อุจฺเฉทวาทวณฺณนา
๘๔. อวิชฺชมานสฺส วินาสาสมฺภวโต อตฺถิภาวเหตุโก อุจฺเฉโทติ ทสฺเสตุํ วิชฺชมานวาจเกน สนฺต-สทฺเทน ‘‘สโต’’ติ ปาฬิยํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘วิชฺชมานสฺสา’’ติ. วิชฺชมานตาปยุตฺโต เจส ทิฏฺฐิคติกวาทวิสโย สตฺโตเยว อิธ อธิปฺเปโตติ ทสฺสนตฺถํ ปาฬิยํ ‘‘สตฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ, เตน อิมมตฺถํ ทสฺเสติ – ยถา เหตุผลภาเวน ปวตฺตมานานํ สภาวธมฺมานํ สติปิ เอกสนฺตานปริยาปนฺนานํ ภินฺนสนฺตติปติเตหิ วิเสเส เหตุผลภูตานํ ปรมตฺถโต ภินฺนสภาวตฺตา ภินฺนสนฺตานปติตานํ วิย อจฺจนฺตํ เภทสนฺนิฏฺฐาเนน นานตฺตนยสฺส มิจฺฉาคหณํ อุจฺเฉทาภินิเวสสฺส การณํ, เอวํ เหตุผลภูตานํ วิชฺชมาเนปิ สภาวเภเท เอกสนฺตติปริยาปนฺนตาย เอกตฺตนเยน อจฺจนฺตมเภทคหณมฺปิ การณเมวาติ. สนฺตานวเสน หิ ปวตฺตมาเนสุ ขนฺเธสุ ฆนวินิพฺโภคาภาเวน เตสํ อิธ สตฺตคาโห, สตฺตสฺส จ อตฺถิภาวคาหเหตุโก อุจฺเฉทวาโท, อนุปุพฺพนิโรธวเสน ปน นิรนฺตรวินาโส อิธ ‘‘อุจฺเฉโท’’ติ อธิปฺเปโต ยาวายํ อตฺตา อุจฺฉิชฺชมาโน ภวติ, ตาวายํ วิชฺชติเยวาติ คหณโตติ อาห ‘‘อุปจฺเฉท’’นฺติ. อุ-สทฺโท หิ อุป-สทฺทปริยาโย, โส จ อุปสงฺกมนตฺโถ, อุปสงฺกมนญฺเจตฺถ อนุปุพฺพมุปฺปชฺชิตฺวา อปราปรํ นิโรธวเสน นิรนฺตรตา. อปิจ ปุนานุปฺปชฺชมานวเสน นิรุทยวินาโสเยว อุจฺเฉโท นาม ยถาวุตฺตนเยน คหณโตติ อาห ‘‘อุปจฺเฉท’’นฺติ. อุ-สทฺโท, หิ อุป-สทฺโท จ เอตฺถ อุปริภาคตฺโถ. นิรุทฺธโต ปรภาโค จ อิธ อุปริภาโคติ วุจฺจติ.
นิรนฺตรวเสน, นิรุทยวเสน วา วิเสเสน นาโส วินาโส, โส ปน มํสจกฺขุปญฺญาจกฺขูนํ ทสฺสนปถาติกฺกมนโต อทสฺสนเมวาติ อาห ‘‘อทสฺสน’’นฺติ. อทสฺสเน หิ นาส-สทฺโท โลเก นิรุโฬฺห ‘‘เทฺว จาปเร วณฺณวิการนาสา’’ติอาทีสุ (กาสิกา ๖-๓-๑๐๙ สุตฺตํ ปสฺสิตพฺพํ) วิย. ภาววิคมนฺติ สภาวาปคมํ. ยถาธมฺมํ ภวนํ ภาโวติ หิ อตฺเถน อิธ ภาว-สทฺโท สภาววาจโก. โย ปน นิรนฺตรํ นิรุทยวินาสวเสน อุจฺฉิชฺชติ, โส อตฺตโน สภาเวน ฐาตุมสกฺกุเณยฺยตาย ‘‘ภาวาปคโม’’ติ วุจฺจติ. ‘‘ตตฺถา’’ติอาทินา อุจฺเฉทวาทสฺส ยถาปาฐํ สมุทาคมํ นิทสฺสนมตฺเตน ทสฺเสติ, เตน วกฺขติ ‘‘ตถา จ อญฺญถา จ วิกปฺเปตฺวาวา’’ติ. ตตฺถาติ ‘‘สโต สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญเปนฺตี’’ติ วจเน. ลาภีติ ทิพฺพจกฺขุญาณลาภี. ตทวเสสลาภี เจว สพฺพโส อลาภี จ อิธ อปรนฺตกปฺปิกฏฺฐาเน ‘‘อลาภี’’ เตฺวว วุจฺจติ.
จุตินฺติ เสกฺขปุถุชฺชนานมฺปิ จุติเมว. เอส นโย จุติมตฺตเมวาติ เอตฺถาปิ. อุปปตฺตึ อปสฺสนฺโตติ ทฏฺฐุํ สมตฺเถปิ สติ อโนโลกนวเสน อปสฺสนฺโต. น อุปปาตนฺติ ปุพฺพโยคาภาเวน, ปริกมฺมากรเณน วา อุปปตฺตึ ทฏฺฐุํ น สกฺโกติ, เอวญฺจ กตฺวา นยทฺวเย วิเสโส ปากโฏ โหติ. โก ปรโลกํ ชานาติ, น ชานาติเยวาติ นตฺถิกวาทวเสน อุจฺเฉทํ คณฺหาตีติ สห ปาฐเสเสน สมฺพนฺโธ, นตฺถิกวาทวเสน มหามูฬฺหภาเวเนว ‘‘อิโต อญฺโญ ปรโลโก อตฺถี’’ติ อนวโพธนโต อิมํ ทิฏฺฐึ คณฺหาตีติ อธิปฺปาโย. ‘‘เอตฺตโกเยว วิสโย, ยฺวายํ อินฺทฺริยโคจโร’’ติ อตฺตโน ธีตุยา หตฺถคฺคณฺหนกราชา วิย กามสุขาภิรตฺตตายปิ คณฺหาตีติ อาห ‘‘กามสุขคิทฺธตาย วา’’ติ. วณฺฏโต ปติตปณฺณานํ วณฺเฏน อปฏิสนฺธิกภาวํ สนฺธาย ‘‘น ปุน วิรุหนฺตี’’ติ วุตฺตํ. เอวเมว สตฺตาติ ยถา ปณฺฑุปลาโส พนฺธนา ปวุตฺโต ปุน น ปฏิสนฺธียติ, เอวเมว สพฺเพปิ สตฺตา อปฺปฏิสนฺธิกา มรณปริโยสานา อโปโนพฺภวิกา อปฺปฏิสนฺธิกมรณเมว นิคจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. อุทกปุพฺพุฬกูปมา หิ สตฺตา ปุน อนุปฺปชฺชมานโตติ ตสฺส ลทฺธิ. ตถาติ ‘‘ลาภี อนุสฺสรนฺโต’’ติอาทินา [อรหโต (อฏฺฐ)] นิทสฺสนวเสน วุตฺตปฺปกาเรน. อญฺญถาติ ตกฺกนสฺส อเนกปฺปการสมฺภวโต ตโต อญฺเญนปิ ปกาเรน. ลาภิโนปิ จุติโต อุทฺธํ อุปปาตสฺส อทสฺสนมตฺตํ ปติ ตกฺกเนเนว อิมา ทิฏฺฐิโย อุปฺปชฺชนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘วิกปฺเปตฺวาวา’’ติ. ตถา จ วิกปฺเปตฺวาว อุปฺปนฺนา อญฺญถา จ วิกปฺเปตฺวาว อุปฺปนฺนาติ หิ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ ‘‘เทฺว ชนา’’ติอาทินา อุจฺเฉทคฺคาหกปฺปเภททสฺสเนน อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. ยถา อมราวิกฺเขปิกวาทา เอกนฺตอลาภีวเสเนว เทสิตา, ยถา จ อุทฺธมาฆาตนิกสญฺญีวาเท จตุตฺถจตุกฺเก สญฺญีวาทา เอกนฺตลาภีวเสเนว เทสิตา, นยิเม. อิเม ปน สสฺสเตกจฺจสสฺสตวาทาทโย วิย ลาภีอลาภีวเสเนว เทสิตาติ. ยเทวํ กสฺมา สสฺสตวาทาทีสุ วิย ลาภีวเสน, ตกฺกีวเสน จ ปจฺเจกํ เทสนมกตฺวา สสฺสตวาทาทิเทสนาหิ อญฺญถา อิธ เทสนา กตาติ? วุจฺจเต – เทสนาวิลาสปฺปตฺติโต. เทสนาวิลาสปฺปตฺตา หิ พุทฺธา ภควนฺโต, เต เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปํ วิวิเธนากาเรน ธมฺมํ เทเสนฺติ, น อญฺญถา. ยทิ หิ อิธาปิ จ ตถาเทสนาย นิพนฺธนภูโต เวเนยฺยชฺฌาสโย ภเวยฺย, ตถารูปเมว ภควา วเทยฺย, กถํ? ‘‘อิธ ภิกฺขเว, เอกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อาตปฺปมนฺวาย…เป… ยถา สมาหิเต จิตฺเต สตฺตานํ จุตูปปาตญาณาย จิตฺตํ อภินินฺนาเมติ, โส ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน อรหโต จุติจิตฺตํ ปสฺสติ, ปุถูนํ วา ปรสตฺตานํ, น เหว โข ตทุทฺธํ อุปปตฺตึ. โส เอวมาห ‘ยโต โข โภ อยํ อตฺตา รูปี จาตุมหาภูติโก มาตาเปตฺติกสมฺภโว กายสฺส ภโท อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ, น โหติ ปรํ มรณา’ติอาทินา’’ วิเสสลาภิโน, ตกฺกิโน จ วิสุํ กตฺวา. ยสฺมา ปน ตถาเทสนาย นิพนฺธนภูโต เวเนยฺยชฺฌาสโย น อิธ ภวติ, ตสฺมา เทสนาวิลาเสน เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปํ สสฺสตวาทาทิเทสนาหิ อญฺญถาเยวายํ เทสนา กตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
อถ วา สสฺสเตกจฺจสสฺสตวาทาทีสุ วิย น อิธ ตกฺกีวาทโต วิเสสลาภีวาโท ภินฺนากาโร, อถ โข สมานปฺปการตาย สมานากาโรเยวาติ อิมสฺส วิเสสสฺส ปกาสนตฺถํ อยมุจฺเฉทวาโท ภควตา ปุริมวาเทหิ วิสิฏฺฐาการภาเวน เทสิโต. สมฺภวติ หิ อิธ ตกฺกิโนปิ อนุสฺสวาทิวเสน อธิคมวโต วิย อภินิเวโส. อปิจ น อิมา ทิฏฺฐิโย ภควตา อนาคเต เอวํภาวีวเสน เทสิตา, นาปิ เอวเมเต ภเวยฺยุนฺติ ปริกปฺปนาวเสน, อถ โข ยถา ยถา ทิฏฺฐิคติเกหิ ‘‘อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญ’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๑๘๗, ๒๐๓, ๔๒๗; ๓.๒๗, ๒๘; อุทา. ๕๕) มญฺญิตา, ตถา ตถาเยว อิเม ทิฏฺฐิคตา ยถาภุจฺจํ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปกาสิตา, เยหิ คมฺภีราทิปฺปการา อปุถุชฺชนโคจรา พุทฺธธมฺมา ปกาสนฺติ, เยสญฺจ ปริกิตฺตเนน ตถาคตา สมฺมเทว โถมิตา โหนฺติ.
อปโร นโย – ยถา อุจฺเฉทวาทีหิ ทิฏฺฐิคติเกหิ อุตฺตรุตฺตรภวทสฺสีหิ อปรภวทสฺสีนํ เตสํ วาทปฏิเสธวเสน สกสกวาทา ปติฏฺฐาปิตา, ตถาเยวายํ เทสนา กตาติ ปุริมเทสนาหิ อิมิสฺสา เทสนาย ปวตฺติเภโท น โจเทตพฺโพ, เอวญฺจ กตฺวา อรูปภวเภทวเสน อุจฺเฉทวาโท จตุธา วิภชิตฺวา วิย กามรูปภวเภทวเสนาปิ อเนกธา วิภชิตฺวาเยว วตฺตพฺโพ, เอวํ สติ ภควตา วุตฺตสตฺตกโต พหุตรเภโท อุจฺเฉทวาโท อาปชฺชตีติ, อถ วา ปจฺเจกํ กามรูปภวเภทวเสน วิย อรูปภววเสนาปิ น วิภชิตฺวา วตฺตพฺโพ, เอวมฺปิ สติ ภควตา วุตฺตสตฺตกโต อปฺปตรเภโทว อุจฺเฉทวาโท อาปชฺชตีติ จ เอวํปการาปิ โจทนา อนวกาสา เอว โหติ. ทิฏฺฐิคติกานญฺหิ ยถาภิมตํ เทสนา ปวตฺตาติ.
๘๕. มาตาปิตูนํ เอตนฺติ ตํสมฺพนฺธนโต เอตํ มาตาปิตูนํ สนฺตกนฺติ อตฺโถ. สุกฺกโสณิตนฺติ ปิตุ สุกฺกํ, มาตุ โสณิตญฺจ, อุภินฺนํ วา สุกฺกสงฺขาตํ โสณิตํ. มาตาเปตฺติเกติ นิมิตฺเต เจตํ ภุมฺมํ. อิตีติ อิเมหิ ตีหิ ปเทหิ. ‘‘รูปกายวเสนา’’ติ อวตฺวา ‘‘รูปกายสีเสนา’’ติ วทนฺโต อรูปมฺปิ เตสํ ‘‘อตฺตา’’ติ คหณํ ญาเปติ. อิมินา ปกาเรน อิตฺถนฺติ อาห ‘‘เอวเมเก’’ติ. เอวํ-สทฺโท เหตฺถ อิทมตฺโถ, อิมินา ปกาเรนาติ อตฺโถ. เอเกติ เอกจฺเจ, อญฺเญ วา.
๘๖. มนุสฺสานํ ปุพฺเพ คหิตตฺตา, อญฺเญสญฺจ อสมฺภวโต ‘‘กามาวจโร’’ติ เอตฺถ ฉกามาวจรเทวปริยาปนฺโนติ อตฺโถ. กพฬีกาโร เจตฺถ ยถาวุตฺตสุธาหาโร.
๘๗. ฌานมเนน นิพฺพตฺโตติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. มหาวยโว องฺโค, ตตฺถ วิสุํ ปวตฺโต ปจฺจงฺโค, สพฺเพหิ องฺคปจฺจงฺเคหิ ยุตฺโต ตถา. เตสนฺติ จกฺขุโสตินฺทฺริยานํ. อิตเรสนฺติ ฆานชิวฺหากายินฺทฺริยานํ. เตสมฺปิ อินฺทฺริยานํ สณฺฐานํ ปุริสเวสวเสเนว เวทิตพฺพํ. ตถา หิ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ ‘‘สมาเนปิ ตตฺถ อุภยลิงฺคาภาเว ปุริสสณฺฐานาว ตตฺถ พฺรหฺมาโน, น อิตฺถิสณฺฐานา’’ติ.
๘๘-๙๒. อากาสานญฺจายตน-สทฺโท อิธ ภเวเยวาติ อาห ‘‘อากาสานญฺจายตนภว’’นฺติ. เอตฺถาห – ยุตฺตํ ตาว ปุริเมสุ ตีสุ วาเทสุ ‘‘กายสฺส เภทา’’ติ วตฺตุํ ปญฺจโวการภวปริยาปนฺนํ อตฺตภาวมารพฺภ ปวตฺตตฺตา เตสํ วาทานํ, จตุโวการภวปริยาปนฺนํ ปน อตฺตภาวํ นิสฺสาย ปวตฺเตสุ จตุตฺถาทีสุ จตูสุ วาเทสุ กสฺมา ‘‘กายสฺส เภทา’’ติ วุตฺตํ. น หิ อรูปีนํ กาโย วิชฺชติ. โย เภโทติ วุจฺเจยฺยาติ? สจฺจเมตํ, รูปตฺตภาเว ปน ปวตฺตโวหาเรเนว ทิฏฺฐิคติโก อรูปตฺตภาเวปิ กายโวหารํ อาโรเปตฺวา เอวมาห. โลกสฺมิญฺหิ ทิสฺสติ อญฺญตฺถภูโตปิ โวหาโร ตทญฺญตฺถสมาโรปิโต ยถา ตํ ‘‘สสวิสาณํ, ขํ ปุปฺผ’’นฺติ. ยถา จ ทิฏฺฐิคติกา ทิฏฺฐิโย ปญฺญเปนฺติ, ตถาเยว ภควาปิ เทเสตีติ. อปิจ นามกายภาวโต ผสฺสาทิธมฺมสมูหภูเต อรูปตฺตภาเว กายนิทฺเทโส ทฏฺฐพฺโพ. สมูหฏฺเฐนปิ หิ ‘‘กาโย’’ติ วุจฺจติ ‘‘หตฺถิกาโย อสฺสกาโย’’ติอาทีสุ วิย. เอตฺถ จ กามาวจรเทวตฺตภาวาทินิรวเสสวิภวปติฏฺฐาปกานํ ทุติยาทิวาทานํ อปรนฺตกปฺปิกภาโว ยุตฺโต โหตุ อนาคตทฺธวิสยตฺตา เตสํ วาทานํ, กถํ ปน ทิฏฺฐิคติกสฺส ปจฺจกฺขภูตมนุสฺสตฺตภาวาปคมปติฏฺฐาปกสฺส ปฐมวาทสฺส อปรนฺตกปฺปิกภาโว ยุชฺเชยฺย ปจฺจุปฺปนฺนทฺธวิสยตฺตา ตสฺส วาทสฺส. ทุติยวาทาทีนญฺหิ ปุริมปุริมวาทสงฺคหิตสฺเสว อตฺตโน อนาคเต ตทุตฺตริภวูปปนฺนสฺส สมุจฺเฉทโพธนโต ยุชฺชติ อปรนฺตกปฺปิกตา, ตถา เจว วุตฺตํ ‘‘โน จ โข โภ อยํ อตฺตา เอตฺตาวตา สมฺมา สมุจฺฉินฺโน โหตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๘๕) ยํ ปน ตตฺถ วุตฺตํ ‘‘อตฺถิ โข โภ อญฺโญ อตฺตา’’ติ, (ที. นิ. ๑.๘๗) ตํ มนุสฺสตฺตภาวาทิเหฏฺฐิมตฺตภาววิเสสาเปกฺขาย วุตฺตํ, น สพฺพถา อญฺญภาวโต. ปฐมวาทสฺส ปน อนาคเต ตทุตฺตริภวูปปนฺนสฺส อตฺตโน สมุจฺเฉทโพธนาภาวโต, ‘‘อตฺถิ โข โภ อญฺโญ อตฺตา’’ติ เอตฺถ อญฺญภาเวน อคฺคหณโต จ น ยุชฺชเตว อปรนฺตกปฺปิกตาติ? โน น ยุชฺชติ อิธโลกปริยาปนฺนตฺเตปิ ปฐมวาทวิสยสฺส อนาคตกาลิกสฺเสว เตน อธิปฺเปตตฺตา. ปฐมวาทินาปิ หิ อิธโลกปริยาปนฺนสฺส อตฺตโน ปรํ มรณา อุจฺเฉโท อนาคตกาลวเสเนว อธิปฺเปโต, ตสฺมา จสฺส อปรนฺตกปฺปิกตาย น โกจิ วิโรโธติ.