ตติยชฺฌานกถาวณฺณนา

๒๓๑. ‘‘อุปฺปลินี’’ติอาทิ คจฺฉสฺสปิ วนสฺสปิ อธิวจนํ. อิธ ปน ‘‘ยาว อคฺคา, ยาว จ มูลา’’ติ วจนโยเคน ‘‘อปฺเปกจฺจานี’’ติอาทินา อุปฺปลคจฺฉาทีนเมว คเหตพฺพตาย วนเมวาธิปฺเปตํ, ตสฺมา ‘‘อุปฺปลานีติ อุปฺปลคจฺฉานิ. เอตฺถาติ อุปฺปลวเน’’ติอาทินา อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อวยเวน หิ สมุทายสฺส นิพฺพจนํ กตํ. เอกญฺหิ อุปฺปลคจฺฉาทิ อุปฺปลาทิเยว, จตุปญฺจมตฺตมฺปิ ปน อุปฺปลาทิวนนฺติ โวหรียติ, สารตฺถทีปนิยํ ปน ชลาสโยปิ อุปฺปลินิอาทิภาเวน วุตฺโต. เอตฺถ จาติ เอตสฺมึ ปทตฺตเย, เอเตสุ วา ตีสุ อุปฺปลปทุมปุณฺฑรีกสงฺขาเตสุ อตฺเถสุ. ‘‘เสตรตฺตนีเลสู’’ติ อุปฺปลเมว วุตฺตํ, เสตุปฺปลรตฺตุปฺปลนีลุปฺปเลสูติ อตฺโถ. ยํ กิญฺจิ อุปฺปลํ อุปฺปลเมว อุปฺปลสทฺทสฺส สามญฺญนามวเสน เตสุ สพฺเพสุปิ ปวตฺตนโต. สตปตฺตนฺติ เอตฺถ สตสทฺโท พหุปริยาโย ‘‘สตคฺฆี สตรํสิ สูริโย’’ติอาทีสุ วิย อเนกสงฺขฺยาภาวโต. เอวญฺจ กตฺวา อเนกปตฺตสฺสาปิ ปทุมภาเว สงฺคโห สิทฺโธ โหติ. ปตฺตนฺติ จ ปุปฺผทลมธิปฺเปตํ. วณฺณนิยเมน เสตํ ปทุมํ,รตฺตํ ปุณฺฑรีกนฺติ สาสนโวหาโร, โลเก ปน ‘‘รตฺตํ ปทุมํ, เสตํ ปุณฺฑรีก’’นฺติ วทนฺติ. วุตฺตญฺหิ ‘‘ปุณฺฑรีกํ สิตํ รตฺตํ, โกกนทํ โกกาสโก’’ติ. รตฺตวณฺณตาย หิ โกกนามกานํ สุนขานํ นาทยโต สทฺทาปยโต, เตหิ จ อสิตพฺพโต ‘‘โกกนทํ, โกกาสโก’’ติ จ ปทุมํ วุจฺจติ. ยถาห ‘‘ปทฺมํ ยถา โกกนทํ สุคนฺธ’’นฺติ. อยํ ปเนตฺถ วจนตฺโถ อุทกํ ปาติ, อุทเก วา ปฺลวตีติ อุปฺปลํ. ปงฺเก ทวติ คจฺฉติ, ปกาเรน วา ทวติ วิรุหตีติ ปทุมํ. ปณฺฑรํ วณฺณมสฺส, มหนฺตตาย วา มุฑิตพฺพํขณฺเฑตพฺพนฺติ ปุณฺฑรีกํ ม-การสฺส ป-การาทิวเสน. มุฑิสทฺทญฺหิ มุฑริสทฺทํ วา ขณฺฑนตฺถมิจฺฉนฺติ สทฺทวิทู, สทฺทสตฺถโต เจตฺถ ปทสิทฺธิ. ยาว อคฺคา, ยาว จ มูลา อุทเกน อภิสนฺทนาทิภาวทสฺสนตฺถํ ปาฬิยํ ‘‘อุทกานุคฺคตานี’’ติ วจนํ, ตสฺมา อุทกโต น อุคฺคตานิจฺเจว อตฺโถ, น ตุ อุทเก อนุรูปคตานีติ อาห ‘‘อุทกา…เป… คตานี’’ติ. อิธ ปน อุปฺปลาทีนิ วิย กรชกาโย, อุทกํ วิย ตติยชฺฌานสุขํ ทฏฺฐพฺพํ.