๒. กาลสํสนฺทนกถาวณฺณนา

๒๘๕. อตีตา …เป… กริตฺวาติ เอตฺถายํ สงฺเขปตฺโถ – อตีตํ อนาคตนฺติ รูปสฺส อิมํ วิเสสํ, เอวํ วิเสสํ วา รูปํ อคฺคเหตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนตาวิเสสวิสิฏฺฐรูปเมว อปฺปิยํ ปจฺจุปฺปนฺนรูปภาวานํ สมานาธิกรณตฺตา เอตสฺมึเยว วิสเย อปฺเปตพฺพํ, วจีโคจรํ ปาเปตพฺพํ สติปิ เนสํ วิเสสนวิเสสิตพฺพตาสงฺขาเต วิภาเค ตถาปิ อวิภชิตพฺพํ กตฺวาติ. ยสฺมา ปน ปาฬิยํ ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ วา รูปนฺติ วา’’ติ ปจฺจุปฺปนฺนรูปสทฺเทหิ ตทตฺถสฺส วตฺตพฺพากาโร อิติสทฺเทหิ ทสฺสิโต, ตสฺมา ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนสทฺเทน…เป… วุตฺตํ โหตี’’ติ อาห. รูปปญฺญตฺตีติ รูปายตนปญฺญตฺติ. สา หิ สภาวธมฺมุปาทานา ตชฺชาปญฺญตฺติ. เตเนวาห ‘‘สภาวปริจฺฉินฺเน ปวตฺตา วิชฺชมานปญฺญตฺตี’’ติ. รูปสมูหํ อุปาทายาติ ตํตํอตฺตปญฺญตฺติยา อุปาทานภูตานํ อภาววิภาวนากาเรน ปวตฺตมานานํ รูปธมฺมานํ สมูหํ อุปาทาย. อุปาทานุปาทานมฺปิ หิ อุปาทานเมวาติ. ตสฺมาติ สมูหุปาทายาธีนตาย อวิชฺชมานปญฺญตฺติภาวโต. วิคมาวตฺตพฺพตาติ วิคมสฺส วตฺถภาวาปคมสฺส อวตฺตพฺพตา. น หิ โอทาตตาวิคเมน อวตฺถํ โหติ. น ปน ยุตฺตา รูปภาวสฺส วิคมาวตฺตพฺพตาติ โยชนา. รูปภาโวติ จ รูปายตนสภาโว จกฺขุวิญฺญาณสฺส โคจรภาโว. น หิ ตสฺส ปจฺจุปฺปนฺนภาววิคเม วิคมาวตฺตพฺพตา ยุตฺตา.

กาลสํสนฺทนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

วจนโสธนวณฺณนา

๒๘๘. อนาคตํ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ วาติ เอตฺถ วา-สทฺโท อนิยมตฺโถ ยถา ‘‘ขทิเร วา พนฺธิตพฺพํ ปลาเส วา’’ติ. ตสฺมา ‘‘หุตฺวา โหตี’’ติ เอตฺถ โหติ-สทฺโท อนาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุ ยํ กิญฺจิ ปธานํ กตฺวา สมฺพนฺธํ ลภตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนาคตํ…เป… ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ อาห. ตตฺถ ปจฺจุปฺปนฺนํ โหนฺตนฺติ ปจฺจุปฺปนฺนํ ชายมานํ ปจฺจุปฺปนฺนภาวํ ลภนฺตํ. เตนาห ‘‘ตญฺเญว อนาคตํ ตํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ ลทฺธิวเสนา’’ติ. ตมฺปิ หุตฺวา โหตีติ ยํ อนาคตํ หุตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนภาวปฺปตฺติยา ‘‘หุตฺวา โหตี’’ติ วุตฺตํ, กึ ตทปิ ปุน หุตฺวา โหตีติ ปุจฺฉติ. ตพฺภาวาวิคมโตติ ปจฺจุปฺปนฺนภาวโต หุตฺวาโหติภาวานุปคมโต. ปจฺจุปฺปนฺนาภาวโตติ ปจฺจุปฺปนฺนตาย อภาวโต.

วจนํ อรหตีติ อิมินา วจนมตฺเต น โกจิ โทโสติ ทสฺเสติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยทิปิ ตสฺส ปุน หุตฺวา ภูตสฺส ปุน หุตฺวาโหติภาโว นตฺถิ, ปุนปฺปุนํ ญาเปตพฺพตาย ปน ทุติยํ ตโต ปรมฺปิ ตถา วตฺตพฺพตํ อรหตีติ ‘‘อามนฺตา’’ติ ปฏิชานาตีติ. ธมฺเมติ สภาวธมฺเม. ตปฺปฏิกฺเขปโต อธมฺเม อภาวธมฺเม. เตนาห ‘‘สสวิสาเณ’’ติ.

ปฏิกฺขิตฺตนเยนาติ ‘‘หุตฺวา โหติ, หุตฺวา โหตี’’ติ เอตฺถ ปุพฺเพ ยเทตํ ตยา ‘‘อนาคตํ หุตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนํ โหตี’’ติ วทตา ‘‘ตํเยว อนาคตํ ตํ ปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติ ลทฺธิวเสน ‘‘อนาคตํ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ วา หุตฺวา โหตี’’ติ วุตฺตํ, ‘‘กึ เต ตมฺปิ หุตฺวา โหตี’’ติ ปุจฺฉิเต โย ปรวาทินา หุตฺวา ภูตสฺส ปุน หุตฺวาอภาวโต ‘‘น เหวา’’ติ ปฏิกฺเขโป กโต, เตน ปฏิกฺขิตฺตนเยน. สฺวายํ ยเทว รูปาทิ อนาคตํ, ตเทว ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ สติปิ อตฺถาเภเท อนาคตปจฺจุปฺปนฺนนฺติ ปน อตฺเถว กาลเภโทติ ตํกาลเภทวิโรธาย ปฏิกฺเขโป ปวตฺโตติ อาห ‘‘ปฏิกฺขิตฺตนเยนาติ กาลนานตฺเตนา’’ติ. เตน หิ โส อยญฺจ ปฏิกฺเขโป นีโต ปวตฺติโตติ. ปฏิญฺญาตนเยนาติ อิทมฺปิ ยถาวุตฺตปฏิกฺเขปานนฺตรํ ยํ ปฏิญฺญาตํ, ตํ สนฺธายาห. ยถา หิ สา ปฏิญฺญา อตฺถาเภเทน นีตา ปวตฺติตา, ตถายมฺปิ. เตเนวาห ‘‘อตฺถานานตฺเตนา’’ติ, อนาคตาทิปฺปเภทาย กาลปญฺญตฺติยา อุปาทานภูตสฺส อตฺถสฺส อเภเทนาติ อตฺโถ. ยถา อุปาทานภูตรูปาทิอตฺถาเภเทปิ เตสํ ขณตฺตยานาวตฺติ ตํสมงฺคิตา อนาคตปจฺจุปฺปนฺนภาวาวตฺติตา, ตถา ตตฺถ วุจฺจมานา หุตฺวาโหติภาวา ยถากฺกมํ ปุริมปจฺฉิเมสุ ปวตฺติตา ปุริมปจฺฉิมกิริยาติ กตฺวาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อตฺถานานตฺตํ…เป… ปฏิชานาตี’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘อตฺถานานตฺตเมว หี’’ติอาทินา ตเมว อตฺถํ สมตฺเถติ. ยถา ปน ‘‘ตํ ชีวํ ตํ สรีร’’นฺติ ปฏิชานนฺตสฺส ชีโวว สรีรํ, สรีรเมว ชีโวติ ชีวสรีรานํ อนญฺญตฺตํ อาปชฺชติ, เอวํ ‘‘ตญฺเญว อนาคตํ ตํ ปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติ จ ปฏิชานนฺตสฺส อนาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ อนญฺญตฺตํ อาปนฺนนฺติ ปจฺจุปฺปนฺนานาคเตสุ วุตฺตา โหติภาวหุตฺวาภาวา อนาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุปิ อาปชฺเชยฺยุนฺติ วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘เอวํ สนฺเต อนาคตมฺปิ หุตฺวาโหติ นาม, ปจฺจุปฺปนฺนมฺปิ หุตฺวาโหติเยว นามา’’ติ.

อนุญฺญาตปญฺหสฺสาติ ‘‘ตญฺเญว อนาคตํ ตํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ? อามนฺตา’’ติ เอวํ อตฺถานานตฺตํ สนฺธาย อนุญฺญาตสฺส อตฺถสฺส. ญาตุํ อิจฺฉิโต หิ อตฺโถ ปโญฺห. โทโส วุตฺโตติ อนาคตํ หุตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนภูตสฺส ปุน อนาคตํ หุตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนภาวาปตฺติสงฺขาโต โทโส วุตฺโต ปุริมนเย. ปจฺฉิมนเย ปน อนาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุ เอเกกสฺส หุตฺวาโหติภาวาปตฺติสงฺขาโต โทโส วุตฺโตติ อตฺโถ. ปฏิกฺขิตฺตปญฺหนฺติ ‘‘ตํเยว อนาคตํ ตํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ’’ติ เอวํ กาลนานตฺตํ สนฺธาย ปฏิกฺขิตฺตปญฺหํ. เตนาติ อนาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ โหติหุตฺวาภาวปฏิกฺเขเปน. โจเทตีติ อนาคตํ เตน โหติ นาม, ปจฺจุปฺปนฺนํ เตน หุตฺวา นาม, อุภยมฺปิ อนญฺญตฺตา อุภยสภาวนฺติ โจเทติ. เอตฺถาติ ‘‘หุตฺวา โหตี’’ติ เอตสฺมึ ปเญฺห กถํ โหติ โทโสติ โจเทตีติ. ‘‘ตสฺเสวา’’ติ ปริหรติ. กถํ กตฺวา โจทนา, กถญฺจ กตฺวา ปริหาโร? อนุชานนปฏิกฺเขปานํ ภินฺนวิสยตาย โจทนา, อตฺถาเภทกาลเภทวิสยตฺตา อภินฺนาธารตาย เตสํ ปริหาโร. ตสฺเสวาติ หิ ปรวาทิโน เอวาติ อตฺโถ.

ตทุภยํ คเหตฺวาติ ‘‘ตํ อนาคตํ ตํ ปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติ อุภยํ เอกชฺฌํ คเหตฺวา. เอเกกนฺติ เตสุ เอเกกํ. เอเกกเมวาติ อุภยํ เอกชฺฌํ อคฺคเหตฺวา เอเกกเมว วิสุํ วิสุํ อิมสฺมึ ปกฺเข ตถา น ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. เอส นโยติ อติเทสํ กตฺวา สํขิตฺตตฺตา ตํ ทุพฺพิญฺเญยฺยนฺติ ‘‘อนาคตสฺส หี’’ติอาทินา วิวรติ. ปฏิชานิตพฺพํ สิยา อนาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ ยถากฺกมํ โหติหุตฺวาภาวโตติ อธิปฺปาโย. ‘‘ยเทตํ ตยา’’ติอาทินา ปวตฺโต สํวณฺณนานโย ปุริมนโย, ตตฺถ หิ ‘‘ยทิ เต อนาคตํ หุตฺวา’’ติอาทินา หุตฺวาโหติภาโว โจทิโต. ‘‘อปโร นโย’’ติอาทิโก ทุติยนโย. ตตฺถ หิ ‘‘อนาคตสฺส…เป… หุตฺวาโหติเยว นามา’’ติ อนาคตาทีสุ เอเกกสฺส หุตฺวาโหตินามตา โจทิตา.

วจนโสธนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อตีตญาณาทิกถาวณฺณนา

๒๙๐. กถํ วุจฺจตีติ กสฺมา วุตฺตํ. เตนาติ หิ อิมินา ทุติยปุจฺฉาย ‘‘อตีตํ ญาณ’’นฺติ อิทํ ปจฺจามฏฺฐํ, ตญฺจ ปจฺจุปฺปนฺนํ ญาณํ, อตีตธมฺมารมฺมณตาย อตีตนฺติ วุตฺตํ. เตนาห อฏฺฐกถายํ ‘‘ปุน ปุฏฺโฐ อตีตารมฺมณํ ปจฺจุปฺปนฺนํ ญาณ’’นฺติอาทิ.

อตีตญาณาทิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อรหนฺตาทิกถาวณฺณนา

๒๙๑. ‘‘อรหํ ขีณาสโว’’ติอาทินา สุตฺตวิโรโธ ปากโฏติ อิทเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘ยุตฺติวิโรโธ…เป… ทฏฺฐพฺโพ’’ติ อาห. ตตฺถ อนานตฺตนฺติ อวิเสโส. เอวมาทิโกติ อาทิ-สทฺเทน กตกิจฺจตาภาโว อโนหิตภารตาติ เอวมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

อรหนฺตาทิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปทโสธนกถาวณฺณนา

๒๙๕. โย อตีตสทฺทาภิเธยฺโย อตฺโถ, โส อตฺถิสทฺทาภิเธยฺโยติ เทฺวปิ สมานาธิกรณตฺถาติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘อตีตอตฺถิสทฺทานํ เอกตฺถตฺตา’’ติ, น, อตีตสทฺทาภิเธยฺยสฺเสว อตฺถิสทฺทาภิเธยฺยตฺตา. เตนาห ‘‘อตฺถิสทฺทตฺถสฺส จ นฺวาตีตภาวโต’’ติ. เตน กึ สิทฺธนฺติ อาห ‘‘อตีตํ นฺวาตีตํ, นฺวาตีตญฺจ อตีตํ โหตี’’ติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยทิ ตว มเตน อตีตํ อตฺถิ, อตฺถิ จ นฺวาตีตนฺติ อตีตญฺจ โน อตีตํ สิยา, ตถา อตฺถิ โน อตีตํ อตีตญฺจ โน อตีตํ อตีตํ สิยาติ, ยถา ‘‘อตีตํ อตฺถี’’ติ เอตฺถ อตีตเมว อตฺถีติ นายํ นิยโม คเหตพฺโพ อนตีตสฺสปิ อตฺถิภาวสฺส อิจฺฉิตตฺตา. เตเนวาห ‘‘อตฺถิ สิยา อตีตํ, สิยา นฺวาตีต’’นฺติ. เยน หิ อากาเรน อตีตสฺส อตฺถิภาโว ปรวาทินา อิจฺฉิโต, เตนากาเรน อนตีตสฺส อนาคตสฺส ปจฺจุปฺปนฺนสฺส จ โส อิจฺฉิโต. เกน ปน อากาเรน อิจฺฉิโตติ? สงฺขตากาเรน. เตน วุตฺตํ ‘‘เตนาตีตํ นฺวาตีตํ, นฺวาตีตํ อตีต’’นฺติ. ตสฺมา อตีตํ อตฺถิเยวาติ เอวเมตฺถ นิยโม คเหตพฺโพ. อตฺถิภาเว หิ อตีตํ นิยมิตํ, น อตีเต อตฺถิภาโว นิยมิโต, ‘‘น ปน นิพฺพานํ อตฺถี’’ติ เอตฺถ ปน นิพฺพานเมว อตฺถีติ อยมฺปิ นิยโม สมฺภวตีติ โส เอว คเหตพฺโพ. ยทิปิ หิ นิพฺพานํ ปรมตฺถโต อตฺถิภาวํ อุปาทาย อุตฺตรปทาวธารณํ ลพฺภติ ตทญฺญสฺสปิ อภาวโต, ตถาปิ อสงฺขตากาเรน อญฺญสฺส อนุปลพฺภนโต ตถา นิพฺพานเมว อตฺถีติ ปุริมปทาวธารเณ อตฺเถ คยฺหมาเน ‘‘อตฺถิ สิยา นิพฺพานํ, สิยา โน นิพฺพาน’’นฺติ โจทนา อโนกาสา. อตีตาทีสุ ปน ปุริมปทาวธารณํ ปรวาทินา น คหิตนฺติ นตฺเถตฺถ อติปฺปสงฺโค. อคฺคหณญฺจสฺส ปาฬิโต เอว วิญฺญายติ. เอวเมตฺถ อตีตาทีนํ อตฺถิตํ วทนฺตสฺส ปรวาทิสฺเสวายํ อิฏฺฐวิฆาตโทสาปตฺติ, น ปน นิพฺพานสฺส อตฺถิตํ วทนฺตสฺส สกวาทิสฺสาติ. ปฏิปาทนา ปติฏฺฐาปนา เวทิตพฺพา.

เอตฺถาห ‘‘อตีตํ อตฺถี’’ติอาทินา กึ ปนายํ อตีตานาคตานํ ปรมตฺถโต อตฺถิภาโว อธิปฺเปโต, อุทาหุ น ปรมตฺถโต. กิญฺเจตฺถ – ยทิ ตาว ปรมตฺถโต, สพฺพกาลํ อตฺถิภาวโต สงฺขารานํ สสฺสตภาโว อาปชฺชติ, น จ ตํ ยุตฺตํ อาคมวิโรธโต ยุตฺติวิโรธโต จ. อถ น ปรมตฺถโต, ‘‘สพฺพมตฺถี’’ติอาทิกา โจทนา นิรตฺถิกา สิยา, น นิรตฺถิกา. โส หิ ปรวาที ‘‘ยํ กิญฺจิ รูปํ อตีตานาคต’’นฺติอาทินา อตีตานาคตานมฺปิ ขนฺธภาวสฺส วุตฺตตฺตา อสติ จ อตีเต กุสลากุสลสฺส กมฺมสฺส อายตึ ผลํ กถํ ภเวยฺย, ตตฺถ จ ปุพฺเพนิวาสญาณาทิ อนาคเต จ อนาคตํสญาณาทิ กถํ ปวตฺเตยฺย, ตสฺมา อตฺเถว ปรมตฺถโต อตีตานาคตนฺติ ยํ ปฏิชานาติ, ตํ สนฺธาย อยํ กตาติ. เอกนฺเตน เจตํ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ. เยปิ ‘‘สพฺพํ อตฺถี’’ติ วทนฺติ อตีตํ อนาคตํ ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ, เต สพฺพตฺถิวาทาติ.

จตุพฺพิธา เจเต เต สพฺพตฺถิวาทา. ตตฺถ เกจิ ภาวญฺญตฺติกา. เต หิ ‘‘ยถา สุวณฺณภาชนสฺส ภินฺทิตฺวา อญฺญถา กริยมานสฺส สณฺฐานสฺเสว อญฺญถตฺตํ, น วณฺณาทีนํ, ยถา จ ขีรํ ทธิภาเวน ปริณมนฺตํ รสวีริยวิปาเก ปริจฺจชติ, น วณฺณํ, เอวํ ธมฺมาปิ อนาคตทฺธุโน ปจฺจุปฺปนฺนทฺธํ สงฺกมนฺตา อนาคตภาวเมว ชหนฺติ, น อตฺตโน สภาวํ. ตถา ปจฺจุปฺปนฺนทฺธุโน อตีตทฺธํ สงฺกเม’’ติ วทนฺติ. เกจิ ลกฺขณญฺญตฺติกา, เต ปน ‘‘ตีสุ อทฺธาสุ ปวตฺตมาโน ธมฺโม อตีโต อตีตลกฺขณยุตฺโต, อิตรลกฺขเณหิ อยุตฺโต. ตถา อนาคโต ปจฺจุปฺปนฺโน จ. ยถา ปุริโส เอกิสฺสา อิตฺถิยา รตฺโต อญฺญาสุ อรตฺโต’’ติ วทนฺติ. อญฺเญ อวตฺถญฺญตฺติกา, เต ‘‘ตีสุ อทฺธาสุ ปวตฺตมาโน ธมฺโม ตํ ตํ อวตฺถํ ปตฺวา อญฺโญ อญฺญํ นิทฺทิสียติ อวตฺถนฺตรโต, น สภาวโต. ยถา เอกํ อกฺขํ เอกงฺเค นิกฺขิตฺตํ เอกนฺติ วุจฺจติ, สตงฺเค สตนฺติ, สหสฺสงฺเค สหสฺสนฺติ, เอวํสมฺปทมิท’’นฺติ. อปเร อญฺญถญฺญตฺติกา, เต ปน ‘‘ตีสุ อทฺธาสุ ปวตฺตมาโน ธมฺโม ตํ ตํ อเปกฺขิตฺวา ตทญฺญสภาเวน วุจฺจติ. ยถา ตํ เอกา อิตฺถี มาตาติ จ วุจฺจติ ธีตา’’ติ จ. เอวเมเต จตฺตาโร สพฺพตฺถิวาทา.

เตสุ ปฐโม ปริณามวาทิตาย กาปิลปกฺขิเกสุ ปกฺขิปิตพฺโพติ. ทุติยสฺสปิ กาลสงฺกโร อาปชฺชติ สพฺพสฺส สพฺพลกฺขณโยคโต. จตุตฺถสฺสปิ สงฺกโรว. เอกสฺเสว ธมฺมสฺส ปวตฺติกฺขเณ ตโยปิ กาลา สโมธานํ คจฺฉนฺติ. ปุริมปจฺฉิมกฺขณา หิ อตีตานาคตา, มชฺฌิโม ปจฺจุปฺปนฺโนติ. ตติยสฺส ปน อวตฺถญฺญตฺติกสฺส นตฺถิ สงฺกโร ธมฺมกิจฺเจน กาลววตฺถานโต. ธมฺโม หิ สกิจฺจกฺขเณ ปจฺจุปฺปนฺโน, ตโต ปุพฺเพ อนาคโต, ปจฺฉา อตีโตติ.

ตตฺถ ยทิ อตีตมฺปิ ธรมานสภาวตาย อตฺถิ อนาคตมฺปิ, กสฺมา ตํ อตีตนฺติ วุจฺจติ อนาคตนฺติ วา, นนุ วุตฺตํ ‘‘ธมฺมกิจฺเจน กาลววตฺถานโต’’ติ. ยทิ เอวํ ปจฺจุปฺปนฺนสฺส จกฺขุสฺส กึ กิจฺจํ, อนวเสสปจฺจยสมวาเย ผลุปฺปาทนํ. เอวํ สติ อนาคตสฺสปิ จสฺส เตน ภวิตพฺพํ อตฺถิภาวโตติ ลกฺขณสงฺกโร สิยา. อิทญฺเจตฺถ วตฺตพฺพํ, เตเนว สภาเวน สโต ธมฺมสฺส กิจฺจํ, กิจฺจกรเณ โก วิพนฺโธ, เยน กทาจิ กโรติ กทาจิ น กโรติ ปจฺจยสมวายภาวโต, กิจฺจสฺส สมวายาภาวโตติ เจ? ตํ น, นิจฺจํ อตฺถิภาวสฺส อิจฺฉิตตฺตา. ตโต เอว จ อทฺธุนํ อววตฺถานํ. ธมฺโม หิ เตเนว สภาเวน วิชฺชมาโน กสฺมา กทาจิ อตีโตติ วุจฺจติ กทาจิ อนาคโตติ กาลสฺส ววตฺถานํ น สิยา. โย หิ ธมฺโม อชาโต, โส อนาคโต. โย ชาโต น จ นิรุทฺโธ, โส ปจฺจุปฺปนฺโน. โย นิรุทฺโธ, โส อตีโต. อิทเมเวตฺถ วตฺตพฺพํ. ยทิ ยถา วตฺตมานํ อตฺถิ, ตถา อตีตํ อนาคตญฺจ อตฺถิ, ตสฺส ตถา สโต อชาตตา นิรุทฺธตา จ เกน โหตีติ. เตเนว หิ สภาเวน สโต ธมฺมสฺส กถมิทํ สิชฺฌติ อชาโตติ วา นิรุทฺโธติ วา. กึ ตสฺส ปุพฺเพ นาโหสิ, ยสฺส อภาวโต อชาโตติ วุจฺจติ, กิญฺจ ปจฺฉา นตฺถิ, ยสฺส อภาวโต นิรุทฺโธติ วุจฺจติ. ตสฺมา สพฺพถาปิ อทฺธตฺตยํ น สิชฺฌติ, ยทิ อหุตฺวา สงฺคติ หุตฺวา จ วินสฺสตีติ น สมฺปฏิจฺฉนฺติ. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘สงฺขตลกฺขณโยคโต น สสฺสตภาวปฺปสงฺโค’’ติ, ตยิทํ เกวลํ วาจาวตฺถุมตฺตํ อุทยวยาสมฺภวโต, อตฺถิ จ นาม สพฺพทา โส ธมฺโม, น จ นิจฺโจติ กุโตยํ วาจายุตฺติ.

สภาโว สพฺพทา อตฺถิ, นิจฺโจ ธมฺโม น วุจฺจติ;

ธมฺโม สภาวโต นาญฺโญ, อโห ธมฺเมสุ โกสลํ.

ยญฺจ วุตฺตํ ‘‘ยํ กิญฺจิ รูปํ อตีตานาคต’’นฺติอาทินา อตีตานาคตานํ ขนฺธภาวสฺส วุตฺตตฺตา อตฺเถวาติ, วทาม. อตีตํ ภูตปุพฺพํ, อนาคตํ ยํ สติ ปจฺจเย ภวิสฺสติ, ตทุภยสฺสปิ รุปฺปนาทิสภาวานาติวตฺตนโต รูปกฺขนฺธาทิภาโว วุตฺโต. ยถาธมฺมสภาวานาติวตฺตนโต อตีตา ธมฺมา อนาคตา ธมฺมาติ, น ธรมานสภาวตาย. โก จ เอวมาห ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนํ วิย ตํ อตฺถี’’ติ. กถํ ปเนตํ อตฺถีติ? อตีตานาคตสภาเวน. อิทํ ปน ตเวว อุปฏฺฐิตํ, กถํ ตํ อตีตํ อนาคตญฺจ วุจฺจติ, ยทิ นิจฺจกาลํ อตฺถีติ.

ยํ ปน ‘‘น ตาว กาลํ กโรติ, ยาว น ตํ ปาปํ พฺยนฺตี โหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๕๐) สุตฺเต วุตฺตํ, ตํ ยสฺมิญฺจ สนฺตาเน กมฺมํ กตูปจิตํ, ตตฺถ เตนาหิตํ ตํผลุปฺปาทนสมตฺถตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น อตีตสฺส กมฺมสฺส ธรมานสภาวตฺตา. ตถา สติ สเกน ภาเวน วิชฺชมานํ กถํ ตํ อตีตํ นาม สิยา. อิตฺถญฺเจตํ เอวํ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ, ยํ สงฺขารา อหุตฺวา สมฺภวนฺติ, หุตฺวา ปติเวนฺติ เตสํ อุทยโต ปุพฺเพ วยโต จ ปจฺฉา น กาจิ ฐิติ นาม อตฺถิ, ยโต อตีตานาคตํ อตฺถีติ วุจฺเจยฺย. เตน วุตฺตํ –

‘‘อนิธานคตา ภคฺคา, ปุญฺโช นตฺถิ อนาคเต;

อุปฺปนฺนา เยปิ ติฏฺฐนฺติ, อารคฺเค สาสปูปมา’’ติ. (มหานิ. ๑๐, ๓๙);

ยทิ จานาคตํ ปรมตฺถโต สิยา, อหุตฺวา สมฺภวนฺตีติ วตฺตุํ น สกฺกา. ปจฺจุปฺปนฺนกาเล อหุตฺวา สมฺภวนฺตีติ เจ? น, ธมฺมปฺปวตฺติมตฺตตฺตา กาลสฺส. อถ อตฺตโน สภาเวน อหุตฺวา สมฺภวนฺตีติ, สิทฺธเมตํ อนาคตํ ปรมตฺถโต นตฺถีติ. ยญฺจ วุตฺตํ ‘‘อสติ อตีเต กุสลากุสลสฺส กมฺมสฺส อายตึ ผลํ กถํ ภเวยฺยา’’ติ, น โข ปเนตฺถ อตีตกมฺมโต ผลุปฺปตฺติ อิจฺฉิตา, อถ โข ตสฺส กตตฺตา ตทาหิตวิเสสโต สนฺตานโต. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ‘‘กามาวจรสฺส กุสลสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา วิปากํ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติ (ธ. ส. ๔๓๑). ยสฺส ปน อตีตานาคตํ ปรมตฺถโต อตฺถิ, ตสฺส ผลํ นิจฺจเมว อตฺถีติ กึ ตตฺถ กมฺมสฺส สามตฺถิยํ. อุปฺปาทเน เจ, สิทฺธมิทํ อหุตฺวา ภวตีติ. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘อสติ อตีตานาคเต กถํ ตตฺถ ญาณํ ปวตฺเตยฺยา’’ติ, ยถา ตํ อาลมฺพณํ, ตํ ตถา อตฺถิ, กถญฺจ ตํ อาลมฺพณํ, อโหสิ ภวิสฺสติ จาติ. น หิ โกจิ อตีตํ อนุสฺสรนฺโต อตฺถีติ อนุสฺสรติ, อถ โข อโหสีติ. ยถา ปน วตฺตมานํ อารมฺมณํ อนุภูตํ, ตถา ตํ อตีตํ อนุสฺสรติ. ยถา จ วตฺตมานํ ภวิสฺสติ, ตถา พุทฺธาทีหิ คยฺหติ. ยทิ จ ตํ ตเถว อตฺถิ, วตฺตมานเมว ตํ สิยา. อถ นตฺถิ, สิทฺธํ ‘‘อสนฺตํ ญาณสฺส อารมฺมณํ โหตี’’ติ. วิชฺชมานํ วา หิ จิตฺตสญฺญาตํ อวิชฺชมานํ วา อารมฺมณํ เอเตสํ อตฺถีติ อารมฺมณา, จิตฺตเจตสิกา, น วิชฺชมานํเยว อารพฺภ ปวตฺตนโต, ตสฺมา ปจฺจุปฺปนฺนเมว ธรมานสภาวํ น อตีตานาคตนฺติ น ติฏฺฐติ สพฺพตฺถิวาโท. เกจิ ปน ‘‘น อตีตาทีนํ อตฺถิตาปฏิญฺญาย สพฺพตฺถิวาทา, อถ โข อายตนสพฺพสฺส อตฺถิตาปฏิญฺญายา’’ติ วทนฺติ, เตสํ มเตน สพฺเพว สาสนิกา สพฺพตฺถิวาทา สิยุนฺติ.

ปทโสธนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สพฺพมตฺถีติกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.