จตุตฺถชฺฌานกถาวณฺณนา

๒๓๓. ยสฺมา ปน จตุตฺถชฺฌานจิตฺตเมว ‘‘เจตสา’’ติ วุตฺตํ, ตญฺจ ราคาทิอุปกฺกิเลสมลาปคมโต นิรุปกฺกิเลสํ นิมฺมลํ, ตสฺมา อุปกฺกิเลสวิคมนเมว ปริสุทฺธภาโวติ อาห ‘‘นิรุปกฺกิเลสฏฺเฐน ปริสุทฺธ’’นฺติ. ยสฺมา จ ปริสุทฺธสฺเสว ปจฺจยวิเสเสน ปวตฺติวิเสโส ปริโยทาตตา สุทฺธนฺตสุวณฺณสฺส นิฆํสเนน ปภสฺสรตา วิย, ตสฺมา ปภสฺสรตาเยว ปริโยทาตตาติ อาห ‘‘ปภสฺสรฏฺเฐน ปริโยทาต’’นฺติ. วิชฺชุ วิย ปภาย อิโต จิโต จ นิจฺฉรณํ ปภสฺสรํ ยถา ‘‘อาภสฺสรา’’ติ. โอทาเตน วตฺเถนาติ เอตฺถ ‘‘โอทาเตนา’’ติ คุณวจนํ สนฺธาย ‘‘โอทาเตน…เป… อิท’’นฺติ วุตฺตํ. อุตุผรณตฺถนฺติ อุณฺหสฺส อุตุโน ผรณทสฺสนตฺถํ. กสฺมาติ อาห ‘‘กิลิฏฺฐวตฺเถนา’’ติอาทิ. อุตุผรณํ น โหตีติ โอทาตวตฺเถน วิย สวิเสสํ อุตุผรณํ น โหติ, อปฺปกมตฺตเมว โหตีติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ตงฺขณ…เป… พลวํ โหตี’’ติ. ‘‘ตงฺขณโธตปริสุทฺเธนา’’ติ จ เอเตน โอทาตสทฺโท เอตฺถ ปริสุทฺธวจโน เอว ‘‘คิหี โอทาตวตฺถวสโน’’ติอาทีสุ วิย, น เสตวจโน เยน เกนจิ ตงฺขณโธตปริสุทฺเธเนว อุตุผรณสมฺภวโตติ ทสฺเสติ.

นนุ จ ปาฬิยํ ‘‘นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต กายสฺส โอทาเตน วตฺเถน อผุฏํ อสฺสา’’ติ กายสฺส โอทาตวตฺถผรณํ วุตฺตํ, น ปน วตฺถสฺส อุตุผรณํ, อถ กสฺมา อุตุผรณํ อิธ วุตฺตนฺติ อนุโยเคนาห ‘‘อิมิสฺสาย หี’’ติอาทิ. ยสฺมา วตฺถํ วิย กรชกาโย, อุตุผรณํ วิย จตุตฺถชฺฌานสุขํ, ตสฺมา เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ, เอเตน จ โอทาเตน วตฺเถน สพฺพาวโต กายสฺส ผรณาสมฺภวโต, อุปเมยฺเยน จ อยุตฺตตฺตา กายคฺคหเณน ตนฺนิสฺสิตวตฺถํ คเหตพฺพํ, วตฺถคฺคหเณน จ ตปฺปจฺจยํ อุตุผรณนฺติ ทสฺเสติ. เนยฺยตฺถโต หิ อยํ อุปมา วุตฺตา. วิจิตฺรเทสนา หิ พุทฺธา ภควนฺโตติ. โยคิโน หิ กรชกาโย วตฺถํ วิย ทฏฺฐพฺโพ อุตุผรณสทิเสน จตุตฺถชฺฌานสุเขน ผริตพฺพตฺตา, อุตุผรณํ วิย จตุตฺถชฺฌานสุขํ วตฺถสฺส วิย เตน กรชกายสฺส ผรณโต, ปุริสสฺส สรีรํ วิย จตุตฺถชฺฌานํ อุตุผรณฏฺฐานิยสฺส สุขสฺส นิสฺสยภาวโต. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. อิทญฺหิ ยถาวุตฺตวจนสฺส คุณทสฺสนํ. เอตฺถ จ ปาฬิยํ ‘‘ปริสุทฺเธน เจตสา’’ติ เจโตคหเณน จตุตฺถชฺฌานสุขํ ภควตา วุตฺตนฺติ ญาเปตุํ ‘‘จตุตฺถชฺฌานสุขํ, จตุตฺถชฺฌานสุเขนา’’ติ จ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นนุ จ จตุตฺถชฺฌานสุขํ นาม สาตลกฺขณํ นตฺถีติ? สจฺจํ, สนฺตสภาวตฺตา ปเนตฺถ อุเปกฺขาเยว ‘‘สุข’’นฺติ อธิปฺเปตา. เตน วุตฺตํ สมฺโมหวิโนทนิยํ ‘‘อุเปกฺขา ปน สนฺตตฺตา, สุขมิจฺเจว ภาสิตา’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๓๒; วิสุทฺธิ. ๒.๖๔๔; มหานิ. อฏฺฐ. ๒๗; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๑๐๕).

เอตฺตาวตาติ ปฐมชฺฌานาธิคมปริทีปนโต ปฏฺฐาย ยาว จตุตฺถชฺฌานาธิคมปริทีปนา, ตาวตา วจนกฺกเมน. ลภนํ ลาโภ, โส เอตสฺสาติ ลาภี, รูปชฺฌานานํ ลาภี รูปชฺฌานลาภี ยถา ‘‘ลาภี จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาราน’’นฺติ, (สํ. นิ. ๒.๗๐; อุทา. ๓๘) ลภนสีโล วา ลาภี. กึ ลภนสีโล? รูปชฺฌานานีติปิ ยุชฺชติ. เอวมิตรสฺมิมฺปิ. น อรูปชฺฌานลาภีติ น เวทิตพฺโพติ โยเชตพฺพํ. กสฺมาติ วุตฺตํ ‘‘น หี’’ติอาทิ, อฏฺฐนฺนมฺปิ สมาปตฺตีนํ อุปริ อภิญฺญาธิคเม อวินาภาวโตติ วุตฺตํ โหติ. จุทฺทสหากาเรหีติ ‘‘กสิณานุโลมโต, กสิณปฏิโลมโต กสิณานุโลมปฏิโลมโต, ฌานานุโลมโต, ฌานปฏิโลมโต, ฌานานุโลมปฏิโลมโต, ฌานุกฺกนฺติกโต, กสิณุกฺกนฺติกโต, ฌานกสิณุกฺกนฺติกโต, องฺคสงฺกนฺติโต, อารมฺมณสงฺกนฺติโต, องฺคารมฺมณสงฺกนฺติโต องฺคววตฺถานโต, อารมฺมณววตฺถานโต’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๓๖๕) วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺเตหิ อิเมหิ จุทฺทสหากาเรหิ. สติปิ ฌาเนสุ อาวชฺชนาทิปญฺจวิธวสีภาเว อยเมว จุทฺทสวิโธ วสีภาโว อภิญฺญา นิพฺพตฺตเน เอกนฺเตน อิจฺฉิตพฺโพติ ทสฺเสนฺเตน ‘‘จุทฺทสหากาเรหิ จิณฺณวสีภาว’’นฺติ วุตฺตํ, อิมินา จ อรูปสมาปตฺตีสุ จิณฺณวสีภาวํ วินา รูปสมาปตฺตีสุ เอว จิณฺณวสีภาเวน สมาปตฺติ น อิชฺฌตีติ ตาสํ อภิญฺญาธิคเม อวินาภาวํ ทสฺเสตีติ เวทิตพฺพํ.

นนุ ยถาปาฐเมว วินิจฺฉโย วตฺตพฺโพติ โจทนํ โสเธติ ‘‘ปาฬิยํ ปนา’’ติอาทินา, สาวเสสปาฐภาวโต นีหริตฺวา เอส วินิจฺฉโย วตฺตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. ยชฺเชวํ อรูปชฺฌานานิปิ ปาฬิยํ คเหตพฺพานิ, อถ กสฺมา ตานิ อคฺคเหตฺวา สาวเสสปาโฐ ภควตา กโตติ? สพฺพาภิญฺญานํ วิเสสโต รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานปาทกตฺตา. สติปิ หิ ตาสํ ตถา อวินาภาเว วิเสสโต ปเนตา รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานปาทกา, ตสฺมา ตาสํ ตปฺปาทกภาววิญฺญาปนตฺถํ ตตฺเถว ฐตฺวา เทสนา กตา, น ปน อรูปาวจรชฺฌานานํ อิธ อนนุปโยคโต. เตนาห ‘‘อรูปชฺฌานานิ อาหริตฺวา กเถตพฺพานี’’ติ.