นีวรณปฺปหานกถาวณฺณนา

๒๑๖. ปุพฺเพ วุตฺตสฺเสว อตฺถจตุกฺกสฺส ปุน สมฺปิณฺเฑตฺวา กถนํ กิมตฺถนฺติ อธิปฺปาเยน อนุโยคํ อุทฺธริตฺวา โสเธติ ‘‘โส…เป… กึ ทสฺเสตี’’ติอาทินา. ปจฺจยสมฺปตฺตินฺติ สมฺภารปาริปูรึ. อิเม จตฺตาโรติ สีลสํวโร อินฺทฺริยสํวโร สมฺปชญฺญํ สนฺโตโสติ ปุพฺเพ วุตฺตา จตฺตาโร อารญฺญิกสฺส สมฺภารา. น อิชฺฌตีติ น สมฺปชฺชติ น สผโล ภวติ. น เกวลํ อนิชฺฌนมตฺตํ, อถ โข อยมฺปิ โทโสติ ทสฺเสติ ‘‘ติรจฺฉานคเตหิ วา’’ติอาทินา. วตฺตพฺพตํ อาปชฺชตีติ ‘‘อสุกสฺส ภิกฺขุโน อรญฺเญ ติรจฺฉานคตานํ วิย, วนจรกานํ วิย จ นิวาสนมตฺตเมว, น ปน อรญฺญวาสานุจฺฉวิกา กาจิ สมฺมาปฏิปตฺติ อตฺถี’’ติ อปวาทวเสน วจนียภาวมาปชฺชติ, อิมสฺสตฺถสฺส ปน ทสฺสเนน วิรุชฺฌนโต สทฺธึ-สทฺโท น โปราโณติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา อารญฺญเกหิ ติรจฺฉานคเตหิ, วนจรวิสภาคชเนหิ วา สทฺธึ วิปฺปฏิปตฺติวเสน วสนียภาวํ อาปชฺชติ. ‘‘น ภิกฺขเว ปณิธาย อรญฺเญ วตฺถพฺพํ, โย วเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๒๓) วิย หิ วตฺถพฺพ-สทฺโท วสิตพฺพปริยาโย. ตถา หิ วิภงฺคฏฺฐกถายมฺปิ วุตฺตํ ‘‘เอวรูปสฺส หิ อรญฺญวาโส กาฬมกฺกฏอจฺฉตรจฺฉทีปิมิคานํ อฏวิวาสสทิโส โหตี’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๕๒๖) อธิวตฺถาติ อธิวสนฺตา. ปฐมํ เภรวสทฺทํ สาเวนฺติ. ตาวตา อปลายนฺตสฺส หตฺเถหิปิ สีสํ ปหริตฺวา ปลาปนาการํ กโรนฺตีติ อาจริยสาริปุตฺตตฺเถเรน กถิตํ. เอวํ พฺยติเรกโต ปจฺจยสมฺปตฺติยา ทสฺสิตภาวํ ปกาเสตฺวา อิทานิ อนฺวยโตปิ ปกาเสตุํ ‘‘ยสฺส ปเนเต’’ติอาทิ วุตฺตํ. กถํ อิชฺฌตีติ อาห ‘‘โส หี’’ติอาทิ. กาฬโก ติลโกติ วณฺณวิการาปนโรควเสน อญฺญตฺถ ปริยายวจนํ. วุตฺตญฺหิ –

‘‘ทุนฺนามกญฺจ อริสํ, ฉทฺทิโก วมถูริโต;

ทวถุ ปริตาโปถ, ติลโก ติลกาฬโก’’ติ.

ติลสณฺฐานํ วิย ชายตีติ หิ ติลโก, กาโฬ หุตฺวา ชายตีติ กาฬโก. อิธ ปน ปณฺณตฺติวีติกฺกมสงฺขาตํ ถุลฺลวชฺชํ กาฬกสทิสตฺตา กาฬกํ, มิจฺฉาวีติกฺกมสงฺขาตํ อณุมตฺตวชฺชํ ติลกสทิสตฺตา ติลกนฺติ อยํ วิเสโส. ตนฺติ ตถา อุปฺปาทิตํ ปีตึ. วิคตภาเวน อุปฏฺฐานโต ขยวยวเสน สมฺมสนํ. ขียนฏฺเฐน หิ ขโยว วิคโต, วิปรีโต วา หุตฺวา อยนฏฺเฐน วโยติปิ วุจฺจติ. อริยภูมิ นาม โลกุตฺตรภูมิ. อิตีติ อริยภูมิโอกฺกมนโต, เทวตานํ วณฺณภณนโต วา, ตตฺถ ตตฺถ เทวตานํ วจนํ สุตฺวา ตสฺส ยโส ปตฺถโฏติ วุตฺตํ โหติ, เอวญฺจ กตฺวา เหฏฺฐา วุตฺตํ อยสปตฺถรณมฺปิ เทวตานมาโรจนวเสนาติ คเหตพฺพํ.

วิวิตฺต-สทฺโท ชนวิเวเกติ อาห ‘‘สุญฺญ’’นฺติ. ตํ ปน ชนสทฺทนิคฺโฆสาภาเวน เวทิตพฺพํ สทฺทกณฺฏกตฺตา ฌานสฺสาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆสนฺติ อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. ชนกคฺคหเณเนว หิ อิธ ชญฺญํ คหิตํ. ตถา หิ วุตฺตํ วิภงฺเค ‘‘ยเทว ตํ อปฺปนิคฺโฆสํ, ตเทว ตํ วิชนวาต’’นฺติ (วิภ. ๕๓๓). อปฺปสทฺทนฺติ จ ปกติสทฺทาภาวมาห. อปฺปนิคฺโฆสนฺติ นครนิคฺโฆสาทิสทฺทาภาวํ. อีทิเสสุ หิ พฺยญฺชนํ สาวเสสํ วิย, อตฺโถ ปน นิรวเสโสติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. มชฺฌิมาคมฏฺฐกถาวณฺณนายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๖๔) ปน อาจริยธมฺมปาลตฺเถโร เอวมาห ‘‘อปฺปสทฺทสฺส ปริตฺตปริยายํ มนสิ กตฺวา วุตฺตํ ‘พฺยญฺชนํ สาวเสสํ สิยา’ติ. เตนาห ‘น หิ ตสฺสา’ติอาทิ. อปฺปสทฺโท ปเนตฺถ อภาวตฺโถติปิ สกฺกา วิญฺญาตุํ ‘อปฺปาพาธตญฺจ สญฺชานามี’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๒๕) วิยา’’ติ. ตมตฺถํ วิภงฺคปาฬิยา (วิภ. ๕๒๘) สํสนฺทนฺโต ‘‘เอตเทวา’’ติอาทิมาห. เอตเทวาติ จ มยา สํวณฺณิยมานํ นิสฺสทฺทตํ เอวาติ อตฺโถ. สนฺติเกปีติ คามาทีนํ สมีเปปิ เอทิสํ วิวิตฺตํ นาม, ปเคว ทูเรติ อตฺโถ. อนากิณฺณนฺติ อสงฺกิณฺณํ อสมฺพาธํ. ยสฺส เสนาสนสฺส สมนฺตา คาวุตมฺปิ อฑฺฒโยชนมฺปิ ปพฺพตคหนํ วนคหนํ นทีคหนํ โหติ, น โกจิ อเวลาย อุปสงฺกมิตุํ สกฺโกติ, อิทํ สนฺติเกปิ อนากิณฺณํ นาม. เสตีติ สยติ. อาสตีติ นิสีทติ. ‘‘เอตฺถา’’ติ อิมินา เสน-สทฺทสฺส, อาสน-สทฺทสฺส จ อธิกรณตฺถภาวํ ทสฺเสติ, จ-สทฺเทน จ ตทุภยปทสฺส จตฺถสมาสภาวํ. ‘‘เตนาหา’’ติอาทินา วิภงฺคปาฬิเมว อาหรติ.

อิทานิ ตสฺสาเยวตฺถํ เสนาสนปฺปเภททสฺสนวเสน วิภาเวตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิภงฺคปาฬิยํ นิทสฺสนนเยน สรูปโต ทสฺสิตเสนาสนสฺเสว หิ อยํ วิภาโค. ตตฺถ วิหาโร ปาการปริจฺฉินฺโน สกโล อาวาโส. อฑฺฒโยโค ทีฆปาสาโท, ‘‘ครุฬสณฺฐานปาสาโท’’ติปิ วทนฺติ. ปาสาโท จตุรสฺสปาสาโท. หมฺมิยํ มุณฺฑจฺฉทนปาสาโท. อฏฺโฏ ปฏิราชูนํ ปฏิพาหนโยคฺโค จตุปญฺจภูมโก ปติสฺสยวิเสโส. มาโฬ เอกกูฏสงฺคหิโต อเนกโกณวนฺโต ปติสฺสยวิเสโส. อปโร นโย – วิหาโร ทีฆมุขปาสาโท. อฑฺฒโยโค เอกปสฺสฉทนกเคหํ. ตสฺส กิร เอกปสฺเส ภิตฺติ อุจฺจตรา โหติ, อิตรปสฺเส นีจา, เตน ตํ เอกฉทนกํ โหติ. ปาสาโท อายตจตุรสฺสปาสาโท. หมฺมิยํ มุณฺฑจฺฉทนกํ จนฺทิกงฺคณยุตฺตํ. คุหา เกวลา ปพฺพตคุหา. เลณํ ทฺวารพนฺธํ ปพฺภารํ. เสสํ วุตฺตนยเมว. ‘‘มณฺฑโปติ สาขามณฺฑโป’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๖) เอวํ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน, องฺคุตฺตรฏีกากาเรน จ อาจริยสาริปุตฺตตฺเถเรน วุตฺตํ.

วิภงฺคฏฺฐกถายํ (วิภ. อฏฺฐ. ๕๒๗) ปน วิหาโรติ สมนฺตา ปริหารปถํ, อนฺโตเยว จ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานานิ ทสฺเสตฺวา กตเสนาสนํ. อฑฺฒโยโคติ สุปณฺณวงฺกเคหํ. ปาสาโทติ เทฺว กณฺณิกานิ คเหตฺวา กโต ทีฆปาสาโท. อฏฺโฏติ ปฏิราชาทิปฏิพาหนตฺถํ อิฏฺฐกาหิ กโต พหลภิตฺติโก จตุปญฺจภูมโก ปติสฺสยวิเสโส. มาโฬติ โภชนสาลาสทิโส มณฺฑลมาโฬ. วินยฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เอกกูฏสงฺคหิโต จตุรสฺสปาสาโท’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๘๒-๔๘๗) วุตฺตํ. เลณนฺติ ปพฺพตํ ขณิตฺวา วา ปพฺภารสฺส อปฺปโหนกฏฺฐาเน กุฏฺฏํ อุฏฺฐาเปตฺวา วา กตเสนาสนํ. คุหาติ ภูมิทริ วา ยตฺถ รตฺตินฺทิวํ ทีปํ ลทฺธุํ วฏฺฏติ, ปพฺพตคุหา วา ภูมิคุหา วาติ วุตฺตํ.

ตํ อาวสถภูตํ ปติสฺสยเสนาสนํ วิหริตพฺพฏฺเฐน, วิหารฏฺฐานฏฺเฐน จ วิหารเสนาสนํ นาม. มสารกาทิจตุพฺพิโธ มญฺโจ. ตถา ปีฐํ. อุณฺณภิสิอาทิปญฺจวิธา ภิสิ. สีสปฺปมาณํ พิมฺโพหนํ. วิตฺถารโต วิทตฺถิจตุรงฺคุลตา, ทีฆโต มญฺจวิตฺถารปฺปมาณตา เจตฺถ สีสปฺปมาณํ. มสารกาทีนิ มญฺจปีฐภาวโต, ภิสิอุปธานญฺจ มญฺจปีฐสมฺพนฺธโต มญฺจปีฐเสนาสนํ. มญฺจปีฐภูตญฺหิ เสนาสนํ, มญฺจปีฐสมฺพนฺธญฺจ สามญฺญนิทฺเทเสน, เอกเสเสน วา ‘‘มญฺจปีฐเสนาสน’’นฺติ วุจฺจติ. อาจริยสาริปุตฺตตฺเถโรปิ เอวเมว วทติ. อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน ปน ‘‘มญฺจปีฐเสนาสนนฺติ มญฺจปีฐญฺเจว มญฺจปีฐสมฺพนฺธเสนาสนญฺจา’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๖) วุตฺตํ. จิมิลิกา นาม สุธาปริกมฺมกตาย ภูมิยา วณฺณานุรกฺขณตฺถํ ปฏขณฺฑาทีหิ สิพฺเพตฺวา กตา. จมฺมขณฺโฑ นาม สีหพฺยคฺฆทีปิตรจฺฉจมฺมาทีสุปิ ยํ กิญฺจิ จมฺมํ. อฏฺฐกถาสุ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๑๒; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๘๒) หิ เสนาสนปริโภเค ปฏิกฺขิตฺตจมฺมํ น ทิสฺสติ. ติณสนฺถาโรติ เยสํ เกสญฺจิ ติณานํ สนฺถาโร. เอเสว นโย ปณฺณสนฺถาเรปิ. จิมิลิกาทิ ภูมิยํ สนฺถริตพฺพตาย สนฺถตเสนาสนํ. ยตฺถ วา ปน ภิกฺขู ปฏิกฺกมนฺตีติ ฐเปตฺวา วา เอตานิ มญฺจาทีนิ ยตฺถ ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ, สพฺพเมตํ เสนาสนํ นามาติ เอวํ วุตฺตํ อวเสสํ รุกฺขมูลาทิปฏิกฺกมิตพฺพฏฺฐานํ อภิสงฺขรณาภาวโต เกวลํ สยนสฺส, นิสฺสชฺชาย จ โอกาสภูตตฺตา โอกาสเสนาสนํ. เสนาสนคฺคหเณนาติ ‘‘วิวิตฺตํ เสนาสน’’นฺติ อิมินา เสนาสนสทฺเทน วิวิตฺตเสนาสนสฺส วา อาทาเนน, วจเนน วา คหิตเมว สามญฺญโชตนาย วิเสเส อวฏฺฐานโต, วิเสสตฺถินา จ วิเสสสฺส ปยุชฺชิตพฺพโต.

ยเทวํ กสฺมา ‘‘อรญฺญ’’นฺติอาทิ ปุน วุตฺตนฺติ อนุโยเคน ‘‘อิธ ปนสฺสา’’ติอาทิมาห. เอวํ คหิเตสุปิ เสนาสเนสุ ยถาวุตฺตสฺส ภิกฺขุโน อนุจฺฉวิกเมว เสนาสนํ ทสฺเสตุกามตฺตา ปุน เอวํ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘ภิกฺขุนีนํ วเสน อาคต’’นฺติ อิทํ วินเย อาคตเมว สนฺธาย วุตฺตํ, น อภิธมฺเม. วินเย หิ คณมฺหาโอหียนสิกฺขาปเท (ปาจิ. ๖๙๑) ภิกฺขุนีนํ อารญฺญกธุตงฺคสฺส ปฏิกฺขิตฺตตฺตา อิทมฺปิ จ ตาสํ อรญฺญํ นาม, น ปน ปญฺจธนุสติกํ ปจฺฉิมํ อรญฺญเมว เสนาสนํ, อิทมฺปิ จ ตาสํ คณมฺหาโอหียนาปตฺติกรํ, น ตุ ปญฺจธนุสติกาทิเมว อรญฺญํ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ –

‘‘เอกา วา คณมฺหา โอหีเยยฺยาติ อคามเก อรญฺเญ ทุติยิกาย ภิกฺขุนิยา ทสฺสนูปจารํ วา สวนูปจารํ วา วิชหนฺติยา อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส, วิชหิเต อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ.

วินยฏฺฐกถาสุปิ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๙๒) หิ ตถาว อตฺโถ วุตฺโตติ. อภิธมฺเม ปน ‘‘อรญฺญนฺติ นิกฺขมิตฺวา พหิ อินฺทขีลา สพฺพเมตํ อรญฺญ’’นฺติ (วิภ. ๕๒๙) อาคตํ. วินยสุตฺตนฺตา หิ อุโภปิ ปริยายเทสนา นาม, อภิธมฺโม ปน นิปฺปริยายเทสนา, ตสฺมา ยํ น คามปเทสนฺโตคธํ, ตํ อรญฺญนฺติ นิปฺปริยาเยน ทสฺเสตุํ ตถา วุตฺตํ. อินฺทขีลา พหิ นิกฺขมิตฺวา ยํ ฐานํ ปวตฺตํ, สพฺพเมตํ อรญฺญํ นามาติ เจตฺถ อตฺโถ. อารญฺญกํ นาม…เป… ปจฺฉิมนฺติ อิทํ ปน สุตฺตนฺตนเยน อารญฺญกสิกฺขาปเท (ปารา. ๖๕๒) อารญฺญิกํ ภิกฺขุํ สนฺธาย วุตฺตํ อิมสฺส ภิกฺขุโน อนุรูปํ, ตสฺมา วิสุทฺธิมคฺเค ธุตงฺคนิทฺเทเส (วิสุทฺธิ. ๑.๑๙) ยํ ตสฺส ลกฺขณํ วุตฺตํ, ตํ ยุตฺตเมว, อโต ตตฺถ วุตฺตนเยน คเหตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.

สนฺทจฺฉายนฺติ สีตจฺฉายํ. เตนาห ‘‘ตตฺถ หี’’ติอาทิ. รุกฺขมูลนฺติ รุกฺขสมีปํ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยาวตา มชฺฌนฺหิเก กาเล สมนฺตา ฉายา ผรติ, นิวาเต ปณฺณานิ นิปตนฺติ, เอตฺตาวตา รุกฺขมูล’’นฺติ. ปพฺพตนฺติ สุทฺธปาสาณสุทฺธปํสุอุภยมิสฺสกวเสน ติวิโธปิ ปพฺพโต อธิปฺเปโต, น สิลามโย เอว. เสล-สทฺโท ปน อวิเสสโต ปพฺพตปริยาโยติ กตฺวา เอวํ วุตฺตํ. ‘‘ตตฺถ หี’’ติอาทินา ตทุภยสฺส อนุรูปตํ ทสฺเสติ. ทิสาสุ ขายมานาสูติ ทสสุ ทิสาสุ อภิมุขีภาเวน ทิสฺสมานาสุ. ตถารูเปนปิ การเณน สิยา จิตฺตสฺส เอกคฺคตาติ เอตํ วุตฺตํ, สพฺพทิสาหิ อาคเตน วาเตน พีชิยมานภาวเหตุทสฺสนตฺถนฺติ เกจิ. กํ วุจฺจติ อุทกํ ปิปาสวิโนทนสฺส การกตฺตา. ‘‘ยํ นทีตุมฺพนฺติปิ นทีกุญฺชนฺติปิ วทนฺติ, ตํ กนฺทรนฺติ อปพฺพตปเทเสปิ วิทุคฺคนทีนิวตฺตนปเทสํ กนฺทรนฺติ ทสฺเสตี’’ติ (วิภ. มูลฏี. ๕๓๐) อาจริยานนฺทตฺเถโร, เตเนว วิญฺญายติ ‘‘นทีตุมฺพนทีกุญฺชสทฺทา นทีนิวตฺตนปเทสวาจกา’’ติ. นทีนิวตฺตนปเทโส จ นาม นทิยา นิกฺขมนอุทเกน ปุน นิวตฺติตฺวา คโต วิทุคฺคปเทโส. ‘‘อปพฺพตปเทเสปี’’ติ วทนฺโต ปน อฏฺฐกถายํ นิทสฺสนมตฺเตน ปฐมํ ปพฺพตปเทสนฺติ วุตฺตํ, ยถาวุตฺโต ปน นทีปเทโสปิ กนฺทโร เอวาติ ทสฺเสติ.

‘‘ตตฺถ หี’’ติอาทินาปิ นิทสฺสนมตฺเตเนว ตสฺสานุรูปภาวมาห. อุสฺสาเปตฺวาติ ปุญฺชํ กตฺวา. ‘‘ทฺวินฺนํ ปพฺพตานมฺปิ อาสนฺนตเร ฐิตานํ โอวรกาทิสทิสํ วิวรํ โหติ, เอกสฺมึเยว ปน ปพฺพเต อุมงฺคสทิส’’นฺติ วทนฺติ อาจริยา. เอกสฺมึเยว หิ อุมงฺคสทิสํ อนฺโตเลณํ โหติ อุปริ ปฏิจฺฉนฺนตฺตา, น ทฺวีสุ ตถา อปฺปฏิจฺฉนฺนตฺตา, ตสฺมา ‘‘อุมงฺคสทิส’’นฺติ อิทํ ‘‘เอกสฺมึ เยวา’’ติ อิมินา สมฺพนฺธนียํ. ‘‘มหาวิวร’’นฺติ อิทํ ปน อุภเยหิปิ. อุมงฺคสทิสนฺติ จ ‘‘สุทุงฺคาสทิส’’นฺติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๖) อาจริเยน วุตฺตํ. สุทุงฺคาติ หิ ภูมิฆรสฺเสตํ อธิวจนํ, ‘‘ตํ คเหตฺวา สุทุงฺคาย รวนฺตํ ยกฺขินี ขิปี’’ติอาทีสุ วิย. มนุสฺสานํ อนุปจารฏฺฐานนฺติ ปกติสญฺจารวเสน มนุสฺเสหิ น สญฺจริตพฺพฏฺฐานํ. กสฺสนวปฺปนาทิวเสน หิ ปกติสญฺจารปฏิกฺเขโป อิธาธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘ยตฺถ น กสนฺติ น วปนฺตี’’ติ. อาทิสทฺเทน ปน ‘‘วนปตฺถนฺติ วนสณฺฐานเมตํ เสนาสนานํ อธิวจนํ, วนปตฺถนฺติ ภีสนกานเมตํ, วนปตฺถนฺติ สโลมหํสานเมตํ, วนปตฺถนฺติ ปริยนฺตานเมตํ, วนปตฺถนฺติ น มนุสฺสูปจารานเมตํ เสนาสนานํ อธิวจน’’นฺติ (วิภ. ๕๓๑) อิมํ วิภงฺคปาฬิเสสํ สงฺคณฺหาติ. ปตฺโถติ หิ ปพฺพตสฺส สมานภูมิ, โย ‘‘สานู’’ติปิ วุจฺจติ, ตสฺสทิสตฺตา ปน มนุสฺสานมสญฺจรณภูตํ วนํ, ตสฺมา ปตฺถสทิสํ วนํ วนปตฺโถติ วิเสสนปรนิปาโต ทฏฺฐพฺโพ. สพฺเพสํ สพฺพาสุ ทิสาสุ อภิมุโข โอกาโส อพฺโภกาโสติ อาห ‘‘อจฺฉนฺน’’นฺติ, เกนจิ ฉทเนน อนฺตมโส รุกฺขสาขายปิ น ฉาทิตนฺติ อตฺโถ. ทณฺฑกานํ อุปริ จีวรํ ฉาเทตฺวา กตา จีวรกุฏิ. นิกฺกฑฺฒิตฺวาติ นีหริตฺวา. อนฺโตปพฺภารเลณสทิโส ปลาลราสิเยว อธิปฺเปโต, อิตรถา ติณปณฺณสนฺถารสงฺโคปิ สิยาติ วุตฺตํ ‘‘ปพฺภารเลณสทิเส อาลเย’’ติ, ปพฺภารสทิเส, เลณสทิเส วาติ อตฺโถ. คจฺฉคุมฺพาทีนมฺปีติ ปิ-สทฺเทน ปุริมนยํ สมฺปิณฺเฑติ.

ปิณฺฑปาตสฺส ปริเยสนํ ปิณฺฑปาโต อุตฺตรปทโลเปน, ตโต ปฏิกฺกนฺโต ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโตติ อาห ‘‘ปิณฺฑปาตปริเยสนโต ปฏิกฺกนฺโต’’ติ. ปลฺลงฺกนฺติ เอตฺถ ปริ-สทฺโท ‘‘สมนฺตโต’’ติ เอตสฺมึ อตฺเถ, ตสฺมา ปริสมนฺตโต องฺกนํ อาสนํ ปลฺลงฺโก ร-การสฺส ล-การํ, ทฺวิภาวญฺจ กตฺวา ยถา ‘‘ปลิพุทฺโธ’’ติ, (มิ. ป. ๖.๓.๖) สมนฺตภาโว จ วาโมรุํ, ทกฺขิโณรุญฺจ สมํ ฐเปตฺวา อุภินฺนํ ปาทานํ อญฺญมญฺญสมฺพนฺธนกรณํ. เตนาห ‘‘สมนฺตโต อูรุพทฺธาสน’’นฺติ. อูรูนํ พนฺธนวเสน นิสชฺชาว อิธ ปลฺลงฺโก, น อาหริเมหิ วาเฬหิ กโตติ วุตฺตํ โหติ. อาภุชิตฺวาติ จ ยถา ปลฺลงฺกวเสน นิสชฺชา โหติ, ตถา อุโภ ปาเท อาภุคฺเค สมิญฺชิเต กตฺวา, ตํ ปน อุภินฺนํ ปาทานํ ตถาพนฺธตากรณเมวาติ อาห ‘‘พนฺธิตฺวา’’ติ. อุชุํ กายนฺติ เอตฺถ กาย-สทฺโท อุปริมกายวิสโย เหฏฺฐิมกายสฺส อนุชุกํ ฐปนสฺส นิสชฺชาวจเนเนว วิญฺญาปิตตฺตาติ วุตฺตํ ‘‘อุปริมํ สรีรํ อุชุํ ฐเปตฺวา’’ติ. ตํ ปน อุปริมกายสฺส อุชุกํ ฐปนํ สรูปโต ทสฺเสติ ‘‘อฏฺฐารสา’’ติอาทินา, อฏฺฐารสนฺนํ ปิฏฺฐิกณฺฏกฏฺฐิกานํ โกฏิยา โกฏึ ปฏิปาทนเมว ตถา ฐปนนฺติ อธิปฺปาโย.

อิทานิ ตถา ฐปนสฺส ปโยชนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวญฺหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เอวนฺติ ตถา ฐปเน สติ, อิมินา วา ตถาฐปนเหตุนา. น ปณมนฺตีติ น โอนมนฺติ. ‘‘อถสฺสา’’ติอาทิ ปน ปรมฺปรปโยชนทสฺสนํ. อถาติ เอวํ อโนนมเน. เวทนาติ ปิฏฺฐิคิลานาทิเวทนา. น ปริปตตีติ น วิคจฺฉติ วีถึ น วิลงฺเฆติ. ตโต เอว ปุพฺเพนาปรํ วิเสสปฺปตฺติยา กมฺมฏฺฐานํ วุทฺธึ ผาตึ เวปุลฺลํ อุปคจฺฉติ. ปริสทฺโท เจตฺถ อภิสทฺทปริยาโย อภิมุขตฺโถติ วุตฺตํ ‘‘กมฺมฏฺฐานาภิมุข’’นฺติ, พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมณโต นิวาเรตฺวา กมฺมฏฺฐานํเยว ปุรกฺขตฺวาติ อตฺโถ. ปริสทฺทสฺส สมีปตฺถตํ ทสฺเสติ ‘‘มุขสมีเป วา กตฺวา’’ติ อิมินา, มุขสฺส สมีเป วิย จิตฺเต นิพทฺธํ อุปฏฺฐาปนวเสน กตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ปริสทฺทสฺส สมีปตฺถตํ วิภงฺคปาฬิยา (วิภ. ๕๓๗) สาเธตุํ ‘‘เตเนวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นาสิกคฺเคติ นาสปุฏคฺเค. มุขนิมิตฺตํ นาม อุตฺตโรฏฺฐสฺส เวมชฺฌปฺปเทโส, ยตฺถ นาสิกวาโต ปฏิหญฺญติ.

เอตฺถ จ ยถา ‘‘วิวิตฺตํ เสนาสนํ ภชตี’’ติอาทินา (วิภ. ๕๐๘) ภาวนานุรูปํ เสนาสนํ ทสฺสิตํ, เอวํ ‘‘นิสีทตี’’ติ อิมินา อลีนานุทฺธจฺจปกฺขิโก สนฺโต อิริยาปโถ ทสฺสิโต, ‘‘ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา’’ติ อิมินา นิสชฺชาย ทฬฺหภาโว, ‘‘ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา’’ติ อิมินา อารมฺมณปริคฺคหณูปาโยติ. ปริ-สทฺโท ปริคฺคหฏฺโฐ ‘‘ปริณายิกา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๖) วิย. มุข-สทฺโท นิยฺยานฏฺโฐ ‘‘สุญฺญตวิโมกฺขมุข’’นฺติอาทีสุ วิย. ปฏิปกฺขโต นิกฺขมนเมว หิ นิยฺยานํ. อสมฺโมสนภาโว อุปฏฺฐานฏฺโฐ. ตตฺราติ ปฏิสมฺภิทานเย. ปริคฺคหิตนิยฺยานนฺติ สพฺพถา คหิตาสมฺโมสตาย ปริคฺคหิตํ, ปริจฺจตฺตสมฺโมสปฏิปกฺขตาย จ นิยฺยานํ สตึ กตฺวา, ปรมํ สติเนปกฺกํ อุปฏฺฐเปตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. อยํ อาจริยธมฺมปาลตฺเถรสฺส, อาจริยสาริปุตฺตตฺเถรสฺส จ มติ. อถ วา ‘‘กายาทีสุ สุฏฺฐุปวตฺติยา ปริคฺคหิตํ, ตโต เอว จ นิยฺยานภาวยุตฺตํ, กายาทิปริคฺคหณญาณสมฺปยุตฺตตาย วา ปริคฺคหิตํ, ตโตเยว จ นิยฺยานภูตํ อุปฏฺฐานํ กตฺวาติ อตฺโถ’’ติ อยํ อาจริยานนฺทตฺเถรสฺส (วิภ. มูลฏี. ๕๓๗) มติ.

๒๑๗. อภิชฺฌายติ คิชฺฌติ อภิกงฺขติ เอตายาติ อภิชฺฌา, กามจฺฉนฺทนีวรณํ. ลุจฺจนฏฺเฐนาติ ภิชฺชนฏฺเฐน, ขเณ ขเณ ภิชฺชนฏฺเฐนาติ อตฺโถติ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน, (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๗) องฺคุตฺตรฏีกากาเรน จ อาจริยสาริปุตฺตตฺเถเรน วุตฺตํ. สุตฺเตสุ จ ทิสฺสติ ‘‘ลุจฺจตีติ โข ภิกฺขุ โลโกติ วุจฺจติ. กิญฺจ ลุจฺจติ? จกฺขุ โข ภิกฺขุ ลุจฺจติ, รูปา ลุจฺจนฺติ, จกฺขุวิญฺญาณํ ลุจฺจตี’’ติอาทิ. (สํ. นิ. ๔.๘๒) อภิธมฺมฏฺฐกถายํ, (ธ. ส. อฏฺฐ. ๗-๑๓) ปน อิธ จ อธุนา โปตฺถเก ‘‘ลุจฺจนปลุจฺจนฏฺเฐนา’’ติ ลิขิตํ. ตตฺถ ลุจฺจนเมว ปลุจฺจนปริยาเยน วิเสเสตฺวา วุตฺตํ. ลุจสทฺโท หิ อเปกฺขนาทิอตฺโถปิ ภวติ ‘‘โอโลเกตี’’ติอาทีสุ, ภิชฺชนปภิชฺชนฏฺเฐนาติ อตฺโถ. วํสตฺถปกาสินิยํ ปน วุตฺตํ ‘‘ขณภงฺควเสน ลุจฺจนสภาวโต, จุติภงฺควเสน จ ปลุจฺจนสภาวโต โลโก นามา’’ติ (วํสตฺถปกาสินิยํ นาม มหาวํสฏีกายํ ปฐมปริจฺเฉเท ปญฺจมคาถา วณฺณนายํ) เกจิ ปน ‘‘ภิชฺชนอุปฺปชฺชนฏฺเฐนา’’ติ อตฺถํ วทนฺติ. อาหจฺจภาสิตวจนตฺเถน วิรุชฺฌนโต, ลุจสทฺทสฺส จ อนุปฺปาทวาจกตฺตา อยุตฺตเมเวตํ. อปิจ อาจริเยหิปิ ‘‘ลุจฺจนปลุจฺจนฏฺเฐนา’’ติ ปาฐเมว อุลฺลิงฺเคตฺวา ตถา อตฺโถ วุตฺโต สิยา, ปจฺฉา ปน ปรมฺปราภตวเสน ปมาทเลขตฺตา ตตฺถ ตตฺถ น ทิฏฺโฐติ ทฏฺฐพฺพํ, น ลุจฺจติ น ปลุจฺจตีติ โย คหิโตปิ ตถา น โหติ, เสฺวว โลโก, อนิจฺจานุปสฺสนาย วา ลุจฺจติ ภิชฺชติ วินสฺสตีติ คเหตพฺโพว โลโกติ ตํคหณรหิตานํ โลกุตฺตรานํ นตฺถิ โลกตา, ทุกฺขสจฺจํ วา โลโกติ วุตฺตํ ‘‘ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา โลโก’’ติ. เอวํ ตตฺถ ตตฺถ วจนโตปิ ยถาวุตฺโต เกสญฺจิ อตฺโถ น ยุตฺโตติ.

ตสฺมาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธานเมว โลกภาวโต. วิกฺขมฺภนวเสนาติ เอตฺถ วิกฺขมฺภนํ ตทงฺคปฺปหานวเสเนว อนุปฺปาทนํ อปฺปวตฺตนํ, น ปน วิกฺขมฺภนปฺปหานวเสน ปฏิปกฺขานํ สุฏฺฐุปหีนํ. ‘‘ปหีนตฺตา’’ติ หิ ตถาปหีนสทิสตํ เอว สนฺธาย วุตฺตํ. กสฺมาติ เจ? ฌานสฺส อนธิคตตฺตา. เอวํ ปน ปุพฺพภาคภาวนาย ตถา ปหานโตเยเวตํ จิตฺตํ วิคตาภิชฺฌํ นาม, น ตุ จกฺขุวิญฺญาณมิว สภาวโต อภิชฺฌาวิรหิตตฺตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘น จกฺขุวิญฺญาณสทิเสนา’’ติ วุตฺตํ. ยถา ตนฺติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ, ตํ จิตฺตํ วา. อธุนา มุญฺจนสฺส, อนาคเต จ ปุน อนาทานสฺส กรณํ ปริโสธนํ นามาติ วุตฺตํ โหติ. ยถา จ อิมสฺส จิตฺตสฺส ปุพฺพภาคภาวนาย ปริโสธิตตฺตา วิคตาภิชฺฌตา, เอวํ อพฺยาปนฺนตา, วิคตถินมิทฺธตา, อนุทฺธตตา, นิพฺพิจิกิจฺฉตา จ เวทิตพฺพาติ นิทสฺเสนฺโต ‘‘พฺยาปาทปโทสํ ปหายาติอาทีสุปิ เอเสว นโย’’ติ อาห. ปูติกุมฺมาสาทโยติ อาภิโทสิกยวกุมฺมาสาทโย. ปุริมปกตินฺติ ปริสุทฺธปณฺฑรสภาวํ, อิมินา วิการมาปชฺชตีติ อตฺถํ ทสฺเสติ. วิการาปตฺติยาติ ปุริมปกติวิชหนสงฺขาเตน วิการมาปชฺชเนน. ‘‘อุภย’’นฺติอาทินา ตุลฺยตฺถสมาสภาวมาห. ‘‘ยา ตสฺมึ สมเย จิตฺตสฺส อกลฺลตา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๑๖๒; วิภ. ๕๔๖) ถินสฺส, ‘‘ยา ตสฺมึ สมเย กายสฺส อกลฺลตา’’ติอาทินา จ มิทฺธสฺส อภิธมฺเม นิทฺทิฏฺฐตฺตา ‘‘ถินํ จิตฺตเคลญฺญํ, มิทฺธํ เจตสิกเคลญฺญ’’นฺติ วุตฺตํ. สติปิ หิ ถินมิทฺธสฺส อญฺญมญฺญํ อวิปฺปโยเค จิตฺตกายลหุตาทีนํ วิย จิตฺตเจตสิกานํ ยถากฺกมํ ตํตํวิเสสสฺส ยา เตสํ อกลฺลตาทีนํ วิเสสปจฺจยตา, อยเมเตสํ สภาโวติ ทฏฺฐพฺพํ. ทิฏฺฐาโลโก นาม ปสฺสิโต รตฺตึ จนฺทาโลกทีปาโลกอุกฺกาโลกาทิ, ทิวา จ สูริยาโลกาทิ. รตฺติมฺปิ ทิวาปิ ตสฺส สญฺชานนสมตฺถา สญฺญา อาโลกสญฺญา, ตสฺสา จ วิคตนีวรณาย ปริสุทฺธาย อตฺถิตา อิธ อธิปฺเปตา. อติสยตฺถวิสิฏฺฐสฺส หิ อตฺถิอตฺถสฺส อวโพธโก อยมีกาโรติ ทสฺเสนฺโต ‘‘รตฺติมฺปี’’ติอาทิมาห, วิคตถินมิทฺธภาวสฺส การณตฺตา เจตํ วุตฺตํ. สุตฺเตสุ ปากโฏวายมตฺโถ.

สรตีติ สโต, สมฺปชานาตีติ สมฺปชาโนติ เอวํ ปุคฺคลนิทฺเทโสติ ทสฺเสติ ‘‘สติยา จ ญาเณน จ สมนฺนาคโต’’ติ อิมินา. สนฺเตสุปิ อญฺเญสุ วีริยสมาธิอาทีสุ กสฺมา อิทเมว อุภยํ วุตฺตํ, วิคตาภิชฺฌาทีสุ วา อิทํ อุภยํ อวตฺวา กสฺมา อิเธว วุตฺตนฺติ อนุโยคมปเนตุํ ‘‘อิทํ อุภย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ, ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน นิทฺทิฏฺฐสติสมฺปชญฺญสงฺขาตํ อิทํ อุภยนฺติ อตฺโถ. อติกฺกมิตฺวา ฐิโตติ ต-สทฺทสฺส อตีตตฺถตํ อาห, ปุพฺพภาคภาวนาย ปชหนเมว จ อติกฺกมนํ. ‘‘กถํ อิทํ กถํ อิท’’นฺติ ปวตฺตตีติ กถํกถา, วิจิกิจฺฉา, สา เอตสฺส อตฺถีติ กถํกถี, น กถํกถี อกถํกถี, นิพฺพิจิกิจฺโฉติ วจนตฺโถ, อตฺถมตฺตํ ปน ทสฺเสตุํ ‘‘กถํ อิทํ กถํ อิท’นฺติ เอวํ นปฺปวตฺตตีติ อกถํกถี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘กุสเลสุ ธมฺเมสู’’ติ อิทํ ‘‘อกถํกถี’’ติ อิมินา สมฺพชฺฌิตพฺพนฺติ อาห ‘‘น วิจิกิจฺฉติ, น กงฺขตีติ อตฺโถ’’ติ. วจนตฺถลกฺขณาทิเภทโตติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ปจฺจยปหานปหายกาทีนมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. เตปิ หิ ปเภทโต วตฺตพฺพาติ.

๒๑๘. วฑฺฒิยา คหิตํ ธนํ อิณํ นามาติ วุตฺตํ ‘‘วฑฺฒิยา ธนํ คเหตฺวา’’ติ. วิคโต อนฺโต พฺยนฺโต, โส ยสฺสาติ พฺยนฺตี. เตนาห ‘‘วิคตนฺต’’นฺติ, วิรหิตทาตพฺพอิณปริยนฺตํ กเรยฺยาติ เจตสฺส อตฺโถ. เตสนฺติ วฑฺฒิยา คหิตานํ อิณธนานํ. ปริยนฺโต นาม ตทุตฺตริ ทาตพฺพอิณเสโส. นตฺถิ อิณมสฺสาติ อณโณ. ตสฺส ภาโว อาณณฺยํ. ตเมว นิทานํ อาณณฺยนิทานํ, อาณณฺยเหตุ อาณณฺยการณาติ อตฺโถ. อาณณฺยเมว หิ นิทานํ การณมสฺสาติ วา อาณณฺยนิทานํ, ‘‘ปาโมชฺชํ โสมนสฺส’’นฺติ อิเมหิ สมฺพนฺโธ. ‘‘อิณปลิโพธโต มุตฺโตมฺหี’’ติ พลวปาโมชฺชํ ลภติ. ‘‘ชีวิกานิมิตฺตมฺปิ เม อวสิฏฺฐํ อตฺถี’’ติ โสมนสฺสํ อธิคจฺฉติ.

๒๑๙. วิสภาคเวทนา นาม ทุกฺขเวทนา. สา หิ กุสลวิปากสนฺตานสฺส วิโรธิภาวโต สุขเวทนาย วิสภาคา, ตสฺสา อุปฺปตฺติยา กรณภูตาย. กกเจเนวาติ กกเจน อิว. จตุอิริยาปถนฺติ จตุพฺพิธมฺปิ อิริยาปถํ. พฺยาธิโต หิ ยถา ฐานคมเนสุ อสมตฺโถ, เอวํ นิสชฺชาทีสุปิ. อาพาเธตีติ ปีเฬติ. วาตาทีนํ วิการภูตา วิสมาวตฺถาเยว ‘‘อาพาโธ’’ติ วุจฺจติ. เตนาห ‘‘ตํสมุฏฺฐาเนน ทุกฺเขน ทุกฺขิโต’’ติ, อาพาธสมุฏฺฐาเนน ทุกฺขเวทนาสงฺขาเตน ทุกฺเขน ทุกฺขิโต ทุกฺขสมนฺนาคโตติ อตฺโถ. ทุกฺขเวทนาย ปน อาพาธภาเวน อาทิมฺหิ พาธตีติ อาพาโธติ กตฺวา อาพาธสงฺขาเตน มูลพฺยาธินา อาพาธิโก, อปราปรํ สญฺชาตทุกฺขสงฺขาเตน อนุพนฺธพฺยาธินา ทุกฺขิโตติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. เอวญฺหิ สติ ทุกฺขเวทนาวเสน วุตฺตสฺส ทุกฺขิตปทสฺส อาพาธิกปเทน วิเสสิตพฺพตา ปากฏา โหตีติ อยเมตฺถ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๙) วุตฺตนโย. อธิกํ มตฺตํ ปมาณํ อธิมตฺตํ, พาฬฺหํ, อธิมตฺตํ คิลาโน ธาตุสงฺขเยน ปริกฺขีณสรีโรติ อธิมตฺตคิลาโน. อธิมตฺตพฺยาธิปเรตตายาติ อธิมตฺตพฺยาธิปีฬิตตาย. น รุจฺเจยฺยาติ น รุจฺเจถ, กมฺมตฺถปทญฺเจตํ ‘‘ภตฺตญฺจสฺสา’’ติ เอตฺถ ‘‘อสฺสา’’ติ กตฺตุทสฺสนโต. มตฺตาสทฺโท อนตฺถโกติ วุตฺตํ ‘‘พลมตฺตาติ พลเมวา’’ติ, อปฺปมตฺตกํ วา พลํ พลมตฺตา. ตทุภยนฺติ ปาโมชฺชํ, โสมนสฺสญฺจ. ลเภถ ปาโมชฺชํ ‘‘โรคโต มุตฺโตมฺหี’’ติ. อธิคจฺเฉยฺย โสมนสฺสํ ‘‘อตฺถิ เม กายพล’’นฺติ ปาฬิยา อตฺโถ.

๒๒๐. กากณิกมตฺตํ นาม ‘‘เอกคุญฺชมตฺต’’นฺติ วทนฺติ. ‘‘ทิยฑฺฒวีหิมตฺต’’นฺติ วินยฏีกายํ วุตฺตํ. อปิจ กณ-สทฺโท กุณฺฑเก –

‘‘อกณํ อถุสํ สุทฺธํ, สุคนฺธํ ตณฺฑุลปฺผลํ;

ตุณฺฑิกีเร ปจิตฺวาน, ตโต ภุญฺชนฺติ โภชน’’นฺติ. (ที. นิ. ๓.๒๘๑) อาทีสุ วิย;

‘‘กโณ ตุ กุณฺฑโก ภเว’’ติ (อภิธาเน ภกณฺเฑ จตุพฺพณฺณวคฺเค ๔๕๔ คาถา) หิ วุตฺตํ. อปฺปโก ปน กโณ กากโณติ วุจฺจติ ยถา ‘‘กาลวณ’’นฺติ, ตสฺมา กากโณว ปมาณมสฺสาติ กากณิกํ, กากณิกเมว กากณิกมตฺตํ, ขุทฺทกกุณฺฑกปฺปมาณเมวาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอวญฺหิ สติ ‘‘ราชทาโย นาม กากณิกมตฺตํ น วฏฺฏติ, อฑฺฒมาสคฺฆนิกํ มํสํ เทตี’’ติ (ชา. อฏฺฐ. ๖.อุมงฺคชาตกวณฺณนาย) วุตฺเตน อุมงฺคชาตกวจเนน จ อวิรุทฺธํ โหติ. วโยติ ขโย ภงฺโค, ตสฺส ‘‘พนฺธนา มุตฺโตมฺหี’’ติ อาวชฺชยโต ตทุภยํ โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ลเภถ ปาโมชฺชํ, อธิคจฺเฉยฺย โสมนสฺส’’นฺติ. วจนาวเสสํ สนฺธาย ‘‘เสสํ วุตฺตนเยเนวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วุตฺตนเยเนวาติ จ ปฐมทุติยปเทสุ วุตฺตนเยเนว. สพฺพปเทสูติ ตติยาทีสุ ตีสุ โกฏฺฐาเสสุ. เอเกโก หิ อุปมาปกฺโข ‘‘ปท’’นฺติ วุตฺโต.

๒๒๑-๒๒๒. อธีโนติ อายตฺโต, น เสริภาวยุตฺโต. เตนาห ‘‘อตฺตโน รุจิยา กิญฺจิ กาตุํ น ลภตี’’ติ. เอวมิตรสฺมิมฺปิ. เยน คนฺตุกาโม, เตน กามํ คโม น โหตีติ สปาฐเสสโยชนํ ทสฺเสตุํ ‘‘เยนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กามนฺติ เจตํ ภาวนปุํสกวจนํ, กาเมน วา อิจฺฉาย คโม กามํคโม นิคฺคหีตาคเมน. ทาสพฺยาติ เอตฺถ พฺย-สทฺทสฺส ภาวตฺถตํ ทสฺเสติ ‘‘ทาสภาวา’’ติ อิมินา. อปราธีนตาย อตฺตโน ภุโช วิย สกิจฺเจ เอสิตพฺโพ เปสิตพฺโพติ ภุชิสฺโส, สยํวสีติ นิพฺพจนํ. ‘‘ภุโช นาม อตฺตโน ยถาสุขํ วินิโยโค, โส อิสฺโส อิจฺฉิตพฺโพ เอตฺถาติ ภุชิสฺโส, อสฺสามิโก’’ติ มูลปณฺณาสกฏีกายํ วุตฺตํ. อตฺถมตฺตํ ปน ทสฺเสนฺโต ‘‘อตฺตโน สนฺตโก’’ติ อาห, อตฺตาว อตฺตโน สนฺตโก, น ปรสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. อนุทกตาย กํ ปานียํ ตาเรนฺติ เอตฺถาติ กนฺตาโร, อทฺธานสทฺโท จ ทีฆปริยาโยติ วุตฺตํ ‘‘นิรุทกํ ทีฆมคฺค’’นฺติ.

๒๒๓. เสสานีติ พฺยาปาทาทีนิ. ตตฺราติ ทสฺสเน. อยนฺติ อิทานิ วุจฺจมานา สทิสตา, เยน อิณาทีนํ อุปมาภาโว, กามจฺฉนฺทาทีนญฺจ อุปเมยฺยภาโว โหติ, โส เนสํ อุปโมปเมยฺยสมฺพนฺโธ สทิสตาติ ทฏฺฐพฺพํ. เตหีติ ปเรหิ อิณสามิเกหิ. กิญฺจิ ปฏิพาหิตุนฺติ ผรุสวจนาทิกํ กิญฺจิปิ ปฏิเสเธตุํ น สกฺโกติ อิณํ ทาตุมสกฺกุณตฺตา. กสฺมาติ วุตฺตํ ‘‘ติติกฺขาการณ’’นฺติอาทิ, อิณสฺส ติติกฺขาการณตฺตาติ อตฺโถ. โย ยมฺหิ กามจฺฉนฺเทน รชฺชตีติ โย ปุคฺคโล ยมฺหิ กามจฺฉนฺทสฺส วตฺถุภูเต ปุคฺคเล กามจฺฉนฺเทน รชฺชติ. ตณฺหาสหคเตน ตํ วตฺถุํ คณฺหาตีติ ตณฺหาภูเตน กามจฺฉนฺเทน ตํ กามจฺฉนฺทสฺส วตฺถุภูตํ ปุคฺคลํ ‘‘มเมต’’นฺติ คณฺหาติ. สหคตสทฺโท เหตฺถ ตพฺภาวมตฺโต ‘‘ยายํ ตณฺหา โปโนภวิกา นนฺทีราคสหคตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๔๐๐; ม. นิ. ๑.๑๓๓, ๔๘๐; ๓.๓๗๓; สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๕; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) วิย. เตนาติ กามจฺฉนฺทสฺส วตฺถุภูเตน ปุคฺคเลน. กสฺมาติ อาห ‘‘ติติกฺขาการณ’’นฺติอาทิ, กามจฺฉนฺทสฺส ติติกฺขาการณตฺตาติ อตฺโถ. ติติกฺขาสทิโส เจตฺถ ราคปธาโน อกุสลจิตฺตุปฺปาโท ‘‘ติติกฺขา’’ติ วุตฺโต, น ตุ ‘‘ขนฺตี ปรมํ ตโป ติติกฺขา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๙๑; ธ. ป. ๑๘๔) วิย ตปภูโต อโทสปธาโน จิตฺตุปฺปาโท. ฆรสามิเกหีติ ฆรสฺส สามิกภูเตหิ สสฺสุสสุรสามิเกหิ. อิตฺถีนํ กามจฺฉนฺโท ติติกฺขาการณํ โหติ วิยาติ สมฺพนฺโธ.

‘‘ยถา ปนา’’ติอาทินา เสสานํ โรคาทิสทิสตา วุตฺตา. ตตฺถ ปิตฺตโทสโกปนวเสน ปิตฺตโรคาตุโร. ตสฺส ปิตฺตโกปนโต สพฺพมฺปิ มธุสกฺกราทิกํ อมธุรภาเวน สมฺปชฺชตีติ วุตฺตํ ‘‘ติตฺตกํ ติตฺตกนฺติ อุคฺคิรติเยวา’’ติ. ตุเมฺห อุปทฺทเวถาติ ฏีกายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๒๓) อุทฺธฏปาโฐ, ‘‘อุปทฺทวํ กโรถา’’ติ นามธาตุวเสน อตฺโถ, อิทานิ ปน ‘‘ตุเมฺหหิ อุปทฺทุตา’’ติ ปาโฐ ทิสฺสติ. วิพฺภมตีติ อิโต จิโต จ อาหิณฺฑติ, หีนาย วา อาวตฺตติ. มธุสกฺกราทีนํ รสํ น วินฺทติ นานุภวติ น ชานาติ น ลภติ จ วิยาติ สมฺพนฺโธ. สาสนรสนฺติ สาสนสฺส รสํ, สาสนเมว วา รสํ.

นกฺขตฺตฉณํ นกฺขตฺตํ. เตนาห ‘‘อโห นจฺจํ, อโห คีต’’นฺติ. มุตฺโตติ พนฺธนโต ปมุตฺโต. ธมฺมสฺสวนสฺสาติ โสตพฺพธมฺมสฺส.

สีฆํ ปวตฺเตตพฺพกิจฺจํ อจฺจายิกํ. สีฆตฺโถ หิ อติสทฺโท ‘‘ปาณาติปาโต’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๙๓; วิภ. ๙๖๘) วิย. วินเย อปกตญฺญุนาติ วินยกฺกเม อกุสเลน. ปกตํ นิฏฺฐานํ วินิจฺฉยํ ชานาตีติ ปกตญฺญู, น ปกตญฺญู ตถา. โส หิ กปฺปิยากปฺปิยํ ยาถาวโต น ชานาติ. เตนาห ‘‘กิสฺมิญฺจิเทวา’’ติอาทิ. กปฺปิยมํเสปีติ สูกรมํสาทิเกปิ. อกปฺปิยมํสสญฺญายาติ อจฺฉมํสาทิสญฺญาย.

ทณฺฑกสทฺเทนาปีติ สาขาทณฺฑกสทฺเทนปิ. อุสฺสงฺกิตปริสงฺกิโตติ อวสงฺกิโต เจว สมนฺตโต สงฺกิโต จ, อติวิย สงฺกิโตติ วุตฺตํ โหติ. ตทาการทสฺสนํ ‘‘คจฺฉติปี’’ติอาทิ. โส หิ โถกํ คจฺฉติปิ. คจฺฉนฺโต ปน ตาย อุสฺสงฺกิตปริสงฺกิตตาย ตตฺถ ตตฺถ ติฏฺฐติปิ. อีทิเส กนฺตาเร คเต ‘‘โก ชานาติ, กึ ภวิสฺสตี’’ติ นิวตฺตติปิ, ตสฺมา จ คตฏฺฐานโต อคตฏฺฐานเมว พหุตรํ โหติ, ตโต เอว จ โส กิจฺเฉน กสิเรน เขมนฺตภูมึ ปาปุณาติ วา, น วา ปาปุณาติ. กิจฺเฉน กสิเรนาติ ปริยายวจนํ, กายิกทุกฺเขน เขทนํ วา กิจฺฉํ, เจตสิกทุกฺเขน ปีฬนํ กสิรํ. เขมนฺตภูมินฺติ เขมภูตํ ภูมึ อนฺตสทฺทสฺส ตพฺภาวตฺตา, ภยสฺส ขียนํ วา เขโม, โสว อนฺโต ปริจฺเฉโท ยสฺสา ตถา, สา เอว ภูมีติ เขมนฺตภูมิ, ตํ นิพฺภยปฺปเทสนฺติ อตฺโถ. อฏฺฐสุ ฐาเนสูติ ‘‘ตตฺถ กตมา วิจิกิจฺฉา? สตฺถริ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ. ธมฺเม. สงฺเฆ. สิกฺขาย. ปุพฺพนฺเต. อปรนฺเต. ปุพฺพนฺตาปรนฺเต. อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ กงฺขติ วิจิกิจฺฉตี’’ติ (วิภ. ๙๑๕) วิภงฺเค วุตฺเตสุ อฏฺฐสุ ฐาเนสุ. อธิมุจฺจิตฺวาติ วินิจฺฉินิตฺวา, สทฺทหิตฺวา วา. สทฺธาย คณฺหิตุนฺติ สทฺเธยฺยวตฺถุํ ‘‘อิทเมว’’นฺติ สทฺทหนวเสน คณฺหิตุํ, สทฺทหิตุํ น สกฺโกตีติ อตฺโถ. อิตีติ ตสฺมา วุตฺตนเยน อสกฺกุณนโต อนฺตรายํ กโรตีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อตฺถิ นุ โข, นตฺถิ นุ โข’’ติ อรญฺญํ ปวิฏฺฐสฺส อาทิมฺหิ เอว สปฺปนํ สํสโย อาสปฺปนํ. ตโต ปรํ สมนฺตโต, อุปรูปริ วา สปฺปนํ ปริสปฺปนํ. อุภเยนปิ ตตฺเถว สํสยวเสน ปริพฺภมนํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อปริโยคาหน’’นฺติ, ‘‘เอวมิท’’นฺติ สมนฺตโต อโนคาหนนฺติ อตฺโถ. ฉมฺภิตตฺตนฺติ อรญฺญสญฺญาย อุปฺปนฺนํ ฉมฺภิตภาวํ หทยมํสจลนํ, อุตฺราสนฺติ วุตฺตํ โหติ. อุปเมยฺยปกฺเขปิ ยถารหเมสมตฺโถ.

๒๒๔. ตตฺรายํ สทิสตาติ เอตฺถ ปน อปฺปหีนปกฺเข วุตฺตนยานุสาเรน สทิสตา เวทิตพฺพา. ยทคฺเคน หิ กามจฺฉนฺทาทโย อิณาทิสทิสา, ตทคฺเคน จ เตสํ ปหานํ อาณณฺยาทิสทิสตาติ. อิทํ ปน อนุตฺตานปทตฺถมตฺตํ – สมิทฺธตนฺติ อฑฺฒตํ. ปุพฺเพ ปณฺณมาโรปิตาย วฑฺฒิยา สห วตฺตตีติ สวฑฺฒิกํ. ปณฺณนฺติ อิณทานคฺคหเณ สลฺลกฺขณวเสน ลิขิตปณฺณํ. ปุน ปณฺณนฺติ อิณยาจนวเสน สาสนลิขิตปณฺณํ. นิลฺเลปตายาติ ธนสมฺพนฺธาภาเวน อวิลิมฺปนตาย. ตถา อลคฺคตาย. ปริยายวจนเญฺหตํ ทฺวยํ. อถ วา นิลฺเลปตายาติ วุตฺตนเยน อวิลิมฺปนภาเวน วิเสสนภูเตน อลคฺคตายาติ อตฺโถ. ฉ ธมฺเมติ อสุภนิมิตฺตสฺส อุคฺคโห, อสุภภาวนานุโยโค, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา, โภชเน มตฺตญฺญุตา, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ อิเม ฉ ธมฺเม. ภาเวตฺวาติ พฺรูเหตฺวา, อตฺตนิ วา อุปฺปาเทตฺวา. อนุปฺปนฺนอนุปฺปาทนอุปฺปนฺนปฺปหานาทิวิภาวนวเสน มหาสติปฏฺฐานสุตฺเต สวิเสสํ ปาฬิยา อาคตตฺตา ‘‘มหาสติปฏฺฐาเน วณฺณยิสฺสามา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘มหาสติปฏฺฐาเน’’ติ จ อิมสฺมึ ทีฆาคเม (ที. นิ. ๒.๓๗๒ อาทโย) สงฺคีตมาห, น มชฺฌิมาคเม นิกายนฺตรตฺตา. นิกายนฺตราคโตปิ หิ อตฺโถ อาจริเยหิ อญฺญตฺถ เยภุยฺเยน วุตฺโตติ วทนฺติ. เอส นโย พฺยาปาทาทิปฺปหานภาเคปิ. ปรวตฺถุมฺหีติ อารมฺมณภูเต ปรสฺมึ วตฺถุสฺมึ. มมายนาภาเวน เนว สงฺโค. ปริคฺคหาภาเวน น พทฺโธ. ทิพฺพานิปิ รูปานิ ปสฺสโต กิเลโส น สมุทาจรติ, ปเคว มานุสิยานีติ สมฺภาวเน อปิ-สทฺโท.

อนตฺถกโรติ อตฺตโน, ปรสฺส จ อหิตกโร. ฉ ธมฺเมติ เมตฺตานิมิตฺตสฺส อุคฺคโห, เมตฺตาภาวนานุโยโค, กมฺมสฺสกตา, ปฏิสงฺขานพหุลตา, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ อิเม ฉ ธมฺเม. ตตฺเถวาติ มหาสติปฏฺฐาเนเยว. จาริตฺตสีลเมว อุทฺทิสฺส ปญฺญตฺตสิกฺขาปทํ ‘‘อาจารปณฺณตฺตี’’ติ วุตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน วาริตฺตปณฺณตฺติสิกฺขาปทํ สงฺคณฺหาติ.

ปเวสิโตติ ปเวสาปิโต. พนฺธนาคารํ ปเวสาปิตตฺตา อลทฺธนกฺขตฺตานุภวโน ปุริโส หิ ‘‘นกฺขตฺตทิวเส พนฺธนาคารํ ปเวสิโต ปุริโส’’ติ วุตฺโต, นกฺขตฺตทิวเส เอว วา ตทนนุภวนตฺถํ ตถา กโต ปุริโส เอวํ วุตฺโตติปิ วฏฺฏติ. อปรสฺมินฺติ ตโต ปจฺฉิเม, อญฺญสฺมึ วา นกฺขตฺตทิวเส. โอกาสนฺติ กมฺมการณาการณํ, กมฺมการณกฺขณํ วา. มหานตฺถกรนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอตฺถหาปนมุเขน มหโต อนตฺถสฺส การกํ. ฉ ธมฺเมติ อติโภชเน นิมิตฺตคฺคาโห, อิริยาปถสมฺปริวตฺตนตา, อาโลกสญฺญามนสิกาโร, อพฺโภกาสวาโส, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ อิเม ฉ ธมฺเม, ธมฺมนกฺขตฺตสฺสาติ ยถาวุตฺตโสตพฺพธมฺมสงฺขาตสฺส มหสฺส. สาธูนํ รติชนนโต หิ ธมฺโมปิ ฉณสทิสฏฺเฐน ‘‘นกฺขตฺต’’นฺติ วุตฺโต.

อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺเจ มหานตฺถกรนฺติ ปรายตฺตตาปาทเนน วุตฺตนเยน มหโต อนตฺถสฺส การกํ. ฉ ธมฺเมติ พหุสฺสุตตา, ปริปุจฺฉกตา, วินเย ปกตญฺญุตา, วุฑฺฒเสวิตา, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ อิเม ฉ ธมฺเม. พลสฺส, พเลน วา อตฺตนา อิจฺฉิตสฺส กรณํ พลกฺกาโร, เตน. เนกฺขมฺมปฏิปทนฺติ นีวรณโต นิกฺขมนปฏิปทํ อุปจารภาวนเมว, น ปฐมํ ฌานํ. อยญฺหิ อุปจารภาวนาธิกาโร.

พลวาติ ปจฺจตฺถิกวิธมนสมตฺเถน พเลน พลวา วนฺตุ-สทฺทสฺส อภิสยตฺถวิสิฏฺฐสฺส อตฺถิยตฺถสฺส โพธนโต. หตฺถสารนฺติ หตฺถคตธนสารํ. สชฺชาวุโธติ สชฺชิตธนฺวาทิอาวุโธ, สนฺนทฺธปญฺจาวุโธติ อตฺโถ. สูรวีรเสวกชนวเสน สปริวาโร. ตนฺติ ยถาวุตฺตํ ปุริสํ. พลวนฺตตาย, สชฺชาวุธตาย, สปริวารตาย จ โจรา ทูรโตว ทิสฺวา ปลาเยยฺยุํ. อนตฺถการิกาติ สมฺมาปฏิปตฺติยา วิพนฺธกรณโต วุตฺตนเยน อหิตการิกา. ฉ ธมฺเมติ พหุสฺสุตตา, ปริปุจฺฉกตา, วินเย ปกตญฺญุตา, อธิโมกฺขพหุลตา, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ อิเม ฉ ธมฺเม. ยถา พาหุสจฺจาทีนิ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺติ, เอวํ วิจิกิจฺฉายปีติ อิธาปิ พหุสฺสุตตาทโย ตโยปิ ธมฺมา คหิตา, กลฺยาณมิตฺตตา, ปน สปฺปายกถา จ ปญฺจนฺนมฺปิ ปหานาย สํวตฺตนฺติ, ตสฺมา ตาสุ ตสฺส ตสฺส นีวรณสฺส อนุจฺฉวิกเสวนตา ทฏฺฐพฺพา. ติณํ วิยาติ ติณํ ภยวเสน น คเณติ วิย. ทุจฺจริตกนฺตารํ นิตฺถริตฺวาติ ทุจฺจริตจรณูปายภูตาย วิจิกิจฺฉาย นิตฺถรณวเสน ทุจฺจริตสงฺขาตํ กนฺตารํ นิตฺถริตฺวา. วิจิกิจฺฉา หิ สมฺมาปฏิปตฺติยา อปฺปฏิปชฺชนนิมิตฺตตามุเขน มิจฺฉาปฏิปตฺติเมว ปริพฺรูเหตีติ ตสฺสา อปฺปหานํ ทุจฺจริตจรณูปาโย, ปหานญฺจ ทุจฺจริตวิธูนนูปาโยติ.

๒๒๕. ‘‘ตุฏฺฐากาโร’’ติ อิมินา ปาโมชฺชํ นาม ตรุณปีตึ ทสฺเสติ. สา หิ ตรุณตาย กถญฺจิปิ ตุฏฺฐาวตฺถา ตุฏฺฐาการมตฺตํ. ‘‘ตุฏฺฐสฺสา’’ติ อิทํ ‘‘ปมุทิตสฺสา’’ติ เอตสฺส อตฺถวจนํ, ตสฺสตฺโถ ‘‘โอกฺกนฺติกภาวปฺปตฺตาย ปีติยา วเสน ตุฏฺฐสฺสา’’ติ ฏีกายํ วุตฺโต, เอวํ สติ ปาโมชฺชปเทน โอกฺกนฺติกา ปีติเยว คหิตา สิยา. ‘‘สกลสรีรํ โขภยมานา ปีติ ชายตี’’ติ เอตสฺสา จตฺโถ ‘‘อตฺตโน สวิปฺผาริกตาย, อตฺตสมุฏฺฐานปณีตรูปุปฺปตฺติยา จ สกลสรีรํ โขภยมานา ผรณลกฺขณา ปีติ ชายตี’’ติ วุตฺโต, เอวญฺจ สติ ปีติปเทน ผรณา ปีติเยว คหิตา สิยา, การณํ ปเนตฺถ คเวสิตพฺพํ. อิธ, ปน อญฺญตฺถ จ ตรุณพลวตามตฺตสามญฺเญน ปททฺวยสฺส อตฺถทีปนโต ยา กาจิ ตรุณา ปีติ ปาโมชฺชํ, พลวตี ปีติ, ปญฺจวิธาย วา ปีติยา ยถากฺกมํ ตรุณพลวตาสมฺภวโต ปุริมา ปุริมา ปาโมชฺชํ, ปจฺฉิมา ปจฺฉิมา ปีตีติปิ วทนฺติ, อยเมตฺถ ตทนุจฺฉวิโก อตฺโถ. ตุฏฺฐสฺสาติ ปาโมชฺชสงฺขาตาย ตรุณปีติยา วเสน ตุฏฺฐสฺส. ต-สทฺโท หิ อตีตตฺโถ, อิตรถา เหตุผลสมฺพนฺธาภาวาปตฺติโต, เหตุผลสมฺพนฺธภาวสฺส จ วุตฺตตฺตา. ‘‘สกลสรีรํ โขภยมานา’’ติ อิมินา ปีติ นาม เอตฺถ พลวปีตีติ ทสฺเสติ. สา หิ อตฺตโน สวิปฺผาริกตาย, อตฺตสมุฏฺฐานปณีตรูปุปฺปตฺติยา จ สกลสรีรํ สงฺโขภยมานา ชายติ. สกลสรีเร ปีติเวคสฺส ปีติวิปฺผารสฺส อุปฺปาทนญฺเจตฺถ สงฺโขภนํ.

ปีติสหิตํ ปีติ อุตฺตรปทโลเปน. กึ ปน ตํ? มโน, ปีติ มโน เอตสฺสาติ สมาโส. ปีติยา สมฺปยุตฺตํ มโน ยสฺสาติปิ วฏฺฏติ, ตสฺส. อตฺถมตฺตํ ปน ทสฺเสตุํ ‘‘ปีติสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ปุคฺคลสฺสา’’ติ วุตฺตํ. กาโยติ อิธ สพฺโพปิ อรูปกลาโป อธิปฺเปโต, น ปน กายลหุตาทีสุ วิย เวทนาทิกฺขนฺธตฺตยเมว, น จ กายายตนาทีสุ วิย รูปกายมฺปีติ ทสฺเสติ ‘‘นามกาโย’’ติ อิมินา. ปสฺสทฺธิทฺวยวเสเนว เหตฺถ ปสฺสมฺภนมธิปฺเปตํ, ปสฺสมฺภนํ ปน วิคตกิเลสทรถตาติ อาห ‘‘วิคตทรโถ โหตี’’ติ, ปหีนอุทฺธจฺจาทิกิเลสทรโถติ อตฺโถ. วุตฺตปฺปการาย ปุพฺพภาคภาวนาย วเสน เจตสิกสุขํ ปฏิสํเวเทนฺโตเยว ตํสมุฏฺฐานปณีตรูปผุฏสรีรตาย กายิกมฺปิ สุขํ ปฏิสํเวเทตีติ วุตฺตํ ‘‘กายิกมฺปิ เจตสิกมฺปิ สุขํ เวทยตี’’ติ. อิมินา เนกฺขมฺมสุเขนาติ ‘‘สุขํ เวเทตี’’ติ เอวํ วุตฺเตน สํกิเลสนีวรณปกฺขโต นิกฺขนฺตตฺตา, ปฐมชฺฌานปกฺขิกตฺตา จ ยถารหํ เนกฺขมฺมสงฺขาเตน อุปจารสุเขน อปฺปนาสุเขน จ. สมาธานมฺเปตฺถ ตทุภเยเนวาติ วุตฺตํ ‘‘อุปจารวเสนาปิ อปฺปนาวเสนาปี’’ติ.

เอตฺถ ปนายมธิปฺปาโย – กามจฺฉนฺทปฺปหานโต ปฏฺฐาย ยาว ปสฺสทฺธกายสฺส สุขปฏิสํเวทนา, ตาว ยถา ปุพฺเพ, ตถา อิธาปิ ปุพฺพภาคภาวนาเยว วุตฺตา, น อปฺปนา. ตถา หิ กามจฺฉนฺทปฺปหาเน อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ ‘‘วิกฺขมฺภนวเสนาติ เอตฺถ วิกฺขมฺภนํ อนุปฺปาทนํ อปฺปวตฺตนํ, น ปฏิปกฺขานํ สุปฺปหีนตา, ปหีนตฺตาติ จ ปหีนสทิสตํ สนฺธาย วุตฺตํ ฌานสฺส อนธิคตตฺตา’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๖๑). ปสฺสทฺธกายสฺส สุขปฏิสํเวทนาย จ วุตฺตปฺปการาย ปุพฺพภาคภาวนาย วเสน เจตสิกสุขํ ปฏิสํเวเทนฺโตเยว ตํสมุฏฺฐานปณีตรูปผุฏสรีรตาย กายิกมฺปิ สุขํ ปฏิสํเวเทตีติ. อปิจ กา นาม กถา อญฺเญหิ วตฺตพฺพา อฏฺฐกถายเมว ‘‘ฉ ธมฺเม ภาเวตฺวา’’ติ ตตฺถ ตตฺถ ปุพฺพภาคภาวนาย วุตฺตตฺตา. สุขิโน จิตฺตสมาธาเน ปน สุขสฺส อุปจารภาวนาย วิย อปฺปนายปิ การณตฺตา, ‘‘โส วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติอาทินา จ วกฺขมานาย อปฺปนาย เหตุผลวเสน สมฺพชฺฌนโต ปุพฺพภาคสมาธิ, อปฺปนาสมาธิ จ วุตฺโต, ปุพฺพภาคสุขมิว วา อปฺปนาสุขมฺปิ อปฺปนาสมาธิสฺส การณเมวาติ ตมฺปิ อปฺปนาสุขํ อปฺปนาสมาธิโน การณภาเวน อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน คหิตนฺติ อิมมตฺถมสลฺลกฺเขนฺตา เนกฺขมฺมปทตฺถํ ยถาตถํ อคฺคเหตฺวา ปาฬิยํ, อฏฺฐกถายมฺปิ สํกิณฺณากุลํ เกจิ กโรนฺตีติ.