สนฺโตสกถาวณฺณนา

๒๑๕. อตฺถทสฺสเนน ปทสฺสปิ วิญฺญายมานตฺตา ปทมนเปกฺขิตฺวา สนฺโตสสฺส อตฺตนิ อตฺถิตาย ภิกฺขุ สนฺตุฏฺโฐติ ปวุจฺจตีติ อตฺถมตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิตรีตรปจฺจยสนฺโตเสน สมนฺนาคโต’’ติ วุตฺตํ. สนฺตุสฺสติ น ลุทฺโธ ภวตีติ หิ ปทนิพฺพจนํ. อปิจ ปทนิพฺพจนวเสน อตฺเถ วุตฺเต ยสฺส สนฺโตสสฺส อตฺตนิ อตฺถิภาวโต สนฺตุฏฺโฐ นาม, โส อปากโฏติ ตํ ปากฏกรณตฺถํ ‘‘อิตรีตรปจฺจยสนฺโตเสน สมนฺนาคโต’’ติ อตฺถมตฺตมาห, จีวราทิเก ยตฺถ กตฺถจิ กปฺปิยปจฺจเย สนฺโตเสน สมงฺคีภูโตติ อตฺโถ. อิตร-สทฺโท หิ อนิยมวจโน ทฺวิกฺขตฺตุํ วุจฺจมาโน ยํ กิญฺจิ-สทฺเทน สมานตฺโถ โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยตฺถ กตฺถจิ กปฺปิยปจฺจเย’’ติ. อถ วา อิตรํ วุจฺจติ หีนํ ปณีตโต อญฺญตฺตา, ตถา ปณีตมฺปิ หีนโต อญฺญตฺตา. อญฺญมญฺญาเปกฺขาสิทฺธา หิ อิตรตา, ตสฺมา หีเนน วา ปณีเตน วา จีวราทิกปฺปิยปจฺจเยน สนฺโตเสน สมงฺคีภูโตติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. สนฺตุสฺสติ เตน, สนฺตุสฺสนมตฺตนฺติ วา สนฺโตโส, ตถา ปวตฺโต อโลโภ, อโลภปธานา วา จตฺตาโร ขนฺธา. ลภนํ ลาโภ, อตฺตโน ลาภสฺส อนุรูปํ สนฺโตโส ยถาลาภสนฺโตโส. พลนฺติ กายพลํ, อตฺตโน พลสฺส อนุรูปํ สนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส.สารุปฺปนฺติ สปฺปายํ ปติรูปํ ภิกฺขุโน อนุจฺฉวิกตา, อตฺตโน สารุปฺปสฺส อนุรูปํ สนฺโตโส ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.

อปโร นโย – ลพฺภเตติ ลาโภ, โย โย ลาโภ ยถาลาภํ, อิตรีตรปจฺจโย, ยถาลาเภน สนฺโตโส ยถาลาภสนฺโตโส. พลสฺส อนุรูปํ ปวตฺตตีติ ยถาพลํ, อตฺตโน พลานุจฺฉวิกปจฺจโย, ยถา-สทฺโท เจตฺถ สสาธนํ อนุรูปกิริยํ วทติ, ยถา ตํ ‘‘อธิจิตฺต’’นฺติ เอตฺถ อธิ-สทฺโท สสาธนํ อธิกรณกิริยนฺติ. ยถาพเลน สนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส. สารุปฺปติ ปติรูปํ ภวติ, โสภนํ วา อาโรเปตีติ สารุปฺปํ, ยํ ยํ สารุปฺปํ ยถาสารุปฺปํ, ภิกฺขุโน สปฺปายปจฺจโย, ยถาสารุปฺเปน สนฺโตโส ยถาสารุปฺปสนฺโตโส. ยถาวุตฺตํ ปเภทมนุคตา วณฺณนา ปเภทวณฺณนา.

อิธาติ สาสเน. อญฺญํ น ปตฺเถตีติ อปฺปตฺตปตฺถนภาวมาห, ลภนฺโตปิ น คณฺหาตีติ ปตฺตปตฺถนาภาวํ. ปฐเมน อปฺปตฺตปตฺถนาภาเวเยว วุตฺเต ยถาลทฺธโต อญฺญสฺส อปตฺถนา นาม อปฺปิจฺฉตายปิ สิยา ปวตฺติอากาโรติ อปฺปิจฺฉตาปสงฺคภาวโต ตโตปิ นิวตฺตเมว สนฺโตสสฺส สรูปํ ทสฺเสตุํ ทุติเยน ปตฺตปตฺถนาภาโว วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวมุปริปิ. ปกติทุพฺพโลติ อาพาธาทิวิรเหปิ สภาวทุพฺพโล. สมาโน สีลาทิภาโค ยสฺสาติ สภาโค, สห วา สีลาทีหิ คุณภาเคหิ วตฺตตีติ สภาโค, ลชฺชีเปสโล ภิกฺขุ, เตน. ตํ ปริวตฺเตตฺวาติ ปกติทุพฺพลาทีนํ ครุจีวรํ น ผาสุภาวาวหํ, สรีรเขทาวหญฺจ โหตีติ ปโยชนวเสน ปริวตฺตนํ วุตฺตํ, น อตฺริจฺฉตาทิวเสน. อตฺริจฺฉตาทิปฺปกาเรน หิ ปริวตฺเตตฺวา ลหุกจีวรปริโภโค สนฺโตสวิโรธี โหติ, ตสฺส ปน ตทภาวโต ยถาวุตฺตปฺปโยชนวเสน ปริวตฺเตตฺวา ลหุกจีวรปริโภโคปิ น สนฺโตสวิโรธีติ อาห ‘‘ลหุเกน ยาเปนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหตี’’ติ. ปโยชนวเสน ปริวตฺเตตฺวา ลหุกจีวรปริโภโคปิ น ตาว สนฺโตสวิโรธี, ปเคว ตถา อปริวตฺเตตฺวา ปริโภเคติ สมฺภาวิตสฺส อตฺถสฺส ทสฺสนตฺถเญฺหตฺถ อปิ-สทฺทคฺคหณํ. จีวรนิทฺเทเสปิ ‘‘ปตฺตจีวราทีนํ อญฺญตร’’นฺติ วจนํ ยถารุตํ คหิตาวเสสปจฺจยสนฺโตสสฺส จีวรสนฺโตเส สมวโรธิตาทสฺสนตฺถํ. ‘‘เถรโก อยมายสฺมา มลฺลโก’’ติอาทีสุ เถรโวหารสฺส ปญฺญตฺติมตฺเตปิ ปวตฺติโต ทสวสฺสโต ปภุติ จิรวสฺสปพฺพชิเตเสฺวว อิธ ปวตฺติญาปนตฺถํ ‘‘เถรานํ จิรปพฺพชิตาน’’นฺติ วุตฺตํ, เถรานนฺติ วา สงฺฆตฺเถรํ วทติ. จิรปพฺพชิตานนฺติ ปน ตทวเสเส วุฑฺฒภิกฺขู. สงฺการกูฏาทิโตติ กจวรราสิอาทิโต. อนนฺตกานีติ นนฺตกานิ ปิโลติกานิ. ‘‘อ-กาโร เจตฺถ นิปาตมตฺต’’นฺติ (วิ. ว. อฏฺฐ. ๑๑๖๕) วิมานฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. ตถา จาหุ ‘‘นนฺตกํ กปฺปโฏ ชิณฺณวสนํ ตุ ปฏจฺจร’’นฺติ นตฺถิ ทสาสงฺขาโต อนฺโต โกฏิ เยสนฺติ หิ นนฺตกานิ, น-สทฺทสฺส ตุ อนาเทเส อนนฺตกานีติปิ ยุชฺชติ. สงฺเกตโกวิทานํ ปน อาจริยานํ ตถา อวุตฺตตฺตา วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ. ‘‘สนนฺตกานี’’ติปิ ปาโฐ, นนฺตเกน สห สํสิพฺพิตานิ ปํสุกูลานิ จีวรานีติ อตฺโถ. สงฺฆาฏินฺติ ติณฺณํ จีวรานํ อญฺญตรํ จีวรํ. ตีณิปิ หิ จีวรานิ สงฺฆฏิตตฺตา ‘‘สงฺฆาฏี’’ติ วุจฺจนฺติ. มหคฺฆํ จีวรํ, พหูนิ วา จีวรานิ ลภิตฺวา ตานิ วิสฺสชฺเชตฺวา ตทญฺญสฺส คหณมฺปิ มหิจฺฉตาทินเย อฏฺฐตฺวา ยถาสารุปฺปนเย เอว ฐิตตฺตา น สนฺโตสวิโรธีติ อาห ‘‘เตสํ…เป… ธาเรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหตี’’ติ. ยถาสารุปฺปนเยน ยถาลทฺธํ วิสฺสชฺเชตฺวา ตทญฺญคหณมฺปิ น ตาว สนฺโตสวิโรธี, ปเคว อนญฺญคหเณน ยถาลทฺธสฺเสว ยถาสารุปฺปํ ปริโภเคติ สมฺภาวิตสฺส อตฺถสฺส ทสฺสนตฺถเญฺหตฺถ อปิ-สทฺทคฺคหณํ, เอวํ เสสปจฺจเยสุปิ ยถาพลยถาสารุปฺปนิทฺเทเสสุ อปิ-สทฺทคฺคหเณ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ.

ปกติวิรุทฺธนฺติ สภาเวเนว อสปฺปายํ. สมณธมฺมกรณสีเสน สปฺปายปจฺจยปริเยสนํ, ปริภุญฺชนญฺจ วิเสสโต ยุตฺตตรนฺติ อตฺถนฺตรํ วิญฺญาเปตุํ ‘‘ยาเปนฺโตปี’’ติ อวตฺวา ‘‘สมณธมฺมํ กโรนฺโตปี’’ติ วุตฺตํ. มิสฺสกาหารนฺติ ตณฺฑุลมุคฺคาทีหิ นานาวิธปุพฺพณฺณาปรณฺเณหิ มิสฺเสตฺวา กตํ อาหารํ.

อญฺญมฺปิ เสนาสเน ยถาสารุปฺปสนฺโตสํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โย หี’’ติอาทิ. ปฐเม หิ นเย ยถาลทฺธสฺส วิสฺสชฺชเนน, ทุติเย ปน ยถาปตฺตสฺส อสมฺปฏิจฺฉเนน ยถาสารุปฺปสนฺโตโส วุตฺโตติ อยเมเตสํ วิเสโส. หิ-สทฺโท เจตฺถ ปกฺขนฺตรโชตโก. มชฺฌิมาคมฏฺฐกถายํ ปน ปิ-สทฺโท ทิสฺสติ. ‘‘อุตฺตมเสนาสนํ นาม ปมาทฏฺฐาน’’นฺติ วตฺวา ตพฺภาวเมว ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ นิสินฺนสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นิทฺทาภิภูตสฺสาติ ถินมิทฺโทกฺกมเนน จิตฺตเจตสิกเคลญฺญภาวโต ภวงฺคสนฺตติสงฺขาตาย นิทฺทาย อภิภูตสฺส, นิทฺทายนฺตสฺสาติ อตฺโถ. ปฏิพุชฺฌโตติ ตถารูเปน อารมฺมณนฺตเรน ปฏิพุชฺฌนฺตสฺส ปฏิพุชฺฌนเหตุ กามวิตกฺกา ปาตุภวนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ปฏิพุชฺฌนโต’’ติปิ หิ กตฺถจิ ปาโฐ ทิสฺสติ. อยมฺปีติ ปฐมนยํ อุปาทาย วุตฺตํ.

เตสํ อาภเตนาติ เตหิ เถราทีหิ อาภเตน, เตสํ วา เยน เกนจิ สนฺตเกนาติ อชฺฌาหริตฺวา สมฺพนฺโธ. มุตฺตหรีตกนฺติ โคมุตฺตปริภาวิตํ, ปูติภาเวน วา โมจิตํ ฉฑฺฑิตํ หรีตกํ, อิทานิ ปน โปตฺถเกสุ ‘‘โคมุตฺตหรีตก’’นฺติ ปาโฐ, โส น โปราณปาโฐ ตพฺพณฺณนาย (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๕) วิรุทฺธตฺตา. จตุมธุรนฺติ มชฺฌิมาคมวเร มหาธมฺมสมาทานสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๔๘๔ อาทโย) วุตฺตํ ทธิมธุสปฺปิผาณิตสงฺขาตํ จตุมธุรํ, เอกสฺมิญฺจ ภาชเน จตุมธุรํ ฐเปตฺวา เตสุ ยทิจฺฉสิ, ตํ คณฺหาหิ ภนฺเตติ อตฺโถ. ‘‘สจสฺสา’’ติอาทินา ตทุภยสฺส โรควูปสมนภาวํ ทสฺเสติ. พุทฺธาทีหิ วณฺณิตนฺติ ‘‘ปูติมุตฺตเภสชฺชํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา’’ติอาทินา (มหาว. ๗๓, ๑๒๘) สมฺมาสมฺพุทฺธาทีหิ ปสตฺถํ. อปฺปิจฺฉตาวิสิฏฺฐาย สนฺตุฏฺฐิยา นิโยชนโต ปรเมน อุกฺกํสคเตน สนฺโตเสน สนฺตุสฺสตีติ ปรมสนฺตุฏฺโฐ.

กามญฺจ สนฺโตสปฺปเภทา ยถาวุตฺตโตปิ อธิกตรา จีวเร วีสติ สนฺโตสา, ปิณฺฑปาเต ปนฺนรส, เสนาสเน จ ปนฺนรส, คิลานปจฺจเย วีสตีติ, อิธ ปน สงฺเขเปน ทฺวาทสวิโธเยว สนฺโตโส วุตฺโต. ตทธิกตรปฺปเภโท ปน จตุรงฺคุตฺตเร มหาอริยวํสสุตฺตฏฺฐกถาย (อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๒๘) คเหตพฺโพ. เตนาห ‘‘อิมินา ปนา’’ติอาทิ. เอวํ ‘‘อิธ มหาราช ภิกฺขุ สนฺตุฏฺโฐ โหตี’’ติ เอตฺถ ปุคฺคลาธิฏฺฐานนิทฺทิฏฺเฐน สนฺตุฏฺฐปเทเนว สนฺโตสปฺปเภทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ‘‘กายปริหาริเกน จีวเรน กุจฺฉิปริหาริเกน ปิณฺฑปาเตนา’’ติอาทิ เทสนานุรูปํ เตน สนฺโตเสน สนฺตุฏฺฐสฺส อนุจฺฉวิกํ ปจฺจยปฺปเภทํ, ตสฺส จ กายกุจฺฉิปริหาริยภาวํ วิภาเวนฺโต เอวมาหาติ อยเมตฺถ สมฺพนฺโธ. กามญฺจสฺส จีวรปิณฺฑปาเตเหว ยถากฺกมํ กายกุจฺฉิปริหาริเยหิ สนฺตุฏฺฐตา ปาฬิยํ วุตฺตา, ตถาปิ เสสปริกฺขารจตุกฺเกน จ วินา วิจรณมยุตฺตํ, สพฺพตฺถ จ กายกุจฺฉิปริหาริยตา ลทฺธพฺพาติ อฏฺฐกถายํ อยํ วินิจฺฉโย วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ทนฺตกฏฺฐจฺเฉทนวาสีติ ลกฺขณมตฺตํ ตทญฺญกิจฺจสฺสาปิ ตาย สาเธตพฺพตฺตา, เตน วกฺขติ ‘‘มญฺจปีฐานํ องฺคปาทจีวรกุฏิทณฺฑกสชฺชนกาเล จา’’ติอาทิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ โปราณฏฺฐกถาสุ ‘‘น เหตํ กตฺถจิปิ ปาฬิยมาคต’’นฺติ.

พนฺธนนฺติ กายพนฺธนํ. ปริสฺสาวเนน ปริสฺสาวนญฺจ, เตน สหาติ วา อตฺโถ. ยุตฺโต กมฺมฏฺฐานภาวนาสงฺขาโต โยโค ยสฺส, ตสฺมึ วา โยโค ยุตฺโตติ ยุตฺตโยโค, ตสฺส.

กายํ ปริหรนฺติ โปเสนฺติ, กายสฺส วา ปริหาโร โปสนมตฺตํ ปโยชนเมเตหีติ กายปริหาริยา ก-การสฺส ย-การํ กตฺวา. โปสนญฺเจตฺถ วฑฺฒนํ, ภรณํ วา, ตถา กุจฺฉิปริหาริยาปิ เวทิตพฺพา. พหิทฺธาว กายสฺส อุปการกภาเวน กายปริหาริยตา, อชฺโฌหรณวเสน สรีรฏฺฐิติยา อุปการกภาเวน กุจฺฉิปริหาริยตาติ อยเมเตสํ วิเสโส. เตนาห ‘‘ติจีวรํ ตาวา’’ติอาทิ. ‘‘ปริหรตี’’ติ เอตสฺส โปเสตีติ อตฺถวจนํ. อิตีติ นิทสฺสเน นิปาโต, เอวํ วุตฺตนเยน กายปริหาริยํ โหตีติ การณโชตเน วา, ตสฺมา โปสนโต กายปริหาริยํ โหตีติ. เอวมุปริปิ. จีวรกณฺเณนาติ จีวรปริยนฺเตน.

กุฏิปริภณฺฑกรณกาเลติ กุฏิยา สมนฺตโต วิลิมฺปเนน สมฺมฏฺฐกรณกาเล.

องฺคํ นาม มญฺจปีฐานํ ปาทูปริ ฐปิโต ปธานสมฺภารวิเสโส. ยตฺถ ปทรสญฺจินนปิฏฺฐิอปสฺสยนาทีนิ กโรนฺติ, โย ‘‘อฏนี’’ติปิ วุจฺจติ.

มธุทฺทุมปุปฺผํ มธุกํ นาม, มกฺขิกามธูหิ กตปูวํ วา. ปริกฺขารมตฺตา ปริกฺขารปมาณํ. เสยฺยํ ปวิสนฺตสฺสาติ ปจฺจตฺถรณกุญฺจิกานํ ตาทิเส กาเล ปริภุตฺตภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ตตฺรฏฺฐกํ ปจฺจตฺถรณ’’นฺติ. อตฺตโน สนฺตกภาเวน ปจฺจตฺถรณาธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐหิตฺวา ตตฺเถว เสนาสเน ติฏฺฐนกญฺหิ ‘‘ตตฺรฏฺฐก’’นฺติ วุจฺจติ. วิกปฺปนวจนโต ปน เตสมญฺญตรสฺส นวมตา, ยถาวุตฺตปฏิปาฏิยา เจตฺถ นวมภาโว, น ตุ เตสํ ตถาปตินิยตภาเวน. กสฺมาติ เจ? ตถาเยว เตสมธารณโต. เอส นโย ทสมาทีสุปิ. เตลํ ปฏิสาเมตฺวา หริตา เวฬุนาฬิอาทิกา เตลนาฬิ. นนุ สนฺตุฏฺฐปุคฺคลทสฺสเน สนฺตุฏฺโฐว อฏฺฐปริกฺขาริโก ทสฺเสตพฺโพติ อนุโยเค ยถารหํ เตสมฺปิ สนฺตุฏฺฐภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอเตสุ จา’’ติอาทิมาห. มหนฺโต ปริกฺขารสงฺขาโต ภาโร เอเตสนฺติ มหาภารา, อยํ อธุนา ปาโฐ, อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน ปน ‘‘มหาคชา’’ติ ปาฐสฺส ทิฏฺฐตฺตา ‘‘ทุปฺโปสภาเวน มหาคชา วิยาติ มหาคชา’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๕) วุตฺตํ, น เต เอตฺตเกหิ ปริกฺขาเรหิ ‘‘มหิจฺฉา, อสนฺตุฏฺฐา, ทุพฺภรา, พาหุลฺลวุตฺติโน’’ติ จ วตฺตพฺพาติ อธิปฺปาโย. ยทิ อิตเรปิ สนฺตุฏฺฐา อปฺปิจฺฉตาทิสภาวา, กิเมเตสมฺปิ วเสน อยํ เทสนา อิจฺฉิตาติ โจทนํ โสเธตุํ ‘‘ภควา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อฏฺฐปริกฺขาริกสฺส วเสน อิมิสฺสา เทสนาย อิจฺฉิตภาโว กถํ วิญฺญายตีติ อนุโยคมฺปิ อปเนติ ‘‘โส หี’’ติอาทินา, ตสฺเสว ตถา ปกฺกนฺตภาเวน ‘‘กายปริหาริเกน จีวเรนา’’ติอาทิ ปาฬิยา โยคฺยโต ตสฺส วเสน อิจฺฉิตภาโว วิญฺญายตีติ วุตฺตํ โหติ. วจนียสฺส เหตุภาวทสฺสเนน หิ วาจกสฺสาปิ เหตุภาโว ทสฺสิโตติ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘อิติ อิมสฺสา’’ติอาทิ ลทฺธคุณวจนมฺปิ อุปปนฺนํ โหติ. สลฺลหุกา วุตฺติ ชีวิกา ยสฺสาติ สลฺลหุกวุตฺติ, ตสฺส ภาโว สลฺลหุกวุตฺติตา, ตํ. กายปาริหาริเยนาติ ภาวปฺปธานนิทฺเทโส, ภาวโลปนิทฺเทโส วาติ ทสฺเสติ ‘‘กายํ ปริหรณมตฺตเกนา’’ติ อิมินา, กายโปสนปฺปมาเณนาติ อตฺโถ. ตถา กุจฺฉิปริหาริเยนาติ เอตฺถาปิ. วุตฺตนเยน เจตฺถ ทฺวิธา วจนตฺโถ, ฏีกายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๕) ปน ปฐมสฺส วจนตฺถสฺส เหฏฺฐา วุตฺตตฺตา ทุติโยว อิธ วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. มมายนตณฺหาย อาสงฺโค. ปริคฺคหตณฺหาย พนฺโธ. ชิยามุตฺโตติ ธนุชิยาย มุตฺโต. ยูถาติ หตฺถิคณโต. ติธา ปภินฺนมโท มทหตฺถี. วนปพฺภารนฺติ วเน ปพฺภารํ.

จตูสุ ทิสาสุ สุขวิหาริตาย สุขวิหารฏฺฐานภูตา, ‘‘เอกํ ทิสํ ผริตฺวา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๓๐๘; ม. นิ. ๑.๗๗, ๔๕๙, ๕๐๙; ๒.๓๐๙) วา นเยน พฺรหฺมวิหารภาวนาผรณฏฺฐานภูตา จตสฺโส ทิสา เอตสฺสาติ จตุทฺทิโส, โส เอว จาตุทฺทิโส, จตสฺโส วา ทิสา จตุทฺทิสํ, วุตฺตนเยน ตมสฺสาติ จาตุทฺทิโส ยถา ‘‘สทฺโธ’’ติ. ตาเสฺวว ทิสาสุ กตฺถจิปิ สตฺเต วา สงฺขาเร วา ภเยน น ปฏิหนติ, สยํ วา เตหิ น ปฏิหญฺญเตติ อปฺปฏิโฆ. สนฺตุสฺสมาโนติ สเกน, สนฺเตน วา, สมเมว วา ตุสฺสนโก. อิตรีตเรนาติ เยน เกนจิ ปจฺจเยน, อุจฺจาวเจน วา. ปริจฺจ สยนฺติ ปวตฺตนฺติ กายจิตฺตานิ, ตานิ วา ปริสยนฺติ อภิภวนฺตีติ ปริสฺสยา, สีหพฺยคฺฆาทโย พาหิรา, กามจฺฉนฺทาทโย จ อชฺฌตฺติกา กายจิตฺตุปทฺทวา, อุปโยคตฺเถ เจตํ สามิวจนํ. สหิตาติ อธิวาสนขนฺติยา, วีริยาทิธมฺเมหิ จ ยถารหํ ขนฺตา, คหนฺตา จาติ อตฺโถ. ถทฺธภาวกรภยาภาเวน อฉมฺภี. เอโก จเรติ อสหาโย เอกากี หุตฺวา จริตุํ วิหริตุํ สกฺกุเณยฺย. สมตฺถเน หิ เอยฺย-สทฺโท ยถา ‘‘โก อิมํ วิชฏเย ชฏ’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๓) ขคฺควิสาณกปฺปตาย เอกวิหารีติ ทสฺเสติ ‘‘ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ อิมินา. สณฺฐาเนน ขคฺคสทิสํ เอกเมว มตฺถเก อุฏฺฐิตํ วิสาณํ ยสฺสาติ ขคฺโค; ขคฺคสทฺเทน ตํสทิสวิสาณสฺส คหิตตฺตา, มหึสปฺปมาโณ มิควิเสโส, โย โลเก ‘‘ปลาสาโท, คณฺฐโก’’ติ จ วุจฺจติ, ตสฺส วิสาเณน เอกีภาเวน สทิโสติ อตฺโถ. อปิจ เอกวิหาริตาย ขคฺควิสาณกปฺโปติ ทสฺเสตุมฺปิ เอวํ วุตฺตํ. วิตฺถาโร ปนสฺสา อตฺโถ ขคฺควิสาณสุตฺตวณฺณนายํ, (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๒) จูฬนิทฺเทเส (จูฬนิ. ๑๒๘) จ วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ.

เอวํ วณฺณิตนฺติ ขคฺควิสาณสุตฺเต ภควตา ตถา เทสนาย วิวริตํ, โถมิตํ วา. ขคฺคสฺส นาม มิคสฺส วิสาเณน กปฺโป สทิโส ตถา. กปฺป-สทฺโท เหตฺถ ‘‘สตฺถุกปฺเปน วต โภ กิร สาวเกน สทฺธึ มนฺตยมานา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๖๐) วิย ปฏิภาเค วตฺตติ, ตสฺส ภาโว ขคฺควิสาณกปฺปตา, ตํ โส อาปชฺชตีติ สมฺพนฺโธ.

วาตาภิฆาตาทีหิ สิยา สกุโณ ฉินฺนปกฺโข, อสญฺชาตปกฺโข วา, อิธ ปน เฑตุํ สมตฺโถ สปกฺขิโกว อธิปฺเปโตติ วิเสสทสฺสนตฺถํ ปาฬิยํ ‘‘ปกฺขี สกุโณ’’ติ วุตฺตํ, น ตุ ‘‘อากาเส อนฺตลิกฺเข จงฺกมตี’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๓.๑๑) วิย ปริยายมตฺตทสฺสนตฺถนฺติ อาห ‘‘ปกฺขยุตฺโต สกุโณ’’ติ. อุปฺปตตีติ อุทฺธํ ปตติ คจฺฉติ, ปกฺขนฺทตีติ อตฺโถ. วิธุนนฺตาติ วิภินฺทนฺตา, วิจาเลนฺตา วา. อชฺชตนายาติ อชฺชภาวตฺถาย. ตถา สฺวาตนายาติ เอตฺถาปิ. อตฺตโน ปตฺตํ เอว ภาโร ยสฺสาติ สปตฺตภาโร. มมายนตณฺหาภาเวน นิสฺสงฺโค. ปริคฺคหตณฺหาภาเวน นิรเปกฺโข. เยน กามนฺติ ยตฺถ อตฺตโน รุจิ, ตตฺถ. ภาวนปุํสกํ วา เอตํ. เยน ยถา ปวตฺโต กาโมติ หิ เยนกาโม, ตํ, ยถากามนฺติ อตฺโถ.