ปุพฺพนฺตกปฺปิกสสฺสตวาทวณฺณนา

๒๘. อิทานิ สุญฺญตาปกาสนวารสฺสตฺถํ วณฺเณนฺโต อนุสนฺธึ ปกาเสตุํ ‘‘เอว’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ วุตฺตวณฺณสฺสาติ สหตฺเถ ฉฏฺฐิวจนํ, สามิอตฺเถ วา อนุสนฺธิ-สทฺทสฺส ภาวกมฺมวเสน กิริยาเทสนาสุ ปวตฺตนโต. ภิกฺขุสงฺเฆน วุตฺตวณฺณสฺสาติ ‘‘ยาวญฺจิทํ เตน ภควตา’’ติอาทินา วุตฺตวณฺณสฺส. ตตฺร ปาฬิยํ อยํ สมฺพนฺโธ – น ภิกฺขเว, เอตฺตกา เอว พุทฺธคุณา เย ตุมฺหากํ ปากฏา, อปากฏา ปน ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว, อญฺเญ ธมฺมา’’ติ วิตฺถาโร. ‘‘อิเม ทิฏฺฐิฏฺฐานา เอวํ คหิตา’’ติอาทินา สสฺสตาทิทิฏฺฐิฏฺฐานานํ ยถาคหิตาการสฺส สุญฺญภาวปฺปกาสนโต, ‘‘ตญฺจ ปชานนํ น ปรามสตี’’ติ สีลาทีนญฺจ อปรามสนียภาวทีปเนน นิจฺจสาราทิวิรหปฺปกาสนโต, ยาสุ เวทนาสุ อวีตราคตาย พาหิรานํ เอตานิ ทิฏฺฐิวิพนฺธกานิ สมฺภวนฺติ, ตาสํ ปจฺจยภูตานญฺจ สมฺโมหาทีนํ เวทกการกสภาวาภาวทสฺสนมุเขน สพฺพธมฺมานํ อตฺตตฺตนิยตาวิรหทีปนโต, อนุปาทาปรินิพฺพานทีปนโต จ อยํ เทสนา สุญฺญตาวิภาวนปฺปธานาติ อาห ‘‘สุญฺญตาปกาสนํ อารภี’’ติ.

ปริยตฺตีติ วินยาทิเภทภินฺนา มนสา ววตฺถาปิตา ตนฺติ. เทสนาติ ตสฺสา ตนฺติยา มนสา ววตฺถาปิตาย วิภาวนา, ยถาธมฺมํ ธมฺมาภิลาปภูตา วา ปญฺญาปนา, อนุโลมาทิวเสน วา กถนนฺติ ปริยตฺติเทสนานํ วิเสโส ปุพฺเพเยว ววตฺถาปิโตติ อิมมตฺถํ สนฺธาย ‘‘เทสนาย, ปริยตฺติย’’นฺติ จ วุตฺตํ. เอวมาทีสูติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน สจฺจสภาวสมาธิปญฺญาปกติปุญฺญาปตฺติเญยฺยาทโย สงฺคยฺหนฺติ. ตถา หิ อยํ ธมฺม-สทฺโท ‘‘จตุนฺนํ ภิกฺขเว, ธมฺมานํ อนนุโพธา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๑) สจฺเจ ปวตฺตติ, ‘‘กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ติกมาติกา ๑) สภาเว, ‘‘เอวํธมฺมา เต ภควนฺโต อเหสุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๓, ๙๔, ๑๔๕; ๓.๑๔๒; ม. นิ. ๓.๑๖๗; สํ. นิ. ๕.๓๗๘) สมาธิมฺหิ, ‘‘สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค, ส เว เปจฺจ น โสจติ’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๙๐) ปญฺญายํ, ‘‘ชาติธมฺมานํ ภิกฺขเว, สตฺตานํ เอวํ อิจฺฉา อุปฺปชฺชตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๓๑; ๓.๓๗๓; ปฏิ. ม. ๑.๓๓) ปกติยํ, ‘‘ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาตี’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๑๘๔; เถรคา. ๓๐๓; ชา. ๑.๑๐.๑๐๒; ๑๕.๓๘๕) ปุญฺเญ, ‘‘จตฺตาโร ปาราชิกา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๓๓) อาปตฺติยํ, ‘‘สพฺเพ ธมฺมา สพฺพากาเรน พุทฺธสฺส ภควโต ญาณมุเข อาปาถมาคจฺฉนฺตี’’ติอาทีสุ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕) เญยฺเย ปวตฺตติ. ธมฺมา โหนฺตีติ สตฺตชีวโต สุญฺญา ธมฺมมตฺตา โหนฺตีติ อตฺโถ. กิมตฺถิยํ คุเณ ปวตฺตนนฺติ อาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ.

มกสตุณฺฑสูจิยาติ สูจิมุขมกฺขิกาย ตุณฺฑสงฺขาตาย สูจิยา. อลพฺภเนยฺยปติฏฺโฐ วิยาติ สมฺพนฺโธ. อญฺญตฺร ตถาคตาติ ฐเปตฺวา ตถาคตํ. ‘‘ทุทฺทสา’’ติ ปเทเนว เตสํ ธมฺมานํ ทุกฺโขคาหตา ปกาสิตาติ ‘‘อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐา’’ อิจฺเจว วุตฺตํ. ลภิตพฺพาติ ลพฺภนียา, สา เอว ลพฺภเนยฺยา, ลภียเต วา ลพฺภนํ, ตมรหตีติ ลพฺภเนยฺยา, น ลพฺภเนยฺยา อลพฺภเนยฺยา, ปติฏฺฐหนฺติ เอตฺถาติ ปติฏฺฐา, ปติฏฺฐหนํ วา ปติฏฺฐา, อลพฺภเนยฺยา ปติฏฺฐา เอตฺถาติ อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สเจ โกจิ อตฺตโน ปมาณํ อชานนฺโต ญาเณน เต ธมฺเม โอคาหิตุํ อุสฺสาหํ กเรยฺย, ตสฺส ตํ ญาณํ อปฺปติฏฺฐเมว มกสตุณฺฑสูจิ วิย มหาสมุทฺเทติ. โอคาหิตุมสกฺกุเณยฺยตาย ‘‘เอตฺตกา เอเต อีทิสา วา’’ติ เต ปสฺสิตุํ น สกฺกาติ วุตฺตํ ‘‘คมฺภีรตฺตา เอว ทุทฺทสา’’ติ. เย ปน ทฏฺฐุเมว น สกฺกา, เตสํ โอคาหิตฺวา อนุ อนุ พุชฺฌเน กถา เอว นตฺถีติ อาห ‘‘ทุทฺทสตฺตา เอว ทุรนุโพธาติ. สพฺพกิเลสปริฬาหปฏิปฺปสฺสทฺธิสงฺขาตอคฺคผลมตฺถเก สมุปฺปนฺนตา, ปุเรจรานุจรวเสน นิพฺพุตสพฺพกิเลสปริฬาหสมาปตฺติสโมกิณฺณตฺตา จ นิพฺพุตสพฺพปริฬาหา. ตพฺภาวโต สนฺตาติ อตฺโถ. สนฺตารมฺมณานิ มคฺคผลนิพฺพานานิ อนุปสนฺตสภาวานํ กิเลสานํ, สงฺขารานญฺจ อภาวโต.

อถ วา กสิณุคฺฆาฏิมากาสตพฺพิสยวิญฺญาณานํ อนนฺตภาโว วิย สุสมูหตวิกฺเขปตาย นิจฺจสมาหิตสฺส มนสิการสฺส วเสน ตทารมฺมณธมฺมานํ สนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. อวิรชฺฌิตฺวา นิมิตฺตปฏิเวโธ วิย อิสฺสาสานํ อวิรชฺฌิตฺวา ธมฺมานํ ยถาภูตสภาวาวโพโธ สาทุรโส มหารโสว โหตีติ อาห ‘‘อติตฺติกรณฏฺเฐนา’’ติ, อตปฺปนกรณสภาเวนาติ อตฺโถ. โสหิจฺจํ ติตฺติ ตปฺปนนฺติ หิ ปริยาโย. อติตฺติกรณฏฺเฐนาติ ปตฺเถตฺวา สาทุรสกรณฏฺเฐนาติปิ อตฺถํ วทนฺติ. ปฏิเวธปฺปตฺตานํ เตสุ จ พุทฺธานเมว สพฺพากาเรน วิสยภาวูปคมนโต น ตกฺกพุทฺธิยา โคจราติ อาห ‘‘อุตฺตมญาณวิสยตฺตา’’ติอาทิ. นิปุณาติ เญยฺเยสุ ติกฺขปฺปวตฺติยา เฉกา. ยสฺมา ปน โส เฉกภาโว อารมฺมเณ อปฺปฏิหตวุตฺติตาย, สุขุมเญยฺยคฺคหณสมตฺถตาย จ สุปากโฏ โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สณฺหสุขุมสภาวตฺตา’’ติ. ปณฺฑิเตหิเยวาติ อวธารณํ สมตฺเถตุํ ‘‘พาลานํ อวิสยตฺตา’’ติ อาห.

อยํ อฏฺฐกถานยโต อปโร นโย – วินยปณฺณตฺติอาทิคมฺภีรเนยฺยวิภาวนโต คมฺภีรา. กทาจิเยว อสงฺเขฺยยฺเย มหากปฺเป อติกฺกมิตฺวาปิ ทุลฺลภทสฺสนตาย ทุทฺทสา. ทสฺสนญฺเจตฺถ ปญฺญาจกฺขุวเสเนว เวทิตพฺพํ. ธมฺมนฺวยสงฺขาตสฺส อนุโพธสฺส กสฺสจิเทว สมฺภวโต ทุรนุโพธา. สนฺตสภาวโต, เวเนยฺยานญฺจ สพฺพคุณสมฺปทานํ ปริโยสานตฺตา สนฺตา. อตฺตโน ปจฺจเยหิ ปธานภาวํ นีตตาย ปณีตา. สมธิคตสจฺจลกฺขณตาย อตกฺเกหิ ปุคฺคเลหิ, อตกฺเกน วา ญาเณน อวจริตพฺพโต อตกฺกาวจรา. นิปุณํ, นิปุเณ วา อตฺเถ สจฺจปจฺจยาการาทิวเสน วิภาวนโต นิปุณา. โลเก อคฺคปณฺฑิเตน สมฺมาสมฺพุทฺเธน เวทิตพฺพโต ปกาสิตพฺพโต ปณฺฑิตเวทนียา.

อนาวรณญาณปฏิลาภโต หิ ภควา ‘‘สพฺพวิทูหมสฺมิ, (ม. นิ. ๑.๑๗๘; ๒.๓๔๒; ธ. ป. ๓๕๓; มหาว. ๑๑) ทสพลสมนฺนาคโต ภิกฺขเว, ตถาคโต’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๒๑; ๒.๒๒) อตฺตโน สพฺพญฺญุตาทิคุเณ ปกาเสสิ, เตเนวาห ‘‘สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทตี’’ติ. สยํ-สทฺเทน, นิทฺธาริตาวธารเณน วา นิวตฺเตตพฺพมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อนญฺญเนยฺโย หุตฺวา’’ติ วุตฺตํ, อญฺเญหิ อโพธิโต หุตฺวาติ อตฺโถ. อภิญฺญาติ ย-การโลโป ‘‘อญฺญาณตา อาปชฺชตี’’ติอาทีสุ (ปริ. ๒๙๖) วิยาติ ทสฺเสติ ‘‘อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณนา’’ติ อิมินา. อปิจ ‘‘สยํ อภิญฺญา’’ติ ปทสฺส อนญฺญเนยฺโย หุตฺวาติ อตฺถวจนํ, ‘‘สจฺฉิกตฺวา’’ติ ปทสฺส ปน สยเมว…เป… กตฺวาติ. สยํ-สทฺทา หิ สจฺฉิกตฺวาติ เอตฺถาปิ สมฺพชฺฌิตพฺโพ. อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณนาติ จ ตสฺส เหตุวจนํ, กรณวจนํ วา.

ตตฺถ กิญฺจาปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ผลนิพฺพานานิ วิย สจฺฉิกาตพฺพสภาวํ น โหติ, อาสวกฺขยญาเณ ปน อธิคเต อธิคตเมว โหติ, ตสฺมา ตสฺส ปจฺจกฺขกรณํ สจฺฉิกิริยาติ อาห ‘‘อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน ปจฺจกฺขํ กตฺวา’’ติ. เหตุอตฺเถ เจตํ กรณวจนํ, อคฺคมคฺคญาณสงฺขาตสฺส อภิวิสิฏฺฐญาณสฺสาธิคมเหตูติ อตฺโถ. อภิวิสิฏฺฐญาณนฺติ วา ปจฺจเวกฺขณาญาเณ อธิปฺเปเต กรณตฺเถ กรณวจนมฺปิ ยุชฺชเตว. ปเวทนญฺเจตฺถ อญฺญาวิสยานํ สจฺจาทีนํ เทสนากิจฺจสาธนโต, ‘‘เอโกมฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติอาทินา (มหาว. ๑๑; กถา. ๔๐๕) ปฏิชานนโต จ เวทิตพฺพํ. คุณธมฺเมหีติ คุณสงฺขาเตหิ ธมฺเมหิ. ยถาภูตเมว ยถาภุจฺจํ สกตฺเถ ณฺยปจฺจยวเสน.

วทมานาติ เอตฺถ สตฺติอตฺโถ มานสทฺโท ยถา ‘‘เอกปุคฺคโล ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชตี’’ติ, (อ. นิ. ๑.๑๗๐; กถา. ๔๐๕) ตสฺมา วตฺตุํ อุสฺสาหํ กโรนฺโตติ อตฺโถ. เอวํภูตา หิ วตฺตุกามา นาม โหนฺติ, เตนาห ‘‘ตถาคตสฺสา’’ติอาทิ. สาวเสสํ วทนฺตาปิ วิปรีตวทนฺตา วิย สมฺมา วทนฺตีติ น วตฺตพฺพาติ ยถา สมฺมา วทนฺติ, ตถา ทสฺเสตุํ ‘‘อหาเปตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตน หิ อนวเสสวทนเมว สมฺมา วทนนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘วตฺตุํ สกฺกุเณยฺยุ’’นฺติ อิมินา จ ‘‘วเทยฺยุ’’นฺติ เอตสฺส สมตฺถนตฺถภาวมาห ยถา ‘‘โส อิมํ วิชฏเย ชฏ’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๓; เปฏโก. ๒๒; มิ. ป. ๑.๑.๙) เย เอวํ ภควตา โถมิตา, เต ธมฺมา กตเมติ โยชนา. ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว, อญฺเญว ธมฺมา’’ติอาทิปาฬิยา ‘‘สพฺพญฺญุตญฺญาณ’’นฺติ วุตฺตวจนสฺส วิโรธิภาวํ โจเทนฺโต ‘‘ยทิ เอว’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยทิ เอวนฺติ เอวํ ‘‘สพฺพญฺญุตญฺญาณ’’นฺติ วุตฺตวจนํ ยทิ สิยาติ อตฺโถ. พหุวจนนิทฺเทโสติ ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว’’ติอาทีนิ สนฺธาย วุตฺตํ. อตฺถิ-สทฺโทปิ หิ อิธ พหุวจโนเยว ‘‘อตฺถิ ขีรา, อตฺถิ คาโว’’ติอาทีสุ วิย นิปาตภาวสฺเสว อิจฺฉิตตฺตา. ยทิปิ ตทิทํ ญาณํ เอกเมว สภาวโต, ตถาปิ สมฺปโยคโต, อารมฺมณโต จ ปุถุวจนปฺปโยคมรหตีติ วิสฺสชฺเชติ ‘‘ปุถุจิตฺต…เป… รมฺมณโต’’ติ อิมินา. ปุถุจิตฺตสมาโยคโตติ ปุถูหิ จิตฺเตหิ สมฺปโยคโต. ปุถูนิ อารมฺมณานิ เอตสฺสาติ ปุถุอารมฺมณํ, ตพฺภาวโต สพฺพารมฺมณตฺตาติ วุตฺตํ โหติ.

อปิจ ปุถุ อารมฺมณํ อารมฺมณเมตสฺสาติ ปุถุอารมฺมณารมฺมณนฺติ เอตสฺมึ อตฺเถ ‘‘โอฏฺฐมุโข, กามาวจร’’นฺติอาทีสุ วิย เอกสฺส อารมฺมณสทฺทสฺส โลปํ กตฺวา ‘‘ปุถุอารมฺมณโต’’ติ วุตฺตํ, เตนสฺส ปุถุญาณกิจฺจสาธกตฺตํ ทสฺเสติ. ตถา เหตํ ญาณํ ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณํ, จตุโยนิปริจฺเฉทกญาณํ, ปญฺจคติปริจฺเฉทกญาณํ, ฉสุ อสาธารณญาเณสุ เสสาสาธารณญาณานิ, สตฺตาริยปุคฺคลวิภาวนกญาณํ, อฏฺฐสุ ปริสาสุ อกมฺปนญาณํ, นวสตฺตาวาสปริชานนญาณํ, ทสพลญาณนฺติ เอวมาทีนํ อเนกสตสหสฺสเภทานํ ญาณานํ ยถาสมฺภวํ กิจฺจํ สาเธติ, เตสํ อารมฺมณภูตานํ อเนเกสมฺปิ ธมฺมานํ ตทารมฺมณภาวโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘ตญฺหี’’ติอาทิ ยถากฺกมํ ตพฺพิวรณํ. ‘‘ยถาหา’’ติอาทินา ปฏิสมฺภิทามคฺคปาฬึ สาธกภาเวน ทสฺเสติ. ตตฺถาติ อตีตธมฺเม. เอกวารวเสน ปุถุอารมฺมณภาวํ นิวตฺเตตฺวา อเนกวารวเสน กมปฺปวตฺติยา ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติวเสนา’’ติ วุตฺตํ. กเมนาปิ หิ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ วิสเยสุ ปวตฺตติ, น ตถา สกึเยว. ยถา พาหิรกา วทนฺติ ‘‘สกึเยว สพฺพญฺญู สพฺพํ ชานาติ, น กเมนา’’ติ.

ยทิ เอวํ อจินฺเตยฺยาปริเมยฺยปฺปเภทสฺส เญยฺยสฺส ปริจฺเฉทวตา เอเกน ญาเณน นิรวเสสโต กถํ ปฏิเวโธติ, โก วา เอวมาห ‘‘ปริจฺเฉทวนฺตํ สพฺพญฺญุตญฺญาณ’’นฺติ. อปริจฺเฉทญฺหิ ตํ ญาณํ เญยฺยมิว. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยาวตกํ ญาณํ, ตาวตกํ เญยฺยํ. ยาวตกํ เญยฺยํ, ตาวตกํ ญาณ’’นฺติ (มหานิ. ๖๙, ๑๕๖; จูฬนิ. ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕ อธิปฺปายตฺถเมว คหิตํ วิย ทิสฺสติ) เอวมฺปิ ชาติภูมิสภาวาทิวเสน, ทิสาเทสกาลาทิวเสน จ อเนกเภทภินฺเน เญยฺเย กเมน คยฺหมาเน อนวเสสปฏิเวโธ น สมฺภวติเยวาติ? นยิทเมวํ. ยญฺหิ กิญฺจิ ภควตา ญาตุมิจฺฉิตํ สกลเมกเทโส วา, ตตฺถ อปฺปฏิหตจาริตาย ปจฺจกฺขโต ญาณํ ปวตฺตติ. วิกฺเขปาภาวโต จ ภควา สพฺพกาลํ สมาหิโตติ ญาตุมิจฺฉิตสฺส ปจฺจกฺขภาโว น สกฺกา นิวาเรตุํ. วุตฺตญฺหิ ‘‘อากงฺขาปฏิพทฺธํ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณ’’นฺติอาทิ, (มหานิ. ๖๙, ๑๕๖; จูฬนิ. ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕) นนุ เจตฺถ ทูรโต จิตฺตปฏํ ปสฺสนฺตานํ วิย, ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ วิปสฺสนฺตานํ วิย จ อเนกธมฺมาวโพธกาเล อนิรูปิตรูเปน ภควโต ญาณํ ปวตฺตตีติ คเหตพฺพนฺติ? คเหตพฺพํ อจินฺเตยฺยานุภาวตาย พุทฺธญาณสฺส. เตเนวาห ‘‘พุทฺธวิสโย อจินฺเตยฺโย’’ติ, (อ. นิ. ๔.๗๗) อิทํ ปเนตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ – สพฺพากาเรน สพฺพธมฺมาวโพธนสมตฺถสฺส อากงฺขาปฏิพทฺธวุตฺติโน อนาวรณญาณสฺส ปฏิลาเภน ภควา สนฺตาเนน สพฺพธมฺมปฏิเวธสมตฺโถ อโหสิ สพฺพเนยฺยาวรณสฺส ปหานโต, ตสฺมา สพฺพญฺญู, น สกึเยว สพฺพธมฺมาวโพธโต ยถาสนฺตาเนน สพฺพสฺส อินฺธนสฺส ทหนสมตฺถตาย ปาวโก ‘‘สพฺพภู’’ติ วุจฺจตีติ.

กามญฺจายมตฺโถ ปุพฺเพ วิตฺถาริโตเยว, ปการนฺตเรน ปน โสตุชนานุคฺคหกามตาย, อิมิสฺสา จ โปราณสํวณฺณนาวิโสธนวเสน ปวตฺตตฺตา ปุน วิภาวิโตติ น เจตฺถ ปุนรุตฺติโทโส ปริเยสิตพฺโพ, เอวมีทิเสสุ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ ภควโต ทสพลาทิญาณานิปิ อนญฺญสาธารณานิ, สพฺพเทสวิสยตฺตา ปน เตสํ ญาณานํ น เตหิ พุทฺธคุณา อหาเปตฺวา คหิตา นาม โหนฺติ. สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปน นิปฺปเทสวิสยตฺตา ตสฺมึ คหิเต สพฺเพปิ พุทฺธคุณา คหิตา เอว นาม โหนฺติ, ตสฺมา ปาฬิอตฺถานุสาเรน ตเทว ญาณํ คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ปาฬิยมฺปิ หิ ‘‘เยหิ ตถาคตสฺส ยถาภุจฺจํ วณฺณํ สมฺมา วทมานา วเทยฺยุ’’นฺติ ตเมว ปกาสิตํ ตมนฺตเรน อญฺญสฺส นิปฺปเทสวิสยสฺส อภาวโต, นิปฺปเทสวิสเยเนว จ ยถาภุจฺจํ สมฺมา วทนสมฺภวโตติ.

อญฺเญวาติ เอตฺถ เอว-สทฺโท สนฺนิฏฺฐาปนตฺโถติ ทสฺเสตุํ ‘‘อญฺเญวาติ อิทํ ปเนตฺถ ววตฺถาปนวจน’’นฺติ วุตฺตํ, ววตฺถาปนวจนนฺติ จ สนฺนิฏฺฐาปนวจนนฺติ อตฺโถ, สนฺนิฏฺฐาปนญฺจ อวธารณเมว. กถนฺติ อาห ‘‘อญฺเญวา’’ติอาทิ. ‘‘น ปาณาติปาตา เวรมณิอาทโย’’ติ อิมินา อวธารเณน นิวตฺติตํ ทสฺเสติ. อยญฺจ เอว-สทฺโท อนิยตเทสตาย จ-สทฺโท วิย ยตฺถ วุตฺโต, ตโต อญฺญตฺถาปิ วจนิจฺฉาวเสน อุปติฏฺฐตีติ อาห ‘‘คมฺภีราวา’’ติอาทิ. อิติ-สทฺเทน จ อาทิอตฺเถน ทุทฺทสาว น สุทสา, ทุรนุโพธาว น สุรนุโพธา, สนฺตาว น ทรถา, ปณีตาว น หีนา, อตกฺกาวจราว น ตกฺกาวจรา, นิปุณาว น ลูขา, ปณฺฑิตเวทนียาว น พาลเวทนียาติ นิวตฺติตํ ทสฺเสติ. สพฺพปเทหีติ ยาว ‘‘ปณฺฑิตเวทนียา’’ติ อิทํ ปทํ, ตาว สพฺพปเทหิ.

เอวํ นิวตฺเตตพฺพตํ ยุตฺติยา ทฬฺหีกโรนฺโต ‘‘สาวกปารมิญาณ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ สาวกปารมิญาณนฺติ สาวกานํ ทานาทิปารมิปาริปูริยา นิปฺผนฺนํ วิชฺชตฺตยฉฬภิญฺญาจตุปฏิสมฺภิทาเภทํ ญาณํ, ตถา ปจฺเจกพุทฺธานํ ปจฺเจกโพธิญาณํ. ตโตติ สาวกปารมิญาณโต. ตตฺถาติ สาวกปารมิญาเณ. ตโตปีติ อนนฺตรนิทฺทิฏฺฐโต ปจฺเจกโพธิญาณโตปิ. อปิ-สทฺเทน, ปิ-สทฺเทน วา โก ปน วาโท สาวกปารมิญาณโตติ สมฺภาเวติ. ตตฺถาปีติ ปจฺเจกโพธิญาเณปิ. อิโต ปนาติ สพฺพญฺญุตญฺญาณโต ปน, ตสฺมา เอตฺถ สพฺพญฺญุตญฺญาเณ ววตฺถานํ ลพฺภตีติ อธิปฺปาโย. คมฺภีเรสุ วิเสสา, คมฺภีรานํ วา วิเสเสน คมฺภีรา. อยญฺจ คมฺภีโร อยญฺจ คมฺภีโร อิเม อิเมสํ วิเสเสน คมฺภีราติ วา คมฺภีรตรา. ตรสทฺเทเนเวตฺถ พฺยวจฺเฉทนํ สิทฺธํ.

เอตฺถายํ โยชนา – กิญฺจาปิ สาวกปารมิญาณํ เหฏฺฐิมํ เหฏฺฐิมํ เสกฺขญาณํ ปุถุชฺชนญาณญฺจ อุปาทาย คมฺภีรํ, ปจฺเจกโพธิญาณํ ปน อุปาทาย น ตถา คมฺภีรนฺติ ‘‘คมฺภีรเมวา’’ติ น สกฺกา พฺยวจฺฉิชฺชิตุํ, ตถา ปจฺเจกโพธิญาณมฺปิ ยถาวุตฺตํ ญาณมุปาทาย คมฺภีรํ, สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปน อุปาทาย น เอวํ คมฺภีรนฺติ ‘‘คมฺภีรเมวา’’ติ น สกฺกา พฺยวจฺฉิชฺชิตุํ, ตสฺมา ตตฺถ ววตฺถานํ น ลพฺภติ. สพฺพญฺญุตญฺญาณธมฺมา ปน สาวกปารมิญาณาทีนมิว กิญฺจิ อุปาทาย คมฺภีราภาวาภาวโต ‘‘คมฺภีรา เอวา’’ติ ววตฺถานํ ลพฺภตีติ. ยถา เจตฺถ ววตฺถานํ ทสฺสิตํ, เอวํ สาวกปารมิญาณํ ทุทฺทสํ. ‘‘ปจฺเจกโพธิญาณํ ปน ตโต ทุทฺทสตรนฺติ ตตฺถ ววตฺถานํ นตฺถี’’ติอาทินา ววตฺถานสมฺภโว เนตพฺโพ, เตเนวาห ‘‘ตถา ทุทฺทสาว…เป… เวทิตพฺพ’’นฺติ.

ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนนฺติปิ ปาโฐ, ตสฺสา ปุจฺฉาย วิสฺสชฺชนนฺติ อตฺโถ. เอตนฺติ ยถาวุตฺตํ วิสฺสชฺชนวจนํ. เอวนฺติ อิมินา ทิฏฺฐีนํ วิภชนากาเรน. เอตฺถายมธิปฺปาโย – ภวตุ ตาว นิรวเสสพุทฺธคุณวิภาวนุปายภาวโต สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว เอกมฺปิ ปุถุนิสฺสยารมฺมณญาณกิจฺจสิทฺธิยา ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว, อญฺเญว ธมฺมา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๘) พหุวจเนน อุทฺทิฏฺฐํ, ตสฺส ปน วิสฺสชฺชนํ สจฺจปจฺจยาการาทิวิสยวิเสสวเสน อนญฺญสาธารเณน วิภชนนเยน อนารภิตฺวา สนิสฺสยานํ ทิฏฺฐิคตานํ วิภชนนเยน กสฺมา อารทฺธนฺติ? ตตฺถ ยถา สจฺจปจฺจยาการาทีนํ วิภชนํ อนญฺญสาธารณํ สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺเสว วิสโย, เอวํ นิรวเสสทิฏฺฐิคตวิภชนมฺปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘พุทฺธานญฺหี’’ติอาทิ อารทฺธํ, ตตฺถ ฐานานีติ การณานิ. คชฺชิตํ มหนฺตํ โหตีติ เทเสตพฺพสฺส อตฺถสฺส อเนกวิธตาย, ทุพฺพิญฺเญยฺยตาย จ นานานเยหิ ปวตฺตมานํ เทสนาคชฺชิตํ มหนฺตํ วิปุลํ, พหุปฺปเภทญฺจ โหติ. ญาณํ อนุปวิสตีติ ตโต เอว จ เทสนาญาณํ เทเสตพฺพธมฺเม วิภาคโส กุรุมานํ อนุปวิสติ, เต อนุปวิสิตฺวา ฐิตํ วิย โหตีติ อตฺโถ.

พุทฺธญาณสฺส มหนฺตภาโว ปญฺญายตีติ เอวํวิธสฺส นาม ธมฺมสฺส เทสกํ, ปฏิเวธกญฺจาติ พุทฺธานํ เทสนาญาณสฺส, ปฏิเวธญาณสฺส จ อุฬารภาโว ปากโฏ โหติ. เทสนา คมฺภีรา โหตีติ สภาเวน คมฺภีรานํ เตสํ จตุพฺพิธานมฺปิ เทสนา เทเสตพฺพวเสน คมฺภีราว โหติ, สา ปน พุทฺธานํ เทสนา สพฺพตฺถ, สพฺพทา จ ยานตฺตยมุเขเนวาติ วุตฺตํ ‘‘ติลกฺขณาหตา สุญฺญตาปฏิสํยุตฺตา’’ติ, ตีหิ ลกฺขเณหิ อาหตา, อตฺตตฺตนิยโต สุญฺญภาวปฏิสญฺญุตฺตา จาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ ‘‘สพฺพํ วจีกมฺมํ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณปุพฺพงฺคมํ ญาณานุปริวตฺตี’’ติ (มหานิ. ๖๙, ๑๕๖; จูฬนิ. ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕; เนตฺติ. ๑๕) วจนโต สพฺพาปิ ภควโต เทสนา ญาณรหิตา นาม นตฺถิ, สมสมปรกฺกมนวเสน สีหสมานวุตฺติตาย จ สพฺพตฺถ สมานุสฺสาหปฺปวตฺติ, เทเสตพฺพธมฺมวเสน ปน เทสนา วิเสสโต ญาเณน อนุปวิฏฺฐา, คมฺภีรตรา จ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

กถํ ปน วินยปณฺณตฺตึ ปตฺวา เทสนา ติลกฺขณาหตา, สุญฺญตาปฏิสญฺญุตฺตา จ โหติ, นนุ ตตฺถ วินยปณฺณตฺติมตฺตเมวาติ? น ตตฺถ วินยปณฺณตฺติมตฺตเมว. ตตฺถาปิ หิ สนฺนิสินฺนปริสาย อชฺฌาสยานุรูปํ ปวตฺตมานา เทสนา สงฺขารานํ อนิจฺจตาทิวิภาวินี สพฺพธมฺมานํ อตฺตตฺตนิยตา, สุญฺญภาวปฺปกาสินี จ โหติ, เตเนวาห ‘‘อเนกปริยาเยน ธมฺมึ กถํ กตฺวา’’ติอาทิ. วินยปญฺญตฺตินฺติ วินยสฺส ปญฺญาปนํ. ญฺญ-การสฺส ปน ณฺณ-กาเร กเต วินยปณฺณตฺตินฺติปิ ปาโฐ. ภูมนฺตรนฺติ ธมฺมานํ อวตฺถาวิเสสญฺจ ฐานวิเสสญฺจ. ภวนฺติ ธมฺมา เอตฺถาติ ภูมีติ หิ อวตฺถาวิเสโส, ฐานญฺจ วุจฺจติ. ตตฺถ อวตฺถาวิเสโส สติอาทิธมฺมานํ สติปฏฺฐานินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺคาทิเภโท ‘‘วจฺโฉ, ทมฺโม, พลีพทฺโท’’ติ อาทโย วิย. ฐานวิเสโส กามาวจราทิเภโท. ปจฺจยาการ-สทฺทสฺส อตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. สมยนฺตรนฺติ ทิฏฺฐิวิเสสํ, นานาวิหิตา ทิฏฺฐิโยติ อตฺโถ, อญฺญสมยํ วา, พาหิรกสมยนฺติ วุตฺตํ โหติ. วินยปญฺญตฺตึ ปตฺวา มหนฺตํ คชฺชิตํ โหตีติอาทินา สมฺพนฺโธ. ตสฺมาติ ยสฺมา คชฺชิตํ มหนฺตํ…เป… ปฏิสํยุตฺตา, ตสฺมา. เฉชฺชคามินีติ อเตกิจฺฉคามินี.

เอวํ โอติณฺเณ วตฺถุสฺมินฺติ ยถาวุตฺตนเยน ลหุกครุกาทิวเสน ตทนุรูเป วตฺถุมฺหิ โอตรนฺเต. ยํ สิกฺขาปทปญฺญาปนํ นาม อตฺถิ, ตตฺถาติ สมฺพนฺโธ. ถาโมติ ญาณสามตฺถิยํ. พลนฺติ อกมฺปนสงฺขาโต วีรภาโว. ถาโม พลนฺติ วา สามตฺถิยวจนเมว ปจฺจเวกฺขณาเทสนาญาณวเสน โยเชตพฺพํ. ปจฺจเวกฺขณาญาณปุพฺพงฺคมญฺหิ เทสนาญาณํ. เอสาติ สิกฺขาปทปญฺญาปนเมว วุจฺจมานปทมเปกฺขิตฺวา ปุลฺลิงฺเคน นิทฺทิสติ, เอโส สิกฺขาปทปญฺญาปนสงฺขาโต วิสโย อญฺเญสํ อวิสโยติ อตฺโถ. อิตีติ ตถาวิสยาวิสยภาวสฺส เหตุภาเวน ปฏินิทฺเทสวจนํ, นิทสฺสนตฺโถ วา อิติ-สทฺโท, เตน ‘‘อิทํ ลหุกํ, อิทํ ครุก’’นฺติอาทินยํ นิทฺทิสติ. เอวมปรตฺถาปิ ยถาสมฺภวํ.

ยทิปิ กายานุปสฺสนาทิวเสน สติปฏฺฐานาทโย สุตฺตนฺตปิฏเก (ที. นิ. ๒.๓๗๔; ม. นิ. ๑.๑๐๗) วิภตฺตา, ตถาปิ สุตฺตนฺตภาชนียาทิวเสน อภิธมฺเมเยว เต วิเสสโต วิภตฺตาติ อาห ‘‘อิเม จตฺตาโร สติปฏฺฐานา…เป… อภิธมฺมปิฏกํ วิภชิตฺวา’’ติ. ตตฺถ สตฺต ผสฺสาติ สตฺตวิญฺญาณธาตุสมฺปโยควเสน วุตฺตํ. ตถา ‘‘สตฺต เวทนา’’ติอาทิปิ. โลกุตฺตรา ธมฺมา นามาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา, เตน วุตฺตาวเสสํ อภิธมฺเม อาคตํ ธมฺมานํ วิภชิตพฺพาการํ สงฺคณฺหาติ. จตุวีสติสมนฺตปฏฺฐานานิ เอตฺถาติ จตุวีสติสมนฺตปฏฺฐานนฺติ พาหิรตฺถสมาโส. ‘‘อภิธมฺมปิฏก’’นฺติ เอตสฺส หิ อิทํ วิเสสนํ. เอตฺถ จ ปจฺจยนยํ อคฺคเหตฺวา ธมฺมวเสเนว สมนฺตปฏฺฐานสฺส จตุวีสติวิธตา วุตฺตา. ยถาห –

‘‘ติกญฺจ ปฏฺฐานวรํ ทุกุตฺตมํ,

ทุกติกญฺเจว ติกทุกญฺจ;

ติกติกญฺเจว ทุกทุกญฺจ,

ฉ อนุโลมมฺหิ นยา สุคมฺภีรา…เป…

ฉ ปจฺจนียมฺหิ…เป… อนุโลมปจฺจนียมฺหิ…เป…

ปจฺจนียานุโลมมฺหิ นยา สุคมฺภีรา’’ติ. [ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๑(ก), ๔๔(ข), ๔๘(ค), ๕๒(ฆ)];

เอวํ ธมฺมวเสน จตุวีสติเภเทสุ ติกปฏฺฐานาทีสุ เอเกกํ ปจฺจยนเยน อนุโลมาทิวเสน จตุพฺพิธํ โหตีติ ฉนฺนวุติสมนฺตปฏฺฐานานิ. ตตฺถ ปน ธมฺมานุโลเม ติกปฏฺฐาเน กุสลตฺติเก ปฏิจฺจวาเร ปจฺจยานุโลเม เหตุมูลเก เหตุปจฺจยวเสน เอกูนปญฺญาส ปุจฺฉานยา สตฺต วิสฺสชฺชนนยาติอาทินา ทสฺสิยมานา อนนฺตเภทา นยาติ อาห ‘‘อนนฺตนย’’นฺติ.

นวหากาเรหีติ อุปฺปาทาทีหิ นวหิ ปจฺจยากาเรหิ. ตํ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘อุปฺปาโท หุตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุปฺปชฺชติ เอตสฺมา ผลนฺติ อุปฺปาโท, ผลุปฺปตฺติยา การณภาโว. สติ จ อวิชฺชาย สงฺขารา อุปฺปชฺชนฺติ, นาสติ. ตสฺมา อวิชฺชา สงฺขารานํ อุปฺปาโท หุตฺวา ปจฺจโย โหติ, ตถา ปวตฺตติ ธรติ เอตสฺมึ ผลนฺติ ปวตฺตํ. นิมียติ ผลเมตสฺมินฺติ นิมิตฺตํ. (นิททาติ ผลํ อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนํ เอเตนาติ นิทานํ.) (เอตฺถนฺตเร อฏฺฐกถาย น สเมติ) อายูหติ ผลํ อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนุปฺปตฺติยา ฆเฏติ เอเตนาติ อายูหนํ. สํยุชฺชติ ผลํ อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺเนน เอตสฺมินฺติ สํโยโค. ยตฺถ สยํ อุปฺปชฺชติ, ตํ ปลิพุทฺธติ ผลเมเตนาติ ปลิโพโธ. ปจฺจยนฺตรสมวาเย สติ ผลมุทยติ เอเตนาติ สมุทโย. หิโนติ การณภาวํ คจฺฉตีติ เหตุ. อวิชฺชาย หิ สติ สงฺขารา ปวตฺตนฺติ, ธรนฺติ จ, เต อวิชฺชาย สติ อตฺตโน ผลํ (นิททนฺติ) (ปฏิ. ม. ๑.๔๕; ที. นิ. ฏี. ๑.๒๘ ปสฺสิตพฺพํ) ภวาทีสุ ขิปนฺติ, อายูหนฺติ อตฺตโน ผลุปฺปตฺติยา ฆเฏนฺติ, อตฺตโน ผเลน สํยุชฺชนฺติ, ยสฺมึ สนฺตาเน สยํ อุปฺปนฺนา ตํ ปลิพุทฺธนฺติ, ปจฺจยนฺตรสมวาเย อุทยนฺติ อุปฺปชฺชนฺติ, หิโนติ จ สงฺขารานํ การณภาวํ คจฺฉติ, ตสฺมา อวิชฺชา สงฺขารานํ ปวตฺตํ หุตฺวา…เป… ปจฺจโย หุตฺวา ปจฺจโย โหติ. เอวํ อวิชฺชาย สงฺขารานํ การณภาวูปคมนวิเสสา อุปฺปาทาทโย เวทิตพฺพา. สงฺขาราทีนํ วิญฺญาณาทีสุปิ เอเสว นโย.

ตมตฺถํ ปฏิสมฺภิทามคฺคปาฬิยา สาเธนฺเตน ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ติฏฺฐติ เอเตนาติ ฐิติ, ปจฺจโย, อุปฺปาโท เอว ฐิติ อุปฺปาทฏฺฐิติ. เอวํ เสเสสุปิ. ยสฺมา ปน ‘‘อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๓) วุตฺตตฺตา อาสวาว อวิชฺชาย ปจฺจโย, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อุโภเปเต ธมฺมา ‘‘ปจฺจยสมุปฺปนฺนา’’ติ, อวิชฺชา จ สงฺขารา จ อุโภเปเต ธมฺมา ปจฺจยโต เอว สมุปฺปนฺนา, น วินา ปจฺจเยนาติ อตฺโถ. ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺญาติ สงฺขารานํ, อวิชฺชาย จ อุปฺปาทาทิเก ปจฺจยากาเร ปริจฺฉินฺทิตฺวา คหณวเสน ปวตฺตา ปญฺญา. ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมานํ ปจฺจยภาวโต ธมฺมฏฺฐิติสงฺขาเต ปฏิจฺจสมุปฺปาเท ญาณํ. ‘‘ทฺวาทส ปฏิจฺจสมุปฺปาทา’’ติ วจนโต หิ ทฺวาทส ปจฺจยา เอว ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. อยญฺจ นโย น ปจฺจุปฺปนฺเน เอว, อถ โข อตีตานาคเตสุปิ, น จ อวิชฺชาย เอว สงฺขาเรสุ, อถ โข สงฺขาราทีนํ วิญฺญาณาทีสุปิ ลพฺภตีติ ปริปุณฺณํ กตฺวา ปจฺจยาการสฺส วิภตฺตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อตีตมฺปิ อทฺธาน’’นฺติอาทิ ปาฬิมาหริ. ปฏฺฐาเน (ปฏฺฐา. ๑.๑) ปน ทสฺสิตา เหตาทิปจฺจยาเอเวตฺถ อุปฺปาทาทิปจฺจยากาเรหิ คหิตาติ เตปิ ยถาสมฺภวํ นีหริตฺวา โยเชตพฺพา. อติวิตฺถารภเยน ปน น โยชยิมฺห, อตฺถิเกหิ จ วิสุทฺธิมคฺคาทิโต (วิสุทฺธิ. ๒.๕๙๔) คเหตพฺพา.

ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺสาติ สงฺขาราทิปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมสฺส. ตถา ตถา ปจฺจยภาเวนาติ อุปฺปาทาทิเหตาทิปจฺจยสตฺติยา. กมฺมกิเลสวิปากวเสน ตีณิ วฏฺฏานิ ยสฺสาติ ติวฏฺฏํ. อตีตปจฺจุปฺปนฺนานาคตวเสน ตโย อทฺธา กาลา เอตสฺสาติ ติยทฺธํ. เหตุผลผลเหตุเหตุผลวเสน ตโย สนฺธโย เอตสฺสาติ ติสนฺธิ. สงฺขิปฺปนฺติ เอตฺถ อวิชฺชาทโย, วิญฺญาณาทโย จาติ สงฺเขปา, เหตุ, วิปาโก จ. อถ วา เหตุ วิปาโกติ สงฺขิปฺปนฺตีติ สงฺเขปา. อวิชฺชาทโย, วิญฺญาณาทโย จ โกฏฺฐาสปริยาโย วา สงฺเขปสทฺโท. อตีตเหตุสงฺเขปาทิวเสน จตฺตาโร สงฺเขปา ยสฺสาติ จตุสงฺเขปํ. สรูปโต อวุตฺตาปิ ตสฺมึ ตสฺมึ สงฺเขเป อากิรียนฺติ อวิชฺชาสงฺขาราทิคฺคหเณหิ ปกาสียนฺตีติ อาการา, อตีตเหตุอาทีนํ ปการา. เต สงฺเขเป ปญฺจ ปญฺจ กตฺวา วีสติ อาการา เอตสฺสาติ วีสตาการํ.

ขตฺติยาทิเภเทน อเนกเภทภินฺนาปิ สสฺสตวาทิโน ชาติสตสหสฺสานุสฺสรณาทิกสฺส อภินิเวสเหตุโน วเสน จตฺตาโรว โหนฺติ, น ตโต อุทฺธํ, อโธ วาติ สสฺสตวาทีนํ ปริมาณปริจฺเฉทสฺส อนญฺญวิสยตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จตฺตาโร ชนา’’ติอาทิมาห. เอส นโย อิตเรสุปิ. ตตฺถ จตฺตาโร ชนาติ จตฺตาโร ชนสมูหาติ อตฺโถ คเหตพฺโพ เตสุ เอเกกสฺสาปิ อเนกปฺปเภทโต. เตติ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตวาทิโน. อิทํ นิสฺสายาติ อิทปฺปจฺจยตาย สมฺมา อคฺคหณํ. ตตฺถาปิ จ เหตุผลภาเวน สมฺพนฺธานํ ธมฺมานํ สนฺตติฆนสฺส อเภทิตตฺตา ปรมตฺถโต วิชฺชมานมฺปิ เภทนิพนฺธนํ นานตฺตนยํ อนุปธาเรตฺวา คหิตํ เอกตฺตคฺคหณํ นิสฺสาย. อิทํ คณฺหนฺตีติ อิทํ สสฺสตคฺคหณํ อภินิวิสฺส โวหรนฺติ, อิมินา นเยน เอกจฺจสสฺสตวาทาทโยปิ ยถาสมฺภวํ โยเชตฺวา วตฺตพฺพา. ภินฺทิตฺวาติ ‘‘อาตปฺปมนฺวายา’’ติอาทินา วิภชิตฺวา, ‘‘ตยิทํ ภิกฺขเว ตถาคโต ปชานาตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๓๖) วา วิธมิตฺวา. นิชฺชฏนฺติ อโนนทฺธํ. นิคุมฺพนฺติ อนาวุฏํ. อปิจ เวฬุอาทีนํ เหฏฺฐุปริยสํสิพฺพนฏฺเฐน ชฏา. กุสาทีนํ โอวรณฏฺเฐน คุมฺโพ. ตสฺสทิสตาย ทิฏฺฐิคตานํ พฺยากุลา ปากฏตา ‘‘ชฏา, คุมฺโพ’’ติ จ วุจฺจติ, ทิฏฺฐิชฏาวิชฏเนน, ทิฏฺฐิคุมฺพวิวรเณน จ นิชฺชฏํ นิคุมฺพํ กตฺวาติ อตฺโถ.

‘‘ตสฺมา’’ติอาทินา พุทฺธคุเณ อารพฺภ เทสนาย สมุฏฺฐิตตฺตา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อุทฺทิสิตฺวา เทสนากุสโล ภควา สมยนฺตรํ วิคฺคหณวเสน สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว วิสฺสชฺเชตีติ ทสฺเสติ.

๒๙. อตฺถิ ปริยาโย สนฺติ-สทฺโท, โส จ สํวิชฺชนฺติปริยาโย, สํวิชฺชมานตา จ ญาเณน อุปลพฺภมานตาติ อาห ‘‘สนฺตี’’ติอาทิ. สํวิชฺชมานปริทีปเนน ปน ‘‘สนฺตี’’ติ อิมินา ปเทน เตสํ ทิฏฺฐิคติกานํ วิชฺชมานตาย อวิจฺฉินฺนตํ, ตโต จ เนสํ มิจฺฉาคาหโต สิถิลกรณวิเวจเนหิ อตฺตโน เทสนาย กิจฺจการิตํ, อวิตถตญฺจ ทีเปติ ธมฺมราชา. อตฺถีติ จ สนฺติปเทน สมานตฺโถ ปุถุวจนวิสโย เอโก นิปาโต ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เกสา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๗๗; ม. นิ. ๑.๑๑๐; ๓.๑๕๔; สํ. นิ. ๔.๑๒๗) วิย. อาลปนวจนนฺติ พุทฺธาลปนวจนํ. ภควาเยว หิ ‘‘ภิกฺขเว, ภิกฺขโว’’ติ จ อาลปติ, น สาวกา. สาวกา ปน ‘‘อาวุโส, อายสฺมา’’ติอาทิสมฺพนฺธเนเนว. ‘‘เอเก’’ติ วุตฺเต เอกจฺเจติ อตฺโถ เอว สงฺขฺยาวาจกสฺส เอก-สทฺทสฺส นิยเตกวจนตฺตา, น สมิตพหิตปาปตาย สมณพฺราหฺมณาติ อาห ‘‘ปพฺพชฺชูปคตภาเวนา’’ติอาทิ. ตถา วา โหนฺตุ, อญฺญถา วา, สมฺมุติมตฺเตเนว อิธาธิปฺเปตาติ ทสฺเสติ ‘‘โลเกนา’’ติอาทินา. สสฺสตาทิวเสน ปุพฺพนฺตํ กปฺเปนฺตีติ ปุพฺพนฺตกปฺปิกา. ยสฺมา ปน เตสํ ปุพฺพนฺตํ ปุริมสิทฺเธหิ ตณฺหาทิฏฺฐิกปฺเปหิ กปฺเปตฺวา อาเสวนพลวตาย, วิจิตฺรวุตฺติตาย จ วิกปฺเปตฺวา อปรภาคสิทฺเธหิ อภินิเวสภูเตหิ ตณฺหาทิฏฺฐิคาเหหิ คณฺหนฺติ อภินิวิสนฺติ ปรามสนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปุพฺพนฺตํ กปฺเปตฺวา วิกปฺเปตฺวา คณฺหนฺตี’’ติ. ปุริมภาคปจฺฉิมภาคสิทฺธานํ วา ตณฺหาอุปาทานานํ วเสน ยถากฺกมํ กปฺปนคหณานิ เวทิตพฺพานิ. ตณฺหาปจฺจยา หิ อุปาทานํ สมฺภวติ. ปหุตปสํสานินฺทาติสยสํสคฺคนิจฺจโยคาทิวิสเยสุ อิธ นิจฺจโยควเสน วิชฺชมานตฺโถ สมฺภวตีติ วุตฺตํ ‘‘ปุพฺพนฺต กปฺโป วา’’ติอาทิ วุตฺตญฺจ –

‘‘ปหุเต จ ปสํสายํ, นินฺทายญฺจาติสยเน;

นิจฺจโยเค จ สํสคฺเค, โหนฺติเม มนฺตุอาทโย’’ติ.

โกฏฺฐาเสสูติ เอตฺถ โกฏฺฐาสาทีสูติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ อาทิ-สทฺทโลเปน, นิทสฺสนนเยน จ วุตฺตตฺตา. ปทปูรณสมีปอุมฺมคฺคาทีสุปิ หิ อนฺต-สทฺโท ทิสฺสติ. ตถา หิ ‘‘อิงฺฆ ตาว สุตฺตนฺเต วา คาถาโย วา อภิธมฺมํ วา ปริยาปุณสฺสุ (ปาจิ. ๔๔๒), สุตฺตนฺเต โอกาสํ การาเปตฺวา’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๑๒๒๑) จ ปทปูรเณ อนฺต-สทฺโท วตฺตติ, ‘‘คามนฺตเสนาสน’’นฺติอาทีสุ (วิสุทฺธิ. ๑.๓๑) สมีเป, ‘‘กามสุขลฺลิกานุโยโค เอโก อนฺโต, อตฺถีติ โข กจฺจาน อยเมโก อนฺโต’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๒๕๘; สํ. นิ. ๒.๑๑๐) จ อุมฺมคฺเคติ.

อนฺตปูโรติ มหาอนฺตอนฺตคุเณหิ ปูโร. ‘‘สา หริตนฺตํ วา ปนฺถนฺตํ วา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐๔) มชฺฌิมนิกาเย มหาหตฺถิปโทปมสุตฺตนฺตปาฬิ. ตตฺถ สาติ เตโชธาตุ. หริตนฺตนฺติ หริตติณรุกฺขมริยาทํ. ปนฺถนฺตนฺติ มคฺคมริยาทํ. อาคมฺม อนาหารา นิพฺพายตีติ เสโส. ‘‘อนฺตมิทํ ภิกฺขเว, ชีวิกานํ ยทิทํ ปิณฺโฑลฺย’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๘๐; อิติวุ. ๙๑) ปิณฺฑิยาโลปสุตฺตนฺตปาฬิ. ตตฺถ ปิณฺฑํ อุลติ คเวสตีติ ปิณฺโฑโล, ปิณฺฑาจาริโก, ตสฺส ภาโว ปิณฺโฑลฺยํ, ปิณฺฑจรเณน ชีวิกตาติ อตฺโถ. เอเสวาติ สพฺพปจฺจยสงฺขยภูโต นิพฺพานธมฺโม เอว, เตนาห ‘‘สพฺพ…เป… วุจฺจตี’’ติ. เอเตน สพฺพปจฺจยสงฺขยนโต อสงฺขตํ นิพฺพานํ สงฺขตภูตสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส ปรภาคํ ปริโยสานภูตํ, ตสฺมา เอตฺถ ปรภาโคว อตฺโถ ยุตฺโตติ ทสฺเสติ. สกฺกาโยติ สกฺกายคาโห.

กปฺโปติ เลโส. กปฺปกเตนาติ ติณฺณํ ทุพฺพณฺณกรณานํ อญฺญตรทุพฺพณฺณกเตน. อาทิ-สทฺเทน เจตฺถ กปฺป-สทฺโท มหากปฺปสมนฺตภาวกิเลสกามวิตกฺกกาลปญฺญตฺติสทิสภาวาทีสุปิ วตฺตตีติ ทสฺเสติ. ตถา เหส ‘‘จตฺตาริมานิ ภิกฺขเว, กปฺปสฺส อสงฺเขฺยยฺยานี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๑๕๖) มหากปฺเป วตฺตติ, ‘‘เกวลกปฺปํ เวฬุวนํ โอภาเสตฺวา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๙๔) สมนฺตภาเว, ‘‘สงฺกปฺโป กาโม ราโค กาโม สงฺกปฺปราโค กาโม’’ติอาทีสุ (มหานิ. ๑; จูฬนิ. ๘) กิเลสกาเม, ‘‘ตกฺโก วิตกฺโก สงฺกปฺโป’’ติอาทีสุ วิตกฺเก, ‘‘เยน สุทํ นิจฺจกปฺปํ วิหรามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) กาเล, ‘‘อิจฺจายสฺมา กปฺโป’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๑๐๑๘) ปญฺญตฺติยํ, ‘‘สตฺถุกปฺเปน วต กิร โภ สาวเกน สทฺธึ มนฺตยมานา น ชานิมฺหา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๖๐) สทิสภาเวติ.

ตณฺหาทิฏฺฐีสุ ปวตฺตึ มหานิทฺเทสปาฬิยา (มหานิ. ๒๘) สาเธนฺโต ‘‘วุตฺตมฺปิ เจต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อุทฺทานโตติ สงฺเขปโต. ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ ยถาวุตฺตาย อตฺถวณฺณนาย คุณวจนํ. ตณฺหาทิฏฺฐิวเสนาติ อุปนิสฺสยสหชาตภูตาย อภินนฺทนสงฺขาตาย ตณฺหาย เจว สสฺสตาทิอากาเรน อภินิวิสนฺตสฺส มิจฺฉาคาหสฺส จ วเสน. ปุพฺเพ นิวุตฺถธมฺมวิสยาย กปฺปนาย อิธ อธิปฺเปตตฺตา อตีตกาลวาจโกเยว ปุพฺพ-สทฺโท, น ปน ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติอาทีสุ วิย ปธานาทิวาจโก, รูปาทิขนฺธวินิมุตฺตสฺส กปฺปนวตฺถุโน อภาวา อนฺต-สทฺโท จ โกฏฺฐาสวาจโก, น ปน อพฺภนฺตราทิวาจโกติ ทสฺเสตุํ ‘‘อตีตํ ขนฺธโกฏฺฐาส’’นฺติ วุตฺตํ. กปฺเปตฺวาติ จ ตสฺมึ ปุพฺพนฺเต ตณฺหายนาภินิเวสนานํ สมตฺถนํ ปรินิฏฺฐาปนมาห. ฐิตาติ ตสฺสา ลทฺธิยา อวิชหนํ, ปุพฺพนฺตเมว อนุคตา ทิฏฺฐิ เตสมตฺถีติ โยชนา. อตฺถิตา, อนุคตตา จ นาม ปุนปฺปุนํ ปวตฺติยาติ ทสฺเสติ ‘‘ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนวเสนา’’ติ อิมินา. ‘‘เต เอว’’นฺติอาทินา ‘‘ปุพฺพนฺตํ อารพฺภา’’ติอาทิปาฬิยา อตฺถํ สํวณฺเณติ. ตตฺถ อารพฺภาติ อาลมฺพิตฺวา. วิสโย หิ ตสฺสา ทิฏฺฐิยา ปุพฺพนฺโต. วิสยภาวโต เหส ตสฺสา อาคมนฏฺฐานํ, อารมฺมณปจฺจโย จาติ วุตฺตํ ‘‘อาคมฺม ปฏิจฺจา’’ติ. ตเทตํ อญฺเญสํ ปติฏฺฐาปนทสฺสนนฺติ อาห ‘‘อญฺญมฺปิ ชนํ ทิฏฺฐิคติตํ กโรนฺตา’’ติ.

อธิวจนปถานีติ [อธิวจนปอทานิ (อฏฺฐกถายํ)] รุฬฺหิมตฺเตน ปญฺญตฺติปถานิ. ทาสาทีสุ หิ สิริวฑฺฒกาทิสทฺทา วิย วจนมตฺตเมว อธิการํ กตฺวา ปวตฺติยา ตถา ปณฺณตฺติเยว อธิวจนํ, สา จ โวหารสฺส ปโถติ. อถ วา อธิ-สทฺโท อุปริภาเค, วุจฺจตีติ วจนํ. อธิ อุปริภาเค วจนํ อธิวจนํ. อุปาทานิยภูตานํ รูปาทีนํ [อุปาทาภูตรูปาทีนํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๙)] อุปริ ปญฺญาปิยมานา อุปาทาปญฺญตฺติ, ตสฺมา ปญฺญตฺติทีปกปถานีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ปญฺญตฺติมตฺตเญฺหตํ วุจฺจติ, ยทิทํ ‘‘อตฺตา, โลโก’’ติ จ, น รูปเวทนาทโย วิย ปรมตฺโถติ. อธิมุตฺติ-สทฺโท เจตฺถ อธิวจน-สทฺเทน สมานตฺโถ ‘‘นิรุตฺติปโถ’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๐๗ ทุกมาติกา) วิย อุตฺติสทฺทสฺส วจนปริยายตฺตา. ‘‘ภูตํ อตฺถ’’นฺติอาทินา ปน ภูตสภาวโต อติเรกํ. ตมติธาวิตฺวา วา มุจฺจนฺตีติ อธิมุตฺติโย, ตาสํ ปถานิ ตทฺทีปกตฺตาติ อตฺถํ ทสฺเสติ, อธิกํ วา สสฺสตาทิกํ มุจฺจนฺตีติ อธิมุตฺติโย. อธิกญฺหิ สสฺสตาทึ, ปกติอาทึ, ทพฺพาทึ, ชีวาทึ, กายาทิญฺจ อภูตํ อตฺถํ สภาวธมฺเมสุ อชฺฌาโรเปตฺวา ทิฏฺฐิโย ปวตฺตนฺติ.

๓๐. อภิวทนฺตีติ ‘‘อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญ’’นฺติ อภินิวิสิตฺวา วทนฺติ. ‘‘อยเมว ธมฺโม, นายํ ธมฺโม’’ติอาทินา อภิภวิตฺวาปิ วทนฺติ. อภิวทนกิริยาย อชฺชาปิ อวิจฺเฉทภาวทสฺสนตฺถํ วตฺตมานวจนํ กตนฺติ อยเมตฺถ ปาฬิวณฺณนา. กเถตุกมฺยตาย เหตุภูตาย ปุจฺฉิตฺวาติ สมฺพนฺโธ. มิจฺฉา ปสฺสตีติ ทิฏฺฐิ, ทิฏฺฐิ เอว ทิฏฺฐิคตํ ‘‘มุตฺตคตํ, (อ. นิ. ๙.๑๑) สงฺขารคต’’นฺติอาทีสุ (มหานิ. ๔๑) วิย คต-สทฺทสฺส ตพฺภาววุตฺติโต, คนฺตพฺพาภาวโต วา ทิฏฺฐิยา คตมตฺตนฺติ ทิฏฺฐิคตํ. ทิฏฺฐิยา คหณมตฺตเมว, นตฺถญฺญํ อวคนฺตพฺพนฺติ อตฺโถ, ทิฏฺฐิปกาโร วา ทิฏฺฐิคตํ. โลกิยา หิ วิธยุตฺตคตปการสทฺเท สมานตฺเถ อิจฺฉนฺติ. เอกสฺมึเยว ขนฺเธ ‘‘อตฺตา’’ติ จ ‘‘โลโก’’ติ จ คหณวิเสสํ อุปาทาย ปญฺญาปนํ โหตีติ อาห ‘‘รูปาทีสุ อญฺญตรํ อตฺตาติ จ โลโกติ จ คเหตฺวา’’ติ. อมรํ นิจฺจํ ธุวนฺติ สสฺสตเววจนานิ, มรณาภาเวน วา อมรํ. อุปฺปาทาภาเวน สพฺพทาปิ อตฺถิตาย นิจฺจํ. ถิรฏฺเฐน วิการาภาเวน ธุวํ.‘‘ยถาหา’’ติอาทินา มหานิทฺเทส ปฏิสมฺภิทามคฺคปาฬีหิ ยถาวุตฺตมตฺถํ วิภาเวติ. ตตฺถ ‘‘รูปํ คเหตฺวา’’ติ ปาฐเสเสน สมฺพนฺโธ. อยํ ปนตฺโถ – ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ. เวทนํ, สญฺญํ, สงฺขาเร, วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ อิมิสฺสา ปญฺจวิธาย สกฺกายทิฏฺฐิยา วเสน วุตฺโต, ‘‘รูปวนฺตํ อตฺตาน’’นฺติอาทิกาย ปน ปญฺจทสวิธายปิ ตทวเสสาย สกฺกายทิฏฺฐิยา วเสน จตฺตาโร ขนฺเธ ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ตทญฺโญ ‘‘โลโก’’ติ ปญฺญเปนฺตีติ อยมฺปิ อตฺโถ ลพฺภเตว. ตถา เอกํ ขนฺธํ ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา อญฺโญ อตฺตโน อุปโภคภูโต ‘‘โลโก’’ติ จ. สสนฺตติปติเต ขนฺเธ ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ตทญฺโญ ปรสนฺตติปติโต ‘‘โลโก’’ติ จ ปญฺญเปตีติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอตฺถาห – ‘‘สสฺสโต วาโท เอเตส’’นฺติ กสฺมา เหฏฺฐา วุตฺตํ, นนุ เตสํ อตฺตา จ โลโก จ สสฺสโตติ อธิปฺเปโต, น วาโทติ? สจฺจเมตํ, สสฺสตสหจริตตาย ปน วาโทปิ สสฺสโตติ วุตฺโต ยถา ‘‘กุนฺตา ปจรนฺตี’’ติ, สสฺสโต อิติ วาโท เอเตสนฺติ วา ตตฺถ อิติ-สทฺทโลโป ทฏฺฐพฺโพ. สสฺสตํ วทนฺติ ‘‘อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญ’’นฺติ อภินิวิสฺส โวหรนฺตีติ สสฺสตวาทา ติปิ ยุชฺชติ.

๓๑. อาตาปนภาเวนาติ วิพาธนสฺส ภาเวน, วิพาธนฏฺเฐน วา. ปหานญฺเจตฺถ วิพาธนํ. ปทหนวเสนาติ สมาทหนวเสน. สมาทหนํ ปน โกสชฺชปกฺเข ปติตุมทตฺวา จิตฺตสฺส อุสฺสาหนํ. ยถา สมาธิ วิเสสภาคิยตํ ปาปุณาติ, เอวํ วีริยสฺส พหุลีกรณํ อนุโยโค. อิติ ปทตฺตเยน วีริยเมว วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เอวํ ติปฺปเภทํ วีริย’’นฺติ. ยถากฺกมญฺหิห ตีหิ ปเทหิ อุปจารปฺปนาจิตฺตปริทมนวีริยานิ ทสฺเสติ. น ปมชฺชติ เอเตนาติ อปฺปมาโท, สติยา อวิปฺปวาโส. โส ปน สติปฏฺฐานา จตฺตาโร ขนฺธา เอว. สมฺมา อุปาเยน มนสิ กโรติ กมฺมฏฺฐานเมเตนาติ สมฺมามนสิกาโร, โส ปน ญาณเมว, น อารมฺมณวีถิชวนปฏิปาทกา, เตนาห ‘‘อตฺถโต ญาณ’’นฺติ. ปถมนสิกาโรติ การณมนสิกาโร. ตเทวตฺถํ สมตฺเถติ ‘‘ยสฺมิญฺหี’’ติอาทินา. ตตฺถ ยสฺมึ มนสิกาเรติ กมฺมฏฺฐานมนสิกรณูปายภูเต ญาณสงฺขาเต มนสิกาเร. ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน’’ติ อิมินา สทฺทนฺตรสมฺปโยคาทินา วิย ปกรณวเสนาปิ สทฺโท วิเสสวิสโยติ ทีเปติ. วีริยญฺจาติ ยถาวุตฺเตหิ ตีหิ ปเทหิ วุตฺตํ ติปฺปเภทํ วีริยญฺจ. เอตฺถาติ ‘‘อาตปฺป…เป… มนสิการมนฺวายา’’ติ อิมสฺมึ ปาเฐ, สีลวิสุทฺธิยา สทฺธึ จตุนฺนํ รูปาวจรชฺฌานานํ อธิคมนปฏิปทา อิธ วตฺตพฺพา, สา ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๔๐๑) วิตฺถารโต วุตฺตาติ อาห ‘‘สงฺเขปตฺโถ’’ติ. ตถาชาติกนฺติ ตถาสภาวํ, เอเตน จุทฺทสวิเธหิ จิตฺตปริทมเนหิ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานสฺส ปคุณตาปาทเนน ทมิตตํ ทสฺเสติ. เจตโส สมาธิ เจโตสมาธิ, โส ปน อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตรูปาวจรจตุตฺถชฺฌานสฺเสว สมาธิ. ยถา-สทฺโท ‘‘เยนา’’ติ อตฺเถ นิปาโตติ อาห ‘‘เยน สมาธินา’’ติ.

วิชมฺภนภูเตหิ โลกิยาภิญฺญาสงฺขาเตหิ ฌานานุภาเวหิ สมฺปนฺโนติ ฌานานุภาวสมฺปนฺโน. โส ทิฏฺฐิคติโก เอวํ วทตีติ วตฺตมานวจนํ, ตถาวทนสฺส อวิจฺเฉทภาเวน สพฺพกาลิกตาทสฺสนตฺถนฺติ เวทิตพฺพํ. อนิยมิเต หิ กาลวิเสเส วิปฺปกตกาลวจนนฺติ. วนติ ยาจติ ปุตฺตนฺติ วญฺฌา ฌ-ปจฺจยํ, น-การสฺส จ นิคฺคหิตํ กตฺวา, วธติ ปุตฺตํ, ผลํ วา หนตีติปิ วญฺฌา สปจฺจยฆฺย-การสฺส ฌ-การํ, นิคฺคหิตาคมญฺจ กตฺวา. สา วิย กสฺสจิ ผลสฺส อชเนนาติ วญฺโฌ, เตนาห ‘‘วญฺฌปสู’’ติอาทิ. เอวํ ปทตฺถวตา อิมินา กีทิสํ สามตฺถิยตฺถํ ทสฺเสตีติ อนฺโตลีนโจทนํ ปริหริตุํ ‘‘เอเตนา’’ติอาทิมาห. ฌานลาภิสฺส วิเสเสน ฌานธมฺมา อาปาถมาคจฺฉนฺติ, ตมฺมุเขน ปน เสสธมฺมาปีติ อิมมตฺถํ สนฺธาย ‘‘ฌานาทีน’’นฺติ วุตฺตํ. รูปาทิชนกภาวนฺติ รูปาทีนํ ชนกสามตฺถิยํ. ปฏิกฺขิปตีติ ‘‘นยิเม กิญฺจิ ชเนนฺตี’’ติ ปฏิกฺขิปติ. กสฺมาติ เจ? สติ หิ ชนกภาเว รูปาทิธมฺมานํ วิย, สุขาทิธมฺมานํ วิย จ ปจฺจยายตฺตวุตฺติตาย อุปฺปาทวนฺตตา วิญฺญายติ, อุปฺปาเท จ สติ อวสฺสํภาวี นิโรโธติ อนวกาสาว นิจฺจตา สิยา, ตสฺมา ตํ ปฏิกฺขิปตีติ.

ฐิโตติ นิจฺจลํ ปติฏฺฐิโต, กูฏฏฺฐ-สทฺโทเยว วา โลเก อจฺจนฺตํ นิจฺเจ นิรุโฬฺห ทฏฺฐพฺโพ. ติฏฺฐตีติ ฐายี, เอสิกา จ สา ฐายี จาติ เอสิกฏฺฐายี, วิเสสนปรนิปาโต เจส, ตสฺมา คมฺภีรเนโม นิจฺจลฏฺฐิติโก อินฺทขีโล วิยาติ อตฺโถ, เตนาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ. ‘‘กูฏฏฺโฐ’’ติ อิมินา เจตฺถ อนิจฺจตาภาวมาห. ‘‘เอสิกฏฺฐายี ฐิโต’’ติ อิมินา ปน ยถา เอสิกา วาตปฺปหาราทีหิ น จลติ, เอวํ น เกนจิ วิการมาปชฺชตีติ วิการาภาวํ, วิกาโรปิ อตฺถโต วินาโสเยวาติ วุตฺตํ ‘‘อุภเยนาปิ โลกสฺส วินาสาภาวํ ทสฺเสตี’’ติ.

เอวมฏฺฐกถาวาทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เกจิวาทํ ทสฺเสตุํ ‘‘เกจิ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. มุญฺชโตติ [มุญฺเช (อฏฺฐกถายํ)] มุญฺชติณโต. อีสิกาติ กฬีโร. ยทิทํ อตฺตสงฺขาตํ ธมฺมชาตํ ชายตีติ วุจฺจติ, ตํ สตฺติรูปวเสน ปุพฺเพ วิชฺชมานเมว พฺยตฺติรูปวเสน นิกฺขมติ, อภิพฺยตฺตึ คจฺฉตีติ อตฺโถ. ‘‘วิชฺชมานเมวา’’ติ หิ เอเตน การเณ ผลสฺส อตฺถิภาวทสฺสเนน พฺยตฺติรูปวเสน อภิพฺยตฺติวาทํ ทสฺเสติ. สาลิคพฺเภ สํวิชฺชมานํ สาลิสีสํ วิย หิ สตฺติรูปํ, ตทภินิกฺขนฺตํ วิย พฺยตฺติรูปนฺติ. กถํ ปน สตฺติรูปวเสน วิชฺชมาโนเยว ปุพฺเพ อนภิพฺยตฺโต พฺยตฺติรูปวเสน อภิพฺยตฺตึ คจฺฉตีติ? ยถา อนฺธกาเรน ปฏิจฺฉนฺโน ฆโฏ อาโลเกน อภิพฺยตฺตึ คจฺฉติ, เอวมยมฺปีติ.

อิทเมตฺถ วิจาเรตพฺพํ – กึ กโรนฺโต อาโลโก ฆฏํ ปกาเสตีติ วุจฺจติ, ยทิ ฆฏวิสยํ พุทฺธึ กโรนฺโต ปกาเสติ, อนุปฺปนฺนาย เอว พุทฺธิยา อุปฺปตฺติทีปนโต อภิพฺยตฺติวาโท หายติ. อถ ฆฏวิสยาย พุทฺธิยา อาวรณภูตํ อนฺธการํ วิธมนฺโต ปกาเสติ, เอวมฺปิ อภิพฺยตฺติวาโท หายเตว. สติ หิ ฆฏวิสยาย พุทฺธิยา กถํ อนฺธกาโร ตสฺสา อาวรณํ โหตีติ. ยถา จ ฆฏสฺส อภิพฺยตฺติ น ยุชฺชติ, เอวํ ทิฏฺฐิคติกปริกปฺปิตสฺส อตฺตโนปิ อภิพฺยตฺติ น ยุชฺชติเยว. ตตฺถาปิ หิ ยทิ อินฺทฺริยวิสยาทิสนฺนิปาเตน อนุปฺปนฺนา เอว พุทฺธิ อุปฺปนฺนา, อุปฺปตฺติวจเนเนว อภิพฺยตฺติวาโท หายติ อภิพฺยตฺติมตฺตมติกฺกมฺม อนุปฺปนฺนาย เอว พุทฺธิยา อุปฺปตฺติทีปนโต. ตถา สสฺสตวาโทปิ เตเนว การเณน. อถ พุทฺธิปฺปวตฺติยา อาวรณภูตสฺส อนฺธการฏฺฐานิยสฺส โมหสฺส วิธมเนน พุทฺธิ อุปฺปนฺนา. เอวมฺปิ สติ อตฺถวิสยาย พุทฺธิยา กถํ โมโห ตสฺสา อาวรณํ โหตีติ, หายเตว อภิพฺยตฺติวาโท, กิญฺจ ภิยฺโย – เภทสพฺภาวโตปิ อภิพฺยตฺติวาโท หายติ. น หิ อภิพฺยญฺชนกานํ จนฺทิมสูริยมณิปทีปาทีนํ เภเทน อภิพฺยญฺชิตพฺพานํ ฆฏาทีนํ เภโท โหติ, โหติ จ วิสยเภเทน พุทฺธิเภโท ยถาวิสยํ พุทฺธิยา สมฺภวโตติ ภิยฺโยปิ อภิพฺยตฺติ น ยุชฺชติเยว, น เจตฺถ วิชฺชมานตาภิพฺยตฺติวเสน วุตฺติกปฺปนา ยุตฺตา วิชฺชมานตาภิพฺยตฺติกิริยาสงฺขาตาย วุตฺติยา วุตฺติมโต จ อนญฺญถานุชานนโต. อนญฺญาเยว หิ ตถา วุตฺติสงฺขาตา กิริยา ตพฺพนฺตวตฺถุโต, ยถา ผสฺสาทีหิ ผุสนาทิภาโว, ตสฺมา วุตฺติมโต อนญฺญาย เอว วิชฺชมานตาภิพฺยตฺติสงฺขาตาย วุตฺติยา ปริกปฺปิโต เกสญฺจิ อภิพฺยตฺติวาโท น ยุตฺโต เอวาติ. เย ปน ‘‘อีสิกฏฺฐายี ฐิโต’’ติ ปฐิตฺวา ยถาวุตฺตมตฺถมิจฺฉนฺติ, เต ตทิทํ การณภาเวน คเหตฺวา ‘‘เต จ สตฺตา สนฺธาวนฺติ สํสรนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตี’’ติ ปเทหิ อตฺถสมฺพนฺธมฺปิ กโรนฺติ, น อฏฺฐกถายมิว อสมฺพนฺธนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยสฺมา จา’’ติอาทิมาห. เต จ สตฺตา สนฺธาวนฺตีติ เอตฺถ เย อิธ มนุสฺสภาเวน อวฏฺฐิตา, เตเยว เทวภาวาทิอุปคมเนน อิโต อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. อญฺญถา กตสฺส กมฺมสฺส วินาโส, อกตสฺส จ อพฺภาคโม อาปชฺเชยฺยาติ อธิปฺปาโย.

อปราปรนฺติ อปรสฺมา ภวา อปรํ ภวํ, อปรมปรํ วา, ปุนปฺปุนนฺติ อตฺโถ. ‘‘จวนฺตี’’ติ ปทมุลฺลิงฺเคตฺวา ‘‘เอวํ สงฺขฺยํ คจฺฉนฺตี’’ติ อตฺถํ วิวรติ, อตฺตโน ตถาคหิตสฺส นิจฺจสภาวตฺตา น จุตูปปตฺติโย. สพฺพพฺยาปิตาย นาปิ สนฺธาวนสํสรณานิ, ธมฺมานํเยว ปน ปวตฺติวิเสเสน เอวํ สงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ เอวํ โวหรียนฺตีติ อธิปฺปาโย. เอเตน ‘‘อวฏฺฐิตสภาวสฺส อตฺตโน, ธมฺมิโน จ ธมฺมมตฺตํ อุปฺปชฺชติ เจว วินสฺสติ จา’’ติ อิมํ วิปริณามวาทํ ทสฺเสติ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ อิมิสฺสํ สสฺสตวาทวิจารณายเมว ‘‘เอวํคติกา’’ติ ปทตฺถวิภาวเน วกฺขาม. อิทานิ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ อสมฺพนฺธมตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อฏฺฐกถายํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สนฺธาวนฺตีติอาทินา วจเนน อตฺตโน วาทํ ภินฺทติ วินาเสติ สนฺธาวนาทิวจนสิทฺธาย อนิจฺจตาย ปุพฺเพ อตฺตนา ปฏิญฺญาตสฺส สสฺสตวาทสฺส วิรุทฺธภาวโตติ อตฺโถ. ‘‘ทิฏฺฐิคติกสฺสา’’ติอาทิ ตทตฺถสมตฺถนํ. น นิพทฺธนฺติ น ถิรํ. ‘‘สนฺธาวนฺตี’’ติอาทิวจนํ, สสฺสตวาทญฺจ สนฺธาย ‘‘สุนฺทรมฺปิ อสุนฺทรมฺปิ โหติเยวา’’ติ วุตฺตํ. สพฺพทา สรนฺติ ปวตฺตนฺตีติ สสฺสติโย ร-การสฺส ส-การํ, ทฺวิภาวญฺจ กตฺวา, ปถวีสิเนรุจนฺทิมสูริยา, สสฺสตีหิ สมํ สทิสํ ตถา, ภาวนปุํสกวจนญฺเจตํ. ‘‘อตฺตา จ โลโก จา’’ติ หิ กตฺตุอธิกาโร. สสฺสติสมนฺติ วา ลิงฺคพฺยตฺตเยน กตฺตุนิทฺเทโส. สสฺสติสโม อตฺตา จ โลโก จ อตฺถิ เอวาติ อตฺโถ, อิติ-สทฺโท เจตฺถ ปทปูรณมตฺตํ. เอว-สทฺทสฺส หิ เอ-กาเร ปเร อิติ-สทฺเท อิ-การสฺส ว-การมิจฺฉนฺติ สทฺทวิทู. สสฺสติสมนฺติ สสฺสตํ ถาวรํ นิจฺจกาลนฺติปิ อตฺโถ, สสฺสติสม-สทฺทสฺส สสฺสตปเทน สมานตฺถตํ สนฺธาย ฏีกายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๓๑) วุตฺโต.

เหตุํ ทสฺเสนฺโตติ เยสํ ‘‘สสฺสโต’’ติ อตฺตานญฺจ โลกญฺจ ปญฺญเปติ, เตสํ เหตุํ ทสฺเสนฺโต อยํ ทิฏฺฐิคติโก อาหาติ สมฺพนฺโธ. น หิ อตฺตโน ทิฏฺฐิยา ปจฺจกฺขกตมตฺถํ อตฺตโนเยว สาเธติ, อตฺตโน ปน ปจฺจกฺขกเตน อตฺเถน อตฺตโน อปฺปจฺจกฺขภูตมฺปิ อตฺถํ สาเธติ, อตฺตนา จ ยถานิจฺฉิตํ อตฺถํ ปเรปิ วิญฺญาเปติ, น อนิจฺฉิตํ, อิทํ ปน เหตุทสฺสนํ เอเตสุ อเนเกสุ ชาติสตสหสฺเสสุ เอโกวายํ เม อตฺตา จ โลโก จ อนุสฺสรณสมฺภวโต. โย หิ ยมตฺถํ อนุภวติ, โส เอว ตํ อนุสฺสรติ, น อญฺโญ. น หิ อญฺเญน อนุภูตมตฺถํ อญฺโญ อนุสฺสริตุํ สกฺโกติ ยถา ตํ พุทฺธรกฺขิเตน อนุภูตํ ธมฺมรกฺขิโต. ยถา เจตาสุ, เอวํ อิโต ปุริมตราสุปิ ชาตีสุ, ตสฺมา ‘‘สสฺสโต เม อตฺตา จ โลโก จ, ยถา จ เม, เอวํ อญฺเญสมฺปิ สตฺตานํ สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติ สสฺสตวเสน ทิฏฺฐิคหณํ ปกฺขนฺทนฺโต ทิฏฺฐิคติโก ปเรปิ ตตฺถ ปติฏฺฐเปติ. ปาฬิยํ ปน ‘‘อเนกวิหิตานิ อธิมุตฺติปถานิ อภิวทนฺติ, โส เอวมาหา’’ติ วจนโต ปรานุคาหาปนวเสน อิธ เหตุทสฺสนํ อธิปฺเปตนฺติ วิญฺญายติ. เอตนฺติ อตฺตโน จ โลกสฺส จ สสฺสตภาวํ. ‘‘น เกวล’’นฺติอาทิ อตฺถโต อาปนฺนทสฺสนํ. ฐาน-สทฺโท การเณ, ตญฺจ โข อิธ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติเยวาติ อาห ‘‘อิท’’นฺติอาทิ. การณญฺจ นาเมตํ ติวิธํ สมฺปาปกํ นิพฺพตฺตกํ ญาปกนฺติ. ตตฺถ อริยมคฺโค นิพฺพานสฺส สมฺปาปกการณํ, พีชํ องฺกุรสฺส นิพฺพตฺตกการณํ, ปจฺจยุปฺปนฺนตาทโย อนิจฺจตาทีนํ ญาปกการณํ, อิธาปิ ญาปกการณเมว อธิปฺเปตํ. ญาปโก หิ อตฺโถ ญาเปตพฺพตฺถวิสยสฺส ญาณสฺส เหตุภาวโต การณํ. ตทายตฺตวุตฺติตาย ตํ ญาณํ ติฏฺฐติ เอตฺถาติ ฐานํ, วสติ ตํ ญาณเมตฺถ ติฏฺฐตีติ ‘‘วตฺถู’’ติ จ วุจฺจติ. ตถา หิ ภควตา วตฺถุ-สทฺเทน อุทฺทิสิตฺวาปิ ฐาน-สทฺเทน นิทฺทิฏฺฐนฺติ.

๓๒-๓๓. ทุติยตติยวารานํ ปฐมวารโต วิเสโส นตฺถิ ฐเปตฺวา กาลเภทนฺติ อาห ‘‘อุปริ วารทฺวเยปิ เอเสว นโย’’ติ. ตเทตํ กาลเภทํ ยถาปาฬึ ทสฺเสตุํ ‘‘เกวลญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิตเรน ทุติยตติยวารา ยาว ทสสํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺปา, ยาว จตฺตาลีสสํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺปา จ อนุสฺสรณวเสน วุตฺตาติ อธิปฺปาโย. ยเทวํ กสฺมา สสฺสตวาโท จตุธา วิภตฺโต, นนุ ติธา กาลเภทมกตฺวา อธิจฺจสมุปฺปตฺติกวาโท วิย ทุวิเธเนว วิภชิตพฺโพ สิยาติ โจทนํ โสเธตุํ ‘‘มนฺทปญฺโญ หี’’ติอาทิมาห. มนฺทปญฺญาทีนํ ติณฺณํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณลาภีนํ วเสน ติธา กาลเภทํ กตฺวา ตกฺกเนน สห จตุธา วิภตฺโตติ อธิปฺปาโย. นนุ จ อนุสฺสวาทิวเสน ตกฺกิกานํ วิย มนฺทปญฺญาทีนมฺปิ วิเสสลาภีนํ หีนาทิวเสน อเนกเภทสมฺภวโต พหุธา เภโท สิยา, อถ กสฺมา สพฺเพปิ วิเสสลาภิโน ตโย เอว ราสี กตฺวา วุตฺตาติ? อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน ทสฺเสตุกามตฺตา. ตีสุ หิ ราสีสุ เย หีนมชฺฌิมปญฺญา, เต วุตฺตปริจฺเฉทโต อูนกเมว อนุสฺสรนฺติ. เย ปน อุกฺกฏฺฐปญฺญา, เต วุตฺตปริจฺเฉทํ อติกฺกมิตฺวา นานุสฺสรนฺตีติ ตตฺถ ตตฺถ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน ทสฺเสตุกามโต อเนกชาติสตสหสฺสทสจตฺตารีสสํวฏฺฏวิวฏฺฏานุสฺสรณวเสน ตโย เอว ราสี กตฺวา วุตฺตาติ. น ตโต อุทฺธนฺติ ยถาวุตฺตกาลตฺตยโต, จตฺตารีสสํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺปโต วา อุทฺธํ นานุสฺสรติ, กสฺมา? ทุพฺพลปญฺญตฺตา. เตสญฺหิ นามรูปปริจฺเฉทวิรหโต ทุพฺพลา ปญฺญา โหตีติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ.

๓๔. ตปฺปกติยตฺโตปิ กตฺตุตฺโถเยวาติ อาห ‘‘ตกฺกยตี’’ติ. ตปฺปกติยตฺตตฺตา เอว หิ ทุติยนโยปิ อุปปนฺโน โหติ. ตตฺถ ตกฺกยตีติ อูหยติ, สสฺสตาทิอากาเรน ตสฺมึ ตสฺมึ อารมฺมเณ จิตฺตํ อภินิโรปยตีติ อตฺโถ. ตกฺโกติ อาโกฏนลกฺขโณ, วินิจฺฉยลกฺขโณ วา ทิฏฺฐิฏฺฐานภูโต วิตกฺโก. เตน เตน ปริยาเยน ตกฺกนํ สนฺธาย ‘‘ตกฺเกตฺวา วิตกฺเกตฺวา’’ติ วุตฺตํ วีมํสาย สมนฺนาคโตติ อตฺถวจนมตฺตํ. นิพฺพจนํ ปน ตกฺกิปเท วิย ทฺวิธา วตฺตพฺพํ. วีมํสา นาม วิจารณา, สา จ ทุวิธา ปญฺญา เจว ปญฺญาปติรูปิกา จ. อิธ ปน ปญฺญาปติรูปิกาว, สา จตฺถโต โลภสหคตจิตฺตุปฺปาโท, มิจฺฉาภินิเวสสงฺขาโต วา อโยนิโสมนสิกาโร. ปุพฺพภาเค วา มิจฺฉาทสฺสนภูตํ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตํ, ตเทตมตฺถตฺตยํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตุลนา รุจฺจนา ขมนา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ตุลยิตฺวา’’ติอาทีสุปิ ยถากฺกมํ ‘‘โลภสหคตจิตฺตุปฺปาเทนา’’ติอาทินา โยเชตพฺพํ. สมนฺตโต, ปุนปฺปุนํ วา อาหนนํ ปริยาหตํ, ตํ ปน วิตกฺกสฺส อารมฺมณํ อูหนเมว, ภาวนปุํสกญฺเจตํ ปทนฺติ ทสฺเสติ ‘‘เตน เตน ปริยาเยน ตกฺเกตฺวา’’ติ อิมินา. ปริยาเยนาติ จ การเณนาติ อตฺโถ. วุตฺตปฺปการายาติ ติธา วุตฺตปฺปเภทาย. อนุวิจริตนฺติ อนุปวตฺติตํ, วีมํสานุคเตน วา วิจาเรน อนุมชฺชิตํ. ตทนุคตธมฺมกิจฺจมฺปิ หิ ปธานธมฺเม อาโรเปตฺวา ตถา วุจฺจติ. ปฏิภาติ ทิสฺสตีติ ปฏิภานํ, ยถาสมาหิตาการวิเสสวิภาวโก ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตจิตฺตุปฺปาโท, ตโต ชาตนฺติ ปฏิภานํ, ตถา ปญฺญายนํ, สยํ อตฺตโน ปฏิภานํ สยํปฏิภานํ, เตเนวาห ‘‘อตฺตโน ปฏิภานมตฺตสญฺชาต’’นฺติ. มตฺต-สทฺเทน เจตฺถ วิเสสาธิคมาทโย นิวตฺเตติ. อนามฏฺฐกาลวจเน วตฺตมานวเสเนว อตฺถนิทฺเทโส อุปปนฺโนติ อาห ‘‘เอวํ วทตี’’ติ.

ปาฬิยํ ‘‘ตกฺกี โหติ วีมํสี’’ติ สามญฺญนิทฺเทเสน, เอกเสเสน วา วุตฺตํ ตกฺกีเภทํ วิภชนฺโต ‘‘ตตฺถ จตุพฺพิโธ’’ติอาทิมาห. ปเรหิ ปุน สวนํ อนุสฺสุติ, สา ยสฺสายํ อนุสฺสุติโก. ปุริมํ อนุภูตปุพฺพํ ชาตึ สรตีติ ชาติสฺสโร. ลพฺภเตติ ลาโภ, ยํ กิญฺจิ อตฺตนา ปฏิลทฺธํ รูปาทิ, สุขาทิ จ, น ปน ฌานาทิวิเสโส, เตเนวาห ปาฬิยํ ‘‘โส ตกฺกปริยาหตํ วีมํสานุวิจริตํ สยํปฏิภานํ เอวมาหา’’ติ. อฏฺฐกถายมฺปิ วุตฺตํ ‘‘อตฺตโน ปฏิภานมตฺตสญฺชาต’’นฺติ. อาจริยธมฺมปาลตฺเถโรปิ วทติ ‘‘มตฺต-สทฺเทน วิเสสาธิคมาทโย นิวตฺเตตี’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๓๔) โส เอตสฺสาติ ลาภี. สุทฺเธน ปุริเมหิ อสมฺมิสฺเสน, สุทฺธํ วา ตกฺกนํ สุทฺธตกฺโก, โส ยสฺสายํ สุทฺธตกฺกิโก. เตน หีติ อุยฺโยชนตฺเถ นิปาโต, เตน ตถา เวสฺสนฺตรรญฺโญว ภควติ สมาเนติ ทิฏฺฐิคฺคาหํ อุยฺโยเชติ. ลาภิตายาติ รูปาทิสุขาทิลาภีภาวโต. ‘‘อนาคเตปิ เอวํ ภวิสฺสตี’’ติ อิทํ ลาภีตกฺกิโน เอวมฺปิ สมฺภวตีติ สมฺภวทสฺสนวเสน อิธาธิปฺเปตํ ตกฺกนํ สนฺธาย วุตฺตํ. อนาคตํสตกฺกเนเนว หิ สสฺสตคฺคาหี ภวติ. ‘‘อตีเตปิ เอวํ อโหสี’’ติ อิทํ ปน อนาคตํสตกฺกนสฺส อุปนิสฺสยนิทสฺสนมตฺตํ. โส หิ ‘‘ยถา เม อิทานิ อตฺตา สุขี โหติ, เอวํ อตีเตปีติ ปฐมํ อตีตํสานุตกฺกนํ อุปนิสฺสาย อนาคเตปิ เอวํ ภวิสฺสตี’’ติ ตกฺกยนฺโต ทิฏฺฐึ คณฺหาติ. ‘‘เอวํ สติ อิทํ โหตี’’ติ อิมินา อนิจฺเจสุ ภาเวสุ อญฺโญ กโรติ, อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ โทโส อาปชฺชติ, ตถา จ สติ กตสฺส วินาโส อกตสฺส จ อชฺฌาคโม สิยา. นิจฺเจสุ ปน ภาเวสุ อญฺโญ กโรติ, อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ โทโส นาปชฺชติ. เอวญฺจ สติ กตสฺส อวินาโส, อกตสฺส จ อนชฺฌาคโม สิยาติ ตกฺกิกสฺส ยุตฺติคเวสนาการํ ทสฺเสติ.

ตกฺกมตฺเตเนวาติ สุทฺธตกฺกเนเนว. มตฺต-สทฺเทน หิ อาคมาทีนํ, อนุสฺสวาทีนญฺจ อภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘นนุ จ วิเสสลาภิโนปิ สสฺสตวาทิโน วิเสสาธิคมเหตุ อเนเกสุ ชาติสตสหสฺเสสุ, ทสสุ สํวฏฺฏวิวฏฺเฏสุ, จตฺตาลีสาย จ สํวฏฺฏวิวฏฺเฏสุ ยถานุภูตํ อตฺตโน สนฺตานํ, ตปฺปฏิพทฺธญฺจ ธมฺมชาตํ ‘‘อตฺตา, โลโก’’ติ จ อนุสฺสริตฺวา ตโต ปุริมตราสุปิ ชาตีสุ ตถาภูตสฺส อตฺถิตานุวิตกฺกนมุเขน อนาคเตปิ เอวํ ภวิสฺสตีติ อตฺตโน ภวิสฺสมานานุตกฺกนํ, สพฺเพสมฺปิ สตฺตานํ ตถาภาวานุตกฺกนญฺจ กตฺวา สสฺสตาภินิเวสิโน ชาตา, เอวญฺจ สติ สพฺโพปิ สสฺสตวาที อนุสฺสุติกชาติสฺสรลาภีตกฺกิกา วิย อตฺตโน อุปลทฺธวตฺถุนิมิตฺเตน ตกฺกเนน ปวตฺตวาทตฺตา ตกฺกีปกฺเขเยว ติฏฺเฐยฺย, ตถา จ สติ วิเสสเภทรหิตตฺตา เอโกวายํ สสฺสตวาโท ววตฺถิโต ภเวยฺย, อวสฺสญฺจ วุตฺตปฺปการํ ตกฺกนมิจฺฉิตพฺพํ, อญฺญถา วิเสสลาภี สสฺสตวาที เอกจฺจสสฺสติกปกฺขํ, อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกปกฺขํ วา ภเชยฺยาติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. วิเสสลาภีนญฺหิ ขนฺธสนฺตานสฺส ทีฆทีฆตรํ ทีฆตมกาลานุสฺสรณํ สสฺสตคฺคาหสฺส อสาธารณการณํ. ตถา หิ ‘‘อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรามิ. อิมินามหํ เอตํ ชานามี’’ติ อนุสฺสรณเมว ปธานการณภาเวน ทสฺสิตํ. ยํ ปน ตสฺส ‘‘อิมินามหํ เอตํ ชานามี’’ติ ปวตฺตํ ตกฺกนํ, น ตํ อิธ ปธานํ อนุสฺสรณํ ปฏิจฺจ ตสฺส อปธานภาวโต, ปธานการเณน จ อสาธารเณน นิทฺเทโส สาสเน, โลเกปิ จ นิรุโฬฺห ยถา ‘‘จกฺขุวิญฺญาณํ ยวงฺกุโร’’ติอาทิ.

เอวํ ปนายํ เทสนา ปธานการณวิภาวินี, ตสฺมา สติปิ อนุสฺสวาทิวเสน, ตกฺกิกานํ หีนาทิวเสน จ มนฺทปญฺญาทีนํ วิเสสลาภีนํ พหุธา เภเท อญฺญตรเภทสงฺคหวเสน ภควตา จตฺตาริฏฺฐานานิ วิภชิตฺวา ววตฺถิตา สสฺสตวาทานํ จตุพฺพิธตา. น หิ, อิธ สาวเสสํ ธมฺมํ เทเสติ ธมฺมราชาติ. ยเทวํ อนุสฺสุติกาทีสุปิ อนุสฺสวาทีนํ ปธานภาโว อาปชฺชตีติ? น เตสํ อญฺญาย สจฺฉิกิริยาย อภาเวน ตกฺกปธานตฺตา, ‘‘ปธานการเณน จ อสาธารเณน นิทฺเทโส สาสเน, โลเกปิ จ นิรุโฬฺห’’ติ วุตฺโตวายมตฺโถติ. อถ วา วิเสสาธิคมนิมิตฺตรหิตสฺส ตกฺกนสฺส สสฺสตคฺคาเห วิสุํ การณภาวทสฺสนตฺถํ วิเสสาธิคโม วิสุํ สสฺสตคฺคาหการณภาเวน วตฺตพฺโพ, โส จ มนฺทมชฺฌิมติกฺขปญฺญาวเสน ติวิโธติ ติธา วิภชิตฺวา, สพฺพตกฺกิโน จ ตกฺกีภาวสามญฺญโต เอกชฺฌํ คเหตฺวา จตุธา เอว ววตฺถาปิโต สสฺสตวาโท ภควตาติ.

๓๕. ‘‘อญฺญตเรนา’’ติ เอตสฺส อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอเกนา’’ติ วุตฺตํ. อฏฺฐานปยุตฺตสฺส ปน วา-สทฺทสฺส อนิยมตฺถตํ สนฺธายาห ‘‘ทฺวีหิ วา ตีหิ วา’’ติ, เตน จตูสุ วตฺถูสุ ยถารหเมกจฺจํ เอกจฺจสฺส ปญฺญาปเน สหการีการณนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘พหิทฺธา’’ติ พาหฺยตฺถวาจโก กตฺตุนิทฺทิฏฺโฐ นิปาโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘พหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถาห – กึ ปเนตานิ วตฺถูนิ อตฺตโน อภินิเวสสฺส เหตุ, อุทาหุ ปเรสํ ปติฏฺฐาปนสฺสาติ. กิญฺเจตฺถ, ยทิ ตาว อตฺตโน อภินิเวสสฺส เหตุ, อถ กสฺมา อนุสฺสรณตกฺกนานิเยว คหิตานิ, น สญฺญาวิปลฺลาสาทโย. ตถา หิ วิปรีตสญฺญาอโยนิโสมนสิการอสปฺปุริสูปนิสฺสยอสทฺธมฺมสฺสวนาทีนิปิ ทิฏฺฐิยา ปวตฺตนฏฺเฐน ทิฏฺฐิฏฺฐานานิ. อถ ปน ปเรสํ ปติฏฺฐาปนสฺส เหตุ, อนุสฺสรณเหตุภูโต อธิคโม วิย, ตกฺกนปริเยฏฺฐิภูตา ยุตฺติ วิย จ อาคโมปิ วตฺถุภาเวน วตฺตพฺโพ, อุภยถาปิ จ ยถาวุตฺตสฺส อวเสสการณสฺส สมฺภวโต ‘‘นตฺถิ อิโต พหิทฺธา’’ติ วจนํ น ยุชฺชเตวาติ? โน น ยุชฺชติ, กสฺมา? อภินิเวสปกฺเข ตาว อยํ ทิฏฺฐิคติโก อสปฺปุริสูปนิสฺสยอสทฺธมฺมสฺสวเนหิ อโยนิโส อุมฺมุชฺชิตฺวา วิปลฺลาสสญฺโญ รูปาทิธมฺมานํ ขเณ ขเณ ภิชฺชนสภาวสฺส อนวโพธโต ธมฺมยุตฺตึ อติธาวนฺโต เอกตฺตนยํ มิจฺฉา คเหตฺวา ยถาวุตฺตานุสฺสรณตกฺกเนหิ ขนฺเธสุ ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติ (ที. นิ. ๓๑) อภินิเวสํ อุปเนสิ, อิติ อาสนฺนการณตฺตา, ปธานการณตฺตา จ ตคฺคหเณเนว จ อิตเรสมฺปิ คหิตตฺตา อนุสฺสรณตกฺกนานิเยว อิธ คหิตานิ. ปติฏฺฐาปนปกฺเข ปน อาคโมปิ ยุตฺติยเมว ฐิโต วิเสเสน นิราคมานํ พาหิรกานํ ตกฺกคฺคาหิภาวโต, ตสฺมา อนุสฺสรณตกฺกนานิเยว สสฺสตคฺคาหสฺส วตฺถุภาเวน คหิตานิ.

กิญฺจ ภิยฺโย – ทุวิธํ ปรมตฺถธมฺมานํ ลกฺขณํ สภาวลกฺขณํ, สามญฺญลกฺขณญฺจ. ตตฺถ สภาวลกฺขณาวโพโธ ปจฺจกฺขญาณํ, สามญฺญลกฺขณาวโพโธ อนุมานญาณํ. อาคโม จ สุตมยาย ปญฺญาย สาธนโต อนุมานญาณเมว อาวหติ, สุตานํ ปน ธมฺมานํ อาการปริวิตกฺกเนน นิชฺฌานกฺขนฺติยํ ฐิโต จินฺตามยปญฺญํ นิพฺพตฺเตตฺวา อนุกฺกเมน ภาวนาย ปจฺจกฺขญาณํ อธิคจฺฉตีติ เอวํ อาคโมปิ ตกฺกนวิสยํ นาติกฺกมติ, ตสฺมา เจส ตกฺกคฺคหเณน คหิโตวาติ เวทิตพฺโพ. โส อฏฺฐกถายํ อนุสฺสุติตกฺกคฺคหเณน วิภาวิโต, เอวํ อนุสฺสรณตกฺกเนหิ อสงฺคหิตสฺส อวสิฏฺฐสฺส การณสฺส อสมฺภวโต ยุตฺตเมวิทํ ‘‘นตฺถิ อิโต พหิทฺธา’’ติ วจนนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘อเนกวิหิตานิ อธิมุตฺติปทานิ อภิวทนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๙), ‘‘สสฺสตํ อตฺตานญฺจ โลกญฺจ ปญฺญเปนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๓๐) จ วจนโต ปน ปติฏฺฐาปนวตฺถูนิเยว อิธ เทสิตานิ ตํเทสนาย เอว อภินิเวสสฺสาปิ สิชฺฌนโต. อเนกเภเทสุ หิ เทสิเตสุ ยสฺมึ เทสิเต ตทญฺเญปิ เทสิตา สิทฺธา โหนฺติ, ตเมว เทเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อภินิเวสปติฏฺฐาปเนสุ จ อภินิเวเส เทสิเตปิ ปติฏฺฐาปนํ น สิชฺฌติ อภินิเวสสฺส ปติฏฺฐาปเน อนิยมโต. อภินิเวสิโนปิ หิ เกจิ ปติฏฺฐาเปนฺติ, เกจิ น ปติฏฺฐาเปนฺติ. ปติฏฺฐาปเน ปน เทสิเต อภินิเวโสปิ สิชฺฌติ ปติฏฺฐาปนสฺส อภินิเวเส นิยมโต. โย หิ ยตฺถ ปเร ปติฏฺฐาเปติ, โสปิ ตมภินิวิสตีติ.

๓๖. ตยิทนฺติ เอตฺถ ต-สทฺเทน ‘‘สสฺสตํ อตฺตานญฺจ โลกญฺจ ปญฺญเปนฺตี’’ติ เอตสฺส ปรามสนนฺติ อาห ‘‘ตํ อิทํ จตุพฺพิธมฺปิ ทิฏฺฐิคต’’นฺติ. ตโตติ ตสฺมา ปการโต ชานนตฺตา. ปรมวชฺชตาย อเนกวิหิตานํ อนตฺถานํ การณภาวโต ทิฏฺฐิโย เอว ฐานา ทิฏฺฐิฏฺฐานา. ยถาห ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมาหํ ภิกฺขเว, วชฺชํ วทามี’’ติ ตเทวตฺถํ สนฺธาย ‘‘ทิฏฺฐิโยว ทิฏฺฐิฏฺฐานา’’ติ วุตฺตํ. ทิฏฺฐีนํ การณมฺปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานเมว ทิฏฺฐีนํ อุปฺปาทาย สมุฏฺฐานฏฺเฐน. ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ ปฏิสมฺภิทาปาฬิยา (ปฏิ. ม. ๑.๑๒๔) สาธนํ. ตตฺถ ขนฺธาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ อารมฺมณฏฺเฐน. วุตฺตญฺหิ ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทิ, (สํ. นิ. ๓.๘๑) อวิชฺชาปิ อุปนิสฺสยาทิภาเวน. ยถาห ‘‘อสฺสุตวา ภิกฺขเว, ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี อริยธมฺมสฺส อโกวิโท’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒; ปฏิ. ม. ๑.๑๓๑) ผสฺโสปิ ผุสิตฺวา คหณูปายฏฺเฐน. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ตทปิ ผสฺสปจฺจยา (ที. นิ. ๑.๑๑๘) ผุสฺส ผุสฺส ปฏิสํเวเทนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๔๔) สญฺญาปิ อาการมตฺตคฺคหณฏฺเฐน. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา’’ติ (สุ. นิ. ๘๘๐; มหา. นิ. ๑๐๙) ปถวึ ปถวิโต สญฺญตฺวา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒) จ อาทิ. วิตกฺโกปิ อาการปริวิตกฺกนฏฺเฐน. เตน วุตฺตํ ‘‘ตกฺกญฺจ ทิฏฺฐีสุ ปกปฺปยิตฺวา, สจฺจํ มุสาติ ทฺวยธมฺมมาหู’’ติ, (สุ. นิ. ๘๙๒; มหานิ. ๑๒๑) ‘‘ตกฺกี โหติ วีมํสี’’ติ (ที. นิ. ๑.๓๔) จ อาทิ. อโยนิโส มนสิกาโรปิ อกุสลานํ สาธารณการณฏฺเฐน. เตนาห ‘‘ตสฺส เอวํ อโยนิโส มนสิ กโรโต ฉนฺนํ ทิฏฺฐีนํ อญฺญตรา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. อตฺถิ เม อตฺตา’ติ วา อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิอุปฺปชฺชตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๑๙) ปาปมิตฺโตปิ ทิฏฺฐานุคติ อาปชฺชนฏฺเฐน. วุตฺตมฺปิ จ ‘‘พาหิรํ ภิกฺขเว, องฺคนฺติ กริตฺวา นาญฺญํ เอกงฺคมฺปิ สมนุปสฺสฺสามิ, ยํ เอวํ มหโต อนตฺถาย สํวตฺตติ, ยถยิทํ ภิกฺขเว, ปาปมิตฺตตา’’ติอาทิ (อ. นิ. ๑.๑๑๐) ปรโตโฆโสปิ ทุรกฺขาตธมฺมสฺสวนฏฺเฐน. ตถา เจว วุตฺตํ ‘‘เทฺวเม ภิกฺขเว, ปจฺจยา มิจฺฉาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทาย. กตเม เทฺว? ปรโต จ โฆโส, อโยนิโส จ มนสิกาโร’’ติอาทิ (อ. นิ. ๒.๑๒๖) ปเรหิ สุตา, เทสิตา วา เทสนา ปรโตโฆโส.

‘‘ขนฺธา เหตู’’ติอาทิปาฬิ ตทตฺถวิภาวินี. ตตฺถ ชนกฏฺเฐน เหตุ, อุปตฺถมฺภกฏฺเฐน ปจฺจโย. อุปาทายาติ อุปาทิยิตฺวา, ปฏิจฺจาติ อตฺโถ. ‘‘อุปฺปาทายา’’ติปิ ปาโฐ, อุปฺปชฺชนายาติ อตฺโถ. สมุฏฺฐาติ เอเตนาติ สมุฏฺฐานํ, ขนฺธาทโย เอว. อิธ ปน สมุฏฺฐานภาโวเยว สมุฏฺฐาน-สทฺเทน วุตฺโต ภาวโลปตฺตา, ภาวปฺปธานตฺตา จ. อาทินฺนา สกสนฺตาเน. ปวตฺติตา สปรสนฺตาเนสุ. ปร-สทฺโท อภิณฺหตฺโถติ วุตฺตํ ‘‘ปุนปฺปุน’’นฺติ. ปรินิฏฺฐาปิตาติ ‘‘อิทเมว ทสฺสนํ สจฺจํ, อญฺญํ ปน โมฆํ ตุจฺฉํ มุสา’’ติ อภินิเวสสฺส ปริโยสานํ มตฺถกํ ปาปิตาติ อตฺโถ. อารมฺมณวเสนาติ อฏฺฐสุ ทิฏฺฐิฏฺฐาเนสุ ขนฺเธ สนฺธายาห. ปวตฺตนวเสนาติ อวิชฺชาผสฺสสญฺญาวิตกฺกาโยนิโสมนสิกาเร. อาเสวนวเสนาติ ปาปมิตฺตปรโตโฆเส. ยทิปิ สรูปตฺถวเสน เววจนํ, สงฺเกตตฺถวเสน ปน เอวํ วตฺตพฺโพติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํวิธปรโลกา’’ติ วุตฺตํ. เยน เกนจิ หิ วิเสสเนเนว เววจนํ สาตฺถกํ สิยา. ปรโลโก จ กมฺมวเสน อภิมุโข สมฺปเรติ คจฺฉติ ปวตฺตติ เอตฺถาติ อภิสมฺปราโยติ วุจฺจติ. ‘‘อิติ โข อานนฺท, กุสลานิ สีลานิ อนุปุพฺเพน อคฺคาย ปเรนฺตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๑๐.๒) วิย หิ จุราทิคณวเสน ปร-สทฺทํ คติยมิจฺฉนฺติ สทฺทวิทู, อยเมตฺถ อฏฺฐกถาโต อปโร นโย.

เอวํคติกาติ เอวํคมนา เอวํนิฏฺฐา, เอวมนุยุญฺชเนน ภิชฺชนนสฺสนปริโยสานาติ อตฺโถ. คติ-สทฺโท เจตฺถ ‘‘เยหิ สมนฺนาคตสฺส มหาปุริสสฺส เทฺวว คติโย ภวนฺตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๕๘; ๒.๓๓, ๓๕; ๓.๑๙๙, ๒๐๐; ม. นิ. ๒.๓๘๔, ๓๙๗) วิย นิฏฺฐานตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิเม ทิฏฺฐิสงฺขาตา ทิฏฺฐิฏฺฐานา เอวํ ปรมตฺถโต อสนฺตํ อตฺตานํ, สสฺสตภาวญฺจ ตสฺมึ อชฺฌาโรเปตฺวา คหิตา, ปรามฏฺฐา จ สมานา พาลลปนาเยว หุตฺวา ยาว ปณฺฑิตา น สมนุยุญฺชนฺติ, ตาว คจฺฉนฺติ, ปาตุภวนฺติ จ, ปณฺฑิเตหิ สมนุยุญฺชิยมานา ปน อนวฏฺฐิตวตฺถุกา อวิมทฺทกฺขมา สูริยุคฺคมเน อุสฺสาวพินฺทู วิย, ขชฺโชปนกา วิย จ ภิชฺชนฺติ, วินสฺสนฺติ จาติ.

ตตฺถายํ อนุยุญฺชเน สงฺเขปกถา – ยทิ หิ ปเรหิ กปฺปิโต อตฺตา โลโก วา สสฺสโต สิยา, ตสฺส นิพฺพิการตาย ปุริมรูปาวิชหนโต กสฺสจิ วิเสสาธานสฺส กาตุมสกฺกุเณยฺยตาย อหิตโต นิวตฺตนตฺถํ, หิเต จ ปฏิปชฺชนตฺถํ อุปเทโส เอว สสฺสตวาทิโน นิปฺปโยชโน สิยา, กถํ วา เตน โส อุปเทโส ปวตฺตียติ วิการาภาวโต. เอวญฺจ สติ ปริกปฺปิตสฺส อตฺตโน อชฏากาสสฺส วิย ทานาทิกิริยา, หึสาทิกิริยา จ น สมฺภวติ, ตถา สุขสฺส, ทุกฺขสฺส จ อนุภวนนิพนฺโธ เอว สสฺสตวาทิโน น ยุชฺชติ กมฺมพทฺธาภาวโต. ชาติอาทีนญฺจ อสมฺภวโต วิโมกฺโข น ภเวยฺย, อถ ปน ธมฺมมตฺตํ ตสฺส อุปฺปชฺชติ เจว วินสฺสติ จ, ยสฺส วเสนายํ กิริยาทิโวหาโรติ วเทยฺย, เอวมฺปิ ปุริมรูปาวิชหเนน อวฏฺฐิตสฺส อตฺตโน ธมฺมมตฺตนฺติ น สกฺกา สมฺภาเวตุํ, เต วา ปนสฺส ธมฺมา อวตฺถาภูตา, ตสฺมา ตสฺส อุปฺปนฺนา อญฺเญ วา สิยุํ อนญฺเญ วา, ยทิ อญฺเญ, น ตาหิ อวตฺถาหิ ตสฺส อุปฺปนฺนาหิปิ โกจิ วิเสโส อตฺถิ, ยาหิ กโรติ ปฏิสํเวเทติ จวติ อุปฺปชฺชติ จาติ อิจฺฉิตํ, เอวญฺจ ธมฺมกปฺปนาปิ นิรตฺถกา สิยา, ตสฺมา ตทวตฺโถ เอว ยถาวุตฺตโทโส, อถานญฺเญ, อุปฺปาทวินาสวนฺตีหิ อวตฺถาหิ อนญฺญสฺส อตฺตโน ตาสํ วิย อุปฺปาทวินาสสพฺภาวโต กุโต ภเวยฺย นิจฺจตาวกาโส, ตาสมฺปิ วา อตฺตโน วิย นิจฺจตาปวตฺติ, ตสฺมา พนฺธวิโมกฺขานํ อสมฺภโว เอวาติ น ยุชฺชติเยว สสฺสตวาโท, น เจตฺถ โกจิ วาที ธมฺมานํ สสฺสตภาเว ปริสุทฺทํ ยุตฺตึ วตฺตุํ สมตฺโถ ภเวยฺย, ยุตฺติรหิตญฺจ วจนํ น ปณฺฑิตานํ จิตฺตํ อาราเธติ, เตนาโวจุมฺห ‘‘ยาว ปณฺฑิตา น สมนุยุญฺชนฺติ, ตาว คจฺฉนฺติ, ปาตุภวนฺติ จา’’ติ.

สการณํ สคติกนฺติ เอตฺถ สห-สทฺโท วิชฺชมานตฺโถ ‘‘สโลมโก สปกฺขโก’’ติอาทีสุ วิย, น ปน สมวายตฺโถ จ-สทฺเทน ‘‘ตยิทํ ภิกฺขเว, ตถาคโต ปชานาตี’’ติ วุตฺตสฺส ทิฏฺฐิคตสฺส สมุจฺจินิตตฺตา, ‘‘ตญฺจ ตถาคโต ปชานาตี’’ติ อิมินา จ การณคตีนเมว ปชานนภาเวน วุตฺตตฺตา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ตยิทํ ภิกฺขเว, การณวนฺตํ คติวนฺตํ ทิฏฺฐิคตํ ตถาคโต ปชานาติ, น เกวลญฺจ ตเทว, อถ โข ตสฺส การณคติสงฺขาตํ ตญฺจ สพฺพนฺติ. ‘‘ตโต…เป… ปชานาตี’’ติ วุตฺตวากฺยสฺส อตฺถํ วุตฺตนเยน สํวณฺเณติ ‘‘ตโต จา’’ติอาทินา. สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺเสวิธ วิภชนนฺติ ปกรณานุรูปมตฺถํ อาห ‘‘สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺจา’’ติ, ตสฺมึ วา วุตฺเต ตทธิฏฺฐานโต อาสวกฺขยญาณํ, ตทวินาภาวโต วา สพฺพมฺปิ ทสพลาทิญาณํ คหิตเมวาติปิ ตเทว วุตฺตํ.

เอวํวิธนฺติ ‘‘สีลญฺจา’’ติอาทินา เอวํวุตฺตปฺปการํ. ปชานนฺโตปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺเทน, อปิ-สทฺเทน วา ‘‘ตญฺจา’’ติ วุตฺต จ-สทฺทสฺส สมฺภาวนตฺถภาวํ ทสฺเสติ, เตน ตโต ทิฏฺฏิคตโต อุตฺตริตรํ สารภูตํ สีลาทิคุณวิเสสมฺปิ ตถาคโต นาภินิวิสติ, โก ปน วาโท วฏฺฏามิเสติ สมฺภาเวติ. ‘‘อห’’นฺติ ทิฏฺฏิมานวเสน ปรามสนาการทสฺสนํ. ปชานามีติ เอตฺถ อิติ-สทฺเทน ปการตฺเถน, นิทสฺสนตฺเถน วา. ‘‘มม’’นฺติ ตณฺหาวเสน ปรามสนาการํ ทสฺเสติ. ตณฺหาทิฏฺฐิมานปรามาสวเสนาติ ตณฺหาทิฏฺฐิมานสงฺขาตปรามาสวเสน. ธมฺมสภาวมติกฺกมิตฺวา ‘‘อหํ มม’’นฺติ ปรโต อภูตโต อามสนํ ปรามาโส, ตณฺหาทโย เอว. น หิ ตํ อตฺถิ, ยํ ขนฺเธสุ ‘‘อห’’นฺติ วา ‘‘มม’’นฺติ วา คเหตพฺพํ สิยา, อปรามสโต อปรามสนฺตสฺส อสฺส ตถาคตสฺส นิพฺพุติ วิทิตาติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อปรามสโต’’ติ เจทํ นิพฺพุติปเวทนาย (นิพฺพุติเวทนสฺส ที. นิ. ฏี. ๑.๓๖) เหตุคพฺภวิเสสนํ. ‘‘วิทิตา’’ติ ปทมเปกฺขิตฺวา กตฺตริ สามิวจนํ. อปรามสโต ปรามาสรหิตปฏิปตฺติเหตุ อสฺส ตถาคตสฺส กตฺตุภูตสฺส นิพฺพุติ อสงฺขตธาตุ วิทิตา, อธิคตาติ วา อตฺโถ. ‘‘อปรามสโต’’ติ เหทํ เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนํ.

‘‘อปรามาสปจฺจยา’’ติ ปจฺจตฺตญฺเญว ปเวทนาย การณทสฺสนํ. อสฺสาติ กตฺตารํ วตฺวาปิ ปจฺจตฺตญฺเญวาติ วิเสสทสฺสนตฺถํ ปุน กตฺตุวจนนฺติ อาห ‘‘สยเมว อตฺตนาเยวา’’ติ. สยํ, อตฺตนาติ วา ภาวนปุํสกํ. นิปาตปทเญฺหตํ. ‘‘อปรามสโต’’ติ วจนโต ปรามาสานเมว นิพฺพุติ อิธ เทสิตา, ตํเทสนาย เอว ตทญฺเญสมฺปิ นิพฺพุติยา สิชฺฌนโตติ ทสฺเสติ ‘‘เตสํ ปรามาสกิเลสาน’’นฺติ อิมินา, ปรามาสสงฺขาตานํ กิเลสานนฺติ อตฺโถ. อปิจ กามํ ‘‘อปรามสโต’’ติ วจนโต ปรามาสานเมว นิพฺพุติ อิธ เทสิตาติ วิญฺญายติ, ตํเทสนาย ปน ตทวเสสานมฺปิ กิเลสานํ นิพฺพุติ เทสิตา นาม ภวติ ปหาเนกฏฺฐตาทิภาวโต, ตสฺมา เตสมฺปิ นิพฺพุติ นิทฺธาเรตฺวา ทสฺเสตพฺพาติ วุตฺตํ ‘‘เตสํ ปรามาสกิเลสาน’’นฺติ, ตณฺหาทิฏฺฐิมานสงฺขาตานํ ปรามาสานํ, ตทญฺเญสญฺจ กิเลสานนฺติ อตฺโถ. โคพลีพทฺทนโย เหส. นิพฺพุตีติ จ นิพฺพายนภูตา อสงฺขตธาตุ, ตญฺจ ภควา โพธิมูเลเยว ปตฺโต, ตสฺมา สา ปจฺจตฺตญฺเญว วิทิตาติ.

ยถาปฏิปนฺเนนาติ เยน ปฏิปนฺเนน. ตปฺปฏิปตฺตึ ทสฺเสตุํ ‘‘ตาสํเยว…เป… อาทิมาหา’’ติ อนุสนฺธิทสฺสนํ. กสฺมา ปน เวทนานญฺเญว กมฺมฏฺฐานมาจิกฺขตีติ อาห ‘‘ยาสู’’ติอาทิ, อิมินา เทสนาวิลาสํ ทสฺเสติ. เทสนาวิลาสปฺปตฺโต หิ ภควา เทสนากุสโล ขนฺธายตนาทิวเสน อเนกวิธาสุ จตุสจฺจเทสนาสุ สมฺภวนฺตีสุปิ ทิฏฺฐิคติกา เวทนาสุ มิจฺฉาปฏิปตฺติยา ทิฏฺฐิคหนํ ปกฺขนฺทาติ ทสฺสนตฺถํ ตถาปกฺขนฺทนมูลภูตา เวทนาเยว ปริญฺญาภูมิภาเวน อุทฺธรตีติ. อิธาติ อิมสฺมึ วาเท. เอวํ เอตฺถาติปิ. กมฺมฏฺฐานนฺติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ. เอตฺถ หิ เวทนาคหเณน คหิตา ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขสจฺจํ. เวทนานํ สมุทยคฺคหเณน คหิโต อวิชฺชาสมุทโย สมุทยสจฺจํ, อตฺถงฺคมนิสฺสรณปริยาเยหิ นิโรธสจฺจํ, ‘‘ยถาภูตํ วิทิตฺวา’’ติ เอเตน มคฺคสจฺจนฺติ เอวํ จตฺตาริ สจฺจานิ เวทิตพฺพานิ. ‘‘ยถาภูตํ วิทิตฺวา’’ติ อิทํ วิภชฺชพฺยากรณตฺถปทนฺติ ตทตฺถํ วิภชฺช ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิเสสโต หิ ‘‘อวิชฺชาสมุทยา เวทนาสมุทโย’’ติอาทิลกฺขณานํ วเสน สมุทยาทีสุ อตฺโถ ยถารหํ วิภชฺช ทสฺเสตพฺโพ. อวิเสสโต ปน เวทนาย สมุทยาทีนิ วิปสฺสนาปญฺญาย อารมฺมณปฏิเวธวเสน, มคฺคปญฺญาย อสมฺโมหปฏิเวธวเสน ชานิตฺวา ปฏิวิชฺฌิตฺวาติ อตฺโถ. ปจฺจยสมุทยฏฺเฐนาติ ‘‘อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ, อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๔; สํ. นิ. ๒.๒๑; อุทา. ๑) วุตฺตลกฺขเณน อวิชฺชาทีนํ ปจฺจยานํ อุปฺปาเทน เจว มคฺเคน อสมุคฺฆาเฏน จ. ยาว หิ มคฺเคน น สมุคฺฆาฏียติ, ตาว ปจฺจโยติ วุจฺจติ. นิพฺพตฺติลกฺขณนฺติ อุปฺปาทลกฺขณํ, ชาตินฺติ อตฺโถ. ปญฺจนฺนํ ลกฺขณานนฺติ เอตฺถ จ จตุนฺนมฺปิ ปจฺจยานํ อุปฺปาทลกฺขณเมว อคฺคเหตฺวา ปจฺจยลกฺขณมฺปิ คเหตพฺพํ สมุทยํ ปฏิจฺจ เตสํ ยถารหํ อุปการกตฺตา. ตถา เจว สํวณฺณิตํ ‘‘มคฺเคน อสมุคฺฆาเฏน จา’’ติ. ปจฺจยนิโรธฏฺเฐนาติ ‘‘อิมสฺมึ นิรุทฺเธ อิทํ นิรุทฺธํ โหติ, อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๖; อุทา. ๓; สํ. นิ. ๒.๔๑) วุตฺตลกฺขเณน อวิชฺชาทีนํ ปจฺจยานํ นิโรเธน เจว มคฺเคน สมุคฺฆาเฏน จ. วิปริณามลกฺขณนฺติ นิโรธลกฺขณํ, ภงฺคนฺติ อตฺโถ. วยนฺติ นิโรธํ. ยนฺติ ยสฺมา ปจฺจยภาวสงฺขาตเหตุโต. เวทนํ ปฏิจฺจาติ ปุริมุปฺปนฺนํ อารมฺมณาทิปจฺจยภูตํ เวทนํ ลภิตฺวา. สุขํ โสมนสฺสนฺติ สุขญฺเจว โสมนสฺสญฺจ. อยนฺติ ปุริมเวทนาย ยถารหํ ปจฺฉิมุปฺปนฺนานํ สุขโสมนสฺสานํ ปจฺจยภาโว. อสฺสาโท นาม อสฺสาทิตพฺโพติ กตฺวา.

อปโร นโย – ยนฺติ สุขํ, โสมนสฺสญฺจ. อยนฺติ จ นปุํสกลิงฺเคน นิทฺทิฏฺฐํ สุขโสมนสฺสเมว อสฺสาทปทมเปกฺขิตฺวา ปุลฺลิงฺเคน นิทฺทิสียติ, อิมสฺมึ ปน วิกปฺเป สุขโสมนสฺสานํ อุปฺปาโทเยว เตหิ อุปฺปาทวนฺเตหิ นิทฺทิฏฺโฐ, สตฺติยา, สตฺติมโต จ อภินฺนตฺตา. น หิ สุขโสมนสฺสมนฺตเรน เตสํ อุปฺปาโท ลพฺภติ. อิติ ปุริมเวทนํ ปฏิจฺจ สุขโสมนสฺสุปฺปาโทปิ ปุริมเวทนาย อสฺสาโท นาม อสฺสาทียเตติ กตฺวา. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ปุริมมุปฺปนฺนํ เวทนํ อารพฺภ โสมนสฺสุปฺปตฺติยํ โย ปุริมเวทนาย ปจฺจยภาวสงฺขาโต อสฺสาเทตพฺพากาโร, โสมนสฺสสฺส วา อุปฺปาทสงฺขาโต ตทสฺสาทนากาโร, อยํ ปุริมเวทนาย อสฺสาโทติ. กถํ ปน เวทนํ อารพฺภ สุขํ อุปฺปชฺชติ, นนุ โผฏฺฐพฺพารมฺมณนฺติ? เจตสิกสุขสฺเสว อารพฺภ ปวตฺติยมธิปฺเปตตฺตา นายํ โทโส. อารพฺภ ปวตฺติยญฺหิ วิเสสนเมว โสมนสฺสคฺคหณํ โสมนสฺสํ สุขนฺติ ยถา ‘‘รุกฺโข สีสปา’’ติ อญฺญปจฺจยวเสน อุปฺปตฺติยํ ปน กายิกสุขมฺปิ อสฺสาโทเยว, ยถาลาภกถา วา เอสาติ ทฏฺฐพฺพํ.

‘‘ยา เวทนา อนิจฺจา’’ติอาทินา สตฺติมตา สตฺติ นิทสฺสิตา. ตตฺรายมตฺโถ – ยา เวทนา หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจา, อุทยพฺพยปฏิปีฬนฏฺเฐน ทุกฺขา, ชราย, มรเณน จาติ ทฺวิธา วิปริณาเมตพฺพฏฺเฐน วิปริณามธมฺมา. ตสฺสา เอวํภูตาย อยํ อนิจฺจทุกฺขวิปริณามภาโว เวทนาย สพฺพายปิอาทีนโวติ. อาทีนํ ปรมการุญฺญํ วาติ ปวตฺตติ เอตสฺมาติ หิ อาทีนโว. อปิจอาทีนํ อติวิย กปณํ ปวตฺตนฏฺเฐน กปณมนุสฺโส อาทีนโว, อยมฺปิ เอวํสภาโวติ ตถา วุจฺจติ. สตฺติมตา หิ สตฺติ อภินฺนา ตทวินาภาวโต.

เอตฺถ จ ‘‘อนิจฺจา’’ติ อิมินา สงฺขารทุกฺขตาวเสน อุเปกฺขาเวทนาย, สพฺพาสุ วา เวทนาสุอาทีนวมาห, ‘‘ทุกฺขา’’ติ อิมินา ทุกฺขทุกฺขตาวเสนทุกฺขเวทนาย, ‘‘วิปริณามธมฺมา’’ติ อิมินา วิปริณามทุกฺขตาวเสน สุขเวทนาย. อวิเสเสน วา ตีณิปิ ปทานิ ติสฺสนฺนมฺปิ เวทนานํ วเสน โยเชตพฺพานิ. ฉนฺทราควินโยติ ฉนฺทสงฺขาตราควินยนํ วินาโส. ‘‘อตฺถวสา ลิงฺควิภตฺติวิปริณาโม’’ติ วจนโต ยํ ฉนฺทราคปฺปหานนฺติ โยเชตพฺพํ. ปริยายวจนเมวิทํ ปททฺวยํ. ยถาภูตํ วิทิตฺวาติ มคฺคสฺส วุตฺตตฺตา มคฺคนิพฺพานวเสน วา ยถากฺกมํ โยชนาปิ วฏฺฏติ. เวทนายาติ นิสฺสกฺกวจนํ. นิสฺสรณนฺติ เนกฺขมฺมํ. ยาว หิ เวทนาปฏิพทฺธํ ฉนฺทราคํ นปฺปชหติ, ตาวายํ ปุริโส เวทนาย อลฺลีโนเยว โหติ. ยทา ปน ตํ ฉนฺทราคํ ปชหติ, ตทายํ ปุริโส เวทนาย นิสฺสโฏ วิสํยุตฺโต โหติ, ตสฺมา ฉนฺทราคปฺปหานํ เวทนาย นิสฺสรณํ วุตฺตํ. ตพฺพจเนน ปน เวทนาสหชาตนิสฺสยารมฺมณภูตา รูปารูปธมฺมา คหิตา เอว โหนฺตีติปิ ปญฺจหิ อุปาทานกฺขนฺเธหิ นิสฺสรณวจนํ สิทฺธเมว. เวทนาสีเสน หิ เทสนา อาคตา, ตตฺถ ปน การณํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. ลกฺขณหารวเสนาปิ อยมตฺโถ วิภาเวตพฺโพ. วุตฺตญฺหิ อายสฺมตา มหากจฺจานตฺเถเรน –

‘‘วุตฺตมฺหิ เอกธมฺเม, เย ธมฺมา เอกลกฺขณา เกจิ;

วุตฺตา ภวนฺติ สพฺโพ, โส หาโร ลกฺขโณ นามา’’ติ. (เนตฺติ. ๔๘๕);

กามุปาทานมูลกตฺตา เสสุปาทานานํ ปหีเน จ กามุปาทาเน อุปาทานเสสาภาวโต ‘‘วิคตฉนฺทราคตาย อนุปาทาโน’’ติ วุตฺตํ, เอเตน ‘‘อนุปาทาวิมุตฺโต’’ติ เอตสฺสตฺถํ สงฺเขเปน ทสฺเสติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – วิคตฉนฺทราคตาย อนุปาทาโน, อนุปาทานตฺตา จ อนุปาทาวิมุตฺโตติ. ตมตฺถํ วิตฺถาเรตุํ, สมตฺเถตุํ วา ‘‘ยสฺมิ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยสฺมึ อุปาทาเนติ เสสุปาทานมูลภูเต กามุปาทาเน. ตสฺสาติ กามุปาทานสฺส. อนุปาทิยิตฺวาติ ฉนฺทราควเสน อนาทิยิตฺวา, เอเตน ‘‘อนุปาทาวิมุตฺโต’’ติ ปทสฺส ย-การโลเปน สมาสภาวํ, พฺยาสภาวํ วา ทสฺเสติ.

๓๗. ‘‘อิเม โข’’ติอาทิ ยถาปุฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส วิสฺสชฺชิตภาเวน นิคมนวจนํ, ‘‘ปชานาตี’’ติ วุตฺตปชานนเมว จ อิม-สทฺเทน นิทฺทิฏฺฐนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘เย เต’’ติอาทิมาห. เย เต สพฺพญฺญุตญฺญาณธมฺเม…เป… อปุจฺฉึ, เยหิ สพฺพญฺญุตญฺญาณธมฺเมหิ…เป… วเทยฺยุํ, ตญฺจ…เป… ปชานาตีติ เอวํ นิทฺทิฏฺฐา อิเม สพฺพญฺญุตญฺญาณธมฺมา คมฺภีรา…เป… ปณฺฑิตเวทนียา จาติ เวทิตพฺพาติ โยชนา. ‘‘เอว’’นฺติอาทิ ปิณฺฑตฺถทสฺสนํ. ตตฺถ กิญฺจาปิ ‘‘อนุปาทาวิมุตฺโต ภิกฺขเว, ตถาคโต’’ติ อิมินา อคฺคมคฺคผลุปฺปตฺตึ ทสฺเสติ, ‘‘เวทนานํ, สมุทยญฺจา’’ติอาทินา จ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ. ตถาปิ ยสฺสา ธมฺมธาตุยา สุปฺปฏิวิทฺธตฺตา อิมํ ทิฏฺฐิคตํ สการณํ สคติกํ ปเภทโต วิภชิตุํ สมตฺโถ โหติ, ตสฺสา ปทฏฺฐาเนน เจว สทฺธึ ปุพฺพภาคปฏิปทาย อุปฺปตฺติภูมิยา จ ตเทว ปากฏตรํ กตฺตุกาโม ธมฺมราชา เอวํ ทสฺเสตีติ วุตฺตํ ‘‘ตเทว นิยฺยาติต’’นฺติ, นิคมิตํ นิฏฺฐาปิตนฺติ อตฺโถ. อนฺตราติ ปุจฺฉิตวิสฺสชฺชิตธมฺมทสฺสนวจนานมนฺตรา ทิฏฺฐิโย วิภตฺตา ตสฺส ปชานนาการทสฺสนวเสนาติ อตฺโถ.

ปฐมภาณวารวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.