วิปสฺสนาญาณกถาวณฺณนา
๒๓๔. ‘‘ปุน จปรํ มหาราช (ปาฬิยํ นตฺถิ) ภิกฺขู’’ติ วตฺวาปิ กิมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘โส’’ติ ปทํ ปุน วุตฺตนฺติ โจทนายาห ‘‘โส…เป… ทสฺเสตี’’ติ, ยถารุตวเสน, เนยฺยตฺถวเสน จ วุตฺตาสุ อฏฺฐสุ สมาปตฺตีสุ จิณฺณวสิตาวิสิฏฺฐํ ภิกฺขุํ ทสฺเสตุํ เอวํ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. เสสนฺติ ‘‘โส’’ติ ปทตฺถโต เสสํ ‘‘เอวํ สมาหิเต’’ติอาทีสุ วตฺตพฺพํ สาธิปฺปายมตฺถชาตํ. เญยฺยํ ชานาตีติ ญาณํ, ตเทว ปจฺจกฺขํ กตฺวา ปสฺสตีติ ทสฺสนํ, ญาณเมว ทสฺสนํ น จกฺขาทิกนฺติ ญาณทสฺสนํ, ปญฺจวิธมฺปิ ญาณํ, ตยิทํ ปน ญาณทสฺสนปทํ สาสเน เยสุ ญาณวิเสเสสุ นิรุฬฺหํ, ตํ สพฺพํ อตฺถุทฺธารวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘ญาณทสฺสนนฺติ มคฺคญาณมฺปิ วุจฺจตี’’ติอาทิมาห. ญาณทสฺสนวิสุทฺธตฺถนฺติ ญาณทสฺสนสฺส วิสุทฺธิปโยชนาย. ผาสุวิหาโรติ อริยวิหารภูโต สุขวิหาโร. ภควโตปีติ น เกวลํ เทวตาโรจนเมว, อถ โข ตทา ภควโตปิ ญาณทสฺสนํ อุทปาทีติ อตฺโถ. สตฺตาหํ กาลงฺกตสฺส อสฺสาติ สตฺตาหกาลงฺกโต. ‘‘กาลาโม’’ติ โคตฺตวเสน วุตฺตํ. เจโตวิมุตฺติ [วิมุตฺติ (อฏฺฐกถายํ)] นาม อรหตฺตผลสมาปตฺติ. ยสฺมา วิปสฺสนาญาณํ เญยฺยสงฺขาเต เตภูมกสงฺขาเร อนิจฺจาทิโต ชานาติ, ภงฺคานุปสฺสนโต จ ปฏฺฐาย ปจฺจกฺขโต เต ปสฺสติ, ตสฺมา ยถาวุตฺตฏฺเฐน ญาณทสฺสนํ นาม ชาตนฺติ ทสฺเสติ ‘‘อิธ ปนา’’ติอาทินา.
อภินีหรตีติ วิปสฺสนาภิมุขํ จิตฺตํ ตทญฺญกรณียโต นีหริตฺวา หรตีติ อยํ สทฺทโต อตฺโถ, อธิปฺปายโต ปน ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิปสฺสนาญาณสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตทภิมุขภาโวเยว หิสฺส ตนฺนินฺนตาทิกรณํ, ตํ ปน วุตฺตนเยน อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเต ตสฺมึ จิตฺเต วิปสฺสนากฺกเมน ชาเต วิปสฺสนาภิมุขํ จิตฺตเปสนเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตนฺนินฺนนฺติ ตสฺสํ วิปสฺสนายํ นินฺนํ. อิตรทฺวยํ ตสฺเสว เววจนํ. ตสฺสํ โปณํ วงฺกํ ปพฺภารํ นีจนฺติ อตฺโถ. พฺรหฺมชาเล วุตฺโตเยว. โอทนกุมฺมาเสหิ อุปจียติ วฑฺฒาปียติ, อุปจยติ วา วฑฺฒตีติ อตฺถํ สนฺธาย ‘‘โอทเนนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อนิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิทฺธํสนธมฺโมติ เอตฺถ ‘‘อนิจฺจธมฺโม’’ติอาทินา ธมฺมสทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ. ตตฺถ อนิจฺจธมฺโมติ ปภงฺคุตาย อทฺธุวสภาโว. ทุคฺคนฺธวิฆาตตฺถายาติ สรีเร ทุคฺคนฺธสฺส วิคมาย. อุจฺฉาทนธมฺโมติ อุจฺฉาเทตพฺพตาสภาโว, อิมสฺส ปูติกายสฺส ทุคฺคนฺธภาวโต คนฺโธทกาทีหิ อุพฺพฏฺฏนวิลิมฺปนชาติโกติ อตฺโถ. อุจฺฉาทเนน หิ ปูติกาเย เสทวาตปิตฺตเสมฺหาทีหิ ครุภาวทุคฺคนฺธานมปคโม โหติ. มหาสมฺพาหนํ มลฺลาทีนํ พาหุวฑฺฒนาทิอตฺถํว โหติ, องฺคปจฺจงฺคาพาธวิโนทนตฺถํ ปน ขุทฺทกสมฺพาหนเมว ยุตฺตนฺติ อาห ‘‘ขุทฺทกสมฺพาหเนนา’’ติ, มนฺทสมฺพาหเนนาติ อตฺโถ. ปริมทฺทนธมฺโมติ ปริมทฺทิตพฺพตาสภาโว.
เอวํ อนิยมิตกาลวเสน อตฺถํ วตฺวา อิทานิ นิยมิตกาลวเสน อตฺถํ วทติ ‘‘ทหรกาเล’’ติอาทินา. วา-สทฺโท เจตฺถ อตฺถทสฺสนวเสเนว อตฺถนฺตรวิกปฺปนสฺส วิญฺญายมานตฺตา น ปยุตฺโต, ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ วา. ทหรกาเลติ อจิรวิชาตกาเล. สยาเปตฺวา อญฺฉนปีฬนาทิวเสน ปริมทฺทนธมฺโมติ สมฺพนฺโธ. มิตนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, เตน ยถาปมาณํ, มนฺทํ วา อญฺฉนปีฬนาทีนิ ทสฺเสติ. อญฺฉนญฺเจตฺถ อากฑฺฒนํ. ปีฬนํ สมฺพาหนํ. อาทิสทฺเทน สมิญฺชนอุคฺคมนาทีนิ สงฺคณฺหาติ. เอวํ ปริหริโตปีติ อุจฺฉาทนาทินา สุเขธิโตปิ. ภิชฺชติ เจวาติ อนิจฺจตาทิวเสน นสฺสติ จ. วิกิรติ จาติ เอวํ ภินฺทนฺโต จ กิญฺจิ ปโยชนํ อสาเธนฺโต วิปฺปกิณฺโณว โหติ. เอวํ นวหิ ปเทหิ ยถารหํ กาเย สมุทยวยธมฺมานุปสฺสิตา ทสฺสิตาติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ฉหิ ปเทหีติ ‘‘รูปี, จาตุมหาภูติโก, มาตาเปตฺติกสมฺภโว, โอทนกุมฺมาสูปจโย, อุจฺฉาทนธมฺโม, ปริมทฺทนธมฺโม’’ติ อิเมหิ ฉหิ ปเทหิ. ยุตฺตํ ตาว โหตุ มชฺเฌ ตีหิปิ ปเทหิ กายสฺส สมุทยกถนํ เตสํ ตทตฺถทีปนโต, ‘‘รูปี, อุจฺฉาทนธมฺโม, ปริมทฺทนธมฺโม’’ติ ปน ตีหิ ตฺปเทหิ กถํ ตสฺส ตถากถนํ ยุตฺตํ สิยา เตสํ ตทตฺถสฺส อทีปนโตติ? ยุตฺตเมว เตสมฺปิ ตทตฺถสฺส ทีปิตตฺตา. ‘‘รูปี’’ติ หิ อิทํ อตฺตโน ปจฺจยภูเตน อุตุอาหารลกฺขเณน รูเปน รูปวาติ อตฺถสฺส ทีปกํ. ปจฺจยสงฺคมวิสิฏฺเฐ หิ ตทสฺสตฺถิอตฺเถ อยมีกาโร. ‘‘อุจฺฉาทนธมฺโม, ปริมทฺทนธมฺโม’’ติ จ อิทํ ปททฺวยํ ตถาวิธรูปุปฺปาทเนน สณฺฐานสมฺปาทนตฺถสฺส ทีปกนฺติ. ทฺวีหีติ ‘‘เภทนธมฺโม, วิทฺธํสนธมฺโม’’ติ ทฺวีหิ ปเทหิ. นิสฺสิตญฺจ กายปริยาปนฺเน หทยวตฺถุมฺหิ นิสฺสิตตฺตา วิปสฺสนาจิตฺตสฺส. ตทา ปวตฺตญฺหิ วิปสฺสนาจิตฺตเมว ‘‘อิทญฺจ เม วิญฺญาณ’’นฺติ อาสนฺนปจฺจกฺขวเสน วุตฺตํ. ปฏิพทฺธญฺจ กาเยน วินา อปฺปวตฺตนโต, กายสญฺญิตานญฺจ รูปธมฺมานํ อารมฺมณกรณโต.
๒๓๕. สุฏฺฐุ โอภาสตีติ สุโภ, ปภาสมฺปนฺโน มณิ, ตาย เอว ปภาสมฺปตฺติยา มณิโน ภทฺรตาติ อตฺถมตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุโภติ สุนฺทโร’’ติ วุตฺตํ. ปริสุทฺธากรสมุฏฺฐานเมว มณิโน สุวิสุทฺธชาติตาติ อาห ‘‘ชาติมาติ ปริสุทฺธากรสมุฏฺฐิโต’’ติ. สุวิสุทฺธรตนากรโต สมุฏฺฐิโตติ อตฺโถ. อากรปริวิสุทฺธิมูลโก เอว หิ มณิโน กุรุวินฺทชาติอาทิชาติวิเสโสติ. อิธาธิปฺเปตสฺส ปน เวฬุริยมณิโน วิฬูร (วิ. ว. อฏฺฐ. ๓๔ อาทโย วากฺยกฺขฺขฺนฺเธสุ ปสฺสิตพฺพํ) ปพฺพตสฺส, วิฬูร คามสฺส จ อวิทูเร ปริสุทฺธากโร. เยภุยฺเยน หิ โส ตโต สมุฏฺฐิโต. ตถา เหส วิฬูรนามกสฺส ปพฺพตสฺส, คามสฺส จ อวิทูเร สมุฏฺฐิตตฺตา เวฬุริโยติ ปญฺญายิตฺถ, เทวโลเก ปวตฺตสฺสปิ จ ตํสทิสวณฺณนิภตาย ตเทว นามํ ชาตํ ยถา ตํ มนุสฺสโลเก ลทฺธนามวเสน เทวโลเก เทวตานํ, โส ปน มยูรคีวาวณฺโณ วา โหติ วายสปตฺตวณฺโณ วา สินิทฺธเวณุปตฺตวณฺโณ วาติ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน ปรมตฺถทีปนิยํ (วิ. ว. อฏฺฐ. ๓๔) วุตฺตํ. วินยสํวณฺณนาสุ (วิ. วิ. ฏี. ๑.๒๘๑) ปน ‘‘อลฺลเวฬุวณฺโณ’’ติ วทนฺติ. ตถา หิสฺส ‘‘วํสวณฺโณ’’ติปิ นามํ ชาตํ. ‘‘มญฺชารกฺขิมณฺฑลวณฺโณ’’ติ จ วุตฺโต, ตโตเยว โส อิธ ปเทเส มญฺชารมณีติ ปากโฏ โหติ. จกฺกวตฺติปริโภคารหปณีตตรมณิภาวโต ปน ตสฺเสว ปาฬิยํ วจนํ ทฏฺฐพฺพํ. ยถาห ‘‘ปุน จปรํ อานนฺท รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส มณิรตนํ ปาตุรโหสิ, โส อโหสิ มณิ เวฬุริโย สุโภ ชาติมา อฏฺฐํโส’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๒๔๘). ปาสาณสกฺขราทิโทสนีหรณวเสเนว ปริกมฺมนิปฺผตฺตีติ ทสฺเสติ ‘‘อปนีตปาสาณสกฺขโร’’ติ อิมินา.
ฉวิยา เอว สณฺหภาเวน อจฺฉตา, น สงฺฆาตสฺสาติ อาห ‘‘อจฺโฉติ ตนุจฺฉวี’’ติ. ตโต เจว วิเสเสน ปสนฺโนติ ทสฺเสตุํ ‘‘สุฏฺฐุ ปสนฺโน’’ติ วุตฺตํ. ปริโภคมณิรตนาการสมฺปตฺติ สพฺพาการสมฺปนฺนตา. เตนาห ‘‘โธวนเวธนาทีหี’’ติอาทิ. ปาสาณาทีสุ โธตตา โธวนํ, กาฬกาทิอปหรณตฺถาย เจว สุตฺเตน อาวุนตฺถาย จ วิชฺฌิตพฺพตา เวธนํ. อาทิสทฺเทน ตาปสณฺหกรณาทีนํ สงฺคโห. วณฺณสมฺปตฺตินฺติ อาวุนิตสุตฺตสฺส วณฺณสมฺปตฺตึ. กสฺมาติ วุตฺตํ ‘‘ตาทิส’’นฺติอาทิ, ตาทิสสฺเสว อาวุตสฺส ปากฏภาวโตติ วุตฺตํ โหติ.
มณิ วิย กรชกาโย ปจฺจเวกฺขิตพฺพโต. อาวุตสุตฺตํ วิย วิญฺญาณํ อนุปวิสิตฺวา ฐิตตฺตา. จกฺขุมา ปุริโส วิย วิปสฺสนาลาภี ภิกฺขุ สมฺมเทว ตสฺส ทสฺสนโต, ตสฺส ปุริสสฺส มณิโน อาวิภูตกาโล วิย ตสฺส ภิกฺขุโน กายสฺส อาวิภูตกาโล ตนฺนิสฺสยสฺส ปากฏภาวโต. สุตฺตสฺสาวิภูตกาโล วิย เตสํ ธมฺมานมาวิภูตกาโล ตนฺนิสฺสิตสฺส ปากฏภาวโตติ อยเมตฺถ อุปมาสมฺปาทเน การณวิภาวนา, ‘‘อาวุตสุตฺตํ วิย วิปสฺสนาญาณ’’นฺติ กตฺถจิ ปาโฐ, ‘‘อิทญฺจ วิญฺญาณ’’นฺติ วจนโต ปน ‘‘วิญฺญาณ’’นฺติ ปาโฐว สุนฺทรตโร, ‘‘วิปสฺสนาวิญฺญาณ’’นฺติ วา ภวิตพฺพํ. วิปสฺสนาญาณํ อภินีหริตฺวาติ วิปสฺสนาญาณาภิมุขํ จิตฺตํ นีหริตฺวา.
ตตฺราติ เวฬุริยมณิมฺหิ. ตทารมฺมณานนฺติ กายสญฺญิตรูปธมฺมารมฺมณานํ. ‘‘ผสฺสปญฺจมกาน’’นฺติอาทิปทตฺตยสฺเสตํ วิเสสนํ อตฺถวสา ลิงฺควิภตฺติวจนวิปริณาโมติ กตฺวา ปจฺฉิมปทสฺสาปิ วิเสสนภาวโต. ผสฺสปญฺจมกคฺคหเณน, สพฺพจิตฺตเจตสิกคฺคหเณน จ คหิตธมฺมา วิปสฺสนาจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนา เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺหิ เตสํ วิปสฺสนาวิญฺญาณคติกตฺตา อาวุตสุตฺตํ วิย ‘‘วิปสฺสนาวิญฺญาณ’’นฺติ เหฏฺฐา วุตฺตวจนํ อวิโรธิตํ โหติ. กสฺมา ปน วิปสฺสนาวิญฺญาณสฺเสว คหณนฺติ? ‘‘อิทญฺจ เม วิญฺญาณํ เอตฺถ สิตํ เอตฺถ ปฏิพทฺธ’’นฺติ อิมินา ตสฺเสว วจนโต. ‘‘อยํ โข เม กาโย’’ติอาทินา หิ วิปสฺสนาญาเณน วิปสฺสิตฺวา ‘‘ตเทว วิปสฺสนาญาณสมฺปยุตฺตํ วิญฺญาณํ เอตฺถ สิตํ เอตฺถ ปฏิพทฺธ’’นฺติ นิสฺสยวิสยาทิวเสน มนสิ กโรติ, ตสฺมา ตสฺเสว อิธ คหณํ สมฺภวติ, นาญฺญสฺสาติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘วิปสฺสนาวิญฺญาณสฺเสว วา อาวิภูตกาโล’’ติ. ธมฺมสงฺคหาทีสุ (ธ. ส. ๒ อาทโย) เทสิตนเยน ปากฏภาวโต เจตฺถ ผสฺสปญฺจมกานํ คหณํ, นิรวเสสปริคฺคหณโต สพฺพจิตฺตเจตสิกานํ, ยถารุตํ เทสิตวเสน ปธานภาวโต วิปสฺสนาวิญฺญาณสฺสาติ เวทิตพฺพํ. กึ ปเนเต ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส อาวิภวนฺติ, อุทาหุ ปุคฺคลสฺสาติ? ปจฺจเวกฺขณญาณสฺเสว, ตสฺส ปน อาวิภูตตฺตา ปุคฺคลสฺสาปิ อาวิภูตา นาม โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘ภิกฺขุโน อาวิภูตกาโล’’ติ วุตฺตนฺติ.
ยสฺมา ปนิทํ วิปสฺสนาญาณํ มคฺคญาณานนฺตรํ โหติ, ตสฺมา โลกิยาภิญฺญานํ ปรโต, ฉฏฺฐภิญฺญาย จ ปุรโต วตฺตพฺพํ, อถ กสฺมา สพฺพาภิญฺญานํ ปุรโตว วุตฺตนฺติ โจทนาเลสํ ทสฺเสตฺวา ปริหรนฺโต ‘‘อิทญฺจ วิปสฺสนาญาณ’’นฺติอาทิมาห. ‘‘อิทญฺจ มคฺคญาณานนฺตร’’นฺติ หิ อิมินา ยถาวุตฺตํ โจทนาเลสํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ‘‘มคฺคญาณานนฺตร’’นฺติ สิขาปฺปตฺตวิปสฺสนาภูตํ โคตฺรภุญาณํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตเทว หิ อรหตฺตมคฺคสฺส, สพฺเพสํ วา มคฺคผลานมนนฺตรํ โหติ, ปธานโต ปน ตพฺพจเนเนว สพฺพสฺสปิ วิปสฺสนาญาณสฺส คหณํ ทฏฺฐพฺพํ อวิเสสโต ตสฺส อิธ วุตฺตตฺตา. มคฺคสทฺเทน จ อรหตฺตมคฺคสฺเสว คหณํ ตสฺเสวาภิญฺญาปริยาปนฺนตฺตา, อภิญฺญาสมฺพนฺเธน จ โจทนาสมฺภวโต. โลกิยาภิญฺญานํ ปุรโต วุตฺตํ วิปสฺสนาญาณํ ตาสํ นานนฺตรตาย อนุปการํ, อาสวกฺขยญาณสงฺขาตาย ปน โลกุตฺตราภิญฺญาย ปุรโต วุตฺตํ ตสฺสา อนนฺตรตาย อุปการํ, ตสฺมา อิทํ โลกิยาภิญฺญานํ ปรโต, ฉฏฺฐาภิญฺญาย จ ปุรโต วตฺตพฺพํ. กสฺมา ปน อุปการฏฺฐาเน ตถา อวตฺวา อนุปการฏฺฐาเนว ภควตา วุตฺตนฺติ หิ โจทนา สมฺภวติ. ‘‘เอวํ สนฺเตปี’’ติอาทิ ปริหารทสฺสนํ. ตตฺถ เอวํ สนฺเตปีติ ยทิปิ ญาณานุปุพฺพิยา มคฺคญาณสฺส อนนฺตรตาย อุปการํ โหติ, เอวํ สติปีติ อตฺโถ.
อภิญฺญาวาเรติ ฉฬภิญฺญาวเสน วุตฺเต เทสนาวาเร. เอตสฺส อนฺตรา วาโร นตฺถีติ ปญฺจสุ โลกิยาภิญฺญาสุ กถิตาสุ อากงฺเขยฺยสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๑.๖๕) วิย ฉฏฺฐาภิญฺญาปิ อวสฺสํ กเถตพฺพา อภิญฺญาลกฺขณภาเวน ตปฺปริยาปนฺนโต, น จ วิปสฺสนาญาณํ โลกิยาภิญฺญานํ, ฉฏฺฐาภิญฺญาย จ อนฺตรา ปเวเสตฺวา กเถตพฺพํ อนภิญฺญาลกฺขณภาเวน ตทปริยาปนฺนโต. อิติ เอตสฺส วิปสฺสนาญาณสฺส ตาสมภิญฺญานํ อนฺตรา วาโร นตฺถิ, ตสฺมา ตตฺถ อวสราภาวโต อิเธว รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานานนฺตรํ วิปสฺสนาญาณํ กถิตนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘ยสฺมา จา’’ติอาทินา อตฺถนฺตรมาห. ตตฺถ จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ, เตน น เกวลํ วิปสฺสนาญาณสฺส อิธ ทสฺสเน ตเทว การณํ, อถ โข อิทมฺปีติ อิมมตฺถํ สมุจฺจินาตีติ อาจริเยน (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๓๕) วุตฺตํ. สทฺทวิทู ปน อีทิเส ฐาเน จ-สทฺโท วา-สทฺทตฺโถ, โส จ วิกปฺปตฺโถติ วทนฺติ, ตมฺปิ ยุตฺตเมว อตฺถนฺตรทสฺสเน ปยุตฺตตฺตา. อตฺตนา ปยุชฺชิตพฺพสฺส หิ วิชฺชมานตฺถสฺเสว โชตกา อุปสคฺคนิปาตา ยถา มคฺคนิทสฺสเน สาขาภงฺคา, ยถา จ อทิสฺสมานา โชตเน ปทีปาติ เอวมีทิเสสุ. โหติ เจตฺถ –
‘‘อตฺถนฺตรทสฺสนมฺหิ, จ สทฺโท ยทิ ทิสฺสติ;
สมุจฺจเย วิกปฺเป โส, คเหตพฺโพ วิภาวินา’’ติ.
อกตสมฺมสนสฺสาติ เหตุคพฺภปทํ. ตถา กตสมฺมสนสฺสาติ จ. ‘‘ทิพฺเพน จกฺขุนา เภรวมฺปิ รูปํ ปสฺสโตติ เอตฺถ อิทฺธิวิธญาเณน เภรวํ รูปํ นิมฺมินิตฺวา มํสจกฺขุนา ปสฺสโตติปิ วตฺตพฺพํ. เอวมฺปิ หิ อภิญฺญาลาภิโน อปริญฺญาตวตฺถุกสฺส ภยํ สนฺตาโส อุปฺปชฺชติ อุจฺจวาลิกวาสิมหานาคตฺเถรสฺส วิยา’’ติ อาจริเยน (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๓๕) วุตฺตํ. ยถา เจตฺถ, เอวํ ทิพฺพาย โสตธาตุยา เภรวํ สทฺทํ สุณโตติ เอตฺถาปิ อิทฺธิวิธญาเณน เภรวํ สทฺทํ นิมฺมินิตฺวา มํสโสเตน สุณโตปีติ วตฺตพฺพเมว. เอวมฺปิ หิ อภิญฺญาลาภิโน อปริญฺญาตวตฺถุกสฺส ภยํ สนฺตาโส อุปฺปชฺชติ อุจฺจวาลิกวาสิมหานาคตฺเถรสฺส วิย. เถโร หิ โกญฺจนาทสหิตํ สพฺพเสตํ หตฺถินาคํ มาเปตฺวา ทิสฺวา, สุตฺวา จ สญฺชาตภยสนฺตาโสติ อฏฺฐกถาสุ (วิภ. อฏฺฐ. ๒.๘๘๒; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๘๑; วิสุทฺธิ. ๒.๗๓๓) วุตฺโต. อนิจฺจาทิวเสน กตสมฺมสนสฺส ทิพฺพาย…เป… ภยํ สนฺตาโส น อุปฺปชฺชตีติ สมฺพนฺโธ. ภยวิโนทนเหตุ นาม วิปสฺสนาญาเณน กตสมฺมสนตา, ตสฺส, เตน วา สมฺปาทนตฺถนฺติ อตฺโถ. อิเธวาติ จตุตฺถชฺฌานานนฺตรเมว. ‘‘อปิจา’’ติอาทินา ยถาปาฐํ ยุตฺตตรนยํ ทสฺเสติ. วิปสฺสนาย ปวตฺตํ ปาโมชฺชปีติปสฺสทฺธิปรมฺปราคตสุขํ วิปสฺสนาสุขํ. ปาฏิเยกฺกนฺติ ฌานาภิญฺญาทีหิ อสมฺมิสฺสํ วิสุํ ภูตํ สนฺทิฏฺฐิกํ สามญฺญผลํ. เตนาห ภควา ธมฺมปเท –
‘‘ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ;
ลภตี ปีติปาโมชฺชํ, อมตํ ตํ วิชานต’’นฺติอาทิ. (ธ. ป. ๓๗๔);
อิธาปิ วุตฺตํ ‘‘อิทมฺปิ โข มหาราช สนฺทิฏฺฐิกํ สามญฺญผลํ…เป… ปณีตตรญฺจา’’ติ, ตสฺมา ปาฬิยา สํสนฺทนโต อิมเมว นยํ ยุตฺตตรนฺติ วทนฺติ. อาทิโตวาติ อภิญฺญานมาทิมฺหิเยว.