ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทวณฺณนา
๙๓. ญาเณน ทฏฺฐพฺโพติ ทิฏฺโฐ, ทิฏฺโฐ จ โส สภาวฏฺเฐน ธมฺโม จาติ ทิฏฺฐธมฺโม, ทสฺสนภูเตน ญาเณน อุปลทฺธสภาโวติ อตฺโถ. โส ปน อกฺขานมินฺทฺริยานํ อภิมุขีภูโต วิสโยเยวาติ วุตฺตํ ‘‘ปจฺจกฺขธมฺโม วุจฺจตี’’ติ. ตตฺถ โย อนินฺทฺริยวิสโย, โสปิ สุปากฏภาเวน อินฺทฺริยวิสโย วิย โหตีติ กตฺวา ตถา วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ, เตเนวาห ‘‘ตตฺถ ตตฺถ ปฏิลทฺธตฺตภาวสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ, ตสฺมึ ตสฺมึ ภเว ยถากมฺมํ ปฏิลภิตพฺพตฺตภาวสฺส วาจกํ ปทํ, นามนฺติ วา อตฺโถ. นิพฺพานญฺเจตฺถ ทุกฺขวูปสมนเมว, น อคฺคผลํ, น จ อสงฺขตธาตุ เตสมวิสยตฺตาติ อาห ‘‘ทุกฺขวูปสมน’’นฺติ. ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพาเน ปวตฺโต วาโท เอเตสนฺติ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทาติปิ ยุชฺชติ.
๙๔. กามนียตฺตา กามา จ เต อเนกาวยวานํ สมูหภาวโต สตฺตานญฺจ พนฺธนโต คุณา จาติ กามคุณาติ อตฺถํ สนฺธายาห ‘‘มนาปิยรูปาทีหี’’ติอาทิ. ยาว โผฏฺฐพฺพารมฺมณญฺเจตฺถ อาทิ-สทฺเทน สงฺคณฺหาติ. สุฏฺฐุ อปฺปิโตติ สมฺมา ฐปิโต. ฐปนา เจตฺถ อลฺลียนาติ อาห ‘‘อลฺลีโน’’ติ. ปริโต ตตฺถ ตตฺถ กามคุเณสุ ยถาสกํ อินฺทฺริยานิ จาเรติ โคจรํ คณฺหาเปตีติ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘เตสู’’ติอาทิ วุตฺตํ, เตนาห ‘‘อิโต จิโต จ อุปเนตี’’ติ. ปริ-สทฺทวิสิฏฺโฐ วา อิธ จร-สทฺโท กีฬายนฺติ วุตฺตํ ‘‘ปลฬตี’’ติอาทิ [ลฬติ (อฏฺฐกถายํ)]. ปลฬตีติ หิ ปกาเรน ลฬติ, วิลาสํ กโรตีติ อตฺโถ. ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทินา อุตฺตมกามคุณิกานเมว ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ ปญฺญเปนฺตีติ ทสฺเสติ. มนฺธาตุมหาราชวสวตฺตีเทวราชกามคุณา หิ อุตฺตมตาย นิทสฺสิตา, กสฺมาติ อาห ‘‘เอวรูเป’’ติอาทิ.
๙๕. อญฺญถาภาวาติ การเณ นิสฺสกฺกวจนํ. วุตฺตนเยนาติ สุตฺตปเทสุ เทสิตนเยน, เอเตน โสกาทีนมุปฺปชฺชนาการํ ทสฺเสติ. ญาติโภคโรคสีลทิฏฺฐิพฺยสเนหิ ผุฏฺฐสฺส เจตโส อพฺภนฺตรํ นิชฺฌายนํ โสจนํ อนฺโตนิชฺฌายนํ, ตเทว ลกฺขณเมตสฺสาติ อนฺโตนิชฺฌายนลกฺขโณ. ตสฺมึ โสเก สมุฏฺฐานเหตุภูเต นิสฺสิตํ ตนฺนิสฺสิตํ. ภุสํ วิลปนํ ลาลปฺปนํ, ตนฺนิสฺสิตเมว ลาลปฺปนํ, ตเทว ลกฺขณมสฺสาติ ตนฺนิสฺสิตลาลปฺปนลกฺขโณ. ปสาทสงฺขาเต กาเย นิสฺสิตสฺส ทุกฺขสหคตกายวิญฺญาณสฺส ปฏิปีฬนํ กายปฏิปีฬนํ, สสมฺภารกถนํ วา เอตํ ยถา ‘‘ธนุนา วิชฺฌตี’’ติ ตทุปนิสฺสยสฺส วา อนิฏฺฐรูปสฺส ปจฺฉา ปวตฺตนโต ‘‘รูปกายสฺส ปฏิปีฬน’’นฺติปิ วฏฺฏติ. ปฏิฆสมฺปยุตฺตสฺส มนโส วิเหสนํ มโนวิฆาตํ. ตเทว ลกฺขณมสฺสาติ สพฺพตฺถ โยเชตพฺพํ. ญาติพฺยสนาทินา ผุฏฺฐสฺส ปริเทวนายปิ อสกฺกุณนฺตสฺส อนฺโตคตโสกสมุฏฺฐิโต ภุโส อายาโส อุปายาโส. โส ปน เจตโส อปฺปสนฺนากาโร เอวาติ อาห ‘‘วิสาทลกฺขโณ’’ติ. สาทนํ ปสาทนํ สาโท, ปสนฺนตา. อนุปสคฺโคปิ หิ สทฺโท สอุปสคฺโค วิย ยถาวุตฺตสฺส อตฺถสฺส โพธโก ยถา ‘‘โคตฺรภู’’ติ. เอวํ สพฺพตฺถ. ตโต วิคมนํ วิสาโท, อปฺปสนฺนภาโว.
๙๖. วิตกฺกนํ วิตกฺกิตํ, ตํ ปนตฺถโต วิตกฺโกว, ตถา วิจาริตนฺติ เอตฺถาปิ, เตน วุตฺตํ ‘‘อภินิโรปนวเสน ปวตฺโต วิตกฺโก’’ติอาทิ. เอเตนาติ วิตกฺกวิจาเร ปรามสิตฺวา กรณนิทฺเทโส, เหตุนิทฺเทโส วา. เตเนตมตฺถํ ทีเปติ ‘‘โขภกรสภาวตฺตา วิตกฺกวิจารานํ ตํสหิตมฺปิ ฌานํ เตหิ สอุปฺปีฬนํ วิย โหตี’’ติ, เตนาห ‘‘สกณฺฏกํ [ภกณฺฑกํ (อฏฺฐกถายํ)] วิย ขายตี’’ติ. โอฬาริกภาโว หิ วิตกฺกวิจารสงฺขาเตน กณฺฏเกน สห ปวตฺตกถา. กณฺฏกสหิตภาโว จ สอุปฺปีฬนตา เอว, โลเก หิ สกณฺฏกํ ผรุสกํ โอฬาริกนฺติ วทนฺติ.
๙๗. ปีติคตํ ปีติเยว ‘‘ทิฏฺฐิคต’’นฺติอาทีสุ (ธ. ส. ๓๘๑; มหานิ. ๑๒) วิย คต-สทฺทสฺส ตพฺภาววุตฺติโต. อยญฺหิ สํวณฺณกานํ ปกติ, ยทิทํ อนตฺถกปทํ, ตุลฺยาธิกรณปทญฺจ ฐเปตฺวา อตฺถวณฺณนา. ตถา หิ ตตฺถ ตตฺถ ทิสฺสติ. ‘‘โยปนาติ โย ยาทิโส, (ปารา. ๔๕) นิพฺพานธาตูติ นิพฺพายนมตฺต’’นฺติ จ อาทิ. ยาย นิมิตฺตภูตาย อุพฺพิลาวนปีติยา อุปฺปนฺนาย จิตฺตํ อุพฺพิลาวิตํ นาม, สาเยว อุพฺพิลาวิตตฺตํ ภาววาจกสฺส นิมิตฺเต ปวตฺตนโต. อิติ ปีติยา อุปฺปนฺนาย เอว จิตฺตสฺส อุพฺพิลาวนโต ตสฺส อุพฺพิลาวิตภาโว ปีติยา กโต นามาติ อาห ‘‘อุพฺพิลภาวกรณ’’นฺติ.
๙๘. อาภุชนํ มนสิกรณํ อาโภโค. สมฺมา อนุกฺกเมน, ปุนปฺปุนํ วา อารมฺมณสฺส อาหาโร สมนฺนาหาโร. อยํ ปน ฏีกายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๙๘) วุตฺตนโย – จิตฺตสฺส อาภุคฺคภาโว อารมฺมเณ อภินตภาโว อาโภโค. สุเขน หิ จิตฺตํ อารมฺมเณ อภินตํ โหติ, น ทุกฺเขน วิย อปนตํ, นาปิ อทุกฺขมสุเขน วิย อนภินตํ, อนปนตญฺจาติ. เอตฺถ จ ‘‘มนุญฺญโภชนาทีสุ ขุปฺปิปาสาทิอภิภูตสฺส วิย กาเมหิ วิเวจิยมานสฺส อุปาทารมฺมณปตฺถนาวิเสสโต อภิวฑฺฒติ, มนุญฺญโภชนํ ภุตฺตาวิโน วิย ปน อุฬารกามรสสฺส ยาวทตฺถํ นิจิตสฺส สหิตสฺส ภุตฺตกามตาย กาเมสุ ปาตพฺยตา น โหติ, วิสยานภิคิทฺธนโต วิสเยหิ ทุมฺโมจิเยหิ ชลูกา วิย สยเมว มุจฺจตี’’ติ จ อโยนิโส อุมฺมุชฺชิตฺวา กามคุณสนฺตปฺปิตตาย สํสารทุกฺขวูปสมํ พฺยากาสิ ปฐมวาที. กามาทีนํ อาทีนวทสฺสิตาย, ปฐมาทิฌานสุขสฺส สนฺตภาวทสฺสิตาย จ ปฐมาทิฌานสุขติตฺติยา สํสารทุกฺขุปจฺเฉทํ พฺยากํสุ ทุติยาทิวาทิโน. อิธาปิ อุจฺเฉทวาเทว วุตฺตปฺปกาโร วิจาโร ยถาสมฺภวํ อาเนตฺวา วตฺตพฺโพ. อยํ ปเนตฺถ วิเสโส – เอกสฺมิมฺปิ อตฺตภาเว ปญฺจ วาทา ลพฺภนฺติ. ปฐมวาเท ยทิ กามคุณสมปฺปิโต อตฺตา, เอวํ โส ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโต. ทุติยาทิวาเทสุ ยทิ ปฐมวาทสงฺคหิโต โสเยว อตฺตา ปฐมชฺฌานาทิสมงฺคี, เอวํ สติ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโตติ. เตเนว หิ อุจฺเฉทวาเท วิย อิธ ปาฬิยํ ‘‘อญฺโญ อตฺตา’’ติ อญฺญคฺคหณํ น กตํ. กถํ ปน อจฺจนฺตนิพฺพานปญฺญาปกสฺส อตฺตโน ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทสฺส สสฺสตทิฏฺฐิยา สงฺคโห, น อุจฺเฉททิฏฺฐิยาติ? ตํตํสุขวิเสสสมงฺคิตาปฏิลทฺเธน พนฺธวิโมกฺเขน สุทฺธสฺส อตฺตโน สกรูเปเนว อวฏฺฐานทีปนโต. เตสญฺหิ ตถาปฏิลทฺเธน กมฺมพนฺธวิโมกฺเขน สุทฺโธ หุตฺวา ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโต อตฺตา สกรูเปเนว อวฏฺฐาสีติ ลทฺธิ. ตถา หิ ปาฬิยํ ‘‘เอตฺตาวตา โข โภ อยํ อตฺตา ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ ปตฺโต โหตี’’ติ สสฺสตภาวญาปกจฺฉายาย เอว เตสํ วาททสฺสนํ กตนฺติ.
‘‘เอตฺตาวตา’’ติอาทินา ปาฬิยตฺถสมฺปิณฺฑนํ. ตตฺถ ยาสนฺติ ยถาวุตฺตานํ ทิฏฺฐีนํ อนิยมนิทฺเทสวจนํ. ตสฺส อิมา ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย กถิตาติ นิยมนํ, นิยตานเปกฺขวจนํ วา เอตํ ‘‘ยํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ อาคตฏฺฐาเน วิย. เสสาติ ปญฺจปญฺญาส ทิฏฺฐิโย. ตาสุ อนฺตานนฺติกวาทาทีนํ สสฺสตทิฏฺฐิสงฺคหภาโว ตตฺถ ตตฺถ ปกาสิโตเยว. กึ ปเนตฺถ การณํ, ปุพฺพนฺตาปรนฺตา เอว ทิฏฺฐาภินิเวสสฺส วิสยภาเวน ทสฺสิตา, น ปน ตทุภยเมกชฺฌนฺติ? อสมฺภโว เอเวตฺถ การณํ. น หิ ปุพฺพนฺตาปรนฺเตสุ วิย ตทุภยวินิมุตฺเต มชฺฌนฺเต ทิฏฺฐิกปฺปนา สมฺภวติ ตทุภยนฺตรมตฺเตน อิตฺตรกาลตฺตา. อถ ปน ปจฺจุปฺปนฺนตฺตภาโว ตทุภยเวมชฺฌํ, เอวํ สติ ทิฏฺฐิกปฺปนากฺขโม ตสฺส อุภยสภาโว ปุพฺพนฺตาปรนฺเตสุเยว อนฺโตคโธติ กถํ ตทุภยเมกชฺฌํ อทสฺสิตํ สิยา. อถ วา ปุพฺพนฺตาปรนฺตวนฺตตาย ‘‘ปุพฺพนฺตาปรนฺโต’’ติ มชฺฌนฺโต วุจฺจติ, โสปิ ‘‘ปุพฺพนฺตกปฺปิกา จ อปรนฺตกปฺปิกา จ ปุพฺพนฺตาปรนฺตกปฺปิกา จา’’ติ อุปริ วทนฺเตน ภควตา ปุพฺพนฺตาปรนฺเตหิ วิสุํ กตฺวา วุตฺโตเยวาติ ทฏฺฐพฺโพ. อฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘สพฺเพปิ เต ปุพฺพนฺตาปรนฺตกปฺปิเก’’ติ เอเตน สามญฺญนิทฺเทเสน, เอกเสเสน วา สงฺคหิโตติ เวทิตพฺพํ. อญฺญถา หิ สงฺกฑฺฒิตฺวา วุตฺตวจนสฺส นิรวเสสสงฺกฑฺฒนาภาวโต อนตฺถกตา อาปชฺเชยฺยาติ. เก ปน เต ปุพฺพนฺตาปรนฺตกปฺปิกาติ? เย อนฺตานนฺติกา หุตฺวา ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทาติ เอวมาทินา อุภยสมฺพนฺธาภินิเวสิโน เวทิตพฺพา.
๑๐๐-๑๐๔. ‘‘อิทานี’’ติอาทินา อปฺปนาวจนทฺวยสฺส วิเสสํ ทสฺเสติ. ตตฺถ เอกชฺฌนฺติ ราสิกรณตฺเถ นิปาโต. เอกธา กโรตีติ เอกชฺฌนฺติปิ เนรุตฺติกา, ภาวนปุํสกญฺเจตํ. อิติ-สทฺโท อิทมตฺโถ, อิมินา ปกาเรน ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺเชสีติ อตฺโถ. อชฺฌาสยนฺติ สสฺสตุจฺเฉทวเสน ทิฏฺฐิชฺฌาสยํ. ตทุภยวเสน หิ สตฺตานํ สํกิเลสปกฺเข ทุวิโธ อชฺฌาสโย. ตถา หิ วุตฺตํ –
‘‘สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิ จ, ขนฺติ เจวานุโลมิกา;
ยถาภูตญฺจ ยํ ญาณํ, เอตํ อาสยสทฺทิต’’นฺติ. (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๑๓๖; ที. นิ. ฏี. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา; สารตฺถ. ฏี. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา, เวรชฺชกณฺฑวณฺณนา; วิ. วิ. ฏี. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนาปิ ปสฺสิตพฺพํ);
ตญฺจ ภควา อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ อปริมาเณ เอว เญยฺยวิเสเส อุปฺปชฺชนวเสน อเนกเภทภินฺนมฺปิ ‘‘จตฺตาโร ชนา สสฺสตวาทา’’ติอาทินา ทฺวาสฏฺฐิยา ปเภเทหิ สงฺคณฺหนวเสน สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ทสฺเสนฺโต ปมาณภูตาย ตุลาย ธารยมาโน วิย โหตีติ อาห ‘‘ตุลาย ตุลยนฺโต วิยา’’ติ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘อนฺโตชาลีกตา’’ติอาทิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๖) ‘‘สิเนรุปาทโต วาลุกํ อุทฺธรนฺโต วิยา’’ติ ปน เอเตน สพฺพญฺญุตญฺญาณโต อญฺญสฺส ญาณสฺส อิมิสฺสา เทสนาย อสกฺกุเณยฺยตํ ทสฺเสติ ปรมคมฺภีรตาวจนโต.
เอตฺถ จ ‘‘สพฺเพ เต อิเมเหว ทฺวาสฏฺฐิยา วตฺถูหิ, เอเตสํ วา อญฺญตเรน, นตฺถิ อิโต พหิทฺธา’’ติ วจนโต, ปุพฺพนฺตกปฺปิกาทิตฺตยวินิมุตฺตสฺส จ กสฺสจิ ทิฏฺฐิคติกสฺส อภาวโต ยานิ ตานิ สามญฺญผลาทิสุตฺตนฺตเรสุ วุตฺตปฺปการานิ อกิริยาเหตุกนตฺถิกวาทาทีนิ, ยานิ จ อิสฺสรปกติปชาปติปุริสกาลสภาวนิยติยทิจฺฉาวาทาทิปฺปเภทานิ ทิฏฺฐิคตานิ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๖๐-๑๖๒; วิภ. อนุฏี. ๒.๑๙๔-๑๙๕ วากฺยขนฺเธสุ ปสฺสิตพฺพํ) พหิทฺธาปิ ทิสฺสมานานิ, เตสํ เอตฺเถว สงฺคหโต อนฺโตคธตา เวทิตพฺพา. กถํ? อกิริยวาโท ตาว ‘‘วญฺโฌ กูฏฏฺโฐ’’ติอาทินา กิริยาภาวทีปนโต สสฺสตวาเท อนฺโตคโธ, ตถา ‘‘สตฺติเม กายา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๗๔) นยปฺปวตฺโต ปกุธวาโท, ‘‘นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สํกิเลสายา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๖๘) นยปฺปวตฺโต อเหตุกวาโท จ อธิจฺจสมุปฺปนฺนวาเท. ‘‘นตฺถิ ปโร โลโก’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๗๑) นยปฺปวตฺโต นตฺถิกวาโท อุจฺเฉทวาเท. ตถา หิ ตตฺถ ‘‘กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๘๕) วุตฺตํ. ปฐเมน อาทิ-สทฺเทน นิคณฺฐวาทาทโย สงฺคหิตา.
ยทิปิ ปาฬิยํ (ที. นิ. ๑.๑๗๗) นาฏปุตฺตวาทภาเวน จาตุยามสํวโร อาคโต, ตถาปิ สตฺตวตาติกฺกเมน วิกฺเขปวาทิตาย นาฏปุตฺตวาโทปิ สญฺจยวาโท วิย อมราวิกฺเขปวาเทสุ อนฺโตคโธ. ‘‘ตํ ชีวํ ตํ สรีรํ, อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีร’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๓๗๗; ม. นิ. ๒.๑๒๒; สํ. นิ. ๒.๓๕) เอวํปการา วาทา ปน ‘‘รูปี อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณา’’ติอาทิวาเทสุ สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. ‘‘โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา, อตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ เอวํปการา สสฺสตวาเท. ‘‘น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา, นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ เอวํปการา อุจฺเฉทวาเท. ‘‘โหติ จ น โหติ จ ตถาคโต ปรํ มรณา, อตฺถิ จ นตฺถิ จ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ เอวํปการา เอกจฺจสสฺสตวาเท. ‘‘เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา, เนวตฺถิ น นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ เอวํปการา อมราวิกฺเขปวาเท. อิสฺสรปกติปชาปติปุริสกาลวาทา เอกจฺจสสฺสตวาเท. กณาทวาโท, สภาวนิยติยทิจฺฉาวาทา จ อธิจฺจสมุปฺปนฺนวาเท สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. อิมินา นเยน สุตฺตนฺตเรสุ, พหิทฺธา จ อญฺญติตฺถิยสมเย ทิสฺสมานานํ ทิฏฺฐิคตานํ อิมาสุเยว ทฺวาสฏฺฐิยา ทิฏฺฐีสุ อนฺโตคธตา เวทิตพฺพา. เต ปน ตตฺถ ตตฺถาคตนเยน วุจฺจมานา คนฺถวิตฺถารกรา, อติตฺเถ จ ปกฺขนฺทนมิว โหตีติ น วิตฺถารยิมฺห. อิธ ปาฬิยํ อตฺถวิจารณาย อฏฺฐกถายํ อนุตฺตานตฺถปกาสนเมว หิ อมฺหากํ ภาโรติ.
‘‘เอวมยํ ยถานุสนฺธิวเสน เทสนา อาคตา’’ติ วจนปฺปสงฺเคน สุตฺตสฺสานุสนฺธโย วิภชิตุํ ‘‘ตโย หี’’ติอาทิมาห. อตฺถนฺตรนิเสธนตฺถญฺหิ วิเสสนิทฺธารณํ. ตตฺถ อนุสนฺธนํ อนุสนฺธิ, สมฺพนฺธมตฺตํ, ยํ เทสนาย การณฏฺเฐน ‘‘สมุฏฺฐาน’’นฺติปิ วุจฺจติ. ปุจฺฉาทโย หิ เทสนาย พาหิรการณํ ตทนุรูเปน เทสนาปวตฺตนโต. ตํสมฺพนฺโธปิ ตนฺนิสฺสิตตฺตา การณเมว. อพฺภนฺตรการณํ ปน มหากรุณาเทสนาญาณาทโย. อยมตฺโถ อุปริ อาวิ ภวิสฺสติ. ปุจฺฉาย กโต อนุสนฺธิ ปุจฺฉานุสนฺธิ, ปุจฺฉํ อนุสนฺธึ กตฺวา เทสิตตฺตา สุตฺตสฺส สมฺพนฺโธ ปุจฺฉาย กโต นาม โหติ. ปุจฺฉาสงฺขาโต อนุสนฺธิ ปุจฺฉานุสนฺธีติปิ ยุชฺชติ. ปุจฺฉานิสฺสิเตน หิ อนุสนฺธินา ตนฺนิสฺสยภูตา ปุจฺฉาปิ คหิตาติ. อถ วา อนุสนฺธหตีติ อนุสนฺธิ, ปุจฺฉาสงฺขาโต อนุสนฺธิ เอตสฺสาติ ปุจฺฉานุสนฺธิ, ตํตํสุตฺตปเทโส. ปุจฺฉาย วา อนุสนฺธียตีติ ปุจฺฉานุสนฺธิ, ปุจฺฉํ วจนสมฺพนฺธํ กตฺวา เทสิโต ตํสมุฏฺฐานิโก ตํตํสุตฺตปเทโสว. อชฺฌาสยานุสนฺธิมฺหิปิ เอเสว นโย. อนุสนฺธียตีติ อนุสนฺธิ, โย โย อนุสนฺธิ, อนุสนฺธิโน อนุรูปํ วา ยถานุสนฺธิ.
ปุจฺฉาย, อชฺฌาสเยน จ อนนุสนฺธิโก อาทิมฺหิ เทสิตธมฺมสฺส อนุรูปธมฺมวเสน วา ตปฺปฏิปกฺขธมฺมวเสน วา ปวตฺโต อุปริสุตฺตปเทโส. ตถา หิ โส ‘‘เยน ปน ธมฺเมน…เป… กกจูปมา อาคตา’’ติอาทินา (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๐-๑๐๔) อฏฺฐกถายํ วุตฺโต, ยถาปาฬิมยํ วิภาโคติ ทสฺเสติ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทินา. ตตฺถ ‘‘เอวํ วุตฺเต นนฺโท โคปาลโก ภควนฺตํ เอตทโวจา’’ติ ปฐนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ สุตฺเต ตถา อภาวโต. ‘‘เอวํ วุตฺเต นนฺทโคปาลกสุตฺเต ภควนฺตํ เอตทโวจา’’ติ ปน ปฐิตพฺพํ ตสฺมึ สุตฺเต ‘‘อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจา’’ติ อตฺถสฺส อุปปตฺติโต. อิทญฺหิ สํยุตฺตาคมวเร สฬายตนวคฺเค สงฺคีตสุตฺตํ. คงฺคาย วุยฺหมานํ ทารุกฺขนฺธํ อุปมํ กตฺวา สทฺธาปพฺพชิเต กุลปุตฺเต เทสิเต นนฺโท โคปาลโก ‘‘อหมิมํ ปฏิปตฺตึ ปูเรสฺสามี’’ติ ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ, อุปสมฺปทญฺจ คเหตฺวา ตถาปฏิปชฺชมาโน นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปตฺโต. ตสฺมา ‘‘นนฺทโคปาลกสุตฺต’’นฺติ ปญฺญายิตฺถ. ‘‘กึ นุ โข ภนฺเต’’ติอาทีนิ ปน อญฺญตโรเยว ภิกฺขุ อโวจ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ ‘‘เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ ‘กึ นุ โข ภนฺเต, โอริมํ ตีร’นฺติอาทิ’’.
ตตฺรายมตฺโถ – เอวํ วุตฺเตติ ‘‘สเจ โข ภิกฺขเว, ทารุกฺขนฺโธ น โอริมํ ตีรํ อุปคจฺฉตี’’ติอาทินา คงฺคาย วุยฺหมานํ ทารุกฺขนฺธํ อุปมํ กตฺวา สทฺธาปพฺพชิเต กุลปุตฺเต เทสิเต. ภควนฺตํ เอตทโวจาติ อนุสนฺธิกุสลตาย ‘‘กึ นุ โข ภนฺเต’’ติอาทิวจนมโวจ. ตถาคโต หิ ‘‘อิมิสฺสํ ปริสติ นิสินฺโน อนุสนฺธิ กุสโล อตฺถิ, โส มํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสตี’’ติ เอตฺตเกเนว เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. โอริมํ ตีรนฺติ โอริมภูตํ ตีรํ. ตถา ปาริมํ ตีรนฺติ. มชฺเฌ สํสีโทติ เวมชฺเฌ สํสีทนํ นิมฺมุชฺชนํ. ถเล อุสฺสาโทติ ชลมชฺเฌ อุฏฺฐิเต ถลสฺมึ อุสฺสาริโต อารุโฬฺห. มนุสฺสคฺคาโหติ มนุสฺสานํ สมฺพนฺธีภูตานํ, มนุสฺเสหิ วา คหณํ. ตถา อมนุสฺสคฺคาโหติ อาวฏฺฏคฺคาโหติ อุทกาวฏฺเฏน คหณํ. อนฺโตปูตีติ วกฺกหทยาทีสุ อปูติกสฺสาปิ คุณานํ ปูติภาเวน อพฺภนฺตรํปูตีติ.
‘‘อถ โข อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน’’ติอาทิ มชฺฌิมาคมวเร อุปริปณฺณาสเก มหาปุณฺณมสุตฺตํ (ม. นิ. ๓.๘๘-๙๐) ตตฺรายมตฺโถ – อิติ กิราติ เอตฺถ กิร-สทฺโท อรุจิยํ, เตน ภควโต ยถาเทสิตาย อตฺตสุญฺญตาย อตฺตโน อรุจิยภาวํ ทีเปติ. โภติ ธมฺมาลปนํ, อมฺโภ สภาวธมฺมาติ อตฺโถ. ยทิ รูปํ อนตฺตา…เป… วิญฺญาณํ อนตฺตา. เอวํ สตีติ สปาฐเสสโยชนา. อนตฺตกตานีติ อตฺตนา น กตานิ, อนตฺตภูเตหิ วา ขนฺเธหิ กตานิ. กมตฺตานํ ผุสิสฺสนฺตีติ กีทิสมตฺตภาวํ ผุสิสฺสนฺติ. อสติ อตฺตนิ ขนฺธานญฺจ ขณิกตฺตา ตานิ กมฺมานิ กํ นาม อตฺตานํ อตฺตโน ผเลน ผุสิสฺสนฺติ, โก กมฺมผลํ ปฏิสํเวทิสฺสตีติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺส ภิกฺขุโน เจโตปริวิตกฺกํ อตฺตโน เจตสา เจโต – ปริยญาณสมฺปยุตฺเตน สพฺพญฺญุตญฺญาณสมฺปยุตฺเตน วา อญฺญาย ชานิตฺวาติ สมฺพนฺโธ.
อวิทฺวาติ สุตาทิวิรเหน อริยธมฺมสฺส อโกวิทตาย อปณฺฑิโต. วิทฺวาติ หิ ปณฺฑิตาธิวจนํ วิทติ ชานาตีติ กตฺวา. อวิชฺชาคโตติ อวิชฺชาย อุปคโต, อริยธมฺเม อวินีตตาย อปฺปหีนาวิชฺโชติ อตฺโถ. ตณฺหาธิปเตยฺเยน เจตสาติ ‘‘ยทิ อหํ นาม โกจิ นตฺถิ, เอวํ สติ มยา กตสฺส กมฺมสฺส ผลํ โก ปฏิสํเวเทติ, สติ ปน ตสฺมึ สิยา กมฺมผลูปโภโค’’ติ ตณฺหาธิปติโต อาคเตน อตฺตวาทุปาทานสหคเตน เจตสา. อติธาวิตพฺพนฺติ อติกฺกมิตฺวา ธาวิตพฺพํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ขณิกตฺเตปิ สงฺขารานํ ยสฺมึ สนฺตาเน กมฺมํ กตํ, ตตฺเถว ผลูปปตฺติโต ธมฺมปุญฺชมตฺตสฺเสว สิทฺเธ กมฺมผลสมฺพนฺเธ เอกตฺตนยํ มิจฺฉา คเหตฺวา เอเกน การกเวทกภูเตน ภวิตพฺพํ, อญฺญถา กมฺมกมฺมผลานมสมฺพนฺโธ สิยาติ อตฺตตฺตนิยสุญฺญตาปกาสนํ สตฺถุสาสนํ อติกฺกมิตพฺพํ มญฺเญยฺยาติ. อิทานิ อนติธาวิตพฺพตํ วิภาเวตุํ ‘‘ตํ กึ มญฺญถา’’ติอาทิมาห.
อุปริ เทสนาติ เทสนาสมุฏฺฐานธมฺมทีปิกาย เหฏฺฐิมเทสนาย อุปริ ปวตฺติตา เทสนา. เทสนาสมุฏฺฐานธมฺมสฺส อนุรูปปฏิปกฺขธมฺมปฺปกาสนวเสน ทุวิเธสุ ยถานุสนฺธีสุ อนุรูปธมฺมปฺปกาสนวเสน ยถานุสนฺธิทสฺสนเมตํ ‘‘อุปริ ฉ อภิญฺญา อาคตา’’ติ. ตทวเสสํ ปน สพฺพมฺปิ ปฏิปกฺขธมฺมปฺปกาสนวเสน. มชฺฌิมาคมวเร มูลปณฺณาสเกเยว เจตานิ สุตฺตานิ. กิเลเสนาติ ‘‘โลโภ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส’’ติอาทินา กิเลสวเสน. ภณฺฑเนนาติ วิวาเทน. อกฺขนฺติยาติ โกเปน. กกจูปมาติ ขรปนฺติอุปมา. อิมสฺมิมฺปีติ ปิ-สทฺโท อเปกฺขายํ ‘‘อยมฺปิ ปาราชิโก’’ติอาทีสุ (วิ. ๑.๗๒-๗๓, ๑๖๗, ๑๗๑, ๑๙๕, ๑๙๗) วิย, สมฺปิณฺฑเน วา, เตน ยถา วตฺถสุตฺตาทีสุ ปฏิปกฺขธมฺมปฺปกาสนวเสน ยถานุสนฺธิ, เอวํ อิมสฺมิมฺปิ พฺรหฺมชาเลติ อเปกฺขนํ, สมฺปิณฺฑนํ วา กโรติ. ตถา หิ นิจฺจสาราทิปญฺญาปกานํ ทิฏฺฐิคตานํ วเสน อุฏฺฐิตายํ เทสนา นิจฺจสาราทิสุญฺญตาปกาสเนน นิฏฺฐาปิตาติ. ‘‘เตนา’’ติอาทินา ยถาวุตฺตสํวณฺณนาย คุณํ ทสฺเสติ.