วิวฏฺฏกถาทิวณฺณนา

๑๔๕. ทิฏฺฐิคติกาธิฏฺฐานนฺติ ทิฏฺฐิคติกานํ มิจฺฉาคาหทสฺสนวเสน อธิฏฺฐานภูตํ, ทิฏฺฐิคติกวเสน ปุคฺคลาธิฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปุคฺคลาธิฏฺฐานธมฺมเทสนา เหสา. ยุตฺตโยคภิกฺขุอธิฏฺฐานนฺติ ยุตฺตโยคานํ ภิกฺขูนมธิฏฺฐานภูตํ, ภิกฺขุวเสน ปุคฺคลาธิฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ โหติ. วิวฏฺฏนฺติ วฏฺฏโต วิคตํ. ‘‘เยหี’’ติอาทินา ทิฏฺฐิคติกานํ มิจฺฉาทสฺสนสฺส การณภูตาย เวทนาย ปจฺจยภูตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว ผสฺสายตนมิธ คหิตํ เทสนากุสเลน ภควตาติ ทสฺเสติ. เวทนากมฺมฏฺฐาเนติ ‘‘เวทนานํ สมุทย’’นฺติอาทิกํ อิมํ ปาฬึ สนฺธาย วุตฺตํ. กิญฺจิมตฺตเมว วิเสโสติ อาห ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทิ. นฺติ ‘‘ผสฺสสมุทยา, ผสฺสนิโรธา’’ติ วุตฺตํ การณํ. ‘‘อาหารสมุทยา’’ติอาทีสุ กพฬีกาโร อาหาโร เวทิตพฺโพ. โส หิ ‘‘กพฬีกาโร อาหาโร อิมสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๔๒๙) ปฏฺฐาเน วจนโต กมฺมสมุฏฺฐานานมฺปิ จกฺขาทีนํ อุปตฺถมฺภกปจฺจโย โหติเยว. ‘‘นามรูปสมุทยา’’ติอาทีสุ เวทนาทิกฺขนฺธตฺตยเมว นามํ. นนุ จ ‘‘นามรูปปจฺจยา สฬายตน’’นฺติ วจนโต สพฺเพสุ ฉสุ ผสฺสายตเนสุ ‘‘นามรูปสมุทยา นามรูปนิโรธา’’ อิจฺเจว วตฺตพฺพํ, อถ กสฺมา จกฺขายตนาทีสุ ‘‘อาหารสมุทยา อาหารนิโรธา’’ติ วุตฺตนฺติ? สจฺจเมตํ อวิเสเสน, อิธ ปน เอวมฺปิ จกฺขาทีสุ สมฺภวตีติ วิเสสโต ทสฺเสตุํ ตถา วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

อุตฺตริตรชานเนเนว ทิฏฺฐิคตสฺส ชานนมฺปิ สิทฺธนฺติ กตฺวา ปาฬิยมนาคเตปิ ‘‘ทิฏฺฐิญฺจ ชานาตี’’ติ วุตฺตํ. สีลสมาธิปญฺญาโย โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา, วิมุตฺติ ปน อิท เหฏฺฐิมา ผลสมาปตฺติโย ‘‘ยาว อรหตฺตา’’ติ อคฺคผลสฺส วิสุํ วจนโต. ปจฺจกฺขานุมาเนน เจตฺถ ปชานนา, เตเนวาห ‘‘พหุสฺสุโต คนฺถธโร ภิกฺขุ ชานาตี’’ติอาทิ, ยถาลาภํ วา โยเชตพฺพํ. เทสนา ปนาติ เอตฺถ ปน-สทฺโท อรุจิยตฺโถ, เตนิมํ ทีเปติ – ยทิปิ อนาคามิอาทโย ยถาภูตํ ปชานนฺติ, ตถาปิ อรหโต อุกฺกํสคติวิชานนวเสน เทสนา อรหตฺตนิกูเฏน นิฏฺฐาปิตาติ. สุวณฺณเคโห วิย รตนมยกณฺณิกาย เทสนา อรหตฺตกณฺณิกาย นิฏฺฐาปิตาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ‘‘ยโต โข…เป… ปชานาตี’’ติ เอเตน ธมฺมสฺส นิยฺยานิกภาเวน สทฺธึ สงฺฆสฺส สุปฺปฏิปตฺตึ ทสฺเสติ, เตเนว อฏฺฐกถายํ ‘‘โก เอวํ ชานาตีติ? ขีณาสโว ชานาติ, ยาว อารทฺธวิปสฺสโก ชานาตี’’ติ ปริปุณฺณํ กตฺวา ภิกฺขุสงฺโฆ ทสฺสิโต, เตน ยเทตํ เหฏฺฐา วุตฺตํ ‘‘ภิกฺขุสงฺฆวเสนาปิ ทีเปตุ’’นฺติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๘), ตํ ยถารุตวเสเนว ทีปิตํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

๑๔๖. ‘‘เทสนาชาลวิมุตฺโต ทิฏฺฏิคติโก นาม นตฺถี’’ติ ทสฺสนํ เทสนาย เกวลปริปุณฺณตํ ญาเปตุนฺติ เวทิตพฺพํ. อนฺโต ชาลสฺสาติ อนฺโตชาลํ, ทพฺพปเวสนวเสน อนฺโตชาเล อกตาปิ ตนฺนิสฺสิตวาทปฺปเวสนวเสน กตาติ อนฺโตชาลีกตา, อนฺโต ชาลสฺส ติฏฺฐนฺตีติ วา อนฺโตชาลา, ทพฺพวเสน อนนฺโตชาลาปิ ตนฺนิสฺสิตวาทวเสน อนฺโตชาลา กตาติ อนฺโตชาลีกตา. อภูตตพฺภาเว กราสภูโยเค วิการวาจกโต อีปจฺจโย, อนฺตสรสฺส วา อีการาเทโสติ สทฺทวิทู ยถา ‘‘ธวลีกาโร, กพฬีกาโร’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๘๑), อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นิสฺสิตา อวสิตาว หุตฺวา อุมฺมุชฺชมานา อุมฺมุชฺชนฺตีติ อตฺโถ. มาน-สทฺโท เจตฺถ ภาเวนภาวลกฺขณตฺโถ อปฺปหีเนน อุมฺมุชฺชนภาเวน ปุน อุมฺมุชฺชนภาวสฺส ลกฺขิตตฺตา, ตถา ‘‘โอสีทนฺตา’’ติอาทีสุปิ อนฺต-สทฺโท. อุมฺมุชฺชเนเนว อวุตฺตสฺสาปิ นิมุชฺชนสฺส คหณนฺติ ทสฺเสติ ‘‘โอสีทนฺตา’’ติอาทินา. ตตฺถ อปายูปปตฺติวเสน อโธ โอสีทนํ, สมฺปตฺติภววเสน อุทฺธมุคฺคมนํ. ตถา ปริตฺตภูมิมหคฺคตภูมิวเสน, ทิฏฺฐิยา โอลีนตาติธาวนวเสน, ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐิอปรนฺตานุทิฏฺฐิวเสน จ ยถากฺกมํ โยเชตพฺพํ. ปริยาปนฺนาติ อนฺโตคธา. ตพฺภาโว จ ตทาพทฺเธนาติ วุตฺตํ ‘‘เอเตน อาพทฺธา’’ติ. ‘‘น เหตฺถา’’ติอาทินา ยถาวุตฺตปาฬิยา อาปนฺนตฺถํ ทสฺเสติ.

อิทานิ อุปมาสํสนฺทนมาห ‘‘เกวฏฺโฏ วิยา’’ติอาทินา. เก อุทเก วฏฺฏติ ปริจรตีติ เกวฏฺโฏ, มจฺฉพนฺโธ. กามํ เกวฏฺฏนฺเตวาสีปิ ปาฬิยํ วุตฺโต, โส ปน ตทนุคติโกวาติ ตถา วุตฺตํ. ทสสหสฺสิโลกธาตูติ ชาติกฺเขตฺตํ สนฺธายาห ตตฺเถว ปฏิเวธสมฺภวโต, อญฺเญสญฺจ ตคฺคหเณเนว คหิตตฺตา. อญฺญตฺถาปิ หิ ทิฏฺฐิคติกา เอตฺถ ปริยาปนฺนา อนฺโตชาลีกตาว. โอฬาริกาติ ปากฏภาเวน ถูลา. ตสฺสาติ ปริตฺโตทกสฺส.

๑๔๗. ‘‘สพฺพทิฏฺฐีนํ สงฺคหิตตฺตา’’ติ เอเตน วาทสงฺคหเณน ปุคฺคลสงฺคโหติ ทสฺเสติ. อตฺตโน…เป… ทสฺเสนฺโตติ เทสนากุสลตาย ยถาวุตฺเตสุ ทิฏฺฐิคติกานํ อุมฺมุชฺชนนิมุชฺชนฏฺฐานภูเตสุ กตฺถจิปิ ภวาทีสุ อตฺตโน อนวโรธภาวํ ทสฺเสนฺโต. นยนฺตีติ สตฺเต อิจฺฉิตฏฺฐานมาวหนฺติ, ตํ ปน ตถาอากฑฺฒนวเสนาติ อาห ‘‘คีวายา’’ติอาทิ. ‘‘เนตฺติสทิสตายา’’ติ อิมินา สทิสโวหารํ, อุปมาตทฺธิตํ วา ทสฺเสติ. ‘‘สา หี’’ติอาทิ สทิสตาวิภาวนา. คีวายาติ เอตฺถ มหาชนานนฺติ สมฺพนฺธีนิทฺเทโส เนตีติ เอตฺถาปิ กมฺมภาเวน สมฺพชฺฌิตพฺโพ นี-สทฺทสฺส ทฺวิกมฺมิกตฺตา, อาขฺยาตปโยเค จ พหุลํ สามิวจนสฺส กตฺตุกมฺมตฺถโชตกตฺตา. อสฺสาติ อเนน ภควตา, สา ภวเนตฺติ อุจฺฉินฺนาติ สมฺพนฺโธ. ปุน อปฺปฏิสนฺธิกภาวาติ สามตฺถิยตฺถมาห. ชีวิตปริยาทาเน วุตฺเตเยว หิ ปุน อปฺปฏิสนฺธิกภาโว วุตฺโต นาม ตสฺเสว อทสฺสนสฺส ปธานการณตฺตา. ‘‘น ทกฺขนฺตี’’ติ เอตฺถ อนาคตวจนวเสน ปทสิทฺธิ ‘‘ยตฺร หิ นาม สาวโก เอวรูปํ ญสฺสติ วา ทกฺขติ วา สกฺขึ วา กริสฺสตี’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๒๘; สํ. นิ. ๒.๒๐๒) วิยาติ ทสฺเสติ ‘‘น ทกฺขิสฺสนฺตี’’ติ อิมินา. กึ วุตฺตํ โหตีติ อาห ‘‘อปณฺณตฺติกภาวํ คมิสฺสนฺตี’’ติ. อปณฺณตฺติกภาวนฺติ จ ธรมานกปณฺณตฺติยา เอว อปณฺณตฺติกภาวํ, อตีตปณฺณตฺติยา ปน ตถาคตปณฺณตฺติ ยาว สาสนนฺตรธานา, ตโต อุทฺธมฺปิ อญฺญพุทฺธุปฺปาเทสุ ปวตฺตติ เอว ยถา อธุนา วิปสฺสิอาทีนํ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘โวหารมตฺตเมว ภวิสฺสตี’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๗) ปญฺญาย เจตฺถ ปณฺณาเทโสติ เนรุตฺติกา.

กาโยติ อตฺตภาโว, โย รูปารูปธมฺมสมูโห. เอวญฺหิสฺส อมฺพรุกฺขสทิสตา, ตทวยวานญฺจ รูปกฺขนฺธจกฺขายตนจกฺขุธาตาทีนํ อมฺพปกฺกสทิสตา ยุชฺชติ. ตนฺติ กายํ. ปญฺจปกฺกทฺวาทสปกฺกอฏฺฐารสปกฺกปริมาณาติ ปญฺจปกฺกปริมาณา เอกา, ทฺวาทสปกฺกปริมาณา เอกา, อฏฺฐารสปกฺกปริมาณา เอกาติ ติวิธา ปกฺกมฺพผลปิณฺฑี วิย. ปิณฺโฑ เอตสฺสาติ ปิณฺฑี, ถวโก. ตทนฺวยานีติ วณฺฏานุคตานิ, เตนาห ‘‘ตํเยว วณฺฏํ อนุคตานี’’ติ.

มณฺฑูกกณฺฏกวิสสมฺผสฺสนฺติ วิสวนฺตสฺส เภกวิเสสสฺส กณฺฏเกน, ตทญฺเญน จ วิเสน สมฺผสฺสํ, มณฺฑูกกณฺฏเก วิชฺชมานสฺส วิสสฺส สมฺผสฺสํ วา. สกณฺฏโก ชลจารี สตฺโต อิธ มณฺฑูโก นาม, โย ‘‘ปาสาณกจฺฉโป’’ติ โวหรนฺติ, ตสฺส นงฺคุฏฺเฐ อคฺคโกฏิยํ ฐิโต กณฺฏโกติปิ วทนฺติ. เอกํ วิสมจฺฉกณฺฏกนฺติปิ เอเก. กิราติ อนุสฺสวนตฺเถ นิปาโต. เอตฺถ จ วณฺฏจฺเฉเท วณฺฏูปนิพนฺธานํ อมฺพปกฺกานํ อมฺพรุกฺขโต วิจฺเฉโท วิย ภวเนตฺติจฺเฉเท ตทุปนิพนฺธานํ ขนฺธาทีนํ สนฺตานโต วิจฺเฉโทติ เอตฺตาวตาว ปาฬิยมาคตํ โอปมฺมํ, ตทวเสสํ ปน อตฺถโต ลทฺธเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ.

๑๔๘. พุทฺธพลนฺติ พุทฺธานํ ญาณพลํ. กถิตสุตฺตสฺส นามาติ เอตฺถ นาม-สทฺโท สมฺภาวเน นิปาโต, เตน ‘‘เอวมฺปิ นาม กถิตสุตฺตสฺสา’’ติ วุตฺตนเยน สุตฺตสฺส คุณํ สมฺภาเวติ. หนฺทาติ โวสฺสคฺคตฺเถ. เตน หิ อธุนาว คณฺหาเปสฺสามิ. น ปปญฺจํ กริสฺสามีติ โวสฺสคฺคํ กโรติ.

ธมฺมปริยาเยติ ธมฺมเทสนาสงฺขาตาย ปาฬิยา. อิธตฺโถติ ทิฏฺฐธมฺมหิตํ. ปรตฺโถติ สมฺปรายหิตํ, ตทุภยตฺโถ วา. ภาสิตตฺโถปิ ยุชฺชติ ‘‘ธมฺมชาล’’นฺติ เอตฺถ ตนฺติธมฺมสฺส คหิตตฺตา. อิหาติ อิธ สาสเน. นนฺติ นิปาตมตฺตํ ‘‘น นํ สุโต สมโณ โคตโม’’ติอาทีสุ วิย. นฺติ ธมฺมาติ ปาฬิธมฺมา. สพฺเพน สพฺพํ สงฺคณฺหนโต อตฺถสงฺขาตํ ชาลเมตฺถาติ อตฺถชาลํ. ตถา ธมฺมชาลํ พฺรหฺมชาลํ ทิฏฺฐิชาลนฺติ เอตฺถาปิ. สงฺคามํ วิชินาติ เอเตนาติ สงฺคามวิชโย, สงฺคาโม เจตฺถ ปญฺจหิ มาเรหิ สมาคมนํ อภิยุชฺฌนนฺติ อาห ‘‘เทวปุตฺตมารมฺปี’’ติอาทิ. อตฺถสมฺปตฺติยา หิ อตฺถชาลํ. พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา, สีลาทิอนวชฺชธมฺมนิทฺเทสโต จ ธมฺมชาลํ. เสฏฺฐฏฺเฐน พฺรหฺมภูตานํ มคฺคผลนิพฺพานานํ วิภตฺตตฺตา พฺรหฺมชาลํ. ทิฏฺฏิวิเวจนมุเขน สุญฺญตาปกาสเนน สมฺมาทิฏฺฐิยา วิภตฺตตฺตา ทิฏฺฐิชาลํ. ติตฺถิยวาทนิมฺมทฺทนุปายตฺตา อนุตฺตโร สงฺคามวิชโยติ เอวมฺเปตฺถ อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา.

นิทานาวสานโตติ ‘‘อถ ภควา อนุปฺปตฺโต’’ติ วจนสงฺขาตนิทานปริโยสานโต. มริยาทาวธิวจนเญฺหตํ. อปิจ นิทานาวสานโตติ นิทานปริโยสาเน วุตฺตตฺตา นิทานาวสานภูตโต ‘‘มมํ วา ภิกฺขเว, ปเร อวณฺณํ ภาเสยฺยุ’’นฺติอาทิ (ที. นิ. ๑.๕, ๖) วจนโต. อาภิวิธิอวธิวจนเญฺหตํ. อิทญฺจ ‘‘อโวจา’’ติ กิริยาสมฺพนฺธเนน วุตฺตํ. ‘‘นิทาเนน อาทิกลฺยาณ’’นฺติ วจนโต ปน นิทานมฺปิ นิคมนํ วิย สุตฺตปริยาปนฺนเมว. อลพฺภ…เป… คมฺภีรนฺติ สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส วิเสสนํ.

๑๔๙. ยถา อนตฺตมนา อตฺตโน อนตฺถจรตาย ปรมนา เวริมนา นาม โหนฺติ, ยถาห ธมฺมราชา ธมฺมปเท,อุทาเน จ –

‘‘ทิโส ทิสํ ยํ ตํ กยิรา, เวรี วา ปน เวรินํ;

มิจฺฉาปณิหิตํ จิตฺตํ, ปาปิโย นํ ตโต กเร’’ติ. (ธ. ป. ๔๒; อุทา. ๓๓);

น เอวมิเม อนตฺตมนา, อิเม ปน อตฺตโน อตฺถจรตาย อตฺตมนา นาม โหนฺตีติ อาห ‘‘สกมนา’’ติ. สกมนตา จ ปีติยา คหิตจิตฺตตฺตาติ ทสฺเสติ ‘‘พุทฺธคตายา’’ติอาทินา.

อยํ ปน อฏฺฐกถาโต อปโร นโย – อตฺตมนาติ สมตฺตมนา, อิมาย เทสนาย ปริปุณฺณมนสงฺกปฺปาติ อตฺโถ. เทสนาวิลาโส เทสนาย วิชมฺภนํ, ตญฺจ เทสนากิจฺจนิปฺผาทกํ สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว. กรวีกสฺส รุตมิว มญฺชุมธุรสฺสโร ยสฺสาติ กรวีกรุตมญฺชู, เตน. อมตาภิเสกสทิเสนาติ กายจิตฺตทรถวูปสมกํ สพฺพสมฺภาราภิสงฺขตํ อุทกํ ทีฆายุกตาสํวตฺตนโต อมตํ นาม. เตนาภิเสกสทิเสน. พฺรหฺมุโน สโร วิย อฏฺฐงฺคสมนฺนาคโต สโร ยสฺสาติพฺรหฺมสฺสโร, เตน. อภินนฺทตีติ ตณฺหายติ, เตนาห ‘‘ตณฺหายมฺปิ อาคโต’’ติ. อเนกตฺถตฺตา ธาตูนํ อภินนฺทนฺตีติ อุปคจฺฉนฺติ เสวนฺตีติ อตฺโถติ อาห ‘‘อุปคมเนปี’’ติ.

ตถา อภินนฺทนฺตีติ สมฺปฏิจฺฉนฺตีติ อตฺถมาห ‘‘สมฺปฏิจฺฉเนปี’’ติ. อภินนฺทิตฺวาติ วุตฺโตเยวตฺโถ ‘‘อนุโมทิตฺวา’’ติ อิมินา ปกาสิโตติ สนฺธาย ‘‘อนุโมทเนปี’’ติ วุตฺตํ.

อิมเมวตฺถํ คาถาพนฺธวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘สุภาสิต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ สทฺทโต สุภาสิตํ, อตฺถโต สุลปิตํ. สีลปฺปกาสเนน วา สุภาสิตํ, สุญฺญตาปกาสเนน สุลปิตํ. ทิฏฺฐิวิภชเนน วา สุภาสิตํ, ตนฺนิพฺเพธกสพฺพญฺญุตญฺญาณวิภชเนน สุลปิตํ. เอวํ อวณฺณวณฺณนิเสธนาทีหิปิ อิธ ทสฺสิตปฺปกาเรหิ โยเชตพฺพํ. ตาทิโนติ อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ สมเปกฺขนาทีหิ ปญฺจหิ การเณหิ ตาทิภูตสฺส. อิมสฺส ปทสฺส วิตฺถาโร ‘‘อิฏฺฐานิฏฺเฐ ตาที, จตฺตาวีติ ตาที, วนฺตาวีติ ตาที’’ติอาทินา (มหานิ. ๓๘) มหานิทฺเทเส วุตฺโต, โส อุปริ อฏฺฐกถายมฺปิ อาวิภวิสฺสติ. กิญฺจาปิ ‘‘กตมญฺจ ตํ ภิกฺขเว’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๗) ตตฺถ ตตฺถ ปวตฺตาย กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาย วิสฺสชฺชนวเสน วุตฺตตฺตา อิทํ สุตฺตํ เวยฺยากรณํ นาม ภวติ. พฺยากรณเมว หิ เวยฺยากรณํ, ตถาปิ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนาวเสน ปวตฺตํ สุตฺตํ สคาถกํ เจ, เคยฺยํ นาม ภวติ. นิคฺคาถกํ, เจ องฺคนฺตรเหตุรหิตญฺจ, เวยฺยากรณํ นาม. อิติ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนาวเสน ปวตฺตสฺสาปิ เคยฺยสาธารณโต, องฺคนฺตรเหตุรหิตสฺส จ นิคฺคาถกภาวสฺเสว อนญฺญสาธารณโต ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนภาวมนเปกฺขิตฺวา นิคฺคาถกภาวเมว เวยฺยากรณเหตุตาย ทสฺเสนฺโต ‘‘นิคฺคาถกตฺตา หิ อิทํ เวยฺยากรณ’’นฺติ อาห.

กสฺมาติ โจทนํ โสเธติ ‘‘ภญฺญมาเนติ หิ วุตฺต’’นฺติ อิมินา. อุภยสมฺพนฺธปทเญฺหตํ เหฏฺฐา, อุปริ จ สมฺพชฺฌนโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ภญฺญมาเน’’ติ วตฺตมานกาลวเสน วุตฺตตฺตา น เกวลํ สุตฺตปริโยสาเนเยว, อถ โข ทฺวาสฏฺฐิยา ฐาเนสุ อกมฺปิตฺถาติ เวทิตพฺพาติ. ยเทวํ สกเลปิ อิมสฺมึ สุตฺเต ภญฺญมาเน อกมฺปิตฺถาติ อตฺโถเยว สมฺภวติ, น ปน ตสฺส ตสฺส ทิฏฺฐิคตสฺส ปริโยสาเน ปริโยสาเนติ อตฺโถติ? นายมนุโยโค กตฺถจิปิ น ปวิสติ สมฺภวมตฺเตเนว อนุยุญฺชนโต, อยํ ปน อตฺโถ น สมฺภวมตฺเตเนว วุตฺโต, อถ โข เทสนากาเล กมฺปนากาเรเนว อาจริยปรมฺปราภเตน. เตเนว หิ อากาเรนายมตฺโถ สงฺคีติมารุโฬฺห, ตถารุฬฺหนเยเนว จ สงฺคหกาเรน วุตฺโตติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ, อิตรถา อตกฺกาวจรสฺส อิมสฺสตฺถสฺส ตกฺกปริยาหตกถนํ อนุปปนฺนํ สิยาติ. เอวมีทิเสสุ. ‘‘ธาตุกฺโขเภนา’’ติอาทีสุ อตฺโถ มหาปรินิพฺพานสุตฺตวณฺณนาย (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๗๑) คเหตพฺโพ.

อปเรสุปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺเทน ปารมิปวิจยนํ สมฺปิณฺเฑติ. วุตฺตญฺหิ พุทฺธวํเส –

‘‘อิเม ธมฺเม สมฺมสโต, สภาวสรสลกฺขเณ;

ธมฺมเตเชน วสุธา, ทสสหสฺสี ปกมฺปถา’’ติ. (พุ. วํ. ๑๖๖);

ตถา สาสนปติฏฺฐานนฺตรธานาทโยปิ. ตตฺถ สาสนปติฏฺฐาเน ตาว ภควโต เวฬุวนปฏิคฺคหเณ, มหามหินฺทตฺเถรสฺส มหาเมฆวนปฏิคฺคหเณ, มหาอริฏฺฐตฺเถรสฺส วินยปิฏกสชฺฌายเนติ เอวมาทีสุ สาสนสฺส มูลานิ โอติณฺณานีติ ปีติวสํ คตา นจฺจนฺตา วิย อยํ มหาปถวี กมฺปิตฺถ. สาสนนฺตรธาเน ปน ‘‘อโห อีทิสสฺส สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธาน’’นฺติ โทมนสฺสปฺปตฺตา วิย ยถา ตํ กสฺสปสฺส ภควโต สาสนนฺตรธาเน. วุตฺตเญฺหตมปทาเน –

‘‘ตทายํ ปถวี สพฺพา, อจลา สา จลาจลา;

สาคโร จ สโสโกว, วินที กรุณํ คิร’’นฺติ. (อป. ๒.๕๔.๑๓๑);

โพธิมณฺฑูปสงฺกมเนติ วิสาขาปุณฺณมทิวเส ปฐมํ โพธิมณฺฑูปสงฺกมเน. ปํสุกูลคฺคหเณติ ปุณฺณํ นาม ทาสึ ปารุปิตฺวา อามกสุสาเน ฉฑฺฑิตสฺส สาณมยปํสุกูลสฺส ตุมฺพมตฺเต ปาเณ วิธุนิตฺวา มหาอริยวํเส ฐตฺวา คหเณ. ปํสุกูลโธวเนติ ตสฺเสว ปํสุกูลสฺส โธวเน. กาฬการามสุตฺตํ (อ. นิ. ๔.๒๔) องฺคุตฺตราคเม จตุกฺกนิปาเต. โคตมกสุตฺตมฺปิ (อ. นิ. ๓.๑๗๖) ตตฺเถว ติกนิปาเต. วีริยพเลนาติ มหาภินิกฺขมเน จกฺกวตฺติสิริปริจฺจาคเหตุภูตวีริยปฺปภาเวน. โพธิมณฺฑูปสงฺกมเน –

‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ, อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตุ;

อุปสุสฺสตุ นิสฺเสสํ, สรีเร มํสโลหิต’’นฺติ. (ม. นิ. ๒.๑๘๔; สํ. นิ. ๒.๒๒, ๒๓๗; อ. นิ. ๒.๕; ๘.๑๓; มหานิ. ๑๙๖; อวิทูเรนิทานกถา);

วุตฺตจตุรงฺคสมนฺนาคตวีริยานุภาเวนาติ ยถารหมตฺโถ เวทิตพฺโพ. อจฺฉริยเวคาภิหตาติ วิมฺหยาวหกิริยานุภาวฆฏฺฏิตา. ปํสุกูลโธวเน ภควโต ปุญฺญเตเชนาติ วทนฺติ. ปํสุกูลคฺคหเณ ยถา อจฺฉริยเวคาภิหตาติ ยุตฺตํ วิย ทิสฺสติ, ตํ ปน กทาจิ ปวตฺตตฺตา ‘‘อกาลกมฺปเนนา’’ติ วุตฺตํ. เวสฺสนฺตรชาตเก (ชา. ๒.๒๒.๑๖๕๕) ปน ปารมีปูรณปุญฺญเตเชน อเนกกฺขตฺตุํ กมฺปิตตฺตา อกาลกมฺปนํ นาม ภวติ. สกฺขินิทสฺสเน กเถตพฺพสฺส อตฺถสฺสานุรูปโต สกฺขิ วิย ภวตีติ วุตฺตํ ‘‘สกฺขิภาเวนา’’ติ ยถา ตํ มารวิชยกาเล (ชา. อฏฺฐ. ๑.อวิทูเรนิทานกถา). สาธุการทาเนนาติ ปกรณานุรูปวเสน วุตฺตํ ยถา ตํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสงฺคีติกาลาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓; ปฏิ. ม. ๓.๓๐๑).

‘‘น เกวล’’นฺติอาทินา อเนกตฺถปถวีกมฺปนทสฺสนมุเขน อิมสฺส สุตฺตสฺส มหานุภาวตาเยว ทสฺสิตา. ตตฺถ โชติวเนติ นนฺทวเน. ตญฺหิ สาสนสฺส ญาณาโลกสงฺขาตาย โชติยา ปาตุภูตฏฺฐานตฺตา โชติวนนฺติ วุจฺจตีติ วินยสํวณฺณนายํ วุตฺตํ. ธมฺมนฺติ อนมตคฺคสุตฺตาทิธมฺมํ. ปาจีนอมฺพลฏฺฐิกฏฺฐานนฺติ ปาจีนทิสาภาเค ตรุณมฺพรุกฺเขน ลกฺขิตฏฺฐานํ.

เอวนฺติ ภควตา เทสิตกาลาทีสุ ปถวีกมฺปนมติทิสติ. อเนกโสติ อเนกธา. สยมฺภุนา เทสิตสฺส พฺรหฺมชาลสฺส ยสฺส สุตฺตเสฏฺฐสฺสาติ โยชนา. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. โยนิโสติ มิจฺฉาทิฏฺฐิปฺปหานสมฺมาทิฏฺฐิสมาทานาทินา ญาเยน อุปาเยน ปฏิปชฺชนฺตูติ อตฺโถ. อยํ ตาเวตฺถ อฏฺฐกถาย ลีนตฺถวิภาวนา.