ธมฺมุทฺเทสวารกถา

ผสฺสปญฺจมกราสิวณฺณนา

‘‘ตสฺมึ สมเย ผสฺโส โหตี’’ติอาทิกาย ปาฬิยา ผสฺสาทีนํ กามาวจรตาทิทสฺสเน น ตปฺปรภาโว, สภาวทสฺสเน เอว ปน ตปฺปรภาโวติ ทสฺเสติ ‘‘น หิ ผสฺสาทีน’’นฺติอาทินา.

จิตฺตกิริยาภาเวนาติ จิตฺตพฺยาปารภาเวน. ผสฺสสฺส สมฺปชฺชนมุปฺปชฺชนเมว. สนฺนิปติตปฺปวตฺติยา ปจฺจโย โหตีติ เอเตน จิตฺตารมฺมณสนฺนิปาตการณํ ผสฺโส จิตฺตารมฺมณสนฺนิปาโตติ วุตฺโตติ ทสฺเสติ. ผสฺโส หิ จิตฺตสฺส อารมฺมเณ ผุสนากาเรเนว ปวตฺติโต ตสฺส อารมฺมเณ สนฺนิปติตปฺปวตฺติยา ปจฺจโยติ จ วุจฺจติ. สา จสฺส ผุสนาการปฺปวตฺติ สาขคฺเค ฐิตํ ทิสฺวา ภูมิสณฺฐิตสฺส อวีรกปุริสสฺส ชงฺฆจลนํ, อมฺพิลอมฺพปกฺกาทึ ขาทนฺตํ ทิสฺวา มุเข เขฬุปฺปตฺติ, ทยาลุกสฺส ปรํ หญฺญมานํ ทิสฺวา สรีรกมฺปนนฺติ เอวมาทีสุ ปริพฺยตฺตา โหติ. ตพฺพิเสสภูตา รูปธมฺมาติ ยถา ปฏิหนนวเสน อญฺญมญฺญํ อาสนฺนตรํ อุปฺปชฺชมาเนสุ รูปธมฺมวิเสเสสุ สงฺฆฏฺฏนปริยาโย, เอวํ จิตฺตารมฺมณานํ วิสยกรณวิสยภาวปฺปตฺติ ปฏิหนนากาเรน โหติ. โส จ จิตฺตนิสฺสิโต ธมฺมวิเสโส สงฺฆฏฺฏนปริยาเยน วุตฺโต, ยทาห ‘‘เอว’’นฺติอาทิ. เกจิ ปน ‘‘สงฺฆฏฺฏนรโส ผสฺโส ปญฺจทฺวาริโกว, น อิตโร วตฺถารมฺมณสงฺฆฏฺฏนาภาวโต’’ติ วทนฺติ, ตํ น ยุชฺชติ อุปจารสิทฺธตฺตา สงฺฆฏฺฏนสฺส. อิตรถา ปญฺจทฺวาริกสฺสปิ ตํ น สมฺภเวยฺยาติ. อินฺทฺริยมนสิกาเรสุ ยถาปวตฺตมาเนสุ ตํตํอารมฺมเณ วิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, เตสํ ตถาปวตฺติเยว วิญฺญาณสฺส วิสยภาวกรณํ.

‘‘ยํ โข, ภิกฺขเว, อิเม ปญฺจ กามคุเณ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ, อยํ วุจฺจติ กามานํ อสฺสาโท’’ติอาทิวจนโต (อ. นิ. ๙.๓๔) สุขเวทนาว อสฺสาโทติ อาห ‘‘อสฺสาทภาวโต’’ติ. ผุสนาทิภาเวน อารมฺมณคฺคหณํ เอกเทสานุภวนนฺติ อนุปจริตเมว ผสฺสาทีนํ อนุภวนกิจฺจมาห.

นิมิตฺเตนาติ นีลาทินา ทีฆาทินา จ นิมิตฺเตน. เอเตนุปาเยนาติ ยถา ญาณปฺปธาเน จิตฺตุปฺปาเท สญฺญา ญาณมนุวตฺตติ, เอวํ สมาธิปฺปธาเน สมาธินฺติ ทสฺเสติ.

ปพนฺธตีติ ปฏฺฐเปติ สมฺปยุตฺตธมฺเม สกสกกิจฺเจ ปฏฺฐเปติ. เตเนว หิ ตทตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘ปวตฺเตตี’’ติ อาห.

วิชฺชมานตาวาจี โหติ-สทฺโท, วิชฺชมานตา จ สงฺขตธมฺมานํ อุปฺปชฺชเนน วินา นตฺถีติ ‘‘จิตฺตํ น ตถา อตฺถโต นุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. เตน ยสฺมา จิตฺตํ น นุปฺปชฺชติ อุปฺปชฺชติ เอว, ตสฺมา จิตฺตํ โหตีติ วุตฺตนฺติ อยเมตฺถ อฏฺฐกถาย อตฺโถ. เอวมวฏฺฐิเต โหติ-อุปฺปชฺชติ-สทฺทานํ สมานตฺถตฺเตน น กิญฺจิ ปโยชนํ ทิสฺสติ. อถ วา ภวนํ นาม สตฺตา, สตฺตา จ อุปฺปาทาทินา สมงฺคิตาติ ผสฺสาทีนํ ขณตฺตยปริยาปนฺนตา ‘‘ผสฺโส โหตี’’ติอาทีสุ โหติ-สทฺเทน วุตฺตา. ตตฺถ โย ภาโว อุปฺปาทสมงฺคี, น โส น โหติ นาม, ตสฺมา อุปฺปชฺชติ-สทฺเทน วุจฺจมานสฺส อตฺถสฺส โหติ-สทฺทวจนียตา น น สมฺภวติ. อุปฺปนฺนํ โหตีติ เอตฺถ ปน กิญฺจาปิ อุปฺปนฺน-สทฺเทเนว อุปฺปาทาทิสมงฺคิตา วุจฺจติ, ตพฺภาวานติวตฺติ ปน โหติ-สทฺเทน วุตฺตา ขณตฺตยวีติวตฺเตปิ อุปฺปนฺน-สทฺทสฺส วตฺตนโต, ตสฺมา น เอตฺถ อุปฺปชฺชติ-สทฺเทน สมานตฺถตาสพฺภาวทสฺสนํ วิย อุปฺปชฺชติทสฺสนมฺปิ วิรุชฺฌติ ปากฏกรณภาวโต. อิตรถา ‘‘จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติ อิมินาว จิตฺตสฺส วิชฺชมานภาโว ทสฺสิโตติ กึ ปุน วิชฺชมานภาวทสฺสเนนาติ น น สกฺกา วตฺตุํ, สมยววตฺถานวเสน สวิเสสํ วุตฺตมฺปิ จิตฺตํ ผสฺสาทีหิ สหุปฺปตฺติยา สุฏฺฐุตรํ นิพฺพิเสสนฺติ ทสฺเสตุํ จิตฺตสฺส ปุน วจนํ. อุทฺทิฏฺฐธมฺมานํเยว เจตฺถ นิทฺเทสวาเร วิภชนํ, น วิภงฺเค วิย ปาฬิยา อารุฬฺหสพฺพปทานนฺติ ‘‘อุทฺเทสวาเร สงฺคณฺหนตฺถํ นิทฺเทสวาเร วิภชนตฺถ’’นฺติ อยมฺปิ อตฺโถ นิจฺจโล. ตถา หิ ‘‘ยสฺมึ สมเย รูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวตี’’ติอาทีสุ มคฺคาทโย น วิภตฺตา. อปิจ อธิปติภาเวน อินฺทฺริเยสุ วิย ผสฺสเวทนาสญฺญาเจตนาหิ สห สพฺพจิตฺตุปฺปาทสาธารณราสิยํ คเหตพฺพตฺตา สมยววตฺถาเน วุตฺตมฺปิ จิตฺตํ ผสฺสปญฺจมเก วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

ฌานงฺคราสิวณฺณนา

วิตกฺกนนฺติ วิตกฺกนกิริยา, สา จ วิตกฺกสฺส อตฺตโน ปจฺจเยหิ ปวตฺติมตฺตเมวาติ ภาวนิทฺเทโส วสวตฺติภาวนิวารณาย โหติ. ยสฺมึ อารมฺมเณ จิตฺตํ อภินิโรเปติ, ตํ ตสฺส คหณโยคฺยํ กโรนฺโต วิตกฺโก อาโกเฏนฺโต วิย ปริวตฺเตนฺโต วิย จ โหตีติ ตสฺส อาโกฏนลกฺขณตา ปริยาหนนรสตา จ วุตฺตา. อิทญฺจ ลกฺขณํ กิจฺจสนฺนิสฺสิตํ กตฺวา วุตฺตํ. ธมฺมานญฺหิ สภาววินิมุตฺตา กาจิ กิริยา นาม นตฺถิ, ตถา คเหตพฺพากาโร. โพธเนยฺยชนานุโรเธน ปน ปรมตฺถโต เอกสภาโวปิ สภาวธมฺโม ปริยายวจเนหิ วิย สมาโรปิตรูเปหิ พหูหิ ปกาเรหิ ปกาสียติ. เอวญฺหิ โส สุฏฺฐุ ปกาสิโต โหตีติ.

วิปฺผาโร นาม วิตกฺกสฺส ถินมิทฺธปฏิปกฺโข อารมฺมเณ อโนลีนตา อสงฺโกโจ, โส ปน อภินิโรปนภาวโต จลนํ วิย โหตีติ อธิปฺปาเยน ‘‘วิปฺผารวาติ วิจลนยุตฺโต’’ติ วุตฺตํ. อุปจารปฺปนาสุ สนฺตาเนน ปวตฺติยนฺติ เอเตน ยถา อปุพฺพารมฺมเณ ปฐมาภินิปาตภูโต วิตกฺโก วิปฺผารวา โหติ, น ตถา เอกสฺมึเยว อารมฺมเณ นิรนฺตรํ อนุปฺปพนฺธวเสน ปวตฺติยํ, นาติวิปฺผารวา ปน ตตฺถ โหติ สนฺนิสินฺนภาวโตติ ทสฺเสติ. เตเนวาห ‘‘นิจฺจโล หุตฺวา’’ติอาทิ.

‘‘ปีติสุเขน อภิสนฺเทตี’’ติอาทิวจนโต (ที. นิ. ๑.๒๒๖; ม. นิ. ๑.๔๒๗) ปีติยา ผรณํ กายวิสยนฺติ ยถา ตํ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปณีตรูเปหี’’ติ วุตฺตํ.

วิสารสฺส พฺยคฺคภาวสฺส ปฏิปกฺโข สภาโว อวิสาโร, น วิสาราภาวมตฺตํ. อวิสาราวิกฺเขปานํ สมาธานภาวโต อตฺถโต วิเสสาภาเวปิ สมุเขน สมฺปยุตฺตมุเขน จ อุภยํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อวิสา…เป… วิกฺเขโป’’ติ วุตฺตํ. วิเสสโตติ อติสเยนาติ วา อตฺโถ คเหตพฺโพ. สุขญฺหิ สมาธิสฺส วิเสสการณํ ‘‘สุขิโน จิตฺตํ สมาธิยตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๕๙; อ. นิ. ๓.๙๖; ๖.๑๐; ๑๑.๑๒) วจนโต.

อินฺทฺริยราสิวณฺณนา

ตตฺถาติ สทฺทหนสงฺขาเต อธิโมกฺขลกฺขเณ. ปุคฺคโล สทฺทหตีติ อิมินาปิ สทฺธาย อาหิตวิเสสานํ ตํสมฺปยุตฺตธมฺมานํ สทฺทหนกิริยาย กตฺตุภาวเมว วิภาเวติ. อวยวพฺยาปาโร หิ สมุทาเย โวหรียตีติ. น เกวลํ ปสาทนียวตฺถุสฺมึ อปฺปสาทนาการปฺปวตฺตเมว อกุสลํ อสฺสทฺธิยํ, อถ โข อปฺปสาทนียวตฺถุสฺมึ ปสาทนาการปฺปวตฺตมฺปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘มิจฺฉาธิโมกฺโข’’ติ วุตฺตํ. เตน ปูรณาทีสุ ปสาทสฺส อสฺสทฺธิยตมาห. ปสาทภูโตติ เอเตน อปฺปสาทภูตํ อสฺสทฺธิยํ นิวตฺเตติ. วตฺถุคโตติ อิมินา มิจฺฉาธิโมกฺขํ. ‘‘ปสาทภูโต นิจฺฉโย’’ติ อิมินา ปน วิภาวิตเมวตฺถํ ปากฏํ กโรนฺโต ‘‘น เยวาปนกาธิโมกฺโข’’ติ อาห. อกาลุสฺสิยํ ปสาโท, ตํ ปน อสงฺโขภภาวโต ‘‘อนาวิลภาโว’’ติ วุตฺตํ. ตญฺหิ สมฺปยุตฺเตสุ วิทหนฺตี สทฺธา อกาลุสฺสิยปจฺจุปฏฺฐานา. เอวเมตนฺติ อธิมุจฺจนากาเรน ปน คเหตพฺพตฺตา อธิมุตฺติปจฺจุปฏฺฐานา. พุทฺธาทิวตฺถูนีติ เอตฺถ อิธโลกปรโลกกมฺมผลสมฺพนฺธาปิ สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘สทฺธาหตฺโถ, มหานาม, อริยสาวโก’’ติ, ‘‘สทฺธีธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐ’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๘๔), ‘‘สทฺธา พีชํ ตโป วุฏฺฐี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๙๗; สุ. นิ. ๗๗) เอวมาทิวจนโต กุสลธมฺมานํ อาทานาทีสุ หตฺถาทโย วิย สทฺธา ทฏฺฐพฺพา.

‘‘อิธ ภิกฺขุนา กมฺมํ กตฺตพฺพํ โหติ. ตสฺส เอวํ โหติ ‘กมฺมํ โข เม กตฺตพฺพํ ภวิสฺสติ, กมฺมํ โข ปน เม กโรนฺตสฺส น สุกรํ พุทฺธานํ สาสนํ มนสิ กาตุํ, หนฺทาหํ วีริยํ อารภามิ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยายา’’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๓๕) –

อาทิกา อนุรูปปจฺจเวกฺขณา.

ตํมูลกานีติ คนฺตพฺพมคฺคาทิมูลกานิ. เอตฺถ จ มคฺโค คนฺตพฺโพ โหตีติอาทโย อฏฺฐกถายํ ทสฺสนวเสเนว วุตฺตา, น ปาฬิยํ อาคตานุกฺกเมนาติ ทฏฺฐพฺพํ.

กรณาทิกาเล วิย จิรกตาทิอารมฺมณํ วิภูตํ กตฺวา ปวตฺตนฺตี สติ ตํ อุปคนฺตฺวา ติฏฺฐนฺตี อนิสฺสชฺชนฺตี จ โหติ. ยํ อารมฺมณํ สมฺมุฏฺฐํ, ตํ ปิลวิตฺวา คตํ วิย จลิตํ วิย จ โหติ, ตปฺปฏิปกฺขภาเวน ปน อสมฺมุฏฺฐนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อุทเก อลาพุ วิยา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สารณนฺติ เอเตน ‘‘สรนฺติ ตายา’’ติ อิมเมวตฺถํ วิภาเวติ. สรณกิริยาย หิ ปวตฺตมานานํ ธมฺมานํ ตตฺถ อาธิปจฺจภาเวน สติ ปจฺจโย. ตสฺสา หิ ตถา ปจฺจยภาเว สติ เต ธมฺมา สาริตา อสมฺมุฏฺฐกตา อปิลาวิตาโหนฺตีติ. ‘‘อิเมหิ นาม เหตูหิ ปจฺจเยหิ จ เอเต ธมฺมา สมฺภวนฺตี’’ติ สมฺภวโต. ‘‘อิมํ นาม ผลํ นิพฺพตฺเตนฺตี’’ติ ผลโต ธมฺมา อุปฺปชฺชเนน วิปจฺจเนน จ นิปฺผนฺนา นาม โหนฺตีติ. วตฺถุภูตาติ อารมฺมณภูตา.

สติปิ สพฺเพสํ สารมฺมณธมฺมานํ อารมฺมณคฺคหเณ น จิตฺตํ วิย ปเร ปริจฺฉิชฺชคาหิโนติ ‘‘ปริจฺฉินฺโนปลทฺธิวเสน ชานาตี’’ติ จิตฺตํ วุตฺตํ. เจตสิเกสุ หิ เกจิ วิสยํ ปริจฺฉิชฺช คเหตุํ น สกฺโกนฺติ, เกจิ ปน ปริจฺเฉทมตฺเตเยว ติฏฺฐนฺติ, น วิญฺญาณํ วิย วิสยํ คณฺหนฺตีติ เย อาสงฺกิตพฺพา, เตสุ ตทภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘น สญฺญา…เป… วิชฺฌนวเสนา’’ติ อาห.

ปีติยา จ โสมนสฺสภาโว อาปชฺชตีติ อิทํ ปีติ จ โสมนสฺสญฺจ ปีติโสมนสฺสนฺติ ปีติโสมนสฺสานํ ตุลฺยโยคํ สนฺธาย วุตฺตํ. โสมนสฺสสฺเสว ปน ‘‘อาชญฺญรโถ’’ติ วิย ปีติยุตฺตํ โสมนสฺสํ ปีติโสมนสฺสนฺติ ปธานภาโว อิจฺฉิโตติ น ปีติยา โสมนสฺสภาวปฺปตฺติ. น หิ ปธาเน วิชฺชมาเน อปฺปธานํ อุปยุชฺชติ, ปีติคฺคหณญฺเจตฺถ ปีติยุตฺตสฺส โสมนสฺสสฺส เยภุยฺเยน ภาวโต ปริพฺยตฺตกิจฺจโต จ กตํ, น จ นิปฺปีติกโสมนสฺสสฺส อสงฺคโห. รุฬฺหีสทฺเทสุ กิริยาย อนจฺจนฺติกภาวโต. ปีติยา ปน อุปลกฺขณภาเวน อยมตฺโถ สุฏฺฐุ ยุชฺชตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปีติอุปลกฺขิตํ วา’’ติอาทิ.

ปวตฺตํ อุปาทินฺนกฺขนฺธํ. จิรฏฺฐิติกํ โหตีติ เอเตน น เกวลํ อนุปาเลตพฺพธมฺมานํ ขณฏฺฐิติยาเยว, อถ โข ปพนฺธานุปจฺเฉทสฺสปิ ชีวิตํ การณนฺติ ทสฺเสติ. อญฺญถา หิ อายุกฺขยมรณํ น ยุชฺเชยฺยาติ. อวิเสเสนาติ การณวิเสสานเปกฺเขน ชีวิตินฺทฺริยตาสามญฺเญน. ยทิปิ อรูปาสญฺญภเวสุ รูปารูปธมฺมา นปฺปวตฺตนฺติ, เตหิ ปน ปุริมปจฺฉิมภเวสุ จริมปฐมธมฺมา สมานชาติเยน อพฺยวหิตตาย นิรนฺตราเยว นาม โหนฺตีติ ‘‘ยาว ปรินิพฺพานํ อวิจฺฉินฺนํ ปวตฺตตี’’ติ วุตฺตํ. อนุปาลนาทิกสฺสาติ อนุปาลนปวตฺตนฏฺฐปนานิเยว วทติ. ชีวมานวิเสสปฺปจฺจยภาวโตติ สหชาตานํ ชีวมานตาวิเสสสฺส ปจฺจยภาวโต. อินฺทฺริยพทฺธสฺส หิ มตรูปโต กมฺมชสฺส จ อุตุชาทิโต วิเสโส ชีวิตินฺทฺริยกโตติ.

มคฺคงฺคราสิวณฺณนา

อวิปรีตนิยฺยานิกภาเวนาติ อิทํ สมฺมา-สทฺทสฺส ทิฏฺฐิ-อาทิสทฺทานญฺจ สมานาธิกรณตาวเสน ทิฏฺฐิอาทีนํ อวิเสสภูตสฺส นิยฺยานิกภาวสฺส สมฺมา-สทฺเทน วิเสสิตพฺพตฺตา วุตฺตํ. อวิปรีตตฺโถ หิ สมฺมา-สทฺโท, น นิยฺยานิกตฺโถติ. อวิปรีตนิยฺยานิกตฺโถ เอว วา สมฺมา-สทฺโท. อเนกตฺถา หิ นิปาตาติ. เอวเมวาติ อวิปรีตนิยฺยานิกภาเวน.

พลราสิวณฺณนา

ปติสฺสโว วจนสมฺปฏิคฺคโหติ อธิปฺปาเยน ‘‘สปฺปติสฺสวํ ปติสฺสวภูตํ ตํสภาคญฺจ ยํ กิญฺจิ คารว’’นฺติ อาห. ตตฺถ ตตฺถ ปากฏภาเวนาติ อชฺฌตฺตภูเตสุ ชาติยาทีสุ พหิทฺธาภูเตสุ ภิกฺขุอาทีสุ หิโรตฺตปฺปานํ อนุรูปปจฺจเวกฺขณวเสน สสมฺภารปถวีอาทีสุ ปถวีธาตุอาทีนํ วิย วิภูตกิจฺจภาเวนาติ อตฺโถ.

มูลราสิวณฺณนา

เอวญฺหิ อุปมาย สเมตีติ ยถา อสุจิมฺหิ ปติตปุริสสฺส สติปิ กาเยน อลฺลียเน ภาโว อนลฺลีโน, เอวํ อโลโภปิ อารมฺมณกรณวเสน คหิเตปิ อารมฺมเณ อลคฺคภาเวน อนลฺลีนภาโว อนลฺลีนากาโร เอว ปวตฺตติ. เอวํสภาโว หิ โส ธมฺโมติ. กิญฺจิ ทุสฺสีลฺยํ โทสสมุฏฺฐานํ สพฺพมฺปิ ทุสฺสีลฺยํ โทสูปนิสฺสยนฺติ ‘‘โทสสมุฏฺฐานตํ โทสูปนิสฺสยตญฺจา’’ติ วุตฺตํ. เตน อโทโส โทสสฺเสว อุชุวิปจฺจนีโก, ตํมุเขน ทุสฺสีลฺยสฺสาติ ทสฺเสติ.

ตตฺถ ชาตานํ ธมฺมานํ อนติวตฺตนฏฺเฐน…เป… อาเสวนฏฺเฐน ภาวนาติ โย โส เอกตฺตุปคโต ปฐมชฺฌานาทิอปฺปนาจิตฺตุปฺปาโท อาสนฺนูปจาราหิตวิเสโส นีวรณาทิปริปนฺถวิสุทฺธิยา วิสุทฺโธ, ตทาวรณวิสยวิรเหน จ สมปฺปวตฺตอปฺปนาสมาธิสงฺขาตํ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปนฺโน, เอวํ ปฏิปนฺนตฺตา เอว ตตฺถุปคมเนน ตตฺถ จ ปกฺขนฺโท, วิโสเธตพฺพสฺส วิกฺเขปสฺส กิเลสสํสคฺคสฺส จ อภาวโต วิโสธนสมาธานเอกตฺตุปฏฺฐานพฺยาปารวิรเหน วิสุทฺธิสมถปฏิปตฺติเอกตฺตุปฏฺฐานากาเร อชฺฌุเปกฺขนฺโต อภิพฺยตฺตรูปาย สหชาตตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาย กิจฺจวเสน อุเปกฺขานุพฺรูหิโต, ตสฺมึเยว ชาตา สมาธิปญฺญาสงฺขาตา ยุคนทฺธธมฺมา. เต ยถา อญฺญํ อนติวตฺตมานา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ, เอวํ ภาวนา พฺรูหนา. ตถา ยานิ ตตฺถ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ นานากิเลเสหิ วิมุตฺตตฺตา วิมุตฺติรเสน เอกรสานิ หุตฺวา ปวตฺตานิ. ยญฺจ ตตฺถ ตทุปคํ, เตสํ อนติวตฺตนเอกรสภาวานํ อนุจฺฉวิกํ วีริยํ วาหียติ ปวตฺตียติ, ยา จสฺส ตสฺมึ ขเณ ปวตฺตา ปคุณพลวภาวาปตฺติสงฺขาตา อาเสวนา. สพฺเพสํ เอเตสํ อาการานํ ภาวนา อุปฺปาทนา วฑฺฒนา, อยํ ตตฺถ ชาตานํ…เป… อาเสวนฏฺเฐน ภาวนา นาม.

ยสฺมา ปนายํ ภาวนากาโร ‘‘ปฐมสฺส ฌานสฺส ปฏิปทาวิสุทฺธิ อาที’’ติอาทินาปิ (ปฏิ. ม. ๑.๑๕๘) ปาฬิยํ อาคโต เอว, ญาเณน จ สํกิเลสโวทาเนสุ ตํ ตํ อาทีนวํ อานิสํสญฺจ ทิสฺวา ตถา ตถา นิปฺผาเทตพฺโพ, ตสฺมา ‘‘เอวํ วุตฺตาย ปญฺญาสาธนาย ภาวนายา’’ติ วุตฺตํ. อปฺปวตฺตีติ ยสฺมึ ธมฺเม สติ ยถาวุตฺตา ภาวนา นปฺปวตฺตติ, โส ธมฺโม ปฏิปกฺขภาวนาปรามสเนน อภาวนาติ วุตฺโตติ อธิปฺปาโย. น หิ อภาวมตฺตสฺส อโมโห ปฏิปกฺโขติ ยุชฺชตีติ. ตปฺปฏิปกฺขภูตา อกุสลา กามจฺฉนฺทาทโย ทฏฺฐพฺพา. ปมาทวิเสโส วา อภาวนา. โส หิ ‘‘กุสลานํ วา ธมฺมานํ อนาเสวนา อภาวนา อพหุลีกมฺม’’นฺติอาทินา นิทฺทิฏฺโฐติ.

เอกนฺเตน อลพฺภเนยฺยทสฺสนตฺถํ ‘‘ชราธมฺโม’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ ปาฬิยํ ‘‘ชาติธมฺมานํ, ภิกฺขเว, สตฺตานํ เอวํ อิจฺฉา อุปฺปชฺชตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๓๗๓) อิจฺฉิตาลาโภ วิภตฺโต. อโลภานุภาเวน กายานุปสฺสนาย, อโมหานุภาเวน จิตฺตธมฺมานุปสฺสนาย สิทฺธิ ปากฏาเยวาติ อปากฏํ อโทสานุภาเวน เวทนานุปสฺสนาสิทฺธึ วิภาเวนฺโต ‘‘สุขวิปริณาเม’’ติอาทิมาห. อยญฺจ โยชนา อโลภาทีนํ วิเสสปจฺจยตํ สนฺธาย กตา, อวิเสเสน ปน สพฺเพ สพฺเพสํ ปจฺจยา. สภาวโต สงฺกปฺปโต จ อุปฺปนฺนสฺส ทุกฺขสฺส อสหนวเสเนว อุปฺปชฺชตีติ โทโส ตํทสฺสนสฺส อาสนฺนปฏิปกฺโข, น ราโค วิย ทูรปฏิปกฺโข.

กมฺมปถราสิวณฺณนา

อภิชฺฌาทโย วิย อนภิชฺฌาทโยปิ น เอกนฺตํ กมฺมปถภูตาเยวาติ อาห ‘‘กมฺมปถตาตํสภาคตาหี’’ติ. มโนกมฺมปถภาเวน ปวตฺตนกมฺมภาวโต หิ เอเตสํ กมฺมปถราสิภาเวน สงฺคโห, น สพฺพทา กมฺมปถาเยวาติ. เตน โย อญฺโญปิ ธมฺโม อนิยโต กมฺมปถภาเวน ปากโฏ จ, ตสฺสปิ กมฺมปถตาวจนํ น วิรุชฺฌตีติ ทสฺเสติ.

ปสฺสทฺธาทิยุคลวณฺณนา

สมนฺติ สมฺมา. เจติยวนฺทนาทิอตฺถนฺติ เจติยวนฺทนาทิเหตุ. สมถจตุสจฺจกมฺมฏฺฐานวเสน ตพฺเภทวเสน จ สพฺพกมฺมฏฺฐานภาวนาภิยุตฺตานํ มุทุมชฺฌิมติกฺขินฺทฺริยตาทิเภทวเสน สพฺพโยคีนํ จิตฺตสฺส ลีนุทฺธจฺจาทิกาลวเสน สพฺพทา หิตาหิตธมฺมูปลกฺขณภาวโต ยถาสภาวํ ปฏิเวธภาวโต จ สติสมฺปชญฺญานํ ปาริพนฺธกหรณภาวนาวฑฺฒนานิ อวิเสสโต ทฏฺฐพฺพานิ. ยถา อปฺปนาโกสลฺเลน วินา สมโถ สมถมนฺตเรน ยถาภูตาวโพโธ จ นตฺถีติ นานากฺขณิกา สมาธิปญฺญา อญฺญมญฺญสฺส วิเสสการณํ, เอวํ ปฏิเวเธ เอกกฺขณิกาปีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อญฺญมญฺญํ นิมิตฺตภาเวนา’’ติ. ปญฺญาย หิ สาติสยํ อวภาสิยมาเน วิสเย สมาธิ เอกตฺตวเสน อปฺเปตุํ สกฺโกติ, สมาธิมฺหิ จ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปนฺเน ปญฺญา อารมฺมเณสุ วิสทา วหตีติ. สมํ ปวตฺตาติ อญฺญมญฺญานติวตฺตเนน สมํ อวิสมํ เอกรสภาเวน ปวตฺตา. อญฺญมญฺญสหายภาวูปคมเนน โยคิโน มโนรถธุรากฑฺฒเน รถธุรากฑฺฒเน วิย อาชาเนยฺยยุโค ยุคลโก หุตฺวา อญฺญมญฺญานติวตฺตมาเนน นทฺธา พทฺธา วิยาติ วา ยุคนทฺธา. อธิจิตฺตมนุยุตฺเตหิ วีริยสมาธโย สมํ โยเชตพฺพาติ อิมสฺส วิเสสสฺส ทสฺสนตฺถํ ปุพฺเพ คหิตาปิ เต ปุน คหิตาติ ทสฺเสตุํ วีริยสมาธิโยชนตฺถายาติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. ตํ ปน สมาธิวีริยโยคสฺส วิภาวนํ โหตีติ ‘‘โยควจนตฺถายาติ อตฺโถ’’ติ อาห.

เยวาปนกวณฺณนา

ยถา ตถา วาติ สมฺมา มิจฺฉา วา. อนธิมุจฺจนฺโตติ ‘‘อิทํ กริสฺสามิ, เอตํ กริสฺสามี’’ติ เอวํ ปวตฺตปุพฺพภาคสนฺนิฏฺฐานเหตุเกน ปโยคกาลสนฺนิฏฺฐาเนน อนิจฺฉินนฺโต. ยตฺถ หิ อนิจฺฉโย, ตตฺถ อปฺปฏิปตฺติ เอวาติ. สํสปฺปนํ สํสโย. โส หิ ‘‘อาสปฺปนา ปริสปฺปนา’’ติ วุตฺโต. อสติปิ พฺยาปาเร ตตฺรมชฺฌตฺตตาย สติ ตํสมฺปยุตฺตธมฺมา สกสกกิจฺจวเสน อนูนานธิกตาย อลีนอนุทฺธตตาย จ สํวตฺตนฺตีติ สา เตสํ ตถาปวตฺติยา ปจฺจยภูตา อูนาธิกภาวํ นิวาเรติ วิยาติ อูนาธิกนิวารณรสา วุตฺตา. ตถา ปวตฺติปจฺจยตฺตาเยว เตสุ ธมฺเมสุ มชฺฌตฺตตาติ จ วุตฺตา.

ฌานปทสฺสาติ ฌานสทฺทสฺส. เตสูติ ปญฺจสุ. ปญฺจ หิ องฺคานิ ฌานปทสฺส อตฺโถติ อิทํ สํวณฺณิยมานตฺตาเยว อิมํ จิตฺตุปฺปาทํ สนฺธาย วุตฺตํ. น หิ สพฺพสฺมึ จิตฺตุปฺปาเท ปญฺเจว ฌานงฺคานิ. ปทสมูโห วากฺยํ, ปทโกฏฺฐาโส วา ผสฺสปญฺจมกาทิ ธมฺมราสิ. วุตฺตํ ปูริตนฺติ ฉปณฺณาสาทิตาย ปูรณวเสน. ผสฺสปจฺจยา เวทนา ‘‘ผุฏฺโฐ เวเทติ, ผุฏฺโฐ สญฺชานาตี’’ติอาทิวจนโต (สํ. นิ. ๔.๙๓) ผสฺโส เวทนาทีนํ ปจฺจโย. ยทิปิ ฉนฺทาทโย ยถาวุตฺตราสิกิจฺจาภาวโต เตสุ น วตฺตพฺพา, วิสุํ ราสิอนฺตรภาเวน ปน สรูปโต วตฺตพฺพาติ โจทนํ มนสิ กตฺวา ‘‘วุตฺตานมฺปี’’ติอาทิมาห.

ธมฺมุทฺเทสวารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.