อชาตสตฺตุอุปาสกตฺตปฏิเวทนากถาวณฺณนา

๒๕๐. เอตฺตาวตา ภควตา เทสิตสฺส สามญฺญผลสุตฺตสฺส อตฺถวณฺณนํ กตฺวา อิทานิ ธมฺมสงฺคาหเกหิ สงฺคีตสฺส ‘‘เอวํ วุตฺเต’’ติอาทิปาฐสฺสปิ อตฺถวณฺณนํ กโรนฺโต ปฐมํ สมฺพนฺธํ ทสฺเสตุํ ‘‘ราชา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ ตสฺมึ สามญฺญผเล, สุตฺตปเทเส วา. กรณํ กาโร, สาธุ อิติ กาโร ตถา, ‘‘สาธุ ภควา, สาธุ สุคตา’’ติอาทินา ตํ ปวตฺเตนฺโต. อาทิมชฺฌปริโยสานนฺติ เทสนาย อาทิญฺจ มชฺฌญฺจ ปริโยสานญฺจ. สกฺกจฺจํ สาทรํ คารวํ สุตฺวา, ‘‘จินฺเตตฺวา’’ติ เอตฺถ อิทํ ปุพฺพกาลกิริยาวจนํ. อิเม ปเญฺห ปุถู สมณพฺราหฺมเณ ปุจฺฉนฺโต อหํ จิรํ วต อมฺหิ, เอวํ ปุจฺฉนฺโตปิ อหํ ถุเส โกฏฺเฏนฺโต วิย กญฺจิ สารํ นาลตฺถนฺติ โยชนา. ตถา โย…เป… วิสฺสชฺเชสิ, ตสฺส ภควโต คุณสมฺปทา อโห วต. ทสพลสฺส คุณานุภาวํ อชานนฺโต อหํ วญฺจิโต สุจิรํ วต อมฺหีติ. วญฺจิโตติ จ อญฺญาเณน วญฺจิโต อาวฏฺฏิโต, โมเหน ปฏิจฺฉาทิโต อมฺหีติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘ทสพลสฺส คุณานุภาวํ อชานนฺโต’’ติ. สามญฺญโชตนา หิ วิเสเส อวติฏฺฐติ. จินฺเตตฺวา อาวิกโรนฺโตติ สมฺพนฺโธ. อุลฺลงฺฆนสมตฺถายปิ อุพฺเพคปีติยา อนุลฺลงฺฆนมฺปิ สิยาติ อาห ‘‘ปญฺจวิธาย ปีติยา ผุฏสรีโร’’ติ. ผุฏสรีโรติ จ ผุสิตสรีโรติ อตฺโถ, น พฺยาปิตสรีโรติ สพฺพาย ปีติยา อพฺยาปิตตฺตา. ตนฺติ อตฺตโน ปสาทสฺส อาวิกรณํ, อุปาสกตฺตปเวทนญฺจ. อารทฺธํ ธมฺมสงฺคาหเกหิ.

อภิกฺกนฺตาติ อติกฺกนฺตา วิคตา, วิคตภาโว จ ขโย เอวาติ อาห ‘‘ขเย ทิสฺสตี’’ติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘นิกฺขนฺโต ปฐโม ยาโม’’ติ. อภิกฺกนฺตตโรติ อติวิย กนฺตตโร มโนรโม, ตาทิโส จ สุนฺทโร ภทฺทโก นามาติ วุตฺตํ ‘‘สุนฺทเร’’ติ.

‘‘โก เม’’ติอาทิ คาถา วิมานวตฺถุมฺหิ (วิ. ว. ๘๕๗). ตตฺถ โกติ เทวนาคยกฺขคนฺธพฺพาทีสุ กตโม. เมติ มม. ปาทานีติ ปาเท, ลิงฺควิปริยาโยยํ. อิทฺธิยาติ อีทิสาย เทวิทฺธิยา. ยสสาติ อีทิเสน ปริวาเรน, ปริชเนน จ. ชลนฺติ ชลนฺโต วิชฺโชตมาโน. อภิกฺกนฺเตนาติ อติวิย กนฺเตน กมนีเยน, อภิรูเปนาติ วุตฺตํ โหติ. วณฺเณนาติ ฉวิวณฺเณน สรีรวณฺณนิภาย. สพฺพา โอภาสยํ ทิสาติ สพฺพา ทสปิ ทิสา โอภาสยนฺโต. จนฺโท วิย, สูริโย วิย จ เอโกภาสํ เอกาโลกํ กโรนฺโต โก วนฺทตีติ สมฺพนฺโธ.

อภิรูเปติ อติเรกรูเป อุฬารวณฺเณน สมฺปนฺนรูเป. อพฺภานุโมทเนติ อภิอนุโมทเน อภิปฺปโมทิตภาเว. กิมตฺถิยํ ‘‘อพฺภานุโมทเน’’ติ วจนนฺติ อาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. ยุตฺตํ ตาว โหตุ อพฺภานุโมทเน, กสฺมา ปนายํ ทฺวิกฺขตฺตุํ วุตฺโตติ โจทนาย โสธนามุเขน อาเมฑิตวิสยํ นิทฺธาเรติ ‘‘ภเย โกเธ’’ติอาทินา, อิมินา สทฺทลกฺขเณน เหตุภูเตน เอวํ วุตฺโต, อิมินา จ อิมินา จ วิสเยนาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘สาธุ สาธุ ภนฺเต’’ติ อาเมฑิตวเสน อตฺถํ ทสฺเสตฺวา ตสฺส วิสยํ นิทฺธาเรนฺโต เอวมาหาติปิ สมฺพนฺธํ วทนฺติ. ตตฺถ ‘‘โจโร โจโร, สปฺโป สปฺโป’’ติอาทีสุ ภเย อาเมฑิตํ, ‘‘วิชฺฌ วิชฺฌ, ปหร ปหรา’’ติอาทีสุ โกเธ, ‘‘สาธุ สาธู’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๑๒๗; ๓.๓๕; ๕.๑๐๘๕) ปสํสายํ, ‘‘คจฺฉ คจฺฉ, ลุนาหิ ลุนาหี’’ติอาทีสุ ตุริเต, ‘‘อาคจฺฉ อาคจฺฉา’’ติอาทีสุ โกตูหเล, ‘‘พุทฺโธ พุทฺโธติ จินฺเตนฺโต’’ติอาทีสุ (พุ. วํ. ๒.๔๔) อจฺฉเร, ‘‘อภิกฺกมถายสฺมนฺโต อภิกฺกมถายสฺมนฺโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๒๐; อ. นิ. ๙.๑๑) หาเส, ‘‘กหํ เอกปุตฺตก, กหํ เอกปุตฺตกา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๖๓) โสเก, ‘‘อโห สุขํ, อโห สุข’’นฺติอาทีสุ (อุทา. ๒๐; ที. นิ. ๓.๓๐๕) ปสาเท. จสทฺโท อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถ, เตน ครหา อสมฺมานาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘ปาโป ปาโป’’ติอาทีสุ หิ ครหายํ, ‘‘อภิรูปก อภิรูปกา’’ติอาทีสุ อสมฺมาเน. เอวเมเตสุ นวสุ, อญฺเญสุ จ วิสเยสุ อาเมฑิตวจนํ พุโธ กเรยฺย, โยเชยฺยาติ อตฺโถ. อาเมฑนํ ปุนปฺปุนมุจฺจารณํ, อาเมฑียติ วา ปุนปฺปุนมุจฺจารียตีติ อาเมฑิตํ, เอกสฺเสวตฺถสฺส ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ วจนํ. เมฑิสทฺโท หิ อุมฺมาทเน, อาปุพฺโพ ตุ ทฺวตฺติกฺขตฺตุมุจฺจารเณ วตฺตติ ยถา ‘‘เอตเทว ยทา วากฺย-มาเมฑยติ วาสโว’’ติ.

เอวํ อาเมฑิตวเสน ทฺวิกฺขตฺตุํ วุตฺตภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ นยิทํ อาเมฑิตวเสเนว ทฺวิกฺขตฺตุํ วุตฺตํ, อถ โข ปจฺเจกมตฺถทฺวยวเสนปีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. อาเมฑิตวเสน อตฺถํ ทสฺเสตฺวา วิจฺฉาวเสนาปิ ทสฺเสนฺโต เอวมาหาติปิ วทนฺติ, ตทยุตฺตเมว พฺยาเปตพฺพสฺส ทฺวิกฺขตฺตุมวุตฺตตฺตา. พฺยาเปตพฺพสฺส หิ พฺยาปเกน คุณกิริยาทพฺเพน พฺยาปนิจฺฉาย ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ วจนํ วิจฺฉา ยถา ‘‘คาโม คาโม รมณีโย’’ติ. ตตฺถ อภิกฺกนฺตนฺติ อภิกฺกมนียํ, ตพฺภาโว จ อติอิฏฺฐตายาติ วุตฺตํ ‘‘อติอิฏฺฐ’’นฺติอาทิ, ปทตฺตยญฺเจตํ ปริยายวจนํ. เอตฺถาติ ทฺวีสุ อภิกฺกนฺตสทฺเทสุ. ‘‘อภิกฺกนฺต’’นฺติ วจนํ อเปกฺขิตฺวา นปุํสกลิงฺเคน วุตฺตํ, ตํ ปน ภควโต วจนํ ธมฺมเทสนาเยวาติ กตฺวา ‘‘ยทิทํ ภควโต ธมฺมเทสนา’’ติ อาห, ยายํ ภควโต ธมฺมเทสนา มยา สุตา, ตทิทํ ภควโต ธมฺมเทสนาสงฺขาตํ วจนํ อภิกฺกนฺตนฺติ อตฺโถ. เอวํ ปฏินิทฺเทโสปิ หิ อตฺถโต อเภทตฺตา ยุตฺโต เอว ‘‘ยตฺถ จ ทินฺนํ มหปฺผลมาหู’’ติอาทีสุ (วิ. ว. ๘๘๘) วิย. ‘‘อภิกฺกนฺต’’นฺติ วุตฺตสฺส วา อตฺถมตฺตทสฺสนํ เอตํ, ตสฺมา อตฺถวเสน ลิงฺควิภตฺติวิปริณาโม เวทิตพฺโพ, การิยวิปริณามวเสน เจตฺถ วิภตฺติวิปริณามตา. วจนนฺติ เหตฺถ เสโส, อภิกฺกนฺตํ ภควโต วจนํ, ยายํ ภควโต ธมฺมเทสนา มยา สุตา, สา อภิกฺกนฺตํ อภิกฺกนฺตาติ อตฺโถ. ทุติยปเทปิ ‘‘อภิกฺกนฺตนฺติ ปสาทนํ อเปกฺขิตฺวา นปุํสกลิงฺเคน วุตฺต’’นฺติอาทินา ยถารหเมส นโย เนตพฺโพ.

‘‘ภควโต วจน’’นฺติอาทินา อตฺถทฺวยสรูปํ ทสฺเสติ. ตตฺถ โทสนาสนโตติ ราคาทิกิเลสโทสวิทฺธํสนโต. คุณาธิคมนโตติ สีลาทิคุณานํ สมฺปาทนวเสน อธิคมาปนโต. เย คุเณ เทสนา อธิคเมติ, เตสุ ‘‘คุณาธิคมนโต’’ติ วุตฺเตสุเยว คุเณสุ ปธานภูตา คุณา ทสฺเสตพฺพาติ เต ปธานภูเต คุเณ ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘สทฺธาชนนโต ปญฺญาชนนโต’’ติ วุตฺตํ. สทฺธาปธานา หิ โลกิยา คุณา, ปญฺญาปธานา โลกุตฺตราติ, ปธานนิทฺเทโส เจส เทสนาย อธิคเมตพฺเพหิ สีลสมาธิทุกาทีหิปิ โยชนาสมฺภวโต. อญฺญมฺปิ อตฺถทฺวยํ ทสฺเสติ ‘‘สาตฺถโต’’ติอาทินา. สีลาทิอตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถโต. สภาวนิรุตฺติสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนโต. สุวิญฺเญยฺยสทฺทปโยคตาย อุตฺตานปทโต. สณฺหสุขุมภาเวน ทุพฺพิญฺเญยฺยตฺถตาย คมฺภีรตฺถโต. สินิทฺธมุทุมธุรสทฺทปโยคตาย กณฺณสุขโต. วิปุลวิสุทฺธเปมนียตฺถตาย หทยงฺคมโต. มานาติมานวิธมเนน อนตฺตุกฺกํสนโต. ถมฺภสารมฺภนิมฺมทฺทเนน อปรวมฺภนโต. หิตาธิปฺปายปฺปวตฺติยา ปเรสํ ราคปริฬาหาทิวูปสมเนน กรุณาสีตลโต. กิเลสนฺธการวิธมเนน ปญฺญาวทาตโต. อวทาตํ, โอทาตนฺติ จ อตฺถโต เอกํ. กรวีกรุตมญฺชุตาย อาปาถรมณียโต. ปุพฺพาปราวิรุทฺธสุวิสุทฺธตาย วิมทฺทกฺขมโต. อาปาถรมณียตาย เอว สุยฺยมานสุขโต. วิมทฺทกฺขมตาย, หิตชฺฌาสยปฺปวตฺติตาย จ วีมํสิยมานหิตโตติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อาทิสทฺเทน ปน สํสารจกฺกนิวตฺตนโต, สทฺธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนโต, มิจฺฉาวาทวิทฺธํสนโต, สมฺมาวาทปติฏฺฐาปนโต, อกุสลมูลสมุทฺธรณโต, กุสลมูลสํโรปนโต, อปายทฺวารวิธานโต, สคฺคมคฺคทฺวารวิวรณโต, ปริยุฏฺฐานวูปสมนโต, อนุสยสมุคฺฆาฏนโตติ เอวมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

น เกวลํ ปททฺวเยเนว, ตโต ปรมฺปิ จตูหิ อุปมาหีติ ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ. ‘‘จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตี’’ติ อิทํ ‘‘เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺยา’’ติ จตุตฺถอุปมาย อาการมตฺตทสฺสนํ, น ปน อุปมนฺตรทสฺสนนฺติ อาห ‘‘จตูหิ อุปมาหี’’ติ. อโธมุขฏฺฐปิตนฺติ เกนจิ อโธมุขํ ฐปิตํ. เหฏฺฐามุขชาตนฺติ สภาเวเนว เหฏฺฐามุขํ ชาตํ. อุคฺฆาเฏยฺยาติ วิวฏํ กเรยฺย. ‘‘หตฺเถ คเหตฺวา’’ติ สมาจิกฺขณทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, ‘‘ปุรตฺถาภิมุโข, อุตฺตราภิมุโข วา คจฺฉา’’ติอาทินา วจนมตฺตํ อวตฺวา ‘‘เอส มคฺโค, เอวํ คจฺฉา’’ติ หตฺเถ คเหตฺวา นิสฺสนฺเทหํ ทสฺเสยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. กาฬปกฺเข จาตุทฺทสี กาฬปกฺขจาตุทฺทสี. นิรนฺตรรุกฺขคหเนน เอกคฺฆโน วนสณฺโฑ ฆนวนสณฺโฑ. เมฆสฺส ปฏลํ เมฆปฏลํ, เมฆจฺฉนฺนตาติ วุตฺตํ โหติ. นิกฺกุชฺชิตํ อุกฺกุชฺเชยฺยาติ กสฺสจิปิ อาเธยฺยสฺส อนาธารภูตํ กิญฺจิ ภาชนํ อาธารภาวาปาทนวเสน อุกฺกุชฺเชยฺย อุปริ มุขํ ฐเปยฺย. เหฏฺฐามุขชาตตาย วิมุขํ, อโธมุขฏฺฐปิตตาย อสทฺธมฺเม ปติตนฺติ เอวํ ปททฺวยํ นิกฺกุชฺชิตปทสฺส ยถาทสฺสิเตน อตฺถทฺวเยน ยถารหํ โยเชตพฺพํ, น ยถาสงฺขฺยํ. อตฺตโน สภาเวเนว หิ เอส ราชา สทฺธมฺมวิมุโข, ปาปมิตฺเตน ปน เทวทตฺเตน ปิตุฆาตาทีสุ อุยฺโยชิตตฺตา อสทฺธมฺเม ปติโตติ. วุฏฺฐาเปนฺเตน ภควตาติ สมฺพนฺโธ.

‘‘กสฺสปสฺส ภควโต’’ติอาทินา ตทา รญฺญา อวุตฺตสฺสาปิ อตฺถาปตฺติมตฺตทสฺสนํ. กามญฺจ กามจฺฉนฺทาทโยปิ ปฏิจฺฉาทกา นีวรณภาวโต, มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปน สวิเสสํ ปฏิจฺฉาทิกา สตฺเต มิจฺฉาภินิเวสวเสนาติ อาห ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิคหนปฏิจฺฉนฺน’’นฺติ. เตนาห ภควา ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมาหํ ภิกฺขเว วชฺชํ วทามี’’ติ, [อ. นิ. ๑.๓๑๐ (อตฺถโต สมานํ)] มิจฺฉาทิฏฺฐิสงฺขาตคุมฺพปฏิจฺฉนฺนนฺติ อตฺโถ. ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิคหนปฏิจฺฉนฺนํ สาสนํ วิวรนฺเตนา’’ติ วทนฺโต สพฺพพุทฺธานํ เอกาว อนุสนฺธิ, เอกํว สาสนนฺติ กตฺวา กสฺสปสฺส ภควโต สาสนมฺปิ อิมินา สทฺธึ เอกสาสนํ กโรตีติ ทฏฺฐพฺพํ. องฺคุตฺตรฏฺฐกถาทีสุปิ หิ ตถา เจว วุตฺตํ, เอวญฺจ กตฺวา มิจฺฉาทิฏฺฐิคหนปฏิจฺฉนฺนสฺส สาสนสฺส วิวรณวจนํ อุปปนฺนํ โหตีติ.

สพฺโพ อกุสลธมฺมสงฺขาโต อปายคามิมคฺโค กุมฺมคฺโค กุจฺฉิโต มคฺโคติ กตฺวา. สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ อุชุปฏิปกฺขตาย มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทโย อฏฺฐ มิจฺฉตฺตธมฺมา มิจฺฉามคฺโค โมกฺขมคฺคโต มิจฺฉา วิตโถ มคฺโคติ กตฺวา. เตเนว หิ ตทุภยสฺส ปฏิปกฺขตํ สนฺธาย ‘‘สคฺคโมกฺขมคฺคํ อาวิกโรนฺเตนา’’ติ วุตฺตํ. สพฺโพ หิ กุสลธมฺโม สคฺคมคฺโค. สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย อฏฺฐ สมฺมตฺตธมฺมา โมกฺขมคฺโค. สปฺปิอาทิสนฺนิสฺสโย ปทีโป น ตถา อุชฺชโล, ยถา เตลสนฺนิสฺสโยติ เตลปชฺโชตคฺคหณํ. ธาเรยฺยาติ ธเรยฺย, สมาหเรยฺย สมาทเหยฺยาติ อตฺโถ. พุทฺธาทิรตนรูปานีติ พุทฺธาทีนํ ติณฺณํ รตนานํ วณฺณายตนานิ. เตสํ พุทฺธาทิรตนรูปานํ ปฏิจฺฉาทกสฺส โมหนฺธการสฺส วิทฺธํสกํ ตถา. เทสนาสงฺขาตํ ปชฺโชตํ ตถา. ตทุภยํ ตุลฺยาธิกรณวเสน วิยูหิตฺวา ตสฺส ธารโก สมาทหโกติ อตฺเถน ‘‘ตปฺปฏิจฺฉาทกโมหนฺธการวิทฺธํสกเทสนาปชฺโชตธารเกนา’’ติ วุตฺตํ. เอเตหิ ปริยาเยหีติ ยถาวุตฺเตหิ นิกฺกุชฺชิตุกฺกุชฺชนปฏิจฺฉนฺนวิวรณมคฺคาจิกฺขณเตลปชฺโชตธารณ สงฺขาต จตุพฺพิโธปโมปมิตพฺพปฺปกาเรหิ, ยถาวุตฺเตหิ วา นานาวิธกุหนลปนาทิมิจฺฉาชีววิธมนาทิวิภาวนปริยาเยหิ. เตนาห ‘‘อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต’’ติ.

‘‘เอว’’นฺติอาทินา ‘‘เอสาห’’นฺติอาทิปาฐสฺส สมฺพนฺธํ ทสฺเสติ. ปสนฺนจิตฺตตายปสนฺนาการํ กโรติ. ปสนฺนจิตฺตตา จ อิมํ เทสนํ สุตฺวา เอวาติ อตฺถํ ญาเปตุํ ‘‘อิมาย เทสนายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิมาย เทสนาย เหตุภูตาย. ปสนฺนาการนฺติ ปสนฺเนหิ สาธุชเนหิ กตฺตพฺพสกฺการํ. สรณนฺติ ปฏิสรณํ. เตนาห ‘‘ปรายณ’’นฺติ. ปรายณตา ปน อนตฺถนิเสธเนน, อตฺถสมฺปาทเนน จาติ วุตฺตํ ‘‘อฆสฺส ตาตา,หิตสฺส จ วิธาตา’’ติ. อฆสฺสาติ นิสฺสกฺเก สามิวจนํ, ปาปโตติ อตฺโถ. ทุกฺขโตติปิ วทนฺติ เกจิ. ตายติ อวสฺสยํ กโรตีติ ตาตา. หิตสฺสาติ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ. วิทหติ สํวิธานํ กโรตีติ วิธาตา. ‘‘อิติ อิมินา อธิปฺปาเยนา’’ติ วทนฺโต ‘‘อิติสทฺโท เจตฺถ ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ, โส จ อาการตฺโถ’’ติ ทสฺเสติ. สรณนฺติ คมนํ. หิตาธิปฺปาเยน ภชนํ, ชานนํ วา, เอวญฺจ กตฺวา วินยฏฺฐกถาทีสุ ‘‘สรณนฺติ คจฺฉามี’’ติ สเหว อิติสทฺเทน อตฺโถ วุตฺโตติ. เอตฺถ หิ นายํ คมิ-สทฺโท นี-สทฺทาทโย วิย ทฺวิกมฺมิโก, ตสฺมา ยถา ‘‘อชํ คามํ เนตี’’ติ วุจฺจติ, เอวํ ‘‘ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ วตฺตุํ น สกฺกา, ‘‘สรณนฺติ คจฺฉามี’’ติ ปน วตฺตพฺพํ, ตสฺมา เอตฺถ อิติสทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ เวทิตพฺพํ, เอวญฺจ กตฺวา ‘‘โย พุทฺธํ สรณํ คจฺฉติ, โส พุทฺธํ วา คจฺเฉยฺย สรณํ วา’’ติ (ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๑.คมตียทีปนา) ขุทฺทกนิกายฏฺฐกถาย อุทฺธฏา โจทนา อนวกาสา. น หิ คมิ-สทฺทํ ทุหาทินฺยาทิคณิกํ กโรนฺติ อกฺขรจินฺตกาติ. โหตุ ตาว คมิ-สทฺทสฺส เอกกมฺมภาโว, ตถาปิ ‘‘คจฺฉเตว ปุพฺพํ ทิสํ, คจฺฉติ ปจฺฉิมํ ทิส’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๕๙; ๓.๘๗) วิย ‘‘ภควนฺตํ, สรณ’’นฺติ ปททฺวยสฺส สมานาธิกรณตา ยุตฺตาติ? น, ตสฺส ปททฺวยสฺส สมานาธิกรณภาวานุปปตฺติโต. ตสฺส หิ สมานาธิกรณภาเว อธิปฺเปเต ปฏิหตจิตฺโตปิ ภควนฺตํ อุปสงฺกมนฺโต พุทฺธํ สรณํ คโต นาม สิยา. ยญฺหิ ตํ ‘‘พุทฺโธ’’ติ วิเสสิตํ สรณํ, ตเมเวส คโตติ, น เจตฺถ อนุปปตฺติเกน อตฺเถน อตฺโถ, ตสฺมา ‘‘ภควนฺต’’นฺติ คมนียตฺถสฺส ทีปนํ, ‘‘สรณ’’นฺติ ปน คมนาการสฺสาติ วุตฺตนเยน อิติโลปวเสเนว อตฺโถ คเหตพฺโพติ. ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. โหนฺติ เจตฺถ –

‘‘คมิสฺส เอกกมฺมตฺตา, อิติโลปํ วิชานิยา;

ปฏิฆาตปฺปสงฺคตฺตา, น จ ตุลฺยตฺถตา สิยา.

ตสฺมา คมนียตฺถสฺส, ปุพฺพปทํว โชตกํ;

คมนาการสฺส ปรํ, อิตฺยุตฺตํ สรณตฺตเย’’ติ.

‘‘อิติ อิมินา อธิปฺปาเยน ภควนฺตํ คจฺฉามี’’ติ ปน วทนฺโต อเนเนว อธิปฺปาเยน ภชนํ, ชานนํ วา สรณคมนํ นามาติ นิยเมติ. ตตฺถ ‘‘คจฺฉามี’’ติอาทีสุ ปุริมสฺส ปุริมสฺส ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ อตฺถวจนํ, ‘‘คจฺฉามี’’ติ เอตสฺส วา อนญฺญสาธารณตาทสฺสนวเสน ปาฏิเยกฺกเมว อตฺถวจนํ ‘‘ภชามี’’ติอาทิปทตฺตยํ. ภชนญฺหิ สรณาธิปฺปาเยน อุปสงฺกมนํ, เสวนํ สนฺติกาวจรภาโว, ปยิรุปาสนํ วตฺตปฏิวตฺตกรเณน อุปฏฺฐานนฺติ เอวํ สพฺพถาปิ อนญฺญสาธารณตํเยว ทสฺเสติ. เอวํ ‘‘คจฺฉามี’’ติ ปทสฺส คติอตฺถํ ทสฺเสตฺวา พุทฺธิอตฺถมฺปิ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ วา’’ติอาทิมาห, ตตฺถ เอวนฺติ ‘‘ภควา เม สรณ’’นฺติอาทินา อธิปฺปาเยน. กสฺมา ปน ‘‘คจฺฉามี’’ติ ปทสฺส ‘‘พุชฺฌามี’’ติ อยมตฺโถ ลพฺภตีติ โจทนํ โสเธติ ‘‘เยสญฺหี’’ติอาทินา, อเนน จ นิรุตฺตินยมนฺตเรน สภาวโตว คมุธาตุสฺส พุทฺธิอตฺโถติ ทีเปติ. ธาตูนนฺติ มูลสทฺทสงฺขาตานํ อิ, ยา, กมุ, คมุอิจฺจาทีนํ.

‘‘อธิคตมคฺเค, สจฺฉิกตนิโรเธ’’ติ ปททฺวเยนาปิ ผลฏฺฐา เอว ทสฺสิตา, น มคฺคฏฺฐาติ เต ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน จา’’ติ อาห. นนุ จ กลฺยาณปุถุชฺชโนปิ ‘‘ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชตี’’ติ วุจฺจตีติ? กิญฺจาปิ วุจฺจติ, นิปฺปริยาเยน ปน มคฺคฏฺฐา เอว ตถา วตฺตพฺพา, น อิตโร นิยาโมกฺกมนาภาวโต. ตถา หิ เต เอว ‘‘อปาเยสุ อปตมาเน ธาเรตี’’ติ วุตฺตา. สมฺมตฺตนิยาโมกฺกมเนน หิ อปายวินิมุตฺติสมฺภโวติ. เอวํ อเนเกหิปิ วินย- (สารตฺถ. ฏี. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา) สุตฺตนฺตฏีกากาเรหี (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๐) วุตฺตํ, ตเทตํ สมฺมตฺตนิยาโมกฺกมนวเสน นิปฺปริยายโต อปายวินิมุตฺตเก สนฺธาย วุตฺตํ, ตทนุปปตฺติวเสน ปน ปริยายโต อปายวินิมุตฺตกํ กลฺยาณปุถุชฺชนมฺปิ ‘‘ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน’’ติ ปเทน ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา เหส ทกฺขิณวิภงฺคสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๓.๓๗๙) โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนภาเวน วุตฺโตติ, ฉตฺตวิมาเน (วิ. ว. ๘๘๖ อาทโย) ฉตฺตมาณวโก เจตฺถ นิทสฺสนํ. อธิคตมคฺเค, สจฺฉิกตนิโรเธ จ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน จ ปุคฺคเล อปาเยสุ อปตมาเน กตฺวา ธาเรตีติ สปาฐเสสโยชนา. อตีตกาลิเกน หิ ปุริมปททฺวเยน ผลฏฺฐานเมว คหณํ, วตฺตมานกาลิเกน จ ปจฺฉิเมน ปเทน สห กลฺยาณปุถุชฺชเนน มคฺคฏฺฐานเมว. ‘‘อปตมาเน’’ติ ปน ปเทน ธารณาการทสฺสนํ อปตนกรณวเสเนว ธาเรตีติ, ธารณสรูปทสฺสนํ วา. ธารณํ นาม อปตนกรณเมวาติ, อปตนกรณญฺจ อปายาทินิพฺพตฺตกกิเลสวิทฺธํสนวเสน วฏฺฏโต นิยฺยานเมว. ‘‘อปาเยสู’’ติ หิ ทุกฺขพหุลฏฺฐานตาย ปธานวเสน วุตฺตํ, วฏฺฏทุกฺเขสุ ปน สพฺเพสุปิ อปตมาเน กตฺวา ธาเรตีติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตถา หิ อภิธมฺมฏฺฐกถายํ วุตฺตํ ‘‘โสตาปตฺติมคฺโค เจตฺถ อปายภวโต วุฏฺฐาติ, สกทาคามิมคฺโค สุคติกามภเวกเทสโต, อนาคามิมคฺโค กามภวโต, อรหตฺตมคฺโค รูปารูปภวโต, สพฺพภเวหิปิ วุฏฺฐาติ เอวาติ วทนฺตี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๓๕๐) เอวญฺจ กตฺวา อริยมคฺโค นิยฺยานิกตาย, นิพฺพานญฺจ ตสฺส ตทตฺถสิทฺธิเหตุตายาติ อุภยเมว นิปฺปริยาเยน ธมฺโม นามาติ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘โส อตฺถโต อริยมคฺโค เจว นิพฺพานญฺจา’’ติ วุตฺตํ. นิพฺพานญฺหิ อารมฺมณํ ลภิตฺวา อริยมคฺคสฺส ตทตฺถสิทฺธิ, สฺวายมตฺโถ จ ปาฬิยา เอว สิทฺโธติ อาห ‘‘วุตฺตญฺเจต’’นฺติอาทิ. ยาวตาติ ยตฺตกา. เตสนฺติ ตตฺตกานํ ธมฺมานํ. ‘‘อคฺโค อกฺขายตี’’ติ วตฺตพฺเพ โอ-การสฺส อ-การํ, ม-การาคมญฺจ กตฺวา ‘‘อคฺคมกฺขายตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อกฺขายตี’’ติ เจตฺถ อิติสทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา, เตน ‘‘ยาวตา ภิกฺขเว ธมฺมา สงฺขตา วา อสงฺขตา วา, วิราโค เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติอาทิ (อิติวุ. ๙๐; อ. นิ. ๔.๓๔) สุตฺตปทํ สงฺคณฺหาติ, ‘‘วิตฺถาโร’’ติ อิมินา วา ตทวเสสสงฺคโห.

ยสฺมา ปน อริยผลานํ ‘‘ตาย สทฺธาย อวูปสนฺตายา’’ติอาทิ วจนโต มคฺเคน สมุจฺฉินฺนานํ กิเลสานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานกิจฺจตาย นิยฺยานานุคุณตา, นิยฺยานปริโยสานตา จ, ปริยตฺติยา ปน นิยฺยานธมฺมสมธิคมเหตุตาย นิยฺยานานุคุณตาติ อิมินา ปริยาเยน วุตฺตนเยน ธมฺมภาโว ลพฺภติ, ตสฺมา ตทุภยมฺปิ สงฺคณฺหนฺโต ‘‘น เกวลญฺจา’’ติอาทิมาห. สฺวายมตฺโถ จ ปาฐารุโฬฺห เอวาติ ทสฺเสติ ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทินา. ตตฺถ ฉตฺตมาณวกวิมาเนติ ฉตฺโต กิร นาม เสตพฺยายํ พฺราหฺมณมาณวโก, โส อุกฺกฏฺฐายํ โปกฺขรสาติพฺราหฺมณสฺส สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคเหตฺวา ‘‘ครุทกฺขิณํ ทสฺสามี’’ติ อุกฺกฏฺฐาภิมุโข คจฺฉติ, อถสฺส ภควา อนฺตรามคฺเค โจรนฺตรายํ, ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺตมานญฺจ ทิสฺวา คาถาพนฺธวเสน สรณคมนวิธึ เทเสสิ, ตสฺส ตาวตึสภวนุปคสฺส ตึสโยชนิกํ วิมานํ ฉตฺตมาณวกวิมานํ. เทวโลเกปิ หิ ตสฺส มนุสฺสกาเล สมญฺญา ยถา ‘‘มณฺฑูโก เทวปุตฺโต, (วิ. ว. ๘๕๘ อาทโย) กุเวโร เทวราชา’’ติ, อิธ ปน ฉตฺตมาณวกวิมานํ วตฺถุ การณํ เอตสฺสาติ กตฺวา อุตฺตรปทโลเปน ‘‘น ตถา ตปติ นเภ สูริโย, จนฺโท จ น ภาสติ น ผุสฺโส, ยถา’’ติอาทิกา (วิ. ว. ๘๘๙) เทสนา ‘‘ฉตฺตมาณวกวิมาน’’นฺติ วุจฺจติ, ตตฺรายํ คาถา ปริยาปนฺนา, ตสฺมา ฉตฺตมาณวกวิมานวตฺถุเทสนายนฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

กามราโค ภวราโคติ เอวมาทิเภโท อนาทิกาลวิภาวิโต สพฺโพปิ ราโค วิรชฺชติ ปหียติ เอเตนาติ ราควิราโค, มคฺโค. เอชาสงฺขาตาย ตณฺหาย, อนฺโตนิชฺฌานลกฺขณสฺส จ โสกสฺส ตทุปฺปตฺติยํ สพฺพโส ปริกฺขีณตฺตา นตฺถิ เอชา, โสโก จ เอตสฺมินฺติ อเนชํ, อโสกญฺจ, ผลํ. ตทฏฺฐกถายํ (วิ. ว. อฏฺฐ. ๘๘๗) ปน ‘‘ตณฺหาวสิฏฺฐานํ โสกนิมิตฺตานํ กิเลสานํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนโต อโสก’’นฺติ วุตฺตํ. ธมฺมมสงฺขตนฺติ สมฺปชฺช สมฺภูย ปจฺจเยหิ อปฺปฏิสงฺขตตฺตา อสงฺขตํ อตฺตโน สภาวธารณโต ปรมตฺถธมฺมภูตํ นิพฺพานํ. ตทฏฺฐกถายํ ปน ‘‘ธมฺมนฺติ สภาวธมฺมํ. สภาวโต คเหตพฺพธมฺโม เหส, ยทิทํ มคฺคผลนิพฺพานานิ, น ปริยตฺติธมฺโม วิย ปญฺญตฺติธมฺมวเสนา’’ติ (วิ. ว. อฏฺฐ. ๘๘๗) วุตฺตํ, เอวํ สติ ธมฺมสทฺโท ตีสุปิ ฐาเนสุ โยเชตพฺโพ. อปฺปฏิกูลสทฺเทน จ ตตฺถ นิพฺพานเมว คหิตํ ‘‘นตฺถิ เอตฺถ กิญฺจิปิ ปฏิกูล’’นฺติ กตฺวา, อปฺปฏิกูลนฺติ จ อวิโรธทีปนโต กิญฺจิ อวิรุทฺธํ, อิฏฺฐํ ปณีตนฺติ วา อตฺโถ. ปคุณรูเปน ปวตฺติตตฺตา, ปกฏฺฐคุณวิภาวนโต วา ปคุณํ. ยถาห ‘‘วิหึสสญฺญี ปคุณํ น ภาสึ, ธมฺมํ ปณีตํ มนุเชสุ พฺรเหฺม’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๘๓; ๒.๓๓๙; มหาว. ๙).

ธมฺมกฺขนฺธา กถิตาติ โยชนา. เอวํ อิธ จตูหิปิ ปเทหิ ปริยตฺติธมฺโมเยว คหิโต, ตทฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สวนเวลายํ, อุปปริกฺขณเวลายํ, ปฏิปชฺชนเวลายนฺติ สพฺพทาปิ อิฏฺฐเมวาติ มธุรํ, สพฺพญฺญุตญฺญาณสนฺนิสฺสยาย ปฏิภานสมฺปทาย ปวตฺติตตฺตา สุปฺปวตฺติภาวโต, นิปุณภาวโต จ ปคุณํ, วิภชิตพฺพสฺส อตฺถสฺส ขนฺธาทิวเสน, กุสลาทิวเสน, อุทฺเทสาทิวเสน จ สุฏฺฐุ วิภชนโต สุวิภตฺตนฺติ ตีหิปิ ปเทหิ ปริยตฺติธมฺมเมว วทตี’’ติ (วิ. ว. อฏฺฐ. ๘๘๗) วุตฺตํ. อาปาถกาเล วิย มชฺชนกาเลปิ, กเถนฺตสฺส วิย สุณนฺตสฺสาปิ สมฺมุขีภาวโต อุภโตปจฺจกฺขตาทสฺสนตฺถํ อิเธว ‘‘อิม’’นฺติ อาสนฺนปจฺจกฺขวจนมาห. ปุน ‘‘ธมฺม’’นฺติ อิทํ ยถาวุตฺตสฺส จตุพฺพิธสฺสาปิ ธมฺมสฺส สาธารณวจนํ. ปริยตฺติธมฺโมปิ หิ สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐานมตฺตายปิ ยาถาวปฏิปตฺติยา อปายปตนโต ธาเรติ, อิมสฺส จ อตฺถสฺส อิทเมว ฉตฺตมาณวกวิมานํ สาธกนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. สาธารณภาเวน ยถาวุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจกฺขํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ปุน ‘‘อิม’’นฺติ อาห. ยสฺมา เจสา ภ-การตฺตเยน จ ปฏิมณฺฑิตา โทธกคาถา, ตสฺมา ตติยปาเท มธุรสทฺเท ม-กาโร อธิโกปิ อริยจริยาทิปเทหิ วิย อเนกกฺขรปเทน ยุตฺตตฺตา อนุปวชฺโชติ ทฏฺฐพฺพํ.

ทิฏฺฐิสีลสงฺฆาเตนาติ ‘‘ยายํ ทิฏฺฐิ อริยา นิยฺยานิกา นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย, ตถารูปาย ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๔, ๓๕๖; อ. นิ. ๖.๑๑; ปริ. ๒๗๔) เอวํ วุตฺตาย ทิฏฺฐิยา เจว ‘‘ยานิ ตานิ สีลานิ อขณฺฑานิ อจฺฉิทฺทานิ อสพลานิ อกมฺมาสานิ ภุชิสฺสานิ วิญฺญุปสตฺถานิ อปรามฏฺฐานิ สมาธิสํวตฺตนิกานิ, ตถารูเปหิ สีเลหิ สีลสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๔, ๓๕๖; ม. นิ. ๑.๔๙๒; ๓.๕๔; อ. นิ. ๖.๙๒; ปริ. ๒๗๔) เอวํ วุตฺตานํ สีลานญฺจ สํหตภาเวน, ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญนาติ อตฺโถ. สํหโตติ สงฺฆฏิโต, สเมโตติ วุตฺตํ โหติ. อริยปุคฺคลา หิ ยตฺถ กตฺถจิ ทูเร ฐิตาปิ อตฺตโน คุณสามคฺคิยา สํหตา เอว. ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทินา อาหจฺจปาเฐน สมตฺเถติ.

ยตฺถาติ ยสฺมึ สงฺเฆ. ทินฺนนฺติ ปริจฺจตฺตํ อนฺนาทิเทยฺยธมฺมํ, คาถาพนฺธตฺตา เจตฺถ อนุนาสิกโลโป. โทธกคาถา เหสา. มหปฺผลมาหูติ ‘‘มหปฺผล’’นฺติ พุทฺธาทโย อาหุ. จตูสูติ เจตฺถ จ-กาโร อธิโกปิ วุตฺตนเยน อนุปวชฺโช. อจฺจนฺตเมว กิเลสาสุจิโต วิสุทฺธตฺตา สุจีสุ. ‘‘โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๕.๔๘๘) วุตฺเตสุ จตูสุ ปุริสยุเคสุ. จตุสจฺจธมฺมสฺส, นิพฺพานธมฺมสฺส จ ปจฺจกฺขโต ทสฺสเนน, อริยธมฺมสฺส ปจฺจกฺขทสฺสาวิตาย วา ธมฺมทสา. เต ปุคฺคลา มคฺคฏฺฐผลฏฺเฐ ยุคเล อกตฺวา วิสุํ วิสุํ ปุคฺคลคณเนน อฏฺฐ จ โหนฺติ. อิมํ สงฺฆํ สรณตฺถํ สรณาย ปรายณาย อปายทุกฺขวฏฺฏทุกฺขปริตาณาย อุเปหิ อุปคจฺฉ ภช เสว, เอวํ วา ชานาหิ พุชฺฌสฺสูติ สห โยชนาย อตฺโถ. ยตฺถ เยสุ สุจีสุ จตูสุ ปุริสยุเคสุ ทินฺนํ มหปฺผลมาหุ, ธมฺมทสา เต ปุคฺคลา อฏฺฐ จ, อิมํ สงฺฆํ สรณตฺถมุเปหีติ วา สมฺพนฺโธ. เอวมฺปิ หิ ปฏินิทฺเทโส ยุตฺโต เอว อตฺถโต อภินฺนตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. คาถาสุขตฺถญฺเจตฺถ ปุริสปเท อีการํ, ปุคฺคลาปเท จ รสฺสํ กตฺวา นิทฺเทโส.

เอตฺตาวตาติ ‘‘เอสาห’’นฺติอาทิวจนกฺกเมน. ตีณิ วตฺถูนิ ‘‘สรณ’’นฺติ คมนานิ, ติกฺขตฺตุํ วา ‘‘สรณ’’นฺติ คมนานีติ สรณคมนานิ. ปฏิเวเทสีติ อตฺตโน หทยคตํ วาจาย ปเวเทสิ.