สติสมฺปชญฺญกถาวณฺณนา
๒๑๔. สมนฺตโต ปกาเรหิ, ปกฏฺฐํ วา สวิเสสํ ชานาตีติ สมฺปชาโน, ตสฺส ภาโว สมฺปชญฺญํ, ตถาปวตฺตญาณํ, ตสฺส วิภชนํ สมฺปชญฺญภาชนียํ, ตสฺมึ สมฺปชญฺญภาชนียมฺหิ.‘‘คมน’’นฺติ อิมินา อภิกฺกมนํ อภิกฺกนฺตนฺติ ภาวสาธนมาห. ตถา ปฏิกฺกมนํ ปฏิกฺกนฺตนฺติ วุตฺตํ ‘‘นิวตฺตน’’นฺติ. คมนญฺเจตฺถ นิวตฺเตตฺวา, อนิวตฺเตตฺวา จ คมนํ, นิวตฺตนํ ปน นิวตฺติมตฺตเมว, อญฺญมญฺญมุปาทานกิริยามตฺตญฺเจตํ ทฺวยํ. กถํ ลพฺภตีติ อาห ‘‘คมเน’’ติอาทิ. อภิหรนฺโตติ คมนวเสน กายํ อุปเนนฺโต. ปฏินิวตฺเตนฺโตติ ตโต ปุน นิวตฺเตนฺโต. อปนาเมนฺโตติ อปกฺกมนวเสน ปริณาเมนฺโต. อาสนสฺสาติ ปีฐกาทิอาสนสฺส. ปุริมองฺคาภิมุโขติ อฏนิกาทิปุริมาวยวาภิมุโข. สํสรนฺโตติ สํสปฺปนฺโต. ปจฺฉิมองฺคปเทสนฺติ อฏนิกาทิปจฺฉิมายวปฺปเทสํ. ปจฺจาสํสรนฺโตติ ปฏิอาสปฺปนฺโต. ‘‘เอเสว นโย’’ติ อิมินา นิปนฺนสฺเสว อภิมุขํ สํสปฺปนปฏิอาสปฺปนานิ ทสฺเสติ. ฐานนิสชฺชาสยเนสุ หิ โย คมนวิธุโร กายสฺส ปุรโต อภิหาโร, โส อภิกฺกโม. ปจฺฉโต อปหาโร ปฏิกฺกโมติ ลกฺขณํ.
สมฺปชานนํ สมฺปชานํ, เตน อตฺตนา กตฺตพฺพกิจฺจสฺส กรณสีโล สมฺปชานการีติ อาห ‘‘สมฺปชญฺเญน สพฺพกิจฺจการี’’ติ. ‘‘สมฺปชญฺญเมว วา การี’’ติ อิมินา สมฺปชานสฺส กรณสีโล สมฺปชานการีติ ทสฺเสติ. ‘‘โส หี’’ติอาทิ ทุติยวิกปฺปสฺส สมตฺถนํ. ‘‘สมฺปชญฺญ’’นฺติ จ อิมินา สมฺปชาน-สทฺทสฺส สมฺปชญฺญปริยายตา วุตฺตา. ตถา หิ อาจริยานนฺทตฺเถเรน วุตฺตํ ‘‘สมนฺตโต, สมฺมา, สมํ วา ปชานนํ สมฺปชานํ, ตเทว สมฺปชญฺญ’’นฺติ (วิภ. มูลฏี. ๒.๕๒๓) อยํ อฏฺฐกถาโต อปโร นโย – ยถา อติกฺกนฺตาทีสุ อสมฺโมหํ อุปฺปาเทติ, ตถา สมฺปชานสฺส กาโร กรณํ สมฺปชานกาโร, โส เอตสฺส อตฺถีติ สมฺปชานการีติ.
ธมฺมโต วฑฺฒิสงฺขาเตน อตฺเถน สห วตฺตตีติ สาตฺถกํ, อภิกฺกนฺตาทิ, สาตฺถกสฺส สมฺปชานนํ สาตฺถกสมฺปชญฺญํ. สปฺปายสฺส อตฺตโน ปติรูปสฺส สมฺปชานนํ สปฺปายสมฺปชญฺญํ. อภิกฺกมาทีสุ ภิกฺขาจารโคจเร, อญฺญตฺถ จ ปวตฺเตสุ อวิชหิตกมฺมฏฺฐานสงฺขาเต โคจเร สมฺปชานนํ โคจรสมฺปชญฺญํ. สามญฺญนิทฺเทเสน, หิ เอกเสสนเยน วา โคจรสทฺโท ตทตฺถทฺวเยปิ ปวตฺตติ. อติกฺกมาทีสุ อสมฺมุยฺหนสงฺขาตํ อสมฺโมหเมว สมฺปชญฺญํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ. จิตฺตวเสเนวาติ จิตฺตสฺส วเสเนว, จิตฺตวสมนุคเตเนวาติ อตฺโถ. ปริคฺคเหตฺวาติ ตุลยิตฺวา ตีเรตฺวา, ปฏิสงฺขายาติ อตฺโถ. สงฺฆทสฺสเนเนว อุโปสถปวารณาทิอตฺถาย คมนํ สงฺคหิตํ. อาทิสทฺเทน กสิณปริกมฺมาทีนํ สงฺคโห. สงฺเขปโต วุตฺตํ ตทตฺถเมว วิวริตุํ ‘‘เจติยํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อรหตฺตํ ปาปุณาตีติ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทโส เอส. สมถวิปสฺสนุปฺปาทนมฺปิ หิ ภิกฺขุโน วฑฺฒิเยว. ตตฺถาติ อสุภารมฺมเณ. เกจีติ อภยคิริวาสิโน. อามิสโตติ จีวราทิอามิสปจฺจยโต. กสฺมาติ อาห ‘‘ตํ นิสฺสายา’’ติอาทิ.
ตสฺมินฺติ สาตฺถกสมฺปชญฺญวเสน ปริคฺคหิตอตฺเถ. ยสฺมา ปน ธมฺมโต วฑฺฒิเยว อตฺโถ นาม, ตสฺมา ยํ ‘‘สาตฺถก’’นฺติ อธิปฺเปตํ คมนํ, ตํ สพฺพมฺปิ สปฺปายเมวาติ สิยา อวิเสเสน กสฺสจิ อาสงฺกาติ ตนฺนิวตฺตนตฺถํ ‘‘เจติยทสฺสนํ ตาวา’’ติอาทิ อารทฺธํ. มหาปูชายาติ มหติยา ปูชาย, พหูนํ ปูชาทิวเสติ วุตฺตํ โหติ. จิตฺตกมฺมรูปกานี วิยาติ จิตฺตกมฺมกตปฏิมาโย วิย, ยนฺตปโยเคน วา นานปฺปการวิจิตฺตกิริยา ปฏิมาโย วิย. ตตฺราติ ตาสุ ปริสาสุ. อสฺสาติ ภิกฺขุโน. อสมเปกฺขนํ นาม เคหสฺสิตอญฺญาณุเปกฺขาวเสน อารมฺมณสฺส อโยนิโส คหณํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขา พาลสฺส มูฬฺหสฺส ปุถุชฺชนสฺสา’’ติอาทิ (ม. นิ. ๓.๓๐๘) มาตุคามสมฺผสฺสวเสน กายสํสคฺคาปตฺติ. หตฺถิอาทิสมฺมทฺเทน ชีวิตนฺตราโย. วิสภาครูปทสฺสนาทินา พฺรหฺมจริยนฺตราโย. ‘‘ทสทฺวาทสโยชนนฺตเร ปริสา สนฺนิปตนฺตี’’ติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรเนว. มหาปริสปริวารานนฺติ กทาจิ ธมฺมสฺสวนาทิอตฺถาย อิตฺถิปุริสสมฺมิสฺสปริวาเร สนฺธาย วุตฺตํ.
ตทตฺถทีปนตฺถนฺติ อสุภทสฺสนสฺส สาตฺถกภาวสงฺขาตสฺส อตฺถสฺส ทีปนตฺถํ. ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ปฏิวจนทานวเสน ภิกฺขูนํ อนุวตฺตนกถา อาจิณฺณา, ตสฺมา ปฏิวจนสฺส อทานวเสน อนนุวตฺตนกถา ตสฺส ทุติยา นาม โหตีติ อาห ‘‘เทฺว กถา นาม น กถิตปุพฺพา’’ติ. เทฺว กถาติ หิ วจนกรณากรณกถา. ตตฺถ วจนกรณกถาเยว กถิตปุพฺพา, ทุติยา น กถิตปุพฺพา. ตสฺมา สุพฺพจตฺตา ปฏิวจนมทาสีติ อตฺโถ.
เอวนฺติ อิมินา. ‘‘สเจ ปน เจติยสฺส มหาปูชายา’’ติอาทิกํ สพฺพมฺปิ วุตฺตปฺปการํ ปจฺจามสติ, น ‘‘ปุริสสฺส มาตุคามาสุภ’’นฺติอาทิกเมว. ปริคฺคหิตํ สาตฺถกํ, สปฺปายญฺจ เยน โส ปริคฺคหิตสาตฺถกสปฺปาโย, ตสฺส, เตน ยถานุปุพฺพิกํ สมฺปชญฺญปริคฺคหณํ ทสฺเสติ. วุจฺจมานโยคกมฺมสฺส ปวตฺติฏฺฐานตาย ภาวนาย อารมฺมณํ กมฺมฏฺฐานํ, ตเทว ภาวนาย วิสยภาวโต โคจรนฺติ อาห ‘‘กมฺมฏฺฐานสงฺขาตํ โคจร’’นฺติ. อุคฺคเหตฺวาติ ยถา อุคฺคหนิมิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, เอวํ อุคฺคหโกสลฺลสฺส สมฺปาทนวเสน อุคฺคหณํ กตฺวา. ภิกฺขาจารโคจเรติ ภิกฺขาจารสงฺขาเต โคจเร, อเนน กมฺมฏฺฐาเน, ภิกฺขาจาเร จ โคจรสทฺโทติ ทสฺเสติ.
อิธาติ สาสเน. หรตีติ กมฺมฏฺฐานํ ปวตฺตนวเสน เนติ, ยาว ปิณฺฑปาตปฏิกฺกมา อนุยุญฺชตีติ อตฺโถ. น ปจฺจาหรตีติ อาหารูปโยคโต ยาว ทิวาฐานุปสงฺกมนา กมฺมฏฺฐานํ น ปฏิเนติ. ตตฺถาติ เตสุ จตูสุ ภิกฺขูสุ. อาวรณีเยหีติ นีวรเณหิ. ปเควาติ ปาโตเยว. สรีรปริกมฺมนฺติ มุขโธวนาทิสรีรปฏิชคฺคนํ. เทฺว ตโย ปลฺลงฺเกติ เทฺว ตโย นิสชฺชาวาเร. อูรุพทฺธาสนเญฺหตฺถ ปลฺลงฺโก. อุสุมนฺติ เทฺว ตีณิ อุณฺหาปนานิ สนฺธาย วุตฺตํ. กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชิตฺวาติ ตทเห มูลภูตํ กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชิตฺวา. กมฺมฏฺฐานสีเสเนวาติ กมฺมฏฺฐานมุเขเนว, กมฺมฏฺฐานมวิชหนฺโต เอวาติ วุตฺตํ โหติ, เตน ‘‘ปโตปิ อเจตโน’’ติอาทินา (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๑๔; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๐๙; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๑๖๘; วิภ. อฏฺฐ. ๕๒๓) วกฺขมานํ กมฺมฏฺฐานํ, ยถาปริหริยมานํ วา อวิชหิตฺวาติ ทสฺเสติ.
คนฺตฺวาติ ปาปุณิตฺวา. พุทฺธานุสฺสติกมฺมฏฺฐานํ เจ, ตเทว นิปจฺจการสาธนํ. อญฺญญฺเจ, อนิปจฺจการกรณมิว โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สเจ’’ติอาทิ วุตฺตํ. อตพฺพิสเยน ตํ ฐเปตฺวา.‘‘มหนฺตํ เจติยํ เจ’’ติอาทินา กมฺมฏฺฐานิกสฺส มูลกมฺมฏฺฐานมนสิการสฺส ปปญฺจาภาวทสฺสนํ. อญฺเญน ปน ตถาปิ อญฺญถาปิ วนฺทิตพฺพเมว. ตเถวาติ ติกฺขตฺตุเมว. ปริโภคเจติยโต สารีริกเจติยํ ครุตรนฺติ กตฺวา ‘‘เจติยํ วนฺทิตฺวา’’ติ ปุพฺพกาลกิริยาวเสน วุตฺตํ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘เจติยํ พาธยมานา โพธิสาขา หริตพฺพา’’ติ, (ม. นิ. อฏฺฐ. ๔.๑๒๘; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๗๕; วิภ. อฏฺฐ. ๘๐๙) อยํ อาจริยสฺส มติ, ‘‘โพธิยงฺคณํ ปตฺเตนาปี’’ติ ปน วจนโต ยทิ เจติยงฺคณโต คเต ภิกฺขาจารมคฺเค โพธิยงฺคณํ ภเวยฺย, สาปิ วนฺทิตพฺพาติ มคฺคานุกฺกเมเนว ‘‘เจติยํ วนฺทิตฺวา’’ติ ปุพฺพกาลกิริยาวจนํ, น ตุ ครุกาตพฺพตานุกฺกเมน. เอวญฺหิ สติ โพธิยงฺคณํ ปฐมํ ปตฺเตนาปิ โพธึ วนฺทิตฺวา เจติยํ วนฺทิตพฺพํ, เอกเมว ปตฺเตนาปิ ตเทว วนฺทิตพฺพํ, ตทุภยมฺปิ อปฺปตฺเตน น วนฺทิตพฺพนฺติ อยมตฺโถ สุวิญฺญาโต โหติ. ภิกฺขาจารคตมคฺเคน หิ ปตฺตฏฺฐาเน กตฺตพฺพอนฺตราวตฺตทสฺสนเมตํ, น ปน ธุววตฺตทสฺสนํ. ปุพฺเพ เหส กตวตฺโตเยว. เตนาห ‘‘ปเคว เจติยงฺคณโพธิยงฺคณวตฺตํ กตฺวา’’ติอาทิ. พุทฺธคุณานุสฺสรณวเสเนว โพธิอาทิปริโภคเจติเยปิ นิปจฺจกรณํ อุปปนฺนนฺติ ทสฺเสติ ‘‘พุทฺธสฺส ภควโต สมฺมุขา วิย นิปจฺจการํ ทสฺเสตฺวา’’ติ อิมินา. ปฏิสามิตฏฺฐานนฺติ โสปานมูลภาวสามญฺเญน วุตฺตํ, พุทฺธารมฺมณปีติวิสยภูตเจติยงฺคณโพธิยงฺคณโต พาหิรฏฺฐานํ ปตฺวาติ วุตฺตํ โหติ.
คามสมีเปติ คามูปจาเร. ตาว ปญฺหํ วา ปุจฺฉนฺติ, ธมฺมํ วา โสตุกามา โหนฺตีติ สมฺพนฺโธ. ชนสงฺคหตฺถนฺติ ‘‘มยิ อกเถนฺเต เอเตสํ โก กเถสฺสตี’’ติ ธมฺมานุคฺคเหน มหาชนสฺส สงฺคหณตฺถํ. อฏฺฐกถาจริยานํ วจนํ สมตฺเถตุํ ‘‘ธมฺมกถา หิ กมฺมฏฺฐานวินิมุตฺตา นาม นตฺถี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมาติ ยสฺมา ‘‘ธมฺมกถา นาม กาตพฺพาเยวา’’ติ อฏฺฐกถาจริยา วทนฺติ, ยสฺมา วา ธมฺมกถา กมฺมฏฺฐานวินิมุตฺตา นาม นตฺถิ, ตสฺมา ธมฺมกถํ กเถตฺวาติ สมฺพนฺโธ. อาจริยานนฺทตฺเถเรน (วิภ. มูลฏี. ๕๒๓) ปน ‘‘ตสฺมา’’ติ เอตสฺส ‘‘กเถตพฺพาเยวาติ วทนฺตี’’ติ เอเตน สมฺพนฺโธ วุตฺโต. กมฺมฏฺฐานสีเสเนวาติ อตฺตนา ปริหริยมานํ กมฺมฏฺฐานํ อวิชหนวเสน, ตทนุคุณํเยว ธมฺมกถํ กเถตฺวาติ อตฺโถ, ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. อนุโมทนํ กตฺวาติ เอตฺถาปิ ‘‘กมฺมฏฺฐานสีเสเนวา’’ติ อธิกาโร. ตตฺถาติ คามโต นิกฺขมนฏฺฐาเนเยว.
‘‘โปราณกภิกฺขู’’ติอาทินา โปราณกาจิณฺณทสฺสเนน ยถาวุตฺตมตฺถํ ทฬฺหํ กโรติ. สมฺปตฺตปริจฺเฉเทเนวาติ ‘‘ปริจิโต อปริจิโต’’ติอาทิวิภาคํ อกตฺวา สมฺปตฺตโกฏิยา เอว, สมาคมมตฺเตเนวาติ อตฺโถ. อานุภาเวนาติ อนุคฺคหพเลน. ภเยติ ปรจกฺกาทิภเย. ฉาตเกติ ทุพฺภิกฺเข.
‘‘ปจฺฉิมยาเมปิ นิสชฺชาจงฺกเมหิ วีตินาเมตฺวา’’ติอาทินา วุตฺตปฺปการํ. กโรนฺตสฺสาติ กรมานสฺเสว, อนาทเร เจตํ สามิวจนํ. กมฺมชเตโชติ คหณึ สนฺธายาห. ปชฺชลตีติ อุณฺหภาวํ ชเนติ. ตโตเยว อุปาทินฺนกํ คณฺหาติ, เสทา มุจฺจนฺติ. กมฺมฏฺฐานํ วีถึ นาโรหติ ขุทาปริสฺสเมน กิลนฺตกายสฺส สมาธานาภาวโต. อนุปาทินฺนํ โอทนาทิวตฺถุ. อุปาทินฺนํ อุทรปฏลํ. อนฺโตกุจฺฉิยญฺหิ โอทนาทิวตฺถุสฺมึ อสติ กมฺมชเตโช อุฏฺฐหิตฺวา อุทรปฏลํ คณฺหาติ, ‘‘ฉาโตสฺมิ, อาหารํ เม เทถา’’ติ วทาเปติ, ภุตฺตกาเล อุทรปฏลํ มุญฺจิตฺวา วตฺถุํ คณฺหาติ, อถ สตฺโต เอกคฺโค โหติ, ยโต ‘‘ฉายารกฺขโส วิย กมฺมชเตโช’’ติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺโต. โส ปเควาติ เอตฺถ ‘‘ตสฺมา’’ติ เสโส. โครูปานนฺติ คุนฺนํ, โคสมูหานํ วา, วชโต โคจรตฺถาย นิกฺขมนเวลายเมวาติ อตฺโถ. วุตฺตวิปรีตนเยน อุปาทินฺนกํ มุญฺจิตฺวา อนุปาทินฺนกํ คณฺหาติ. อนฺตราภตฺเตติ ภตฺตสฺส อนฺตเร, ยาว ภตฺตํ น ภุญฺชติ, ตาวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘กมฺมฏฺฐานสีเสน อาหารญฺจ ปริภุญฺชิตฺวา’’ติ. อวเสสฏฺฐาเนติ ยาคุยา อคฺคหิตฏฺฐาเน. ตโตติ ภุญฺชนโต. โปงฺขานุโปงฺขนฺติ กมฺมฏฺฐานานุปฏฺฐานสฺส อนวจฺเฉททสฺสนเมตํ, อุตฺตรุตฺตรินฺติ อตฺโถ, ยถา โปงฺขานุโปงฺขํ ปวตฺตาย สรปฏิปาฏิยา อนวจฺเฉโท, เอวเมตสฺสาปิ กมฺมฏฺฐานุปฏฺฐานสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘เอทิสา จา’’ติอาทินา ตถา กมฺมฏฺฐานมนสิการสฺสาปิ สาตฺถกภาวํ ทสฺเสติ. อาสนนฺติ นิสชฺชาสนํ.
นิกฺขิตฺตธุโรติ ภาวนานุโยเค อนุกฺขิตฺตธุโร อนารทฺธวีริโย. วตฺตปฏิปตฺติยา อปริปูรเณน สพฺพวตฺตานิ ภินฺทิตฺวา. ปญฺจวิธเจโตขีลวินิพนฺธจิตฺโตติ ปญฺจวิเธน เจโตขีเลน, วินิพนฺเธน จ สมฺปยุตฺตจิตฺโต. วุตฺตญฺหิ มชฺฌิมาคเม เจโตขีลสุตฺเต –
‘‘กตมสฺส ปญฺจ เจโตขีลา อปฺปหีนา โหนฺติ? อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สตฺถริ กงฺขติ, ธมฺเม กงฺขติ, สงฺเฆ กงฺขติ, สิกฺขาย กงฺขติ, สพฺรหฺมจารีสุ กุปิโต โหตี’’ติ, (ม. นิ. ๑.๑๘๕)
‘‘กตมสฺส ปญฺจ เจตโส วินิพนฺธา อสมุจฺฉินฺนา โหนฺติ? อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ กาเม อวีตราโค โหติ, กาเย อวีตราโค โหติ, รูเป อวีตราโค โหติ, ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขํ ปสฺสสุขํ มิทฺธสุขํ อนุยุตฺโต วิหรติ, อญฺญตรํ เทวนิกายํ ปณิธาย พฺรหฺมจริยํ จรตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๘๖). จ –
วิตฺถาโร. อาจริเยน (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๕) ปน ปญฺจวิธเจโตวินิพนฺธจิตฺตภาโวเยว ปเทกเทสมุลฺลิงฺเคตฺวา ทสฺสิโต. จิตฺตสฺส กจวรขาณุกภาโว หิ เจโตขีโล, จิตฺตํ พนฺธิตฺวา มุฏฺฐิยํ วิย กตฺวา คณฺหนภาโว เจตโส วินิพนฺโธ. ปฐโม เจตฺถ วิจิกิจฺฉาโทสวเสน, ทุติโย โลภวเสนาติ อยเมเตสํ วิเสโส. จริตฺวาติ วิจริตฺวา. กมฺมฏฺฐานวิรหวเสน ตุจฺโฉ.
ภาวนาสหิตเมว ภิกฺขาย คตํ, ปจฺจาคตญฺจ ยสฺสาติ คตปจฺจาคติกํ, ตเทว วตฺตํ, ตสฺส วเสน. อตฺตกามาติ อตฺตโน หิตสุขมิจฺฉนฺตา, ธมฺมจฺฉนฺทวนฺโตติ อตฺโถ. ธมฺโม หิ หิตํ, สุขญฺจ ตนฺนิมิตฺตกนฺติ. อถ วา วิญฺญูนํ อตฺตโต นิพฺพิเสสตฺตา, อตฺตภาวปริยาปนฺนตฺตา จ ธมฺโม อตฺตา นาม, ตํ กาเมนฺติ อิจฺฉนฺตีติ อตฺตกามา. อธุนา ปน อตฺถกามาติ หิตวาจเกน อตฺถสทฺเทน ปาโฐ ทิสฺสติ, ธมฺมสญฺญุตฺตํ หิตมิจฺฉนฺตา, หิตภูตํ วา ธมฺมมิจฺฉนฺตาติ ตสฺสตฺโถ. อิณฏฺฏาติ อิเณน ปีฬิตา. ตถา เสสปททฺวเยปิ. เอตฺถาติ สาสเน.
อุสภํ นาม วีสติ ยฏฺฐิโย, คาวุตํ นาม อสีติ อุสภา. ตาย สญฺญายาติ ตาทิสาย ปาสาณสญฺญาย, กมฺมฏฺฐานมนสิกาเรน ‘‘เอตฺตกํ ฐานมาคตา’’ติ ชานนฺตา คจฺฉนฺตีติ อธิปฺปาโย. นนฺติ กิเลสํ. กมฺมฏฺฐานวิปฺปยุตฺตจิตฺเตน ปาทุทฺธารณมกตฺถุกามโต ติฏฺฐติ, ปจฺฉาคโต ปน ฐิติมนติกฺกมิตุกามโต. โสติ อุปฺปนฺนกิเลโส ภิกฺขุ. อยนฺติ ปจฺฉาคโต. เอตนฺติ ปรสฺส ชานนํ. ตตฺเถวาติ ปติฏฺฐิตฏฺฐาเนเยว. โสเยว นโยติ ‘‘อยํ ภิกฺขู’’ติอาทิกา โย ปติฏฺฐาเน วุตฺโต, โส เอว นิสชฺชายปิ นโย. ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตานํ ฉินฺนภตฺตภาวภเยนาปิ โยนิโสมนสิการํ ปริพฺรูเหตีติ อิทมฺปิ ปรสฺส ชานเนเนว สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปุริมปาเทเยวาติ ปฐมํ กมฺมฏฺฐานวิปฺปยุตฺตจิตฺเตน อุทฺธริตปาทวฬญฺเชเยว. เอตีติ คจฺฉติ. ‘‘อาลินฺทกวาสี มหาผุสฺสเทวตฺเถโร วิยา’’ติอาทินา อฏฺฐาเนเยเวตํ กถิตํ. ‘‘กฺวายํ เอวํ ปฏิปนฺนปุพฺโพ’’ติ อาสงฺกํ นิวตฺเตติ.
มทฺทนฺตาติ ธญฺญกรณฏฺฐาเน สาลิสีสาทีนิ มทฺทนฺตา. อสฺสาติ เถรสฺส, อุภยาเปกฺขวจนเมตํ. อสฺส อรหตฺตปฺปตฺตทิวเส จงฺกมนโกฏิยนฺติ จ. อธิคมปฺปิจฺฉตาย วิกฺเขปํ กตฺวา, นิพนฺธิตฺวา จ ปฏิชานิตฺวาเยว อาโรเจสิ.
ปฐมํ ตาวาติ ปทโสภนตฺถํ ปริยายวจนํ. มหาปธานนฺติ ภควโต ทุกฺกรจริยํ, อมฺหากํ อตฺถาย โลกนาเถน ฉพฺพสฺสานิ กตํ ทุกฺกรจริยํ ‘‘เอวาหํ ยถาพลํ ปูเชสฺสามี’’ติ อตฺโถ. ปฏิปตฺติปูชาเยว หิ ปสตฺถตรา สตฺถุปูชา, น ตถา อามิสปูชา. ฐานจงฺกมเมวาติ อธิฏฺฐาตพฺพอิริยาปถวเสน วุตฺตํ, น โภชนกาลาทีสุ อวสฺสํ กตฺตพฺพนิสชฺชาย ปฏิกฺเขปวเสน. เอวสทฺเทน หิ อิตราย นิสชฺชาย, สยนสฺส จ นิวตฺตนํ กโรติ. วิปฺปยุตฺเตน อุทฺธเฏ ปฏินิวตฺเตนฺโตติ สมฺปยุตฺเตน อุทฺธริตปาเทเยว ปุน ฐปนํ สนฺธายาห. ‘‘คามสมีปํ คนฺตฺวา’’ติ วตฺวา ตทตฺถํ วิวรติ ‘‘คาวี นู’’ติอาทินา. กจฺฉกนฺตรโตติ อุปกจฺฉนฺตรโต, อุปกจฺเฉ ลคฺคิตกมณฺฑลุโตติ วุตฺตํ โหติ. อุทกคณฺฑูสนฺติ อุทกาวคณฺฑการกํ. กตินํ ติถีนํ ปูรณี กติมี, ‘‘ปญฺจมี นุ โข ปกฺขสฺส, อฏฺฐมี’’ติอาทินา ทิวสํ วา ปุจฺฉิโตติ อตฺโถ. อนาโรจนสฺส อกตฺตพฺพตฺตา อาโรเจติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘อนุชานามิ ภิกฺขเว สพฺเพเหว ปกฺขคณนํ อุคฺคเหตุ’’นฺติอาทิ (มหาว. ๑๕๖).
‘‘อุทกํ คิลิตฺวา อาโรเจตี’’ติ วุตฺตนเยน.ตตฺถาติ คามทฺวาเร. นิฏฺฐุภนนฺติ อุทกนิฏฺฐุภนฏฺฐานํ. เตสูติ มนุสฺเสสุ. ญาณจกฺขุสมฺปนฺนตฺตา จกฺขุมา.อีทิโสติ สุสมฺมฏฺฐเจติยงฺคณาทิโก. วิสุทฺธิปวารณนฺติ ขีณาสวภาเวน ปวารณํ.
วีถึ โอตริตฺวา อิโต จิโต จ อโนโลเกตฺวา ปฐมเมว วีถิโย สลฺลกฺเขตพฺพาติ อาห ‘‘วีถิโย สลฺลกฺเขตฺวา’’ติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน ปฏิกฺกนฺเตนา’’ติอาทิ (ปารา. ๔๓๒). ตํ คมนํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ จา’’ติอาทิมาห. ‘‘น หิ ชเวน ปิณฺฑปาติยธุตงฺคํ นาม กิญฺจิ อตฺถี’’ติ อิมินา ชเวน คมเน โลลุปฺปจาริตา วิย อสารุปฺปตํ ทสฺเสติ. อุทกสกฏนฺติ อุทกสารสกฏํ. ตญฺหิ วิสมภูมิภาคปฺปตฺตํ นิจฺจลเมว กาตุํ วฏฺฏติ. ตทนุรูปนฺติ ภิกฺขาทานานุรูปํ. ‘‘อาหาเร ปฏิกูลสญฺญํ อุปฏฺฐเปตฺวา’’ติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาคมิสฺสติ. รถสฺส อกฺขานํ เตเลน อพฺภญฺชนํ, วณสฺส เลปนํ, ปุตฺตมํสสฺส ขาทนญฺจ ติธา อุปมา ยสฺส อาหรณสฺสาติ ตถา. อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตนฺติ ‘‘ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา, ยาปนายา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓; ๒.๒๔, ๓๘๗; สํ. นิ. ๔.๑๒๐; อ. นิ. ๖.๕๘; ๕.๙; วิภ. ๕๑๘; มหานิ. ๒๐๖) วุตฺเตหิ อฏฺฐหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตํ กตฺวา. ‘‘เนว ทวายา’’ติอาทิ ปน ปฏิกฺเขปมตฺตทสฺสนํ. ภตฺตกิลมถนฺติ ภตฺตวเสน อุปฺปนฺนกิลมถํ. ปุเรภตฺตาทิ ทิวาวเสน วุตฺตํ. ปุริมยามาทิ รตฺติวเสน.
คตปจฺจาคเตสุ กมฺมฏฺฐานสฺส หรณํ วตฺตนฺติ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘หรณปจฺจาหรณสงฺขาต’’นฺติ อาห. ‘‘ยทิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺโน โหตี’’ติ อิทํ ‘‘เทวปุตฺโต หุตฺวา’’ติอาทีสุปิ สพฺพตฺถ สมฺพชฺฌิตพฺพํ. ตตฺถ ปจฺเจกโพธิยา อุปนิสฺสยสมฺปทา กปฺปานํ เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ, สตสหสฺสญฺจ ตชฺชา ปุญฺญญาณสมฺภารสมฺภรณํ, สาวกโพธิยา อคฺคสาวกานํ เอกมสงฺเขฺยยฺยํ, กปฺปสตสหสฺสญฺจ, มหาสาวกานํ (เถรคา. อฏฺฐ. ๒.วงฺคีสตฺเถรคาถาวณฺณนา วิตฺถาโร) กปฺปสตสหสฺสเมว, อิตเรสํ ปน อตีตาสุ ชาตีสุ วิวฏฺฏุปนิสฺสยวเสน กาลนิยมมนฺตเรน นิพฺพตฺติตํ นิพฺเพธภาคิยกุสลํ. ‘‘เสยฺยถาปี’’ติอาทินา ตสฺมึ ตสฺมึ ฐานนฺตเร เอตทคฺคฏฺฐปิตานํ เถรานํ สกฺขิทสฺสนํ. ตตฺถ เถโร พาหิโย ทารุจีริโยติ พาหิยวิสเย สญฺชาตสํวฑฺฒตาย พาหิโย, ทารุจีรปริหรณโต ทารุจีริโยติ จ สมญฺญิโต เถโร. โส หายสฺมา –
‘‘ตสฺมา ติห เต พาหิย เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสติ, สุเต, มุเต, วิญฺญาเต วิญฺญาตมตฺตํ ภวิสฺสตี’ติ, เอวญฺหิ เต พาหิย สิกฺขิตพฺพํ. ยโต โข เต พาหิย ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสติ, สุเต, มุเต, วิญฺญาเต วิญฺญาตมตฺตํ ภวิสฺสติ, ตโต ตฺวํ พาหิย น เตน. ยโต ตฺวํ พาหิย น เตน, ตโต พาหิย น ตตฺถ. ยโต ตฺวํ พาหิย น ตตฺถ, ตโต ตฺวํ พาหิย เนวิธ น หุรํ น อุภยมนฺตเรน, เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสา’ติ’’ (อุทา. ๑๐).
เอตฺตกาย เทสนาย อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เอวํ สาริปุตฺตตฺเถราทีนมฺปิ มหาปญฺญตาทิทีปนานิ สุตฺตปทานิ วิตฺถารโต วตฺตพฺพานิ. วิเสสโต ปน องฺคุตฺตราคเม เอตทคฺคสุตฺตปทานิ (อ. นิ. ๑.๑๘๘) สิขาปตฺตนฺติ โกฏิปฺปตฺตํ นิฏฺฐานปฺปตฺตํ สพฺพถา ปริปุณฺณโต.
ตนฺติ อสมฺมุยฺหนํ. เอวนฺติ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน เวทิตพฺพํ. ‘‘อตฺตา อภิกฺกมตี’’ติ อิมินา ทิฏฺฐิคาหวเสน, ‘‘อหํ อภิกฺกมามี’’ติ อิมินา มานคาหวเสน, ตทุภยสฺส ปน วินา ตณฺหาย อปฺปวตฺตนโต ตณฺหาคาหวเสนาติ ตีหิปิ มญฺญนาหิ อนฺธพาลปุถุชฺชนสฺส อภิกฺกเม สมฺมุยฺหนํ ทสฺเสติ. ‘‘ตถา อสมฺมุยฺหนฺโต’’ติ วตฺวา ตเทว อสมฺมุยฺหนํ เยน ฆนวินิพฺโภเคน โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อภิกฺกมามี’’ติอาทิมาห. จิตฺตสมุฏฺฐานวาโยธาตูติ เตเนว อภิกฺกมนจิตฺเตน สมุฏฺฐานา, ตํจิตฺตสมุฏฺฐานิกา วา วาโยธาตุ. วิญฺญตฺตินฺติ กายวิญฺญตฺตึ. ชนยมานา อุปฺปชฺชติ ตสฺสา วิการภาวโต. อิตีติ ตสฺมา อุปฺปชฺชนโต. จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผารวเสนาติ กิริยมยจิตฺตสมุฏฺฐานวาโยธาตุยา วิจลนาการสงฺขาตกายวิญฺญตฺติวเสน. ตสฺสาติ อฏฺฐิสงฺฆาฏสฺส. อภิกฺกมโตติ อภิกฺกมนฺตสฺส. โอมตฺตาติ อวมตฺตา ลามกปฺปมาณา. วาโยธาตุเตโชธาตุวเสน อิตรา เทฺว ธาตุโย.
อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมา เจตฺถ วาโยธาตุยา อนุคตา เตโชธาตุ อุทฺธรณสฺส ปจฺจโย. อุทฺธรณคติกา หิ เตโชธาตุ, เตน ตสฺสา อุทฺธรเณ วาโยธาตุยา อนุคตภาโว โหติ, ตสฺมา อิมาสํ ทฺวินฺนเมตฺถ สามตฺถิยโต อธิมตฺตตา, ตถา อภาวโต ปน อิตราสํ โอมตฺตตาติ. ยสฺมา ปน เตโชธาตุยา อนุคตา วาโยธาตุ อติหรณวีติหรณานํ ปจฺจโย. กิริยคติกาย หิ วาโยธาตุยา อติหรณวีติหรเณสุ สาติสโย พฺยาปาโร, เตน ตสฺสา ตตฺถ เตโชธาตุยา อนุคตภาโว โหติ, ตสฺมา อิมาสํ ทฺวินฺนเมตฺถ สามตฺถิยโต อธิมตฺตตา, อิตราสญฺจ ตทภาวโต โอมตฺตตาติ ทสฺเสติ ‘‘ตถา อติหรณวีติหรเณสู’’ติ อิมินา. สติปิ เจตฺถ อนุคมกานุคนฺตพฺพตาวิเสเส เตโชธาตุวาโยธาตุภาวมตฺตํ สนฺธาย ตถาสทฺทคฺคหณํ กตํ. ปฐเม หิ นเย เตโชธาตุยา อนุคมกตา, วาโยธาตุยา อนุคนฺตพฺพตา, ทุติเย ปน วาโยธาตุยา อนุคมกตา, เตโชธาตุยา อนุคนฺตพฺพตาติ. ตตฺถ อกฺกนฺตฏฺฐานโต ปาทสฺส อุกฺขิปนํ อุทฺธรณํ, ฐิตฏฺฐานํ อติกฺกมิตฺวา ปุรโต หรณํ อติหรณํ. ขาณุอาทิปริหรณตฺถํ, ปติฏฺฐิตปาทฆฏฺฏนาปริหรณตฺถํ วา ปสฺเสน หรณํ วีติหรณํ, ยาว ปติฏฺฐิตปาโท, ตาว หรณํ อติหรณํ, ตโต ปรํ หรณํ วีติหรณนฺติ วา อยเมเตสํ วิเสโส.
ยสฺมา ปถวีธาตุยา อนุคตา อาโปธาตุ โวสฺสชฺชเน ปจฺจโย. ครุตรสภาวา หิ อาโปธาตุ, เตน ตสฺสา โวสฺสชฺชเน ปถวีธาตุยา อนุคตภาโว โหติ, ตสฺมา ตาสํ ทฺวินฺนเมตฺถ สามตฺถิยโต อธิมตฺตตา, อิตราสญฺจ ตทภาวโต โอมตฺตตาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โวสฺสชฺชเน…เป… พลวติโย’’ติ. ยสฺมา ปน อาโปธาตุยา อนุคตา ปถวีธาตุ สนฺนิกฺเขปนสฺส ปจฺจโย. ปติฏฺฐาภาเว วิย ปติฏฺฐาปเนปิ ตสฺสา สาติสยกิจฺจตฺตา อาโปธาตุยา ตสฺสา อนุคตภาโว โหติ, ตถา ฆฏฺฏนกิริยาย ปถวีธาตุยา วเสน สนฺนิรุชฺฌนสฺส สิชฺฌนโต ตสฺสา สนฺนิรุชฺฌเนปิ อาโปธาตุยา อนุคตภาโว โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตถา สนฺนิกฺเขปนสนฺนิรุชฺฌเนสู’’ติ.
อนุคมกานุคนฺตพฺพตาวิเสเสปิ สติ ปถวีธาตุอาโปธาตุภาวมตฺตํ สนฺธาย ตถาสทฺทคฺคหณํ กตํ. ปฐเม หิ นเย ปถวีธาตุยา อนุคมกตา, อาโปธาตุยา อนุคนฺตพฺพตา, ทุติเย ปน อาโปธาตุยา อนุคมกตา, ปถวีธาตุยา อนุคนฺตพฺพตาติ. โวสฺสชฺชนญฺเจตฺถ ปาทสฺส โอนามนวเสน โวสฺสคฺโค, ตโต ปรํ ภูมิอาทีสุ ปติฏฺฐาปนํ สนฺนิกฺเขปนํ, ปติฏฺฐาเปตฺวา นิมฺมทฺทนวเสน คมนสฺส สนฺนิโรโธ สนฺนิรุชฺฌนํ.
ตตฺถาติ ตสฺมึ อติกฺกมเน, เตสุ วา ยถาวุตฺเตสุ อุทฺธรณาติหรณวีติหรณโวสฺสชฺชนสนฺนิกฺเขปนสนฺนิรุชฺฌนสงฺขาเตสุ ฉสุ โกฏฺฐาเสสุ. อุทฺธรเณติ อุทฺธรณกฺขเณ. รูปารูปธมฺมาติ อุทฺธรณากาเรน ปวตฺตา รูปธมฺมา, ตํสมุฏฺฐาปกา จ อรูปธมฺมา. อติหรณํ น ปาปุณนฺติ ขณมตฺตาวฏฺฐานโต. สพฺพตฺถ เอส นโย. ตตฺถ ตตฺเถวาติ ยตฺถ ยตฺถ อุทฺธรณาทิเก อุปฺปนฺนา, ตตฺถ ตตฺเถว. น หิ ธมฺมานํ เทสนฺตรสงฺกมนํ อตฺถิ ลหุปริวตฺตนโต. ปพฺพํ ปพฺพนฺติ ปริจฺเฉทํ ปริจฺเฉทํ. สนฺธิ สนฺธีติ คณฺฐิ คณฺฐิ. โอธิ โอธีติ ภาคํ ภาคํ. สพฺพญฺเจตํ อุทฺธรณาทิโกฏฺฐาเส สนฺธาย สภาคสนฺตติวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อิตโร เอว หิ รูปธมฺมานมฺปิ ปวตฺติกฺขโณ คมนโยคคมนสฺสาทานํ เทวปุตฺตานํ เหฏฺฐุปริเยน ปฏิมุขํ ธาวนฺตานํ สิรสิ, ปาเท จ พนฺธขุรธาราสมาคมโตปิ สีฆตโร, ยถา ติลานํ ภิชฺชยมานานํ ปฏปฏายเนน เภโท ลกฺขียติ, เอวํ สงฺขตธมฺมานํ อุปฺปาเทนาติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ปฏปฏายนฺตา’’ติ วุตฺตํ, อุปฺปาทวเสน ปฏปฏ-สทฺทํ อกโรนฺตาปิ กโรนฺตา วิยาติ อตฺโถ. ติลเภทลกฺขณํ ปฏปฏายนํ วิย หิ สงฺขตเภทลกฺขณํ อุปฺปาโท อุปฺปนฺนานเมกนฺตโต ภินฺนตฺตา. ตตฺถาติ อภิกฺกมเน. โก เอโก อภิกฺกมติ นาภิกฺกมติเยว. กสฺส วา เอกสฺส อภิกฺกมนํ สิยา, น สิยา เอว. กสฺมา? ปรมตฺถโต หิ…เป… ธาตูนํ สยนํ, ตสฺมาติ อตฺโถ. อนฺธพาลปุถุชฺชนสมฺมูฬฺหสฺส อตฺตโน อภิกฺกมนนิวตฺตนเญฺหตํ วจนํ. อถ วา ‘‘โก เอโก…เป… อภิกฺกมน’’นฺติ โจทนาย ‘‘ปรมตฺถโต หี’’ติอาทินา โสธนา วุตฺตา.
ตสฺมึ ตสฺมึ โกฏฺฐาเสติ ยถาวุตฺเต ฉพฺพิเธปิ โกฏฺฐาเส คมนาทิกสฺส อปจฺจามฏฺฐตฺตา. ‘‘สทฺธึ รูเปน อุปฺปชฺชเต, นิรุชฺฌตี’’ติ จ สิโลกปเทน สห สมฺพนฺโธ. ตตฺถ ปฐมปทสมฺพนฺเธ รูเปนาติ เยน เกนจิ สหุปฺปชฺชนเกน รูเปน. ทุติยปทสมฺพนฺเธ ปน ‘‘รูเปนา’’ติ อิทํ ยํ ตโต นิรุชฺฌมานจิตฺตโต อุปริ สตฺตรสมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปนฺนํ, ตเทว ตสฺส นิรุชฺฌมานจิตฺตสฺส นิโรเธน สทฺธึ นิรุชฺฌนกํ สตฺตรสจิตฺตกฺขณายุกํ รูปํ สนฺธาย วุตฺตํ, อญฺญถา รูปารูปธมฺมา สมานายุกา สิยุํ. ยทิ จ สิยุํ, อถ ‘‘รูปํ ครุปริณามํ ทนฺธนิโรธ’’นฺติอาทิ (วิภ. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถา) อฏฺฐกถาวจเนหิ, ‘‘นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมมฺปิ สมนุปสฺสามิ, ยํ เอวํ ลหุปริวตฺตํ, ยถยิทํ จิตฺต’’นฺติ (อ. นิ. ๑.๓๘) เอวมาทิปาฬิวจเนหิ จ วิโรโธ สิยา. จิตฺตเจตสิกา หิ สารมฺมณสภาวา ยถาพลํ อตฺตโน อารมฺมณปจฺจยภูตมตฺถํ วิภาเวนฺโต เอว อุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺมา เตสํ ตํสภาวนิปฺผตฺติอนนฺตรํ นิโรโธ, รูปธมฺมา ปน อนารมฺมณา ปกาเสตพฺพา, เอวํ เตสํ ปกาเสตพฺพภาวนิปฺผตฺติ โสฬสหิ จิตฺเตหิ โหติ, ตสฺมา เอกจิตฺตกฺขณาตีเตน สห สตฺตรสจิตฺตกฺขณายุกตา รูปธมฺมานมิจฺฉิตาติ. ลหุปริวตฺตนวิญฺญาณวิเสสสฺส สงฺคติมตฺตปจฺจยตาย ติณฺณํ ขนฺธานํ, วิสยสงฺคติมตฺตตาย จ วิญฺญาณสฺส ลหุปริวตฺติตา, ทนฺธมหาภูตปจฺจยตาย รูปสฺส ครุปริวตฺติตา. ยถาภูตํ นานาธาตุญาณํ โข ปน ตถาคตสฺเสว, เตน จ ปุเรชาตปจฺจโย รูปธมฺโมว วุตฺโต, ปจฺฉาชาตปจฺจโย จ ตเถวาติ รูปารูปธมฺมานํ สมานกฺขณตา น ยุชฺชเตว, ตสฺมา วุตฺตนเยเนเวตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพติ อาจริเยน (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๔) วุตฺตํ, ตเทตํ จิตฺตานุปริวตฺติยา วิญฺญตฺติยา เอกนิโรธภาวสฺส สุวิญฺเญยฺยตฺตา เอวํ วุตฺตํ. ตโต สวิญฺญตฺติเกน ปุเรตรํ สตฺตรสมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปนฺเนน รูเปน สทฺธึ อญฺญํ จิตฺตํ นิรุชฺฌตีติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อญฺญํ จิตฺตํ นิรุชฺฌติ, อญฺญํ อุปฺปชฺชเต จิตฺตนฺติ โยเชตพฺพํ. อญฺโญ หิ สทฺทกฺกโม, อญฺโญ อตฺถกฺกโมติ. ยญฺหิ ปุริมุปฺปนฺนํ จิตฺตํ, ตํ นิรุชฺฌนฺตํ อญฺญสฺส ปจฺฉา อุปฺปชฺชมานสฺส อนนฺตราทิปจฺจยภาเวเนว นิรุชฺฌติ, ตถา ลทฺธปจฺจยเมว อญฺญมฺปิ อุปฺปชฺชเต จิตฺตํ, อวตฺถาวิเสสโต เจตฺถ อญฺญถา. ยทิ เอวํ เตสมุภินฺนํ อนฺตโร ลพฺเภยฺยาติ โจทนํ ‘‘โน’’ติ อปเนตุมาห ‘‘อวีจิ มนุสมฺพนฺโธ’’ติ, ยถา วีจิ อนฺตโร น ลพฺภติ, ตเทเวทนฺติ อวิเสสํ วิทู มญฺญนฺติ, เอวํ อนุ อนุ สมฺพนฺโธ จิตฺตสนฺตาโน, รูปสนฺตาโน จ นทีโสโตว นทิยํ อุทกปฺปวาโห วิย วตฺตตีติ อตฺโถ. อวีจีติ หิ นิรนฺตรตาวเสน ภาวนปุํสกวจนํ.
อภิมุขํ โลกิตํ อาโลกิตนฺติ อาห ‘‘ปุรโตเปกฺขน’’นฺติ. ยํทิสาภิมุโข คจฺฉติ, ติฏฺฐติ, นิสีทติ, สยติ วา, ตทภิมุขํ เปกฺขนนฺติ วุตฺตํ โหติ. ยสฺมา จ ตาทิสมาโลกิตํ นาม โหติ, ตสฺมา ตทนุคตทิสาโลกนํ วิโลกิตนฺติ อาห ‘‘อนุทิสาเปกฺขน’’นฺติ, อภิมุขทิสานุรูปคเตสุ วามทกฺขิณปสฺเสสุ วิวิธา เปกฺขนนฺติ วุตฺตํ โหติ. เหฏฺฐาอุปริปจฺฉาเปกฺขนญฺหิ ‘‘โอโลกิตอุลฺโลกิตาปโลกิตานี’’ติ คหิตานิ. สารุปฺปวเสนาติ สมณปติรูปวเสน, อิมินาว อสารุปฺปวเสน อิตเรสมคฺคหณนฺติ สิชฺฌติ. สมฺมชฺชนปริภณฺฑาทิกรเณ โอโลกิตสฺส, อุลฺโลกหรณาทีสุ อุลฺโลกิตสฺส, ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตปริสฺสยปริวชฺชนาทีสุ อปโลกิตสฺส จ สิยา สมฺภโวติ อาห ‘‘อิมินา วา’’ติอาทิ, เอเตน อุปลกฺขณมตฺตญฺเจตนฺติ ทสฺเสติ.
กายสกฺขินฺติ กาเยน สจฺฉิกตํ ปจฺจกฺขการินํ, สาธกนฺติ อตฺโถ. โส หิ อายสฺมา วิปสฺสนากาเล ‘‘ยเมวาหํ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตํ นิสฺสาย สาสเน อนภิรติอาทิวิปฺปการํ ปตฺโต, ตเมว สุฏฺฐุ นิคฺคเหสฺสามี’’ติ อุสฺสาหชาโต พลวหิโรตฺตปฺโป, ตตฺถ จ กตาธิการตฺตา อินฺทฺริยสํวเร อุกฺกํสปารมิปฺปตฺโต, เตเนว นํ สตฺถา ‘‘เอตทคฺคํ ภิกฺขเว มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารานํ, ยทิทํ นนฺโท’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๓๐) เอตทคฺเค ฐเปสิ. นนฺทสฺสาติ กตฺตุตฺเถ สามิวจนํ. อิตีติ อิมินา อาโลกเนน.
สาตฺถกตา จ สปฺปายตา จ เวทิตพฺพา อาโลกิตวิโลกิตสฺสาติ อชฺฌาหริตฺวา สมฺพนฺโธ. ตสฺมาติ กมฺมฏฺฐานาวิชหนสฺเสว อาโลกิตวิโลกิเต. โคจรสมฺปชญฺญภาวโต เอตฺถาติ อาโลกิตวิโลกิเต. อตฺตโน กมฺมฏฺฐานวเสเนวาติ ขนฺธาทิกมฺมฏฺฐานวเสเนว อาโลกนวิโลกนํ กาตพฺพํ, น อญฺโญ อุปาโย คเวสิตพฺโพติ อธิปฺปาโย. กมฺมฏฺฐานสีเสเนวาติ วกฺขมานกมฺมฏฺฐานมุเขเนว. ยสฺมา ปน อาโลกิตาทิ นาม ธมฺมมตฺตสฺเสว ปวตฺติวิเสโส, ตสฺมา ตสฺส ยาถาวโต ชานนํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อพฺภนฺตเร’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาโลเกตาติ อาโลเกนฺโต. ตถา วิโลเกตา. วิญฺญตฺตินฺติ กายวิญฺญตฺตึ. อิตีติ ตสฺมา อุปฺปชฺชนโต. จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผารวเสนาติ กิริยมยจิตฺตสมุฏฺฐานาย วาโยธาตุยา วิจลนาการสงฺขาตกายวิญฺญตฺติวเสน. อกฺขิทลนฺติ อกฺขิปฏลํ. อโธ สีทตีติ โอสีทนฺตํ วิย เหฏฺฐา คจฺฉติ. อุทฺธํ ลงฺเฆตีติ ลงฺเฆนฺตํ วิย อุปริ คจฺฉติ. ยนฺตเกนาติ อกฺขิทเลสุ โยชิตรชฺชุโย คเหตฺวา ปริพฺภมนกจกฺเกน. ตโตติ ตถา อกฺขิทลานโมสีทนุลฺลงฺฆนโต. มโนทฺวาริกชวนสฺส มูลการณปริชานนํ มูลปริญฺญา. อาคนฺตุกสฺส อพฺภาคตสฺส, ตาวกาลิกสฺส จ ตงฺขณมตฺตปวตฺตกสฺส ภาโว อาคนฺตุกตาวกาลิกภาโว, เตสํ วเสน.
ตตฺถาติ เตสุ คาถาย ทสฺสิเตสุ สตฺตสุ จิตฺเตสุ. องฺคกิจฺจํ สาธยมานนฺติ ปธานภูตองฺคกิจฺจํ นิปฺผาเทนฺตํ, สรีรํ หุตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ภวงฺคญฺหิ ปฏิสนฺธิสทิสตฺตา ปธานมงฺคํ, ปธานญฺจ ‘‘สรีร’’นฺติ วุจฺจติ, อวิจฺเฉทปฺปวตฺติเหตุภาเวน วา การณกิจฺจํ สาธยมานนฺติ อตฺโถ. ตํ อาวฏฺเฏตฺวาติ ภวงฺคสามญฺญวเสน วุตฺตํ, ปวตฺตาการวิเสสวเสน ปน อตีตาทินา ติพฺพิธํ, ตตฺถ จ ภวงฺคุปจฺเฉทสฺเสว อาวฏฺฏนํ. ตนฺนิโรธาติ ตสฺส นิรุชฺฌนโต, อนนฺตรปจฺจยวเสน เหตุวจนํ. ‘‘ปฐมชวเนปิ…เป… สตฺตมชวเนปี’’ติ อิทํ ปญฺจทฺวาริกวีถิยํ ‘‘อยํ อิตฺถี, อยํ ปุริโส’’ติ รชฺชนทุสฺสนมุยฺหนานมภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตตฺถ หิ อาวชฺชนโวฏฺฐพฺพนานํ ปุเรตรํ ปวตฺตาโยนิโสมนสิการวเสน อโยนิโส อาวชฺชนโวฏฺฐพฺพนากาเรน ปวตฺตนโต อิฏฺเฐ อิตฺถิรูปาทิมฺหิ โลภสหคตมตฺตํ ชวนํ อุปฺปชฺชติ, อนิฏฺเฐ จ โทสสหคตมตฺตํ, น ปเนกนฺตรชฺชนทุสฺสนาทิ, มโนทฺวาเร เอว เอกนฺตรชฺชนทุสฺสนาทิ โหติ, ตสฺส ปน มโนทฺวาริกสฺส รชฺชนทุสฺสนาทิโน ปญฺจทฺวาริกชวนํ มูลํ, ยถาวุตฺตํ วา สพฺพมฺปิ ภวงฺคาทิ, เอวํ มโนทฺวาริกชวนสฺส มูลการณวเสน มูลปริญฺญา วุตฺตา, อาคนฺตุกตาวกาลิกตา ปน ปญฺจทฺวาริก ชวนสฺเสว อปุพฺพภาววเสน, อิตฺตรตาวเสน จ. ยุทฺธมณฺฑเลติ สงฺคามปฺปเทเส. เหฏฺฐุปริยวเสนาติ เหฏฺฐา จ อุปริ จ ปริวตฺตมานวเสน, อปราปรํ ภวงฺคุปฺปตฺติวเสนาติ อตฺโถ. ตถา ภวงฺคุปฺปาทวเสน หิ เตสํ ภิชฺชิตฺวา ปตนํ, อิมินา ปน เหฏฺฐิมสฺส, อุปริมสฺส จ ภวงฺคสฺส อปราปรุปฺปตฺติวเสน ปญฺจทฺวาริกชวนโต วิสทิสสฺส มโนทฺวาริกชวนสฺส อุปฺปาทํ ทสฺเสติ ตสฺส วเสเนว รชฺชนาทิปวตฺตนโต. เตเนวาห ‘‘รชฺชนาทิวเสน อาโลกิตวิโลกิตํ โหตี’’ติ.
อาปาถนฺติ โคจรภาวํ. สกกิจฺจนิปฺผาทนวเสนาติ อาวชฺชนาทิกิจฺจนิปฺผาทนวเสน. ตนฺติ ชวนํ. จกฺขุทฺวาเร รูปสฺส อาปาถคมเนน อาวชฺชนาทีนํ ปวตฺตนโต ปวตฺติการณวเสเนว ‘‘เคหภูเต’’ติ วุตฺตํ, น นิสฺสยวเสน. อาคนฺตุกปุริโส วิยาติ อพฺภาคตปุริโส วิย. ทุวิธา หิ อาคนฺตุกา อติถิอพฺภาคตวเสน. ตตฺถ กตปริจโย ‘‘อติถี’’ติ วุจฺจติ, อกตปริจโย ‘‘อพฺภาคโต’’ติ, อยเมวิธาธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘ยถา ปรเคเห’’ติอาทิ. ตสฺสาติ ชวนสฺส รชฺชนทุสฺสนมุยฺหนํ อยุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. อาสิเนสูติ นิสินฺเนสุ. อาณากรณนฺติ อตฺตโน วสกรณํ.
สทฺธึ สมฺปยุตฺตธมฺเมหิ ผสฺสาทีหิ. ตตฺถ ตตฺเถว สกกิจฺจนิปฺผาทนฏฺฐาเน ภิชฺชนฺติ. อิตีติ ตสฺมา อาวชฺชนาทิโวฏฺฐพฺพนปริโยสานานํ ภิชฺชนโต. อิตฺตรานีติ อจิรฏฺฐิติกานิ. ตตฺถาติ ตสฺมึ วจเน อยํ อุปมาติ อตฺโถ. อุทยพฺพยปริจฺฉินฺโน ตาว ตตฺตโก กาโล เอเตสนฺติ ตาวกาลิกานิ, ตสฺส ภาโว, ตํวเสน.
เอตนฺติ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ยถาวุตฺตธมฺมสมุทาเย. ทสฺสนํ จกฺขุวิญฺญาณํ, ตสฺส วเสเนว อาโลกนวิโลกนปญฺญายนโต อาวชฺชนาทีนมคฺคหณํ.
สมวาเยติ สามคฺคิยํ. ตตฺถาติ ปญฺจกฺขนฺธวเสน อาโลกนวิโลกน ปญฺญายมาเน. นิมิตฺตตฺเถ เจตํ ภุมฺมํ, ตพฺพินิมุตฺตโก โก เอโก อาโลเกติ น เตฺวว อาโลเกติ. โก จ เอโก วิโลเกติ นเตฺวว วิโลเกตีติ อตฺโถ.
‘‘ตถา’’ติอาทิ อายตนวเสน, ธาตุวเสน จ ทสฺสนํ. จกฺขุรูปานิ ยถารหํ ทสฺสนสฺส นิสฺสยารมฺมณปจฺจโย, ตถา อาวชฺชนา อนนฺตราทิปจฺจโย, อาโลโก อุปนิสฺสยปจฺจโยติ ทสฺสนสฺส สุตฺตนฺตนเยน ปริยายโต ปจฺจยตา วุตฺตา. สหชาตปจฺจโยปิ ทสฺสนสฺเสว, นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ อญฺญมญฺญสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตาทิปจฺจยานมฺปิ ลพฺภนโต, ‘‘สหชาตาทิปจฺจยา’’ติปิ อธุนา ปาโฐ ทิสฺสติ. ‘‘เอว’’นฺติอาทิ นิคมนํ.
อิทานิ ยถาปาฐํ สมิญฺชนปสารเณสุ สมฺปชานํ วิภาเวนฺโต ‘‘สมิญฺชิเต ปสาริเต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปพฺพานนฺติ ปพฺพภูตานํ. ตํสมิญฺชนปสารเณเนว หิ สพฺเพสํ หตฺถปาทานํ สมิญฺชนปสารณํ โหติ, ปพฺพเมเตสนฺติ วา ปพฺพา ยถา ‘‘สทฺโธ’’ติ, ปพฺพวนฺตานนฺติ อตฺโถ. จิตฺตวเสเนวาติ จิตฺตรุจิยา เอว, จิตฺตสามตฺถิยา วา. ยํ ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ สาตฺเถปิ อนตฺเถปิ สมิญฺชิตุํ, ปสาริตุํ วา, ตํตํจิตฺตานุคเตเนว สมิญฺชนปสารณมกตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถาติ สมิญฺชนปสารเณสุ อตฺถานตฺถปริคฺคณฺหนํ เวทิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. ขเณ ขเณติ ตถา ฐิตกฺขณสฺส พฺยาปนิจฺฉาวจนํ. เวทนาติ สนฺถมฺภนาทีหิ รุชฺชนา. ‘‘เวทนา อุปฺปชฺชตี’’ติอาทินา ปรมฺปรปโยชนํ ทสฺเสติ. ตถา ‘‘ตา เวทนา นุปฺปชฺชนฺตี’’ติอาทินาปิ. ปุริมํ ปุริมญฺหิ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส การณวจนํ. กาเลติ สมิญฺชิตุํ, ปสาริตุํ วา ยุตฺตกาเล. ผาตินฺติ วุทฺธึ. ฌานาทิ ปน วิเสโส.
ตตฺรายํ นโยติ สปฺปายาสปฺปายอปริคฺคณฺหเน วตฺถุสนฺทสฺสนสํงฺขาโต นโย. ตทปริคฺคหเณ อาทีนวทสฺสเนเนว ปริคฺคหเณปิ อานิสํโส วิภาวิโตติ เตสมิธ อุทาหรณํ เวทิตพฺพํ. มหาเจติยงฺคเณติ ทุฏฺฐคามณิรญฺญา กตสฺส เหมมาลีนามกสฺส มหาเจติยสฺส องฺคเณ. วุตฺตญฺหิ –
‘‘ทีปปฺปสาทโก เถโร, ราชิโน อยฺยกสฺส เม;
เอวํ กิราห นตฺตา เต, ทุฏฺฐคามณิ ภูปติ.
มหาปุญฺโญ มหาถูปํ, โสณฺณมาลึ มโนรมํ;
วีสํ หตฺถสตํ อุจฺจํ, กาเรสฺสติ อนาคเต’’ติ.
ภูมิปฺปเทโส เจตฺถ องฺคณํ ‘‘อุทงฺคเณ ตตฺถ ปปํ อวินฺทุ’’นฺติอาทิสุ (ชา. ๑.๑.๒) วิย, ตสฺมา อุปจารภูเต สุสงฺขเต ภูมิปฺปเทเสติ อตฺโถ. เตเนว การเณน คิหี ชาโตติ กายสํสคฺคสมาปชฺชนเหตุนา อุกฺกณฺฐิโต หุตฺวา หีนายาวตฺโต. ฌายีติ ฌายนํ ฑยฺหนมาปชฺชิ. มหาเจติยงฺคเณปิ จีวรกุฏึ กตฺวา ตตฺถ สชฺฌายํ คณฺหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘จีวรกุฏิทณฺฑเก’’ติ, จีวรกุฏิยา จีวรฉทนตฺถาย กตทณฺฑเกติ อตฺโถ. ‘‘มณิสปฺโป นาม สีหฬทีเป วิชฺชมานา เอกา สปฺปชาตีติ วทนฺตี’’ติ อาจริยานนฺทตฺเถเรน, (วิภ. มูลฏี. ๒๔๒) อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๔) จ วุตฺตํ. ‘‘เกจิ, อปเร, อญฺเญ’’ติ วา อวตฺวา ‘‘วทนฺติ’’จฺเจว วจนญฺจ สารโต คเหตพฺพตาวิญฺญาปนตฺถํ อญฺญถา คเหตพฺพสฺส อวจนโต, ตสฺมา น นีลสปฺปาทิ อิธ ‘‘มณิสปฺโป’’ติ เวทิตพฺโพ.
มหาเถรวตฺถุนาติ เอวํนามกสฺส เถรสฺส วตฺถุนา. อนฺเตวาสิเกหีติ ตตฺถ นิสินฺเนสุ พหูสุ อนฺเตวาสิเกสุ เอเกน อนฺเตวาสิเกน. เตนาห ‘‘ตํ อนฺเตวาสิกา ปุจฺฉึสู’’ติ. กมฺมฏฺฐานนฺติ ‘‘อพฺภนฺตเร อตฺตา นามา’’ติอาทินา (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๑๔) วกฺขมานปฺปการํ ธาตุกมฺมฏฺฐานํ. ปกรณโตปิ หิ อตฺโถ วิญฺญายตีติ. ตตฺถ ฐิตานํ ปุจฺฉนฺตานํ สงฺคหณวเสน ‘‘ตุเมฺหหี’’ติ ปุน ปุถุวจนกรณํ. เอวํ รูปํ สภาโว ยสฺสาติ เอวรูโป นิคฺคหิตโลปวเสน เตน, กมฺมฏฺฐานมนสิการสภาเวนาติ อตฺโถ. เอวเมตฺถาปีติ อปิ-สทฺเทน เหฏฺฐา วุตฺตํ อาโลกิตวิโลกิตปกฺขมเปกฺขนํ กโรติ. อยํ นโย อุปริปิ.
สุตฺตากฑฺฒนวเสนาติ ยนฺเต โยชิตสุตฺตานํ อาวิญฺฉนวเสน. ทารุยนฺตสฺสาติ ทารุนา กตยนฺตรูปสฺส. ตํ ตํ กิริยํ ยาติ ปาปุณาติ, หตฺถปาทาทีหิ วา ตํ ตํ อาการํ กุรุมานํ ยาติ คจฺฉตีติ ยนฺตํ, นฏกาทิปญฺจาลิการูปํ, ทารุนา กตํ ยนฺตํ ตถา, นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ. ตถา หิ นํ โปตฺเถน วตฺเถน อลงฺกริยตฺตา โปตฺถลิกา, ปญฺจ องฺคานิ ยสฺสา สชีวสฺเสวาติ ปญฺจาลิกาติ จ โวหรนฺติ. หตฺถปาทลฬนนฺติ หตฺถปาทานํ กมฺปนํ, หตฺถปาเทหิ วา ลีฬากรณํ.
สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารเณติ เอตฺถ สงฺฆาฏิจีวรานํ สมานธารณตาย เอกโตทสฺสนํ คนฺถครุตาปนยนตฺถํ, อนฺตรวาสกสฺส นิวาสนวเสน, เสสานํ ปารุปนวเสนาติ ยถารหมตฺโถ. ตตฺถาติ สงฺฆาฏิจีวรธารณปตฺตธารเณสุ. วุตฺตปฺปกาโรติ ปจฺจเวกฺขณวิธินา สุตฺเต วุตฺตปฺปเภโท.
อุณฺหปกติกสฺสาติ อุณฺหาลุกสฺส ปริฬาหพหุลกายสฺส. สีตาลุกสฺสาติ สีตพหุลกายสฺส. ฆนนฺติ อปฺปิตํ. ทุปฏฺฏนฺติ นิทสฺสนมตฺตํ. ‘‘อุตุทฺธฏานํ ทุสฺสานํ จตุคฺคุณํ สงฺฆาฏึ, ทิคุณํ อุตฺตราสงฺคํ, ทิคุณํ อนฺตรวาสกํ, ปํสุกูเล ยาวทตฺถ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๘) หิ วุตฺตํ. วิปรีตนฺติ ตทุภยโต วิปรีตํ, เตสํ ติณฺณมฺปิ อสปฺปายํ. กสฺมาติ อาห ‘‘อคฺคฬาทิทาเนนา’’ติอาทิ. อุทฺธริตฺวา อลฺลียาปนขณฺฑํ อคฺคฬํ. อาทิสทฺเทน ตุนฺนกมฺมาทีนิ สงฺคณฺหาติ. ตถา-สทฺโท อนุกฑฺฒนตฺโถ, อสปฺปายเมวาติ. ปฏฺฏุณฺณเทเส ปาณเกหิ สญฺชาตวตฺถํ ปฏฺฏุณฺณํ. วากวิเสสมยํ เสตวณฺณํ ทุกูลํ. อาทิสทฺเทน โกเสยฺยกมฺพลาทิกํ สานุโลมํ กปฺปิยจีวรํ สงฺคณฺหาติ. กสฺมาติ วุตฺตํ ‘‘ตาทิสญฺหี’’ติอาทิ. อรญฺเญ เอกกสฺส นิวาสนฺตรายกรนฺติ พฺรหฺมจริยนฺตราเยกเทสมาห. โจราทิสาธารณโต จ ตถา วุตฺตํ. นิปฺปริยาเยน ตํ อสปฺปายนฺติ สมฺพนฺโธ. อเนเนว ยถาวุตฺตมสปฺปายํ อเนกนฺตํ ตถารูปปจฺจเยน กสฺสจิ กทาจิ สปฺปายสมฺภวโต. อิทํ ปน ทฺวยํ เอกนฺตเมว อสปฺปายํ กสฺสจิ กทาจิปิ สปฺปายาภาวโตติ ทสฺเสติ. มิจฺฉา อาชีวนฺติ เอเตนาติ มิจฺฉาชีโว, อเนสนวเสน ปจฺจยปริเยสนปโยโค. นิมิตฺตกมฺมาทีหิ ปวตฺโต มิจฺฉาชีโว ตถา, เอเตน เอกวีสติวิธํ อเนสนปโยคมาห. วุตฺตญฺหิ สุตฺตนิปาตฏฺฐกถายํ ขุทฺทกปาฐฏฺฐกถายญฺจ เมตฺตสุตฺตวณฺณนายํ –
‘‘โย อิมสฺมึ สาสเน ปพฺพชิตฺวา อตฺตานํ น สมฺมา ปโยเชติ, ขณฺฑสีโล โหติ, เอกวีสติวิธํ อเนสนํ นิสฺสาย ชีวิกํ กปฺเปติ. เสยฺยถิทํ? เวฬุทานํ, ปตฺตทานํ, ปุปฺผ, ผล, ทนฺตกฏฺฐ, มุโขทก, สินาน, จุณฺณ, มตฺติกาทานํ, จาฏุกมฺยตํ, มุคฺคสูปฺยตํ, ปาริภฏุตํ, ชงฺฆเปสนิกํ, เวชฺชกมฺมํ, ทูตกมฺมํ, ปหิณคมนํ, ปิณฺฑปฏิปิณฺฑํ, ทานานุปฺปทานํ, วตฺถุวิชฺชํ, นกฺขตฺตวิชฺชํ, องฺควิชฺช’’นฺติ.
อภิธมฺมฏีกากาเรน ปน อาจริยานนฺทตฺเถเรน เอวํ วุตฺตํ –
‘‘เอกวีสติ อเนสนา นาม เวชฺชกมฺมํ กโรติ, ทูตกมฺมํ กโรติ, ปหิณกมฺมํ กโรติ, คณฺฑํ ผาเลติ, อรุมกฺขนํ เทติ, อุทฺธํวิเรจนํ เทติ, อโธวิเรจนํ เทติ, นตฺถุเตลํ ปจติ, วณเตลํ ปจติ, เวฬุทานํ เทติ, ปตฺต, ปุปฺผ, ผล, สินาน, ทนฺตกฏฺฐ, มุโขทก, จุณฺณ, มตฺติกาทานํ เทติ, จาฏุกมฺมํ กโรติ, มุคฺคสูปิยํ, ปาริภฏุํ, ชงฺฆเปสนิกํ ทฺวาวีสติมํ ทูตกมฺเมน สทิสํ, ตสฺมา เอกวีสตี’’ติ (ธ. ส. มูลฏี. ๑๕๐-๕๑).
อฏฺฐกถาวจนญฺเจตฺถ พฺรหฺมชาลาทิสุตฺตนฺตนเยน วุตฺตํ, ฏีกาวจนํ ปน ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺคาทิอภิธมฺมนเยน, อโต เจตฺถ เกสญฺจิ วิสมตาติ วทนฺติ, วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ. อปิจ ‘‘นิมิตฺตกมฺมาที’’ติ อิมินา นิมิตฺโตภาสปริกถาโย วุตฺตา. ‘‘มิจฺฉาชีโว’’ติ ปน ยถาวุตฺตปโยโค, ตสฺมา นิมิตฺตกมฺมญฺจ มิจฺฉาชีโว จ, ตพฺพเสน อุปฺปนฺนํ อสปฺปายํ สีลวินาสเนน อนตฺถาวหตฺตาติ อตฺโถ. สมาหารทฺวนฺเทปิ หิ กตฺถจิ ปุลฺลิงฺคปโยโค ทิสฺสติ ยถา ‘‘จิตฺตุปฺปาโท’’ติ. อติรุจิเย ราคาทโย, อติอรุจิเย จ โทสาทโยติ อาห ‘‘อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺตี’’ติ. ตนฺติ ตทุภยํ. กมฺมฏฺฐานาวิชหนวเสนาติ วกฺขมานกมฺมฏฺฐานสฺส อวิชหนวเสน.
‘‘อพฺภนฺตเร อตฺตา นามา’’ติอาทินา สงฺเขปโต อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ตตฺถ จีวรมฺปิ อเจตน’’นฺติอาทินา จีวรสฺส วิย ‘‘กาโยปิ อเจตโน’’ติ กายสฺส อตฺตสุญฺญตาวิภาวเนน ตมตฺถํ ปริทีเปนฺโต ‘‘ตสฺมา เนว สุนฺทรํ จีวรํ ลภิตฺวา’’ติอาทินา วุตฺตสฺส อิตรีตรสนฺโตสสฺส การณํ วิภาเวตีติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺหิ สมฺพนฺโธ วตฺตพฺโพ – อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อพฺภนฺตเร’’ติอาทิมาห. อตฺตสุญฺญตาวิภาวเนน ปน ตทตฺถํ ปริทีปิตุํ วุตฺตํ ‘‘ตตฺถ จีวร’’นฺติอาทิ. อิทานิ อตฺตสุญฺญตาวิภาวนสฺส ปโยชนภูตํ อิตรีตรสนฺโตสสงฺขาตํ ลทฺธคุณํ ปกาเสนฺโต อาห ‘‘ตสฺมา เนว สุนฺทร’’นฺติอาทีติ.
ตตฺถ อพฺภนฺตเรติ อตฺตโน สนฺตาเน. ตตฺถาติ ตสฺมึ จีวรปารุปเน. เตสุ วา ปารุปกตฺตปารุปิตพฺพจีวเรสุ. กาโยปีติ อตฺตปญฺญตฺติมตฺโต กาโยปิ. ‘‘ตสฺมา’’ติ อชฺฌาหริตพฺพํ, อเจตนตฺตาติ อตฺโถ. อหนฺติ กมฺมภูโต กาโย. ธาตุโยติ จีวรสงฺขาโต พาหิรา ธาตุโย. ธาตุสมูหนฺติ กายสงฺขาตํ อชฺฌตฺติกํ ธาตุสมูหํ. โปตฺถกรูปปฏิจฺฉาทเน ธาตุโย ธาตุสมูหํ ปฏิจฺฉาเทนฺติ วิยาติ สมฺพนฺโธ. ปุสนํ เสฺนหเสจนํ, ปูรณํ วา โปตฺถํ, เลปนขนนกิริยา, เตน กตนฺติ โปตฺถกํ, ตเมว รูปํ ตถา, ขนนกมฺมนิพฺพตฺตํ ทารุมตฺติกาทิรูปมิธาธิปฺเปตํ. ตสฺมาติ อเจตนตฺตา, อตฺตสุญฺญภาวโต วา.
นาคานํ นิวาโส วมฺมิโก นาควมฺมิโก. จิตฺตีกรณฏฺฐานภูโต รุกฺโข เจติยรุกฺโข. เกหิจิ สกฺกตสฺสาปิ เกหิจิ อสกฺกตสฺส กายสฺส อุปมานภาเวน โยคฺยตฺตา เตสมิธ กถนํ. เตหีติ มาลาคนฺธคูถมุตฺตาทีหิ. อตฺตสุญฺญตาย นาควมฺมิกเจติยรุกฺขาทีหิ วิย กายสงฺขาเตน อตฺตนา โสมนสฺสํ วา โทมนสฺสํ วา น กาตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ.
‘‘ลภิสฺสามิ วา, โน วา’’ติ ปจฺจเวกฺขณปุพฺพเกน ‘‘ลภิสฺสามี’’ติ อตฺถสมฺปสฺสเนเนว คเหตพฺพํ. เอวญฺหิ สาตฺถกสมฺปชญฺญํ ภวตีติ อาห ‘‘สหสาว อคฺคเหตฺวา’’ติอาทิ.
ครุปตฺโตติ อติภารภูโต ปตฺโต. จตฺตาโร วา ปญฺจ วา คณฺฐิกา จตุปญฺจคณฺฐิกา ยถา ‘‘ทฺวตฺติปตฺตา (ปาจิ. ๒๓๒), ฉปฺปญฺจวาจา’’ติ (ปาจิ. ๖๑) อญฺญปทภูตสฺส หิ วา-สทฺทสฺเสว อตฺโถ อิธ ปธาโน จตุคณฺฐิกาหโต วา ปญฺจคณฺฐิกาหโต วา ปตฺโต ทุพฺพิโสธนีโยติ วิกปฺปนวเสน อตฺถสฺส คยฺหมานตฺตา. อาหตา จตุปญฺจคณฺฐิกา ยสฺสาติ จตุปญฺจคณฺฐิกาหโต ยถา ‘‘อคฺยาหิโต’’ติ, จตุปญฺจคณฺฐิกาหิ วา อาหโต ตถา, ทุพฺพิโสธนียภาวสฺส เหตุคพฺภวจนญฺเจตํ. กามญฺจอูนปญฺจพนฺธนสิกฺขาปเท (ปารา. ๖๑๒) ปญฺจคณฺฐิกาหโตปิ ปตฺโต ปริภุญฺชิตพฺพภาเวน วุตฺโต, ทุพฺพิโสธนียตามตฺเตน ปน ปลิโพธกรณโต อิธ อสปฺปาโยติ ทฏฺฐพฺพํ. ทุทฺโธตปตฺโตติ อคณฺฐิกาหตมฺปิ ปกติยาว ทุพฺพิโสธนียปตฺตํ สนฺธายาห. ‘‘ตํ โธวนฺตสฺเสวา’’ติอาทิ ตทุภยสฺสาปิ อสปฺปายภาเว การณํ. ‘‘มณิวณฺณปตฺโต ปน โลภนีโย’’ติ อิมินา กิญฺจาปิ โส วินยปริยาเยน กปฺปิโย, สุตฺตนฺตปริยาเยน ปน อนฺตรายกรณโต อสปฺปาโยติ ทสฺเสติ. ‘‘ปตฺตํ ภมํ อาโรเปตฺวา มชฺชิตฺวา ปจนฺติ ‘มณิวณฺณํ กริสฺสามา’ติ, น วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.ปาฬิมุตฺตกวินิจฺฉโย) หิ วินยฏฺฐกถาสุ ปจนกิริยามตฺตเมว ปฏิกฺขิตฺตํ. ตถา หิ วทนฺติ ‘‘มณิวณฺณํ ปน ปตฺตํ อญฺเญน กตํ ลภิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๘๕) ‘‘ตาทิสญฺหิ อรญฺเญ เอกกสฺส นิวาสนฺตรายกร’’นฺติอาทินา จีวเร วุตฺตนเยน ‘‘นิมิตฺตกมฺมาทิวเสน ลทฺโธ ปน เอกนฺตอกปฺปิโย สีลวินาสเนน อนตฺถาวหตฺตา’’ติอาทินา อเมฺหหิ วุตฺตนโยปิ ยถารหํ เนตพฺโพ. เสวมานสฺสาติ เหตฺวนฺโต คธวจนํ อภิวฑฺฒนปริหายนสฺส.
‘‘อพฺภนฺตเร’’ติอาทิ สงฺเขโป. ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ อตฺตสุญฺญตาวิภาวเนน วิตฺถาโร. สณฺฑาเสนาติ กมฺมารานํ อโยคหณวิเสเสน. อคฺคิวณฺณปตฺตคฺคหเณติ อคฺคินา ฌาปิตตฺตา อคฺคิวณฺณภูตปตฺตสฺส คหเณ. ราคาทิปริฬาหชนกปตฺตสฺส อีทิสเมว อุปมานํ ยุตฺตนฺติ เอวํ วุตฺตํ.
‘‘อปิจา’’ติอาทินา สงฺฆาฏิจีวรปตฺตธารเณสุ เอกโต อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ ทสฺเสติ. ฉินฺนหตฺถปาเท อนาถมนุสฺเสติ สมฺพนฺโธ. นีลมกฺขิกา นาม อาสาฏิกการิกา. ควาทีนญฺหิ วเณสุ นีลมกฺขิกาหิ กตา อนยพฺยสนเหตุภูตา อณฺฑกา อาสาฏิกา นาม วุจฺจติ. อนาถสาลายนฺติ อนาถานํ นิวาสสาลายํ. ทยาลุกาติ กรุณาพหุลา. วณมตฺตโจฬกานีติ วณปฺปมาเณน ปฏิจฺฉาทนตฺถาย ฉินฺนโจฬขณฺฑกานิ. เกสญฺจีติ พหูสุ เกสญฺจิ อนาถมนุสฺสานํ. ถูลานีติ ถทฺธานิ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ปาปุณเน, ภาวลกฺขเณ, นิมิตฺเต วา เอตํ ภุมฺมํ. กสฺมาติ วุตฺตํ ‘‘วณปฏิจฺฉาทนมตฺเตเนวา’’ติอาทิ. โจฬเกน, กปาเลนาติ จ อตฺถโยเค กมฺมตฺเถ ตติยา, กรณตฺเถ วา. วณปฏิจฺฉาทนมตฺเตเนว เภสชฺชกรณมตฺเตเนวาติ ปน วิเสสนํ, น ปน มณฺฑนานุภวนาทิปฺปกาเรน อตฺโถติ. สงฺขารทุกฺขตาทีหิ นิจฺจาตุรสฺส กายสฺส ปริโภคภูตานํ ปตฺตจีวรานํ เอทิสเมว อุปมานมุปปนฺนนฺติ ตถา วจนํ ทฏฺฐพฺพํ. สุขุมตฺตสลฺลกฺขเณน อุตฺตมสฺส สมฺปชานสฺส กรณสีลตฺตา, ปุริเมหิ จ สมฺปชานการีหิ อุตฺตมตฺตา อุตฺตมสมฺปชานการี.
อสนาทิกิริยาย กมฺมวิเสสโยคโต อสิตาทิปเทเหว กมฺมวิเสสสหิโต กิริยาวิเสโส วิญฺญายตีติ วุตฺตํ ‘‘อสิเตติ ปิณฺฑปาตโภชเน’’ติอาทิ. อฏฺฐวิโธปิ อตฺโถติ อฏฺฐปฺปกาโรปิ ปโยชนวิเสโส.
ตตฺถ ปิณฺฑปาตโภชนาทีสุ อตฺโถ นาม อิมินา มหาสิวตฺเถรวาทวเสน ‘‘อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๔.๑๒๐; อ. นิ. ๖.๕๘; ๘.๙; ธ. ส. ๑๓๕๕; มหานิ. ๒๐๖) สุตฺเต วุตฺตํ อฏฺฐวิธมฺปิ ปโยชนํ ทสฺเสติ. มหาสิวตฺเถโร (ธ. ส. ๑.๑๓๕๕) หิ ‘‘เหฏฺฐา จตฺตาริ องฺคานิ ปฏิกฺเขโป นาม, อุปริ ปน อฏฺฐงฺคานิ ปโยชนวเสน สโมธาเนตพฺพานี’’ติ วทติ. ตตฺถ ‘‘ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา’’ติ เอกมงฺคํ, ‘‘ยาปนายา’’ติ เอกํ, ‘‘วิหึสูปรติยา’’ติ เอกํ, ‘‘พฺรหฺมจริยานุคฺคหายา’’ติ เอกํ, ‘‘อิติ ปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามี’’ติ เอกํ, ‘‘นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามี’’ติ เอกํ, ‘‘ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสตี’’ติ เอกํ, ‘‘อนวชฺชตา จา’’ติ เอกํ, ผาสุวิหาโร ปน โภชนานิสํสมตฺตนฺติ เอวํ อฏฺฐ องฺคานิ ปโยชนวเสน สโมธาเนตพฺพานิ. อญฺญถา ปน ‘‘เนว ทวายา’’ติ เอกมงฺคํ, ‘‘น มทายา’’ติ เอกํ, ‘‘น มณฺฑนายา’’ติ เอกํ, ‘‘น วิภูสนายา’’ติ เอกํ, ‘‘ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา ยาปนายา’’ติ เอกํ, ‘‘วิหึสูปรติยา พฺรหฺมจริยานุคฺคหายา’’ติ เอกํ, ‘‘อิติ ปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามิ, นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามี’’ติ เอกํ, ‘‘ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสตี’’ติ เอกํ, ‘‘อนวชฺชตา จ ผาสุวิหาโร จา’’ติ ปน โภชนานิสํสมตฺตนฺติ วุตฺตานิ อฏฺฐงฺคานิ อิธานธิปฺเปตานิ. กสฺมาติ เจ? ปโยชนานเมว อภาวโต, เตสเมว จ อิธ อตฺถสทฺเทน วุตฺตตฺตา. นนุ จ ‘‘เนวทวายาติอาทินา นเยน วุตฺโต’’ติ มริยาทวจเนน ทุติยนยสฺเสว อิธาธิปฺเปตภาโว วิญฺญายตีติ? น, ‘‘เนว ทวายา’’ติอาทินา ปฏิกฺเขปงฺคทสฺสนมุเขน ปจฺจเวกฺขณปาฬิยา เทสิตตฺตา, ยถาเทสิตตนฺติกฺกมสฺเสว มริยาทภาเวน ทสฺสนโต. ปาฐกฺกเมเนว หิ ‘‘เนว ทวายาติอาทินา นเยนา’’ติ วุตฺตํ, น อตฺถกฺกเมน, เตน ปน ‘‘อิมสฺส กายสฺส ฐิติยาติอาทินา นเยนา’’ติ วตฺตพฺพนฺติ.
ติธา เทนฺเต ทฺวิธา คาหํ สนฺธาย ‘‘ปฏิคฺคหณํ นามา’’ติ วุตฺตํ, โภชนาทิคหณตฺถาย หตฺถโอตารณํ ภุญฺชนาทิอตฺถาย อาโลปกรณนฺติอาทินา อนุกฺกเมน ภุญฺชนาทิปโยโค วาโยธาตุวเสเนว วิภาวิโต. วาโยธาตุวิปฺผาเรเนวาติ เอตฺถ เอว-สทฺเทน นิวตฺเตตพฺพํ ทสฺเสติ ‘‘น โกจี’’ติอาทินา. กุญฺจิกา นาม อวาปุรณํ, ยํ ‘‘ตาโฬ’’ติปิ วทนฺติ. ยนฺตเกนาติ จกฺกยนฺตเกน. ยตติ อุคฺฆาฏนนิคฺฆาฏนอุกฺขิปนนิกฺขิปนาทีสุ วายมติ เอเตนาติ หิ ยนฺตกํ. สญฺจุณฺณกรณํ มุสลกิจฺจํ. อนฺโตกตฺวา ปติฏฺฐาปนํ อุทุกฺขลกิจฺจํ. อาโลฬิตวิโลฬิตวเสน ปริวตฺตนํ หตฺถกิจฺจํ. อิตีติ เอวํ. ตตฺถาติ หตฺถกิจฺจสาธเน, ภาวลกฺขเณ, นิมิตฺเต วา ภุมฺมํ. ตนุกเขโฬติ ปสนฺนเขโฬ. พหลเขโฬติ อาวิลเขโฬ. ชิวฺหาสงฺขาเตน หตฺเถน อาโลฬิตวิโลฬิตวเสน อิโต จิโต จ ปริวตฺตกํ ชิวฺหาหตฺถปริวตฺตกํ. กฏจฺฉุ, ทพฺพีติ กตฺถจิ ปริยายวจนํ. ‘‘ปุเม กฏจฺฉุ ทพฺพิตฺถี’’ติ หิ วุตฺตํ. อิธ ปน เยน โภชนาทีนิ อนฺโตกตฺวา คณฺหาติ, โส กฏจฺฉุ, ยาย ปน เตสมุทฺธรณาทีนิ กโรติ, สา ทพฺพีติ เวทิตพฺพํ. ปลาลสนฺถารนฺติ ปติฏฺฐานภูตํ ปลาลาทิสนฺถารํ. นิทสฺสนมตฺตเญฺหตํ. ธาเรนฺโตติ ปติฏฺฐานภาเวน สมฺปฏิจฺฉนฺโต. ปถวีสนฺธารกชลสฺส ตํสนฺธารกวายุนา วิย ปริภุตฺตาหารสฺส วาโยธาตุนาว อามาสเย อวฏฺฐานนฺติ ทสฺเสติ ‘‘วาโยธาตุวเสเนว ติฏฺฐตี’’ติ อิมินา. ตถา ปริภุตฺตญฺหิ อาหารํ วาโยธาตุ เหฏฺฐา จ ติริยญฺจ ฆนํ ปริวฏุมํ กตฺวา ยาว ปกฺกา สนฺนิรุชฺฌนวเสน อามาสเย ปติฏฺฐิตํ กโรตีติ. อุทฺธนํ นาม ยตฺถ อุกฺขลิยาทีนิ ปติฏฺฐาเปตฺวา ปจนฺติ, ยา ‘‘จุลฺลี’’ติปิ วุจฺจติ. รสฺสทณฺโฑ ทณฺฑโก. ปโตโท ยฏฺฐิ. อิตีติ วุตฺตปฺปการมติทิสติ. วุตฺตปฺปการสฺเสว หิ ธาตุวเสน วิภาวนา. ตตฺถ อติหรตีติ ยาว มุขา อภิหรติ. วีติหรตีติ ตโต กุจฺฉิยํ วิมิสฺสํ กโรนฺโต หรตี’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๔) อาจริยธมฺมปาลตฺเถโร, อาจริยานนฺทตฺเถโร ปน ‘‘ตโต ยาว กุจฺฉิ, ตาว หรตี’’ติ (วิภ. มูลฏี. ๕๒๓) อาห. ตทุภยมฺปิ อตฺถโต เอกเมว อุภยตฺถาปิ กุจฺฉิสมฺพนฺธมตฺตํ หรณสฺเสว อธิปฺเปตตฺตา.
อปิจ อติหรตีติ มุขทฺวารํ อติกฺกาเมนฺโต หรติ. วีติหรตีติ กุจฺฉิคตํ ปสฺสโต หรติ. ธาเรตีติ อามาสเย ปติฏฺฐิตํ กโรติ. ปริวตฺเตตีติ อปราปรํ ปริวตฺตนํ กโรติ. สญฺจุณฺเณตีติ มุสเลน วิย สญฺจุณฺณนํ กโรติ. วิโสเสตีติ วิโสสนํ นาติสุกฺขํ กโรติ. นีหรตีติ กุจฺฉิโต พหิ นิทฺธาเรติ. ปถวีธาตุกิจฺเจสุปิ ยถาวุตฺโตเยว อตฺโถ. ตานิ ปน อาหารสฺส ธารณปริวตฺตนสญฺจุณฺณนวิโสสนานิ ปถวีสหิตา เอว วาโยธาตุ กาตุํ สกฺโกติ, น เกวลา, ตสฺมา ตานิ ปถวีธาตุยาปิ กิจฺจภาเวน วุตฺตานิ. สิเนเหตีติ เตเมติ. อลฺลตฺตญฺจ อนุปาเลตีติ ยถา วาโยธาตุอาทีหิ อติวิย โสสนํ น โหติ, ตถา อลฺลภาวญฺจ นาติอลฺลตากรณวเสน อนุปาเลติ. อญฺชโสติ อาหารสฺส ปวิสนปริวตฺตนนิกฺขมนาทีนํ มคฺโค. วิญฺญาณธาตูติ มโนวิญฺญาณธาตุ ปริเยสนชฺโฌหรณาทิวิชานนสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ ตสฺมึ ปริเยสนชฺโฌหรณาทิกิจฺเจ. ตํตํวิชานนสฺส ปจฺจยภูโต ตํนิปฺผาทโกเยว ปโยโค สมฺมาปโยโค นาม. เยน หิ ปโยเคน ปริเยสนาทิ นิปฺผชฺชติ,. โส ตพฺพิสยวิชานนมฺปิ นิปฺผาเทติ นาม ตทวินาภาวโต. ตมนฺวาย อาคมฺมาติ อตฺโถ. อาภุชตีติ ปริเยสนวเสน, อชฺฌาหรณชิณฺณาชิณฺณตาทิปฏิสํเวทนวเสน จ ตานิ ปริเยสนชฺโฌหรณชิณฺณาชิณฺณตาทีนิ อาวชฺเชติ วิชานาติ. อาวชฺชนปุพฺพกตฺตา วิชานนสฺส วิชานนมฺเปตฺถ คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ. อถ วา สมฺมาปโยโค นาม สมฺมาปฏิปตฺติ. ตมนฺวาย อาคมฺม. ‘‘อพฺภนฺตเร อตฺตา นาม โกจิ ภุญฺชนโก นตฺถี’’ติอาทินา อาภุชติ สมนฺนาหรติ, วิชานาตีติ อตฺโถ. อาโภคปุพฺพโก หิ สพฺโพ วิญฺญาณพฺยาปาโรติ ‘‘อาภุชติ’’จฺเจว วุตฺตํ.
คมนโตติ ภิกฺขาจารวเสน โคจรคามํ อุทฺทิสฺส คมนโต. ปจฺจาคมนมฺปิ คมนสภาวตฺตา อิมินาว สงฺคหิตํ. ปริเยสนโตติ โคจรคาเม ภิกฺขาย อาหิณฺฑนโต. ปริเยสนสภาวตฺตา อิมินาว ปฏิกฺกมนสาลาทิอุปสงฺกมนมฺปิ สงฺคหิตํ. ปริโภคโตติ ทนฺตมุสเลหิ สญฺจุณฺเณตฺวา ชิวฺหาย สมฺปริวตฺตนกฺขเณเยว อนฺตรหิตวณฺณคนฺธสงฺขารวิเสสํ สุวานโทณิยํ สุวานวมถุ วิย ปรมเชคุจฺฉํ อาหารํ ปริภุญฺชนโต. อาสยโตติ เอวํ ปริภุตฺตสฺส อาหารสฺส ปิตฺตเสมฺหปุพฺพโลหิตาสยภาวูปคมเนน ปรมชิคุจฺฉนเหตุภูตโต อามาสยสฺส อุปริ ปติฏฺฐานกปิตฺตาทิจตุพฺพิธาสยโต. อาสยติ เอกชฺฌํ ปวตฺตมาโนปิ กมฺมพลววตฺถิโต หุตฺวา มริยาทวเสน อญฺญมญฺญํ อสงฺกรโต ติฏฺฐติ ปวตฺตติ เอตฺถาติ หิ อาสโย, อามาสยสฺส อุปริ ปติฏฺฐานโก ปิตฺตาทิ จตุพฺพิธาสโย. มริยาทตฺโถ หิ อยมากาโร. นิธานโตติ อามาสยโต. นิเธติ ยถาภุตฺโต อาหาโร นิจิโต หุตฺวา ติฏฺฐติ เอตฺถาติ หิ อามาสโย ‘‘นิธาน’’นฺติ วุจฺจติ. อปริปกฺกโตติ ภุตฺตาหารปริปาจเนน คหณีสงฺขาเตน กมฺมชเตชสา อปริปากโต. ปริปกฺกโตติ ยถาวุตฺตกมฺมชเตชสาว ปริปากโต. ผลโตติ นิปฺผตฺติโต, สมฺมาปริปจฺจมานสฺส, อสมฺมาปริปจฺจมานสฺส จ ภุตฺตาหารสฺส ยถากฺกมํ เกสาทิกุณปททฺทุอาทิโรคาภินิปฺผตฺติสงฺขาตปโยชนโตติ วา อตฺโถ. ‘‘อิทมสฺส ผล’’นฺติ หิ วุตฺตํ. นิสฺสนฺทนโตติ อกฺขิกณฺณาทีสุ อเนกทฺวาเรสุ อิโต จิโต จ วิสฺสนฺทนโต. วุตฺตญฺหิ –
‘‘อนฺนํ ปานํ ขาทนียํ, โภชนญฺจ มหารหํ;
เอกทฺวาเรน ปวิสิตฺวา, นวทฺวาเรหิ สนฺทตี’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๓๐๓);
สมฺมกฺขนโตติ หตฺถโอฏฺฐาทิองฺเคสุ นวสุ ทฺวาเรสุ ปริโภคกาเล, ปริภุตฺตกาเล จ ยถารหํ สพฺพโส มกฺขนโต. สพฺพตฺถ อาหาเร ปฏิกฺกูลตา ปจฺจเวกฺขิตพฺพาติ สห ปาฐเสเสน โยชนา. ตํตํกิริยานิปฺผตฺติปฏิปาฏิวเสน จายํ ‘‘คมนโต’’ติอาทิกา อนุปุพฺพี ฐปิตา. สมฺมกฺขนํ ปน ปริโภคาทีสุ ลพฺภมานมฺปิ นิสฺสนฺทวเสน วิเสสโต ปฏิกฺกูลนฺติ สพฺพปจฺฉา ฐปิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ปตฺตกาเลติ ยุตฺตกาเล, ยถาวุตฺเตน วา เตเชน ปริปจฺจนโต อุจฺจารปสฺสาวภาวํ ปตฺตกาเล. เวคสนฺธารเณน อุปฺปนฺนปริฬาหตฺตา สกลสรีรโต เสทา มุจฺจนฺติ. ตโตเยว อกฺขีนิ ปริพฺภมนฺติ, จิตฺตญฺจ เอกคฺคํ น โหติ. อญฺเญ จ สูลภคนฺทราทโย โรคา อุปฺปชฺชนฺติ. สพฺพํ ตนฺติ เสทมุจฺจนาทิกํ.
อฏฺฐาเนติ มนุสฺสามนุสฺสปริคฺคหิเต เขตฺตเทวายตนาทิเก อยุตฺตฏฺฐาเน. ตาทิเส หิ กโรนฺตํ กุทฺธา มนุสฺสา, อมนุสฺสา วา ชีวิตกฺขยมฺปิ ปาเปนฺติ. อาปตฺตีติ ปน ภิกฺขุภิกฺขุนีนํ ยถารหํ ทุกฺกฏปาจิตฺติยา. ปติรูเป ฐาเนติ วุตฺตวิปรีเต ฐาเน. สพฺพํ ตนฺติ อาปตฺติอาทิกํ.
นิกฺขมาเปตา อตฺตา นาม อตฺถิ, ตสฺส กามตาย นิกฺขมนนฺติ พาลมญฺญนํ นิวตฺเตตุํ ‘‘อกามตายา’’ติ วุตฺตํ, อตฺตโน อนิจฺฉาย อปโยเคน วาโยธาตุวิปฺผาเรเนว นิกฺขมตีติ วุตฺตํ โหติ. สนฺนิจิตาติ สมุจฺจเยน ฐิตา. วายุเวคสมุปฺปีฬิตาติ วาโยธาตุยา เวเคน สมนฺตโต อวปีฬิตา, นิกฺขมนสฺส เจตํ เหตุวจนํ. ‘‘สนฺนิจิตา อุจฺจารปสฺสาวา’’ติ วตฺวา ‘‘โส ปนายํ อุจฺจารปสฺสาโว’’ติ ปุน วจนํ สมาหารทฺวนฺเทปิ ปุลฺลิงฺคปโยคสฺส สมฺภวตาทสฺสนตฺถํ. เอกตฺตเมว หิ ตสฺส นิยตลกฺขณนฺติ. อตฺตนา นิรเปกฺขํ นิสฺสฏฺฐตฺตา เนว อตฺตโน อตฺถาย สนฺตกํ วา โหติ, กสฺสจิปิ ทียนวเสน อนิสฺสชฺชิตตฺตา, ชิคุจฺฉนียตฺตา จ น ปรสฺสปีติ อตฺโถ. สรีรนิสฺสนฺโทวาติ สรีรโต วิสฺสนฺทนเมว นิกฺขมนมตฺตํ. สรีเร สติ โส โหติ, นาสตีติ สรีรสฺส อานิสํสมตฺตนฺติปิ วทนฺติ. ตทยุตฺตเมว นิทสฺสเนน วิสมภาวโต. ตตฺถ หิ ‘‘ปฏิชคฺคนมตฺตเมวา’’ติ วุตฺตํ, ปฏิโสธนมตฺตํ เอวาติ จสฺส อตฺโถ. เวฬุนาฬิอาทิอุทกภาชนํ อุทกตุมฺโพ. ตนฺติ ฉฑฺฑิตอุทกํ.
‘‘คเตติ คมเน’’ติ ปุพฺเพ อภิกฺกมปฏิกฺกมคหเณน คมเนปิ ปุรโต, ปจฺฉโต จ กายสฺส อติหรณํ วุตฺตนฺติ อิธ คมนเมว คหิต’’นฺติ (วิภ. มูลฏี. ๕๒๕) อาจริยานนฺทตฺเถเรน วุตฺตํ, ตํ เกจิวาโท นาม อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน กตํ. กสฺมาติ เจ? คมเน ปวตฺตสฺส ปุรโต, ปจฺฉโต จ กายาติหรณสฺส ตทวินาภาวโต ปทวีติหารนิยมิตาย คมนกิริยาย เอว สงฺคหิตตฺตา, วิภงฺคฏฺฐกถาทีหิ (อภิ. อฏฺฐ. ๒.๕๒๓) จ วิโรธนโต. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ คมนสฺส อุภยตฺถ สมวโรธตฺตํ, เภทตฺตญฺจ –
‘‘เอตฺถ จ เอโก อิริยาปโถ ทฺวีสุ ฐาเนสุ อาคโต. โส เหฏฺฐา ‘อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต’ติ เอตฺถ ภิกฺขาจารคามํ คจฺฉโต จ อาคจฺฉโต จ อทฺธานคมนวเสน กถิโต. ‘คเต ฐิเต นิสินฺเน’ติ เอตฺถ วิหาเร จุณฺณิกปาทุทฺธารอิริยาปถวเสน กถิโตติ เวทิตพฺโพ’’ติ.
‘‘คเต’’ติอาทีสุ อวตฺถาเภเทน กิริยาเภโทเยว, น ปน อตฺถเภโทติ ทสฺเสตุํ ‘‘คจฺฉนฺโต วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. ตตฺถ สุตฺเตติ ทีฆนิกาเย, มชฺฌิมนิกาเย จ สงฺคีเต สติปฏฺฐานสุตฺเต (ที. นิ. ๒.๓๗๒; ม. นิ. ๑.๑๐๕) อทฺธานอิริยาปถาติ จิรปวตฺตกา ทีฆกาลิกา อิริยาปถา อทฺธานสทฺทสฺส จิรกาลวจนโต ‘‘อทฺธนิยํ อสฺส จิรฏฺฐิติก’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๘๔; ๓.๑๗๗; ปารา. ๒๑) วิย, อทฺธานคมนปวตฺตกา วา ทีฆมคฺคิกา อิริยาปถา. อทฺธานสทฺโท หิ ทีฆมคฺคปริยาโย ‘‘อทฺธานคมนสมโย’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๒๑๓, ๒๑๗) วิย. มชฺฌิมาติ ภิกฺขาจาราทิวเสน ปวตฺตา นาติจิรกาลิกา, นาติทีฆมคฺคิกา วา อิริยาปถา. จุณฺณิยอิริยาปถาติ วิหาเร, อญฺญตฺถ วา อิโต จิโต จ ปริวตฺตนาทิวเสน ปวตฺตา อปฺปมตฺตกภาเวน จุณฺณวิจุณฺณิยภูตา อิริยาปถา. อปฺปมตฺตกมฺปิ หิ ‘‘จุณฺณวิจุณฺณ’’นฺติ โลเก วทนฺติ. ‘‘ขุทฺทกจุณฺณิกอิริยาปถา’’ติปิ ปาโฐ, ขุทฺทกา หุตฺวา วุตฺตนเยน จุณฺณิกา อิริยาปถาติ อตฺโถ. ตสฺมาติ เอวํ อวตฺถาเภเทน อิริยาปถเภทมตฺตสฺส กถนโต. เตสุปีติ ‘‘คเต ฐิเต’’ติอาทีสุปิ. วุตฺตนเยนาติ ‘‘อภิกฺกนฺเต’’ติอาทีสุ วุตฺตนเยน.
อปรภาเคติ คมนอิริยาปถโต อปรภาเค. ฐิโตติ ฐิตอิริยาปถสมฺปนฺโน. เอตฺเถวาติ จงฺกมเนเยว. เอวํ สพฺพตฺถ ยถารหํ.
คมนฐานนิสชฺชานํ วิย นิสีทนสยนสฺส กมวจนมยุตฺตํ เยภุยฺเยน ตถา กมาภาวโตติ ‘‘อุฏฺฐาย’’ มิจฺเจว วุตฺตํ.
ชาคริตสทฺทสนฺนิธานโต เจตฺถ ภวงฺโคตรณวเสน นิทฺโทกฺกมนเมว สยนํ, น ปน ปิฏฺฐิปสารณมตฺตนฺติ ทสฺเสติ ‘‘กิริยามยปวตฺตาน’’นฺติอาทินา. ทิวาเสยฺยสิกฺขาปเท (ปารา. ๗๗) วิย ปิฏฺฐิปสารณสฺสาปิ สยนอิริยาปถภาเวน เอกลกฺขณตฺตา เอตฺถาวโรธนํ ทฏฺฐพฺพํ. กรณํ กิริยา, กายาทิกิจฺจํ, ตํ นิพฺพตฺเตนฺตีติ กิริยามยานิ ตทฺธิตสทฺทานมเนกตฺถวุตฺติโต. อถ วา อาวชฺชนทฺวยกิจฺจํ กิริยา, ตาย ปกตานิ, นิพฺพตฺตานิ วา กิริยามยานิ. อาวชฺชนวเสน หิ ภวงฺคุปจฺเฉเท สติ วีถิจิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺตีติ. อปราปรุปฺปตฺติยา นานปฺปการโต วตฺตนฺติ ปริวตฺตนฺตีติ ปวตฺตานิ. กตฺถจิ ปน ‘‘จิตฺตาน’’นฺติ ปาโฐ, โส อภิธมฺมฏฺฐกถาทีหิ, (วิภ. อฏฺฐ. ๕๒๓) ตฏฺฏีกาหิ จ วิรุทฺธตฺตา น โปราณปาโฐติ เวทิตพฺโพ. กิริยามยานิ เอว ปวตฺตานิ ตถา, ชวนํ, สพฺพมฺปิ วา ฉทฺวาริกวีถิจิตฺตํ. เตนาห อภิธมฺมฏีกายํ (วิภ. มูลฏี. ๕๒๕) ‘‘กายาทิกิริยามยตฺตา, อาวชฺชนกิริยาสมุฏฺฐิตตฺตา จ ชวนํ, สพฺพมฺปิ วา ฉทฺวารปฺปวตฺตํ กิริยามยปวตฺตํ นามา’’ติ. อปฺปวตฺตนฺติ นิทฺโทกฺกมนกาเล อนุปฺปชฺชนํ สุตฺตํ นามาติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. เนยฺยตฺถวจนญฺหิ อิทํ, อิตรถา ฉทฺวาริกจิตฺตานํ ปุเรจรานุจรวเสน อุปฺปชฺชนฺตานํ สพฺเพสมฺปิ ทฺวารวิมุตฺตจิตฺตานํ ปวตฺตํ สุตฺตํ นาม สิยา, เอวญฺจ กตฺวา นิทฺโทกฺกมนกาลโต อญฺญสฺมึ กาเล อุปฺปชฺชนฺตานํ ทฺวารวิมุตฺตจิตฺตานมฺปิ ปวตฺตํ ชาคริเต สงฺคยฺหตีติ เวทิตพฺพํ.
จิตฺตสฺส ปโยคการณภูเต โอฏฺฐาทิเก ปฏิจฺจ ยถาสกํ ฐาเน สทฺโท ชายตีติ อาห ‘‘โอฏฺเฐ จ ปฏิจฺจา’’ติอาทิ. กิญฺจาปิ สทฺโท ยถาฐานํ ชายติ, โอฏฺฐาลนาทินา ปน ปโยเคเนว ชายติ, น วินา เตน ปโยเคนาติ อธิปฺปาโย. เกจิ ปน วทนฺติ ‘‘โอฏฺเฐ จาติอาทิ สทฺทุปฺปตฺติฏฺฐานนิทสฺสน’’นฺติ, ตทยุตฺตเมว ตถา อวจนโต. น หิ ‘‘โอฏฺเฐ จ ปฏิจฺจา’’ติอาทินา สสมุจฺจเยน กมฺมวจเนน ฐานวจนํ สมฺภวตีติ. ตทนุรูปนฺติ ตสฺส สทฺทสฺส อนุรูปํ. ภาสนสฺส ปฏิสญฺจิกฺขนวิโรธโต ตุณฺหีภาวปกฺเข ‘‘อปรภาเค ภาสิโต อิติ ปฏิสญฺจิกฺขตี’’ติ น วุตฺตํ, เตน จ วิญฺญายติ ‘‘ตุณฺหีภูโตว ปฏิสญฺจิกฺขตีติ อตฺโถ’’ติ.
ภาสนตุณฺหีภาวานํ สภาวโต เภเท สติ อยํ วิภาโค ยุตฺโต สิยา, นาสตีติ อนุโยเคนาห ‘‘อุปาทารูปปวตฺติยญฺหี’’ติอาทิ. อุปาทารูปสฺส สทฺทายตนสฺส ปวตฺติ ตถา, สทฺทายตนสฺส ปวตฺตนํ ภาสนํ, อปฺปวตฺตนํ ตุณฺหีติ วุตฺตํ โหติ.
ยสฺมา ปน มหาสิวตฺเถรวาเท อนนฺตเร อนนฺตเร อิริยาปเถ ปวตฺตรูปารูปธมฺมานํ ตตฺถ ตตฺเถว นิโรธทสฺสนวเสน สมฺปชานการิตา คหิตา, ตสฺมา ตํ มหาสติปฏฺฐานสุตฺเต (ที. นิ. ๒.๓๗๖; ม. นิ. ๑.๑๐๙) อาคตอสมฺโมหสมฺปชญฺญวิปสฺสนาวารวเสน เวทิตพฺพํ, น จตุพฺพิธสมฺปชญฺญวิภาควเสน, อโต ตตฺเถว ตมธิปฺเปตํ, น อิธาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตยิท’’นฺติอาทิมาห. อสมฺโมหสงฺขาตํ ธุรํ เชฏฺฐกํ ยสฺส วจนสฺสาติ อสมฺโมหธุรํ, มหาสติปฏฺฐานสุตฺเตเยว ตสฺส วจนสฺส อธิปฺเปตภาวสฺส เหตุคพฺภมิทํ วจนํ. ยสฺมา ปเนตฺถ สพฺพมฺปิ จตุพฺพิธํ สมฺปชญฺญํ ลพฺภติ ยาวเทว สามญฺญผลวิเสสทสฺสนปธานตฺตา อิมิสฺสา เทสนาย, ตสฺมา ตํ อิธ อธิปฺเปตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมสฺมึ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วุตฺตนเยเนวาติ อภิกฺกนฺตาทีสุ วุตฺตนเยเนว. นนุ ‘‘สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต’’ติ เอตสฺส อุทฺเทสสฺสายํ นิทฺเทโส, อถ กสฺมา สมฺปชญฺญวเสเนว วิตฺถาโร กโตติ โจทนํ โสเธนฺโต ‘‘สมฺปชานการีติ จา’’ติอาทิมาห, สติสมฺปยุตฺตสฺเสว สมฺปชานสฺส วเสน อตฺถสฺส วิทิตพฺพตฺตา เอวํ วิตฺถาโร กโตติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘สติสมฺปยุตฺตสฺเสวา’’ติ จ อิมินา ยถา สมฺปชญฺญสฺส กิจฺจโต ปธานตา คหิตา, เอวํ สติยาปีติ อตฺถํ ทสฺเสติ, น ปเนตํ สติยา สมฺปชญฺเญน สห ภาวมตฺตทสฺสนํ. น หิ กทาจิ สติรหิตา ญาณปฺปวตฺติ อตฺถีติ.
นนุ จ สมฺปชญฺญวเสเนวายํ วิตฺถาโร, อถ กสฺมา สติสมฺปยุตฺตสฺส สมฺปชญฺญสฺส วเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพติ โจทนมฺปิ โสเธติ ‘‘สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโตติ เอตสฺส หิ ปทสฺส อยํ วิตฺถาโร’’ติ อิมินา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต’’ติ เอวํ เอกโต อุทฺทิฏฺฐสฺส อตฺถสฺส วิตฺถารตฺตา อุทฺเทเส วิย นิทฺเทเสปิ ตทุภยํ สมธุรภาเวเนว คหิตนฺติ. อิมินาปิ หิ สติยา สมฺปชญฺเญน สมธุรตํเยว วิภาเวติ เอกโต อุทฺทิฏฺฐสฺส อตฺถสฺส วิตฺถารภาวทสฺสเนน ตทตฺถสฺส สิทฺธตฺตา. อิทานิ วิภงฺคนเยนาปิ ตทตฺถํ สมตฺเถตุํ ‘‘วิภงฺคปฺปกรเณ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิมินาปิ หิ สมฺปชญฺญสฺส วิย สติยาเปตฺถ ปธานตํเยว วิภาเวติ. ตตฺถ เอตานิ ปทานีติ ‘‘อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต สมฺปชานการี โหตี’’ติอาทีนิ อุทฺเทสปทานิ. วิภตฺตาเนวาติ สติยา สมฺปชญฺเญน สมฺปโยคมกตฺวา สพฺพฏฺฐาเนสุ วิสุํ วิสุํ วิภตฺตานิเยว.
มชฺฌิมภาณกา, ปน อาภิธมฺมิกา (วิภ. อฏฺฐ. ๕๒๓) จ เอวํ วทนฺติ – เอโก ภิกฺขุ คจฺฉนฺโต อญฺญํ จินฺเตนฺโต อญฺญํ วิตกฺเกนฺโต คจฺฉติ, เอโก กมฺมฏฺฐานํ อวิสฺสชฺเชตฺวาว คจฺฉติ. ตถา เอโก ติฏฺฐนฺโต อญฺญํ จินฺเตนฺโต อญฺญํ วิตกฺเกนฺโต ติฏฺฐติ, เอโก กมฺมฏฺฐานํ อวิสฺสชฺเชตฺวาว ติฏฺฐติ. เอโก นิสีทนฺโต อญฺญํ จินฺเตนฺโต อญฺญํ วิตกฺเกนฺโต นิสีทติ, เอโก กมฺมฏฺฐานํ อวิสฺสชฺเชตฺวาว นิสีทติ. เอโก สยนฺโต อญฺญํ จินฺเตนฺโต อญฺญํ วิตกฺเกนฺโต สยติ, เอโก กมฺมฏฺฐานํ อวิสฺสชฺเชตฺวาว สยติ. เอตฺตเกน ปน โคจรสมฺปชญฺญํ น ปากฏํ โหตีติ จงฺกมเนน ทีเปนฺติ. โย หิ ภิกฺขุ จงฺกมํ โอตริตฺวา จงฺกมนโกฏิยํ ฐิโต ปริคฺคณฺหาติ ‘‘ปาจีนจงฺกมนโกฏิยํ ปวตฺตา รูปารูปธมฺมา ปจฺฉิมจงฺกมนโกฏึ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา, ปจฺฉิมจงฺกมนโกฏิยํ ปวตฺตาปิ ปาจีนจงฺกมนโกฏึ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา, จงฺกมนเวมชฺเฌ ปวตฺตา อุโภ โกฏิโย อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา, จงฺกมเน ปวตฺตา รูปารูปธมฺมา ฐานํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา, ฐาเน ปวตฺตา นิสชฺชํ, นิสชฺชาย ปวตฺตา สยนํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา’’ติ เอวํ ปริคฺคณฺหนฺโต ปริคฺคณฺหนฺโตเยว ภวงฺคํ โอตาเรติ, อุฏฺฐหนฺโต กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวาว อุฏฺฐหติ. อยํ ภิกฺขุ คตาทีสุ สมฺปชานการี นาม โหติ.
เอวํ ปน สุตฺเต กมฺมฏฺฐานํ อวิภูตํ โหติ, กมฺมฏฺฐานํ อวิภูตํ น กาตพฺพํ, ตสฺมา โย ภิกฺขุ ยาว สกฺโกติ, ตาว จงฺกมิตฺวา ฐตฺวา นิสีทิตฺวา สยมาโน เอวํ ปริคฺคเหตฺวา สยติ ‘‘กาโย อเจตโน, มญฺโจ อเจตโน, กาโย น ชานาติ ‘อหํ มญฺเจ สยิโต’ติ, มญฺโจปิ น ชานาติ ‘มยิ กาโย สยิโต’ติ. อเจตโน กาโย อเจตเน มญฺเจ สยิโต’’ติ. เอวํ ปริคฺคณฺหนฺโต ปริคฺคณฺหนฺโตเยว จิตฺตํ ภวงฺคํ โอตาเรติ, ปพุชฺฌนฺโต กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวาว ปพุชฺฌติ, อยํ สุตฺเต สมฺปชานการี นาม โหติ.
‘‘กายาทิกิริยานิปฺผตฺตเนน ตมฺมยตฺตา, อาวชฺชนกิริยาสมุฏฺฐิตตฺตา จ ชวนํ, สพฺพมฺปิ วา ฉทฺวารปฺปวตฺตํ กิริยามยปวตฺตํ นาม, ตสฺมึ สติ ชาคริตํ นาม โหตี’’ติ ปริคฺคณฺหนฺโต ภิกฺขุ ชาคริเต สมฺปชานการี นาม. อปิจ รตฺตินฺทิวํ ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวา ปญฺจ โกฏฺฐาเส ชคฺคนฺโตปิ ชาคริเต สมฺปชานการี นาม โหติ.
วิมุตฺตายตนสีเสน ธมฺมํ เทเสนฺโตปิ, พาตฺตึส ติรจฺฉานกถา ปหาย ทสกถาวตฺถุนิสฺสิตํ สปฺปายกถํ กเถนฺโตปิ ภาสิเต สมฺปชานการี นาม.
อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ จิตฺตรุจิยํ มนสิการํ ปวตฺเตนฺโตปิ ทุติยชฺฌานํ สมาปนฺโนปิ ตุณฺหีภาเว สมฺปชานการี นาม. ทุติยญฺหิ ฌานํ วจีสงฺขารวิรหโต วิเสสโต ตุณฺหีภาโว นามาติ. อยมฺปิ นโย ปุริมนยโต วิเสสนยตฺตา อิธาปิ อาหริตฺวา วตฺตพฺโพ. ตถา เหส อภิธมฺมฏฺฐกถาทีสุ (วิภ. อฏฺฐ. ๕๒๓) ‘‘อยํ ปเนตฺถ อปโรปิ นโย’’ติ อารภิตฺวา ยถาวุตฺตนโย วิภาวิโตติ. ‘‘เอวํ โข มหาราชา’’ติอาทิ ยถานิทฺทิฏฺฐสฺส อตฺถสฺส นิคมนํ, ตสฺมา ตตฺถ นิทฺเทสานุรูปํ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอว’’นฺติอาทิมาห. สติสมฺปยุตฺตสฺส สมฺปชญฺญสฺสาติ หิ นิทฺเทสานุรูปํ อตฺถวจนํ. ตตฺถ วินิจฺฉโย วุตฺโตเยว. เอวนฺติ อิมินา วุตฺตปฺปกาเรน อภิกฺกนฺตปฏิกฺกนฺตาทีสุ สตฺตสุ ฐาเนสุ ปจฺเจกํ จตุพฺพิเธน ปกาเรนาติ อตฺโถ.