ทิฏฺฐิคติกาธิฏฺฐานวฏฺฏกถาวณฺณนา

๑๔๔. กิญฺจาปิ อิมสฺมึ ฐาเน ปาฬิยํ เวทยิตมนาคตํ, เหฏฺฐา ปน ตีสุปิ วาเรสุ อธิกตตฺตา, อุปริ จ ‘‘ผุสฺส ผุสฺส ปฏิสํเวเทนฺตี’’ติ วกฺขมานตฺตา เวทยิตเมเวตฺถ ปธานนฺติ อาห ‘‘สพฺพทิฏฺฐิเวทยิตานิ สมฺปิณฺเฑตี’’ติ. ‘‘เยปิ เต’’ติ ตตฺถ ตตฺถ อาคตสฺส จ ปิ-สทฺทสฺส อตฺถํ สนฺธาย ‘‘สมฺปิณฺเฑตี’’ติ วุตฺตํ. เย เต สมณพฺราหฺมณา สสฺสตวาทา…เป… สพฺเพปิ เต ฉหิ ผสฺสายตเนหิ ผุสฺส ผุสฺส ปฏิสํเวเทนฺตีติ หิ เวทยิตกิริยาวเสน ตํตํทิฏฺฐิคติกานํ สมฺปิณฺฑิตตฺตา เวทยิตสมฺปิณฺฑนเมว ชาตํ. สพฺพมฺปิ หิ วากฺยํ กิริยาปธานนฺติ. อุปริ ผสฺเส ปกฺขิปนตฺถายาติ ‘‘ฉหิ ผสฺสายตเนหี’’ติ วุตฺเต อุปริ ผสฺเส ปกฺขิปนตฺถํ, ปกฺขิปนญฺเจตฺถ เวทยิตสฺส ผสฺสปจฺจยตาทสฺสนเมว. ‘‘ฉหิ ผสฺสายตเนหิ ผุสฺส ผุสฺส ปฏิสํเวเทนฺตี’’ติ อิมินา หิ ฉหิ อชฺฌตฺติกายตเนหิ ฉฬารมฺมณปฏิสํเวทนํ เอกนฺตโต ฉผสฺสเหตุกเมวาติ ทสฺสิตํ โหติ, เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ เต’’ติอาทิ.

กมฺโพโชติ เอวํนามกํ รฏฺฐํ. ตถา ทกฺขิณาปโถ. ‘‘สญฺชาติฏฺฐาเน’’ติ อิมินา สญฺชายนฺติ เอตฺถาติ อธิกรณตฺโถ สญฺชาติ-สทฺโทติ ทสฺเสติ. เอวํ สโมสรณ-สทฺโท. อายตน-สทฺโทปิ ตทุภยตฺเถ. อายตเนติ สโมสรณภูเต จตุมหาปเถ. นนฺติ มหานิโคฺรธรุกฺขํ. อิทญฺหิ องฺคุตฺตราคเม ปญฺจนิปาเต สทฺธานิสํสสุตฺตปทํ. ตตฺถ จ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว สุภูมิยํ จตุมหาปเถ มหานิโคฺรโธ สมนฺตา ปกฺขีนํ ปฏิสรณํ โหตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๓๘) ตนฺนิทฺเทโส วุตฺโต. สติ สติอายตเนติ สติสงฺขาเต การเณ วิชฺชมาเน, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิตพฺพตํ ปาปุณาตีติ อตฺโถ. อายตนฺติ เอตฺถ ผลานิ ตทายตฺตวุตฺติตาย ปวตฺตนฺติ, อายภูตํ วา อตฺตโน ผลํ ตโนติ ปวตฺเตตีติ อายตนํ, การณํ. สมฺมนฺตีติ อุปสมฺมนฺติ อสฺสาสํ ชเนนฺติ. อายตน-สทฺโท อญฺเญสุ วิย น เอตฺถ อตฺถนฺตราวโพธโกติ อาห ‘‘ปณฺณตฺติมตฺเต’’ติ, ตถา ตถา ปญฺญตฺติมตฺเตติ อตฺโถ. รุกฺขคจฺฉสมูเห ปณฺณตฺติมตฺเต หิ อรญฺญโวหาโร, อรญฺญเมว จ อรญฺญายตนนฺติ. อตฺถตฺตเยปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺเทน อากรนิวาสาธิฏฺฐานตฺเถ สมฺปิณฺเฑติ. ‘‘หิรญฺญายตนํ สุวณฺณายตน’’นฺติอาทีสุ หิ อากเร, ‘‘อิสฺสรายตนํ วาสุเทวายตน’’นฺติอาทีสุ นิวาเส, ‘‘กมฺมายตนํ สิปฺปายตน’’นฺติอาทีสุ อธิฏฺฐาเน ปวตฺตติ, นิสฺสเยติ อตฺโถ.

อายตนฺติ เอตฺถ อากโรนฺติ, นิวสนฺติ, อธิฏฺฐหนฺตีติ ยถากฺกมํ วจนตฺโถ. จกฺขาทีสุ จ ผสฺสาทโย อากิณฺณา, ตานิ จ เนสํ วาโส, อธิฏฺฐานญฺจ นิสฺสยปจฺจยภาวโต. ตสฺมา ตเทตมฺปิ อตฺถตฺตยมิธ ยุชฺชติเยว. กถํ ยุชฺชตีติ อาห ‘‘จกฺขาทีสุ หี’’ติอาทิ. ผสฺโส เวทนา สญฺญา เจตนา จิตฺตนฺติ อิเม ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมา อุปลกฺขณวเสน วุตฺตา อญฺเญสมฺปิ ตํสมฺปยุตฺตธมฺมานํ อายตนภาวโต, ปธานวเสน วา. ตถา หิ จิตฺตุปฺปาทํ วิภชนฺเตน ภควตา เตเยว ‘‘ผสฺโส โหติ, เวทนา, สญฺญา, เจตนา, จิตฺตํ โหตี’’ติ ปฐมํ วิภตฺตา. สญฺชายนฺติ ตนฺนิสฺสยารมฺมณภาเวน ตตฺเถว อุปฺปตฺติโต. สโมสรนฺติ ตตฺถ ตตฺถ วตฺถุทฺวารารมฺมณภาเวน สโมสรณโต. ตานิ จ เนสํ การณํ เตสมภาเว อภาวโต. อยํ ปน ยถาวุตฺโต สญฺชาติเทสาทิอตฺโถ รุฬฺหิวเสเนว ตตฺถ ตตฺถ นิรุฬฺหตาย เอว ปวตฺตตฺตาติ อาจริยอานนฺทตฺเถเรน วุตฺตํ. อยํ ปน ปทตฺถวิวรณมุเขน ปวตฺโต อตฺโถ – อายตนโต, อายานํ ตนนโต, อายตสฺส จ นยนโต อายตนํ. จกฺขาทีสุ หิ ตํตํทฺวารารมฺมณา จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา เสน เสน อนุภวนาทิกิจฺเจน อายตนฺติ อุฏฺฐหนฺติ ฆเฏนฺติ วายมนฺติ, อายภูเต จ ธมฺเม เอตานิ ตโนนฺติ วิตฺถาเรนฺติ, อายตญฺจ สํสารทุกฺขํ นยนฺติ ปวตฺเตนฺตีติ. อิติ อิมินา นเยนาติ เอตฺถ อาทิอตฺเถน อิติ สทฺเทน ‘‘โสตํ ปฏิจฺจา’’ติอาทิปาฬึ สงฺคณฺหาติ.

ตตฺถ ติณฺณนฺติ จกฺขุปสาทรูปารมฺมณจกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ติณฺณํ วิสยินฺทฺริยวิญฺญาณานํ. เตสํ สมาคมนภาเวน คเหตพฺพโต ‘‘ผสฺโส สงฺคตี’’ติ วุตฺโต. ตถา หิ โส ‘‘สนฺนิปาตปจฺจุปฏฺฐาโน’’ติ วุจฺจติ. อิมินา นเยน อาโรเปตฺวาติ สมฺพนฺโธ. เตน อิมมตฺถํ ทสฺเสติ – ยถา ‘‘จกฺขุํปฏิจฺจ…เป… ผสฺโส’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๐๔; ๓.๔๒๑, ๔๒๕, ๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๓, ๔๕; ๒.๔.๖๑; กถา. ๔๖๕) เอตสฺมึ สุตฺเต วิชฺชมาเนสุปิ สญฺญาทีสุ สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ เวทนาย ปธานการณภาวทสฺสนตฺถํ ผสฺสสีเสน เทสนา กตา, เอวมิธาปิ ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’ติอาทินา ผสฺสํ อาทึ กตฺวา อปรนฺตปฏิสนฺธาเนน ปจฺจยปรมฺปรํ ทสฺเสตุํ ‘‘ฉหิ ผสฺสายตเนหี’’ติ จ ‘‘ผุสฺส ผุสฺสา’’ติ จ ผสฺสสีเสน เทสนา กตาติ. ผสฺสายตนาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘ผุสฺส ผุสฺสา’’ติ วจนํ สงฺคณฺหาติ.

‘‘กิญฺจาปี’’ติอาทินา สทฺทมตฺตโต โจทนาเลสํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ตถาปี’’ติอาทินา อตฺถโต ตํ ปริหรติ. น อายตนานิ ผุสนฺติ รูปานมนารมฺมณภาวโต. ผสฺโส อรูปธมฺโม วิสมาโน เอกเทเสน อารมฺมณํ อนลฺลิยมาโนปิ ผุสนากาเรน ปวตฺโต ผุสนฺโต วิย โหตีติ อาห ‘‘ผสฺโสว ตํ ตํ อารมฺมณํ ผุสตี’’ติ. เตเนว โส ‘‘ผุสนลกฺขโณ, สงฺฆฏฺฏนรโส’’ติ จ วุจฺจติ. ‘‘ฉหิ ผสฺสายตเนหิ ผุสฺส ผุสฺสา’’ติ อผุสนกิจฺจานิปิ นิสฺสิตโวหาเรน ผุสนกิจฺจานิ กตฺวา ทสฺสนเมว ผสฺเส อุปนิกฺขิปนํ นาม ยถา ‘‘มญฺจา โฆสนฺตี’’ติ. อุปนิกฺขิปิตฺวาติ หิ ผุสนกิจฺจาโรปนวเสน ผสฺสสฺมึ ปเวเสตฺวาติ อตฺโถ. ผสฺสคติกานิ กตฺวา ผสฺสุปจารํ อาโรเปตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. อุปจาโร นาม โวหารมตฺตํ, น เตน อตฺถสิทฺธิ อตํสภาวโต. อตฺถสิชฺฌนโก ปน ตํสภาโวเยว อตฺโถ คเหตพฺโพติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิมาห. ยถาหุ –

‘‘อตฺถญฺหิ นาโถ สรณํ อโวจ,

น พฺยญฺชนํ โลกหิโต มเหสี’’ติ.

อตฺตโน ปจฺจยภูตานํ ฉนฺนํ ผสฺสานํ วเสน จกฺขุสมฺผสฺสชา ยาว มโนสมฺผสฺสชาติ สงฺเขปโต ฉพฺพิธํ สนฺธาย ‘‘ฉผสฺสายตนสมฺภวา เวทนา’’ติ วุตฺตํ. วิตฺถารโต ปน –

‘‘ผสฺสโต ฉพฺพิธาเปตา, อุปวิจารเภทโต;

ติธา นิสฺสิตโต ทฺวีหิ, ติธา กาเลน วฑฺฒิตา’’ติ. –

อฏฺฐสตปริยาเย วุตฺตนเยน อฏฺฐสตปฺปเภทา. มหาวิหารวาสิโน เจตฺถ ยถา วิญฺญาณํ นามรูปํ สฬายตนํ, เอวํ ผสฺสํ, เวทนญฺจ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนมฺปิ สสนฺตติปริยาปนฺนํ ทีเปนฺโต วิปากเมว อิจฺฉนฺติ, อญฺเญ ปน ยถา ตถา วา ปจฺจยภาโว สติ น สกฺกา วชฺเชตุนฺติ สพฺพเมว อิจฺฉนฺติ. สาติ ยถาวุตฺตปฺปเภทา เวทนา. รูปตณฺหาทิเภทายาติ ‘‘เสฏฺฐิปุตฺโต พฺราหฺมณปุตฺโต’’ติ ปิตุนามวเสน วิย อารมฺมณนามวเสน วุตฺตาย รูปตณฺหา ยาว ธมฺมตณฺหาติ สงฺเขปโต ฉพฺพิธาย. วิตฺถารโต ปน –

‘‘รูปตณฺหาทิกา กาม-ตณฺหาทีหิ ติธา ปุน;

สนฺตานโต ทฺวิธา กาล-เภเทน คุณิตา สิยุ’’นฺติ. –

เอวํ วุตฺตอฏฺฐสตปฺปเภทาย. อุปนิสฺสยโกฏิยาติ อุปนิสฺสยสีเสน. กสฺมา ปเนตฺถ อุปนิสฺสยปจฺจโยว อุทฺธโฏ, นนุ สุขา เวทนา, อทุกฺขมสุขา จ ตณฺหาย อารมฺมณมตฺตอารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสยปกตูปนิสฺสยวเสน จตุธา ปจฺจโย, ทุกฺขา จ อารมฺมณมตฺตปกตูปนิสฺสยวเสน ทฺวิธาติ? สจฺจเมตํ, อุปนิสฺสเย เอว ปน ตํ สพฺพมฺปิ อนฺโตคธนฺติ เอวมุทฺธโฏ. ยุตฺตํ ตาว อารมฺมณูปนิสฺสยสฺส อุปนิสฺสยสามญฺญโต อุปนิสฺสเย อนฺโตคธตา, กถํ ปน อารมฺมณมตฺตอารมฺมณาธิปตีนํ ตตฺถ อนฺโตคธภาโว สิยาติ? เตสมฺปิ อารมฺมณสามญฺญโต อารมฺมณูปนิสฺสเยน สงฺคหิตตฺตา อารมฺมณูปนิสฺสยวสโมธานภูเตว อุปนิสฺสเย เอว อนฺโตคธตา โหติ. เอตทตฺถเมว หิ สนฺธาย ‘‘อุปนิสฺสเยนา’’ติ อวตฺวา ‘‘อุปนิสฺสยโกฏิยา’’ติ วุตฺตํ. สิทฺเธ หิ สตฺยารมฺโภ นิยมาย วา โหติ อตฺถนฺตรวิญฺญาปนาย วาติ. เอวมีทิเสสุ.

จตุพฺพิธสฺสาติ กามุปาทานํ ยาว อตฺตวาทุปาทานนฺติ จตุพฺพิธสฺส. นนุ จ ตณฺหาว กามุปาทานํ, กถํ สาเยว ตสฺส ปจฺจโย สิยาติ? สจฺจํ, ปุริมตณฺหาย ปน อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺฉิมตณฺหาย ทฬฺหภาวโต ปุริมาเยว ตณฺหา ปจฺฉิมาย ปจฺจโย ภวติ. ตณฺหาทฬฺหตฺตเมว หิ ‘‘กามุปาทานํ อุปายาโส อุปกฏฺฐา’’ติอาทีสุ วิย อุป-สทฺทสฺส ทฬฺหตฺเถ ปวตฺตนโต. อปิจ ทุพฺพลา ตณฺหา ตณฺหาเยว, พลวตี ตณฺหา กามุปาทานํ. อถ วา อปตฺตวิสยปตฺถนา ตณฺหา ตมสิ โจรานํ หตฺถปสารณํ วิย, สมฺปตฺตวิสยคฺคหณํ กามุปาทานํ โจรานํ หตฺถคตภณฺฑคฺคหณํ วิย. อปฺปิจฺฉตาปฏิปกฺขา ตณฺหา. สนฺตุฏฺฐิตาปฏิปกฺขํ กามุปาทานํ. ปริเยสนทุกฺขมูลํ ตณฺหา, อารกฺขทุกฺขมูลํ กามุปาทานํ. อยมฺปิ เตสํ วิเสโส เกจิวาทวเสน อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๔๔) ทสฺสิโต ปุริมนยสฺเสว วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๔๔) สกวาทภาเวน วุตฺตตฺตา.

อสหชาตสฺส อุปาทานสฺส อุปนิสฺสยโกฏิยา, สหชาตสฺส ปน สหชาตโกฏิยาติ ยถาลาภมตฺโถ คเหตพฺโพ. ตตฺถ อสหชาตา อนนฺตรนิรุทฺธา อนนฺตรสมนนฺตรอนนฺตรูปนิสฺสยนตฺถิวิคตาเสวนปจฺจเยหิ ฉธา ปจฺจโย. อารมฺมณภูตา ปน อารมฺมณมตฺตอารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสเยหิ ติธา, ตํ สพฺพมฺปิ วุตฺตนเยน อุปนิสฺสเยเนว สงฺคเหตฺวา ‘‘อุปนิสฺสยโกฏิยา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา จ ตณฺหาย รูปาทีนิ อสฺสาเทตฺวา กาเมสุ ปาตพฺยตํ อาปชฺชติ, ตสฺมา ตณฺหา กามุปาทานสฺส อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจโย. ตถา รูปาทิเภเท สมฺมูโฬฺห ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๗๑; ม. นิ. ๑.๔๔๕; ๒.๙๔-๙๕, ๒๒๕; ๓.๙๑, ๑๑๖, ๑๓๖; สํ. นิ. ๓.๒๑๐; อ. นิ. ๑๐.๑๗๖, ๒๑๗; ธ. ส. ๑๒๒๑; วิภ. ๙๐๗, ๙๒๕, ๙๗๑) มิจฺฉาทสฺสนํ, สํสารโต มุจฺจิตุกาโม อสุทฺธิมคฺเค สุทฺธิมคฺคปรามสนํ, ขนฺเธสุ อตฺตตฺตนิยคาหภูตํ สกฺกายทสฺสนญฺจ คณฺหาติ. ตสฺมา อิตเรสมฺปิ ติณฺณํ ตณฺหา อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจโยติ ทฏฺฐพฺพํ. สหชาตา ปน สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตเหตุวเสน สตฺตธา สหชาตานํ ปจฺจโย. ตมฺปิ สพฺพํ สหชาตปจฺจเยเนว สงฺคเหตฺวา ‘‘สหชาตโกฏิยา’’ติ วุตฺตํ.

ภวสฺสาติ กมฺมภวสฺส เจว อุปปตฺติภวสฺส จ. ตตฺถ เจตนาทิสงฺขาตํ สพฺพํ ภวคามิกมฺมํ กมฺมภโว. กามภวาทินววิโธ อุปปตฺติภโว. เตสุ อุปปตฺติภวสฺส จตุพฺพิธมฺปิ อุปาทานํ อุปปตฺติภวเหตุภูตสฺส กมฺมภวสฺส การณภาวโต, ตสฺส จ สหายภาวูปคมนโต ปกตูปนิสฺสยวเสน ปจฺจโย. กมฺมารมฺมณกรณกาเล ปน กมฺมสหชาตมุปาทานํ อุปปตฺติภวสฺส อารมฺมณวเสน ปจฺจโย. กมฺมภวสฺส ปน สหชาตสฺส สหชาตมุปาทานํ สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน เจว เหตุมคฺควเสน จ อเนกธา ปจฺจโย. อสหชาตสฺส ปน อนนฺตรสฺส อสหชาตมุปาทานํ อนนฺตรสมนนฺตรอนนฺตรูปนิสฺสยนตฺถิวิคตาเสวนวเสน, อิตรสฺส จ นานนฺตรสฺส ปกตูปนิสฺสยวเสน, สมฺมสนาทิกาเลสุ อารมฺมณาทิวเสน จ ปจฺจโย. ตตฺถ อนนฺตราทิเก อุปนิสฺสยปจฺจเย, สหชาตาทิเก จ สหชาตปจฺจเย ปกฺขิปิตฺวา ตถาติ วุตฺตํ, รูปูปหารตฺโถ วา เหส อนุกฑฺฒนตฺโถ วา. เตน หิ อุปนิสฺสยโกฏิยา เจว สหชาตโกฏิยา จาติ อตฺถํ ทสฺเสติ.

ภโว ชาติยาติ เอตฺถ ภโวติ กมฺมภโว อธิปฺเปโต. โส หิ ชาติยา ปจฺจโย, น อุปปตฺติภโว. ชาติเยว หิ อุปปตฺติภโวติ, สา จ ปฐมาภินิพฺพตฺตขนฺธา. เตน วุตฺตํ ‘‘ชาตีติ ปเนตฺถ สวิการา ปญฺจกฺขนฺธา ทฏฺฐพฺพา’’ติ, เตนายํ โจทนา นิวตฺติตา ‘‘นนุ ชาติปิ ภโวเยว, กถํ โส ชาติยา ปจฺจโย’’ติ, กถํ ปเนตํ ชานิตพฺพํ ‘‘กมฺมภโว ชาติยา ปจฺจโย’’ติ เจ? พาหิรปจฺจยสมตฺเตปิ กมฺมวเสเนว หีนปณีตาทิวิเสสทสฺสนโต. ยถาห ภควา ‘‘กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปณีตตายา’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๘๙) สวิการาติ นิพฺพตฺติวิกาเรน สวิการา, น อญฺเญหิ, เต จ อตฺถโต อุปปตฺติภโวเยว, โส เอว จ ตสฺส การณํ ภวิตุมยุตฺโต ตณฺหาย กามุปาทานสฺส ปจฺจยภาเว วิย ปุริมปจฺฉิมาทิวิเสสานมสมฺภวโต, ตสฺมา กมฺมภโวเยว อุปปตฺติภวสงฺขาตาย ชาติยา กมฺมปจฺจเยน เจว ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน จ ปจฺจโยติ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘กมฺมปจฺจยํ อุปนิสฺสเยเนว สงฺคเหตฺวา อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจโย’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา ปน ชาติยา สติ ชรามรณํ, ชรามรณาทินา ผุฏฺฐสฺส จ พาลสฺส โสกาทโย สมฺภวนฺติ, นาสติ, ตสฺมา ชาติชรามรณาทีนํ อุปนิสฺสยวเสน ปจฺจโยติ อาห ‘‘ชาติ…เป… ปจฺจโย’’ติ วิตฺถารโต อตฺถวินิจฺฉยสฺส อกตตฺตา, สหชาตูปนิสฺสยสีเสเนว ปจฺจยวิจารณาย จ, ทสฺสิตตฺตา, องฺคาทิวิธานสฺส จ อนามฏฺฐตฺตา ‘‘อยเมตฺถ สงฺเขโป’’ติอาทิ วุตฺตํ. มหาวิสยตฺตา ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิจารณาย นิรวเสสา อยํ กุโต ลทฺธพฺพาติ โจทนมปเนติ ‘‘วิตฺถารโต’’ติอาทินา. ‘‘อิธ ปนสฺสา’’ติอาทินา ปาฬิยมฺปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา เอกเทเสเนว กถิตาติ ทสฺเสติ. ตตฺถ อิธาติ อิมสฺมึ พฺรหฺมชาเล. อสฺสาติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส. ปโยชนมตฺตเมวาติ ทิฏฺฐิยา การณภูตเวทนาวเสน เอกเทสมตฺตํ ปโยชนเมว. ‘‘มตฺตเมวา’’ติ หิ อวธารณตฺเถ ปริยายวจนํ ‘‘อปฺปํ วสฺสสตํ อายุ, อิทาเนตรหิ วิชฺชตี’’ติอาทีสุ วิย อญฺญมญฺญตฺถาวโพธนวเสน สปโยชนตฺตา, มตฺต-สทฺโท วา ปมาเณ, ปโยชนสงฺขาตํ ปมาณเมว, น ตทุตฺตรีติ อตฺโถ. ‘‘มตฺต-สทฺโท อวธารเณ เอว-สทฺโท สนฺนิฏฺฐาเน’’ติปิ วทนฺติ. เอวํ สพฺพตฺถ. โหติ เจตฺถ –

‘‘มตฺตเมวาติ เอกตฺถํ, มตฺตปทํ ปมาณเก;

มตฺตาวธารเณ วา, สนฺนิฏฺฐานมฺหิ เจตร’’นฺติ.

เอกเทเสเนวิธ ปาฬิยํ กถิตตฺตา ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ตถา กถเน สทฺธึ อุทาหรเณน การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภควา หี’’ติอาทิมาห. เตน อิมมธิปฺปายํ ทสฺเสติ ‘‘วฏฺฏกถํ กเถนฺโต ภควา อวิชฺชา-ตณฺหา-ทิฏฺฐีนมญฺญตรสีเสน กเถสิ, เตสุ อิธ ทิฏฺฐิสีเสเนว กเถนฺโต เวทนาย ทิฏฺฐิยา พลวการณตฺตา เวทนามูลกํ เอกเทสเมว ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ กเถสี’’ติ. เอตานิ จ สุตฺตานิ องฺคุตฺตรนิกาเย ทสนิปาเต (อ. นิ. ๑๐.๖๑ วากฺยขนฺเธ) ตตฺถ ปุริมโกฏิ น ปญฺญายตีติ อสุกสฺส นาม สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส, จกฺกวตฺติโน วา กาเล อวิชฺชา อุปฺปนฺนา, น ตโต ปุพฺเพติ เอวํ อวิชฺชาย ปุริโม อาทิมริยาโท อปฺปฏิหตสฺส มม สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺสาปิ น ปญฺญายติ ตตา มริยาทสฺส อวิชฺชมานตฺตาติ อตฺโถ. เอวญฺเจตนฺติ อิมินา มริยาทาภาเวน อยํ อวิชฺชา กามํ วุจฺจติ. อถ จ ปนาติ เอวํ กาลนิยเมน มริยาทาภาเวน วุจฺจมานาปิ. อิทปฺปจฺจยาติ อิมสฺมา ปญฺจนีวรณสงฺขาตปจฺจยา อวิชฺชา สมฺภวตีติ เอวํ ธมฺมนิยาเมน อวิชฺชาย โกฏิ ปญฺญายตีติ อตฺโถ. ‘‘โก จาหาโร อวิชฺชาย, ‘ปญฺจ นีวรณา’ ติสฺส วจนีย’’นฺติ (อ. นิ. ๑๐.๖๑) หิ ตตฺเถว วุตฺตํ, ฏีกายํ ปน ‘‘อาสวปจฺจยา’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๔๔) อาห, ตํ อุทาหรณสุตฺเตน น สเมติ. อยํ ปจฺจโย อิทปฺปจฺจโย ม-การสฺส ท-การาเทสวเสน. สทฺทวิทู ปน ‘‘อีทิสสฺส ปโยคสฺส ทิสฺสนโต อิท-สทฺโทเยว ปกตี’’ติ วทนฺติ, อยุตฺตเมเวตํ วณฺณวิการาทิวเสน นานาปโยคสฺส ทิสฺสมานตฺตา. ยถา หิ วณฺณวิกาเรน ‘‘อมู’’ติ วุตฺเตปิ ‘‘อสู’’ติ ทิสฺสติ, ‘‘อิเมสู’’ติ วุตฺเตปิ ‘‘เอสู’’ติ, เอวมิธาปิ วณฺณวิกาโร จ วาเกฺย วิย สมาเสปิ ลพฺภเตว ยถา ‘‘ชานิปติ ตุทมฺปตี’’ติ. กิเมตฺถ วตฺตพฺพํ, ปภินฺนปฏิสมฺภิเทน อายสฺมตา มหากจฺจายนตฺเถเรน วุตฺตเมว ปมาณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

ภวตณฺหายาติ ภวสญฺโญชนภูตาย ตณฺหาย. อิทปฺปจฺจยาติ อิมสฺมา อวิชฺชาปจฺจยา. ‘‘โก จาหาโร ภวตณฺหาย, ‘อวิชฺชา’ ติสฺส วจนีย’’นฺติ หิ วุตฺตํ. ภวทิฏฺฐิยาติ สสฺสตทิฏฺฐิยา. อิทปฺปจฺจยาติ อิธ ปน เวทนาปจฺจยาเตฺวว อตฺโถ. นนุ ทิฏฺฐิโย เอว กเถตพฺพา, กิมตฺถิยํ ปน ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถนนฺติ อนุโยเคนาห ‘‘เตนา’’ติอาทิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อนุโลเมน ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา นาม วฏฺฏกถา, ตํ กถเนเนว ภควา เอเต ทิฏฺฐิคติกา ยาวิทํ มิจฺฉาทสฺสนํ น ปฏินิสฺสชฺชนฺติ, ตาว อิมินา ปจฺจยปรมฺปเรน วฏฺเฏเยว นิมุชฺชนฺตีติ ทสฺเสสีติ. อิโต ภวาทิโต. เอตฺถ ภวาทีสุ. เอส นโย เสสปททฺวเยปิ. อิมินา อปริยนฺตํ อปราปรุปฺปตฺตึ ทสฺเสติ. วิปนฺนฏฺฐาติ วิวิเธน นาสิตา.