เทสนาหารวณฺณนา
อิทานิ เนตฺติยา, เปฏโกปเทเส จ วุตฺตนยวเสน หาราทีนํ นิทฺธารณํ. ตตฺถ ‘‘อตฺตา, โลโก’’ติ จ ทิฏฺฐิยา อธิฏฺฐานภาเวน, เวทนาผสฺสายตนาทิมุเขน จ คหิเตสุ ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ ตณฺหาวชฺชิตา ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขสจฺจํ. ตณฺหา สมุทยสจฺจํ. ตํ ปน ‘‘ปริตสฺสนาคหเณน ตณฺหาคตาน’’นฺติ, ‘‘เวทนาปจฺจยา ตณฺหา’’ติ จ ปเทหิ สมุทยคฺคหเณนญฺจ ปาฬิยํ สรูเปน คหิตเมว. อยํ ตาว สุตฺตนฺตนโย.
อภิธมฺเม ปน วิภงฺคปฺปกรเณ อาคตนเยน อาฆาตานนฺทาทิวจเนหิ, ‘‘อาตปฺปมนฺวายา’’ติอาทิปเทหิ, จิตฺตปโทสวจเนน, สพฺพทิฏฺฐิคติกปเทหิ, กุสลากุสลคฺคหเณน, ภวคฺคหเณน, โสกาทิคฺคหเณน, ทิฏฺฐิคฺคหเณน, ตตฺถ ตตฺถ สมุทยคฺคหเณน จาติ สงฺเขปโต สพฺพโลกิยกุสลากุสลธมฺมวิภาวนปเทหิ คหิตา ธมฺมกิเลสา สมุทยสจฺจํ. ตทุภเยสมปฺปวตฺติ นิโรธสจฺจํ. ตสฺส ปน ตตฺถ ตตฺถ เวทนานํ อตฺถงฺคมนิสฺสรณปริยาเยหิ ปจฺจตฺตํ นิพฺพุติวจเนน, อนุปาทาวิมุตฺติวจเนน จ ปาฬิยํ คหณํ เวทิตพฺพํ. นิโรธปชานนา ปฏิปทา มคฺคสจฺจํ. ตสฺสปิ ตตฺถ ตตฺถ เวทนานํ สมุทยาทีนิ ยถาภูตปฏิเวธนาปเทเสน ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยาทีนิ ยถาภูตปชานนปริยาเยน, ภวเนตฺติยา อุจฺเฉทวจเนน จ คหณํ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ สมุทเยน อสฺสาโท, ทุกฺเขน อาทีนโว, มคฺคนิโรเธหิ นิสฺสรณนฺติ เอวํ จตุสจฺจวเสน, ยานิ ปาฬิยํ สรูเปเนว อาคตานิ อสฺสาทาทีนวนิสฺสรณานิ, เตสญฺจ วเสน อิธ อสฺสาทาทโย เวทิตพฺพา. เวเนยฺยานํ ตาทิภาวาปตฺติอาทิ ผลํ. ยญฺหิ เทสนาย สาเธตพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตํ ปโยชนํ. ตเทว ผลนฺติ วุตฺโตวายมตฺโถ. ตทตฺถญฺหิ อิทํ สุตฺตํ ภควตา เทสิตํ. อาฆาตาทีนมกรณียตา, อาฆาตาทิผลสฺส จ อนญฺญสนฺตานภาวิตา นินฺทาปสํสาสุ ยถาสภาวํ ปฏิชานนนิพฺเพฐนานีติ เอวํ ตํตํปโยชนาธิคมเหตุ อุปาโย. อาฆาตาทีนํ กรณปฏิเสธนาทิอปเทเสน อตฺถกาเมหิ ตโต จิตฺตํ สาธุกํ รกฺขิตพฺพนฺติ อยํ อาณารหสฺส ธมฺมราชสฺส อาณตฺตีติ. อยํ อสฺสาทาทีนวนิสฺสรณผลูปายาณตฺติวเสน ฉพฺพิธธมฺมสนฺทสฺสนลกฺขโณ เทสนาหาโร นาม. วุตฺตญฺจ –
‘‘อสฺสาทาทีนวตา, นิสฺสรณมฺปิ จ ผลํ อุปาโย จ;
อาณตฺตี จ ภควโต, โยคีนํ เทสนาหาโร’’ติ.