๑. พฺรหฺมชาลสุตฺตํ

ปริพฺพาชกกถาวณฺณนา

๑. เอตฺตาวตา จ ปรมสณฺหสุขุมคมฺภีรทุทฺทสาเนกวิธนยสมลงฺกตํ พฺรหฺมชาลสฺส สาธารณโต พาหิรนิทานํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อพฺภนฺตรนิทานํ สํวณฺเณนฺโต อตฺถาธิคมสฺส สุนิกฺขิตฺตปทมูลกตฺตา, สุนิกฺขิตฺตปทภาวสฺส จ ‘‘อิทเมว’’นฺติ สภาววิภาวเนน ปทวิภาเคน สาเธตพฺพตฺตา ปฐมํ ตาว ปทวิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ เอว’’นฺติอาทิมาห. ปทวิภาเคน หิ ‘‘อิทํ นาม เอตํ ปท’’นฺติ วิชานเนน ตํตํปทานุรูปํ ลิงฺควิภตฺติ วจน กาลปโยคาทิกํ สมฺมาปติฏฺฐาปนโต ยถาวุตฺตสฺส ปทสฺส สุนิกฺขิตฺตตา โหติ, ตาย จ อตฺถสฺส สมธิคมิยตา. ยถาห ‘‘สุนิกฺขิตฺตสฺส ภิกฺขเว – ปทพฺยญฺชนสฺส อตฺโถปิ สุนโยโหตี’’ติอาทิ. อปิจ สมฺพนฺธโต, ปทโต, ปทวิภาคโต, ปทตฺถโต อนุโยคโต, ปริหารโต จาติ ฉหากาเรหิ อตฺถวณฺณนา กาตพฺพา. ตตฺถ สมฺพนฺโธ นาม เทสนาสมฺพนฺโธ, ยํ โลกิยา ‘‘อุมฺมุคฺฆาโต’’ติปิ วทนฺติ, โส ปน ปาฬิยา นิทานปาฬิวเสน, นิทานปาฬิยา จ สงฺคีติวเสน เวทิตพฺโพ. ปฐมมหาสงฺคีตึ ทสฺเสนฺเตน หิ นิทานปาฬิยา สมฺพนฺโธ ทสฺสิโต, ตสฺมา ปทาทิวเสเนว สํวณฺณนํ กโรนฺโต ‘‘เอว’’นฺติอาทิมาห. เอตฺถ จ ‘‘เอวนฺติ นิปาตปทนฺติอาทินา ปทโต, ปทวิภาคโต จ สํวณฺณนํ กโรติ ปทานํ ตพฺพิเสสานญฺจ ทสฺสิตตฺตา. ปทวิภาโคติ หิ ปทานํ วิเสโสเยว อธิปฺเปโต, น ปทวิคฺคโห. ปทานิ จ ปทวิภาโค จ ปทวิภาโค. อถ วา ปทวิภาโค จ ปทวิคฺคโห จ ปทวิภาโคติ เอกเสสวเสน ปทปทวิคฺคหาปิ ปทวิภาคสทฺเทน วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ปทวิคฺคหโต ปน ‘‘ภิกฺขูนํ สงฺโฆ’’ติอาทินา อุปริ สํวณฺณนํ กริสฺสติ, ตถา ปทตฺถานุโยคปริหาเรหิปิ. เอวนฺติ เอตฺถ ลุตฺตนิทฺทิฏฺฐอิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ อนฺตราสทฺท จ สทฺทาทีนมฺปิ สงฺคหิตตฺตา, นยคฺคหเณน วา เต คหิตา. เตนาห ‘‘เมติอาทีนิ นามปทานี’’ติ. อิตรถา หิ อนฺตราสทฺทํ จ สทฺทาทีนมฺปิ นิปาตภาโว วตฺตพฺโพ สิยา. เมติอาทีนีติ เอตฺถ ปน อาทิ-สทฺเทน ยาว ปฏิสทฺโท, ตาว ตทวสิฏฺฐาเยว สทฺทา สงฺคหิตา. ปฏีติ อุปสคฺคปทํ ปติสทฺทสฺส การิยภาวโต.

อิทานิ อตฺถุทฺธารกฺกเมน ปทตฺถโต สํวณฺณนํ กโรนฺโต ‘‘อตฺถโต ปนา’’ติอาทิมาห. อิมสฺมึ ปน ฐาเน โสตูนํ สํวณฺณนานยโกสลฺลตฺถํ สํวณฺณนาปฺปการา วตฺตพฺพา. กถํ?

เอกนาฬิกา กถา จ, จตุรสฺสา ตถาปิ จ;

นิสินฺนวตฺติกา เจว, ติธา สํวณฺณนํ วเท.

ตตฺถ ปาฬึ วตฺวา เอเกกปทสฺส อตฺถกถนํ เอกาย นาฬิยา มินิตสทิสตฺตา, เอเกกํ วา ปทํ นาฬํ มูลํ, เอกเมกํ ปทํ วา นาฬิกา อตฺถนิคฺคมนมคฺโค เอติสฺสาติ กตฺวา เอกนาฬิกา นาม. ปฏิปกฺขํ ทสฺเสตฺวา, ปฏิปกฺขสฺส จ อุปมํ ทสฺเสตฺวา, สปกฺขํ ทสฺเสตฺวา, สปกฺขสฺส จ อุปมํ ทสฺเสตฺวา, กถนํ จตูหิ ภาเคหิ วุตฺตตฺตา, จตฺตาโร วา รสฺสา สลฺลกฺขณูปายา เอติสฺสาติ กตฺวา จตุรสฺสา นาม, วิสภาคธมฺมวเสเนว ปริโยสานํ คนฺตฺวา ปุน สภาคธมฺมวเสเนว ปริโยสานคมนํ นิสีทาเปตฺวา ปติฏฺฐาเปตฺวา อาวตฺตนยุตฺตตฺตา, นิยมโต วา นิสินฺนสฺส อารทฺธสฺส วตฺโต สํวตฺโต เอติสฺสาติ กตฺวา นิสินฺนวตฺติกา นาม, ยถารทฺธสฺส อตฺถสฺส วิสุํ วิสุํ ปริโยสานาปิ นิยุตฺตาติ วุตฺตํ โหติ, โสทาหรณา ปน กถา องฺคุตฺตรฏฺฐกถาย ตฏฺฏีกายํ เอกาทสนิปาเต โคปาลกสุตฺตวณฺณนาโต คเหตพฺพา.

เภทกถา ตตฺวกถา, ปริยายกถาปิ จ;

อิติ อตฺถกฺกเม วิทฺวา, ติธา สํวณฺณนํ วเท.

ตตฺถ ปกติอาทิวิจารณา เภทกถา ยถา ‘‘พุชฺฌตีติ พุทฺโธ’’ติอาทิ. สรูปวิจารณา ตตฺวกถา ยถา ‘‘พุทฺโธติ โย โส ภควา สยมฺภู อนาจริยโก’’ติอาทิ (มหานิ. ๑๙๒; จูฬนิ. ๙๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๖๑). เววจนวิจารณา ปริยายกถา ยถา ‘‘พุทฺโธ ภควา สพฺพญฺญู โลกนายโก’’ติอาทิ (เนตฺติ. ๓๘ เววจนาหารวิภงฺคนิสฺสิโต ปาฬิ).

ปโยชนญฺจ ปิณฺฑตฺโถ, อนุสนฺธิ จ โจทนา;

ปริหาโร จ สพฺพตฺถ, ปญฺจธา วณฺณนํ วเท.

ตตฺถ ปโยชนํ นาม เทสนาผลํ, ตํ ปน สุตมยญาณาทิ. ปิณฺฑตฺโถ นาม วิปฺปกิณฺณสฺส อตฺถสฺส สุวิชานนตฺถํ สมฺปิณฺเฑตฺวา กถนํ. อนุสนฺธิ นาม ปุจฺฉานุสนฺธาทิ. โจทนา นาม ยถาวุตฺตสฺส วจนสฺส วิโรธิกถนํ. ปริหาโร นาม ตสฺส อวิโรธิกถนํ.

อุมฺมุคฺฆาโต ปทญฺเจว, ปทตฺโถ ปทวิคฺคโห;

จาลนา ปจฺจุปฏฺฐานํ, ฉธา สํวณฺณนํ วเท. (วชิร. ฏี. ปฐมมหาสงฺคีติวณฺณนา);

ตตฺถ อชฺฌตฺติกาทินิทานํ อุมฺมุคฺฆาโต. ‘‘เอวมิท’’นฺติ นานาวิเธน ปทวิเสสตากถนํ ปทํ, สทฺทตฺถาธิปฺปายตฺถาทิ ปทตฺโถ. อเนกธา นิพฺพจนํ ปทวิคฺคโห.จาลนา นาม โจทนา. ปจฺจุปฏฺฐานํ ปริหาโร.

สมุฏฺฐานํ ปทตฺโถ จ, ภาวานุวาทวิธโย;

วิโรโธ ปริหาโร จ, นิคมนนฺติ อฏฺฐธา.

ตตฺถ สมุฏฺฐานนฺติ อชฺฌตฺติกาทินิทานํ. ปทตฺโถติ อธิปฺเปตานธิปฺเปตาทิวเสน อเนกธา ปทสฺส อตฺโถ. ภาโวติ อธิปฺปาโย. อนุวาทวิธโยติ ปฐมวจนํ วิธิ, ตทาวิกรณวเสน ปจฺฉา วจนํ อนุวาโท, วิเสสนวิเสสฺยานํ วา วิธานุวาท สมญฺญา. วิโรโธติ อตฺถนิจฺฉยนตฺถํ โจทนา. ปริหาโรติ ตสฺสา โสธนา. นิคมนนฺติ อนุสนฺธิยา อนุรูปํ อปฺปนา.

อาทิโต ตสฺส นิทานํ, วตฺตพฺพํ ตปฺปโยชนํ;

ปิณฺฑตฺโถ เจว ปทตฺโถ, สมฺพนฺโธ อธิปฺปายโก;

โจทนา โสธนา เจติ, อฏฺฐธา วณฺณนํ วเท.

ตตฺถ สมฺพนฺโธ นาม ปุพฺพาปรสมฺพนฺโธ, โย ‘‘อนุสนฺธี’’ติ วุจฺจติ. เสสา วุตฺตตฺถาว, เอวมาทินา ตตฺถ ตตฺถาคเต สํวณฺณนาปฺปกาเร ญตฺวา สพฺพตฺถ ยถารหํ วิเจตพฺพาติ.

เอวมเนกตฺถปฺปเภทตา ปโยคโตว ญาตพฺพาติ ตพฺพเสน ตํ สมตฺเถตุํ ‘‘ตถา เหสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อถ วา อยํ สทฺโท อิมสฺสตฺถสฺส วาจโกติ สงฺเกตววตฺถิตาเยว สทฺทา ตํ ตทตฺถสฺส วาจกา, สงฺเกโต จ นาม ปโยควเสน สิทฺโธติ ทสฺเสตุมฺปิ อิทํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวมีทิเสสุ. นนุ จ –

‘‘ยถาปิ ปุปฺผราสิมฺหา, กยิรา มาลาคุเณ พหู;

เอวํ ชาเตน มจฺเจน, กตฺตพฺพํ กุสลํ พหุ’’นฺติ. (ธ. ป. ๕๓);

เอตฺถ เอวํ-สทฺเทน อุปมาการสฺเสว วุตฺตตฺตา อาการตฺโถเยว เอวํ-สทฺโท สิยาติ? น, วิเสสสพฺภาวโต. ‘‘เอวํ พฺยา โข’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒๓๔, ๓๙๖) หิ อาการมตฺตวาจโกเยว อาการตฺโถติ อธิปฺเปโต, น ปน อาการวิเสสวาจโก. เอตฺถ หิ กิญฺจาปิ ปุปฺผราสิสทิสโต มนุสฺสูปปตฺติ สปฺปุริสูปนิสฺสย สทฺธมฺมสวน โยนิโสมนสิการโภคสมฺปตฺติอาทิทานาทิปุญฺญกิริยาเหตุสมุทายโต โสภาสุคนฺธตาทิคุณโยเคน มาลาคุณสทิสิโย พหุกา ปุญฺญกิริยา มริตพฺพสภาวตาย มจฺเจน สตฺเตน กตฺตพฺพาติ อตฺถสฺส โชติตตฺตา ปุปฺผราสิมาลาคุณาว อุปมา นาม อุปมียติ เอตายาติ กตฺวา, เตสํ อุปมากาโร จ ยถาสทฺเทน อนิยมโต โชติโต, ตสฺมา ‘‘เอวํ-สทฺโท นิยมโต อุปมาการนิคมนตฺโถ’’ติ วตฺตุํ ยุตฺตํ, ตถาปิ โส อุปมากาโร นิยมิยมาโน อตฺถโต อุปมาว โหติ นิสฺสยภูตํ ตมนฺตเรน นิสฺสิตภูตสฺส อุปมาการสฺส อลพฺภมานตฺตาติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘อุปมายํ อาคโต’’ติ. อถ วา อุปมียนํ สทิสีกรณนฺติ กตฺวา ปุปฺผราสิมาลาคุเณหิ สทิสภาวสงฺขาโต อุปมากาโรเยว อุปมา นาม. ‘‘สทฺธมฺมตฺตํ สิโยปมา’’ติ หิ วุตฺตํ, ตสฺมา อาการมตฺตวาจโกว อาการตฺโถ เอวํ-สทฺโท. อุปมาสงฺขาตอาการวิเสสวาจโก ปน อุปมาตฺโถเยวาติ วุตฺตํ ‘‘อุปมายํ อาคโต’’ติ.

ตถา ‘‘เอวํ อิมินา อากาเรน อภิกฺกมิตพฺพ’’นฺติอาทินา อุปทิสิยมานาย สมณสารุปฺปาย อากปฺปสมฺปตฺติยา อุปทิสนากาโรปิ อตฺถโต อุปเทโสเยวาติ อาห ‘‘เอวํ…เป… อุปเทเส’’ติ. เอวเมตนฺติ เอตฺถ ปน ภควตา ยถาวุตฺตมตฺถํ อวิปรีตโต ชานนฺเตหิ กตํ ตตฺถ สํวิชฺชมานคุณานํ ปกาเรหิ หํสนํ อุทคฺคตากรณํ สมฺปหํสนํ. ตตฺถ สมฺปหํสนากาโรปิ อตฺถโต สมฺปหํสนเมวาติ วุตฺตํ ‘‘สมฺปหํสเนติ. เอวเมว ปนายนฺติ เอตฺถ จ โทสวิภาวเนน คารยฺหวจนํ ครหณํ, ตทากาโรปิ อตฺถโต ครหณํ นาม, ตสฺมา ‘‘ครหเณ’’ติ วุตฺตํ. โส เจตฺถ ครหณากาโร ‘‘วสลี’’ติอาทิขุํสนสทฺทสนฺนิธานโต เอวํ-สทฺเทน ปกาสิโตติ วิญฺญายติ, ยถา เจตฺถ เอวํ อุปมาการาทโยปิ อุปมาทิวเสน วุตฺตานํ ปุปฺผราสิอาทิสทฺทานํ สนฺนิธานโตติ ทฏฺฐพฺพํ. โชตกมตฺตา หิ นิปาตาติ. เอวเมวาติ จ อธุนา ภาสิตากาเรเนว. อยํ วสลคุณโยคโต วสลี กาฬกณฺณี ยสฺมึ วา ตสฺมึ วา ฐาเน ภาสตีติ สมฺพนฺโธ. เอวํ ภนฺเตติ สาธุ ภนฺเต, สุฏฺฐุ ภนฺเตติ วุตฺตํ โหติ. เอตฺถ ปน ธมฺมสฺส สาธุกํ สวนมนสิกาเร สนฺนิโยชิเตหิ ภิกฺขูหิ ตตฺถ อตฺตโน ฐิตภาวสฺส ปฏิชานนเมว วจนสมฺปฏิคฺคโห, ตทากาโรปิ อตฺถโต วจนสมฺปฏิคฺคโหเยว นาม, เตนาห ‘‘วจนสมฺปฏิคฺคเห’’ติ.

เอวํ พฺยา โขติ เอวํ วิย โข. เอวํ โขติ หิ อิเมสํ ปทานมนฺตเร วิยสทฺทสฺส พฺยาปเทโสติ เนรุตฺติกา ‘‘ว-การสฺส, พ-การํ, ย-การสํโยคญฺจ กตฺวา ทีฆวเสน ปทสิทฺธี’’ติปิ วทนฺติ. อากาเรติ อาการมตฺเต. อปฺปาพาธนฺติ วิสภาคเวทนาภาวํ. อปฺปาตงฺกนฺติกิจฺฉชีวิตกรโรคาภาวํ. ลหุฏฺฐานนฺติ นิคฺเคลญฺญตาย ลหุตายุตฺตํ อุฏฺฐานํ. พลนฺติ กายพลํ. ผาสุวิหารนฺติ จตูสุ อิริยาปเถสุ สุขวิหารํ. วิตฺถาโร ทสม สุภสุตฺตฏฺฐกถาย เมว (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๔๕) อาวิ ภวิสฺสติ. เอวญฺจ วเทหีติ ยถาหํ วทามิ, เอวมฺปิ สมณํ อานนฺทํ วเทหิ. ‘‘สาธุ กิร ภว’’นฺติอาทิกํ อิทานิ วตฺตพฺพวจนํ, โส จ วทนากาโร อิธ เอวํ-สทฺเทน นิทสฺสียตีติ วุตฺตํ ‘‘นิทสฺสเน’’ติ. กาลามาติ กาลามโคตฺตสมฺพนฺเธ ชเน อาลปติ. ‘‘อิเม…เป… วา’’ติ ยํ มยา วุตฺตํ, ตํ กึ มญฺญถาติ อตฺโถ. สมตฺตาติ ปริปูริตา. สมาทินฺนาติ สมาทิยิตา. สํวตฺตนฺติ วา โน วา สํวตฺตนฺติ เอตฺถ วจนทฺวเย กถํ โว ตุมฺหากํ มติ โหตีติ โยเชตพฺพํ. เอวํ โนติ เอวเมว อมฺหากํ มติ เอตฺถ โหติ, อมฺหากเมตฺถ มติ โหติ เยวาติปิ อตฺโถ. เอตฺถ จ เตสํ ยถาวุตฺตธมฺมานํ อหิตทุกฺขาวหภาเว สนฺนิฏฺฐานชนนตฺถํ อนุมติคฺคหณวเสน ‘‘สํวตฺตนฺติ โน วา, กถํ โว เอตฺถ โหตี’’ติ ปุจฺฉาย กตาย ‘‘เอวํ โน เอตฺถ โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา ตทาการสนฺนิฏฺฐานํ เอวํ-สทฺเทน วิภาวิตํ, โส จ เตสํ ธมฺมานํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนากาโร นิยมิยมาโน อตฺถโต อวธารณเมวาติ วุตฺตํ ‘‘อวธารเณ’’ติ. อาการตฺถมญฺญตฺร สพฺพตฺถ วุตฺตนเยน โจทนา, โสธนา จ เวทิตพฺพา.

อาทิสทฺเทน เจตฺถ อิทมตฺถปุจฺฉาปริมาณาทิอตฺถานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตถา หิ ‘‘เอวํคตานิ, เอวํวิโธ, เอวมากาโร’’ติ จ อาทีสุ อิทมตฺเถ, คตวิธาการสทฺทา ปน ปการปริยายา. คตวิธยุตฺตาการสทฺเท หิ โลกิยา ปการตฺเถ วทนฺติ. ‘‘เอวํ สุ เต สุนฺหาตา สุวิลิตฺตา กปฺปิตเกสมสฺสู อามุตฺตมณิกุณฺฑลาภรณา โอทาตวตฺถวสนา ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคีภูตา ปริจาเรนฺติ, เสยฺยถาปิ ตฺวํ เอตรหิ สาจริยโกติ? โน หิทํ โภ โคตมา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๘๖) ปุจฺฉายํ. ‘‘เอวํ ลหุปริวตฺตํ (อ. นิ. ๑.๔๘), เอวมายุปริยนฺโต’’ติ (ปารา. ๑๒) จ อาทีสุ ปริมาเณ. เอตฺถาปิ ‘‘สุนฺหาตา สุวิลิตฺตา’’ติอาทิวจนํ ปุจฺฉา, ลหุปริวตฺตํ, อายูนํ ปมาณญฺจ ปริมาณํ, ตทากาโรปิ อตฺถโต ปุจฺฉา จ ปริมาณญฺจ นาม, ตสฺมา เอเตสุ ปุจฺฉตฺโถ, ปริมาณตฺโถ จ เอวํสทฺโท เวทิตพฺโพติ. อิธ ปน โส กตเมสุ ภวติ, สพฺพตฺถ วา, อนิยมโต ปเทเส วาติ โจทนาย ‘‘สฺวายมิธา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

นนุ เอกสฺมึเยว อตฺเถ สิยา, กสฺมา ตีสุปีติ จ, โหตุ ติพฺพิเธสุ อตฺเถสุ, เกน กิมตฺถํ ทีเปตีติ จ อนุโยคํ ปริหรนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. ตตฺถาติ เตสุ ตีสุ อตฺเถสุ. เอกตฺตนานตฺตอพฺยาปารเอวํธมฺมตาสงฺขาตา, นนฺทิยาวตฺตติปุกฺขลสีหวิกฺกีฬิตองฺกุสทิสาโลจนสงฺขาตา วา อาธาราทิเภทวเสน นานาวิธา นยา นานานยา, ปาฬิคติโย วา นยา, ตา จ ปญฺญตฺติอนุปญฺญตฺติ อาทิวเสน, สงฺเขปวิตฺถาราทิวเสน, สํกิเลสภาคิยาทิโลกิยาทิตทุภยโวมิสฺสกาทิวเสน, กุสลาทิวเสน, ขนฺธาทิวเสน, สงฺคหาทิวเสน, สมยวิมุตฺตาทิวเสน, ฐปนาทิวเสน, กุสลมูลาทิวเสน, ติกปฏฺฐานาทิวเสน จ ปิฏกตฺตยานุรูปํ นานาปฺปการาติ นานานยา. เตหิ นิปุณํ สณฺหํ สุขุมํ ตถา. อาสโยว อชฺฌาสโย, เต จ สสฺสตาทิเภเทน, ตตฺถ จ อปฺปรชกฺขตาทิวเสน อเนกา, อตฺตชฺฌาสยาทโย เอว วา สมุฏฺฐานมุปฺปตฺติเหตุ เอตสฺสาติ ตถา, อุปเนตพฺพาภาวโต อตฺถพฺยญฺชเน หิ สมฺปนฺนํ ปริปุณฺณํ ตถา. อปิจ สงฺกาสนปกาสนวิวรณวิภชนอุตฺตานีกรณปญฺญตฺติวเสน ฉหิ อตฺถปเทหิ, อกฺขรปทพฺยญฺชนอาการนิรุตฺตินิทฺเทสวเสน ฉหิ พฺยญฺชนปเทหิ จ สมฺปนฺนํ สมนฺนาคตํ ตถา. อถ วา วิญฺญูนํ หทยงฺคมโต, สวเน อติตฺติชนนโต, พฺยญฺชนรสวเสน ปรมคมฺภีรภาวโต, วิจารเณ อติตฺติชนนโต, อตฺถรสวเสน จ สมฺปนฺนํ สาทุรสํ ตถา.

ปาฏิหาริยปทสฺส วจนตฺถํ ‘‘ปฏิปกฺขหรณโต ราคาทิกิเลสาปนยนโต ปาฏิหาริย’’นฺติ วทนฺติ. ภควโต ปน ปฏิปกฺขา ราคาทโย น สนฺติ, เย หริตพฺพา โพธิมูเลเยว สวาสนสกลสํกิเลสานํ ปหีนตฺตา. ปุถุชฺชนานมฺปิ จ วิคตูปกฺกิเลเส อฏฺฐคุณสมนฺนาคเต จิตฺเต หตปฏิปกฺเข สติเยว อิทฺธิวิธํ ปวตฺตติ, ตสฺมา ปุถุชฺชเนสุ ปวตฺตโวหาเรนปิ น สกฺกา อิธ ‘‘ปาฏิหาริย’’นฺติ วตฺตุํ, สเจ ปน มหาการุณิกสฺส ภควโต เวเนยฺยคตาว กิเลสา ปฏิปกฺขา สํสารปงฺกนิมุคฺคสฺส สตฺตนิกายสฺส สมุทฺธริตุกามโต, ตสฺมา เตสํ เวเนยฺยคตกิเลสสงฺขาตานํ ปฏิปกฺขานํ หรณโต ปาฏิหาริยนฺติ วุตฺตํ อสฺส, เอวํ สติ ยุตฺตเมตํ.

อถ วา ภควโต สาสนสฺส ปฏิปกฺขา ติตฺถิยา, เตสํ ติตฺถิยภูตานํ ปฏิปกฺขานํ หรณโต ปาฏิหาริยนฺติปิ ยุชฺชติ. กามญฺเจตฺถ ติตฺถิยา หริตพฺพา นาสฺสุ, เตสํ ปน สนฺตานคตทิฏฺฐิหรณวเสน ทิฏฺฐิปฺปกาสเน อสมตฺถตาการเณน จ อิทฺธิอาเทสนานุสาสนีสงฺขาเตหิ ตีหิปิ ปาฏิหาริเยหิ เต หริตา อปนีตา นาม โหนฺติ. ปฏีติ วา อยํ สทฺโท ‘‘ปจฺฉา’’ติ เอตสฺส อตฺถํ โพเธติ ‘‘ตสฺมึ ปฏิปวิฏฺฐมฺหิ, อญฺโญ อาคญฺฉิ พฺราหฺมโณ’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๙๘๕; จูฬนิ. ๔) วิย, ตสฺมา สมาหิเต จิตฺเต วิคตูปเกฺลเส กตกิจฺเจน ปจฺฉา หริตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ ปฏิหาริยํ, ตเทว ทีฆวเสน, สกตฺถวุตฺติปจฺจยวเสน วา ปาฏิหาริยํ, อตฺตโน วา อุปเกฺลเสสุ จตุตฺถชฺฌานมคฺเคหิ หริเตสุ ปจฺฉา ตทญฺเญสํ หรณํ ปาฏิหาริยํ วุตฺตนเยน. อิทฺธิอาเทสนานุสาสนิโย หิ วิคตูปเกฺลเสน, กตกิจฺเจน จ สตฺตหิตตฺถํ ปุน ปวตฺเตตพฺพา, หเตสุ จ อตฺตโน อุปเกฺลเสสุ ปรสตฺตานํ อุปเกฺลสหรณานิ จ โหนฺตีติ ตทุภยมฺปิ นิพฺพจนํ ยุชฺชติ.

อปิจ ยถาวุตฺเตหิ นิพฺพจเนหิ อิทฺธิอาเทสนานุสาสนีสงฺขาโต สมุทาโย ปฏิหาริยํ นาม. เอเกกํ ปน ตสฺมึ ภวํ ‘‘ปาฏิหาริย’’นฺติ วุจฺจติ วิเสสตฺถโชตกปจฺจยนฺตเรน สทฺทรจนาวิเสสสมฺภวโต, ปฏิหาริยํ วา จตุตฺถชฺฌานํ, มคฺโค จ ปฏิปกฺขหรณโต, ตตฺถ ชาตํ, ตสฺมึ วา นิมิตฺตภูเต, ตโต วา อาคตนฺติ ปาฏิหาริยํ. วิจิตฺรา หิ ตทฺธิตวุตฺติ. ตสฺส ปน อิทฺธิอาเทสนานุสาสนีเภเทน, วิสยเภเทน จ พหุวิธสฺส ภควโต เทสนาย ลพฺภมานตฺตา ‘‘วิวิธปาฏิหาริยนฺติ วุตฺตํ. ภควา หิ กทาจิ อิทฺธิวเสนาปิ เทสนํ กโรติ นิมฺมิตพุทฺเธน สห ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนาทีสุ, กทาจิ อาเทสนาวเสนาปิ อามคนฺธพฺราหฺมณสฺส ธมฺมเทสนาทีสุ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๔๑), เยภุยฺเยน ปน อนุสาสนิยา. อนุสาสนีปาฏิหาริยญฺหิ พุทฺธานํ สตตํ ธมฺมเทสนา. อิติ ตํตํเทสนากาเรน อเนกวิธปาฏิหาริยตา เทสนาย ลพฺภติ. อยมตฺโถ อุปริ เอกาทสมสฺส เกวฏฺฏสุตฺตสฺส วณฺณนาย (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๘๑) อาวิ ภวิสฺสติ. อถ วา ตสฺส วิวิธสฺสาปิ ปาฏิหาริยสฺส ภควโต เทสนาย สํสูจนโต ‘‘วิวิธปาฏิหาริย’’นฺติ วุตฺตํ, อเนกวิธปาฏิหาริยทสฺสนนฺติ อตฺโถ.

ธมฺมนิรุตฺติยาว ภควติ ธมฺมํ เทเสนฺเต สพฺเพสํ สุณนฺตานํ นานาภาสิตานํ ตํตํภาสานุรูปโต เทสนา โสตปถมาคจฺฉตีติ อาห ‘‘สพฺพ…เป… มาคจฺฉนฺต’’นฺติ. โสตเมว โสตปโถ, สวนํ วา โสตํ, ตสฺส ปโถ ตถา, โสตทฺวารนฺติ อตฺโถ. สพฺพากาเรนาติ ยถาเทสิตากาเรน. โก สมตฺโถ วิญฺญาตุํ, อสมตฺโถเยว, ตสฺมาติ ปาฐเสโส. ปนาติ เอกํสตฺเถ, เตน สทฺธาสติธิติวีริยาทิพลสงฺขาเตน สพฺพถาเมน เอกํเสเนว โสตุกามตาสงฺขาตกุสลจฺฉนฺทสฺส ชนนํ ทสฺเสติ. ชเนตฺวาปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺโท, อปิ-สทฺโท วา สมฺภาวนตฺโถ ‘‘พุทฺโธปิ พุทฺธภาวํ ภาเวตฺวา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. อฏฺฐ ๑; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑; อ. นิ. อฏฺฐ ๑.ปฐมคนฺถารมฺภกถา) วิย, เตน ‘‘สพฺพถาเมน เอกํเสเนว โสตุกามตํ ชเนตฺวาปิ นาม เอเกนากาเรน สุตํ, กิมงฺคํ ปน อญฺญถา’’ติ ตถาสุเต ธมฺเม สมฺภาวนํ กโรติ. เกจิ ปน ‘‘เอทิเสสุ ครหตฺโถ’’ติ วทนฺติ, ตทยุตฺตเมว ครหตฺถสฺส อวิชฺชมานตฺตา, วิชฺชมานตฺถสฺเสว จ อุปสคฺคนิปาตานํ โชตกตฺตา. ‘‘นานานยนิปุณ’’นฺติอาทินา หิ สพฺพปฺปกาเรน โสตุมสกฺกุเณยฺยภาเวน ธมฺมสฺส อิธ สมฺภาวนเมว กโรติ, ตสฺมา ‘‘อปิ ทิพฺเพสุ กาเมสุ, รตึ โส นาธิคจฺฉตี’’ติอาทีสุเยว (ธ. ป. ๑๘๗) ครหตฺถสมฺภเวสุ ครหตฺโถ เวทิตพฺโพติ. อปิ-สทฺโท จ อีทิเสสุ ฐาเนสุ นิปาโตเยว, น อุปสคฺโค. ตถา หิ ‘‘อปิ-สทฺโท จ นิปาตปกฺขิโก กาตพฺโพ, ยตฺถ กิริยาวาจกโต ปุพฺโพ น โหตี’’ติ อกฺขรจินฺตกา วทนฺติ. มยาปีติ เอตฺถ ปน น เกวลํ มยาว, อถ โข อญฺเญหิปิ ตถารูเปหีติ สมฺปิณฺฑนตฺโถ คเหตพฺโพ.

สามํ ภวตีติ สยมฺภู, อนาจริยโก. น มยํ อิทํ สจฺฉิกตนฺติ เอตฺถ ปน ‘‘น อตฺตโน ญาเณเนว อตฺตนา สจฺฉิกต’’นฺติ ปกรณโต อตฺโถ วิญฺญายติ. สามญฺญวจนสฺสาปิ หิ สมฺปโยควิปฺปโยคสหจรณวิโรธสทฺทนฺตรสนฺนิธานลิงฺคโอจิตฺยกาลเทสปกรณาทิวเสน วิเสสตฺถคฺคหณํ สมฺภวติ. เอวํ สพฺพตฺถ. ปริโมเจนฺโตติ ‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปาปภิกฺขุ ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ ปริยาปุณิตฺวา อตฺตโน ทหตี’’ติ (ปารา. ๑๙๕) วุตฺตโทสโต ปริโมจาปนเหตุ. เหตฺวตฺเถ หิ อนฺต-สทฺโท ‘‘อสมฺพุธํ พุทฺธนิเสวิต’’นฺติอาทีสุ (วิ. อฏฺฐ. ๑.คนฺถารมฺภกถา) วิย. อิมสฺส สุตฺตสฺส สํวณฺณนาปฺปการวิจารเณน อตฺตโน ญาณสฺส ปจฺจกฺขตํ สนฺธาย ‘‘อิทานิ วตฺตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. เอสา หิ สํวณฺณนาการานํ ปกติ, ยทิทํ สํวณฺเณตพฺพธมฺเม สพฺพตฺถ ‘‘อยมิมสฺส อตฺโถ, เอวมิธ สํวณฺณยิสฺสามี’’ติ ปุเรตรเมว สํวณฺณนาปฺปการวิจารณา.

เอตทคฺคปทสฺสตฺโถ วุตฺโตว. ‘‘พหุสฺสุตาน’’นฺติอาทีสุ ปน อญฺเญปิ เถรา พหุสฺสุตา, สติมนฺโต, คติมนฺโต, ธิติมนฺโต, อุปฏฺฐากา จ อตฺถิ, อยํ ปนายสฺมา พุทฺธวจนํ คณฺหนฺโต ทสพลสฺส สาสเน ภณฺฑาคาริกปริยตฺติยํ ฐตฺวา คณฺหิ, ตสฺมา พหุสฺสุตานํ อคฺโค นาม ชาโต. อิมสฺส จ เถรสฺส พุทฺธวจนํ อุคฺคเหตฺวา ธารณสติ อญฺเญหิ เถเรหิ พลวตรา อโหสิ, ตสฺมา สติมนฺตานํ อคฺโค นาม ชาโต. อยเมวายสฺมา เอกปเท ฐตฺวา สฏฺฐิปทสหสฺสานิ คณฺหนฺโต สตฺถารา กถิตนิยาเมน สพฺพปทานิ ชานาติ, ตสฺมา คติมนฺตานํ อคฺโค นาม ชาโต. ตสฺเสว จายสฺมโต พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหนวีริยํ, สชฺฌายนวีริยญฺจ อญฺเญหิ อสทิสํ อโหสิ, ตสฺมา ธิติมนฺตานํ อคฺโค นาม ชาโต. ตถาคตํ อุปฏฺฐหนฺโต เจส น อญฺเญสํ อุปฏฺฐากภิกฺขูนํ อุปฏฺฐหนากาเรน อุปฏฺฐหติ. อญฺเญปิ หิ ตถาคตํ อุปฏฺฐหึสุ, น จ ปน พุทฺธานํ มนํ คเหตฺวา อุปฏฺฐหิตุํ สกฺโกนฺติ, อยํ ปน เถโร อุปฏฺฐากฏฺฐานํ ลทฺธทิวสโต ปฏฺฐาย อารทฺธวีริโย หุตฺวา ตถาคตสฺส มนํ คเหตฺวา อุปฏฺฐหิ, ตสฺมา อุปฏฺฐากานํ อคฺโค นาม ชาโต. อตฺถกุสโลติ ภาสิตตฺเถ, ปโยชนตฺเถ จ เฉโก. ธมฺโมติ ปาฬิธมฺโม, นานาวิโธ วา เหตุ. พฺยญฺชนนฺติ อกฺขรํ อตฺถสฺส พฺยญฺชนโต. ปเทน หิ พฺยญฺชิโตปิ อตฺโถ อกฺขรมูลกตฺตา ปทสฺส ‘‘อกฺขเรน พฺยญฺชิโต’’ติ วุจฺจติ. อตฺถสฺส วิยญฺชนโต วา วากฺยมฺปิ อิธ พฺยญฺชนํ นาม. วาเกฺยน หิ อตฺโถ ปริปุณฺณํ พฺยญฺชียติ, ยโต ‘‘พฺยญฺชเนหิ วิวรตี’’ติ อายสฺมตา มหากจฺจายนตฺเถเรน วุตฺตํ. นิรุตฺตีติ นิพฺพจนํ, ปญฺจวิธา วา นิรุตฺตินยา. เตสมฺปิ หิ สทฺทรจนาวิเสเสน อตฺถาธิคมเหตุโต อิธ คหณํ ยุชฺชติ. ปุพฺพาปรํ นาม ปุพฺพาปรานุสนฺธิ, สุตฺตสฺส วา ปุพฺพภาเคน อปรภาคสฺส สํสนฺทนํ. ภควตา จ ปญฺจวิธเอตทคฺคฏฺฐาเนน ธมฺมเสนาปตินา จ ปญฺจวิธโกสลฺเลน ปสฏฺฐภาวานุรูปนฺติ สมฺพนฺโธ. ธารณพลนฺติ ธารณสงฺขาตํ พลํ, ธารเณ วา พลํ, อุภยตฺถาปิ ธาเรตุํ สามตฺถิยนฺติ วุตฺตํ โหติ. ทสฺเสนฺโต หุตฺวา, ทสฺสนเหตูติปิ อตฺโถ. ตญฺจ โข อตฺถโต วา พฺยญฺชนโต วา อนูนมนธิกนฺติ อวธารณผลมาห. น อญฺญถา ทฏฺฐพฺพนฺติ ปน นิวตฺเตตพฺพตฺถํ. น อญฺญถาติ จ ภควโต สมฺมุขา สุตาการโต น อญฺญถา, น ปน ภควตา เทสิตาการโต. อจินฺเตยฺยานุภาวา หิ ภควโต เทสนา, เอวญฺจ กตฺวา ‘‘สพฺพปฺปกาเรน โก สมตฺโถ วิญฺญาตุ’’นฺติ เหฏฺฐา วุตฺตวจนํ สมตฺถิตํ โหติ, อิตรถา ภควตา เทสิตากาเรเนว โสตุํ สมตฺถตฺตา ตเทตํ น วตฺตพฺพํ สิยา. ยถาวุตฺเตน ปน อตฺเถน ธารณพลทสฺสนญฺจ น วิรุชฺฌติ สุตาการาวิรุชฺฌนวเสน ธารณสฺส อธิปฺเปตตฺตา, อญฺญถา ภควตา เทสิตากาเรเนว ธาริตุํ สมตฺถนโต เหฏฺฐา วุตฺตวจเนน วิรุชฺเฌยฺย. น เหตฺถ ทฺวินฺนํ อตฺถานํ อตฺถนฺตรตาปริหาโร ยุตฺโต เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ อตฺถานํ สุตภาวทีปเนน เอกวิสยตฺตา, อิตรถา เถโร ภควโต เทสนาย สพฺพถา ปฏิคฺคหเณ ปจฺฉิมตฺถวเสน สมตฺโถ, ปุริมตฺถวเสน จ อสมตฺโถติ อาปชฺเชยฺยาติ.

‘‘โย ปโร น โหติ, โส อตฺตา’’ติ วุตฺตาย นิยกชฺฌตฺตสงฺขาตาย สนฺตติยา ปวตฺตนโก ติวิโธปิ เม-สทฺโท, ตสฺมา กิญฺจาปิ นิยกชฺฌตฺตสนฺตติวเสน เอกสฺมึ เยวตฺเถ เม-สทฺโท ทิสฺสติ, ตถาปิ กรณสมฺปทานสามินิทฺเทสวเสน วิชฺชมานวิภตฺติเภทํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ตีสุ อตฺเถสุ ทิสฺสตี’’ติ, ตีสุ วิภตฺติยตฺเถสุ อตฺตนา สญฺญุตฺตวิภตฺติโต ทิสฺสตีติ อตฺโถ. คาถาภิคีตนฺติ คาถาย อภิคีตํ อภิมุขํ คายิตํ. อโภชเนยฺยนฺติ โภชนํ กาตุมนรหรูปํ. อภิคีตปทสฺส กตฺตุเปกฺขตฺตา มยาติ อตฺโถ. เอวํ เสเสสุปิ ยถารหํ. สุตสทฺทสฺส กมฺมภาวสาธนวเสน ทฺวาธิปฺปายิกปทตฺตา ยถาโยคํ ‘‘มยา สุต’’นฺติ จ ‘‘มม สุต’’นฺติ จ อตฺถทฺวเย ยุชฺชติ.

กิญฺจาปิ อุปสคฺโค กิริยํ วิเสเสติ, โชตกมตฺตภาวโต ปน สติปิ ตสฺมึ สุตสทฺโทเยว ตํ ตํ อตฺถํ วทตีติ อนุปสคฺคสฺส สุตสทฺทสฺส อตฺถุทฺธาเร สอุปสคฺคสฺส คหณํ น วิรุชฺฌตีติ อาห ‘‘สอุปสคฺโค จ อนุปสคฺโค จา’’ติ. อสฺสาติ สุตสทฺทสฺส. อุปสคฺควเสนปิ ธาตุสทฺโท วิเสสตฺถวาจโก ยถา ‘‘อนุภวติ ปราภวตี’’ติ วุตฺตํ ‘‘คจฺฉนฺโตติ อตฺโถ’’ติ. ตถา อนุปสคฺโคปิ ธาตุสทฺโท สอุปสคฺโค วิย วิเสสตฺถวาจโกติ อาห ‘‘วิสฺสุตธมฺมสฺสาติ อตฺโถ’’ติ. เอวมีทิเสสุ. โสตวิญฺเญยฺยนฺติ โสตทฺวารนิสฺสิเตน วิญฺญาเณน วิญฺญาตพฺพํ, สสมฺภารกถา วา เอสา, โสตทฺวาเรน วิญฺญาตพฺพนฺติ อตฺโถ. โสตทฺวารานุสารวิญฺญาตธโรติ โสตทฺวารานุสาเรน มโนวิญฺญาเณน วิญฺญาตธมฺมธโร. น หิ โสตทฺวารนิสฺสิตวิญฺญาณมตฺเตน ธมฺโม วิญฺญายติ, อถ โข ตทนุสารมโนวิญฺญาเณเนว, สุตธโรติ จ ตถา วิญฺญาตธมฺมธโร วุตฺโต, ตสฺมา ตทตฺโถเยว สมฺภวตีติ เอวํ วุตฺตํ. กมฺมภาวสาธนานิ สุตสทฺเท สมฺภวนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อิธ ปนา’’ติอาทิมาห. ปุพฺพาปรปทสมฺพนฺธวเสน อตฺถสฺส อุปปนฺนตา, อนุปปนฺนตา จ วิญฺญายติ, ตสฺมา สุตสทฺทสฺเสว วเสน อยมตฺโถ ‘‘อุปปนฺโน, อนุปปนฺโน’’ติ วา น วิญฺญาตพฺโพติ โจทนาย ปุพฺพาปรปทสมฺพนฺธวเสน เอตทตฺถสฺส อุปปนฺนตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เม-สทฺทสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. มยาติ อตฺเถ สตีติ กตฺตุตฺเถ กรณนิทฺเทสวเสน มยาติ อตฺเถ วตฺตพฺเพ สติ, ยทา เม-สทฺทสฺส กตฺตุวเสน กรณนิทฺเทโส, ตทาติ วุตฺตํ โหติ. มมาติ อตฺเถ สตีติ สมฺพนฺธียตฺเถ สามินิทฺเทสวเสน มมาติ อตฺเถ วตฺตพฺเพ สติ, ยทา สมฺพนฺธวเสน สามิ นิทฺเทโส, ตทาติ วุตฺตํ โหติ.

เอวํ สทฺทโต ญาตพฺพมตฺถํ วิญฺญาเปตฺวา อิทานิ เตหิ ทสฺเสตพฺพมตฺถํ นิทสฺเสนฺโต ‘‘เอวเมเตสู’’ติอาทิมาห. สุตสทฺทสนฺนิธาเน ปยุตฺเตน เอวํ-สทฺเทน สวนกิริยาโชตเกเนว ภวิตพฺพํ วิชฺชมานตฺถสฺส โชตกมตฺตตฺตา นิปาตานนฺติ วุตฺตํ ‘‘เอวนฺติ โสตวิญฺญาณาทิวิญฺญาณกิจฺจนิทสฺสน’’นฺติ. สวนาย เอว หิ อากาโร, นิทสฺสนํ, อวธารณมฺปิ, ตสฺมา ยถาวุตฺโต เอวํ-สทฺทสฺส ติวิโธปิ อตฺโถ สวนกิริยาโชตกภาเวน อิธาธิปฺเปโตติ. อาทิ-สทฺเทน เจตฺถ สมฺปฏิจฺฉนาทีนํ โสตทฺวาริกวิญฺญาณานํ, ตทภินิปาตานญฺจ มโนทฺวาริก วิญฺญาณานํ คหณํ เวทิตพฺพํ, ยโต โสตทฺวารานุสารวิญฺญาตตฺเถ อิธ สุตสทฺโทติ วุตฺโต. อวธารณผลตฺตา สทฺทปโยคสฺส สพฺพมฺปิ วากฺยํ อนฺโตคธาวธารณํ, ตสฺมา ‘‘สุต’’นฺติ เอตสฺส สุตเมวาติ อยมตฺโถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘อสฺสวนภาวปฏิกฺเขปโต’’ติ. เอเตน หิ วจเนน อวธารเณน นิรากตํ ทสฺเสติ. ยถา ปน ยํ สุตํ สุตเมวาติ นิยเมตพฺพํ, ตถา จ ตํ สุตํ สมฺมา สุตํ โหตีติ อวธารณผลํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘อนูนาธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสน’’นฺติ. อถ วา สทฺทนฺตรตฺถาโปหนวเสน สทฺโท อตฺถํ วทติ, ตสฺมา ‘‘สุต’’นฺติ เอตสฺส อสุตํ น โหตีติ อยมตฺโถ ลพฺภตีติ สนฺธาย ‘‘อสฺสวนภาวปฏิกฺเขปโต’’ติ วุตฺตํ, อิมินา ทิฏฺฐาทินิวตฺตนํ กโรติ ทิฏฺฐาทีนํ ‘‘อสุต’’นฺติ สทฺทนฺตรตฺถภาเวน นิวตฺเตตพฺพตฺตา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – น อิทํ มยา อตฺตโน ญาเณน ทิฏฺฐํ, น จ สยมฺภุญาเณน สจฺฉิกตํ, อถ โข สุตํ, ตญฺจ โข สุตํ สมฺมเทวาติ. ตเทว สมฺมา สุตภาวํ สนฺธายาห ‘‘อนูนา…เป… ทสฺสน’’นฺติ. โหติ เจตฺถ –

‘‘เอวาทิสตฺติยา เจว, อญฺญตฺถาโปหเนน จ;

ทฺวิธา สทฺโท อตฺถนฺตรํ, นิวตฺเตติ ยถารห’’นฺติ.

อปิจ อวธารณตฺเถ เอวํ-สทฺเท อยมตฺถโยชนา กรียตีติ ตทเปกฺขสฺส สุตสทฺทสฺส สาวธารณตฺโถ วุตฺโต ‘‘อสฺสวนภาวปฏิกฺเขปโต’’ติ, ตทวธารณผลํ ทสฺเสติ ‘‘อนู…เป… ทสฺสน’’นฺติ อิมินา. สวน-สทฺโท เจตฺถ ภาวสทฺเทน โยคโต กมฺมสาธโน เวทิตพฺโพ ‘‘สุยฺยตี’’ติ. อนูนาธิกตาย ภควโต สมฺมุขา สุตาการโต อวิปรีตํ, อวิปรีตสฺส วา สุตฺตสฺส คหณํ, ตสฺส นิทสฺสนํ ตถา, อิติ สวนเหตุ สุณนฺตปุคฺคลสวนวิเสสวเสน อยํ โยชนา กตา.

เอวํ ปทตฺตยสฺส เอเกน ปกาเรน อตฺถโยชนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปการนฺตเรนาปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตสฺสาติ ยา ภควโต สมฺมุขา ธมฺมสฺสวนากาเรน ปวตฺตา มโนทฺวาริกวิญฺญาณวีถิ, ตสฺสา. สา หิ นานาปฺปกาเรน อารมฺมเณ ปวตฺติตุํ สมตฺถา, น โสตทฺวาริก วิญฺญาณวีถิ เอการมฺมเณเยว ปวตฺตนโต, ตถา เจว วุตฺตํ ‘‘โสตทฺวารานุสาเรนา’’ติ. เตน หิ โสตทฺวาริกวิญฺญาณวีถิ นิวตฺตติ. นานปฺปกาเรนาติ วกฺขมาเนน อเนกวิหิเตน พฺยญฺชนตฺถคฺคหณาการสงฺขาเตน นานาวิเธน อากาเรน, เอเตน อิมิสฺสา โยชนาย อาการตฺโถ เอวํ-สทฺโท คหิโตติ ทสฺเสติ. ปวตฺติภาวปฺปกาสนนฺติ ปวตฺติยา อตฺถิภาวปฺปกาสนํ. ยสฺมึ ปกาเร วุตฺตปฺปการา วิญฺญาณวีถิ นานปฺปกาเรน ปวตฺตา, ตเทว อารมฺมณํ สนฺธาย ‘‘ธมฺมปฺปกาสน’’นฺติ วุตฺตํ, น ปน สุตสทฺทสฺส ธมฺมตฺถํ, เตน วุตฺตํ ‘‘อยํ ธมฺโม สุโต’’ติ. ตสฺสา หิ วิญฺญาณวีถิยา อารมฺมณเมว ‘‘อยํ ธมฺโม สุโต’’ติ วุจฺจติ. ตญฺจ นิยมิยมานํ ยถาวุตฺตาย วิญฺญาณวีถิยา อารมฺมณภูตํ สุตฺตเมว. อยเญฺหตฺถาติอาทิ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ปากฏีกรณํ. ตปฺปากฏีกรณตฺโถ เหตฺถ หิ-สทฺโท. วิญฺญาณวีถิยา กรณภูตาย มยา น อญฺญํ กตํ, อิทํ ปน อารมฺมณํ กตํ. กึ ปน ตนฺติ เจ? อยํ ธมฺโม สุโตติ. อยํ ปเนตฺถาธิปฺปาโย – อาการตฺเถ เอวํ-สทฺเท ‘‘เอเกนากาเรนา’’ติ โย อากาโร วุตฺโต, โส อตฺถโต โสตทฺวารานุสารวิญฺญาณวีถิยา นานปฺปกาเรน อารมฺมเณ ปวตฺติภาโวเยว, เตน จ ตทารมฺมณภูตสฺส ธมฺมสฺเสว สวนํ กตํ, น อญฺญนฺติ. เอวํ สวนกิริยาย กรณกตฺตุกมฺมวิเสโส อิมิสฺสา โยชนาย ทสฺสิโต.

อญฺญมฺปิ โยชนมาห ‘‘ตถา’’ติอาทินา. นิทสฺสนตฺถํ เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา นิทสฺสเนน จ นิทสฺสิตพฺพสฺสาวินาภาวโต ‘‘เอวนฺติ นิทสฺสิตพฺพปฺปกาสน’’นฺติ วุตฺตํ. อิมินา หิ ตทวินาภาวโต เอวํสทฺเทน สกลมฺปิ สุตฺตํ ปจฺจามฏฺฐนฺติ ทสฺเสติ, สุตสทฺทสฺส กิริยาปรตฺตา, สวนกิริยาย จ สาธารณวิญฺญาณปฺปพนฺธปฏิพทฺธตฺตา ตสฺมิญฺจ วิญฺญาณปฺปพนฺเธ ปุคฺคลโวหาโรติ วุตฺตํ ‘‘ปุคฺคลกิจฺจปฺปกาสน’’นฺติ. สาธารณวิญฺญาณปฺปพนฺโธ หิ ปณฺณตฺติยา อิธ ปุคฺคโล นาม, สวนกิริยา ปน ตสฺส กิจฺจํ นาม. น หิ ปุคฺคลโวหารรหิเต ธมฺมปฺปพนฺเธ สวนกิริยา ลพฺภติ โวหารวิสยตฺตา ตสฺสา กิริยายาติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘อิท’’นฺติอาทิ ปิณฺฑตฺถทสฺสนํ มยาติ ยถาวุตฺตวิญฺญาณปฺปพนฺธสงฺขาตปุคฺคลภูเตน มยา. สุตนฺติ สวนกิริยาสงฺขาเตน ปุคฺคลกิจฺเจน โยชิตํ, อิมิสฺสา ปน โยชนาย ปุคฺคลพฺยาปารวิสยสฺส ปุคฺคลสฺส, ปุคฺคลพฺยาปารสฺส จ นิทสฺสนํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

อาการตฺถเมว เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา ปุริมโยชนาย อญฺญถาปิ อตฺถโยชนํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. จิตฺตสนฺตานสฺสาติ ยถาวุตฺตวิญฺญาณปฺปพนฺธสฺส. นานาการปฺปวตฺติยาติ นานปฺปกาเรน อารมฺมเณ ปวตฺติยา. นานปฺปการํ อตฺถพฺยญฺชนสฺส คหณํ, นานปฺปการสฺส วา อตฺถพฺยญฺชนสฺส คหณํ ตถา, ตโตเยว สา ‘‘อาการปญฺญตฺตี’’ติ วุตฺตาติ ตเทวตฺถํ สมตฺเถติ ‘‘เอวนฺติ หี’’ติอาทินา. อาการปญฺญตฺตีติ จ อุปาทาปญฺญตฺติเยว, ธมฺมานํ ปน ปวตฺติอาการมุปาทาย ปญฺญตฺตตฺตา ตทญฺญาย อุปาทาปญฺญตฺติยา วิเสสนตฺถํ ‘‘อาการปญฺญตฺตี’’ติ วุตฺตา วิสยนิทฺเทโสติ อุปฺปตฺติฏฺฐานนิทฺเทโส. โสตพฺพภูโต หิ ธมฺโม สวนกิริยากตฺตุภูตสฺส ปุคฺคลสฺส สวนกิริยาวเสน ปวตฺติฏฺฐานํ กิริยาย กตฺตุกมฺมฏฺฐตฺตา ตพฺพเสน จ ตทาธารสฺสาปิ ทพฺพสฺส อาธารภาวสฺส อิจฺฉิตตฺตา, อิธ ปน กิริยาย กตฺตุปวตฺติฏฺฐานภาโว อิจฺฉิโตติ กมฺมเมว อาธารวเสน วุตฺตํ, เตนาห ‘‘กตฺตุ วิสยคฺคหณสนฺนิฏฺฐาน’’นฺติ, อารมฺมณเมว วา วิสโย. อารมฺมณญฺหิ ตทารมฺมณิกสฺส ปวตฺติฏฺฐานํ. เอวมฺปิ หิ อตฺโถ สุวิญฺเญยฺยตโร โหติ. ยถาวุตฺตวจเน ปิณฺฑตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺตาวตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺตาวตา เอตฺตเกน ยถาวุตฺตตฺเถน ปทตฺตเยน, กตํ โหตีติ สมฺพนฺโธ. นานาการปฺปวตฺเตนาติ นานปฺปกาเรน อารมฺมเณ ปวตฺเตน. จิตฺตสนฺตาเนนาติ ยถาวุตฺตวิญฺญาณวีถิสงฺขาเตน จิตฺตปฺปพนฺเธน. คหณสทฺเท เจตํ กรณํ. จิตฺตสนฺตานวินิมุตฺตสฺส กสฺสจิ กตฺตุ ปรมตฺถโต อภาเวปิ สทฺทโวหาเรน พุทฺธิปริกปฺปิตเภทวจนิจฺฉาย จิตฺตสนฺตานโต อญฺญมิว ตํสมงฺคึ กตฺวา อเภเทปิ เภทโวหาเรน ‘‘จิตฺตสนฺตาเนน ตํสมงฺคิโน’’ติ วุตฺตํ. โวหารวิสโย หิ สทฺโท เนกนฺตปรมตฺถิโกติ (การกรูปสิทฺธิยํ โย กาเรติ สเหตุสุตฺตํ ปสฺสิตพฺพํ) สวนกิริยาวิสโยปิ โสตพฺพธมฺโม สวนกิริยาวเสน ปวตฺตจิตฺตสนฺตานสฺส อิธ ปรมตฺถโต กตฺตุภาวโต ตสฺส วิสโยเยวาติ วุตฺตํ ‘‘กตฺตุ วิสยคฺคหณสนฺนิฏฺฐาน’’นฺติ.

อปิจ สวนวเสน จิตฺตปฺปวตฺติยา เอว สวนกิริยาภาวโต ตํวเสน ตทญฺญนามรูปธมฺมสมุทายภูตสฺส ตํกิริยากตฺตุ จ วิสโย โหตีติ กตฺวา ตถา วุตฺตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ปุริมนเย สวนกิริยา, ตกฺกตฺตา จ ปรมตฺถโต ตถาปวตฺตจิตฺตสนฺตานเมว, ตสฺมา กิริยาวิสโยปิ ‘‘กตฺตุ วิสโย’’ติ วุตฺโต. ปจฺฉิมนเย ปน ตถาปวตฺตจิตฺตสนฺตานํ กิริยา, ตทญฺญธมฺมสมุทาโย ปน กตฺตา, ตสฺมา กามํ เอกนฺตโต กิริยาวิสโยเยเวส ธมฺโม, ตถาปิ กิริยาวเสน ‘‘ตพฺพนฺตกตฺตุ วิสโย’’ติ วุตฺโตติ. ตํสมงฺคิโนติ เตน จิตฺตสนฺตาเนน สมงฺคิโน. กตฺตูติ กตฺตารสฺส. วิสโยติ อารมฺมณวเสน ปวตฺติฏฺฐานํ, อารมฺมณเมว วา. สุตาการสฺส จ เถรสฺส สมฺมา นิจฺฉิตภาวโต ‘‘คหณสนฺนิฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ.

อปโร นโย – ยสฺส…เป… อาการปญฺญตฺตีติ อาการตฺเถน เอวํ-สทฺเทน โยชนํ กตฺวา ตเทว อวธารณตฺถมฺปิ คเหตฺวา อิมสฺมึเยว นเย โยเชตุํ ‘‘คหณํ กตํ’’ อิจฺเจว อวตฺวา ‘‘คหณสนฺนิฏฺฐานํ กต’’นฺติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อวธารเณน หิ สนฺนิฏฺฐานมิธาธิปฺเปตํ, ตสฺมา ‘‘เอตฺตาวตา’’ติอาทินา อวธารณตฺถมฺปิ เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา อยเมว โยชนา กตาติ ทสฺเสตีติ เวทิตพฺพํ, อิมิสฺสา ปน โยชนาย คหณาการคาหกตพฺพิสยวิเสสนิทสฺสนํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

อญฺญมฺปิ โยชนมาห ‘‘อถ วา’’ติอาทินา. ปุพฺเพ อตฺตนา สุตานํ นานาวิหิตานํ สุตฺตสงฺขาตานํ อตฺถพฺยญฺชนานํ อุปธาริตรูปสฺส อาการสฺส นิทสฺสนสฺส, อวธารณสฺส วา ปกาสนสภาโว เอวํ-สทฺโทติ ตทาการาทิภูตสฺส อุปธารณสฺส ปุคฺคลปญฺญตฺติยา อุปาทานภูตธมฺมปฺปพนฺธพฺยาปารตาย ‘‘ปุคฺคลกิจฺจนิทฺเทโส’’ติ วุตฺตํ อตฺตนา สุตานญฺหิ อตฺถพฺยญฺชนานํ ปุน อุปธารณํ อาการาทิตฺตยํ, ตญฺจ เอวํ-สทฺทสฺส อตฺโถ. โส ปน ยํ ธมฺมปฺปพนฺธํ อุปาทาย ปุคฺคลปญฺญตฺติ ปวตฺตา, ตสฺส พฺยาปารภูตํ กิจฺจเมว, ตสฺมา เอวํ-สทฺเทน ปุคฺคลกิจฺจํ นิทฺทิสียตีติ. กามํ สวนกิริยา ปุคฺคลพฺยาปาโรปิ อวิเสเสน, ตถาปิ วิเสสโต วิญฺญาณพฺยาปาโรวาติ วุตฺตํ ‘‘วิญฺญาณกิจฺจนิทฺเทโส’’ติ. ตถา หิ ปุคฺคลวาทีนมฺปิ สวนกิริยา วิญฺญาณนิรเปกฺขา นตฺถิ สวนาทีนํ วิเสสโต วิญฺญาณพฺยาปารภาเวน อิจฺฉิตตฺตา. เมติ สทฺทปฺปวตฺติยา เอกนฺเตเนว สตฺตวิสยตฺตา, วิญฺญาณกิจฺจสฺส จ สตฺตวิญฺญาณานมเภทกรณวเสน ตตฺเถว สโมทหิตพฺพโต ‘‘อุภยกิจฺจยุตฺตปุคฺคลนิทฺเทโส’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อย’’นฺติอาทิ ตปฺปากฏีกรณํ. เอตฺถ หิ สวนกิจฺจวิญฺญาณสมงฺคินาติ เอวํ-สทฺเทน นิทฺทิฏฺฐํ ปุคฺคลกิจฺจํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตํ ปน ปุคฺคลสฺส สวนกิจฺจวิญฺญาณสมงฺคีภาเวน ปุคฺคลกิจฺจํ นามาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุคฺคลกิจฺจสมงฺคินา’’ติ อวตฺวา ‘‘สวนกิจฺจวิญฺญาณสมงฺคินา’’ติ อาห, ตสฺมา ‘‘ปุคฺคลกิจฺจ’’นฺติ นิทฺทิฏฺฐสวนกิจฺจวตา วิญฺญาเณน สมงฺคินาติ อตฺโถ. วิญฺญาณวเสน, ลทฺธสวนกิจฺจโวหาเรนาติ จ สุตสทฺเทน นิทฺทิฏฺฐํ วิญฺญาณกิจฺจํ สนฺธาย วุตฺตํ. สวนเมว กิจฺจํ ยสฺสาติ ตถา. สวนกิจฺจนฺติ โวหาโร สวนกิจฺจโวหาโร, ลทฺโธ โส เยนาติ ตถา. ลทฺธสวนกิจฺจโวหาเรน วิญฺญาณสงฺขาเตน วเสน สามตฺถิเยนาติ อตฺโถ. อยํ ปน สมฺพนฺโธ – สวนกิจฺจวิญฺญาณสมงฺคินา ปุคฺคเลน มยา ลทฺธสวนกิจฺจโวหาเรน วิญฺญาณวเสน กรณภูเตน สุตนฺติ.

อปิจ ‘‘เอว’’นฺติ สทฺทสฺสตฺโถ อวิชฺชมานปญฺญตฺติ, ‘‘สุต’’นฺติ สทฺทสฺสตฺโถ วิชฺชมานปญฺญตฺติ, ตสฺมา เต ตถารูปปญฺญตฺติ อุปาทานภูตปุคฺคลพฺยาปารภาเวเนว ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เอวนฺติ ปุคฺคลกิจฺจนิทฺเทโส. สุตนฺติ วิญฺญาณกิจฺจนิทฺเทโส’’ติ. น หิ ปรมตฺถโตเยว นิยมิยมาเน สติ ปุคฺคลกิจฺจวิญฺญาณกิจฺจวเสน อยํ วิภาโค ลพฺภตีติ. อิมิสฺสา ปน โยชนาย กตฺตุพฺยาปารกรณพฺยาปารกตฺตุนิทฺเทโส กโตติ เวทิตพฺโพ.

สพฺพสฺสาปิ สทฺทาธิคมนียสฺส อตฺถสฺส ปญฺญตฺติมุเขเนว ปฏิปชฺชิตพฺพตฺตา, สพฺพาสญฺจ ปญฺญตฺตีนํ วิชฺชมานาทิวเสน ฉสุ ปญฺญตฺติเภเทสุ อนฺโตคธตฺตา ตาสุ ‘‘เอว’’นฺติอาทีนํ ปญฺญตฺตีนํ สรูปํ นิทฺธาเรตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวนฺติ จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘เอว’’นฺติ จ ‘‘เม’’ติ จ วุจฺจมานสฺส อตฺถสฺส อาการาทิภูตสฺส ธมฺมานํ อสลฺลกฺขณภาวโต อวิชฺชมานปญฺญตฺติภาโวติ อาห ‘‘สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสน อวิชฺชมานปญฺญตฺตี’’ติ. สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสนาติ จ ภูตตฺถอุตฺตมตฺถวเสนาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โย มายามรีจิอาทโย วิย อภูตตฺโถ, อนุสฺสวาทีหิ คเหตพฺโพ วิย อนุตฺตมตฺโถ จ น โหติ, โส รูปสทฺทาทิสภาโว, รุปฺปนานุภวนาทิสภาโว วา อตฺโถ ‘‘สจฺจิกฏฺโฐ, ปรมตฺโถ’’ติ จ วุจฺจติ, ‘‘เอวํ เม’’ติ ปทานํ ปน อตฺโถ อภูตตฺตา, อนุตฺตมตฺตา จ น ตถา วุจฺจติ, ตสฺมา ภูตตฺถอุตฺตมตฺถสงฺขาเตน สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสน วิเสสนภูเตน อวิชฺชมานปญฺญตฺติเยวาติ. เอเตน จ วิเสสเนน พาลชเนหิ ‘‘อตฺถี’’ติ ปริกปฺปิตํ ปญฺญตฺติมตฺตํ นิวตฺเตติ. ตเทวตฺถํ ปากฏํ กโรติ, เหตุนา วา สาเธติ ‘‘กิเญฺหตฺถ ต’’นฺติอาทินา. ยํ ธมฺมชาตํ, อตฺถชาตํ วา ‘‘เอว’’นฺติ วา ‘‘เม’’ติ วา นิทฺเทสํ ลเภถ, ตํ เอตฺถ รูปผสฺสาทิธมฺมสมุทาเย, ‘‘เอวํ เม’’ติ ปทานํ วา อตฺเถ. ปรมตฺถโต น อตฺถีติ โยชนา. รูปผสฺสาทิภาเวน นิทฺทิฏฺโฐ ปรมตฺถโต เอตฺถ อตฺเถว, ‘‘เอวํ เม’’ติ ปน นิทฺทิฏฺโฐ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. สุตนฺติ ปน สทฺทายตนํ สนฺธายาห ‘‘วิชฺชมานปญฺญตฺตี’’ติ. ‘‘สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสนา’’ติ เจตฺถ อธิกาโร. ‘‘ยญฺหี’’ติอาทิ ตปฺปากฏีกรณํ, เหตุทสฺสนํ วา. ยํ ตํ สทฺทายตนํ โสเตน โสตทฺวาเรน, ตนฺนิสฺสิตวิญฺญาเณน วา อุปลทฺธํ อธิคมิตพฺพนฺติ อตฺโถ. เตน หิ สทฺทายตนมิธ คหิตํ กมฺมสาธเนนาติ ทสฺเสติ.

เอวํ อฏฺฐกถานเยน ปญฺญตฺติสรูปํ นิทฺธาเรตฺวา อิทานิ อฏฺฐกถามุตฺตเกนาปิ นเยน วุตฺเตสุ ฉสุ ปญฺญตฺติเภเทสุ ‘‘เอว’’นฺติอาทีนํ ปญฺญตฺตีนํ สรูปํ นิทฺธาเรนฺโต ‘‘ตถา’’ติอาทิมาห. อุปาทาปญฺญตฺติ อาทโย หิ โปราณฏฺฐกถาโต มุตฺตา สงฺคหกาเรเนว อาจริเยน วุตฺตา. วิตฺถาโร อภิธมฺมฏฺฐกถาย คเหตพฺโพ. ตํ ตนฺติ ตํ ตํ ธมฺมชาตํ, โสตปถมาคเต ธมฺเม อุปาทาย เตสํ อุปธาริตาการนิทสฺสนาวธารณสฺส ปจฺจามสนวเสน เอวนฺติ จ สสนฺตติปริยาปนฺเน ขนฺเธ อุปาทาย เมติ จ วตฺตพฺพตฺตาติ อตฺโถ. รูปเวทนาทิเภเทหิ ธมฺเม อุปาทาย นิสฺสาย การณํ กตฺวา ปญฺญตฺติ อุปาทาปญฺญตฺติ ยถา ‘‘ตานิ ตานิ องฺคานิ อุปาทาย รโถ เคหํ, เต เต รูปรสาทโย อุปาทาย ฆโฏ ปโฏ, จนฺทิมสูริยปริวตฺตาทโย อุปาทาย กาโล ทิสา’’ติอาทิ. ปญฺญเปตพฺพฏฺเฐน เจสา ปญฺญตฺติ นาม, น ปญฺญาปนฏฺเฐน. ยา ปน ตสฺส อตฺถสฺส ปญฺญาปนา, อยํ อวิชฺชมานปญฺญตฺติเยว. ทิฏฺฐาทีนิอุปนิธาย วตฺตพฺพโตติ ทิฏฺฐมุตวิญฺญาเต อุปนิธาย อุปตฺถมฺภํ กตฺวา อเปกฺขิตฺวา วตฺตพฺพตฺตา. ทิฏฺฐาทิสภาววิรหิเต สทฺทายตเน วตฺตมาโนปิ หิ สุตโวหาโร ‘‘ทุติยํ ตติย’’นฺติอาทิโก วิย ปฐมาทีนิ ทิฏฺฐมุตวิญฺญาเต อเปกฺขิตฺวา ปวตฺโต ‘‘อุปนิธาปญฺญตี’’ติ วุจฺจเต. สา ปเนสา อเนกวิธา ตทญฺญเปกฺขูปนิธา หตฺถคตูปนิธา สมฺปยุตฺตูปนิธาสมาโรปิตูปนิธา อวิทูรคตูปนิธา ปฏิภาคูปนิธา ตพฺพหุลูปนิธาตพฺพิสิฏฺฐูปนิธา’’ติอาทินา. ตาสุ อยํ ‘‘ทุติยํ ตติย’’นฺติอาทิกา วิย ปฐมาทีนํ ทิฏฺฐาทีนํ อญฺญมญฺญมเปกฺขิตฺวา วุตฺตตฺตา ตทญฺญเปกฺขูปนิธาปญฺญตฺติ นาม.

เอวํ ปญฺญตฺติยาปิ อตฺถาธิคมนียตาสงฺขาตํ ทสฺเสตพฺพตฺถํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สทฺทสามตฺถิเยน ทีเปตพฺพมตฺถํ นิทฺธาเรตฺวา ทีเปนฺโต ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิมาห. เอตฺถาติ เอตสฺมึ วจนตฺตเย. จ-สทฺโท อุปนฺยาโส อตฺถนฺตรํ อารภิตุกาเมน โยชิตตฺตา. ‘‘สุต’’นฺติ วุตฺเต อสุตํ น โหตีติ ปกาสิโตยมตฺโถ, ตสฺมา ตถา สุต-สทฺเทน ปกาสิตา อตฺตนา ปฏิวิทฺธสุตฺตสฺส ปการวิเสสา ‘‘เอว’’นฺติ เถเรน ปจฺจามฏฺฐาติ เตน เอวํ-สทฺเทน อสมฺโมโห ทีปิโต นาม, เตนาห ‘‘เอวนฺติ วจเนน อสมฺโมหํ ทีเปตี’’ติ. อสมฺโมหนฺติ จ ยถาสุเต สุตฺเต อสมฺโมหํ. ตเทว ยุตฺติยา, พฺยติเรเกน จ สมตฺเถหิ ‘‘น หี’’ติอาทินา วกฺขมานญฺจ สุตฺตํ นานปฺปการํ ทุปฺปฏิวิทฺธญฺจ. เอวํ นานปฺปกาเร ทุปฺปฏิวิทฺเธ สุตฺเต กถํ สมฺมูโฬฺห นานปฺปการปฏิเวธสมตฺโถ ภวิสฺสติ. อิมาย ยุตฺติยา, อิมินา จ พฺยติเรเกน เถรสฺส ตตฺถ อสมฺมูฬฺหภาวสงฺขาโต ทีเปตพฺโพ อตฺโถ วิญฺญายตีติ วุตฺตํ โหติ. เอวมีทิเสสุ ยถารหํ. ภควโต สมฺมุขา สุตาการสฺส ยาถาวโต อุปริ เถเรน ทสฺสิยมานตฺตา ‘‘สุตฺตสฺส อสมฺโมสํ ทีเปตี’’ติ วุตฺตํ. กาลนฺตเรนาติ สุตกาลโต อปเรน กาเลน. ยสฺส…เป… ปฏิชานาติ, เถรสฺส ปน สุวณฺณภาชเน ปกฺขิตฺตสีหวสา วิย อนสฺสมานํ อสมฺมุฏฺฐํ ติฏฺฐติ, ตสฺมา โส เอวํ ปฏิชานาตีติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ ทีปิเตน ปน อตฺเถน กึ ปกาสิตนฺติ อาห ‘‘อิจฺจสฺสา’’ติอาทิ. ตตฺถ อิจฺจสฺสาติ อิติ อสฺส, ตสฺมา อสมฺโมหสฺส, อสมฺโมสสฺส จ ทีปิตตฺตา อสฺส เถรสฺสปญฺญาสิทฺธีติอาทินา สมฺพนฺโธ. อสมฺโมเหนาติ สมฺโมหาภาเวน. ปญฺญาวชฺชิตสมาธิอาทิธมฺมชาเตน ตํสมฺปยุตฺตาย ปญฺญาย สิทฺธิ สหชาตาทิสตฺติยา สิชฺฌนโต. สมฺโมหปฏิปกฺเขน วา ปญฺญาสงฺขาเตน ธมฺมชาเตน. สวนกาลสมฺภูตาย หิ ปญฺญาย ตทุตฺตริกาลปญฺญาสิทฺธิ อุปนิสฺสยาทิโกฏิยา สิชฺฌนโต. อิตรตฺถาปิ ยถารหํ นโย เนตพฺโพ.

เอวํ ปกาสิเตน ปน อตฺเถน กึ วิภาวิตนฺติ อาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถาติ เตสุ ทุพฺพิเธสุ ธมฺเมสุ. พฺยญฺชนานํ ปฏิวิชฺฌิตพฺโพ อากาโร นาติคมฺภีโร, ยถาสุตธารณเมว ตตฺถ กรณียํ, ตสฺมา ตตฺถ สติยา พฺยาปาโร อธิโก, ปญฺญา ปน คุณีภูตาติ วุตฺตํ ‘‘ปญฺญาปุพฺพงฺคมายา’’ติอาทิ. ปญฺญาย ปุพฺพงฺคมา ปญฺญาปุพฺพงฺคมาติ หิ นิพฺพจนํ, ปุพฺพงฺคมตา เจตฺถ ปธานภาโว ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑) วิย. อปิจ ยถา จกฺขุวิญฺญาณาทีสุ อาวชฺชนาทโย ปุพฺพงฺคมา สมานาปิ ตทารมฺมณสฺส อวิชานนโต อปฺปธานภูตา, เอวํ ปุพฺพงฺคมายปิ อปฺปธานตฺเต สติ ปญฺญาปุพฺพงฺคมา เอติสฺสาติ นิพฺพจนมฺปิ ยุชฺชติ. ปุพฺพงฺคมตา เจตฺถ ปุเรจาริภาโว. อิติ สหชาตปุพฺพงฺคโม ปุเรชาตปุพฺพงฺคโมติ ทุวิโธปิ ปุพฺพงฺคโม อิธ สมฺภวติ, ยถา เจตฺถ, เอวํ สติ ‘‘ปุพฺพงฺคมายา’’ติ เอตฺถาปิ ยถาสมฺภวเมส นโย เวทิตพฺโพ. เอวํ วิภาวิเตน สมตฺถตาวจเนน กิมนุภาวิตนฺติ อาห ‘‘ตทุภยสมตฺถตาโยเคนา’’ติอาทิ. ตตฺถ อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนสฺสาติ อตฺถพฺยญฺชเนน ปริปุณฺณสฺส, สงฺกาสนาทีหิ วา ฉหิ อตฺถปเทหิ, อกฺขราทีหิ จ ฉหิ พฺยญฺชนปเทหิ สมนฺนาคตสฺส, อตฺถพฺยญฺชนสงฺขาเตน วา รเสน สาทุรสสฺส. ปริยตฺติธมฺโมเยว นวโลกุตฺตรรตนสนฺนิธานโต สตฺตวิธสฺส, ทสวิธสฺส วา รตนสฺส สนฺนิธาโน โกโส วิยาติ ธมฺมโกโส, ตถา ธมฺมภณฺฑาคาโร, ตตฺถ นิยุตฺโตติ ธมฺมภณฺฑาคาริโก. อถ วา นานาราชภณฺฑรกฺขโก ภณฺฑาคาริโก วิยาติ ภณฺฑาคาริโก, ธมฺมสฺส อนุรกฺขโก ภณฺฑาคาริโกติ ตเมว สทิสตาการณทสฺสเนน วิเสเสตฺวา ‘‘ธมฺมภณฺฑาคาริโก’’ติ วุตฺโต. ยถาห –

‘‘พหุสฺสุโต ธมฺมธโร, สพฺพปาฐี จ สาสเน;

อานนฺโท นาม นาเมน, ธมฺมารกฺโข ตวํ มุเน’’ติ. (อป. ๑.๕๔๒);

อญฺญถาปิ ทีเปตพฺพมตฺถํ ทีเปติ ‘‘อปโร นโย’’ติอาทินา, เอวํ สทฺเทน วุจฺจมานานํ อาการนิทสฺสนาวธารณตฺถานํ อวิปรีตสทฺธมฺมวิสยตฺตา ตพฺพิสเยหิ เตหิ อตฺเถหิ โยนิโส มนสิการสฺส ทีปนํ ยุตฺตนฺติ วุตฺตํ ‘‘โยนิ…เป… ทีเปตี’’ติ. ‘‘อโยนิโส’’ติอาทินา พฺยติเรเกน ญาปกเหตุทสฺสนํ. ตตฺถ กตฺถจิ หิ-สทฺโท ทิสฺสติ, โส การเณ, กสฺมาติ อตฺโถ, อิมินา วจเนเนว โยนิโส มนสิกโรโต นานปฺปการปฏิเวธสมฺภวโต อคฺคิ วิย ธูเมน การิเยน การณภูโต โส วิญฺญายตีติ ตทนฺวยมฺปิ อตฺถาปตฺติยา ทสฺเสติ. เอส นโย สพฺพตฺถ ยถารหํ. ‘‘พฺรหฺมชาลํ อาวุโส กตฺถ ภาสิต’’นฺติอาทิ ปุจฺฉาวเสน อธุนา ปกรณปฺปตฺตสฺส วกฺขมานสฺส สุตฺตสฺส ‘‘สุต’’นฺติ ปเทน วุจฺจมานํ ภควโต สมฺมุขา สวนํ สมาธานมนฺตเรน น สมฺภวตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘อวิกฺเขปํ ทีเปตี’’ติ. ‘‘วิกฺขิตฺตจิตฺตสฺสา’’ติอาทินา พฺยติเรกการเณน ญาปกเหตุํ ทสฺเสตฺวา ตเทว สมตฺเถติ ‘‘ตถา หี’’ติอาทินา. สพฺพสมฺปตฺติยาติ สพฺเพน อตฺถพฺยญฺชนเทสกปโยชนาทินา สมฺปตฺติยา. กึ อิมินา ปกาสิตนฺติ อาห ‘‘โยนิโส มนสิกาเรน เจตฺถา’’ติอาทิ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ธมฺมทฺวเย. ‘‘น หิ วิกฺขิตฺตจิตฺโต’’ติอาทินา การณภูเตน อวิกฺเขเปน, สปฺปุริสูปนิสฺสเยน จ ผลภูตสฺส สทฺธมฺมสฺสวนสฺส สิทฺธิยา เอว สมตฺถนํ วุตฺตํ, อวิกฺเขเปน ปน สปฺปุริสูปนิสฺสยสฺส สิทฺธิยา สมตฺถนํ น วุตฺตํ. กสฺมาติ เจ? วิกฺขิตฺตจิตฺตานํ สปฺปุริเส ปยิรุปาสนาภาวสฺส อตฺถโต สิทฺธตฺตา. อตฺถวเสเนว หิ โส ปากโฏติ น วุตฺโต.

เอตฺถาห – ยถา โยนิโส มนสิกาเรน ผลภูเตน อตฺตสมฺมาปณิธิปุพฺเพกตปุญฺญตานํ การณภูตานํ สิทฺธิ วุตฺตา ตทวินาภาวโต, เอวํ อวิกฺเขเปน ผลภูเตน สทฺธมฺมสฺสวนสปฺปุริสูปนิสฺสยานํ การณภูตานํ สิทฺธิ วตฺตพฺพา สิยา อสฺสุตวโต, สปฺปุริสูปนิสฺสยวิรหิตสฺส จ ตทภาวโต. เอวํ สนฺเตปิ ‘‘น หิ วิกฺขิตฺตจิตฺโต’’ติอาทิสมตฺถนวจเนน อวิกฺเขเปน, สปฺปุริสูปนิสฺสเยน จ การณภูเตน สทฺธมฺมสฺสวนสฺเสว ผลภูตสฺส สิทฺธิ วุตฺตา, กสฺมา ปเนวํ วุตฺตาติ? วุจฺจเต – อธิปฺปายนฺตรสมฺภวโต หิ ตถา สิทฺธิ วุตฺตา. อยํ ปเนตฺถาธิปฺปาโย – สทฺธมฺมสฺสวนสปฺปุริสูปนิสฺสยา น เอกนฺเตน อวิกฺเขปสฺส การณํ พาหิรการณตฺตา, อวิกฺเขโป ปน สปฺปุริสูปนิสฺสโย วิย สทฺธมฺมสฺสวนสฺส เอกนฺตการณํ อชฺฌตฺติกการณตฺตา, ตสฺมา เอกนฺตการเณ โหนฺเต กิมตฺถิยา อเนกนฺตการณํ ปติ ผลภาวปริกปฺปนาติ ตถาเยเวตสฺส สิทฺธิ วุตฺตาติ. เอตฺถ จ ปฐมํ ผเลน การณสฺส สิทฺธิทสฺสนํ นทีปูเรน วิย อุปริ วุฏฺฐิสพฺภาวสฺส, ทุติยํ การเณน ผลสฺส สิทฺธิทสฺสนํ เอกนฺตวสฺสินา วิย เมฆวุฏฺฐาเนน วุฏฺฐิปวตฺติยา.

‘‘อปโร นโย’’ติอาทินา อญฺญถาปิ ทีเปตพฺพตฺถมาห, ยสฺมา น โหตีติ สมฺพนฺโธ. เอวนฺติ…เป… นานาการนิทฺเทโสติ เหฏฺฐา วุตฺตํ, โส จ อากาโรติ โสตทฺวารานุสารวิญฺญาณวีถิสงฺขาตสฺส จิตฺตสนฺตานสฺส นานากาเรน อารมฺมเณ ปวตฺติยา นานตฺถพฺยญฺชนคฺคหณสงฺขาโต โส ภควโต วจนสฺส อตฺถพฺยญฺชนปฺปเภทปริจฺเฉทวเสน สกลสาสนสมฺปตฺติโอคาหนากาโร. เอวํ ภทฺทโกติ นิรวเสสปรหิตปาริปูริภาวการณตฺตา เอวํ ยถาวุตฺเตน นานตฺถพฺยญฺชนคฺคหเณน สุนฺทโร เสฏฺโฐ, สมาสปทํ วา เอตํ เอวํ อีทิโส ภทฺโท ยสฺสาติ กตฺวา. น ปณิหิโต อปฺปณิหิโต, สมฺมา อปฺปณิ หิโต อตฺตา ยสฺสาติ ตถา, ตสฺส. ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสมฺปตฺตินฺติ อตฺตสมฺมาปณิธิปุพฺเพกตปุญฺญตาสงฺขาตคุณทฺวยสมฺปตฺตึ. คุณสฺเสว หิ อปราปรวุตฺติยา ปวตฺตนฏฺเฐน จกฺกภาโว. จรนฺติ วา เอเตน สตฺตา สมฺปตฺติภวํ, สมฺปตฺติภเวสูติ วา จกฺกํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘จตฺตาริมานิ ภิกฺขเว, จกฺกานิ, เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมนุสฺสานํ จตุจกฺกํ วตฺตตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๔.๓๑) ปจฺฉิมภาโว เจตฺถ เทสนากฺกมวเสเนว. ปุริมจกฺกทฺวยสมฺปตฺตินฺติ ปติรูปเทสวาสสปฺปุริสูปนิสฺสยสงฺขาตคุณทฺวยสมฺปตฺตึ. เสสํ วุตฺตนยเมว. ตสฺมาติ ปุริมการณํ ปุริมสฺเสวาติ อิธ การณมาห ‘‘น หี’’ติอาทินา.

เตน กึ ปกาสิตนฺติ อาห ‘‘อิจฺจสฺสา’’ติอาทิ. อิติ อิมาย จตุจกฺกสมฺปตฺติยา การณภูตาย. อสฺส เถรสฺส. ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสิทฺธิยาติ ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสฺส อตฺถิภาเวน สิทฺธิยา. อาสยสุทฺธีติ วิปสฺสนาญาณสงฺขาตาย อนุโลมิกขนฺติยา, กมฺมสฺสกตาญาณ-มคฺคญาณสงฺขาตสฺส ยถาภูตญาณสฺส จาติ ทุวิธสฺสาปิ อาสยสฺส อสุทฺธิเหตุภูตานํ กิเลสานํ ทูรีภาเวน สุทฺธิ. ตเทว หิ ทฺวยํ วิวฏฺฏนิสฺสิตานํ สุทฺธสตฺตานํ อาสโย. สมฺมาปณิหิตตฺโต หิ ปุพฺเพ จ กตปุญฺโญ สุทฺธาสโย โหติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘สมฺมาปณิหิตํ จิตฺตํ, เสยฺยโส นํ ตโต กเร’’ติ, (ธ. ป. ๔๓) ‘‘กตปุญฺโญสิ ตฺวํ อานนฺท, ปธานมนุยุญฺช ขิปฺปํ โหหิสิ อนาสโว’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๐๗) จ. เกจิ ปน ‘‘กตฺตุกมฺยตาฉนฺโท อาสโย’’ติ วทนฺติ, ตทยุตฺตเมว ‘‘ตาย จ อาสยสุทฺธิยา อธิคมพฺยตฺติสิทฺธี’’ติ วจเนน วิโรธโต. เอวมฺปิ มคฺคญาณสงฺขาตสฺส อาสยสฺส สุทฺธิ น ยุตฺตา ตาย อธิคมพฺยตฺติสิทฺธิยา อวตฺตพฺพโตติ? โน น ยุตฺโต ปุริมสฺส มคฺคสฺส, ปจฺฉิมานํ มคฺคานํ, ผลานญฺจ การณภาวโต. ปโยคสุทฺธีติ โยนิโสมนสิการปุพฺพงฺคมสฺส ธมฺมสฺสวนปโยคสฺส วิสทภาเวน สุทฺธิ, สพฺพสฺส วา กายวจีปโยคสฺส นิทฺโทสภาเวน สุทฺธิ. ปติรูปเทสวาสี, หิ สปฺปุริสเสวี จ ยถาวุตฺตวิสุทฺธปโยโค โหติ. ตถาวิสุทฺเธน โยนิโสมนสิการปุพฺพงฺคเมน ธมฺมสฺสวนปโยเคน, วิปฺปฏิสาราภาวาวเหน จ กายวจีปโยเคน อวิกฺขิตฺตจิตฺโต ปริยตฺติยํ วิสารโท โหติ, ตถาภูโต จ เถโร, เตน วิญฺญายติ ปุริมจกฺกทฺวยสิทฺธิยา เถรสฺส ปโยคสุทฺธิ สิทฺธาวาติ. เตน กึ วิภาวิตนฺติ อาห ‘‘ตาย จา’’ติอาทิ. อธิคมพฺยตฺติสิทฺธีติ ปฏิเวธสงฺขาเต อธิคเม เฉกภาวสิทฺธิ. อธิคเมตพฺพโต หิ ปฏิวิชฺฌิตพฺพโต ปฏิเวโธ ‘‘อธิคโม’’ติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺโต, อาคโมติ จ ปริยตฺติ อาคจฺฉนฺติ อตฺตตฺถปรตฺถาทโย เอเตน, อาภุโส วา คมิตพฺโพ ญาตพฺโพติ กตฺวา.

เตน กิมนุภาวิตนฺติ อาห ‘‘อิตี’’ติอาทิ. อิตีติ เอวํ วุตฺตนเยน, ตสฺมา สิทฺธตฺตาติ วา การณนิทฺเทโส. วจนนฺติ นิทานวจนํ โลกโต, ธมฺมโต จ สิทฺธาย อุปมาย ตมตฺถํ ญาเปตุํ ‘‘อรุณุคฺคํ วิยา’’ติอาทิมาห. ‘‘อุปมาย มิเธกจฺเจ, อตฺถํ ชานนฺติ ปณฺฑิตา’’ติ (ชา. ๒.๑๙.๒๔) หิ วุตฺตํ. อรุโณติ สูริยสฺส อุทยโต ปุพฺพภาเค อุฏฺฐิตรํสิ, ตสฺส อุคฺคํ อุคฺคมนํ อุทยโต อุทยนฺตสฺส อุทยาวาสมุคฺคจฺฉโต สูริยสฺส ปุพฺพงฺคมํ ปุเรจรํ ภวิตุํ อรหติ วิยาติ สมฺพนฺโธ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อาคมาธิคมพฺยตฺติยา อีทิสสฺส เถรสฺส วุตฺตนิทานวจนํ ภควโต วจนสฺส ปุพฺพงฺคมํ ภวิตุมรหติ, นิทานภาวํ คตํ โหตีติ อิทมตฺถชาตํ อนุภาวิตนฺติ.

อิทานิ อปรมฺปิ ปุพฺเพ วุตฺตสฺส อสมฺโมหาสมฺโมสสงฺขาตสฺส ทีเปตพฺพสฺสตฺถสฺส ทีปเกหิ เอวํ-สทฺท สุต-สทฺเทหิ ปกาเสตพฺพมตฺถํ ปกาเสนฺโต ‘‘อปโร นโย’’ติอาทิมาห. ตตฺถ หิ ‘‘นานปฺปการปฏิเวธทีปเกน, โสตพฺพปฺปเภทปฏิเวธทีปเกนา’’ติ จ อิมินา เตหิ สทฺเทหิ ปุพฺเพ ทีปิตํ อสมฺโมหาสมฺโมสสงฺขาตํ ทีเปตพฺพตฺถมาห อสมฺโมเหน นานปฺปการปฏิเวธสฺส, อสมฺโมเสน จ โสตพฺพปฺปเภทปฏิเวธสฺส สิชฺฌนโต. ‘‘อตฺตโน’’ติอาทีหิ ปน ปกาเสตพฺพตฺถํ. เตน วุตฺตํ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน ‘‘นานปฺปการปฏิเวธทีปเกนาติอาทินา เอวํ-สทฺท สุต-สทฺทานํ เถรสฺส อตฺถพฺยญฺชเนสุ อสมฺโมหาสมฺโมสทีปนโต จตุปฏิสมฺภิทาวเสน อตฺถโยชนํ ทสฺเสตี’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑). เหตุคพฺภญฺเจตํ ปททฺวยํ, นานปฺปการปฏิเวธสงฺขาตสฺส, โสตพฺพปฺปเภท-ปฏิเวธสงฺขาตสฺส จ ทีเปตพฺพตฺถสฺส ทีปกตฺตาติ วุตฺตํ โหติ. สนฺตสฺส วิชฺชมานสฺส ภาโว สพฺภาโว, อตฺถปฏิภานปฏิสมฺภิทาหิ สมฺปตฺติยา สพฺภาโว ตถา. ‘‘สมฺภว’’นฺติปิ ปาโฐ, สมฺภวนํ สมฺภโว, อตฺถปฏิภานปฏิสมฺภิทาสมฺปตฺตีนํ สมฺภโว ตถา. เอวํ อิตรตฺถาปิ. ‘‘โสตพฺพปฺปเภทปฏิเวธทีปเกนา’’ติ เอเตน ปน อยํ สุต-สทฺโท เอวํ-สทฺทสนฺนิธานโต, วกฺขมานาเปกฺขาย วา สามญฺเญเนว วุตฺเตปิ โสตพฺพธมฺมวิเสสํ อามสตีติ ทสฺเสติ. เอตฺถ จ โสตพฺพธมฺมสงฺขาตาย ปาฬิยา นิทสฺเสตพฺพานํ ภาสิตตฺถปโยชนตฺถานํ, ตีสุ จ ญาเณสุ ปวตฺตญาณสฺส นานปฺปการภาวโต ตพฺภาวปฏิเวธทีปเกน เอวํ-สทฺเทน อตฺถปฏิภานปฏิสมฺภิทาสมฺปตฺติสพฺภาวทีปนํ ยุตฺตํ, โสตพฺพธมฺมสฺส ปน อตฺถาธิคมเหตุโต, ตํวเสน จ ตทวเสสเหตุปฺปเภทสฺส คหิตตฺตา, นิรุตฺติภาวโต จ โสตพฺพปฺปเภททีปเกน สุต-สทฺเทน ธมฺมนิรุตฺติปฏิสมฺภิทาสมฺปตฺติสพฺภาวทีปนํ ยุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตเทวตฺถญฺหิ ญาเปตุํ ‘‘อสมฺโมหทีปเกน, อสมฺโมสทีปเกนา’’ติ จ อวตฺวา ตถา วุตฺตนฺติ.

เอวํ อสมฺโมหาสมฺโมสสงฺขาตสฺส ทีเปตพฺพสฺสตฺถสฺส ทีปเกหิ เอวํ-สทฺท สุต-สทฺเทหิ ปกาเสตพฺพมตฺถํ ปกาเสตฺวา อิทานิ โยนิโสมนสิการาวิกฺเขปสงฺขาตสฺส ทีเปตพฺพสฺสตฺถสฺส ทีปเกหิปิ เตหิ ปกาเสตพฺพมตฺถํ ปกาเสนฺโต ‘‘เอวนฺติ จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ หิ ‘‘เอวนฺติ…เป… ภาสมาโน, สุตนฺติ อิทํ…เป… ภาสมาโน’’ติ จ อิมินา เตหิ สทฺเทหิ ปุพฺเพ ทีปิตํ โยนิโสมนสิการาวิกฺเขปสงฺขาตํ ทีเปตพฺพตฺถมาห, ‘‘เอเต มยา’’ติอาทีหิ ปน ปกาเสตพฺพตฺถํ สวนโยคทีปกนฺติ จ อวิกฺเขปวเสน สวนโยคสฺส สิชฺฌนโต ตเทว สนฺธายาห. ตถา หิ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ ‘‘สวนธารณวจีปริจริยา ปริยตฺติธมฺมานํ วิเสเสน โสตาวธารณปฏิพทฺธาติ เต อวิกฺเขปทีปเกน สุตสทฺเทน โยเชตฺวา’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑). มโนทิฏฺฐีหิ ปริยตฺติธมฺมานํ อนุเปกฺขนสุปฺปฏิเวธา วิเสสโต มนสิการปฏิพทฺธา, ตสฺมา ตทฺทีปกวจเนเนว เอเต มยา ธมฺมา มนสานุเปกฺขิตา ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธาติ อิมมตฺถํ ปกาเสตีติ วุตฺตํ ‘‘เอวนฺติ จ…เป… ทีเปตี’’ติ ตตฺถ ธมฺมาติ ปริยตฺติธมฺมา. มนสานุเปกฺขิตาติ ‘‘อิธ สีลํ กถิตํ, อิธ สมาธิ, อิธ ปญฺญา, เอตฺตกาว เอตฺถ อนุสนฺธโย’’ติอาทิเภเทน มนสา อนุเปกฺขิตา. ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธาติ นิชฺฌานกฺขนฺติสงฺขาตาย, ญาตปริญฺญาสงฺขาตาย วา ทิฏฺฐิยา ตตฺถ วุตฺตรูปารูปธมฺเม ‘‘อิติ รูปํ, เอตฺตกํ รูป’’นฺติอาทินา สุฏฺฐุ ววตฺถาเปตฺวา ปฏิวิทฺธา.

สวนธารณวจีปริจริยา จ ปริยตฺติธมฺมานํ วิเสเสน โสตาวธารณปฏิพทฺธา, ตสฺมา ตทฺทีปกวจเนเนว พหู มยา ธมฺมา สุตา ธาตา วจสา ปริจิตาติ อิมมตฺถํ ปกาเสตีติ วุตฺตํ ‘‘สุตนฺติ อิทํ…เป… ทีเปตี’’ติ. ตตฺถ สุตาติ โสตทฺวารานุสาเรน วิญฺญาตา. ธาตาติ สุวณฺณภาชเน ปกฺขิตฺตสีหวสา วิย มนสิ สุปฺปติฏฺฐิตภาวสาธเนน อุปธาริตา. วจสา ปริจิตาติ ปคุณตาสมฺปาทเนน วาจาย ปริจิตา สชฺฌายิตา. อิทานิ ปกาเสตพฺพตฺถทฺวยทีปเกน ยถาวุตฺตสทฺททฺวเยน วิภาเวตพฺพมตฺถํ วิภาเวนฺโต ‘‘ตทุภเยนปี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตทุภเยนาติ ปุริมนเย, ปจฺฉิมนเย จ ยถาวุตฺตสฺส ปกาเสตพฺพสฺสตฺถสฺส ปกาสเกน เตน ทุพฺพิเธน สทฺเทน. อตฺถพฺยญฺชนปาริปูรึ ทีเปนฺโตติ อาทรชนนสฺส การณวจนํ. ตเทว การณํ พฺยติเรเกน วิวรติ, ยุตฺติยา วา ทฬฺหํ กโรติ ‘‘อตฺถพฺยญฺชนปริปุณฺณญฺหี’’ติอาทินา. อสุณนฺโตติ เจตฺถ ลกฺขเณ, เหตุมฺหิ วา อนฺต-สทฺโท. มหตา หิตาติ มหนฺตโต หิตสฺมา. ปริพาหิโรติ สพฺพโต ภาเคน พาหิโร.

เอเตน ปน วิภาเวตพฺพตฺถทีปเกน สทฺททฺวเยน อนุภาเวตพฺพตฺถมนุภาเวนฺโต ‘‘เอวํ เม สุตนฺติ อิมินา’’ติอาทิมาห. ปุพฺเพ วิสุํ วิสุํ อตฺเถ โยชิตาเยว เอเต สทฺทา อิธ เอกสฺเสวานุภาวตฺถสฺส อนุภาวกภาเวน คหิตาติ ญาเปตุํ ‘‘สกเลนา’’ติ วุตฺตํ. กามญฺจ เม-สทฺโท อิมสฺมึ ฐาเน ปุพฺเพน โยชิโต, ตทเปกฺขานํ ปน เอวํ-สทฺท สุต-สทฺทานํ สหจรณโต, อวินาภาวโต จ ตถา วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถาคตปฺปเวทิตนฺติ ตถาคเตน ปการโต วิทิตํ, ภาสิตํ วา. อตฺตโน อทหนฺโตติ อตฺตนิ ‘‘มเมท’’นฺติ อฏฺฐเปนฺโต. ภุมฺมตฺเถ เจตํ สามิวจนํ. อสปฺปุริสภูมินฺติ อสปฺปุริสวิสยํ, โส จ อตฺถโต อปกตญฺญุตาสงฺขาตา ‘‘อิเธกจฺโจ ปาปภิกฺขุ ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ ปริยาปุณิตฺวา อตฺตโน ทหตี’’ติ (ปารา. ๑๙๕) เอวํ มหาโจรทีปเกน ภควตา วุตฺตา อนริยโวหาราวตฺถา, ตถา จาห ‘‘ตถาคต…เป… อทหนฺโต’’ติ. หุตฺวาติ เจตฺถ เสโส. ตถา สาวกตฺตํ ปฏิชานนฺโตติ สปฺปุริสภูมิโอกฺกมนสรูปกถนํ. นนุ จ อานนฺทตฺเถรสฺส ‘‘มเมตํ วจน’’นฺติ อธิมานสฺส, มหากสฺสปตฺเถราทีนญฺจ ตทาสงฺกาย อภาวโต อสปฺปุริสภูมิสมติกฺกมาทิวจนํ นิรตฺถกํ สิยาติ? นยิทเมวํ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ วทนฺเตน อยมฺปิ อตฺโถ อนุภาวิโตติ อตฺถสฺเสว ทสฺสนโต. เตน หิ อนุภาเวตพฺพมตฺถํเยว ตถา ทสฺเสติ, น ปน อานนฺทตฺเถรสฺส อธิมานสฺส, มหากสฺสปตฺเถราทีนญฺจ ตทาสงฺกาย สมฺภวนฺติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ. เกจิ ปน ‘‘เทวตานํ ปริวิตกฺกาเปกฺขํ ตถาวจนํ, ตสฺมา เอทิสี โจทนา อนวกาสา’’ติ วทนฺติ. ตสฺมึ กิร สมเย เอกจฺจานํ เทวตานํ เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ‘‘ภควา จ ปรินิพฺพุโต, อยญฺจายสฺมา อานนฺโท เทสนากุสโล, อิทานิ ธมฺมํ เทเสติ, สกฺยกุลปฺปสุโต ตถาคตสฺส ภาตา, จูฬปิตุปุตฺโต จ, กึ นุ โข โส สยํ สจฺฉิกตํ ธมฺมํ เทเสติ, อุทาหุ ภควโตเยว วจนํ ยถาสุต’’นฺติ, เตสเมว เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย ตทภิปริหรณตฺถํ อสปฺปุริสภูมิสมติกฺกมนาทิอตฺโถ อนุภาวิโตติ. สาเยว ยถาวุตฺตา อนริยโวหาราวตฺถา อสทฺธมฺโม, ตทวตฺถาโนกฺกมนสงฺขาตา จ สาวกตฺตปฏิชานนา สทฺธมฺโม. เอวํ สติ ปริยายนฺตเรน ปุริมตฺถเมว ทสฺเสตีติ คเหตพฺพํ. อปิจ กุหนลปนาทิวเสน ปวตฺโต อกุสลราสิ อสทฺธมฺโม, ตพฺพิรหิตภาโว จ สทฺธมฺโม.‘‘เกวล’’นฺติอาทินาปิ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ปริยายนฺตเรน ทสฺสนํ, ยถาวุตฺตาย อนริยโวหาราวตฺถาย ปริโมเจติ. สาวกตฺตํ ปฏิชานเนน สตฺถารํ อปทิสตีติ อตฺโถ. อปิจ สตฺถุกปฺปาทิกิริยโต อตฺตานํ ปริโมเจติ ตกฺกิริยาสงฺกาย สมฺภวโต. ‘‘สตฺถุ ภควโตเยว วจนํ มยาสุต’’นฺติ สตฺถารํ อปทิสตีติ อตฺถนฺตรมนุภาวนํ โหติ. ‘‘ชินวจน’’นฺติอาทิปิ ปริยายนฺตรทสฺสนํ, อตฺถนฺตรมนุภาวนเมว วา. อปฺเปตีติ นิทสฺเสติ. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถสุ ยถารหํ สตฺเต เนตีติ เนตฺติ, ธมฺโมเยว เนตฺติ ตถา. วุตฺตนเยน เจตฺถ อุภยถา อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ.

อปรมฺปิ อนุภาเวตพฺพมตฺถมนุภาเวติ ‘‘อปิจา’’ติอาทินา. ตตฺถ อุปฺปาทิตภาวตนฺติ เทสนาวเสน ปวตฺติตภาวํ. ปุริมวจนํ วิวรนฺโตติ ภควตา เทสิตวเสน ปุริมตรํ สํวิชฺชมานํ ภควตา วจนเมว อุตฺตานึ กโรนฺโต, อิทํ วจนนฺติ สมฺพนฺโธ. จตูหิ เวสารชฺชญาเณหิ วิสารทสฺส, วิสารทเหตุภูตจตุเวสารชฺชญาณสมฺปนฺนสฺส วา. ทสญาณพลธรสฺส. สมฺมาสมฺพุทฺธภาวสงฺขาเต อุตฺตมฏฺฐาเน ฐิตสฺส, อุสภสฺส อิทนฺติ วา อตฺเถน อาสภสงฺขาเต อกมฺปนสภาวภูเต ฐาเน ฐิตสฺส. ‘‘เอวเมว โข ภิกฺขเว, ยทา ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชติ…เป… โส ธมฺมํ เทเสตี’’ติอาทินา (อ. นิ. ๔.๓๓) สีโหปมสุตฺตาทีสุ อาคเตน อเนกนเยน สีหนาทนทิโน. สพฺพสตฺเตสุ, สพฺพสตฺตานํ วา อุตฺตมสฺส. น เจตฺถ นิทฺธารณลกฺขณาภาวโต นิทฺธารณวเสน สมาโส. สพฺพตฺถ หิ สกฺกตคนฺเถสุ, สาสนคนฺเถสุ จ เอวเมว วุตฺตํ. ธมฺเมน สตฺตานมิสฺสรสฺส. ธมฺมสฺเสว อิสฺสรสฺส ตทุปฺปาทนวเสนาติปิ วทนฺติ. เสสปททฺวยํ ตสฺเสวตฺถสฺส ปริยายนฺตรทีปนํ. ธมฺเมน โลกสฺส ปทีปมิว ภูตสฺส, ตทุปฺปาทกภาเวน วา ธมฺมสงฺขาตปทีปสมฺปนฺนสฺส. ‘‘ธมฺมกาโยติ ภิกฺขเว, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๑๑๘) หิ วุตฺตํ. ธมฺเมน โลกปฏิสรณภูตสฺส, ธมฺมสงฺขาเตน วา ปฏิสรเณน สมฺปนฺนสฺส. ‘‘ยํนูนาหํ…เป… ตเมว ธมฺมํ สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวา มาเนตฺวา ปูเชตฺวา อุปนิสฺสาย วิหเรยฺย’’นฺติ (อ. นิ. ๔.๒๑; สํ. นิ. ๑.๑๗๓) หิ วุตฺตํ. สทฺธินฺทฺริยาทิสทฺธมฺมสงฺขาตสฺส วรจกฺกสฺส ปวตฺติโน, สทฺธมฺมานเมตสฺส วา อาณาจกฺกวรสฺส ปวตฺติโน สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ตสฺส ภควโต อิทํ วจนํ สมฺมุขาว มยา ปฏิคฺคหิตนฺติ โยเชตพฺพํ. พฺยญฺชเนติ ปทสมุทายภูเต วาเกฺย. กงฺขา วา วิมติ วาติ เอตฺถ ทฬฺหตรํ นิวิฏฺฐา วิจิกิจฺฉา กงฺขา. นาติสํสปฺปนํ มติเภทมตฺตํ วิมติ. สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตมิทํ มยาติ ตถา อกตฺตพฺพภาวการณวจนํ. อตฺตนาอุปฺปาทิตภาวํ อปฺปฏิชานนฺโต ปุริมวจนํ วิวรนฺโตติ ปน อสฺสทฺธิยวินาสนสฺส, สทฺธาสมฺปทมุปฺปาทนสฺส จ การณวจนํ. ‘‘เตเนต’’นฺติอาทินา ยถาวุตฺตเมวตฺถํ อุทานวเสน ทสฺเสติ.

‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ เอวํ วทนฺโต โคตมโคตฺตสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สาวโก, โคตมโคตฺตสมฺพนฺโธ วา สาวโก อายสฺมา อานนฺโท ภควตา ภาสิตภาวสฺส, สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตภาวสฺส จ สูจนโต, ตถาสูจเนเนว จ ขลิตทุนฺนิรุตฺตาทิคหณโทสาภาวสฺส สิชฺฌนโต สาสเน อสฺสทฺธํ วินาสยติ, สทฺธํ วฑฺเฒตีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ปญฺจมาทโย ติสฺโส อตฺถโยชนา อาการาทิอตฺเถสุ อคฺคหิตวิเสสเมว เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา ทสฺสิตา, ตโต ปรา ติสฺโส อาการตฺถเมว เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา วิภาวิตา, ปจฺฉิมา ปน ติสฺโส ยถากฺกมํ อาการตฺถํ, นิทสฺสนตฺถํ, อวธารณตฺถญฺจ เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา โยชิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. โหนฺติ เจตฺถ –

‘‘ทสฺสนํ ทีปนญฺจาปิ, ปกาสนํ วิภาวนํ;

อนุภาวนมิจฺจตฺโถ, กิริยาโยเคน ปญฺจธา.

ทสฺสิโต ปรมฺปราย, สิทฺโธ เนกตฺถวุตฺติยา;

เอวํ เม สุตมิจฺเจตฺถ, ปทตฺตเย นยญฺญุนา’’ติ.

เอก-สทฺโท ปน อญฺญเสฏฺฐาสหายสงฺขฺยาทีสุ ทิสฺสติ. ตถา เหส ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ อิตฺเถเก อภิวทนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๗) อญฺญตฺเถ ทิสฺสติ, ‘‘เจตโส เอโกทิภาว’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๒๘; ปารา. ๑๑) เสฏฺเฐ, ‘‘เอโกวูปกฏฺโฐ’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๐๕; ที. นิ. ๒.๒๑๕; ม. นิ. ๑.๘๐; สํ. นิ. ๓.๖๓; วิภ. ๔.๔๔๕) อสหาเย, ‘‘เอโกว โข ภิกฺขเว, ขโณ จ สมโย จ พฺรหฺมจริยวาสายา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๒๙) สงฺขฺยายํ, อิธาปิ สงฺขฺยายเมวาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เอกนฺติ คณนปริจฺเฉทนิทฺเทโส’’ติ (อิติวุ. อฏฺฐ. ๑; ที. นิ. ฏี. ๑.ปริพฺพาชกกถาวณฺณนา) เอโกเยเวส สมโย, น เทฺว วา ตโย วาติ อูนาธิกาภาเวน คณนสฺส ปริจฺเฉทนิทฺเทโส เอกนฺติ อยํ สทฺโทติ อตฺโถ, เตน กสฺส ปริจฺฉินฺทนนฺติ อนุโยเค สติ ‘‘สมย’’นฺติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สมยนฺติ ปริจฺฉินฺนนิทฺเทโส’’ติ. เอวํ ปริจฺเฉทปริจฺฉินฺนวเสน วุตฺเตปิ ‘‘อยํ นาม สมโย’’ติ สรูปโต อนิยมิตตฺตา อนิยมิตวจนเมวาติ ทสฺเสติ ‘‘เอกํ…เป…. ทีปน’’นฺติ อิมินา.

อิทานิ สมยสทฺทสฺส อเนกตฺถวุตฺติตํ อตฺถุทฺธารวเสน ทสฺเสตฺวา อิธาธิปฺเปตมตฺถํ นิยเมนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. ตตฺถาติ ตสฺมึ ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ ปททฺวเย, สมภินิวิฏฺโฐ สมย สทฺโทติ สมฺพนฺโธ. น ปน ทิสฺสตีติ เตเสฺวกสฺมึเยว อตฺเถ อิธ ปวตฺตนโต. สมวาเยติ ปจฺจยสามคฺคิยํ, การณสมวาเยติ อตฺโถ. ขเณติ โอกาเส. เหตุทิฏฺฐีสูติ เหตุมฺหิ เจว ลทฺธิยญฺจ. อสฺสาติ สมยสทฺทสฺส. กาลญฺจ สมยญฺจ อุปาทายาติ เอตฺถ กาโล นาม อุปสงฺกมนสฺส ยุตฺตกาโล. สมโย นาม ตสฺเสว ปจฺจยสามคฺคี, อตฺถโต ปน ตทนุรูปสรีรพลญฺเจว ตปฺปจฺจยปริสฺสยาภาโว จ. อุปาทานํ นาม ญาเณน เตสํ คหณํ, ตสฺมา ยถาวุตฺตํ กาลญฺจ สมยญฺจ ปญฺญาย คเหตฺวา อุปธาเรตฺวาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สเจ อมฺหากํ เสฺว คมนสฺส ยุตฺตกาโล ภวิสฺสติ, กาเย พลมตฺตา จ ผริสฺสติ, คมนปจฺจยา จ อญฺโญ อผาสุวิหาโร น ภวิสฺสติ, อเถตํ กาลญฺจ คมนการณสมวายสงฺขาตํ สมยญฺจ อุปธาเรตฺวา อปฺเปว นาม เสฺวปิ อาคจฺเฉยฺยามาติ. ขโณติ โอกาโส. ตถาคตุปฺปาทาทิโก หิ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส โอกาโส ตปฺปจฺจยปฏิลาภเหตุตฺตา. ขโณ เอว จ สมโย. โย ‘‘ขโณ’’ติ จ ‘‘สมโย’’ติ จ วุจฺจติ, โส เอโกวาติ อธิปฺปาโย. ทิยฑฺโฒ มาโส เสโส คิมฺหานํ อุณฺหสมโย. วสฺสานสฺส ปฐโม มาโส ปริฬาหสมโย. มหาสมโยติ มหาสมูโห. สมาโส วา เอส, พฺยาโส วา. ปวุฏฺฐํ วนํ ปวนํ, ตสฺมึ, กปิลวตฺถุสามนฺเต มหาวนสงฺขาเต วนสณฺเฑติ อตฺโถ. สมโยปิ โขติ เอตฺถ สมโยติ สิกฺขาปทปูรณสฺส เหตุ. ภทฺทาลีติ ตสฺส ภิกฺขุสฺส นามํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ตยา ภทฺทาลิ ปฏิวิชฺฌิตพฺพยุตฺตกํ เอกํ การณํ อตฺถิ, ตมฺปิ เต น ปฏิวิทฺธํ น สลฺลกฺขิตนฺติ. กึ ตํ การณนฺติ อาห ‘‘ภควาปิ โข’’ติอาทิ.

‘‘อุคฺคหมาโน’’ติอาทีสุ มาโนติ ตสฺส ปริพฺพาชกสฺส ปกตินามํ, กิญฺจิ กิญฺจิ ปน สิปฺปํ อุคฺคเหตุํ สมตฺถตาย ‘‘อุคฺคหมาโน’’ติ นํ สญฺชานนฺติ, ตสฺมา ‘‘อุคฺคหมาโน’’ติ วุจฺจติ. สมณมุณฺฑิกสฺส ปุตฺโต สมณมุณฺฑิกาปุตฺโต. โส กิร เทวทตฺตสฺส อุปฏฺฐาโก. สมยํ ทิฏฺฐึ ปกาเรน วทนฺติ เอตฺถาติ สมยปฺปวาทโก, ตสฺมึ, ทิฏฺฐิปฺปวาทเกติ อตฺโถ. ตสฺมึ กิร ฐาเน จงฺกีตารุกฺขโปกฺขรสาติปฺปภูตโย พฺราหฺมณา, นิคณฺฐาเจลกปริพฺพาชกาทโย จ ปพฺพชิตา สนฺนิปติตฺวา อตฺตโน อตฺตโน สมยํ ปกาเรน วทนฺติ กเถนฺติ ทีเปนฺติ, ตสฺมา โส อาราโม ‘‘สมยปฺปวาทโก’’ติ วุจฺจติ. เสฺวว ตินฺทุกาจีรสงฺขาตาย ติมฺพรูสกรุกฺขปนฺติยา ปริกฺขิตฺตตฺตา ‘‘ตินฺทุกาจีโร’’ติ วุจฺจติ. เอกา สาลา เอตฺถาติ เอกสาลโก. ยสฺมา ปเนตฺถ ปฐมํ เอกา สาลา อโหสิ, ปจฺฉา ปน มหาปุญฺญํ โปฏฺฐปาทปริพฺพาชกํ นิสฺสาย พหู สาลา กตา, ตสฺมา ตเมว ปฐมํ กตํ เอกํ สาลํ อุปาทาย ลทฺธปุพฺพนามวเสน ‘‘เอกสาลโก’’ติ วุจฺจติ. มลฺลิกาย นาม ปเสนทิรญฺโญ เทวิยา อุยฺยานภูโต โส ปุปฺผผลสจฺฉนฺโน อาราโม, เตน วุตฺตํ ‘‘มลฺลิกาย อาราเม’’ติ. ปฏิวสตีติ ตสฺมึ ผาสุตาย วสติ.

ทิฏฺเฐ ธมฺเมติ ปจฺจกฺเข อตฺตภาเว. อตฺโถติ วุฑฺฒิ. กมฺมกิเลสวเสน สมฺปเรตพฺพโต สมฺมา ปาปุณิตพฺพโต สมฺปราโย, ปรโลโก, ตตฺถ นิยุตฺโต สมฺปรายิโก, ปรโลกตฺโถ. อตฺถาภิสมยาติ ยถาวุตฺตอุภยตฺถสงฺขาตหิตปฏิลาภา. สมฺปรายิโกปิ หิ อตฺโถ การณสฺส นิปฺผนฺนตฺตา ปฏิลทฺโธ นาม โหตีติ ตํ อตฺถทฺวยเมกโต กตฺวา ‘‘อตฺถาภิสมยา’’ติ วุตฺตํ. ธิยา ปญฺญาย ตํตทตฺเถ ราติ คณฺหาติ, ธี วา ปญฺญา เอตสฺสตฺถีติ ธีโร. ปณฺฑา วุจฺจติ ปญฺญา. สา หิ สุขุเมสุปิ อตฺเถสุ ปฑติ คจฺฉติ, ทุกฺขาทีนํ วา ปีฬนาทิอาการํ ชานาตีติ ปณฺฑา. ตาย อิโต คโตติ ปณฺฑิโต. อถ วา อิตา สญฺชาตา ปณฺฑา เอตสฺส, ปฑติ วา ญาณคติยา คจฺฉตีติ ปณฺฑิโต. สมฺมา มานาภิสมยาติ มานสฺส สมฺมา ปหาเนน. สมฺมาติ เจตฺถ อคฺคมคฺคญาเณน สมุจฺเฉทปฺปหานํ วุตฺตํ. อนฺตนฺติ อวสานํ. ปีฬนํ ตํสมงฺคิโน หึสนํ อวิปฺผาริตากรณํ. ตเทว อตฺโถ ตถา ตฺถ-การสฺส ฏฺฐ-การํ กตฺวา. สเมจฺจ ปจฺจเยหิ กตภาโว สงฺขตฏฺโฐ. ทุกฺขทุกฺขตาทิวเสน สนฺตาปนํ ปริทหนํ สนฺตาปฏฺโฐ. ชราย, มรเณน จาติ ทฺวิธา วิปริณาเมตพฺโพ วิปริณามฏฺโฐ. อภิสเมตพฺโพ ปฏิวิชฺฌิตพฺโพ อภิสมยฏฺโฐ, ปีฬนาทีนิเยว. ตานิ หิ อภิสเมตพฺพภาเวน เอกีภาวมุปเนตฺวา ‘‘อภิสมยฏฺโฐ’’ติ วุตฺตานิ. อภิสมยสฺส วา ปฏิเวธสฺส อตฺโถ โคจโร อภิสมยฏฺโฐติ ตานิเยว ตพฺพิสย-ภาวูปคมน-สามญฺญโต เอกตฺเตน วุตฺตานิ. เอตฺถ จ อุปสคฺคานํ โชตกมตฺตตฺตา ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส วาจโก สมยสทฺโท เอวาติ สมยสทฺทสฺส อตฺถุทฺธาเรปิ สอุปสคฺโค อภิสมโย วุตฺโต.

เตสุ ปน อตฺเถสุ อยํ วจนตฺโถ – สหการีการณวเสน สนฺนิชฺฌํ สเมติ สมเวตีติ สมโย, สมวาโย. สเมติ สมาคจฺฉติ มคฺคพฺรหฺมจริยเมตฺถ ตทาธารปุคฺคลวเสนาติ สมโย, ขโณ. สเมนฺติ เอตฺถ, เอเตน วา สํคจฺฉนฺติ ธมฺมา, สตฺตา วา สหชาตาทีหิ, อุปฺปาทาทีหิ จาติ สมโย, กาโล. ธมฺมปฺปวตฺติมตฺตตาย หิ อตฺถโต อภูโตปิ กาโล ธมฺมปฺปวตฺติยา อธิกรณํ, กรณํ วิย จ ปริกปฺปนามตฺตสิทฺเธน รูเปน โวหรียติ. สมํ, สมฺมา วา อวยวานํ อยนํ ปวตฺติ อวฏฺฐานนฺติ สมโย, สมูโห ยถา ‘‘สมุทาโย’’ติ. อวยวานํ สหาวฏฺฐานเมว หิ สมูโห, น ปน อวยววินิมุตฺโต สมูโห นาม โกจิ ปรมตฺถโต อตฺถิ. ปจฺจยนฺตรสมาคเม เอติ ผลํ อุปฺปชฺชติ, ปวตฺตติ วา เอตสฺมาติ สมโย, เหตุ ยถา ‘‘สมุทโย’’ติ. โส หิ ปจฺจยนฺตรสมาคมเนเนว อตฺตโน ผลํ อุปฺปาทฏฺฐิติสมงฺคีภาวํ กโรติ. สเมติ สํโยชนภาวโต สมฺพนฺโธ หุตฺวา เอติ อตฺตโน วิสเย ปวตฺตติ, ทฬฺหคฺคณภาวโต วา ตํสญฺญุตฺตา สตฺตา อยนฺติ เอเตน ยถาภินิเวสํ ปวตฺตนฺตีติ สมโย, ทิฏฺฐิ. ทิฏฺฐิสํโยชเนน หิ สตฺตา อติวิย พชฺฌนฺติ. สมิติ สงฺคติ สโมธานํ สมโย, ปฏิลาโภ. สมสฺส นิโรธสฺส ยานํ ปาปุณนํ, สมฺมา วา ยานํ อปคโม อปฺปวตฺติ สมโย, ปหานํ. อภิมุขํ ญาเณน สมฺมา เอตพฺโพ อภิคนฺตพฺโพติ อภิสมโย, ธมฺมานํ อวิปรีโต สภาโว. อภิมุขภาเวน ตํ ตํ สภาวํ สมฺมา เอติ คจฺฉติ พุชฺฌตีติ อภิสมโย, ธมฺมานํ ยถาภูตสภาวาวโพโธ.

นนุ จ อตฺถมตฺตํ ยถาธิปฺเปตํ ปติ สทฺทา อภินิวิสนฺตีติ น เอเกน สทฺเทน อเนเก อตฺถา อภิธียนฺติ, อถ กสฺมา อิธ สมยสทฺทสฺส อเนกธา อตฺโถ วุตฺโตติ? สจฺจเมตํ สทฺทวิเสเส อเปกฺขิเต สทฺทวิเสเส หิ อเปกฺขิเต น เอเกน สทฺเทน อเนกตฺถาภิธานํ สมฺภวติ. น หิ โย กาลาทิอตฺโถ สมย-สทฺโท, โสเยว สมูหาทิอตฺถํ วทติ. เอตฺถ ปน เตสํ เตสมตฺถานํ สมยสทฺทวจนียตาสามญฺญมุปาทาย อเนกตฺถตา สมย-สทฺทสฺส วุตฺตาติ. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺถุทฺธาเร. โหติ เจตฺถ –

‘‘สามญฺญวจนียตํ, อุปาทาย อเนกธา;

อตฺถํ วเท น หิ สทฺโท, เอโก เนกตฺถโก สิยา’’ติ.

สมวายาทิอตฺถานํ อิธ อสมฺภวโต, กาลสฺเสว จ อปทิสิตพฺพตฺตา ‘‘อิธ ปนสฺส กาโล อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. เทสเทสกาทีนํ วิย หิ กาลสฺส นิทานภาเวน อธิปฺเปตตฺตา โสปิ อิธ อปทิสียติ. ‘อิมินา กีทิสํ กาลํ ทีเปตีติ อาห ‘‘เตนา’’ติอาทิ. เตนาติ กาลตฺเถน สมย-สทฺเทน. อฑฺฒมาโส ปกฺขวเสน วุตฺโต, ปุพฺพณฺหาทิโก ทิวสภาควเสน, ปฐมยามาทิโก ปหารวเสน. อาทิ-สทฺเทน ขณลยาทโย สงฺคหิตา, อนิยมิตวเสน เอกํ กาลํ ทีเปตีติ อตฺโถ.

กสฺมา ปเนตฺถ อนิยมิตวเสน กาโล นิทฺทิฏฺโฐ, น อุตุสํวจฺฉราทินา นิยมิตวเสนาติ อาห ‘‘ตตฺถ กิญฺจาปี’’ติอาทิ. กิญฺจาปิ ปญฺญาย วิทิตํ สุววตฺถาปิตํ, ตถาปีติ สมฺพนฺโธ. วจสา ธาเรตุํ วา สยํ อุทฺทิสิตุํ วา ปเรน อุทฺทิสาเปตุํ วา น สกฺกา นานปฺปการภาวโต พหุ จ วตฺตพฺพํ โหติ ยาว กาลปฺปเภโท, ตาว วตฺตพฺพตฺตา. ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ วุตฺเต ปน น โส กาลปฺปเภโท อตฺถิ, โย เอตฺถานนฺโตคโธ สิยาติ ทสฺเสติ ‘‘เอเกเนว ปเทน ตมตฺถํ สโมธาเนตฺวา’’ติ อิมินา. เอวํ โลกิยสมฺมตกาลวเสน สมยตฺถํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สาสเน ปากฏกาลวเสน สมยตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘เย วา อิเม’’ติอาทิ วุตฺตํ. อปิจ อุตุสํวจฺฉราทิวเสน นิยมํ อกตฺวา สมยสทฺทสฺส วจเน อยมฺปิ คุโณ ลทฺโธเยวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เย วา อิเม’’ติอาทิมาห. สามญฺญโชตนา หิ วิเสเส อวติฏฺฐติ ตสฺสา วิเสสปริหารวิสยตฺตา. ตตฺถ เย อิเม สมยาติ สมฺพนฺโธ. ภควโต มาตุกุจฺฉิโอกฺกมนกาโล เจตฺถ คพฺโภกฺกนฺติสมโย. จตฺตาริ นิมิตฺตานิ ปสฺสิตฺวา สํเวชนกาโล สํเวคสมโย. ฉพฺพสฺสานิ สมฺโพธิสมธิคมาย จริยกาโล ทุกฺกรการิกสมโย. เทวสิกํ ฌานผลสมาปตฺตีหิ วีตินามนกาโล ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสมโย, วิเสสโต ปน สตฺตสตฺตาหานิ ฌานสมาปตฺติวฬญฺชนกาโล. ปญฺจจตฺตาลีสวสฺสานิ ตํตํธมฺมเทสนากาโล เทสนาสมโย. อาทิ-สทฺเทน ยมกปาฏิหาริยสมยาทโย สงฺคณฺหาติ. ปกาสาติ ทสสหสฺสิโลกธาตุปกมฺปนโอภาสปาตุภาวาทีหิ ปากฏา. ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ วุตฺเต ตทญฺเญปิ สมยา สนฺตีติ อตฺถาปตฺติโต เตสุ สมเยสุ อิธ เทสนาสมยสงฺขาโต สมยวิเสโส ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ วุตฺโตติ ทีเปตีติ อธิปฺปาโย.

ยถาวุตฺตปฺปเภเทสุเยว สมเยสุ เอกเทสํ ปการนฺตเรหิ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘โย จาย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ หิ ญาณกิจฺจสมโย, อตฺตหิตปฏิปตฺติสมโย จ อภิสมฺโพธิสมโยเยว. อริยตุณฺหีภาวสมโย ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสมโย. กรุณากิจฺจปรหิตปฏิปตฺติธมฺมิกถาสมโย เทสนาสมโย, ตสฺมา เตสุ วุตฺตปฺปเภเทสุ สมเยสุ เอกเทโสว ปการนฺตเรน ทสฺสิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘สนฺนิปติตานํ โว ภิกฺขเว ทฺวยํ กรณียํ ธมฺมี กถา วา อริโย วา ตุณฺหีภาโว’’ติ (อุทา. ๑๒) วุตฺตสมเย สนฺธาย ‘‘สนฺนิปติตานํ กรณียทฺวยสมเยสู’’ติ วุตฺตํ. เตสุปิ สมเยสูติ กรุณากิจฺจปรหิตปฏิปตฺติธมฺมิกถาเทสนาสมเยสุปิ. อญฺญตรํ สมยํ สนฺธาย ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ วุตฺตํ อตฺถโต อเภทตฺตา.

อญฺญตฺถ วิย ภุมฺมวจเนน จ กรณวจเนน จ นิทฺเทสมกตฺวา อิธ อุปโยควจเนน นิทฺเทสปโยชนํ นิทฺธาเรตุกาโม ปรมฺมุเขน โจทนํ สมุฏฺฐเปติ ‘‘กสฺมา ปเนตฺถา’’ติอาทินา. เอตฺถาติ ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ อิมสฺมึ ปเท, กรณวจเนน นิทฺเทโส กโต ยถาติ สมฺพนฺโธ. ภวนฺติ เอตฺถาติ ภุมฺมํ, โอกาโส, ตตฺถ ปวตฺตํ วจนํ วิภตฺติ ภุมฺมวจนํ. กโรติ กิริยมภินิปฺผาเทภิ เอเตนาติ กรณํ, กิริยานิปฺผตฺติการณํ. อุปยุชฺชิตพฺโพ กิริยายาติ อุปโยโค, กมฺมํ, ตตฺถ วจนํ ตถา. ‘‘ตตฺถา’’ติอาทินา ยถาวุตฺตโจทนํ ปริหรติ. ตตฺถาติ เตสุ อภิธมฺมตทญฺญสุตฺตปทวินเยสุ. ตถาติ ภุมฺมวจนกรณวจเนหิ อตฺถสมฺภวโต จาติ โยเชตพฺพํ, อธิกรณภาเวนภาวลกฺขณตฺถานํ, เหตุกรณตฺถานญฺจ สมฺภวโตติ อตฺโถ. อิธาติ อิธสฺมึ สุตฺตปเท. อญฺญถาติ อุปโยควจเนน. อตฺถสมฺภวโตติ อจฺจนฺตสํโยคตฺถสฺส สมฺภวโต.

‘‘ตตฺถ หี’’ติอาทิ ตพฺพิวรณํ. อิโตติ ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ สุตฺตปทโต. อธิกรณตฺโถติ อาธารตฺโถ. ภวนํ ภาโว, กิริยา, กิริยาย กิริยนฺตรลกฺขณํ ภาเวนภาวลกฺขณํ, ตเทวตฺโถ ตถา. เกน สมยตฺเถน อิทํ อตฺถทฺวยํ สมฺภวตีติ อนุโยเค สติ ตทตฺถทฺวยสมฺภวานุรูเปน สมยตฺเถน, ตํ ทฬฺหํ กโรนฺโต ‘‘อธิกรณญฺหี’’ติอาทิมาห. ปทตฺถโตเยว หิ ยถาวุตฺตมตฺถทฺวยํ สิทฺธํ, วิภตฺติ ปน โชตกมตฺตา. ตตฺถ กาลสงฺขาโต, กาลสทฺทสฺส วา อตฺโถ ยสฺสาติ กาลตฺโถ. สมูหสงฺขาโต, ‘สมูหสทฺทสฺส วา อตฺโถ ยสฺสาติ สมูหตฺโถ, โก โส? สมโย. อิทํ วุตฺตํ โหติ – กาลตฺโถ, สมูหตฺโถ จ สมโย ตตฺถ อภิธมฺเม วุตฺตานํ ผสฺสาทิธมฺมานํ อธิกรณํ อาธาโรติ, ยสฺมึ กาเล, ธมฺมปุญฺเช วา กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึเยว กาเล, ธมฺมปุญฺเช วา ผสฺสาทโยปิ โหนฺตีติ อยญฺหิ ตตฺถ อตฺโถ. นนุ จายํ อุปาทาปญฺญตฺติมตฺโต กาโล, โวหารมตฺโต จ สมูโห, โส กถํ อธิกรณํ สิยา ตตฺถ วุตฺตธมฺมานนฺติ? นายํ โทโส. ยถา หิ กาโล สยํ ปรมตฺถโต อวิชฺชมาโนปิ สภาวธมฺมปริจฺฉินฺนตฺตา อาธารภาเวน ปญฺญาโต, สภาวธมฺมปริจฺฉินฺโน จ ตงฺขณปฺปวตฺตานํ ตโต ปุพฺเพ, ปรโต จ อภาวโต ‘‘ปุพฺพเณฺหชาโต, สายเนฺห อาคจฺฉตี’’ติอาทีสุ, สมูโห จ อวยววินิมุตฺโต วิสุํ อวิชฺชมาโนปิ กปฺปนามตฺตสิทฺธตฺตา อวยวานํ อาธารภาเวน ปญฺญาปียติ ‘‘รุกฺเข สาขา, ยวราสิยํ ปตฺตสมฺภูโต’’ติอาทีสุ, เอวมิธาปิ สภาวธมฺมปริจฺฉินฺนตฺตา, กปฺปนามตฺตสิทฺธตฺตา จ ตทุภยํ ตตฺถ วุตฺตธมฺมานํ อธิกรณภาเวน ปญฺญาปียตีติ.

‘‘ขณสมวายเหตุสงฺขาตสฺสา’’ติอาทิ ภาเวนภาวลกฺขณตฺถสมฺภวทสฺสนํ. ตตฺถ ขโณ นาม อฏฺฐกฺขณวินิมุตฺโต นวโม พุทฺธุปฺปาทกฺขโณ, ยานิ วา ปเนตานิ ‘‘จตฺตาริมานิ ภิกฺขเว, จกฺกานิ, เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมุสฺสานํ จตุจกฺกํ ปวตฺตตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๑) เอตฺถ ปติรูปเทสวาโส สปฺปุริสูปนิสฺสโย อตฺตสมฺมาปณีธิ ปุพฺเพกตปุญฺญตาติ จตฺตาริ จกฺกานิ วุตฺตานิ, ตานิ เอกชฺฌํ กตฺวา โอกาสฏฺเฐน ‘‘ขโณ’’ติ เวทิตพฺพานิ. ตานิ หิ กุสลุปฺปตฺติยา โอกาสภูตานิ. สมวาโย นาม ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๐๔; ๓.๔๒๑, ๔๒๕, ๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๓, ๔๔; สํ. นิ. ๓.๖๐; กถา. ๔๖๕, ๔๖๗) นิทฺทิฏฺฐา จกฺขุวิญฺญาณาทิสาธารณผลนิปฺผาทกตฺเตน สณฺฐิตา จกฺขุรูปาทิปจฺจยสามคฺคี. จกฺขุรูปาทีนญฺหิ จกฺขุวิญฺญาณาทิ สาธารณผลํ. เหตุ นาม โยนิโสมนสิการาทิชนกเหตุ. ยถาวุตฺตสฺส ขณสงฺขาตสฺส, สมวายสงฺขาตสฺส, เหตุสงฺขาตสฺส จ สมยสฺส สตฺตาสงฺขาเตน ภาเวน เตสํ ผสฺสาทีนํ ธมฺมานํ สตฺตาสงฺขาโต ภาโว ลกฺขียติ วิญฺญายตีติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา ‘‘คาวีสุ ทุยฺหมานาสุ คโต, ทุทฺธาสุ อาคโต’’ติ เอตฺถ โทหนกิริยาย คมนกิริยา ลกฺขียติ, เอวมิธาปิ ยถาวุตฺตสฺส สมยสฺส สตฺตากิริยาย จิตฺตสฺส อุปฺปาทกิริยา, ผสฺสาทีนํ ภวนกิริยา จ ลกฺขียตีติ. นนุ เจตฺถ สตฺตากิริยา อวิชฺชมานาว, กถํ ตาย ลกฺขียตีติ? สจฺจํ, ตถาปิ ‘‘ยสฺมึ สมเย’’ติ จ วุตฺเต สตีติ อยมตฺโถ วิญฺญายมาโน เอวโหติ อญฺญกิริยาสมฺพนฺธาภาเว ปทตฺถสฺส สตฺตาวิรหาภาวโต, ตสฺมา อตฺถโต คมฺยมานาย ตาย สตฺตากิริยาย ลกฺขียตีติ. อยญฺหิ ตตฺถ อตฺโถ – ยสฺมึ ยถาวุตฺเต ขเณ, ปจฺจยสมวาเย, เหตุมฺหิ วา สติ กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึเยว ขเณ, ปจฺจยสมวาเย, เหตุมฺหิ วา สติ ผสฺสาทโยปิ โหนฺตีติ. อยํ ปน อตฺโถ อภิธมฺเมเยว (อฏฺฐสา. กามาวจรกุสลปทภาชนีเย) นิทสฺสนวเสน วุตฺโต, ยถารหเมส นโย อญฺเญสุปิ สุตฺตปเทสูติ. ตสฺมาติ อธิกรณตฺถสฺส, ภาเวนภาวลกฺขณตฺถสฺส จ สมฺภวโต. ตทตฺถโชตนตฺถนฺติ ตทุภยตฺถสฺส สมยสทฺทตฺถภาเวน วิชฺชมานสฺเสว ภุมฺมวจนวเสน ทีปนตฺถํ. วิภตฺติโย หิ ปทีโป วิย วตฺถุโน วิชฺชมานสฺเสว อตฺถสฺส โชตกาติ, อยมตฺโถ สทฺทสตฺเถสุ ปากโฏเยว.

เหตุอตฺโถ, กรณตฺโถ จ สมฺภวตีติ ‘‘อนฺเนน วสติ, วิชฺชาย วสตี’’ติอาทีสุ วิย เหตุอตฺโถ, ‘‘ผรสุนา ฉินฺทติ, กุทาเลน ขณตี’’ติอาทีสุ วิย กรณตฺโถ จ สมฺภวติ. กถํ ปน สมฺภวตีติ อาห ‘‘โย หิ โส’’ติอาทิ. วินเย (ปารา. ๒๐) อาคตสิกฺขาปทปญฺญตฺติยาจนวตฺถุวเสน เถรํ มริยาทํ กตฺวา ‘‘สาริปุตฺตาทีหิปิ ทุวิญฺเญยฺโย’’ติ วุตฺตํ. เตน สมเยน เหตุภูเตน กรณภูเตนาติ เอตฺถ ปน ตํตํวตฺถุวีติกฺกโมว สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา เหตุ เจว กรณญฺจ. ตถา หิ ยทา ภควา สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา ปฐมเมว เตสํ เตสํ ตตฺถ ตตฺถ สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุภูตํ ตํ ตํ วีติกฺกมํ อเปกฺขมาโน วิหรติ, ตทา ตํ ตํ วีติกฺกมํ อเปกฺขิตฺวา ตทตฺถํ วสตีติ สิทฺโธ วตฺถุวีติกฺกมสฺส สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุภาโว ‘‘อนฺเนนวสตี’’ติอาทีสุ อนฺนมเปกฺขิตฺวา ตทตฺถํ วสตีติอาทินา การเณน อนฺนาทีนํ เหตุภาโว วิย. สิกฺขาปทปญฺญตฺติกาเล ปน เตเนว ปุพฺพสิทฺเธน วีติกฺกเมน สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ, ตสฺมา สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา สาธกตมตฺตา กรณภาโวปิ วีติกฺกมสฺเสว สิทฺโธ ‘‘อสินา ฉินฺทตี’’ติอาทีสุ อสินา ฉินฺทนกิริยํ สาเธตีติอาทินา การเณน อสิอาทีนํ กรณภาโว วิย. เอวํ สนฺเตปิ วีติกฺกมํ อเปกฺขมาโน เตเนว สทฺธึ ตนฺนิสฺสิตมฺปิ กาลํ อเปกฺขิตฺวา วิหรตีติ กาลสฺสาปิ อิธ เหตุภาโว วุตฺโต, สิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺโต จ ตํ ตํ วีติกฺกมกาลํ อนติกฺกมิตฺวา เตเนว กาเลน สิกฺขาปทํ ปญฺญเปตีติ วีติกฺกมนิสฺสยสฺส กาลสฺสาปิ กรณภาโว วุตฺโต, ตสฺมา อิมินา ปริยาเยน กาลสฺสาปิ เหตุภาโว, กรณภาโว จ ลพฺภตีติ วุตฺตํ ‘‘เตน สมเยน เหตุภูเตน กรณภูเตนา’’ติ, นิปฺปริยาเยน ปน วีติกฺกโมเยว เหตุภูโต, กรณภูโต จ. โส หิ วีติกฺกมกฺขเณ เหตุ หุตฺวา ปจฺฉา สิกฺขาปทปญฺญาปนกฺขเณ กรณมฺปิ โหตีติ. สิกฺขาปทานิ ปญฺญาปยนฺโตติ วีติกฺกมํ ปุจฺฉิตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา โอติณฺณวตฺถุํ ตํ ปุคฺคลํ ปฏิปุจฺฉิตฺวา, วิครหิตฺวา จ ตํ ตํ วตฺถุโอติณฺณกาลํ อนติกฺกมิตฺวา เตเนว กาเลน กรณภูเตน สิกฺขาปทานิ ปญฺญเปนฺโต. สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุญฺจ อเปกฺขมาโนติ ตติยปาราชิกาทีสุ (ปารา. ๑๖๒) วิย สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา เหตุภูตํ ตํ ตํ วตฺถุวีติกฺกมสมยํ อเปกฺขมาโน เตน สมเยน เหตุภูเตน ภควา ตตฺถ ตตฺถ วิหาสีติ อตฺโถ.

‘‘สิกฺขาปทานิ ปญฺญาปยนฺโต, สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุญฺจ อเปกฺขมาโน’’ติ อิทํ ยถากฺกมํ กรณภาวสฺส, เหตุภาวสฺส จ สมตฺถนวจนํ, ตสฺมา ตทนุรูปํ ‘‘เตนสมเยน กรณภูเตน เหตุภูเตนา’’ติ เอวํ วตฺตพฺเพปิ ปฐมํ ‘‘เหตุภูเตนา’’ติ อุปฺปฏิปาฏิวจนํ ตตฺถ เหตุภาวสฺส สาติสยมธิปฺเปตตฺตา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ภควา หิ เวรญฺชายํ วิหรนฺโต ธมฺมเสนาปติตฺเถรสฺส สิกฺขาปทปญฺญตฺติยาจนเหตุภูตํ ปริวิตกฺกสมยํ อเปกฺขมาโน เตน สมเยน เหตุภูเตน วิหาสี’’ติ ตีสุปิ กิร คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. ‘‘กึ ปเนตฺถ ยุตฺติจินฺตาย, อาจริยสฺส อิธ กมวจนิจฺฉา นตฺถีติ เอวเมตํ คเหตพฺพํ – อญฺญาสุปิ หิ อฏฺฐกถาสุ อยเมว อนุกฺกโม วุตฺโต, น จ ตาสุ ‘เตน สมเยน เวรญฺชายํ วิหรตี’ติ วินยปาฬิปเท เหตุอตฺถสฺเสว สาติสยํ อธิปฺเปตภาวทีปนตฺถํ วุตฺโต อวิสยตฺตา, สิกฺขาปทานิ ปญฺญาปยนฺโต เหตุภูเตน, กรณภูเตน จ สมเยน วิหาสิ, สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุญฺจ อเปกฺขมาโน เหตุภูเตน สมเยน วิหาสีติ เอวเมตฺถ ยถาลาภํ สมฺพนฺธภาวโต เอวํ วุตฺโต’’ติปิ วทนฺติ. ตสฺมาติ ยถาวุตฺตสฺส ทุวิธสฺสาปิ อตฺถสฺส สมฺภวโต. ตทตฺถโชตนตฺถนฺติ วุตฺตนเยน กรณวจเนน ตทุภยตฺถสฺส โชตนตฺถํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ วินเย. เอตฺถ จ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา เอว วีติกฺกมสมยสฺส สาธกตมตฺตา ตสฺส กรณภาเว ‘‘สิกฺขาปทานิ ปญฺญาปยนฺโต’’ติ อชฺฌาหริตปเทน สมฺพนฺโธ, เหตุภาเว ปน ตทเปกฺขนมตฺตตฺตา ‘‘วิหรตี’’ติ ปเทเนวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถาเยว หิ วุตฺตํ ‘‘เตน สมเยน เหตุภูเตน, กรณภูเตน จ สิกฺขาปทานิ ปญฺญาปยนฺโต, สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุญฺจ อเปกฺขมาโน ภควา ตตฺถ ตตฺถ วิหาสี’’ติ. กรณญฺหิ กิริยตฺถํ, น เหตุ วิย กิริยาการณํ. เหตุ ปน กิริยาการณํ, น กรณํ วิย กิริยตฺโถติ.

‘‘อิธ ปนา’’ติอาทินา อุปโยควจนสฺส อจฺจนฺตสํโยคตฺถสมฺภวทสฺสนํ, อจฺจนฺตเมว ทพฺพคุณกิริยาหิ สํโยโค อจฺจนฺตสํโยโค, นิรนฺตรเมว เตหิ สํยุตฺตภาโวติ วุตฺตํ โหติ. โสเยวตฺโถ ตถา. เอวํชาติเกติ เอวํสภาเว. กถํ สมฺภวตีติ อาห ‘‘ยญฺหี’’ติอาทิ. อจฺจนฺตเมวาติ อารพฺภโต ปฏฺฐาย ยาว เทสนานิฏฺฐานํ, ตาว เอกํสเมว, นิรนฺตรเมวาติ อตฺโถ. กรุณาวิหาเรนาติ ปรหิตปฏิปตฺติสงฺขาเตน กรุณาวิหาเรน. ตถา หิ กรุณานิทานตฺตา เทสนาย อิธ ปรหิตปฏิปตฺติ ‘‘กรุณาวิหาโร’’ติ วุตฺตา, น ปน กรุณาสมาปตฺติวิหาโร. น หิ เทสนากาเล เทเสตพฺพธมฺมวิสยสฺส เทสนาญาณสฺส สตฺตวิสยาย มหากรุณาย สหุปฺปตฺติ สมฺภวติ ภินฺนวิสยตฺตา, ตสฺมา กรุณาย ปวตฺโต วิหาโรติ กตฺวา ปรหิตปฏิปตฺติวิหาโร อิธ ‘‘กรุณาวิหาโร’’ติ เวทิตพฺโพ. ตสฺมาติ อจฺจนฺตสํโยคตฺถสมฺภวโต. ตทตฺถโชตนตฺถนฺติ วุตฺตนเยน อุปโยควิภตฺติยา ตทตฺถสฺส โชตนตฺถํ อุปโยคนิทฺเทโส กโต ยถา ‘‘มาสํ สชฺฌายติ, ทิวสํ ภุญฺชตี’’ติ. เตนาติ เยน การเณน อภิธมฺเม, อิโต อญฺเญสุ จ สุตฺตปเทสุ ภุมฺมวจนสฺส อธิกรณตฺโถ, ภาเวนภาวลกฺขณตฺโถ จ, วินเย กรณวจนสฺส เหตุอตฺโถ, กรณตฺโถ จ อิธ อุปโยควจนสฺส อจฺจนฺตสํโยคตฺโถ สมฺภวติ, เตนาติ อตฺโถ. เอตนฺติ ยถา วุตฺตสฺสตฺถสฺส สงฺคหคาถาปทํ อญฺญตฺราติ อภิธมฺเม อิโต อญฺเญสุ สุตฺตปเทสุ, วินเย จ. สมโยติ สมยสทฺโท. สทฺเทเยว หิ วิภตฺติปรา ภวติอตฺเถ อสมฺภวโต. โสติ เสฺวว สมยสทฺโท.

เอวํ อตฺตโน มตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ โปราณาจริยมตึ ทสฺเสตุํ ‘‘โปราณา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. โปราณาติ จ ปุริมา อฏฺฐกถาจริยา. ‘‘ตสฺมึ สมเย’’ติ วา…เป… ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ วา เอส เภโทติ สมฺพนฺโธ. อภิลาปมตฺตเภโทติ วจนมตฺเตน เภโท วิเสโส, น ปน อตฺเถน, เตนาห ‘‘สพฺพตฺถ ภุมฺมเมวตฺโถ’’ติ, สพฺเพสุปิ อตฺถโต อาธาโร เอว อตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. อิมินา จ วจเนน สุตฺตวินเยสุ วิภตฺติวิปริณาโม กโต, ภุมฺมตฺเถ วา อุปโยคกรณวิภตฺติโย สิทฺธาติ ทสฺเสติ. ‘‘ตสฺมา’’ติอาทินา เตสํ มติทสฺสเน คุณมาห.

ภาริยฏฺเฐน ครุ. ตเทวตฺถํ สงฺเกตโต สมตฺเถติ ‘‘ครุํ หี’’ติอาทินา สงฺเกตวิสโย หิ สทฺโท ตํววตฺถิโตเยว เจส อตฺถโพธโกติ. ครุนฺติ ครุกาตพฺพํ ชนํ. ‘‘โลเก’’ติ อิมินา น เกวลํ สาสเนเยว, โลเกปิ ครุกาตพฺพฏฺเฐน ภควาติ สงฺเกตสิทฺธีติ ทสฺเสติ. ยทิ ครุกาตพฺพฏฺเฐน ภควา, อถ อยเมว สาติสยํ ภควา นามาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยญฺจา’’ติอาทิมาห. ตถา หิ โลกนาโถ อปริมิตนิรุปมปฺปภาวสีลาทิคุณวิเสสสมงฺคิตาย, สพฺพานตฺถปริหารปุพฺพงฺคมาย นิรวเสสหิตสุขวิธานตปฺปราย นิรติสยาย ปโยคสมฺปตฺติยา สเทวมนุสฺสาย ปชาย อจฺจนฺตุปการิตาย จ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ อุตฺตมํ คารวฏฺฐานนฺติ. น เกวลํ โลเกเยว, อถ โข สาสเนปีติ ทสฺเสติ ‘‘โปราเณหี’’ติอาทินา, โปราเณหีติ จ อฏฺฐกถาจริเยหีติ อตฺโถ. เสฏฺฐวาจกวจนมฺปิ เสฏฺฐคุณสหจรณโต เสฏฺฐเมวาติ วุตฺตํ ‘‘ภควาติ วจนํ เสฏฺฐ’’นฺติ. วุจฺจติ อตฺโถ, เอเตนาติ หิ วจนํ, สทฺโท. อถ วา วุจฺจตีติ วจนํ, อตฺโถ, ตสฺมา โย ‘‘ภควา’’ติ วจเนน วจนีโย อตฺโถ, โส เสฏฺโฐติ อตฺโถ. ภควาติ วจนมุตฺตมนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. คารวยุตฺโตติ ครุภาวยุตฺโต ครุคุณโยคตฺตา, สาติสยํ วา ครุกรณารหตาย คารวยุตฺโต, คารวารโหติ อตฺโถ. เยน การณตฺตเยน โส ตถาคโต ครุ ภาริยฏฺเฐน, เตน ‘‘ภควา’’ติ วุจฺจตีติ สมฺพนฺโธ. ครุตาการณทสฺสนเญฺหตํ ปทตฺตยํ. ‘‘สิปฺปาทิสิกฺขาปกาปิ ครูเยว นาม โหนฺติ, น จ คารวยุตฺตา, อยํ ปน ตาทิโส น โหติ, ตสฺมา ครูติ กตฺวา ‘คารวยุตฺโต’ติ วุตฺต’’นฺติ เกจิ. เอวํ สติ ตเทตํ วิเสสนปทมตฺตํ, ปุริมปททฺวยเมว การณทสฺสนํ สิยา.

อปิจาติ อตฺถนฺตรวิกปฺปตฺเถ นิปาโต, อปโร นโยติ อตฺโถ. ตตฺถ –

‘‘วณฺณคโม วณฺณวิปริยาโย,

เทฺว จาปเร วณฺณวิการนาสา;

ธาตูนมตฺถาติสเยน โยโค,

ตทุจฺจเต ปญฺจวิธา นิรุตฺตี’’ติ. –

วุตฺตํ นิรุตฺติลกฺขณํ คเหตฺวา, ‘‘ปิโสทราทีนิ ยโถปทิฏฺฐ’’นฺติ วุตฺตสทฺทนเยน วา ปิโสทราทิอากติคณปกฺเขปลกฺขณํ คเหตฺวา โลกิย โลกุตฺตรสุขาภินิพฺพตฺตกํ สีลาทิปารปฺปตฺตํ ภาคฺยมสฺส อตฺถีติ ‘‘ภาคฺยวา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ภควา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ภาคฺยวา’’ติ. ตถา อเนกเภทภินฺนกิเลสสตสหสฺสานิ, สงฺเขปโต วา ปญฺจมาเร อภญฺชีติ ‘‘ภคฺควา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ภควา’’ติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ ‘‘ภคฺควา’’ติ อิมินา. โลเก จ ภค-สทฺโท อิสฺสริยธมฺมยสสิรีกามปยตฺเตสุ ฉสุ ธมฺเมสุ ปวตฺตติ, เต จ ภคสงฺขาตา ธมฺมา อสฺส สนฺตีติ ภควาติ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยุตฺโต ภเคหิ จา’’ติ วุตฺตํ. กุสลาทีหิ อเนกเภเทหิ สพฺพธมฺเม วิภชิ วิภชิตฺวา วิวริตฺวา เทเสสีติ ‘‘วิภตฺตวา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ภควา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘วิภตฺตวา’’ติ. ทิพฺพพฺรหฺมอริยวิหาเร, กายจิตฺตอุปธิวิเวเก, สุญฺญตานิมิตฺตาปฺปณิหิตวิโมกฺเข, อญฺเญ จ โลกิยโลกุตฺตเร อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม ภชิ เสวิ พหุลมกาสีติ ‘‘ภตฺตวา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ภควา’’ติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ ‘‘ภตฺตวา’’ติ อิมินา. ตีสุ ภเวสุ ตณฺหาสงฺขาตํ คมนมเนน วนฺตํ วมิตนฺติ ‘‘ภเวสุ วนฺตคมโน’’ติ วตฺตพฺเพ ภวสทฺทโต ภ-การํ คมนสทฺทโต ค-การํ วนฺตสทฺทโต ว-การํ อาทาย, ตสฺส จ ทีฆํ กตฺวา วณฺณวิปริยาเยน ‘‘ภควา’’ติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘วนฺตคมโน ภเวสู’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ยโต ภาคฺยวา, ตโต ภควา’’ติอาทินา ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ. อสฺส ปทสฺสาติ ‘‘ภควา’’ติ ปทสฺส. วิตฺถารตฺโถติ วิตฺถารภูโต อตฺโถ. ‘‘โส จา’’ติอาทินา คนฺถมหตฺตํ ปริหรติ. วุตฺโตเยว, น ปน อิธ ปน วตฺตพฺโพ วิสุทฺธิมคฺคสฺส อิมิสฺสา อฏฺฐกถาย เอกเทสภาวโตติ อธิปฺปาโย.

อปิจ ภเค วนิ, วมีติ วา ภควา. โส หิ ภเค สีลาทิคุเณ วนิ ภชิ เสวิ, เต วา ภคสงฺขาเต สีลาทิคุเณ วิเนยฺยสนฺตาเนสุ ‘‘กถํ นุ โข อุปฺปชฺเชยฺยุ’’นฺติ วนิ ยาจิ ปตฺถยิ, เอวํ ภเค วนีติ ภควา, ภเค วา สิรึ, อิสฺสริยํ, ยสญฺจ วมิ เขฬปิณฺฑํ วิย ฉฑฺฑยิ. ตถา หิ ภควา หตฺถคตํ จกฺกวตฺติสิรึ, จตุทีปิสฺสริยํ, จกฺกวตฺติสมฺปตฺติสนฺนิสฺสยญฺจ สตฺตรตนสมุชฺชลํ ยสํ อนเปกฺโข ฉฑฺฑยิ. อถ วา ภานิ นาม นกฺขตฺตานิ, เตหิ สมํ คจฺฉนฺติ ปวตฺตนฺตีติ ภคา อาการสฺส รสฺสํ กตฺวา, สิเนรุยุคนฺธราทิคตา ภาชนโลกโสภา. ตา ภคา วมิ ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคปฺปหาเนน ปชหิ, เอวํ ภเค วมีติ ภควาติ เอวมาทีหิ ตตฺถ ตตฺถาคตนเยหิ จสฺส อตฺโถ วตฺตพฺโพ, อเมฺหหิ ปน โส คนฺถภีรุชนานุคฺคหณตฺถํ, คนฺถครุตาปริหรณตฺถญฺจ อชฺฌุเปกฺขิโตติ.

เอวเมเตสํ อวยวตฺถํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สมุทายตฺถํ ทสฺเสนฺโต ปุริมปทตฺตยสฺส สมุทายตฺเถน วุตฺตาวเสเสน เตสมตฺถานํ ปฏิโยคิตาย เตนาปิ สห ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺตาวตา’’ติอาทิมาห. เอตฺตาวตาติ เอตสฺส ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ วจเนน ‘‘เอกํ สมยํ ภควา’’ ติวจเนนาติ อิเมหิ สมฺพนฺโธ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ นิทานวจเน. ยถาสุตํ ธมฺมํ เทเสนฺโตติ เอตฺถ อนฺต-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ตถาเทสิตตฺตา หิ ปจฺจกฺขํ กโรติ นาม. เอส นโย อปรตฺถาปิ. ‘‘โย โข อานนฺท, มยา ธมฺโม จ…เป… สตฺถา’’ติ วจนโต ธมฺมสฺส สตฺถุภาวปริยาโย วิชฺชเตวาติ กตฺวา ‘‘ธมฺมสรีรํ ปจฺจกฺขํ กโรตี’’ติ วุตฺตํ. ธมฺมกายนฺติ หิ ภควโต สมฺพนฺธีภูตํ ธมฺมสงฺขาตํ กายนฺติ อตฺโถ. ตถา จ วุตฺตํ ‘‘ธมฺมกาโยติ ภิกฺขเว, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ. ตํ ปน กิมตฺถิยนฺติ อาห ‘‘เตนา’’ติอาทิ. เตนาติ จ ตาทิเสน ปจฺจกฺขกรเณนาติ อตฺโถ. อิทํ อธุนา วกฺขมานสุตฺตํ ปาวจนํ ปกฏฺฐํ อุตฺตมํ พุทฺธสฺส ภควโต วจนํ นาม. ตสฺมา ตุมฺหากํ อติกฺกนฺตสตฺถุกํ อตีตสตฺถุกภาโว น โหตีติ อตฺโถ. ภาวปฺปธาโน หิ อยํ นิทฺเทโส, ภาวโลโป วา, อิตรถา ปาวจนเมว อนติกฺกนฺตสตฺถุกํ, สตฺถุอทสฺสเนน ปน อุกฺกณฺฐิตสฺส ชนสฺส อติกฺกนฺตสตฺถุกภาโวติ อตฺโถ อาปชฺเชยฺย, เอวญฺจ สติ ‘‘อยํ โว สตฺถาติ สตฺถุอทสฺสเนน อุกฺกณฺฐิตํ ชนํ สมสฺสาเสตี’’ ติวจเนน สห วิโรโธ ภเวยฺยาติ วทนฺติ. อิทํ ปาวจนํ สตฺถุกิจฺจนิปฺผาทเนน น อตีตสตฺถุกนฺติ ปน อตฺโถ. สตฺถูติ กมฺมตฺเถ ฉฏฺฐี, สมาสปทํ วา เอตํ สตฺถุอทสฺสเนนาติ. อุกฺกณฺฐนํ อุกฺกณฺโฐ, กิจฺฉชีวิตา. ‘‘กฐ กิจฺฉชีวเน’’ติ หิ วทนฺติ. ตมิโต ปตฺโตติ อุกฺกณฺฐิโต, อนภิรติยา วา ปีฬิโต วิกฺขิตฺตจิตฺโต หุตฺวา สีสํ อุกฺขิปิตฺวา อุทฺธํ กณฺฐํ กตฺวา อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต อาหิณฺฑติ, วิหรติ จาติ อุกฺกณฺฐิโต นิรุตฺตินเยน, ตํ อุกฺกณฺฐิตํ. สทฺทสามตฺถิยาธิคตมตฺโต เจส, โวหารโต ปน อนภิรติยา ปีฬิตนฺติ อตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ. สมสฺสาเสตีติ อสฺสาสํ ชเนติ.

ตสฺมึ สมเยติ อิมสฺส สุตฺตสฺส สงฺคีติสมเย. กามํ วิชฺชมาเนปิ ภควติ เอวํ วตฺตุมรหติ, อิธ ปน อวิชฺชมาเนเยว ตสฺมึ เอวํ วทติ, ตสฺมา สนฺธายภาสิตวเสน ตทตฺถํ ทสฺเสตีติ อาห ‘‘อวิชฺชมานภาวํ ทสฺเสนฺโต’’ติ. ปรินิพฺพานนฺติ อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุวเสน ขนฺธปรินิพฺพานํ. เตนาติ ตถาสาธเนน. เอวํวิธสฺสาติ เอวํปการสฺส, เอวํสภาวสฺสาติปิ อตฺโถ. นาม-สทฺโท ครหายํ นิปาโต ‘‘อตฺถิ นาม อานนฺท เถรํ ภิกฺขุํ วิเหสิยมานํ อชฺฌุเปกฺขิสฺสถา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๑๖๖) วิย, เตน เอทิโส อปิ ภควา ปรินิพฺพุโต, กา นาม กถา อญฺเญสนฺติ ครหตฺถํ โชเตติ. อริยธมฺมสฺสาติ อริยานํ ธมฺมสฺส, อริยภูตสฺส วา ธมฺมสฺส. ทสวิธสฺส กายพลสฺส, ญาณพลสฺส จ วเสน ทสพลธโร. วชิรสฺส นาม มณิวิเสสสฺส สงฺฆาโต สมูโห เอกคฺฆโน, เตน สมาโน กาโย ยสฺสาติ ตถา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา วชิรสงฺฆาโต นาม น อญฺเญน มณินา วา ปาสาเณน วา เภชฺโช, อปิ ตุ โสเยว อญฺญํ มณึ วา ปาสาณํ วา ภินฺทติ. เตเนว วุตฺตํ ‘‘วชิรสฺส นตฺถิ โกจิ อเภชฺโช มณิ วา ปาสาโณ วา’’ติ, เอวํ ภควาปิ เกนจิ อเภชฺชสรีโร. น หิ ภควโต รูปกาเย เกนจิ อนฺตราโย กาตุํ สกฺกาติ. นามสทฺทสฺส ครหาโชตกตฺตา ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนโชตโก ‘‘น เกวลํ ภควาเยว, อถ โข อญฺเญปี’’ติ. เอตฺถ จ เอวํคุณสมนฺนาคตตฺตา อปรินิพฺพุตสภาเวน ภวิตุํ ยุตฺโตปิ เอส ปรินิพฺพุโต เอวาติ ปกรณานุรูปมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอว’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อาสา ปตฺถนา เกน ชเนตพฺพา, น ชเนตพฺพา เอวาติ อตฺโถ. ‘‘อหํ จิรํ ชีวึ, จิรํ ชีวามิ, จิรํ ชีวิสฺสามิ, สุขํ ชีวึ, สุขํ ชีวามิ, สุขํ ชีวิสฺสามี’’ติ มชฺชนวเสน อุปฺปนฺโน มาโน ชีวิตมโท นาม, เตน มตฺโต ปมตฺโต ตถา. สํเวเชตีติ สํเวคํ ชเนติ, ตโตเยว อสฺส ชนสฺส สทฺธมฺเม อุสฺสาหํ ชเนติ. สํเวชนญฺหิ อุสฺสาหเหตุ ‘‘สํวิคฺโค โยนิโส ปทหตี’’ติ วจนโต.

เทสนาสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ วกฺขมานสฺส สกลสุตฺตสฺส ‘‘เอว’’นฺติ นิทสฺสนโต. สาวกสมฺปตฺตินฺติ สุณนฺตปุคฺคลสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺเตน ปญฺจสุ ฐาเนสุ ภควตา เอตทคฺเค ฐปิเตน, ปญฺจสุ จ โกสลฺเลสุ อายสฺมตา ธมฺมเสนาปตินา ปสํสิเตน มยา มหาสาวเกน สุตํ, ตญฺจ โข สยเมว สุตํ น อนุสฺสุตํ, น จ ปรมฺปราภตนฺติ อตฺถสฺส ทีปนโต. กาลสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ ภควาติสทสนฺนิธาเน ปยุตฺตสฺส สมยสทฺทสฺส พุทฺธุปฺปาท-ปฏิมณฺฑิต-สมย-ภาว-ทีปนโต. พุทฺธุปฺปาทปรมา หิ กาลสมฺปทา. เตเนตํ วุจฺจติ –

‘‘กปฺปกสายกลิยุเค, พุทฺธุปฺปาโท อโห มหจฺฉริยํ;

หุตวหมชฺเฌ ชาตํ, สมุทิตมกรนฺทมรวินฺท’’นฺติ. (ที. นิ. ฏี. ๑.๑; สํ. นิ. ฏี. ๑.๑);

ตสฺสายมตฺโถ – กปฺปสงฺขาตกาลสญฺจยสฺส เลขนวเสน ปวตฺเต กลิยุคสงฺขาเต สกราชสมฺมเต วสฺสาทิสมูเห ชาโต พุทฺธุปฺปาทขณสงฺขาโต ทินสมูโห อนฺธสฺส ปพฺพตาโรหนมิว กทาจิ ปวตฺตนฏฺเฐน, อจฺฉรํ ปหริตุํ ยุตฺตฏฺเฐน จ มหจฺฉริยํ โหติ. กิมิว ชาตนฺติ เจ? หุตวหสงฺขาตสฺส ปาวกสฺส มชฺเฌ สมฺมา อุทิตมธุมนฺตํ อรวินฺทสงฺขาตํ วาริชมิว ชาตนฺติ. เทสกสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ คุณวิสิฏฺฐสตฺตุตฺตมคารวาธิวจนโต.

เอวํ ปทฉกฺกสฺส ปทานุกฺกเมน นานปฺปการโต อตฺถวณฺณนํ กตฺวา อิทานิ ‘‘อนฺตรา จ ราชคห’’นฺติอาทีนํ ปทานมตฺถวณฺณนํ กโรนฺโต ‘‘อนฺตรา จา’’ติอาทิมาห. อนฺตรา จ ราชคหํ อนฺตรา จ นาฬนฺทนฺติ เอตฺถ สมภินิวิฏฺโฐ อนฺตรา-สทฺโท ทิสฺสติ สามญฺญวจนียตฺถมเปกฺขิตฺวา ปกรณาทิสามตฺถิยาทิคตตฺถมนฺตเรนาติ อตฺโถ. เอวํ ปนสฺส นานตฺถภาโว ปโยคโต อวคมียตีติ ทสฺเสติ ‘‘ตทนฺตร’’นฺติอาทินา. ตตฺถ ตทนฺตรนฺติ ตํ การณํ. มญฺจ ตญฺจ มนฺเตนฺติ, กิมนฺตรํ กึ การณนฺติ อตฺโถ. วิชฺชนฺตริกายาติ วิชฺชุนิจฺฉรณกฺขเณ. โธวนฺตี อิตฺถี อทฺทสาติ สมฺพนฺโธ. อนฺตรโตติ หทเย. โกปาติ จิตฺตกาลุสฺสิยกรณโต จิตฺตปโกปา ราคาทโย. อนฺตรา โวสานนฺติ อารมฺภนิปฺผตฺตีนํ เวมชฺเฌ ปริโยสานํ อาปาทิ. อปิจาติ ตถาปิ, เอวํ ปภวสมฺปนฺเนปีติ อตฺโถ. ทฺวินฺนํ มหานิรยานนฺติ โลหกุมฺภีนิรเย สนฺธายาห. อนฺตริกายาติ อนฺตเรน. ราชคหนครํ กิร อาวิชฺฌิตฺวา มหาเปตโลโก. ตตฺถ ทฺวินฺนํ มหาโลหกุมฺภีนิรยานํ อนฺตเรน อยํ ตโปทา นที อาคจฺฉติ, ตสฺมา สา กุถิตา สนฺทตีติ. สฺวายมิธ วิวเร ปวตฺตติ ตทญฺเญสมสมฺภวโต. เอตฺถ จ ‘‘ตทนฺตรํ โก ชาเนยฺย, (อ. นิ. ๖.๔๔; ๑๐.๗๕) เอเตสํ อนฺตรา กปฺปา, คณนาโต อสงฺขิยา, (พุ. วํ. ๒๘.๙) อนฺตรนฺตรา กถํ โอปาเตตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๔๒๖; ปหา. ว. ๖๖; จูฬว. ๓๗๖) วิย การณเวมชฺเฌสุ วตฺตมานา อนฺตราสทฺทาเยว อุทาหริตพฺพา สิยุํ, น ปน จิตฺตขณวิวเรสุ วตฺตมานา อนฺตริกอนฺตรสทฺทา. อนฺตราสทฺทสฺส หิ อยมตฺถุทฺธาโรติ. อยํ ปเนตฺถาธิปฺปาโย สิยา – เยสุ อตฺเถสุ อนฺตริกสทฺโท, อนฺตรสทฺโท จ ปวตฺตติ, เตสุ อนฺตราสทฺโทปีติ สมานตฺถตฺตา อนฺตราสทฺทตฺเถ วตฺตมาโน อนฺตริกสทฺโท, อนฺตรสทฺโท, จ อุทาหโฏติ. อถ วา อนฺตราสทฺโทเยว ‘‘ยสฺสนฺตรโต’’ติ (อุทา. ๒๐) เอตฺถ คาถาพนฺธสุขตฺถํ รสฺสํ กตฺวา วุตฺโต –

‘‘ยสฺสนฺตรโต น สนฺติ โกปา,

อิติภวาภวตญฺจ วีติวตฺโต;

ตํ วิคตภยํ สุขึ อโสกํ,

เทวา นานุภวนฺติ ทสฺสนายา’’ติ. (อุทา. ๒๐); –

หิ อยํ อุทาเน ภทฺทิยสุตฺเต คาถา. โสเยว อิก-สทฺเทน สกตฺถปวตฺเตน ปทํ วฑฺเฒตฺวา ‘‘อนฺตริกายา’’ติ จ วุตฺโต, ตสฺมา อุทาหรโณทาหริตพฺพานเมตฺถ วิโรธาภาโว เวทิตพฺโพติ. กิมตฺถํ อตฺถวิเสสนิยโม กโตติ อาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. นนุ เจตฺถ อุปโยควจนเมว, อถ กสฺมา สมฺพนฺธียตฺโถ วุตฺโต, สมฺพนฺธียตฺเถ วา กสฺมา อุปโยควจนํ กตนฺติ อนุโยคสมฺภวโต ตํ ปริหริตุํ ‘‘อนฺตราสทฺเทน ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ, เตน สมฺพนฺธียตฺเถ สามิวจนปฺปสงฺเค สทฺทนฺตรโยเคน ลทฺธมิทํ อุปโยควจนนฺติ ทสฺเสติ, น เกวลํ สาสเนว, โลเกปิ เอวเมวิทํ ลทฺธนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อีทิเสสุ จา’’ติอาทิมาห. วิเสสโยคตาทสฺสนมุเขน หิ อยมตฺโถปิ ทสฺสิโต. เอเกนปิ อนฺตรา-สทฺเทน ยุตฺตตฺตา เทฺว อุปโยควจนานิ กาตพฺพานิ. ทฺวีหิ ปน โยเค กา กถาติ อตฺถสฺส สิชฺฌนโต. อกฺขรํ จินฺเตนฺติ ลิงฺควิภตฺติยาทีหีติ อกฺขรจินฺตกา, สทฺทวิทู. อกฺขร-สทฺเทน เจตฺถ ตมฺมูลกานิ ปทาทีนิปิ คเหตพฺพานิ. ยทิปิ สทฺทโต เอกเมว ยุชฺชนฺติ, อตฺถโต ปน โส ทฺวิกฺขตฺตุํ โยเชตพฺโพ เอกสฺสาปิ ปทสฺส อาวุตฺติยาทินเยน อเนกธา สมฺปชฺชนโตติ ทสฺเสติ ‘‘ทุติยปเทนปี’’ติอาทินา. โก ปน โทโส อโยชิเตติ อาห ‘‘อโยชิยมาเน อุปโยควจนํ น ปาปุณาตี’’ติ. ทุติยปทํ น ปาปุณาตีติ อตฺโถ สทฺทนฺตรโยควสา สทฺเทเยว สามิวจนปฺปสงฺเค อุปโยควิภตฺติยา อิจฺฉิตตฺตา. สทฺทาธิกาโร หิ วิภตฺติปโยโค.

อทฺธาน-สทฺโท ทีฆปริยาโยติ อาห ‘‘ทีฆมคฺค’’นฺติ. กิตฺตาวตา ปน โส ทีโฆ นาม ตทตฺถภูโตติ โจทนมปเนติ ‘‘อทฺธานคมนสมยสฺส หี’’ติอาทินา. อทฺธานคมนสมยสฺส วิภงฺเคติ คณโภชนสิกฺขาปทาทีสุ อทฺธานคมนสมยสทฺทสฺส ปทภาชนียภูเต วิภงฺเค (ปาจิ. ๒๑๗). อฑฺฒโยชนมฺปิ อทฺธานมคฺโค, ปเคว ตทุตฺตริ. อฑฺฒเมว โยชนสฺส อฑฺฒโยชนํ, ทฺวิคาวุตมตฺตํ. อิธ ปน จตุคาวุตปฺปมาณํ โยชนเมว, ตสฺมา ‘‘อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน’’ติ วทตีติ อธิปฺปาโย.

มหนฺตสทฺโท อุตฺตมตฺโถ, พหฺวตฺโถ จ อิธาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘มหตา’’ติอาทิ. คุณมหตฺเตนาติ อปฺปิจฺฉตาทิคุณมหนฺตภาเวน. สงฺขฺยามหตฺเตนาติ คณนมหนฺตภาเวน. ตเทวตฺถํ สมตฺเถติ ‘‘โส หี’’ติอาทินา. โส ภิกฺขุสงฺโฆติ อิธ อาคโต ตทา ปริวารภูโต ภิกฺขุสงฺโฆ. มหาติ อุตฺตโม. วาเกฺยปิ หิ ตมิจฺฉนฺติ ปโยควสา. อปฺปิจฺฉตาติ นิลฺโลภตา สทฺโท เจตฺถ สาวเสโส, อตฺโถ ปน นิรวเสโส. น หิ ‘‘อปฺปโลภตาติ อภิตฺถวิตุมรหตี’’ติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. มชฺฌิมาคมฏีกากาโร ปน อาจริยธมฺมปาลตฺเถโร เอวมาห ‘‘อปฺปสทฺทสฺส ปริตฺตปริยายํ มนสิ กตฺวา ‘พฺยญฺชนํ สาวเสสํ วิยา’ติ (มหานิ. อฏฺฐ. ๘๕) อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. อปฺปสทฺโท ปเนตฺถ ‘อภาวตฺโถ’ ติปิ สกฺกา วิญฺญาตุํ ‘อปฺปาพาธตญฺจสญฺชานามี’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๒๕) วิยา’’ติ. สงฺขฺยายปิ มหาติ คณนายปิ พหุ อโหสิ, ‘‘ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ ปทาวตฺถิกนฺตวจนวเสน สํวณฺเณตพฺพปทสฺส เฉทนมิว โหตีติ ตทปรามสิตฺวา ‘‘เตน ภิกฺขุสงฺเฆนา’’ติ ปุน วากฺยาวตฺถิกนฺตวจนวเสน สํวณฺเณตพฺพปเทน สทิสีกรณํ. เอสา หิ สํวณฺณนกานํ ปกติ, ยทิทํ วิภตฺติยานเปกฺขาวเสน ยถารหํ สํวณฺเณตพฺพปทตฺถํ สํวณฺเณตฺวา ปุน ตตฺถ วิชฺชมานวิภตฺติวเสน ปริวตฺเตตฺวา นิกฺขิปนนฺติ. ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหตตฺตา สงฺโฆติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต อาห ‘‘ทิฏฺฐิสีลสามญฺญสงฺฆาเตน สมณคเณนา’’ติ. เอตฺถ ปน ‘‘ยายํ ทิฏฺฐิ อริยา นิยฺยานิกา นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย, ตถารูปาย ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๔, ๓๕๖; ม. นิ. ๑.๔๙๒; ๓.๕๔; ปริ. ๒๗๔) เอวํ วุตฺตาย ทิฏฺฐิยา. ‘‘ยานิ ตานิ สีลานิ อขณฺฑานิ อจฺฉิทฺทานิ อสพลานิ อกมฺมาสานิ ภุชิสฺสานิ วิญฺญุปฺปสตฺถานิ อปรามฏฺฐานิ สมาธิสํวตฺตนิกานิ, ตถารูเปสุ สีเลสุ สีลสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๓; ม. นิ. ๑.๔๙๒; ๓.๕๔; อ. นิ. ๖.๑๑; ปริ. ๒๗๔) เอวํ วุตฺตานญฺจ สีลานํ สามญฺเญน สงฺฆาโต สงฺฆฏิโต สเมโตติ ทิฏฺฐิสีลสามญฺญสงฺฆาโต, สมณคโณ, ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหโตติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ทิฏฺฐิสีลสามญฺญสงฺฆาฏสงฺขาเตนา’’ ติปิ ปาโฐ. ตถา สงฺขาเตน กติเตนาติ อตฺโถ. ตถา หิ ทิฏฺฐิสีลาทีนํ นิยตสภาวตฺตา โสตาปนฺนาปิ อญฺญมญฺญํ ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหตา, ปเคว สกทาคามิอาทโย, ตถา จ วุตฺตํ ‘‘นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’ติ, (สํ. นิ. ๒.๔๑; ๕.๑๙๘, ๑๐๐๔) ‘‘อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล สญฺจิจฺจปาณํ ชีวิตา โวโรเปยฺย, เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ จ อาทิ. อริยปุคฺคลสฺส หิ ยตฺถ กตฺถจิ ทูเร ฐิตาปิ อตฺตโน คุณสามคฺคิยา สํหตตาเยว, ‘‘ตถารูปาย ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิสามญฺญคโต วิหรติ, (ม. นิ. ๑.๔๙๒) ตถารูเปสุ สีเลสุ สีลสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๙๒) วจนโต ปน ปุถุชฺชนานมฺปิ ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหตภาโว ลพฺภติเยว. สทฺธึ-สทฺโท เอกโตติ อตฺเถ นิปาโต. ปญฺจ…เป… มตฺตานีติ ปญฺจ-สทฺเทน มตฺตสทฺทํ สงฺขิปิตฺวา พาหิรตฺถสมาโส วุตฺโต. เอเตสนฺติ ภิกฺขุสตานํ. ปุน ปญฺจ มตฺตา ปมาณาติ พฺยาโส, นิการโลโป เจตฺถ นปุํสกลิงฺคตฺตา.

สุปฺปิโยติ ตสฺส นามเมว, น คุณาทิ. น เกวลํ ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ภควาเยว, อถ โข สุปฺปิโยปิ ปริพฺพาชโก พฺรหฺมทตฺเตน มาณเวน สทฺธินฺติ ปุคฺคลํ สมฺปิณฺเฑติ, ตญฺจ โข มคฺคปฏิปนฺนสภาคตาย เอว, น สีลาจาราทิสภาคตายาติ วุตฺตํ ‘‘ปิ-กาโร’’ติอาทิ. สุขุจฺจารณวเสน ปุพฺพาปรปทานํ สมฺพนฺธมตฺตกรภาวํ สนฺธาย ‘‘ปทสนฺธิกโร’’ติ วุตฺตํ, น ปน สรพฺยญฺชนาทิสนฺธิภาวํ, เตนาห ‘‘พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตาวเสน วุตฺโต’’ติ, เอเตน ปทปูรณมตฺตนฺติ ทสฺเสติ. อปิจ อวธารณตฺโถปิ โข-สทฺโท ยุตฺโต ‘‘อสฺโสสิ โข เวรญฺโช พฺราหฺมโณ’’ติอาทีสุ (ปารา. ๑) วิย, เตน อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน อโหสิเยว, นาสฺส มคฺคปฏิปตฺติยา โกจิ อนฺตราโย อโหสีติ อยมตฺโถ ทีปิโต โหติ. สญฺชยสฺสาติ ราชคหวาสิโน สญฺชยนามสฺส ปริพฺพาชกสฺส, ยสฺส สนฺติเก ปฐมํ อุปติสฺสโกลิตาปิ ปพฺพชึสุ ฉนฺนปริพฺพาชโกว, น อเจลกปริพฺพาชโก. ‘‘ยทา, ตทา’’ติ จ เอเตน สมกาลเมว อทฺธานมคฺคปฏิปนฺนตํ ทสฺเสติ. อตีตกาลตฺโถ ปาฬิยํ โหติสทฺโท โยควิภาเคน, ตํกาลาเปกฺขาย วา เอวํ วุตฺตํ, ตทา โหตีติ อตฺโถ.

อนฺเตติ สมีเป. วสตีติ วตฺตปฏิวตฺตาทิกรณวเสน สพฺพิริยาปถสาธารณวจนํ, อวจรตีติ วุตฺตํ โหติ, เตเนวาห ‘‘สมีปจาโร สนฺติกาวจโร สิสฺโส’’ติ. โจทิตา เทวทูเตหีติ ทหรกุมาโร ชราชิณฺณสตฺโต คิลาโน กมฺมการณา, กมฺมการณิกา วา มตสตฺโตติ อิเมหิ ปญฺจหิ เทวทูเตหิ โจทิตา โอวทิตา สํเวคํ อุปฺปาทิตา สมานาปิ. เต หิ เทวา วิย ทูตา, วิสุทฺธิเทวานํ วา ทูตาติ เทวทูตา. หีนกายูปคาติ อปายกายมุปคตา. นรสงฺขาตา เต มาณวาติ สมฺพนฺโธ. สามญฺญวเสน เจตฺถ สตฺโต ‘‘มาณโว’’ติ วุตฺโต, อิตเร ปน วิเสสวเสน. ปกรณาธิคโต เหส อตฺถุทฺธาโรติ. กตกมฺเมหีติ กตโจรกมฺเมหิ. ตรุโณติ โสฬสวสฺสโต ปฏฺฐาย ปตฺตวีสติวสฺโส, อุทานฏฺฐกถายญฺหิ ‘‘สตฺตา ชาตทิวสโต ปฏฺฐาย ยาว ปญฺจทสวสฺสกา, ตาว ‘กุมารกา, พาลา’ติ จ วุจฺจนฺติ. ตโต ปรํ วีสติวสฺสานิ ‘ยุวาโน’’’ติ (อุทา. อฏฺฐ. ๔๔) วุตฺตํ. ตรุโณ, มาณโว, ยุวาติ จ อตฺถโต เอกํ, โลกิยา ปน ‘‘ทฺวาทสวสฺสโต ปฏฺฐาย ยาว ชรมปฺปตฺโต, ตาว ตรุโณ’’ติปิ วทนฺติ.

เตสุ วา ทฺวีสุ ชเนสูติ นิทฺธารเณ ภุมฺมํ. โย วา ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ ปุพฺเพ อธิคโต กาโล, ตสฺส ปฏินิทฺเทโส ตตฺราติ ยญฺหิ สมยํ ภควา อนฺตรา ราชคหญฺจ นาฬนฺทญฺจ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน, ตสฺมึเยว สมเย สุปฺปิโยปิ ตํ อทฺธานมคฺคํ ปฏิปนฺโน อวณฺณํ ภาสติ, พฺรหฺมทตฺโต จ วณฺณํ ภาสตีติ. นิปาตมตฺตนฺติ เอตฺถ มตฺตสทฺเทน วิเสสตฺถาภาวโต ปทปูรณตฺตํ ทสฺเสติ. มธุปิณฺฑิกปริยาโยติ มธุปิณฺฑิกเทสนา นาม อิติ นํ สุตฺตนฺตํ ธาเรหิ, ราชญฺญาติ ปายาสิราชญฺญนามกํ ราชานมาลปติ. ปริยายติ ปริวตฺตตีติ ปริยาโย, วาโร. ปริยาเยติ เทเสตพฺพมตฺถํ ปฏิปาเทตีติ ปริยาโย, เทสนา. ปริยายติ อตฺตโน ผลํ ปฏิคฺคเหตฺวา ปวตฺตตีติ ปริยาโย, การณํ. อเนกสทฺเทเนว อเนกวิเธนาติ อตฺโถ วิญฺญายติ อธิปฺปายมตฺเตนาติ อาห ‘‘อเนกวิเธนา’’ติ. การณญฺเจตฺถ การณปติรูปกเมว, น เอกํสการณํ อวณฺณการณสฺส อภูตตฺตา, ตสฺมา การเณนาติ การณปติรูปเกนาติ อตฺโถ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘อการณเมว ‘การณ’นฺติ วตฺวา’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑). ชาติวเสนิทํ พหฺวตฺเถ เอกวจนนฺติ ทสฺเสติ ‘‘พหูหี’’ติอาทินา.

‘‘อวณฺณวิรหิตสฺส อสมานวณฺณสมนฺนาคตสฺสปี’’ติ วกฺขมานการณสฺส อการณภาวเหตุทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, โทสวิรหิตสฺสปิ อสทิสคุณสมนฺนาคตสฺสาปีติ อตฺโถ. พุทฺธสฺส ภควโต อวณฺณํ โทสํ นินฺทนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ยํ โลเก’’ติอาทินา อรสรูปนิพฺโภคอกิริยวาทอุจฺเฉทวาทเชคุจฺฉีเวนยิกตปสฺสีอปคพฺภภาวานํ การณปติรูปกํ ทสฺเสติ. ตสฺมาติ หิ เอตํ ‘‘อรสรูโป…เป… อปคพฺโภ’’ติ อิเมหิ ปเทหิ สมฺพนฺธิตพฺพํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โลกสมฺมโต อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานอญฺชลีกมฺมสามีจิกมฺมอาสนาภินิมนฺตนสงฺขาโต สามคฺคีรโส สมณสฺส โคตมสฺส นตฺถิ, ตสฺมา โส สามคฺคีรสสงฺขาเตน รเสน อสมฺปนฺนสภาโว, เตน สามคฺคีรสสงฺขาเตน ปริโภเคน อสมนฺนาคโต. ตสฺส อกตฺตพฺพตาวาโท, อุจฺฉิชฺชิตพฺพตาวาโท จ, ตํ สพฺพํ คูถํ วิย มณฺฑนชาติโย ปุริโส เชคุจฺฉี. ตสฺส วินาสโก โสว ตทกรณโต วิเนตพฺโพ. ตทกรเณน วโยวุฑฺเฒ ตาเปติ ตทาจารวิรหิตตาย วา กปณปุริโส. ตทกรเณน เทวโลกคพฺภโต อปคโต, ตทกรณโต วา โส หีนคพฺโภ จาติ เอวํ ตเทว อภิวาทนาทิอกรณํ อรสรูปตาทีนํ การณปติรูปกํ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘นตฺถิ…เป… วิเสโส’’ติ เอตสฺส ปน ‘‘สุนฺทริกาย นาม ปริพฺพาชิกาย มรณานวโพโธ, สํสารสฺส อาทิโกฏิยา อปญฺญายนปฏิญฺญา, ฐปนียปุจฺฉาย อพฺยากตวตฺถุพฺยากรณ’’นฺติ เอวมาทีนิ การณปติรูปกานิ นิทฺธาริตพฺพานิ, ตถา ‘‘ตกฺกปริยาหตํ สมโณ…เป… สยมฺปฏิภาน’’นฺติ เอตสฺส ‘‘อนาจริยเกน สามํ ปฏิเวเธน ตตฺถ ตตฺถ ตถา ตถา ธมฺมเทสนา, กตฺถจิ ปเรสํ ปฏิปุจฺฉากถนํ, มหาโมคฺคลฺลานาทีหิ อาโรจิตนเยเนว พฺยากรณ’’นฺติ เอวมาทีนิ, ‘‘สมโณ…เป… น อคฺคปุคฺคโล’’ติ เอเตสํ ปน ‘‘สพฺพธมฺมานํ กเมเนว อนวโพโธ, โลกนฺตสฺส อชานนํ, อตฺตนา อิจฺฉิตตปจาราภาโว’’ติ เอวมาทีนิ. ฌานวิโมกฺขาทิ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม. อริยํ วิสุทฺธํ, อุตฺตมํ วา ญาณสงฺขาตํ ทสฺสนํ, อลํ กิเลสวิทฺธํสนสมตฺถํ อริยญาณทสฺสนํ เอตฺถ, เอตสฺสาติ วา อลมริยญาณทสฺสโน. เสฺวว วิเสโส ตถา. อริยญาณทสฺสนเมว วา วิเสสํ วุตฺตนเยน อลํ ปริยตฺตํ ยสฺส, ยสฺมินฺติ วา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส, อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมว. ตกฺกปริยาหตนฺติ กปฺปนามตฺเตน สมนฺตโต อาหริตํ, วิตกฺเกน วา ปริฆฏิตํ. วีมํสานุจริตนฺติ วีมํสนาย ปุนปฺปุนํ ปริมชฺชิตํ. สยมฺปฏิภานนฺติ สยเมว อตฺตโน วิภูตํ, ตาทิสํ ธมฺมนฺติ สมฺพนฺโธ. อการณนฺติ อยุตฺตํ อนุปปตฺตึ. การณปเท เจตํ วิเสสนํ. น หิ อรสรูปตาทโย โทสา ภควติ สํวิชฺชนฺติ, ธมฺมสงฺเฆสุ จ ทุรกฺขาตทุปฺปฏิปนฺนาทโย อการณนฺติ วา ยุตฺติการณรหิตํ อตฺตนา ปฏิญฺญามตฺตํ. ปกติกมฺมปทญฺเจตํ. อิมสฺมิญฺจ อตฺเถ การณํ วตฺวาติ เอตฺถ การณํ อิวาติ อิว-สทฺทตฺโถ รูปกนเยน โยเชตพฺโพ ปติรูปกการณสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ตถา ตถาติ ชาติวุฑฺฒานมนภิวาทนาทินา เตน เตน อากาเรน. วณฺณสทฺทสฺส คุณปสํสาสุ ปวตฺตนโต ยถากฺกมํ ‘‘อวณฺณํ โทสํ นินฺท’’นฺติ วุตฺตํ.

ทุรกฺขาโตติ ทุฏฺฐุมากฺขาโต, ตถา ทุปฺปฏิเวทิโต. วฏฺฏโต นิยฺยาตีติ นิยฺยานํ, ตเทว นิยฺยานิโก, ตโต วา นิยฺยานํ นิสฺสรณํ, ตตฺถ นิยุตฺโตติ นิยฺยานิโก. วฏฺฏโต วา นิยฺยาตีติ นิยฺยานิโก ย-การสฺส ก-การํ, อี-การสฺส จ รสฺสํ กตฺวา. ‘‘อนีย-สทฺโท หิ พหุลา กตฺตุอภิธายโก’’ติ สทฺทวิทู วทนฺติ, น นิยฺยานิโก ตถา. สํสารทุกฺขสฺส อนุปสมสํวตฺตนิโก วุตฺตนเยน. ปจฺจนีกปฏิปทนฺติ สมฺมาปฏิปตฺติยา วิรุทฺธปฏิปทํ. อนนุโลมปฏิปทนฺติ สปฺปุริสานํ อนนุโลมปฏิปทํ. อธมฺมานุโลมปฏิปทนฺติ โลกุตฺตรธมฺมสฺส อนนุโลมปฏิปทํ. กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘อวณฺณํ ภาสติ, วณฺณํ ภาสตี’’ติ จ วตฺตมานกาลนิทฺเทโส กโต, นนุ สงฺคีติกาลโต โส อวณฺณวณฺณานํ ภาสนกาโล อตีโตติ? สจฺจเมตํ, ‘‘อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน โหตี’’ติ เอตฺถ โหติ-สทฺโท วิย อตีตกาลตฺถตฺตา ปน ภาสติ-สทฺทสฺส เอวํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา ยสฺมึ กาเล เตหิ อวณฺโณ วณฺโณ จ ภาสียติ, ตมเปกฺขิตฺวา เอวํ วุตฺตํ, เอวญฺจ กตฺวา ‘‘ตตฺรา’’ติ ปทสฺส กาลปฏินิทฺเทสวิกปฺปนํ อฏฺฐกถายํ อวุตฺตมฺปิ สุปปนฺนํ โหติ.

‘‘สุปฺปิยสฺส ปน…เป… ภาสตี’’ติ ปาฬิยา สมฺพนฺธทสฺสนํ ‘‘อนฺเตวาสี ปนสฺสา’’ติอาทิวจนํ. อปรามสิตพฺพํ อริยูปวาทกมฺมํ, ตถา อนกฺกมิตพฺพํ.สฺวายนฺติ โส อาจริโย. อสิธารนฺติ อสินา ติขิณภาคํ. กกจทนฺต ปนฺติยนฺติ ขนฺธกกจสฺส ทนฺตสงฺขาตาย วิสมปนฺติยา. หตฺเถน วา ปาเทน วา เยน เกนจิ วา องฺคปจฺจงฺเคน ปหริตฺวา กีฬมาโน วิย. อกฺขิกณฺณโกสสงฺขาตฏฺฐานวเสน ตีหิ ปกาเรหิ ภินฺโน มโท ยสฺสาติ ปภินฺนมโท, ตํ. อวณฺณํ ภาสมาโนติ อวณฺณํ ภาสนเหตุ. เหตุอตฺโถ หิ อยํ มาน-สทฺโท. น อโย วุฑฺฒิ อนโย. โสเยว พฺยสนํ, อติเรกพฺยสนนฺติ อตฺโถ, ตํ ปาปุณิสฺสติ เอกนฺตมหาสาวชฺชตฺตา รตนตฺตโยปวาทสฺส. เตเนวาห –

‘‘โย นินฺทิยํ ปสํสติ,

ตํ วา นินฺทติ โย ปสํสิโย;

วิจินาติ มุเขน โส กลึ,

กลินา เตน สุขํ น วินฺทตี’’ติ. (สุ. นิ. ๖๖๓; สํ นิ. ๑.๑๘๐-๑๘๑; เนตฺติ. ๙๒);

‘‘อมฺหากํ อาจริโย’’ติอาทินา พฺรหฺมทตฺตสฺส สํเวคุปฺปตฺตึ, อตฺตโน อาจริเย จ การุญฺญปฺปวตฺตึ ทสฺเสตฺวา กิญฺจาปิ อนฺเตวาสินา อาจริยสฺส อนุกูเลน ภวิตพฺพํ, อยํ ปน ปณฺฑิตชาติกตฺตา น อีทิเสสุ ฐาเนสุ ตมนุวตฺตตีติ อิทานิสฺส กมฺมสฺสกตาญาณปฺปวตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘อาจริเย โข ปนา’’ติอาทิมาห. หลาหลนฺติ ตงฺขณญฺเญว มารณกํ วิสํ. หนตีติ หิ หโล น-การสฺส ล-การํ กตฺวา, หลานมฺปิ วิเสโส หโล หลาหโล มชฺเฌทีฆวเสน, เอเตน จ อญฺเญ อฏฺฐวิเธ วิเส นิวตฺเตติ. วุตฺตญฺจ –

‘‘ปุเม ปณฺเฑ จ กาโกล, กาฬกูฏหลาหลา;

สโรตฺถิโกสุงฺกิเก โย, พฺรหฺมปุตฺโต ปทีปโน;

ทารโท วจฺฉนาโภ จ, วิสเภทา อิเม นวา’’ติ.

ขโรทกนฺติ จณฺฑโสโตทกํ. ‘‘ขาโรทก’’นฺติปิ ปาโฐ, อติโลณตาย ติตฺโตทกนฺติ อตฺโถ. นรกปปาตนฺติ โจรปปาตํ. มาณวกาติ อตฺตานเมว โอวทิตุํ อาลปติ ‘‘สมโยปิ โข เต ภทฺทาลิ อปฺปฏิวิทฺโธอโหสี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๓๕) วิย. ‘‘กมฺมสฺสกา’’ติ กมฺมเมว อตฺตสนฺตกภาวํ วตฺวา ตเทว วิวรติ ‘‘อตฺตโน กมฺมานุรูปเมว คตึ คจฺฉนฺตี’’ติอาทินา. โยนิโสติ อุปาเยน ญาเยน. อุมฺมุชฺชิตฺวาติ อาจริโย วิย อโยนิโส อริยูปวาเท อนิมฺมุชฺชนฺโต โยนิโส อริยูปวาทโต อุมฺมุชฺชิตฺวา, อุทฺธํ หุตฺวาติ อตฺโถ. มทฺทมาโนติ มทฺทนฺโต ภินฺทนฺโต. เอกํสการณเมว อิธ การณนฺติ ทสฺเสตุกาเมน ‘‘สมฺมา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ยถา ต’’นฺติอาทินา ตสฺส สมารทฺธภาวํ ทสฺเสติ, นฺติ จ นิปาตมตฺตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อญฺโญ ปณฺฑิตสภาโว ชาติ อาจารวเสน กุลปุตฺโต อเนกปริยาเยน ติณฺณํ รตนานํ วณฺณํ ภาสิตุมารภติ, ตถา อยมฺปิ อารทฺโธ, ตญฺจ โข อปิ นามายมาจริโย เอตฺตเกนาปิ รตนตฺตยาวณฺณภาสโต โอรเมยฺยาติ.

สปฺปราชวณฺณนฺติ อหิราชวณฺณํ. วณฺณโปกฺขรตายาติ วณฺณสุนฺทรตาย, วณฺณสรีเรน วา. วาริชํ กมลํ น ปหรามิ น ภญฺชามิ, อารา ทูรโตว อุปสิงฺฆามีติ อตฺโถ. อถาติ เอวํ สนฺเตปิ. คนฺธตฺเถโนติ คนฺธโจโร. สญฺญูฬฺหาติ คนฺถิตา พนฺธิตา. คหปตีติ อุปาลิคหปตึ นาฏปุตฺตสฺส อาลปนํ. เอตฺถ จ วณฺณิตพฺโพ ‘‘อยมีทิโส’’ติ ปกาเสตพฺโพติ วณฺโณ, สณฺฐานํ. วณฺณียติ อสงฺกรโต ววตฺถาปียตีติ วณฺโณ, ชาติ. วณฺเณติ วิการมาปชฺชมานํ หทยงฺคตภาวํ ปกาเสตีติ วณฺโณ, รูปายตนํ. วณฺณียติ ผลเมเตน ยถาสภาวโต วิภาวียตีติ วณฺโณ, การณํ. วณฺณียติ อปฺปมหนฺตาทิวเสน ปมียตีติ วณฺโณ, ปมาณํ. วณฺณียติ ปสํสียตีติ วณฺโณ, คุโณ. วณฺณนํ คุณสํกิตฺตนํ วณฺโณ, ปสํสา. เอวํ ตตฺถ ตตฺถ วณฺณสทฺทสฺสุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา. อาทิสทฺเทน ชาตรูปปุฬินกฺขราทโย สงฺคณฺหาติ. ‘‘อิธ คุโณปิ ปสํสาปี’’ติ วุตฺตเมว สมตฺเถติ ‘‘อยํ กิรา’’ติอาทินา. กิราติ เจตฺถ อนุสฺสวนตฺเถ, ปทปูรณมตฺเต วา. คุณูปสญฺหิตนฺติ คุโณปสญฺญุตํ. ‘‘คุณูปสญฺหิตํ ปสํส’’นฺติ ปน วทนฺโต ปสํสาย เอว คุณภาสนํ สิทฺธํ ตสฺสา ตทวินาภาวโต, ตสฺมา อิทมตฺถทฺวยํ ยุชฺชตีติ ทสฺเสติ.

กถํ ภาสตีติ อาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. เอโก จ โส ปุคฺคโล จาติ เอกปุคฺคโล. เกนฏฺเฐน เอกปุคฺคโล? อสทิสฏฺเฐน, คุณวิสิฏฺฐฏฺเฐน, อสมสมฏฺเฐน จ. โส หิ ปฐมาภินีหารกาเล ทสนฺนํ ปารมีนํ ปฏิปาฏิยา อาวชฺชนํ อาทึ กตฺวา โพธิสมฺภารสมฺภรณคุเณหิ เจว พุทฺธคุเณหิ จ เสสมหาชเนน อสทิโส. เย จสฺส คุณา, เตปิ อญฺญสตฺตานํ คุเณหิ วิสิฏฺฐา, ปุริมกา จ สมฺมาสมฺพุทฺธา สพฺพสตฺเตหิ อสมา, เตหิ ปน อยเมเวโก รูปกายนามกาเยหิ สโม.โลเกติ สตฺตโลเก. ‘‘อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชตี’’ติ ปน อิทํ อุภยมฺปิ วิปฺปกตวจนเมว อุปฺปาทกิริยาย วตฺตมานกาลิกตฺตา. อุปฺปชฺชมาโน พหุชนหิตาย อุปฺปชฺชติ, น อญฺเญน การเณนาติ เอวํ ปเนตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ลกฺขเณ เหส มาน-สทฺโท, เอวรูปญฺเจตฺถ ลกฺขณํ น สกฺกา อญฺเญน สทฺทลกฺขเณน ปฏิพาหิตุํ. อปิจ อุปฺปชฺชมาโน นาม, อุปฺปชฺชติ นาม, อุปฺปนฺโน นามาติ อยเมตฺถ เภโท เวทิตพฺโพ. เอส หิ ทีปงฺกรปาทมูลโต ปฏฺฐาย ยาว อนาคามิผลํ, ตาว อุปฺปชฺชมาโน นาม, อรหตฺตมคฺคกฺขเณ อุปฺปชฺชติ นาม, อรหตฺตผลกฺขเณ อุปฺปนฺโน นาม. พุทฺธานญฺหิ สาวกานํ วิย น ปฏิปาฏิยา อิทฺธิวิธญาณาทีนิ อุปฺปชฺชนฺติ, สเหว ปน อรหตฺตมคฺเคน สกโลปิ สพฺพญฺญุคุณราสิ อาคโตว นาม โหติ, ตสฺมา นิพฺพตฺตสพฺพกิจฺจตฺตา อรหตฺตผลกฺขเณ อุปฺปนฺโน นาม, ตทนิพฺพตฺตตฺตา ตทญฺญกฺขเณ ยถารหํ ‘‘อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ’’ จฺเจว วุจฺจติ. อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเต อรหตฺตผลกฺขณํเยว สนฺธาย ‘‘อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. อตีตกาลิกสฺสาปิ วตฺตมานปโยคสฺส กตฺถจิ ทิฏฺฐตฺตา อุปฺปนฺโน โหตีติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ. เอวํ สติ ‘‘อุปฺปชฺชมาโน’’ติ เจตฺถ มาน-สทฺโท สามตฺถิยตฺโถ. ยาวตา สามตฺถิเยน มหาโพธิสตฺตานํ จริมภเว อุปฺปตฺติ อิจฺฉิตพฺพา, ตาวตา สามตฺถิเยน โพธิสมฺภารภูเตน ปริปุณฺเณน สมนฺนาคโต หุตฺวาติ อตฺโถ. ตถาสามตฺถิยโยเคน หิ อุปฺปชฺชมาโน นามาติ. สพฺพสตฺเตหิ อสโม, อสเมหิ ปุริมพุทฺเธเหว สโม มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณ นิกฺขํ วิย นิพฺพิสิฏฺโฐ, ‘‘เอกปุคฺคโล’’ติ เจตสฺส วิเสสนํ. อาลยสงฺขาตํ ตณฺหํ สมุคฺฆาเตติ สมุจฺฉินฺทตีติ อาลยสมุคฺฆาโต. วฏฺฏํ อุปจฺฉินฺทตีติ วฏฺฏุปจฺเฉโท.

ปโหนฺเตนาติ สกฺโกนฺเตน. ‘‘ปญฺจนิกาเย’’ติ วตฺวาปิ อเนกาวยวตฺตา เตสํ น เอตฺตเกน สพฺพถา ปริยาทานนฺติ ‘‘นวงฺคํ สตฺถุสาสนํจตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานี’’ติ วุตฺตํ. อติตฺเถนาติ อโนตรณฏฺฐาเนน. น วตฺตพฺโพ อปริมาณวณฺณตฺตา พุทฺธาทีนํ, นิรวเสสานญฺจ เตสํ อิธ ปกาสเนน ปาฬิสํวณฺณนาย เอว สมฺปชฺชนโต, จิตฺตสมฺปหํสนกมฺมฏฺฐานสมฺปชฺชนวเสน จ สผลตฺตา. ถาโม เวทิตพฺโพ สพฺพถาเมน ปกาสิตตฺตา. กึ ปน โส ตถา โอคาเหตฺวา ภาสตีติ อาห. ‘‘พฺรหฺมทตฺโต ปนา’’ติอาทิ. อนุกฺกเมน ปุนปฺปุนํ วา สวนํ อนุสฺสโว, ปรมฺปรสวนํ. อาทิ-สทฺเทน อาการปริวิตกฺกทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติโย สงฺคณฺหาติ. ตตฺถ ‘‘สุนฺทรมิทํ การณ’’นฺติ เอวํ สยเมว การณปริวิตกฺกนํ อาการปริวิตกฺโก. อตฺตโน ทิฏฺฐิยา นิชฺฌายิตฺวา ขมนํ รุจฺจนํ ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺตีติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ, เตหิเยว สมฺพนฺธิเตนาติ อตฺโถ. มตฺต-สทฺโท เหตฺถ วิเสสนิวตฺติอตฺโถ, เตน ยถาวุตฺตํ การณํ นิวตฺเตติ. อตฺตโน ถาเมนาติ อตฺตโน ญาณพเลเนว, น ปน พุทฺธาทีนํ คุณานุรูปนฺติ อธิปฺปาโย. อสงฺเขฺยยฺยาปริเมยฺยปฺปเภทา หิ พุทฺธาทีนํ คุณา. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘พุทฺโธปิ พุทฺธสฺส ภเณยฺย วณฺณํ,

กปฺปมฺปิ เจ อญฺญมภาสมาโน;

ขีเยถ กปฺโป จิรทีฆมนฺตเร,

วณฺโณ น ขีเยถ ตถาคตสฺสา’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๐๔; ๓.๑๔๑; ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔๒๕; อุทา. อฏฺฐ. ๕๓; พุ. วํ. อฏฺฐ. ๔.๑; อป. อฏฺฐ. ๒.๙๑; จริยา. อฏฺฐ. ๙, ๓๒๙);

อิธาปิ วกฺขติ ‘‘อปฺปมตฺตกํ โข ปเนต’’นฺติอาทิ.

อิติ-สทฺโท นิทสฺสนตฺโถ วุตฺตปฺปการํ นิทสฺเสติ. ห-กาโร นิปาตมตฺตนฺติ อาห ‘‘เอวํ เต’’ติ. อญฺญมญฺญสฺสา’’ติ อิทํ รุฬฺหิปทํ ‘‘เอโก เอกายา’’ติ (ปารา. ๔๔๔, ๔๕๒) ปทํ วิยาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อญฺโญอญฺญสฺสา’’ติ รุฬฺหิปเทเนว วิวรติ. ‘‘อุชุเมวา’’ติ สาวธารณสมาสตํ วตฺวา เตน นิวตฺเตตพฺพตฺถํ อาห ‘‘อีสกมฺปิ อปริหริตฺวา’’ติ, โถกตรมฺปิ อวิรชฺฌิตฺวาติ อตฺโถ. กถนฺติ อาห ‘‘อาจริเยน หี’’ติอาทิ. ปุพฺเพ เอกวารมิว อวณฺณวณฺณภาสเน นิทฺทิฏฺเฐปิ ‘‘อุชุวิปจฺจนีกวาทา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑) วุตฺตตฺตา อเนกวารเมว เต เอวํ ภาสนฺตีติ เวทิตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุน อิตโร อวณฺณํ อิตโร วณฺณ’’นฺติ วุตฺตํ. เตน หิ วิสทฺทสฺส วิวิธตฺถตํ สมตฺเถติ. สารผลเกติ สารทารุผลเก, อุตฺตมผลเก วา. วิสรุกฺขอาณินฺติ วิสทารุมยปฏาณึ. อิริยาปถานุพนฺธเนน อนุพนฺธา โหนฺติ, น สมฺมาปฏิปตฺติอนุพนฺธเนน.

สีสานุโลกิโนติ สีเสน อนุโลกิโน, สีสํ อุกฺขิปิตฺวา มคฺคานุกฺกเมน โอโลกยมานาติ อตฺโถ. ตสฺมึ กาเลติ ยมฺหิ สํวจฺฉเร, อุตุมฺหิ, มาเส, ปกฺเข วา ภควา ตํ อทฺธานมคฺคํ ปฏิปนฺโน, ตสฺมึ กาเล. เตน หิ อนิยมโต สํวจฺฉรอุตุมาสฑฺฒมาสาว นิทฺทิสิตา ‘‘ตํ ทิวส’’นฺติ ทิวสสฺส วิสุํ นิทฺทิฏฺฐตฺตา, มุหุตฺตาทีนญฺจ ทิวสปริยาปนฺนโต. ‘‘ตํ อทฺธานํ ปฏิปนฺโน’’ติ เจตฺถ อาธารวจนเมตํ. เตเนว หิ กิริยาวิจฺเฉททสฺสนวเสน ‘‘ราชคเห ปิณฺฑาย จรตี’’ติ สห ปุพฺพกาลกิริยาหิ วตฺตมานนิทฺเทโส กโต, อิตรถา ตสฺมึ กาเล ราชคเห ปิณฺฑาย จรติ, ตํ อทฺธานมคฺคญฺจ ปฏิปนฺโนติ อนธิปฺเปตตฺโถ อาปชฺเชยฺย. น หิ อสมานวิสยา กิริยา เอกาธารา สมฺภวนฺติ, ยา เจตฺถ อธิปฺเปตา อทฺธานปฏิปชฺชนกิริยา, สา จ อนิยมิตา น ยุตฺตาติ. ราชคหปริวตฺตเกสูติ ราชคหํ ปริวตฺเตตฺวา ฐิเตสุ. ‘‘อญฺญตรสฺมิ’’นฺติ อิมินา เตสุ ภควโต อนิพทฺธวาสํ ทสฺเสติ. โสติ เอวํ ราชคเห วสมาโน โส ภควา. ปิณฺฑาย จรเณนปิ หิ ตตฺถ ปฏิพทฺธภาววจนโต สนฺนิวาสตฺตเมว ทสฺเสติ. ยทิ ปน ‘‘ปิณฺฑาย จรมาโน โส ภควา’’ติ ปจฺจามเสยฺย, ยถาวุตฺโตว อนธิปฺเปตตฺโถ อาปชฺเชยฺยาติ. ตํ ทิวสนฺติ ยํ ทิวสํ อทฺธานมคฺคํ ปฏิปนฺโน, ตํ ทิวส. ตํ อทฺธานํ ปฏิปนฺโนติ เอตฺถ อจฺจนฺตสํโยควจนเมตํ. ภตฺตภุญฺชนโต ปจฺฉา ปจฺฉาภตฺตํ, ตสฺมึ ปจฺฉาภตฺตสมเย. ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโตติ ยตฺถ ปิณฺฑปาตตฺถาย จริตฺวา ภุญฺชนฺติ, ตโต อปกฺกนฺโต. ตํ อทฺธานํ ปฏิปนฺโนติ ‘‘นาฬนฺทายํ เวเนยฺยานํ วิวิธหิตสุขนิปฺผตฺตึ อากงฺขมาโน อิมิสฺสา อฏฺฐุปฺปตฺติยา ติวิธสีลาลงฺกตํ นานาวิธกุหนลปนาทิมิจฺฉาชีววิทฺธํสนํ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิชาลวินิเวฐนํ ทสสหสฺสิโลกธาตุปกมฺปนํ พฺรหฺมชาลสุตฺตํ เทเสสฺสามี’’ติ ตํ ยถาวุตฺตํ ทีฆมคฺคํ ปฏิปนฺโน, อิทํ ปน การณํ ปกรณโตว ปากฏนฺติ น วุตฺตํ. เอตฺตาวตา ‘‘กสฺมา ปน ภควา ตํ อทฺธานํ ปฏิปนฺโน’’ติ โจทนา วิโสธิตา โหติ.

อิทานิ อิตรมฺปิ โจทนํ วิโสธิตุํ ‘‘สุปฺปิโยปี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมึ กาเล, ตํ ทิวสํ อนุพนฺโธติ จ วุตฺตนเยน สมฺพนฺโธ. ปาโต อสิตพฺโพติ ปาตราโส, โส ภุตฺโต เยนาติ ภุตฺตปาตราโส. อิจฺเจวาติ เอวเมว มนสิ สนฺนิธาย, น ปน ‘‘ภควนฺตํ, ภิกฺขุสงฺฆญฺจ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธิสฺสามี’’ติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ภควโต ตํ มคฺคํ ปฏิปนฺนภาวํ อชานนฺโตวา’’ติ, ตถา อชานนฺโต เอว หุตฺวา อนุพนฺโธติ อตฺโถ. น หิ โส ภควนฺตํ ทฏฺฐุเมว อิจฺฉติ, เตนาห ‘‘สเจ ปน ชาเนยฺย, นานุพนฺเธยฺยา’’ติ. เอตฺตาวตา ‘‘กสฺมา จ สุปฺปิโย อนุพนฺโธ’’ติ โจทนา วิโสธิตา โหติ. ‘‘โส’’ติอาทินา อปรมฺปิ โจทนํ วิโสเธติ. กทาจิ ปน ภควา อญฺญตรเวเสเนว คจฺฉติ องฺคุลิมาลทมนปกฺกุสาติอภิคฺคมนาทีสุ, กทาจิ พุทฺธสิริยา, อิธาปิ อีทิสาย พุทฺธสิริยาติ ทสฺเสตุํ ‘‘พุทฺธสิริยา โสภมาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สิรีติ เจตฺถ สรีรโสภคฺคาทิสมฺปตฺติ, ตเทว อุปมาวเสน ทสฺเสติ ‘‘รตฺตกมฺพลปริกฺขิตฺตมิวา’’ติอาทินา. คจฺฉตีติ ชงฺคโม ยถา ‘‘จงฺกโม’’ติ. จญฺจลมาโน คจฺฉนฺโต คิริ, ตาทิสสฺส กนกคิริโน สิขรมิวาติ อตฺโถ.

‘‘ตสฺมึ กิรา’’ติอาทิ ตพฺพิวรณํ, ปาฬิยํ อทสฺสิตตฺตา, โปราณฏฺฐกถายญฺจ อนาคตตฺตา อนุสฺสวสิทฺธา อยํ กถาติ ทสฺเสตุํ ‘‘กิรา’’ติ วุตฺตนฺติ วทนฺติ, ตถา วา โหตุ อญฺญถา วา, อตฺตนา อทิฏฺฐํ, อสุตํ, อมุตญฺจ อนุสฺสวเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. นีลปีตโลหิโตทาตมญฺชิฏฺฐปภสฺสรวเสน ฉพฺพณฺณา. สมนฺตาติ สมนฺตโต ทสหิ ทิสาหิ. อสีติหตฺถปฺปมาเณติ เตสํ รสฺมีนํ ปกติยา ปวตฺติฏฺฐานวเสน วุตฺตํ, ตสฺมา สมนฺตโต, อุปริ จ ปจฺเจกํ อสีติหตฺถมตฺเต ปเทเส ปกติยาว ฆนีภูตา รสฺมิโย ติฏฺฐนฺตีติ ทฏฺฐพฺพํ, วินยฏีกายํ ปน ‘‘ตาเยว พฺยามปฺปภา นาม. ยโต ฉพฺพณฺณา รสฺมิโย ตฬากโต มาติกา วิย ทสสุ ทิสาสุ ธาวนฺติ, สา ยสฺมา พฺยามมตฺตา วิย ขายติ, ตสฺมา พฺยามปฺปภาติ วุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ, (วิ. วิ. ฏี. ๑.๑๖) สงฺคีติสุตฺตวณฺณนายํ ปน วกฺขติ ‘‘ปุรตฺถิมกายโต สุวณฺณวณฺณา รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา อสีติหตฺถํ ฐานํ คณฺหาติ. ปจฺฉิมกายโต. ทกฺขิณหตฺถโต. วามหตฺถโต สุวณฺณวณฺณา รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา อสีติหตฺถํ ฐานํ คณฺหาติ. อุปริ เกสนฺตโต ปฏฺฐาย สพฺพเกสาวฏฺเฏหิ โมรคีววณฺณา รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา คคนตเล อสีติหตฺถํ ฐานํ คณฺหาติ. เหฏฺฐา ปาทตเลหิ ปวาฬวณฺณา รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา ฆนปถวิยํ อสีติหตฺถํ ฐานํ คณฺหาติ. เอวํ สมนฺตา อสีติหตฺถมตฺตํ ฐานํ ฉพฺพณฺณา พุทฺธรสฺมิโย วิชฺโชตมานา วิปฺผนฺทมานา วิธาวนฺตี’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๒๙๙) เกจิ ปน อญฺญถาปิ ปริกปฺปนามตฺเตน วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ ตถา อญฺญตฺถ อนาคตตฺตา, อยุตฺตตฺตา จ. ตาสํ ปน พุทฺธรสฺมีนํ ตทา อนิคฺคูหิตภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘ตสฺมึ กิร สมเย’’ติ วุตฺตํ. ปกฺกุสาติอภิคฺคมนาทีสุ วิย หิ ตทา ตาสํ นิคฺคูหเน กิญฺจิ การณํ นตฺถิ. อาธาวนฺตีติ อภิมุขํ ทิสํ ธาวนฺติ. วิธาวนฺตีติ วิวิธา หุตฺวา วิทิสํ ธาวนฺติ.

ตสฺมึ วนนฺตเร ทิสฺสมานากาเรน ตาสํ รสฺมีนํ โสภา วิญฺญายตีติ อาห ‘‘รตนาเวฬา’’ติอาทิ. รตนาเวฬา นาม รตนมยวฏํสกํ มุทฺธํ อวติ รกฺขตีติ หิ อเวฬา,อาเวฬา วา, มุทฺธมาลา. อุกฺกา นาม ยา สโชติภูตา, ตาสํ สตํ, นิปตนํ นิปาโต, ตสฺส นิปาโต, เตน สมากุลํ ตถา. ปิสิตพฺพตฺตา ปิฏฺฐํ, จีนเทเส ชาตํ ปิฏฺฐํ จีนปิฏฺฐํ, รตฺตจุณฺณํ, ยํ ‘‘สินฺทูโร’’ติปิ วุจฺจติ, จีนปิฏฺฐเมว จุณฺณํ. วายุโน เวเคน อิโต จิโต จ ขิตฺตํ ตนฺติ ตถา. อินฺทสฺส ธนุ โลกสงฺเกตวเสนาติ อินฺทธนุ, สูริยรสฺมิวเสน คคเน ปญฺญายมานาการวิเสโส. กุฏิลํ อจิรฏฺฐายิตฺตา วิรูปํ หุตฺวา ชวติ ธาวตีติ วิชฺชุ, สาเยว ลตา ตํสทิสภาเวนาติ ตถา, วายุเวคโต วลาหกฆฏฺฏเนเนว ชาตรสฺมิ. ตายติ อวิชหนวเสน อากาสํ ปาเลตีติ ตารา, คณสทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ. ตสฺส ปภา ตถา. วิปฺผุริตวิจฺฉริตมิวาติ อาภาย วิวิธํ ผรมานํ, วิชฺโชตยมานํ วิย จ. วนสฺส อนฺตรํ วิวรํ วนนฺตรํ, ภควตา ปตฺตปตฺตวนปฺปเทสนฺติ วุตฺตํ โหติ.

อสีติยา อนุพฺยญฺชเนหิ ตมฺพนขตาทีหิ อนุรญฺชิตํ ตถา. กมลํ ปทุมปุณฺฑรีกานิ, อวเสสํ นีลรตฺตเสตเภทํ สโรรุหํ อุปฺปลํ, อิติ ปญฺจวิธา ปงฺกชชาติ ปริคฺคหิตา โหติ. วิกสิตํ ผุลฺลิตํ ตทุภยํ ยสฺส สรสฺส ตถา. สพฺเพน ปกาเรน ปริโต สมนฺตโต ผุลฺลติ วิกสตีติ สพฺพปาลิผุลฺลํ อ-การสฺส อา-การํ, ร-การสฺส จ ล-การํ กตฺวา ยถา ‘‘ปาลิภทฺโท’’ติ, ตารานํ มรีจิ ปภา, ตาย วิกสิตํ วิชฺโชติตํ ตถา. พฺยามปฺปภาย ปริกฺเขโป ปริมณฺฑโล, เตน วิลาสินี โสภินี ตถา. มหาปุริสลกฺขณานิ อญฺญมญฺญปฏิพทฺธตฺตา มาลากาเรเนว ฐิตานีติ วุตฺตํ ‘‘ทฺวตฺตึสวรลกฺขณมาลา’’ติ. ทฺวตฺตึสจนฺทาทีนํ มาลา เกนจิ คนฺเถตฺวา ปฏิปาฏิยา จ ฐปิตาติ น วตฺตพฺพา ‘‘ยทิ สิยา’’ติ ปริกปฺปนามตฺเตน หิ ‘‘คนฺเถตฺวา ฐปิตทฺวตฺตึสจนฺทมาลายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริกปฺโปปมา เหสา, โลเกปิ จ ทิสฺสติ.

‘‘มเยว มุขโสภาสฺเส, ตฺยลมินฺทุวิกตฺถนา;

ยโตมฺพุเชปิ สาตฺถีติ, ปริกปฺโปปมา อย’’นฺติ.

ทฺวตฺตึสจนฺทมาลาย สิรึ อตฺตโน สิริยา อภิภวนฺตี อิวาติ สมฺพนฺโธ. เอส นโย เสเสสุปิ.

เอวํ ภควโต ตทา โสภํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ภิกฺขุสงฺฆสฺสาปิ โสภํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตญฺจ ปนา’’ติอาทิมาห. จตุพฺพิธาย อปฺปิจฺฉตาย อปฺปิจฺฉา. ทฺวาทสหิ สนฺโตเสหิ สนฺตุฏฺฐา. ติวิเธน วิเวเกน ปวิวิตฺตา. ราชราชมหามตฺตาทีหิ อสํสฏฺฐา. ทุปฺปฏิปตฺติกานํ โจทกา. ปาเป อกุสเล ครหิโน ปเรสํ หิตปฏิปตฺติยา วตฺตาโร. ปเรสญฺจ วจนกฺขมา. วิมุตฺติญาณทสฺสนํ นาม ปจฺจเวกฺขณญาณํ. ‘‘เตส’’นฺติอาทินา ตทภิสมฺพนฺเธน ภควโต โสภํ ทสฺเสติ. รตฺตปทุมานํ สณฺโฑ สมูโห วนํ, ตสฺส มชฺเฌ คตา ตถา. ‘‘รตฺตํ ปทุมํ, เสตํ ปุณฺฑรีก’’นฺติ ปตฺตนิยมมนฺตเรน ตถา วุตฺตํ, ปตฺตนิยเมน ปน สตปตฺตํ ปทุมํ, อูนกสตปตฺตํ ปุณฺฑรีกํ. ปวาฬํ วิทฺทุโม, เตน กตาย เวทิกาย ปริกฺขิตฺโต วิย. มิคปกฺขีนมฺปีติ ปิ-สทฺโท, อปิ-สทฺโท วา สมฺภาวนายํ, เตนาห ‘‘ปเคว เทวมนุสฺสาน’’นฺติ. มหาเถราติ มหาสาวเก สนฺธายาห. สุรญฺชิตภาเวน อีสกํ กณฺหวณฺณตาย เมฆวณฺณํ. เอกํสํ กริตฺวาติ เอกํสปารุปนวเสน วามํเส กริตฺวา. กตฺตรสฺส ชิณฺณสฺส อาลมฺพโน ทณฺโฑ กตฺตรทณฺโฑ, พาหุลฺลวเสนายํ สมญฺญา. สุวมฺมํ นาม โสภณุรจฺฉโท, เตน วมฺมิตา สนฺนทฺธาติ สุวมฺมวมฺมิตา, อิทํ เตสํ ปํสุกูลธารณนิทสฺสนํ. เยสํ กุจฺฉิคตํ สพฺพมฺปิ ติณปลาสาทิ คนฺธชาตเมว โหติ, เต คนฺธหตฺถิโน นาม, เย ‘‘เหมวตา’’ติปิ วุจฺจนฺติ, เตสมฺปิ เถรานํ สีลาทิคุณคนฺธตาย ตํสทิสตา. อนฺโตชฏาพหิชฏาสงฺขาตาย ตณฺหาชฏาย วิชฏิตภาวโต วิชฏิตชฏา. ตณฺหาพนฺธนาย ฉินฺนตฺตา ฉินฺนพนฺธนา. ‘‘โส’’ติอาทิ ยถาวุตฺตวจนสฺส คุณทสฺสนํ. อนุพุทฺเธหีติ พุทฺธานมนุพุทฺเธหิ. เตปิ หิ เอกเทเสน ภควตา ปฏิวิทฺธปฏิภาเคเนว จตฺตาริ สจฺจานิ พุชฺฌนฺติ. ปตฺตปริวาริตนฺติ ปุปฺผทเลน ปริวาริตํ. กํ วุจฺจติ กมลาทิ, ตสฺมึ สรติ วิราชตีติ เกสรํ, กิญฺชกฺโข. กณฺเณ กรียตีติ กณฺณิกา. กณฺณาลงฺกาโร, ตํสทิสณฺฐานตาย กณฺณิกา, พีชโกโส. ฉนฺนํ หํสกุลานํ เสฏฺโฐ ธตรฏฺโฐ หํสราชา วิย, หาริโต นาม มหาพฺรหฺมา วิย.

เอวํ คจฺฉนฺตํ ภควนฺตํ, ภิกฺขู จ ทิสฺวา อตฺตโน ปริสํ โอโลเกสีติ สมฺพนฺโธ. กาชทณฺฑเกติ กาชสงฺขาเต ภาราวหทณฺฑเก, กาชสฺมึ วา ภารลคฺคิตทณฺฑเก. ขุทฺทกํ ปีฐํ ปีฐกํ. มูเล, อคฺเค จ ติธา กโต ทณฺโฑ ติทณฺโฑ. โมรหตฺถโก โมรปิญฺฉํ. ขุทฺทกํ ปสิพฺพํ ปสิพฺพกํ. กุณฺฑิกา กมณฺฑลุ. สา หิ กํ อุทกํ อุเทติ ปสเวติ, รกฺขตีติ วา กุณฺฑิกา นิรุตฺตินเยน. คหิตํ โอมกโต ลุชฺชิตํ, วิวิธํ ลุชฺชิตญฺจ ปีฐก…เป… กุณฺฑิกาทิอเนกปริกฺขารสงฺขาตํ ภารํ ภรติ วหตีติ คหิต…เป… ภารภริตา. อิตีติ นิทสฺสนตฺโถ. เอวนฺติ อิทมตฺโถ. เอวํ อิทํ วจนมาทิ ยสฺส วจนสฺส ตถา, ตเทว นิรตฺถกํ วจนํ ยสฺสาติ เอวมาทินิรตฺถกวจนา. มุขํ เอตสฺส อตฺถีติ มุขรา, สพฺเพปิ มุขวนฺตา เอว, อยํ ปน ผรุสาภิลาปมุขวตี, ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ. นินฺทายญฺหิ อยํ รปจฺจโย. มุเขน วา อมนาปํ กมฺมํ ราติ คณฺหาตีติ มุขรา. วิวิธา กิณฺณา วาจา ยสฺสาติ วิกิณฺณวาจา. ตสฺสาติ สุปฺปิยสฺส ปริพฺพาชกสฺส. นฺติ ยถาวุตฺตปฺปการํ ปริสํ.

อิทานีติ ตสฺส ตถารูปาย ปริสาย ทสฺสนกฺขเณ. ปนาติ อรุจิสํสูจนตฺโถ, ตถาปีติ อตฺโถ. ลาภ…เป… หานิยา เจว เหตุภูตาย. กถํ หานีติ อาห ‘‘อญฺญติตฺถิยานญฺหี’’ติอาทิ. นิสฺสิรีกตนฺติ นิโสภตํ, อยมตฺโถ โมรชาตกาทีหิปิ ทีเปตพฺโพ. ‘‘อุปติสฺสโกลิตานญฺจา’’ติอาทินา ปกฺขหานิตาย วิตฺถาโร. อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส, มหาโมคฺคลฺลานสฺส จ ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ สนฺธาย ‘‘เตสุ ปน ปกฺกนฺเตสู’’ติ วุตฺตํ. เตสํ ปพฺพชิตกาเลเยว อฑฺฒเตยฺยสตํ ปริพฺพาชกปริสา ปพฺพชิ, ตโต ปรมฺปิ ตทนุปพฺพชิตา ปริพฺพาชกปริสา อปริมาณาติ ทสฺเสติ ‘‘สาปิ เตสํ ปริสา ภินฺนา’’ติ อิมินา. ยาย กายจิ หิ ปริพฺพาชกปริสาย ปพฺพชิตาย ตสฺส ปริสา ภินฺนาเยว นาม สมานคณตฺตาติ ตถา วุตฺตํ. ‘‘อิเมหี’’ติอาทินา ลาภปกฺขหานึ นิคมนวเสน ทสฺเสติ. อุสูยสงฺขาตสฺส วิสสฺส อุคฺคาโร อุคฺคิลนํ อุสูยวิสุคฺคาโร, ตํ. เอตฺถ จ ‘‘ยสฺมา ปเนสา’’ติอาทินาว ‘‘กสฺมา จ โส รตนตฺตยสฺส อวณฺณํ ภาสตี’’ติ โจทนํ วิโสเธติ, ‘‘สเจ’’ติอาทิกํ ปน สพฺพมฺปิ ตปฺปริวารวจนเมวาติ เตหิปิ สา วิโสธิตาเยว นาม. ภควโต วิโรธานุนยาภาววีมํสนตฺถํ เอเต อวณฺณํ วณฺณํ ภาสนฺติ. ‘‘มาเรน อนฺวาวิฏฺฐา เอวํ ภาสนฺตี’’ติ จ เกจิ วทนฺติ, ตทยุตฺตเมว อฏฺฐกถาย อุชุวิปจฺจนีกตฺตา. ปากโฏเยวายมตฺโถติ.

๒. ยสฺมา อตฺถงฺคโต สูริโย, ตสฺมา อกาโล ทานิ คนฺตุนฺติ สมฺพนฺโธ.

อมฺพลฏฺฐิกาติ สามีปิกโวหาโร ยถา ‘‘วรุณนครํ, โคทาคาโม’’ติ อาห ‘‘ตสฺส กิรา’’ติอาทิ. ตรุณปริยาโย ลฏฺฐิกา-สทฺโท รุกฺขวิสเย ยถา ‘‘มหาวนํ อชฺโฌคาเหตฺวา เพลุวลฏฺฐิกาย มูเล ทิวาวิหารํ นิสีที’’ติอาทีสูติ ทสฺเสติ’’ ‘‘ตรุณมฺพรุกฺโข’’ติ อิมินา. เกจิ ปน ‘‘อมฺพลฏฺฐิกา นาม วุตฺตนเยน เอโก คาโม’’ติ วทนฺติ, เตสํ มเต อมฺพลฏฺฐิกายนฺติ สมีปตฺเถ ภุมฺมวจนํ. ฉายูทกสมฺปนฺนนฺติ ฉายาย เจว อุทเกน จ สมฺปนฺนํ. มญฺชุสาติ เปฬา. ปฏิภานจิตฺตวิจิตฺตนฺติ อิตฺถิปุริสสญฺโญคาทินา ปฏิภานจิตฺเตน วิจิตฺตํ, เอเตน รญฺโญ อคารํ, ตเทว ราชาคารกนฺติ ทสฺเสติ. ราชาคารกํ นาม เวสฺสวณมหาราชสฺส เทวายตนนฺติ เอเก.

พหุปริสฺสโยติ พหุปทฺทโว. เกหีติ วุตฺตํ ‘‘โจเร’หิปี’’ติอาทิ. หนฺทาติ วจนโวสฺสคฺคตฺเถ นิปาโต, ตทานุภาวโต นิปฺปริสฺสยตฺถาย อิทานิ อุปคนฺตฺวา เสฺว คมิสฺสามีติ อธิปฺปาโย. ‘‘สทฺธึ อนฺเตวาสินา พฺรหฺมทตฺเตน มาณเวนา’’ ติจฺเจว สีหฬฏฺฐกถายํ วุตฺตํ, ตญฺจ โข ปาฬิอารุฬฺหวเสเนว, น ปน ตทา สุปฺปิยสฺส ปริสาย อภาวโตติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สทฺธึ อตฺตโน ปริสายา’’ติ อิธ วุตฺตํ. กสฺมา ปเนตฺถ พฺรหฺมทตฺโตเยว ปาฬิยมารุโฬฺห, น ปน ตทวเสสา สุปฺปิยสฺส ปริสาติ? เทสนานธีนภาเวน ปโยชนาภาวโต. ยถา เจตํ, เอวํ อญฺญมฺปิ เอทิสํ ปโยชนาภาวโต สงฺคีติการเกหิ น สงฺคีตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เกจิ ปน ‘‘ปาฬิยํ วุตฺต’’นฺติ อาธารํ วตฺวา ‘ตเทตํ น สีหฬฏฺฐกถานยทสฺสนํ, ปาฬิยํ วุตฺตภาวทสฺสนเมวา’ติ’’ วทนฺติ, ตํ น ยุชฺชติ. ปาฬิอารุฬฺหวเสเนว ปาฬิยํ วุตฺตนฺติ อธิปฺเปตตฺถสฺส อาปชฺชนโต. ตสฺมา ยถาวุตฺตนเยเนว อตฺโถ คเหตพฺโพติ. ‘‘วุตฺตนฺติ วา อเมฺหหิปิ อิธ วตฺตพฺพนฺติ อตฺโถ. เอวญฺหิ ตทา อญฺญายปิ ปริสาย วิชฺชมานภาวทสฺสนตฺถํ เอวํ วุตฺตํ, ปาฬิยมารุฬฺหวเสน ปน อญฺญถาปิ อิธ วตฺตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย ยุตฺโต’’ติ วทนฺติ.

อิทานิ ‘‘ตตฺราปิ สุท’’นฺติอาทิปาฬิยา สมฺพนฺธํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ วาสํ อุปคโต ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริวาเรตฺวา นิสินฺโน โหตีติ สมฺพนฺโธ. กุจฺฉิตํ กตฺตพฺพนฺติ กุกตํ, ตสฺส ภาโว กุกฺกุจฺจํ, กุจฺฉิตกิริยา, อิโต จิโต จ จญฺจลนนฺติ อตฺโถ, หตฺถสฺส กุกฺกุจฺจํ ตถา. ‘‘สา หี’’ติอาทินา ตถาภูตตาย การณํ ทสฺเสติ. นิวาเตติ วาตวิรหิตฏฺฐาเน. ยถาวุตฺตโทสาภาเวน นิจฺจลา. ตํ วิภูตินฺติ ตาทิสํ โสภํ. วิปฺปลปนฺตีติ สติโวสฺสคฺควเสน วิวิธา ลปนฺติ. นิลฺลาลิตชิวฺหาติ อิโต จิโต จ นิกฺขนฺตชิวฺหา. กากจฺฉมานาติ กากานํ สทฺทสทิสํ สทฺทํ กุรุมานา. ฆรุฆรุปสฺสาสิโนติ ฆรุฆรุอิติ สทฺทํ ชเนตฺวา ปสฺสสนฺตา. อิสฺสาวเสนาติ ยถาวุตฺเตหิ ทฺวีหิ การเณหิ อุสูยนวเสน. ‘‘สพฺพํ วตฺตพฺพ’’นฺติ อิมินา ‘‘อาทิเปยฺยาลนโยย’’นฺติ ทสฺเสติ.