๓. เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๒๒. ตติยสิกฺขาปเท เยสํ มํสํ กปฺปตีติ อิทํ นิสฺสคฺคิยวตฺถุทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น ปน เยสํ มํสํ น กปฺปติ, เตสํ สปฺปิอาทีนิ น กปฺปนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ. มนุสฺสขีราทีนิปิ หิ โน น กปฺปนฺติ, กุโต สสสฺส สปฺปีติ อาห ‘‘เยสญฺหิ ขีรํ อตฺถิ, สปฺปิปิ เตสํ อตฺถิเยวา’’ติ. ‘‘อิทญฺจ เยภุยฺเยน วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. อุคฺคหิตกํ กตฺวา นิกฺขิตฺตนฺติ อปฺปฏิคฺคหิตํ สยเมว คเหตฺวา นิกฺขิตฺตํ. สยํกตํ นิรามิสเมว วฏฺฏตีติ ตทหุปุเรภตฺตเมว สนฺธาย วุตฺตํ. อถ สยํกตํ นิรามิสํ ภุญฺชนฺตสฺส กสฺมา สามํปาโก น โหตีติ อาห – ‘‘นวนีตํ ตาเปนฺตสฺส หิ สามํปาโก น โหตี’’ติ. สวตฺถุกปฏิคฺคหิตสฺส วตฺถุคติกตฺตา อาห – ‘‘สวตฺถุกสฺส ปฏิคฺคหิตตฺตา’’ติ. ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิเตหีติ ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิตขีรทธีหิ. ปุเรภตฺตมฺปิ จ อุคฺคหิตเกหิ กตํ อพฺภญฺชนาทีสุ อุปเนตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. อุภเยสมฺปีติ ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิตขีรทธีหิ จ ปุเรภตฺตํ อุคฺคหิตเกหิ จ กตานํ. เอเสว นโยติ นิสฺสคฺคิยํ โหตีติ อตฺโถ. อกปฺปิยมํสสปฺปิมฺหีติ อกปฺปิยมํสสตฺตานํ สปฺปิมฺหิ. การณปติรูปกํ วตฺวาติ สชาติยานํ สปฺปิภาวโตติ การณปติรูปกํ วตฺวา.
สปฺปินเยเนว เวทิตพฺพนฺติ นิรามิสเมว สตฺตาหํ วฏฺฏตีติ อตฺโถ. เอตฺถาติ นวนีเต. โธตํ วฏฺฏตีติ อโธตํ เจ, สวตฺถุกปฏิคฺคหิตํ โหติ, ตสฺมา โธตํ ปฏิคฺคเหตฺวา สตฺตาหํ นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏตีติ เถรานํ อธิปฺปาโย. ตกฺกโต อุทฺธฏมตฺตเมว ขาทึสูติ เอตฺถ ตกฺกโต อุทฺธฏมตฺตํ อโธตมฺปิ ปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชนฺตา โธวิตฺวา ปจิตฺวา วา ปริภุญฺชึสูติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ. เถรสฺส หิ ทธิคุฬิกาทิสหิตมฺปิ ปฏิคฺคหิตํ ปจฺฉา โธวิตฺวา ปจิตฺวา วา ปริภุญฺชนฺตสฺส สวตฺถุกปฏิคฺคหเณ โทโส นตฺถีติ อธิปฺปาโย, เตเนว เถรสฺส อธิปฺปายํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘ตสฺมา นวนีตํ ปริภุญฺชนฺเตน…เป… อยเมตฺถ อธิปฺปาโย’’ติ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘ตกฺกโต อุทฺธฏมตฺตเมว ขาทึสู’’ติ วจนสฺส อธิปฺปายํ อชานนฺตา ‘‘ตกฺกโต อุทฺธฏมตฺตํ อโธตมฺปิ ทธิคุฬิกาทิสหิตํ วิกาเลปิ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ. น หิ ทธิคุฬิกาทิอามิเสน สํสฏฺฐรสํ นวนีตํ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ สกฺกา วตฺตุํ. นวนีตํ ปริภุญฺชนฺเตนาติ อโธวิตฺวา ปฏิคฺคหิตนวนีตํ ปริภุญฺชนฺเตน. ทธิ เอว ทธิคตํ ยถา ‘‘คูถคตํ มุตฺตคต’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๑๑๙). ขยํ คมิสฺสตีติ วจนโต ขีรํ ปกฺขิปิตฺวา ปกฺกสปฺปิอาทิปิ วิกาเล กปฺปตีติ เวทิตพฺพํ. กุกฺกุจฺจายนฺติ กุกฺกุจฺจกาติ อิมินา อตฺตนาปิ ตตฺถ กุกฺกุจฺจสพฺภาวํ ทีเปติ. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘นิพฺพฏฺฏิตสปฺปิ วา นวนีตํ วา ปจิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวาติ ตานิ ขีรทธีนิ ปฏิคฺคเหตฺวา.
ปฏิคฺคเหตฺวา ฐปิตเภสชฺเชหีติ ปฏิคฺคเหตฺวา ฐปิตยาวชีวิกเภสชฺเชหิ. วุตฺตนเยน ยถา ตณฺฑุลาทีนิ น ปจฺจนฺติ, ตถา ลชฺชีเยว สมฺปาเทตฺวา เทตีติ ลชฺชีสามเณรคฺคหณํ, อปิจ อลชฺชินา อชฺโฌหริตพฺพํ ยํ กิญฺจิ อภิสงฺขราเปตุํ น วฏฺฏติ, ตสฺมาปิ เอวมาห. ติเล ปฏิคฺคเหตฺวา กตเตลนฺติ อตฺตนา ภชฺชนาทีนิ อกตฺวา คหิตเตลํ. เตเนว ‘‘สามิสมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. นิพฺพฏฺฏิตตฺตาติ ยาวกาลิกวตฺถุโต วิเวจิตตฺตา. อุภยมฺปีติ อตฺตนา จ ปเรน จ กตํ. ยาว อรุณสฺส อุคฺคมนา ติฏฺฐติ, นิสฺสคฺคิยนฺติ สตฺตมทิวเส กตเตลํ สเจ ยาว อรุณุคฺคมนา ติฏฺฐติ, นิสฺสคฺคิยํ.
๖๒๓. อจฺฉวสนฺติ ทุกฺกฏวตฺถุโน วสาย อนุญฺญาตตฺตา ตํสทิสานํ ทุกฺกฏวตฺถูนํเยว อกปฺปิยมํสสตฺตานํ วสา อนุญฺญาตา, น ถุลฺลจฺจยวตฺถูนํ มนุสฺสานํ วสาติ อาห ‘‘ฐเปตฺวา มนุสฺสวส’’นฺติ. สํสฏฺฐนฺติ ปริสฺสาวิตํ. ‘‘กาเล ปฏิคฺคหิตํ วิกาเล อนุปสมฺปนฺเนนปิ นิปฺปกฺกํ สํสฏฺฐญฺจ ปริภุญฺชนฺตสฺส เทฺวปิ ทุกฺกฏานิ โหนฺติเยวา’’ติ วทนฺติ. ยสฺมา ขีรทธิอาทีนิ ปกฺขิปิตฺวา เตลํ ปจนฺติ, ตสฺมา กสฏํ น วฏฺฏติ, เตลเมว วฏฺฏติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปกฺกเตลกสเฏ วิย กุกฺกุจฺจายตี’’ติ. ‘‘สเจ วสาย สทฺธึ ปกฺกตฺตา น วฏฺฏติ, อิทํ กสฺมา วฏฺฏตี’’ติ ปุจฺฉนฺตา ‘‘ภนฺเต’’ติอาทิมาหํสุ. เอตํ วฏฺฏตีติ นนุ เอตํ ทธิคุฬิกาทีหิ ปกฺกํ นวนีตํ วฏฺฏตีติ อตฺโถ.
‘‘มธุกรีหิ นาม มธุมกฺขิกาหีติ อยํ ขุทฺทกมกฺขิกานํ ภมรมกฺขิกานญฺจ สามญฺญนิทฺเทโส’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘ทณฺฑเกสุ มธุกรา มธุกรี มกฺขิกา นามา’’ติ วตฺวา ‘‘ตาหิ มธุกรีอาทีหิ ตีหิ มกฺขิกาหิ กตํ มธุ นามา’’ติ วทนฺติ. ภมรมกฺขิกาหีติ มหาภมรมกฺขิกาหิ. สิเลสสทิสนฺติ ฆนปกฺกํ วุตฺตํ. อิตรนฺติ ตนุกมธุ. มธุปฏลนฺติ มธุรหิตํ เกวลํ มธุปฏลํ. ‘‘สเจ มธุสหิตํ ปฏลํ ปฏิคฺคเหตฺวา นิกฺขิปนฺติ, ปฏลสฺส ภาชนฏฺฐานิยตฺตา มธุโน วเสน สตฺตาหาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยํ โหตี’’ติ วทนฺติ, ‘‘มธุมกฺขิตํ ปน มธุคติกเมวา’’ติ อิมินา ตํ น สเมติ.
‘‘ผาณิตํ นาม อุจฺฉุมฺหา นิพฺพตฺต’’นฺติ ปาฬิยํ อวิเสเสน วุตฺตตฺตา อฏฺฐกถายญฺจ ‘‘อุจฺฉุรสํ อุปาทาย…เป… อวตฺถุกา อุจฺฉุวิกติ ‘ผาณิต’นฺติ เวทิตพฺพา’’ติ วจนโต อุจฺฉุรโสปิ นิกฺกสโฏ สตฺตาหกาลิโกติ เวทิตพฺโพ. เกนจิ ปน ‘‘มธุมฺหิ จตฺตาโร กาลิกา ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺพา, อุจฺฉุมฺหิ จา’’ติ วตฺวา ‘‘สมกฺขิกณฺฑเสฬกํ ยาวกาลิกํ, อเนฬกํ อุทกสมฺภินฺนํ ยามกาลิกํ, อสมฺภินฺนํ สตฺตาหกาลิกํ, มธุสิตฺถํ ปริสุทฺธํ ยาวชีวิกํ, ตถา อุจฺฉุ วา รโส วา สกสโฏ ยาวกาลิโก, นิกฺกสโฏ อุทกสมฺภินฺโน ยามกาลิโก, อสมฺภินฺโน สตฺตาหกาลิโก, สุทฺธกสฏํ ยาวชีวิก’’นฺติ จ วตฺวา อุตฺตริปิ พหุธา ปปญฺจิตํ. ตตฺถ ‘‘อุทกสมฺภินฺนํ มธุ วา อุจฺฉุรโส วา อุทกสมฺภินฺโน ยามกาลิโก’’ติ อิทํ เนว ปาฬิยํ, น อฏฺฐกถายํ ทิสฺสติ. ‘‘ยาวกาลิกํ สมานํ ครุตรมฺปิ มุทฺทิกาชาติรสํ อตฺตนา สํสฏฺฐํ ลหุกํ ยามกาลิกภาวํ อุปเนนฺตํ อุทกํ ลหุตรํ สตฺตาหกาลิกํ อตฺตนา สํสฏฺฐํ ครุตรํ ยามกาลิกภาวํ อุปเนตี’’ติ เอตฺถ การณํ โสเยว ปุจฺฉิตพฺโพ, สพฺพตฺถ ปาฬิยํ อฏฺฐกถายญฺจ อุทกสมฺเภเทน ครุตรสฺสปิ ลหุภาโวปคมนํเยว ทสฺสิตํ. ปาฬิยมฺปิ หิ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิลานสฺส คุฬํ, อคิลานสฺส คุโฬทก’’นฺติ (มหาว. ๒๘๔) วทนฺเตน อคิลาเนน ปริภุญฺชิตุํ อยุตฺโตปิ คุโฬ อุทกสมฺภินฺโน อคิลานสฺสปิ วฏฺฏตีติ อนุญฺญาโต.
ยมฺปิ จ ‘‘อุจฺฉุ เจ ยาวกาลิโก, อุจฺฉุรโส เจ ยามกาลิโก, ผาณิตํ เจ สตฺตาหกาลิกํ, ตโจ เจ ยาวชีวิโก’’ติ อฏฺฐกถาวจนํ ทสฺเสตฺวา ‘‘อุจฺฉุรโส อุทกสมฺภินฺโน ยามกาลิโก’’ติ อญฺเญน เกนจิ วุตฺตํ, ตมฺปิ ตถาวิธสฺส อฏฺฐกถาวจนสฺส อิมิสฺสา สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถาย อภาวโต น สารโต ปจฺเจตพฺพํ. ตโตเยว จ ‘‘อุจฺฉุรโส อุทเกน สมฺภินฺโนปิ อสมฺภินฺโนปิ สตฺตาหกาลิโกเยวา’’ติ เกจิ อาจริยา วทนฺติ. เภสชฺชกฺขนฺธเก จ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุจฺฉุรส’’นฺติ (มหาว. ๓๐๐) เอตฺถ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ อวิเสเสน วุตฺตํ ‘‘อุจฺฉุรโส สตฺตาหกาลิโก’’ติ.
สยํกตํ นิรามิสเมว วฏฺฏตีติ เอตฺถ อปริสฺสาวิตํ ปฏิคฺคหิตมฺปิ กรณสมเย ปริสฺสาเวตฺวา กสฏํ อปเนตฺวาว อตฺตนา กตนฺติ คเหตพฺพํ. ฌามอุจฺฉุผาณิตนฺติ อคฺคินา ทฑฺเฒ อุจฺฉุเขตฺเต ฌามอุจฺฉุนา กตผาณิตํ. โกฏฺฏิตอุจฺฉุผาณิตนฺติ ขุทฺทานุขุทฺทกํ ฉินฺทิตฺวา โกฏฺเฏตฺวา นิปฺปีเฬตฺวา ปกฺกํ เยภุยฺเยน จ สกสฏํ ผาณิตํ. ตาทิสสฺส จ กสฏสฺส อพฺโพหาริกตฺตา ‘‘ตํ ยุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. สีตุทเกน กตนฺติ มธุกปุปฺผานิ สีโตทเก ปกฺขิปิตฺวา มทฺทิตฺวา ปุปฺผรเส อุทกคเต สติ ตํ อุทกํ คเหตฺวา ปจิตฺวา กตผาณิตํ. ขีรํ ปกฺขิปิตฺวา กตํ มธุกผาณิตํ ยาวกาลิกนฺติ เอตฺถ ขีรํ ปกฺขิปิตฺวา ปกฺกเตลํ กสฺมา วิกาเล วฏฺฏตีติ เจ? เตเล ปกฺขิตฺตขีรํ เตลเมว โหติ, อญฺญํ ปน ขีรํ ปกฺขิปิตฺวา กตํ ขีรภาวํ คณฺหาตีติ อิทเมตฺถ การณํ. ยทิ เอวํ ขณฺฑสกฺขรมฺปิ ขีรํ ปกฺขิปิตฺวา กโรนฺติ, ตํ กสฺมา วฏฺฏตีติ อาห ‘‘ขณฺฑสกฺขรํ ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ ขีรชลฺลิกนฺติ ขีรเผณํ.
เภสชฺโชทิสฺสํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘สตฺตวิธญฺหิ โอทิสฺสํ นามา’’ติอาทินา อิตรานิปิ อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตานิ. วิกฏานีติ อปกติเภสชฺชตฺตา วิกฏานิ, วิรูปานีติ อตฺโถ. ทุกฺกฏวตฺถูนมฺปิ อกปฺปิยมํสานํ วสาย อนุญฺญาตตฺตา ‘‘วโสทิสฺส’’นฺติ วุตฺตํ. โอฬาริกานมฺปิ อาหารตฺถํ ผริตุํ สมตฺถานํ สปฺปิอาทีนํ เภสชฺชนาเมน อนุญฺญาตตฺตา ‘‘เภสชฺโชทิสฺส’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สติ ปจฺจเยติ วุตฺตตฺตา ปฏิคฺคหิตเภสชฺชานิ ทุติยทิวสโต ปฏฺฐาย ปุเรภตฺตมฺปิ สติ ปจฺจเย ปริภุญฺชิตพฺพานิ, น อาหารตฺถํ เภสชฺชตฺถาย ปฏิคฺคหิตตฺตา’’ติ วทนฺติ.
๖๒๔. ทฺวารวาตปานกวาเฏสูติ มหาทฺวารสฺส วาตปานานญฺจ กวาฏผลเกสุ. กสาเว ปกฺขิตฺตานิ ตานิ อตฺตโน สภาวํ ปริจฺจชนฺติ, ตสฺมา ‘‘มกฺเขตพฺพานี’’ติ วุตฺตํ, ฆุณปาณกาทิปริหารตฺถํ มกฺเขตพฺพานีติ อตฺโถ. อธิฏฺเฐตีติ ‘‘อิทานิ มยฺหํ อชฺโฌหรณียํ น ภวิสฺสติ, พาหิรปริโภคตฺถาย คมิสฺสตี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. เตเนวาห – ‘‘สปฺปิญฺจ เตลญฺจ วสญฺจ มุทฺธนิ เตลํ วา อพฺภญฺชนํ วา’’ติอาทิ. ‘‘เอวํ อธิฏฺฐิตญฺจ ปฏิคฺคหณํ วิชหตี’’ติ วทนฺติ.
๖๒๕. สเจ ทฺวินฺนํ สนฺตกํ เอเกน ปฏิคฺคหิตํ อวิภตฺตํ โหติ, ปริภุญฺชิตุํ ปน น วฏฺฏตีติ เอตฺถ มชฺเฌ ปาโฐ ปริหีโน, เอวํ ปเนตฺถ ปาโฐ เวทิตพฺโพ ‘‘สเจ ทฺวินฺนํ สนฺตกํ เอเกน ปฏิคฺคหิตํ อวิภตฺตํ โหติ, สตฺตาหาติกฺกเม ทฺวินฺนมฺปิ อนาปตฺติ, ปริภุญฺชิตุํ ปน น วฏฺฏตี’’ติ. อญฺญถา ปน สทฺทปฺปโยโคปิ น สงฺคจฺฉติ. คณฺฐิปเทปิ จ อยเมว ปาโฐ ทสฺสิโต. ตตฺถ ทฺวินฺนมฺปิ อนาปตฺตีติ ยถา อญฺญสฺส สนฺตกํ เอเกน ปฏิคฺคหิตํ สตฺตาหาติกฺกเมน นิสฺสคฺคิยํ น โหติ ปรสนฺตกภาวโต, เอวมิทมฺปิ อวิภตฺตตฺตา อุภยสาธารณมฺปิ อวินิพฺโภคภาวโต นิสฺสคฺคิยํ น โหตีติ อธิปฺปาโย. ปริภุญฺชิตุํ ปน น วฏฺฏตีติ ภิกฺขุนา ปฏิคฺคหิตตฺตา สตฺตาหาติกฺกเม ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขุโน ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ ปฏิคฺคหิตสปฺปิอาทีนํ ปริโภคสฺส สตฺตาเหเนว ปริจฺฉินฺนตฺตา. ‘‘ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา สตฺตาหปรมํ สนฺนิธิการกํ ปริภุญฺชิตพฺพานี’’ติ หิ วุตฺตํ. คณฺฐิปเทสุ ปน ตีสุปิ อิธ ปาฐสฺส ปริหีนภาวํ อสลฺลกฺเขตฺวา ‘‘ปริภุญฺชิตุํ ปน น วฏฺฏตีติ อิทํ อนฺโตสตฺตาเห ปริโภคํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ สญฺญาย วิสฺสาสคฺคาหาภาวโต ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ เอวมตฺโถ วุตฺโต, โส น คเหตพฺโพ.
อาวุโส, อิมํ เตลํ สตฺตาหมตฺตํ ปริภุญฺช ตฺวนฺติ อิมินา เยน ปฏิคฺคหิตํ, เตน อนฺโตสตฺตาเหเยว ปรสฺส วิสฺสชฺชิตภาวํ ทสฺเสติ. กสฺส อาปตฺตีติ ปฐมํ ตาว อุภินฺนํ สาธารณตฺตา อนาปตฺติ วุตฺตา. อิทานิ ปน เอเกน อิตรสฺส วิสฺสฏฺฐภาวโต อุภยสาธารณตา นตฺถีติ วิภตฺตสทิสํ หุตฺวา ฐิตํ, ตสฺมา เอตฺถ ปฏิคฺคหิตสฺส สตฺตาหาติกฺกเม เอกสฺส อาปตฺติยา ภวิตพฺพนฺติ มญฺญมาโน ‘‘กึ ปฏิคฺคหณปจฺจยา ปฏิคฺคาหกสฺส อาปตฺติ, อุทาหุ ยสฺส สนฺตกํ ชาตํ, ตสฺสา’’ติ ปุจฺฉติ. นิสฺสฏฺฐภาวโตเยว จ อิธ ‘‘อวิภตฺตภาวโต’’ติ การณํ อวตฺวา ‘‘เยน ปฏิคฺคหิตํ, เตน วิสฺสชฺชิตตฺตา’’ติ วุตฺตํ. อิทญฺจ วิสฺสฏฺฐภาวโต อุภยสาธารณตํ ปหาย เอกสฺส สนฺตกํ โหนฺตมฺปิ เยน ปฏิคฺคหิตํ, ตโต อญฺญสฺส สนฺตกํ ชาตํ, ตสฺมา ปรสนฺตกปฏิคฺคหเณ วิย ปฏิคฺคาหกสฺส ปฏิคฺคหณปจฺจยา นตฺถิ อาปตฺตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น ปน ‘‘เยน ปฏิคฺคหิตํ, เตน วิสฺสชฺชิตตฺตา’’ติ วจนโต อวิสฺสชฺชิเต สติ อวิภตฺเตปิ สตฺตาหาติกฺกเม อาปตฺตีติ ทสฺสนตฺถํ อวิสฺสชฺชิเต อวิภตฺตภาวโตเยว อนาปตฺติยา สิทฺธตฺตา. สเจ ปน อิตโร เยน ปฏิคฺคหิตํ, ตสฺเสว อนฺโตสตฺตาเห อตฺตโน ภาคมฺปิ วิสฺสชฺเชติ, สตฺตาหาติกฺกเม สิยา อาปตฺติ เยน ปฏิคฺคหิตํ, ตสฺเสว สนฺตกภาวมาปนฺนตฺตา อิตรสฺส อปฺปฏิคฺคหิตตฺตา. อิมินา ตสฺส สนฺตกภาเวปิ อญฺเญน ปฏิคฺคหิตสกสนฺตเก วิย เตน อปฺปฏิคฺคหิตภาวโต อนาปตฺตีติ ทีเปติ. อิทํ ปน อธิปฺปายํ อชานิตฺวา อิโต อญฺญถา คณฺฐิปทการาทีหิ ปปญฺจิตํ, น ตํ สารโต ปจฺเจตพฺพํ.
อปริโภคํ โหตีติ กสฺสจิ อมนุญฺญสฺส ปติตตฺตา ปริโภคารหํ น โหติ. เยน จิตฺเตนาติ เยน ปริจฺจชิตุกามตาจิตฺเตน. ‘‘อนฺโตสตฺตาเห’’ติ อธิการตฺตา ‘‘อนฺโตสตฺตาเห อนเปกฺโข ทตฺวา ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชตี’’ติ อิมํ สมฺพนฺธํ สนฺธาย มหาสุมตฺเถเรน ‘‘เอวํ อนฺโตสตฺตาเห ทตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. มหาปทุมตฺเถโร ปน ยทิ เอวํ ‘‘วิสฺสชฺเชตี’’ติ อิมินาว ตํ สิทฺธํ, สตฺตาหาติกฺกนฺตํ ปน นิสฺสฏฺฐํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ, ตสฺมา ตสฺส ปริโภคมุขทสฺสนมิทนฺติ อาห – ‘‘นยิทํ ยาจิตพฺพ’’นฺติอาทิ. อญฺเญน ภิกฺขุนาติ เอตฺถ สุทฺธจิตฺเตน ทินฺนตฺตา สยมฺปิ อาหราเปตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติเยว. สปฺปิอาทีนํ ปฏิคฺคหิตภาโว, อตฺตโน สนฺตกตา, สตฺตาหาติกฺกโมติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.