํวณฺณนากฺกโม อนุปฺปตฺโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ…เป… สุตฺต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อนุปุพฺพปทวณฺณนาติ อนุกฺกเมน ปทวณฺณนา, ปทํ ปทํ ปติ อนุกฺกเมน วณฺณนาติ วุตฺตํ โหติ. ปุพฺเพ วุตฺตญฺหิ, อุตฺตานํ วา ปทมญฺญตฺร วณฺณนาปิ ‘‘อนุปุพฺพปทวณฺณนา’’ เตฺวว วุจฺจติ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘อปุพฺพปทวณฺณนา’’ติปิ ปฐนฺติ, ปุพฺเพ อวณฺณิตปทวณฺณนาติ อตฺโถ. ทุคฺคชนปทฏฺฐานวิเสสสมฺปทาทิโยคโต ปธานภาเวน ราชูหิ คหิตฏฺเฐน เอวํนามกํ, น ปน นามมตฺเตนาติ อาห ‘‘ตญฺหี’’ติอาทิ. นนุ มหาวคฺเค มหาโควินฺทสุตฺเต อาคโต เอส ปุโรหิโต เอว, น ราชา, กสฺมา โส ราชสทฺทวจนียภาเวน คหิโตติ? มหาโควินฺเทน ปุโรหิเตน ปริคฺคหิตมฺปิ เจตํ เรณุนา นาม มคธราเชน ปริคฺคหิตเมวาติ อตฺถสมฺภวโต เอวํ วุตฺตํ, น ปน โส ราชสทฺทวจนียภาเวน คหิโต ตสฺส ราชาภาวโต. มหาโควินฺทปริคฺคหิตภาวกิตฺตนญฺหิ ตทา เรณุรญฺญา ปริคฺคหิตภาวูปลกฺขณํ. โส หิ ตสฺส สพฺพกิจฺจการโก ปุโรหิโต, อิทมฺปิ จ โลเก สมุทาจิณฺณํ ‘‘ราชกมฺมปสุเตน กตมฺปิ รญฺญา กต’’นฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – มนฺธาตุรญฺญา เจว มหาโควินฺทํ โพธิสตฺตํ ปุโรหิตมาณาเปตฺวา เรณุรญฺญา จ อญฺเญหิ จ ราชูหิ ปริคฺคหิตตฺตา ราชคหนฺติ. เกจิ ปน ‘‘มหาโควินฺโท’’ติ มหานุภาโว เอโก ปุราตโน ราชาติ วทนฺติ. ปริคฺคหิตตฺตาติ ราชธานีภาเวน ปริคฺคหิตตฺตา. คยฺหตีติ หิ คหํ, ราชูนํ, ราชูหิ วา คหนฺติ ราชคหํ. นครสทฺทาเปกฺขาย นปุํสกนิทฺเทโส.
อญฺเญเปตฺถ ปกาเรติ นครมาปเนน รญฺญา การิตสพฺพเคหตฺตา ราชคหํ, คิชฺฌกูฏาทีหิ ปญฺจหิ ปพฺพเตหิ ปริกฺขิตฺตตฺตา ปพฺพตราเชหิ ปริกฺขิตฺตเคหสทิสนฺติปิ ราชคหํ, สมฺปนฺนภวนตาย ราชมานํ เคหนฺติปิ ราชคหํ, สุสํวิหิตารกฺขตาย อนตฺถาวหิตุกาเมน อุปคตานํ ปฏิราชูนํ คหํ คหณภูตนฺติปิ ราชคหํ, ราชูหิ ทิสฺวา สมฺมา ปติฏฺฐาปิตตฺตา เตสํ คหํ เคหภูตนฺติปิ ราชคหํ, อารามรามเณยฺยตาทีหิ ราชติ, นิวาสสุขตาทินา จ สตฺเตหิ มมตฺตวเสน คยฺหติ ปริคฺคยฺหตีติปิ ราชคหนฺติ เอทิเส ปกาเร. นามมตฺตเมว ปุพฺเพ วุตฺตนเยนาติ อตฺโถ. โส ปน ปเทโส วิเสสฏฺฐานภาเวน อุฬารสตฺตปริโภโคติ อาห ‘‘ตํ ปเนต’’นฺติอาทิ. ตตฺถ ‘‘พุทฺธกาเล, จกฺกวตฺติกาเล จา’’ติ อิทํ เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ อญฺญทาปิ กทาจิ สมฺภวโต, ‘‘นครํ โหตี’’ติ จ อิทํ อุปลกฺขณเมว มนุสฺสาวาสสฺเสว อสมฺภวโต. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘เสสกาเล สุญฺญํ โหตี’’ติอาทิ. เตสนฺติ ยกฺขานํ. วสนวนนฺติ อาปานภูมิภูตํ อุปวนํ.
อวิเสเสนาติ วิหารภาวสามญฺเญน, สทฺทนฺตรสนฺนิธานสิทฺธํ วิเสสปรามสนมนฺตเรนาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ, (อ. นิ. ๕.๑๐๑; ปาจิ. ๑๔๗; ปริ. ๔๔๑) ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, (ธ. ส. ๑๖๐) เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, (ที. นิ. ๓.๗๑, ๓๐๘; ม. นิ. ๑.๗๗, ๔๕๙, ๕๐๙; ๒.๓๐๙, ๓๑๕; ๓.๒๓๐; วิภ. ๖๔๒) สพฺพนิมิตฺตานํ อมนสิการา อนิมิตฺตํ เจโตสมาธึ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๕๙) สทฺทนฺตรสนฺนิธานสิทฺเธน วิเสสปรามสเนน ยถากฺกมํ อิริยาปถวิหาราทิวิเสสวิหารสมงฺคีปริทีปนํ, น เอวมิทํ, อิทํ ปน ตถา วิเสสปรามสนมนฺตเรน อญฺญตรวิหารสมงฺคีปริทีปนนฺติ.
สติปิ จ วุตฺตนเยน อญฺญตรวิหารสมงฺคีปริทีปเน อิธ อิริยาปถสงฺขาตวิเสสวิหารสมงฺคีปริทีปนเมว สมฺภวตีติ ทสฺเสติ ‘‘อิธ ปนา’’ติอาทินา. กสฺมา ปน สทฺทนฺตรสนฺนิธานสิทฺธสฺส วิเสสปรามสนสฺสาภาเวปิ อิธ วิเสสวิหารสมงฺคีปริทีปนํ สมฺภวตีติ? วิเสสวิหารสมงฺคีปริทีปนสฺส สทฺทนฺตรสงฺขาตวิเสสวจนสฺส อภาวโต เอว. วิเสสวจเน หิ อสติ วิเสสมิจฺฉตา วิเสโส ปโยชิตพฺโพติ. อปิจ อิริยาปถสมาโยคปริทีปนสฺส อตฺถโต สิทฺธตฺตา ตถาทีปนเมว สมฺภวตีติ. กสฺมา จายมตฺโถ สิทฺโธติ? ทิพฺพวิหาราทีนมฺปิ สาธารณโต. กทาจิปิ หิ อิริยาปถวิหาเรน วินา น ภวติ ตมนฺตเรน อตฺตภาวปริหรณาภาวโตติ.
อิริยนํ ปวตฺตนํ อิริยา, กายิกกิริยา, ตสฺสา ปวตฺตนุปายภาวโต ปโถติ อิริยาปโถ, ฐานนิสชฺชาทโย. น หิ ฐานนิสชฺชาทิอวตฺถาหิ วินา กญฺจิ กายิกํ กิริยํ ปวตฺเตตุํ สกฺกา, ตสฺมา โส ตาย ปวตฺตนุปาโยติ วุจฺจติ. วิหรติ ปวตฺตติ เอเตน, วิหรณมตฺตํ วา ตนฺติ วิหาโร, โส เอว วิหาโร ตถา, อตฺถโต ปเนส ฐานนิสชฺชาทิอาการปฺปวตฺโต จตุสนฺตติรูปปฺปพนฺโธว. ทิวิ ภโว ทิพฺโพ, ตตฺถ พหุลํ ปวตฺติยา พฺรหฺมปาริสชฺชาทิเทวโลเก ภโวติ อตฺโถ, โย วา ตตฺถ ทิพฺพานุภาโว, ตทตฺถาย สํวตฺตตีติ ทิพฺโพ, อภิญฺญาภินีหาราทิวเสน วา มหาคติกตฺตา ทิพฺโพ, โสว วิหาโร, ทิพฺพภาวาวโห วา วิหาโร ทิพฺพวิหาโร, มหคฺคตชฺฌานานิ. เนตฺติยํ [เนตฺติ. ๘๖ (อตฺถโต สมานํ)] ปน จตสฺโส อารุปฺปสมาปตฺติโย อาเนญฺชวิหาราติ วิสุํ วุตฺตํ, ตํ ปน เมตฺตาชฺฌานาทีนํ พฺรหฺมวิหารตา วิย ตาสํ ภาวนาวิเสสภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. อฏฺฐกถาสุ ปน ทิพฺพภาวาวหสามญฺญโต ตาปิ ‘‘ทิพฺพวิหารา’’ เตฺวว วุตฺตา. พฺรหฺมานํ, พฺรหฺมภูตา วา หิตูปสํหาราทิวเสน ปวตฺติยา เสฏฺฐภูตา วิหาราติ พฺรหฺมวิหารา, เมตฺตาชฺฌานาทิวเสน ปวตฺตา จตสฺโส อปฺปมญฺญาโย. อริยา อุตฺตมา, อนญฺญสาธารณตฺตา วา อริยานํ วิหาราติ อริยวิหารา, จตสฺโสปิ ผลสมาปตฺติโย. อิธ ปน รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานํ, ตพฺพเสน ปวตฺตา อปฺปมญฺญาโย, จตุตฺถชฺฌานิกอคฺคผลสมาปตฺติ จ ภควโต ทิพฺพพฺรหฺมอริยวิหารา.
อญฺญตรวิหารสมงฺคีปริทีปนนฺติ ตาสเมกโต อปฺปวตฺตตฺตา เอเกน วา ทฺวีหิ วา สมงฺคีภาวปริทีปนํ, ภาวโลเปนายํ ภาวปฺปธาเนน วา นิทฺเทโส. ภควา หิ โลภโทสโมหุสฺสนฺเน โลเก สกปฏิปตฺติยา เวเนยฺยานํ วินยนตฺถํ ตํ ตํ วิหาเร อุปสมฺปชฺช วิหรติ. ตถา หิ ยทา สตฺตา กาเมสุ วิปฺปฏิปชฺชนฺติ, ตทา กิร ภควา ทิพฺเพน วิหาเรน วิหรติ เตสํ อโลภกุสลมูลุปฺปาทนตฺถํ ‘‘อปฺเปว นาม อิมํ ปฏิปตฺตึ ทิสฺวา เอตฺถ รุจิมุปฺปาเทตฺวา กาเมสุ วิรชฺเชยฺยุ’’นฺติ. ยทา ปน อิสฺสริยตฺถํ สตฺเตสุ วิปฺปฏิปชฺชนฺติ, ตทา พฺรหฺมวิหาเรน วิหรติ เตสํ อโทสกุสลมูลุปฺปาทนตฺถํ ‘‘อปฺเปว นาม อิมํ ปฏิปตฺตึ ทิสฺวา เอตฺถ รุจิมุปฺปาเทตฺวา อโทเสน โทสํ วูปสเมยฺยุ’’นฺติ. ยทา ปน ปพฺพชิตา ธมฺมาธิกรณํ วิวทนฺติ, ตทา อริยวิหาเรน วิหรติ เตสํ อโมหกุสลมูลุปฺปาทนตฺถํ ‘‘อปฺเปว นาม อิมํ ปฏิปตฺตึ ทิสฺวา เอตฺถ รุจิมุปฺปาเทตฺวา อโมเหน โมหํ วูปสเมยฺยุ’’นฺติ. เอวญฺจ กตฺวา อิเมหิ ทิพฺพพฺรหฺมอริยวิหาเรหิ สตฺตานํ วิวิธํ หิตสุขํ หรติ, อิริยาปถวิหาเรน จ เอกํ อิริยาปถพาธนํ อญฺเญน อิริยาปเถน วิจฺฉินฺทิตฺวา อปริปตนฺตํ อตฺตภาวํ หรตีติ วุตฺตํ ‘‘อญฺญตรวิหารสมงฺคีปริทีปน’’นฺติ.
‘‘เตนา’’ติอาทิ ยถาวุตฺตสํวณฺณนาย คุณทสฺสนํ, ตสฺมาติ อตฺโถ, ยถาวุตฺตตฺถสมตฺถนํ วา. เตน อิริยาปถวิหาเรน วิหรตีติ สมฺพนฺโธ. ตถา วทมาโน ปน วิหรตีติ เอตฺถ วิ-สทฺโท วิจฺเฉทนตฺถโชตโก, ‘‘หรตี’’ติ เอตสฺส จ เนติ ปวตฺเตตีติ อตฺโถติ ญาเปติ ‘‘ฐิโตปี’’ติอาทินา วิจฺเฉทนยนากาเรน วุตฺตตฺตา. เอวญฺหิ สติ ตตฺถ กสฺส เกน วิจฺฉินฺทนํ, กถํ กสฺส นยนนฺติ อนฺโตลีนโจทนํ สนฺธายาห. ‘‘โส หี’’ติอาทีติ อยมฺปิ สมฺพนฺโธ อุปปนฺโน โหติ. ยทิปิ ภควา เอเกเนว อิริยาปเถน จิรตรํ กาลํ ปวตฺเตตุํ สกฺโกติ, ตถาปิ อุปาทินฺนกสฺส นาม สรีรสฺส อยํ สภาโวติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกํ อิริยาปถพาธน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อปริปตนฺตนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, อปตมานํ กตฺวาติ อตฺโถ. ยสฺมา ปน ภควา ยตฺถ กตฺถจิ วสนฺโต เวเนยฺยานํ ธมฺมํ เทเสนฺโต, นานาสมาปตฺตีหิ จ กาลํ วีตินาเมนฺโต วสติ, สตฺตานํ, อตฺตโน จ วิวิธํ สุขํ หรติ, ตสฺมา วิวิธํ หรตีติ วิหรตีติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
โคจรคามนิทสฺสนตฺถํ ‘‘ราชคเห’’ติ วตฺวา พุทฺธานมนุรูปนิวาสฏฺฐานทสฺสนตฺถํ ปุน ‘‘อมฺพวเน’’ติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิทมสฺสา’’ติอาทิมาห. อสฺสาติ ภควโต. ตสฺสาติ ราชคหสงฺขาตสฺส โคจรคามสฺส. ยสฺส สมีปวเสน ‘‘ราชคเห’’ติ ภุมฺมวจนํ ปวตฺตติ, โสปิ ตสฺส สมีปวเสน วตฺตพฺโพติ ทสฺเสติ ‘‘ราชคหสมีเป อมฺพวเน’’ติ อิมินา. สมีปตฺเถติ อมฺพวนสฺส สมีปตฺเถ. เอตนฺติ ‘‘ราชคเห’’ติ วจนํ. ภุมฺมวจนนฺติ อาธารวจนํ. ภวนฺติ เอตฺถาติ หิ ภุมฺมํ, อาธาโร, ตเทว วจนํ ตถา, ภุมฺเม ปวตฺตํ วา วจนํ วิภตฺติ ภุมฺมวจนํ, เตน ยุตฺตํ ตถา, สตฺตมีวิภตฺติยุตฺตปทนฺติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – กามํ ภควา อมฺพวเนเยว วิหรติ. ตสฺสมีปตฺตา ปน โคจรคามทสฺสนตฺถํ ภุมฺมวจนวเสน ‘‘ราชคเห’’ติปิ วุตฺตํ ยถา ตํ ‘‘คงฺคายํ คาโว จรนฺติ, กูเป คคฺคกุล’’นฺติ จาติ. อเนเนว ยทิ ภควา ราชคเห วิหรติ, อถ น วตฺตพฺพํ ‘‘อมฺพวเน’’ติ. ยทิ จ อมฺพวเน, เอวมฺปิ น วตฺตพฺพํ ‘‘ราชคเห’’ติ. น หิ ‘‘ปาฏลิปุตฺเต ปาสาเท วสตี’’ติอาทีสุ วิย อิธ อธิกรณาธิกรณสฺส อภาวโต อธิกรณสฺส ทฺวยนิทฺเทโส ยุตฺโต สิยาติ โจทนา อนวกาสา กตาติ ทฏฺฐพฺพํ. กุมารภโต เอว โกมารภจฺโจ สกตฺถวุตฺติปจฺจเยน, นิรุตฺตินเยน วา ยถา ‘‘ภิสคฺคเมว เภสชฺช’’นฺติ. ‘‘ยถาหา’’ติอาทินา ขนฺธกปาฬิวเสน ตทตฺถํ สาเธติ. กสฺมา จ อมฺพวนํ ชีวกสมฺพนฺธํ กตฺวา วุตฺตนฺติ อนุโยเคน มูลโต ปฏฺฐาย ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิมาห.
โทสาภิสนฺนนฺติ วาตปิตฺตาทิวเสน อุสฺสนฺนโทสํ. วิเรเจตฺวาติ โทสปฺปโกปโต วิเวเจตฺวา. สิเวยฺยกํ ทุสฺสยุคนฺติ สิวิรฏฺเฐ ชาตํ มหคฺฆํ ทุสฺสยุคํ. ทิวสสฺส ทฺวตฺติกฺขตฺตุนฺติ เอกสฺเสว ทิวสสฺส ทฺวิวาเร วา ติวาเร วา ภาเค, ภุมฺมตฺเถ วา เอตํ สามิวจนํ, เอกสฺมึเยว ทิวเส ทฺวิวารํ วา ติวารํ วาติ อตฺโถ. ตมฺพปฏฺฏวณฺเณนาติ ตมฺพโลหปฏฺฏวณฺเณน. สจีวรภตฺเตนาติ จีวเรน, ภตฺเตน จ. ‘‘ตํ สนฺธายา’’ติ อิมินา น ภควา อมฺพวนมตฺเตเยว วิหรติ, อถ โข เอวํ กเต วิหาเร. โส ปน ตทธิกรณตาย วิสุํ อธิกรณภาเวน น วุตฺโตติ สนฺธายภาสิตมตฺถํ ทสฺเสติ. สามญฺเญ หิ สติ สนฺธายภาสิตนิทฺธารณํ.
อฑฺเฒน เตฬส อฑฺฒเตฬส. ตาทิเสหิ ภิกฺขุสเตหิ. อฑฺโฒ ปเนตฺถ สตสฺเสว. เยน หิ ปยุตฺโต ตพฺภาควาจโก อฑฺฒสทฺโท, โส จ โข ปณฺณาสาว, ตสฺมา ปญฺญาสาย อูนานิ เตฬส ภิกฺขุสตานีติ อตฺถํ วิญฺญาเปตุํ ‘‘อฑฺฒสเตนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อฑฺฒเมว สตํ สตสฺส วา อฑฺฒํ ตถา.
ราชตีติ อตฺตโน อิสฺสริยสมฺปตฺติยา ทิพฺพติ โสภติ จ. รญฺเชตีติ ทานาทินา, สสฺสเมธาทินา จ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ รเมติ, อตฺตนิ วา ราคํ กโรตีติ อตฺโถ. จ-สทฺโท เจตฺถ วิกปฺปนตฺโถ. ชนปทวาจิโน ปุถุวจนปรตฺตา ‘‘มคธาน’’นฺติ วุตฺตํ, ชนปฺปทาปเทเสน วา ตพฺพาสิกานํ คหิตตฺตา. รญฺโญติ ปิตุ พิมฺพิสารรญฺโญ. สสติ หึสตีติ สตฺตุ, เวรี, อชาโตเยว สตฺตุ อชาตสตฺตุ. ‘‘เนมิตฺตเกหิ นิทฺทิฏฺโฐ’’ติ วจเนน จ อชาตสฺส ตสฺส สตฺตุภาโว น ตาว โหติ, สตฺตุภาวสฺส ปน ตถา นิทฺทิฏฺฐตฺตา เอวํ โวหรียตีติ ทสฺเสติ. อชาตสฺเสว ปน ตสฺส ‘‘รญฺโญ โลหิตํ ปิเวยฺย’’นฺติ เทวิยา โทหฬสฺส ปวตฺตตฺตา อชาโตเยเวส รญฺโญ สตฺตูติปิ วทนฺติ.
‘‘ตสฺมิ’’นฺติอาทินา ตทตฺถํ วิวรติ, สมตฺเถติ จ. โทหโฬติ อภิลาโส. ภาริเยติ ครุเก, อญฺเญสํ อสกฺกุเณยฺเย วา. อสกฺโกนฺตีติ อสกฺกุณมานา. อกเถนฺตีติ อกถยมานา สมานา. นิพนฺธิตฺวาติ วจสา พนฺธิตฺวา. สุวณฺณสตฺถเกนาติ สุวณฺณมเยน สตฺถเกน, ฆนสุวณฺณกเตนาติ อตฺโถ. อโยมยญฺหิ รญฺโญ สรีรํ อุปเนตุํ อยุตฺตนฺติ วทนฺติ. สุวณฺณปริกฺขเตน วา อโยมยสตฺเถนาติ อตฺเถปิ อยเมวาธิปฺปาโย. พาหุํ ผาลาเปตฺวาติ โลหิตสิราเวธวเสน พาหุํ ผาลาเปตฺวา. เกวลสฺส โลหิตสฺส คพฺภินิยา ทุชฺชีรภาวโต อุทเกน สมฺภินฺทิตฺวา ปาเยสิ. หญฺญิสฺสตีติ หญฺญิสฺสเต, อายตึ หนียเตติ อตฺโถ. เนมิตฺตกานํ วจนํ ตถํ วา สิยา, วิตถํ วาติ อธิปฺปาเยน ‘‘ปุตฺโตติ วา ธีตาติ วา น ปญฺญายตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อตฺตโน’’ติอาทินา อญฺญมฺปิ การณํ ทสฺเสตฺวา นิวาเรสิ. รญฺโญ ภาโว รชฺชํ, รชฺชสฺส สมีเป ปวตฺตตีติ โอปรชฺชํ, ฐานนฺตรํ.
มหาติ มหตี. สมาเส วิย หิ วาเกฺยปิ มหนฺตสทฺทสฺส มหาเทโส. ธุราติ คณสฺส ธุรภูตา, โธรยฺหา เชฏฺฐกาติ อตฺโถ. ธุรํ นีหรามีติ คณธุรมาวหามิ, คณพนฺธิยํ นิพฺพตฺเตสฺสามีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘โส น สกฺกา’’ติอาทินา ปุน จินฺตนาการํ ทสฺเสติ. อิทฺธิปาฏิหาริเยนาติ อหิเมขลิกกุมารวณฺณวิกุพฺพนิทฺธินา. เตนาติ อปฺปายุกภาเวน. หีติ นิปาตมตฺตํ. เตน หีติ วา อุยฺโยชนตฺเถ นิปาโต. เตน วุตฺตํ ‘‘กุมารํ…เป… อุยฺโยเชสี’’ติ. พุทฺโธ ภวิสฺสามีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อิทมตฺโถ, อิมินา ขนฺธเก อาคตนเยนาติ อตฺโถ. ปุพฺเพ โขติอาทีหิปิ ขนฺธกปาฬิเยว (จูฬว. ๓๓๙).
โปตฺถนิยนฺติ ฉุริกํ. ยํ ‘‘นขร’’นฺติปิ วุจฺจติ, ทิวา ทิวเสติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๕๐) ทิวสสฺสปิ ทิวา. สามฺยตฺเถ เหตํ ภุมฺมวจนํ ‘‘ทิวา ทิวสสฺสา’’ติ อญฺญตฺถ ทสฺสนโต. ทิวสฺส ทิวเสติปิ วฏฺฏติ อการนฺตสฺสปิ ทิวสทฺทสฺส วิชฺชมานตฺตา. เนปาติกมฺปิ ทิวาสทฺทมิจฺฉนฺติ สทฺทวิทู, มชฺฌนฺหิกเวลายนฺติ อตฺโถ. สา หิ ทิวสสฺส วิเสโส ทิวโสติ. ‘‘ภีโต’’ติอาทิ ปริยาโย, กายถมฺภเนน วา ภีโต. หทยมํสจลเนน อุพฺพิคฺโค. ‘‘ชาเนยฺยุํ วา, มา วา’’ติ ปริสงฺกาย อุสฺสงฺกี. ญาเต สติ อตฺตโน อาคจฺฉมานภยวเสน อุตฺรสฺโต. วุตฺตปฺปการนฺติ เทวทตฺเตน วุตฺตาการํ วิปฺปการนฺติ อปการํ อนุปการํ, วิปรีตกิจฺจํ วา. สพฺเพ ภิกฺขูติ เทวทตฺตปริสํ สนฺธายาห.
อจฺฉินฺทิตฺวาติ อปนยนวเสน วิลุมฺปิตฺวา. รชฺเชนาติ วิชิเตน. เอกสฺส รญฺโญ อาณาปวตฺติฏฺฐานํ ‘‘รชฺช’’นฺติ หิ วุตฺตํ, ราชภาเวน วา.
มนโส อตฺโถ อิจฺฉา มโนรโถ ร-การาคมํ, ต-การโลปญฺจ กตฺวา, จิตฺตสฺส วา นานารมฺมเณสุ วิพฺภมกรณโต มนโส รโถ อิว มโนรโถ, มโน เอว รโถ วิยาติ วา มโนรโถติปิ เนรุตฺติกา วทนฺติ. สุกิจฺจการิมฺหีติ สุกิจฺจการี อมฺหิ. อวมานนฺติ อวมญฺญนํ อนาทรํ. มูลฆจฺจนฺติ ชีวิตา โวโรปนํ สนฺธายาห, ภาวนปุํสกเมตํ. ราชกุลานํ กิร สตฺเถน ฆาตนํ ราชูนมนาจิณฺณํ, ตสฺมา โส ‘‘นนุ ภนฺเต’’ติอาทิมาห. ตาปนเคหํ นาม อุณฺหคหาปนเคหํ, ตํ ปน ธูเมเนว อจฺฉินฺนา. เตน วุตฺตํ ‘‘ธูมฆร’’นฺติ. กมฺมกรณตฺถายาติ ตาปน กมฺมกรณตฺถเมว. เกนจิ ฉาทิตตฺตา อุจฺโจ องฺโคติ อุจฺจงฺโค, ยสฺส กสฺสจิ คหณตฺถํ ปฏิจฺฉนฺโน อุนฺนตงฺโคติ อิธ อธิปฺเปโต. เตน วุตฺตํ ‘‘อุจฺจงฺคํ กตฺวา ปวิสิตุํ มา เทถา’’ติ. ‘‘อุจฺฉงฺเค กตฺวา’’ติปิ ปาโฐ, เอวํ สติ มชฺฌิมงฺโคว, อุจฺฉงฺเค กิญฺจิ คเหตพฺพํ กตฺวาติ อตฺโถ. โมฬิยนฺติ จูฬายํ ‘‘เฉตฺวาน โมฬึ วรคนฺธวาสิต’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๕๕; อป. อฏฺฐ. ๑.อวิทูเรนิทานกถา; พุ. วํ. อฏฺฐ. ๒๗.อวิทูเรนิทานกถา; ชา. อฏฺฐ. ๑.อวิทูเรนิทานกถา) วิย. เตนาห ‘‘โมฬึ พนฺธิตฺวา’’ติ. จตุมธุเรนาติ สปฺปิสกฺกรมธุนาฬิเกรเสฺนหสงฺขาเตหิ จตูหิ มธุเรหิ อภิสงฺขตปานวิเสเสนาติ วทนฺติ, ตํ มหาธมฺมสมาทานสุตฺตปาฬิยา (ม. นิ. ๑.๔๗๓) น สเมติ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ ‘‘ทธิ จ มธุ จ สปฺปิ จ ผาณิตญฺจ เอกชฺฌํ สํสฏฺฐ’’นฺติ, (ม. นิ. ๑.๔๘๕) ตทฏฺฐกถายญฺจ วุตฺตํ ‘‘ทธิ จ มธุ จาติ สุปริสุทฺธํ ทธิ จ สุมธุรํ มธุ จ. เอกชฺฌํ สํสฏฺฐนฺติ เอกโต กตฺวา มิสฺสิตํ อาลุฬิตํ. ตสฺส ตนฺติ ตสฺส ตํ จตุมธุรเภสชฺชํ ปิวโต’’ติ ‘‘อตฺตุปกฺกเมน มรณํ น ยุตฺต’’นฺติ มนสิ กตฺวา ราชา ตสฺสา สรีรํ เลหิตฺวา ยาเปติ. น หิ อริยา อตฺตานํ วินิปาเตนฺติ.
มคฺคผลสุเขนาติ มคฺคผลสุขวตา, โสตาปตฺติมคฺคผลสุขูปสญฺหิเตน จงฺกเมน ยาเปตีติ อตฺโถ. หาเรสฺสามีติ อปเนสฺสามิ. วีตจฺจิเตหีติ วิคตอจฺจิเตหิ ชาลวิคเตหิ สุทฺธงฺคาเรหิ. เกนจิ สญฺญตฺโตติ เกนจิ สมฺมา ญาปิโต, โอวทิโตติ วุตฺตํ โหติ. มสฺสุกรณตฺถายาติ มสฺสุวิโสธนตฺถาย. มนํ กโรถาติ ยถา รญฺโญ มนํ โหติ, ตถา กโรถ. ปุพฺเพติ ปุริมภเว. เจติยงฺคเณติ คนฺธปุปฺผาทีหิ ปูชนฏฺฐานภูเต เจติยสฺส ภูมิตเล. นิสชฺชนตฺถายาติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิสีทนตฺถาย. ปญฺญตฺตกฏสารกนฺติ ปญฺญเปตพฺพอุตฺตมกิลญฺชํ. ตถาวิโธ กิลญฺโช หิ ‘‘กฏสารโก’’ติ วุจฺจติ. ตสฺสาติ ยถาวุตฺตสฺส กมฺมทฺวยสฺส. ตํ ปน มโนปโทสวเสเนว เตน กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ยถาห –
‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, มโนเสฏฺฐา มโนมยา;
มนสา เจ ปทุฏฺเฐน, ภาสติ วา กโรติ วา;
ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวติ, จกฺกํว วหโต ปท’’นฺติ. (ธ. ป. ๑; เนตฺติ. ๙๐);
ปริจารโกติ สหายโก. อเภเทปิ เภทมิว โวหาโร โลเก ปากโฏติ วุตฺตํ ‘‘ยกฺโข หุตฺวา นิพฺพตฺตี’’ติ. เอกายปิ หิ อุปฺปาทกิริยาย อิธ เภทโวหาโร, ปฏิสนฺธิวเสน หุตฺวา, ปวตฺติวเสน นิพฺพตฺตีติ วา ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ, ปฏิสนฺธิวเสน วา ปวตฺตนสงฺขาตํ สาติสยนิพฺพตฺตนํ ญาเปตุํ เอกาเยว กิริยา ปททฺวเยน วุตฺตา. ตถาวจนญฺหิ ปฏิสนฺธิวเสน นิพฺพตฺตเนเยว ทิสฺสติ ‘‘มกฺกฏโก นาม เทวปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๕) กณฺฏโก นาม…เป… นิพฺพตฺติ, (ชา. อฏฺฐ. ๑.อวิทูเรนิทานกถา) มณฺฑูโก นาม…เป… นิพฺพตฺตี’’ติอาทีสุ วิย. ทฺวินฺนํ วา ปทานํ ภาวตฺถมเปกฺขิตฺวา ‘‘ยกฺโข’’ติอาทีสุ สามิอตฺเถ ปจฺจตฺตวจนํ กตํ ปุริมาย ปจฺฉิมวิเสสนโต, ปริจารกสฺส…เป… ยกฺขสฺส ภาเวน นิพฺพตฺตีติ อตฺโถ, เหตฺวตฺเถ วา เอตฺถ ตฺวา-สทฺโท ยกฺขสฺส ภาวโต ปวตฺตนเหตูติ. อสฺส ปน รญฺโญ มหาปุญฺญสฺสปิ สมานสฺส ตตฺถ พหุลํ นิพฺพตฺตปุพฺพตาย จิรปริจิตนิกนฺติ วเสน ตตฺเถว นิพฺพตฺติ เวทิตพฺพา.
ตํ ทิวสเมวาติ รญฺโญ มรณทิวเสเยว. โขเภตฺวาติ ปุตฺตเสฺนหสฺส พลวภาวโต, ตํสหชาตปีติ เวคสฺส จ สวิปฺผารตาย ตํ สมุฏฺฐานรูปธมฺเมหิ ผรณวเสน สกลสรีรํ อาโลเฬตฺวา. เตนาห ‘‘อฏฺฐิมิญฺชํ อาหจฺจ อฏฺฐาสี’’ติ. ปิตุคุณนฺติ ปิตุโน อตฺตนิ สิเนหคุณํ. เตน วุตฺตํ ‘‘มยิ ชาเตปี’’ติอาทิ. วิสฺสชฺเชถ วิสฺสชฺเชถาติ ตุริตวเสน, โสกวเสน จ วุตฺตํ.
อนุฏฺฐุภิตฺวาติ อฉฑฺเฑตฺวา.
นาฬาคิริหตฺถึ มุญฺจาเปตฺวาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท ปการตฺโถ, เตน ‘‘อภิมารกปุริสเปเสนาทิปฺปกาเรนา’’ติ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการตฺตยํ ปจฺจามสติ, กตฺถจิ ปน โส น ทิฏฺโฐ. ปญฺจ วตฺถูนีติ ‘‘สาธุ ภนฺเต ภิกฺขู ยาวชีวํ อารญฺญิกา อสฺสู’’ติอาทินา (ปารา. ๔๐๙; จูฬว. ๓๔๓) วินเย วุตฺตานิ ปญฺจ วตฺถูนิ. ยาจิตฺวาติ เอตฺถ ยาจนํ วิย กตฺวาติ อตฺโถ. น หิ โส ปฏิปชฺชิตุกาโม ยาจตีติ อยมตฺโถ วินเย (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๑๐) วุตฺโตเยว. สญฺญาเปสฺสามีติ จินฺเตตฺวา สงฺฆเภทํ กตฺวาติ สมฺพนฺโธ. อิทญฺจ ตสฺส อนิกฺขิตฺตธุรตาทสฺสนวเสน วุตฺตํ, โส ปน อกเตปิ สงฺฆเภเท เตหิ สญฺญาเปติเยว. อุณฺหโลหิตนฺติ พลวโสกสมุฏฺฐิตํ อุณฺหภูตํ โลหิตํ. มหานิรเยติ อวีจินิรเย. วิตฺถารกถานโยติ อชาตสตฺตุปสาทนาทิวเสน วิตฺถารโต วตฺตพฺพาย กถาย นยมตฺตํ. กสฺมา ปเนตฺถ สา น วุตฺตา, นนุ สงฺคีติกถา วิย ขนฺธเก (จูฬว. ๓๔๓) อาคตาปิ สา วตฺตพฺพาติ โจทนาย อาห ‘‘อาคตตฺตา ปน สพฺพํ น วุตฺต’’นฺติ, ขนฺธเก อาคตตฺตา, กิญฺจิมตฺตสฺส จ วจนกฺกมสฺส วุตฺตตฺตา น เอตฺถ โกจิ วิโรโธติ อธิปฺปาโย. ‘‘เอว’’นฺติอาทิ ยถานุสนฺธินา นิคมนํ.
โกสลรญฺโญติ ปเสนทิโกสลสฺส ปิตุ มหาโกสลรญฺโญ. นนุ วิเทหสฺส รญฺโญ ธีตา เวเทหีติ อตฺโถ สมฺภวตีติ โจทนมปเนติ ‘‘น วิเทหรญฺโญ’’ติ อิมินา. อถ เกนฏฺเฐนาติ อาห ‘‘ปณฺฑิตาธิวจนเมต’’นฺติ, ปณฺฑิตเววจนํ, ปณฺฑิตนามนฺติ วา อตฺโถ. อยํ ปน ปทตฺโถ เกน นิพฺพจเนนาติ วุตฺตํ ‘‘ตตฺราย’’นฺติอาทิ. วิทนฺตีติ ชานนฺติ. เวเทนาติ กรณภูเตน ญาเณน. ‘‘อีหตี’’ติ เอตสฺส ปวตฺตตีติปิ อตฺโถ ฏีกายํ วุตฺโต. เวเทหีติ อิธ นทาทิคโณติ อาห ‘‘เวเทหิยา’’ติ.
โสเยว อโห ตทโห, สตฺตมีวจเนน ปน ‘‘ตทหู’’ติ ปทสิทฺธิ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ทิวเส. อุปสทฺเทน วิสิฏฺโฐ วสสทฺโท อุปวสเนเยว, น วสนมตฺเต, อุปวสนญฺจ สมาทานเมวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สีเลนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ จ สีเลนาติ สาสเน อริยุโปสถํ สนฺธาย วุตฺตํ. อนสเนนาติ อภุญฺชนมตฺตสงฺขาตํ พาหิรุโปสถํ. วา-สทฺโท เจตฺถ อนิยมตฺโถ, เตน เอกจฺจํ มโนทุจฺจริตํ, ทุสฺสีลฺยาทิญฺจ สงฺคณฺหาติ. ตถา หิ โคปาลกุโปสโถ อภิชฺฌาสหคตสฺส จิตฺตสฺส วเสน วุตฺโต, นิคณฺฐุโปสโถ โมสวชฺชาทิวเสน. ยถาห วิสาขุโปสเถ ‘‘โส เตน อภิชฺฌาสหคเตน เจตสา ทิวสํ อตินาเมตี’’ติ, (อ. นิ. ๓.๗๑) ‘‘อิติ ยสฺมึ สมเย สจฺเจ สมาทเปตพฺพา, มุสาวาเท ตสฺมึ สมเย สมาทเปตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๗๑) จ อาทิ.
เอวํ อธิปฺเปตตฺถานุรูปํ นิพฺพจนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺถุทฺธารวเสน นิพฺพจนานุรูปํ อธิปฺเปตตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิมาห. เอตฺถาติ อุโปสถสทฺเท. สมานสทฺทวจนียานํ อเนกปฺปเภทานํ อตฺถานมุทฺธรณํ อตฺถุทฺธาโร สมานสทฺทวจนีเยสุ วา อตฺเถสุ อธิปฺเปตสฺเสว อตฺถสฺส อุทฺธรณํ อตฺถุทฺธาโรติปิ วฏฺฏติ. อเนกตฺถทสฺสนญฺหิ อธิปฺเปตตฺถสฺส อุทฺธรณตฺถเมว. นนุ จ ‘‘อตฺถมตฺตํ ปติ สทฺทา อภินิวิสนฺตี’’ติอาทินา อตฺถุทฺธาเร โจทนา, โสธนา จ เหฏฺฐา วุตฺตาเยว. อปิจ วิเสสสทฺทสฺส อวาจกภาวโต ปาติโมกฺขุทฺเทสาทิวิสโยปิ อุโปสถสทฺโท สามญฺญรูโป เอว, อถ กสฺมา ปาติโมกฺขุทฺเทสาทิวิเสสวิสโย วุตฺโตติ? สจฺจเมตํ, อยํ ปนตฺโถ ตาทิสํ สทฺทสามญฺญมนาทิยิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ สมฺภวตฺถทสฺสนวเสเนว วุตฺโตติ, เอวํ สพฺพตฺถ. สีลทิฏฺฐิวเสน (สีลสุทฺธิวเสน ที. นิ. ฏี. ๑.๑๕๐) อุเปเตหิ สมคฺเคหิ วสียติ น อุฏฺฐียตีติ อุโปสโถ, ปาติโมกฺขุทฺเทโส. สมาทานวเสน, อธิฏฺฐานวเสน วา อุเปจฺจ อริยวาสาทิอตฺถาย วสิตพฺโพ อาวสิตพฺโพติ อุโปสโถ, สีลํ. อนสนาทิวเสน อุเปจฺจ วสิตพฺโพ อนุวสิตพฺโพติ อุโปสโถ, วตสมาทานสงฺขาโต อุปวาโส. นวมหตฺถิกุลปริยาปนฺเน หตฺถินาเค กิญฺจิ กิริยมนเปกฺขิตฺวา ตํกุลสมฺภูตตามตฺตํ ปติ รุฬฺหิวเสเนว อุโปสโถติ สมญฺญา, ตสฺมา ตตฺถ นามปญฺญตฺติ เวทิตพฺพา. อรโย อุปคนฺตฺวา อุเสติ ทาเหตีติ อุโปสโถ, อุสสทฺโท ทาเหติปิ สทฺทวิทู วทนฺติ. ทิวเส ปน อุโปสถ สทฺทปวตฺติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตาเยว. ‘‘สุทฺธสฺส เว สทาผคฺคู’’ติอาทีสุ สุทฺธสฺสาติ สพฺพโส กิเลสมลาภาเวน ปริสุทฺธสฺส. เวติ นิปาตมตฺตํ, พฺยตฺตนฺติ วา อตฺโถ. สทาติ นิจฺจกาลมฺปิ. ผคฺคูติ ผคฺคุณีนกฺขตฺตเมว ยุตฺตํ ภวติ, นิรุตฺตินเยน เจตสฺส สิทฺธิ. ยสฺส หิ สุนฺทริกภารทฺวาชสฺส นาม พฺราหฺมณสฺส ผคฺคุณมาเส อุตฺตรผคฺคุณียุตฺตทิวเส ติตฺถนฺหานํ กโรนฺตสฺส สํวจฺฉรมฺปิ กตปาปปวาหนํ โหตีติ ลทฺธิ. ตโต ตํ วิเวเจตุํ อิทํ มชฺฌิมาคมาวเร มูลปณฺณาสเก วตฺถสุตฺเต ภควตา วุตฺตํ. สุทฺธสฺสุโปสโถ สทาติ ยถาวุตฺตกิเลสมลสุทฺธิยา ปริสุทฺธสฺส อุโปสถงฺคานิ, วตสมาทานานิ จ อสมาทิยโตปิ นิจฺจกาลํ อุโปสถวาโส เอว ภวตีติ อตฺโถ. ‘‘น ภิกฺขเว’’ติอาทีสุ ‘‘อภิกฺขุโก อาวาโส น คนฺตพฺโพ’’ติ นีหริตฺวา สมฺพนฺโธ. อุปวสิตพฺพทิวโสติ อุปวสนกรณทิวโส, อธิกรเณ วา ตพฺพสทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. เอวญฺหิ อฏฺฐกถายํ วุตฺตนิพฺพจเนน สเมติ. อนฺโตคธาวธารเณน, อญฺญตฺถาโปหเนน จ นิวารณํ สนฺธาย ‘‘เสสทฺวยนิวารณตฺถ’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘ปนฺนรเส’’ติ ปทมารพฺภ ทิวสวเสน ยถาวุตฺตนิพฺพจนํ กตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เตเนว วุตฺต’’นฺติอาทิมาห. ปญฺจทสนฺนํ ติถีนํ ปูรณวเสน ‘‘ปนฺนรโส’’ติ หิ ทิวโส วุตฺโต.
‘‘ตานิ เอตฺถ สนฺตี’’ติ เอตฺตเกเยว วุตฺเต นเนฺวตานิ อญฺญตฺถาปิ สนฺตีติ โจทนา สิยาติ ตํ นิวาเรตุํ ‘‘ตทา กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อเนน พหุโส, อติสยโต วา เอตฺถ ตทฺธิตวิสโย ปยุตฺโตติ ทสฺเสติ. จาตุมาสี, จาตุมาสินีติ จ ปจฺจยวิเสเสน อิตฺถิลิงฺเคเยว ปริยายวจนํ. ปริโยสานภูตาติ จ ปูรณภาวเมว สนฺธาย วทติ ตาย สเหว จตุมาสปริปุณฺณภาวโต. อิธาติ ปาฬิยํ. ตีหิ อากาเรหิ ปูเรตีติ ปุณฺณาติ อตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘มาสปุณฺณตายา’’ติอาทินา. ตตฺถ ตทา กตฺติกมาสสฺส ปุณฺณตาย มาสปุณฺณตา. ปุริมปุณฺณมิโต หิ ปฏฺฐาย ยาว อปรา ปุณฺณมี, ตาว เอโก มาโสติ ตตฺถ โวหาโร. วสฺสานสฺส อุตุโน ปุณฺณตาย อุตุปุณฺณตา. กตฺติกมาสลกฺขิตสฺส สํวจฺฉรสฺส ปุณฺณตาย สํวจฺฉรปุณฺณตา. ปุริมกตฺติกมาสโต ปภุติ ยาว อปรกตฺติกมาโส, ตาว เอโก กตฺติกสํวจฺฉโรติ เอวํ สํวจฺฉรปุณฺณตายาติ วุตฺตํ โหติ. โลกิกานํ มเตน ปน มาสวเสน สํวจฺฉรสมญฺญา ลกฺขิตา. ตถา จ ลกฺขณํ ครุสงฺกนฺติวเสน. วุตฺตญฺหิ โชติสตฺเถ –
‘‘นกฺขตฺเตน สโหทย-มตฺถํ ยาติ สูรมนฺติ;
ตสฺส สงฺกํ ตตฺร วตฺตพฺพํ, วสฺสํ มาสกเมเนวา’’ติ.
มินียติ ทิวโส เอเตนาติ มา. ตสฺส หิ คติยา ทิวโส มินิตพฺโพ ‘‘ปาฏิปโท ทุติยา, ตติยา’’ติอาทินา. เอตฺถ ปุณฺโณติ เอติสฺสา รตฺติยา สพฺพกลาปาริปูริยา ปุณฺโณ. จนฺทสฺส หิ โสฬสโม ภาโค ‘‘กลา’’ติ วุจฺจติ, ตทา จ จนฺโท สพฺพาสมฺปิ โสฬสนฺนํ กลานํ วเสน ปริปุณฺโณ หุตฺวา ทิสฺสติ. เอตฺถ จ ‘‘ตทหุโปสเถ ปนฺนรเส’’ติ ปทานิ ทิวสวเสน วุตฺตานิ, ‘‘โกมุทิยา’’ติอาทีนิ ตเทกเทสรตฺติวเสน.
กสฺมา ปน ราชา อมจฺจปริวุโต นิสินฺโน, น เอกโกวาติ โจทนาย โสธนาเลสํ ทสฺเสตุํ ปาฬิปทตฺถเมว อวตฺวา ‘‘เอวรูปายา’’ติอาทีนิปิ วทติ. เอเตหิ จายํ โสธนาเลโส ทสฺสิโต ‘‘เอวํ รุจิยมานาย รตฺติยา ตทา ปวตฺตตฺตา ตถา ปริวุโต นิสินฺโน’’ติ. โธวิยมานทิสาภาคายาติ เอตฺถาปิ วิยสทฺโท โยเชตพฺโพ. รชตวิมานนิจฺฉริเตหีติ รชตวิมานโต นิกฺขนฺเตหิ, รชตวิมานปฺปภาย วา วิปฺผุริเตหิ. ‘‘วิสโร’’ติ อิทํ มุตฺตาวฬิอาทีนมฺปิ วิเสสนปทํ. อพฺภํ ธูโม รโช ราหูติ อิเม จตฺตาโร อุปกฺกิเลสา ปาฬินเยน (อ. นิ. ๔.๕๐; ปาจิ. ๔๔๗). ราชามจฺเจหีติ ราชกุลสมุทาคเตหิ อมจฺเจหิ. อถ วา อนุยุตฺตกราชูหิ เจว อมจฺเจหิ จาติ อตฺโถ. กญฺจนาสเนติ สีหาสเน. ‘‘รญฺญํ ตุ เหมมาสนํ, สีหาสนมโถ วาฬพีชนิตฺถี จ จามร’’นฺติ หิ วุตฺตํ. กสฺมา นิสินฺโนติ นิสีทนมตฺเต โจทนา. เอต นฺติ กนฺทนํ, ปโพธนํ วา. อิตีติ อิมินา เหตุนา. นกฺขตฺต นฺติ กตฺติกานกฺขตฺตฉณํ. สมฺมา โฆสิตพฺพํ เอตรหิ นกฺขตฺตนฺติ สงฺฆุฏฺฐํ. ปญฺจวณฺณกุสุเมหิ ลาเชน, ปุณฺณฆเฏหิ จ ปฏิมณฺฑิตํ ฆเรสุ ทฺวารํ ยสฺส ตเทตํ นครํ ปญฺจ…เป… ทฺวารํ.ธโช วโฏ. ปฏาโก ปฏฺโฏติ สีหฬิยา วทนฺติ. ตทา กิร ปทีปุชฺชลนสีเสน กตนกฺขตฺตํ. ตถา หิ อุมฺมาทนฺติชาตกาทีสุปิ (ชา. ๒.๑๘.๕๗) กตฺติกมาเส เอวเมว วุตฺตํ. เตนาห ‘‘สมุชฺชลิตทีปมาลาลงฺกตสพฺพทิสาภาค’’นฺติ. วีถิ นาม รถิกา มหามคฺโค. รจฺฉา นาม อนิพฺพิทฺธา ขุทฺทกมคฺโค. ตตฺถ ตตฺถ นิสินฺนวเสน สมานภาเคน ปาฏิเยกฺกํ นกฺขตฺตกีฬํ อนุภวมาเนน สมภิกิณฺณนฺติ วุตฺตํ โหติ. มหาอฏฺฐกถายํ เอวํ วตฺวาปิ ตตฺเถว อิติ สนฺนิฏฺฐานํ กตนฺติ อตฺโถ.
อุทานํ อุทาหาโรติ อตฺถโต เอกํ. มานนฺติ มานปตฺตํ กตฺตุภูตํ. ฉฑฺฑนวเสน อวเสโก. โสตวเสน โอโฆ. ปีติวจนนฺติ ปีติสมุฏฺฐานวจนํ กมฺมภูตํ. หทยนฺติ จิตฺตํ กตฺตุภูตํ. คเหตุนฺติ พหิ อนิจฺฉรณวเสน คณฺหิตุํ, หทยนฺโตเยว ฐเปตุํ น สกฺโกตีติ อธิปฺปาโย. เตน วุตฺตํ ‘‘อธิกํ หุตฺวา’’ติอาทิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ วจนํ ปฏิคฺคาหก นิรเปกฺขํ เกวลํ อุฬาราย ปีติยา วเสน สรสโต สหสาว มุขโต นิจฺฉรติ, ตเทวิธ ‘‘อุทาน’’นฺติ อธิปฺเปตนฺติ.
โทเสหิ อิตา คตา อปคตาติ โทสินา ต-การสฺส น-การํ กตฺวา ยถา ‘‘กิเลเส ชิโต วิชิตาวีติ ชิโน’’ติ อาห ‘‘โทสาปคตา’’ติ. ยทิปิ สุตฺเต วุตฺตํ ‘‘จตฺตาโรเม ภิกฺขเว จนฺทิมสูริยานํ อุปกฺกิเลสา, เยหิ อุปกฺกิเลเสหิ อุปกฺกิลิฏฺฐา จนฺทิมสูริยา น ตปนฺติ น ภาสนฺติ น วิโรจนฺติ. กตเม จตฺตาโร? อพฺภา ภิกฺขเว…เป… มหิกา. ธูโม รโช. ราหุ ภิกฺขเว จนฺทิมสูริยานํ อุปกฺกิเลโส’’ติ, (จูฬว. ๔๔๗) ตถาปิ ตติยุปกฺกิเลสสฺส ปเภททสฺสน วเสน อฏฺฐกถานเยน ทสฺเสตุํ ‘‘ปญฺจหิ อุปกฺกิเลเสหี’’ติ วุตฺตํ. อยมตฺโถ จ รมณียาทิสทฺทโยคโต ญายตีติ อาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. อนีย-สทฺโทปิ พหุลา กตฺวตฺถาภิธายโก ยถา ‘‘นิยฺยานิกา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๙๖) ทสฺเสติ ‘‘รมยตี’’ติ อิมินา. ชุณฺหาวเสน รตฺติยา สุรูปตฺตมาห ‘‘วุตฺตโทสวิมุตฺตายา’’ติอาทินา. อพฺภาทโย เจตฺถ วุตฺตโทสา. อยญฺจ เหตุ ‘‘ทสฺสิตุํ ยุตฺตา’’ติ เอตฺถาปิ สมฺพชฺฌิตพฺโพ. เตน การเณน, อุตุสมฺปตฺติยา จ ปาสาทิกตา ทฏฺฐพฺพา. อีทิสาย รตฺติยา ยุตฺโต ทิวโส มาโส อุตุ สํวจฺฉโรติ เอวํ ทิวสมาสาทีนํ ลกฺขณา สลฺลกฺขณุปายา ภวิตุํ ยุตฺตา, ตสฺมา ลกฺขิตพฺพาติ ลกฺขณิยา, สา เอว ลกฺขญฺญา ย-วโต ณ-การสฺส ญ-การาเทสวเสน ยถา ‘‘โปกฺขรญฺโญ สุมาปิตา’’ติ อาห ‘‘ทิวสมาสาทีน’’นฺติอาทิ.
‘‘ยํ โน ปยิรุปาสโต จิตฺตํ ปสีเทยฺยา’’ติ วจนโต สมณํ วา พฺราหฺมณํ วาติ เอตฺถ ปรมตฺถสมโณ, ปรมตฺถพฺราหฺมโณ จ อธิปฺเปโต, น ปน ปพฺพชฺชามตฺตสมโณ, น จ ชาติมตฺตพฺราหฺมโณติ วุตฺตํ ‘‘สมิตปาปตายา’’ติอาทิ. พหติ ปาเป พหิ กโรตีติ พฺราหฺมโณ นิรุตฺตินเยน. พหุวจเน วตฺตพฺเพ เอกวจนํ, เอกวจเน วา วตฺตพฺเพ พหุวจนํ วจนพฺยตฺตโย วจนวิปลฺลาโสติ อตฺโถ. อิธ ปน ‘‘ปยิรุปาสต’’นฺติ วตฺตพฺเพ ‘‘ปยิรุปาสโต’’ติ วุตฺตตฺตา พหุวจเน วตฺตพฺเพ เอกวจนวเสน วจนพฺยตฺตโย ทสฺสิโต. อตฺตนิ, ครุฏฺฐานิเย จ หิ เอกสฺมิมฺปิ พหุวจนปฺปโยโค นิรุโฬฺห. ปยิรุปาสโตติ จ วณฺณวิปริยายนิทฺเทโส เอส ยถา ‘‘ปยิรุทาหาสี’’ติ. อยญฺหิ พหุลํ ทิฏฺฐปโยโค, ยทิทํ ปริสทฺเท ย-การปเร วณฺณวิปริยาโย. ตถา หิ อกฺขรจินฺตกา วทนฺติ ‘‘ปริยาทีนํ รยาทิวณฺณสฺส ยราทีหิ วิปริยาโย’’ติ. ยนฺติ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา. อิมินา สพฺเพนปิ วจเนนาติ ‘‘รมณียา วตา’’ติอาทิวจเนน. โอภาสนิมิตฺตกมฺมนฺติ โอภาสภูตํ นิมิตฺตกมฺมํ, ปริพฺยตฺตํ นิมิตฺตกรณนฺติ อตฺโถ. มหาปราธตายาติ มหาโทสตาย.
‘‘เตน หี’’ติอาทิ ตทตฺถวิวรณํ. เทวทตฺโต จาติ เอตฺถ จ-สทฺโท สมุจฺจยวเสน อตฺถุปนยเน, เตน ยถา ราชา อชาตสตฺตุ อตฺตโน ปิตุ อริยสาวกสฺส สตฺถุ อุปฏฺฐากสฺส ฆาตเนน มหาปราโธ, เอวํ ภควโต มหานตฺถกรสฺส เทวทตฺตสฺส อปสฺสยภาเวนาปีติ อิมมตฺถํ อุปเนติ. ตสฺส ปิฏฺฐิฉายายาติ โวหารมตฺตํ, ตสฺส ชีวกสฺส ปิฏฺฐิอปสฺสเยน, ตํ ปมุขํ กตฺวา อปสฺสายาติ วุตฺตํ โหติ. วิกฺเขปปจฺเฉทนตฺถนฺติ วกฺขมานาย อตฺตโน กถาย อุปฺปชฺชนกวิกฺเขปสฺส ปจฺฉินฺทนตฺถํ, อนุปฺปชฺชนตฺถนฺติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ตสฺสํ หี’’ติอาทิ. อสิกฺขิตานนฺติ กายวจีสํยมเน วิคตสิกฺขานํ. กุลูปเกติ กุลมุปคเต สตฺถาเร. คหิตาสารตายาติ คเหตพฺพคุณสารวิคตตาย. นิพฺพิกฺเขปนฺติ อญฺเญสมปนยนวิรหิตํ.
ภทฺทนฺติ อวสฺสยสมฺปนฺนตาย สุนฺทรํ.
๑๕๑. อยญฺจตฺโถ อิมาย ปาฬิจฺฉายาย อธิคโต, อิมมตฺถเมว วา อนฺโตคธํ กตฺวา ปาฬิยเมวํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ ‘‘เตนาหา’’ติอาทินา. อสตฺถาปิ สมาโน สตฺถา ปฏิญฺญาโต เยนาติ สตฺถุปฏิญฺญาโต, ตสฺส อพุทฺธสฺสาปิ สมานสฺส พุทฺธปฏิญฺญาตสฺส ‘‘อหเมโก โลเก อตฺถธมฺมานุสาสโก’’ติ อาจริยปฏิญฺญาตภาวํ วา สนฺธาย เอวํ วุตฺตํ. ‘‘โส กิรา’’ติอาทินา อนุสฺสุติมตฺตํ ปติ โปราณฏฺฐกถานโยว กิรสทฺเทน วุตฺโต. เอส นโย ปรโต มกฺขลิปทนิพฺพจเนปิ. เอกูนทาสสตํ ปูรยมาโนติ เอเกนูนทาสสตํ อตฺตนา สทฺธึ อนูนทาสสตํ กตฺวา ปูรยมาโน. เอวํ ชายมาโน เจส มงฺคลทาโส ชาโต. ชาตรูเปเนวาติ มาตุกุจฺฉิโต วิชาตเวเสเนว, ยถา วา สตฺตา อนิวตฺถา อปารุตา ชายนฺติ, ตถา ชาตรูเปเนว. อุปสงฺกมนฺตีติ อุปคตา ภชนฺตา โหนฺติ. ตเทว ปพฺพชฺชํ อคฺคเหสีติ ตเทว นคฺครูปํ ‘‘อยเมว ปพฺพชฺชา นาม สิยา’’ติ ปพฺพชฺชํ กตฺวา อคฺคเหสิ. ปพฺพชึสูติ ตํ ปพฺพชิตมนุปพฺพชึสุ.
‘‘ปพฺพชิตสมูหสงฺขาโต’’ติ เอเตน ปพฺพชิตสมูหตามตฺเตน สงฺโฆ, น นิยฺยานิกทิฏฺฐิวิสุทฺธสีลสามญฺญวเสน สํหตตฺตาติ ทสฺเสติ. อสฺส อตฺถีติ อสฺส สตฺถุปฏิญฺญาตสฺส ปริวารภาเวน อตฺถิ. ‘‘สงฺฆี คณี’’ติ เจทํ ปริยายวจนํ, สงฺเกตมตฺตโต นานนฺติ อาห ‘‘เสฺววา’’ติอาทิ. เสฺววาติ จ ปพฺพชิตสมูหสงฺขาโต เอว. เกจิ ปน ‘‘ปพฺพชิตสมูหวเสน สงฺฆี, คหฏฺฐสมูหวเสน คณี’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ คเณ เอว โลเก สงฺฆ-สทฺทสฺส นิรุฬฺหตฺตา. อเจลกวตจริยาทิ อตฺตนา ปริกปฺปิตมตฺตํ อาจาโร.ปญฺญาโต ปากโฏ สงฺฆีอาทิภาเวน. อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐติ อตฺถโต เอกํ. ตตฺถ ลพฺภมานาปฺปิจฺฉตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปฺปิจฺฉตาย วตฺถมฺปิ น นิวาเสตี’’ติ วุตฺตํ. น หิ ตสฺมึ สาสนิเก วิย สนฺตคุณนิคฺคูหณลกฺขณา อปฺปิจฺฉตา ลพฺภติ. ยโสติ กิตฺติสทฺโท. ตรนฺติ เอเตน สํสาโรฆนฺติ เอวํ สมฺมตตาย ลทฺธิ ติตฺถํ นาม ‘‘สาธู’’ติ สมฺมโต, น จ สาธูหิ สมฺมโตติ อตฺถมาห ‘‘อย’’นฺติอาทินา. น หิ ตสฺส สาธูหิ สมฺมตตา ลพฺภติ. สุนฺทโร สปฺปุริโสติ ทฺวิธา อตฺโถ. อสฺสุตวโตติ อสฺสุตาริยธมฺมสฺส, กตฺตุตฺเถ เจตํ สามิวจนํ. ‘‘อิมานิ เม วตสมาทานานิ เอตฺตกํ กาลํ สุจิณฺณานี’’ติ พหู รตฺติโย ชานาติ. ตา ปนสฺส รตฺติโย จิรกาลภูตาติ กตฺวา ‘‘จิรํ ปพฺพชิตสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ, อนฺตตฺถอญฺญปทตฺถสมาโส เจส ยถา ‘‘มาสชาโต’’ติ. อถ ตสฺส ปททฺวยสฺส โก วิเสโสติ เจ? จิรปพฺพชิตคฺคหเณนสฺส พุทฺธิสีลตา, รตฺตญฺญูคหเณน ตตฺถ สมฺปชานตา ทสฺสิตา, อยเมตสฺส วิเสโสติ. กึ ปน อตฺถํ สนฺธาย โส อมจฺโจ อาหาติ วุตฺตํ ‘‘อจิรปพฺพชิตสฺสา’’ติอาทิ. โอกปฺปนียาติ สทฺทหนียา. อทฺธานนฺติ ทีฆกาลํ. กิตฺตโก ปน โสติ อาห ‘‘เทฺว ตโย ราชปริวฏฺเฏ’’ติ, ทฺวินฺนํ, ติณฺณํ วา ราชูนํ รชฺชานุสาสนปฏิปาฏิโยติ อตฺโถ. ‘‘อทฺธคโต’’ติ วตฺวาปิ ปุน กตํ วยคฺคหณํ โอสานวยาเปกฺขํ ปททฺวยสฺส อตฺถวิเสสสมฺภวโตติ ทสฺเสติ ‘‘ปจฺฉิมวย’’นฺติ อิมินา. อุภยนฺติ ‘‘อทฺธคโต, วโยอนุปฺปตฺโต’’ติ ปททฺวยํ.
กาชโร นาม เอโก รุกฺขวิเสโส, โย ‘‘ปณฺณกรุกฺโข’’ติปิ วุจฺจติ. ทิสฺวา วิย อนตฺตมโนติ สมฺพนฺโธ. ปุพฺเพ ปิตรา สทฺธึ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา เทสนาย สุตปุพฺพตํ สนฺธายาห ‘‘ฌานา…เป… กาโม’’ติ. ติลกฺขณพฺภาหตนฺติ ตีหิ ลกฺขเณหิ อภิฆฏิตํ. ทสฺสเนนาติ นิทสฺสนมตฺตํ. โส หิ ทิสฺวา เตน สทฺธึ อลฺลาปสลฺลาปํ กตฺวา, ตโต อกิริยวาทํ สุตฺวา จ อนตฺตมโน อโหสิ. คุณกถายาติ อภูตคุณกถาย. เตนาห ‘‘สุฏฺฐุตรํ อนตฺตมโน’’ติ. ยทิ อนตฺตมโน, กสฺมา ตุณฺหี อโหสีติ โจทนํ วิโสเธติ ‘‘อนตฺตมโน สมาโนปี’’ติอาทินา.
๑๕๒. โคสาลายาติ เอวํนามเก คาเมติ วุตฺตํ. วสฺสานกาเล คุนฺนํ ปติฏฺฐิตสาลายาติ ปน อตฺเถ ตพฺพเสน ตสฺส นามํ สาติสยมุปปนฺนํ โหติ พหุลมนญฺญสาธารณตฺตา, ตถาปิ โส โปราเณหิ อนนุสฺสุโตติ เอกจฺจวาโท นาม กโต. ‘‘มา ขลีติ สามิโก อาหา’’ติ อิมินา ตถาวจนมุปาทาย ตสฺส อาขฺยาตปเทน สมญฺญาติ ทสฺเสติ. สญฺญาย หิ วตฺตุมิจฺฉาย อาขฺยาตปทมฺปิ นามิกํ ภวติ ยถา ‘‘อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญ’’ติ (มหาว. ๑๗). เสสนฺติ ‘‘โส ปณฺเณน วา’’ติอาทิวจนํ.
๑๕๓. ทาสาทีสุ สิริวฑฺฒกาทินามมิว อชิโตติ ตสฺส นามมตฺตํ. เกเสหิ วายิโต กมฺพโล ยสฺสาติปิ ยุชฺชติ. ปฏิกิฏฺฐตรนฺติ นิหีนตรํ. ‘‘ยถาหา’’ติอาทินา องฺคุตฺตราคเม ติกนิปาเต มกฺขลิสุตฺต (อ. นิ. ๓.๑๓๘) มาหริ. ตนฺตาวุตานีติ ตนฺเต วีตานิ. ‘‘สีเต สีโต’’ติอาทินา ฉหากาเรหิ ตสฺส ปฏิกิฏฺฐตรํ ทสฺเสติ.
๑๕๔. ปกุชฺฌติ สมฺมาทิฏฺฐิเกสุ พฺยาปชฺชตีติ ปกุโธ. วจฺจํ กตฺวาปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺเทน โภชนํ ภุญฺชิตฺวาปิ เกนจิ อสุจินา มกฺขิตฺวาปีติ อิมมตฺถํ สมฺปิณฺเฑติ. วาลิกาถูปํ กตฺวาติ วตสมาทานสีเสน วาลิกาสญฺจยํ กตฺวา, ตถารูเป อนุปคมนียฏฺฐาเน ปุน วตํ สมาทาย คจฺฉตีติ วุตฺตํ โหติ.
๑๕๖. ‘‘คณฺฐนกิเลโส’’ติ เอตสฺส ‘‘ปลิพุนฺธนกิเลโส’’ติ อตฺถวจนํ, สํสาเร ปริพุนฺธนกิจฺโจ เขตฺตวตฺถุปุตฺตทาราทิวิสโย ราคาทิกิเลโสติ อตฺโถ. ‘‘เอวํวาทิตายา’’ติ อิมินา ลทฺธิวเสนสฺส นามํ, น ปนตฺถโตติ ทสฺเสติ. ยาว หิ โส มคฺเคน สมุคฺฆาฏิโต, ตาว อตฺถิเยว. อยํ ปน วจนตฺโถ – ‘‘นตฺถิ มยฺหํ คณฺโฐ’’ติ คณฺหาตีติ นิคณฺโฐติ. นาฏสฺสาติ เอวํนามกสฺส.
โกมารภจฺจชีวกกถาวณฺณนา
๑๕๗. สพฺพถา ตุณฺหีภูตภาวํ สนฺธาย ‘‘เอส นาค…เป… วิยา’’ติ วุตฺตํ. สุปณฺโณติ ครุโฬ, ครุโฑ วา สกฺกฏมเตน. ‘‘ฑ-ฬาน’มวิเสโส’’ติ หิ ตตฺถ วทนฺติ. ยถาธิปฺปายํ น วตฺตตีติ กตฺวา ‘‘อนตฺโถ วต เม’’ติ วุตฺตํ. อุปสนฺตสฺสาติ สพฺพถา สญฺญเมน อุปสมํ คตสฺส. ชีวกสฺส ตุณฺหีภาโว มม อธิปฺปายสฺส มทฺทนสทิโส, ตสฺมา ตเทว ตุณฺหีภาวํ ปุจฺฉิตฺวา กถาปเนน มม อธิปฺปาโย สมฺปาเทตพฺโพติ อยเมตฺถ รญฺโญ อธิปฺปาโยติ ทสฺเสนฺโต ‘‘หตฺถิมฺหิ โข ปนา’’ติอาทิมาห. กินฺติ การณปุจฺฉายํ นิปาโตติ ทสฺเสติ ‘‘เกน การเณนา’’ติ อิมินา, เยน ตุวํ ตุณฺหี, กึ ตํ การณนฺติ วา อตฺถํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ยถาสมฺภวํ การณํ อุทฺธริตฺวา อธิปฺปายํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิเมส’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ยถา เอเตสนฺติ เอเตสํ กุลูปโก อตฺถิ ยถา, อิเมสํ นุ โข ติณฺณํ การณานํ อญฺญตเรน การเณน ตุณฺหี ภวสีติ ปุจฺฉตีติ อธิปฺปาโย.
กถาเปตีติ กถาเปตุกาโม โหติ. ปญฺจปติฏฺฐิเตนาติ เอตฺถ ปญฺจหิ องฺเคหิ อภิมุขํ ฐิเตนาติ อตฺโถ, ปาทชาณุ กปฺปร หตฺถ สีสสงฺขาตานิ ปญฺจ องฺคานิ สมํ กตฺวา โอนาเมตฺวา อภิมุขํ ฐิเตน ปฐมํ วนฺทิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ยมฺปิ วทนฺติ ‘‘นวกตเรนุปาลิ ภิกฺขุนา วุฑฺฒตรสฺส ภิกฺขุโน ปาเท วนฺทนฺเตน อิเม ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ อุปฏฺฐาเปตฺวา ปาทา วนฺทิตพฺพา’ติอาทิกํ (ปริ. ๔๖๙) วินยปาฬิมาหริตฺวา เอกํสกรณอญฺชลิปคฺคหณปาทสมฺพาหนเปมคารวุปฏฺฐาปนวเสน ปญฺจปติฏฺฐิตวนฺทนา’’ติ, ตเมตฺถานธิปฺเปตํ ทูรโต วนฺทเน ยถาวุตฺตปญฺจงฺคสฺส อปริปุณฺณตฺตา. วนฺทนา เจตฺถ ปณมนา อญฺชลิปคฺคหณกรปุฏสมาโยโค. ‘‘ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา’’ติ จ กายปณาโม วุตฺโต, ‘‘มม สตฺถุโน’’ติอาทินา ปน วจีปณาโม, ตทุภยปุเรจรานุจรวเสน มโนปณาโมติ. กามํ สพฺพาปิ ตถาคตสฺส ปฏิปตฺติ อนญฺญสาธารณา อจฺฉริยพฺภุตรูปาว, ตถาปิ คพฺโภกฺกนฺติ อภิชาติ อภินิกฺขมน อภิสมฺโพธิ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตน (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; ปฏิ. ม. ๓.๓๐) ยมกปาฏิหาริยเทโวโรหนานิ สเทวเก โลเก อติวิย สุปากฏานิ, น สกฺกา เกนจิ ปฏิพาหิตุนฺติ ตานิเยเวตฺถ อุทฺธฏานิ.
อิตฺถํ อิมํ ปการํ ภูโต ปตฺโตติ อิตฺถมฺภูโต, ตสฺส อาขฺยานํ อิตฺถมฺภูตาขฺยานํ, โสเยวตฺโถ อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺโถ. อถ วา อิตฺถํ เอวํปกาโร ภูโต ชาโตติ อิตฺถมฺภูโต, ตาทิโสติ อาขฺยานํ อิตฺถมฺภูตาขฺยานํ, ตเทวตฺโถ อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺโถ, ตสฺมึ อุปโยควจนนฺติ อตฺโถ. อพฺภุคฺคโตติ เอตฺถ หิ อภิสทฺโท ปธานวเสน อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺถโชตโก กมฺมปฺปวจนีโย อภิภวิตฺวา อุคฺคมนกิริยาปการสฺส ทีปนโต, เตน ปโยคโต ‘‘ตํ โข ปน ภควนฺต’’นฺติ อิทํ อุปโยควจนํ สามิอตฺเถ สมานมฺปิ อปฺปธานวเสน อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺถทีปนโต ‘‘อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถ’’ติ วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘ตสฺส โข ปน ภควโตติ อตฺโถ’’ติ. นนุ จ ‘‘สาธุ เทวทตฺโต มาตรมภี’’ติ เอตฺถ วิย ‘‘ตํ โข ปน ภควนฺต’’นฺติ เอตฺถ อภิสทฺโท อปฺปยุตฺโต, กถเมตฺถ ตํปโยคโต อุปโยควจนํ สิยาติ? อตฺถโต ปยุตฺตตฺตา. อตฺถสทฺทปโยเคสุ หิ อตฺถปโยโคเยว ปธาโนติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา ‘‘สาธุ เทวทตฺโต มาตรมภี’’ติ เอตฺถ อภิสทฺทปโยคโต อิตฺถมฺภูตาขฺยาเน อุปโยควจนํ กตํ, เอวมิธาปิ ‘‘ตํ โข ปน ภควนฺตํ อภิ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อุคฺคโต’’ติ อภิสทฺทปโยคโต อิตฺถมฺภูตาขฺยาเน อุปโยควจนํ กตนฺติ. ยถา หิ ‘‘สาธุ เทวทตฺโต มาตรมภี’’ติ เอตฺถ ‘‘เทวทตฺโต มาตรมภิ มาตุวิสเย, มาตุยา วา สาธู’’ติ เอวํ อธิกรณตฺเถ, สามิอตฺเถ วา ภุมฺมวจนสฺส, สามิวจนสฺส วา ปสงฺเค อิตฺถมฺภูตาขฺยานโชตเกน กมฺมปฺปวจนีเยน อภิสทฺเทน ปโยคโต อุปโยควจนํ กตํ, เอวมิธาปิ สามิอตฺเถ สามิวจนปฺปสงฺเค ยถา จ ตตฺถ ‘‘เทวทตฺโต มาตุวิสเย, มาตุ สมฺพนฺธี วา สาธุตฺตปฺปการปฺปตฺโต’’ติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ, เอวมิธาปิ ‘‘ภควโต สมฺพนฺธี กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต อภิภวิตฺวา อุคฺคมนปฺปการปฺปตฺโต’’ติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ. ตตฺถ หิ เทวทตฺตคฺคหณํ วิย อิธ กิตฺติสทฺทคฺคหณํ, ‘‘มาตร’’นฺติ วจนํ วิย ‘‘ภควนฺต’’นฺติ วจนํ, สาธุสทฺโท วิย อุคฺคตสทฺโท เวทิตพฺโพ.
กลฺยาโณติ ภทฺทโก. กลฺยาณภาโว จสฺส กลฺยาณคุณวิสยตายาติ อาห ‘‘กลฺยาณคุณสมนฺนาคโต’’ติ, กลฺยาเณหิ คุเณหิ สมนฺนาคโต ตพฺพิสยตาย ยุตฺโตติ อตฺโถ. ตํ วิสยตา เหตฺถ สมนฺนาคโม, กลฺยาณคุณวิสยตาย ตนฺนิสฺสิโตติ อธิปฺปาโย. เสฏฺโฐติ ปริยายวจเนปิ เอเสว นโย. เสฏฺฐคุณวิสยตา เอว หิ กิตฺติสทฺทสฺส เสฏฺฐตา ‘‘ภควาติ วจนํ เสฏฺฐํ, ภควาติ วจนมุตฺตม’’นฺติอาทีสุ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๔๒; ปารา. อฏฺฐ. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา; อุทา. อฏฺฐ. ๑; อิติวุ. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา; มหานิ. อฏฺฐ. ๔๙) วิย. ‘‘อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติอาทินา คุณานํ สํกิตฺตนโต, สทฺทนียโต จ วณฺโณเยว กิตฺติสทฺโท นามาติ อาห ‘‘กิตฺติเยวา’’ติ. วณฺโณ เอว หิ กิตฺเตตพฺพโต กิตฺติ, สทฺทนียโต สทฺโทติ จ วุจฺจติ. กิตฺติปริยาโย หิ สทฺทสทฺโท ยถา ‘‘อุฬารสทฺทา อิสโย, คุณวนฺโต ตปสฺสิโน’’ติ. กิตฺติวเสน ปวตฺโต สทฺโท กิตฺติสทฺโทติ ภินฺนาธิกรณตํ ทสฺเสติ ‘‘ถุติโฆโส’’ติ อิมินา. กิตฺติสทฺโท เหตฺถ ถุติปริยาโย กิตฺตนมภิตฺถวนํ กิตฺตีติ. ถุติวเสน ปวตฺโต โฆโส ถุติโฆโส, อภิตฺถวุทาหาโรติ อตฺโถ. อภิสทฺโท อภิภวเน, อภิภวนญฺเจตฺถ อชฺโฌตฺถรณเมวาติ วุตฺตํ ‘‘อชฺโฌตฺถริตฺวา’’ติ, อนญฺญสาธารเณ คุเณ อารพฺภ ปวตฺตตฺตา อภิพฺยาเปตฺวาติ อตฺโถ. กินฺติ-สทฺโท อพฺภุคฺคโตติ โจทนาย ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทิมาหาติ อนุสนฺธึ ทสฺเสตุํ ‘‘กินฺตี’’ติ วุตฺตํ.
ปทานํ สมฺพชฺฌนํ ปทสมฺพนฺโธ. โส ภควาติ โย โส สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพกิเลเส ภญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ เทวานมติเทโว สกฺกานมติสกฺโก พฺรหฺมานมติพฺรหฺมา โลกนาโถ ภาคฺยวนฺตตาทีหิ การเณหิ สเทวเก โลเก ‘‘ภควา’’ติ ปตฺถฏกิตฺติสทฺโท, โส ภควา. ยํ ตํ-สทฺทา หิ นิจฺจสมฺพนฺธา. ‘‘ภควา’’ติ จ อิทมาทิปทํ สตฺถุ นามกิตฺตนํ. เตนาห อายสฺมา ธมฺมเสนาปติ ‘‘ภควาติ เนตํ นามํ มาตรา กตํ, น ปิตรา กต’’นฺติอาทิ (มหานิ. ๖; จูฬนิ. ๒). ปรโต ปน ‘‘ภควา’’ติ ปทํ คุณกิตฺตนํ. ยถา กมฺมฏฺฐานิเกน‘‘อรห’’นฺติอาทีสุ นวสุ ฐาเนสุ ปจฺเจกํ อิติปิสทฺทํ โยเชตฺวา พุทฺธคุณา อนุสฺสรียนฺติ, เอวมิธ พุทฺธคุณสํกิตฺตเกนาปีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิติปิ อรหํ…เป… อิติปิ ภควา’’ติ อาห. เอวญฺหิ สติ‘‘อรห’’นฺติอาทีหิ นวหิ ปเทหิ เย สเทวเก โลเก อติวิย ปากฏา ปญฺญาตา พุทฺธคุณา, เต นานปฺปการโต วิภาวิตา โหนฺติ ‘‘อิติปี’’ติ ปททฺวเยน เตสํ นานปฺปการตาทีปนโต. ‘‘อิติเปตํ ภูตํ, อิติเปตํ ตจฺฉ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๖) วิย หิ อิติ-สทฺโท อิธ อาสนฺนปจฺจกฺขกรณตฺโถ, ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ, เตน จ เนสํ นานปฺปการภาโว ทีปิโต, ตานิ จ คุณสลฺลกฺขณการณานิ สทฺธาสมฺปนฺนานํ วิญฺญุชาติกานํ ปจฺจกฺขานิ โหนฺติ, ตสฺมา ตานิ สํกิตฺเตนฺเตน วิญฺญุนา จิตฺตสฺส สมฺมุขีภูตาเนว กตฺวา สํกิตฺเตตพฺพานีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมินา จ อิมินา จ การเณนาติ วุตฺตํ โหตี’’ติ อาห. เอวญฺหิ นิรูเปตฺวา กิตฺเตนฺเต ยสฺส สํกิตฺเตติ, ตสฺส ภควติ อติวิย ปสาโท โหติ.
อารกตฺตาติ กิเลเสหิ สุวิทูรตฺตา. อรีนนฺติ กิเลสารีนํ. อรานนฺติ สํสารจกฺกสฺส อรานํ. หตตฺตาติ วิทฺธํสิตตฺตา. ปจฺจยาทีนนฺติ จีวราทิปจฺจยานญฺเจว ปูชา วิเสสานญฺจ. รหาภาวาติ จกฺขุรหาทีนมภาวโต. รโหปาปกรณาภาโว หิ ปทมนติกฺกมฺม รหาภาโวติ วุตฺตํ. เอวมฺปิ หิ ยถาธิปฺเปตมตฺโถ ลพฺภตีติ. ตโตติ วิสุทฺธิมคฺคโต (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๓). ยถา จ วิสุทฺธิมคฺคโต, เอวํ ตํสํวณฺณนาย ปรมตฺถมญฺชูสายํ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๑๒๔) เนสํ วิตฺถาโร คเหตพฺโพ.
ยสฺมา ชีวโก พหุโส สตฺถุ สนฺติเก พุทฺธคุเณ สุตฺวา ฐิโต, ทิฏฺฐสจฺจตาย จ สตฺถุสาสเน วิคตกถํกโถ, สตฺถุคุณกถเน จ เวสารชฺชปฺปตฺโต, ตสฺมา โส เอวํ วิตฺถารโต เอว อาหาติ วุตฺตํ ‘‘ชีวโก ปนา’’ติอาทิ. ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทินา สามตฺถิยตฺถมาห. ถาโม เทสนาญาณเมว, พลํ ปน ทสพลญาณํ. วิสฺสตฺถนฺติ ภาวนปุํสกปทํ, อนาสงฺกนฺติ อตฺโถ.
ปญฺจวณฺณายาติ ขุทฺทิกาทิวเสน ปญฺจปการาย. นิรนฺตรํ ผุฏํ อโหสิ กตาธิการภาวโต. กมฺมนฺตรายวเสน หิสฺส รญฺโญ คุณสรีรํ ขตูปหตํ โหติ. กสฺมา ปเนส ชีวกเมว คมนสชฺชาย อาณาเปตีติ อาห ‘‘อิมายา’’ติอาทิ.
๑๕๘. ‘‘อุตฺตม’’นฺติ วตฺวา น เกวลํ อุตฺตมภาโวเยเวตฺถ การณํ, อถ โข อปฺปสทฺทตาปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อสฺสยานรถยานานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. หตฺถิยาเนสุ จ นิพฺพิเสวนเมว คณฺหนฺโต หตฺถินิโยปิ กปฺปาเปสิ. ปทานุปทนฺติ ปทมนุคตํ ปทํ ปุรโต คจฺฉนฺตสฺส หตฺถิยานสฺส ปเท เตสํ ปทํ กตฺวา, ปทสทฺโท เจตฺถ ปทวฬญฺเช. นิพฺพุตสฺสาติ สพฺพกิเลสทรถวูปสมสฺส. นิพฺพุเตเหวาติ อปฺปสทฺทตาย สทฺทสงฺโขภนวูปสเมเหว.
กเรณูติ หตฺถินิปริยายวจนํ. กณติ สทฺทํ กโรตีติ หิ กเรณุ, กโรว ยสฺสา, น ทีโฆ ทนฺโตติ วา กเรณุ,‘‘กเรณุกา’’ติปิ ปาโฐ, นิรุตฺตินเยน ปทสิทฺธิ. อาโรหนสชฺชนํ กุถาทีนํ พนฺธนเมว. โอปวยฺหนฺติ ราชานมุปวหิตุํ สมตฺถํ. ‘‘โอปคุยฺห’’นฺติปิ ปฐนฺติ, ราชานมุปคูหิตุํ โคปิตุํ สมตฺถนฺติ อตฺโถ. ‘‘เอวํ กิรสฺสา’’ติอาทิ ปณฺฑิตภาววิภาวนํ. กถา วตฺตตีติ ลทฺโธกาสภาเวน ธมฺมกถา ปวตฺตติ. ‘‘รญฺโญ อาสงฺกานิวตฺตนตฺถํ อาสนฺนจารีภาเวน หตฺถินีสุ อิตฺถิโย นิสชฺชาปิตา’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๕๘) อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อิตฺถิโย นิสฺสาย ปุริสานํ ภยํ นาม นตฺถิ, สุขํ อิตฺถิปริวุโต คมิสฺสามี’’ติ ตตฺถ การณํ วุตฺตเมว. อิมินาปิ การเณน ภวิตพฺพนฺติ ปน อาจริเยน เอวํ วุตฺตํ สิยา. รญฺโญ ปเรสํ ทูรุปสงฺกมนภาวทสฺสนตฺถํ ตา ปุริสเวสํ คาหาเปตฺวา อาวุธหตฺถา การิตา. หตฺถินิกาสตานีติ เอตฺถ หตฺถินิโย เอว หตฺถินิกา. ‘‘ปญฺจ หตฺถินิยา สตานี’’ติปิ กตฺถจิ ปาโฐ, โส อยุตฺโตว ‘‘ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหี’’ติอาทีสุ (ปารา. ๑) วิย อีทิเสสุ ปจฺฉิมปทสฺส สมาสสฺเสว ทสฺสนโต. กสฺสจิเทวาติ สนฺนิปติเต มหาชเน ยสฺส กสฺสจิ เอว, ตทญฺเญสมฺปิ อายตึ มคฺคผลานมุปนิสฺสโยติ อาห ‘‘สา มหาชนสฺส อุปการาย ภวิสฺสตี’’ติ.
ปฏิเวเทสีติ ญาเปสิ. อุปจารวจนนฺติ โวหารวจนมตฺตํ เตเนว อธิปฺเปตตฺถสฺส อปริโยสานโต. เตนาห ‘‘ตเทว อตฺตโน รุจิยา กโรหี’’ติ. อิมินาเยว หิ ตทตฺถปริโยสานํ. มญฺญสีติ ปกติยาว ชานาสิ. ตเทวาติ คมนาคมนเมว. ยทิ คนฺตุกาโม, คจฺฉ, อถ น คนฺตุกาโม, มา คจฺฉ, อตฺตโน รุจิเยเวตฺถ ปมาณนฺติ วุตฺตํ โหติ.
๑๕๙. ปาฏิเอกฺกาเยว สนฺธิวเสน ปจฺเจกา. ‘‘มหญฺจ’’นฺติ ปเท กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘มหตา’’ติ. มหนฺตสฺส ภาโว มหญฺจํ. น เกวลํ นิคฺคหีตนฺตวเสเนว ปาโฐ, อถ โข อาการนฺตวเสนาปีติ อาห ‘‘มหจฺจาติปิ ปาฬี’’ติ. ยถา ‘‘ขตฺติยา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ขตฺยา’’ติ, เอวํ ‘‘มหติยา’’ติ วตฺตพฺเพ มหตฺยา. ปุน จ-การํ กตฺวา มหจฺจาติ สนฺธิวเสน ปทสิทฺธิ. ปุลฺลิงฺควเสน วตฺตพฺเพ อิตฺถิลิงฺควเสน วิปลฺลาโส ลิงฺควิปริยาโย. วิเสสนญฺหิ ภิยฺโย วิเสสฺยลิงฺคาทิคาหกํ. ติโยชนสตานนฺติ ปจฺเจกํ ติโยชนสตปริมณฺฑลานํ. ทฺวินฺนํ มหารฏฺฐานํ อิสฺสริยสิรีติ องฺคมคธรฏฺฐานมาธิปจฺจมาห. ตทตฺถํ วิวรติ ‘‘ตสฺสา’’ติอาทินา. ปฏิมุกฺกเวฐนานีติ อาพนฺธสิโรเวฐนานิ. อาสตฺตขคฺคานีติ อํเส โอลมฺพนวเสน สนฺนทฺธาสีนิ. มณิทณฺฑโตมเรติ มณิทณฺฑงฺกุเส.
‘‘อปราปี’’ติอาทินา ปทสา ปริวารา วุตฺตา. ขุชฺชวามนกา เวสวเสน, กิราตสวรอนฺธกาทโย ชาติวเสน ตาสํ ปริจารกินิโย ทสฺสิตา. วิสฺสาสิกปุริสาติ วสฺสวเร สนฺธายาห. กุลโภคอิสฺสริยาทิวเสน มหตี มตฺตา ปมาณเมเตสนฺติ มหามตฺตา, มหานุภาวา ราชามจฺจา. วิชฺชาธรตรุณา วิยาติ มนฺตานุภาเวน วิชฺชามยิทฺธิสมฺปนฺนา วิชฺชาธรกุมารกา วิย. รฏฺฐิยปุตฺตาติ โภชปุตฺตา. รฏฺเฐ ปริจรนฺตีติ หิ ลุทฺทกา รฏฺฐิยา, เตสํ นานาวุธปริจยตาย ราชภฏภูตา ปุตฺตาติ อตฺโถ, อนฺตรรฏฺฐโภชกานํ วา ปุตฺตา รฏฺฐิยปุตฺตา, ขตฺติยา โภชราชาโน. ‘‘อนุยุตฺตา ภวนฺตุ เต’’ติอาทีสุ วิย หิ ฏีกายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๕๙) วุตฺโต โภชสทฺโท โภชกวาจโกติ ทฏฺฐพฺพํ. อุสฺสาเปตฺวาติ อุทฺธํ ปสาเรตฺวา. ชยสทฺทนฺติ ‘‘ชยตุ มหาราชา’’ติอาทิชยปฏิพทฺธํ สทฺทํ. ธนุปนฺติปริกฺเขโปติ ธนุปนฺติปริวาโร. สพฺพตฺถ ตํคาหกวเสน เวทิตพฺโพ. หตฺถิฆฏาติ หตฺถิสมูหา. ปหรมานาติ ผุสมานา. อญฺญมญฺญสงฺฆฏฺฏนาติ อวิจฺเฉทคมเนน อญฺญมญฺญสมฺพนฺธา. เสณิโยติ คนฺธิกเสณีทุสฺสิกเสณีอาทโย ‘‘อนปโลเกตฺวา ราชานํ วา สงฺฆํ วา คณํ วา ปูคํ วา เสณึ วา อญฺญตฺร กปฺปา วุฏฺฐาเปยฺยา’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๖๘๒) วิย. ‘‘อฏฺฐารส อกฺโขภิณี เสนิโย’’ติ กตฺถจิ ลิขนฺติ, โส อเนเกสุปิ โปตฺถเกสุ น ทิฏฺโฐ. อเนกสงฺขฺยา จ เสนา เหฏฺฐา คณิตาติ อยุตฺโตเยว. ตทา สพฺพาวุธโต สโรว ทูรคามีติ กตฺวา สรปตนาติกฺกมปฺปมาเณน รญฺโญ ปริสํ สํวิทหติ. กิมตฺถนฺติ อาห ‘‘สเจ’’ติอาทิ.
สยํ ภายนฏฺเฐน จิตฺตุตฺราโส ภยํ ยถา ตถา ภายตีติ กตฺวา. ภายิตพฺเพ เอว วตฺถุสฺมึ ภยโต อุปฏฺฐิเต ‘‘ภายิตพฺพมิท’’นฺติ ภายิตพฺพากาเรน ตีรณโต ญาณํ ภยํ ภยโต ตีเรตีติ กตฺวา. เตเนวาห วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๗๕๑) ‘‘ภยตุปฏฺฐานญาณํ ปน ภายติ, น ภายตีติ? น ภายติ. ตญฺหิ ‘อตีตา สงฺขารา นิรุทฺธา, ปจฺจุปฺปนฺนา นิรุชฺฌนฺติ, อนาคตา นิรุชฺฌิสฺสนฺตี’ติ ตีรณมตฺตเมว โหตี’’ติ. ภายนฏฺฐานฏฺเฐน อารมฺมณํ ภยํ ภายติ เอตสฺมาติ กตฺวา. ภายนเหตุฏฺเฐน โอตฺตปฺปํ ภยํ ปาปโต ภายติ เอเตนาติ กตฺวา. ภยานกนฺติ ภายนากาโร. เตปีติ ทีฆายุกา เทวาปิ. ธมฺมเทสนนฺติ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ ปนฺนรสลกฺขณปฏิมณฺฑิตํ ธมฺมเทสนํ. เยภุยฺเยนาติ ฐเปตฺวา ขีณาสวเทเว ตทญฺเญสํ วเสน พาหุลฺลโต. ขีณาสวตฺตา หิ เตสํ จิตฺตุตฺราสภยมฺปิ น อุปฺปชฺชติ. กามํ สีโหปมสุตฺตฏฺฐกถายํ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๓๓) จิตฺตุตฺราสภยมฺปิ ตทตฺถภาเวน วุตฺตํ, อิธ ปน ปกรณานุรูปโต ญาณภยเมว คหิตํ. สํเวคนฺติ สโหตฺตปฺปญาณํ. สนฺตาสนฺติ สพฺพโส อุพฺพิชฺชนํ. ภายิตพฺพฏฺเฐน ภยเมว ภีมภาเวน เภรวนฺติ ภยเภรวํ, ภีตพฺพวตฺถุ. เตนาห ‘‘อาคจฺฉตี’’ติ, เอตํ นรํ ตํ ภยเภรวํ อาคจฺฉติ นูนาติ อตฺโถ.
ภีรุํ ปสํสนฺตีติ ปาปโต ภายนโต อุตฺราสนโต ภีรุํ ปสํสนฺติ ปณฺฑิตา. น หิ ตตฺถ สูรนฺติ ตสฺมึ ปาปกรเณ สูรํ ปคพฺภธํสินํ น หิ ปสํสนฺติ. เตนาห ‘‘ภยา หิ สนฺโต น กโรนฺติ ปาป’’นฺติ. ตตฺถ ภยาติ ปาปุตฺราสโต, โอตฺตปฺปเหตูติ อตฺโถ.
ฉมฺภิตสฺสาติ ถมฺภิตสฺส, ถ-การสฺส ฉ-การาเทโส. ตทตฺถมาห ‘‘สกลสรีรจลน’’นฺติ, ภยวเสน สกลกายปกมฺปนนฺติ อตฺโถ. อุยฺโยธนํ สมฺปหาโร.
เอเกติ อุตฺตรวิหารวาสิโน. ‘‘ราชคเห’’ติอาทิ เตสมธิปฺปายวิวรณํ. เอเกกสฺมึ มหาทฺวาเร เทฺว เทฺว กตฺวา จตุสฏฺฐิ ขุทฺทกทฺวารานิ. ‘‘ตทา’’ติอาทินา อการณภาเว เหตุํ ทสฺเสติ.
อิทานิ สกวาทํ ทสฺเสตุํ ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ชีวโก กิรา’’ติอาทิ อาสงฺกนาการทสฺสนํ. อสฺสาติ อชาตสตฺตุรญฺโญ. อุกฺกณฺฐิโตติ อนภิรโต. ฉตฺตํ อุสฺสาเปตุกาโม มญฺเญติ สมฺพนฺโธ. ภายิตฺวาติ ภายนเหตุ. ตสฺสาติ ชีวกสฺส. สมฺมสทฺโท สมานตฺโถ, สมานภาโว จ วเยนาติ อาห ‘‘วยสฺสาภิลาโป’’ติ. วเยน สมาโน วยสฺโส ยถา ‘‘เอกราชา หริสฺสวณฺโณ’’ติ (ชา. ๑.๒.๑๗). สมานสทฺทสฺส หิ สาเทสมิจฺฉนฺติ สทฺทวิทู, เตน อภิลาโป อาลปนํ ตถา, รุฬฺหีนิทฺเทโส เอส, ‘‘มาริสา’’ติ อาลปนมิว. ยถา หิ มาริสาติ นิทฺทุกฺขตาภิลาโป สทุกฺเขปิ เนรยิเก วุจฺจติ ‘‘ยทา โข เต มาริส สงฺกุนา สงฺกุ หทเย สมาคจฺเฉยฺยา’’ติอาทีสุ, (ม. นิ. ๑.๕๑๒) เอวํ โย โกจิ สหาโย อสมานวโยปิ ‘‘สมฺมา’’ติ วุจฺจตีติ, ตสฺมา สหายาภิลาโป อิจฺเจว อตฺโถ. กจฺจิ น วญฺเจสีติ ปาฬิยา สมฺพนฺโธ. ‘‘น ปลมฺเภสี’’ติ วุตฺเตปิ อิธ ปริกปฺปตฺโถว สมฺภวตีติ วุตฺตํ ‘‘น วิปฺปลมฺเภยฺยาสี’’ติ, น ปโลเภยฺยาสีติ อตฺโถ. กถาย สลฺลาโป, โส เอว นิคฺโฆโส ตถา.
วินสฺเสยฺยาติ จิตฺตวิฆาเตน วิหญฺเญยฺย. ‘‘น ตํ เทวา’’ติอาทิวจนํ สนฺธาย ‘‘ทฬฺหํ กตฺวา’’ติ วุตฺตํ. ตุริตวเสนิทมาเมฑิตนฺติ ทสฺเสติ ‘‘ตรมาโนวา’’ติ อิมินา. ‘‘อภิกฺกม มหาราชา’’ติ วตฺวา ตตฺถ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอเต’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ สสมฺพนฺธมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘มหาราช โจรพลํ นามา’’ติอาทิมาห.
สามญฺญผลปุจฺฉาวณฺณนา
๑๖๐. อยํ พหิทฺวารโกฏฺฐโกกาโส นาคสฺส ภูมิ นาม. เตนาห ‘‘วิหารสฺสา’’ติอาทิ. ภควโต เตโชติ พุทฺธานุภาโว. รญฺโญ สรีรํ ผริ ยถา ตํ โสณทณฺฑสฺส พฺราหฺมณสฺส ภควโต สนฺติกํ อาคจฺฉนฺตสฺส อนฺโตวนสณฺฑคตสฺส. ‘‘อตฺตโน อปราธํ สริตฺวา มหาภยํ อุปฺปชฺชี’’ติ อิทํ เสทมุญฺจนสฺส การณทสฺสนํ. น หิ พุทฺธานุภาวโต เสทมุญฺจนํ สมฺภวติ กายจิตฺตปสฺสทฺธิเหตุภาวโต.
เอเกติ อุตฺตรวิหารวาสิโนเยว. ตทยุตฺตเมวาติ ทสฺเสติ ‘‘อิมินา’’ติอาทินา. อภิมาเรติ ธนุคฺคเห. ธนปาลนฺติ นาฬาคิรึ. โส หิ ตทา นาคเรหิ ปูชิตธนราสิโน ลพฺภนโต ‘‘ธนปาโล’’ติ โวหรียติ. น เกวลํ ทิฏฺฐปุพฺพโตเยว, อถ โข ปกติยาปิ ภควา สญฺญาโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘ภควา หี’’ติอาทิมาห. อากิณฺณวรลกฺขโณติ พตฺตึส มหาปุริสลกฺขเณ สนฺธายาห. อนุพฺยญฺชนปฏิมณฺฑิโตติ อสีตานุพฺยญฺชเน (ชินาลงฺการฏีกาย วิชาตมงฺคลวณฺณนายํ วิตฺถาโร). ฉพฺพณฺณาหิ รสฺมีหีติ ตทา วตฺตมานา รสฺมิโย. อิสฺสริยลีฬายาติ อิสฺสริยวิลาเสน. นนุ จ ภควโต สนฺติเก อิสฺสริยลีลาย ปุจฺฉา อคารโวเยว สิยาติ โจทนาย ‘‘ปกติ เหสา’’ติอาทิมาห, ปกติยา ปุจฺฉนโต น อคารโวติ อธิปฺปาโย. ปริวาเรตฺวา นิสินฺเนน ภิกฺขุสงฺเฆน ปุเร กเตปิ อตฺถโต ตสฺส ปุรโต นิสินฺโน นาม. เตนาห ‘‘ปริวาเรตฺวา’’ติอาทิ.
๑๖๑. เยน, เตนาติ จ ภุมฺมตฺเถ กรณวจนนฺติ ทสฺเสติ ‘‘ยตฺถ, ตตฺถา’’ติ อิมินา. เยน มณฺฑลสฺส ทฺวารํ, เตนูปสงฺกมีติ สมฺปตฺตภาวสฺส วุตฺตตฺตา อิธ อุปคมนเมว ยุตฺตนฺติ อาห ‘‘อุปคโต’’ติ. อนุจฺฉวิเก เอกสฺมึ ปเทเสติ ยตฺถ วิญฺญุชาติกา อฏฺฐํสุ, ตสฺมึ. โก ปเนส อนุจฺฉวิกปเทโส นาม? อติทูรตาทิฉนิสชฺชโทสวิรหิโต ปเทโส, นปจฺฉตาทิอฏฺฐนิสชฺชโทสวิรหิโต วา. ยถาหุ อฏฺฐกถาจริยา –
‘‘น ปจฺฉโต น ปุรโต, นาปิ อาสนฺนทูรโต;
น กจฺเฉ โน ปฏิวาเต, น จาปิ โอนตุนฺนเต;
อิเม โทเส วิสฺสชฺเชตฺวา, เอกมนฺตํ ฐิตา อหู’’ติ. (ขุ. ปา. อฏฺฐ. เอวมิจฺจาทิปาฐวณฺณนา; สุ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๖๑);
ตทา ภิกฺขุสงฺเฆ ตุณฺหีภาวสฺส อนวเสสโต พฺยาปิตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตุณฺหีภูตํ ตุณฺหีภูต’’นฺติ วิจฺฉาวจนํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ยโต…เป… เมวา’’ติ, ยโต ยโต ภิกฺขุโตติ อตฺโถ. หตฺเถน, หตฺถสฺส วา กุกตภาโว หตฺถกุกฺกุจฺจํ, อสญฺญโม, อสมฺปชญฺญกิริยา จ. ตถา ปาทกุกฺกุจฺจนฺติ เอตฺถาปิ. วา-สทฺโท อวุตฺตวิกปฺปเน, เตน ตทญฺโญปิ จกฺขุโสตาทิอสญฺญโม นตฺถีติ วิภาวิโต. ตตฺถ ปน จกฺขุอสํยโม สพฺพปฐโม ทุนฺนิวาริโต จาติ ตทภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
วิปฺปสนฺนรหทมิวาติ อนาวิโลทกสรมิว. เยเนตรหิ…เป… อิมินา เม…เป… โหตูติ สมฺพนฺโธ. อญฺโญ หิ อตฺถกฺกโม, อญฺโญ สทฺทกฺกโมติ อาห ‘‘เยนา’’ติอาทิ. ตตฺถ กายิก-วาจสิเกน อุปสเมน ลทฺเธน มานสิโกปิ อุปสโม อนุมานโต ลทฺโธ เอวาติ กตฺวา ‘‘มานสิเกน จา’’ติ วุตฺตํ. สีลูปสเมนาติ สีลสญฺญเมน. วุตฺตมตฺถํ โลกปกติยา สาเธนฺโต ‘‘ทุลฺลภญฺหี’’ติอาทิมาห. ลทฺธาติ ลภิตฺวา.
อุปสมนฺติ อาจารสมฺปตฺติสงฺขาตํ สํยมํ. ‘‘เอว’’นฺติอาทินา ตถา อิจฺฉาย การณํ ทสฺเสติ. โสติ อยฺยโก, อุทยภทฺโท วา. ‘‘กิญฺจาปี’’ติอาทิ ตทตฺถ-สมตฺถนํ. ฆาเตสฺสติเยวาติ ตํกาลาเปกฺขาย วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ฆาเตสี’’ติ. อิทญฺหิ สมฺปติเปกฺขวจนํ. ปญฺจปริวฏฺโฏติ ปญฺจราชปริวฏฺโฏ.
กสฺมา เอวมาห, นนุ ภควนฺตมุทฺทิสฺส ราชา น กิญฺจิ วทตีติ อธิปฺปาโย. วจีเภเทติ ยถาวุตฺตอุทานวจีเภเท. ตุณฺหี นิรโวติ ปริยายวจนเมตํ. ‘‘อย’’นฺติอาทิ จิตฺตชานนาการทสฺสนํ. อยํ…เป… น สกฺขิสฺสตีติ ญตฺวาติ สมฺพนฺโธ. วจนานนฺตรนฺติ อุทานวจนานนฺตรํ. เยนาติ ยตฺถ ปเทเส, เยน วา โสตปเถน. เยน เปมนฺติ เอตฺถาปิ ยถารหเมส นโย.
กตาปราธสฺส อาลปนํ นาม ทุกฺกรนฺติ สนฺธาย ‘‘มุขํ นปฺปโหตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อาคมา โข ตฺวํ มหาราช ยถาเปม’’นฺติ วจนนิทฺทิฏฺฐํ วา ตทา ตทตฺถทีปนากาเรน ปวตฺตํ นานานยวิจิตฺตํ ภควโต มธุรวจนมฺปิ สนฺธาย เอวํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอกมฺปิ หิ อตฺถํ ภควา ยถา โสตูนํ ญาณํ ปวตฺตติ, ตถา เทเสติ. ยํ สนฺธาย อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ ‘‘ภควตา อพฺยากตํ ตนฺติปทํ นาม นตฺถิ, สพฺเพสญฺเญว อตฺโถปิ ภาสิโต’’ติ. ปญฺจหากาเรหีติ อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ สมภาวาทิสงฺขาเตหิ ปญฺจหิ การเณหิ. วุตฺตเญฺหตํ มหานิทฺเทเส (มหานิ. ๓๘, ๑๖๒) –
‘‘ปญฺจหากาเรหิ ตาที อิฏฺฐานิฏฺเฐ ตาที, จตฺตาวีติ ตาที, ติณฺณาวีติ ตาที, มุตฺตาวีติ ตาที, ตํนิทฺเทสา ตาที.
กถํ อรหา อิฏฺฐานิฏฺเฐ ตาที? อรหา ลาเภปิ ตาที, อลาเภปิ, ยเสปิ, อยเสปิ, ปสํสายปิ, นินฺทายปิ, สุเขปิ, ทุกฺเขปิ ตาที, เอกํ เจ พาหํ คนฺเธน ลิมฺเปยฺยุํ, เอกํ เจ พาหํ วาสิยา ตจฺเฉยฺยุํ, อมุสฺมึ นตฺถิ ราโค, อมุสฺมึ นตฺถิ ปฏิฆํ, อนุนยปฏิฆวิปฺปหีโน, อุคฺฆาตินิฆาติวีติวตฺโต, อนุโรธวิโรธสมติกฺกนฺโต, เอวํ อรหา อิฏฺฐานิฏฺเฐ ตาที.
กถํ อรหา จตฺตาวีติ ตาที? อรหโต…เป… ถมฺโภ, สารมฺโภ, มาโน, อติมาโน, มโท, ปมาโท, สพฺเพ กิเลสา, สพฺเพ ทุจฺจริตา, สพฺเพ ทรถา, สพฺเพ ปริฬาหา, สพฺเพ สนฺตาปา, สพฺพา กุสลาภิสงฺขารา จตฺตา วนฺตา มุตฺตา ปหีนา ปฏินิสฺสฏฺฐา, เอวํ อรหา จตฺตาวีติ ตาที.
กถํ อรหา ติณฺณาวีติ ตาที? อรหา กาโมฆํ ติณฺโณ, ภโวฆํ ติณฺโณ, ทิฏฺโฐฆํ ติณฺโณ, อวิชฺโชฆํ ติณฺโณ, สพฺพํ สํสารปถํ ติณฺโณ อุตฺติณฺโณ นิตฺติณฺโณ อติกฺกนฺโต สมติกฺกนฺโต วีติวตฺโต, โส วุฏฺฐวาโส จิณฺณจรโณ ชาติมรณสงฺขโย, ชาติมรณสํสาโร (มหานิ. ๓๘) นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโวติ, เอวํ อรหา ติณฺณาวีติ ตาที.
กถํ อรหา มุตฺตาวีติ ตาที? อรหโต ราคา จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตํ, โทสา, โมหา, โกธา, อุปนาหา, มกฺขา, ปฬาสา, อิสฺสาย, มจฺฉริยา, มายาย, สาเฐยฺยา, ถมฺภา, สารมฺภา, มานา, อติมานา, มทา, ปมาทา, สพฺพกิเลเสหิ, สพฺพทุจฺจริเตหิ, สพฺพทรเถหิ, สพฺพปริฬาเหหิ, สพฺพสนฺตาเปหิ, สพฺพากุสลาภิสงฺขาเรหิ จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตํ; เอวํ อรหา มุตฺตาวีติ ตาที.
กถํ อรหา ตํนิทฺเทสา ตาที? อรหา ‘สีเล สติ สีลวา’ติ ตํนิทฺเทสา ตาที, ‘สทฺธาย สติ สทฺโธ’ติ, ‘วีริเย สติ วีริยวา’ติ, ‘สติยา สติ สติมา’ติ, ‘สมาธิมฺหิ สติ สมาหิโต’ติ, ‘ปญฺญาย สติ ปญฺญวา’ติ, ‘วิชฺชาย สติ เตวิชฺโช’ติ, ‘อภิญฺญาย สติ ฉฬภิญฺโญ’ติ ตํนิทฺเทสา ตาที, เอวํ อรหา ตํนิทฺเทสา ตาที’’ติ.
ภควา ปน สพฺเพสมฺปิ ตาทีนมติสโย ตาที. เตนาห ‘‘สุปฺปติฏฺฐิโต’’ติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ภควตา กาฬการามสุตฺตนฺเต ‘‘อิติ โข ภิกฺขเว ตถาคโต ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสุ ตาทีเยว ตาที, ตมฺหา จ ปน ตาทิมฺหา อญฺโญ ตาที อุตฺตริตโร วา ปณีตตโร วา นตฺถีติ วทามี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔). อถ วา ปญฺจวิธาริยิทฺธิสิทฺเธหิ ปญฺจหากาเรหิ ตาทิลกฺขเณ สุปฺปติฏฺฐิโตติ อตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ อายสฺมตา ธมฺมเสนาปตินา ปฏิสมฺภิทามคฺเค –
‘‘กตมา อริยา อิทฺธิ? อิธ ภิกฺขุ สเจ อากงฺขติ ‘ปฏิกูเล อปฺปฏิกูลสญฺญี วิหเรยฺย’นฺติ, อปฺปฏิกูลสญฺญี ตตฺถ วิหรติ, สเจ อากงฺขติ ‘อปฺปฏิกูเล ปฏิกูลสญฺญี วิหเรยฺย’นฺติ, ปฏิกูลสญฺญี ตตฺถ วิหรติ, สเจ อากงฺขติ ‘ปฏิกูเล จ อปฺปฏิกูเล จ อปฺปฏิกูลสญฺญี วิหเรยฺย’นฺติ, อปฺปฏิกูลสญฺญี ตตฺถ วิหรติ, สเจ อากงฺขติ ‘อปฺปฏิกูเล จ ปฏิกูเล จ ปฏิกูลสญฺญี วิหเรยฺย’นฺติ, ปฏิกูลสญฺญี ตตฺถ วิหรติ, สเจ อากงฺขติ ‘ปฏิกูเล จ อปฺปฏิกูเล จ ตทุภยํ อภินิวชฺเชตฺวา อุเปกฺขโก วิหเรยฺยํ สโต สมฺปชาโน’ติ, อุเปกฺขโก ตตฺถ วิหรติ สโต สมฺปชาโน’’ติ (ปฏิ. ม. ๓.๑๗).
พหิทฺธาติ สาสนโต พหิสมเย.
๑๖๒. เอสาติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส วนฺทนากาโร. ตมตฺถํ โลกสิทฺธาย อุปมาย สาเธตุํ ‘‘ราชาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. โอกาสนฺติ ปุจฺฉิตพฺพฏฺฐานํ.
น เม ปญฺหวิสฺสชฺชเน ภาโร อตฺถีติ สตฺถุ สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตญาณจารตาย อตฺถโต อาปนฺนาย ทสฺสนํ. ‘‘ยทิ อากงฺขสี’’ติ วุตฺเตเยว หิ เอส อตฺโถ อาปนฺโน โหติ. สพฺพํ เต วิสฺสชฺเชสฺสามีติ เอตฺถาปิ อยํ นโย. ‘‘ยํ อากงฺขสิ, ตํ ปุจฺฉา’’ติ วจเนเนว หิ อยมตฺโถ สิชฺฌติ. อสาธารณํ สพฺพญฺญุปวารณนฺติ สมฺพนฺโธ. ยทิ ‘‘ยทากงฺขสี’’ติ น วทนฺติ, อถ กถํ วทนฺตีติ อาห ‘‘สุตฺวา’’ติอาทิ. ปเทสญาเณเยว ฐิตตฺตา ตถา วทนฺตีติ เวทิตพฺพํ. พุทฺธา ปน สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
‘‘ปุจฺฉาวุโส ยทากงฺขสี’’ติอาทีนิ สุตฺตปทานิ เยสํ ปุคฺคลานํ วเสน อาคตานิ, ตํ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ยกฺขนรินฺทเทวสมณพฺราหฺมณปริพฺพาชกาน’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ หิ ‘‘ปุจฺฉาวุโส ยทากงฺขสี’’ติ อาฬวกสฺส ยกฺขสฺส โอกาสกรณํ, ‘‘ปุจฺฉ มหาราชา’’ติ นรินฺทานํ, ‘‘ปุจฺฉ วาสวา’’ติอาทิ เทวานมินฺทสฺส, ‘‘เตน หี’’ติอาทิ สมณานํ, ‘‘พาวริสฺส จา’’ติอาทิ พฺราหฺมณานํ, ‘‘ปุจฺฉ มํ สภิยา’’ติอาทิ ปริพฺพาชกานํ โอกาสกรณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. วาสวาติ เทวานมินฺทาลปนํ. ตเทตญฺหิ สกฺกปญฺหสุตฺเต. มนสิจฺฉสีติ มนสา อิจฺฉสิ.
กตาวกาสาติ ยสฺมา ตุเมฺห มยา กโตกาสา, ตสฺมา พาวริสฺส จ ตุยฺหํ อชิตสฺส จ สพฺเพสญฺจ เสสานํ ยํ กิญฺจิ สพฺพํ สํสยํ ยถา มนสา อิจฺฉถ, ตถา ปุจฺฉโวฺห ปุจฺฉถาติ โยชนา. เอตฺถ จ พาวริสฺส สํสยํ มนสา ปุจฺฉโวฺห, ตุมฺหากํ ปน สพฺเพสํ สํสยํ มนสา จ อญฺญถา จ ยถา อิจฺฉถ, ตถา ปุจฺฉโวฺหติ อธิปฺปาโย. พาวรี หิ ‘‘อตฺตโน สํสยํ มนสาว ปุจฺฉถา’’ติ อนฺเตวาสิเก อาณาเปสิ. วุตฺตญฺหิ –
‘‘อนาวรณทสฺสาวี, ยทิ พุทฺโธ ภวิสฺสติ;
มนสา ปุจฺฉิเต ปเญฺห, วาจาย วิสฺสเชสฺสตี’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๑๑);
ตเทตํ ปารายนวคฺเค. ตถา ‘‘ปุจฺฉ มํ สภิยา’’ติอาทิปิ.
พุทฺธภูมินฺติ พุทฺธฏฺฐานํ, อาสวกฺขยญาณํ, สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺจ. โพธิสตฺตภูมิ นาม โพธิสตฺตฏฺฐานํ ปารมีสมฺภรณญาณํ, ภูมิสทฺโท วา อวตฺถาวาจโก, พุทฺธาวตฺถํ, โพธิสตฺตาวตฺถายนฺติ จ อตฺโถ. เอกตฺตนเยน หิ ปวตฺเตสุ ขนฺเธสุ อวตฺถาเยว ตํ ตทาการนิสฺสิตา.
โย ภควา โพธิสตฺตภูมิยํ ปเทสญาเณ ฐิโต สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรสิ, ตสฺส ตเทว อจฺฉริยนฺติ สมฺพนฺโธ. กถนฺติ อาห ‘‘โกณฺฑญฺญ ปญฺหานี’’ติอาทิ. ตตฺถ โกณฺฑญฺญาติ โคตฺตวเสน สรภงฺคมาลปนฺติ. วิยากโรหีติ พฺยากโรหิ. สาธุรูปาติ สาธุสภาวา. ธมฺโมติ สนนฺตโน ปเวณีธมฺโม. ยนฺติ อาคมนกิริยาปรามสนํ, เยน วา การเณน อาคจฺฉติ, เตน วิยากโรหีติ สมฺพนฺโธ. วุทฺธนฺติ สีลปญฺญาทีหิ วุทฺธิปฺปตฺตํ, ครุนฺติ อตฺโถ. เอส ภาโรติ สํสยุปจฺเฉทนสงฺขาโต เอโส ภาโร, อาคโต ภาโร ตยา อวสฺสํ วหิตพฺโพติ อธิปฺปาโย.
มยา กตาวกาสา โภนฺโต ปุจฺฉนฺตุ. กสฺมาติ เจ? อหญฺหิ ตํ ตํ โว พฺยากริสฺสํ ญตฺวา สยํ โลกมิมํ, ปรญฺจาติ. สยนฺติ จ สยเมว ปรูปเทเสน วินา. เอวํ สรภงฺคกาเล สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรสีติ สมฺพนฺโธ.
ปญฺหานนฺติ ธมฺมยาคปญฺหานํ. อนฺตกรนฺติ นิฏฺฐานกรํ. สุจิรเตนาติ เอวํ นามเกน พฺราหฺมเณน. ปุฏฺฐุนฺติ ปุจฺฉิตุํ. ชาติยาติ ปฏิสนฺธิยา, ‘‘วิชาติยา’’ติปิ วทนฺติ. ปํสุํ กีฬนฺโต สมฺภวกุมาโร นิสินฺโนว หุตฺวา ปวาเรสีติ โยเชตพฺพํ.
ตคฺฆาติ เอกํสตฺเถ นิปาโต. ยถาปิ กุสโล ตถาติ ยถา สพฺพธมฺมกุสโล สพฺพธมฺมวิทู พุทฺโธ ชานาติ กเถติ, ตถา เต อหมกฺขิสฺสนฺติ อตฺโถ. ชานาติ-สทฺโท หิ อิธ สมฺพนฺธมุปคจฺฉติ. ยถาห ‘‘เยน ยสฺส หิ สมฺพนฺโธ, ทูรฏฺฐมฺปิ จ ตสฺส ต’’นฺติ (สารตฺถ. ฏี. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา). ชานนา เจตฺถ กถนา. ยถา ‘‘อิมินา อิมํ ชานาตี’’ติ วุตฺโตวายมตฺโถ อาจริเยน. ราชา จ โข ตํ ยทิ กาหติ วา,น วาติ โย ตํ อิธ ปุจฺฉิตุํ เปเสสิ, โส โกรพฺยราชา ตํ ตยา ปุจฺฉิตมตฺถํ, ตยา วา ปุฏฺเฐน มยา อกฺขาตมตฺถํ ยทิ กโรตุ วา, น วา กโรตุ, อหํ ปน ยถาธมฺมํ เต อกฺขิสฺสํ อาจิกฺขิสฺสามีติ วุตฺตํ โหติ. ชาตกฏฺฐกถายํ ปน –
‘‘ราชา จ โข ตนฺติ อหํ ตํ ปญฺหํ ยถา ตุมฺหากํ ราชา ชานาติ ชานิตุํ สกฺโกติ, ตถา อกฺขิสฺสํ. ตโต อุตฺตริ ราชา ยถา ชานาติ, ตถา ยทิ กริสฺสติ วา, น วา กริสฺสติ, กโรนฺตสฺส วา อกโรนฺตสฺส วา ตสฺเสเวตํ ภวิสฺสติ, มยฺหํ ปน โทโส นตฺถีติ ทีเปตี’’ติ (ชา. อฏฺฐ. ๕.๑๖.๑๗๒) –
ชานาติ-สทฺโท วากฺยทฺวยสาธารณวเสน วุตฺโต.
๑๖๓. สิปฺปเมว สิปฺปายตนํ อายตนสทฺทสฺส ตพฺภาววุตฺติตฺตา. อปิจ สิกฺขิตพฺพตาย สิปฺปญฺจ ตํ สตฺตานํ ชีวิตวุตฺติยา การณภาวโต, นิสฺสยภาวโต วา อายตนญฺจาติ สิปฺปายตนํ. เสยฺยถิทนฺติ เอโกว นิปาโต, นิปาตสมุทาโย วา. ตสฺส เต กตเมติ อิธ อตฺโถติ อาห ‘‘กตเม ปน เต’’ติ. อิเม กตเมติปิ ปจฺเจกมตฺโถ ยุชฺชติ. เอวํ สพฺพตฺถ. อิทญฺจ วตฺตพฺพาเปกฺขนวเสน วุตฺตํ, ตสฺมา เต สิปฺปายตนิกา กตเมติ อตฺโถ. ‘‘ปุถุสิปฺปายตนานี’’ติ หิ สาธารณโต สิปฺปานิ อุทฺทิสิตฺวา อุปริ ตํตํสิปฺปูปชีวิโนว นิทฺทิฏฺฐา ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย กถาย. กสฺมาติ เจ? ปปญฺจํ ปริหริตุกามตฺตา. อญฺญถา หิ ยถาธิปฺเปตานิ ตาว สิปฺปายตนานิ ทสฺเสตฺวา ปุน ตํตํสิปฺปูปชีวิโนปิ ทสฺเสตพฺพา สิยุํ เตสเมเวตฺถ ปธานโต อธิปฺเปตตฺตา. เอวญฺจ สติ กถาปปญฺโจ ภเวยฺย, ตสฺมา ตํ ปปญฺจํ ปริหริตุํ สิปฺปูปชีวีหิ ตํตํสิปฺปายตนานิ สงฺคเหตฺวา เอวมาหาติ ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘หตฺถาโรหาติอาทีหิ เย ตํ ตํ สิปฺปํ นิสฺสาย ชีวนฺติ, เต ทสฺเสตี’’ติ วุตฺตํ. กสฺมาติ อาห ‘‘อยญฺหี’’ติอาทิ. สิปฺปํ อุปนิสฺสาย ชีวนฺตีติ สิปฺปูปชีวิโน.
หตฺถิมาโรหนฺตีติ หตฺถาโรหา, หตฺถารุฬฺหโยธา. หตฺถึ อาโรหาปยนฺตีติ หตฺถาโรหา, หตฺถาจริย หตฺถิเวชฺช หตฺถิเมณฺฑาทโย. เยน หิ ปโยเคน ปุริโส หตฺถิโน อาโรหนโยคฺโค โหติ, ตํ หตฺถิสฺส ปโยคํ วิธายนฺตานํ สพฺเพสมฺเปเตสํ คหณํ. เตนาห ‘‘สพฺเพปี’’ติอาทิ. ตตฺถ หตฺถาจริยา นาม เย หตฺถิโน, หตฺถาโรหกานญฺจ สิกฺขาปกา. หตฺถิเวชฺชา นาม หตฺถิภิสกฺกา. หตฺถิเมณฺฑา นาม หตฺถีนํ ปาทรกฺขกา. หตฺถึ มณฺฑยนฺติ รกฺขนฺตีติ หตฺถิมณฺฑา, เตเยว หตฺถิเมณฺฑา, หตฺถึ มิเนนฺติ สมฺมา วิทหเนน หึสนฺตีติ วา หตฺถิเมณฺฑา.อาทิ-สทฺเทน หตฺถีนํ ยวปทายกาทโย สงฺคณฺหาติ. อสฺสาโรหาติ เอตฺถาปิ สุทฺธเหตุกตฺตุวเสน ยถาวุตฺโตว อตฺโถ. รเถ นิยุตฺตา รถิกา. รถรกฺขา นาม รถสฺส อาณิรกฺขกา. ธนุํ คณฺหนฺตีติ ธนุคฺคหา, อิสฺสาสา, ธนุํ คณฺหาเปนฺตีติ ธนุคฺคหา, ธนุสิปฺปสิกฺขาปกา ธนฺวาจริยา.
เจเลน เจลปฏากาย ยุทฺเธ อกนฺติ คจฺฉนฺตีติ เจลกา, ชยทฺธชคาหกาติ อาห ‘‘เย ยุทฺเธ’’ติอาทิ. ชยธชนฺติ ชยนตฺถํ, ชยกาเล วา ปคฺคหิตธชํ. ปุรโตติ เสนาย ปุพฺเพ. ยถา ตถา ฐิเต เสนิเก พฺยูหวิจารณวเสน ตโต ตโต จลยนฺติ อุจฺจาเลนฺตีติ จลกาติ วุตฺตํ ‘‘อิธ รญฺโญ’’ติอาทิ. สกุณคฺฆิอาทโย วิย มํสปิณฺฑํ ปรเสนาสมูหสงฺขาตํ ปิณฺฑํ สาหสิกตาย เฉตฺวา เฉตฺวา ทยนฺติ อุปฺปติตฺวา อุปฺปติตฺวา นิคฺคจฺฉนฺตีติ ปิณฺฑทายกา. เตนาห ‘‘เต กิรา’’ติอาทิ. สาหสํ กโรนฺตีติ สาหสิกา, เตเยว มหาโยธา. ปิณฺฑมิวาติ ตาลผลปิณฺฑมิวาติ วทนฺติ, ‘‘มํสปิณฺฑมิวา’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๖๓) อาจริเยน วุตฺตํ. สพฺพตฺถ ‘‘อาจริเยนา’’ติ วุตฺเต อาจริยธมฺมปาลตฺเถโรว คเหตพฺโพ. ทุติยวิกปฺเป ปิณฺเฑ ชนสมูหสงฺขาเต สมฺมทฺเท ทยนฺติ อุปฺปตนฺตา วิย คจฺฉนฺตีติ ปิณฺฑทายกา, ทย-สทฺโท คติยํ, อย-สทฺทสฺส วา ท-การาคเมน นิปฺผตฺติ.
อุคฺคตุคฺคตาติ สงฺคามํ ปตฺวา ชวปรกฺกมาทิวเสน อติวิย อุคฺคตา. ตเทวาติ ปเรหิ วุตฺตํ ตเมว สีสํ วา อาวุธํ วา. ปกฺขนฺทนฺตีติ วีรสูรภาเวน อสชฺชมานา ปรเสนมนุปวิสนฺติ. ถามชวพลปรกฺกมาทิสมฺปตฺติยา มหานาคสทิสตา. เตนาห ‘‘หตฺถิอาทีสุปี’’ติอาทิ. เอกนฺตสูราติ เอกจรสูรา อนฺตสทฺทสฺส ตพฺภาววุตฺติโต, สูรภาเวน เอกากิโน หุตฺวา ยุชฺฌนกาติ อตฺโถ. สชาลิกาติ สวมฺมิกา. สนฺนาโห กงฺกโฏ วมฺมํ กวโจ อุรจฺฉโท ชาลิกาติ หิ อตฺถโต เอกํ. สจมฺมิกาติ ชาลิกา วิย สรีรปริตฺตาเณน จมฺเมน สจมฺมิกา. จมฺมกญฺจุกนฺติ จมฺมมยกญฺจุกํ. ปวิสิตฺวาติ ตสฺส อนฺโต หุตฺวา, ปฏิมุญฺจิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. สรปริตฺตาณํ จมฺมนฺติ จมฺมปฏิสิพฺพิตํ เจลกํ, จมฺมมยํ วา ผลกํ. พลวสิเนหาติ สามินิ อติสยเปมา. ฆรทาสโยธาติ อนฺโตชาตทาสปริยาปนฺนา โยธา, ‘‘ฆรทาสิกปุตฺตา’’ติปิ ปาโฐ, อนฺโตชาตทาสีนํ ปุตฺตาติ อตฺโถ.
อาฬารํ วุจฺจติ มหานสํ, ตตฺถ นิยุตฺตา อาฬาริกา.ปูวิกาติ ปูวสมฺปาทกา, เย ปูวเมว นานปฺปการโต สมฺปาเทตฺวา วิกฺกิณนฺตา ชีวนฺติ. เกสนขสณฺฐปนาทิวเสน มนุสฺสานํ อลงฺการวิธึ กปฺเปนฺติ สํวิทหนฺตีติ กปฺปกา. จุณฺณวิเลปนาทีหิ มลหรณวณฺณสมฺปาทนวิธินา นฺหาเปนฺติ นหานํ กโรนฺตีติ นฺหาปิกา. นวนฺตาทิวิธินา ปวตฺโต คณนคนฺโถ อนฺตรา ฉิทฺทาภาเวน อจฺฉิทฺทโกติ วุจฺจติ, ตเทว ปเฐนฺตีติ อจฺฉิทฺทกปาฐกา. หตฺเถน อธิปฺปายวิญฺญาปนํ, คณนํ วา หตฺถมุทฺทา. องฺคุลิสงฺโกจนญฺหิ มุทฺทาติ วุจฺจติ, เตน จ วิญฺญาปนํ, คณนํ วา โหติ. หตฺถสทฺโท เจตฺถ ตเทกเทเสสุ องฺคุลีสุ ทฏฺฐพฺโพ ‘‘น ภุญฺชมาโน สพฺพํ หตฺถํ มุเข ปกฺขิปิสฺสามี’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๖๑๘) วิย, ตมุปนิสฺสาย ชีวนฺตีติ มุทฺทิกา. เตนาห ‘‘หตฺถมุทฺทายา’’ติอาทิ.
อยกาโร กมฺมารการโก. ทนฺตกาโร ภมกาโร. จิตฺตกาโร เลปจิตฺตกาโร. อาทิ-สทฺเทน โกฏฺฏกเลขกวิลีวการอิฏฺฐกการทารุการาทีนํ สงฺคโห. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. กรณนิปฺผาทนวเสน ทสฺเสตฺวา. สนฺทิฏฺฐิกเมวาติ อสมฺปรายิกตาย สามํ ทฏฺฐพฺพํ, สยมนุภวิตพฺพํ อตฺตปจฺจกฺขนฺติ อตฺโถ. อุปชีวนฺตีติ อุปนิสฺสาย ชีวนฺติ. สุขิตนฺติ สุขปฺปตฺตํ. ถามพลูเปตภาโวว ปีณนนฺติ อาห ‘‘ปีณิตํ ถามพลูเปต’’นฺติ. อุปรีติ เทวโลเก. ตถา อุทฺธนฺติปิ. โส หิ มนุสฺสโลกโต อุปริโม. อคฺคํ วิยาติ อคฺคํ, ผลํ. ‘‘กมฺมสฺส กตตฺตา ผลสฺส นิพฺพตฺตนโต ตํ กมฺมสฺส อคฺคิสิขา วิย โหตี’’ติ อาจริเยน วุตฺตํ. อปิจ สคฺคนฺติ อุตฺตมํ, ผลํ. สคฺคนฺติ สุฏฺฐุ อคฺคํ, รูปสทฺทาทิทสวิธํ อตฺตโน ผลํ นิปฺผาเทตุํ อรหตีติ อตฺโถ. สุอคฺคิกาว นิรุตฺตินเยน โสวคฺคิกา, ทกฺขิณาสทฺทาเปกฺขาย จ สพฺพตฺถ อิตฺถิลิงฺคนิทฺเทโส. สุโขติ สุขูปาโย อิฏฺโฐ กนฺโต. อคฺเคติ อุฬาเร. อตฺตนา ปริภุญฺชิตพฺพํ พาหิรํ รูปํ, อตฺตโน วณฺณโปกฺขรตา วณฺโณติ อยเมเตสํ วิเสโส. ทกฺขนฺติ วฑฺฒนฺติ เอตายาติ ทกฺขิณา, ปริจฺจาคมยํ ปุญฺญนฺติ อาห ‘‘ทกฺขิณํ ทาน’’นฺติ.
มคฺโค สามญฺญํ สมิตปาปสงฺขาตสฺส สมณสฺส ภาโวติ กตฺวา, ตสฺส วิปากตฺตา อริยผลํ สามญฺญผลํ.‘‘ยถาหา’’ติอาทินา มหาวคฺคสํยุตฺตปาฬิวเสน ตทตฺถํ สาเธติ. ตํ เอส ราชา น ชานาติ อริยธมฺมสฺส อโกวิทตาย. ยสฺมา ปเนส ‘‘ทาสกสฺสกาทิภูตานํ ปพฺพชิตานํ โลกโต อภิวาทนาทิลาโภ สนฺทิฏฺฐิกํ สามญฺญผลํ นามา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อตฺถิ นุ โข โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อีทิสมตฺถํ ชานนฺโต’’ติ วีมํสนฺโต ปูรณาทิเก ปุจฺฉิตฺวา เตสํ กถาย อนธิคตวิตฺโต ภควนฺตมฺปิ เอตมตฺถํ ปุจฺฉิ. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ทาสกสฺสโกปมํ สนฺธาย ปุจฺฉตี’’ติ.
ราชามจฺจาติ ราชกุลสมุทาคตา อมจฺจา, อนุยุตฺตกราชาโน เจว อมจฺจา จาติปิ อตฺโถ. กณฺหปกฺขนฺติ ยถาปุจฺฉิเต อตฺเถ ลพฺภมานทิฏฺฐิคตูปสํหิตํ สํกิเลสปกฺขํ. สุกฺกปกฺขนฺติ ตพฺพิธุรํ อุปริ สุตฺตาคตํ โวทานปกฺขํ. สมณโกลาหลนฺติ สมณโกตูหลํ ตํ ตํ สมณวาทานํ อญฺญมญฺญวิโรธํ. สมณภณฺฑนนฺติ เตเนว วิโรเธน ‘‘เอวํวาทีนํ เตสํ สมณพฺราหฺมณานํ อยํ โทโส, เอวํวาทีนํ เตสํ อยํ โทโส’’ติ เอวํ ตํ ตํ วาทสฺส ปริภาสนํ. อิสฺสรานุวตฺตโก หิ โลโกติ ธมฺมตาทสฺสเนน ตทตฺถสมตฺถนํ. อตฺตโน เทสนาโกสลฺเลน รญฺโญ ภารํ กโรนฺโต, น ตทญฺเญน ปรวมฺภนาทิการเณน.
๑๖๔. นุ-สทฺโท วิย โน-สทฺโทปิ ปุจฺฉายํ นิปาโตติ อาห ‘‘อภิชานาสิ นู’’ติ. อยญฺจาติ เอตฺถ จ-สทฺโท น เกวลํ อภิชานาสิปเทเนว, อถ โข ‘‘ปุจฺฉิตา’’ติ ปเทน จาติ สมุจฺจยตฺโถ. กถํ โยเชตพฺโพติ อนุโยคมปเนติ ‘‘อิทญฺหี’’ติอาทินา. ปุจฺฉิตา นูติ ปุพฺเพ ปุจฺฉํ กตฺตา นุ. นํ ปุฏฺฐภาวนฺติ ตาทิสํ ปุจฺฉิตภาวํ อภิชานาสิ นุ. น เต สมฺมุฏฺฐนฺติ ตว น ปมุฏฺฐํ วตาติ อตฺโถ. อผาสุกภาโวติ ตถา ภาสเนน อสุขภาโว. ปณฺฑิตปติรูปกานนฺติ (สามํ วิย อตฺตโน สกฺการานํ ปณฺฑิตภาสานํ) อามํ วิย ปกฺกานํ ปณฺฑิตา ภาสานํ. (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๖๓) ปาฬิปทอตฺถพฺยญฺชเนสูติ ปาฬิสงฺขาเต ปเท, ตทตฺเถ ตปฺปริยาปนฺนกฺขเร จ, วากฺยปริยาโย วา พฺยญฺชนสทฺโท ‘‘อกฺขรํ ปทํ พฺยญฺชน’’นฺติอาทีสุ (เนตฺติ. ๒๘) วิย. ภควโต รูปํ สภาโว วิย รูปมสฺสาติ ภควนฺตรูโป, ภควา วิย เอกนฺตปณฺฑิโตติ อตฺโถ.
ปูรณกสฺสปวาทวณฺณนา
๑๖๕. เอกมิทาหนฺติ เอตฺถ อิทนฺติ นิปาตมตฺตํ, เอกํ สมยมิจฺเจว อตฺโถ. สมฺโมเทติ สมฺโมทนํ กโรตีติ สมฺโมทนียํ. อนียสทฺโท หิ พหุลา กตฺวตฺถาภิธายโก ยถา ‘‘นิยฺยานิกา’’ติ, (ธ. ส. สุตฺตนฺตทุกมาติกา ๙๗) สมฺโมทนํ วา ชเนตีติ สมฺโมทนิยํ ตทฺธิตวเสน. สริตพฺพนฺติ สารณียํ, สรณสฺส อนุจฺฉวิกนฺติ วา สารณิยํ, เอตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สมฺโมทชนกํ สริตพฺพยุตฺตก’’นฺติ วุตฺตํ, สริตพฺพยุตฺตกนฺติ จ สรณานุจฺฉวิกนฺติ อตฺโถ.
๑๖๖. สหตฺถาติ สหตฺเถเนว, เตน สุทฺธกตฺตารํ ทสฺเสติ, อาณตฺติยาติ ปน เหตุกตฺตารํ, นิสฺสคฺคิยถาวราทโยปิ อิธ สหตฺถ กรเณเนว สงฺคหิตา. หตฺถาทีนีติ หตฺถปาทกณฺณนาสาทีนิ. ปจนํ ทหนํ วิพาธนนฺติ อาห ‘‘ทณฺเฑน อุปฺปีเฬนฺตสฺสา’’ติ. ปปญฺจสูทนิยํ นาม มชฺฌิมาคมฏฺฐกถายํ ปน ‘‘ปจโต’’ติ เอตสฺส ‘‘ตชฺเชนฺตสฺส วา’’ติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๙๗) ทุติโยปิ อตฺโถ วุตฺโต, อิธ ปน ตชฺชนํ, ปริภาสนญฺจ ทณฺเฑน สงฺคเหตฺวา ‘‘ทณฺเฑน อุปฺปีเฬนฺตสฺส อิจฺเจว วุตฺต’’นฺติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๖๖) อาจริเยน วุตฺตํ, อธุนา ปน โปตฺถเกสุ ‘‘ตชฺเชนฺตสฺส วา’’ติ ปาโฐปิ พหุโส ทิสฺสติ. โสกนฺติ โสกการณํ, โสจนนฺติปิ ยุชฺชติ การณสมฺปาทเนน ผลสฺสปิ กตฺตพฺพโต. ปเรหีติ อตฺตโน วจนกเรหิ กมฺมภูเตหิ. ผนฺทโตติ เอตฺถ ปรสฺส ผนฺทนวเสน สุทฺธกตฺตุตฺโถ น ลพฺภติ, อถ โข อตฺตโน ผนฺทนวเสเนวาติ อาห ‘‘ปรํ ผนฺทนฺตํ ผนฺทนกาเล สยมฺปิ ผนฺทโต’’ติ, อตฺตนา กเตน ปรสฺส วิพาธนปโยเคน สยมฺปิ ผนฺทโตติ อตฺโถ. ‘‘อติปาตาปยโต’’ติ ปทํ สุทฺธกตฺตริ, เหตุกตฺตริ จ ปวตฺตตีติ ทสฺเสติ ‘‘หนนฺตสฺสาปิ หนาเปนฺตสฺสาปี’’ติ อิมินา. สพฺพตฺถาติ ‘‘อาทิยโต’’ติอาทีสุ. กรณการณวเสนาติ สยํการปรํการวเสน.
ฆรภิตฺติยา อนฺโต จ พหิ จ สนฺธิ ฆรสนฺธิ. กิญฺจิปิ อเสเสตฺวา นิรวเสโส โลโป วิลุมฺปนํ นิลฺโลโปติ อาห ‘‘มหาวิโลป’’นฺติ. เอกาคาเร นิยุตฺโต วิโลโป เอกาคาริโก. เตนาห ‘‘เอกเมวา’’ติอาทิ. ‘‘ปริปนฺเถ ติฏฺฐโต’’ติ เอตฺถ อจฺฉินฺทนตฺถเมว ติฏฺฐตีติ อยมตฺโถ ปกรณโต สิทฺโธติ ทสฺเสติ ‘‘อาคตาคตาน’’นฺติอาทินา. ‘‘ปริโต สพฺพโส ปนฺเถ หนนํ ปริปนฺโถ’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๖๖) อยมตฺโถปิ อาจริเยน วุตฺโต. กโรมีติ สญฺญายาติ สญฺเจตนิกภาวมาห, เตเนตํ ทสฺเสติ ‘‘สญฺจิจฺจ กโรโตปิ น กรียติ นาม, ปเคว อสญฺจิจฺจา’’ติ. ปาปํ น กรียตีติ ปุพฺเพ อสโต อุปฺปาเทตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา ปาปํ อกตเมว นาม. เตนาห ‘‘นตฺถิ ปาป’’นฺติ.
ยทิ เอวํ กถํ สตฺตา ปาเป ปวตฺตนฺตีติ อตฺตโน วาเท ปเรหิ อาโรปิตํ โทสมปเนตุกาโม ปูรโณ อิมมตฺถมฺปิ ทสฺเสตีติ อาห ‘‘สตฺตา ปนา’’ติอาทิ. สญฺญามตฺตเมตํ ‘‘ปาปํ กโรนฺตี’’ติ, ปาปํ ปน นตฺเถวาติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ กิรสฺส โหติ – อิเมสํ สตฺตานํ หึสาทิกิริยา อตฺตานํ น ปาปุณาติ ตสฺส นิจฺจตาย นิพฺพิการตฺตา, สรีรํ ปน อเจตนํ กฏฺฐกลิงฺครูปมํ, ตสฺมึ วิโกปิเตปิ น กิญฺจิ ปาปนฺติ. ปริยนฺโต วุจฺจติ เนมิ ปริโยสาเน ฐิตตฺตา. เตน วุตฺตํ อาจริเยน ‘‘นิสิตขุรมยเนมินา’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๖๖). ทุติยวิกปฺเป จกฺกปริโยสานเมว ปริยนฺโต, ขุเรน สทิโส ปริยนฺโต ยสฺสาติ ขุรปริยนฺโต. ขุรคฺคหเณน เจตฺถ ขุรธารา คหิตา ตทวโรธโต. ปาฬิยํ จกฺเกนาติ จกฺกาการกเตน อาวุธวิเสเสน. ตํ มํสขลกรณสงฺขาตํ นิทานํ การณํ ยสฺสาติ ตโตนิทานํ, ‘‘ปจฺจตฺตวจนสฺส โตอาเทโส, สมาเส จสฺส โลปาภาโว’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๒๑) อฏฺฐกถาสุ วุตฺโต. ‘‘ปจฺจตฺตตฺเถ นิสฺสกฺกวจนมฺปิ ยุชฺชตี’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) อาจริยสาริปุตฺตตฺเถโร. ‘‘การณตฺเถ นิปาตสมุทาโย’’ติปิ อกฺขรจินฺตกา.
คงฺคาย ทกฺขิณทิสา อปฺปติรูปเทโส, อุตฺตรทิสา ปน ปติรูปเทโสติ อธิปฺปาเยน ‘‘ทกฺขิณญฺเจ’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตญฺจ เทสทิสาปเทเสน ตนฺนิวาสิโน สนฺธายาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ทกฺขิณตีเร’’ติอาทิมาห. หนนทานกิริยา หิ ตทายตฺตา. มหายาคนฺติ มหาวิชิตรญฺโญ ยญฺญสทิสมฺปิ มหายาคํ. ทมสทฺโท อินฺทฺริยสํวรสฺส, อุโปสถสีลสฺส จ วาจโกติ อาห ‘‘อินฺทฺริยทเมน อุโปสถกมฺเมนา’’ติ. เกจิ ปน อุโปสถกมฺเมนา’ติ อิทํ อินฺทฺริยทมสฺส วิเสสนํ, ตสฺมา ‘อุโปสถกมฺมภูเตน อินฺทฺริยทเมนา’ติ’’ อตฺถํ วทนฺติ, ตทยุตฺตเมว ตทุภยตฺถวาจกตฺตา ทมสทฺทสฺส, อตฺถทฺวยสฺส จ วิเสสวุตฺติโต. อธุนา หิ กตฺถจิ โปตฺถเก วา-สทฺโท, จ-สทฺโทปิ ทิสฺสติ. สีลสํยเมนาติ ตทญฺเญน กายิกวาจสิกสํวเรน. สจฺจวจเนนาติ อโมสวชฺเชน. ตสฺส วิสุํ วจนํ โลเก ครุตรปุญฺญสมฺมตภาวโต. ยถา หิ ปาปธมฺเมสุ มุสาวาโท ครุตโร, เอวํ ปุญฺญธมฺเมสุ อโมสวชฺโช. เตนาห ภควา อิติวุตฺตเก –
‘‘เอกธมฺมํ อตีตสฺส, มุสาวาทิสฺส ชนฺตุโน;
วิติณฺณปรโลกสฺส, นตฺถิ ปาปํ อการิย’’นฺติ. (อิติวุ. ๒๗);
ปวตฺตีติ โย กโรติ, ตสฺส สนฺตาเน ผลุปฺปาทปจฺจยภาเวน อุปฺปตฺติ. เอวญฺหิ ‘‘นตฺถิ กมฺมํ, นตฺถิ กมฺมผล’’นฺติ อกิริยวาทสฺส ปริปุณฺณตา. สติ หิ กมฺมผเล กมฺมานมกิริยภาโว กถํ ภวิสฺสติ. สพฺพถาปีติ ‘‘กโรโต’’ติอาทินา วุตฺเตน สพฺพปฺปกาเรนปิ.
ลพุชนฺติ ลิกุจํ. ปาปปุญฺญานํ กิริยเมว ปฏิกฺขิปติ, น รญฺญา ปุฏฺฐํ สนฺทิฏฺฐิกํ สามญฺญผลํ พฺยากโรตีติ อธิปฺปาโย. อิทญฺหิ อวธารณํ วิปากปฏิกฺเขปนิวตฺตนตฺถํ. โย หิ กมฺมํ ปฏิกฺขิปติ, เตน อตฺถโต วิปาโกปิ ปฏิกฺขิตฺโตเยว นาม โหติ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘กมฺมํ ปฏิพาหนฺเตนาปี’’ติอาทิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๗๐-๑๗๒).
ปฏิราชูหิ อนภิภวนียภาเวน วิเสสโต ชิตนฺติ วิชิตํ, เอกสฺส รญฺโญ อาณาปวตฺติเทโส. ‘‘มา มยฺหํ วิชิเต วสถา’’ติ อปสาทนา ปพฺพชิตสฺส ปพฺพาชนสงฺขาตา วิเหฐนาเยวาติ วุตฺตํ ‘‘วิเหเฐตพฺพ’’นฺติ. เตน วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ‘‘เอวเมต’’นฺติ อุปธารณํ สลฺลกฺขณํ อุคฺคณฺหนํ, ตทมินา ปฏิกฺขิปตีติ อาห ‘‘สารโต อคฺคณฺหนฺโต’’ติ. ตสฺส ปน อตฺถสฺส อทฺธนิยภาวาปาทนวเสน จิตฺเตน สนฺธารณํ นิกฺกุชฺชนํ, ตทมินา ปฏิกฺขิปตีติ ทสฺเสติ ‘‘สารวเสเนว…เป… อฏฺฐเปนฺโต’’ติ อิมินา. สารวเสเนวาติ อุตฺตมวเสเนว, อวิตถตฺตา วา ปเรหิ อนุจฺจาลิโต ถิรภูโต อตฺโถ อเผคฺคุภาเวน สาโรติ วุจฺจติ, ตํวเสเนวาติ อตฺโถ. นิสฺสรณนฺติ วฏฺฏโต นิยฺยานํ. ปรมตฺโถติ อวิปรีตตฺโถ, อุตฺตมสฺส วา ญาณสฺสารมฺมณภูโต อตฺโถ. พฺยญฺชนํ ปน เตน อุคฺคหิตญฺเจว นิกฺกุชฺชิตญฺจ ตถาเยว ภควโต สนฺติเก ภาสิตตฺตา.
มกฺขลิโคสาลวาทวณฺณนา
๑๖๘. อุภเยนาติ เหตุปจฺจยปฏิเสธวจเนน. ‘‘วิชฺชมานเมวา’’ติ อิมินา สภาวโต วิชฺชมานสฺเสว ปฏิกฺขิปเน ตสฺส อญฺญาณเมว การณนฺติ ทสฺเสติ. สํกิเลสปจฺจยนฺติ สํกิลิสฺสนสฺส มลีนสฺส การณํ. วิสุทฺธิปจฺจยนฺติ สํกิเลสโต วิสุทฺธิยา โวทานสฺส ปจฺจยํ. อตฺตกาเรติ ปจฺจตฺตวจนสฺส เอ-การวเสน ปทสิทฺธิ ยถา ‘‘วนปฺปคุมฺเพ ยถา ผุสิตคฺเค’’ติ, (ขุ. ปา. ๑๓; สุ. นิ. ๒๓๖) ปจฺจตฺตตฺเถ วา ภุมฺมวจนํ ยถา ‘‘อิทมฺปิสฺส โหติ สีลสฺมิ’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๑๙๔), ตเทวตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘อตฺตกาโร’’ติ อิมินา. โส จ เตน เตน สตฺเตน อตฺตนา กาตพฺพกมฺมํ, อตฺตนา นิปฺผาเทตพฺพปโยโค วา. เตนาห ‘‘เยนา’’ติอาทิ. สพฺพญฺญุตนฺติ สมฺมาสมฺโพธึ. ตนฺติ อตฺตนา กตกมฺมํ. ทุติยปเทนาติ ‘‘นตฺถิ ปรกาเร’’ติ ปเทน. ปรกาโร จ นาม ปรสฺส วาหสา อิชฺฌนกปโยโค. เตน วุตฺตํ ‘‘ยํ ปรการ’’นฺติอาทิ. โอวาทานุสาสนินฺติ โอวาทภูตมนุสาสนึ, ปฐมํ วา โอวาโท, ปจฺฉา อนุสาสนี. ‘‘ปรการ’’นฺติ ปทสฺส อุปลกฺขณวเสน อตฺถทสฺสนญฺเจตํ, โลกุตฺตรธมฺเม ปรการาวสฺสโย นตฺถีติ อาห ‘‘ฐเปตฺวา มหาสตฺต’’นฺติ. อตฺเถเวส โลกิยธมฺเม ยถา ตํ อมฺหากํ โพธิสตฺตสฺส อาฬารุทเก นิสฺสาย ปญฺจาภิญฺญาโลกิยสมาปตฺติลาโภ, ตญฺจ ปจฺฉิมภวิกมหาสตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ, ปจฺเจกโพธิสตฺตสฺสปิ เอตฺเถว สงฺคโห เตสมฺปิ ตทภาวโต. มนุสฺสโสภคฺยตนฺติ มนุสฺเสสุ สุภคภาวํ. เอวนฺติ วุตฺตปฺปกาเรน กมฺมวาทสฺส, กิริยวาทสฺส จ ปฏิกฺขิปเนน. ชินจกฺเกติ ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว กมฺมํ กณฺหํ กณฺหวิปาก’’นฺติอาทิ (อ. นิ. ๔.๒๓๒) นยปฺปวตฺเต กมฺมานํ, กมฺมผลานญฺจ อตฺถิตาปริทีปเน พุทฺธสาสเน. ปจฺจนีกกถนํ ปหารทานสทิสนฺติ ‘‘ปหารํ เทติ นามา’’ติ.
ยถาวุตฺตอตฺตการปรการาภาวโต เอว สตฺตานํ ปจฺจตฺตปุริสกาโร นาม โกจิ นตฺถีติ สนฺธาย ‘‘นตฺถิปุริสกาเร’’ติ ตสฺส ปฏิกฺขิปนํ ทสฺเสตุํ ‘‘เยนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘เทวตฺตมฺปี’’ติอาทินา, ‘‘มนุสฺสโสภคฺยต’’นฺติอาทินา จ วุตฺตปฺปการา. ‘‘พเล ปติฏฺฐิตา’’ติ วตฺวา วีริยเมวิธ พลนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘วีริยํ กตฺวา’’ติ วุตฺตํ. สตฺตานญฺหิ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิก นิพฺพานสมฺปตฺติอาวหํ วีริยพลํ นตฺถีติ โส ปฏิกฺขิปติ, นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ โวทานิยพลสฺส ปฏิกฺขิปนํ สํกิเลสิกสฺสาปิ พลสฺส เตน ปฏิกฺขิปนโต. ยทิ วีริยาทีนิ ปุริสการเววจนานิ, อถ กสฺมา เตสํ วิสุํ คหณนฺติ อาห ‘‘อิทํ โน วีริเยนา’’ติอาทิ. อิทํ โน วีริเยนาติ อิทํ ผลํ อมฺหากํ วีริเยน ปวตฺตํ. ปวตฺตวจนปฏิกฺเขปกรณวเสนาติ อญฺเญสํ ปวตฺตโวหารวจนสฺส ปฏิกฺเขปกรณวเสน. วีริยถามปรกฺกมสมฺพนฺธเนน ปวตฺตพลวาทีนํ วาทสฺส ปฏิกฺเขปกรณวเสน ‘‘นตฺถิ พล’’นฺติ ปทมิว สพฺพานิเปตานิ เตน อาทียนฺตีติ อธิปฺปาโย. ตญฺจ วจนียตฺถโต วุตฺตํ, วจนตฺถโต ปน ตสฺสา ตสฺสา กิริยาย อุสฺสนฺนฏฺเฐน พลํ. สูรวีรภาวาวหฏฺเฐน วีริยํ. ตเทว ทฬฺหภาวโต, โปริสธุรํ วหนฺเตน ปวตฺเตตพฺพโต จ ปุริสถาโม. ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมนวเสน ปวตฺติยา ปุริสปรกฺกโมติ เวทิตพฺพํ.
รูปาทีสุ สตฺตวิสตฺตตาย สตฺตา. อสฺสสนปสฺสสนวเสน ปวตฺติยา ปาณนโต ปาณาติ อิมินา อตฺเถน สมาเนปิ ปททฺวเย เอกินฺทฺริยาทิวเสน ปาเณ วิภชิตฺวา สตฺตโต วิเสสํ กตฺวา เอส วทตีติ อาห ‘‘เอกินฺทฺริโย’’ติอาทิ. ภวนฺตีติ ภูตาติ สตฺตปาณปริยาเยปิ สติ อณฺฑโกสาทีสุ สมฺภวนฏฺเฐน ตโต วิเสสาว, เตน วุตฺตาติ ทสฺเสติ ‘‘อณฺฑ…เป… วทตี’’ติ อิมินา. วตฺถิโกโส คพฺภาสโย. ชีวนโต ปาณํ ธาเรนฺโต วิย วฑฺฒนโต ชีวา. เตนาห ‘‘สาลิยวา’’ติอาทิ. อาทิสทฺเทน วิรุฬฺหธมฺมา ติณรุกฺขา คหิตา. นตฺถิ เอเตสํ สํกิเลสวิสุทฺธีสุ วโส สามตฺถิยนฺติ อวสา. ตถา อพลา อวีริยา. เตนาห ‘‘เตส’’นฺติอาทิ. นิยตาติ นิยมนา, อเฉชฺชสุตฺตาวุตสฺส อเภชฺชมณิโน วิย นิยตปฺปวตฺติตาย คติชาติพนฺธาปวคฺควเสน นิยาโมติ อตฺโถ. ตตฺถ ตตฺถาติ ตาสุ ตาสุ ชาตีสุ. ฉนฺนํ อภิชาตีนํ สมฺพนฺธีภูตานํ คมนํ สมวาเยน สมาคโม. สมฺพนฺธีนิรเปกฺโขปิ ภาวสทฺโท สมฺพนฺธีสหิโต วิย ปกติยตฺถวาจโกติ อาห ‘‘สภาโวเยวา’’ติ, ยถา กณฺฏกสฺส ติกฺขตา, กปิตฺถผลาทีนํ ปริมณฺฑลตา, มิคปกฺขีนํ วิจิตฺตาการตา จ, เอวํ สพฺพสฺสาปิ โลกสฺส เหตุปจฺจยมนฺตเรน ตถา ตถา ปริณาโม อกุตฺติโม สภาโวเยวาติ อตฺโถ. เตน วุตฺตํ ‘‘เยนา’’ติอาทิ. ปริณมนํ นานปฺปการตาปตฺติ. เยนาติ สตฺตปาณาทินา. ยถา ภวิตพฺพํ, ตเถวาติ สมฺพนฺโธ.
ฉฬภิชาติโย ปรโต วิตฺถารียิสฺสนฺติ. ‘‘สุขญฺจ ทุกฺขญฺจ ปฏิสํเวเทนฺตี’’ติ วทนฺโต มกฺขลิ อทุกฺขมสุขภูมึ สพฺเพน สพฺพํ น ชานาตีติ วุตฺตํ ‘‘อญฺญา อทุกฺขมสุขภูมิ นตฺถีติ ทสฺเสตี’’ติ. อยํ ‘‘สุขญฺจ ทุกฺขญฺจ ปฏิสํเวเทนฺตี’’ติ วจนํ กรณภาเวน คเหตฺวา วุตฺตา อาจริยสฺส มติ. โปตฺถเกสุ ปน ‘‘อญฺญา สุขทุกฺขภูมิ นตฺถีติ ทสฺเสตี’’ติ อยเมว ปาโฐ ทิฏฺโฐ, น ‘‘อทุกฺขมสุขภูมี’’ติ. เอวํ สติ ‘‘ฉเสฺววาภิชาตีสู’’ติ วจนํ อธิกรณภาเวน คเหตฺวา ฉสุ เอว อภิชาตีสุ สุขทุกฺขปฏิสํเวทนํ, น เตหิ อญฺญตฺถ, ตาเยว สุขทุกฺขภูมิ, น ตทญฺญาติ ทสฺเสตีติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อยเมว จ ยุตฺตตโร ปฏิกฺเขปิตพฺพสฺส อตฺถสฺส ภูมิวเสน วุตฺตตฺตา. ยทิ หิ ‘‘สุขญฺจ ทุกฺขญฺจ ปฏิสํเวเทนฺตี’’ติ วจเนน ปฏิกฺเขปิตพฺพสฺส ทสฺสนํ สิยา, อถ ‘‘อญฺญา อทุกฺขมสุขา นตฺถี’’ติ ทสฺเสยฺย, น ‘‘อทุกฺขมสุขภูมี’’ติ ทสฺสนเหตุวจนสฺส ภูมิอตฺถาภาวโต. ทสฺเสติ เจตํ ตาสํ ภูมิยา อภาวเมว, เตน วิญฺญายติ อยํ ปาโฐ, อยญฺจตฺโถ ยุตฺตตโรติ.
ปมุขโยนีนนฺติ มนุสฺเสสุ ขตฺติยพฺราหฺมณาทิวเสน, ติรจฺฉานาทีสุ สีหพฺยคฺฆาทิวเสน ปธานโยนีนํ, ปธานตา เจตฺถ อุตฺตมตา. เตนาห ‘‘อุตฺตมโยนีน’’นฺติ. สฏฺฐิ สตานีติ ฉ สหสฺสานิ. ‘‘ปญฺจ จ กมฺมุโน สตานี’’ติ ปทสฺส อตฺถทสฺสนํ ‘‘ปญฺจ กมฺมสตานิ จา’’ติ. ‘‘เอเสว นโย’’ติ อิมินา ‘‘เกวลํ ตกฺกมตฺตเกน นิรตฺถกํ ทิฏฺฐึ ทีเปตี’’ติ อิมเมวตฺถมติทิสติ. เอตฺถ จ ‘‘ตกฺกมตฺตเกนา’’ติ วทนฺโต ยสฺมา ตกฺกิกา อวสฺสยภูตตถตฺถคฺคหณองฺกุสนยมนฺตเรน นิรงฺกุสตาย ปริกปฺปนสฺส ยํ กิญฺจิ อตฺตนา ปริกปฺปิตํ สารโต มญฺญมานา ตเถว อภินิวิสฺส ตตฺถ จ ทิฏฺฐิคาหํ คณฺหนฺติ, ตสฺมา น เตสํ ทิฏฺฐิวตฺถุสฺมึ วิญฺญูหิ วิจารณา กาตพฺพาติ อิมมธิปฺปายํ วิภาเวติ. เกจีติ อุตฺตรวิหารวาสิโน. ปญฺจินฺทฺริยวเสนาติ จกฺขาทิปญฺจินฺทฺริยวเสน. เต หิ ‘‘จกฺขุโสตฆานชิวฺหากายสงฺขาตานิ อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ ‘ปญฺจ กมฺมานี’ติ ติตฺถิยา ปญฺญเปนฺตี’’ติ วทนฺติ ‘‘กายวจีมโนกมฺมานิ จ ‘ตีณิ กมฺมานี’ติ’’. กมฺมนฺติ ลทฺธีติ ตทุภยํ โอฬาริกตฺตา ปริปุณฺณกมฺมนฺติ ลทฺธิ. มโนกมฺมํ อโนฬาริกตฺตา อุปฑฺฒกมฺมนฺติ ลทฺธีติ โยชนา. ‘‘ทฺวาสฏฺฐิ ปฏิปทา’’ติ วตฺตพฺเพ สภาวนิรุตฺตึ อชานนฺโต ‘‘ทฺวฏฺฐิปฏิปทา’’ติ วทตีติ อาห ‘‘ทฺวาสฏฺฐิ ปฏิปทา’’ติ. สทฺทรจกา ปน ‘‘ทฺวาสฏฺฐิยา สโลโป, อตฺตมา’’ติ วทนฺติ, ตทยุตฺตเมว สภาวนิรุตฺติยา โยคโต อสิทฺธตฺตา. ยทิ หิ สา โยเคน สิทฺธา อสฺส, เอวํ สภาวนิรุตฺติเยว สิยา, ตถา จ สติ อาจริยานํ มเตน วิรุชฺฌตีติ วทนฺติ. ‘‘จุลฺลาสีติ สหสฺสานี’’ติอาทิกา ปน อญฺญตฺร ทิฏฺฐปโยคา สภาวนิรุตฺติเยว. ทิสฺสติ หิ วิสุทฺธิมคฺคาทีสุ –
‘‘จุลฺลาสีติ สหสฺสานิ, กปฺปา ติฏฺฐนฺติ เย มรู;
น เตฺวว เตปิ ติฏฺฐนฺติ, ทฺวีหิ จิตฺเตหิ สโมหิตา’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๒.๗๑๕; มหานิ. ๑๐, ๓๙);
เอกสฺมึ กปฺเปติ จตุนฺนมสงฺเขฺยยฺยกปฺปานํ อญฺญตรภูเต เอกสฺมึ อสงฺเขฺยยฺยกปฺเป. ตตฺถาปิ จ วิวฏฺฏฏฺฐายีสญฺญิตํ เอกเมว สนฺธาย ‘‘ทฺวฏฺฐนฺตรกปฺปา’’ติ วุตฺตํ. น หิ โส อสฺสุตสาสนธมฺโม อิตเร ชานาติ พาหิรกานมวิสยตฺตา, อชานนฺโต เอวมาหาติ อตฺโถ.
อุรพฺเภ หนนฺติ, หนฺตฺวา วา ชีวิตํ กปฺเปนฺตีติ โอรพฺภิกา. เอส นโย สากุณิกาทีสุปิ. ลุทฺทาติ วุตฺตาวเสสกา เย เกจิ จาตุปฺปทชีวิกา เนสาทา. มาควิกปทสฺมิญฺหิ โรหิตาทิมิคชาติเยว คหิตา. พนฺธนาคาเร นิโยเชนฺตีติ พนฺธนาคาริกา. กุรูรกมฺมนฺตาติ ทารุณกมฺมนฺตา. อยํ สพฺโพปิ กณฺหกมฺมปสุตตาย กณฺหาภิชาตีติ วทติ กณฺหสฺส ธมฺมสฺส อภิชาติ อพฺภุปฺปตฺติ ยสฺสาติ กตฺวา. ภิกฺขูติ พุทฺธสาสเน ภิกฺขู. กณฺฏเกติ ฉนฺทราเค. สญฺโญควเสน เตสํ ปกฺขิปนํ. กณฺฏกสทิสฉนฺทราเคน สญฺญุตฺตา ภุญฺชนฺตีติ หิ อธิปฺปาเยน ‘‘กณฺฏเก ปกฺขิปิตฺวา’’ติ วุตฺตํ. กสฺมาติ เจ? ยสฺมา ‘‘เต ปณีตปณีเต ปจฺจเย ปฏิเสวนฺตี’’ติ ตสฺส มิจฺฉาคาโห, ตสฺมา ญายลทฺเธปิ ปจฺจเย ภุญฺชมานา อาชีวกสมยสฺส วิโลมคาหิตาย ปจฺจเยสุ กณฺฏเก ปกฺขิปิตฺวา ขาทนฺติ นามาติ วทติ กณฺฏกวุตฺติกาติ กณฺฏเกน ยถาวุตฺเตน สห ชีวิกา. อยญฺหิสฺส ปาฬิเยวาติ อยํ มกฺขลิสฺส วาททีปนา อตฺตนา รจิตา ปาฬิเยวาติ ยถาวุตฺตมตฺถํ สมตฺเถติ. กณฺฏกวุตฺติกา เอว นาม เอเก อปเร ปพฺพชิตา พาหิรกา สนฺติ, เต นีลาภิชาตีติ วทตีติ อตฺโถ. เต หิ สวิเสสํ อตฺตกิลมถานุโยคมนุยุตฺตา. ตถา หิ เต กณฺฏเก วตฺตนฺตา วิย ภวนฺตีติ กณฺฏกวุตฺติกาติ วุตฺตา. นีลสฺส ธมฺมสฺส อภิชาติ ยสฺสาติ นีลาภิชาติ. เอวมิตเรสุปิ.
อมฺหากํ สญฺโญชนคณฺโฐ นตฺถีติ วาทิโน พาหิรกปพฺพชิตา นิคณฺฐา. เอกเมว สาฏกํ ปริทหนฺตา เอกสาฏกา. กณฺหโต ปริสุทฺโธ นีโล, ตโต ปน โลหิโตติอาทินา ยถากฺกมํ ตสฺส ปริสุทฺธํ วาทํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิเม กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปณฺฑรตราติ ภุญฺชนนหานปฏิกฺเขปาทิวตสมาโยเคน ปริสุทฺธตรา กณฺหนีลมุปาทาย โลหิตสฺสาปิ ปริสุทฺธภาเวน วตฺตพฺพโต. โอทาตวสนาติ โอทาตวตฺถปริทหนา. อเจลกสาวกาติ อาชีวกสาวกภูตา. เต กิร อาชีวกลทฺธิยา วิสุทฺธจิตฺตตาย นิคณฺเฐหิปิ ปณฺฑรตรา หลิทฺทาภานมฺปิ ปุริเม อุปาทาย ปริสุทฺธภาวปฺปตฺติโต. ‘‘เอว’’นฺติอาทินา ตสฺส ฉนฺทาคมนํ ทสฺเสติ. นนฺทาทีนํ สาวกภูตา ปพฺพชิตา อาชีวกา. ตถา อาชีวกินิโย. นนฺทาทโย กิร ตถารูปํ อาชีวกปฏิปตฺตึ อุกฺกํสํ ปาเปตฺวา ฐิตา, ตสฺมา นิคณฺเฐหิ อาชีวกสาวเกหิ ปพฺพชิเตหิ ปณฺฑรตรา วุตฺตา ปรมสุกฺกาภิชาตีติ อยํ ตสฺส ลทฺธิ.
ปุริสภูมิโยติ ปธานนิทฺเทโส. อิตฺถีนมฺปิ เหตา ภูมิโย เอส อิจฺฉเตว. สตฺต ทิวเสติ อจฺจนฺตสญฺโญควจนํ, เอตฺตกมฺปิ มนฺทา โมมูหาติ. สมฺพาธฏฺฐานโตติ มาตุกุจฺฉึ สนฺธายาห. โรทนฺติ เจว วิรวนฺติ จ ตมนุสฺสริตฺวา. เขทนํ, กีฬนญฺจ ขิฑฺฑาสทฺเทเนว สงฺคเหตฺวา ขิฑฺฑาภูมิ วุตฺตา. ปทสฺส นิกฺขิปนํ ปทนิกฺขิปนํ. ยทา ตถา ปทํ นิกฺขิปิตุํ สมตฺโถ, ตทา ปทวีมํสภูมิ นามาติ ภาโว. วตาวตสฺส ชานนกาเล. ภิกฺขุ จ ปนฺนโกติอาทิปิ เตสํ พาหิรกานํ ปาฬิเยว. ตตฺถ ปนฺนโกติ ภิกฺขาย วิจรณโก, เตสํ วา ปฏิปตฺติยา ปฏิปนฺนโก. ชิโนติ ชิณฺโณ ชราวเสน หีนธาตุโก, อตฺตโน วา ปฏิปตฺติยา ปฏิปกฺขํ ชินิตฺวา ฐิโต. โส กิร ตถาภูโต ธมฺมมฺปิ กสฺสจิ น กเถสิ. เตนาห ‘‘น กิญฺจิ อาหา’’ติ. โอฏฺฐวทนาทิวิปฺปกาเร กเตปิ ขมนวเสน น กิญฺจิ กเถตีติปิ วทนฺติ. อลาภินฺติ ‘‘โส น กุมฺภิมุขา ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติอาทินา นเยน มหาสีหนาทสุตฺเต (ที. นิ. ๑.๓๙๔; ม. นิ. ๑.๑๕๕) วุตฺตอลาภเหตุสมาโยเคน อลาภึ. ตโตเยว ชิฆจฺฉาทุพฺพลปเรตตาย สยนปรายนฏฺเฐน สมณํ ปนฺนภูมีติ วทติ.
อาชีววุตฺติสตานีติ สตฺตานมาชีวภูตานิ ชีวิกาวุตฺติสตานิ. ‘‘ปริพฺพาชกสตานี’’ติ วุจฺจมาเนปิ เจส สภาวลิงฺคมชานนฺโต ‘‘ปริพฺพาชกสเต’’ติ วทติ. เอวมญฺเญสุปิ. เตนาห ‘‘ปริพฺพาชกปพฺพชฺชาสตานี’’ติ. นาคภวนํ นาคมณฺฑลํ ยถา ‘‘มหึสกมณฺฑล’’นฺติ. ปรมาณุอาทิ รโช. ปสุคฺคหเณน เอฬกชาติ คหิตา. มิคคฺคหเณน รุรุควยาทิ มิคชาติ. คณฺฐิมฺหีติ ผฬุมฺหิ, ปพฺเพติ อตฺโถ. จาตุมหาราชิกาทิพฺรหฺมกายิกาทิวเสน, เตสญฺจ อนฺตรเภทวเสน พหู เทวา. ตตฺถ จาตุมหาราชิกานํ เอกจฺจอนฺตรเภโท มหาสมยสุตฺเตน (ที. นิ. ๒.๓๓๑) ทีเปตพฺโพ. ‘‘โส ปนา’’ติอาทินา อชานนฺโต ปเนส พหู เทเวปิ สตฺต เอว วทตีติ ตสฺส อปฺปมาณตํ ทสฺเสติ. มนุสฺสาปิ อนนฺตาติ ทีปเทสกุลวํสาชีวาทิวิภาควเสน. ปิสาจา เอว เปสาจา, เต อปรเปตาทิวเสน มหนฺตมหนฺตา, พหุตราติ อตฺโถ. พาหิรกสมเย ปน ‘‘ฉทฺทนฺตทหมนฺทากินิโย กุวาฬิยมุจลินฺทนาเมน โวหริตา’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๖๘) อาจริเยน วุตฺตํ.
คณฺฐิกาติ ปพฺพคณฺฐิกา. ปพฺพคณฺฐิมฺหิ หิ ปวุฏสทฺโท. มหาปปาตาติ มหาตฏา. ปาริเสสนเยน ขุทฺทกปปาตสตานิ. เอวํ สุปิเนสุปิ. ‘‘มหากปฺปิโน’’ติ อิทํ ‘‘มหากปฺปาน’’นฺติ อตฺถโต เวทิตพฺพํ. สทฺทโต ปเนส อชานนฺโต เอวํ วทตีติ น วิจารณกฺขมํ. ตถา ‘‘จุลฺลาสีติ สตสหสฺสานี’’ติ อิทมฺปิ. โส หิ ‘‘จตุราสีติ สตสหสฺสานี’’ติ วตฺตุมสกฺโกนฺโต เอวํ วทติ. สทฺทรจกา ปน ‘‘จตุราสีติยา ตุโลโป, จสฺส จุ, รสฺส โล, ทฺวิตฺตญฺจา’’ติ วทนฺติ. เอตฺตกา มหาสราติ เอตปฺปมาณวตา มหาสรโต, สตฺตมหาสรโตติ วุตฺตํ โหติ. กิราติ ตสฺส วาทานุสฺสวเน นิปาโต. ปณฺฑิโตปิ…เป… น คจฺฉติ, กสฺมา? สตฺตานํ สํสรณกาลสฺส นิยตภาวโต.
‘‘อเจลกวเตน วา อญฺเญน วา เยน เกนจี’’ติ วุตฺตมติทิสติ ‘‘ตาทิเสเนวา’’ติ อิมินา. ตโปกมฺเมนาติ ตปกรเณน. เอตฺถาปิ ‘‘ตาทิเสเนวา’’ติ อธิกาโร. โย…เป… วิสุชฺฌติ, โส อปริปกฺกํ กมฺมํ ปริปาเจติ นามาติ โยชนา. อนฺตราติ จตุราสีติมหากปฺปสตสหสฺสานมพฺภนฺตเร. ผุสฺส ผุสฺสาติ ปตฺวา ปตฺวา. วุตฺตปริมาณํ กาลนฺติ จตุราสีติมหากปฺปสตสหสฺสปมาณํ กาลํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อปริปกฺกํ สํสรณนิมิตฺตํ กมฺมํ สีลาทินา สีฆํเยว วิสุทฺธปฺปตฺติยา ปริปาเจติ นาม. ปริปกฺกํ กมฺมํ ผุสฺส ผุสฺส กาเลน ปริปกฺกภาวานาปาทเนน พฺยนฺตึ วิคมนํ กโรติ นามาติ. โทเณนาติ ปริมินนโทณตุมฺเพน. รูปกวเสนตฺโถ ลพฺภตีติ วุตฺตํ ‘‘มิตํ วิยา’’ติ. น หาปนวฑฺฒนํ ปณฺฑิตพาลวเสนาติ ทสฺเสติ ‘‘น สํสาโร’’ติอาทินา. วฑฺฒนํ อุกฺกํโส. หาปนํ อวกํโส.
กตสุตฺตคุเฬติ กตสุตฺตวฏฺฏิยํ. ปเลตีติ ปเรติ ยถา ‘‘อภิสมฺปราโย’’ติ, (มหานิ. ๖๙; จูฬนิ. ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๔) ร-การสฺส ปน ล-การํ กตฺวา เอวํ วุตฺตํ ยถา ‘‘ปลิพุทฺโธ’’ติ (จูฬนิ. ๑๕; มิ. ป. ๓.๖). โส จ จุราทิคณวเสน คติยนฺติ วุตฺตํ ‘‘คจฺฉตี’’ติ. อิมาย อุปมาย เจส สตฺตานํ สํสาโร อนุกฺกเมน ขียเตว, น วฑฺฒติ ปริจฺฉินฺนรูปตฺตาติ อิมมตฺถํ วิภาเวตีติ อาห ‘‘สุตฺเต ขีเณ’’ติอาทิ. ตตฺเถวาติ ขียนฏฺฐาเนเยว.
อชิตเกสกมฺพลวาทวณฺณนา
๑๗๑. ทินฺนนฺติ เทยฺยธมฺมสีเสน ทานเจตนาเยว วุตฺตา. ตํมุเขน จ ผลนฺติ ทสฺเสติ ‘‘ทินฺนสฺส ผลาภาว’’นฺติ อิมินา. ทินฺนญฺหิ มุขฺยโต อนฺนาทิวตฺถุ, ตํ กถเมส ปฏิกฺขิปิสฺสติ. เอส นโย ยิฏฺฐํ หุตนฺติ เอตฺถาปิ. สพฺพสาธารณํ มหาทานํ มหายาโค. ปาหุนภาเวน กตฺตพฺพสกฺกาโร ปาหุนกสกฺกาโร. ผลนฺติ อานิสํสผลํ, นิสฺสนฺทผลญฺจ. วิปาโกติ สทิสผลํ. จตุรงฺคสมนฺนาคเต ทาเน ฐานนฺตราทิปตฺติ วิย หิ อานิสํโส, สงฺขพฺราหฺมณสฺส ทาเน (ชา. ๑.๑๐.๓๙) ตาณลาภมตฺตํ วิย นิสฺสนฺโท, ปฏิสนฺธิสงฺขาตํ สทิสผลํ วิปาโก. อยํ โลโก, ปรโลโกติ จ กมฺมุนา ลทฺธพฺโพ วุตฺโต ผลาภาวเมว สนฺธาย ปฏิกฺขิปนโต. ปจฺจกฺขทิฏฺโฐ หิ โลโก กถํ เตน ปฏิกฺขิตฺโต สิยา. ‘‘สพฺเพ ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนฺตี’’ติ อิมินา การณมาห, ยตฺถ ยตฺถ ภวโยนิอาทีสุ ฐิตา อิเม สตฺตา, ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนฺติ, นิรุทยวินาสวเสน วินสฺสนฺตีติ อตฺโถ. เตสูติ มาตาปิตูสุ. ผลาภาววเสเนว วทติ, น มาตาปิตูนํ, นาปิ เตสุ อิทานิ กริยมานสกฺการาสกฺการานมภาววเสน เตสํ โลเก ปจฺจกฺขตฺตา. ปุพฺพุฬสฺส วิย อิเมสํ สตฺตานํ อุปฺปาโท นาม เกวโล, น จวิตฺวา อาคมนปุพฺพโก อตฺถีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘จวิตฺวา อุปปชฺชนกา สตฺตา นาม นตฺถี’’ติ. สมเณน นาม ยาถาวโต ชานนฺเตน กสฺสจิ อกเถตฺวา สญฺญเตน ภวิตพฺพํ, อญฺญถา อโหปุริสิกา นาม สิยา. กิญฺหิ ปโร ปรสฺส กริสฺสติ, ตถา จ อตฺตโน สมฺปาทนสฺส กสฺสจิ อวสฺสโย เอว น สิยา ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนโตติ อิมมตฺถํ สนฺธาย ‘‘เย อิมญฺจ…เป… ปเวเทนฺตี’’ติ อาห. อยํ อฏฺฐกถาวเสสโก อตฺโถ.
จตูสุ มหาภูเตสุ นิยุตฺโต จาตุมหาภูติโก, อตฺถมตฺตโต ปน ทสฺเสตุํ ‘‘จตุมหาภูตมโย’’ติ วุตฺตํ. ยถา หิ มตฺติกาย นิพฺพตฺตํ ภาชนํ มตฺติกามยํ, เอวมยมฺปิ จตูหิ มหาภูเตหิ นิพฺพตฺโต จตุมหาภูตมโยติ วุจฺจติ. อชฺฌตฺติกปถวีธาตูติ สตฺตสนฺตานคตา ปถวีธาตุ. พาหิรปถวีธาตุนฺติ พหิทฺธา มหาปถวึ, เตน ปถวีเยว กาโยติ ทสฺเสติ. อนุคจฺฉตีติ อนุพนฺธติ. อุภเยนาปีติ ปททฺวเยนปิ. อุเปติ อุปคจฺฉตีติ พาหิรปถวิกายโต ตเทกเทสภูตา ปถวี อาคนฺตฺวา อชฺฌตฺติกภาวปฺปตฺติ หุตฺวา สตฺตภาเวน สณฺฐิตา, สา จ มหาปถวี ฆฏาทิคตปถวี วิย อิทานิ ตเมว พาหิรํ ปถวิกายํ สมุทายภูตํ ปุน อุเปติ อุปคจฺฉติ, สพฺพโส เตน พาหิรปถวิกาเยน นิพฺพิเสสตํ เอกีภาวเมว คจฺฉตีติ อตฺโถ. อาปาทีสุปิ เอเสว นโยติ เอตฺถ ปชฺชุนฺเนน มหาสมุทฺทโต คหิตอาโป วิย วสฺโสทกภาเวน ปุนปิ มหาสมุทฺทํ, สูริยรํสิโต คหิตอินฺทคฺคิสงฺขาตเตโช วิย ปุนปิ สูริยรํสึ, มหาวายุกฺขนฺธโต นิคฺคตมหาวาโต วิย ปุนปิ มหาวายุกฺขนฺธํ อุเปติ อุปคจฺฉตีติ ปริกปฺปนามตฺเตน ทิฏฺฐิคติกสฺส อธิปฺปาโย.
มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานีติ มนเมว ฉฏฺฐํ เยสํ จกฺขุโสตฆานชิวฺหากายานํ, ตานิ อินฺทฺริยานิ. อากาสํ ปกฺขนฺทนฺติ เตสํ วิสยภาวาติ วทนฺติ. วิสยีคหเณน หิ วิสยาปิ คหิตา เอว โหนฺติ. กถํ คณิตา มญฺจปญฺจมาติ อาห ‘‘มญฺโจ เจว…เป… อตฺโถ’’ติ. อาฬาหนํ สุสานนฺติ อตฺถโต เอกํ. คุณาคุณปทานีติ คุณโทสโกฏฺฐาสานิ. สรีรเมว วา ปทานิ ตํตํกิริยาย ปชฺชิตพฺพโต. ปาราวตปกฺขิวณฺณานีติ ปาราวตสฺส นาม ปกฺขิโน วณฺณานิ. ‘‘ปาราวตปกฺขวณฺณานี’’ติ ปาโฐ, ปาราวตสกุณสฺส ปตฺตวณฺณานีติ อตฺโถ. ภสฺมนฺตาติ ฉาริกาปริยนฺตา. เตนาห ‘‘ฉาริกาวสานเมวา’’ติ. อาหุติสทฺเทเนตฺถ ‘‘ทินฺนํ ยิฏฺฐํ หุต’’นฺติ วุตฺตปฺปการํ ทานํ สพฺพมฺปิ คหิตนฺติ ทสฺเสติ ‘‘ปาหุนกสกฺการาทิเภทํ ทินฺนทาน’’นฺติ อิมินา, วิรูเปกเสสนิทฺเทโส วา เอส. อตฺโถติ อธิปฺปายโต อตฺโถ สทฺทโต ตสฺส อนธิคมิตตฺตา. เอวมีทิเสสุ. ทพฺพนฺติ มุยฺหนฺตีติ ทตฺตู, พาลปุคฺคลา, เตหิ ทตฺตูหิ. กึ วุตฺตํ โหตีติ อาห ‘‘พาลา เทนฺตี’’ติอาทิ. ปาฬิยํ ‘‘โลโก อตฺถี’’ติ มติ เยสํ เต อตฺถิกา, ‘‘อตฺถี’’ติ เจทํ เนปาติกปทํ, เตสํ วาโท อตฺถิกวาโท, ตํ อตฺถิกวาทํ.
ตตฺถาติ เตสุ ยถาวุตฺเตสุ ตีสุ มิจฺฉาวาทีสุ. กมฺมํ ปฏิพาหติ อกิริยวาทิภาวโต. วิปากํ ปฏิพาหติ สพฺเพน สพฺพํ อายตึ อุปปตฺติยา ปฏิกฺขิปนโต. วิปากนฺติ จ อานิสํสนิสฺสนฺทสทิสผลวเสน ติวิธมฺปิ วิปากํ. อุภยํ ปฏิพาหติ สพฺพโส เหตุปฏิเสธเนเนว ผลสฺสาปิ ปฏิเสธิตตฺตา. อุภยนฺติ จ กมฺมํ วิปากมฺปิ. โส หิ ‘‘อเหตู อปฺปจฺจยา สตฺตา สํกิลิสฺสนฺติ, วิสุชฺฌนฺติ จา’’ติ วทนฺโต กมฺมสฺส วิย วิปากสฺสาปิ สํกิเลสวิสุทฺธีนํ ปจฺจยตฺตาภาวโชตนโต ตทุภยํ ปฏิพาหติ นาม. วิปาโก ปฏิพาหิโต โหติ อสติ กมฺมสฺมึ วิปากาภาวโต. กมฺมํ ปฏิพาหิตํ โหติ อสติ วิปาเก กมฺมสฺส นิรตฺถกตาปตฺติโต. อิตีติ วุตฺตตฺถนิทสฺสนํ. อตฺถโตติ สรูปโต, วิสุํ วิสุํ ตํตํทิฏฺฐิทีปกภาเวน ปาฬิยํ อาคตาปิ ตทุภยปฏิพาหกาวาติ อตฺโถ. ปจฺเจกํ ติวิธทิฏฺฐิกา เอว เต อุภยปฏิพาหกตฺตา. ‘‘อุภยปฺปฏิพาหกา’’ติ หิ เหตุวจนํ เหตุคพฺภตฺตา ตสฺส วิเสสนสฺส. อเหตุกวาทา เจวาติอาทิ ปฏิญฺญาวจนํ ตปฺผลภาเวน นิจฺฉิตตฺตา. ตสฺมา วิปากปฏิพาหกตฺตา นตฺถิกวาทา, กมฺมปฏิพาหกตฺตา อกิริยวาทา, ตทุภยปฏิพาหกตฺตา อเหตุกวาทาติ ยถาลาภํ เหตุผลตาสมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. โย หิ วิปากปฏิพาหเนน นตฺถิกทิฏฺฐิโก อุจฺเฉทวาที, โส อตฺถโต กมฺมปฏิพาหเนน อกิริยทิฏฺฐิโก, อุภยปฏิพาหเนน อเหตุกทิฏฺฐิโก จ โหติ. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย.
‘‘เย วา ปนา’’ติอาทินา เตสมนุทิฏฺฐิกานํ นิยาโมกฺกนฺติวินิจฺฉโย วุตฺโต. ตตฺถ เตสนฺติ ปูรณาทีนํ. สชฺฌายนฺตีติ ตํ ทิฏฺฐิทีปกํ คนฺถํ ยถา ตถา เตหิ กตํ อุคฺคเหตฺวา ปฐนฺติ. วีมํสนฺตีติ ตสฺส อตฺถํ วิจาเรนฺติ. ‘‘เตส’’นฺติอาทิ วีมํสนาการทสฺสนํ. ‘‘กโรโต…เป… อุจฺฉิชฺชตี’’ติ เอวํ วีมํสนฺตานํ เตสนฺติ สมฺพนฺโธ. ตสฺมึ อารมฺมเณติ ยถาปริกปฺปิเต กมฺมผลาภาวาทิเก ‘‘กโรโต น กรียติ ปาป’’นฺติอาทิ นยปฺปวตฺตาย มิจฺฉาทสฺสนสงฺขาตาย ลทฺธิยา อารมฺมเณ. มิจฺฉาสติ สนฺติฏฺฐตีติ มิจฺฉาสติสงฺขาตา ลทฺธิสหคตา ตณฺหา สนฺติฏฺฐติ. ‘‘กโรโต น กรียติ ปาป’’นฺติอาทิวเสน หิ อนุสฺสวูปลทฺเธ อตฺเถ ตทาการปริวิตกฺกเนหิ สวิคฺคเห วิย สรูปโต จิตฺตสฺส ปจฺจุปฏฺฐิเต จิรกาลปริจเยน ‘‘เอวเมต’’นฺติ นิชฺฌานกฺขมภาวูปคมเน, นิชฺฌานกฺขนฺติยา จ ตถา ตถา คหิเต ปุนปฺปุนํ ตเถว อาเสวนฺตสฺส พหุลีกโรนฺตสฺส มิจฺฉาวิตกฺเกน สมานียมานา มิจฺฉาวายามุปตฺถมฺภิตา อตํสภาวมฺปิ ‘‘ตํสภาว’’นฺติ คณฺหนฺตี มิจฺฉาลทฺธิสหคตา ตณฺหา มุสา วิตถํ สรณโต ปวตฺตนโต มิจฺฉาสตีติ วุจฺจติ. จตุรงฺคุตฺตรฏีกายมฺปิ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๓๐) เจส อตฺโถ วุตฺโตเยว. มิจฺฉาสงฺกปฺปาทโย วิย หิ มิจฺฉาสติ นาม ปาฏิเยกฺโก โกจิ ธมฺโม นตฺถิ, ตณฺหาสีเสน คหิตานํ จตุนฺนมฺปิ อกุสลกฺขนฺธานเมตํ อธิวจนนฺติ มชฺฌิมาคมฏฺฐกถายมฺปิ สลฺเลขสุตฺตวณฺณนายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๘๓) วุตฺตํ.
จิตฺตํ เอกคฺคํ โหตีติ ยถาสกํ วิตกฺกาทิปจฺจยลาเภน ตสฺมึ อารมฺมเณ อวฏฺฐิตตาย อเนกคฺคตํ ปหาย เอกคฺคํ อปฺปิตํ วิย โหติ, จิตฺตสีเสน เจตฺถ มิจฺฉาสมาธิ เอว วุตฺโต. โส หิ ปจฺจยวิเสเสหิ ลทฺธภาวนาพโล อีทิเส ฐาเน สมาธานปติรูปกกิจฺจกโรเยว โหติ วาลวิชฺฌนาทีสุ วิยาติ ทฏฺฐพฺพํ. ชวนานิ ชวนฺตีติ อเนกกฺขตฺตุํ เตนากาเรน ปุพฺพภาคิเยสุ ชวนวาเรสุ ปวตฺเตสุ สนฺนิฏฺฐานภูเต สพฺพปจฺฉิเม ชวนวาเร สตฺต ชวนานิ ชวนฺติ. ‘‘ปฐมชวเน สเตกิจฺฉา โหนฺติ, ตถา ทุติยาทีสู’’ติ อิทํ ธมฺมสภาวทสฺสนเมว, น ปน ตสฺมึ ขเณ เตสํ ติกิจฺฉา เกนจิ สกฺกา กาตุนฺติ ทสฺสนํ เตเสฺวว ฐตฺวา สตฺตมชวนสฺส อวสฺสมุปฺปชฺชมานสฺส นิวตฺติตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา, เอวํ ลหุปริวตฺเต จ จิตฺตวาเร โอวาทานุสาสน วเสน ติกิจฺฉาย อสมฺภวโต. เตนาห ‘‘พุทฺธานมฺปิ อเตกิจฺฉา อนิวตฺติโน’’ติ. อริฏฺฐกณฺฏกสทิสาติ อริฏฺฐภิกฺขุกณฺฏกสามเณรสทิสา, เต วิย อเตกิจฺฉา อนิวตฺติโน มิจฺฉาทิฏฺฐิคติกาเยว ชาตาติ วุตฺตํ โหติ.
ตตฺถาติ เตสุ ตีสุ มิจฺฉาทสฺสเนสุ. โกจิ เอกํ ทสฺสนํ โอกฺกมตีติ ยสฺส เอกสฺมึเยว อภินิเวโส, อาเสวนา จ ปวตฺตา, โส เอกเมว ทสฺสนํ โอกฺกมติ. โกจิ เทฺว, โกจิ ตีณิปีติ ยสฺส ทฺวีสุ, ตีสุปิ วา อภินิเวโส, อาเสวนา จ ปวตฺตา, โส เทฺว, ตีณิปิ โอกฺกมติ, เอเตน ปน วจเนน ยา ปุพฺเพ ‘‘อิติ สพฺเพเปเต อตฺถโต อุภยปฺปฏิพาหกา’’ติอาทินา อุภยปฺปฏิพาหกตามุเขน ทีปิตา อตฺถโต สิทฺธา สพฺพทิฏฺฐิกตา, สา ปุพฺพภาคิยา. ยา ปน มิจฺฉตฺตนิยาโมกฺกนฺติภูตา, สา ยถาสกํ ปจฺจยสมุทาคมสิทฺธิโต ภินฺนารมฺมณานํ วิย วิเสสาธิคมานํ เอกชฺฌํ อนุปฺปตฺติยา อญฺญมญฺญํ อพฺโพกิณฺณา เอวาติ ทสฺเสติ. ‘‘เอกสฺมึ โอกฺกนฺเตปี’’ติอาทินา ติสฺสนฺนมฺปิ ทิฏฺฐีนํ สมานสามตฺถิยตํ, สมานผลตญฺจ วิภาเวติ. สคฺคาวรณาทินา เหตา สมานสามตฺถิยา เจว สมานผลา จ, ตสฺมา ติสฺโสปิ เจตา เอกสฺส อุปฺปนฺนาปิ อพฺโพกิณฺณา เอว, เอกาย วิปาเก ทินฺเน อิตรา ตสฺสา อนุพลปฺปทายิกาโยติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘ปตฺโต สคฺคมคฺคาวรณญฺเจวา’’ติอาทึ วตฺวา ‘‘อภพฺโพ’’ติอาทินา ตเทวตฺถํ อาวิกโรติ. โมกฺขมคฺคาวรณนฺติ นิพฺพานปถภูตสฺส อริยมคฺคสฺส นิวารณํ. ปเควาติ ปฏิกฺเขปตฺเถ นิปาโต, โมกฺขสงฺขาตํ ปน นิพฺพานํ คนฺตุํ กา นาม กถาติ อตฺโถ. อปิจ ปเควาติ ปา เอว, ปฐมตรเมว โมกฺขํ คนฺตุมภพฺโพ, โมกฺขคมนโตปิ ทูรตรเมวาติ วุตฺตํ โหติ. เอวมญฺญตฺถาปิ ยถารหํ.
‘‘วฏฺฏขาณุ นาเมส สตฺโต’’ติ อิทํ วจนํ เนยฺยตฺถเมว, น นีตตฺถํ. ตถา หิ วุตฺตํ ปปญฺจสูทนิยํ นาม มชฺฌิมาคมฏฺฐกถายํ ‘‘กึ ปเนส เอกสฺมึเยว อตฺตภาเว นิยโต โหติ, อุทาหุ อญฺญสฺมิมฺปีติ? เอกสฺมึเยว นิยโต, อาเสวนวเสน ปน ภวนฺตเรปิ ตํ ตํ ทิฏฺฐึ โรเจติเยวา’’ติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๐๓). อกุสลญฺหิ นาเมตํ อพลํ ทุพฺพลํ, น กุสลํ วิย สพลํ มหาพลํ, ตสฺมา ‘‘เอกสฺมึเยว อตฺตภาเว นิยโต’’ติ ตตฺถ วุตฺตํ. อญฺญถา สมฺมตฺตนิยาโม วิย มิจฺฉตฺตนิยาโมปิ อจฺจนฺติโก สิยา, น จ อจฺจนฺติโก. ยเทวํ วฏฺฏขาณุโชตนา กถํ ยุชฺเชยฺยาติ อาห ‘‘อาเสวนวเสนา’’ติอาทิ, ตสฺมา ยถา สตฺตงฺคุตฺตรปาฬิยํ ‘‘สกึ นิมุคฺโคปิ นิมุคฺโค เอว พาโล’’ติ [อ. นิ. ๗.๑๕ (อตฺถโต สมานํ)] วุตฺตํ, เอวํ วฏฺฏขาณุโชตนาปิ วุตฺตา. ยาทิเส หิ ปจฺจเย ปฏิจฺจ อยํ ตํ ตํ ทสฺสนํ โอกฺกนฺโต, ปุน กทาจิ ตปฺปฏิปกฺเข ปจฺจเย ปฏิจฺจ ตโต สีสุกฺขิปนมสฺส น โหตีติ น วตฺตพฺพํ. ตสฺมา ตตฺถ, (ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๐๒) อิธ จ อฏฺฐกถายํ ‘‘เอวรูปสฺส หิ เยภุยฺเยน ภวโต วุฏฺฐานํ นาม นตฺถี’’ติ เยภุยฺยคฺคหณํ กตํ, อิติ อาเสวนวเสน ภวนฺตเรปิ ตํตํทิฏฺฐิยา โรจนโต เยภุยฺเยนสฺส ภวโต วุฏฺฐานํ นตฺถีติ กตฺวา วฏฺฏขาณุโก นาเมส ชาโต, น ปน มิจฺฉตฺตนิยามสฺส อจฺจนฺติกตายาติ นีหริตฺวา ญาตพฺพตฺถตาย เนยฺยตฺถมิทํ, น นีตตฺถนฺติ เวทิตพฺพํ. ยํ สนฺธาย อภิธมฺเมปิ ‘‘อรหา, เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ, เต รูปกฺขนฺธญฺจ น ปริชานนฺติ, เวทนากฺขนฺธญฺจ น ปริชานิสฺสนฺตี’’ติอาทิ (ยม. ๑.ขนฺธยมก ๒๑๐) วุตฺตํ. ปถวิโคปโกติ ยถาวุตฺตการเณน ปถวิปาลโก. ตทตฺถํ สมตฺเถตุํ ‘‘เยภุยฺเยนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
เอวํ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา ปรมสาวชฺชานุสาเรน โสตูนํ สติมุปฺปาเทนฺโต ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตสฺมาติ ยสฺมา เอวํ สํสารขาณุภาวสฺสาปิ ปจฺจโย อปณฺณกชาโต, ตสฺมา ปริวชฺเชยฺยาติ สมฺพนฺโธ. อกลฺยาณชนนฺติ กลฺยาณธมฺมวิรหิตชนํ อสาธุชนํ. อาสีวิสนฺติ อาสุมาคตหลาหลํ. ภูติกาโมติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถานํ วเสน อตฺตโน คุเณหิ วุฑฺฒิกาโม. วิจกฺขโณติ ปญฺญาจกฺขุนา วิวิธตฺถสฺส ปสฺสโก, ธีโรติ อตฺโถ.
ปกุธกจฺจายนวาทวณฺณนา
๑๗๔. ‘‘อกฏา’’ติ เอตฺถ ต-การสฺส ฏ-การาเทโสติ อาห ‘‘อกตา’’ติ, สเมน, วิสเมน วา เกนจิปิ เหตุนา อกตา, น วิหิตาติ อตฺโถ. ตถา อกฏวิธาติ เอตฺถาปิ. นตฺถิ กตวิโธ กรณวิธิ เอเตสนฺติ อกฏวิธา. ปททฺวเยนาปิ โลเก เกนจิ เหตุปจฺจเยน เนสํ อนิพฺพตฺตภาวํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘เอวํ กโรหี’’ติอาทิ. อิทฺธิยาปิ น นิมฺมิตาติ กสฺสจิ อิทฺธิมโต เจโตวสิปฺปตฺตสฺส ปุคฺคลสฺส, เทวสฺส, อิสฺสราทิโน จ อิทฺธิยาปิ น นิมฺมิตา. อนิมฺมาปิตาติ กสฺสจิ อนิมฺมาปิตา. กามํ สทฺทโต ยุตฺตํ, อตฺถโต จ ปุริเมน สมานํ, ตถาปิ ปาฬิยมฏฺฐกถายญฺจ อนาคตเมว อคเหตพฺพภาเว การณนฺติ ทสฺเสติ ‘‘ตํ เนว ปาฬิย’’นฺติอาทินา.
พฺรหฺมชาลสุตฺตสํวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๐) วุตฺตตฺถเมว. อิทเมตฺถ โยชนามตฺตํ – วญฺฌาติ หิ วญฺฌปสุวญฺฌตาลาทโย วิย อผลา กสฺสจิ อชนกา, เตน ปถวิกายาทีนํ รูปาทิชนกภาวํ ปฏิกฺขิปติ. รูปสทฺทาทโย หิ ปถวิกายาทีหิ อปฺปฏิพทฺธวุตฺติกาติ ตสฺส ลทฺธิ. ปพฺพตสฺส กูฏมิว ฐิตาติ กูฏฏฺฐา, ยถา ปพฺพตกูฏํ เกนจิ อนิพฺพตฺติตํ กสฺสจิ จ อนิพฺพตฺตกํ, เอวเมเตปิ สตฺตกายาติ อธิปฺปาโย. ยมิทํ ‘‘พีชโต องฺกุราทิ ชายตี’’ติ วุจฺจติ, ตํ วิชฺชมานเมว ตโต นิกฺขมติ, น อวิชฺชมานํ, อิตรถา อญฺญโตปิ อญฺญสฺส อุปลทฺธิ สิยา, เอวเมเตปิ สตฺตกายา, ตสฺมา เอสิกฏฺฐายิฏฺฐิตาติ. ฐิตตฺตาติ นิพฺพิการภาเวน สุปฺปติฏฺฐิตตฺตา. น จลนฺตีติ น วิการมาปชฺชนฺติ. วิการาภาวโต หิ เตสํ สตฺตนฺนํ กายานํ เอสิกฏฺฐายิฏฺฐิตตา, อนิญฺชนญฺจ อตฺตโน ปกติยา อวฏฺฐานเมว. เตนาห ‘‘น วิปริณมนฺตี’’ติ. ปกตินฺติ สภาวํ. อวิปริณามธมฺมตฺตา เอว น อญฺญมญฺญํ อุปหนนฺติ. สติ หิ วิการมาปาเทตพฺพภาเว อุปฆาตกตา สิยา, ตถา อนุคฺคเหตพฺพภาเว สติ อนุคฺคาหกตาปีติ ตทภาวํ ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ ‘‘นาล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ปถวีเยว กาเยกเทสตฺตา ปถวิกาโย ยถา ‘‘สมุทฺโท ทิฏฺโฐ’’ติ, ปถวิสมูโห วา กายสทฺทสฺส สมูหวาจกตฺตา ยถา ‘‘หตฺถิกาโย’’ติ. ชีวสตฺตมานํ กายานํ นิจฺจตาย นิพฺพิการภาวโต น หนฺตพฺพตา, น ฆาเตตพฺพตา จ, ตสฺมา เนว โกจิ หนฺตา, ฆาเตตา วา อตฺถีติ ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ ‘‘สตฺตนฺนํ เตฺวว กายาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ยทิ โกจิ หนฺตา นตฺถิ, กถํ เตสํ สตฺถปฺปหาโรติ ตตฺถ โจทนายาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ. ตตฺถ สตฺตนฺนํ เตฺววาติ สตฺตนฺนเมว. อิติสทฺโท เหตฺถ นิปาตมตฺตํ. ปหตนฺติ ปหริตํ. เอกโตธาราทิกํ สตฺถํ. อนฺตเรเนว ปวิสติ, น เตสุ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เกวลํ ‘‘อหํ อิมํ ชีวิตา โวโรเปมี’’ติ เตสํ ตถา สญฺญามตฺตเมว, หนนฆาตนาทิ ปน ปรมตฺถโต นตฺเถว กายานํ อวิโกปนียภาวโตติ.