๑. วาทยุตฺติวณฺณนา

๒๘๒. สพฺพํ อตฺถีติ เอตฺถ ยสฺมา ปจฺจุปฺปนฺนํ วิย อตีตานาคตมฺปิ ธรมานสภาวนฺติ ปรวาทิโน ลทฺธิ, ตสฺมา สพฺพนฺติ กาลวิภาคโต อตีตาทิเภทํ สพฺพํ. โส ปน ‘‘ยมฺปิ นตฺถิ, ตมฺปิ อตฺถี’’ติ กาลวิมุตฺตสฺส วเสน อนุโยโค, ตํ อติปฺปสงฺคทสฺสนวเสน ปรวาทิปฏิญฺญาย โทสาโรปนํ. นยทสฺสนํ วา อตีตานาคตานํ นตฺถิภาวสฺส. อตฺถีติ ปน อยํ อตฺถิภาโว ยสฺมา เทสกาลาการธมฺเมหิ วินา น โหติ, ตสฺมา ตํ ตาว เตหิ สทฺธึ โยเชตฺวา อนุโยคํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพตฺถ สพฺพมตฺถี’’ติอาทินา ปาฬิ ปวตฺตา. ตตฺถ ยทิปิ สพฺพตฺถาติ อิทํ สามญฺญวจนํ, ตํ ปน ยสฺมา วิเสสนิวิฏฺฐํ โหติ, ปรโต จ สพฺเพสูติ ธมฺมา วิภาคโต วุจฺจนฺติ, ตสฺมา โอฬาริกสฺส ปากฏสฺส รูปธมฺมสมุทายสฺส วเสน อตฺถํ ทสฺเสตุํ อฏฺฐกถายํ ‘‘สพฺพตฺถาติ สพฺพสฺมึ สรีเร’’ติ วุตฺตํ, นิทสฺสนมตฺตํ วา เอตํ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา จ กาณาทกาปิเลหิ ปฏิญฺญายมานา อากาสกาลาทิสตฺตปกติปุริสา วิย ปรวาทินา ปฏิญฺญายมานํ สพฺพํ สพฺพพฺยาปีติ อาปนฺนเมว โหตีติ. ‘‘สพฺพตฺถ สรีเร’’ติ จ ‘‘ติเล เตล’’นฺติ วิย พฺยาปเน ภุมฺมนฺติ สรีรปริยาปนฺเนน สพฺเพน ภวิตพฺพนฺติ วุตฺตํ ‘‘สิรสิ ปาทา…เป… อตฺโถ’’ติ.

สพฺพสฺมึ กาเล สพฺพมตฺถีติ โยชนา. เอตสฺมึ ปกฺเขเยวสฺส อญฺญวาโท ปริทีปิโต สิยา ‘‘ยํ อตฺถิ, อตฺเถว ตํ, ยํ นตฺถิ, นตฺเถว ตํ, อสโต นตฺถิ สมฺภโว, สโต นตฺถิ วินาโส’’ติ. เอวํ สพฺเพนากาเรน สพฺพํ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ สพฺพํ อตฺถีติ อตฺโถติ สมฺพนฺโธ. อิเมหิ ปน ปกฺเขหิ ‘‘สพฺพํ สพฺพสภาวํ, อเนกสตฺตินิจิตาภาวา อสโต นตฺถิ สมฺภโว’’ติ วาโท ปริทีปิโต สิยา. โยครหิตนฺติ เกนจิ ยุตฺตายุตฺตลกฺขณสํโยครหิตํ. ตํ ปน เอกสภาวนฺติ สํโยครหิตํ นาม อตฺถโต เอกสภาวํ, เอกธมฺโมติ อตฺโถ. เอเตน เทววาทีนํ พฺรหฺมทสฺสนํ อตฺเถวาติวาโท ปริทีปิโต สิยา. อตฺถีติ ปุจฺฉตีติ ยทิ สพฺพมตฺถีติ ตว วาโท, ยถาวุตฺตาย มม ทิฏฺฐิยา สมฺมาทิฏฺฐิภาโว อตฺถีติ เอกนฺเตน ตยา สมฺปฏิจฺฉิตพฺโพ, ตสฺมา ‘‘กึ โส อตฺถี’’ติ ปุจฺฉตีติ อตฺโถ.

วาทยุตฺติวณฺณนา นิฏฺฐิตา.