กถาวตฺถุปกรณ-อนุฏีกา

คนฺถารมฺภวณฺณนา

สมุทาเย เอกเทสา อนฺโตคธาติ สมุทาโย เตสํ อธิฏฺฐานภาเวน วุตฺโต ยถา ‘‘รุกฺเข สาขา’’ติ ทสฺเสติ ‘‘กถาสมุทายสฺสา’’ติอาทินา. ตตฺถ กถานนฺติ ติสฺโส กถา วาโท ชปฺโป วิตณฺฑาติ. เตสุ เยน ปมาณตกฺเกหิ ปกฺขปฏิปกฺขานํ ปติฏฺฐาปนปฏิกฺเขปา โหนฺติ, โส วาโท. เอกาธิกรณา หิ อญฺญมญฺญวิรุทฺธา ธมฺมา ปกฺขปฏิปกฺขา ยถา ‘‘โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา, น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’’ติ (ที. นิ. ๑.๖๕). นานาธิกรณา ปน อญฺญมญฺญวิรุทฺธาปิ ปกฺขปฏิปกฺขา นาม น โหนฺติ ยถา ‘‘อนิจฺจํ รูปํ, นิจฺจํ นิพฺพาน’’นฺติ. เยน ฉลชาตินิคฺคหฏฺฐาเนหิ ปกฺขปฏิปกฺขานํ ปติฏฺฐาปนํ ปฏิกฺเขปารมฺโภ, โส ชปฺโป. อารมฺภมตฺตเมเวตฺถ, น อตฺถสิทฺธีติ ทสฺสนตฺถํ อารมฺภคฺคหณํ. ยาย ปน ฉลชาตินิคฺคหฏฺฐาเนหิ ปฏิปกฺขปฏิกฺเขปาย วายมนฺติ, สา วิตณฺฑา. ตตฺถ อตฺถวิกปฺปุปปตฺติยา วจนวิฆาโต ฉลํ ยถา ‘‘นวกมฺพโลยํ ปุริโส, ราชา โน สกฺขี’’ติ เอวมาทิ. ทูสนภาสา ชาตโย, อุตฺตรปติรูปกาติ อตฺโถ. นิคฺคหฏฺฐานานิ ปรโต อาวิ ภวิสฺสนฺติ. เอวํ วาทชปฺปวิตณฺฑปฺปเภทาสุ ตีสุ กถาสุ อิธ วาทกถา ‘‘กถา’’ติ อธิปฺเปตา. สา จ โข อวิปรีตธมฺมตาย ปติฏฺฐาปนวเสน, น วิคฺคาหิกกถาภาเวนาติ เวทิตพฺพํ. มาติกาฐปเนเนวาติ อุทฺเทสเทสนาย เอว. ฐปิตสฺสาติ เทสิตสฺส. เทสนา หิ เทเสตพฺพมตฺถํ วิเนยฺยสนฺตาเนสุ ฐปนโต นิกฺขิปนโต ฐปนํ, นิกฺเขโปติ จ วุจฺจติ.

คนฺถารมฺภวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิทานกถาวณฺณนา

ปรินิพฺพานเมว …เป… วุตฺตํ. อภินฺนสภาวมฺปิ หิ อตฺถํ ตทญฺญธมฺมโต วิเสสาวโพธนตฺถํ อญฺญํ วิย กตฺวา โวหรนฺติ ยถา ‘‘อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตีติ ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑). สาติ อสงฺขตา ธาตุ. กรณภาเวน วุตฺตา ยถาวุตฺตสฺส อุปสมสฺส สาธกตมภาวํ สนฺธาย. ธมฺมวาที…เป… ทุพฺพลตา วุตฺตา ตถารูปาย ปญฺญาย ภาเว ตาทิสานํ ปกฺขภาวาภาวโต. ลทฺธิยาติ ‘‘อตฺถิ ปุคฺคโล สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถน, ปริหายติ อรหา อรหตฺตา’’ติอาทิลทฺธิยา. สุตฺตนฺเตหีติ เทวตาสํยุตฺตาทีหิ. ลิงฺคากปฺปเภทํ ปรโต สยเมว วกฺขติ.

ภินฺทิตฺวา มูลสงฺคหนฺติ มูลสงฺคีตึ วินาเสตฺวา, เภทํ วา กตฺวา ยถา สา ฐิตา, ตโต อญฺญถา กตฺวา. สงฺคหิตโต วา อญฺญตฺราติ มูลสงฺคีติยา สงฺคหิตโต อญฺญตฺร. เตนาห ‘‘อสงฺคหิตํ สุตฺต’’นฺติ. นีตตฺถํ ยถารุตวเสน วิญฺเญยฺยตฺถตฺตา. เนยฺยตฺถํ วิปริณามทุกฺขตาทิวเสน นิทฺธาเรตพฺพตฺถตฺตา. ตีหิ ฐาเนหีติ ‘‘สูรา สติมนฺโต อิธ พฺรหฺมจริยวาโส’’ติ (อ. นิ. ๙.๒๑) เอวํ วุตฺเตหิ ตีหิ การเณหิ. อญฺญํ สนฺธาย ภณิตนฺติ เอกํ ปพฺพชฺชาสงฺขาตํ พฺรหฺมจริยวาสํ สนฺธาย ภณิตํ. อญฺญํ อตฺถํ ฐปยึสูติ สพฺพสฺสปิ พฺรหฺมจริยวาสสฺส วเสน ‘‘นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโส’’ติอาทิกํ (กถา. ๒๖๙) อญฺญํ อตฺถํ ฐปยึสุ. สุตฺตญฺจ อญฺญํ สนฺธาย ภณิตํ ตโต อญฺญํ สนฺธาย ภณิตํ กตฺวา ฐปยึสุ, ตสฺส อตฺถญฺจ อญฺญํ ฐปยึสูติ เอวเมตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา. สุญฺญตาทีติ อาทิ-สทฺเทน อนิจฺจตาทึ สงฺคณฺหาติ.

คมฺภีรํ เอกเทสํ มหาปเทสปริวาราทึ. เอกจฺเจ สกลํ อภิธมฺมํ วิสฺสชฺชึสุ ฉฑฺฑยึสุ เสยฺยถาปิ สุตฺตนฺติกา. เต หิ ตํ น ชินวจนนฺติ วทนฺติ. กถาวตฺถุสฺส สวิวาทตฺเตติอาทิ เหฏฺฐา นิทานฏฺฐกถาย อาคตนยํ สนฺธาย วุตฺตํ. เกจิ ปน ปุคฺคลปญฺญตฺติยาปิ สวิวาทตฺตํ มญฺญนฺติ. ‘‘ตติยสงฺคีติโต ปุพฺเพ ปวตฺตมานานํ วเสนา’’ติ อิทํ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ตติยสงฺคีติโต ปุพฺเพปิ ตํ มาติการูเปน ปวตฺตเตว? นิทฺเทสํ วา สนฺธาย ตถา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อญฺญานีติ อญฺญาการานิ อภิธมฺมปกรณาทีนิ อกรึสุ, ปวตฺตนฺตานิปิ ตานิ อญฺญถา กตฺวา ปฐึสูติ อตฺโถ. มญฺชุสิรีติ อิทํ กสฺมา วุตฺตํ. น หิ ตํ นามํ ปิฏกตฺตยํ อนุวตฺตนฺเตหิ ภิกฺขูหิ คยฺหติ? อิตเรหิ คยฺหมานมฺปิ วา สาสนิกปริญฺเญหิ น สาสนาวจรํ คยฺหตีติ กตฺวา วุตฺตํ. นิกายนามนฺติ มหาสงฺฆิกาทินิกายนามํ, ทุตฺตคุตฺตาทิวคฺคนามญฺจ.

สงฺกนฺติกานํ เภโท สุตฺตวาทีติ สงฺกนฺติกานํ อนนฺตเร เอโก นิกายเภโท สุตฺตวาที นาม ภิชฺชิตฺถ. สหาติ เอกชฺฌํ กตฺวา, คณิยมานาติ อตฺโถ.

อุปฺปนฺเน วาเท สนฺธายาติ ตติยสงฺคีติกาเล อุปฺปนฺเน วาเท สนฺธาย. อุปฺปชฺชนเกติ ตโต ปฏฺฐาย ยาว สทฺธมฺมนฺตรธานา เอตฺถนฺตเร อุปฺปชฺชนเก. สุตฺตสหสฺสาหรณญฺเจตฺถ ปรวาทภญฺชนตฺถญฺจ สกวาทปติฏฺฐาปนตฺถญฺจ. สุตฺเตกเทโสปิ หิ ‘‘สุตฺต’’นฺติ วุจฺจติ สมุทายโวหารสฺส อวยเวสุปิ ทิสฺสนโต ยถา ‘‘ปโฏ ทฑฺโฒ, สมุทฺโท ทิฏฺโฐ’’ติ จ. เต ปเนตฺถ สุตฺตปเทสา ‘‘อตฺถิ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน’’ติอาทินา อาคตา เวทิตพฺพา.

นิทานกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

มหาวคฺโค

๑. ปุคฺคลกถา

๑. สุทฺธสจฺจิกฏฺโฐ

๑. อนุโลมปจฺจนีกวณฺณนา

๑. สมฺพราทีหิ ปกปฺปิตวิชฺชา, ตถาภิสงฺขตานิ โอสธานิ จ ‘‘มายา’’ติ วุจฺจนฺติ, อิธ ปน มายาย อาหิตวิเสสา อภูตญฺเญยฺยาการา อธิปฺเปตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘มายาย อมณิอาทโย มณิอาทิอากาเรน ทิสฺสมานา มายาติ วุตฺตา’’ติ อาห. สจฺจญฺเญว สจฺจิกํ, โส เอว อตฺโถ อวิปรีตสฺส ญาณสฺส วิสยภาวฏฺเฐนาติ สจฺจิกฏฺโฐ. เตนาห ‘‘ภูตฏฺโฐ’’ติ. อวิปรีตภาวโต เอว ปรโม ปธาโน อตฺโถติ ปรมตฺโถ, ญาณสฺส ปจฺจกฺขภูโต ธมฺมานํ อนิทฺทิสิตพฺพสภาโว. เตน วุตฺตํ ‘‘อุตฺตมตฺโถ’’ติ.

อตฺถีติ วจนสามญฺเญนาติ ‘‘อตฺถิ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๙๖; กถา. ๒๒) ‘‘อตฺถี’’ติ ปวตฺตวจนสามญฺเญน. อตฺถวิกปฺปุปปตฺติยา วจนวิฆาโต ฉลนฺติ วทนฺติ. ปติฏฺฐํ ปจฺฉินฺทนฺโตติ เหตุํ ทูเสนฺโต, อเหตุํ กโรนฺโตติ อตฺโถ. เหตุ หิ ปฏิญฺญาย ปติฏฺฐาปนโต ปติฏฺฐา, ตํ ปน เหตุํ อตฺถมตฺตโต ทสฺเสนฺโต ‘‘ยทิ สจฺจิกฏฺเฐนา’’ติอาทิมาห. ปโยคโต ปน ทูสเนน สทฺธึ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ. โอกาสํ อททมาโนติ ยถานุรูปํ ยุตฺตึ วตฺตุํ อวสรํ อเทนฺโต. อถ วา ปติฏฺฐํ ปจฺฉินฺทนฺโต, ปฏิญฺญํ เอว ปริวตฺเตนฺโตติ อตฺโถ. อุปลพฺภติ ปุคฺคโลติ หิ สกวาทึ อุทฺทิสฺส ปรวาทิโน ปฏิญฺญาว น ยุตฺตา อปฺปสิทฺธตฺตา วิเสสิตพฺพสฺส. เตเนวาห ‘‘อนุปลพฺภเนยฺยโต น ตว วาโท ติฏฺฐตีติ นิวตฺเตนฺโต’’ติ. รูปญฺจ อุปลพฺภติ…เป… ทสฺเสตีติ เอเตน ปรวาทินา อธิปฺเปตเหตุโน วิปรีตตฺถสาธกตฺตํ ทสฺเสติ.

อุปลพฺภมานํ นาม โหตีติ อาการโต ตํอาการวนฺตานํ อนญฺญตฺตาติ อธิปฺปาโย. อญฺญถาติ อาการ, อาการวนฺตานํ เภเท. เอติสฺสาติ ‘‘ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมฏฺเฐนา’’ติ เอวํ วุตฺตาย ทุติยปุจฺฉาย. เอส วิเสโสติ โย ยถาวุตฺโต ทฺวินฺนํ ปุจฺฉานํ วิสยสฺส สภาวาการเภโท, เอส ทฺวินฺนํ ปุจฺฉานํ วิเสโส. สภาวธมฺมานํ สามญฺญลกฺขเณน อภินฺนานมฺปิ สลกฺขณโต เภโทเยวาติ อญฺญธมฺมสฺส อญฺเญนากาเรน น กทาจิปิ อุปลพฺโภ ภเวยฺย. ยทิ สิยา, อญฺญตฺตเมว น สิยาติ รุปฺปนาทิสปจฺจยาทิอากาเรน อนุปลพฺภมาโนปิ ปุคฺคโล อตฺตโน ภูตสภาวฏฺเฐน อุปลพฺภเตวาติ วทนฺตํ ปรวาทินํ ปติ ‘‘โย สจฺจิกฏฺโฐ’’ติอาทิ โจทนา อโนกาสาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยถา ปน…เป… นิคฺคโห จ น กาตพฺโพ’’ติ. ตตฺถ นิคฺคโหติ ‘‘อาชานาหิ นิคฺคห’’นฺติ เอวํ วุตฺตนิคฺคโห, ปราชยาโรปเนน ปรวาทิโน นิคฺคณฺหนนฺติ อตฺโถ.

สฺวายํ ปน ยสฺมา ตสฺส วาทาปราธเหตุโก, ตสฺมา ตํ ทสฺเสตุํ อฏฺฐกถายํ โทสาปราธปริยาเยหิ วิภาวิโต. อวชานนเญฺหตฺถ นิคฺคหฏฺฐานํ. ตถา หิ ปฏิญฺญาหานิ, ปฏิญฺญานฺตรํ, ปฏิญฺญาวิโรโธ, ปฏิญฺญาสญฺญาโส, เหตฺวนฺตรํ, อตฺถนฺตรํ, นิรตฺถกํ, อวิญฺญาตตฺถํ, อสมฺพนฺธตฺถํ, อปฺปตฺตกาลํ, อูนํ, อธิกํ, ปุนรุตฺตํ, อนนุภาสนํ, อวิญฺญาตํ, อปฺปฏิภา, วิกฺเขโป, มตานุญฺญา, อนุยุญฺชิตพฺพสฺส อุเปกฺขนํ, อนนุยุญฺชิตพฺพสฺส อนุโยโค, อปสิทฺธนฺตรํ, เหตฺวาภาสา จาติ ทฺวาวีสติ นิคฺคหฏฺฐานานิ ญายวาทิโน วทนฺติ.

ตตฺถ วิสทิสูทาหรณธมฺมานุชานนํ ปฐมุทาหรเณ ปฏิญฺญาหานิ. ปฏิญฺญาตตฺถปฏิเสเธ ตทญฺญตฺถนิทฺเทโส ปฏิญฺญานฺตรํ. ปฏิญฺญาวิรุทฺธเหตุกิตฺตนํ ปฏิญฺญาวิโรโธ. ปฏิญฺญาตตฺถาปนยนํ ปฏิญฺญาสญฺญาโส. อวิเสสวุตฺเต เหตุมฺหิ ปฏิสิทฺเธ วิเสสเหตุกถนํ เหตฺวนฺตรํ. อธิกตตฺถานุปโยคิอตฺถกถนํ อตฺถนฺตรํ. มาติกาปาโฐ วิย อตฺถหีนํ นิรตฺถกํ. ติกฺขตฺตุํ วุตฺตมฺปิ สกฺขิปฏิวาทีหิ อวิทิตํ อวิญฺญาตตฺถํ. ปุพฺพาปรวเสน สมฺพนฺธรหิตํ อสมฺพนฺธตฺถํ. อวยววิปลฺลาสวจนํ อปฺปตฺตกาลํ. อวยววิกลํ อูนํ. อธิกเหตูทาหรณํ อธิกํ. ฐเปตฺวา อนุวาทํ สทฺทตฺถานํ ปุนปฺปุนํ วจนํ อตฺถาปนฺนวจนญฺจ ปุนรุตฺตํ. ปริสาย วิทิตสฺส ตีหิ วุตฺตสฺส อปจฺจุทาหาโร อนนุภาสนํ. ยํ วาทินา วุตฺตํ ปริสาย วิญฺญาตํ ปฏิวาทินา ทุวิญฺญาตํ, ตํ อวิญฺญาตํ. ตํวาทินา วตฺตพฺเพ วุตฺเต ปรวาทิโน ปฏิวจนสฺส อนุปฏฺฐานํ อปฺปฏิภา. กิจฺจนฺตรปฺปสงฺเคน กถาวิจฺฉินฺทนํ วิกฺเขโป. อตฺตโน โทสานุชานเนน ปรปกฺขสฺส โทสปฺปสญฺชนํ ปรมตานุชานนํ มตานุญฺญา. นิคฺคหปฺปตฺตสฺส นิคฺคณฺหนํ อนุยุญฺชิตพฺพสฺส อุเปกฺขนํ. สมฺปตฺตนิคฺคหสฺส อนิคฺคหฏฺฐาเน จ นิคฺคณฺหนํ อนุยุญฺชิตพฺพสฺส อนุโยโค. เอกํ สิทฺธนฺตมนุชานิตฺวา อนิยมโต ตทญฺญสิทฺธนฺตกถาปฺปสญฺชนํ อปสิทฺธนฺตรํ. อสิทฺธา อเนกนฺติกา วิรุทฺธา จ เหตฺวาภาสา, เหตุปติรูปกาติ อตฺโถ. เตสญฺจ กถนํ นิคฺคหฏฺฐานนฺติ.

อิเมสุ ทฺวาวีสติยา นิคฺคหฏฺฐาเนสุ อิทํ ปฏิญฺญาย อปนยนโต สยเมว ปจฺจกฺขานโต ปฏิญฺญาสญฺญาโส นาม นิคฺคหฏฺฐานํ. เตเนวาห ‘‘อวชานเนเนว นิคฺคหํ ทสฺเสตี’’ติ. อสิทฺธตฺตาติ เอเตน ปจฺจกฺขโต อนุมานโต จ ปุคฺคลสฺส อนุปลพฺภมาห. น หิ โส ปจฺจกฺขโต อุปลพฺภติ. ยทิ อุปลพฺเภยฺย, วิวาโท เอว น สิยา, อนุมานมฺปิ ตาทิสํ นตฺถิ, เยน ปุคฺคลํ อนุมิเนยฺยุํ. ตถา หิ ตํ สาสนิโก ปุคฺคลวาที วเทยฺย ‘‘ปุคฺคโล อุปลพฺภติ, อตฺถิ ปุคฺคโล’’ติ ภควตา วุตฺตตฺตา รูปเวทนาทิ วิย. ยญฺหิ ภควตา ‘‘อตฺถี’’ติ ยทิ วุตฺตํ, ตํ ปรมตฺถโต อตฺถิ ยถา ตํ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ. ยํ ปน ปรมตฺถโต นตฺถิ, น ตํ ภควตา ‘‘อตฺถี’’ติ วุตฺตํ ยถา ตํ ปกติวาทิอาทีนํ ปกติอาทีติ, ตํ มิจฺฉา. เอตฺถ หิ ยทิ โวหารโต ปุคฺคลสฺส อตฺถิภาโว อธิปฺเปโต, สิทฺธํ สาธนํ, อถ ปรมตฺถโต, อสิทฺโธ เหตุ ตถา อวุตฺตตฺตา. วิรุทฺโธ จ ตสฺส อนิจฺจสงฺขตปฏิจฺจสมุปฺปนฺนาทิภาวาสาธนโต รูปเวทนาทีสุ ตถา ทิฏฺฐตฺตาติอาทินา ตสฺส อเหตุกภาวสฺเสว ปากฏภาวโต.

ยํ ปน พาหิรกา ปุถุ อญฺญติตฺถิยา วทนฺติ. อตฺเถว จ ปรมตฺถโต อตฺตา ญาณาภิธานสฺส ปวตฺติยา นิมิตฺตภาวโต รูปาทิ วิย. อถ วา อตฺตาติริตฺตปทตฺถนฺตโร รูปกฺขนฺโธ ขนฺธสภาวตฺตา ยถา ตํ อิตรกฺขนฺธา. ยเญฺหตฺถ ปทตฺถนฺตรํ, โส ปุคฺคโลติ อธิปฺปาโย.

เอตฺถ จ ปุริมสฺส เหตุโน ปญฺญตฺติยา อเนกนฺติกตา อสิทฺธตา จ. น หิ อสโต สกวาทินํ ปติ ปรมตฺถโต ญาณาภิธานปฺปวตฺติยา นิมิตฺตภาโว สิชฺฌติ. โวหารโต เจ, ตทสิทฺธสาธนตา รูปาทิสภาววินิมุตฺตรูโปปิ ปุคฺคโล น โหตีติ เอวมาทิวิรุทฺธตฺถตา. ปจฺฉิมสฺส ปน เหตุโน สาเธตพฺพตฺถสามญฺญปริคฺคเห สิทฺธสาธนตา, รูปกฺขนฺธโต ปทตฺถนฺตรโต ปรมตฺถนฺตรภูตเวทนาทิสมฺภวสฺส อิจฺฉิตตฺตา จ. ตพฺพิเสสปริคฺคเห จ สกวาทินํ ปติ อุทาหรณาภาโว ปรปริกปฺปิตชีวปทตฺถวิรหโต. อิตรกฺขนฺธานํ เวทนาทิวินิมุตฺตอุภยสิทฺธชีวปทตฺถสหิโตปิ รูปกฺขนฺโธ น โหติ อิตรกฺขนฺธา วิยาติ วิรุทฺธตฺถตา จ.

ยํ ปน กาณาทา ‘‘สุขาทีนํ นิสฺสยภาวโต’’ติ อนุมานํ วทนฺติ, เต อิทํ วตฺตพฺพา – กึ สุขาทีนํ อตฺตนิ ปฏิพทฺธํ ยโต สุขาทินิสฺสยตาย อตฺตา อนุมียติ. ยทิ อุปฺปาโท, เอวํ สนฺเต สพฺเพปิ สุขาทโย เอกโต เอว ภเวยฺยุํ การณสฺส สนฺนิหิตภาวโต อญฺญนิรเปกฺขโต จ. อถ อญฺญมฺปิ กิญฺจิ อินฺทฺริยาทิการณนฺตรมเปกฺขิตพฺพํ, ตเทว โหตุ การณํ, กิมญฺเญน อทิฏฺฐสามตฺถิเยน ปริกปฺปิเตน ปโยชนํ. อถ ปน เตสํ อตฺตาธีนา วุตฺตีติ วเทยฺยุํ, เอวมฺปิ น สิชฺฌติ อุทาหรณาภาวโต. น หิ รูปาทิวินิมุตฺโต ตาทิโส โกจิ สภาวธมฺโม สุขาทิสนฺนิสฺสยภูโต อตฺถิ, ยโต อตฺตโน อตฺตตฺถสิทฺธิยา อุทาหรณํ อปทิเสยฺยุํ. อิมินา นเยน อสมาสปทาภิเธยฺยตฺตาติอาทีนมฺปิ อยุตฺตตฺตา นิวาเรตพฺพา. ตถา ‘‘อญฺญสฺส สจฺจิกฏฺฐสฺส อสิทฺธตฺตา’’ติ อิมินา จ ปกติอณุอาทีนมฺปิ พาหิรปริกปฺปิตานํ อสิทฺธตา วุตฺตาวาติ เวทิตพฺพา. กถํ ปน เตสํ อสิทฺธีติ? ปมาเณน อนุปลพฺภนโต. น หิ ปจฺจกฺขโต ปกติ สิทฺธา กปิลสฺสปิ อิสิโน ตสฺส อปจฺจกฺขภาวสฺส กาปิเลหิ อนุญฺญายมานตฺตา.

ยํ ปน ‘‘อตฺถิ ปธานํ เภทานํ อนฺวยทสฺสนโต สกลกลาปมตฺตํ วิยา’’ติ เต อนุมานํ วทนฺติ. อิมินา หิ เภทานํ สตฺวาทีนํ วิชฺชมานปธานตา ปฏิญฺญาตา. เอตฺถ จ วุจฺจเต – สกลาทีนํ ปธานํ ตพฺพิภาเคหิ กึ อญฺญตฺตํ, อุทาหุ อนญฺญนฺติ, กิญฺเจตฺถ ยทิ อญฺญตฺตํ, สพฺโพ โลโก ปธานมโยติ สมยวิโรโธ สิยา, สณฺฐานเภเทน อญฺญตฺถ ปฏิชานนโต น โทโสติ เจ? ตํ น, วลยกฏกาทิสณฺฐานเภเทปิ กนกาเภททสฺสนโต. น หิ สณฺฐานํ วตฺถุเภทนิมิตฺตํ ตสฺส อนุปาทานตฺตา. ยํ ยสฺส เภทนิมิตฺตํ, น ตํ ตสฺส อนุปาทานํ ยถา สุวณฺณมตฺติกาทิฆฏาทีนํ สุวณฺณฆโฏ มตฺติกาฆโฏ โกเสยฺยปโฏ กปฺปาสปโฏติ จ สาเธตพฺพธมฺมรหิตญฺจ อุทาหรณํ. น หิ ปธาเนกการณปุพฺพกตฺตํ สกลาทีนํ ปกติวาทิโน สิทฺธํ, นาปิ กาปิลานํ กถญฺจิ อญฺญตฺตานุชานนโต. อนญฺญตฺเต ปน อุทาหรณาภาโว. น หิ ตเทว สาเธตพฺพํ ตเทว จ อุทาหรณํ ยุตฺตํ, อนฺวยทสฺสนมฺปิ อสิทฺธํ. น หิ ตเทว เตน อนฺวิตํ ยุชฺชติ. ปธาเนน อนฺวยทสฺสนมฺปิ อสิทฺธํ ปรวาทิโนติ คุณสฺส ปธานสฺส อนนุชานนโต. อถ ยํ กิญฺจิ การณํ ปธานํ ‘‘ปธียติ เอตฺถ ผล’’นฺติ, เอวมฺปิ อสิทฺธเมว การเณ ผลสฺส อตฺถิภาวานนุชานนโต, เหตุโน จ อสิทฺธนิสฺสยตาปราภิมตเภทานนุชานนโต. อถ วิเสเสน การณายตฺตวุตฺติตา ผลสฺส สาธียติ, น กิญฺจิ วิรุทฺธํ ธมฺมานํ ยถาสกํ ปจฺจเยน ปฏิจฺจสมุปฺปตฺติยา อิจฺฉิตตฺตาติ.

อปิจ ปกติวาทิโน ‘‘สตฺวรชตมสงฺขาตานํ ติณฺณํ คุณานํ สมภาโว ปกติ, สา จ นิจฺจา สตฺวาทิวิสมสภาวโต อนิจฺจโต มหตาทิวิการโต อนญฺญา’’ติ ปฏิชานนฺติ. สา เตสํ วุตฺตปฺปการา ปกติ น สิชฺฌติ ตโต วิรุทฺธสภาวโต วิการโต อนญฺญตฺตา. น หิ อสฺสสฺส วิสาณํ ทีฆํ, ตญฺจ รสฺสโต โควิสาณโต อนญฺญนฺติ วุจฺจมานํ สิชฺฌติ. กิญฺจ ภิยฺโย? ติณฺณํ เอกภาวาภาวโต. สตฺวาทิคุณตฺตยโต หิ ปกติยา อนญฺญตฺตํ อิจฺฉนฺตานํ เตสํ สตฺวาทีนมฺปิ ปกติยา อนญฺญตฺตํ อาปชฺชติ, น จ ยุตฺตํ ติณฺณํ เอกภาโวติ. เอวมฺปิ ปกติ น สิชฺฌติ. กถํ? อเนกโทสาปตฺติโต. ยทิ หิ พฺยตฺตสภาวโต วิการโต อพฺยตฺตสภาวา ปกติ อนญฺญา, เอวํ สนฺเต เหตุมนฺตตา อนิจฺจตา อพฺยาปิตา สกิริยตา อเนกตา นิสฺสิตตา ลิงฺคตา สาวยวตา ปรตนฺตฺรตาติ เอวมาทโย อเนเก โทสา ปกติยา อาปชฺชนฺติ, น ชาติวิการโต อนญฺญา ปฏิชานิตพฺพา. ตถา จ สติ สมยวิโรโธติ กปฺปนามตฺตํ ปกตีติ อสิทฺธา สาติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ.

ปกติยา จ อสิทฺธาย ตํนิมิตฺตกภาเวน วุจฺจมานา มหตาทโยปิ อสิทฺธา เอว. ยถา จ ปกติ มหตาทโย จ, เอวํ อิสฺสรปชาปติปุริสกาลสภาวนิยติยทิจฺฉาทโยปิ. เอเตสุ หิ อิสฺสโร ตาว น สิชฺฌติ อุปการสฺส อทสฺสนโต. สตฺตานญฺหิ ชาติยํ มาตาปิตูนํ พีชเขตฺตภาเวน กมฺมสฺส หีนตาทิวิภาคกรเณน, ตโต ปรญฺจ อุตุอาหารานํ พฺรูหนุปตฺถมฺภเนน, อินฺทฺริยานํ ทสฺสนาทิกิจฺจสาธเนน อุปกาโร ทิสฺสติ, น, เอวมิสฺสรสฺส. หีนตาทิวิภาคกรณมิสฺสรสฺสาติ เจ? ตํ น, อสิทฺธตฺตา. ยถาวุตฺโต อุปการวิเสโส อิสฺสรนิมฺมิโต, น กมฺมุนาติ สาธนียเมตํ. อิตรตฺราปิ สมานเมตนฺติ เจ? น, กมฺมโต ผลนิยมสิทฺธตฺตา. สติ หิ กตูปจิเต กมฺมสฺมึ ตตฺถ ยํ อกุสลํ, ตโต หีนตา, ยํ กุสลํ, ตโต ปณีตตาติ สิทฺธเมตํ. อิสฺสรวาทินาปิ หิ น สกฺกา กมฺมํ ปฏิกฺขิปิตุํ.

อปิเจตสฺส โลกวิจิตฺตสฺส อิสฺสรนิมฺมานภาเว พหู โทสา สมฺภวนฺติ. กถํ? ยทิ สพฺพมิทํ โลกวิจิตฺตํ อิสฺสรนิมฺมิตํ, สเหว วจเนน ปวตฺติตพฺพํ, น กเมน. น หิ สนฺนิหิตการณานํ ผลานํ กเมน อุปฺปตฺติ ยุตฺตา, การณนฺตราเปกฺขาย อิสฺสรสฺส สามตฺถิยหานิ. จกฺขาทีนํ จกฺขุวิญฺญาณาทีสุ การณภาโว น ยุตฺโต. กโรตีติ หิ การณนฺติ. อิสฺสโร เอว จ การโกติ สพฺพการณานํ การณภาวหานิ. เยหิ ปุถุวิเสเสหิ อิสฺสโร ปสีเทยฺย, เตสญฺจ สยํการตา อาปชฺชติ, ตถา สพฺเพสํ เหตุกานํ การณภาโว. ยญฺเชตํ นิมฺมานํ, ตญฺจสฺส อตฺตทตฺถํ วา สิยา, ปรตฺถํ วา สิยา. อตฺตทตฺถตายํ อตฺตโน อิสฺสรภาวหานิ อกตกิจฺจตาย อิสิตาวสิตาภาวโต. เตน วา นิมฺมิเตน ยํ อตฺตโน กาตพฺพํ, ตํ กสฺมา สยเมว น กโรติ. ปรตฺถตายํ ปน ปโร นาเมตฺถ โลโก เอวาติ กิมตฺถิยํ ตสฺส นิรยาทิโรคาทิวิสาทินิมฺมานํ. ยา จสฺส อิสฺสรตา, สา สยํกตา วา สิยา ปรํกตา วา อเหตุกา วา. ตตฺถ สยํกตา เจ, ตโต ปุพฺเพ อนิสฺสรภาวาปตฺติ. ปรํกตา เจ, ปจฺฉาปิ อนิสฺสรภาวาปตฺติ สอุตฺตรตา จ สิยา. อเหตุกา เจ, น กสฺสจิ อนิสฺสรตาติ เอวมิสฺสรสฺสปิ อสิทฺธิ เวทิตพฺพา.

ยถา จ อิสฺสโร, เอวํ ปชาปติ ปุริโส จ. นามมตฺตเมว เหตฺถ วิเสโส. เตหิ วาทีหิ ปกปฺปิตํ ยทิทํ ‘‘ปชาปติ ปุริโส’’ติ. ตํนิมิตฺตกํ ปน โลกปฺปวตฺตึ อิจฺฉนฺตานํ ปชาปติวาเท ปุริสวาเท จ อิสฺสรวาเท วิย โทสา อสิทฺธิ จ วิธาตพฺพา. ยถา เจเต อิสฺสราทโย, เอวํ กาโลปิ อสิทฺโธ ลกฺขณาภาวโต. ปรมตฺถโต หิ วิชฺชมานานํ ธมฺมานํ สภาวสงฺขาตํ ลกฺขณํ อุปลพฺภติ. ยถา ปถวิยา กถินตา, น เอวํ กาลสฺส, ตสฺมา นตฺถิ ปรมตฺถโต กาโลติ. กาลวาที ปนาห ‘‘วตฺตนาลกฺขโณ กาโล’’ติ. โส วตฺตพฺโพ ‘‘กา ปนายํ วตฺตนา’’ติ. โส อาห ‘‘สมยมุหุตฺตาทีนํ ปวตฺตี’’ติ. ตมฺปิ น, รูปาทีหิ อตฺถนฺตรภาเวน อนิทฺธาริตตฺตา. ปรมตฺถโต หิ อนิทฺธาริตสภาวสฺส วตฺตนาลกฺขณตายํ สสวิสาณาทีนมฺปิ ตํลกฺขณตา อาปชฺเชยฺย.

ยํ ปน วทนฺติ กาณาทา ‘‘อปรสฺมึ อปรํ ยุคปทิ จิรํ ขิปฺปมิติ กาลลิงฺคานีติ ลิงฺคสพฺภาวโต อตฺถิ กาโล’’ติ, ตํ อยุตฺตํ ลิงฺคิโน อนุปลพฺภมานตฺตา. สิทฺธสมฺพนฺเธสุ หิ ลิงฺเคสุ ลิงฺคมตฺตคฺคหเณน ลิงฺคินิ อวโพโธ ภเวยฺย. น จ เกนจิ อวิปรีตเจตสา เตน ลิงฺเคน สห กทาจิ กาลสงฺขาโต ลิงฺคี คหิตปุพฺโพติ. อโต น ยุตฺตํ ‘‘ลิงฺคสพฺภาวโต อตฺถิ กาโล’’ติ. ‘‘อปรสฺมึ อปร’’นฺติอาทิกสฺส วิเสสสฺส นิมิตฺตภาวโต ยุตฺตนฺติ เจ? น, ปฐมชาตตาทินิมิตฺตกตฺตา ตสฺส. น จ ปฐมชาตตาทิ นาม โกจิ ธมฺโม อตฺถิ อญฺญตฺร สมญฺญามตฺตโตติ นตฺเถว ปรมตฺถโต กาโล. กิญฺจ ภิยฺโย, พหูนํ เอกภาวาปตฺติโต. อตีตาทิวิภาเคน หิ โลกสมญฺญาวเสน พหู กาลเภทา. ตฺวญฺเจตํ เอกํ วทสีติ พหูนํ เอกภาวาภาวโต นตฺเถว ปรมตฺถโต กาโล. ตถา เอกสฺส อเนกภาวาปตฺติโต. โย หิ อยํ อชฺช วตฺตมานกาโล, โส หิยฺโย อนาคโต อโหสิ, เสฺว อตีโต ภวิสฺสติ. หิยฺโย จ วตฺตมาโน อชฺช อตีโต อโหสิ, ตถา เสฺว วตฺตมาโนปิ อปรชฺช. น เจกสภาวสฺส อเนกสภาวตา ยุตฺตาติ อสิทฺโธ ปรมตฺถโต กาโล. ธมฺมปฺปวตฺตึ ปน อุปาทาย กปฺปนามตฺตสิทฺธาย โลกสมญฺญาย อตีตาทิวิภาคโต โวหรียตีติ โวหารมตฺตโกติ ทฏฺฐพฺโพ.

สภาวนิยติยทิจฺฉาทโยปิ อสิทฺธา. กึ การณา? ลกฺขณาภาวา. น หิ สภาวโต นิยติยทิจฺฉา สมฺภวติ. อญฺญถา เอวํวิโธ โกจิ ภาโว อตฺถิ เจ, เตสํ สภาวสงฺขาเตน ลกฺขเณน ภวิตพฺพํ, ปติฏฺฐาปกเหตุนา จ น จตฺถิ. เกวลํ ปเนเต วาทา วิมทฺทิยมานา อเหตุวาเท เอว ติฏฺฐนฺติ, น จาเหตุกํ โลกวิจิตฺตํ วิเสสาภาวปฺปสงฺคโต. อเหตุกภาเว หิ ปวตฺติยา ยฺวายํ นรสุรนิรยติรจฺฉานาทีสุ อินฺทฺริยาทีนํ วิเสโส, ตสฺส อภาโว อาปชฺชติ, น จายํ ปณฺฑิเตหิ อิจฺฉิโต. กิญฺจ? ทิฏฺฐภาวโต. ทิฏฺฐา หิ จกฺขาทิโต จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ พีชาทิโต องฺกุราทีนํ ปวตฺติ, ตสฺมาปิ เหตุโตวายํ ปวตฺติ. ตถา ปุเร ปจฺฉา จ อภาวโต. ยโต ยโต หิ ปจฺจยสามคฺคิโต ยํ ยํ ผลํ นิพฺพตฺตติ, ตโต ปุพฺเพ ปจฺฉา จ น ตสฺส นิพฺพตฺติ สมฺภวติ, กิญฺจ พหุนา. ยทิ อเหตุโต ปวตฺติ สิยา, อเหตุกา ปวตฺตีติ อิมาปิ วาจา ยถาสกปจฺจยสมวายโต ปุเร ปจฺฉา จ ภเวยฺยุํ, น จ ภวนฺติ อลทฺธปฺปจฺจยตฺตา, มชฺเฌ เอว จ ภวนฺติ ลทฺธปฺปจฺจยตฺตา. เอวํ สพฺเพปิ สงฺขตา ธมฺมาติ น สิชฺฌติ อเหตุวาโท. ตสฺมิญฺจ อสิทฺเธ ปวตฺติยา อเหตุภาโว วิย อเหตุปริยายวิเสสภูตา สภาวนิยติยทิจฺฉาทโยปิ อสิทฺธา เอว โหนฺตีติ เวทิตพฺพา.

ยํ ปน กาณาทา ‘‘ปรมาณโว นิจฺจา, เตหิ ทฺวิอณุกาทิผลํ นิพฺพตฺตติ, ตญฺจ อนิจฺจํ, ตสฺส วเสเนตํ โลกวิจิตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตมฺปิ มิจฺฉาปริกปฺปมตฺตํ. น หิ ปรมาณโว นาม สนฺติ อญฺญตฺร ภูตสงฺฆาตา. โส ปน อนิจฺโจว, น จ นิจฺจโต อนิจฺจสฺส นิพฺพตฺติ ยุตฺตา ตสฺส การณภาวานุปปตฺติโต ตถา อทสฺสนโต จ. ยทิ จ โส กสฺสจิ การณภาวํ คจฺเฉยฺย, อนิจฺโจ เอว สิยา วิการาปตฺติโต. น จายํ สมฺภโว อตฺถิ, ยํ วิการํ อนาปชฺชนฺตเมว การณํ ผลํ นิพฺพตฺเตยฺยาติ. วิการญฺเจ อาปชฺชติ, กุตสฺส นิจฺจตาวกาโส, ตสฺมา วุตฺตปฺปการา ปรมาณโว สตฺตา อนิจฺจา, อญฺเญปิ นิจฺจาทิภาเวน พาหิรเกหิ ปริกปฺปิตา อสิทฺธา เอวาติ เวทิตพฺพํ. เตน วุตฺตํ ‘‘ธมฺมปฺปเภทโต ปน อญฺญสฺส สจฺจิกฏฺฐสฺส อสิทฺธตฺตา’’ติ.

เอตฺถาห ‘‘ยทิ ปรมตฺถโต ปุคฺคโล น อุปลพฺภติ, เอวํ ปน ปุคฺคเล อนุปลพฺภมาเน อถ กสฺมา ภควา ‘อตฺถิ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน’ติ (อ. นิ. ๔.๙๕; กถา. ๒๒), ‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’นฺติ (อ. นิ. ๔.๙๕; กถา. ๒๒) จ ตตฺถ ตตฺถ ปุคฺคลสฺส อตฺถิภาวํ ปเวเทสี’’ติ. วิเนยฺยชฺฌาสยวเสน. ตถา ตถา วิเนตพฺพานญฺหิ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยวเสน วิเนยฺยทมนกุสโล สตฺถา ธมฺมํ เทเสนฺโต โลกสมญฺญานุรูปํ ตตฺถ ตตฺถ ปุคฺคลคฺคหณํ กโรติ, น ปรมตฺถโต ปุคฺคลสฺส อตฺถิภาวโต.

อปิจ อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ปุคฺคลกถํ กเถติ หิโรตฺตปฺปทีปนตฺถํ, กมฺมสฺสกตาทีปนตฺถํ, ปจฺจตฺตปุริสการทีปนตฺถํ, อานนฺตริยทีปนตฺถํ, พฺรหฺมวิหารทีปนตฺถํ, ปุพฺเพนิวาสทีปนตฺถํ, ทกฺขิณาวิสุทฺธิทีปนตฺถํ, โลกสมฺมุติยา อปฺปหานตฺถญฺจาติ. ‘‘ขนฺธา ธาตู อายตนานิ หิรียนฺติ โอตฺตปฺปนฺตี’’ติ หิ วุตฺเต มหาชโน น ชานาติ, สมฺโมหํ อาปชฺชติ, ปฏิสตฺตุ วา โหติ ‘‘กิมิทํ ขนฺธา ธาตู อายตนานิ หิรียนฺติ โอตฺตปฺปนฺติ นามา’’ติ. ‘‘อิตฺถี หิรียติ โอตฺตปฺปติ, ปุริโส, ขตฺติโย, พฺราหฺมโณ’’ติ ปน วุตฺเต ชานาติ, น สมฺโมหํ อาปชฺชติ, น ปฏิสตฺตุ โหติ, ตสฺมา ภควา หิโรตฺตปฺปทีปนตฺถํ ปุคฺคลกถํ กเถติ. ‘‘ขนฺธา กมฺมสฺสกา, ธาตุโย อายตนานี’’ติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย. ตสฺมา กมฺมสฺสกตาทีปนตฺถมฺปิ ปุคฺคลกถํ กเถติ. ‘‘เวฬุวนาทโย มหาวิหารา ขนฺเธหิ การาปิตา, ธาตูหิ, อายตเนหี’’ติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย. ตถา ‘‘ขนฺธา มาตรํ ชีวิตา โวโรเปนฺติ, ปิตรํ, อรหนฺตํ, รุหิรุปฺปาทกมฺมํ, สงฺฆเภทกมฺมํ กโรนฺติ, ธาตุโย, อายตนานี’’ติ วุตฺเตปิ, ‘‘ขนฺธา เมตฺตายนฺติ, ธาตุโย, อายตนานี’’ติ วุตฺเตปิ, ‘‘ขนฺธา ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺติ, ธาตุโย, อายตนานี’’ติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย. ตสฺมา ภควา ปจฺจตฺตปุริสการทีปนตฺถํ อานนฺตริยทีปนตฺถํ พฺรหฺมวิหารทีปนตฺถํ ปุพฺเพนิวาสทีปนตฺถญฺจ ปุคฺคลกถํ กเถติ. ‘‘ขนฺธา ทานํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ, ธาตุโย, อายตนานี’’ติ วุตฺเตปิ มหาชโน น ชานาติ, สมฺโมหํ อาปชฺชติ, ปฏิสตฺตุ วา โหติ ‘‘กิมิทํ ขนฺธา ธาตู อายตนานิ ปฏิคฺคณฺหนฺติ นามา’’ติ. ‘‘ปุคฺคโล ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติ ปน วุตฺเต ชานาติ, น สมฺโมหํ อาปชฺชติ, น ปฏิสตฺตุ โหติ, ตสฺมา ภควา ทกฺขิณาวิสุทฺธิทีปนตฺถํ ปุคฺคลกถํ กเถติ. โลกสมฺมุติญฺจ พุทฺธา ภควนฺโต นปฺปชหนฺติ โลกสมญฺญาย โลกาภิลาเป ฐิตาเยว ธมฺมํ เทเสนฺติ, ตสฺมา ภควา โลกสมฺมุติยา อปฺปหานตฺถมฺปิ ปุคฺคลกถํ กเถตีติ อิเมหิ อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ปุคฺคลกถํ กเถติ, น ปรมตฺถโต ปุคฺคลสฺส อตฺถิภาวโตติ เวทิตพฺพํ.

ธมฺมปฺปเภทากาเรเนวาติ ยถาวุตฺตรูปาทิธมฺมปฺปเภทโต อญฺญสฺส สจฺจิกฏฺฐสฺส อสิทฺธตฺตา รูปาทิธมฺมปฺปเภทากาเรเนว ปุคฺคลสฺส อุปลทฺธิยา ภวิตพฺพนฺติ อตฺโถ. เตน ‘‘กึ ตว ปุคฺคโล อุปลพฺภมาโน รุปฺปนากาเรน อุปลพฺภติ, อุทาหุ อนุภวนสญฺชานนาภิสงฺขรณวิชานเนสุ อญฺญตรากาเรนา’’ติ ทสฺเสติ ตพฺพินิมุตฺตสฺส สภาวธมฺมสฺส โลเก อภาวโต. อวิเสสวิเสเสหิ ปุคฺคลูปลพฺภสฺส ปฏิญฺญาปฏิกฺเขปปกฺขา อนุชานนาวชานนปกฺขา. ยทิปิเม เทฺวปิ ปกฺขา อนุโลมปฏิโลมนเยสุ ลพฺภนฺติ, อาทิโต ปน ปฐมํ ฐเปตฺวา ปวตฺโต ปฐมนโย, อิตโร ทุติยนฺติ อิมํ เนสํ วิเสสํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนุชานนา…เป… เวทิตพฺโพ’’ติ อาห. ยถาธิกตาย ลทฺธิยา อนุโลมนโต เจตฺถ ปฐโม นโย อนุโลมปกฺโข, ตพฺพิโลมนโต อิตโร ปฏิโลมปกฺโขติ วุตฺโตติ เวทิตพฺพนฺติ.

เตน วต เรติ เอตฺถ เตนาติ การณวจนํ. เยน ปุคฺคลูปลพฺโภ ปติฏฺฐปียติ, เตน เหตุนา. สฺวายํ เหตุ สาสนิกสฺส พาหิรกสฺส จ วเสน เหฏฺฐา ทสฺสิโต เอว. เหตุปติรูปเก จายํ เหตุสมญฺญา ปรมตฺถสฺส อธิปฺเปตตฺตา. เหฏฺฐา ‘‘อาชานาหิ นิคฺคห’’นฺติ นิคฺคหสฺส สญฺญาปนมตฺตํ กตํ, ตํ อิทานิ ‘‘ยํ ตตฺถ วเทสี’’ติอาทินา นิคมนรูเปน มิจฺฉาภาวทสฺสเนน จ วิภาวิยมานํ ปากฏภาวกรณโต อาโรปิตํ ปติฏฺฐาปิตํ โหตีติ อฏฺฐกถายํ ‘‘อาโรปิตตฺตา’’ติ วุตฺตํ.

เอตฺถ จ ‘‘ปุคฺคโล อุปลพฺภตี’’ติ ปฏิญฺญาวยโว สรูเปเนว ทสฺสิโต. ‘‘เตนา’’ติ อิมินา สามญฺญโต เหตาวยโว ทสฺสิโต. ยฺวายํ ยสฺมา ปฏิญฺญาธมฺโม หุตฺวา สทิสปกฺเข วิชฺชมาโน, วิสทิสปกฺเข อวิชฺชมาโนเยว เหตุ ลกฺขณูปปนฺโน นาม โหติ, น อิตโร, ตสฺมา ยตฺถ โส วิชฺชติ น วิชฺชติ จ, โส สทิสาสทิสภาวภินฺโน ทุวิโธ ทิฏฺฐนฺตาวยโว. ยถา รูปาทิ อุปลพฺภติ, ตถา ปุคฺคโล. ยถา จ สสวิสาณํ น อุปลพฺภติ, น ตถา ปุคฺคโลติ อุปนโย. สฺวายํ ‘‘วตฺตพฺเพ โข ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถนา’’ติ อิมาย ปาฬิยา ทีปิโต, โย อฏฺฐกถายํ สทฺธึ เหตุทาหรเณหิ ‘‘ปาปนา’’ติ วุตฺโต. นิคมนํ ปาฬิยํ สรูเปเนว อาคตํ, ยา อฏฺฐกถายํ ‘‘โรปนา’’ติ วุตฺตาติ. เอวํ โปราเณน ญายกฺกเมน สาธนาวยวา นิทฺธาเรตฺวา โยเชตพฺพา.

อิทานิ วตฺตเนน ปรปกฺขุปลกฺขิเต เหตุทาหรเณ อนฺวยพฺยติเรกทสฺสนวเสน นิทฺธาเรตฺวา สาธนปโยโค โยเชตพฺโพ. การณํ วตฺตพฺพนฺติ กิเมตฺถ วตฺตพฺพํ. เหตุทาหรเณหิเยว หิ สปรปกฺขานํ สาธนํ ทูสนํ วา, น ปฏิญฺญาย, ตสฺสา สาเธตพฺพาทิภาวโต. ตํ ปน ทฺวยํ ‘‘เตน วต เร’’ติอาทิปาฬิยา วิภาวิตํ. อฏฺฐกถายํ ปาปนาโรปนาสีเสน ทสฺสิตํ. ปฏิญฺญาฐปนา ปน เตสํ วิสยทสฺสนํ กถายํ ตํมูลตายาติ เวทิตพฺพํ. เตนาห ‘‘ยํ ปน วกฺขตี’’ติอาทิ. เตเนว จ อฏฺฐกถายํ ‘‘อิทํ อนุโลม…เป… เอกํ จตุกฺกํ เวทิตพฺพ’’นฺติ วกฺขติ. ตถา จาห ‘‘ยถา ปน ตตฺถา’’ติอาทิ. นิคฺคโหว วิสุํ วุตฺโต, น ปฏิกมฺมนฺติ อธิปฺปาโย. วิสุํ วุตฺโตติ จ ปาปนาโรปนาหิ อสมฺมิสฺสํ กตฺวา วิสุํ องฺคภาเวน วุตฺโต, น ตทญฺญตโร วิย ตทนฺโตคธภาเวน วุตฺโต, นาปิ ฐปนา วิย อคณนุปคภาเวนาติ อตฺโถ. เย ปนาติ ปทกาเร สนฺธายาห. ทุติเย…เป… อาปชฺชติ ตตฺถ นิคฺคหสฺส อยถาภูตตฺตา ปฏิกมฺมสฺส จ ยถาภูตภาวโตติ อธิปฺปาโย.

๒. ปรมตฺถโต ปุคฺคลํ นานุชานาติ, โวหารโต ปน อนุชานาตีติ สกวาทิมตํ ชานนฺเตนปิ ปรวาทินา ฉลวเสน วิภาคํ อกตฺวา ‘‘ปุคฺคโล นุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถนา’’ติ ปุจฺฉาย กตาย สกวาที ตตฺถ อยํ ปุคฺคลวาที, อิมสฺส ลทฺธิ ปฏิกฺขิปิตพฺพาติ ปรมตฺถสจฺจํ สนฺธายาห ‘‘อามนฺตา’’ติ. ‘‘น อุปลพฺภตี’’ติ หิ วุตฺตํ โหติ. ปุน อิตโร สมฺมุติสจฺจํ สนฺธาย ‘‘โย สจฺจิกฏฺโฐ’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – โย โลกโวหารสิทฺโธ สจฺจิกฏฺโฐ, ตโต เอว เกนจิ อปฏิกฺขิปิตพฺพโต ปรมตฺถโต ตโต โส ปุคฺคโล นุปลพฺภตีติ. ปุน สกวาที ปุพฺเพ ปรมตฺถสจฺจวเสน ปุคฺคเล ปฏิกฺขิตฺเต อิทานิ สมฺมุติสจฺจวเสนายํ ปุจฺฉาติ มนฺตฺวา ตํ อปฺปฏิกฺขิปนฺโต ‘‘น เหวํ วตฺตพฺเพ’’ติ อาห. เตนาห ‘‘อตฺตนา อธิปฺเปตํ สจฺจิกฏฺฐเมวาติ สมฺมุติสจฺจํ สนฺธายาติ อธิปฺปาโย’’ติ. เอวมวฏฺฐิเต ‘‘ยทิ ปรวาทินา…เป… นารภิตพฺพา’’ติ อิทํ น วตฺตพฺพํ ปฐมปุจฺฉาย ปรมตฺถสจฺจสฺส สจฺจิกฏฺโฐติ อธิปฺเปตตฺตา. ‘‘อถ สกวาทินา…เป… อาปชฺชตี’’ติ อิทมฺปิ น วตฺตพฺพํ ทุติยปุจฺฉาย สมฺมุติสจฺจสฺส สจฺจิกฏฺโฐติ อธิปฺเปตตฺตา.

ยทิ อุภยํ อธิปฺเปตนฺติ อิทํ ยทิ ปฐมปุจฺฉํ สนฺธาย, ตทยุตฺตํ ตสฺสา ปรมตฺถสจฺจสฺเสว วเสน ปวตฺตตฺตา. อถ ทุติยปุจฺฉํ สนฺธาย, ตสฺสา สมฺมุติสจฺจวเสน ปฐมตฺถํ วตฺวา ปุน มิสฺสกวเสน วตฺตุํ ‘‘สมฺมุติสจฺจปรมตฺถสจฺจานิ วา เอกโต กตฺวาปิ เอวมาหา’’ติ วุตฺตตฺตา ตมฺปิ น วตฺตพฺพเมว. เทฺวปิ สจฺจานีติ สมฺมุติปรมตฺถสจฺจานิ. เตสุ ปรมตฺถสจฺจสฺเสว นิปฺปริยาเยน สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถภาโว, อิตรสฺส อุปจาเรน. ตถา จ วุตฺตํ ‘‘มายา มรีจิ…เป… อุตฺตมฏฺโฐ’’ติ. ตสฺมา สมฺมุติสจฺจวเสน อุปลทฺธึ อิจฺฉนฺเตนปิ ปรมตฺถสจฺจวเสน อนิจฺฉนโต ‘‘ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถนา’’ติอาทินา อนุโยโค ยุตฺโต. ‘‘ปธานปฺปธาเนสุ ปธาเน กิจฺจสิทฺธี’’ติ เอเตเนว ‘‘น จ สจฺจิกฏฺเฐกเทเสน อนุโยโค’’ติอาทิ นิวตฺติตญฺจ โหติ สจฺจิกฏฺเฐกเทสภาวสฺเสว อสิทฺธตฺตา. นาสฺส ปรมตฺถสจฺจตา อนุยุญฺชิตพฺพาติ อสฺส สจฺจิกฏฺฐสฺส ปรมตฺถสจฺจตา ปรวาทินา น อนุยุญฺชิตพฺพา ‘‘ปุคฺคโล นุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถนา’’ติ สกวาทิโนปิ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถโต ตสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตาติ อธิปฺปาโย. โวหริตสจฺจิกฏฺฐสฺส อตฺตนา อธิปฺเปตสจฺจิกฏฺฐตาปิ ยุตฺตา ตสฺส เตน อธิปฺเปตตฺตา. สฺวายมตฺโถ เหฏฺฐา ทสฺสิโตเยว. วุตฺตนโยว โทโสติ ‘‘เทฺวปิ สจฺจานี’’ติอาทินา อนนฺตรเมว วุตฺตํ สนฺธายาห. ตสฺส ปน อโทสภาโว ทสฺสิโตเยว. อถ น อิติ อถ น ภูตสภาวตฺเถน อุปลพฺเภยฺยาติ โยชนา. วตฺตพฺโพติ ยเทตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ‘‘โย โลกโวหารสิทฺโธ’’ติอาทินา วุตฺตเมว, ตสฺมา เอตฺถ ‘‘ปรมตฺถโต ปุคฺคลํ นานุชานาตี’’ติอาทินา อธิปฺปายมคฺคนํ ทฏฺฐพฺพํ.

อนุญฺเญยฺยเมตํ สิยาติ เอตํ อนุปลพฺภนํ ปฐมปุจฺฉายํ วิย ทุติยปุจฺฉายมฺปิ อนุชานิตพฺพํ สิยา. น วา กิญฺจิ วตฺตพฺพนฺติ อถ วา กิญฺจิ น วตฺตพฺพํ ฐปนียตฺตา ปญฺหสฺส. ตถา หิสฺส ฐปนียาการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา หี’’ติอาทิมาห. เอตฺถ จ กามํ สจฺจทฺวยากาเรน ปุคฺคโล นุปลพฺภติ, สมฺมุติยากาเรน ปน นุปลพฺภตีติ อุปลพฺภนภาวสฺส วเสน ปฏิกฺเขโป กโตติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย ทฏฺฐพฺโพ. อนุญฺญาตํ ปฏิกฺขิตฺตญฺจาติ ปฐมปุจฺฉายํ อนุญฺญาตํ, ทุติยปุจฺฉายํ ปฏิกฺขิตฺตํ. เอตํ ฉลวาทํ นิสฺสายาติ เอตํ เอกํเยว วตฺถุํ อุทฺทิสฺส อนุชานนปฏิกฺขิปนาการํ ฉลวจนํ นิสฺสาย. ตฺวํ นิคฺคเหตพฺโพติ โยชนา. สมฺภวนฺตสฺส สามญฺเญนาติ นิคฺคหฏฺฐานภาเวน สมฺภวนฺตสฺส อนุโลมนเยน อนุชานนปฏิกฺเขปสฺส สมานภาเวน. อสมฺภวนฺตสฺส กปฺปนนฺติ ปจฺจนีกนเยน ตสฺส นิคฺคหฏฺฐานภาเวน อสมฺภวนฺตสฺส ตถา กปฺปนํ สํวิธานํ ฉลวาโท ภวิตุํ อรหติ. ‘‘อตฺถวิกปฺปุปปตฺติยา วจนวิฆาโต ฉล’’นฺติ วุตฺโตวายมตฺโถ. เตนาติ ยถาวุตฺตกปฺปนํ ฉลวาโทติ วุตฺตตฺตา. วจนสามญฺญมตฺตํ กปฺปิตํ ฉลํ วทติ เอเตนาติ ฉลวาโท. เตน วุตฺตํ ‘‘ฉลวาทสฺส การณตฺตา ฉลวาโท’’ติ. วจนสามญฺญมตฺตํ อตฺถภูตํ ตทตฺถํ ฉลวาทํ นิสฺสาย. ‘‘วิจาเรตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, กิเมตฺถ วิจาเรตพฺพํ. ยทิปิ ปกฺขสฺส ฐปนามูลกํ อนุชานนาวชานนานํ มิจฺฉาภาวทสฺสนํ ตพฺพิสยตฺตา, ปาปนาโรปนาหิ เอว ปน โส วิภาวียติ, น ฐปนายาติ ปากโฏยมตฺโถ.

๔-๕. เตนาติ สกวาทินา. เตน นิยาเมนาติ เยน นิยาเมน สกวาทินา จตูหิ ปาปนาโรปนาหิสฺส นิคฺคโห กโต, เตน นิยาเมน นเยน. โส นิคฺคโห ทุกฺกโฏ อนิคฺคโหเยวาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อนิคฺคหภาวสฺส วา อุปคมิตตฺตา’’ติ, ปาปิตตฺตาติ อตฺโถ. เอวเมวาติ ยถา ‘‘ตยา มม กโต นิคฺคโห’’ติอาทินา อนิคฺคหภาวูปนโย วุตฺโต, เอวเมว. เอตสฺสาติ ‘‘เตน หี’’ติอาทินา อิมาย ปาฬิยา วุตฺตสฺส.

อนุโลมปจฺจนีกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ปจฺจนีกานุโลมวณฺณนา

๗-๑๐. อญฺเญนาติ สมฺมุติสจฺจภูเตน. ปรสฺสาติ สกวาทิโน. โส หิ ปรวาทินา ปโร นาม โหติ. ปฏิญฺญาปฏิกฺเขปานํ ภินฺนวิสยตฺตา ‘‘อวิโรธิตตฺตา’’ติ วุตฺตํ. อภินฺนาธิกรณํ วิย หิ อภินฺนวิสยเมว วิรุทฺธํ นาม สิยา, น อิตรนฺติ อธิปฺปาโย. ตเมวตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘น หิ…เป… อาปชฺชตี’’ติ อาห. ยทิ เอวํ กถมิทํ นิคฺคหฏฺฐานํ ชาตนฺติ อาห ‘‘อตฺตโน ปนา’’ติอาทิ. เตน ปฏิญฺญานฺตรํ นาม อญฺญเมเวตํ นิคฺคหฏฺฐานนฺติ ทสฺเสติ.

ปจฺจนีกานุโลมวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สุทฺธสจฺจิกฏฺฐวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. โอกาสสจฺจิกฏฺโฐ

๑. อนุโลมปจฺจนีกวณฺณนา

๑๑. สามญฺเญน วุตฺตํ วิเสสนิวิฏฺฐํ โหตีติ อาห ‘‘สพฺพตฺถาติ สพฺพสฺมึ สรีเรติ อยมตฺโถ’’ติ. สามญฺญโชตนา หิ วิเสเส อวติฏฺฐตีติ วิเสสตฺถินา วิเสโส อนุปยุชฺชิตพฺโพติ. เอเตนาติ เทสวเสน สพฺพตฺถ ปฏิกฺเขปวจเนน.

๓. กาลสจฺจิกฏฺโฐ

๑. อนุโลมปจฺจนีกวณฺณนา

๑๒. มชฺฌิมชาติกาเลติ ปจฺจุปฺปนฺนตฺตภาวกาเล. อตฺตภาโว หิ อิธ ‘‘ชาตี’’ติ อธิปฺเปโต. ตโต อตีโต ปุริมชาติกาโล, อนาคโต ปจฺฉิมชาติกาโล. อิเมสุ ตีสูติ สพฺพตฺถ, สพฺพทา, สพฺเพสูติ อิเมสุ ตีสุ นเยสุ. ปาฐสฺส สํขิตฺตตา สุวิญฺเญยฺยาติ ตํ ฐเปตฺวา อตฺถสฺส สทิสตํ วิภาเวนฺโต ‘‘อิธาปิ หิ…เป… โยเชตพฺพ’’นฺติ อาห. เอตฺถาปิ ‘‘น เกนจิ สภาเวน ปุคฺคโล อุปลพฺภตี’’ติ อยมตฺโถ วุตฺโต โหติ. น หิ เกนจิ สภาเวน อุปลพฺภมานสฺส สกเลกเทสวินิมุตฺโต ปวตฺติกาโล นาม อตฺถีติ.

๔. อวยวสจฺจิกฏฺโฐ

๑. อนุโลมปจฺจนีกวณฺณนา

๑๓. ตติยนเย น สพฺเพกธมฺมวินิมุตฺตํ ปวตฺติฏฺฐานํ นาม อตฺถีติ โยเชตพฺพํ.

โอกาสาทิสจฺจิกฏฺโฐ

๒. ปจฺจนีกานุโลมวณฺณนา

๑๔. อนุโลมปญฺจกสฺสาติอาทิมฺหิ อฏฺฐกถาวจเน. ปุน ตตฺถาติ ยถาวุตฺเต อฏฺฐกถาวจเน, เตสุ วา อนุโลมปญฺจกปจฺจนีเกสุ. สพฺพตฺถ ปุคฺคโล นุปลพฺภตีติอาทิกสฺส ปาฐปฺปเทสสฺส อตฺโถ ‘‘สรีรํ สนฺธายา’’ติอาทินา อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ อตฺโถ. ปฏิกมฺมาทิปาฬินฺติ ปฏิกมฺมนิคฺคหอุปนยนนิคมนปาฬึ. ตีสุ มุเขสูติ ‘‘สพฺพตฺถา’’ติอาทินา วุตฺเตสุ ตีสุ วาทมุเขสุ. ปจฺจนีกสฺส ปาฬิ วุตฺตาติ สมฺพนฺโธ. ตนฺติ ปาฬึ. สงฺขิปิตฺวา อาคตตฺตา สรูเปน อวุตฺเต. สุทฺธิก…เป… วุตฺตํ โหติ ตตฺถ ‘‘สพฺพตฺถา’’ติอาทินา สรีราทิโน ปรามสนํ นตฺถิ, อิธ อตฺถีติ อยเมว วิเสโส, อญฺญํ สมานนฺติ.

สจฺจิกฏฺฐวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. สุทฺธิกสํสนฺทนวณฺณนา

๑๗-๒๗. สจฺจิกฏฺฐสฺส, สจฺจิกฏฺเฐ วา สํสนฺทนํ สจฺจิกฏฺฐสํสนฺทนนฺติ สมาสทฺวยํ ภวตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สจฺจิกฏฺฐสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สจฺจิกฏฺฐสฺส ปุคฺคลสฺสาติ สจฺจิกฏฺฐสภาวสฺส ปรมตฺถโต วิชฺชมานสภาวสฺส ปุคฺคลสฺส. รูปาทีหิ สทฺธึ สํสนฺทนนฺติ สจฺจิกฏฺฐตาสามญฺเญน รูปาทีหิ สมีกรณํ. สจฺจิกฏฺเฐติ สจฺจิกฏฺฐเหตุ, ตตฺถ วา ตํ อธิฏฺฐานํ กตฺวา. ‘‘ตุลฺยโยเค สมุจฺจโย’’ติ สมุจฺจยตฺถตฺตา เอว จ-การสฺส สจฺจิกฏฺเฐน อุปลทฺธิสามญฺเญน อิธ รูปมาหฏนฺติ ตสฺส อุทาหฏภาโว ยุตฺโตติ ‘‘ยถารูป’’นฺติ นิทสฺสนวเสน อตฺโถ วุตฺโต, อญฺญถา อิธ รูปสฺส อาหรณเมว กิมตฺถิยํ. เอวํ เสสธมฺเมสุปิ. ยา ปเนตฺถ อญฺญตฺตปุจฺฉา, สาปิ นิทสฺสนตฺถํ อุปพฺรูเหติ อญฺญตฺตนิพนฺธนตฺตา ตสฺส. โอปมฺมสํสนฺทเน ปน นิทสฺสนตฺโถ คาหียตีติ อิมสฺมึ สุทฺธิกสํสนฺทเน เกวลํ สมุจฺจยวเสเนว อตฺถทสฺสนํ ยุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. รูปาทีนิ อุปาทาปญฺญตฺติมตฺตตฺตา ปุคฺคลสฺส โส เตหิ อญฺโญ, อนญฺโญ จาติ น วตฺตพฺโพติ อยํ สาสนกฺกโมติ อาห ‘‘รูปาทีหิ…เป… สมโย’’ติ. อนุญฺญายมาเนติ ตสฺมึ สมเย สุตฺเต จ อปฺปฏิกฺขิปิยมาเน. อยญฺจ อตฺโถ สาสนิกสฺส ปรวาทิโน วเสน วุตฺโตติ เวทิตพฺพํ.

‘‘อาชานาหิ นิคฺคห’’นฺติ ปาโฐ ทิฏฺโฐ ภวิสฺสติ, อญฺญถา ‘‘ปฏิโลมปญฺจกานิ ทสฺสิตานิ, ปฏิกมฺมจตุกฺกาทีนิ สํขิตฺตานี’’ติ น สกฺกา วตฺตุนฺติ อธิปฺปาโย. โจทนาย วินา ปรวาทิโน ปฏิชานาปนํ นตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘ปฏิชานาปนตฺถนฺติ…เป… โจทนตฺถ’’นฺติ. โจทนาปุพฺพกญฺหิ ตสฺส ปฏิชานาปนํ. เตน ผลโวหาเรน การณํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. อพฺยากตตฺตาติ อพฺยากรณียตฺตา, ภควตา วา น พฺยากตตฺตา. ยทิ ฐปนียตฺตา ปฏิกฺขิปิตพฺพนฺติ อิมสฺมึ ปจฺจนีกนเย ฐปนียตฺตา ปญฺหสฺส สกวาทินา ปฏิกฺขิปิตพฺพํ. ปเรนปีติ ปรวาทินาปิ ฐปนียตฺตา ลทฺธิเมว นิสฺสาย อนุโลมนเย ปฏิกฺเขโป กโตติ อยเมตฺถ สุทฺธิกสํสนฺทนาย อธิปฺปาโย ยุตฺโต อนุโลเมปิ รูปาทีหิ อญฺญตฺตโจทนายเมว ปรวาทินา ปฏิกฺเขปสฺส กตตฺตาติ อธิปฺปาโย.

สุทฺธิกสํสนฺทนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. โอปมฺมสํสนฺทนวณฺณนา

๒๘-๓๖. อุปลทฺธิสามญฺเญน อญฺญตฺตปุจฺฉา จาติ อิมินา ทฺวยมฺปิ อุทฺธรติ อุปลทฺธิสามญฺเญน อญฺญตฺตปุจฺฉา, อุปลทฺธิสามญฺเญน ปุจฺฉา จาติ. ตตฺถ ปจฺฉิมํ สนฺธายาห ‘‘ทฺวินฺนํ สมานตา’’ติอาทิ. ตสฺสตฺโถ – ทฺวินฺนํ รูปเวทนานํ วิย รูปปุคฺคลานํ สจฺจิกฏฺเฐน สมานตา เตสํ อญฺญตฺตสฺส การณํ ยุตฺตํ น โหติ. อถ โข…เป… อุปลพฺภนียตาติ อิทญฺจ สํสนฺทนํ วิจาเรตพฺพํ. อยํ เหตฺถ อธิปฺปาโย – ยทิ สจฺจิกฏฺฐสามญฺเญน รูปปุคฺคลานํ อุปลทฺธิสามญฺญํ อิจฺฉิตํ, เตเนว เนสํ อญฺญตฺตมฺปิ อิจฺฉิตพฺพํ. อถ ปรมตฺถโวหารเภทโต เตสํ อญฺญตฺตํ น อิจฺฉิตํ, ตโต เอว อุปลทฺธิสามญฺญมฺปิ น อิจฺฉิตพฺพนฺติ.

๓๗-๔๕. อุปลทฺธีติ ปุคฺคลสฺส อุปลทฺธิ วิชฺชมานตา. ‘‘ปฏิกมฺมปญฺจก’’นฺติ วิญฺญายตีติ โยชนา.

โอปมฺมสํสนฺทนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. จตุกฺกนยสํสนฺทนวณฺณนา

๔๖-๕๒. เอกธมฺมโตปีติ สตฺตปญฺญาสาย สจฺจิกฏฺเฐสุ เอกธมฺมโตปิ. เอเตน ตโต สพฺพโตปิ ปุคฺคลสฺส อญฺญตฺตานนุชานนํ ทสฺเสติ. เตนาห อฏฺฐกถายํ ‘‘สกลํ ปรมตฺถสจฺจํ สนฺธายา’’ติ. รูปาทิเอเกกธมฺมวเสน นานุยุญฺชิตพฺโพ อวยวพฺยติเรเกน สมุทายสฺส อภาวโต. ยสฺมา ปน สมุทายาวยวา ภินฺนสภาวา, ตสฺมา ‘‘สมุทายโต…เป… นิคฺคหารโห สิยา’’ติ ปรวาทิโน อาสงฺกมาห. เอตํ วจโนกาสนฺติ ยทิปิ สตฺตปญฺญาสธมฺมสมุทายโต ปุคฺคลสฺส อญฺญตฺตํ น อิจฺฉติ ตพฺพินิมุตฺตสฺส สจฺจิกฏฺฐสฺส อภาวโต, ตเทกเทสโต ปนสฺส อนญฺญตฺตมฺปิ น อิจฺฉเตว. น หิ สมุทาโย อวยโว โหตีติ. ตสฺมา ‘‘ตํ ปฏิกฺขิปโต กึ นิคฺคหฏฺฐานนฺติ วตฺตุํ มา ลพฺเภถา’’ติ ทสฺเสตุํ ‘‘อยญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. รูปาทิธมฺมปฺปเภทวิภาคมุเขเนว อนวเสสโต ปุคฺคโลติ คหณาการทสฺสนวเสน ปวตฺโต ปฐมวิกปฺโป, ทุติโย ปน อวิภาคโต ปรมตฺถสจฺจภาวสามญฺเญนาติ อยํ อิเมสํ ทฺวินฺนํ วิกปฺปานํ วิเสโส. อิตีติ วุตฺตปฺปการปรามสนนฺติ อาห ‘‘เอว’’นฺติ.

สภาววินิพฺโภคโตติ สภาเวน วินิพฺภุชฺชิตพฺพโต. สภาวภินฺโน หิ ธมฺโม ตทญฺญธมฺมโต วินิพฺโภคํ ลภติ. เตนาห ‘‘รูปโต อญฺญสภาคตฺตา’’ติ. รูปวชฺเชติ รูปธมฺมวชฺเช. ตีสุปีติ ‘‘รูปสฺมึ ปุคฺคโล, อญฺญตฺร รูปา, ปุคฺคลสฺมึ รูป’’นฺติ อิเมสุ เอวํ ปวตฺเตสุ ตีสุปิ อนุโยเคสุ. สาสนิโก เอวายํ ปุคฺคลวาทีติ กตฺวา อาห ‘‘น หิ โส สกฺกายทิฏฺฐึ อิจฺฉตี’’ติ. ‘‘รูปวา’’ติ อิมินา รูเปน สกิญฺจนตาว ญาปียติ, น รูปายตฺตวุตฺติตาติ อาห ‘‘อญฺญตฺร รูปาติ เอตฺถ จ รูปวา ปุคฺคโลติ อยมตฺโถ สงฺคหิโต’’ติ.

จตุกฺกนยสํสนฺทนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิฏฺฐิตา จ สํสนฺทนกถาวณฺณนา.

๘. ลกฺขณยุตฺติวณฺณนา

๕๔. ลกฺขณยุตฺติกถายํ ‘‘ฉลวเสน ปน วตฺตพฺพํ อาชานาหิ นิคฺคห’’นฺติ ปาโฐ คเหตพฺโพ.

ลกฺขณยุตฺติวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. วจนโสธนวณฺณนา

๕๕-๕๙. ปททฺวยสฺส อตฺถโต เอกตฺเตติ ปททฺวยสฺส เอกตฺตตฺเถ สตีติ อตฺโถ. ปริกปฺปวจนเญฺหตํ โทสทสฺสนตฺถํ ‘‘เอวํ สนฺเต อยํ โทโส’’ติ. ตยิทํ เอกตฺตํ อุปลพฺภติ เอวาติ ปจฺฉิมปทาวธารณํ เวทิตพฺพํ. ‘‘เกหิจิ ปุคฺคโล เกหิจิ น ปุคฺคโล’’ติ พฺยภิจารทสฺสนโต ปเรน น สมฺปฏิจฺฉิตนฺติ กตฺวา ตเมว อสมฺปฏิจฺฉิตตฺตํ วิภาเวนฺโต ‘‘ปุคฺคลสฺส หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อวิภชิตพฺพตนฺติ ‘‘อุปลพฺภติ จา’’ติ เอวํ อวิภชิตพฺพตํ. วิภชิตพฺพตนฺติ ‘‘ปุคฺคโล จ ตทญฺญญฺจ อุปลพฺภตี’’ติ เอวํ วิภชิตพฺพตํ. เอเตน ‘‘ปุคฺคโล อุปลพฺภติ เอวา’’ติ ปจฺฉิมปทาวธารณํ เวทิตพฺพํ, น ‘‘ปุคฺคโล เอว อุปลพฺภตี’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. ตํ วิภาคนฺติ ยถาวุตฺตํ วิภชิตพฺพาวิภชิตพฺพํ วิภาคํ วทโต สกวาทิโน, อญฺญสฺส วา กสฺสจิ. เอตสฺสาติ ปรวาทิโน. ยถาวุตฺตวิภาคนฺติ ‘‘ปุคฺคโล อุปลพฺภติ…เป… เกหิจิ น ปุคฺคโล’’ติ เอวํ ปาฬิยํ วุตฺตปฺปการํ วิภาคํ. ยถาอาปาทิเตนาติ ‘‘ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ปททฺวยสฺส อตฺถโต เอกตฺเต’’ติอาทินา อาปาทิตปฺปกาเรน. น ภวิตพฺพนฺติ ยทิปิ เตน ปุคฺคโล อุปลพฺภติ เอว วุจฺจติ, อุปลพฺภตีติ ปน ปุคฺคโล เอว น วุจฺจติ, อถ โข อญฺโญปิ, ตสฺมา ยถาวุตฺเตน ปสงฺเคน น ภวิตพฺพํ. เตนาห ‘‘มคฺคิตพฺโพ เอตฺถ อธิปฺปาโย’’ติ.

๖๐. อตฺถโต ปุคฺคโล นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ อตฺตสุญฺญตาทสฺสเนน อนตฺตลกฺขณสฺส วิหิตตฺตา.

วจนโสธนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ปญฺญตฺตานุโยควณฺณนา

๖๑-๖๖. รูปกายาวิรหํ สนฺธาย อาห, น รูปตณฺหาสพฺภาวํ. ตถา สติ อเนกนฺติกตฺตา ปฏิกฺขิปิตพฺพเมว สิยา, น อนุชานิตพฺพนฺติ. ‘‘อตฺถิตายา’’ติ อาหาติ สมฺพนฺโธ. กามีภาวสฺส อเนกนฺติกตฺตา กสฺสจิ กามธาตูปปนฺนสฺส กามธาตุยา อายตฺตตฺตาภาวโต จ กทาจิ ภาวสฺเสวาติ โยชนา.

๖๗. กายานุปสฺสนายาติ กายานุปสฺสนาเทสนาย. สา หิ กายกายานุปสฺสีนํ วิภาคคฺคหณสฺส การณภูตา, กายานุปสฺสนา เอว วา. เอวํลทฺธิกตฺตาติ อญฺโญ กาโย อญฺโญ ปุคฺคโลติ เอวํลทฺธิกตฺตา. อาหจฺจ ภาสิตนฺติ ฐานกรณานิ อาหนฺตฺวา กถิตํ, ภควตา สามํ เทสิตนฺติ อตฺโถ.

ปญฺญตฺตานุโยควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๑. คติอนุโยควณฺณนา

๖๙-๗๒. ยานิสฺส สุตฺตานิ นิสฺสาย ลทฺธิ อุปฺปนฺนา, เตสํ ทสฺสนโต ปรโต ‘‘เตน หิ ปุคฺคโล สนฺธาวตี’’ติอาทินา ปาฬิ อาคตา, ปุรโต ปน ‘‘น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล สนฺธาวตี’’ติอาทินา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ทสฺเสนฺโต…เป… ภวิตพฺพ’’นฺติ. ทสฺเสตฺวาติ วา วตฺตพฺพนฺติ ‘‘ยานิสฺส…เป… ตานิ ทสฺเสตฺวา ‘เตน หิ ปุคฺคโล สนฺธาวตี’ติอาทิมาหา’’ติ วตฺตพฺพนฺติ อตฺโถ. ทสฺเสนฺโตติ วา อิทํ ทสฺสนกิริยาย น วตฺตมานตามตฺตวจนํ, อถ โข ตสฺสา ลกฺขณตฺถวจนํ, เหตุภาววจนํ วาติ น โกจิ โทโส.

๙๑. โส วตฺตพฺโพติ โส ชีวสรีรานํ อนญฺญตาปชฺชนากาโร วตฺตพฺโพ, นตฺถีติ อธิปฺปาโย. ‘‘รูปี อตฺตา’’ติ อิมิสฺสา ลทฺธิยา วเสน ‘‘เยน รูปสงฺขาเตน อตฺตโน สภาวภูเตน สรีเรน สทฺธึ คจฺฉตี’’ติ เอวํ ปน อตฺเถ สติ โส อากาโร วุตฺโต เอว โหติ, ตถา จ สติ ‘‘รูปํ ปุคฺคโลติ อนนุญฺญาตตฺตา’’ติ เอวมฺปิ วตฺตุํ น สกฺกา. ยสฺมา ปน ‘‘อิธ สรีรนิกฺเขปา’’ติ อนนฺตรํ วกฺขติ, ตสฺมา ‘‘โส วตฺตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. นิรยูปคสฺส ปุคฺคลสฺส อนฺตราภวํ น อิจฺฉตีติ อิทํ ปุราตนานํ อนฺตราภววาทีนํ วเสน วุตฺตํ. อธุนาตนา ปน ‘‘อุทฺธํปาโท ตุ นารโก’’ติ วทนฺตา ตสฺสปิ อนฺตราภวํ อิจฺฉนฺเตว, เกจิ ปน อสญฺญูปคานํ. อรูปูปคานํ ปน สพฺเพปิ น อิจฺฉนฺติ. ตตฺถ เย ‘‘สญฺญุปฺปาทา จ ปน เต เทวา ตมฺหา กายา จวนฺตี’’ติ สุตฺตสฺส อตฺถํ มิจฺฉา คเหตฺวา จุตูปปาตกาเลสุ อสญฺญีนํ สญฺญา อตฺถีติ อนฺตราภวโตว อสญฺญูปปตฺตึ อิจฺฉนฺติ, ตทญฺเญสํ วเสน ‘‘สเวทโน…เป… ปฏิกฺขิปตี’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เย ปนา’’ติอาทิมาห. เก ปเนวํ อิจฺฉนฺติ? สพฺพตฺถิวาทีสุ เอกจฺเจ.

๙๒. เนวสญฺญานาสญฺญายตเนติ เนวสญฺญานาสญฺญายตเน ภเว, อจิตฺตุปฺปาเท วา สญฺญา อตฺถีติ อิจฺฉนฺตีติ น วตฺตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. ยโต โส สญฺญาภเวน อสงฺคหิโต, ภวนฺตรภาเวน จ สงฺคหิโต.

๙๓. อินฺธนุปาทาโน อคฺคิ วิย อินฺธเนน รูปาทิอุปาทาโน ปุคฺคโล รูปาทินา วินา นตฺถีติ เอตฺถ อยมธิปฺปายวิภาวนา – ยถา น วินา อินฺธเนน อคฺคิ ปญฺญาปียติ, น จ ตํ อญฺญํ อินฺธนโต สกฺกา ปฏิชานิตุํ, นาปิ อนญฺญํ. ยทิ หิ อญฺญํ สิยา, น อุณฺหํ อินฺธนํ สิยา, อถ อนญฺญํ, นิทหิตพฺพํเยว ทาหกํ สิยา, เอวํ น วินา รูปาทีหิ ปุคฺคโล ปญฺญาปียติ, น จ เตหิ อญฺโญ, นาปิ อนญฺโญ สสฺสตุจฺเฉทภาวปฺปสงฺคโตติ ปรวาทิโน อธิปฺปาโย. ตตฺถ ยทิ อคฺคินฺธโนปมา โลกโวหาเรน วุตฺตา, อปฬิตฺตํ กฏฺฐาทิอินฺธนํ นิทหิตพฺพญฺจ, ปฬิตฺตํ ภาสุรุณฺหํ อคฺคิทาหกญฺจ, ตญฺจ โอชฏฺฐมกรูปํ ปพนฺธวเสน ปวตฺตํ อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ. ยทิ เอวํ ปุคฺคโล รูปาทีหิ อญฺโญ อนิจฺโจ จ อาปนฺโน, อถ ปรมตฺถโต จ, ตสฺมึเยว กฏฺฐาทิสญฺญิเต รูปสงฺขาตปฬิตฺเต ยํ อุสุมํ โส อคฺคิ ตํสหชาตานิ ตีณิภูตานิ อินฺธนํ. เอวมฺปิ สิทฺธํ ลกฺขณเภทโต อคฺคินฺธนานํ อญฺญตฺตนฺติ อคฺคิ วิย อินฺธนโต รูปาทีหิ อญฺโญ ปุคฺคโล อนิจฺโจ จ อาปชฺชตีติ.

คติอนุโยควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๒. อุปาทาปญฺญตฺตานุโยควณฺณนา

๙๗. นีลคุณโยคโต นีโล, นีโล เอว นีลโก, ตสฺส, อยํ ปนสฺส นีลปญฺญตฺติ นีลรูปุปาทานาติ อาห ‘‘นีลํ…เป… ปญฺญตฺตี’’ติ. เอวํ ปน ปาเฐ ฐิเต นีลํ อุปาทาย นีโลติ กถมยํ ปทุทฺธาโรติ อาห ‘‘นีลํ รูปํ…เป… เอตฺถ โย ปุฏฺโฐ นีลํ อุปาทาย นีโล’’ติ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ วจเน. ตทาทีสูติ ‘‘ปีตํ รูปํ อุปาทายา’’ติอาทิกํ อฏฺฐกถายํ อาทิ-สทฺเทน คหิตเมว ตทตฺถทสฺสนวเสน คณฺหาติ.

๙๘. วุตฺตนฺติ ‘‘มคฺคกุสโล’’ติอาทีสุ เฉกฏฺฐํ สนฺธาย วุตฺตํ. กุสลปญฺญตฺตึ กุสลโวหารํ.

๑๑๒. ปุพฺพปกฺขํ ทสฺเสตฺวา อุตฺตรมาหาติ ปรวาที ปุพฺพปกฺขํ ทสฺเสตฺวา สกวาทิสฺส อุตฺตรมาห.

๑๑๕. ‘‘รูปํ รูปวา’’ติอาทินยปฺปวตฺตํ ปรวาทิวาทํ ภินฺทิตุํ ‘‘ยถา น นิคโฬ เนคฬิโก’’ติอาทินา สกวาทิวาโท อารทฺโธติ อาห ‘‘ยสฺส รูปํ โส รูปวาติ อุตฺตรปกฺเข วุตฺตํ วจนํ อุทฺธริตฺวา’’ติ.

๑๑๘. วิญฺญาณนิสฺสยภาวูปคมนนฺติ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นิสฺสยภาวูปคมนํ. ตยิทํ วิเสสนํ จกฺขุสฺสาติ อิมินาว สิทฺธนฺติ น กตํ ทฏฺฐพฺพํ.

อุปาทาปญฺญตฺตานุโยควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๓. ปุริสการานุโยควณฺณนา

๑๒๓. กมฺมานนฺติ กุสลากุสลกมฺมานํ. ตคฺคหเณเนว หิ ตํตํกิจฺจกรณีเย กิริยานมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. นิปฺผาทกปฺปโยชกภาเวนาติ การกการาปกภาเวน.

๑๒๕. กมฺมการกสฺส ปุคฺคลสฺส โย อญฺโญ ปุคฺคโล การโก. เตนปีติ การกการเกนปิ. ตสฺสาติ การกการกสฺส. อญฺญนฺติ อญฺญํ กมฺมํ. เอวนฺติ อิมินา วุตฺตปฺปกาเรน. เตหิ เตหิ การเกหิ ปุคฺคลา วิย อญฺญานิ กมฺมานิ กรียนฺตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘กมฺมวฏฺฏสฺส อนุปจฺเฉทํ วทนฺตี’’ติ. เอวํ สนฺเต ปุคฺคลสฺส การโก, กมฺมสฺส การโกติ อยํ วิภาโค อิธ อนามฏฺโฐ โหติ, ตถา จ สติ การกปรมฺปราย วจนํ วิรุชฺเฌยฺยาติ อาห ‘‘ปุคฺคลสฺส…เป… วิจาเรตพฺพเมต’’นฺติ. ตสฺส การกนฺติ ปุคฺคลสฺส การกํ. อิทญฺจาติ น เกวลํ ปุคฺคลการกสฺส กมฺมการกตาปตฺติเยว โทโส, อถ โข อิทํ กมฺมการกตาย การกปรมฺปราปชฺชนมฺปิ วิจาเรตพฺพํ, น ยุชฺชตีติ อตฺโถ. ปุคฺคลานญฺหิ ปฏิปาฏิยา การกภาโว การกปรมฺปรา.

๑๗๐. เอโก อนฺโตติ ‘‘คาโห’’ติ สสฺสตคาหสงฺขาโต อนฺโตติ อตฺโถ.

๑๗๖. สิยา อญฺโญ, สิยา อนญฺโญ, สิยา น วตฺตพฺโพ ‘‘อญฺโญติ วา อนญฺโญติ วา’’ติ, เอวํ ปวตฺตนิคณฺฐวาทสทิสตฺตา โส เอว เอโก เนว โส โหติ, น อญฺโญติ ลทฺธิมตฺตํ. เตนาห ‘‘อิทํ ปน นตฺเถวา’’ติ. ปรสฺส อิจฺฉาวเสเนวาติ ปรวาทิโน ลทฺธิวเสเนว. เอกํ อนิจฺฉนฺตสฺสาติ เอกํ ‘‘โส กโรติ, โส ปฏิสํเวเทตี’’ติ คหณํ สสฺสตทิฏฺฐิภเยน ปฏิกฺขิปนฺตสฺส อิตรํ อุจฺเฉทคฺคหณํ อาปนฺนํ. ตญฺจ ปฏิกฺขิปนฺตสฺส อญฺญํ มิสฺสกํ นิจฺจานิจฺจคฺคหณํ, วิกฺเขปคฺคหณญฺจ อาปนฺนํ. การกเวทกิจฺฉาย ฐตฺวาติ เสฺวว การโก เวทโก จาติ อิมสฺมึ อาทาเย ฐตฺวา. ตํตํอนิจฺฉายาติ ตสฺส ตสฺส วาทสฺส อสมฺปฏิจฺฉเนน. อาปนฺนวเสนปีติ อาปนฺนคาหวเสนปิ อยํ อนุโยโค วุตฺโตติ โยชนา. สพฺเพสํ อาปนฺนตฺตาติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน สพฺเพสํ วิกปฺปานํ อนุกฺกเมน อาปนฺนตฺตา นายมนุโยโค กโตติ โยชนา. เอเกกสฺเสวาติ เตสุ วิสุํ วิสุํ เอเกกสฺเสว อาปนฺนตฺตา. ตนฺติวเสน ปน เต วิกปฺปา เอกชฺฌํ ทสฺเสตฺวาติ อธิปฺปาโย. เอกโต โยเชตพฺพํ จตุนฺนมฺปิ ปญฺหานํ เอกโต ปุฏฺฐตฺตา.

ปุริสการานุโยควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

กลฺยาณวคฺโค นิฏฺฐิโต.

๑๔. อภิญฺญานุโยควณฺณนา

๑๙๓. วิกุพฺพตีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา. เตน ‘‘ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาตี’’ติอาทิกํ สงฺคณฺหาติ. อภิญฺญานุโยโค ทฏฺฐพฺโพติ โยชนา. ตทภิญฺญาวโตติ อาสวกฺขยาภิญฺญาวโต. อรหโต สาธนนฺติ อรหโต สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถน ปุคฺคลตฺตาภาวสาธนํ. ตพฺภาวสฺสาติ อรหตฺตสฺส. อรหตฺตธารานญฺหิ ขนฺธา นาม ปุคฺคลตฺตํ ตสฺสปิ โหตีติ.

อภิญฺญานุโยควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๕-๑๘. ญาตกานุโยคาทิวณฺณนา

๒๐๙. ตติยโกฏิภูตสฺสาติ ตติยโกฏิสภาวสฺส สงฺขตาสงฺขตวินิมุตฺตสภาวสฺส. สภาวสฺสาติ จ สภาวธมฺมสฺส. ลทฺธึ นิคูหิตฺวาติ ปุคฺคโล เนว สงฺขโต, นาสงฺขโตติ ลทฺธึ อวิภาเวตฺวา.

ญาตกานุโยคาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๙. ปฏิเวธานุโยคาทิวณฺณนา

๒๑๘. ปชานนํ นาม น โหติ นิพฺพิทาทีนํ อปฺปจฺจยตฺตา. ปริจฺเฉทนสมตฺถตญฺจ ทสฺเสตีติ สมฺพนฺโธ.

๒๒๘. สหรูปภาโว รูเปน สมงฺคิตา, วินารูปภาโว ตโต วินิสฺสฏตาติ ตทุภยํ รูปสฺส อพฺภนฺตรคมนํ พหินิกฺขมนญฺจ โหติ. ตสฺมา ตํ ทฺวยํ สหรูปภาววินารูปภาวานํ ลกฺขณวจนนฺติ วุตฺตํ.

๒๓๗. โอฬาริโกติ ถูโล. อาหิโต อหํ มาโน เอตฺถาติ อตฺตา, อตฺตภาโว. โส เอว ยถาสกํ กมฺมุนา ปฏิลภิตพฺพโต ปฏิลาโภ. ปททฺวเยนปิ กามาวจรตฺตภาโว กถิโต. มโนมโย อตฺตปฏิลาโภ รูปาวจรตฺตภาโว. โส หิ ฌานมเนน นิพฺพตฺตตฺตา มโนมโย. อรูโป อตฺตปฏิลาโภติ อรูปาวจรตฺตภาโว. โส หิ รูเปน อมิสฺสิตตฺตา อรูโปติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ‘‘อตฺตา’’ติ ปน ชีเว โลกโวหาโร นิรุโฬฺห, อสติปิ ชีเว ตถานิรุฬฺหํ โลกโวหารํ คเหตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺธาปิ โวหรนฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิติ อิมา โลกสฺส สมญฺญา, ยาหิ ตถาคโต โวหรตี’’ติ วตฺวา อิทานิ ยถา โวหรนฺติ, ตํ ปการํ วิภาเวนฺโต ‘‘อปรามส’’นฺติอาทิมาห.

ปจฺจตฺตสามญฺญลกฺขณวเสนาติ กกฺขฬผุสนาทิสลกฺขณวเสน อนิจฺจตาทิสามญฺญลกฺขณวเสน จ. อิมินาติ ‘‘ปจฺจตฺตสามญฺญลกฺขณวเสนา’’ติอาทินา วุตฺเตน ปรมตฺถโต ปุคฺคลาภาววจเนน. อิโต ปุริมาติ ตตฺถ ตตฺถ สกวาทิปฏิกฺเขปาทิวิภาวนวเสน ปวตฺตา อิโต อตฺถสํวณฺณนโต ปุริมา. อิมินาติ วา ‘‘ยถา รูปาทโย ธมฺมา’’ติอาทินา อฏฺฐกถายํ วุตฺตวจเนน. ยถา จาติ เอตฺถ จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. เตน สมญฺญานติธาวนํ สมฺปิณฺเฑติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา ปรามาโส จ น โหติ ชนปทนิรุตฺติยา อภินิวิสิตพฺพโต, ยถา จ สมญฺญาติธาวนํ น โหติ, เอวํ อิโต ปุริมา จ อตฺถวณฺณนา โยเชตพฺพา. สมญฺญาติธาวเน หิ สติ สพฺพโลกโวหารูปจฺเฉโท สิยาติ.

ตสฺมา สจฺจนฺติ ยสฺมา ตตฺถ ปรมตฺถาการํ อนาโรเปตฺวา สมญฺญํ นาติธาวนฺโต เกวลํ โลกสมฺมุติยาว โวหรติ, ตสฺมา สจฺจํ ปเรสํ อวิสํวาทนโต. ตถการณนฺติ ตโถ อวิตโถ ธมฺมสภาโว การณํ ปวตฺติเหตุ เอตสฺสาติ ตถการณํ, ปรมตฺถวจนํ, อวิปรีตธมฺมสภาววิสยนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ธมฺมานํ ตถตาย ปวตฺต’’นฺติ.

ปฏิเวธานุโยคาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปุคฺคลกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ปริหานิกถา

๑. วาทยุตฺติปริหานิกถาวณฺณนา

๒๓๙. อิทํ สุตฺตนฺติ อิทํ ลกฺขณมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สมยวิมุตฺตสฺส ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๔๙-๑๕๐) อิทมฺปิ หิ สุตฺตํ อนาคามิอาทีนํเยว ปริหานินิสฺสโย, น อรหโต. สมยวิมุตฺโตติ อฏฺฐสมาปตฺติลาภิโน เสกฺขสฺเสตํ นามํ. ยถาห –

‘‘กตโม จ ปุคฺคโล สมยวิมุตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล กาเลน กาลํ สมเยน สมยํ อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สมยวิมุตฺโต’’ติ (ปุ. ป. ๑).

‘‘ปริหานิธมฺโม’’ติ จ ปุถุชฺชโน จ เอกจฺโจ จ เสกฺโข อธิปฺเปโต, น อรหาติ. ตสฺมาติ ยสฺมา ยถาทสฺสิตานิ สุตฺตานิ อนาคามิอาทีนํ ปริหานิลทฺธิยา นิสฺสโย, น อรหโต, ตสฺมา. ตํ นิสฺสาย ตํ อเปกฺขิตฺวา ยสฺมา ‘‘อรหโตปี’’ติ เอตฺถ อรหโตปิ ปริหานิ, โก ปน วาโท อนาคามิอาทีนนฺติ อยมตฺโถ ลพฺภติ, ตสฺมา ปิ-สทฺทสมฺปิณฺฑิตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อรหโตปิ…เป… โยเชตพฺพ’’นฺติ อาห. ยสฺมา วา กามญฺเจตฺถ ทุติยสุตฺตํ เสกฺขวเสน อาคตํ, ปฐมตติยสุตฺตานิ ปน อเสกฺขวเสนปิ อาคตานีติ เตสํ ลทฺธิ, ตสฺมา ‘‘อรหโตปี’’ติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘อิทํ สุตฺตํ อรหโต’’ติอาทิ.

ตติยสฺมินฺติ ‘‘สพฺเพสญฺเญว อรหนฺตานํ ปริหานี’’ติ เอตสฺมึ ปเญฺห. โส หิ ‘‘สพฺเพว อรหนฺโต’’ติอาทินา อาคเตสุ ตติโย ปโญฺห. เตสนฺติ มุทินฺทฺริยานํ. ตติยสฺมิมฺปีติ ปิ-สทฺโท วุตฺตตฺถสมุจฺจโย. เตน ปฐมปญฺหํ สมุจฺจิโนติ ‘‘ตตฺถปิ ติกฺขินฺทฺริยา อธิปฺเปตา’’ติ.

โสเยว น ปริหายตีติ โสตาปนฺโนเยว โสตาปนฺนภาวโต น ปริหายตีติ อตฺโถ. น เจตฺถ สกทาคามิภาวาปตฺติยา โสตาปนฺนภาวาปคโม ปริหานิ โหติ วิเสสาธิคมภาวโต. ปตฺตวิเสสโต หิ ปริหานีติ. อิตเรติ สกทาคามิอาทิกา. อุปริมคฺคตฺถายาติ อุปริมคฺคตฺตยปฏิลาภตฺถาย ‘‘นิยโต’’ติ วุตฺตมตฺถํ อคฺคเหตฺวา.

วาทยุตฺติปริหานิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อริยปุคฺคลสํสนฺทนปริหานิกถาวณฺณนา

๒๔๑. ตโตติ อรหตฺตโต. ตตฺถาติ ทสฺสนมคฺคผเล. วายาเมนาติ วิปสฺสนุสฺสาหเนน. ตทนนฺตรนฺติ โสตาปตฺติผลานนฺตรํ. ปฐมํ ทสฺสนมคฺคผลานนฺตรํ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, ตโต ปริหีโน ปุน วายมนฺโต ตทนนฺตรํ น อรหตฺตํ ปาปุณาตีติ กา เอตฺถ ยุตฺตีติ อธิปฺปาโย. ปรวาที นาม ยุตฺตมฺปิ วทติ อยุตฺตมฺปีติ กึ ตสฺส วาเท ยุตฺติคเวสนายาติ ปน ทฏฺฐพฺพํ. อปริหานสภาโว ภาวนามคฺโค อริยมคฺคตฺตา ทสฺสนาทสฺสนมคฺโค วิย. น เจตฺถ อสิทฺธตาสงฺกา โลกุตฺตรมคฺคสฺส ปรสฺสปิ อริยมคฺคภาวสฺส สิทฺธตฺตา, นาปิ โลกิยมคฺเคน อเนกนฺติกตา อริยสทฺเทน วิเสสิตตฺตา. ตถา น วิรุทฺธตา ทุติยมคฺคาทีนํ ภาวนามคฺคภาวสฺส โอฬาริกกิเลสปฺปหานาทีนญฺจ ปรสฺสปิ อาคมโต สิทฺธตฺตา.

อริยปุคฺคลสํสนฺทนปริหานิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. สุตฺตสาธนปริหานิกถาวณฺณนา

๒๖๕. ปุคฺคลปญฺญตฺติอฏฺฐกถายํ ‘‘ปตฺติ, ผุสนา’’ติ จ ปจฺจกฺขโต อธิคโม อธิปฺเปโตติ วุตฺตํ ‘‘ปตฺตพฺพํ วทตีติ อาห ผุสนารห’’นฺติ.

๒๖๗. กตสนฺนิฏฺฐานสฺสาติ อิมสฺมึ สตฺตาเห มาเส อุตุมฺหิ อนฺโตวสฺเส วา อญฺญํ อาราเธสฺสามีติ กตนิจฺฉยสฺส.

สุตฺตสาธนปริหานิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปริหานิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. พฺรหฺมจริยกถา

๑. สุทฺธพฺรหฺมจริยกถาวณฺณนา

๒๖๙. เหฏฺฐาปีติ ปรนิมฺมิตวสวตฺติเทเวหิ เหฏฺฐาปิ. มคฺคภาวนมฺปิ น อิจฺฉนฺตีติ วิญฺญายติ ‘‘อิธ พฺรหฺมจริยวาโส’’ติ อิมินา ‘‘เทฺวปิ พฺรหฺมจริยวาสา นตฺถิ เทเวสูติ อุปลทฺธิวเสนา’’ติ วุตฺตตฺตา.

๒๗๐. ตสฺเสวาติ ปรวาทิโน เอว. ปุคฺคลวเสนาติ ‘‘คิหีนญฺเจว เอกจฺจานญฺจ เทวาน’’นฺติ เอวํ ปุคฺคลวเสน. ตสฺสาติ ปรวาทิโน. ปฏิกฺเขโป น ยุตฺโตติ เอวํ ปุคฺคลวเสน อตฺถโยชนา น ยุตฺตาติ อธิปฺปาโย. ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน ปน กตาปิ อตฺถวณฺณนา โอกาสวเสน ปริจฺฉิชฺชตีติ นายํ โทโส. ตสฺสายํ อธิปฺปาโยติ อยํ ‘‘คิหีนญฺเจวา’’ติอาทินา วุตฺโต ตสฺส ปรวาทิโน ยทิ อธิปฺปาโย, เอวํ สญฺญาย ปรวาทิโน สกวาทินา สมานาทาโยติ น นิคฺคหารโห สิยา. เตนาห ‘‘สก…เป… ตพฺโพ’’ติ. ปฐมํ ปน อนุชานิตฺวา ปจฺฉา ปฏิกฺเขเปเนว นิคฺคเหตพฺพตา เวทิตพฺพา. เกจิ ‘‘ยตฺถ นตฺถิ ปพฺพชฺชา, นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ปุจฺฉาย เอกจฺจานํ มนุสฺสานํ มคฺคปฺปฏิเวธํ สนฺธาย ปรวาทิโน ปฏิกฺเขโป. ยทิปิ โส เทวานํ มคฺคปฺปฏิลาภํ น อิจฺฉติ, สมฺภวนฺตํ ปน สพฺพํ ทสฺเสตุํ อฏฺฐกถายํ ‘คิหีน’มิจฺเจว อวตฺวา ‘เอกจฺจานญฺจ เทวาน’นฺติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ ‘‘สนฺธายา’’ติ วุตฺตตฺตา, ปุริโมเยวตฺโถ ยุตฺโต.

สุทฺธพฺรหฺมจริยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สํสนฺทนพฺรหฺมจริยกถาวณฺณนา

๒๗๓. รูปาวจรมคฺเคนาติ รูปาวจรชฺฌาเนน. ตญฺหิ รูปภวูปปตฺติยา อุปายภาวโต มคฺโคติ วุตฺโต. ยถาห ‘‘รูปุปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวตี’’ติ (ธ. ส. ๑๖๐). อิทนฺติ อิทํ รูปาวจรชฺฌานํ. ‘‘อิธวิหายนิฏฺฐเหตุภูโต รูปาวจรมคฺโค’’ติอาทิกํ ทีเปนฺตํ วจนํ อนาคามิมคฺคสฺส ตพฺภาวทีปเกน ‘‘อิธ ภาวิตมคฺโค’’ติอาทิเกน กถํ สเมตีติ โจเทตฺวา ยถา สเมติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุพฺเพ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘ปุพฺเพ’’ติ อิมินา ‘‘อิธ ภาวิตมคฺโค’’ติอาทิกํ วทนฺติ, อิธาปิ ปน ‘‘รูปาวจรมคฺเคนา’’ติอาทิกํ. ตตฺถ อนาคามี เอวาติ อนาคามิผลฏฺโฐ เอว. ฌานานาคามีติ อสมุจฺฉินฺนชฺฌตฺตสํโยชโนปิ รูปภเว อุปฺปชฺชิตฺวา อนาวตฺติธมฺมมคฺคํ ภาเวตฺวา ตตฺเถว ปรินิพฺพายนโต. อธิปฺปาโยติ ยถาวุตฺโต ทฺวินฺนํ อฏฺฐกถาวจนานํ อวิโรธทีปโก อธิปฺปาโย.

อิธาติ กามโลเก. ตตฺถาติ พฺรหฺมโลเก. เอตฺถ จ ปรวาที เอวํ ปุจฺฉิตพฺโพ ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ฐาเนหี’’ติ สุตฺตํ กึ ยถารุตวเสน คเหตพฺพตฺถํ, อุทาหุ สนฺธายภาสิตนฺติ? ตตฺถ ชานมาโน สนฺธายภาสิตนฺติ วเทยฺย. อญฺญถา ‘‘ปรนิมฺมิตวสวตฺติเทเว อุปาทายา’’ติอาทิ วตฺตุํ น สกฺกา ‘‘เทเว จ ตาวตึเส’’ติ วุตฺตตฺตา. ยถา หิ ตสฺส ‘‘เสยฺยถาปิ เทเวหิ ตาวตึเสหิ สทฺธึ มนฺเตตฺวา’’ติอาทีสุ วิย สกฺกํ เทวราชานํ อุปาทาย กามาวจรเทเวสุ ตาวตึสเทวา ปากฏา ปญฺญาตาติ เตสํ คหณํ, น เตเยว อธิปฺเปตาติ สุตฺตปทสฺส สนฺธายภาสิตตฺถํ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ, เอวํ ‘‘อิธ พฺรหฺมจริยวาโส’’ติ เอตฺถาปิ อนวชฺชสุขอพฺยาเสกสุขเนกฺขมฺมสุขาทิสนฺนิสฺสยภาเวน มหานิสํสตาย สาสเน ปพฺพชฺชา ‘‘อิธ พฺรหฺมจริยวาโส’’ติ อิมสฺมึ สุตฺเต อธิปฺเปตา. สา หิ อุตฺตรกุรุกานํ เทวานญฺจ อโนกาสภาวโต ทุกฺกรา ทุลฺลภา จ. ตตฺถ สูริยปริวตฺตาทีหิปิ เทเวสุ มคฺคปฏิลาภาย อตฺถิตา วิภาเวตพฺพา, อุตฺตรกุรุกานํ ปน วิเสสานธิคมภาโว อุภินฺนมฺปิ อิจฺฉิโต เอวาติ.

สํสนฺทนพฺรหฺมจริยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

พฺรหฺมจริยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. โอธิโสกถาวณฺณนา

๒๗๔. โอธิโสติ ภาคโส, ภาเคนาติ อตฺโถ. ภาโค นาม ยสฺมา เอกเทโส โหติ, ตสฺมา ‘‘เอกเทเสน เอกเทเสนา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ยทิ จตุนฺนํ มคฺคานํ วเสน สมุทยปกฺขิกสฺส กิเลสคณสฺส จตุภาเคหิ ปหานํ ‘‘โอธิโส ปหาน’’นฺติ อธิปฺเปตํ, อิจฺฉิตเมเวตํ สกวาทิสฺส ‘‘ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายา’’ติ จ อาทิวจนโต. ยสฺมา ปน มคฺโค จตูสุ สจฺเจสุ นานาภิสมยวเสน กิจฺจกโร, น เอกาภิสมยวเสนาติ ปรวาทิโน ลทฺธิ, ตสฺมา ยถา ‘‘มคฺโค กาเลน ทุกฺขํ ปริชานาติ, กาเลน สมุทยํ ปชหตี’’ติอาทินา นานกฺขณวเสน สจฺเจสุ ปวตฺตตีติ อิจฺฉิโต, เอวํ ปจฺเจกมฺปิ นานกฺขณวเสน ปวตฺเตยฺย. ตถา สติ ทุกฺขาทีนํ เอกเทสเอกเทสเมว ปริชานาติ ปชหตีติ ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ ‘‘โสตาปตฺติ…เป… เอกเทเส ปชหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สติ หิ นานาภิสมเย ปฐมมคฺคาทีหิ ปหาตพฺพานํ สํโยชนตฺตยาทีนํ ทุกฺขทสฺสนาทีหิ เอกเทสเอกเทสปฺปหานํ สิยาติ เอกเทสโสตาปตฺติมคฺคฏฺฐาทิตา, ตโต เอว เอกเทสโสตาปนฺนาทิตา จ อาปชฺชติ อนนฺตรผลตฺตา โลกุตฺตรกุสลานํ, น จ ตํ ยุตฺตํ. น หิ กาลเภเทน วินา โส เอว โสตาปนฺโน, อโสตาปนฺโน จาติ สกฺกา วิญฺญาตุํ. เตนาห ‘‘เอกเทสํ โสตาปนฺโน, เอกเทสํ น โสตาปนฺโน’’ติอาทิ.

อปิจายํ นานาภิสมยวาที เอวํ ปุจฺฉิตพฺโพ ‘‘มคฺคญาณํ สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌนฺตํ กึ อารมฺมณโต ปฏิวิชฺฌติ, อุทาหุ กิจฺจโต’’ติ. ยทิ อารมฺมณโตติ วเทยฺย, ตสฺส วิปสฺสนาญาณสฺส วิย ทุกฺขสมุทยานํ อจฺจนฺตปริจฺเฉทสมุจฺเฉทา น ยุตฺตา ตโต อนิสฺสฏตฺตา, ตถา มคฺคทสฺสนํ. น หิ สยเมว อตฺตานํ อารพฺภ ปวตฺตตีติ ยุตฺตํ, มคฺคนฺตรปริกปฺปนายํ อนวฏฺฐานํ อาปชฺชตีติ, ตสฺมา ตีณิ สจฺจานิ กิจฺจโต, นิโรธํ กิจฺจโต อารมฺมณโต จ ปฏิวิชฺฌตีติ เอวมสมฺโมหโต ปฏิวิชฺฌนฺตสฺส มคฺคญาณสฺส นตฺเถว นานาภิสมโย. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘โย, ภิกฺขเว, ทุกฺขํ ปสฺสติ, ทุกฺขสมุทยมฺปิ โส ปสฺสตี’’ติอาทิ. น เจตํ กาลนฺตรทสฺสนํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘โย นุ โข, อาวุโส, ทุกฺขํ ปสฺสติ, ทุกฺขสมุทยมฺปิ โส ปสฺสติ, ทุกฺขนิโรธมฺปิ…เป… ทุกฺขนิโรธคามินิปฏิปทมฺปิ โส ปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๑๐๐) เอกสจฺจทสฺสนสมงฺคิโน อญฺญสจฺจทสฺสนสมงฺคิภาววิจารณายํ ตทตฺถสาธนตฺถํ อายสฺมตา ควํปติตฺเถเรน อาภตตฺตา ปจฺเจกญฺจ สจฺจตฺตยทสฺสนสฺส โยชิตตฺตา. อญฺญถา ปุริมทิฏฺฐสฺส ปุน อทสฺสนโต สมุทยาทิทสฺสเน ทุกฺขาทิทสฺสนมโยชนียํ สิยา. น หิ โลกุตฺตรมคฺโค โลกิยมคฺโค วิย กตการิภาเวน ปวตฺตติ สมุจฺเฉทกตฺตา. ตถา โยชเน จ สพฺพํ ทสฺสนํ ทสฺสนนฺตรปรนฺติ ทสฺสนานุปรโม สิยา. เอวํ อาคมโต ยุตฺติโต จ นานาภิสมยสฺส อสมฺภวโต ปจฺเจกํ มคฺคานํ โอธิโส ปหานํ นตฺถีติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ.

โอธิโสกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ชหติกถาวณฺณนา

๑. นสุตฺตาหรณกถาวณฺณนา