มชฺฌิมสีลวณฺณนา

๑๑. ‘‘ยถา วา ปเนเก โภนฺโต’’ติอาทิเทสนาย สมฺพนฺธมาห ‘‘อิทานี’’ติอาทินา. ตตฺถายมฏฺฐกถามุตฺตโก นโย – ยถาติ โอปมฺมตฺเถ นิปาโต. วาติ วิกปฺปนตฺเถ, เตน อิมมตฺถํ วิกปฺเปติ ‘‘อุสฺสาหํ กตฺวา มม วณฺณํ วทมาโนปิ ปุถุชฺชโน ปาณาติปาตํ ปหาย ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต’’ติอาทินา ปรานุทฺเทสิกนเยน วา สพฺพถาปิ อาจารสีลมตฺตเมว วเทยฺย, น ตทุตฺตรึ. ‘‘ยถาปเนเก โภนฺโต สมณพฺราหฺมณภาวํ ปฏิชานมานา, ปเรหิ จ ตถา สมฺภาวิยมานา ตทนุรูปปฏิปตฺตึ อชานนโต, อสมตฺถนโต จ น อภิสมฺภุณนฺติ, น เอวมยํ. อยํ ปน สมโณ โคตโม สพฺพถาปิ สมณสารุปฺปปฏิปตฺตึ ปูเรสิเยวา’’ติ เอวํ อญฺญุทฺเทสิกนเยน วา สพฺพถาปิ อาจารสีลมตฺตเมว วเทยฺย, น ตทุตฺตรินฺติ. ปนาติ วจนาลงฺกาเร วิกปฺปนตฺเถเนว อุปนฺยาสาทิอตฺถสฺส สิชฺฌนโต. เอเกติ อญฺเญ. ‘‘เอกจฺเจ’’ติปิ วทนฺติ. โภนฺโตติ สาธูนํ ปิยสมุทาหาโร. สาธโว หิ ปเร ‘‘โภนฺโต’’ติ วา ‘‘เทวานํ ปิยา’’ติ วา ‘‘อายสฺมนฺโต’’ติ วา สมาลปนฺติ. สมณพฺราหฺมณาติ ยํ กิญฺจิ ปพฺพชฺชํ อุปคตตาย สมณา. ชาติมตฺเตน จ พฺราหฺมณาติ.

สทฺธา นาม อิธ จตุพฺพิเธสุ ฐาเนสูติ อาห ‘‘กมฺมญฺจา’’ติอาทิ. กมฺมกมฺมผลสมฺพนฺเธเนว อิธโลกปรโลกสทฺทหนํ ทฏฺฐพฺพํ ‘‘เอตฺถ กมฺมํ วิปจฺจติ, กมฺมผลญฺจ อนุภวิตพฺพ’’นฺติ. ตทตฺถํ พฺยติเรกโต ญาเปติ ‘‘อยํ เม’’ติอาทินา. ปฏิกริสฺสตีติ ปจฺจุปการํ กริสฺสติ. ตเทว สมตฺเถตุํ ‘‘เอวํทินฺนานิ หี’’ติอาทิมาห. เทสนาสีสมตฺตํ ปธานํ กตฺวา นิทสฺสนโต. เตน จตุพฺพิธมฺปิ ปจฺจยํ นิทสฺเสตีติ วุตฺตํ ‘‘อตฺถโต ปนา’’ติอาทิ.

‘‘เสยฺยถิท’’นฺติ อยํ สทฺโท ‘‘โส กตโม’’ติ อตฺเถ เอโก นิปาโต, นิปาตสมุทาโย วา, เตน จ พีชคามภูตคามสมารมฺภปเท สทฺทกฺกเมน อปฺปธานภูโตปิ พีชคามภูตคาโม วิภชฺชิตพฺพฏฺฐาเน ปธานภูโต วิย ปฏินิทฺทิสียติ. อญฺโญ หิ สทฺทกฺกโม อญฺโญ อตฺถกฺกโมติ อาห ‘‘กตโม โส พีชคามภูตคาโม’’ติ. ตสฺมิญฺหิ วิภตฺเต ตพฺพิสยสมารมฺโภปิ วิภตฺโตว โหติ. อิมมตฺถญฺหิ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺส สมารมฺภํ อนุยุตฺตา วิหรนฺตี’’ติ วุตฺตํ. เตเนว จ ปาฬิยํ ‘‘มูลพีช’’นฺติอาทินา โส นิทฺทิฏฺโฐติ. มูลเมว พีชํ มูลพีชํ, มูลํ พีชํ เอตสฺสาติปิ มูลพีชนฺติ อิธ ทฺวิธา อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อโต น โจเทตพฺพเมตํ ‘‘กสฺมา ปเนตฺถ พีชคามภูตคามํ ปุจฺฉิตฺวา พีชคาโม เอว วิภตฺโต’’ติ. ตตฺถ หิ ปฐเมน อตฺเถน พีชคาโม นิทฺทิฏฺโฐ, ทุติเยน ภูตคาโม, ทุวิโธเปส สามญฺญนิทฺเทเสน วา มูลพีชญฺจ มูลพีชญฺจ มูลพีชนฺติ เอกเสสนเยน วา นิทฺทิฏฺโฐติ เวทิตพฺโพ, เตเนว วกฺขติ ‘‘สพฺพเญฺหต’’นฺติอาทึ. อตีว วิสติ เภสชฺชปโยเคสูติ อติวิสํ, อติวิสา วา, ยา ‘‘มโหสธ’’นฺติปิ วุจฺจติ กจฺฉโกติ กาฬกจฺฉโก, ยํ ‘‘ปิลกฺโข’’ติปิ วทนฺติ. กปิตฺถโนติ อมฺพิลงฺกุรผโล เสตรุกฺโข. โส หิ กมฺปติ จลตีติ กปิถโน ถนปจฺจเยน, กปีติ วา มกฺกโฏ, ตสฺส ถนสทิสํ ผลํ ยสฺสาติ กปิตฺถโน. ‘‘กปิตฺถโนติ ปิปฺปลิรุกฺโข’’ติ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๑๐๘) หิ วิสุทฺธิมคฺคฏีกายํ วุตฺตํ. ผฬุพีชํ นาม ปพฺพพีชํ. อชฺชกนฺติ เสตปณฺณาสํ. ผณิชฺชกนฺติ สมีรณํ. หิริเวรนฺติ วารํ. ปจฺจยนฺตรสมวาเย สทิสผลุปฺปตฺติยา วิเสสการณภาวโต วิรุหนสมตฺเถ สารผเล นิรุโฬฺห พีชสทฺโทติ ทสฺเสติ ‘‘วิรุหนสมตฺถเมวา’’ติ อิมินา. อิตรญฺหิ อพีชสงฺขฺยํ คตํ, ตญฺจ โข รุกฺขโต วิโยชิตเมว. อวิโยชิตํ ปน ตถา วา โหตุ, อญฺญถา วา ‘‘ภูตคาโม’’เตฺวว วุจฺจติ ยถาวุตฺเตน ทุติยฏฺเฐน. วินยา (ปาจิ. ๙๑) นุรูปโต เตสํ วิเสสํ ทสฺเสติ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทินา. ยเมตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว.

๑๒. สนฺนิธานํ สนฺนิธิ, ตาย กรียเตติ สนฺนิธิกาโร, อนฺนปานาทิ. เอวํ การ-สทฺทสฺส กมฺมตฺถตํ สนฺธาย ‘‘สนฺนิธิการปริโภค’’นฺติ วุตฺตํ. อยมปโร นโย – ยถา ‘‘อาจยํ คามิโน’’ติ วตฺตพฺเพ อนุนาสิกโลเปน ‘‘อาจยคามิโน’’ติ (ธ. ส. ๑๐) นิทฺเทโส กโต, เอวมิธาปิ ‘‘สนฺนิธิการํ ปริโภค’’นฺติ วตฺตพฺเพ อนุนาสิกโลเปน ‘‘สนฺนิธิการปริโภค’’นฺติ วุตฺตํ, สนฺนิธึ กตฺวา ปริโภคนฺติ อตฺโถ. วินยวเสนาติ วินยาคตาจารวเสน. วินยาคตาจาโร หิ อุตฺตรโลเปน ‘‘วินโย’’ติ วุตฺโต, กายวาจานํ วา วินยนํ วินโย. สุตฺตนฺตนยปฏิปตฺติยา วิสุํ คหิตตฺตา วินยาจาโรเยว อิธ ลพฺภติ. สมฺมา กิเลเส ลิขตีติ สลฺเลโขติ จ วินยาจารสฺส วิสุํ คหิตตฺตา สุตฺตนฺตนยปฏิปตฺติ เอว. ปฏิคฺคหิตนฺติ กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา ปฏิคฺคหิตํ. อปรชฺชูติ อปรสฺมึ ทิวเส. ทตฺวาติ ปริวตฺตนวเสน ทตฺวา. ฐปาเปตฺวาติ จ อตฺตโน สนฺตกกรเณน ฐปาเปตฺวา. เตสมฺปิ สนฺตกํ วิสฺสาสคฺคาหาทิวเสน ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. สุตฺตนฺตนยวเสน สลฺเลโข เอว น โหติ.

ยานิ จ เตสํ อนุโลมานีติ เอตฺถ สานุโลมธญฺญรสํ, มธุกปุปฺผรสํ, ปกฺกฑากรสญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา สพฺเพปิ ผลปุปฺผปตฺตรสา อนุโลมปานานีติ ทฏฺฐพฺพํ, ยถาปริจฺเฉทกาลํ อนธิฏฺฐิตํ อวิกปฺปิตนฺติ อตฺโถ.

สนฺนิธียเตติ สนฺนิธิ, วตฺถเมว. ปริยายติ กปฺปียตีติ ปริยาโย, กปฺปิยวาจานุสาเรน ปฏิปตฺติ, ตสฺส กถาติ ปริยายกถา. ตพฺพิปรีโต นิปฺปริยาโย, กปฺปิยมฺปิ อนุปคฺคมฺม สนฺตุฏฺฐิวเสน ปฏิปตฺติ, ปริยาย-สทฺโท วา การเณ, ตสฺมา กปฺปิยการณวเสน วุตฺตา กถา ปริยายกถา. ตทปิ อวตฺวา สนฺตุฏฺฐิวเสน วุตฺตา นิปฺปริยาโย.‘‘สเจ’’ติอาทิ อญฺญสฺส ทานาการทสฺสนํ. ปาฬิยา อุทฺทิสนํ อุทฺเทโส. อตฺถสฺส ปุจฺฉา ปริปุจฺฉนํ. ‘‘อทาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อิมินา อทาเน สลฺเลขโกปนํ ทสฺเสติ. อปฺปโหนฺเตติ กาตุํ อปฺปโหนเก สติ. ปจฺจาสายาติ จีวรปฏิลาภาสาย. อนุญฺญาตกาเลติ อนตฺถเต กถิเน เอโก ปจฺฉิมกตฺติกมาโส, อตฺถเต กถิเน ปจฺฉิมกตฺติกมาเสน สห เหมนฺติกา จตฺตาโร มาสา, ปิฏฺฐิสมเย โย โกจิ เอโก มาโสติ เอวํ ตติยกถินสิกฺขาปทาทีสุ อนุญฺญาตสมเย. สุตฺตนฺติ จีวรสิพฺพนสุตฺตํ. วินยกมฺมํ กตฺวาติ มูลจีวรํ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปจฺจาสาจีวรเมว มูลจีวรํ กตฺวา ฐเปตพฺพํ, ตํ ปุน มาสปริหารํ ลภติ, เอเตน อุปาเยน ยาว อิจฺฉติ, ตาว อญฺญมญฺญํ มูลจีวรํ กตฺวา ฐเปตุํ ลพฺภตีติ วุตฺตนเยน, วิกปฺปนาวเสน วา วินยกมฺมํ กตฺวา. กสฺมา น วฏฺฏตีติ อาห ‘‘สนฺนิธิ จ โหติ สลฺเลขญฺจ โกเปตี’’ติ.

อุปริ มณฺฑปสทิสํ ปทรจฺฉนฺนํ, สพฺพปลิคุณฺฐิมํ วา ฉาเทตฺวา กตํ วยฺหํ. อุโภสุ ปสฺเสสุ สุวณฺณรชตาทิมยา โคปานสิโย ทตฺวา ครุฬปกฺขกนเยน กตา สนฺทมานิตา. ผลกาทินา กตํ ปีฐกยานํ สิวิกา. อนฺโตลิกาสงฺขาตา ปฏโปฏลิกา ปาฏงฺกี. ‘‘เอกภิกฺขุสฺส หี’’ติอาทิ ตทตฺถสฺส สมตฺถนํ. อรญฺญตฺถายาติ อรญฺญคมนตฺถาย. โธตปาทกตฺถายาติ โธวิตปาทานมนุรกฺขณตฺถาย. สํหนิตพฺพา พนฺธิตพฺพาติ สงฺฆาฏา, อุปาหนาเยว สงฺฆาฏา ตถา, ยุคฬภูตา อุปาหนาติ อตฺโถ. อญฺญสฺส ทาตพฺพาติ เอตฺถ วุตฺตนเยน ทานํ เวทิตพฺพํ.

มญฺโจติ นิทสฺสนมตฺตํ. สพฺเพปิ หิ ปีฐภิสาทโย นิสีทนสยนโยคฺคา คเหตพฺพา เตสุปิ ตถาปฏิปชฺชิตพฺพโต.

อาพาธปจฺจยา เอว อตฺตนา ปริภุญฺชิตพฺพา คนฺธา วฏฺฏนฺตีติ ทสฺเสติ ‘‘กณฺฑุกจฺฉุฉวิโทสาทิอาพาเธ สตี’’ติ อิมินา. ‘‘ลกฺขเณ หิ สติ เหตุตฺโถปิ กตฺถจิ สมฺภวตี’’ติ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. ตตฺถ กณฺฑูติ ขชฺชุ. กจฺฉูติ วิตจฺฉิกา. ฉวิโทโสติ กิลาสาทิ. อาหราเปตฺวาติ ญาติปวาริตโต ภิกฺขาจารวตฺเตน วา น เยน เกนจิ วา อากาเรน หราเปตฺวา. เภสชฺชปจฺจเยหิ คิลานสฺส วิญฺญตฺติปิ วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ ภิกฺขเว, คนฺธํ คเหตฺวา กวาเฏ ปญฺจงฺคุลิกํ ทาตุํ, ปุปฺผํ คเหตฺวา วิหาเร เอกมนฺตํ นิกฺขิปิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๖๔) วจนโต ‘‘ทฺวาเร’’ติอาทิ วุตฺตํ. ฆรธูปนํ วิหารวาสนา, เจติยฆรวาสนา วา. อาทิ-สทฺเทน เจติยปฏิมาปูชาทีนิ สงฺคณฺหาติ.

กิเลเสหิ อามสิตพฺพโต อามิสํ, ยํ กิญฺจิ อุปโภคารหํ วตฺถุ, ตสฺมา ยถาวุตฺตานมฺปิ ปสงฺคํ นิวาเรตุํ ‘‘วุตฺตาวเสสํ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ อาห, ปาริเสสนยโต คหิตตฺตา วุตฺตาวเสสํ ทฏฺฐพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. กึ ปเนตนฺติ วุตฺตํ ‘‘เสยฺยถิท’’นฺติอาทิ. ตถารูเป กาเลติ คามํ ปวิสิตุํ ทุกฺกราทิกาเล. วลฺลูโรติ สุกฺขมํสํ. ภาชน-สทฺโท สปฺปิเตลคุฬสทฺเทหิ โยเชตพฺโพ ตทวินาภาวิตฺตา. กาลสฺเสวาติ ปเคว. อุทกกทฺทเมติ อุทเก จ กทฺทเม จ. นิมิตฺเต เจตํ ภุมฺมํ, ภาวลกฺขเณ วา. อจฺฉถาติ นิสีทถ. ภุญฺชนฺตสฺเสวาติ ภุญฺชโต เอว ภิกฺขุโน, สมฺปทานวจนํ, อนาทรตฺเถ วา สามิวจนํ. กิริยนฺตราวจฺเฉทนโยเคน เหตฺถ อนาทรตา. คีวายามกนฺติ ภาวนปุํสกวจนํ, คีวํ อายเมตฺวา อายตํ กตฺวาติ อตฺโถ, ยถา วา ภุตฺเต อติภุตฺตตาย คีวา อายมิตพฺพา โหติ, ตถาติปิ วฏฺฏติ. จตุมาสมฺปีติ วสฺสานสฺส จตฺตาโร มาเสปิ. กุฏุมฺพํ วุจฺจติ ธนํ, ตทสฺสตฺถีติ กุฏุมฺพิโก, มุณฺโฑ จ โส กุฏุมฺพิโก จาติ มุณฺฑกุฏุมฺพิโก, ตสฺส ชีวิกํ ตถา, ตํ กตฺวา ชีวตีติ อตฺโถ. นยทสฺสนมตฺตญฺเจตํ อามิสปเทน ทสฺสิตานํ สนฺนิธิวตฺถูนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

ตพฺพิรหิตํ สมณปฏิปตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภิกฺขุโน ปนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘คุฬปิณฺโฑ ตาลปกฺกปฺปมาณ’’นฺติ สารตฺถทีปนิยํ วุตฺตํ. จตุภาคมตฺตนฺติ กุฏุมฺพมตฺตนฺติ วุตฺตํ. ‘‘เอกา ตณฺฑุลนาฬี’’ติ วุตฺตตฺตา ปน ตสฺสา จตุภาโค เอกปตฺโถติ วทนฺติ. วุตฺตญฺจ –

‘‘กุฑุโว ปสโต เอโก, ปตฺโถ เต จตุโร สิยุํ;

อาฬฺหโก จตุโร ปตฺถา, โทณํ วา จตุราฬฺหก’’นฺติ.

กสฺมาติ วุตฺตํ ‘‘เต หี’’ติอาทิ. อาหราเปตฺวาปิ ฐเปตุํ วฏฺฏติ, ปเคว ยถาลทฺธํ. ‘‘อผาสุกกาเล’’ติอาทินา สุทฺธจิตฺเตน ฐปิตสฺส ปริโภโค สลฺเลขํ น โกเปตีติ ทสฺเสติ. สมฺมุติกุฏิกาทโย จตสฺโส, อวาสาคารภูเตน วา อุโปสถาคาราทินา สห ปญฺจกุฏิโย สนฺธาย ‘‘กปฺปิยกุฏิย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สนฺนิธิ นาม นตฺถิ ตตฺถ อนฺโตวุตฺถอนฺโตปกฺกสฺส อนุญฺญาตตฺตา. ‘‘ตถาคตสฺสา’’ติอาทินา อธิการานุรูปํ อตฺถํ ปโยเชติ. ปิโลติกขณฺฑนฺติ ชิณฺณโจฬขณฺฑํ.

๑๓. ‘‘คีวํ ปสาเรตฺวา’’ติ เอเตน สยเมว อาปาถคมเน โทโส นตฺถีติ ทสฺเสติ. เอตฺตกมฺปีติ วินิจฺฉยวิจารณา วตฺถุกิตฺตนมฺปิ. ปโยชนมตฺตเมวาติ ปทตฺถโยชนมตฺตเมว. ยสฺส ปน ปทสฺส วิตฺถารกถํ วินา น สกฺกา อตฺโถ วิญฺญาตุํ, ตตฺถ วิตฺถารกถาปิ ปทตฺถสงฺคหเมว คจฺฉติ.

กุตูหลวเสน เปกฺขิตพฺพโต เปกฺขํ, นฏสตฺถวิธินา ปโยโค. นฏสมูเหน ปน ชนสมูเห กตฺตพฺพวเสน ‘‘นฏสมฺมชฺช’’นฺติ วุตฺตํ. ชนานํ สมฺมทฺเท สมูเห กตนฺติ หิ สมฺมชฺชํ. สารสมาเส ปน ‘‘เปกฺขามห’’นฺติปิ วทนฺติ, ‘‘สมฺมชฺชทสฺสนุสฺสว’’นฺติ เตสํ มเต อตฺโถ. ภารตนามกานํ เทฺวภาตุกราชูนํ, รามรญฺโญ จ ยุชฺฌนาทิกํ ตปฺปสุเตหิ อาจิกฺขิตพฺพโต อกฺขานํ. คนฺตุมฺปิ น วฏฺฏติ, ปเคว ตํ โสตุํ. ปาณินา ตาฬิตพฺพํ สรํ ปาณิสฺสรนฺติ อาห ‘‘กํสตาฬ’’นฺติ, โลหมโย ตูริยชาติวิเสโส กํโส, โลหมยปตฺโต วา, ตสฺส ตาฬนสทฺทนฺติ อตฺโถ. ปาณีนํ ตาฬนสรนฺติ อตฺถํ สนฺธาย ปาณิตาฬนฺติปิ วทนฺติ. ฆนสงฺขาตานํ ตูริยวิเสสานํ ตาฬนํ ฆนตาฬํ นาม, ทณฺฑมยสมฺมตาฬํ สิลาตลากตาฬํ วา. มนฺเตนาติ ภูตาวิสนมนฺเตน. เอเกติ สารสมาสาจริยา, อุตฺตรวิหารวาสิโน จ, ยถา เจตฺถ, เอวมิโต ปเรสุปิ ‘‘เอเก’’ติ อาคตฏฺฐาเนสุ. เต กิร ทีฆนิกายสฺสตฺถวิเสสวาทิโน. จตุรสฺสอมฺพณกตาฬํ นาม รุกฺขสารทณฺฑาทีสุ เยน เกนจิ จตุรสฺสอมฺพณํ กตฺวา จตูสุ ปสฺเสสุ ธมฺเมน โอนทฺธิตฺวา วาทิตภณฺฑสฺส ตาฬนํ. ตญฺหิ เอกาทสโทณปฺปมาณมานวิเสสสณฺฐานตฺตา ‘‘อมฺพณก’’นฺติ วุจฺจติ, พิมฺพิสกนฺติปิ ตสฺเสว นามํ. ตถา กุมฺภสณฺฐานตาย กุมฺโภ, ฆโฏเยว วา, ตสฺส ธุนนนฺติ ขุทฺทกภาณกา. อพฺโภกฺกิรณํ รงฺคพลิกรณํ. เต หิ นจฺจฏฺฐาเน เทวตานํ พลิกรณํ นาม กตฺวา กีฬนฺติ, ยํ ‘‘นนฺที’’ติปิ วุจฺจติ. อิตฺถิปุริสสํโยคาทิกิเลสชนกํ ปฏิภานจิตฺตํ โสภนกรณโต โสภนกรํ นาม. ‘‘โสภนฆรก’’นฺติ สารสมาเส วุตฺตํ. จณฺฑาย อลนฺติ จณฺฑาลํ, อโยคุฬกีฬา. จณฺฑาลา นาม หีนชาติกา สุนขมํสโภชิโน, เตสํ อิทนฺติ จณฺฑาลํ. สาเณ อุทเกน เตเมตฺวา อญฺญมญฺญํ อาโกฏนกีฬา สาณโธวนกีฬา. วํเสน กตํ กีฬนํ วํสนฺติ อาห ‘‘เวฬุํ อุสฺสาเปตฺวา กีฬน’’นฺติ.

นิขณิตฺวาติ ภูมิยํ นิขาตํ กตฺวา. นกฺขตฺตกาเลติ นกฺขตฺตโยคฉณกาเล. ตมตฺถํ องฺคุตฺตราคเม ทสกนิปาตปาฬิยา (อ. นิ. ๑๐.๑๐๖) สาเธนฺโต ‘‘วุตฺตมฺปิเจต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถาติ ตสฺมึ อฏฺฐิโธวเน. อินฺทชาเลนาติ อฏฺฐิโธวนมนฺตํ ปริชปฺเปตฺวา ยถา ปเร อฏฺฐีนิเยว ปสฺสนฺติ, น มํสาทีนิ, เอวํ มํสาทีนมนฺตรธาปนมายาย. อินฺทสฺส ชาลมิว หิ ปฏิจฺฉาทิตุํ สมตฺถนโต ‘‘อินฺทชาล’’นฺติ มายา วุจฺจติ อินฺทจาปาทโย วิย. อฏฺฐิโธวนนฺติ อฏฺฐิโธวนกีฬา.

หตฺถิอาทีหิ สทฺธึ ยุชฺฌิตุนฺติ หตฺถิอาทีสุ อภิรุหิตฺวา อญฺเญหิ สทฺธึ ยุชฺฌนํ, หตฺถิอาทีหิ จ สทฺธึ สยเมว ยุชฺฌนํ สนฺธาย วุตฺตํ, หตฺถิอาทีหิ สทฺธึ อญฺเญหิ ยุชฺฌิตุํ, สยํ วา ยุชฺฌิตุนฺติ หิ อตฺโถ. เตติ หตฺถิอาทโย. อญฺญมญฺญํ มเถนฺติ วิโลเถนฺตีติ มลฺลา, พาหุยุทฺธการกา, เตสํ ยุทฺธํ. สมฺปหาโรติ สงฺคาโม. พลสฺส เสนาย อคฺคํ คณนโกฏฺฐาสํ กโรนฺติ เอตฺถาติ พลคฺคํ, ‘‘เอตฺตกา หตฺถี, เอตฺตกา อสฺสา’’ติอาทินา พลคณนฏฺฐานํ. เสนํ วิยูหนฺติ เอตฺถ วิภชิตฺวา ฐเปนฺติ, เสนาย วา เอตฺถ พฺยูหนํ วินฺยาโสติ เสนาพฺยูโห, ‘‘อิโต หตฺถี โหนฺตุ, อิโต อสฺสา โหนฺตู’’ติอาทินา ยุทฺธตฺถํ จตุรงฺคพลาย เสนาย เทสวิเสเสสุ วิจารณฏฺฐานํ, ตํ ปน เภทโต สกฏพฺยูหาทิวเสน. อาทิ-สทฺเทน จกฺกปทุมพฺยูหานํ ทณฺฑโภคมณฺฑลาสํหตพฺยูหานญฺจ คหณํ, ‘‘ตโย หตฺถี ปจฺฉิมํ หตฺถานีกํ, ตโย อสฺสา ปจฺฉิมํ อสฺสานีกํ, ตโย รถา ปจฺฉิมํ รถานีกํ, จตฺตาโร ปุริสา สรหตฺถา ปตฺตี ปจฺฉิมํ ปตฺตานีก’’นฺติ (ปาจิ. ๓๒๔ อุยฺโยธิกสิกฺขาปเท) กณฺฑวิทฺธสิกฺขาปทสฺส ปทภาชนํ สนฺธาย ‘‘ตโย…เป…อาทินา นเยน วุตฺตสฺสา’’ติ อาห. ตญฺจ โข ‘‘ทฺวาทสปุริโส หตฺถี, ติปุริโส อสฺโส, จตุปุริโส รโถ, จตฺตาโร ปุริสา สรหตฺถา ปตฺตี’’ติ (ปาจิ. ๓๑๔ อุยฺยุตฺตเสนาสิกฺขาปเท) วุตฺตลกฺขณโต หตฺถิอาทิคณเนนาติ ทฏฺฐพฺพํ, เอเตน จ ‘‘ฉ หตฺถินิโย, เอโก จ หตฺถี อิทเมก’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๒๔๕) จมฺมกฺขนฺธกวณฺณนายํ วุตฺตมนีกํ ปฏิกฺขิปติ.

๑๔. การณํ นาม ผลสฺส ฐานนฺติ วุตฺตํ ‘‘ปมาโท…เป… ฐาน’’นฺติ. ปทานีติ สารีอาทีนํ ปติฏฺฐานานิ. อฏฺฐาปทนฺติ สญฺญาย ทีฆตา. ‘‘อฏฺฐปท’’นฺติปิ ปฐนฺติ. ทสปทํ นาม ทฺวีหิ ปนฺตีติ วีสติยา ปเทหิ กีฬนชูตํ. อฏฺฐปททสปเทสูติ อฏฺฐปททสปทผลเกสุ. อากาเสเยว กีฬนนฺติ ‘‘อยํ สารี อสุกปทํ มยา นีตา, อยํ อสุกปท’’นฺติ เกวลํ มุเขเนว วทนฺตานํ อากาเสเยว ชูตสฺส กีฬนํ. นานาปถมณฺฑลนฺติ อเนกวิหิตสารีมคฺคปริวฏฺฏํ. ปริหริตพฺพนฺติ สาริโย ปริหริตุํ ยุตฺตกํ. อิโต จิโต จ สรนฺติ ปริวตฺตนฺตีติ สาริโย, เยน เกนจิ กตานิ อกฺขพีชานิ. ตตฺถาติ ตาสุ สารีสุ, ตสฺมึ วา อปนยนุปนยเน. ชูตขลิเกติ ชูตมณฺฑเล. ‘‘ชูตผลเก’’ติปิ อธุนา ปาโฐ. ปาสกํ วุจฺจติ ฉสุ ปสฺเสสุ เอเกกํ ยาว ฉกฺกํ ทสฺเสตฺวา กตกีฬนกํ, ตํ วฑฺเฒตฺวา ยถาลทฺธํ เอกกาทิวเสน สาริโย อปเนนฺโต, อุปเนนฺโต จ กีฬนฺติ, ปสติ อฏฺฐปทาทีสุ พาธติ, ผุสติ จาติ หิ ปาสโก, จตุพฺพีสติวิโธ อกฺโข. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘อฏฺฐกํ มาลิกํ วุตฺตํ, สาวฏฺฏญฺจ ฉกํ มตํ;

จตุกฺกํ พหุลํ เญยฺยํ, ทฺวิ พินฺทุสนฺติภทฺรกํ;

จตุวีสติ อายา จ, มุนินฺเทน ปกาสิตา’’ติ.

เตน กีฬนมิธ ปาสกกีฬนํ. ฆฏนํ ปหรณํ, เตน กีฬา ฆฏิกาติ อาห ‘‘ทีฆทณฺฑเกนา’’ติอาทิ. ฆเฏน กุมฺเภน กีฬา ฆฏิกาติ เอเก. มญฺชิฏฺฐิกาย วาติ มญฺชิฏฺฐิสงฺขาตสฺส โยชนวลฺลิรุกฺขสฺส สารํ คเหตฺวา ปกฺกกสาวํ สนฺธาย วทติ. สิตฺโถทเกน วาติ [ปิฏฺโฐทเกน วา (อฏฺฐกถายํ)] จ ปกฺกมธุสิตฺโถทกํ. สลากหตฺถนฺติ ตาลหีราทีนํ กลาปสฺเสตํ อธิวจนํ. พหูสุ สลากาสุ วิเสสรหิตํ เอกํ สลากํ คเหตฺวา ตาสุ ปกฺขิปิตฺวา ปุน ตญฺเญว อุทฺธรนฺตา สลากหตฺเถน กีฬนฺตีติ เกจิ. คุฬกีฬาติ คุฬผลกีฬา, เยน เกนจิ วา กตคุฬกีฬา. ปณฺเณน วํสากาเรน กตา นาฬิกา ปณฺณนาฬิกา, เตเนวาห ‘‘ตํธมนฺตา’’ติ. ขุทฺทเก ก-ปจฺจโยติ ทสฺเสติ ‘‘ขุทฺทกนงฺคล’’นฺติ อิมินา. หตฺถปาทานํ โมกฺเขน โมจเนน จยติ ปริวตฺตติ เอตายาติ โมกฺขจิกา, เตนาห ‘‘อากาเส วา’’ติอาทิ. ปริพฺภมนตฺตาเยว ตํ จกฺกํ นามาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปริพฺภมนจกฺก’’นฺติ วุตฺตํ.

ปณฺเณน กตา นาฬิ ปณฺณนาฬิ, อิมินา ปตฺตาฬฺหกปททฺวยสฺส ยถากฺกมํ ปริยายํ ทสฺเสติ. เตน กตา ปน กีฬา ปตฺตาฬฺหกาติ วุตฺตํ ‘‘ตายา’’ติอาทิ. ขุทฺทโก รโถ รถโก ก-สทฺทสฺส ขุทฺทกตฺถวจนโต. เอส นโย เสสปเทสุปิ. อากาเส วา ยํ ญาเปติ, ตสฺส ปิฏฺฐิยํ วา ยถา วา ตถา วา อกฺขรํ ลิขิตฺวา ‘‘เอวมิท’’นฺติ ชานเนน กีฬา อกฺขริกา, ปุจฺฉนฺตสฺส มุขาคตํ อกฺขรํ คเหตฺวา นฏฺฐมุตฺติลาภาทิชานนกีฬาติปิ วทนฺติ. วชฺช-สทฺโท อปราธตฺโถติ อาห ‘‘ยถาวชฺชํ นามา’’ติอาทิ. วาทิตานุรูปํ นจฺจนํ, คายนํ วา ยถาวชฺชนฺติปิ วทนฺติ. ‘‘เอวํ กเต ชโย ภวิสฺสติ, เอวํ กเต ปราชโย’’ติ ชยปราชยํ ปุรกฺขตฺวา ปโยคกรณวเสน ปริหารปถาทีนมฺปิ ชูตปฺปมาทฏฺฐานภาโว เวทิตพฺโพ, ปงฺคจีราทีหิ จ วํสาทีหิ กตฺตพฺพา กิจฺจสิทฺธิ, อสิทฺธิ จาติ ชยปราชยาวโห ปโยโค วุตฺโต, ยถาวชฺชนฺติ จ กาณาทีหิ สทิสาการทสฺสเนหิ ชยปราชยวเสน ชูตกีฬิกภาเวน วุตฺตํ. สพฺเพปิ เหเต โชเตนฺติ ปกาเสนฺติ เอเตหิ ตปฺปโยคิกา ชยปราชยวเสน, ชวนฺติ จ คจฺฉนฺติ ชยปราชยํ เอเตหีติ วา อตฺเถน ชูตสทฺทวจนียตํ นาติวตฺตนฺติ.

๑๕. ปมาณาติกฺกนฺตาสนนฺติ ‘‘อฏฺฐงฺคุลปาทกํ กาเรตพฺพํ สุคตงฺคุเลนา’’ติ วุตฺตปฺปมาณโต อติกฺกนฺตาสนํ. กมฺมวเสน ปโยชนโต ‘‘อนุยุตฺตา วิหรนฺตีติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา’’ติ วุตฺตํ. วาฬรูปานีติ อาหริมานิ สีหพฺยคฺฆาทิวาฬรูปานิ. วุตฺตญฺหิ ภิกฺขุนิวิภงฺเค ‘‘ปลฺลงฺโก นาม อาหริเมหิ วาเฬหิ กโต’’ติ (ปาจิ. ๙๘๔) ‘‘อกปฺปิยรูปากุโล อกปฺปิยมญฺโจ ปลฺลงฺโก’’ติ สารสมาเส วุตฺตํ. ทีฆโลมโก มหาโกชโวติ จตุรงฺคุลาธิกโลโม กาฬวณฺโณ มหาโกชโว. กุวุจฺจติ ปถวี, ตสฺสํ ชวติ โสภนวิตฺถฏวเสนาติ โกชโว. ‘‘จตุรงฺคุลาธิกานิ กิร ตสฺส โลมานี’’ติ วจนโต จตุรงฺคุลโต เหฏฺฐา วฏฺฏตีติ วทนฺติ. อุทฺทโลมี เอกนฺตโลมีติ วิเสสทสฺสนเมตํ, ตสฺมา ยทิ ตาสุ น ปวิสติ, วฏฺฏตีติ คเหตพฺพํ. วานวิจิตฺตนฺติ ภิตฺติจฺฉทาทิอากาเรน วาเนน สิพฺพเนน วิจิตฺรํ. อุณฺณามยตฺถรณนฺติ มิคโลมปกตมตฺถรณํ. เสตตฺถรโณติ ธวลตฺถรโณ. สีตตฺถิเกหิ เสวิตพฺพตฺตา เสตตฺถรโณ, ‘‘พหุมุทุโลมโก’’ติปิ วทนฺติ. ฆนปุปฺผโกติ สพฺพถา ปุปฺผาการสมฺปนฺโน. ‘‘อุณฺณามยตฺถรโณติ อุณฺณามโย โลหิตตฺถรโณ’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒๕๘) สารตฺถทีปนิยํ วุตฺตํ. อามลกปตฺตาการาหิ ปุปฺผปนฺตีหิ เยภุยฺยโต กตตฺตา อามลกปตฺโตติปิ วุจฺจติ.

ติณฺณํ ตูลานนฺติ รุกฺขตูลลตาตูลโปฏกีตูลสงฺขาตานํ ติณฺณํ ตูลานํ. อุทิตํ ทฺวีสุ โลมํ ทสา ยสฺสาติ อุทฺทโลมี อิ-การสฺส อการํ, ต-การสฺส โลปํ, ทฺวิภาวญฺจ กตฺวา. เอกสฺมึ อนฺเต โลมํ ทสา ยสฺสาติ เอกนฺตโลมี. อุภยตฺถ เกจีติ สารสมาสาจริยา, อุตฺตรวิหารวาสิโน จ. เตสํ วาเท ปน อุทิตเมกโต อุคฺคตํ โลมมยํ ปุปฺผํ ยสฺสาติ อุทฺทโลมี วุตฺตนเยน. อุภโต อนฺตโต เอกํ สทิสํ โลมมยํ ปุปฺผํ ยสฺสาติ เอกนฺตโลมีติ วจนตฺโถ. วินยฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อุทฺทโลมีติ เอกโต อุคฺคตโลมํ อุณฺณามยตฺถรณํ. ‘อุทฺธโลมี’ติปิ ปาโฐ. เอกนฺตโลมีติ อุภโต อุคฺคตโลมํ อุณฺณามยตฺถรณ’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๒๕๔) วุตฺตํ, นามมตฺตเมส วิเสโส. อตฺถโต ปน อคฺคหิตาวเสโส อฏฺฐกถาทฺวเยปิ นตฺถีติ ทฏฺฐพฺโพ.

โกเสยฺยญฺจ กฏฺฏิสฺสญฺจ กฏฺฏิสฺสานิ วิรูเปกเสสวเสน. เตหิ ปกตมตฺถรณํ กฏฺฏิสฺสํ. เอตเทวตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘โกเสยฺยกฏฺฏิสฺสมยปจฺจตฺถรณ’’นฺติ วุตฺตํ, โกเสยฺยสุตฺตานมนฺตรนฺตรํ สุวณฺณมยสุตฺตานิ ปเวเสตฺวา วีตมตฺถรณนฺติ วุตฺตํ โหติ. สุวณฺณสุตฺตํ กิร ‘‘กฏฺฏิสฺสํ, กสฺสฏ’’นฺติ จ วทนฺติ. เตเนว ‘‘โกเสยฺยกสฺสฏมย’’นฺติ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๕) วุตฺตํ. กฏฺฏิสฺสํ นาม วากวิเสโสติปิ วทนฺติ. รตนปริสิพฺพิตนฺติ รตเนหิ สํสิพฺพิตํ, สุวณฺณลิตฺตนฺติ เกจิ. สุทฺธโกเสยฺยนฺติ รตนปริสิพฺพนรหิตํ. วินเยติ วินยฏฺฐกถํ, วินยปริยายํ วา สนฺธาย วุตฺตํ. อิธ หิ สุตฺตนฺติกปริยาเย ‘‘ฐเปตฺวา ตูลิกํ สพฺพาเนว โคนกาทีนิ รตนปริสิพฺพิตานิ วฏฺฏนฺตี’’ติ วุตฺตํ. วินยปริยายํ ปน ปตฺวา ครุเก ฐาตพฺพตฺตา สุทฺธโกเสยฺยเมว วฏฺฏติ, เนตรานีติ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ, สุตฺตนฺติกปริยาเย ปน รตนปริสิพฺพนรหิตาปิ ตูลิกา น วฏฺฏติ, อิตรานิ วฏฺฏนฺติ, สเจปิ ตานิ รตนปริสิพฺพิตานิ, ภูมตฺถรณวเสน ยถานุรูปํ มญฺจปีฐาทีสุ จ อุปเนตุํ วฏฺฏนฺตีติ. สุตฺตนฺตเทสนาย คหฏฺฐานมฺปิ วเสน วุตฺตตฺตา เตสํ สงฺคณฺหนตฺถํ ‘‘ฐเปตฺวา…เป… น วฏฺฏนฺตีติ วุตฺต’’นฺติ อปเร. ทีฆนิกายฏฺฐกถายนฺติ กตฺถจิ ปาโฐ, โปราณทีฆนิกายฏฺฐกถายนฺติ อตฺโถ. นจฺจโยคฺคนฺติ นจฺจิตุํ ปโหนกํ. กโรนฺติ เอตฺถ นจฺจนฺติ กุตฺตกํ, ตํ ปน อุทฺทโลมีเอกนฺตโลมีวิเสสเมว. วุตฺตญฺจ –

‘‘ทฺวิทเสกทสานฺยุทฺท-โลมีเอกนฺตโลมิโน;

ตเทว โสฬสิตฺถีนํ, นจฺจโยคฺคญฺหิ กุตฺตก’’นฺติ.

หตฺถิโน ปิฏฺฐิยํ อตฺถรํ หตฺถตฺถรํ. เอวํ เสสปเทสุปิ. อชินจมฺเมหีติ อชินมิคจมฺเมหิ, ตานิ กิร จมฺมานิ สุขุมตรานิ, ตสฺมา ทุปฏฺฏติปฏฺฏานิ กตฺวา สิพฺพนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อชินปฺปเวณี’’ติ, อุปรูปริ ฐเปตฺวา สิพฺพนวเสน หิ สนฺตติภูตา ‘‘ปเวณี’’ติ วุจฺจติ. กทลีมิโคติ มญฺชาราการมิโค, ตสฺส ธมฺเมน กตํ ปวรปจฺจตฺถรณํ ตถา. ‘‘ตํ กิรา’’ติอาทิ ตทาการทสฺสนํ, ตสฺมา สุทฺธเมว กทลีมิคจมฺมํ วฏฺฏตีติ วทนฺติ. อุตฺตรํ อุปริภาคํ ฉาเทตีติ อุตฺตรจฺฉโท, วิตานํ. ตมฺปิ โลหิตเมว อิธาธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘รตฺตวิตาเนนา’’ติ. ‘‘ยํ วตฺตติ, ตํ สอุตฺตรจฺเฉท’’นฺติ เอตฺถ เสโส, สํสิพฺพิตภาเวน สทฺธึ วตฺตตีติ อตฺโถ. รตฺตวิตาเนสุ จ กาสาวํ วฏฺฏติ, กุสุมฺภาทิรตฺตเมว น วฏฺฏติ, ตญฺจ โข สพฺพรตฺตเมว. ยํ ปน นานาวณฺณํ วานจิตฺตํ วา เลปจิตฺตํ วา, ตํ วฏฺฏติ. ปจฺจตฺถรณสฺเสว ปธานตฺตา ตปฺปฏิพทฺธํ เสตวิตานมฺปิ น วฏฺฏตีติ วุตฺตํ. อุภโตติ อุภยตฺถ มญฺจสฺส สีสภาเค, ปาทภาเค จาติ อตฺโถ. เอตฺถาปิ สอุตฺตรจฺฉเท วิย วินิจฺฉโย. ปทุมวณฺณํ วาติ นาติรตฺตํ สนฺธายาห. วิจิตฺรํ วาติ ปน สพฺพถา กปฺปิยตฺตา วุตฺตํ, น ปน อุภโต อุปธาเนสุ อกปฺปิยตฺตา. น หิ โลหิตก-สทฺโท จิตฺเต วฏฺฏติ. ปฏลิกคฺคหเณเนว จิตฺตกสฺสาปิ อตฺถรณสฺส สงฺคเหตพฺพปฺปสงฺคโต. สเจ ปมาณยุตฺตนฺติ วุตฺตเมวตฺถํ พฺยติเรกโต สมตฺเถตุํ อาห ‘‘มหาอุปธานํ ปน ปฏิกฺขิตฺต’’นฺติ. มหาอุปธานนฺติ จ ปมาณาติกฺกนฺตํ อุปธานํ. สีสปฺปมาณเมว หิ ตสฺส ปมาณํ. วุตฺตญฺจ ‘‘อนุชานามิ ภิกฺขเว, สีสปฺปมาณํ พิพฺโพหนํ กาตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๙๗) สีสปฺปมาณญฺจ นาม ยสฺส วิตฺถารโต ตีสุ กณฺเณสุ ทฺวินฺนํ กณฺณานํ อนฺตรํ มินิยมานํ วิทตฺถิ เจว จตุรงฺคุลญฺจ โหติ. พิพฺโพหนสฺส มชฺฌฏฺฐานํ ติริยโต มุฏฺฐิรตนํ โหติ, ทีฆโต ปน ทิยฑฺฒรตนํ วา ทฺวิรตนํ วา. ตํ ปน อกปฺปิยตฺตาเยว ปฏิกฺขิตฺตํ, น ตุ อุจฺจาสยนมหาสยนปริยาปนฺนตฺตา. เทฺวปีติ สีสูปธานํ, ปาทูปธานญฺจ. ปจฺจตฺถรณํ ทตฺวาติ ปจฺจตฺถรณํ กตฺวา อตฺถริตฺวาติ อตฺโถ, อิทญฺจ คิลานเมว สนฺธาย วุตฺตํ. เตนาห เสนาสนกฺขนฺธกวณฺณนายํ ‘‘อคิลานสฺสาปิ สีสูปธานญฺจ ปาทูปธานญฺจาติ ทฺวยเมว วฏฺฏติ. คิลานสฺส พิพฺโพหนานิ สนฺถริตฺวา อุปริ ปจฺจตฺถรณํ กตฺวา นิปชฺชิตุมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๙๗) วุตฺตนเยเนวาติ วินเย ภควตา วุตฺตนเยเนว. กถํ ปน วุตฺตนฺติ อาห ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ. ยถา อฏฺฐงฺคุลปาทกํ โหติ, เอวํ อาสนฺทิยา ปาทจฺฉินฺทนํ เวทิตพฺพํ. ปลฺลงฺกสฺส ปน อาหริมานิ วาฬรูปานิ อาหริตฺวา ปุน อปฺปฏิพทฺธตาการณมฺปิ เภทนเมว. วิชเฏตฺวาติ ชฏํ นิพฺเพเธตฺวา. พิพฺโพหนํ กาตุนฺติ ตานิ วิชฏิตตูลานิ อนฺโต ปกฺขิปิตฺวา พิพฺโพหนํ กาตุํ.

๑๖. ‘‘มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขนฺตทารกาน’’นฺติ เอเตน อณฺฑชชลาพุชานเมว คหณํ, มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขนฺตตฺตาติ จ การณํ ทสฺเสติ, เตเนวายมตฺโถ สิชฺฌติ ‘‘อเนกทิวสานิ อนฺโตสยนเหตุ เอส คนฺโธ’’ติ. อุจฺฉาเทนฺติ อุพฺพฏฺเฏนฺติ. สณฺฐานสมฺปาทนตฺถนฺติ สุสณฺฐานตาสมฺปาทนตฺถํ. ปริมทฺทนฺตีติ สมนฺตโต มทฺทนฺติ.

เตสํเยว ทารกานนฺติ ปุญฺญวนฺตานเมว ทารกานํ. เตสเมว หิ ปกรณานุรูปตาย คหณํ. มหามลฺลานนฺติ มหตํ พาหุยุทฺธการกานํ. อาทาโส นาม มณฺฑนกปกติกานํ มนุสฺสานํ อตฺตโน มุขฉายาปสฺสนตฺถํ กํสโลหาทีหิ กโต ภณฺฑวิเสโส. ตาทิสํ สนฺธาย ‘‘ยํ กิญฺจิ…เป… น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. อลงฺการญฺชนเมว น เภสชฺชญฺชนํ. มณฺฑนานุโยคสฺส หิ อธิปฺเปตตฺตา ตมิธานธิปฺเปตํ. โลเก มาลา-สทฺโท พทฺธมาลายเมว ‘‘มาลา มาลฺยํ ปุปฺผทาเม’’ติ วจนโต. สาสเน ปน สุทฺธปุปฺเผสุปิ นิรุโฬฺหติ อาห ‘‘อพทฺธมาลา วา’’ติ. กาฬปีฬกาทีนนฺติ กาฬวณฺณปีฬกาทีนํ. มตฺติกกกฺกนฺติ โอสเธหิ อภิสงฺขตํ โยคมตฺติกาจุณฺณํ. เทนฺตีติ วิเลเปนฺติ. จลิเตติ วิการาปชฺชนวเสน จลนํ ปตฺเต, กุปิเตติ อตฺโถ. เตนาติ สาสปกกฺเกน. โทเสติ กาฬปีฬกาทีนํ เหตุภูเต โลหิตโทเส. ขาทิเตติ อปนยนวเสน ขาทิเต. สนฺนิสินฺเนติ ตาทิเส ทุฏฺฐโลหิเต ปริกฺขีเณ. มุขจุณฺณเกนาติ มุขวิเลปเนน. จุณฺเณนฺตีติ วิลิมฺเปนฺติ. ตํ สพฺพนฺติ มตฺติกากกฺกสาสปติลหลิทฺทิกกฺกทานสงฺขาตํ มุขจุณฺณํ, มุขวิเลปนญฺจ น วฏฺฏติ. อตฺถานุกฺกมสมฺภวโต หิ อยํ ปททฺวยสฺส วณฺณนา. มุขจุณฺณสงฺขาตํ มุขวิเลปนนฺติ วา ปททฺวยสฺส ตุลฺยาธิกรณวเสน อตฺถวิภาวนา.

หตฺถพนฺธนฺติ หตฺเถ พนฺธิตพฺพมาภรณํ, ตํ ปน สงฺขกปาลาทโยติ อาห ‘‘หตฺเถ’’ติอาทิ. สงฺโข เอว กปาลํ ตถา. ‘‘อปเร’’ติอาทินา ยถากฺกมํ ‘‘สิขาพนฺธ’’นฺติอาทิ ปทานมตฺถํ สํวณฺเณติ. ตตฺถ สิขนฺติ จูฬํ. จีรกํ นาม เยน จูฬาย ถิรกรณตฺถํ, โสภนตฺถญฺจ วิชฺฌติ. มุตฺตาย, มุตฺตา เอว วา ลตา มุตฺตาลตา, มุตฺตาวฬิ. ทณฺโฑ นาม จตุหตฺโถติ วุตฺตํ ‘‘จตุหตฺถทณฺฑํ วา’’ติ. อลงฺกตทณฺฑกนฺติ ปน ตโต โอมกํ รถยฏฺฐิอาทิกํ สนฺธายาห. เภสชฺชนาฬิกนฺติ เภสชฺชตุมฺพํ. ปตฺตาทิโอลมฺพนํ วามํเสเยว อจิณฺณนฺติ วุตฺตํ ‘‘วามปสฺเส โอลคฺคิต’’นฺติ. กณฺณิกา นาม กูฏํ, ตาย จ รตเนน จ ปริกฺขิตฺโต โกโส ยสฺส ตถา. ปญฺจวณฺณสุตฺตสิพฺพิตนฺติ นีลปีตโลหิโตทาตมญฺชิฏฺฐวเสน ปญฺจวณฺเณหิ สุตฺเตหิ สิพฺพิตํ ติวิธมฺปิ ฉตฺตํ. รตนมตฺตายามํ จตุรงฺคุลวิตฺถตนฺติ เตสํ ปริจยนิยาเมน วา นลาเฏ พนฺธิตุํ ปโหนกปฺปมาเณน วา วุตฺตํ. ‘‘เกสนฺตปริจฺเฉทํ ทสฺเสตฺวา’’ติ เอเตน ตทนชฺโฌตฺถรณวเสน พนฺธนาการํ ทสฺเสติ. เมฆมุเขติ อพฺภนฺตเร. ‘‘มณิ’’นฺติ อิทํ สิโรมณึ สนฺธาย วุตฺตนฺติ อาห ‘‘จูฬามณิ’’นฺติ, จูฬายํ มณินฺติ อตฺโถ. จมรสฺส อยํ จามโร, เสฺวว วาโล, เตน กตา พีชนี จามรวาลพีชนี. อญฺญาสํ ปน มกสพีชนีวากมยพีชนีอุสีรมยพีชนีโมรปิญฺฉมยพีชนีนํ, วิธูปนตาลวณฺฏานญฺจ กปฺปิยตฺตา ตสฺสาเยว คหณํ ทฏฺฐพฺพํ.

๑๗. ทุคฺคติโต, สํสารโต จ นิยฺยาติ เอเตนาติ นิยฺยานํ, สคฺคมคฺโค, โมกฺขมคฺโค จ. ตํ นิยฺยานมรหติ, ตสฺมึ วา นิยฺยาเน นิยุตฺตา, ตํ วา นิยฺยานํ ผลภูตํ เอติสฺสาติ นิยฺยานิกา, วจีทุจฺจริตกิเลสโต นิยฺยาตีติ วา นิยฺยานิกา อี-การสฺส รสฺสตฺตํ, ย-การสฺส จ ก-การํ กตฺวา. อนีย-สทฺโท หิ พหุลา กตฺวตฺถาภิธายโก. เจตนาย สทฺธึ สมฺผปฺปลาปวิรติ อิธ อธิปฺเปตา. ตปฺปฏิปกฺขโต อนิยฺยานิกา, สมฺผปฺปลาโป, ตสฺสา ภาโว อนิยฺยานิกตฺตํ, ตสฺมา อนิยฺยานิกตฺตา.ติรจฺฉานภูตาติ ติโรกรณภูตา วิพนฺธนภูตา. โสปิ นามาติ เอตฺถ นาม-สทฺโท ครหายํ. กมฺมฏฺฐานภาเวติ อนิจฺจตาปฏิสํยุตฺตตฺตา จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานภาเว. กามสฺสาทวเสนาติ กามสงฺขาตอสฺสาทวเสน. สห อตฺเถนาติ สาตฺถกํ, หิตปฏิสํยุตฺตนฺติ อตฺโถ. อุปาหนาติ ยานกถาสมฺพนฺธํ สนฺธาย วุตฺตํ. สุฏฺฐุ นิเวสิตพฺโพติ สุนิวิฏฺโฐ. ตถา ทุนฺนิวิฏฺโฐ. คาม-สทฺเทน คามวาสี ชโนปิ คหิโตติ อาห ‘‘อสุกคามวาสิโน’’ติอาทิ.

สูรกถาติ เอตฺถ สูร-สทฺโท วีรวาจโกติ ทสฺเสติ ‘‘สูโร อโหสี’’ติ อิมินา. วิสิขา นาม มคฺคสนฺนิเวโส, อิธ ปน วิสิขาคหเณน ตนฺนิวาสิโนปิ คหิตา ‘‘สพฺโพ คาโม อาคโต’’ติอาทีสุ วิย, เตเนวาห ‘‘สทฺธา ปสนฺนา’’ติอาทิ.

กุมฺภสฺส ฐานํ นาม อุทกฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ ‘‘อุทกฏฺฐานกถา’’ติ. อุทกติตฺถกถาติปิ วุจฺจติ ตตฺเถว สมวโรธโต. อปิจ กุมฺภสฺส กรณฏฺฐานํ กุมฺภฏฺฐานํ. ตทปเทเสน ปน กุมฺภทาสิโย วุตฺตาติ ทสฺเสติ ‘‘กุมฺภทาสิกถา วา’’ติ อิมินา. ปุพฺเพ เปตา กาลงฺกตาติ ปุพฺพเปตา. ‘‘เปโต ปเรโต กาลงฺกโต’’ติ หิ ปริยายวจนํ. เหฏฺฐา วุตฺตนยมติทิสิตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ปุริมปจฺฉิมกถาหิ วิมุตฺตาติ อิธาคตาหิ ปุริมาหิ, ปจฺฉิมาหิ จ กถาหิ วิมุตฺตา. นานาสภาวาติ อตฺต-สทฺทสฺส สภาวปริยายภาวมาห. อสุเกน นามาติ ปชาปตินา พฺรหฺมุนา, อิสฺสเรน วา. อุปฺปตฺติฐิติสมฺภาราทิวเสน โลกํ อกฺขายติ เอตายาติ โลกกฺขายิกา, สา ปน โลกายตสมญฺเญ วิตณฺฑสตฺเถ นิสฺสิตา สลฺลาปกถาติ ทสฺเสติ ‘‘โลกายตวิตณฺฑสลฺลาปกถา’’ติ อิมินา. โลกา พาลชนา อายตนฺติ เอตฺถ อุสฺสหนฺติ วาทสฺสาเทนาติ โลกายตํ, โลโก วา หิตํ น ยตติ น อีหติ เตนาติ โลกายตํ. ตญฺหิ คนฺถํ นิสฺสาย สตฺตา ปุญฺญกิริยาย จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทนฺติ. อญฺญมญฺญวิรุทฺธํ, สคฺคโมกฺขวิรุทฺธํ วา กถํ ตโนนฺติ เอตฺถาติ วิตณฺโฑ, วิรุทฺเธน วา วาททณฺเฑน ตาเฬนฺติ เอตฺถ วาทิโนติ วิตณฺโฑ, สพฺพตฺถ นิรุตฺตินเยน ปทสิทฺธิ.

สาครเทเวน ขโตติ เอตฺถ สาครรญฺโญ ปุตฺเตหิ ขโตติปิ วทนฺติ. วิชฺชติ ปเวทนเหตุภูตา มุทฺธา ยสฺสาติ สมุทฺโท ธ-การสฺส ท-การํ กตฺวา, สห-สทฺโท เจตฺถ วิชฺชมานตฺถวาจโก ‘‘สโลมโกสปกฺขโก’’ติอาทีสุ วิย. ภโวติ วุทฺธิ ภวติ วฑฺฒตีติ กตฺวา. วิภโวติ หานิ ตพฺพิรหโต. ทฺวนฺทโต ปุพฺเพ สุยฺยมาโน อิติสทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพติ อาห ‘‘อิติ ภโว อิติ อภโว’’ติ. ยํ วา ตํ วาติ ยํ กิญฺจิ, อถ ตํ อนิยมนฺติ อตฺโถ. อภูตญฺหิ อนิยมตฺถํ สห วิกปฺเปน ยํตํ-สทฺเทหิ ทีเปนฺติ อาจริยา. อปิจ ภโวติ สสฺสโต. อภโวติ อุจฺเฉโท. ภโวติ วา กามสุขํ. อภโวติ อตฺตกิลมโถ.

อิติ อิมาย ฉพฺพิธาย อิติภวาภวกถาย สทฺธึ พาตฺตึส ติรจฺฉานกถา นาม โหนฺติ. อถ วา ปาฬิยํ สรูปโต อนาคตาปิ อรญฺญปพฺพตนทีทีปกถา อิติ-สทฺเทน สงฺคเหตฺวา พตฺตึส ติรจฺฉานกถาติ วุจฺจนฺติ. ปาฬิยญฺหิ ‘‘อิติ วา’’ติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท ปการตฺโถ, วา-สทฺโท วิกปฺปนตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘เอวํปการํ, อิโต อญฺญํ วา ตาทิสํ นิรตฺถกกถํ อนุยุตฺตา วิหรนฺตี’’ติ, อาทิอตฺโถ วา อิติ-สทฺโท อิติ วา อิติ เอวรูปา ‘‘นจฺจคีตวาทิตวิสูกทสฺสนา ปฏิวิรโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๐, ๑๖๔; ม. นิ. ๑.๒๙๓, ๔๑๑; ๒.๑๑, ๔๑๘; ๓.๑๔, ๑๐๒; อ. นิ. ๑๐.๙๙) วิย, อิติ เอวมาทึ อญฺญมฺปิ ตาทิสํ กถมนุยุตฺตา วิหรนฺตีติ อตฺโถ.

๑๘. วิรุทฺธสฺส คหณํ วิคฺคโห, โส เยสนฺติ วิคฺคาหิกา, เตสํ ตถา, วิรุทฺธํ วา คณฺหาติ เอตายาติ วิคฺคาหิกา, สาเยว กถา ตถา. สารมฺภกถาติ อุปารมฺภกถา. สหิตนฺติ ปุพฺพาปราวิรุทฺธํ. ตโตเยว สิลิฏฺฐํ. ตํ ปน อตฺถการณยุตฺตตายาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺถยุตฺตํ การณยุตฺตนฺติ อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. นฺติ วจนํ. ปริวตฺติตฺวา ฐิตํ สปตฺตคโต อสมตฺโถ โยโธ วิย น กิญฺจิ ชานาสิ, กินฺตุ สยเมว ปราเชสีติ อธิปฺปาโย. วาโท โทโสติ ปริยายวจนํ. ตถา จร วิจราติ. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ ตสฺมึ อาจริยกุเล. นิพฺเพเธหีติ มยา โรปิตํ วาทํ วิสฺสชฺเชหิ.

๑๙. ทูตสฺส กมฺมํ ทูเตยฺยํ, ตสฺส กถา ตถา, ตสฺสํ. อิธ, อมุตฺราติ อุปโยคตฺเถ ภุมฺมวจนํ, เตนาห ‘‘อสุกํ นาม ฐาน’’นฺติ. วิตฺถารโต วินิจฺฉโย วินยฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๔๓๖-๔๓๗) วุตฺโตติ สงฺเขปโต อิธ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺเขปโต ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. คิหิสาสนนฺติ ยถาวุตฺตวิปรีตํ สาสนํ. อญฺเญสนฺติ คิหีนญฺเญว.

๒๐. ติวิเธนาติ สามนฺตชปฺปนอิริยาปถสนฺนิสฺสิตปจฺจยปฏิเสวนเภทโต ติวิเธน. วิมฺหาปยนฺตีติ ‘‘อยมจฺฉริยปุริโส’’ติ อตฺตนิ ปเรสํ วิมฺหยํ สมฺปหํสนํ อจฺฉริยํ อุปฺปาเทนฺติ. วิปุพฺพญฺหิ มฺหิ-สทฺทํ สมฺปหํสเน วทนฺติ สทฺทวิทู. สมฺปหํสนากาโร จ อจฺฉริยํ. ลปนฺตีติ อตฺตานํ วา ทายกํ วา อุกฺขิปิตฺวา ยถา โส กิญฺจิ ททาติ, เอวํ อุกฺกาเจตฺวา อุกฺขิปนวเสน ทีเปตฺวา กเถนฺติ. นิมิตฺตํ สีลเมเตสนฺติ เนมิตฺติกาติ ตทฺธิตวเสน ตสฺสีลตฺโถ ยถา ‘‘ปํสุกูลิโก’’ติ (มหานิ. ๕๒) อปิจ นิมิตฺเตน วทนฺติ, นิมิตฺตํ วา กโรนฺตีติ เนมิตฺติกา. นิมิตฺตนฺติ จ ปเรสํ ปจฺจยทานสญฺญุปฺปาทกํ กายวจีกมฺมํ วุจฺจติ. นิปฺเปโส นิปฺปิสนํ จุณฺณํ วิย กรณํ. นิปฺปิสนฺตีติ วา นิปฺเปสา, นิปฺเปสาเยว นิปฺเปสิกา, นิปฺปิสนํ วา นิปฺเปโส, ตํ กโรนฺตีติปิ นิปฺเปสิกา. นิปฺเปโส จ นาม ภฏปุริโส วิย ลาภสกฺการตฺถํ อกฺโกสนขุํสนุปฺปณฺฑนปรปิฏฺฐิมํสิกตา. ลาเภน ลาภนฺติ อิโต ลาเภน อมุตฺร ลาภํ. นิชิคีสนฺติ มคฺคนฺติ ปริเยสนฺตีติ ปริยายวจนํ. กุหกาทโย สทฺทา กุหานาทีนิ นิมิตฺตํ กตฺวา ตํสมงฺคิปุคฺคเลสุ ปวตฺตาติ อาห ‘‘กุหนา…เป… อธิวจน’’นฺติ. อฏฺฐกถญฺจาติ ตํตํปาฬิสํวณฺณนาภูตํ โปราณฏฺฐกถญฺจ.

มชฺฌิมสีลวณฺณนา นิฏฺฐิตา.