เอกจฺจสสฺสตวาทวณฺณนา
๓๘. ‘‘เอกจฺจสสฺสติกา’’ติ ตทฺธิตปทํ สมาสปเทน วิภาเวตุํ ‘‘เอกจฺจสสฺสตวาทา’’ติ วุตฺตํ. สตฺเตสุ, สงฺขาเรสุ จ เอกจฺจํ สสฺสตเมตสฺสาติ เอกจฺจสสฺสโต, วาโท, โส เอเตสนฺติ เอกจฺจสสฺสติกา ตทฺธิตวเสน, สมาสวเสน ปน เอกจฺจสสฺสโต วาโท เอเตสนฺติ เอกจฺจสสฺสตวาทา. เอส นโย เอกจฺจอสสฺสติกปเทปิ. นนุ จ ‘‘เอกจฺจสสฺสติกา’’ติ วุตฺเต ตทญฺเญสํ เอกจฺจอสสฺสติกภาวสนฺนิฏฺฐานํ สิทฺธเมวาติ? สจฺจํ อตฺถโต, สทฺทโต ปน อสิทฺธเมว ตสฺมา สทฺทโต ปากฏตรํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ตถา วุตฺตํ. น หิ อิธ สาวเสสํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสติ ธมฺมสฺสามี. ‘‘อิสฺสโร นิจฺโจ, อญฺเญ สตฺตา อนิจฺจา’’ติ เอวํปวตฺตวาทา สตฺเตกจฺจสสฺสติกา เสยฺยถาปิ อิสฺสรวาทา. ตถา ‘‘นิจฺโจ พฺรหฺมา, อญฺเญ อนิจฺจา’’ติ เอวํปวตฺตวาทาปิ. ‘‘ปรมาณโว นิจฺจา, ทฺวิอณุกาทโย อนิจฺจา’’ติ (วิสิสิกทสฺสเน สตฺตมปริจฺเฉเท ปฐมกณฺเฑ ปสฺสิตพฺพํ) เอวํปวตฺตวาทา สงฺขาเรกจฺจสสฺสติกา เสยฺยถาปิ กาณาทา. ตถา ‘‘จกฺขาทโย อนิจฺจา, วิญฺญาณํ นิจฺจ’’นฺติ (นฺยายทสฺสเน, วิเสสิกทสฺสเน จ ปสฺสิตพฺพํ) เอวํปวตฺตวาทาปิ. อิธาติ ‘‘เอกจฺจสสฺสติกา’’ติ อิมสฺมึ ปเท, อิมิสฺสา วา เทสนาย. คหิตาติ วุตฺตา, เทสิตพฺพภาเวน วา เทสนาญาเณน สมาทินฺนา ตถา เจว เทสิตตฺตา. ตถา หิ อิธ ปุริมกา ตโย วาทา สตฺตวเสน, จตุตฺโถ สงฺขารวเสน เทสิโต. ‘‘สงฺขาเรกจฺจสสฺสติกา’’ติ อิทํ ปน เตหิ สสฺสตภาเวน คยฺหมานานํ ธมฺมานํ ยาถาวสภาวทสฺสนวเสน วุตฺตํ, น ปน เอกจฺจสสฺสติกมตทสฺสนวเสน. ตสฺส หิ สสฺสตาภิมตํ อสงฺขตเมวาติ ลทฺธิ. เตเนวาห ปาฬิยํ ‘‘จิตฺตนฺติ วา…เป… ฐสฺสตี’’ติ. น หิ ยสฺส สภาวสฺส ปจฺจเยหิ อภิสงฺขตภาวํ ปฏิชานาติ, ตสฺเสว นิจฺจธุวาทิภาโว อนุมฺมตฺตเกน สกฺกา ปฏิชานิตุํ, เอเตน จ ‘‘อุปฺปาทวยธุวตายุตฺตา สภาวา สิยา นิจฺจา, สิยา อนิจฺจา, สิยา น วตฺตพฺพา’’ติอาทินา (ที. นิ. ฏี. ๑.๓๘) ปวตฺตสตฺตภงฺควาทสฺส อยุตฺตตา วิภาวิตา โหติ.
ตตฺรายํ อยุตฺตตาวิภาวนา – ยทิ หิ ‘‘เยน สภาเวน โย ธมฺโม อตฺถีติ วุจฺจติ, เตเนว สภาเวน โส ธมฺโม นตฺถี’’ติ วุจฺเจยฺย, สิยา อเนกนฺตวาโท. อถ อญฺเญน, น สิยา อเนกนฺตวาโท. น เจตฺถ เทสนฺตราทิสมฺพนฺธภาโว ยุตฺโต วตฺตุํ ตสฺส สพฺพโลกสิทฺธตฺตา, วิวาทาภาวโต จ. เย ปน วทนฺติ ‘‘ยถา สุวณฺณฆเฏน มกุเฏ กเต ฆฏภาโว นสฺสติ, มกุฏภาโว อุปฺปชฺชติ, สุวณฺณภาโว ติฏฺฐติเยว, เอวํ สพฺพสภาวานํ โกจิ ธมฺโม นสฺสติ, โกจิ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ, สภาโว เอว ติฏฺฐตี’’ติ. เต วตฺตพฺพา ‘‘กึ ตํ สุวณฺณํ, ยํ ฆเฏ, มกุเฏ จ อวฏฺฐิตํ, ยทิ รูปาทิ, โส สทฺโท วิย อนิจฺโจ. อถ รูปาทิสมูโห สมฺมุติมตฺตํ, น ตสฺส อตฺถิตา วา นตฺถิตา วา นิจฺจตา วา ลพฺภตี’’ติ, ตสฺมา อเนกนฺตวาโท น สิยา. ธมฺมานญฺจ ธมฺมิโน อญฺญถานญฺญถา จ ปวตฺติยํ โทโส วุตฺโตเยว สสฺสตวาทวิจารณายํ. ตสฺมา โส ตตฺถ วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. อปิจ น นิจฺจานิจฺจนวตฺตพฺพรูโป อตฺตา, โลโก จ ปรมตฺถโต วิชฺชมานตาปริชานนโต ยถา นิจฺจาทีนํ อญฺญตรํ รูปํ, ยถา วา ทีปาทโย. น หิ รูปาทีนํ อุทยพฺพยสภาวานํ นิจฺจานิจฺจนวตฺตพฺพสภาวตา สกฺกา วิญฺญาตุํ, ชีวสฺส จ นิจฺจาทีสุ อญฺญตรํ รูปํ สิยาติ, เอวํ สตฺตภงฺโค วิย เสสภงฺคานมฺปิ อสมฺภโวเยวาติ สตฺตภงฺควาทสฺส อยุตฺตตา เวทิตพฺพา (ที. นิ. ฏี. ๑.๓๘).
นนุ จ ‘‘เอกจฺเจ ธมฺมา สสฺสตา, เอกจฺเจ อสสฺสตา’’ติ เอตสฺมึ วาเท จกฺขาทีนํ อสสฺสตภาวสนฺนิฏฺฐานํ ยถาสภาวาวโพโธ เอว, อถ เอวํวาทีนํ กถํ มิจฺฉาทสฺสนํ สิยาติ, โก วา เอวมาห ‘‘จกฺขาทีนํ อสสฺสตภาวสนฺนิฏฺฐานํ มิจฺฉาทสฺสน’’นฺติ? อสสฺสเตสุเยว ปน เกสญฺจิ ธมฺมานํ สสฺสตภาวสนฺนิฏฺฐานํ อิธ มิจฺฉาทสฺสนนฺติ คเหตพฺพํ, เตน ปน เอกวาเท ปวตฺตมาเนน จกฺขาทีนํ อสสฺสตภาวาวโพโธ วิทูสิโต สํสฏฺฐภาวโต วิสสํสฏฺโฐ วิย สปฺปิปิณฺโฑ, ตโต จ ตสฺส สกิจฺจกรณาสมตฺถตาย สมฺมาทสฺสนปกฺเข ฐเปตพฺพตํ นารหตีติ. อสสฺสตภาเวน นิจฺฉิตาปิ วา จกฺขุอาทโย สมาโรปิตชีวสภาวา เอว ทิฏฺฐิคติเกหิ คยฺหนฺตีติ ตทวโพธสฺส มิจฺฉาทสฺสนภาโว น สกฺกา นิวาเรตุํ. เตเนวาห ปาฬิยํ ‘‘จกฺขุํ อิติปิ…เป… กาโย อิติปิ อยํ อตฺตา’’ติอาทิ. เอวญฺจ กตฺวา อสงฺขตาย, สงฺขตาย จ ธาตุยา วเสน ยถากฺกมํ ‘‘เอกจฺเจ ธมฺมา สสฺสตา, เอกจฺเจ อสสฺสตา’’ติ เอวํปวตฺโต วิภชฺชวาโทปิ เอกจฺจสสฺสตวาโทเยว ภเวยฺยาติ เอวมฺปการา โจทนา อนวกาสา โหติ อวิปรีตธมฺมสภาวปฏิปตฺติภาวโต. อวิปรีตธมฺมสภาวปฏิปตฺติเยว เหส วุตฺตนเยน อสํสฏฺฐตฺตา, อนาโรปิตชีวสภาวตฺตา จ.
เอตฺถาห – ปุริมสฺมิมฺปิสสฺสตวาเท อสสฺสตานํ ธมฺมานํ ‘‘สสฺสตา’’ติ คหณํ วิเสสโต มิจฺฉาทสฺสนํ ภวติ. สสฺสตานํ ปน ‘‘สสฺสตา’’ติ คาโห น มิจฺฉาทสฺสนํ ยถาสภาวคฺคาหภาวโต. เอวญฺจ สติ อิมสฺส วาทสฺส วาทนฺตรตา น วตฺตพฺพา, อิธ วิย ปุริเมปิ เอกจฺเจเสฺวว ธมฺเมสุ สสฺสตคฺคาหสมฺภวโตติ, วตฺตพฺพาเยว อสสฺสเตเสฺวว ‘‘เกจิเทว ธมฺมา สสฺสตา, เกจิ อสสฺสตา’’ติ ปริกปฺปนาวเสน คเหตพฺพธมฺเมสุ วิภาคปฺปวตฺติยา อิมสฺส วาทสฺส ทสฺสิตตฺตา. นนุ จ เอกเทสสฺส สมุทายนฺโตคธตฺตา อยํ สปฺปเทสสสฺสตคฺคาโห ปุริมสฺมึ นิปฺปเทสสสฺสตคฺคาเห สโมธานํ คจฺเฉยฺยาตี? ตถาปิ น สกฺกา วตฺตุํ วาที ตพฺพิสยวิเสสวเสน วาททฺวยสฺส ปวตฺตตฺตา. อญฺเญ เอว หิ ทิฏฺฐิคติกา ‘‘สพฺเพ ธมฺมา สสฺสตา’’ติ อภินิวิฏฺฐา, อญฺเญ ‘‘เอกจฺเจว สสฺสตา, เอกจฺเจ อสสฺสตา’’ติ. สงฺขารานํ อนวเสสปริยาทานํ, เอกเทสปริคฺคโห จ วาททฺวยสฺส ปริพฺยตฺโตเยว. กิญฺจ ภิยฺโย – อเนกวิธสมุสฺสเย, เอกวิธสมุสฺสเย จ ขนฺธปพนฺเธน อภินิเวสภาวโต ตถา น สกฺกา วตฺตุํ. จตุพฺพิโธปิ หิ สสฺสตวาที ชาติวิเสสวเสน นานาวิธรูปกายสนฺนิสฺสเย เอว อรูปธมฺมปุญฺเช สสฺสตาภินิเวสี ชาโต อภิญฺญาเณน, อนุสฺสวาทีหิ จ รูปกายเภทคหณโต. ตถา จ วุตฺตํ ‘‘ตโต จุโต อมุตฺร อุทปาทิ’’นฺติ, (ที. นิ. ๑.๒๔๔; ม. นิ. ๑.๑๔๘; ปารา. ๑๒) ‘‘จวนฺติ อุปปชฺชนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๕๕; ม. นิ. ๑.๑๔๘; ปารา. ๑๒) จ อาทิ. วิเสสลาภี ปน เอกจฺจสสฺสติโก อนุปธาริตเภทสมุสฺสเย ธมฺมปพนฺเธ สสฺสตาการคหเณน อภินิเวสํ ชเนสิ เอกภวปริยาปนฺนขนฺธสนฺตานวิสยตฺตา ตทภินิเวสสฺส. ตถา หิ ตีสุปิ วาเทสุ ‘‘ตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ, ตโต ปรํ นานุสฺสรตี’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ. ตกฺกีนํ ปน อุภินฺนมฺปิ สสฺสเตกจฺจสสฺสตวาทีนํ สสฺสตาภินิเวสวิเสโส รูปารูปธมฺมวิสยตาย สุปากโฏเยวาติ.
๓๙. สํวฏฺฏฏฺฐายีวิวฏฺฏวิวฏฺฏฏฺฐายีสงฺขาตานํ ติณฺณมฺปิ อสงฺเขฺยยฺยกปฺปานมติกฺกเมน ปุน สํวฏฺฏนโต, อทฺธา-สทฺทสฺส จ กาลปริยายตฺตา เอวํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ทีฆสฺสา’’ติอาทิ. อติกฺกมฺม อยนํ ปวตฺตนํ อจฺจโย. อเนกตฺถตฺตา ธาตูนํ, อุปสคฺควเสน จ อตฺถวิเสสวาจกตฺตา สํ-สทฺเทน ยุตฺโต วฏฺฏ-สทฺโท วินาสวาจีติ วุตฺตํ ‘‘วินสฺสตี’’ติ, วตุ-สทฺโท วา คติยเมว. สงฺขยตฺถโชตเกน ปน สํ-สทฺเทน ยุตฺตตฺตา ตทตฺถสมฺพนฺธเนน วินาสตฺโถ ลพฺภตีติ ทสฺเสติ ‘‘วินสฺสตี’’ติ อิมินา. สงฺขยวเสน วตฺตตีติ หิ สทฺทโต อตฺโถ, ต-การสฺส เจตฺถ ฏ-การาเทโส. วิปตฺติกรมหาเมฆสมุปฺปตฺติตฺโต หิ ปฏฺฐาย ยาว อณุสหคโตปิ สงฺขาโร น โหติ, ตาว โลโก สํวฏฺฏตีติ วุจฺจติ. ปาฬิยํ โลโกติ ปถวีอาทิภาชนโลโก อธิปฺเปโต ตทวเสสสฺส พาหุลฺลโต, ตเทว สนฺธาย ‘‘เยภุยฺเยนา’’ติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ ‘‘เย’’ติอาทินา. อุปริพฺรหฺมโลเกสูติ อาภสฺสรภูมิโต อุปริภูมีสุ. อคฺคินา กปฺปวุฏฺฐานญฺหิ อิธาธิปฺเปตํ, เตเนวาห ปาฬิยํ ‘‘อาภสฺสรสํวตฺตนิกา โหนฺตี’’ติ. กสฺมา ตเทว วุตฺตนฺติ เจ? ตสฺเสว พหุลํ ปวตฺตนโต. อยญฺหิ วารนิยโม –
‘‘สตฺตสตฺตคฺคินา วารา, อฏฺฐเม อฏฺฐเม ทกา;
จตุสฏฺฐิ ยทา ปุณฺณา, เอโก วายุวโร สิยา’’ติ. (อภิธมฺมตฺถวิภาวนีฏีกาย ปญฺจมปริจฺเฉทวณฺณนายมฺปิ);
อารุปฺเปสุ วาติ เอตฺถ วิกปฺปนตฺเถน วา-สทฺเทน สํวฏฺฏมานโลกธาตูหิ อญฺญโลกธาตูสุ วาติ วิกปฺเปติ. น หิ สพฺเพ อปายสตฺตา ตทา รูปารูปภเวสุ อุปฺปชฺชนฺตีติ สกฺกา วิญฺญาตุํ อปาเยสุ ทีฆตรายุกานํ มนุสฺสโลกูปปตฺติยา อสมฺภวโต, มนุสฺสโลกูปปตฺติญฺจ วินา ตทา เตสํ ตตฺรูปปตฺติยา อนุปปตฺติโต. นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิโกปิ หิ สํวฏฺฐมาเน กปฺเป นิรยโต น มุจฺจติ, ปิฏฺฐิจกฺกวาเฬเยว นิพฺพตฺตตีติ อฏฺฐกถาสุ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๑๑) วุตฺตํ. สติปิ สพฺพสตฺตานํ ปุญฺญาปุญฺญาภิสงฺขารมนสา นิพฺพตฺตภาเว พาหิรปจฺจเยหิ วินา มนสาว นิพฺพตฺตตฺตา รูปาวจรสตฺตา เอว ‘‘มโนมยา’’ติ วุจฺจนฺติ, น ปน พาหิรปจฺจยปฏิยตฺตา ตทญฺเญติ ทสฺเสตุํ ‘‘มเนน นิพฺพตฺตตฺตา มโนมยา’’ติ อาห. ยเทวํ กามาวจรสตฺตานมฺปิ โอปปาติกานํ มโนมยภาโว อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, อธิจิตฺตภูเตน อติสยมนสา นิพฺพตฺตสตฺเตสุเยว มโนมยโวหารโตติ ทสฺเสนฺเตน ฌาน-สทฺเทน วิเสเสตฺวา ‘‘ฌานมเนนา’’ติ วุตฺตํ. เอวมฺปิ อรูปาวจรสตฺตานํ มโนมยภาโว อาปชฺชตีติ? น ตตฺถ พาหิรปจฺจเยหิ นิพฺพตฺเตตพฺพตาสงฺกาย อภาเวน มนสา เอว นิพฺพตฺตาติ อวธารณาสมฺภวโต. นิรุโฬฺหวายํ โลเก มโนมยโวหาโร รูปาวจรสตฺเตสุ. ตถา หิ อนฺนมโย ปานมโย มโนมโย อานนฺทมโย วิญฺญาณมโยติ ปญฺจธา อตฺตานํ เวทวาทิโน ปริกปฺเปนฺติ. อุจฺเฉทวาเทปิ วกฺขติ ‘‘ทิพฺโพ รูปี มโนมโย’’ติ, (ที. นิ. ๑.๘๗) เต ปน ฌานานุภาวโต ปีติภกฺขา สยํปภา อนฺตลิกฺขจราติ อาห ‘‘ปีติ เตส’’นฺติอาทิ, เตสํ อตฺตโนว ปภา อตฺถีติ อตฺโถ. โสภนา วา ฐายี สภา เอเตสนฺติ สุภฏฺฐายิโนติปิ ยุชฺชติ. อุกฺกํเสนาติ อาภสฺสเร สนฺธาย วุตฺตํ. ปริตฺตาภาปฺปมาณาภา ปน เทฺว, จตฺตาโร จ กปฺเป ติฏฺฐนฺติ. อฏฺฐ กปฺเปติ จตุนฺนมสงฺเขฺยยฺยกปฺปานํ สมุทายภูเต อฏฺฐ มหากปฺเป.
๔๐. วินาสวาจีเยว วฏฺฏ-สทฺโท ปฏิเสธโชตเกน อุปสคฺเคน ยุตฺตตฺตา สณฺฐาหนตฺถญาปโกติ อาห ‘‘สณฺฐาตี’’ติ, อเนกตฺถตฺตา วา ธาตูนํ นิพฺพตฺตติ, วฑฺฒตีติ วา อตฺโถ. สมฺปตฺติมหาเมฆสมุปฺปตฺติโต หิ ปฏฺฐาย ปถวีสนฺธารกุทกตํสนฺธารกวายุอาทีนํ สมุปฺปตฺติวเสน ยาว จนฺทิมสูริยานํ ปาตุภาโว, ตาว โลโก วิวฏฺฏตีติ วุจฺจติ. ปกติยาติ สภาเวน, ตสฺส ‘‘สุญฺญ’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ตถาสุญฺญตาย การณมาห ‘‘นิพฺพตฺตสตฺตานํ นตฺถิตายา’’ติ. ปุริมตรํ อญฺเญสํ สตฺตานมนุปฺปนฺนตฺตาติ ภาโว, เตน ยถา เอกจฺจานิ วิมานานิ ตตฺถ นิพฺพตฺตสตฺตานํ ฉฑฺฑิตตฺตา สุญฺญานิ, น เอวมิทนฺติ ทสฺเสติ.
อปโร นโย – สกกมฺมสฺส ปฐมํ กรณํ ปกติ, ตาย นิพฺพตฺตสตฺตานนฺติ สมฺพนฺโธ, เตน ยถา เอตสฺส อตฺตโน กมฺมพเลน ปฐมํ นิพฺพตฺติ, น เอวํ อญฺเญสํ ตสฺส ปุริมตรํ, สมานกาเล วา นิพฺพตฺติ อตฺถิ, ตถา นิพฺพตฺตสตฺตานํ นตฺถิตาย สุญฺญมิทนฺติ ทสฺเสติ. พฺรหฺมปาริสชฺชพฺรหฺมปุโรหิตมหาพฺรหฺมาโน อิธ พฺรหฺมกายิกา, เตสํ นิวาสตาย ภูมิปิ ‘‘พฺรหฺมกายิกา’’ติ วุตฺตา, พฺรหฺมกายิกภูมีติ ปน ปาเฐพฺรหฺมกายิกานํ สมฺพนฺธินี ภูมีติ อตฺโถ. กตฺตา สยํ การโก. กาเรตา ปเรสํ อาณาปโก. วิสุทฺธิมคฺเค ปุพฺเพนิวาสญาณกถายํ (วิสุทฺธิ. ๒.๔๐๘) วุตฺตนเยน, เอเตน นิพฺพตฺตกฺกมํ กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานภาเว จ การณํ ทสฺเสติ. กมฺมํ อุปนิสฺสยภาเวน ปจฺจโย เอติสฺสาติ กมฺมปจฺจยา. อถ วา ตตฺถ นิพฺพตฺตสตฺตานํ วิปจฺจนกกมฺมสฺส สหการีการกภาวโต กมฺมสฺส ปจฺจยาติ กมฺมปจฺจยา. อุตุ สมุฏฺฐานเมติสฺสาติ อุตุสมุฏฺฐานา. ‘‘กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานา’’ติปิ สมาสวเสน ปาโฐ กมฺมสหาโย ปจฺจโย, วุตฺตนเยน วา กมฺมสฺส สหายภูโต ปจฺจโยติ กมฺมปจฺจโย, โส เอว อุตุ ตถา, โสว สมุฏฺฐานเมติสฺสาติ กมฺมปจฺจยอุตุสมุอานา. รตนภูมีติ อุกฺกํสคตปุญฺญกมฺมานุภาวโต รตนภูตา ภูมิ, น เกวลํ ภูมิเยว, อถ โข ตปฺปริวาราปีติ อาห ‘‘ปกตี’’ติอาทิ. ปกตินิพฺพตฺตฏฺฐาเนติ ปุริมกปฺเปสุ ปุริมกานํ นิพฺพตฺตฏฺฐาเน. เอตฺถาติ ‘‘พฺรหฺมวิมาน’’นฺติ วุตฺตาย พฺรหฺมกายิกภูมิยา. สามญฺญวิเสสวเสน เจตํ อาธารทฺวยํ. กถํ ปณีตาย ทุติยชฺฌานภูมิยา ฐิตานํ หีนาย ปฐมชฺฌานภูมิยา อุปปตฺติ โหตีติ อาห ‘‘อถ สตฺตาน’’นฺติอาทิ, นิกนฺติวเสน ปฐมชฺฌานํ ภาเวตฺวาติ วุตฺตํ โหติ, ปกติยา สภาเวน นิกนฺติ ตณฺหา อุปฺปชฺชตีติ สมฺพนฺโธ. วสิตฏฺฐาเนติ วุตฺถปุพฺพฏฺฐาเน. ตโต โอตรนฺตีติ อุปปตฺติวเสน ทุติยชฺฌานภูมิโต ปฐมชฺฌานภูมึ อปสกฺกนฺติ, คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. อปฺปายุเกติ ยํ อุฬารปุญฺญกมฺมํ กตํ, ตสฺส อุปชฺชนารหวิปากปพนฺธโต อปฺปปริมาณายุเก. ตสฺส เทวโลกสฺสาติ ตสฺมึ เทวโลเก, นิสฺสยวเสน วา สมฺพนฺธนิทฺเทโส. อายุปฺปมาเณเนวาติ ปรมายุปฺปมาเณเนว. ปริตฺตนฺติ อปฺปกํ. อนฺตราว จวนฺตีติ ราชโกฏฺฐาคาเร ปกฺขิตฺตตณฺฑุลนาฬิ วิย ปุญฺญกฺขยา หุตฺวา สกกมฺมปฺปมาเณน ตสฺส เทวโลกสฺส ปรมายุอนฺตรา เอว จวนฺติ.
กึ ปเนตํ ปรมายุ นาม, กถํ วา ตํ ปริจฺฉินฺนปฺปมาณนฺติ? วุจฺจเต – โย เตสํ เตสํ สตฺตานํ ตสฺมึ ตสฺมึ ภววิเสเส วิปากปฺปพนฺธสฺส ฐิติกาลนิยโม ปุริมสิทฺธภวปตฺถนูปนิสฺสยวเสน สรีราวยววณฺณสณฺฐานปฺปมาณาทิวิเสสา วิย ตํตํคตินิกายาทีสุ เยภุยฺเยน นิยตปริจฺเฉโท โหติ, คพฺภเสยฺยกกามาวจรเทวรูปาวจรสตฺตานํ สุกฺกโสณิตาทิอุตุโภชนาทิอุตุอาทิปจฺจยุปฺปนฺนปจฺจยูปตฺถมฺภิโต จ, โส อายุเหตุกตฺตา การณูปจาเรน อายุ, อุกฺกํสปริจฺเฉทวเสน ปรมายูติ จ วุจฺจติ. ยถาสกํ ขณมตฺตาวฏฺฐายีนมฺปิ หิ อตฺตนา สหชาตานํ รูปารูปธมฺมานํ ฐปนาการวุตฺติตาย ปวตฺตกานิ รูปารูปชีวิตินฺทฺริยานิ น เกวลํ เนสํ ขณฏฺฐิติยา เอว การณภาเวน อนุปาลกานิ, อถ โข ยาว ภงฺคุปจฺเฉทา [ภวงฺคุปจฺเฉทา (ที. นิ. ฏี. ๑.๔๐)] อนุปพนฺธสฺส อวิจฺเฉทเหตุภาเวนาปิ. ตสฺมา เจส อายุเหตุโกเยว, ตํ ปน เทวานํ, เนรยิกานญฺจ เยภุยฺเยน นิยตปริจฺเฉทํ, อุตฺตรกุรุกานํ ปน เอกนฺตนิยตปริจฺเฉทเมว. อวสิฏฺฐมนุสฺสเปตติรจฺฉานคตานํ ปน จิรฏฺฐิติสํวตฺตนิกกมฺมพหุเล กาเล ตํกมฺมสหิตสนฺตานชนิตสุกฺกโสณิตปจฺจยานํ, ตมฺมูลกานญฺจ จนฺทิมสูริยสมวิสมปริวตฺตนาทิชนิตอุตุอาหาราทิสมวิสมปจฺจยานํ วเสน จิราจิรกาลตาย อนิยตปริจฺเฉทํ, ตสฺส จ ยถา ปุริมสิทฺธภวปตฺถนาวเสน ตํตํคตินิกายาทีสุ วณฺณสณฺฐานาทิวิเสสนิยโม สิทฺโธ, ทสฺสนานุสฺสวาทีหิ ตถาเยว อาทิโต คหณสิทฺธิยา, เอวํ ตาสุ ตาสุ อุปปตฺตีสุ นิพฺพตฺตสตฺตานํ เยภุยฺเยน สมปฺปมาณํ ฐิติกาลํ ทสฺสนานุสฺสเวหิ ลภิตฺวา ตํ ปรมตํ อชฺโฌสาย ปวตฺติตภวปตฺถนาวเสน อาทิโต ปริจฺเฉทนิยโม เวทิตพฺโพ.
ยสฺมา ปน กมฺมํ ตาสุ ตาสุ อุปปตฺตีสุ ยถา ตํตํอุปปตฺตินิสฺสิตวณฺณาทินิพฺพตฺตเน สมตฺถํ, เอวํ นิยตายุปริจฺเฉทาสุ อุปปตฺตีสุ ปริจฺเฉทาติกฺกเมน วิปากนิพฺพตฺตเน สมตฺถํ น โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อายุปฺปมาเณเนว จวนฺตี’’ติ. ยสฺมา ปน อุปตฺถมฺภกปจฺจยสหาเยหิ อนุปาลกปจฺจเยหิ อุปาทินฺนกกฺขนฺธานํ ปวตฺเตตพฺพากาโร อตฺถโต ปรมายุกสฺส โหติ ยถาวุตฺตปริจฺเฉทานติกฺกมนโต, ตสฺมา สติปิ กมฺมาวเสเส ฐานํ น สมฺภวติ, เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺตโน ปุญฺญพเลน ฐาตุํ น สกฺโกนฺตี’’ติ. ‘‘อายุกฺขยา วา ปุญฺญกฺขยา วา อาภสฺสรกายา จวิตฺวา’’ติ วจนโต ปเนตฺถ กามาวจรเทวานํ วิย พฺรหฺมกายิกานมฺปิ เยภุยฺเยเนว นิยตายุปริจฺเฉทภาโว เวทิตพฺโพ. ตถา หิ เทวโลกโต เทวปุตฺตา อายุกฺขเยน ปุญฺญกฺขเยน อาหารกฺขเยน โกเปนาติ จตูหิ การเณหิ จวนฺตีติ อฏฺฐกถาสุ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.อปฺปมาทวคฺเค) วุตฺตํ. กปฺปํ วา อุปฑฺฒกปฺปํ วาติ เอตฺถ อสงฺเขฺยยฺยกปฺโป อธิปฺเปโต, โส จ ตถารูโป กาโลเยว, วา-สทฺโท ปน กปฺปสฺส ตติยภาคํ วา ตโต อูนมธิกํ วาติ วิกปฺปนตฺโถ.
๔๑. อนภิรตีติ เอกกวิหาเรน อนภิรมณสงฺขาตา อญฺเญหิ สมาคมิจฺฉาเยว. ตตฺถ ‘‘เอกกสฺส ทีฆรตฺตํ นิวสิตตฺตา’’ติ ปาฬิยํ วจนโตติ วุตฺตํ ‘‘อปรสฺสาปี’’ติอาทิ. เอวมนฺวยมตฺถํ ทสฺเสตฺวา นนุ อุกฺกณฺฐิตาปิ สิยาติ โจทนาโสธนวเสน พฺยติเรกํ ทสฺเสติ ‘‘ยา ปนา’’ติอาทินา. ปิยวตฺถุวิรเหน, ปิยวตฺถุอลาเภน วา จิตฺตวิคฺฆาโต อุกฺกณฺฐิตา, สา ปนตฺถโต โทมนสฺสจิตฺตุปฺปาโทว, เตนาห ‘‘ปฏิฆสมฺปยุตฺตา’’ติ. สา พฺรหฺมโลเก นตฺถิ ฌานานุภาวปหีนตฺตา. ตณฺหาทิฏฺฐิสงฺขาตา จิตฺตสฺส ปุริมาวตฺถาย อุพฺพิชฺชนา ผนฺทนา เอว อิธ ปริตสฺสนา. สา หิ ทีฆรตฺตํ ฌานรติยา ฐิตสฺส ยถาวุตฺตานภิรตินิมิตฺตํ อุปฺปนฺนา ‘‘อหํ มม’’นฺติ คหณสฺส จ การณภูตา. เตน วกฺขติ ‘‘ตณฺหาตสฺส นาปิ ทิฏฺฐิตสฺสนาปิ วฏฺฏตี’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๑) นนุ วุตฺตํ อตฺถุทฺธาเร อิมํเยว ปาฬึ นีหริตฺวา ‘‘อโห วต อญฺเญปิ สตฺตา อิตฺถตฺตํ อาคจฺเฉยฺยุนฺติ อยํ ตณฺหาตสฺสนา นามา’’ติ? สจฺจํ, ตํ ปน ทิฏฺฐิตสฺสนาย วิสุํ อุทาหรณํ ทสฺเสนฺเตน ตณฺหาตสฺสนเมว ตโต นิทฺธาเรตฺวา วุตฺตํ, น ปน เอตฺถ ทิฏฺฐิตสฺสนาย อลพฺภมานตฺตาติ น โทโส. อิทานิ สมานสทฺทวจนียานํ อตฺถานมุทฺธรณํ กตฺวา อิธาธิปฺเปตํ วิภาเวตุํ ‘‘สา ปเนสา’’ติอาทิมาห. ปฏิฆสงฺขาโต จิตฺตุตฺราโส เอว ตาสตสฺสนา. เอวมญฺญตฺถาปิ ยถารหํ. ‘‘ชาตึ ปฏิจฺจา’’ติอาทิ วิภงฺคปาฬิ, (วิภ. ๙๒๑) ตตฺรายมตฺถกถา – ชาตึ ปฏิจฺจ ภยนฺติ ชาติปจฺจยา อุปฺปนฺนภยํ. ภยานกนฺติ อาการนิทฺเทโส. ฉมฺภิตตฺตนฺติ ภยวเสน คตฺตกมฺโป, วิเสสโต หทยมํสจลนํ. โลมหํโสติ โลมานํ หํสนํ, ภิตฺติยํ นาคทนฺตานมิว อุทฺธคฺคภาโว, อิมินา ปททฺวเยน กิจฺจโต ภยํ ทสฺเสตฺวา ปุน เจตโส อุตฺราโสติ สภาวโต ทสฺสิตนฺติ. ฏีกายํ ปน ‘‘ภยานกนฺติ เภรวารมฺมณนิมิตฺตํ พลวภยํ, เตน สรีรสฺส ถทฺธภาโว ฉมฺภิตตฺต’’นฺติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๔๑) วุตฺตํ, อเนเนว ภยนฺติ เอตฺถ ขุทฺทกภยํ ทสฺสิตํ, อิติ เอตฺถ ปโยเค อยํ ตสฺสนาติ เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ. ปริตสฺสิตวิปฺผนฺทิตเมวาติ เอตฺถ ‘‘ทิฏฺฐิสงฺขาเตน เจว ตณฺหาสงฺขาเตน จ ปริตสฺสิเตน วิปฺผนฺทิตเมว จลิตเมว กมฺปิตเมวา’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๕-๑๑๗) อฏฺฐกถายมตฺถํ วกฺขติ. เตน วิญฺญายติ ลพฺภมานมฺปิ ตณฺหาตสฺสนมนฺตเรน ทิฏฺฐิตสฺสนาเยว นิหฏาติ. ‘‘เตปี’’ติอาทิ สีโหปมสุตฺตนฺตปาฬิ (อ. นิ. ๔.๓๓) ตตฺถ เตปีติ ทีฆายุกา เทวาปิ. ภยนฺติ ภงฺคานุปสฺสนาปริจิณฺณนฺเต สพฺพสงฺขารโต ภายนวเสน อุปฺปนฺนํ ภยญาณํ. สํเวคนฺติ สโหตฺตปฺปญาณํ, โอตฺตปฺปเมว วา. สนฺตาสนฺติ อาทีนวนิพฺพิทานุปสฺสนาหิ สงฺขาเรหิ สนฺตาสนญาณํ. อุปปตฺติวเสนาติ ปฏิสนฺธิวเสเนว.
สหพฺยตนฺติ สหายภาวมิจฺเฉว สทฺทโต อตฺโถ สหพฺย-สทฺทสฺส สหายตฺเถ ปวตฺตนโต. โส หิ สห พฺยายติ ปวตฺตติ, โทสํ วา ปฏิจฺฉาเทตีติ สหโพฺยติ วุจฺจติ, ตสฺส ภาโว สหพฺยตา. สหายภาโว ปน สหภาโวเยว นามาติ อธิปฺปายโต อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สหภาว’’นฺติ วุตฺตํ. สสาธนสมวายตฺโถ วา สห-สทฺโท อธิกิจฺจปเท อธิสทฺโท วิย, ตสฺมา สห เอกโต วตฺตมานสฺส ภาโว สหพฺยํ ยถา ‘‘ทาสพฺย’’นฺติ ตเทว สหพฺยตา, สกตฺถวุตฺติวเสน อิมเมวตฺถํ สนฺธายาห ‘‘สหภาว’’นฺติ. อปิจ สห วาติ ปวตฺตตีติ สหโว, ตสฺส ภาโว สหพฺยํ ยถา ‘‘วีรสฺส ภาโว วีริย’’นฺติ, ตเทว สหพฺยตาติ เอวํ วิมานฏฺฐกถายํ (วิ. ว. อฏฺฐ. ๑๗๒) วุตฺตํ, ตสฺมา ตทตฺถํ ทสฺเสตุํ เอวํ วุตฺตนฺติปิ ทฏฺฐพฺพํ.
๔๒. อิเม สตฺเต อภิภวิตฺวาติ เสโส. อภิภวนา เจตฺถ ปาปสภาเวน เชฏฺฐภาเวน ‘‘เต สตฺเต อภิภวิตฺวา ฐิโต’’ติ อตฺตโน มญฺญนาเยวาติ วุตฺตํ ‘‘เชฏฺฐโกหมสฺมี’’ติ. อญฺญทตฺถูติ ทสฺสเน อนฺตรายาภาววจเนน, ทโสติ เอตฺถ ทสฺสเนยฺยวิเสสปริคฺคหาภาเวน จ อนาวรณทสฺสาวิตํ ปฏิชานาตีติ อาห ‘‘สพฺพํ ปสฺสามีติ อตฺโถ’’ติ. ทสฺสเนยฺยวิเสสสฺส หิ ปเทสภูตสฺส อคฺคหเณ สติ คเหตพฺพสฺส นิปฺปเทสตา วิญฺญายติ ยถา ‘‘ทิกฺขิโต น ททาตี’’ติ, เทยฺยธมฺมวิเสสสฺส เจตฺถ ปเทสภูตสฺส อคฺคหณโต ปพฺพชิโต สพฺพมฺปิ น ททาตีติ คเหตพฺพสฺส เทยฺยธมฺมสฺส นิปฺปเทสตา วิญฺญายติ. เอวมีทิเสสุ. วเส วตฺเตมีติ วสวตฺตี. อหํ-สทฺทโยคโต หิ สพฺพตฺถ อมฺหโยเคน วจนตฺโถ. สตฺตภาชนภูตสฺส โลกสฺส นิมฺมาตา จาติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ปถวี’’ติอาทิ เจตฺถ ภาชนโลกวเสน อธิปฺปายกถนํ. สชิตาติ รจิตา, วิภชิตา วา, เตนาห ‘‘ตฺวํ ขตฺติโย นามา’’ติอาทิ. จิณฺณวสิตายาติ สมาจิณฺณปญฺจวิธวสิภาวโต. ตตฺถาติ ภูตภเพฺยสุ. อนฺโตวตฺถิมฺหีติ อนฺโตคพฺภาสเย. ปฐมจิตฺตกฺขเณติ ปฏิสนฺธิจิตฺตกฺขเณ. ทุติยโตติ ปฐมภวงฺคจิตฺตกฺขณโต. ปฐมอิริยาปเถติ เยน ปฏิสนฺธึ คณฺหาติ, ตสฺมึ อิริยาปเถ. อิติ อตีตวเสน, ภูต-สทฺทสฺส วตฺตมานวเสน จ ภพฺย-สทฺทสฺส อตฺโถ ทสฺสิโต. ฏีกายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๔๒) ปน ภพฺย-สทฺทตฺโถ อนาคตวเสนาปิ วุตฺโต. อเหสุนฺติ หิ ภูตา. ภวนฺติ, ภวิสฺสนฺติ จาติ ภพฺยา ตพฺพานียา วิย ณฺยปจฺจยสฺส กตฺตริปิ ปวตฺตนโต.
‘‘อิสฺสโร กตฺตา นิมฺมาตา’’ติ วตฺวาปิ ปุน ‘‘มยา อิเม สตฺตา นิมฺมิตา’’ติ วจนํ กิมตฺถิยนฺติ อาห ‘‘อิทานิ การณวเสนา’’ติอาทิ [การณโต (อฏฺฐกถายํ)] การณวเสน สาเธตุกามตาย ปฏิญฺญากรณตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ. นนุ เจส พฺรหฺมา อนวฏฺฐิตทสฺสนตฺตา ปุถุชฺชนสฺส ปุริมตรชาติปริจิตมฺปิ กมฺมสฺสกตาญาณํ วิสฺสชฺเชตฺวา วิกุพฺพนิทฺธิวเสน จิตฺตุปฺปาทมตฺตปฏิพทฺเธน สตฺตนิมฺมาเนน วิปลฺลฏฺโฐ ‘‘มยา อิเม สตฺตา นิมฺมิตา’’ติอาทินา อิสฺสรกุตฺตทสฺสนํ ปกฺขนฺทมาโน อภินิวิสนวเสน ปติฏฺฐิโต, น ปน ปติฏฺฐาปนวเสน. อถ กสฺมา การณวเสน สาเธตุกาโม ปฏิญฺญํ กโรตีติ วุตฺตนฺติ? น เจวํ ทฏฺฐพฺพํ. เตสมฺปิ หิ ‘‘เอวํ โหตี’’ติอาทินา ปจฺฉา อุปฺปชฺชนฺตานมฺปิ ตถาอภินิเวสสฺส วกฺขมานตฺตา ปเรสํ ปติฏฺฐาปนกฺกเมเนว ตสฺส โส อภินิเวโส ชาโต, น ตุ อภินิวิสนมตฺเตน, ตสฺมา เอวํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตเนวาห ‘‘ตํ กิสฺส เหตู’’ติอาทิ. ปาฬิยํ มนโส ปณิธีติ มนโส ปตฺถนา, ตถา จิตฺตุปฺปตฺติมตฺตเมวาติ วุตฺตํ โหติ.
อิตฺถภาวนฺติ อิทปฺปการภาวํ. ยสฺมา ปน โส ปกาโร พฺรหฺมตฺตภาโวเยวิธาธิปฺเปโต, ตสฺมา ‘‘พฺรหฺมภาว’’นฺติ วุตฺตํ. อยํ ปกาโร อิตฺถํ, ตสฺส ภาโว อิตฺถตฺตนฺติ หิ นิพฺพจนํ. เกวลนฺติ กมฺมสฺสกตาญาเณน อสมฺมิสฺสํ สุทฺธํ. มญฺญนามตฺเตเนวาติ ทิฏฺฐิมญฺญนามตฺเตเนว, น อธิมานวเสน. วงฺกฉิทฺเทน วงฺกอาณี วิย โอนมิตฺวา วงฺกลทฺธิเกน วงฺกลทฺธิกา โอนมิตฺวา ตสฺเสว พฺรหฺมุโน ปาทมูลํ คจฺฉนฺติ, ตํปกฺขกา ภวนฺตีติ อตฺโถ. นนุ จ เทวานํ อุปปตฺติสมนนฺตรํ ‘‘อิมาย นาม คติยา จวิตฺวา อิมินา นาม กมฺมุนา อิธูปปนฺนา’’ติ ปจฺจเวกฺขณา โหติ, อถ กสฺมา เตสํ เอวํ มญฺญนา สิยาติ? ปุริมชาตีสุ กมฺมสฺสกตาญาเณ สมฺมเทว นิวิฏฺฐชฺฌาสยานเมว ตถาปจฺจเวกฺขณาย ปวตฺติโต. ตาทิสานเมว หิ ตถาปจฺจเวกฺขณา สมฺภวติ, สา จ โข เยภุยฺยวเสน, อิเม ปน ปุริมาสุปิ ชาตีสุ อิสฺสรกุตฺตทิฏฺฐิวเสน นิพทฺธาภินิเวสา เอวเมว มญฺญมานา อเหสุนฺติ. ตถา หิ ปาฬิยํ วุตฺตํ ‘‘อิมินา มย’’นฺติอาทิ.
๔๓. อีสติ อภิภวตีติ อีโส, มหนฺโต อีโส มเหโส, สุปฺปติฏฺฐิตมเหสตาย ปเรหิ ‘‘มเหโส’’ อิติ อกฺขายตีติ มเหสกฺโข, มเหสกฺขานํ อติสเยน มเหสกฺโขติ มเหสกฺขตโรติ วจนตฺโถ. โส ปน มเหสกฺขตรภาโว อาธิปเตยฺยปริวารสมฺปตฺติยา การณภูตาย วิญฺญายตีติ วุตฺตํ ‘‘อิสฺสริยปริวารวเสน มหายสตโร’’ติ.
๔๔. กึ ปเนตํ การณนฺติ อนุโยเคนาห ‘‘โส ตโต’’ติอาทิ, เตน ‘‘อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉตี’’ติ วุตฺตํ อิธาคมนเมว การณนฺติ ทสฺเสติ. อิเธว อาคจฺฉตีติ อิมสฺมึ มนุสฺสโลเก เอว ปฏิสนฺธิวเสน อาคจฺฉติ. เอตนฺติ ‘‘ฐานํ โข ปเนตํ ภิกฺขเว, วิชฺชตี’’ติ วจนํ. ปาฬิยํ ยํ อญฺญตโร สตฺโตติ เอตฺถ ยนฺติ นิปาตมตฺตํ, การณตฺเถ วา เอส นิปาโต, เหตุมฺหิ วา ปจฺจตฺตนิทฺเทโส, เยน ฐาเนนาติ อตฺโถ, กิริยาปรามสนํ วา เอตํ. ‘‘อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉตี’’ติ เอตฺถ ยเทตํ อิตฺถตฺตสฺส อาคมนสงฺขาตํ ฐานํ, ตเทตํ วิชฺชตีติ อตฺโถ. เอส น โส ปพฺพชติ, เจโตสมาธึ ผุสติ, ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสตีติ เอเตสุปิ ปเทสุ. ‘‘ฐานํ โข ปเนตํ ภิกฺขเว, วิชฺชติ, ยํ อญฺญตโร สตฺโต’’ติ หิ อิมานิ ปทานิ ‘‘ปพฺพชตี’’ติอาทีหิปิ ปเทหิ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพานิ. น คจฺฉตีติ อคารํ, เคหํ, อคารสฺส หิตํ อาคาริยํ, กสิโครกฺขาทิกมฺมํ, ตเมตฺถ นตฺถีติ อนาคาริยํ, ปพฺพชฺชา, เตนาห ‘‘อคารสฺมา’’ติอาทิ. ป-สทฺเทน วิสิฏฺโฐ วช-สทฺโท อุปสงฺกมเนติ วุตฺตํ ‘‘อุปคจฺฉตี’’ติ. ปรนฺติ ปจฺฉา, อติสยํ วา, อญฺญํ ปุพฺเพนิวาสนฺติปิ อตฺโถ. ‘‘น สรตี’’ติ วุตฺเตเยว อยมตฺโถ อาปชฺชตีติ ทสฺเสติ ‘‘สริตุ’’นฺติอาทินา. อปสฺสนฺโตติ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาเณน อปสฺสนเหตุ, ปสฺสิตุํ อสกฺโกนฺโต หุตฺวาติปิ วฏฺฏติ. มาน-สทฺโท วิย หิ อนฺต-สทฺโท อิธ สามตฺถิยตฺโถ. สทาภาวโตติ สพฺพทา วิชฺชมานตฺตา. ชราวเสนาปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺเทน มรณวเสนาปีติ สมฺปิณฺเฑติ.
๔๕. ขิฑฺฑาปโทสิโนติ กตฺตุวเสน ปทสิทฺธิ, ขิฑฺฑาปโทสิกาติ ปน สกตฺถวุตฺติวเสน, สทฺทมนเปกฺขิตฺวา ปน อตฺถเมว ทสฺเสตุํ ‘‘ขิฑฺฑายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ขิฑฺฑาปโทสกา’’ติ วา วตฺตพฺเพ อิ-การาคมวเสน เอวํ วุตฺตํ. ปทุสฺสนํ วา ปโทโส, ขิฑฺฑาย ปโทโส ขิฑฺฑาปโทโส, โส เอเตสนฺติ ขิฑฺฑาปโทสิกา. ‘‘ปทูสิกาติปิ ปาฬึ ลิขนฺตี’’ติ อญฺญนิกายิกานํ ปมาทเลขตํ ทสฺเสติ. มหาวิหารวาสีนิกายิกานญฺหิ วาจนามคฺควเสน อยํ สํวณฺณนา ปวตฺตา. อปิจ เตน โปตฺถการุฬฺหกาเล ปมาทเลขํ ทสฺเสติ. ตมฺปิ หิ ปทตฺถโสธนาย อฏฺฐกถาย โสธิตนิยาเมเนว คเหตพฺพํ, เตนาห ‘‘สา อฏฺฐกถายํ นตฺถี’’ติ. เวลํ อติกฺกนฺตํ อติเวลํ, ตํ. ภาวนปุํสกญฺเจตํ, เตนาห ‘‘อติจิร’’นฺติ, อาหารูปโภคกาลํ อติกฺกมิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. รติธมฺม-สทฺโท หสฺสขิฑฺฑา-สทฺเทหิ ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ ‘‘หสฺสขิฑฺฑาสุ รติธมฺโม รมณสภาโว’’ติ. หสนํ หสฺโส, เกฬิหสฺโส. เขฑนํ กีฬนํ ขิฑฺฑา, กายิกวาจสิกกีฬา. อนุโยควเสน ตํสมาปนฺนาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘หสฺสรติธมฺมญฺเจวา’’ติอาทิ. กีฬา เยสํ เต เกฬิโน, เตสํ หสฺโส ตถา. กีฬาหสฺสปโยเคน อุปฺปชฺชนกสุขญฺเจตฺถ เกฬิหสฺสสุขํ. ตทวสิฏฺฐกีฬาปโยเคน อุปฺปชฺชนกํ กายิกวาจสิกกีฬาสุขํ.
‘‘เต กิรา’’ติอาทิ วิตฺถารทสฺสนํ. กิร-สทฺโท เหตฺถ วิตฺถารโชตโกเยว, น ตุ อนุสฺสวนารุจิยาทิโชตโก ตถาเยว ปาฬิยํ, อฏฺฐกถาสุ จ วุตฺตตฺตา. สิริวิภเวนาติ สรีรโสภคฺคาทิสิริยา, ปริวาราทิสมฺปตฺติยา จ. นกฺขตฺตนฺติ ฉณํ. เยภุยฺเยน หิ นกฺขตฺตโยเคน กตตฺตา ตถาโยโค วา โหตุ, มา วา, นกฺขตฺตมิจฺเจว วุจฺจติ. อาหารนฺติ เอตฺถ โก เทวานมาหาโร, กา จ เตสมาหารเวลาติ? สพฺเพสมฺปิ กามาวจรเทวานํ สุธาหาโร. ทฺวาทสปาปธมฺมวิคฺฆาเตน หิ สุขสฺส ธารณโต เทวานํ โภชนํ ‘‘สุธา’’ติ วุจฺจติ. สา ปน เสตา สงฺขูปมา อตุลฺยทสฺสนา สุจิ สุคนฺธา ปิยรูปา. ยํ สนฺธาย สุธาโภชนชาตเก วุตฺตํ –
‘‘สงฺขูปมํ เสต’มตุลฺยทสฺสนํ,
สุจึ สุคนฺธํ ปิยรูป’มพฺภุตํ;
อทิฏฺฐปุพฺพํ มม ชาตุ จกฺขุภิ,
กา เทวตา ปาณิสุ กึ สุโธ’ทหี’’ติ. (ชา. ๒.๒๑.๒๒๗);
‘‘ภุตฺตา จ สา ทฺวาทสหนฺติ ปาปเก,
ขุทฺทํ ปิปาสํ อรตึ ทรกฺลมํ;
โกธูปนาหญฺจ วิวาทเปสุณํ,
สีตุณฺห ตนฺทิญฺจ รสุตฺตมํ อิท’’นฺติ จ. (ชา. ๒.๒๑.๒๒๙);
สา จ เหฏฺฐิเมหิ เหฏฺฐิเมหิ อุปริมานํ อุปริมานํ ปณีตตมา โหติ, ตํ ยถาสกํ ปริมิตทิวสวเสน ทิวเส ทิวเส ภุญฺชนฺติ. เกจิ ปน วทนฺติ ‘‘พิฬารปทปฺปมาณํ สุธาหารํ เต ภุญฺชนฺติ, โส ชิวฺหาย ฐปิตมตฺโต ยาว เกสคฺคนขคฺคา กายํ ผรติ, ยถาสกํ คณิตทิวสวเสน สตฺต ทิวเส ยาปนสมตฺโถ โหตี’’ติ. เกจิวาเท ปเนตฺถ พิฬารปท-สทฺโท สุวณฺณสงฺขาตสฺส สงฺขฺยาวิเสสสฺส วาจโก. ปมาณโต ปน อุทุมฺพรผลปฺปมาณํ, ยํ ปาณิตลํ กพฬคฺคหนฺติปิ วุจฺจติ. วุตฺตญฺหิ มธุโกเส –
‘‘ปาณิรกฺโข ปิจุ จาปิ, สุวณฺณกมุทุมฺพรํ;
พิฬารปทกํ ปาณิ-ตลํ ตํ กพฬคฺคห’’นฺติ.
‘‘นิรนฺตรํ ขาทนฺตาปิ ปิวนฺตาปี’’ติ อิทํ ปริกปฺปนาวเสน วุตฺตํ, น ปน เอวํ นิยมวเสน ตถา ขาทนปิวนานมนิยมภาวโต. กมฺมชเตชสฺส พลวภาโว อุฬารปุญฺญนิพฺพตฺตตฺตา, อุฬารครุสินิทฺธสุธาหารชีรณโต จ. กรชกายสฺส มนฺทภาโว ปน สุขุมาลภาวโต. เตเนว หิ ภควา อินฺทสาลคุหายํ ปกติปถวิยํ ปติอาตุํ อสกฺโกนฺตํ สกฺกํ เทวราชานํ ‘‘โอฬาริกํ กายํ อธิฏฺเฐหี’’ติ อโวจ. มนุสฺสานํ ปน กมฺมชเตชสฺส มนฺทภาโว, กรชกายสฺส พลวภาโว จ วุตฺตวิปรีเตน เวทิตพฺโพ. กรชกาโยติ เอตฺถ โก วุจฺจติ สรีรํ, ตตฺถ ปวตฺโต. รโช กรโช, กึ ตํ? สุกฺกโสณิตํ. ตญฺหิ ‘‘ราโค รโช น จ ปน เรณุ วุจฺจตี’’ติ (มหานิ. ๒๐๙; จูฬนิ. ๗๔) เอวํ วุตฺตราครชผลตฺตา สรีรวาจเกน ก-สทฺเทน วิเสเสตฺวา การณโวหาเรน ‘‘กรโช’’ติ วุจฺจติ. เตน สุกฺกโสณิตสงฺขาเตน กรเชน สมฺภูโต กาโย กรชกาโยติ อาจริยา. ตถา หิ กาโย มาตาเปตฺติกสมฺภโวติ วุตฺโต. มหาอสฺสปูรสุตฺตนฺตฏีกายํ ปน ‘‘กรียติ คพฺภาสเย ขิปียตีติ กโร, สมฺภโว, กรโต ชาโตติ กรโช, มาตาเปตฺติกสมฺภโวติ อตฺโถ. มาตุอาทีนํ สณฺฐาปนวเสน กรโต หตฺถโต ชาโตติ กรโชติ อปเร. อุภยถาปิ กรชกายนฺติ จตุสนฺตติรูปมาหา’’ติ วุตฺตํ. กโรติ ปุตฺเต นิพฺพตฺเตตีติ กโร, สุกฺกโสณิตํ, เตน ชาโต กรโชติปิ วทนฺติ. ตถา อสมฺภูโตปิ จ เทวาทีนํ กาโย ตพฺโพหาเรน ‘‘กรชกาโย’’ติ วุจฺจติ ยถา ‘‘ปูติกาโย, ชรสิงฺคาโล’’ติ. เตสนฺติ มนุสฺสานํ. อจฺฉยาคุ นาม ปสนฺนา อกสฏา ยาคุ. วตฺถุนฺติ กรชกายํ. เอกํ อาหารเวลนฺติ เอกทิวสมตฺตํ, เกสญฺจิ มเตน ปน สตฺตาหํ.
เอวํ อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ ทสฺเสตฺวา อุปมาวเสนปิ ตมาวิกโรนฺโต ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺตปาสาเณติ อจฺจุณฺหปาสาเณ. รตฺตเสตปทุมโต อวสิฏฺฐํ อุปฺปลํ. อกถายนฺติ มหาอฏฺฐกถายํ. อวิเสเสนาติ ‘‘เทวาน’’นฺติ อวิเสเสน, เทวานํ กมฺมชเตโช พลวา โหติ, กรชํ มนฺทนฺติ วา กมฺมชเตชกรชกายานํ พลวมนฺทตาสงฺขาต การณสามญฺเญน. ตเทตญฺหิ การณํ สพฺเพสมฺปิ เทวานํ สมานเมว, ตสฺมา สพฺเพปิ เทวา คเหตพฺพาติ วุตฺตํ โหติ. กพฬีการภูตํ สุธาหารํ อุปนิสฺสาย ชีวนฺตีติ กพฬีการาหารูปชีวิโน. เกจีติ อภยคิริวาสิโน. ‘‘ขิฑฺฑาปทุสฺสนมตฺเตเนว เหเต ขิฑฺฑาปโทสิกาติ วุตฺตา’’ติ อยํ ปาโฐ ‘‘เตเยว จวนฺตีติ เวทิตพฺพา’’ติ เอตสฺสานนฺตเร ปฐิตพฺโพ ตทนุสนฺธิกตฺตา. อยเญฺหตฺถานุสนฺธิ – ยทิ สพฺเพปิ เอวํ กโรนฺตา กามาวจรเทวา จเวยฺยุํ, อถ กสฺมา ‘‘ขิฑฺฑาปโทสิกา’’ติ นามวิเสเสน ภควตา วุตฺตาติ? วิจารณาย เอวมาหาติ, เอเตน อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘สพฺเพปิ เทวา เอวํ จวนฺตาปิ ขิฑฺฑาย ปทุสฺสนสภาวมตฺตํ ปติ นามวิเสเสน ตถา วุตฺตา’’ติ. ยเทเก วเทยฺยุํ ‘‘เกจิวาทปติฏฺฐาปโกยํ ปาโฐ’’ติ, ตทยุตฺตเมว อิติ-สทฺทนฺตริกตฺตา, อนฺเต จ ตสฺส อวิชฺชมานตฺตา. อตฺถิเกหิ ปน ตสฺส เกจิวาทสมวโรธนํ อนฺเต อิติสทฺโท โยเชตพฺโพติ.
๔๗-๔๘. มโนปโทสิโนติ กตฺตุวเสน ปทสิทฺธิ, มโนปโทสิกาติ จ สกตฺถวุตฺติวเสน, อตฺถมตฺตํ ปน ทสฺเสตุํ ‘‘มเนนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘มโนปโทสกา’’ติ วา วตฺตพฺเพ อิ-การาคมวเสน เอวํ วุตฺตํ. มเนนาติ อิสฺสาปกตตฺตา ปทุฏฺเฐน มนสา. อปโร นโย – อุสูยนวเสน มนสา ปโทโส มโนปโทโส, วินาสภูโต โส เอเตสมตฺถีติ มโนปโทสิกาติ. ‘‘เต อญฺญมญฺญมฺหิ ปทุฏฺฐจิตฺตา กิลนฺตกายา กิลนฺตจิตฺตา เต เทวา ตมฺหา กายา จวนฺตี’’ติ วจนโต ‘‘เอเต จาตุมหาราชิกา’’ติ อาห. มเนน ปทุสฺสนมตฺเตเนว เหเต มโนปโทสิกาติ วุตฺตา. ‘‘เตสุ กิรา’’ติอาทิ วิตฺถาโร. รเถน วีถึ ปฏิปชฺชตีติ อุปลกฺขณมตฺตํ อญฺเญหิ อญฺญตฺถาปิ ปฏิปชฺชนสมฺภวโต. เอตนฺติ อตฺตโน สมฺปตฺตึ. อุทฺธุมาโต วิยาติ ปีติยา กรณภูตาย อุนฺนโต วิย. ภิชฺชมาโน วิยาติ ตาย ภิชฺชนฺโต วิย, ปีติยา วา กตฺตุภูตาย ภญฺชิโต วิย. กุทฺธา นาม สุวิชานนา โหนฺติ, ตสฺมา กุทฺธภาวมสฺส ญตฺวาติ อตฺโถ.
อกุทฺโธ รกฺขตีติ กุทฺธสฺส โส โกโธ อิตรสฺมึ อกุชฺฌนฺเต อนุปาทาโน เจว เอกวารมตฺตํ อุปฺปตฺติยา อนาเสวโน จ หุตฺวา จาเวตุํ น สกฺโกติ, อุทกนฺตํ ปตฺวา อคฺคิ วิย นิพฺพายติ, ตสฺมา อกุทฺโธ อิตรํ จวนโต รกฺขติ. อุโภสุ ปน กุทฺเธสุ ภิยฺโย ภิยฺโย อญฺญมญฺญมฺหิ ปริวฑฺฒนวเสน ติขิณสมุทาจาโร นิสฺสยทหนรโส โกโธ อุปฺปชฺชมาโน หทยวตฺถุํ นิทหนฺโต อจฺจนฺตสุขุมาลกรชกายํ วินาเสติ, ตโต สกโลปิ อตฺตภาโว อนฺตรธายติ, ตมตฺถํ ทสฺเสตุมาห ‘‘อุโภสุ ปนา’’ติอาทิ. ตถา จาห ปาฬิยํ ‘‘เต อญฺญมญฺญมฺหิ ปทุฏฺฐจิตฺตา กิลนฺตกายา กิลนฺตจิตฺตา เต เทวา ตมฺหา กายา จวนฺตี’’ติ. เอกสฺส โกโธ อิตรสฺส ปจฺจโย โหติ, ตสฺสปิ โกโธ อิตรสฺส ปจฺจโย โหตีติ เอตฺถ โกธสฺส ภิยฺโย ภิยฺโย ปริวฑฺฒนาย เอว ปจฺจยภาโว เวทิตพฺโพ, น จวนาย นิสฺสยทหนรเสน อตฺตโนเยว โกเธน หทยวตฺถุํ นิทหนฺเตน อจฺจนฺตสุขุมาลสฺส กรชกายสฺส จวนโต. กนฺทนฺตานํเยว โอโรธานนฺติ อนาทรตฺเถ สามิวจนํ. อยเมตฺถ ธมฺมตาติ อยํ เตสํ กรชกายมนฺทตาย, ตถาอุปฺปชฺชนกสฺส จ โกธสฺส พลวตาย ฐานโส จวนภาโว เอเตสุ เทเวสุ รูปารูปธมฺมานํ ธมฺมนิยาโม สภาโวติ อตฺโถ.
๔๙-๕๒. จกฺขาทีนํ เภทํ ปสฺสตีติ วิโรธิปจฺจยสนฺนิปาเต วิการาปตฺติทสฺสนโต, อนฺเต จ อทสฺสนูปคมนโต วินาสํ ปสฺสติ โอฬาริกตฺตา รูปธมฺมเภทสฺส. ปจฺจยํ ทตฺวาติ อนนฺตรปจฺจยาทิวเสน ปจฺจยสตฺตึ ทตฺวา, ปจฺจโย หุตฺวาติ วุตฺตํ โหติ, ตสฺมา น ปสฺสตีติ สมฺพนฺโธ, พลวตรมฺปิ สมานํ อิมินา การเณน น ปสฺสตีติ อธิปฺปาโย. พลวตรนฺติ จ จิตฺตสฺส ลหุตรเภทํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตถา หิ เอกสฺมึ รูเป ธรนฺเตเยว โสฬส จิตฺตานิ ภิชฺชนฺติ. จิตฺตสฺส เภทํ น ปสฺสตีติ เอตฺถ ขเณ ขเณ ภิชฺชนฺตมฺปิ จิตฺตํ ปรสฺส อนนฺตรปจฺจยภาเวเนว ภิชฺชติ, ตสฺมา ปุริมจิตฺตสฺส อภาวํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา วิย ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปตฺติโต ภาวปกฺโข พลวตโร ปากโฏว โหติ, น อภาวปกฺโขติ อิทํ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘จิตฺตํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อยญฺจตฺโถ อลาภจกฺกนิทสฺสเนน ทีเปตพฺโพ. ยสฺมา ปน ตกฺกีวาที นานตฺตนยสฺส ทุรวธานตาย, เอกตฺตนยสฺส จ มิจฺฉาคหิตตฺตา ‘‘ยเทวิทํ วิญฺญาณํ สพฺพทาปิ เอวรูเปน ปวตฺตติ, อยํ เม อตฺตา นิจฺโจ’’ติอาทินา อภินิเวสํ ชเนสิ, ตสฺมา ตมตฺถํ ‘‘โส ตํ อปสฺสนฺโต’’ติอาทินา สห อุปมาย วิภาเวติ.