จูฬสีลวณฺณนา

๗. โก อนุสนฺธีติ ปุจฺฉา ‘‘นนุ เอตฺตเกเนว ยถาวุตฺเตหิ อวณฺณวณฺเณหิ สมฺพนฺธา เทสนามตฺถกํ ปตฺตา’’ติ อนุโยคสมฺภวโต กตา. วณฺเณน จ อวณฺเณน จาติ ตทุภยปเทน. อตฺถนิทฺเทโส วิย หิ สทฺทนิทฺเทโสปีติ อกฺขรจินฺตกา. อถ วา ตถาภาสนสฺส การณตฺตา, โกฏฺฐาสตฺตา จ ‘‘ปเทหี’’ติ วุตฺตํ. อวณฺเณน จ วณฺเณน จาติ ปน อคุณคุณวเสน, นินฺทาปสํสาวเสน จ สรูปทสฺสนํ. ‘‘นิวตฺโต อมูลกตาย วิสฺสชฺเชตพฺพตาภาวโต’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๗) อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ. ตํ วิตฺถาเรตฺวา เทสนาย โพเธตพฺพปุคฺคลาภาวโต เอตฺตกาว สา ยุตฺตรูปาติ ภควโต อชฺฌาสเยเนว อเทสนาภาเวน นิวตฺโต, ยถา ตํ วณฺณภูมิยํ ตติยวาโรติปิ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา โพเธตพฺพปุคฺคลสมฺภเวน วิสฺสชฺเชตพฺพตาย อธิคตภาวโต อนุวตฺตติเยว. อิติเปตํ ภูตนฺติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ ตทุปริปิ อนุวตฺตกตฺตา, เตน วกฺขติ ‘‘อิธ ปนา’’ติอาทิ. เอตฺตาวตา อยํ วณฺณานุสนฺธีติ ทสฺเสตฺวา ทุวิเธสุ ปน เตสุ วณฺเณสุ พฺรหฺมทตฺตสฺส วณฺณานุสนฺธีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โส ปนา’’ติอาทิมาห. อุปริ สุญฺญตาปกาสเน อนุสนฺธึ ทสฺเสสฺสติ ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๘).

เอวํ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนามุเขน สมุทายตฺถตํ วตฺวา อิทานิ อวยวตฺถตํ ทสฺเสติ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทินา. อปฺปเมว ปริโต สมนฺตโต ขณฺฑิตตฺตา ปริตฺตํ นามาติ อาห ‘‘อปฺปมตฺตกนฺติ ปริตฺตสฺส นาม’’นฺติ. มตฺตา วุจฺจติ ปมาณํ มียเต ปริมียเตติ กตฺวา. สมาสนฺตกกาเรน อปฺปมตฺตกํ ยถา ‘‘พหุปุตฺตโก’’ติ, เอวํ โอรมตฺตเกปิ. เอเตเนว ‘‘อปฺปา มตฺตา อปฺปมตฺตา, สา เอตสฺสาติ อปฺปมตฺตก’’นฺติอาทินา กปจฺจยสฺส สาตฺถกตมฺปิ ทสฺเสติ อตฺถโต อภินฺนตฺตา. มตฺตกสทฺทสฺส อนตฺถกภาวโต สีลเมว สีลมตฺตกํ. อนตฺถกภาโวติ จ สกตฺถตา ปุริมปทตฺเถเยว ปวตฺตนโต. น หิ สทฺทา เกวลํ อนตฺถกา ภวนฺตีติ อกฺขรจินฺตกา. นนุ จ ภควโต ปารมิตานุภาเวน นิรตฺถกเมกกฺขรมฺปิ มุขวรํ นาโรหติ, สกลญฺจ ปริยตฺติสาสนํ ปเท ปเท จตุสจฺจปฺปกาสนนฺติ วุตฺตํ, กถํ ตสฺส อนตฺถกตา สมฺภวตีติ? สจฺจํ, ตมฺปิ ปทนฺตราภิหิตสฺส อตฺถสฺส วิเสสนวเสน ตทภิหิตํ อตฺถํ วทติ เอว, โส ปน อตฺโถ วินาปิ เตน ปทนฺตเรเนว สกฺกา วิญฺญาตุนฺติ อนตฺถกมิจฺเจว วุตฺตนฺติ. นนุ อโวจุมฺห ‘‘อนตฺถกภาโว…เป… ปวตฺตนโต’’ติ. อปิจ วิเนยฺยชฺฌาสยานุรูปวเสน ภควโต เทสนา ปวตฺตติ, วิเนยฺยา จ อนาทิมติสํสาเร โลกิเยสุเยว สทฺเทสุ ปริภาวิตจิตฺตา, โลเก จ อสติปิ อตฺถนฺตราวโพเธ วาจาสิลิฏฺฐตาทิวเสน สทฺทปโยโค ทิสฺสติ ‘‘ลพฺภติ ปลพฺภติ, ขญฺชติ นิขญฺชติ, อาคจฺฉติ ปจฺจาคจฺฉตี’’ติอาทินา. ตถาปริจิตานญฺจ ตถาวิเธเนว สทฺทปโยเคน อตฺถาวคโม สุโข โหตีติ อนตฺถกสทฺทปโยโค วุตฺโตติ. เอวํ สพฺพตฺถ. โหติ เจตฺถ –

‘‘ปทนฺตรวจนีย-สฺสตฺถสฺส วิเสสนาย;

โพธนาย วิเนยฺยานํ, ตถานตฺถปทํ วเท’’ติ.

อถ วา สีลมตฺตกนฺติ เอตฺถ มตฺต-สทฺโท วิเสสนิวตฺติอตฺโถ ‘‘อวิตกฺกวิจารมตฺตา ธมฺมา (ธ. ส. ติกมาติกา) มโนมตฺตา ธาตุ มโนธาตู’’ติ (ธ. ส. มูลฏี. ๔๙๙) จ อาทีสุ วิย. ‘‘อปฺปมตฺตกํ โอรมตฺตก’’นฺติ ปททฺวเยน สามญฺญโต วุตฺโตเยว หิ อตฺโถ ‘‘สีลมตฺตก’’นฺติ ปเทน วิเสสโต วุตฺโต, เตน จ สีลํ เอว สีลมตฺตํ, ตเทว สีลมตฺตกนฺติ นิพฺพจนํ กาตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘สีลเมว สีลมตฺตก’’นฺติ วุตฺตํ.

อยํ ปน อฏฺฐกถามุตฺตโก นโย – โอรมตฺตกนฺติ เอตฺถ โอรนฺติ อปารภาโค ‘‘โอรโต โภคํ (มหาว. ๖๖) โอรํ ปาร’’นฺติอาทีสุ วิย. อถ วา เหฏฺฐาอตฺโถ โอรสทฺโท โอรํ อาคมนาย เย ปจฺจยา, เต โอรมฺภาคิยานิ สํโยชนานีติอาทีสุ วิย. สีลญฺหิ สมาธิปญฺญาโย อเปกฺขิตฺวา อปารภาเค, เหฏฺฐาภาเค จ โหติ, อุภยตฺถาปิ ‘‘โอเร ปวตฺตํ มตฺตํ ยสฺสา’’ติอาทินา วิคฺคโห. สีลมตฺตกนฺติ เอตฺถาปิ มตฺตสทฺโท อมหตฺถวาจโก ‘‘เภสชฺชมตฺตา’’ติอาทีสุ วิย. อถ วา สีเลปิ ตเทกเทสสฺเสว สงฺคหณตฺถํ อมหตฺถวาจโก เอตฺถ มตฺตสทฺโท วุตฺโต. ตถา หิ อินฺทฺริยสํวรปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลานิ อิธ เทสนํ อนารุฬฺหานิ. กสฺมาติ เจ? ยสฺมา ตานิ ปาติโมกฺขสํวรอาชีวปาริสุทฺธิสีลานิ วิย น สพฺพปุถุชฺชเนสุ ปากฏานีติ. มตฺตนฺติ เจตฺถ วิเสสนิวตฺติอตฺเถ นปุํสกลิงฺคํ. ปมาณปฺปกตฺเถสุ ปน ‘‘มตฺต’’นฺติ วา ‘‘มตฺตา’’ติ วา นปุํสกิตฺถิลิงฺคํ.

‘‘อิทํ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทินา สห โยชนาย ปิณฺฑตฺถํ ทสฺเสติ. เยน สีเลน วเทยฺย, เอตํ สีลมตฺตกํ นามาติ สมฺพนฺโธ. ‘‘วณฺณํ วทามีติ อุสฺสาหํ กตฺวาปี’’ติ อิทํ ‘‘วณฺณํ วทมาโน’’ติ เอตสฺส วิวรณํ. เอเตน หิ ‘‘เอกปุคฺคโล ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๑.๑๗๐) วิย มานสทฺทสฺส สามตฺถิยตฺถตํ ทสฺเสติ. ‘‘อุสฺสาหํ กุรุมาโน’’ติ อวตฺวา ‘‘กตฺวา’’ติ จ วจนํ ตฺวาทิปจฺจยนฺตปทานมิว มานนฺตปจฺจยนฺตปทานมฺปิ ปรกิริยาเปกฺขเมวาติ ทสฺสนตฺถํ. ‘‘ตตฺถ สิยา’’ติอาทินา สนฺธายภาสิตมตฺถํ อชานิตฺวา นีตตฺถเมว คเหตฺวา สุตฺตนฺตรวิโรธิตํ มญฺญมานสฺส กสฺสจิ อีทิสี โจทนา สิยาติ ทสฺเสติ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ‘‘อปฺปมตฺตกํ โข ปเนต’’นฺติอาทิวจเน (ที. นิ. ๑.๗). กมฺมฏฺฐานภาวเน ยุญฺชติ สีเลนาติ โยคี, ตสฺส.

อลงฺกรณํ วิภูสนํ อลงฺกาโร, ปสาธนกิริยา. อลํ กโรติ เอเตเนวาติ วา อลงฺกาโร, กุณฺฑลาทิปสาธนํ. มณฺฑียเต มณฺฑนํ, อูนฏฺฐานปูรณํ. มณฺฑียติ เอเตนาติ วา มณฺฑนํ, มุขจุณฺณาทิอูนปูรโณปกรณํ. อิธ ปน สทิสโวหาเรน, ตทฺธิตวเสน วา สีลเมว ตถา วุตฺตํ. มณฺฑเนติ มณฺฑนเหตุ, มณฺฑนกิริยานิมิตฺตํ คโตติ อตฺโถ. อถ วา มณฺฑติ สีเลนาติ มณฺฑโน, มณฺฑนชาติโก ปุริโส. พหุมฺหิ เจตํ ชาตฺยาเปกฺขาย เอกวจนํ. อุพฺพาหนตฺเถปิ หิ เอกวจนมิจฺฉนฺติ เกจิ, ตทยุตฺตเมว สทฺทสตฺเถ อนาคตตฺตา, อตฺถยุตฺติยา จ อภาวโต. กถญฺหิ เอกวจนนิทฺทิฏฺฐโต อุพฺพาหนกรณํ ยุตฺตํ สิยา เอกสฺมึ เยวตฺเถ อุพฺพาหิตพฺพสฺส อญฺญสฺสตฺถสฺส อภาวโต. ตสฺมา วิปลฺลาสวเสน พหฺวตฺเถ อิทํ เอกวจนํ ทฏฺฐพฺพํ, มณฺฑนสีเลสูติ อตฺโถ. อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรนปิ หิ อยเมวิธ วินิจฺฉโย (ที. นิ. ฏี. ๑.๗) วุตฺโต. อคฺคตนฺติ อุตฺตมภาวํ.

อสฺสํ ภวิสฺสามีติ อากงฺเขยฺยาติ สมฺพนฺโธ. อสฺสาติ ภเวยฺย. ปริปูรการีติ เจตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา, เตน สกลมฺปิ สีลโถมนสุตฺตํ ทสฺเสติ.

กิกีว อณฺฑนฺติ เอตฺถาปิ ตทตฺเถน อิติ-สทฺเทน –

‘‘กิกีว อณฺฑํ จมรีว วาลธึ,

ปิยํว ปุตฺตํ นยนํว เอกกํ;

ตเถว สีลํ อนุรกฺขมานา,

สุเปสลา โหถ สทา สคารวา’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๑๙); –

คาถํ สงฺคณฺหาติ. ‘‘ปุปฺผคนฺโธ’’ติ วตฺวา ตเทกเทเสน ทสฺเสตุํ ‘‘น จนฺทน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. จนฺทนํ ตครํ มลฺลิกาติ หิ ตํสหจรณโต เตสํ คนฺโธว วุตฺโต. ปุปฺผคนฺโธติ จ ปุปฺผญฺจ ตทวเสโส คนฺโธ จาติ อตฺโถ. ตครมลฺลิกาหิ วา อวสิฏฺโฐ ‘‘ปุปฺผคนฺโธ’’ติ วุตฺโต. สตญฺจ คนฺโธติ เอตฺถ สีลเมว สทิสโวหาเรน วา ตทฺธิตวเสน วา คนฺโธ. สีลนิพนฺธโน วา ถุติโฆโส วุตฺตนเยน ‘‘คนฺโธ’’ติ อธิปฺเปโต. สีลญฺหิ กิตฺติยา นิมิตฺตํ. ยถาห ‘‘สีลวโต กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๕๐; ๓.๓๑๖; อ. นิ. ๕.๒๑๓; มหาว. ๗๘๕; อุทา. ๗๖). สปฺปุริโส ปวายติ ปกาเรหิ คนฺธติ ตสฺส คนฺธูปครุกฺขปฏิภาคตฺตา.

วสฺสิกีติ สุมนปุปฺผํ, ‘‘วสฺสิก’’นฺติปิ ปาโฐ, ตทตฺโถว. คนฺธา เอว คนฺธชาตา, คนฺธปฺปการา วา. ยฺวายนฺติ ยทิทํ, อุตฺตโม คนฺโธ วาตีติ สมฺพนฺโธ.

สมฺมทญฺญา วิมุตฺตานนฺติ สมฺมา อญฺญาย ชานิตฺวา, อคฺคมคฺเคน วา วิมุตฺตานํ. มคฺคํ น วินฺทตีติ การณํ น ลภติ, น ชานาติ วา.

‘‘สีเล ปติฏฺฐายา’’ติ คาถาย ปฏิสนฺธิปญฺญาย สปญฺโญ อาตาปี วีริยวา ปาริหาริกปญฺญาย นิปโก นรสงฺขาโต ภิกฺขุ สีเล ปติฏฺฐาย จิตฺตํ ตปฺปธาเนน วุตฺตํ สมาธึ ภาวยํ ภาวยนฺโต ภาวนาเหตุ ตถา ปญฺญํ วิปสฺสนญฺจ อิมํ อนฺโตชฏาพหิชฏาสงฺขาตํ ชฏํ วิชฏเย วิชเฏยฺย วิชฏิตุํ สมตฺเถยฺยาติ สงฺเขปตฺโถ.

ปถวึ นิสฺสายาติ ปถวึ รสคฺคหณวเสน นิสฺสาย, สีลสฺมึ ปน ปริปูรณวเสน นิสฺสาย ปติฏฺฐานํ ทฏฺฐพฺพํ.

อปฺปกมหนฺตตาย ปาราปาราทิ วิย อุปนิธาปญฺญตฺติภาวโต อญฺญมญฺญํ อุปนิธาย อาหาติ วิสฺสชฺเชตุํ ‘‘อุปริ คุเณ อุปนิธายา’’ติ วุตฺตํ. สีลญฺหีติ เอตฺถ หิ-สทฺโท การณตฺโถ, เตนิทํ การณํ ทสฺเสติ ‘‘ยสฺมา สีลํ กิญฺจาปิ ปติฏฺฐาภาเวน สมาธิสฺส พหูปการํ, ปภาวาทิคุณวิเสเส ปนสฺส อุปนิธาย กลมฺปิ ภาคํ น อุเปติ, ตถา สมาธิ จ ปญฺญายา’’ติ. เตเนวาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. น ปาปุณาตีติ คุณสมภาเวน น สมฺปาปุณาติ, น สเมตีติ วุตฺตํ โหติ. อุปริมนฺติ สมาธิปญฺญํ. อุปนิธายาติ อุปตฺถมฺภํ กตฺวา. ตญฺหิ ตาทิสาย ปญฺญตฺติยา อุปตฺถมฺภนํ โหติ. เหฏฺฐิมนฺติ สีลสมาธิทฺวยํ.

‘‘กถ’’นฺติอาทิ วิตฺถารวจนํ. กณฺฑมฺพมูลิกปาฏิหาริยกถนญฺเจตฺถ ยถากถญฺจิปิ สีลสฺส สมาธิมปาปุณตาสิทฺธิเยวิธาธิปฺเปตาติ ปากฏตรปาฏิหาริยภาเวน, นิทสฺสนนเยน จาติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘อภิ…เป… ติตฺถิยมทฺทน’’นฺติ อิทํ ปน ตสฺส ยมกปาฏิหาริยสฺส สุปากฏภาวทสฺสนตฺถํ, อญฺเญหิ โพธิมูเล ญาติสมาคมาทีสุ จ กตปาฏิหาริเยหิ วิเสสทสฺสนตฺถญฺจ วุตฺตํ. สมฺโพธิโต หิ อฏฺฐเมปิ ทิวเส เทวตานํ ‘‘พุทฺโธ วา โน วา’’ติ อุปฺปนฺนกงฺขาวิธมนตฺถํ อากาเส รตนจงฺกมํ มาเปตฺวา จงฺกมนฺโต ปาฏิหาริยํ อกาสิ, ตโต ทุติยสํวจฺฉเร กุลนครคโต กปิลวตฺถุปุเร นิโคฺรธาราเม ญาตีนํ สมาคเมปิ เตสํ มานมทปฺปหานตฺถํ ยมกปาฏิหาริยํ อกาสิ. ตตฺถ อภิสมฺโพธิโตติ อภิสมฺพุชฺฌนกาลโต. สาวตฺถินครทฺวาเรติ สาวตฺถินครสฺส ทกฺขิณทฺวาเร. กณฺฑมฺพรุกฺขมูเลติ กณฺเฑน นาม ปเสนทิรญฺโญ อุยฺยานปาเลน โรปิตตฺตา กณฺฑมฺพนามกสฺส รุกฺขสฺส มูเล. ยมกปาฏิหาริยกรณตฺถาย ภควโต จิตฺเต อุปฺปนฺเน ‘‘ตทนุจฺฉวิกํ ฐานํ อิจฺฉิตพฺพ’’นฺติ รตนมณฺฑปาทิ สกฺเกน เทวรญฺญา อาณตฺเตน วิสฺสกมฺมุนา กตนฺติ วทนฺติ เกจิ. ภควตา นิมฺมิตนฺติ อปเร. อฏฺฐกถาสุ ปน อเนกาสุ ‘‘สกฺเกน เทวานมินฺเทน อาณาปิเตน วิสฺสกมฺมเทวปุตฺเตน มณฺฑโป กโต, จงฺกโม ปน ภควตา นิมฺมิโต’’ติ วุตฺตํ. ทิพฺพเสตจฺฉตฺเต เทวตาหิ ธาริยมาเนติ อตฺโถ วิญฺญายติ อญฺเญสมสมฺภวโต. ‘‘ทฺวาทสโยชนาย ปริสายา’’ติ อิทํ จตูสุ ทิสาสุ ปจฺเจกํ ทฺวาทสโยชนํ มนุสฺสปริสํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตทา กิร ทสสหสฺสิโลกธาตุโต จกฺกวาฬคพฺภํ ปริปูเรตฺวา เทวพฺรหฺมาโนปิ สนฺนิปตึสุ. โย โกจิ เอวรูปํ ปาฏิหาริยํ กาตุํ สมตฺโถ เจ, โส อาคจฺฉตูติ โจทนาสทิสตฺตา วุตฺตํ ‘‘อตฺตาทานปริทีปน’’นฺติ. อตฺตาทานญฺหิ อนุโยโค ปฏิปกฺขสฺส อตฺตสฺส อาทานํ คหณนฺติ กตฺวา. ติตฺถิยมทฺทนนฺติ ‘‘ปาฏิหาริยํ กริสฺสามา’’ติ กุหายนวเสน ปุพฺเพ อุฏฺฐิตานํ ติตฺถิยานํ มทฺทนํ, ตญฺจ ตถา กาตุํ อสมตฺถตาสมฺปาทนเมว. ตเทตํ ปททฺวยํ ‘‘ยมกปาฏิหาริย’’นฺติ เอเตน สมฺพนฺธิตพฺพํ. ราชคหเสฏฺฐิโน จนฺทนฆฏิกุปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย สพฺพเมว เจตฺถ วตฺตพฺพํ.

อุปริมกายโตติอาทิ ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๖) อาคตนยทสฺสนํ, เตน วุตฺตํ ‘‘อิติอาทินยปฺปวตฺต’’นฺติ, ‘‘สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพ’’นฺติ จ. ตตฺถายํ ปาฬิเสโส –

‘‘เหฏฺฐิมกายโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, อุปริมกายโต อุทกธารา ปวตฺตติ. ปุรตฺถิมกายโต อคฺคิ, ปจฺฉิมกายโต อุทกํ. ปจฺฉิมกายโต อคฺคิ, ปุรตฺถิมกายโต อุทกํ. ทกฺขิณอกฺขิโต อคฺคิ, วามอกฺขิโต อุทกํ. วามอกฺขิโต อคฺคิ, ทกฺขิณอกฺขิโต อุทกํ. ทกฺขิณกณฺณโสตโต อคฺคิ, วามกณฺณโสตโต อุทกํ. วามกณฺณโสตโต อคฺคิ, ทกฺขิณกณฺณโสตโต อุทกํ. ทกฺขิณนาสิกาโสตโต อคฺคิ, วามนาสิกาโสตโต อุทกํ. วามนาสิกาโสตโต อคฺคิ, ทกฺขิณนาสิกาโสตโต อุทกํ. ทกฺขิณอํสกูฏโต อคฺคิ, วามอํสกูฏโต อุทกํ. วามอํสกูฏโต อคฺคิ, ทกฺขิณอํสกูฏโต อุทกํ. ทกฺขิณหตฺถโต อคฺคิ, วามหตฺถโต อุทกํ. วามหตฺถโต อคฺคิ, ทกฺขิณหตฺถโต อุทกํ. ทกฺขิณปสฺสโต อคฺคิ, วามปสฺสโต อุทกํ. วามปสฺสโต อคฺคิ, ทกฺขิณปสฺสโต อุทกํ. ทกฺขิณปาทโต อคฺคิ, วามปาทโต อุทกํ. วามปาทโต อคฺคิ, ทกฺขิณปาทโต อุทกํ. องฺคุลงฺคุเลหิ อคฺคิ, องฺคุลนฺตริกาหิ อุทกํ. องฺคุลนฺตริกาหิ อคฺคิ, องฺคุลงฺคุเลหิ อุทกํ. เอเกกโลมโต อคฺคิ, เอเกกโลมโต อุทกํ. โลมกูปโต โลมกูปโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, โลมกูปโต โลมกูปโต อุทกธารา ปวตฺตตี’’ติ.

อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เอเกกโลมกูปโต’’ อิจฺเจว (ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๑๖) อาคตํ.

ฉนฺนํ วณฺณานนฺติ เอตฺถาปิ นีลานํ ปีตกานํ โลหิตกานํ โอทาตานํ มญฺชิฏฺฐานํ ปภสฺสรานนฺติ อยํ สพฺโพปิ ปาฬิเสโส เปยฺยาลนเยน, อาทิ-สทฺเทน จ ทสฺสิโต. เอตฺถ จ ฉนฺนํ วณฺณานํ อุพฺพาหนภูตานํ ยมกา ยมกา วณฺณา ปวตฺตนฺตีติ ปาฐเสเสน สมฺพนฺโธ, เตน วกฺขติ ‘‘ทุติยา ทุติยา รสฺมิโย’’ติอาทิ. ตตฺถ หิ ตาสํ ยมกํ ยมกํ ปวตฺตนากาเรน สห อาวชฺชนปริกมฺมาธิฏฺฐานานํ วิสุํ ปวตฺติ ทสฺสิตา. เกจิ ปน ‘‘ฉนฺนํ วณฺณาน’’นฺติ เอตสฺส ‘‘อคฺคิกฺขนฺโธ อุทกธารา’’ติ ปุริเมหิ ปเทหิ สมฺพนฺธํ วทนฺติ, ตทยุตฺตเมว อคฺคิกฺขนฺธอุทกธารานํ อตฺถาย เตโชกสิณวาโยกสิณานํ สมาปชฺชนสฺส วกฺขมานตฺตา. ฉนฺนํ วณฺณานํ ฉพฺพณฺณา ปวตฺตนฺตีติ กตฺตุวเสน วา สมฺพนฺโธ ยถา ‘‘เอกสฺส เจปิ ภิกฺขุโน น ปฏิภาเสยฺย ตํ ภิกฺขุนึ อปสาเทตุ’’นฺติ (ปาจิ. ๕๕๘). กตฺตุกมฺเมสุ หิ พหุลา สามิวจนํ อาขฺยาตปโยเคปิ อิจฺฉนฺติ เนรุตฺติกา.

เอวํ ปาฬินเยน ยมกปาฏิหาริยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตํ อฏฺฐกถานเยน วิวรนฺโต ปจฺจาสตฺตินเยน ‘‘ฉนฺนํ วณฺณาน’’นฺติ ปทเมว ปฐมํ วิวริตุํ ‘‘ตสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตสฺสาติ ภควโต. ‘‘สุวณฺณวณฺณา รสฺมิโย’’ติ อิทํ ตาสํ ปีตาภานํ เยภุยฺยตาย วุตฺตํ, ฉพฺพณฺณาหิ รสฺมีหิ อลงฺกรณกาโล วิยาติ อตฺโถ. ตาปิ หิ จกฺกวาฬคพฺภโต อุคฺคนฺตฺวา พฺรหฺมโลกมาหจฺจ ปฏินิวตฺติตฺวา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิเมว คณฺหึสุ. เอกจกฺกวาฬคพฺภํ วงฺกโคปานสิกํ วิย โพธิฆรํ อโหสิ เอกาโลกํ. ทุติยา ทุติยา รสฺมิโยติ ปุริมปุริมโต ปจฺฉา ปจฺฉา นิกฺขนฺตา รสฺมิโย. กสฺมา สทิสาการวเสน ‘‘วิยา’’ติ วจนํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ทฺวินฺนญฺจา’’ติอาทิ. ทฺวินฺนญฺจ จิตฺตานํ เอกกฺขเณ ปวตฺติ นาม นตฺถิ, เยหิ ตา เอวํ สิยุํ, ตถาปิ อิมินา การณทฺวเยน เอวเมว ขายนฺตีติ อธิปฺปาโย. ภวงฺคปริวาสสฺสาติ ภวงฺควเสน ปริวสนสฺส, ภวงฺคสงฺขาตสฺส ปริวสนสฺส วา, ภวงฺคปตนสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. อาจิณฺณวสิตายาติ อาวชฺชนสมาปชฺชนาทีหิ ปญฺจหากาเรหิ สมาจิณฺณปริจยตาย. นนุ จ เอกสฺสาปิ จิตฺตสฺส ปวตฺติยา เทฺว กิสฺโส รสฺมิโยปิ สมฺภเวยฺยุนฺติ อนุโยคมปเนติ ‘‘ตสฺสา ตสฺสา ปน รสฺมิยา’’ติอาทินา. จิตฺตวารนานตฺตา อาวชฺชนปริกมฺมจิตฺตานิ, กสิณนานตฺตา อธิฏฺฐานจิตฺตวารานิปิ วิสุํ วิสุํเยว ปวตฺตนฺติ. อาวชฺชนาวสาเน ติกฺขตฺตุํ ปวตฺตชวนานิ ปริกมฺมนาเมเนว อิธ วุตฺตานิ.

กถนฺติ อาห ‘‘นีลรสฺมิอตฺถาย หี’’ติอาทิ. ‘‘มญฺชิฏฺฐรสฺมิอตฺถาย โลหิตกสิณํ, ปภสฺสรรสฺมิอตฺถาย ปีตกสิณ’’นฺติ อิทํ โลหิตปีตรสฺมีนํ การเณเยว วุตฺเต สิทฺธนฺติ น วุตฺตํ. ตาสเมว หิ มญฺชิฏฺฐปภสฺสรรสฺมิโย วิเสสปเภทภูตาติ. ‘‘อคฺคิกฺขนฺธตฺถายา’’ติอาทินา ‘‘อุปริมกายโต’’ติอาทีนํ วิวรณํ. อคฺคิกฺขนฺธอุทกกฺขนฺธาปิ อญฺญมญฺญอสมฺมิสฺสา ยาว พฺรหฺมโลกา อุคฺคนฺตฺวา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ ปตึสุ, ตํ ทิวสํ ปน สตฺถา โย โย ยสฺมึ ยสฺมึ ธมฺเม จ ปาฏิหาริเย จ ปสนฺโน, ตสฺส ตสฺส อชฺฌาสยวเสน ตํ ตํ ธมฺมญฺจ กเถสิ, ปาฏิหาริยญฺจ ทสฺเสสิ, เอวํ ธมฺเม ภาสิยมาเน, ปาฏิหาริเย จ กริยมาเน มหาชโน ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. ตสฺมิญฺจ สมาคเม อตฺตโน มนํ คเหตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ สมตฺถํ อทิสฺวา นิมฺมิตํ พุทฺธํ มาเปสิ, เตน ปุจฺฉิตํ ปญฺหํ สตฺถา วิสฺสชฺเชสิ. สตฺถารา ปุจฺฉิตํ ปญฺหํ โส วิสฺสชฺเชสิ, สตฺถุ จงฺกมนกาเล นิมฺมิโต ฐานาทีสุ อญฺญตรํ กปฺเปสิ, ตสฺส จงฺกมนกาเล สตฺถา ฐานาทีสุ อญฺญตรํ กปฺเปสีติ เอตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สตฺถา จงฺกมตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพ’’นฺติ เอเตน ‘‘สตฺถา ติฏฺฐติ, นิมฺมิโต จงฺกมติ วา นิสีทติ วา เสยฺยํ วา กปฺเปตี’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๖) จตูสุ อิริยาปเถสุ เอเกกมูลกา สตฺถุปกฺเข จตฺตาโร, นิมฺมิตปกฺเข จตฺตาโรติ สพฺเพ อฏฺฐ วารา วิตฺถาเรตฺวา วตฺตพฺพาติ ทสฺเสติ. ยสฺมา สีลํ สมาธิสฺส ปติฏฺฐามตฺตเมว หุตฺวา นิวตฺตติ, สมาธิเยว ตตฺถ ปติฏฺฐาย ยถาวุตฺตํ สพฺพํ ปาฏิหาริยกิจฺจํ ปวตฺเตติ, ตสฺมา ตเทตํ สมาธิกิจฺจเมวาติ วุตฺตํ ‘‘เอตฺถ เอกมฺปี’’ติอาทิ.

‘‘ยํ ปนา’’ติอาทินา สมาธิสฺส ปญฺญมปาปุณตา วิภาวิตา, ยํ ปน ปฏิวิชฺฌิ, อิทํ ปฏิวิชฺฌนํ ปญฺญากิจฺจนฺติ อตฺโถ. ตํ อนุกฺกมโต ทสฺเสติ ‘‘ภควา’’ติอาทินา. ‘‘กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานี’’ติ อิทํ ทีปงฺกรปาทมูเล กตปฐมาภินีหารโต ปฏฺฐาย วุตฺตํ, ตโต ปุพฺเพปิ ยตฺตเกน ตสฺมึ ภเว อิจฺฉนฺโต สาวกโพธึ ปตฺตุํ สกฺกุเณยฺย, ตตฺตกํ ปุญฺญสมฺภารํ สมุปจินีติ เวทิตพฺพํ. ตโตเยว หิ ‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, เหตุ สตฺถารทสฺสน’’นฺติอาทินา (พุ. วํ. ๕๙) วุตฺเตสุ อฏฺฐธมฺเมสุ เหตุสมฺปนฺนตา อโหสิ. เกจิ ปน มโนปณิธานวจีปณิธานวเสน อเนกธา อสงฺเขฺยยฺยปริจฺเฉทํ กตฺวา ปุพฺพสมฺภารํ วทนฺติ, ตทยุตฺตเมว สงฺคหารุฬฺหาสุ อฏฺฐกถาสุ ตถา อวุตฺตตฺตา. ตาสุ หิ ยถาวุตฺตนเยน ปฐมาภินีหารโต ปุพฺเพ เหตุสมฺปนฺนตาเยว ทสฺสิตา. เอกูนตึสวสฺสกาเล นิกฺขมฺม ปพฺพชิตฺวาติ สมฺพนฺโธ. จกฺกรตนารหปุญฺญวนฺตตาย โพธิสตฺโต จกฺกวตฺติสิริสมฺปนฺโนติ ตสฺส นิวาสภวนํ ‘‘จกฺกวตฺติสิรินิวาสภูต’’นฺติ วุตฺตํ. ภวนาติ รมฺมสุรมฺมสุภสงฺขาตา นิเกตนา. ปธานโยคนฺติ ทุกฺกรจริยาย อุตฺตมวีริยานุโยคํ.

อุรุเวลายํ กิร เสนานิคเม กุฏุมฺพิกสฺส ธีตา สุชาตา นาม ทาริกา วยปฺปตฺตา เนรญฺชราย ตีเร นิโคฺรธมูเล ปตฺถนมกาสิ ‘‘สจาหํ สมชาติกํ กุลฆรํ คนฺตฺวา ปฐมคพฺเภ ปุตฺตํ ลภิสฺสามิ, ขีรปายาเสน พลิกมฺมํ กริสฺสามี’’ติ, (ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๘๔; ชา. อฏฺฐ. ๑.อวิทูเร นิทานกถา) ตสฺสา สา ปตฺถนา สมิชฺฌิ. สา สตฺต เธนุโย ลฏฺฐิวเน ขาทาเปตฺวา ตาสมฺปิ ธีตโร คาวิโย ลทฺธา ตเถว ขาทาเปตฺวา ปุน ตาสมฺปิ ธีตโร ตเถวาติ สตฺตปุตฺตินตฺติปนตฺติปรมฺปราคตาหิ เธนูหิ ขีรํ คเหตฺวา ขีรปายาสํ ปจิตุมารภิ. ตสฺมึ ขเณ มหาพฺรหฺมา ติโยชนิกํ เสตจฺฉตฺตํ อุปริ ธาเรสิ, สกฺโก เทวราชา อคฺคึ อุชฺชาเลสิ, สกลโลเก วิชฺชมานรสํ เทวตา ปกฺขิปึสุ, ปายาสํ ทกฺขิณาวฏฺฏํ หุตฺวา ปจติ, ตํ สา สุวณฺณปาติยา สตสหสฺสคฺฆนิกาย สเหว โพธิสตฺตสฺส ทตฺวา ปกฺกามิ. อถ โพธิสตฺโต ตํ คเหตฺวา เนรญฺชราย ตีเร สุปฺปติฏฺฐิเต นาม ติตฺเถ เอกตาลฏฺฐิปฺปมาเณ เอกูนปญฺญาสปิณฺเฑ กโรนฺโต ปริภุญฺชิ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘วิสาขาปุณฺณมายํ อุรุเวลคาเม สุชาตาย ทฺวินฺนํ ปกฺขิตฺตทิพฺโพชํ มธุปายาสํ ปริภุญฺชิตฺวา’’ติ. ตตฺถ สุชาตายาติ อายสฺมโต ยสตฺเถรสฺส มาตุภูตาย ปจฺฉา สรณคมนฏฺฐาเน เอตทคฺคปฺปตฺตาย สุชาตาย นาม เสฏฺฐิภริยาย. องฺคมงฺคานุสาริโน รสสฺส สาโร อุปตฺถมฺภพลกโร ภูตนิสฺสิโต เอโก วิเสโส โอชา นาม, สา ทิวิ ภวา ปกฺขิตฺตา เอตฺถาติ ปกฺขิตฺตทิพฺโพโช, ตํ. ปาตพฺโพ จ โส อสิตพฺโพ จาติ ปายาโส, รสํ กตฺวา ปิวิตุํ, อาโลปํ กตฺวา จ ภุญฺชิตุํ ยุตฺโต โภชนวิเสโส, มธุนา สิตฺโต ปายาโส มธุปายาโส, ตํ.

ตโต เนรญฺชราย ตีเร มหาสาลวเน นานาสมาปตฺตีหิ ทิวาวิหารสฺส กตตฺตา ‘‘สายนฺหสมเย’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิตฺถาโร ตตฺถ ตตฺถ คเหตพฺโพ. ทกฺขิณุตฺตเรนาติ ทิวาวิหารโต โพธิยา ปวิสนมคฺคํ สนฺธายาห, อุชุกํ ทกฺขิณุตฺตรคเตน เทวตาหิ อลงฺกเตน มคฺเคนาติ อตฺโถ. เอวมฺปิ วทนฺติ ‘‘ทกฺขิณุตฺตเรนาติ ทกฺขิณปจฺฉิมุตฺตเรน อาทิอวสานคหเณน มชฺฌิมสฺสาปิ คหิตตฺตา, ตถา ลุตฺตปโยคสฺส จ ทสฺสนโต. เอวญฺหิ สติ ‘ทกฺขิณปจฺฉิมุตฺตรทิสาภาเคน โพธิมณฺฑํ ปวิสิตฺวา ติฏฺฐตี’ติ (ชา. อฏฺฐ. ๑.อวิทูเรนิทานกถา) ชาตกนิทาเน วุตฺตวจเนน สเมตี’’ติ. ทกฺขิณทิสโต คนฺตพฺโพ อุตฺตรทิสาภาโค ทกฺขิณุตฺตโร, เตน ปวิสิตฺวาติ อปเร. เกจิ ปน ‘‘อุตฺตรสทฺโท เจตฺถ มคฺควาจโก. ยทิ หิ ทิสาวาจโก ภเวยฺย, ‘ทกฺขิณุตฺตรายา’ติ วเทยฺยา’’ติ, ตํ น ‘‘อุตฺตเรน นที สีทา, คมฺภีรา ทุรติกฺกมา’’ติอาทินา ทิสาวาจกสฺสาปิ เอนโยคสฺส ทสฺสนโต, อุตฺตรสทฺทสฺส จ มคฺควาจกสฺส อนาคตตฺตา. อปิจ ทิสาภาคํ สนฺธาย เอวํ วุตฺตํ. ทิสาภาโคปิ หิ ทิสา เอวาติ. อถ อนฺตรามคฺเค โสตฺถิเยน นาม ติณหารกพฺราหฺมเณน ทินฺนา อฏฺฐ กุสติณมุฏฺฐิโย คเหตฺวา อสิตญฺจนคิริสงฺกาสํ สพฺพโพธิสตฺตานมสฺสาสชนนฏฺฐาเน สมาวิรุฬฺหํ โพธิยา มณฺฑนภูตํ โพธิมณฺฑมุปคนฺตฺวา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ทกฺขิณทิสาภาเค อฏฺฐาสิ, โส ปน ปเทโส ปทุมินิปตฺเต อุทกพินฺทุ วิย ปกมฺปิตฺถ, ตโต ปจฺฉิมทิสาภาคํ, อุตฺตรทิสาภาคญฺจ คนฺตฺวา ติฏฺฐนฺเตปิ มหาปุริเส ตเถว เต อกมฺปึสุ, ตโต ‘‘นายํ สพฺโพปิ ปเทโส มม คุณํ สนฺธาเรตุํ สมตฺโถ’’ติ ปุรตฺถิมทิสาภาคมคมาสิ, ตตฺถ ปลฺลงฺกปฺปมาณํ นิจฺจลมโหสิ, ตสฺเสว จ นิปฺปริยาเยน โพธิมณฺฑสมญฺญา, มหาปุริโส ‘‘อิทํ กิเลสวิทฺธํสนฏฺฐาน’’นฺติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา ปุพฺพุตฺตรทิสาภาเค ฐิโต ตตฺถ อกมฺปนปฺปเทเส ตานิ ติณานิ อคฺเค คเหตฺวา สญฺจาเลสิ, ตาวเทว จุทฺทสหตฺโถ ปลฺลงฺโก อโหสิ, ตานิปิ ติณานิ วิจิตฺตากาเรน ตูลิกาย เลขา คหิตานิ วิย อเหสุํ. โส ตตฺถ ติสนฺธิปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา จตุรงฺคสมนฺนาคตํ เมตฺตากมฺมฏฺฐานํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา จตุรงฺคิกํ วีริยํ อธิฏฺฐหิตฺวา นิสีทิ, ตมตฺถํ สงฺขิปิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘โพธิมณฺฑํ ปวิสิตฺวา’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ โพธิ วุจฺจติ อรหตฺตมคฺคญาณํ, สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺจ, สา มณฺฑติ ถามคตตาย ปสีทติ เอตฺถาติ โพธิมณฺโฑ, นิปฺปริยาเยน ยถาวุตฺตปฺปเทโส, ปริยาเยน ปน อิธ ทุมราชา. ตถา หิ อาจริยานนฺทตฺเถเรน วุตฺตํ ‘‘โพธิมณฺฑสทฺโทปฐมาภิสมฺพุทฺธฏฺฐาเน เอว ทฏฺฐพฺโพ, น ยตฺถ กตฺถจิ โพธิรุกฺขสฺส ปติฏฺฐิตฏฺฐาเน’’ติ, ตํ.

มารวิชยสพฺพญฺญุตญฺญาณปฏิลาภาทีหิ ภควนฺตํ อสฺสาเสตีติ อสฺสตฺโถ. อาปุพฺพญฺหิ สาสสทฺทํ อนุสิฏฺฐิโตสเนสุ อิจฺฉนฺติ, ยํ ตุ โลเก ‘‘จลทโล, กุญฺชราสโน’’ ติปิ วทนฺติ. อจฺจุคฺคตภาเวน, อเชยฺยภูมิสีสคตภาเวน, สกลสพฺพญฺญุคุณปฏิลาภฏฺฐานวิรุฬฺหภาเวน จ ทุมานํ ราชาติ ทุมราชา, อสฺสตฺโถ จ โส ทุมราชา จาติ อสฺสตฺถทุมราชา ตํ. ทฺวินฺนํ อูรุชาณุสนฺธีนํ, อูรุมูลกฏิสนฺธิสฺส จ วเสน ตโย สนฺธโย, สณฺฐานวเสน วา ตโย โกณา ยสฺสาติ ติสนฺธิ, เสฺวว ปลฺลงฺโก อูรุพทฺธาสนํ ปริสมนฺตโต องฺกนํ อาสนนฺติ อตฺเถน ร-การสฺส ล-การํ, ทฺวิภาวญฺจ กตฺวา, ตีหิ วา สนฺธีหิ ลกฺขิโต ปลฺลงฺโก ติสนฺธิปลฺลงฺโก, ตํ. อาภุชิตฺวาติ อาพนฺธิตฺวา, อุโภ ปาเท สมญฺฉิเต กตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. วิตฺถาโร สามญฺญผลสุตฺตวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๑๖) อาคมิสฺสติ. อตฺตา, มิตฺโต, มชฺฌตฺโต, เวรีติ จตูสุปิ สมปฺปวตฺตนวเสน จตุรงฺคสมนฺนาคตํ เมตฺตากมฺมฏฺฐานํ. ‘‘จตุรงฺคสมนฺนาคต’’นฺติ อิทํ ปน ‘‘วีริยาธิฏฺฐาน’’นฺติ เอเตนาปิ โยเชตพฺพํ. ตมฺปิ หิ –

กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตุ, อุปสุสฺสตุ สรีเร มํสโลหิตํ, ยํ ตํ ปุริสถาเมน ปุริสวีริเยน ปุริสปรกฺกเมน ปตฺตพฺพํ, น ตํ อปาปุณิตฺวา วีริยสฺส สณฺฐานํ ภวิสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๑๘๔; สํ. นิ. ๑.๒๖๖; อ. นิ. ๓.๕๑; อ. นิ. ๘.๑๓; มหานิ. ๑๗, ๑๙๖) –

วุตฺตนเยน จตุรงฺคสมนฺนาคตเมว.

จุทฺทส หตฺถา วิตฺถตปฺปมาณภาเวน ยสฺสาติ จุทฺทสหตฺโถ. ปริสมนฺตโต องฺกียเต ลกฺขียเต ปริจฺเฉทวเสนาติ ปลฺลงฺโก ร-การสฺส ล-การํ, ตสฺส จ ทฺวิตฺตํ กตฺวา. อปิจ ‘‘อิทํ กิเลสวิทฺธํสนฏฺฐาน’’นฺติ อฏฺฐกถาสุ วจนโต ปลฺลํ กิเลสวิทฺธํสนํ กโรติ เอตฺถาติ ปลฺลงฺโก นิคฺคหิตาคมวเสน, อลุตฺตสมาสวเสน วา, จุทฺทสหตฺโถ จ โส ปลฺลงฺโก จ, เสฺวว อุตฺตมฏฺเฐน ปตฺถนียฏฺเฐน จ วโรติ จุทฺทสหตฺถปลฺลงฺกวโร, ตตฺถ คโต ปวตฺโต นิสินฺโน ตถา. จุทฺทสหตฺถตา เจตฺถ วิตฺถารวเสน คเหตพฺพา. ตานิเยว หิ ติณานิ อปริมิตปุญฺญานุภาวโต จุทฺทสหตฺถวิตฺถตปลฺลงฺกภาเวน ปวตฺตานิ, น จ ตานิ อฏฺฐมุฏฺฐิปฺปมาณานิ จุทฺทสหตฺถอจฺจุคฺคตานิ สมฺภวนฺติ. ตโตเยว จ อิธ ‘‘ติณสนฺถรํ สนฺถริตฺวา’’ติ วุตฺตํ, ธมฺมปทฏฺฐกถาทีสุ จ ‘‘ติณานิ สนฺถริตฺวา…เป… ปุรตฺถิมาภิมุโข นิสีทิตฺวา’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑.สาริปุตฺเถรวณฺณนา; ธ. ส. อฏฺฐ. ๑.นิทานกถา). อญฺญตฺถ จ ‘‘ติณาสเน จุทฺทสหตฺถสมฺมเต’’ติ. เกจิ ปน ‘‘อจฺจุคฺคตภาเวเนว จุทฺทสหตฺโถ’’ติ ยถา ตถา ปริกปฺปนาวเสน วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ ยถาวุตฺเตน การเณน, สาธเกน จ วิรุทฺธตฺตา. กามญฺจ มโนรถปูรณิยา จตุรงฺคุตฺตรวณฺณนาย ‘‘ติกฺขตฺตุํ โพธึ ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อารุยฺห จุทฺทสหตฺถุพฺเพเธ ฐาเน ติณสนฺถรํ สนฺถริตฺวา จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐาย นิสินฺนกาลโต’’ติ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๓๓) ปาโฐ ทิสฺสติ, ตถาปิ ตตฺถ อุพฺเพธสทฺโท วิตฺถารวาจโกติ เวทิตพฺโพ, ยถา ‘‘ติริยํ โสฬสุพฺเพโธ, อุทฺธมาหุ สหสฺสธา’’ติ (ชา. ๑.๓.๔๐) มหาปนาทชาตเก. ตถา หิ ตทฏฺฐกถายํ วุตฺตํ ‘‘ติริยํ โสฬสุพฺเพโธติ วิตฺถารโต โสฬสกณฺฑปาตวิตฺถาโร อโหสี’’ติ (ชาตก อฏฺฐ. ๒-๓๐๒ ปิฏฺเฐ). อญฺญถา หิ อากาเสเยว อุกฺขิปิตฺวา ติณสนฺถรณํ กตํ, น อจลปเทเสติ อตฺโถ อาปชฺเชยฺย สนฺถรณกิริยาธารภาวโต ตสฺส, โส จตฺโถ อนธิปฺเปโต อญฺญตฺถ อนาคตตฺตาติ.

รชตกฺขนฺธํ ปิฏฺฐิโต กตฺวา วิยาติ สมฺพนฺโธ. อตฺถนฺติ ปจฺฉิมปพฺพตํ. มารพลนฺติ มารํ, มารพลญฺจ, มารสฺส วา สามตฺถิยํ. ปุพฺเพนิวาสนฺติ ปุพฺเพ นิวุตฺถกฺขนฺธํ. ทิพฺพจกฺขุนฺติ ทิพฺพจกฺขุญาณํ. ‘‘กิจฺฉํ วตายํ โลโก อาปนฺโน’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๕๗; สํ. นิ. ๒.๔) ชรามรณมุเขน ปจฺจยากาเร ญาณํ โอตาเรตฺวา. อานาปานจตุตฺถชฺฌานนฺติ เอตฺถาปิ ‘‘สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺณ’’นฺติ วิภตฺติวิปริณามํ กตฺวา โยเชตพฺพํ. ตมฺปิ หิ พุทฺธานมาจิณฺณเมวาติ วทนฺติ. ปาทกํ กตฺวาติ การณํ, ปติฏฺฐานํ วา กตฺวา. ‘‘วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวาติ ฉตฺตึสโกฏิสตสหสฺสมุเขน อาสวกฺขยญาณสงฺขาตมหาวชิรญาณคพฺภํ คณฺหาปนวเสน วิปสฺสนํ ภาเวตฺวา. สพฺพญฺญุตญฺญาณาธิคมาย อนุปทธมฺมวิปสฺสนาวเสน อเนกาการโวกาเร สงฺขาเร สมฺมสโต ฉตฺตึสโกฏิสตสหสฺสมุเขน ปวตฺตํ วิปสฺสนาญาณมฺปิ หิ ‘‘มหาวชิรญาณ’’นฺติ วุจฺจติ, จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขฺยาย เทวสิกํ วฬญฺชนกสมาปตฺตีนํ ปุเรจรานุจรญาณมฺปิ. อิธ ปน มคฺคญาณเมว, วิเสสโต จ อคฺคมคฺคญาณํ, ตสฺมา ตสฺเสว วิปสฺสนาคพฺภภาโว เวทิตพฺโพติ. สพฺพพุทฺธคุเณติ สพฺพญฺญุตาทินิรวเสสพุทฺธคุเณ. ตสฺสา ปาทกํ กตฺวา สมาธิ นิวตฺโตติ วุตฺตํ ‘‘อิทมสฺส ปญฺญากิจฺจ’’นฺติ. อสฺสาติ ภควโต.

‘‘ตตฺถ ยถา หตฺเถ’’ติอาทินา อุปมาย ปากฏีกรณํ. หตฺเถติ หตฺถปสเต, กรปุเฏ วา. ปาติยนฺติ สราวเก. ฆเฏติ อุทกหรณฆเฏ. ทฺวตฺตึสโทณคณฺหนปฺปมาณํ กุณฺฑํ โกลมฺโพ. ตโต มหตรา จาฏิ. ตโตปิ มหตี มหากุมฺภี. โสณฺฑี กุโสพฺโภ. นทีภาโค กนฺทโร. จกฺกวาฬปาเทสุ สมุทฺโท จกฺกวาฬมหาสมุทฺโท.สิเนรุปาทเก มหาสมุทฺเทติ สีทนฺตรสมุทฺทํ สนฺธายาห. ‘‘ปาติย’’นฺติอาทินาปิ ตเทวตฺถํ ปการนฺตเรน วิภาเวติ. ปริตฺตํ โหติ ยถาติ สมฺพนฺโธ. ยสฺสา ปาฬิยา อตฺถวิภาวนตฺถาย ยา สํวณฺณนา วุตฺตา, ตเทว ตสฺสา คุณภาเวน ทสฺเสตุํ ‘‘เตนาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ สพฺพตฺถ.

‘‘ทุเว ปุถุชฺชนา’’ติอาทิ ปุถุชฺชเนสุ ลพฺภมานวิภาคทสฺสนตฺถเมว วุตฺตํ, น ปน มูลปริยายสํวณฺณนาทีสุ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒) วิย ปุถุชฺชนวิเสสนิทฺธารณตฺถํ นิรวเสสปุถุชฺชนสฺเสว อิธ อธิปฺเปตตฺตา. สพฺโพปิ หิ ปุถุชฺชโน ภควโต อุปริคุเณ วิภาเวตุํ น สกฺโกติ, ติฏฺฐตุ ตาว ปุถุชฺชโน, อริยสาวกปจฺเจกพุทฺธานมฺปิ อวิสยา เอว พุทฺธคุณา. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘โสตาปนฺโน’’ติอาทิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗). โคตฺตสมฺพนฺธตาย อาทิจฺจสฺส สูริยเทวปุตฺตสฺส พนฺธูติ อาทิจฺจพนฺธุ, เตน วุตฺตํ นิทฺเทเส –

‘‘อาทิจฺโจ วุจฺจติ สูริโย. สูริโย โคตโม โคตฺเตน, ภควาปิ โคตโม โคตฺเตน, ภควา สูริยสฺส โคตฺตญาตโก โคตฺตพนฺธุ, ตสฺมา พุทฺโธ อาทิจฺจพนฺธู’’ติ (มหานิ. ๑๕๐; จูฬนิ. ๙๙).

สทฺทวิทู ปน ‘‘พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุนา’’ติ ปาฐมิจฺฉนฺติ. อาทิจฺจสฺส พนฺธุนา โคตฺเตน สมาโน โคตฺตสงฺขาโต พนฺธุ ยสฺส, พุทฺโธ จ โส อาทิจฺจพนฺธุ จาติ กตฺวา. ยสฺมา ปน ขนฺธกถาทิโกสลฺเลนาปิ อุปกฺกิเลสานุปกฺกิเลสานํ ชานนเหตุภูตํ พาหุสจฺจํ โหติ, ยถาห –

‘‘กิตฺตาวตา นุ โข ภนฺเต พหุสฺสุโต โหตีติ? ยโต โข ภิกฺขุ ขนฺธกุสโล โหติ. ธาตุ…เป… อายตน…เป… ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสโล โหติ, เอตฺตาวตา โข ภิกฺขุ พหุสฺสุโต โหตี’’ติ.

ตสฺมา ‘‘ยสฺส ขนฺธธาตุอายตนาทีสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน เจตฺถ ยาว ปฏิจฺจสมุปฺปาทา สงฺคณฺหาติ. ตตฺถ วาจุคฺคตกรณํ อุคฺคโห. อตฺถสฺส ปริปุจฺฉนํ ปริปุจฺฉา. อฏฺฐกถาวเสน อตฺถสฺส โสตทฺวารปฏิพทฺธตากรณํ สวนํ. พฺยญฺชนตฺถานํ สุนิกฺเขปสุนยเนน ธมฺมสฺส ปริหรณํ ธารณํ. เอวํ สุตธาตปริจิตานํ วิตกฺกนํ มนสานุเปกฺขนํ ปจฺจเวกฺขณํ.

เอวํ ปเภทํ ทสฺเสตฺวา วจนตฺถมฺปิ ทสฺเสติ ‘‘ทุวิโธ’’ติอาทินา. ปุถูนนฺติ อเนกวิธานํ กิเลสาทีนํ. ปุถุชฺชนนฺโตคธตฺตาติ พหูนํ ชนานํ อพฺภนฺตเร สมวโรธภาวโต ปุถุชฺชโนติ สมฺพนฺโธ. ปุถุจายํ ชโนติ ปุถุ เอว วิสุํเยว อยํ สงฺขฺยํ คโต. อิตีติ ตสฺมา ปุถุชฺชโนติ สมฺพนฺโธ. เอวํ คาถาพนฺเธน สงฺเขปโต ทสฺสิตมตฺถํ ‘‘โส หี’’ติอาทินา วิวรติ. ‘‘นานปฺปการาน’’นฺติ อิมินา ปุถุ-สทฺโท อิธ พหฺวตฺโถติ ทสฺเสติ.

อาทิ-สทฺเทน สงฺคหิตมตฺถํ, ตทตฺถสฺส จ สาธกํ อมฺพเสจนครุสินานนเยน นิทฺเทสปาฬิยา ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถาหา’’ติอาทิมาห. อวิหตา สกฺกายทิฏฺฐิโย, ปุถุ พหุกา ตา เอเตสนฺติ ปุถุอวิหตสกฺกายทิฏฺฐิกา, เอเตน อวิหตตฺตา ปุถุ สกฺกายทิฏฺฐิโย ชเนนฺติ, ปุถูหิ วา สกฺกายทิฏฺฐีหิ ชนิตาติ อตฺถํ ทสฺเสติ. อวิหตตฺถเมว วา ชนสทฺโท วทติ, ตสฺมา ปุถุ สกฺกายทิฏฺฐิโย ชเนนฺติ น วิหนนฺติ, ชนา วา อวิหตา ปุถุ สกฺกายทิฏฺฐิโย เอเตสนฺติ อตฺถํ ทสฺเสตีติปิ วฏฺฏติ, วิเสสนปรนิปาตนญฺเจตฺถ ทฏฺฐพฺพํ ยถา ‘‘อคฺยาหิโต’’ติ. ‘‘ปุถุ สตฺถารานํ มุขุลฺโลกิกา’’ติ เอเตน ปุถุ พหโว ชนา สตฺถาโร เอเตสนฺติ นิพฺพจนํ ทสฺสิตํ. ปุถุ สพฺพคตีหิ อวุฏฺฐิตาติ เอตฺถ ปน กมฺมกิเลเสหิ ชเนตพฺพา, ชายนฺติ วา สตฺตา เอตฺถาติ ชนา, คติโย, ปุถุ สพฺพา เอว ชนา คติโย เอเตสนฺติ วจนตฺโถ. ‘‘ปุถุ นานาภิสงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺตี’’ติ เอเตน จ ชายนฺติ เอเตหิ สตฺตาติ ชนา, ปุญฺญาภิสงฺขาราทโย, ปุถุ นานาวิธา ชนา สงฺขารา เอเตสํ วิชฺชนฺติ, ปุถุ วา นานาภิสงฺขาเร ชเนนฺติ อภิสงฺขโรนฺตีติ อตฺถมาห. ตโต ปรํ ปน ‘‘ปุถุ นานาโอเฆหิ วุยฺหนฺตี’’ติอาทิอตฺถตฺตยํ ชเนนฺติ เอเตหิ สตฺตาติ ชนา, กาโมฆาทโย, ราคสนฺตาปาทโย, ราคปริฬาหาทโย จ, สพฺเพปิ วา กิเลสปริฬาหา. ปุถุ นานปฺปการา เต เอเตสํ วิชฺชนฺติ, เตหิ วา ชเนนฺติ วุยฺหนฺติ, สนฺตาเปนฺติ, ปริฑหนฺติ จาติ นิพฺพจนํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ‘‘รตฺตา คิทฺธา’’ติอาทิ ปริยายวจนํ.

อปิ จ รตฺตาติ วตฺถํ วิย รงฺคชาเตน จิตฺตสฺส วิปริณามกเรน ฉนฺทราเคน รตฺตา. คิทฺธาติ อภิกงฺขนสภาเวน อภิคิชฺฌเนน คิทฺธา. คถิตาติ คนฺถิตา วิย ทุมฺโมจนียภาเวน ตตฺถ ปฏิพทฺธา. มุจฺฉิตาติ กิเลสาวิสนวเสน วิสญฺญีภูตา วิย อนญฺญกิจฺจโมหํ สมาปนฺนา. อชฺโฌสนฺนาติ อนญฺญาสาธารเณ วิย กตฺวา คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา ฐิตา. ลคฺคาติ คาโว กณฺฏเก วิย อาสตฺตา, มหาปลิเป วา ปตเนน นาสิกคฺคปลิปนฺนปุริโส วิย อุทฺธริตุมสกฺกุเณยฺยภาเวน นิมุคฺคา. ลคฺคิตาติ มกฺกฏาเลเปน วิย มกฺกโฏ ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ วเสน อาสงฺคิตา, ปลิพุทฺธาติ สมฺพทฺธา, อุปทฺทุตา วาติ อยมตฺโถ องฺคุตฺตรฏีกายํ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๕๑) วุตฺโต. เอเตน ชายตีติ ชโน, ‘‘ราโค เคโธ’’ติ เอวมาทิโก, ปุถุ นานาวิโธ ชโน ราคาทิโก เอเตสํ, ปุถูสุ วา ปญฺจสุ กามคุเณสุ ชนา รตฺตา คิทฺธา…เป… ปลิพุทฺธาติ อตฺถํ ทสฺเสติ.

‘‘อาวุตา’’ติอาทิปิ ปริยายวจนเมว. อปิจ ‘‘อาวุตาติ อาวริตา. นิวุตาติ นิวาริตา. โอผุตาติ ปลิคุณฺฐิตา, ปริโยนทฺธา วา. ปิหิตาติ ปิทหิตา. ปฏิจฺฉนฺนาติ ฉาทิตา. ปฏิกุชฺชิตาติ เหฏฺฐามุขชาตา’’ติ ตตฺเถว (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๕๑) วุตฺตํ. เอตฺถ จ ชเนนฺติ เอเตหีติ ชนา, นีวรณา, ปุถุ นานาวิธา ชนา นีวรณา เอเตสํ, ปุถูหิ วา นีวรเณหิ ชนา อาวุตา…เป… ปฏิกุชฺชิตาติ นิพฺพจนํ ทสฺเสติ. ปุถูสุ นีจธมฺมสมาจาเรสุ ชายติ, ปุถูนํ วา อพฺภนฺตเร ชโน อนฺโตคโธ, ปุถุ วา พหุโก ชโนติ อตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘ปุถูน’’นฺติอาทินา, เอเตน จ ตติยปาทํ วิวรติ, สมตฺเถติ วา. ‘‘ปุถุวา’’ติอาทินา ปน จตุตฺถปาทํ. ปุถุ วิสํสฏฺโฐ เอว ชโน ปุถุชฺชโนติ อยเญฺหตฺถ วจนตฺโถ.

เยหิ คุณวิเสเสหิ นิมิตฺตภูเตหิ ภควติ ‘‘ตถาคโต’’ติ อยํ สมญฺญา ปวตฺตา, ตํ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ตถาคโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอโกปิ หิ สทฺโท อเนกปวตฺตินิมิตฺตมธิกิจฺจ อเนกธา อตฺถปฺปกาสโก, ภควโต จ สพฺเพปิ นามสทฺทา อเนกคุณเนมิตฺติกาเยว. ยถาห –

‘‘อสงฺเขฺยยฺยานิ นามานิ, สคุเณน มเหสิโน;

คุเณน นามมุทฺเธยฺยํ, อปิ นามสหสฺสโต’’ติ. (ธ. ส. ๑๓๑๓; อุทา. อฏฺฐ. ๕๗; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๗๖; ที. นิ. ฏี. ๑.๔๑๓);

กานิ ปน ตานีติ อนุโยเค สติ ปฐมํ ตสฺสรูปํ สงฺเขปโต อุทฺทิสิตฺวา ‘‘กถ’’นฺติอาทินา นิทฺทิสติ. ตถา อาคโตติ เอตฺถ อาการนิยมนวเสน โอปมฺมสมฺปฏิปาทนตฺโถ ตถา-สทฺโท. สามญฺญโชตนาย วิเสสาวฏฺฐานโต, วิเสสตฺถินา จ สามญฺญสทฺทสฺสาปิ วิเสสตฺเถเยว อนุปยุชฺชิตพฺพโต ปฏิปทาคมนตฺโถ อาคต สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ, น ญาณคมนตฺโถ ตถลกฺขณํ อาคโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๒; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓.๗๘; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๗๐; เถรคา. อฏฺฐ. ๑.๔๓; อิติวุ. อฏฺฐ. ๓๘; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๓๗; พุ. วํ. อฏฺฐ. ๒; มหานิ. อฏฺฐ. ๑๔) วิย, นาปิ กายคมนาทิ อตฺโถ ‘‘อาคโต โข มหาสมโณ, มาคธานํ คิริพฺพช’’นฺติอาทีสุ (มหาว. ๕๓) วิย. ตตฺถ ยสฺส อาการสฺส นิยมนวเสน โอปมฺมสมฺปฏิปาทนตฺโถ ตถา-สทฺโท, ตทาการํ กรุณาปธานตฺตา ตสฺส มหากรุณามุเขน ปุริมพุทฺธานํ อาคมนปฏิปทาย อุทาหรณวเสน สามญฺญโต ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา สพฺพโลเก’’ติอาทิมาห. ยํตํ-สทฺทานํ เอกนฺตสมฺพนฺธภาวโต เจตฺถ ตถา-สทฺทสฺสตฺถทสฺสเน ยถา-สทฺเทน อตฺโถ วิภาวิโต. ตเทว วิตฺถาเรติ ‘‘ยถา วิปสฺสี ภควา’’ติอาทินา, วิปสฺสีอาทีนญฺเจตฺถ ฉนฺนํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ มหาปทานสุตฺตาทีสุ (ที. นิ. ๒.๔) สมฺปหุลนิทฺเทเสน (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.สมฺพหุลปริจฺเฉทวณฺณนา) สุปากฏตฺตา, อาสนฺนตฺตา จ เตสํ วเสน ตํ ปฏิปทํ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อาคโต ยถา, ตถา อาคโตติ สพฺพตฺร สมฺพนฺโธ. ‘‘กึ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทินาปิ ตเทว ปฏินิทฺทิสติ. ตตฺถ เยน อภินีหาเรนาติ มนุสฺสตฺตลิงฺคสมฺปตฺติเหตุสตฺถารทสฺสนปพฺพชฺชาคุณสมฺปตฺติอธิการฉนฺทานํ วเสน อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตน มหาปณิธาเนน. สพฺเพสญฺหิ พุทฺธานํ ปฐมปณิธานํ อิมินาว นีหาเรน สมิชฺฌติ. อภินีหาโรติ เจตฺถ มูลปณิธานสฺเสตํ อธิวจนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

เอวํ มหาภินีหารวเสน ‘‘ตถาคโต’’ติ ปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปารมีปูรณวเสนปิ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. ‘‘เอตฺถ จ สุตฺตนฺติกานํ มหาโพธิยานปฏิปทาย โกสลฺลชนนตฺถํ ปารมีสุ อยํ วิตฺถารกถา’’ติอาทินา อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน (ที. นิ. ฏี. ๑.๗) ยา ปารมีสุ วินิจฺฉยกถา วุตฺตา, กิญฺจาปิ สา อเมฺหหิ อิธ วุจฺจมานา คนฺถวิตฺถารกรา วิย ภวิสฺสติ, ยสฺมา ปนายํ สํวณฺณนา เอติสฺสํ ปจฺฉา ปมาทเลขวิโสธนวเสน, ตทวเสสตฺถปริยาทานวเสน จ ปวตฺตา, ตสฺมา สาปิ ปารมีกถา อิธ วตฺตพฺพาเยวาติ ตโต เจว จริยาปิฏกฏฺฐกถาโต จ อาหริตฺวา ยถารหํ คาถาพนฺเธหิ สมลงฺกริตฺวา อตฺถมธิปฺปายญฺจ วิโสธยมานา ภวิสฺสติ. กถํ?

กา ปเนตา ปารมิโย, เกนฏฺเฐน กตีวิธา;

โก จ ตาสํ กโม กานิ, ลกฺขณาทีนิ สพฺพถา.

โก ปจฺจโย, สํกิเลโส, โวทานํ ปฏิปกฺขโก;

ปฏิปตฺติวิภาโค จ, สงฺคโห สมฺปทา ตถา.

กิตฺตเกน สมฺปาทนํ, อานิสํโส จ กึ ผลํ;

ปญฺหเมตํ วิสฺสชฺชิตฺวา, ภวิสฺสติ วินิจฺฉโย.

ตตฺริทํ วิสฺสชฺชนํ –

กา ปเนตา ปารมิโยติ –

ตณฺหามานาทิมญฺญตฺร, อุปายกุสเลน ยา;

ญาเณน ปริคฺคหิตา, ปารมี สา วิภาวิตา.

ตณฺหามานาทินา หิ อนุปหตา กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา ทานาทโย คุณสงฺขาตา เอตา กิริยา ‘‘ปารมี’’ติ วิภาวิตา.

เกนฏฺเฐน ปารมิโยติ –

ปรโม อุตฺตมฏฺเฐน, ตสฺสายํ ปารมี ตถา;

กมฺมํ ภาโวติ ทานาทิ, ตทฺธิตโต ติธา มตา.

ปูเรติ มวติ ปเร, ปรํ มชฺชติ มยติ;

มุนาติ มิโนติ ตถา, มินาตีติ วา ปรโม.

ปาเร มชฺชติ โสเธติ, มวติ มยตีติ วา;

มาเยติ ตํ วา มุนาติ, มิโนติ มินาติ ตถา.

ปารมีติ มหาสตฺโต, วุตฺตานุสารโต ปน;

ตทฺธิตตฺถตฺตเยเนว, ปารมีติ อยํ มตา.

ทานสีลาทิคุณวิเสสโยเคน หิ สตฺตุตฺตมตาย มหาโพธิสตฺโต ปรโม, ตสฺส อยํ, ภาโว, กมฺมนฺติ วา ปารมี, ทานาทิกิริยา. อถ วา ปรติ ปูเรตีติ ปรโม นิรุตฺตินเยน, ทานาทิคุณานํ ปูรโก, ปาลโก จ โพธิสตฺโต, ปรมสฺส อยํ, ภาโว, กมฺมํ วา ปารมี. อปิจ ปเร สตฺเต มวติ อตฺตนิ พนฺธติ คุณวิเสสโยเคน, ปรํ วา อติเรกํ มชฺชติ สํกิเลสมลโต, ปรํ วา เสฏฺฐํ นิพฺพานํ วิเสเสน มยติ คจฺฉติ, ปรํ วา โลกํ ปมาณภูเตน ญาณวิเสเสน อิธโลกมิว มุนาติ ปริจฺฉินฺทติ, ปรํ วา อติวิย สีลาทิคุณคณํ อตฺตโน สนฺตาเน มิโนติ ปกฺขิปติ, ปรํ วา อตฺตภูตโต ธมฺมกายโต อญฺญํ, ปฏิปกฺขํ วา ตทนตฺถกรํ กิเลสโจรคณํ มินาติ หึสตีติ ปรโม, มหาสตฺโต, ‘‘ปรมสฺส อย’’นฺติอาทินา วุตฺตนเยน ปารมี. ปาเร วา นิพฺพาเน มชฺชติ สุชฺฌติ, สตฺเต จ โสเธติ, ตตฺถ วา สตฺเต มวติ พนฺธติ โยเชติ, ตํ วา มยติ คจฺฉติ, สตฺเต จ มาเยติ คเมติ, ตํ วา ยาถาวโต มุนาติ ปริจฺฉินฺทติ, ตตฺถ วา สตฺเต มิโนติ ปกฺขิปติ, ตตฺถ วา สตฺตานํ กิเลสารึ มินาติ หึสตีติ ปารมี, มหาสตฺโต, ‘‘ตสฺส อย’’นฺติอาทินา ทานาทิกิริยาว ปารมีติ. อิมินา นเยน ปารมีนํ วจนตฺโถ เวทิตพฺโพ.

กติวิธาติ สงฺเขปโต ทสวิธา, ตา ปน พุทฺธวํสปาฬิยํ (พุ. วํ. ๑.๗๖) สรูปโต อาคตาเยว. ยถาห ‘‘วิจินนฺโต ตทาทกฺขึ, ปฐมํ ทานปารมิ’’นฺติอาทิ (พุ. วํ. ๒.๑๑๖). ยถา จาห –

‘‘กติ นุ โข ภนฺเต พุทฺธการกา ธมฺมาติ? ทส โข สาริปุตฺต พุทฺธการกา ธมฺมา, กตเม ทส? ทานํ โข สาริปุตฺต พุทฺธการโก ธมฺโม, สีลํ เนกฺขมฺมํ ปญฺญา วีริยํ ขนฺติ สจฺจํ อธิฏฺฐานํ เมตฺตา อุเปกฺขา พุทฺธการโก ธมฺโม, อิเม โข สาริปุตฺต ทส พุทฺธการกา ธมฺมาติ. อิทมโวจ ภควา, อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –

‘ทานํ สีลญฺจ เนกฺขมฺมํ, ปญฺญาวีริเยน ปญฺจมํ;

ขนฺติสจฺจมธิฏฺฐานํ, เมตฺตุเปกฺขาติ เต ทสา’ติ’’. (พุ. วํ. ๑.๗๖);

เกจิ ปน ‘‘ฉพฺพิธา’’ติ วทนฺติ, ตํ เอตาสํ สงฺคหวเสน วุตฺตํ. โส ปน สงฺคโห ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ.

โก จ ตาสํ กโมติ เอตฺถ กโม นาม เทสนากฺกโม, โส จ ปฐมสมาทานเหตุโก, สมาทานํ ปวิจยเหตุกํ, อิติ ยถา อาทิมฺหิ ปฐมาภินีหารกาเล ปวิจิตา, สมาทินฺนา จ, ตถา เทสิตา. ยถาห ‘‘วิจินนฺโต ตทาทกฺขึ, ปฐมํ ทานปารมิ’’นฺติอาทิ (พุ. วํ. ๒.๑๑๖) เตเนตํ วุจฺจติ –

‘‘ปฐมํ สมาทานตา-วเสนายํ กโม รุโต;

อถ วา อญฺญมญฺญสฺส, พหูปการโตปิ จา’’ติ.

ตตฺถ หิ ทานํ สีลสฺส พหูปการํ, สุกรญฺจาติ ตํ อาทิมฺหิ วุตฺตํ. ทานํ ปน สีลปริคฺคหิตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสนฺติ ทานานนฺตรํ สีลํ วุตฺตํ. สีลํ เนกฺขมฺมปริคฺคหิตํ…เป… เนกฺขมฺมํ ปญฺญาปริคฺคหิตํ…เป… ปญฺญา วีริยปริคฺคหิตา…เป… วีริยํ ขนฺติปริคฺคหิตํ…เป… ขนฺติ สจฺจปริคฺคหิตา…เป… สจฺจํ อธิฏฺฐานปริคฺคหิตํ…เป… อธิฏฺฐานํ เมตฺตาปริคฺคหิตํ…เป… เมตฺตา อุเปกฺขาปริคฺคหิตา มหปฺผลา โหติ มหานิสํสาติ เมตฺตานนฺตรํ อุเปกฺขา วุตฺตา. อุเปกฺขา ปน กรุณาปริคฺคหิตา, กรุณา จ อุเปกฺขาปริคฺคหิตาติ เวทิตพฺพา. กถํ ปน มหาการุณิกา โพธิสตฺตา สตฺเตสุ อุเปกฺขกา โหนฺตีติ? อุเปกฺขิตพฺพยุตฺตเกสุ กญฺจิ กาลํ อุเปกฺขกา โหนฺติ, น ปน สพฺพตฺถ, สพฺพทา จาติ เกจิ. อปเร ปน น จ สตฺเตสุ อุเปกฺขกา, สตฺตกเตสุ ปน วิปฺปกาเรสุ อุเปกฺขกา โหนฺตีติ, อิทเมเวตฺถ ยุตฺตํ.

อปโร นโย –

สพฺพสาธารณตาทิ-การเณหิปิ อีริตํ;

ทานํ อาทิมฺหิ เสสา ตุ, ปุริเมปิ อเปกฺขกา.

ปจุรชเนสุปิ หิ ปวตฺติยา สพฺพสตฺตสาธารณตฺตา, อปฺปผลตฺตา, สุกรตฺตา จ ทานํ อาทิมฺหิ วุตฺตํ. สีเลน ทายกปฏิคฺคาหกสุทฺธิโต ปรานุคฺคหํ วตฺวา ปรปีฬานิวตฺติวจนโต, กิริยธมฺมํ วตฺวา อกิริยธมฺมวจนโต, โภคสมฺปตฺติเหตุํ วตฺวา ภวสมฺปตฺติเหตุวจนโต จ ทานสฺสานนฺตรํ สีลํ วุตฺตํ. เนกฺขมฺเมน สีลสมฺปตฺติสิทฺธิโต, กายวจีสุจริตํ วตฺวา มโนสุจริตวจนโต, วิสุทฺธสีลสฺส สุเขเนว ฌานสมิชฺฌนโต, กมฺมาปราธปฺปหาเนน ปโยคสุทฺธึ วตฺวา กิเลสาปราธปฺปหาเนน อาสยสุทฺธิวจนโต, วีติกฺกมปฺปหาเน ฐิตสฺส ปริยุฏฺฐานปฺปหานวจนโต จ สีลสฺสานนฺตรํ เนกฺขมฺมํ วุตฺตํ. ปญฺญาย เนกฺขมฺมสฺส สิทฺธิปริสุทฺธิโต, ฌานาภาเว ปญฺญาภาววจนโต. สมาธิปทฏฺฐานา หิ ปญฺญา, ปญฺญาปจฺจุปฏฺฐาโน จ สมาธิ. สมถนิมิตฺตํ วตฺวา อุเปกฺขานิมิตฺตวจนโต, ปรหิตชฺฌาเนน ปรหิตกรณูปายโกสลฺลวจนโต จ เนกฺขมฺมสฺสานนฺตรํ ปญฺญา วุตฺตา. วีริยารมฺเภน ปญฺญากิจฺจสิทฺธิโต, สตฺตสุญฺญตาธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺตึ วตฺวา สตฺตหิตาย อารมฺภสฺส อจฺฉริยตาวจนโต, อุเปกฺขานิมิตฺตํ วตฺวา ปคฺคหนิมิตฺตวจนโต, นิสมฺมการิตํ วตฺวา อุฏฺฐานวจนโต จ. นิสมฺมการิโน หิ อุฏฺฐานํ ผลวิเสสมาวหตีติ ปญฺญายานนฺตรํ วีริยํ วุตฺตํ.

วีริเยน ติติกฺขาสิทฺธิโต. วีริยวา หิ อารทฺธวีริยตฺตา สตฺตสงฺขาเรหิ อุปนีตํ ทุกฺขํ อภิภุยฺย วิหรติ. วีริยสฺส ติติกฺขาลงฺการภาวโต. วีริยวโต หิ ติติกฺขา โสภติ. ปคฺคหนิมิตฺตํ วตฺวา สมถนิมิตฺตวจนโต, อจฺจารมฺเภน อุทฺธจฺจโทสปฺปหานวจนโต. ธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺติยา หิ อุทฺธจฺจโทโส ปหียติ. วีริยวโต สาตจฺจกรณวจนโต. ขนฺติพหุโล หิ อนุทฺธโต สาตจฺจการี โหติ. อปฺปมาทวโต ปรหิตกิริยารมฺเภ ปจฺจุปการตณฺหาภาววจนโต. ยาถาวโต ธมฺมนิชฺฌาเน หิ สติ ตณฺหา น โหติ. ปรหิตารมฺเภ ปรเมปิ ปรกตทุกฺขสหนตาวจนโต จ วีริยสฺสานนฺตรํ ขนฺติ วุตฺตา. สจฺเจน ขนฺติยา จิราธิฏฺฐานโต, อปการิโน อปการขนฺตึ วตฺวา ตทุปการกรเณ อวิสํวาทวจนโต, ขนฺติยา อปวาทวาจาวิกมฺปเนน ภูตวาทิตาย อวิชหนวจนโต, สตฺตสุญฺญตาธมฺม-นิชฺฌานกฺขนฺตึ วตฺวา ตทุปพฺรูหิตญาณสจฺจสฺส วจนโต จ ขนฺติยานนฺตรํ สจฺจํ วุตฺตํ. อธิฏฺฐาเนน สจฺจสิทฺธิโต. อจลาธิฏฺฐานสฺส หิ วิรติ สิชฺฌติ. อวิสํวาทิตํ วตฺวา ตตฺถ อจลภาววจนโต. สจฺจสนฺโธ หิ ทานาทีสุ ปฏิญฺญานุรูปํ นิจฺจโล ปวตฺตติ. ญาณสจฺจํ วตฺวา สมฺภาเรสุ ปวตฺตินิฏฺฐาปนวจนโต. ยถาภูตญาณวา หิ โพธิสมฺภาเรสุ อธิฏฺฐาติ, เต จ นิฏฺฐาเปติ. ปฏิปกฺเขหิ อกมฺปิยภาวโต จ สจฺจสฺสานนฺตรํ อธิฏฺฐานํ วุตฺตํ. เมตฺตาย ปรหิตกรณสมาทานาธิฏฺฐานสิทฺธิโต, อธิฏฺฐานํ วตฺวา หิตูปสํหารวจนโต. โพธิสมฺภาเร หิ อธิติฏฺฐมาโน เมตฺตาวิหารี โหติ. อจลาธิฏฺฐานสฺส สมาทานาวิโกปเนน สมาทานสมฺภวโต จ อธิฏฺฐานสฺสานนฺตรํ เมตฺตา วุตฺตา. อุเปกฺขาย เมตฺตาวิสุทฺธิโต, สตฺเตสุ หิตูปสํหารํ วตฺวา ตทปราเธสุ อุทาสีนตาวจนโต, เมตฺตาภาวนํ วตฺวา ตนฺนิสฺสนฺทภาวนาวจนโต, ‘‘หิตกามสตฺเตปิ อุเปกฺขโก’’ติ อจฺฉริยคุณตาวจนโต จ เมตฺตายานนฺตรํ อุเปกฺขา วุตฺตาติ เอวเมตาสํ กโม เวทิตพฺโพ.

กานิ ลกฺขณาทีนิ สพฺพถาติ เอตฺถ ปน อวิเสเสน –

ปเรสมนุคฺคหณํ, ลกฺขณนฺติ ปวุจฺจติ;

อุปกาโร อกมฺโป จ, รโส หิเตสิตาปิ จ.

พุทฺธตฺตํ ปจฺจุปฏฺฐานํ, ทยา ญาณํ ปวุจฺจติ;

ปทฏฺฐานนฺติ ตาสนฺตุ, ปจฺเจกํ ตานิ เภทโต.

สพฺพาปิ หิ ปารมิโย ปรานุคฺคหลกฺขณา, ปเรสํ อุปการกรณรสา, อวิกมฺปนรสา วา, หิเตสิตาปจฺจุปฏฺฐานา, พุทฺธตฺตปจฺจุปฏฺฐานา วา, มหากรุณาปทฏฺฐานา, กรุณูปายโกสลฺลปทฏฺฐานา วา.

วิเสเสน ปน ยสฺมา กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา อตฺตุปกรณปริจฺจาคเจตนา ทานปารมี. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ กายวจีสุจริตํ อตฺถโต อกตฺตพฺพวิรติ, กตฺตพฺพกรณเจตนาทโย จ สีลปารมี. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต อาทีนวทสฺสนปุพฺพงฺคโม กามภเวหิ นิกฺขมนจิตฺตุปฺปาโท เนกฺขมฺมปารมี. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต ธมฺมานํ สามญฺญวิเสสลกฺขณาวโพโธ ปญฺญาปารมี. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต กายจิตฺเตหิ ปรหิตารมฺโภ วีริยปารมี. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต สตฺตสงฺขาราปราธสหนสงฺขาโต อโทสปฺปธาโน ตทาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท ขนฺติปารมี. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ วิรติเจตนาทิเภทํ อวิสํวาทนํ สจฺจปารมี. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต อจลสมาทานาธิฏฺฐานสงฺขาโต ตทาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท อธิฏฺฐานปารมี. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต โลกสฺส หิตสุขูปสํหาโร อตฺถโต อพฺยาปาโท เมตฺตาปารมี. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา อนุนยปฏิฆวิทฺธํสนสงฺขาตา อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ สตฺตสงฺขาเรสุ สมปฺปวตฺติ อุเปกฺขาปารมี.

ตสฺมา ปริจฺจาคลกฺขณํ ทานํ, เทยฺยธมฺเม โลภวิทฺธํสนรสํ, อนาสตฺติปจฺจุปฏฺฐานํ, ภววิภวสมฺปตฺติปจฺจุปฏฺฐานํ วา, ปริจฺจชิตพฺพวตฺถุปทฏฺฐานํ. สีลนลกฺขณํ สีลํ, สมาธานลกฺขณํ, ปติฏฺฐานลกฺขณํ วาติ วุตฺตํ โหติ. ทุสฺสีลฺยวิทฺธํสนรสํ, อนวชฺชรสํ วา, โสเจยฺยปจฺจุปฏฺฐานํ, หิโรตฺตปฺปปทฏฺฐานํ. กามโต, ภวโต จ นิกฺขมนลกฺขณํ เนกฺขมฺมํ, ตทาทีนววิภาวนรสํ, ตโตเยว วิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, สํเวคปทฏฺฐานํ. ยถาสภาวปฏิเวธลกฺขณา ปญฺญา, อกฺขลิตปฏิเวธลกฺขณา วา กุสลิสฺสาสขิตฺตอุสุปฏิเวโธ วิย, วิสโยภาสนรสา ปทีโป วิย, อสมฺโมหปจฺจุปฏฺฐานา อรญฺญคตสุเทสโก วิย, สมาธิปทฏฺฐานา, จตุสจฺจปทฏฺฐานา วา. อุสฺสาหลกฺขณํ วีริยํ, อุปตฺถมฺภนรสํ, อสํสีทนปจฺจุปฏฺฐานํ, วีริยารมฺภวตฺถุปทฏฺฐานํ, สํเวคปทฏฺฐานํ วา.

ขมนลกฺขณา ขนฺติ, อิฏฺฐานิฏฺฐสหนรสา, อธิวาสนปจฺจุปฏฺฐานา, อวิโรธปจฺจุปฏฺฐานา วา, ยถาภูตทสฺสนปทฏฺฐานา. อวิสํวาทนลกฺขณํ สจฺจํ, ยาถาววิภาวนรสํ, สาธุตาปจฺจุปฏฺฐานํ, โสรจฺจปทฏฺฐานํ. โพธิสมฺภาเรสุ อธิฏฺฐานลกฺขณํ อธิฏฺฐานํ, เตสํ ปฏิปกฺขาภิภวนรสํ, ตตฺถ อจลตาปจฺจุปฏฺฐานํ, โพธิสมฺภารปทฏฺฐานํ. หิตาการปฺปวตฺติลกฺขณา เมตฺตา, หิตูปสํหารรสา, อาฆาตวินยนรสา วา, โสมฺมภาวปจฺจุปฏฺฐานา, สตฺตานํ มนาปภาวทสฺสนปทฏฺฐานา. มชฺฌตฺตาการปฺปวตฺติลกฺขณา อุเปกฺขา, สมภาวทสฺสนรสา, ปฏิฆานุนยวูปสมปจฺจุปฏฺฐานา, กมฺมสฺสกตาปจฺจเวกฺขณปทฏฺฐานา. เอตฺถ จ กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตตา ทานาทีนํ ปริจฺจาคาทิลกฺขณสฺส วิเสสนภาเวน วตฺตพฺพา, ยโต ตานิ ปารมีสงฺขฺยํ ลภนฺติ. น หิ สมฺมาสมฺโพธิยาทิปตฺถนมญฺญตฺร อกรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตานิ วฏฺฏคามีนิ ทานาทีนิ ปารมีสงฺขฺยํ ลภนฺตีติ.

โก ปจฺจโยติ –

อภินีหาโร จ ตาสํ, ทยา ญาณญฺจ ปจฺจโย;

อุสฺสาหุมฺมงฺควตฺถานํ, หิตาจาราทโย ตถา.

อภินีหาโร ตาว ปารมีนํ สพฺพาสมฺปิ ปจฺจโย. โย หิ อยํ ‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺตี’’ติอาทิ (พุ. วํ. ๒.๕๙) อฏฺฐธมฺมสโมธานสมฺปาทิโต ‘‘ติณฺโณ ตาเรยฺยํ มุตฺโต โมเจยฺยํ, พุทฺโธ โพเธยฺยํ สุทฺโธ โสเธยฺยํ, ทนฺโต ทเมยฺยํ, สนฺโต สเมยฺยํ, อสฺสตฺโถ อสฺสาเสยฺยํ, ปรินิพฺพุโต ปรินิพฺพาเปยฺย’’นฺติอาทินา ปวตฺโต อภินีหาโร, โส อวิเสเสน สพฺพปารมีนํ ปจฺจโย. ตปฺปวตฺติยา หิ อุทฺธํ ปารมีนํ ปวิจยุปฏฺฐานสมาทานาธิฏฺฐานนิปฺผตฺติโย มหาปุริสานํ สมฺภวนฺติ, อภินีหาโร จ นาเมส อตฺถโต เภสมฏฺฐงฺคานํ สโมธาเนน ตถาปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท, ‘‘อโห วตาหํ อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺเฌยฺยํ, สพฺพสตฺตานํ หิตสุขํ นิปฺผาเทยฺย’’นฺติอาทิปตฺถนาสงฺขาโต อจินฺเตยฺยํ พุทฺธภูมึ, อปริมาณํ โลกหิตญฺจ อารพฺภ ปวตฺติยา สพฺพพุทฺธการกธมฺมมูลภูโต ปรมภทฺทโก ปรมกลฺยาโณ อปริเมยฺยปฺปภาโว ปุญฺญวิเสโสติ ทฏฺฐพฺโพ.

ตสฺส จ อุปฺปตฺติยา สเหว มหาปุริโส มหาโพธิยานปฏิปตฺตึ โอติณฺโณ นาม โหติ, นิยตภาวสมธิคมนโต, ตโต จ อนิวตฺตนสภาวโต ‘‘โพธิสตฺโต’’ติ สมญฺญํ ลภติ, สพฺพภาเคน สมฺมาสมฺโพธิยํ สมฺมาสตฺตมานสตา, โพธิสมฺภาเร สิกฺขาสมตฺถตา จสฺส สนฺติฏฺฐติ. ยถาวุตฺตาภินีหารสมิชฺฌเนน หิ มหาปุริสา สพฺพญฺญุตญฺญาณาธิคมนปุพฺพลิงฺเคน สยมฺภุญาเณน สมฺมเทว สพฺพปารมิโย วิจินิตฺวา สมาทาย อนุกฺกเมน ปริปูเรนฺติ, ยถา ตํ กตมหาภินีหาโร สุเมธปณฺฑิโต. ยถาห –

‘‘หนฺท พุทฺธกเร ธมฺเม, วิจินามิ อิโต จิโต;

อุทฺธํ อโธ ทส ทิสา, ยาวตา ธมฺมธาตุยา;

วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ, ปฐมํ ทานปารมิ’’นฺติ. (พุ. วํ. ๒.๑๑๕, ๑๑๖); –

วิตฺถาโร. ลกฺขณาทิโต ปเนส สมฺมเทว สมฺมาสมฺโพธิปณิธานลกฺขโณ, ‘‘อโห วตาหํ อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺเฌยฺยํ, สพฺพสตฺตานํ หิตสุขํ นิปฺผาเทยฺย’’นฺติอาทิปตฺถนารโส, โพธิสมฺภารเหตุภาวปจฺจุปฏฺฐาโน, มหากรุณาปทฏฺฐาโน, อุปนิสฺสยสมฺปตฺติปทฏฺฐาโน วา.

ตสฺส ปน อภินีหารสฺส จตฺตาโร ปจฺจยา, จตฺตาโร เหตู, จตฺตาริ จ พลานิ เวทิตพฺพานิ. ตตฺถ กตเม จตฺตาโร ปจฺจยา มหาภินีหาราย? อิธ มหาปุริโส ปสฺสติ ตถาคตํ มหตา พุทฺธานุภาเวน อจฺฉริยพฺภุตํ ปาฏิหาริยํ กโรนฺตํ, ตสฺส ตํ นิสฺสาย ตํ อารมฺมณํ กตฺวา มหาโพธิยํ จิตฺตํ สนฺติฏฺฐติ ‘‘มหานุภาวา วตายํ ธมฺมธาตุ, ยสฺสา สุปฺปฏิวิทฺธตฺตา ภควา เอวํ อจฺฉริยพฺภุตธมฺโม, อจินฺเตยฺยานุภาโว จา’’ติ, โส ตเมว มหานุภาวทสฺสนํ นิสฺสาย ตํ ปจฺจยํ กตฺวา สมฺโพธิยํ อธิมุจฺจนฺโต ตตฺถ จิตฺตํ ฐเปติ, อยํ ปฐโม ปจฺจโย มหาภินีหาราย.

น เหว โข ปสฺสติ ตถาคตสฺส ยถาวุตฺตํ มหานุภาวตํ, อปิจ โข สุณาติ ‘‘เอทิโส จ เอทิโส จ ภควา’’ติ, โส ตํ นิสฺสาย ตํ ปจฺจยํ กตฺวา สมฺโพธิยํ อธิมุจฺจนฺโต ตตฺถ จิตฺตํ ฐเปติ, อยํ ทุติโย ปจฺจโย มหาภินีหาราย.

น เหว โข ปสฺสติ ตถาคตสฺส ยถาวุตฺตํ มหานุภาวตํ, นาปิ ตํ ปรโต สุณาติ, อปิจ โข ตถาคตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส ‘‘ทสพลสมนฺนาคโต ภิกฺขเว, ตถาคโต’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๒๑) พุทฺธานุภาวปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมํ สุณาติ, โส ตํ นิสฺสาย…เป… อยํ ตติโย ปจฺจโย มหาภินีหาราย.

น เหว โข ปสฺสติ ตถาคตสฺส ยถาวุตฺตํ มหานุภาวตํ, นาปิ ตํ ปรโต สุณาติ, นาปิ ตถาคตสฺส ธมฺมํ สุณาติ, อปิจ โข อุฬารชฺฌาสโย กลฺยาณาธิมุตฺติโก ‘‘อหเมตํ พุทฺธวํสํ พุทฺธตนฺตึ พุทฺธปเวณึ พุทฺทธมฺมตํ ปริปาเลสฺสามี’’ติ ยาวเทว ธมฺมญฺเญว สกฺกโรนฺโต ครุํ กโรนฺโต มาเนนฺโต ปูเชนฺโต ธมฺมํ อปจยมาโน ตํ นิสฺสาย…เป… ฐเปติ, อยํ จตุตฺโถ ปจฺจโย มหาภินีหารายาติ.

กตเม จตฺตาโร เหตู มหาภินีหาราย? อิธ มหาปุริโส ปกติยา อุปนิสฺสยสมฺปนฺโน โหติ ปุริมเกสุ พุทฺเธสุ กตาธิกาโร, อยํ ปฐโม เหตุ มหาภินีหาราย. ปุน จปรํ มหาปุริโส ปกติยาปิ กรุณาชฺฌาสโย โหติ กรุณาธิมุตฺโต สตฺตานํ ทุกฺขํ อปเนตุกาโม, อปิจ อตฺตโน กายญฺจ ชีวิตญฺจ ปริจฺจชิ, อยํ ทุติโย เหตุ มหาภินีหาราย. ปุน จปรํ มหาปุริโส สกลโตปิ วฏฺฏทุกฺขโต สตฺตหิตาย ทุกฺกรจริยโต สุจิรมฺปิ กาลํ ฆเฏนฺโต วายมนฺโต อนิพฺพินฺโน โหติ อนุตฺราสี, ยาว อิจฺฉิตตฺถนิปฺผตฺติ, อยํ ตติโย เหตุ มหาภินีหาราย. ปุน จปรํ มหาปุริโส กลฺยาณมิตฺตสนฺนิสฺสิโต โหติ, โย อหิตโต นํ นิวาเรติ, หิเต ปติฏฺฐาเปติ, อยํ จตุตฺโถ เหตุ มหาภินีหาราย.

ตตฺรายํ มหาปุริสสฺส อุปนิสฺสยสมฺปทา – เอกนฺเตเนวสฺส ยถา อชฺฌาสโย สมฺโพธินินฺโน โหติ สมฺโพธิโปโณ สมฺโพธิปพฺภาโร, ตถา สตฺตานํ หิตจริยาย, ยโต อเนน ปุริมพุทฺธานํ สนฺติเก สมฺโพธิยา ปณิธานํ กตํ โหติ มนสา, วาจาย จ ‘‘อหมฺปิ เอทิโส สมฺมาสมฺพุทฺโธ หุตฺวา สมฺมเทว สตฺตานํ หิตสุขํ นิปฺผาเทยฺย’’นฺติ. เอวํ สมฺปนฺนูปนิสฺสยสฺส ปนสฺส อิมานิ อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา ลิงฺคานิ สมฺภวนฺติ, เยหิ สมนฺนาคตสฺส สาวกโพธิสตฺเตหิ, ปจฺเจกโพธิสตฺเตหิ จ มหาวิเสโส มหนฺตํ นานากรณํ ปญฺญายติ อินฺทฺริยโต, ปฏิปตฺติโต, โกสลฺลโต จ. อิธ หิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺโน มหาปุริโส ยถา วิสทินฺทฺริโย โหติ วิสทญาโณ, น ตถา อิตเร. ปรหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ, โน อตฺตหิตาย. ตถา หิ โส ยถา พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ ปฏิปชฺชิ, น ตถา อิตเร, ตตฺถ จ โกสลฺลํ อาวหติ ฐานุปฺปตฺติกปฏิภาเนน, ฐานาฐานกุสลตาย จ.

ตถา มหาปุริโส ปกติยา ทานชฺฌาสโย โหติ ทานาภิรโต, สติ เทยฺยธมฺเม เทติเยว, น ทานโต สงฺโกจํ อาปชฺชติ, สตตํ สมิตํ สํวิภาคสีโล โหติ, ปมุทิโตว เทติ อาทรชาโต, น อุทาสีนจิตฺโต, มหนฺตมฺปิ ทานํ ทตฺวา เนว ทาเนน สนฺตุฏฺโฐ โหติ, ปเคว อปฺปํ. ปเรสญฺจ อุสฺสาหํ ชเนนฺโต ทาเน วณฺณํ ภาสติ, ทานปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมกถํ กโรติ, อญฺเญ จ ปเรสํ เทนฺเต ทิสฺวา อตฺตมโน โหติ, ภยฏฺฐาเนสุ จ ปเรสํ อภยํ เทตีติ เอวมาทีนิ ทานชฺฌาสยสฺส มหาปุริสสฺส ทานปารมิยา ลิงฺคานิ.

ตถา ปาณาติปาตาทีหิ ปาปธมฺเมหิ หิรียติ โอตฺตปฺปติ, สตฺตานํ อวิเหฐนชาติโก โหติ, โสรโต สุขสีโล อสโฐ อมายาวี อุชุชาติโก สุพฺพโจ โสวจสฺสกรณีเยหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มุทุชาติโก อถทฺโธ อนติมานี, ปรสนฺตกํ นาทิยติ อนฺตมโส ติณสลากมุปาทาย, อตฺตโน หตฺเถ นิกฺขิตฺตํ อิณํ วา คเหตฺวา ปรํ น วิสํวาเทติ, ปรสฺมึ วา อตฺตโน สนฺตเก พฺยามูเฬฺห, วิสฺสริเต วา ตํ สญฺญาเปตฺวา ปฏิปาเทติ ยถา ตํ น ปรหตฺถคตํ โหติ, อโลลุปฺโป โหติ, ปรปริคฺคหิเตสุ ปาปกํ จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทติ, อิตฺถิพฺยสนาทีนิ ทูรโต ปริวชฺเชติ, สจฺจวาที สจฺจสนฺโธ ภินฺนานํ สนฺธาตา สหิตานํ อนุปฺปทาตา ปิยวาที มิหิตปุพฺพงฺคโม ปุพฺพภาสี อตฺถวาที ธมฺมวาที อนภิชฺฌาลุ อพฺยาปนฺนจิตฺโต อวิปรีตทสฺสโน กมฺมสฺสกตาญาเณน, สจฺจานุโลมิกญาเณน จ, กตญฺญู กตเวที วุฑฺฒาปจายี สุวิสุทฺธาชีโว ธมฺมกาโม, ปเรสมฺปิ ธมฺเม สมาทเปตา สพฺเพน สพฺพํ อกิจฺจโต สตฺเต นิวาเรตา กิจฺเจสุ ปติฏฺฐเปตา อตฺตนา จ ตตฺถ กิจฺเจ โยคํ อาปชฺชิตา, กตฺวา วา ปน สยํ อกตฺตพฺพํ สีฆญฺเญว ตโต ปฏิวิรโต โหตีติ เอวมาทีนิ สีลชฺฌาสยสฺส มหาปุริสสฺส สีลปารมิยา ลิงฺคานิ.

ตถา มนฺทกิเลโส โหติ มนฺทนีวรโณ ปวิเวกชฺฌาสโย อวิกฺเขปพหุโล, น ตสฺส ปาปกา วิตกฺกา จิตฺตมนฺวาสฺสวนฺติ, วิเวกคตสฺส จสฺส อปฺปกสิเรเนว จิตฺตํ สมาธิยติ, อมิตฺตปกฺเขปิ ตุวฏํ เมตฺตจิตฺตตา สนฺติฏฺฐติ, ปเคว อิตรสฺมึ, สติมา จ โหติ จิรกตมฺปิ จิรภาสิตมฺปิ สุสริตา อนุสฺสริตา, เมธาวี จ โหติ ธมฺโมชปญฺญาย สมนฺนาคโต, นิปโก จ โหติ ตาสุ ตาสุ อิติกตฺตพฺพตาสุ, อารทฺธวีริโย จ โหติ สตฺตานํ หิตกิริยาสุ, ขนฺติพลสมนฺนาคโต จ โหติ สพฺพสโห, อจลาธิฏฺฐาโน จ โหติ ทฬฺหสมาทาโน, อชฺฌุเปกฺขโก จ โหติ อุเปกฺขาฐานีเยสุ ธมฺเมสูติ เอวมาทีนิ มหาปุริสสฺส เนกฺขมฺมชฺฌาสยาทีนํ วเสน เนกฺขมฺมปารมิยาทีนํ ลิงฺคานิ เวทิตพฺพานิ.

เอวเมเตหิ โพธิสมฺภารลิงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส มหาปุริสสฺส ยํ วุตฺตํ ‘‘มหาภินีหาราย กลฺยาณมิตฺตสนฺนิสฺสโย เหตู’’ติ, ตตฺริทํ สงฺเขปโต กลฺยาณมิตฺตลกฺขณํ – อิธ กลฺยาณมิตฺโต สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ สีลสมฺปนฺโน สุตสมฺปนฺโน จาควีริยสติสมาธิปญฺญาสมฺปนฺโน. ตตฺถ สทฺธาสมฺปตฺติยา สทฺทหติ ตถาคตสฺส โพธึ กมฺมํ, กมฺมผลญฺจ, เตน สมฺมาสมฺโพธิยา เหตุภูตํ สตฺเตสุ หิเตสิตํ น ปริจฺจชติ. สีลสมฺปตฺติยา สตฺตานํ ปิโย โหติ มนาโป ครุ ภาวนีโย โจทโก ปาปครหิโก วตฺตา วจนกฺขโม. สุตสมฺปตฺติยา สตฺตานํ หิตสุขาวหํ คมฺภีรํ ธมฺมกถํ กตฺตา โหติ. จาคสมฺปตฺติยา อปฺปิจฺโฉ โหติ สมาหิโต สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ. วีริยสมฺปตฺติยา อารทฺธวีริโย โหติ สตฺตานํ หิตปฏิปตฺติยา. สติสมฺปตฺติยา อุปฏฺฐิตสฺสตี โหติ อนวชฺเชสุ ธมฺเมสุ. สมาธิสมฺปตฺติยา อวิกฺขิตฺโต โหติ สมาหิตจิตฺโต. ปญฺญาสมฺปตฺติยา อวิปรีตํ ปชานาติ. โส สติยา กุสลานํ ธมฺมานํ คติโย สมเนฺวสมาโน ปญฺญาย สตฺตานํ หิตาหิตํ ยถาภูตํ ชานิตฺวา สมาธินา ตตฺถ เอกคฺคจิตฺโต หุตฺวา วีริเยน อหิตา สตฺเต นิเสเธตฺวา หิเต นิโยเชติ. เตนาห –

‘‘ปิโย ครุ ภาวนีโย, วตฺตา จ วจนกฺขโม;

คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา, โน จฏฺฐาเน นิโยชโก’’ติ. (อ. นิ. ๗.๓๗; เนตฺติ. ๑๑๓);

เอวํ คุณสมนฺนาคตํว กลฺยาณมิตฺตํ อุปนิสฺสาย มหาปุริโส อตฺตโน อุปนิสฺสยสมฺปตฺตึ สมฺมเทว ปริโยทเปติ. สุวิสุทฺธาสยปโยโคว หุตฺวา จตูหิ พเลหิ สมนฺนาคโต นจิเรเนว อฏฺฐงฺเค สโมธาเนตฺวา มหาภินีหารํ กโรนฺโต โพธิสตฺตภาเว ปติฏฺฐหติ อนิวตฺติธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ.

ตสฺสิมานิ จตฺตาริ พลานิ อชฺฌตฺติกพลํ ยา สมฺมาสมฺโพธิยํ อตฺตสนฺนิสฺสยา ธมฺมคารเวน อภิรุจิ เอกนฺตนินฺนชฺฌาสยตา, ยาย มหาปุริโส อตฺตาธิปติลชฺชาสนฺนิสฺสโย, อภินีหารสมฺปนฺโน จ หุตฺวา ปารมิโย ปูเรตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ ปาปุณาติ. พาหิรพลํ ยา สมฺมาสมฺโพธิยํ ปรสนฺนิสฺสยา อภิรุจิ เอกนฺตนินฺนชฺฌาสยตา, ยาย มหาปุริโส โลกาธิปติโอตฺตปฺปนสนฺนิสฺสโย, อภินีหารสมฺปนฺโน จ หุตฺวา ปารมิโย ปูเรตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ ปาปุณาติ. อุปนิสฺสยพลํ ยา สมฺมาสมฺโพธิยํ อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา อภิรุจิ เอกนฺตนินฺนชฺฌาสยตา, ยาย มหาปุริโส ติกฺขินฺทฺริโย, วิสทธาตุโก, สติสนฺนิสฺสโย, อภินีหารสมฺปนฺโน จ หุตฺวา ปารมิโย ปูเรตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ ปาปุณาติ. ปโยคพลํ ยา สมฺมาสมฺโพธิยา ตชฺชา ปโยคสมฺปทา สกฺกจฺจการิตา สาตจฺจการิตา, ยาย มหาปุริโส วิสุทฺธปโยโค, นิรนฺตรการี, อภินีหารสมฺปนฺโน จ หุตฺวา ปารมิโย ปูเรตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ ปาปุณาติ. เอวมยํ จตูหิ ปจฺจเยหิ, จตูหิ เหตูหิ, จตูหิ จ พเลหิ สมฺปนฺนสมุทาคโม อฏฺฐงฺคสโมธานสมฺปาทิโต อภินีหาโร ปารมีนํ ปจฺจโย โหติ มูลการณภาวโต.

ยสฺส จ ปวตฺติยา มหาปุริเส จตฺตาโร อจฺฉริยา อพฺภุตา ธมฺมา ปติฏฺฐหนฺติ, สพฺพํ สตฺตนิกายํ อตฺตโน โอรสปุตฺตํ วิย ปิยจิตฺเตน ปริคฺคณฺหาติ, น จสฺส จิตฺตํ ปุน สํกิเลสวเสน สํกิลิสฺสติ, สตฺตานํ หิตสุขาวโห จสฺส อชฺฌาสโย, ปโยโค จ โหติ, อตฺตโน จ พุทฺธการกธมฺมา อุปรูปริ วฑฺฒนฺติ, ปริปจฺจนฺติ จ, ยโต มหาปุริโส อุฬารตเรน ปุญฺญาภิสนฺเทน กุสลาภิสนฺเทน ปวฑฺฒิยา [ปวตฺติยา (จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถา)] ปจฺจเยน สุขสฺสาหาเรน สมนฺนาคโต สตฺตานํ ทกฺขิเณยฺโย อุตฺตมํ คารวฏฺฐานํ, อสทิสํ ปุญฺญกฺเขตฺตญฺจ โหติ. เอวมเนกคุโณ อเนกานิสํโส มหาภินีหาโร ปารมีนํ ปจฺจโยติ เวทิตพฺโพ.

ยถา จ มหาภินีหาโร, เอวํ มหากรุณา, อุปายโกสลฺลญฺจ. ตตฺถ อุปายโกสลฺลํ นาม ทานาทีนํ โพธิสมฺภารภาวสฺส นิมิตฺตภูตา ปญฺญา, ยาหิ มหากรุณูปายโกสลฺลตาหิ มหาปุริสานํ อตฺตสุขนิรเปกฺขตา, นิรนฺตรํ ปรสุขกรณปสุตตา, สุทุกฺกเรหิ มหาโพธิสตฺตจริเตหิ วิสาทาภาโว, ปสาทสํวุทฺธิทสฺสนสวนานุสฺสรณาวตฺถาสุปิ สตฺตานํ หิตสุขปฏิลาภเหตุภาโว จ สมฺปชฺชติ. ตถา หิ ตสฺส ปญฺญาย พุทฺธภาวสิทฺธิ, กรุณาย พุทฺธกมฺมสิทฺธิ. ปญฺญาย สยํ ตรติ, กรุณาย ปเร ตาเรติ. ปญฺญาย ปรทุกฺขํ ปริชานาติ, กรุณาย ปรทุกฺขปฏิการํ อารภติ. ปญฺญาย ทุกฺขํ นิพฺพินฺทติ, กรุณาย ทุกฺขํ สมฺปฏิจฺฉติ. ปญฺญาย นิพฺพานาภิมุโข โหติ, กรุณาย ตํ น ปาปุณาติ. ตถา กรุณาย สํสาราภิมุโข โหติ, ปญฺญาย ตตฺร นาภิรมติ. ปญฺญาย สพฺพตฺถ วิรชฺชติ, กรุณานุคตตฺตา น จ น สพฺเพสมนุคฺคหาย ปวตฺโต, กรุณาย สพฺเพปิ อนุกมฺปติ, ปญฺญานุคตตฺตา น จ น สพฺพตฺถ วิรตฺตจิตฺโต. ปญฺญาย อหํการมมํการาภาโว, กรุณาย อาลสิยทีนตาภาโว.

ตถา ปญฺญากรุณาหิ ยถากฺกมํ อตฺตนาถปรนาถตา, ธีรวีรภาโว, อนตฺตนฺตปาปรนฺตปตา, อตฺตหิตปรหิตนิปฺผตฺติ, นิพฺภยาภีสนกภาโว, ธมฺมาธิปติโลกาธิปติตา, กตญฺญุปุพฺพการิภาโว, โมหตณฺหาวิคโม, วิชฺชาจรณสิทฺธิ, พลเวสารชฺชนิปฺผตฺตีติ สพฺพสฺสาปิ ปารมิตาผลสฺส วิเสเสน อุปายภาวโต ปญฺญา กรุณา ปารมีนํ ปจฺจโย. อิทํ ปน ทฺวยํ ปารมีนํ วิย ปณิธานสฺสาปิ ปจฺจโย.

ตถา อุสฺสาหอุมฺมงฺคอวตฺถานหิตจริยา จ ปารมีนํ ปจฺจโยติ เวทิตพฺโพ. ยา จ พุทฺธภาวสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานตาย ‘‘พุทฺธภูมิโย’’ติ วุจฺจนฺติ. ตตฺถ อุสฺสาโห นาม โพธิสมฺภารานํ อพฺภุสฺสาหนวีริยํ. อุมฺมงฺโค นาม โพธิสมฺภาเรสุ อุปายโกสลฺลภูตา ปญฺญา. อวตฺถานํ นาม อธิฏฺฐานํ, อจลาธิฏฺฐานตา. หิตจริยา นาม เมตฺตาภาวนา, กรุณาภาวนา จ. ยถาห –

‘‘กติ ปน ภนฺเต, พุทฺธภูมิโยติ? จตสฺโส โข สาริปุตฺต, พุทฺธภูมิโย. กตมา จตสฺโส? อุสฺสาโห จ โหติ วีริยํ, อุมฺมงฺโค จ โหติ ปญฺญาภาวนา, อวตฺถานญฺจ โหติ อธิฏฺฐานํ, หิตจริยา จ โหติ เมตฺตาภาวนา. อิมา โข สาริปุตฺต, จตสฺโส พุทฺธภูมิโย’’ติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๔).

ตถา เนกฺขมฺมปวิเวกอโลภาโทสาโมหนิสฺสรณปฺปเภทา จ ฉ อชฺฌาสยา. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘เนกฺขมฺมชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา กาเมสุ, ฆราวาเส จ โทสทสฺสาวิโน, ปวิเวกชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา สงฺคณิกาย โทสทสฺสาวิโน. อโลภ…เป… โลเภ…เป… อโทส…เป… โทเส…เป… อโมห…เป… โมเห…เป… นิสฺสรณ…เป… สพฺพภเวสุ โทสทสฺสาวิโน’’ติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๔; วิสุทฺธิ. ๑.๔๙).

ตสฺมา เอเต จ ฉ อชฺฌาสยาปิ ปารมีนํ ปจฺจยาติ เวทิตพฺพา. น หิ โลภาทีสุ อาทีนวทสฺสเนน, อโลภาทีนํ อธิกภาเวน จ วินา ทานาทิปารมิโย สมฺภวนฺติ. อโลภาทีนญฺหิ อธิกภาเวน ปริจฺจาคาทินินฺนจิตฺตตา, อโลภชฺฌาสยาทิตา จาติ, ยถา เจเต, เอวํ ทานชฺฌาสยตาทโยปิ. ยถาห –

‘‘กติ ปน ภนฺเต โพธาย จรนฺตานํ โพธิสตฺตานํ อชฺฌาสยาติ? ทส โข สาริปุตฺต, โพธาย จรนฺตานํ โพธิสตฺตานํ อชฺฌาสยา. กตเม ทส? ทานชฺฌาสยา สาริปุตฺต, โพธิสตฺตา มจฺเฉเร โทสทสฺสาวิโน. สีล…เป… อสํวเร…เป… เนกฺขมฺม…เป… กาเมสุ…เป… ยถาภูตญาณ…เป… วิจิกิจฺฉาย.…เป… วีริย …เป… โกสชฺเช…เป… ขนฺติ…เป… อกฺขนฺติยํ…เป… สจฺจ…เป… วิสํวาทเน…เป… อธิฏฺฐาน…เป… อนธิฏฺฐาเน…เป… เมตฺตา…เป… พฺยาปาเท…เป… อุเปกฺขา…เป… สุขทุกฺเขสุ อาทีนวทสฺสาวิโน’’ติ.

เอเตสุ หิ มจฺเฉรอสํวรกามวิจิกิจฺฉาโกสชฺชอกฺขนฺติวิสํวาทนอนธิฏฺฐาน- พฺยาปาทสุขทุกฺขสงฺขาเตสุ อาทีนวทสฺสนปุพฺพงฺคมา ทานาทินินฺนจิตฺตตาสงฺขาตา ทานชฺฌาสยตาทโย ทานาทิปารมีนํ นิพฺพตฺติยา ปจฺจโย. ตถา อปริจฺจาคปริจฺจาคาทีสุ ยถากฺกมํ อาทีนวานิสํสปจฺจเวกฺขณมฺปิ ทานาทิปารมีนํ ปจฺจโย โหติ.

ตตฺรายํ ปจฺจเวกฺขณาวิธิ – เขตฺตวตฺถุหิรญฺญสุวณฺณโคมหึ สทาสีทาสปุตฺตทาราทิปริคฺคหพฺยาสตฺตจิตฺตานํ สตฺตานํ เขตฺตาทีนํ วตฺถุกามภาเวน พหุปตฺถนียภาวโต, ราชโจราทิสาธารณภาวโต, วิวาทาธิฏฺฐานโต, สปตฺตกรณโต, นิสฺสารโต, ปฏิลาภปริปาลเนสุ ปรวิเหฐนเหตุภาวโต, วินาสนิมิตฺตญฺจโสกาทิอเนกวิหิตพฺยสนาวหโต ตทาสตฺตินิทานญฺจ มจฺเฉรมลปริยุฏฺฐิตจิตฺตานํ อปายูปปตฺติเหตุภาวโตติ เอวํ วิวิธวิปุลานตฺถาวหานิ ปริคฺคหิตวตฺถูนิ นาม, เตสํ ปริจฺจาโคเยเวโก โสตฺถิภาโวติ ปริจฺจาเค อปฺปมาโท กรณีโย.

อปิจ ‘‘ยาจโก ยาจมาโน อตฺตโน คุยฺหสฺส อาจิกฺขนโต มยฺหํ วิสฺสาสิโก’’ติ จ ‘‘ปหาย คมนียํ อตฺตโน สนฺตกํ คเหตฺวา ปรโลกํ ยาหีติอุปทิสนโต มยฺหํ อุปเทสโก’’ติ จ ‘‘อาทิตฺเต วิย อคาเร มรณคฺคินา อาทิตฺเต โลเก ตโต มยฺหํ สนฺตกสฺส อปหรณโต อปวาหกสหาโย’’ติ จ ‘‘อปวาหิตสฺส จสฺส อชฺฌาปนนิกฺเขปฏฺฐานภูโต’’ติ จ ‘‘ทานสงฺขาเต กลฺยาณกมฺมสฺมึ สหายภาวโต, สพฺพสมฺปตฺตีนํ อคฺคภูตาย ปรมทุลฺลภาย พุทฺธภูมิยา สมฺปตฺติเหตุภาวโต จ ปรโม กลฺยาณมิตฺโต’’ติ จ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ.

ตถา ‘‘อุฬาเร กมฺมนิ อเนนาหํ สมฺภาวิโต, ตสฺมา สา สมฺภาวนา อวิตถา กาตพฺพา’’ติ จ ‘‘เอกนฺตเภทิตาย ชีวิตสฺส อายาจิเตนาปิ มยา ทาตพฺพํ, ปเคว ยาจิเตนา’’ติ จ ‘‘อุฬารชฺฌาสเยหิ คเวสิตฺวาปิ ทาตพฺโพ, [ทาตพฺพโต (จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถาวณฺณนา)] สยเมวาคโต มม ปุญฺเญนา’’ติ จ ‘‘ยาจกสฺส ทานาปเทเสน มยฺหเมวายมนุคฺคโห’’ติ จ ‘‘อหํ วิย อยํ สพฺโพปิ โลโก มยา อนุคฺคเหตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อสติ ยาจเก กถํ มยฺหํ ทานปารมี ปูเรยฺยา’’ติ จ ‘‘ยาจกานเมวตฺถาย มยา สพฺโพปิ ปริคฺคเหตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อยาจิตฺวาปิ มํ มม สนฺตกํ ยาจกา กทา สยเมว คเณฺหยฺยุ’’นฺติ จ ‘‘กถมหํ ยาจกานํ ปิโย จสฺสํ มนาโป’’ติ จ ‘‘กถํ วา เต มยฺหํ ปิยา จสฺสุ มนาปา’’ติ จ ‘‘กถํ วาหํ ททมาโน ทตฺวาปิ จ อตฺตมโน อสฺสํ ปมุทิโต ปีติโสมนสฺสชาโต’’ติ จ ‘‘กถํ วา เม ยาจกา ภเวยฺยุํ, อุฬาโร จ ทานชฺฌาสโย’’ติ จ ‘‘กถํ วาหมยาจิโต เอว ยาจกานํ หทยมญฺญาย ทเทยฺย’’นฺติ ‘‘สติ ธเน, ยาจเก จ อปริจฺจาโค มหตี มยฺหํ วญฺจนา’’ติ จ ‘‘กถมหํ อตฺตโน องฺคานิ, ชีวิตญฺจาปิ ปริจฺจเชยฺย’’นฺติ จ จาคนินฺนตา อุปฏฺฐเปตพฺพา.

อปิจ ‘‘อตฺโถ นามายํ นิรเปกฺขํ ทายกมนุคจฺฉติ ยถา ตํ นิรเปกฺขํ เขปกํ กิฏโก’’ติ อตฺเถ นิรเปกฺขตาย จิตฺตํ อุปฺปาเทตพฺพํ. ยาจมาโน ปน ยทิ ปิยปุคฺคโล โหติ ‘‘ปิโย มํ ยาจตี’’ติ โสมนสฺสํ อุปฺปาเทตพฺพํ. อถ อุทาสีนปุคฺคโล โหติ ‘‘อยํ มํ ยาจมาโน อทฺธา อิมินา ปริจฺจาเคน มิตฺโต โหตี’’ติ โสมนสฺสํ อุปฺปาเทตพฺพํ. ททนฺโต หิ ยาจกานํ ปิโย โหตีติ. อถ ปน เวรีปุคฺคโล ยาจติ, ‘‘ปจฺจตฺถิโก มํ ยาจติ, อยํ มํ ยาจมาโน อทฺธา อิมินา ปริจฺจาเคน เวรีปิ ปิโย มิตฺโต โหตี’’ติ วิเสสโต โสมนสฺสํ อุปฺปาเทตพฺพํ. เอวํ ปิยปุคฺคเล วิย มชฺฌตฺตเวรีปุคฺคเลสุปิ เมตฺตาปุพฺพงฺคมํ กรุณํ อุปฏฺฐเปตฺวาว ทาตพฺพํ.

สเจ ปนสฺส จิรกาลํ ปริภาวิตตฺตา โลภสฺส เทยฺยธมฺมวิสยา โลภธมฺมา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตน โพธิสตฺตปฏิญฺเญน อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ‘‘นนุ ตยา สปฺปุริส สมฺโพธาย อภินีหารํ กโรนฺเตน สพฺพสตฺตานมุปการาย อยํ กาโย นิสฺสฏฺโฐ, ตปฺปริจฺจาคมยญฺจ ปุญฺญํ, ตตฺถ นาม เต พาหิเรปิ วตฺถุสฺมึ อภิสงฺคปฺปวตฺติ หตฺถิสินานสทิสี โหติ, ตสฺมา ตยา น กตฺถจิ อภิสงฺโค อุปฺปาเทตพฺโพ. เสยฺยถาปิ นาม มหโต เภสชฺชรุกฺขสฺส ติฏฺฐโต มูลํ มูลตฺถิกา หรนฺติ, ปปฏิกํ, ตจํ, ขนฺธํ, วิฏปํ, สาขํ, ปลาสํ, ปุปฺผํ, ผลํ ผลตฺถิกา หรนฺติ, น ตสฺส รุกฺขสฺส ‘มยฺหํ สนฺตกํ เอเต หรนฺตี’ติ วิตกฺกสมุทาจาโร โหติ, เอวเมว สพฺพโลกหิตาย อุสฺสุกฺกมาปชฺชนฺเตน มยา มหาทุกฺเข อกตญฺญุเก นิจฺจาสุจิมฺหิ กาเย ปเรสํ อุปการาย วินิยุชฺชมาเน อณุมตฺโตปิ มิจฺฉาวิตกฺโก น อุปฺปาเทตพฺโพ. โก วา เอตฺถ วิเสโส อชฺฌตฺติกพาหิเรสุ มหาภูเตสุ เอกนฺตเภทนวิกิรณวิทฺธํสนธมฺเมสุ. เกวลํ ปน สมฺโมหวิชมฺภิตเมตํ, ยทิทํ ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’ติ อภินิเวโส, ตสฺมา พาหิเรสุ มหาภูเตสุ วิย อชฺฌตฺติเกสุปิ กรจรณนยนาทีสุ, มํสาทีสุ จ อนเปกฺเขน หุตฺวา ‘ตํ ตทตฺถิกา หรนฺตู’ติ นิสฺสฏฺฐจิตฺเตน ภวิตพฺพ’’นฺติ. เอวํ ปฏิสญฺจิกฺขโต จสฺส สมฺโพธาย ปหิตตฺตสฺส กายชีวิเตสุ นิรเปกฺขสฺส อปฺปกสิเรเนว กายวจีมโนกมฺมานิ สุวิสุทฺธานิ โหนฺติ, โส วิสุทฺธกายวจีมโนกมฺมนฺโต วิสุทฺธาชีโว ญายปฏิปตฺติยํ ฐิโต อายาปายุปายโกสลฺลสมนฺนาคเมน ภิยฺโยโส มตฺตาย เทยฺยธมฺมปริจฺจาเคน, อภยทานสทฺธมฺมทาเนหิ จ สพฺพสตฺเต อนุคฺคณฺหิตุํ สมตฺโถ โหติ, อยํ ตาว ทานปารมิยํ ปจฺจเวกฺขณานโย.

สีลปารมิยํ ปน เอวํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘‘อิทญฺหิ สีลํ นาม คงฺโคทกาทีหิ วิโสเธตุํ อสกฺกุเณยฺยสฺส โทสมลสฺส วิกฺขาลนชลํ, หริจนฺทนาทีหิ วิเนตุํ อสกฺกุเณยฺยสฺส ราคาทิปริฬาหสฺส วินยนํ, มุตฺตาหารมกุฏกุณฺฑลาทีหิ ปจุรชนาลงฺกาเรหิ อสาธารโณ สาธูนมลงฺการวิเสโส, สพฺพทิสาวายนโก อติกิตฺติโม [สพฺพทิสาวายนโต อกิตฺติโม (จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถาวณฺณนา; ที. นิ. ฏี. ๑.๗)] สพฺพกาลานุรูโป จ สุรภิคนฺโธ, ขตฺติยมหาสาลาทีหิ, เทวตาหิ จ วนฺทนียาทิภาวาวหนโต ปรโม วสีกรณมนฺโต, จาตุมหาราชิกาทิเทวโลกาโรหณโสปานปนฺติ, ฌานาภิญฺญานํ อธิคมูปาโย, นิพฺพานมหานครสฺส สมฺปาปกมคฺโค, สาวกโพธิปจฺเจกโพธิสมฺมาสมฺโพธีนํ ปติฏฺฐานภูมิ, ยํ ยํ วา ปนิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ, ตสฺส ตสฺส สมิชฺฌนูปายภาวโต จินฺตามณิกปฺปรุกฺขาทิเก จ อติเสติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ‘‘อิชฺฌติ ภิกฺขเว, สีลวโต เจโตปณิธิ วิสุทฺธตฺตา’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๓๗; สํ. นิ. ๔.๓๕๒; อ. นิ. ๘.๓๕). อปรมฺปิ วุตฺตํ ‘‘อากงฺเขยฺย เจ ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ อสฺสํ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จาติ, สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๖๕). ตถา ‘‘อวิปฺปฏิสารตฺถานิ โข อานนฺท กุสลานิ สีลานี’’ติ, (อ. นิ. ๑๐.๑; ๑๑.๑) ‘‘ปญฺจิเม คหปตโย, อานิสํสา สีลวโต สีลสมฺปทายา’’ติอาทิสุตฺตานญฺจ (ที. นิ. ๒.๑๕๐; อ. นิ. ๕.๒๑๓; อุทา. ๗๖; มหาว. ๓๘๕) วเสน สีลคุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา. ตถา อคฺคิกฺขนฺโธปมสุตฺตาทีนํ (อ. นิ. ๗.๗๒) วเสน สีลวิรเห อาทีนวา.

อปิจ ปีติโสมนสฺสนิมิตฺตโต, อตฺตานุวาทปรานุวาททณฺฑทุคฺคติภยาภาวโต, วิญฺญูหิ ปาสํสภาวโต, อวิปฺปฏิสารเหตุโต, ปรมโสตฺถิฏฺฐานโต, กุลสาปเตยฺยาธิปเตยฺยชีวิตรูปฏฺฐานพนฺธุมิตฺตสมฺปตฺตีนํ อติสยนโต จ สีลํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ. สีลวโต หิ อตฺตโน สีลสมฺปทาเหตุ มหนฺตํ ปีติโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ‘‘กตํ วต มยา กุสลํ, กตํ กลฺยาณํ, กตํ ภีรุตฺตาณ’’นฺติ.

ตถา สีลวโต อตฺตา น อุปวทติ, น จ ปเร วิญฺญู, ทณฺฑทุคฺคติภยานญฺจ สมฺภโวเยว นตฺถิ, ‘‘สีลวา ปุริสปุคฺคโล กลฺยาณธมฺโม’’ติ วิญฺญูนํ ปาสํโส จ โหติ. ตถา สีลวโต ยฺวายํ ‘‘กตํ วต มยา ปาปํ, กตํ ลุทฺทํ, กตํ กิพฺพิส’’นฺติ ทุสฺสีลสฺส วิปฺปฏิสาโร อุปฺปชฺชติ, โส น โหติ. สีลญฺจ นาเมตํ อปฺปมาทาธิฏฺฐานโต, โภคพฺยสนาทิปริหารมุเขน มหโต อตฺถสฺส สาธนโต, มงฺคลภาวโต, ปรมํ โสตฺถิฏฺฐานํ. นิหีนชจฺโจปิ สีลวา ขตฺติยมหาสาลาทีนํ ปูชนีโย โหตีติ กุลสมฺปตฺตึ อติเสติ สีลสมฺปทา, ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ มหาราช, อิธ เต อสฺส ทาโส กมฺมกโร’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๘๓) วกฺขมานสามญฺญสุตฺตวจนญฺเจตฺถ สาธกํ, โจราทีหิ อสาธารณโต, ปรโลกานุคมนโต, มหปฺผลภาวโต, สมถาทิคุณาธิฏฺฐานโต จ พาหิรธนํ สาปเตยฺยํ อติเสติ สีลํ. ปรมสฺส จิตฺติสฺสริยสฺส อธิฏฺฐานภาวโต ขตฺติยาทีนมิสฺสริยํ อติเสติ สีลํ. สีลนิมิตฺตญฺหิ ตํตํสตฺตนิกาเยสุ สตฺตานมิสฺสริยํ, วสฺสสตาทิทีฆปฺปมาณโต จ ชีวิตโต เอกาหมฺปิ สีลวโต ชีวิตสฺส วิสิฏฺฐตาวจนโต, สติปิ ชีวิเต สิกฺขานิกฺขิปนสฺส มรณตาวจนโต จ สีลํ ชีวิตโต วิสิฏฺฐตรํ. เวรีนมฺปิ มนุญฺญภาวาวหนโต, ชราโรควิปตฺตีหิ อนภิภวนียโต จ รูปสมฺปตฺตึ อติเสติ สีลํ. ปาสาทหมฺมิยาทิฏฺฐานปฺปเภเท ราชยุวราชเสนาปติอาทิฐานวิเสเส จ สุขวิเสสาธิฏฺฐานภาวโต อติเสติ สีลํ. สภาวสินิทฺเธ สนฺติกาวจเรปิ พนฺธุชเน, มิตฺตชเน จ เอกนฺตหิตสมฺปาทนโต, ปรโลกานุคมนโต จ อติเสติ สีลํ. ‘‘น ตํ มาตา ปิตา กยิรา’’ติอาทิ (ธ. ป. ๔๓) วจนญฺเจตฺถ สาธกํ. ตถา หตฺถิอสฺสรถปตฺติพลกาเยหิ, มนฺตาคทโสตฺถานปโยเคหิ จ ทุรารกฺขานมนาถานํ อตฺตาธีนโต, อนปราธีนโต, มหาวิสยโต จ อารกฺขภาเวน สีลเมว วิสิฏฺฐตรํ. เตเนวาห ‘‘ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจาริ’’นฺติอาทิ (เถรคา. ๓๐๓; ชา. ๑.๑๐.๑๐๒). เอวมเนกคุณสมนฺนาคตํ สีลนฺติ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อปริปุณฺณา เจว สีลสมฺปทา ปาริปูรึ คจฺฉติ, อปริสุทฺธา จ ปาริสุทฺธึ.

สเจ ปนสฺส ทีฆรตฺตํ ปริจเยน สีลปฏิปกฺขธมฺมา โทสาทโย อนฺตรนฺตรา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตน โพธิสตฺตปฏิญฺเญน เอวํ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ‘‘นนุ ตยา โพธาย ปณิธานํ กตํ, สีลเวกลฺเลน จ น สกฺกา น จ สุกรา โลกิยาปิ สมฺปตฺติโย ปาปุณิตุํ, ปเคว โลกุตฺตรา’’ติ. สพฺพสมฺปตฺตีนมคฺคภูตาย สมฺมาสมฺโพธิยา อธิฏฺฐานภูเตน สีเลน ปรมุกฺกํสคเตน ภวิตพฺพํ, ตสฺมา ‘‘กิกีว อณฺฑ’’นฺติอาทินา (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; วิสุทฺธิ. ๑.๑๙) วุตฺตนเยน สมฺมเทว สีลํ รกฺขนฺเตน สุฏฺฐุ ตยา เปสเลน ภวิตพฺพํ.

อปิจ ตยา ธมฺมเทสนาย ยานตฺตเย สตฺตานมวตารณปริปาจนานิ กาตพฺพานิ, สีลเวกลฺลสฺส จ วจนํ น ปจฺเจตพฺพํ โหติ, อสปฺปายาหารวิจารสฺส วิย เวชฺชสฺส ติกิจฺฉนํ, ตสฺมา ‘‘กถาหํ สทฺเธยฺโย หุตฺวา สตฺตานมวตารณปริปาจนานิ กเรยฺย’’นฺติ สภาวปริสุทฺธสีเลน ภวิตพฺพํ. กิญฺจ ฌานาทิคุณวิเสสโยเคน เม สตฺตานมุปการกรณสมตฺถตา, ปญฺญาปารมีอาทิปริปูรณญฺจ ฌานาทโย คุณา จ สีลปาริสุทฺธึ วินา น สมฺภวนฺตีติ สมฺมเทว สีลํ โสเธตพฺพํ.

ตถา ‘‘สมฺพาโธ ฆราวาโส รโชปโถ’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๑๑; ม. นิ. ๑.๒๙๑, ๓๗๑; ๒.๑๐; ๓.๑๓, ๒๑๘; สํ. นิ. ๒.๑๕๔; ๕.๑๐๐๒; อ. นิ. ๑๐.๙๙; เนตฺติ. ๙๔) ฆราวาเส, ‘‘อฏฺฐิกงฺกลูปมา กามา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓๔; ๒.๔๒; ปาจิ. ๔๑๗; จูฬนิ. ๑๔๗) ‘‘มาตาปิ ปุตฺเตน วิวทตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๖๘) จ กาเมสุ, ‘‘เสยฺยถาปิ ปุริโส อิณํ อาทาย กมฺมนฺเต ปโยเชยฺยา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๔๒๖) กามจฺฉนฺทาทีสุ อาทีนวทสฺสนปุพฺพงฺคมา, วุตฺตวิปริยาเยน ‘‘อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๙๑, ๓๙๘; ม. นิ. ๑.๒๙๑, ๓๗๑; ๒.๑๐; ๓.๑๓, ๒๑๘; สํ. นิ. ๑.๒๙๑; สํ. นิ. ๕.๑๐๐๒; อ. นิ. ๑๐.๙๙; เนตฺติ. ๙๘) ปพฺพชฺชาทีสุ อานิสํสาปฏิสงฺขาวเสน เนกฺขมฺมปารมิยํ ปจฺจเวกฺขณา กาตพฺพา. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ทุกฺขกฺขนฺธอาสิวิโสปมสุตฺตาทิ (ม. นิ. ๑.๑๖๓, ๑๗๕; สํ. นิ. ๔.๒๓๘) วเสน เวทิตพฺโพ.

ตถา ‘‘ปญฺญาย วินา ทานาทโย ธมฺมา น วิสุชฺฌนฺติ, ยถาสกํ พฺยาปารสมตฺถา จ น โหนฺตี’’ติ ปญฺญาย คุณา มนสิ กาตพฺพา. ยเถว หิ ชีวิเตน วินา สรีรยนฺตํ น โสภติ, น จ อตฺตโน กิริยาสุ ปฏิปตฺติสมตฺถํ โหติ. ยถา จ จกฺขาทีนิ อินฺทฺริยานิ วิญฺญาเณน วินา ยถาสกํ วิสเยสุ กิจฺจํ กาตุํ นปฺปโหนฺติ, เอวํ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ ปญฺญาย วินา สกกิจฺจปฏิปตฺติยมสมตฺถานีติ ปริจฺจาคาทิปฏิปตฺติยํ ปญฺญา ปธานการณํ. อุมฺมีลิตปญฺญาจกฺขุกา หิ มหาสตฺตา โพธิสตฺตา อตฺตโน องฺคปจฺจงฺคานิปิ ทตฺวา อนตฺตุกฺกํสกา, อปรวมฺภกา จ โหนฺติ, เภสชฺชรุกฺขา วิย วิกปฺปรหิตา กาลตฺตเยปิ โสมนสฺสชาตา. ปญฺญาวเสน หิ อุปายโกสลฺลโยคโต ปริจฺจาโค ปรหิตปวตฺติยา ทานปารมิภาวํ อุเปติ. อตฺตตฺถญฺหิ ทานํ มุทฺธสทิสํ [วุทฺธิสทิสํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๗)] โหติ.

ตถา ปญฺญาย อภาเวน ตณฺหาทิสํกิเลสาวิโยคโต สีลสฺส วิสุทฺธิเยว น สมฺภวติ, กุโต สพฺพญฺญุคุณาธิฏฺฐานภาโว. ปญฺญวา เอว จ ฆราวาเส กามคุเณสุ สํสาเร จ อาทีนวํ, ปพฺพชฺชาย ฌานสมาปตฺติยํ นิพฺพาเน จ อานิสํสํ สุฏฺฐุ สลฺลกฺเขนฺโต ปพฺพชิตฺวา ฌานสมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา นิพฺพานนินฺโน, ปเร จ ตตฺถ ปติฏฺฐเปติ.

วีริยญฺจ ปญฺญารหิตํ ยถิจฺฉิตมตฺถํ น สาเธติ ทุรารมฺภภาวโต. อนารมฺโภเยว หิ ทุรารมฺภโต เสยฺโย, ปญฺญาสหิเตน ปน วีริเยน น กิญฺจิ ทุรธิคมํ อุปายปฏิปตฺติโต. ตถา ปญฺญวา เอว ปราปการาทีนมธิวาสกชาติโย โหติ, น ทุปฺปญฺโญ. ปญฺญาวิรหิตสฺส จ ปเรหิ อุปนีตา อปการา ขนฺติยา ปฏิปกฺขเมว อนุพฺรูเหนฺติ. ปญฺญวโต ปน เต ขนฺติสมฺปตฺติยา อนุพฺรูหนวเสน อสฺสา ถิรภาวาย สํวตฺตนฺติ. ปญฺญวา เอว ตีณิปิ สจฺจานิ เตสํ การณานิ ปฏิปกฺเข จ ยถาภูตํ ชานิตฺวา ปเรสํ อวิสํวาทโก โหติ. ตถา ปญฺญาพเลน อตฺตานมุปตฺถมฺเภตฺวา ธิติสมฺปทาย สพฺพปารมีสุ อจลสมาทานาธิฏฺฐาโน โหติ. ปญฺญวา เอว จ ปิยมชฺฌตฺตเวริวิภาคมกตฺวา สพฺพตฺถ หิตูปสํหารกุสโล โหติ. ตถา ปญฺญาวเสน ลาภาลาภาทิโลกธมฺมสนฺนิปาเต นิพฺพิการตาย มชฺฌตฺโต โหติ. เอวํ สพฺพาสํ ปารมีนํ ปญฺญาว ปาริสุทฺธิเหตูติ ปญฺญาคุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.

อปิจ ปญฺญาย วินา น ทสฺสนสมฺปตฺติ, อนฺตเรน จ ทิฏฺฐิสมฺปทํ น สีลสมฺปทา, สีลทิฏฺฐิสมฺปทารหิตสฺส จ น สมาธิสมฺปทา, อสมาหิเตน จ น สกฺกา อตฺตหิตมตฺตมฺปิ สาเธตุํ, ปเคว อุกฺกํสคตํ ปรหิตนฺติ. ‘‘นนุ ตยา ปรหิตาย ปฏิปนฺเนน สกฺกจฺจํ ปญฺญาปาริสุทฺธิยา อาโยโค กรณีโย’’ติ โพธิสตฺเตน อตฺตา โอวทิตพฺโพ. ปญฺญานุภาเวน หิ มหาสตฺโต จตุรธิฏฺฐานาธิฏฺฐิโต จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ โลกํ อนุคฺคณฺหนฺโต สตฺเต นิยฺยานมคฺเค อวตาเรติ, อินฺทฺริยานิ จ เนสํ ปริปาเจติ. ตถา ปญฺญาพเลน ขนฺธายตนาทีสุ ปวิจยพหุโล ปวตฺตินิวตฺติโย ยาถาวโต ปริชานนฺโต ทานาทโย คุณวิเสเส นิพฺเพธภาคิยภาวํ นยนฺโต โพธิสตฺตสิกฺขาย ปริปูรการี โหตีติ เอวมาทินา อเนกาการโวกาเร ปญฺญาคุเณ ววตฺถเปตฺวา ปญฺญาปารมี อนุพฺรูเหตพฺพา.

ตถา ทิสฺสมานปารานิปิ โลกิยานิ กมฺมานิ นิหีนวีริเยน ปาปุณิตุมสกฺกุเณยฺยานิ, อคณิตเขเทน ปน อารทฺธวีริเยน ทุรธิคมํ นาม นตฺถิ. นิหีนวีริโย หิ ‘‘สํสารมโหฆโต สพฺพสตฺเต สนฺตาเรสฺสามี’’ติ อารภิตุเมว น สกฺกุโณติ. มชฺฌิโม ปน อารภิตฺวาน อนฺตราโวสานมาปชฺชติ. อุกฺกฏฺฐวีริโย ปน อตฺตสุขนิรเปกฺโข อารภิตฺวา ปารมธิคจฺฉตีติ วีริยสมฺปตฺติ ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.

อปิจ ‘‘ยสฺส อตฺตโน เอว สํสารปงฺกโต สมุทฺธรณตฺถมารมฺโภ, ตสฺสาปิ วีริยสฺส สิถิลภาเวน มโนรถานํ มตฺถกปฺปตฺติ น สกฺกา สมฺภาเวตุํ, ปเคว สเทวกสฺส โลกสฺส สมุทฺธรณตฺถํ กตาภินีหาเรนา’’ติ จ ‘‘ราคาทีนํ โทสคณานํ มตฺตมหานาคานมิว ทุนฺนิวารณภาวโต, ตนฺนิทานานญฺจ กมฺมสมาทานานํ อุกฺขิตฺตาสิกวธกสทิสภาวโต, ตนฺนิมิตฺตานญฺจ ทุคฺคตีนํ สพฺพทา วิวฏมุขภาวโต, ตตฺถ นิโยชกานญฺจ ปาปมิตฺตานํ สทา สนฺนิหิตภาวโต, ตโทวาทการิตาย จ วสลสฺส ปุถุชฺชนภาวสฺส สติ สมฺภเว ยุตฺตํ สยเมว สํสารทุกฺขโต นิสฺสริตุ’’นฺติ จ ‘‘มิจฺฉาวิตกฺกา วีริยานุภาเวน ทูรี ภวนฺตี’’ติ จ ‘‘ยทิ ปน สมฺโพธึ อตฺตาธีเนน วีริเยน สกฺกา สมธิคนฺตุํ, กิเมตฺถ ทุกฺกร’’นฺติ จ เอวมาทินา นเยน วีริยคุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.

ตถา ‘‘ขนฺติ นามายํ นิรวเสสคุณปฏิปกฺขสฺส โกธสฺส วิธมนโต คุณสมฺปาทเน สาธูนํ อปฺปฏิหตมายุธํ, ปราภิภวเน สมตฺถานมลงฺกาโร, สมณพฺราหฺมณานํ พลสมฺปทา, โกธคฺคิวินยนา อุทกธารา, กลฺยาณกิตฺติสทฺทสฺส สญฺชาติเทโส, ปาปปุคฺคลานํ วจีวิสวูปสมกโร มนฺตาคโท, สํวเร ฐิตานํ ปรมา ธีรปกติ, คมฺภีราสยตาย สาคโร, โทสมหาสาครสฺส เวลา, อปายทฺวารสฺส ปิธานกวาฏํ เทวพฺรหฺมโลกานํ อาโรหณโสปานํ, สพฺพคุณานมธิวาสภูมิ, อุตฺตมา กายวจีมโนวิสุทฺธี’’ติ มนสิ กาตพฺพํ. อปิจ ‘‘เอเต สตฺตา ขนฺติสมฺปตฺติยา อภาวโต อิธโลเก ตปนฺติ, ปรโลเก จ ตปนียธมฺมานุโยคโต’’ติ จ ‘‘ยทิปิ ปราปการนิมิตฺตํ ทุกฺขํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ปน ทุกฺขสฺส เขตฺตภูโต อตฺตภาโว, พีชภูตญฺจ กมฺมํ มยาว อภิสงฺขต’’นฺติ จ ‘‘ตสฺส จ ทุกฺขสฺส อาณณฺยกรณเมต’’นฺติ จ ‘‘อปการเก อสติ กถํ มยฺหํ ขนฺติสมฺปทา สมฺภวตี’’ติ จ ‘‘ยทิปายํ เอตรหิ อปการโก, อยํ นาม ปุพฺเพ อเนน มยฺหํ อุปกาโร กโต’’ติ จ ‘‘อปกาโร เอว วา ขนฺตินิมิตฺตตาย อุปกาโร’’ติ จ ‘‘สพฺเพปิเม สตฺตา มยฺหํ ปุตฺตสทิสา, ปุตฺตกตาปราเธสุ จ โก กุชฺฌิสฺสตี’’ติ จ ‘‘เยน โกธภูตาเวเสน อยํ มยฺหํ อปรชฺฌติ, สฺวายํ โกธภูตาเวโส มยา วิเนตพฺโพ’’ติ จ ‘‘เยน อปกาเรน อิทํ มยฺหํ ทุกฺขํ อุปฺปนฺนํ, ตสฺส อหมฺปิ นิมิตฺต’’นฺติ จ ‘‘เยหิ ธมฺเมหิ อปกาโร กโต, ยตฺถ จ กโต, สพฺเพปิ เต ตสฺมึเยว ขเณ นิรุทฺธา, กสฺสิทานิ เกน โกโป กาตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อนตฺตตาย สพฺพธมฺมานํ โก กสฺส อปรชฺฌตี’’ติ จ ปจฺจเวกฺขนฺเตน ขนฺติสมฺปทา พฺรูเหตพฺพา.

ยทิ ปนสฺส ทีฆรตฺตํ ปริจเยน ปราปการนิมิตฺตโก โกโธ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺเฐยฺย, เตน อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ‘‘ขนฺติ นาเมสา ปราปการสฺส ปฏิปกฺขปฏิปตฺตีนํ ปจฺจุปการการณ’’นฺติ จ ‘‘อปกาโร จ มยฺหํ ทุกฺขุปฺปาทเนน ทุกฺขุปนิสาย สทฺธาย, สพฺพโลเก อนภิรติสญฺญาย จ ปจฺจโย’’ติ จ ‘‘อินฺทฺริยปกติเรสา, ยทิทํ อิฏฺฐานิฏฺฐวิสยสมาโยโค, ตตฺถ อนิฏฺฐวิสยสมาโยโค มยฺหํ น สิยาติ ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา’’ติ จ ‘‘โกธวสิโก สตฺโต โกเธน อุมฺมตฺโต วิกฺขิตฺตจิตฺโต, ตตฺถ กึ ปจฺจปกาเรนา’’ติ จ ‘‘สพฺเพปิเม สตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน โอรสปุตฺตา วิย ปริปาลิตา, ตสฺมา น ตตฺถ มยา จิตฺตโกโป กาตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อปราธเก จ สติ คุเณ คุณวติ มยา โกโป น กาตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อสติ คุเณ กสฺสจิปิ คุณสฺสาภาวโต วิเสเสน กรุณายิตพฺโพ’’ติ จ ‘‘โกเปน มยฺหํ คุณยสา นิหียนฺตี’’ติ จ ‘‘กุชฺฌเนน มยฺหํ ทุพฺพณฺณทุกฺขเสยฺยาทโย สปตฺตกนฺตา อาคจฺฉนฺตี’’ติ จ ‘‘โกโธ จ นามายํ สพฺพทุกฺขาหิตการโก สพฺพสุขหิตวินาสโก พลวา ปจฺจตฺถิโก’’ติ จ ‘‘สติ จ ขนฺติยา น โกจิ ปจฺจตฺถิโก’’ติ จ ‘‘อปราธเกน อปราธนิมิตฺตํ ยํ ทุกฺขํ อายตึ ลทฺธพฺพํ, สติ จ ขนฺติยา มยฺหํ ตทภาโว’’ติ จ ‘‘จินฺเตนฺเตน, กุชฺฌนฺเตน จ มยา ปจฺจตฺถิโกเยว อนุวตฺติโต’’ติ จ ‘‘โกเธ จ มยา ขนฺติยา อภิภูเต ตสฺส ทาสภูโต ปจฺจตฺถิโก สมฺมเทว อภิภูโต’’ติ จ ‘‘โกธนิมิตฺตํ ขนฺติคุณปริจฺจาโค มยฺหํ น ยุตฺโต’’ติ จ ‘‘สติ จ โกเธ คุณวิโรธปจฺจนีกธมฺเม กถํ เม สีลาทิธมฺมา ปาริปูรึ คจฺเฉยฺยุํ, อสติ จ เตสุ กถาหํ สตฺตานํ อุปการพหุโล ปฏิญฺญานุรูปํ อุตฺตมํ สมฺปตฺตึ ปาปุณิสฺสามี’’ติ จ ‘‘ขนฺติยา จ สติ พหิทฺธา วิกฺเขปาภาวโต สมาหิตสฺส สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจโต ทุกฺขโต สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตโต นิพฺพานํ อสงฺขตามตสนฺตปณีตตาทิภาวโต นิชฺฌานํ ขมนฺติ, ‘พุทฺธธมฺมา จ อจินฺเตยฺยาปริเมยฺยปฺปภวา’ติ’’, ตโต จ ‘‘อนุโลมิกขนฺติยํ ฐิโต ‘เกวลา อิเม อตฺตตฺตนิยภาวรหิตา ธมฺมมตฺตา ยถาสกํ ปจฺจเยหิ อุปฺปชฺชนฺติ วินสฺสนฺติ, น กุโตจิ อาคจฺฉนฺติ, น กุหิญฺจิ คจฺฉนฺติ, น จ กตฺถจิ ปติฏฺฐิตา, น เจตฺถ โกจิ กสฺสจิ พฺยาปาโร’ติ อหํการมมํการานธิฏฺฐานตา นิชฺฌานํ ขมติ, เยน โพธิสตฺโต โพธิยา นิยโต อนาวตฺติธมฺโม โหตี’’ติ เอวมาทินา ขนฺติปารมิยา ปจฺจเวกฺขณา เวทิตพฺพา.

ตถา ‘‘สจฺเจน วินา สีลาทีนมสมฺภวโต, ปฏิญฺญานุรูปปฏิปตฺติยา อภาวโต, สจฺจธมฺมาติกฺกเม จ สพฺพปาปธมฺมานํ สโมสรณภาวโต, อสจฺจสนฺธสฺส อปฺปจฺจยิกภาวโต, อายติญฺจ อนาเทยฺยวจนตาวหนโต, สมฺปนฺนสจฺจสฺส สพฺพคุณาธิฏฺฐานภาวโต, สจฺจาธิฏฺฐาเนน สพฺพสมฺโพธิสมฺภารานํ ปาริสุทฺธิปาริปูริสมนฺวายโต, สภาวธมฺมาวิสํวาทเนน สพฺพโพธิสมฺภารกิจฺจกรณโต, โพธิสตฺตปฏิปตฺติยา จ ปรินิปฺผตฺติโต’’ติอาทินา สจฺจปารมิยา สมฺปตฺติโย ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.

ตถา ‘‘ทานาทีสุ ทฬฺหสมาทานํ, ตปฺปฏิปกฺขสนฺนิปาเต จ เนสํ อจลาธิฏฺฐานํ, ตตฺถ จ ธีรวีรภาวํ วินา น ทานาทิสมฺภารา สมฺโพธินิมิตฺตา สมฺภวนฺตี’’ติอาทินา อธิฏฺฐานคุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.