๔. นิสฺสคฺคิยกณฺฑํ
๑. จีวรวคฺโค
๑. ปฐมกถินสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๕๙. สมิตาวินาติ สมิตปาเปน. โคตมเก เจติเยติ โคตมยกฺขสฺส เจติยฏฺฐาเน กตวิหาโร วุจฺจติ. ปริภุญฺชิตุํ อนุญฺญาตํ โหตีติ ภควตา คหปติจีวเร อนุญฺญาเต พหูนิ จีวรานิ ลภิตฺวา ภณฺฑิกํ กตฺวา สีเสปิ ขนฺเธปิ กฏิยาปิ ฐเปตฺวา อาคจฺฉนฺเต ภิกฺขู ทิสฺวา จีวเร สีมํ พนฺธนฺเตน ติจีวรํ ปริโภคตฺถาย อนุญฺญาตํ, น ปน อธิฏฺฐานวเสน. นหายนฺติ เอตฺถาติ นหานํ, นหานติตฺถํ.
๔๖๐. เอโก กิร พฺราหฺมโณ จินฺเตสิ ‘‘พุทฺธรตนสฺส จ สงฺฆรตนสฺส จ ปูชา ปญฺญายติ, กถํ นุ โข ธมฺมรตนํ ปูชิตํ นาม โหตี’’ติ. โส ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปุจฺฉิ. ภควา อาห ‘‘สเจปิ พฺราหฺมณ ธมฺมรตนํ ปูเชตุกาโม, เอกํ พหุสฺสุตํ ปูเชหี’’ติ. พหุสฺสุตํ ภนฺเต อาจิกฺขถาติ. ภิกฺขุสงฺฆํ ปุจฺฉาติ. โส ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘พหุสฺสุตํ ภนฺเต อาจิกฺขถา’’ติ อาห. อานนฺทตฺเถโร พฺราหฺมณาติ. พฺราหฺมโณ เถรํ สหสฺสคฺฆนเกน จีวเรน ปูเชสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปฏิลาภวเสน อุปฺปนฺน’’นฺติ. อุปฺปนฺน-สทฺโท นิปฺผนฺนปริยาโยปิ โหตีติ ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห ‘‘โน นิปฺผตฺติวเสนา’’ติ. ปฐมเมว หิ ตํ ตนฺตวายกมฺเมน นิปฺผนฺนํ.
เถรสฺส สนฺติเก อุปชฺฌํ คาหาเปตฺวา สยํ อนุสฺสาวนกมฺมํ กโรตีติ เอตฺถ สาริปุตฺตตฺเถโรปิ ตเถว กโรตีติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ เอกเมเกน อตฺตโน ปตฺตจีวรํ ทตฺวา ปพฺพาเชตฺวา อุปชฺฌํ คณฺหาปิตานิ ปญฺจ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ อเหสุํ. อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อติวิย มมายตีติ อานนฺทตฺเถโร ตาว มมายตุ อขีณาสวภาวโต, สาริปุตฺตตฺเถโร กถนฺติ? น อิทํ มมายนํ เคหสฺสิตเปมวเสน, อถ โข คุณสมฺภาวนาวเสนาติ นายํ โทโส. นวมํ วา ทิวสํ ทสมํ วาติ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ, นวเม วา ทสเม วา ทิวเสติ อตฺโถ. สเจ ภเวยฺยาติ สเจ กสฺสจิ เอวํ สิยา. วุตฺตสทิสเมวาติ เอตฺถ ‘‘วุตฺตทิวสเมวา’’ติปิ ปฐนฺติ. ธาเรตุนฺติ เอตฺถ ‘‘อาหา’’ติ ปาฐเสโส ทฏฺฐพฺโพ.
๔๖๒-๔๖๓. นิฏฺฐิตจีวรสฺมินฺติ ภุมฺมวจนสฺส โลปํ กตฺวา นิทฺเทโสติ อาห ‘‘นิฏฺฐิเต จีวรสฺมิ’’นฺติ, จีวรสฺส กรณปลิโพเธ อุปจฺฉินฺเนติ วุตฺตํ โหติ. ปาสปฏฺฏคณฺฐิกปฏฺฏปริโยสานํ ยํ กิญฺจิ กาตพฺพํ, ตํ กตฺวาติ โยเชตพฺพํ. สูจิยา ปฏิสามนนฺติ อิทํ สูจิกมฺมสฺส สมฺมา ปรินิฏฺฐิตภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, สูจิกมฺมนิฏฺฐานเมเวตฺถ ปมาณํ. เอเตสมฺปีติ วินฏฺฐาทึ ปรามสติ.
กถิเน จ อุพฺภตสฺมินฺติ ยํ สงฺฆสฺส กถินํ อตฺถตํ, ตสฺมึ กถิเน จ อุพฺภเตติ อตฺโถ. ทุติยสฺส ปลิโพธสฺส อภาวํ ทสฺเสตีติ อาวาสปลิโพธสฺส อภาวํ ทสฺเสติ. เอตฺถ จ ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ อุพฺภตสฺมึ กถิเน’’ติ อิเมหิ ทฺวีหิ ปเทหิ ทฺวินฺนํ ปลิโพธานํ อภาวทสฺสเนน อตฺถตกถินสฺส ปญฺจมาสพฺภนฺตเร ยาว จีวรปลิโพโธ อาวาสปลิโพโธ จ น อุปจฺฉิชฺชติ, ตาว อนธิฏฺฐิตํ อวิกปฺปิตํ อติเรกจีวรํ ทสาหโต ปรมฺปิ ฐเปตุํ วฏฺฏตีติ ทีเปติ. อตฺถตกถินสฺส หิ ยาว กถินสฺส อุพฺภารา อนามนฺตจาโร อสมาทานจาโร ยาวทตฺถจีวรํ คณโภชนํ โย จ ตตฺถ จีวรุปฺปาโทติ อิเม ปญฺจานิสํสา ลพฺภนฺติ. ปกฺกมนํ อนฺโต อสฺสาติ ปกฺกมนนฺติกา. เอวํ เสสาปิ เวทิตพฺพา. วิตฺถาโร ปเนตฺถ อาคตฏฺฐาเนเยว อาวิ ภวิสฺสติ.
โขมนฺติ โขมสุตฺเตหิ วายิตํ โขมปฏจีวรํ, ตถา เสสานิ. สาณนฺติ สาณวากสุตฺเตหิ กตจีวรํ. ภงฺคนฺติ โขมสุตฺตาทีนิ สพฺพานิ เอกจฺจานิ วา มิสฺเสตฺวา กตจีวรํ. ภงฺคมฺปิ วากมยเมวาติ เกจิ. ทุกูลํ ปฏฺฏุณฺณํ โสมารปฏํ จีนปฏํ อิทฺธิชํ เทวทินฺนนฺติ อิมานิ ปน ฉ จีวรานิ เอเตสํเยว อนุโลมานีติ วิสุํ น วุตฺตานิ. ทุกูลญฺหิ สาณสฺส อนุโลมํ วากมยตฺตา. ปฏฺฏุณฺณเทเส สญฺชาตวตฺถํ ปฏฺฏุณฺณํ. ‘‘ปฏฺฏุณฺณโกเสยฺยวิเสโส’’ติ หิ อภิธานโกเส วุตฺตํ. โสมารเทเส จีนเทเส จ ชาตวตฺถานิ โสมารจีนปฏานิ. ปฏฺฏุณฺณาทีนิ ตีณิ โกเสยฺยสฺส อนุโลมานิ ปาณเกหิ กตสุตฺตมยตฺตา. อิทฺธิชํ เอหิภิกฺขูนํ ปุญฺญิทฺธิยา นิพฺพตฺตจีวรํ, ตํ โขมาทีนํ อญฺญตรํ โหตีติ เตสํ เอว อนุโลมํ. เทวตาหิ ทินฺนํ จีวรํ เทวทินฺนํ, ตํ กปฺปรุกฺเข นิพฺพตฺตํ ชาลินิยา เทวกญฺญาย อนุรุทฺธตฺเถรสฺส ทินฺนวตฺถสทิสํ, ตมฺปิ โขมาทีนํเยว อนุโลมํ โหติ เตสุ อญฺญตรภาวโต.
มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส วิทตฺถึ สนฺธาย ‘‘เทฺว วิทตฺถิโย’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิมินา ทีฆโต วฑฺฒกีหตฺถปฺปมาณํ วิตฺถารโต ตโต อุปฑฺฒปฺปมาณํ วิกปฺปนุปคนฺติ ทสฺเสติ. ตถา หิ ‘‘สุคตวิทตฺถิ นาม อิทานิ มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส ติสฺโส วิทตฺถิโย, วฑฺฒกีหตฺเถน ทิยฑฺโฒ หตฺโถ โหตี’’ติ กุฏิการสิกฺขาปทฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๘-๓๔๙) วุตฺตํ, ตสฺมา สุคตงฺคุเลน ทฺวาทสงฺคุลํ วฑฺฒกีหตฺเถน ทิยฑฺโฒ หตฺโถติ สิทฺธํ. เอวญฺจ กตฺวา สุคตงฺคุเลน อฏฺฐงฺคุลํ วฑฺฒกีหตฺถปฺปมาณนฺติ อิทํ อาคตเมวาติ.
ตํ อติกฺกามยโตติ เอตฺถ ตนฺติ จีวรํ กาลํ วา ปรามสติ. ตสฺส โย อรุโณติ ตสฺส จีวรุปฺปาททิวสสฺส โย อติกฺกนฺโต อรุโณ. จีวรุปฺปาททิวเสน สทฺธินฺติ จีวรุปฺปาททิวสสฺส อติกฺกนฺตอรุเณน สทฺธินฺติ อตฺโถ. ทิวสสทฺเทน หิ ตํทิวสนิสฺสิโต อรุโณ วุตฺโต. พนฺธิตฺวาติ รชฺชุอาทีหิ พนฺธิตฺวา. เวเฐตฺวาติ วตฺถาทีติ เวเฐตฺวา.
วจนีโยติ สงฺฆํ อเปกฺขิตฺวา วุตฺตํ. อญฺญถาปิ วตฺตพฺพนฺติ เอตฺถ ‘‘ยาย กายจิ ภาสาย ปทปฏิปาฏิยา อวตฺวาปิ อตฺถมตฺเต วุตฺเต วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. เตนาติ อาปตฺตึ ปฏิคฺคณฺหนฺเตน. ปฏิคฺคาหเกน ‘‘ปสฺสสี’’ติ วุตฺเต เทสเกน วตฺตพฺพวจนํ ทสฺเสติ ‘‘อาม ปสฺสามี’’ติ. ปุน ปฏิคฺคาหเกน วตฺตพฺพวจนมาห ‘‘อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ. เอวํ วุตฺเต ปุน เทสเกน วตฺตพฺพวจนํ ‘‘สาธุ สุฏฺฐุ สํวริสฺสามี’’ติ. อิมินา อตฺตโน อายตึ สํวเร ปติฏฺฐิตภาวํ ทสฺเสติ. ทฺวีสุ ปน สมฺพหุลาสุ วาติ ทฺวีสุ สมฺพหุลาสุ วา อาปตฺตีสุ ปุริมนเยเนว วจนเภโท เวทิตพฺโพ. ญตฺติยํ อาปตฺตึ สรติ วิวรตีติ เอตฺถ เทฺว อาปตฺติโยติ วา สมฺพหุลา อาปตฺติโยติ วา วตฺตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. จีวรทาเนปีติ นิสฺสฏฺฐจีวรสฺส ทาเนปิ. วตฺถุวเสนาติ จีวรคณนาย. คณสฺส วุตฺตา ปาฬิเยเวตฺถ ปาฬีติ ทฺวีสุ อิมาหํ อายสฺมนฺตานํ นิสฺสชฺชามีติ วจเน วิเสสาภาวโต วุตฺตํ. เอวํ…เป… วตฺตุํ วฏฺฏตีติ วตฺวา ตตฺถ การณมาห ‘‘อิโต ครุกตรานี’’ติอาทิ. ตตฺถ อิโตติ อิโต นิสฺสฏฺฐจีวรทานโต. ญตฺติกมฺมโต ญตฺติทุติยกมฺมํ ครุกตรนฺติ อาห ‘‘อิโต ครุกตรานี’’ติ. อิมาหํ จีวรนฺติ เอตฺถ ‘‘อิมํ จีวร’’นฺติปิ ปฐนฺติ.
๔๖๘. น อิธ สญฺญา รกฺขตีติ อิทํ เวมติกํ อนติกฺกนฺตสญฺญญฺจ สนฺธาย วุตฺตํ. โยปิ เอวํสญฺญี, ตสฺสปีติ น เกวลํ อติกฺกนฺเต อติกฺกนฺตสญฺญิสฺส, อถ โข เวมติกสฺส อนติกฺกนฺตสญฺญิสฺสปีติ อตฺโถ. ‘‘น อิธ สญฺญา รกฺขตี’’ติอาทินา วุตฺตมตฺถํ เสสตฺติเกปิ อติทิสติ. เอส นโย สพฺพตฺถาติ เอส นโย อวินฏฺฐาทีสุปีติ อญฺเญสํ จีวเรสุ อุปจิกาทีหิ ขายิเตสุ ‘‘มยฺหมฺปิ จีวรํ ขายิต’’นฺติ เอวํสญฺญี โหตีติอาทินา โยเชตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. อนฏฺฐโต อวิลุตฺตสฺส วิเสสมาห ‘‘ปสยฺหาวหารวเสนา’’ติ. เถยฺยาวหารวเสน คหิตญฺหิ นฏฺฐนฺติ อธิปฺเปตํ, ปสยฺหาวหารวเสน คหิตํ วิลุตฺตนฺติ. อนาปตฺติ อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชตีติ อิทํ นิสีทนสนฺถตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยํ เยน หิ ปุราณสนฺถตสฺส สามนฺตา สุคตวิทตฺถึ อนาทิยิตฺวา อญฺญํ นวํ นิสีทนสนฺถตํ กตํ, ตสฺส ตํ นิสฺสคฺคิยํ โหติ. ตสฺมา ‘‘อนาปตฺติ อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชตี’’ติ อิทํ ปรสฺส นิสฺสคฺคิยํ อปรสฺส ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ อิมมตฺถํ สาเธติ. ปริโภคํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ อนติกฺกนฺเต อติกฺกนฺตสญฺญิสฺส เวมติกสฺส จ ปริภุญฺชนฺตสฺเสว ทุกฺกฏํ, น ปน อปริภุญฺชิตฺวา ฐเปนฺตสฺสาติ อธิปฺปาโย.
๔๖๙. ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุนฺติ นามํ วตฺวา อธิฏฺฐาตุํ. น วิกปฺเปตุนฺติ นามํ วตฺวา น วิกปฺเปตุํ. เอส นโย สพฺพตฺถ. ตสฺมา ติจีวราทีนิ อธิฏฺฐหนฺเตน ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติอาทินา นามํ วตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพํ. วิกปฺเปนฺเตน ปน ‘‘อิมํ สงฺฆาฏิ’’นฺติอาทินา ตสฺส ตสฺส จีวรสฺส นามํ อคฺคเหตฺวาว ‘‘อิมํ จีวรํ ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติ วิกปฺเปตพฺพํ. ติจีวรํ วา โหตุ อญฺญํ วา, ยทิ ตํ ตํ นามํ คเหตฺวา วิกปฺเปติ, อวิกปฺปิตํ โหติ, อติเรกจีวรฏฺฐาเนเยว ติฏฺฐติ. ตโต ปรํ วิกปฺเปตุนฺติ ‘‘จตุมาสโต ปรํ วิกปฺเปตฺวา ปริภุญฺชิตุํ อนุญฺญาต’’นฺติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘ตโต ปรํ วิกปฺเปตฺวา ยาว อาคามิสํวจฺฉเร วสฺสานํ จาตุมาสํ, ตาว ฐเปตุํ อนุญฺญาต’’นฺติปิ วทนฺติ. ‘‘ตโต ปรํ วิกปฺเปตุํ อนุชานามีติ เอตฺตาวตา วสฺสิกสาฏิกํ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิญฺจ ตํ ตํ นามํ คเหตฺวา วิกปฺเปตุํ อนุญฺญาตนฺติ เอวมตฺโถ น คเหตพฺโพ ตโต ปรํ วสฺสิกสาฏิกาทินามสฺเสว อภาวโต. ตสฺมา ตโต ปรํ วิกปฺเปนฺเตนปิ นามํ คเหตฺวา น วิกปฺเปตพฺพํ. อุภินฺนมฺปิ ตโต ปรํ วิกปฺเปตฺวา ปริโภคสฺส อนุญฺญาตตฺตา ตถา วิกปฺปิตํ อญฺญนาเมน อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ.
ปจฺจุทฺธรามีติ ฐเปมิ, ปริจฺจชามีติ วา อตฺโถ. อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามีติ เอตฺถ ‘‘อิมํ จีวรํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามีติ เอวมฺปิ วตฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ, ตมฺปิ ‘‘อิมํ จีวรํ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐามี’’ติ อิมินา สเมติ. กายวิการํ กโรนฺเตนาติ หตฺเถน จีวรํ ปรามสนฺเตน วา จาเลนฺเตน วา. ทุวิธนฺติ สมฺมุขปรมฺมุขเภเทสุ ทุวิธํ. หตฺถปาเสติ อิทํ ทฺวาทสหตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตสฺมา ทฺวาทสหตฺถพฺภนฺตเร ฐิตํ ‘‘อิม’’นฺติ วตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพํ. ตโต ปรํ ‘‘เอต’’นฺติ วตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ เกจิ วทนฺติ. คณฺฐิปเทสุ ปเนตฺถ น กิญฺจิ วุตฺตํ. ปาฬิยํ อฏฺฐกถายญฺจ สพฺพตฺถ ‘‘หตฺถปาโส’’ติ อฑฺฒเตยฺยหตฺโถ วุจฺจติ, ตสฺมา อิธ วิเสสวิกปฺปนาย การณํ คเวสิตพฺพํ. สามนฺตวิหาโร นาม ยตฺถ ตทเหว คนฺตฺวา นิวตฺติตุํ สกฺกา. ‘‘สามนฺตวิหาเร’’ติ อิทํ เทสนาสีสมตฺตํ, ตสฺมา ฐปิตฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา ทูเร ฐิตมฺปิ อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ วทนฺติ. ฐปิตฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวาติ จ อิทํ ฐปิตฏฺฐานสลฺลกฺขณํ อนุจฺฉวิกนฺติ กตฺวา วุตฺตํ, จีวรสลฺลกฺขณเมเวตฺถ ปมาณํ.
อธิฏฺฐหิตฺวา ฐปิตวตฺเถหีติ ปริกฺขารโจฬนาเมน อธิฏฺฐหิตฺวา ฐปิตวตฺเถหิ. อธิฏฺฐานโต ปุพฺเพ สงฺฆาฏิอาทิโวหารสฺส อภาวโต ‘‘อิมํ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ ปริกฺขารโจฬสฺส วิสุํ ปจฺจุทฺธารวิธึ ทสฺเสติ. ปริกฺขารโจฬนาเมน ปน อธิฏฺฐิตตฺตา ‘‘อิมํ ปริกฺขารโจฬํ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ วุตฺเตปิ เนวตฺถิ โทโสติ วิญฺญายติ. ปจฺจุทฺธริตฺวา ปุน อธิฏฺฐาตพฺพานีติ อิทญฺจ สงฺฆาฏิอาทิจีวรนาเมน อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตุกามํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปริกฺขารโจฬนาเมเนว อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชนฺตสฺส ปน ปุพฺเพกตอธิฏฺฐานเมว อธิฏฺฐานํ. อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถีติ อิมินา กปฺปพินฺทุทานกิจฺจมฺปิ นตฺถีติ ทสฺเสติ. มุฏฺฐิปญฺจกาทิติจีวรปฺปมาณยุตฺตํ สนฺธาย ‘‘ติจีวรํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุนฺติ ปริกฺขารโจฬํ กตฺวา อธิฏฺฐาตุํ. พทฺธสีมายํ อวิปฺปวาสสีมาสมฺมุติสพฺภาวโต จีวรวิปฺปวาเสปิ เนวตฺถิ โทโสติ น ตตฺถ ทุปฺปริหารตาติ อาห ‘‘อพทฺธสีมายํ ทุปฺปริหาร’’นฺติ.
อนติริตฺตปฺปมาณาติ สุคตวิทตฺถิยา ทีฆโส ฉ วิทตฺถิโย ติริยํ อฑฺฒเตยฺยวิทตฺถิญฺจ อนติกฺกนฺตปฺปมาณาติ อตฺโถ. นนุ จ วสฺสิกสาฏิกา วสฺสานาติกฺกเมน, กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ อาพาธวูปสเมน อธิฏฺฐานํ วิชหติ. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘วสฺสิกสาฏิกา วสฺสานมาสาติกฺกเมนปิ, กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ อาพาธวูปสเมนปิ อธิฏฺฐานํ วิชหตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา ‘‘ตโต ปรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา’’ติ กสฺมา วุตฺตํ. สติ หิ อธิฏฺฐาเน ปจฺจุทฺธาโร ยุตฺโตติ? เอตฺถ ตาว ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ อิทํ วุตฺตํ ‘‘ปจฺจุทฺธริตฺวาติ อิทํ ปจฺจุทฺธรณํ สนฺธาย น วุตฺตํ, ปจฺจุทฺธริตฺวาติ ปน วสฺสิกสาฏิกภาวโต อปเนตฺวาติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ. ตสฺมา เหมนฺตสฺส ปฐมทิวสโต ปฏฺฐาย อนฺโตทสาเห วสฺสิกสาฏิกภาวโต อปเนตฺวา วิกปฺเปตพฺพาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘ตโต ปรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา’ติ วุตฺต’’นฺติ.
เกจิ ปน ‘‘ยถา กถินมาสพฺภนฺตเร อุปฺปนฺนจีวรํ กถินมาสาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยํ โหติ, เอวมยํ วสฺสิกสาฏิกาปิ วสฺสานมาสาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยา โหติ, ตสฺมา กตฺติกปุณฺณมทิวเส ปจฺจุทฺธริตฺวา ตโต ปรํ เหมนฺตสฺส ปฐมทิวเส วิกปฺเปตพฺพาติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ. ปจฺจุทฺธริตฺวา ตโต ปรํ วิกปฺเปตพฺพาติ ปทโยชนา เวทิตพฺพา’’ติ จ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ. กถินมาเส อุปฺปนฺนญฺหิ จีวรํ อติเรกจีวรฏฺฐาเน ฐิตตฺตา อวสานทิวเส อนธิฏฺฐิตํ กถินมาสาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยํ โหติ. อยํ ปน วสฺสิกสาฏิกา อธิฏฺฐหิตฺวา ฐปิตตฺตา น เตน สทิสาติ วสฺสานาติกฺกเม กถํ นิสฺสคฺคิยา โหติ. อนธิฏฺฐิตอวิกปฺปิตเมว หิ ตํตํกาลาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยํ โหติ, ตสฺมา เหมนฺเตปิ วสฺสิกสาฏิกา ทสาหํ ปริหารํ ลภติเยว. เอวํ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิปิ อาพาธวูปสเมน อธิฏฺฐานํ วิชหติ, ตสฺมา ตโต ปรํ ทสาหํ ปริหารํ ลภติ, ทสาหํ ปน อนติกฺกมิตฺวา วิกปฺเปตพฺพาติ.
เกจิ ปน ‘‘อธิฏฺฐานเภทลกฺขเณ อวุตฺตตฺตา วสฺสิกสาฏิกา วสฺสานมาสาติกฺกเมปิ, กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ อาพาเธ วูปสนฺเตปิ อธิฏฺฐานํ น วิชหติ, ตสฺมา ‘ตโต ปรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา’ติ อิทํ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตํ มาติกาฏฺฐกถาย น สเมติ, สมนฺตปาสาทิกาย ปน สเมติ. ตถา หิ ‘‘วสฺสิกสาฏิกา วสฺสานมาสาติกฺกเมนปิ, กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ อาพาธวูปสเมนปิ อธิฏฺฐานํ วิชหตี’’ติ อิทํ สมนฺตปาสาทิกายํ นตฺถิ, ปริวารฏฺฐกถายญฺจ ‘‘อตฺถาปตฺติ เหมนฺเต อาปชฺชติ, โน คิเมฺห’’ติ เอตฺถ อิทํ วุตฺตํ ‘‘กตฺติกปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิเม ปาฏิปททิวเส วิกปฺเปตฺวา ฐปิตํ วสฺสิกสาฏิกํ นิวาเสนฺโต เหมนฺเต อาปชฺชติ. กุรุนฺทิยํ ปน ‘กตฺติกปุณฺณมทิวเส อปจฺจุทฺธริตฺวา เหมนฺเต อาปชฺชตี’ติ วุตฺตํ, ตมฺปิ สุวุตฺตํ. จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ, ตโต ปรํ วิกปฺเปตุนฺติ หิ วุตฺต’’นฺติ (ปริ. อฏฺฐ. ๓๒๓).
ตตฺถ มหาอฏฺฐกถายํ นิวาสนปจฺจยา ทุกฺกฏํ วุตฺตํ, กุรุนฺทฏฺฐกถายํ ปน อปจฺจุทฺธารปจฺจยา. ตสฺมา กุรุนฺทิยํ วุตฺตนเยเนว วสฺสิกสาฏิกา วสฺสานมาสาติกฺกเมปิ อธิฏฺฐานํ น วิชหตีติ ปญฺญายติ. กุรุนฺทิยญฺหิ ‘‘วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ, ตโต ปรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ วจนโต ยทิ กตฺติกปุณฺณมายํ น ปจฺจุทฺธเรยฺย, อวิชหิตาธิฏฺฐานา วสฺสิกสาฏิกา เหมนฺตํ สมฺปตฺตา วิกปฺปนกฺเขตฺเต อธิฏฺฐานสพฺภาวโต ทุกฺกฏํ ชเนติ, ตสฺมา กตฺติกปุณฺณมายํ เอว ปจฺจุทฺธริตฺวา เหมนฺเต วิกปฺเปตพฺพาติ อิมินา อธิปฺปาเยน ‘‘กตฺติกปุณฺณมทิวเส อปจฺจุทฺธริตฺวา เหมนฺเต อาปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา วีมํสิตฺวา ยุตฺตตรํ คเหตพฺพํ.
นหานตฺถาย อนุญฺญาตตฺตา ‘‘วณฺณเภทมตฺตรตฺตาปิ เจสา วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. เทฺว ปน น วฏฺฏนฺตีติ ทฺวินฺนํ อธิฏฺฐานาภาวโต วุตฺตํ. ‘‘สเจ วสฺสาเน อปรา วสฺสิกสาฏิกา อุปฺปนฺนา โหติ, ปุริมวสฺสิกสาฏิกํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตฺวา จ อธิฏฺฐาตพฺพา’’ติ วทนฺติ. ปมาณยุตฺตนฺติ ทีฆโส สุคตวิทตฺถิยา เทฺว วิทตฺถิโย, วิตฺถารโต ทิยฑฺฒา, ทสา วิทตฺถีติ อิมินา ปมาเณน ยุตฺตํ. ปมาณิกาติ สุคตวิทตฺถิยา ทีฆโส จตสฺโส วิทตฺถิโย, ติริยํ เทฺว วิทตฺถิโยติ เอวํ วุตฺตปฺปมาณยุตฺตา. ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพาติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. ‘‘สกึ อธิฏฺฐิตํ อธิฏฺฐิตเมว โหติ, ปุน น ปจฺจุทฺธรียติ กาลปริจฺเฉทาภาวโต’’ติ วทนฺติ. อปเร ปน ‘‘เอกวจเนนปิ วฏฺฏตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘สกึ อธิฏฺฐิตํ อธิฏฺฐิตเมวา’ติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. อุภยตฺถาปิ อสฺส วจนสฺส อิธ วจเน อปุพฺพํ ปโยชนํ น ทิสฺสติ, เตเนว มาติกาฏฺฐกถายํ อิมสฺมึ ฐาเน ‘‘สกึ อธิฏฺฐิตํ อธิฏฺฐิตเมว โหตี’’ติ อิทํ ปทํ น วุตฺตํ.
‘‘อตฺตโน สนฺตกภาวโต โมเจตฺวา ฐปิตํ สนฺธาย มหาปจฺจริยํ อนาปตฺติ วุตฺตา’’ติ วทนฺติ. อิมินา เภสชฺชํ เจตาเปสฺสามิ, อิทํ มาตุยา ทสฺสามีติ ฐเปนฺเตน อธิฏฺฐาตพฺพํ, อิทํ เภสชฺชสฺส, อิทํ มาตุยาติ วิสฺสชฺเชตฺวา สกสนฺตกภาวโต โมจิเต อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. เสนาสนปริกฺขารตฺถาย ทินฺนปจฺจตฺถรเณติ เอตฺถ ‘‘อนิวาเสตฺวา อปารุปิตฺวา จ เกวลํ มญฺจปีเฐสุเยว อตฺถริตฺวา ปริภุญฺชิยมานํ ปจฺจตฺถรณํ อตฺตโน สนฺตกมฺปิ อนธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. เหฏฺฐา ปน ‘‘ปจฺจตฺถรณมฺปิ อธิฏฺฐาตพฺพเมวา’’ติ อวิเสเสน วุตฺตตฺตา อตฺตโน สนฺตกํ อธิฏฺฐาตพฺพเมวาติ อมฺหากํ ขนฺติ, วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ.
‘‘หีนายาวตฺตเนนาติ สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย คิหิภาวูปคมเนนา’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ, ตํ ยุตฺตํ อญฺญสฺส ทาเน วิย จีวเร นิราลยภาเวเนว ปริจฺจตฺตตฺตา. เกจิ ปน ‘‘หีนายาวตฺตเนนาติ ภิกฺขุนิยา คิหิภาวูปคมเนนา’’ติ เอวมตฺถํ คเหตฺวา ‘‘ภิกฺขุ ปน วิพฺภมนฺโตปิ ยาว สิกฺขํ น ปจฺจกฺขาติ, ตาว ภิกฺขุเยวาติ อธิฏฺฐานํ น วิชหตี’’ติ วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ ‘‘ภิกฺขุนิยา หีนายาวตฺตเนนา’’ติ วิเสเสตฺวา อวุตฺตตฺตา. ภิกฺขุนิยา หิ คิหิภาวูปคมเน อธิฏฺฐานวิชหนํ วิสุํ วตฺตพฺพํ นตฺถิ ตสฺสา วิพฺภมเนเนว อสฺสมณีภาวโต. สิกฺขาปจฺจกฺขาเนนาติ ปน อิทํ สเจ ภิกฺขุลิงฺเค ฐิโตว สิกฺขํ ปจฺจกฺขาติ, ตสฺส กายลคฺคมฺปิ จีวรํ อธิฏฺฐานํ วิชหตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. กนิฏฺฐงฺคุลินขวเสนาติ เหฏฺฐิมปริจฺเฉทํ ทสฺเสติ. ปมาณจีวรสฺสาติ ปจฺฉิมปฺปมาณํ สนฺธาย วุตฺตํ. เทฺว จีวรานิ ปารุปนฺตสฺสาติ อนฺตรฆรปฺปเวสนตฺถาย สุปฺปฏิจฺฉนฺนสิกฺขาปเท วุตฺตนเยน สงฺฆาฏึ อุตฺตราสงฺคญฺจ เอกโต กตฺวา ปารุปนฺตสฺส. สงฺฆริตฏฺฐาเนติ ทฺวีสุปิ อนฺเตสุ สงฺฆริตฏฺฐาเน. เอส นโยติ อิมินา ปมาณยุตฺเตสุ ยตฺถ กตฺถจิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ วิชหติ, มหนฺเตสุ ปน ตโต ปเรน ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น วิชหตีติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต. สพฺเพสูติ ติจีวราทิเภเทสุ สพฺพจีวเรสุ.
อญฺญํ ปจฺฉิมปฺปมาณํ นาม นตฺถีติ สุตฺเต อาคตํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. อิทานิ ตเมว วิภาเวตุํ ‘‘ยญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ตํ อติกฺกมยโต เฉทนกํ ปาจิตฺติย’’นฺติ วุตฺตตฺตา อาห ‘‘ตโต อุตฺตริ ปฏิสิทฺธตฺตา’’ติ. ตํ น สเมตีติ ปริกฺขารโจฬสฺส วิกปฺปนุปคปจฺฉิมํ ปจฺฉิมปฺปมาณนฺติ คเหตฺวา อิตเรสํ ติจีวราทีนํ มุฏฺฐิปญฺจกาทิเภทํ ปจฺฉิมปฺปมาณํ สนฺธาย ‘‘เอส นโย’’ติอาทิวจนํ น สเมติ ตาทิสสฺส ปจฺฉิมปฺปมาณสฺส สุตฺเต อภาวโตติ อธิปฺปาโย. อนฺธกฏฺฐกถายํ วุตฺตวจนํ น สเมตีติ อิมินาว ปฏิกฺเขเปน วิกปฺปนุปคปจฺฉิมสฺส อนฺโต ยตฺถ กตฺถจิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ วิชหตีติ อยมฺปิ นโย ปฏิกฺขิตฺโตเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ติจีวรญฺหิ ฐเปตฺวา เสสจีวเรสุ ฉิทฺเทน อธิฏฺฐานวิชหนํ นาม นตฺถิ, ตสฺมา อธิฏฺฐหิตฺวา ฐปิเตสุ เสสจีวเรสุ วิกปฺปนุปคปจฺฉิมํ อปฺปโหนฺตํ กตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺเนสุปิ อธิฏฺฐานวิชหนํ นตฺถิ. สเจ ปน อธิฏฺฐานโต ปุพฺเพเยว ตาทิสํ โหติ, อจีวรตฺตา อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถิ. ขุทฺทกํ จีวรนฺติ มุฏฺฐิปญฺจกาทิเภทปฺปมาณโต อนูนเมว ขุทฺทกจีวรํ. มหนฺตํ วา ขุทฺทกํ กโรตีติ เอตฺถ ติณฺณํ จีวรานํ จตูสุ ปสฺเสสุ ยสฺมึ ปเทเส ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น วิชหติ, ตสฺมึ ปเทเส สมนฺตโต ฉินฺทิตฺวา ขุทฺทกํ กโรนฺตสฺส อธิฏฺฐานํ น วิชหตีติ อธิปฺปาโย.
สมฺมุขาวิกปฺปนา ปรมฺมุขาวิกปฺปนาติ เอตฺถ สมฺมุเขน วิกปฺปนา ปรมฺมุเขน วิกปฺปนาติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ. สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวนฺติ อาสนฺนทูรภาวํ. อาสนฺนทูรภาโว จ อธิฏฺฐาเน วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺตีติ เอตฺถ อธิฏฺฐานสฺสปิ อนฺโตคธตฺตา สเจ สงฺฆาฏิอาทินาเมน อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตุกาโม โหติ, อธิฏฺฐานํ กาตพฺพํ. โน เจ, น กาตพฺพํ, วิกปฺปนเมว ปมาณํ, ตสฺมา อติเรกจีวรํ นาม น โหติ. มิตฺโตติ ทฬฺหมิตฺโต. สนฺทิฏฺโฐติ ทิฏฺฐมิตฺโต นาติทฬฺหมิตฺโต. วิกปฺปิตวิกปฺปนา นาเมสา วฏฺฏตีติ อธิฏฺฐิตอธิฏฺฐานํ วิยาติ อธิปฺปาโย อวิเสเสน วุตฺตวจนนฺติ ติจีวราทึ อธิฏฺเฐติ, วสฺสิกสาฏิกํ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิญฺจ วิกปฺเปตีติ อวตฺวา สพฺพจีวรานํ อวิเสเสน วิกปฺเปตีติ วุตฺตวจนํ. ติจีวรสงฺเขเปนาติ ติจีวรนีหาเรน, สงฺฆาฏิอาทิอธิฏฺฐานวเสนาติ วุตฺตํ โหติ.
ตุยฺหํ เทมีติอาทีสุ ‘‘ตสฺมึ กาเล น คณฺหิตุกาโมปิ สเจ น ปฏิกฺขิปติ, ปุน คณฺหิตุกามตาย สติ คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. อิตฺถนฺนามสฺสาติ ปรมฺมุเข ฐิตํ สนฺธาย วทติ. ‘‘ตุยฺหํ คณฺหาหี’’ติ วุตฺเต ‘‘มยฺหํ คณฺหามี’’ติ วทติ, สุทินฺนํ สุคฺคหิตญฺจาติ เอตฺถ ‘‘ยถา ปรโต ‘ตว สนฺตกํ กโรหี’ติ วุตฺเต ทุทฺทินฺนมฺปิ ‘สาธุ, ภนฺเต, มยฺหํ คณฺหามี’ติ วจเนน ‘สุคฺคหิตํ โหตี’ติ วุตฺตํ, เอวมิธาปิ ‘ตุยฺหํ คณฺหาหี’ติ วุตฺเต สุทินฺนตฺตา ‘มยฺหํ คณฺหามี’ติ อวุตฺเตปิ ‘สุทินฺนเมวา’’’ติ วทนฺติ. ‘‘คณฺหาหีติ จ อาณตฺติยา คหณสฺส ตปฺปฏิพทฺธตากรณวเสน ปวตฺตตฺตา ตทา คณฺหามีติ จิตฺเต อนุปฺปาทิเต ปจฺฉา คเหตุํ น ลภตี’’ติ วทนฺติ.
ตํ น ยุชฺชตีติ วินยกมฺมสฺส กรณวเสน คเหตฺวา ทินฺนตฺตา วุตฺตํ. สเจ ปน ปโร สจฺจโตเยว วิสฺสาสํ คณฺหาติ, ปุน เกนจิ การเณน เตน ทินฺนํ ตสฺส น วฏฺฏตีติ นตฺถิ. นิสฺสคฺคิยํ ปน จีวรํ ชานิตฺวา วา อชานิตฺวา วา คณฺหนฺตํ ‘‘มา คณฺหาหี’’ติ นิวารณตฺถํ วุตฺตํ. กายวาจาหิ กตฺตพฺพอธิฏฺฐานวิกปฺปนานํ อกตตฺตา โหตีติ อาห ‘‘กายวาจาโต สมุฏฺฐาตี’’ติ. จีวรสฺส อตฺตโน สนฺตกตา, ชาติปฺปมาณยุตฺตตา, ฉินฺนปลิโพธภาโว, อติเรกจีวรตา, ทสาหาติกฺกโมติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
ปฐมกถินสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อุโทสิตสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๗๑-๔๗๓. ทุติเย อถานนฺทตฺเถโร กถํ โอกาสํ ปฏิลภติ, กึ กโรนฺโต จ อาหิณฺฑตีติ อาห ‘‘เถโร กิรา’’ติอาทิ. อวิปฺปวาเสติ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมํ, อวิปฺปวาสตฺถนฺติ อตฺโถ, วิปฺปวาสปจฺจยา ยา อาปตฺติ, ตทภาวตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ.
๔๗๕-๔๗๖. เอวํ ฉินฺนปลิโพโธติ เอวํ อิเมหิ จีวรนิฏฺฐานกถินุพฺภาเรหิ ฉินฺนปลิโพโธ. อธิฏฺฐิเตสูติ ติจีวราธิฏฺฐานนเยน อธิฏฺฐิเตสุ. ติจีวเรน วิปฺปวุตฺโถ โหตีติ ‘‘รุกฺโข ฉินฺโน, ปโฏ ทฑฺโฒ’’ติอาทีสุ วิย อวยเวปิ สมุทายโวหาโร ลพฺภตีติ วุตฺตํ.
๔๗๗-๔๗๘. ปริขาย วา ปริกฺขิตฺโตติ อิมินา จ สมนฺตา นทีตฬากาทิอุทเกน ปริกฺขิตฺโตปิ ปริกฺขิตฺโตเยวาติ ทสฺเสติ. เอตฺตาวตาติ ‘‘ปริกฺขิตฺโต’’ติ อิมินา วจเนน. อากาเส อรุณํ อุฏฺฐาเปตีติ ฆรสฺส อุปริ อากาเส อฑฺฒเตยฺยรตนปฺปมาณํ อติกฺกมิตฺวา อรุณํ อุฏฺฐาเปติ. ฆรํ นิเวสนุโทสิตาทิลกฺขณเมว, น ปน ปาฏิเยกฺกํ ฆรํ นาม อตฺถีติ อาห ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ.
๔๗๙. ปาฬิยํ วุตฺตนเยน ‘‘สภาเย’’ติ อวตฺวา ‘‘สภาย’’นฺติ ปจฺจตฺตวจนํ สภาย-สทฺทสฺส นปุํสกลิงฺคตาวิภาวนตฺถํ วุตฺตํ. สภา-สทฺทปริยาโยปิ หิ สภาย-สทฺโท นปุํสกลิงฺคยุตฺโต อิธ วุตฺโตติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ลิงฺคพฺยตฺตเยน สภา วุตฺตา’’ติ อาห. จีวรหตฺถปาเส วสิตพฺพํ นตฺถีติ จีวรหตฺถปาเสเยว วสิตพฺพนฺติ นตฺถิ. ยํ ตสฺสา…เป… น วิชหิตพฺพนฺติ เอตฺถ ตสฺสา วีถิยา สมฺมุขฏฺฐาเน สภายทฺวารานํ คหเณเนว ตตฺถ สพฺพานิปิ เคหานิ สา จ อนฺตรวีถิ คหิตาเยว โหติ. อติหริตฺวา ฆเร นิกฺขิปตีติ ตํ วีถึ มุญฺจิตฺวา ฐิเต อญฺญสฺมึ ฆเร นิกฺขิปติ. ปุรโต วา ปจฺฉโต วา หตฺถปาเสติ ฆรสฺส หตฺถปาสํ สนฺธาย วทติ.
นิเวสนาทีสุ ปริกฺขิตฺตตาย เอกูปจารตา, อปริกฺขิตฺตตาย นานูปจารตา จ เวทิตพฺพาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอเตเนวุปาเยนา’’ติอาทิมาห. นิเวสนาทีนิ คามโต พหิ สนฺนิวิฏฺฐานิ คหิตานีติ เวทิตพฺพํ. อนฺโตคาเม ฐิตานญฺหิ คามคฺคหเณน คหิตตฺตา คามปริหาโรเยวาติ. สพฺพตฺถาปีติ คามาทีสุ อชฺโฌกาสปริยนฺเตสุ ปนฺนรสสุ. ปริกฺเขปาทิวเสนาติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อปริกฺเขปสฺเสว คหณํ เวทิตพฺพํ, น เอกกุลาทีนมฺปิ.
๔๘๐-๔๘๗. โอวรโก นาม คพฺภสฺส อพฺภนฺตเร อญฺโญ คพฺโภติปิ วทนฺติ. มุณฺฑจฺฉทนปาสาโทติ จนฺทิกงฺคณยุตฺโต ปาสาโท.
๔๘๙. สตฺโถติ ชงฺฆสตฺโถ สกฏสตฺโถ วา. ปริยาทิยิตฺวาติ วินิวิชฺฌิตฺวา. วุตฺตเมวตฺถํ วิภาเวติ ‘‘อนฺโตปวิฏฺเฐน…เป… ฐิโต โหตี’’ติ. ตตฺถ อนฺโตปวิฏฺเฐนาติ คามสฺส นทิยา วา อนฺโตปวิฏฺเฐน. นทีปริหาโร จ ลพฺภตีติ เอตฺถ ‘‘วิสุํ นทีปริหารสฺส อวุตฺตตฺตา คามาทีหิ อญฺญตฺถ วิย จีวรหตฺถปาโสเยว นทีปริหาโร’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. วิหารสีมนฺติ อวิปฺปวาสสีมํ สนฺธายาห. วิหารํ คนฺตฺวา วสิตพฺพนฺติ อนฺโตสีมาย ยตฺถ กตฺถจิ วสิตพฺพํ. สตฺถสมีเปเยวาติ อิทํ ยถาวุตฺตอพฺภนฺตรปริจฺเฉทวเสน วุตฺตํ. ปาฬิยํ นานากุลสฺส สตฺโถ โหติ, สตฺเถ จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพนฺติ เอตฺถ หตฺถปาโส นาม สตฺถสฺส หตฺถปาโสติ เวทิตพฺพํ.
๔๙๐. เอกกุลสฺส เขตฺเตติ อปริกฺขิตฺตํ สนฺธาย วทติ. ยสฺมา ‘‘นานากุลสฺส ปริกฺขิตฺเต เขตฺเต จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา เขตฺตทฺวารมูเล วา ตสฺส หตฺถปาเส วา วตฺถพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา ทฺวารมูลโต อญฺญตฺถ อนฺโตเขตฺเตปิ วสนฺเตน จีวรํ หตฺถปาเส กตฺวาเยว วสิตพฺพํ.
๔๙๑-๔๙๔. ‘‘วิหาโร นาม สปริกฺขิตฺโต วา อปริกฺขิตฺโต วา สกโล อาวาโส’’ติ วทนฺติ. ยสฺมึ วิหาเรติ เอตฺถ ปน เอกํ เคหเมว วุตฺตํ. เอกกุลนานากุลสนฺตกตา เจตฺถ การาปกานํ วเสน เวทิตพฺพา. ฉายาย ผุฏฺโฐกาสสฺส อนฺโต เอวาติ ยทา มหาวีถิยํ อุชุกเมว คจฺฉนฺตํ สูริยมณฺฑลํ มชฺฌนฺหิกํ ปาปุณาติ, ตทา ยํ โอกาสํ ฉายา ผรติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. อคมนปเถติ ยํ ตทเหว คนฺตฺวา ปุน อาคนฺตุํ สกฺกา น โหติ, ตาทิสํ สนฺธาย วุตฺตํ.
๔๙๕. นทึ โอตรตีติ หตฺถปาสํ มุญฺจิตฺวา โอตรติ. น อาปชฺชตีติ ปริโภคปจฺจยา ทุกฺกฏํ นาปชฺชติ. เตนาห ‘‘โส หี’’ติอาทิ. อปริโภคารหตฺตาติ อิมินาว นิสฺสคฺคิยจีวรํ อนิสฺสชฺเชตฺวา ปริภุญฺชนฺตสฺส ทุกฺกฏํ อจิตฺตกนฺติ สิทฺธํ. เอกํ ปารุปิตฺวา เอกํ อํสกูเฏ ฐเปตฺวา คนฺตพฺพนฺติ อิทํ พหูนํ สญฺจารฏฺฐาเน เอวํ อกตฺวา คมนํ น สารุปฺปนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. พหิคาเม ฐเปตฺวา…เป… วินยกมฺมํ กาตพฺพนฺติ วุตฺตตฺตา อธิฏฺฐาเน วิย ปรมฺมุขา ฐิตมฺปิ นิสฺสคฺคิยํ จีวรํ นิสฺสชฺชิตุํ นิสฺสฏฺฐจีวรญฺจ ทาตุํ วฏฺฏตีติ เวทิตพฺพํ.
คมเน สอุสฺสาหตฺตา ‘‘นิสฺสโย ปน น ปฏิปฺปสฺสมฺภตี’’ติ วุตฺตํ. มุหุตฺตํ สยิตฺวา…เป… นิสฺสโย จ ปฏิปฺปสฺสมฺภตีติ เอตฺถ ‘‘อุสฺสาเห อปริจฺจตฺเตปิ คมนสฺส อุปจฺฉินฺนตฺตา ปุน อุฏฺฐาย สอุสฺสาหํ คจฺฉนฺตานมฺปิ อนฺตรา อรุเณ อุฏฺฐิเต นิสฺสโย ปฏิปฺปสฺสมฺภติเยวา’’ติ วทนฺติ. ปรโต มุหุตฺตํ ฐตฺวาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อญฺญมญฺญสฺส วจนํ อคฺคเหตฺวา คตาติ เอตฺถ สเจ เอวํ คจฺฉนฺตา ‘‘ปุรารุณา อญฺญมญฺญํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ อุสฺสาหํ วินาว คตา โหนฺติ, อรุณุคฺคมเน นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิ น วตฺตพฺพา ปฐมตรํเยว ปฏิปฺปสฺสมฺภนโต. อถ ‘‘ปุรารุณา ปสฺสิสฺสามา’’ติ สอุสฺสาหาว คจฺฉนฺติ, นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิเยว น วตฺตพฺพา. เอวญฺจ สติ ‘‘สห อรุณุคฺคมนา นิสฺสโย ปฏิปฺปสฺสมฺภตี’’ติ กสฺมา วุตฺตํ? วุจฺจเต – สอุสฺสหตฺตา ปฐมตรํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิ น วุตฺตา. สติปิ จ อุสฺสาหภาเว เอกโต คมนสฺส อุปจฺฉินฺนตฺตา ‘‘มุหุตฺตํ ฐตฺวา’’ติ เอตฺถ วิย สห อรุณุคฺคมนา ปฏิปฺปสฺสทฺธิเยว วุตฺตา.
อนฺโตสีมายํ คามนฺติ อวิปฺปวาสสีมาสมฺมุติยา ปจฺฉา ปติฏฺฐาปิตคามํ สนฺธาย วทติ คามํ อนฺโต กตฺวา อวิปฺปวาสสีมาสมฺมุติยา อภาวโต. เนว จีวรานิ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺตีติ อวิปฺปวาสสีมาภาวโต วุตฺตํ, น นิสฺสโย ปฏิปฺปสฺสมฺภตีติ สอุสฺสาหภาวโต. อนฺตรามคฺเคเยว จ เนสํ อรุณํ อุคฺคจฺฉตีติ ธมฺมํ สุตฺวา อาคจฺฉนฺตานํ อรุณํ อุคฺคจฺฉติ. อสฺสติยา คจฺฉตีติ อสฺสติยา อตฺตโน จีวรํ อปจฺจุทฺธริตฺวา เถรสฺส จีวรํ อปจฺจุทฺธราเปตฺวา คจฺฉติ. เอวํ คเต ตสฺมึ ปจฺฉา เถเรน สริตฺวา ปฏิปชฺชิตพฺพวิธึ ทสฺเสติ ‘‘อตฺตโน จีวรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา ทหรสฺส จีวรํ วิสฺสาเสน คเหตฺวา ฐเปตพฺพ’’นฺติ. คนฺตฺวา วตฺตพฺโพติ อาคตกิจฺจํ นิฏฺฐเปตฺวา วิหารํ คเตน ปฏิปชฺชิตพฺพวิธึ ทสฺเสติ. อนธิฏฺฐิตจีวรตา, อนตฺถตกถินตา, อลทฺธสมฺมุติตา, รตฺติวิปฺปวาโสติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
อุโทสิตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ตติยกถินสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๙๗-๔๙๙. ตติเย ปาฬิยํ จีวรปจฺจาสา นิกฺขิปิตุนฺติ เอตฺถ จีวรปจฺจาสาย สติยา นิกฺขิปิตุนฺติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ. ภณฺฑิกาพทฺธานิ ภณฺฑิกพทฺธานีติปิ ปฐนฺติ, ภณฺฑิกํ กตฺวา พทฺธานีติ อตฺโถ. นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนาติ เอตฺถ ปุริมสิกฺขาปเท วิย สามิวเสเนว กรณวจนสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๕๐๐. อนตฺถเต กถิเน จีวรมาเส ภิกฺขุโน อุปฺปนฺนจีวรํ อนธิฏฺฐิตํ อวิกปฺปิตํ ตสฺมึ มาเส ฐเปตุํ วฏฺฏตีติ อาห ‘‘เอกํ ปจฺฉิมกตฺติกมาสํ ฐเปตฺวา’’ติ. เกจิ ปน ‘‘กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนํ, เอตํ อกาลจีวรนฺติ วจนโต อนตฺถเต กถิเน ปจฺฉิมกตฺติกมาสสงฺขาเต จีวรมาเส อุปฺปนฺนจีวรสฺสปิ ปจฺจาสาจีวเร อสติ ทสาหปริหาโรเยว, ตโต ปรํ ฐเปตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, ตํ อฏฺฐกถาย น สเมติ. ตถา หิ อจฺเจกจีวรสิกฺขาปทฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๔๖-๖๔๙ อาทโย) ‘‘ปวารณมาสสฺส ชุณฺหปกฺขปญฺจมิยํ อุปฺปนฺนสฺส อจฺเจกจีวรสฺส อนตฺถเต กถิเน เอกาทสทิวสาธิโก มาโส, อตฺถเต กถิเน เอกาทสทิวสาธิกา ปญฺจ มาสา ปริหาโร’’ติ วุตฺตํ. ตเมว จ ปริหารํ สนฺธาย ‘‘ฉฏฺฐิโต ปฏฺฐาย ปน อุปฺปนฺนํ อนจฺเจกจีวรมฺปิ ปจฺจุทฺธริตฺวา ฐปิตจีวรมฺปิ เอตํ ปริหารํ ลภติเยวา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๔๖-๖๔๙) วุตฺตํ. ตสฺมา จีวรมาเส ทสาหโต ปรมฺปิ อนธิฏฺฐิตํ อวิกปฺปิตมฺปิ ฐเปตุํ วฏฺฏติ.
ยทิ เอวํ ‘‘กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนํ, เอตํ อกาลจีวร’’นฺติ อิทํ กสฺมา วุตฺตนฺติ เจ? อกาลจีวรสามญฺญโต อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตํ ปฐมานิยเต โสตสฺส รโห วิย. เอกาทสมาเส สตฺตมาเส จ อุปฺปนฺนญฺหิ จีวรํ วุตฺถวสฺเสหิ เสเสหิ จ สมฺมุขีภูเตหิ ภาเชตุํ ลพฺภตีติ อกาลจีวรํ นาม ชาตํ. กาเล ปน ‘‘สงฺฆสฺส อิทํ อกาลจีวรํ ทมฺมี’’ติ อนุทฺทิสิตฺวา ‘‘สงฺฆสฺส ทมฺมี’’ติ ทินฺนํ วุตฺถวสฺเสหิเยว ภาเชตพฺพํ, น อญฺเญหีติ กาลจีวรนฺติ วุจฺจติ. อาทิสฺส ทินฺนํ ปน สมฺมุขีภูเตหิ สพฺเพหิเยว ภาเชตพฺพนฺติ อกาลจีวรํ, ตสฺมา กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนสฺส วุตฺถวสฺเสหิ เสเสหิ จ สมฺปตฺเตหิ ภาชนียตฺตา อกาลจีวรสามญฺญโต ‘‘กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนํ, เอตํ อกาลจีวร’’นฺติ อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตํ. ยทิ เอวํ ‘‘เอกปุคฺคลสฺส วา อิทํ ตุยฺหํ ทมฺมีติ ทินฺน’’นฺติ กสฺมา วุตฺตํ. น หิ ปุคฺคลสฺส อาทิสฺส ทินฺนํ เกนจิ ภาชนียํ โหตีติ? นายํ วิโรโธ อาทิสฺส วจนสามญฺญโต ลพฺภมานมตฺถํ ทสฺเสตุํ ตถา วุตฺตตฺตา.
เอวํ ปน อวตฺวาติ ‘‘ตโต เจ อุตฺตริ’’นฺติ อิมสฺส ‘‘มาสปรมโต อุตฺตริ’’นฺติ ปทภาชนํ อวตฺวา. ตาว อุปฺปนฺนํ ปจฺจาสาจีวรนฺติ ปจฺจตฺตวจนํ ‘‘อตฺตโน คติกํ กโรตี’’ติ กรณกิริยาย กตฺตุภาวโต. อนฺตรา อุปฺปนฺนญฺหิ ปจฺจาสาจีวรํ มาสปรมํ มูลจีวรํ ฐเปตุํ อทตฺวา อตฺตโน ทสาหปรมตาย เอว ปริจฺฉินฺทตีติ อตฺตโน คติกํ กโรติ. ตโต อุทฺธํ มูลจีวรนฺติ เอตฺถ ปน มูลจีวรนฺติ ปจฺจตฺตวจนํ. วีสติมทิวสโต อุทฺธญฺหิ อุปฺปนฺนํ ปจฺจาสาจีวรํ ทสาหปรมํ คนฺตุํ อทตฺวา มูลจีวรํ อตฺตนา สทฺธึ กรณสมฺพนฺธตามตฺเตน สกกาลวเสน ปริจฺฉินฺทตีติ อตฺตโน คติกํ กโรติ. ปจฺจาสาจีวเร ปน ลภิตฺวา วิสุํ ฐเปนฺตสฺส ทสาหํ อนติกฺกนฺเต นตฺถิ ตปฺปจฺจยา อาปตฺติ. ปาฬิยํ ทสาหา กาเรตพฺพนฺติ เอตฺถ ทสาหาติ กรณตฺเถ นิสฺสกฺกวจนํ, ทสาเหนาติ อตฺโถ. ปญฺจาหุปฺปนฺเนติอาทึ รสฺสํ กตฺวาปิ ปฐนฺติ. เอกวีเส อุปฺปนฺเน…เป… นวาหา กาเรตพฺพนฺติอาทิ ปจฺจาสาจีวรสฺส อุปฺปนฺนทิวสํ ฐเปตฺวา วุตฺตํ.
อญฺญํ ปจฺจาสาจีวรํ…เป… กาเรตพฺพนฺติ อิทํ สติยา เอว ปจฺจาสาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. สเจ ปน ‘‘อิโต ปฏฺฐาย จีวรํ น ลภิสฺสามี’’ติ ปจฺจาสา อุปจฺฉินฺนา, มูลจีวรมฺปิ ทสาหํ เจ สมฺปตฺตํ, ตทเหว อธิฏฺฐาตพฺพํ. ปจฺจาสาจีวรมฺปิ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ ปฐมตรํ อุปฺปนฺนํ วิสภาคปจฺจาสาจีวรํ สนฺธาย วทติ. อญฺญมญฺญนฺติ อญฺญํ อญฺญํ, อยเมว วา ปาโฐ. องฺคํ ปเนตฺถ ปฐมกถิเน วุตฺตสทิสเมว. เกวลญฺหิ ตตฺถ ทสาหาติกฺกโม, อิธ มาสาติกฺกโมติ อยํ วิเสโส.
ตติยกถินสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปุราณจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๐๓. จตุตฺเถ ภตฺตวิสฺสคฺคนฺติ ปาฬิปทสฺส ภตฺตกิจฺจนฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ, ‘‘ภตฺตสํวิธาน’’นฺติปิ เกจิ. ตตฺถ นาม ตฺวนฺติ อิมสฺสปิ โส นาม ตฺวนฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ, ‘‘ตาย นาม ตฺว’’นฺติ เกจิ.
๕๐๕. ปิตา จ มาตา จ ปิตโร, ปิตูนํ ปิตโร ปิตามหา, เตสํเยว ยุโค ปิตามหยุโค, ตสฺมา ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา ปิตามหทฺวนฺทาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอวญฺหิ ปิตามหคฺคหเณเนว มาตามโหปิ คหิโตติ. ‘‘ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา’’ติ วจนโต เหฏฺฐา จ อุทฺธญฺจ อฏฺฐมยุโค ญาติ นาม น โหติ. เทสนามุขเมว เจตนฺติ ปิตามหยุคาติ ปิตามห-คฺคหณํ เทสนามุขํ ปิตามหีมาตามหีอาทีนมฺปิ อธิปฺเปตตฺตา. ปิตุ มาตา ปิตามหี. มาตุ ปิตา มาตามโห. มาตุ มาตา มาตามหี. เอตฺถ กิญฺจาปิ ปญฺจสตสากิยานีนํ วเสน ภิกฺขุภาเว ฐตฺวา ปริวตฺตลิงฺคาย ภิกฺขุนิยา จ วเสน เอกโตอุปสมฺปนฺนา ภิกฺขุนี ลพฺภติ, ตถาปิ ปกตินิยาเมเนว ทสฺเสตุํ ‘‘ภิกฺขุนี นาม อุภโตสงฺเฆ อุปสมฺปนฺนา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘กปฺปํ กตฺวาติ วจนโต ทินฺนกปฺปเมว ปาจิตฺติยํ ชเนตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘ปุราณจีวรํ นาม สกึ นิวตฺถมฺปิ สกึ ปารุตมฺปี’’ติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตนฺติ อาห ‘‘อนฺตมโส ปริโภคสีเสนา’’ติอาทิ. ‘‘กาเยน ผุสิตฺวา ปริโภโคเยว ปริโภโค นามา’’ติ กุรุนฺทิยํ อธิปฺปาโย.
๕๐๖. กายวิการํ กตฺวาติ อิทํ ยาว ‘‘โอรโต ฐเปตี’’ติ ปทํ, ตาว สพฺพปเทสุ สมฺพนฺธิตพฺพํ. ยถา สา ‘‘โธวาเปตุกาโม อย’’นฺติ ชานาติ, เอวํ กายวิการํ กตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘กายวิการํ กตฺวา’’ติ วจนโต กายวาจาหิ กญฺจิ วิการํ อกตฺวา หตฺเถน หตฺเถ เทนฺตสฺสปิ อนาปตฺติ. อนฺโตทฺวาทสหตฺเถ โอกาเสติ อิทํ วิเสสนํ ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺพํ. ตถา หิ หตฺเถน หตฺเถ เทนฺตสฺส ปาทมูเล จ ฐเปตฺวา เทนฺตสฺส ‘‘อนฺโตทฺวาทสหตฺเถ โอกาเส’’ติ อิทํ วตฺตพฺพนฺติ นตฺถิ อญฺญถา อสมฺภวโต. สติ หิ สมฺภเว พฺยภิจาเร จ วิเสสนํ สาตฺถกํ โหติ. อุปริ ‘‘ขิปตี’’ติอาทีนิ ปน สนฺธาย อิทํ วิเสสนํ วุตฺตํ, ตสฺมา อนฺโตทฺวาทสหตฺเถ โอกาเส ฐตฺวา อุปริ ขิปนฺตสฺส อญฺญสฺส หตฺเถ เปเสนฺตสฺส จ อาปตฺติ. อุปจารํ ปน มุญฺจิตฺวา กายวาจาหิ วิการํ กตฺวา อาณาเปนฺตสฺสปิ อนาปตฺติ. อุปจาเรติ อนฺโตทฺวาทสหตฺถเมว โอกาสํ วทติ. อุปจารํ มุญฺจิตฺวาติ ทฺวาทสหตฺถูปจารํ มุญฺจิตฺวา.
เอเกน วตฺถุนาติ ปฐมํ กตฺวา นิฏฺฐาปิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. รชเน อนาปตฺตีติ รชนํ ปจฺจาสีสนฺตสฺสปิ ‘‘โธวิตฺวา อาเนหี’’ติ วุตฺตตฺตา อนาปตฺติ อนาณตฺติยา กตตฺตา. ‘‘อวุตฺตา โธวตี’’ติ อิมินา ‘‘อวุตฺตา รชติ, อวุตฺตา อาโกเฏตี’’ติ อิทมฺปิ วุตฺตเมว โหตีติ อาห – ‘‘อวุตฺตา โธวตีติ อิมินา ลกฺขเณน อนาปตฺตี’’ติ. สมฺพหุลา อาปตฺติโย อาปชฺชตีติ ปาจิตฺติเยน สทฺธึ เทฺว ทุกฺกฏานิ อาปชฺชติ. ยถาวตฺถุกเมวาติ นิสฺสคฺคิยเมวาติ อตฺโถ. ปญฺจ สตานิ ปริมาณเมตาสนฺติ ปญฺจสตา.
๕๐๗. จีวรํ โธวาติ…เป… อาณาเปนฺตสฺสาติ เอตฺถ ตาย โธวนํ ปจฺจาสีสนฺตสฺสปิ อนาปตฺติ. ปุราณจีวรตา, อุปจาเร ฐตฺวา อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา อาณาปนํ, ตสฺสา โธวนาทีนิ จาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
ปุราณจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. จีวรปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๐๘. ปญฺจเม อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเทติ คณมฺหา โอหียนสิกฺขาปเท อปญฺญตฺเต. วิหารวารนฺติ วิหารปฏิชคฺคนวารํ. โกฏฺฐาสสมฺปตฺตีติ สกลา องฺคปจฺจงฺคสมฺปตฺติ. สพฺพปริยนฺตนฺติ ฉฏฺฐสฺส อญฺญจีวรสฺส อภาวา ปญฺจนฺนํ จีวรานํ เอกเมกํ สพฺเพสํ ปริยนฺตนฺติ สพฺพปริยนฺตํ. อนฺตรวาสกาทีสุ หิ ปญฺจสุ เอกเมกํ อญฺญสฺส ฉฏฺฐสฺส อภาวา ปญฺจนฺนํ อนฺตเมว โหติ. อถวา ปญฺจสุ จีวเรสุ เอกเมกํ อตฺตโน อญฺญสฺส ทุติยสฺส อภาวา อนฺตเมว โหตีติ สพฺพเมว ปริยนฺตนฺติ สพฺพปริยนฺตํ, สพฺพโส วา ปริยนฺตนฺติ สพฺพปริยนฺตํ. เตนาห – ‘‘อญฺญํ…เป… นตฺถี’’ติ. ยถา ตสฺส มโนรโถ น ปูรตีติ ‘‘สรีรปาริปูรึ ปสฺสิสฺสามี’’ติ ตสฺส อุปฺปนฺโน มโนรโถ ยถา น ปูรติ. เอวํ หตฺถตเลเยว ทสฺเสตฺวาติ สรีรํ อทสฺเสตฺวาว ทาตพฺพจีวรํ หตฺถตเล ‘‘หนฺทา’’ติ ทสฺเสตฺวา.
๕๑๐. วิหตฺถตายาติ วิหตหตฺถตาย, อคณตาย อปฺปจฺจยตาย อปฺปฏิสรณตายาติ วุตฺตํ โหติ. สมภิตุนฺนตฺตาติ ปีฬิตตฺตา. ปริวตฺเตตพฺพํ ปริวตฺตํ, ปริวตฺตเมว ปาริวตฺตกํ, ปริวตฺเตตฺวา ทียมานนฺติ อตฺโถ.
๕๑๒. อุปจาเรติ ทฺวาทสหตฺถูปจารํ สนฺธาย วทติ. อุปจารํ วา มุญฺจิตฺวา ขิปนฺตีติ ทฺวาทสหตฺถํ มุญฺจิตฺวา โอรโต ฐเปนฺติ, น ปุริมสิกฺขาปเท วิย ทฺวาทสหตฺถพฺภนฺตเรเยวาติ อธิปฺปาโย. อญฺญตฺร ปาริวตฺตกาติ ยํ อนฺตมโส หรีตกขณฺฑมฺปิ ทตฺวา วา ทสฺสามีติ อาโภคํ กตฺวา วา ปาริวตฺตกํ คณฺหาติ, ตํ ฐเปตฺวา. อจิตฺตกภาเวน น สเมตีติ ยถา อญฺญาติกาย ญาติกสญฺญิสฺส เวมติกสฺส จ คณฺหโต อจิตฺตกตฺตา อาปตฺติ, เอวมิธาปิ ‘‘ภิกฺขุนิยา สนฺตกํ อิท’’นฺติ อชานิตฺวา คณฺหโตปิ อาปตฺติเยวาติ อธิปฺปาโย. วสฺสาวาสิกํ เทตีติ ปุคฺคลิกํ กตฺวา เทติ. ปํสุกูลํ อตฺตโน อตฺถาย ฐปิตภาวํ ชานิตฺวา คณฺหนฺเตนปิ อญฺญสฺส สนฺตกํ คหิตํ นาม น โหตีติ อาห – ‘‘สเจ ปน สงฺการกูฏาทีสู’’ติอาทิ. อสามิกญฺหิ ปํสุกูลนฺติ วุจฺจติ. ปํสุกูลํ อธิฏฺฐหิตฺวาติ ‘‘อสามิกํ อิท’’นฺติ สญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา. เอวํ ปน ปํสุกูลสญฺญํ อนุปฺปาเทตฺวา คณฺหิตุํ น วฏฺฏติ.
๕๑๓. อญฺญาติกาย อญฺญาติกสญฺญีติ ติกปาจิตฺติยนฺติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. ตีณิ ปริมาณมสฺสาติ ติกํ, ติกญฺจ ตํ ปาจิตฺติยญฺจาติ ติกปาจิตฺติยํ, ตีณิ ปาจิตฺติยานีติ อตฺโถ.
๕๑๔. ปตฺตตฺถวิกาทึ ยํกิญฺจีติ อนธิฏฺฐานุปคํ สนฺธาย วทติ. ‘‘จีวรํ นาม ฉนฺนํ จีวรานํ อญฺญตรํ จีวรํ วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ หิ วุตฺตตฺตา อธิฏฺฐานุปคํ ยํกิญฺจิ น วฏฺฏติ. เตเนวาห – ‘‘วิกปฺปนุปคปจฺฉิมจีวรปฺปมาณ’’นฺติอาทิ. ยสฺมา ภิสิจฺฉวิ มหนฺตาปิ เสนาสนสงฺคหิตตฺตา จีวรสงฺขฺยํ น คจฺฉตีติ เนว อธิฏฺฐานุปคา น วิกปฺปนุปคา จ, ตสฺมา อนธิฏฺฐานุปคสามญฺญโต วุตฺตํ. สเจปิ มญฺจปฺปมาณา ภิสิจฺฉวิ โหติ, วฏฺฏติเยวาติ. โก ปน วาโท ปตฺตตฺถวิกาทีสูติ มหติยาปิ ตาว ภิสิจฺฉวิยา อนธิฏฺฐานุปคตฺตา อนาปตฺติ, ตโต ขุทฺทกตเรสุ อนธิฏฺฐานุปเคสุ ปตฺตตฺถวิกาทีสุ กิเมว วตฺตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. ปฏิคฺคหณํ กิริยา, อปริวตฺตนํ อกิริยา. วิกปฺปนุปคจีวรตา, ปาริวตฺตกาภาโว, อญฺญาติกาย หตฺถโต คหณนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
จีวรปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๑๕. ฉฏฺเฐ ปติกิฏฺโฐติ นิหีโน, ลามโกติ อตฺโถ. โลลชาติโกติ โลลสภาโว. ปฏุเยว ปฏฺโฏ. เตนาห ‘‘เฉโก’’ติอาทิ. กิสฺมึ วิยาติ เอตฺถ ‘‘กิสฺมึ วิยา’’ติ นิปาตวเสน สมานตฺถํ ‘‘กึสุ วิยา’’ติ นิปาตปทนฺติ อาห ‘‘กึสุ วิยา’’ติ, กึ วิยาติ อตฺโถ, ทุกฺขํ วิยาติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘กิเลโส วิยา’’ติอาทิ. ธมฺมวเสน อุปจารวเสน นิมนฺตนา ธมฺมนิมนฺตนาติ ปาฬิปทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สเจ ปน ‘‘วเทยฺยาถ, ภนฺเต, เยนตฺโถ’’ติ อิทํ สจฺจเมว วุตฺตํ สิยา, ปวาริโตเยว โหติ. ยสฺมา ปน ปวาเรตฺวาปิ อทาตุกาโม อปฺปวาริตฏฺฐาเนเยว ติฏฺฐติ, ตสฺมา ภควา ปวาริตาปวาริตภาวํ อวิจาเรตฺวา ‘‘ญาตโก เต, อุปนนฺท, อญฺญาตโก’’ติ ญาตกอญฺญาตกภาวํเยว วิจาเรสิ. มุสึสูติ วิลุมฺปึสุ.
๕๑๗. อนุปุพฺพกถาติ อนุปุพฺเพน วินิจฺฉยกถา. เสสปริกฺขารานํ สทฺธิวิหาริเกหิ คหิตตฺตา นิวาสนปารุปนมตฺตเมว อวสิฏฺฐนฺติ อาห ‘‘นิวาสนปารุปนมตฺตํเยว หริตฺวา’’ติ. สทฺธิวิหาริกานํ ตาว อาคมนสฺส วา อนาคมนสฺส วา อชานนตาย วุตฺตํ ‘‘เถเรหิ เนว ตาว…เป… ภญฺชิตพฺพ’’นฺติ. ปเรสมฺปิ อตฺถาย ลภนฺตีติ อตฺตโน จีวรํ ททมานา สยํ สาขาภงฺเคน ปฏิจฺฉาเทนฺตีติ เตสํ อตฺถายปิ ภญฺชิตุํ ลภนฺติ. ‘‘ติเณน วา ปณฺเณน วา ปฏิจฺฉาเทตฺวา อาคนฺตพฺพ’’นฺติ วจนโต อีทิเสสุ ภูตคามปาตพฺยตาปิ อนุญฺญาตาเยว โหตีติ อาห – ‘‘เนว ภูตคามปาตพฺยตาย ปาจิตฺติยํ โหตี’’ติ. น เตสํ ธารเณ ทุกฺกฏนฺติ เตสํ ติตฺถิยทฺธชานํ ธารเณปิ ทุกฺกฏํ นตฺถิ.
ยานิ จ เนสํ วตฺถานิ เทนฺตีติ สมฺพนฺโธ. เถรานํ สยเมว ทินฺนตฺตา วุตฺตํ ‘‘อจฺฉินฺนจีวรฏฺฐาเน ฐิตตฺตา’’ติ. ยทิ ลทฺธึ คณฺหาติ, ติตฺถิยปกฺกนฺตโก นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ลทฺธึ อคฺคเหตฺวา’’ติ. ‘‘โน เจ โหติ สงฺฆสฺส วิหารจีวรํ วา…เป… อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ อิมินา อนฺตรามคฺเค ปวิฏฺฐวิหารโต นิกฺขมิตฺวา อญฺญตฺถ อตฺตโน อภิรุจิตฏฺฐานํ คจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. อิมินา จ ‘‘ยํ อาวาสํ ปฐมํ อุปคจฺฉตี’’ติ วุตฺตํ อนฺตรามคฺเค ฐิตวิหารมฺปิ สเจ นคฺโค หุตฺวา คจฺฉติ, ทุกฺกฏเมวาติ เวทิตพฺพํ. ยทิ เอวํ ตตฺถ กสฺมา น วุตฺตนฺติ เจ? อโนกาสตฺตา. ตตฺถ หิ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อจฺฉินฺนจีวรสฺส วา…เป… จีวรํ วิญฺญาเปตุ’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺเธน สงฺฆิกมฺปิ จีวรํ นิวาเสตุํ ปารุปิตุญฺจ อนุชานนฺโต ‘‘ยํ อาวาสํ ปฐมํ…เป… คเหตฺวา ปารุปิตุ’’นฺติ อาห, ตสฺมา ตตฺถ อโนกาสตฺตา ทุกฺกฏํ น วุตฺตํ.
วิหารจีวรนฺติ เสนาสนจีวรํ. จิมิลิกาหีติ ปฏปิโลติกาหิ. ตสฺส อุปรีติ ภูมตฺถรณสฺส อุปริ. วิเทสคเตนาติ อญฺญํ จีวรํ อลภิตฺวา วิเทสคเตน. เอกสฺมึ…เป… ฐเปตพฺพนฺติ เอตฺถ ‘‘เลเสน คเหตฺวา อคตตฺตา ฐเปนฺเตน จ สงฺฆิกปริโภเคเนว ฐปิตตฺตา อญฺญสฺมึ เสนาสเน นิยมิตมฺปิ อญฺญตฺถ ฐเปตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ปริโภเคเนวาติ อญฺญํ จีวรํ อลภิตฺวา ปริภุญฺชเนน.
๕๑๙-๕๒๑. ปริโภคชิณฺณนฺติ ยถา เตน จีวเรน สรีรํ ปฏิจฺฉาเทตุํ น สกฺกา, เอวํ ชิณฺณํ. กปฺปิยโวหาเรนาติ กยวิกฺกยาปตฺติโต โมจนตฺถํ วุตฺตํ. ‘‘วิญฺญาเปนฺตสฺสา’’ติ อิมสฺเสว อตฺถํ วิภาเวติ ‘‘เจตาเปนฺตสฺส ปริวตฺตาเปนฺตสฺสา’’ติ. อตฺตโน ธเนน หิ วิญฺญาปนํ นาม ปริวตฺตนเมวาติ อธิปฺปาโย. สงฺฆวเสน ปวาริตานํ วิญฺญาปเน วตฺตํ ทสฺเสติ ‘‘ปมาณเมว วฏฺฏตี’’ติ. สงฺฆวเสน หิ ปวาริเต สพฺเพสํ สาธารณตฺตา อธิกํ วิญฺญาเปตุํ น วฏฺฏติ. ยํ ยํ ปวาเรตีติ ยํ ยํ จีวราทึ ทสฺสามีติ ปวาเรติ. วิญฺญาปนกิจฺจํ นตฺถีติ วินา วิญฺญตฺติยา ทียมานตฺตา วิญฺญาเปตฺวา กึ กริสฺสตีติ อธิปฺปาโย. อญฺญสฺสตฺถายาติ เอตฺถาปิ ‘‘ญาตกานํ ปวาริตาน’’นฺติ อิทํ อนุวตฺตติเยวาติ อาห ‘‘อตฺตโน ญาตกปวาริเต’’ติอาทิ. วิกปฺปนุปคจีวรตา, สมยาภาโว, อญฺญาตกวิญฺญตฺติ, ตาย จ ปฏิลาโภติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ตตุตฺตริสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๒๒. สตฺตเม ปาฬิยํ ปคฺคาหิกสาลนฺติ ทุสฺสวาณิชกานํ อาปณํ. ‘‘ปคฺคาหิตสาล’’นฺติปิ ปฐนฺติ.
๕๒๓-๕๒๔. อภีติ อุปสคฺโคติ ตสฺส วิเสสตฺถาภาวํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘หริตุนฺติ อตฺโถ’’ติ. วร-สทฺทสฺส อิจฺฉายํ วตฺตมานตฺตา อาห ‘‘อิจฺฉาเปยฺยา’’ติ. ทฏฺฐุ เขมโตติ เอตฺถ คาถาพนฺธวเสน อนุนาสิกโลโป ทฏฺฐพฺโพ. สอนฺตรนฺติ อนฺตรวาสกสหิตํ. อุตฺตรนฺติ อุตฺตราสงฺคํ. อสฺส จีวรสฺสาติ สาทิตพฺพจีวรสฺส. อจฺฉินฺนสพฺพจีวเรนาติ อจฺฉินฺนานิ สพฺพานิ ตีณิ จีวรานิ อสฺสาติ อจฺฉินฺนสพฺพจีวโร, เตนาติ อตฺโถ. ยสฺส หิ อจฺฉินฺทนสมเย ตีณิ จีวรานิ สนฺนิหิตานิ โหนฺติ, ตานิ สพฺพานิ อจฺฉินฺนานีติ โส ‘‘อจฺฉินฺนสพฺพจีวโร’’ติ วุจฺจติ. เตเนว ‘‘อจฺฉินฺนสพฺพจีวเรน ติจีวรเกนา’’ติ วุตฺตํ. ติจีวรเกนาติ หิ อจฺฉินฺทนสมเย ติจีวรสฺส สนฺนิหิตภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ปน วินยเตจีวริกภาวํ ธุตงฺคเตจีวริกภาวํ วา สนฺธาย. เอวํ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ‘‘สนฺตรุตฺตรปรมํ เตน ภิกฺขุนา ตโต จีวรํ สาทิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตวิธินา ปฏิปชฺชิตพฺพํ. อญฺเญนาติ อจฺฉินฺนอสพฺพจีวเรน. ยสฺส ตีสุ จีวเรสุ เอกํ วา เทฺว วา จีวรานิ อจฺฉินฺนานิ โหนฺติ, เตนาติ อตฺโถ. อญฺญถาปีติ ‘‘สนฺตรุตฺตรปรม’’นฺติ วุตฺตวิธานโต อญฺญถาปิ. ยสฺส หิ ตีสุ เทฺว จีวรานิ อจฺฉินฺนานิ โหนฺติ, เอกํ สาทิตพฺพํ. เอกสฺมึ อจฺฉินฺเน น สาทิตพฺพนฺติ น ตสฺส สนฺตรุตฺตรปรมสาทิยนํ สมฺภวติ, อยเมว จ อตฺโถ ปทภาชเนน วิภาวิโต. เตนาห ‘‘ตํ วิภาคํ ทสฺเสตุ’’นฺติ.
เกจิ ปน ‘‘ติจีวรเกนาติ วุตฺตตฺตา ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬวเสน อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชโต ตสฺมึ นฏฺเฐ พหูนิปิ คเหตุํ ลภตี’’ติ วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ. ปทภาชนสฺส หิ อธิปฺปายํ ทสฺเสนฺเตน ยสฺมา ปน ‘‘อจฺฉินฺนสพฺพจีวเรน…เป… ตํ วิภาคํ ทสฺเสตุ’’นฺติ วุตฺตํ, ปทภาชเน จ น ตาทิโส อตฺโถ อุปลพฺภติ, ตสฺมา ตํ น คเหตพฺพเมว. ยมฺปิ มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. ตตุตฺตริสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตํ ‘‘ยสฺส อธิฏฺฐิตจีวรสฺส ตีณิ นฏฺฐานี’’ติ, ตตฺถาปิ อธิฏฺฐิตคฺคหณํ สรูปกถนมตฺตนฺติ คเหตพฺพํ, น ปน ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐิตจีวรสฺเสวาติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ ปาฬิยํ อฏฺฐกถายญฺจ ตถา อตฺถสฺส อสมฺภวโต. น หิ ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐิตจีวรสฺเสว อิทํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตนฺติ สกฺกา วิญฺญาตุํ. ปุริมสิกฺขาปเทน หิ อจฺฉินฺนจีวรสฺส อญฺญาตกวิญฺญตฺติยา อนุญฺญาตตฺตา ปมาณํ อชานิตฺวา วิญฺญาปนวตฺถุสฺมึ ปมาณโต สาทิยนํ อนุชานนฺเตน ภควตา อิทํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ตสฺมา ‘‘ปริกฺขารโจฬิกสฺส พหุมฺปิ สาทิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อยมตฺโถ เนว ปาฬิยา สเมติ, น จ ภควโต อธิปฺปายํ อนุโลเมติ.
ยสฺส ตีณิ นฏฺฐานิ, เตน เทฺว สาทิตพฺพานีติ เอตฺถ ยสฺส ติจีวรโต อธิกมฺปิ จีวรํ อญฺญตฺถ ฐิตํ อตฺถิ, ตทาตสฺส จีวรสฺส อลพฺภนียภาวโต เตนปิ สาทิตุํ วฏฺฏตีติ เวทิตพฺพํ. ปกติยาว สนฺตรุตฺตเรน จรตีติ สาสงฺกสิกฺขาปทวเสน วา อวิปฺปวาสสมฺมุติวเสน วา ตติยสฺส อลาเภน วา จรติ. ‘‘เทฺว นฏฺฐานี’’ติ อธิการตฺตา วุตฺตํ ‘‘เทฺว สาทิตพฺพานี’’ติ. เอกํ สาทิยนฺเตเนว สโม ภวิสฺสตีติ ติณฺณํ จีวรานํ ทฺวีสุ นฏฺเฐสุ เอกํ สาทิยนฺเตน สโม ภวิสฺสติ อุภินฺนมฺปิ สนฺตรุตฺตรปรมตาย อวฏฺฐานโต. ยสฺส เอกํเยว โหตีติ อญฺเญน เกนจิ การเณน วินฏฺฐเสสจีวรํ สนฺธาย วุตฺตํ.
๕๒๖. ‘‘เสสกํ ตุเยฺหว โหตูติ เทนฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘ปมาณยุตฺตํ คณฺหิสฺสาม, เสสกํ อาหริสฺสามา’’ติ วตฺวา คเหตฺวา คมนสมเยปิ ‘‘เสสกมฺปิ ตุมฺหากญฺเญว โหตู’’ติ วทนฺติ, ลทฺธกปฺปิยเมว. ปวาริตานนฺติ อจฺฉินฺนกาลโต ปุพฺเพเยว ปวาริตานํ. ปาฬิยา น สเมตีติ สนฺตรุตฺตรปรมโต อุตฺตริ สาทิยเน อนาปตฺติทสฺสนตฺถํ ‘‘อนาปตฺติ ญาตกานํ ปวาริตาน’’นฺติ วุตฺตตฺตา น สเมติ. สนฺตรุตฺตรปรมํ สาทิยนฺตสฺส หิ อาปตฺติปฺปสงฺโคเยว นตฺถิ, สติ จ สิกฺขาปเทน อาปตฺติปฺปสงฺเค อนาปตฺติ ยุตฺตา ทสฺเสตุนฺติ อธิปฺปาโย. เกจิ ปน ‘‘ปมาณเมว วฏฺฏตีติ อิทํ สลฺเลขทสฺสนตฺถํ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ.
ยสฺมา ปนิทํ…เป… น วุตฺตนฺติ เอตฺถายมธิปฺปาโย – ‘‘อญฺญสฺสตฺถายา’’ติ วุจฺจมาเน อญฺเญสํ อตฺถาย ปมาณํ อติกฺกมิตฺวาปิ คณฺหิตุํ วฏฺฏตีติ อาปชฺชติ, ตญฺจ อญฺญสฺสตฺถาย วิญฺญาปนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตตฺตา วตฺถุนา สํสนฺทิยมานํ น สเมติ. น หิ ยํ วตฺถุํ นิสฺสาย สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ตสฺมึเยว อนาปตฺติวจนํ ยุตฺตนฺติ. คณฺฐิปเทสุ ปน ตีสุปิ ‘‘อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส อตฺตโน สาทิยนปฏิพทฺธตาวเสน ปวตฺตตฺตา ‘อญฺญสฺสตฺถายา’ติ วตฺตุํ โอกาโสเยว นตฺถิ, ตสฺมา น วุตฺต’’นฺติ กถิตํ. อิธ ‘‘อญฺญสฺสตฺถายา’’ติ อวุตฺตตฺตา อญฺเญสํ อตฺถาย ญาตกปวาริเตสุ อธิกํ วิญฺญาเปนฺตสฺส อาปตฺตีติ เจ? น, ตตฺถ ปุริมสิกฺขาปเทเนว อนาปตฺติสิทฺธิโต. ตตุตฺตริตา, อจฺฉินฺนาทิการณตา, อญฺญาตกวิญฺญตฺติ, ตาย จ ปฏิลาโภติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
ตตุตฺตริสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ปฐมอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๒๗. อฏฺฐเม อปิ มยฺยาติ ปาเฐปิ โสเยวตฺโถ. อยฺยาติ ปน พหุวจเนน อามนฺตนํ กตํ.
๕๒๘-๕๒๙. อปทิสฺสาติ ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทสฺสามี’’ติ เอวํ อปทิสิตฺวา. ปจฺจยํ กตฺวาติ การณํ กตฺวา. อุทฺทิสฺสาติ เอตฺถ โย กตฺตาติ ‘‘อุทฺทิสฺสา’’ติ อิมินา วุตฺตอุทฺทิสนกิริยาย โย กตฺตา. จีวรํ เจตาเปนฺติ ปริวตฺเตนฺติ เอเตนาติ จีวรเจตาปนฺนํ. น-การาคมํ กตฺวา จีวรเจตาปนฺนนฺติ วุตฺตํ, ‘‘จีวรเจตาปน’’นฺติปิ ปฐนฺติ. ปจุรโวหารวเสนาติ เยภุยฺยโวหารวเสน. เยภุยฺยวเสน หิ ฆรสามิกํ ทฏฺฐุกามา ตสฺส ฆรํ คจฺฉนฺตีติ ตเถว พหุลํ โวหาโร. พฺยญฺชนมตฺตเมวาติ อตฺโถ เนตพฺโพ นตฺถีติ อธิปฺปาโย.
๕๓๑. สมเกปิ ปน อนาปตฺตีติ ยทคฺฆนกํ โส ทาตุกาโม โหติ, ตทคฺฆนเก อนาปตฺติ มูลํ วฑฺเฒตฺวา อธิกวิธานํ อนาปนฺนตฺตา. เอตฺถ จ ‘‘ทาตุกาโมมฺหี’’ติ อตฺตโน สนฺติเก อวุตฺเตปิ ทาตุกามตํ สุตฺวา ยทคฺฆนกํ โส ทาตุกาโม โหติ, ตทคฺฆนกํ อาหราเปตุํ วฏฺฏติ. อคฺฆวฑฺฒนกญฺหิ อิทํ สิกฺขาปทนฺติ เอตฺถ อคฺฆวฑฺฒนํ เอตสฺส อตฺถีติ อคฺฆวฑฺฒนกํ, อคฺฆวฑฺฒนํ สนฺธาย อิทํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. จีวรํ เทหีติ สงฺฆาฏิอาทีสุ ยํกิญฺจิ จีวรํ สนฺธาย วทติ. จีวเร ภิยฺโยกมฺยตา, อญฺญาตกวิญฺญตฺติ, ตาย จ ปฏิลาโภติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
ปฐมอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕๓๒. ทุติยอุปกฺขเฏ วตฺตพฺพํ นตฺถิ.
๑๐. ราชสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๓๗-๕๓๙. ราชสิกฺขาปเท ปน ‘‘อชฺชโณฺห’’ติ ปาเฐ ‘‘อชฺชุโณฺห’’ติปิ ปฐนฺติ. โภโคติ ภุญฺชิตพฺโพ. ยํ วุตฺตํ มาติกาฏฺฐกถายํ ‘‘อิมินา จีวรเจตาปนฺเนน จีวรํ เจตาเปตฺวา อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวเรน อจฺฉาเทหีติ อิทํ อาคมนสุทฺธึ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. สเจ หิ ‘อิทํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน เทหี’ติ เปเสยฺย, อาคมนสฺส อสุทฺธตฺตา อกปฺปิยวตฺถุํ อารพฺภ ภิกฺขุนา กปฺปิยการโกปิ นิทฺทิสิตพฺโพ น ภเวยฺยา’’ติ, ตตฺถ อาคมนสฺส สุทฺธิยา วา อสุทฺธิยา วา วิเสสปฺปโยชนํ น ทิสฺสติ. สติปิ หิ อาคมนสฺส อสุทฺธภาเว ทูโต อตฺตโน กุสลตาย กปฺปิยโวหาเรน วทติ, ‘‘กปฺปิยการโก น นิทฺทิสิตพฺโพ’’ติ อิทํ นตฺถิ, น จ ทูเตน กปฺปิยโวหารวเสน วุตฺเต ทายเกน อิทํ กถํ เปสิตนฺติ อีทิสี วิจารณา อุปลพฺภติ, อวิจาเรตฺวา จ ตํ น สกฺกา ชานิตุํ, ยทิ ปน อาคมนสฺส อสุทฺธตฺตา กปฺปิยการโก นิทฺทิสิตพฺโพ น ภเวยฺย, จีวรานํ อตฺถาย ทูตสฺส หตฺเถ อกปฺปิยวตฺถุสฺมึ เปสิเต สพฺพตฺถ ทายเกน กถํ เปสิตนฺติ ปุจฺฉิตฺวาว กปฺปิยการโก นิทฺทิสิตพฺโพ ภเวยฺย. ตสฺมา อสติปิ อาคมนสุทฺธิยํ สเจ โส ทูโต อตฺตโน กุสลตาย กปฺปิยโวหารวเสน วทติ, ทูตสฺเสว วจนํ คเหตพฺพํ. ยทิ หิ อาคมนสุทฺธิเยเวตฺถ ปมาณํ, มูลสามิเกน กปฺปิยโวหารวเสน เปสิตสฺส ทูตสฺส อกปฺปิยโวหารวเสน วทโตปิ กปฺปิยการโก นิทฺทิสิตพฺโพ ภเวยฺย, ตสฺมา สพฺพตฺถ ทูตวจนเมว ปมาณนฺติ คเหตพฺพํ.
อิมินา จีวรเจตาปนฺเนนาติอาทินา ปน อิมมตฺถํ ทสฺเสติ – กปฺปิย วเสน อาคตมฺปิ จีวรมูลํ อีทิเสน ทูตวจเนน อกปฺปิยํ โหติ, ตสฺมา ตํ ปฏิกฺขิปิตพฺพนฺติ. เตเนวาห – ‘‘เตน ภิกฺขุนา โส ทูโต เอวมสฺส วจนีโย’’ติอาทิ. สุวณฺณํ, รชตํ, กหาปโณ, มาสโกติ อิมานิ หิ จตฺตาริ นิสฺสคฺคิยวตฺถูนิ, มุตฺตา, มณิ, เวฬุริโย, สงฺโข, สิลา, ปวาฬํ, โลหิตงฺโก, มสารคลฺลํ, สตฺต ธญฺญานิ, ทาสิทาสํ, เขตฺตํ, วตฺถุ, ปุปฺผารามผลารามาทโยติ อิมานิ ทุกฺกฏวตฺถูนิ จ อตฺตโน วา เจติยสงฺฆคณปุคฺคลานํ วา อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏนฺติ, ตสฺมา ตํ สาทิตุํ น วฏฺฏตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘น โข มยํ, อาวุโส, จีวรเจตาปนฺนํ ปฏิคฺคณฺหามา’’ติ วุตฺตํ, ‘‘จีวรญฺจ โข มยํ ปฏิคฺคณฺหามา’’ติ อิทํ ปน อตฺตานํ อุทฺทิสฺส อาภตตฺตา วตฺตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา วุตฺตํ. ‘‘เวยฺยาวจฺจกโร นิทฺทิสิตพฺโพ’’ติ อิทํ ‘‘อตฺถิ ปนายสฺมโต โกจิ เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ กปฺปิยวจเนน วุตฺตตฺตา อนุญฺญาตํ. สเจ ปน ทูโต ‘‘โก อิมํ คณฺหาตี’’ติ วา ‘‘กสฺส เทมี’’ติ วา วทติ, น นิทฺทิสิตพฺโพ. ‘‘อารามิโก วา อุปาสโก วา’’ติ อิทํ สารุปฺปตาย วุตฺตํ, ฐเปตฺวา ปน ปญฺจ สหธมฺมิเก โย โกจิ กปฺปิยการโก วฏฺฏติ. ‘‘เอโส โข, อาวุโส, ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ อิทํ ภิกฺขุสฺส กปฺปิยวจนทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เอวเมว หิ วตฺตพฺพํ, ‘‘เอตสฺส เทหี’’ติอาทิ น วตฺตพฺพํ. โส วา เจตาเปสฺสติ วาติ เอตฺถ เอโก วา-สทฺโท ปทปูรโณ, ‘‘สญฺญตฺโต โส มยา’’ติอาทิ ปน ทูเตน เอวํ อาโรจิเตเยว ตํ โจเทตุํ วฏฺฏติ, เนวาสฺส หตฺเถ ทตฺวา คตมตฺตการเณนาติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.
เอตานิ หิ วจนานิ…เป… น วตฺตพฺโพติ เอตฺถ ‘‘เอวํ วทนฺโต ปฏิกฺขิตฺตสฺส กตตฺตา วตฺตเภเท ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ, โจทนา ปน โหติเยวา’’ติ มหาคณฺฐิปเท มชฺฌิมคณฺฐิปเท จ วุตฺตํ. อุทฺทิฏฺฐโจทนาปริจฺเฉทํ ทสฺเสตฺวาติ ‘‘ทุติยมฺปิ วตฺตพฺโพ’’ติอาทินา ทสฺเสตฺวา. ปุจฺฉิยมาโนติ เอตฺถ ปุจฺฉิยมาเนนาติ อตฺโถ คเหตพฺโพติ อาห ‘‘กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจน’’นฺติ. อาคตการณํ ภญฺชตีติ อาคตการณํ วินาเสติ.
เอตฺถ เกจิ วทนฺติ ‘‘อาคตการณํ นาม จีวรคฺคหณํ, ตํ ภญฺชตีติ วุตฺตตฺตา ปุน ตํ จีวรํ เยน เกนจิ อากาเรน คเหตุํ น วฏฺฏตี’’ติ. เกจิ ปน ‘‘อาคตการณํ นาม กายวาจาหิ โจทนา, ตํ ภญฺชตีติ วุตฺตตฺตา ปุน ตํ เยน เกนจิ อากาเรน โจเทตุํ น ลภติ. สเจ สยเมว เทติ, มูลสามิโก วา ทาเปติ, คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. อปเร ปน ‘‘อาคตการณํ นาม ฐานํ, ตํ ภญฺชตีติ วุตฺตตฺตา ยถา ‘อตฺโถ เม, อาวุโส, จีวเรนา’ติ เอกาย โจทนาย เทฺว ฐานานิ ภญฺชติ, เอวมิธาปิ สเจ อาสเน นิสีทติ, เอกาย นิสชฺชาย เทฺว ฐานานิ ภญฺชติ. อามิสํ เจ ปฏิคฺคณฺหาติ, เอเกน ปฏิคฺคหเณน เทฺว ฐานานิ ภญฺชติ. ธมฺมํ เจ ภาสติ, ธมฺมเทสนาสิกฺขาปเท วุตฺตปริจฺเฉทาย เอกาย วาจาย เทฺว ฐานานิ ภญฺชตี’’ติ วทนฺติ. อิเมสํ ปน สพฺเพสมฺปิ วาทํ ‘‘อยุตฺต’’นฺติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ อิทํ วุตฺตํ ‘‘อาคตการณํ นาม ฐานเมว, ตสฺมา ‘น กตฺตพฺพ’นฺติ วาริตสฺส กตตฺตา นิสชฺชาทีสุ กเตสุ ฉสุ ฐาเนสุ เอกํ ฐานํ ภญฺชตี’’ติ.
ตตฺร ตตฺร ฐาเน ติฏฺฐตีติ อิทํ โจทกสฺส ฐิตฏฺฐานโต อปกฺกมฺม ตตฺร ตตฺร อุทฺทิสฺส ฐานํเยว สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘สามํ วา คนฺตพฺพํ, ทูโต วา ปาเหตพฺโพ’’ติ อิทํ สภาวโต โจเทตุํ อนิจฺฉนฺเตนปิ กาตพฺพเมวาติ วทนฺติ. มุขํ วิวริตฺวา สยเมว กปฺปิยการกตฺตํ อุปคโตติ มุขเววฏิกกปฺปิยการโก. อวิจาเรตุกามตายาติ อิมสฺมึ ปกฺเข ‘‘นตฺถมฺหากํ กปฺปิยการโก’’ติ อิทํ ‘‘ตาทิสํ กโรนฺโต กปฺปิยการโก นตฺถี’’ติ อิมินา อธิปฺปาเยน วุตฺตํ.
‘‘เมณฺฑกสิกฺขาปเท วุตฺตนเยน ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ วตฺวา อิทานิ ตํ เมณฺฑกสิกฺขาปทํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิมาห. อิทเมว หิ ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, สทฺธา ปสนฺนา’’ติอาทิวจนํ เภสชฺชกฺขนฺธเก เมณฺฑกวตฺถุสฺมึ (มหาว. ๒๙๙) วุตฺตตฺตา ‘‘เมณฺฑกสิกฺขาปท’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ หิ เมณฺฑเกน นาม เสฏฺฐินา –
‘‘สนฺติ, ภนฺเต, มคฺคา กนฺตารา อปฺโปทกา อปฺปภกฺขา, น สุกรา อปาเถยฺเยน คนฺตุํ, สาธุ, ภนฺเต, ภควา ภิกฺขูนํ ปาเถยฺยํ อนุชานาตู’’ติ –
ยาจิเตน ภควตา –
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปาเถยฺยํ ปริเยสิตุํ. ตณฺฑุโล ตณฺฑุลตฺถิเกน, มุคฺโค มุคฺคตฺถิเกน, มาโส มาสตฺถิเกน, โลณํ โลณตฺถิเกน, คุโฬ คุฬตฺถิเกน, เตลํ เตลตฺถิเกน, สปฺปิ สปฺปิตฺถิเกนา’’ติ –
วตฺวา อิทํ วุตฺตํ –
‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, มนุสฺสา สทฺธา ปสนฺนา, เต กปฺปิยการกานํ หตฺเถ หิรญฺญํ อุปนิกฺขิปนฺติ ‘อิมินา อยฺยสฺส ยํ กปฺปิยํ, ตํ เทถา’ติ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยํ ตโต กปฺปิยํ, ตํ สาทิตุํ, น เตฺววาหํ ภิกฺขเว เกนจิ ปริยาเยน ชาตรูปรชตํ สาทิตพฺพํ ปริเยสิตพฺพนฺติ วทามี’’ติ.
หิรญฺญํ อุปนิกฺขิปนฺตีติ เอตฺถาปิ ภิกฺขุสฺส อาโรจนํ อตฺถิเยวาติ คเหตพฺพํ. อญฺญถา อนิทฺทิฏฺฐกปฺปิยการกตฺตํ ภชตีติ น โจเทตพฺโพ สิยา. ยทิ มูลํ สนฺธาย โจเทติ, ตํ สาทิตเมว สิยาติ อาห ‘‘มูลํ อสาทิยนฺเตนา’’ติ.
‘‘อญฺญาตกอปฺปวาริเตสุ วิย ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ อิทํ อตฺตนา โจทนาฐานญฺจ น กาตพฺพนฺติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อญฺญํ ปน กปฺปิยการกํ เปเสตฺวา โลกจาริตฺตวเสน อนุยุญฺชิตฺวาปิ กปฺปิยวตฺถุํ อาหราเปตุํ วฏฺฏติ อตฺตานํ อุทฺทิสฺส นิกฺขิตฺตสฺส อตฺตโน สนฺตกตฺตา’’ติ เกจิ วทนฺติ, ตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘อญฺญาตกอปฺปวาริเตสุ วิย ปฏิปชฺชิตพฺพํ. สเจ สยเมว จีวรํ อาเนตฺวา เทนฺติ, คเหตพฺพํ. โน เจ, กิญฺจิ น วตฺตพฺพา’’ติ ทฬฺหํ กตฺวา วุตฺตตฺตา น คเหตพฺพนฺติ อมฺหากํ ขนฺติ. น หิ อญฺญาตกอปฺปวาริตํ สยํ อวิญฺญาเปตฺวา อญฺเญน วิญฺญาเปตุํ วฏฺฏติ, น จ ยตฺถ อญฺญํ เปเสตฺวา อาหราเปตุํ วฏฺฏติ, ตตฺถ สยํ คนฺตฺวา น อาหราเปตพฺพนฺติ สกฺกา วตฺถุํ. ยทิ เจตฺถ อญฺเญน อาหราเปตุํ วฏฺฏติ, ‘‘อญฺญาตกอปฺปวาริเตสุ วิย ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติอาทิวจนเมว นิรตฺถกํ สิยา. ‘‘ทูเตนา’’ติ อิมสฺส พฺยภิจารํ ทสฺเสติ ‘‘สยํ อาหริตฺวาปี’’ติ. ททนฺเตสูติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ปิณฺฑปาตาทีนํ อตฺถายาติ อิมินา ปน ‘‘จีวรเจตาปนฺน’’นฺติ อิมสฺส พฺยภิจารํ ทสฺเสติ. ‘‘เอเสว นโย’’ติ วุตฺตตฺตา ปิณฺฑปาตาทีนํ อตฺถาย ทินฺเนปิ ฐานโจทนาทิ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว กาตพฺพํ.
ปฏิคฺคหเณปิ ปริโภเคปิ อาปตฺตีติ ปฏิคฺคหเณ ปาจิตฺติยํ, ปริโภเค ทุกฺกฏํ. เสฺวว สาปตฺติโกติ ทุกฺกฏาปตฺตึ สนฺธาย วทติ. อิทญฺจ อฏฺฐกถาปมาเณเนว คเหตพฺพํ. ‘‘ปรสฺส นิทฺโทสภาวทสฺสนตฺถํ เสฺวว สาปตฺติโก สโทโสติ วุตฺตํ โหตี’’ติปิ วทนฺติ. ‘‘โจเทตีติ วุตฺตตฺตา ปน อาปตฺติยา โจเทตีติ กตฺวา เสฺวว สาปตฺติโกติ อิทํ ทุกฺกฏํเยว สนฺธาย วตฺตุํ ยุตฺต’’นฺติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. ปฏิคฺคหเณปิ ปริโภเคปิ อาปตฺติเยวาติ ทุกฺกฏเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ตฬากสฺสปิ เขตฺตสงฺคหิตตฺตา ตสฺส ปฏิคฺคหเณปิ อาปตฺติ วุตฺตา. จตฺตาโร ปจฺจเย สงฺโฆ ปริภุญฺชตูติ เทตีติ เอตฺถ ‘‘ภิกฺขุสงฺโฆ จตฺตาโร ปจฺจเย ปริภุญฺจตุ, ตฬากํ ทมฺมี’’ติ วา ‘‘จตุปจฺจยปริโภคตฺถํ ตฬากํ ทมฺมี’’ติ วา วทติ, วฏฺฏติเยว. ‘‘อิโต ตฬากโต อุปฺปนฺเน จตฺตาโร ปจฺจเย ทมฺมี’’ติ วุตฺเต ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ.
อมฺหากํ เอกํ กปฺปิยการกํ ฐเปถาติ วุตฺเตติ อิทํ อีทิสํเยว สนฺธาย วุตฺตํ. กปฺปิยกฺกเมน สมฺปฏิจฺฉิเตสุ เขตฺตตฬากาทีสุ ปน อวุตฺเตปิ กปฺปิยการกํ ฐเปตุํ ลพฺภติเยว. ยสฺมา ปรสนฺตกํ นาเสตุํ ภิกฺขูนํ น วฏฺฏติ, ตสฺมา ‘‘น สสฺสกาเล’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ชนปทสฺส สามิโกติ อิมินาว โย ตํ ชนปทํ วิจาเรติ, เตนปิ อจฺฉินฺทิตฺวา ทินฺนํ วฏฺฏติเยวา’’ติ วทนฺติ. อุทกวาหกนฺติ อุทกมาติกํ. กปฺปิยโวหาเรปีติ เอตฺถ ‘‘วิธานํ วกฺขามา’’ติ ปาฐเสโส. อุทกวเสนาติ อุทกปริโภคตฺถํ. สุทฺธจิตฺตานนฺติ เกวลํ อุทกปริโภคตฺถเมวาติ อธิปฺปาโย. อลชฺชินา การาปิเต วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ อาห ‘‘ลชฺชีภิกฺขุนา’’ติ. ปกติภาโค นาม อิมสฺมึ รฏฺเฐ จตุอมฺพณมตฺตํ. อกฏฺฐปุพฺพํ นวสสฺสํ นาม. อปริจฺฉินฺนภาเคติ ‘‘เอตฺตเก ภูมิภาเค เอตฺตโก ภาโค ทาตพฺโพ’’ติ เอวํ อปริจฺฉินฺนภาเค.
รชฺชุยา วา ทณฺเฑน วาติ เอตฺถ ‘‘ปาเทหิปิ มินิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ขเล วา ฐตฺวา รกฺขตีติ เอตฺถ ปน เถเนตฺวา คณฺหนฺเต ทิสฺวา ‘‘มา คณฺหถา’’ติ นิวาเรนฺโต รกฺขติ นาม. สเจ ปน อวิจาเรตฺวา เกวลํ ตุณฺหีภูโตว รกฺขณตฺถาย โอโลเกนฺโต ติฏฺฐติ, วฏฺฏติ. สเจปิ ตสฺมึ ตุณฺหีภูเต โจริกาย หรนฺติ, ‘‘มยํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อาโรเจสฺสามา’’ติ เอวํ วตฺตุํ วฏฺฏตีติ วทนฺติ. นีหราเปติ ปฏิสาเมตีติ เอตฺถาปิ ‘‘สเจ ปริยาเยน วทติ, วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. อปุพฺพสฺส อนุปฺปาทิตตฺตา อญฺเญสํ วฏฺฏตีติ อาห ‘‘ตสฺเสว ตํ อกปฺปิย’’นฺติ.
นนุ จ ทุพฺพิจาริตมตฺเตน ตสฺเสว ตํ อกปฺปิยํ, น สพฺเพสํ รูปิยสํโวหาเร จตุตฺถปตฺโต วิย. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๘๙) ‘‘โย ปน รูปิยํ อสมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘เถรสฺส ปตฺตํ กิณิตฺวา เทหี’ติ ปหิตกปฺปิยการเกน สทฺธึ กมฺมารกุลํ คนฺตฺวา ปตฺตํ ทิสฺวา ‘อิเม กหาปเณ คเหตฺวา อิมํ เทหี’ติ กหาปเณ ทาเปตฺวา คหิโต, อยํ ปตฺโต เอตสฺเสว ภิกฺขุโน น วฏฺฏติ ทุพฺพิจาริตตฺตา, อญฺเญสํ ปน วฏฺฏติ มูลสฺส อสมฺปฏิจฺฉิตตฺตา’’ติ. ตสฺมา ยํ เต อาหรนฺติ, สพฺเพสํ อกปฺปิยํ. กสฺมา? กหาปณานํ วิจาริตตฺตาติ อิทํ กสฺมา วุตฺตนฺติ? เอตฺถ เกจิ วทนฺติ ‘‘กหาปเณ สาทิยิตฺวา วิจาริตํ สนฺธาย เอวํ วุตฺต’’นฺติ. สงฺฆิกตฺตา จ นิสฺสชฺชิตุํ น สกฺกา, ตสฺมา สพฺเพสํ น กปฺปตีติ เตสํ อธิปฺปาโย. เกจิ ปน ‘‘อสาทิยิตฺวาปิ กหาปณานํ วิจาริตตฺตา รูปิยสํโวหาโร กโต โหติ, สงฺฆิกตฺตา จ นิสฺสชฺชิตุํ น สกฺกา, ตสฺมา สพฺเพสํ น กปฺปตี’’ติ วทนฺติ. คณฺฐิปเทสุ ปน ตีสุปิ อิทํ วุตฺตํ ‘‘จตุตฺถปตฺโต คิหิสนฺตกานํเยว กหาปณานํ วิจาริตตฺตา อญฺเญสํ กปฺปติ, อิธ ปน สงฺฆิกานํ วิจาริตตฺตา สพฺเพสํ น กปฺปตี’’ติ. สพฺเพสมฺปิ วาโท เตน เตน ปริยาเยน ยุชฺชติเยว.
จตุสาลทฺวาเรติ โภชนสาลํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปริยาเยน กถิตตฺตาติ ‘‘คณฺหา’’ติ อวตฺวา ‘‘สีมา คตา’’ติ ปริยาเยน กถิตตฺตา. ปกติภูมิกรณตฺถํ ‘‘เหฏฺฐา คหิตํ ปํสุ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ทาสํ ทมฺมีติ เอตฺถ ‘‘มนุสฺสํ ทมฺมีติ วุตฺเต วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. กุกฺกุฏสูกรา…เป… วฏฺฏตีติ เอตฺถ กุกฺกุฏสูกเรสุ ทียมาเนสุ ‘‘อิเมหิ อมฺหากํ อตฺโถ นตฺถิ, สุขํ ชีวนฺตุ, อรญฺเญ วิสฺสชฺเชถา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ‘‘เขตฺตวตฺถุปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหตี’’ติอาทิวจนโต (ที. นิ. ๑.๑๐, ๑๙๔) เขตฺตาทีนํ ปฏิคฺคหเณ อยํ สพฺโพ วินิจฺฉโย วุตฺโต. กปฺปิยการกสฺส ภิกฺขุนา นิทฺทิฏฺฐภาโว, ทูเตน อปฺปิตตา, ตตุตฺตริ วายาโม, เตน วายาเมน ปฏิลาโภติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
ราชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิฏฺฐิโต จีวรวคฺโค ปฐโม.
๒. โกสิยวคฺโค
๑. โกสิยสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๔๒. ปาฬิยํ ‘‘โกสิยการเก’’ติ เอตฺถ โกสํ กโรนฺตีติ โกสการกาติ ลทฺธโวหารานํ ปาณกานํ โกสโต นิพฺพตฺตํ โกสิยํ, ตํ กโรนฺตีติ โกสิยการกา, ตนฺตวายา. สํหนนํ สงฺฆาโต, วินาโสติ อตฺโถ. โกสิยมิสฺสกนฺติ โกสิยตนฺตุนา มิสฺสํ. ‘‘อวายิม’’นฺติ วุตฺตตฺตา วายิตฺวา เจ กโรนฺติ, อนาปตฺติ. อนาปตฺติ วิตานํ วาติอาทินา วิตานาทีนํ อตฺถาย กรเณปิ เตนากาเรน ปริโภเคปิ อนาปตฺติ วุตฺตา.
เอวมฺปิ มิสฺเสตฺวา กตเมว โหตีติ อิมินา วาเตน อาหริตฺวา ปาติเตปิ อจิตฺตกตฺตา อาปตฺติเยวาติ ทสฺเสติ. โกสิยมิสฺสกตา, อตฺตโน อตฺถาย สนฺถตสฺส กรณํ การาปนํ, ปฏิลาโภ จาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
โกสิยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕๔๗. สุทฺธกาฬกสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.
๓. เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๕๒. เทฺวภาคสิกฺขาปเท ปน เทฺว ภาคาติ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท กาฬกานํ อธิกคฺคหณสฺส ปฏิกฺเขปวเสน สิกฺขาปทสฺส ปญฺญตฺตตฺตา. ตติยํ โอทาตานํ จตุตฺถํ โคจริยานนฺติ อยํ เหฏฺฐิมปริจฺเฉโท เตสํ อธิกคฺคหเณ ปฏิกฺเขปาภาวโต, ตสฺมา กาฬกานํ ภาคทฺวยโต อธิกํ น วฏฺฏติ, เสสานํ ปน วุตฺตปฺปมาณโต อธิกมฺปิ วฏฺฏติ. ‘‘กาฬกานํเยว จ อธิกคฺคหณสฺส ปฏิกฺขิตฺตตฺตา กาฬกานํ อุปฑฺฒํ โอทาตานํ วา โคจริยานํ วา อุปฑฺฒํ คเหตฺวาปิ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, ‘‘อนาปตฺติ พหุตรํ โอทาตานํ พหุตรํ โคจริยานํ อาทิยิตฺวา กโรติ, สุทฺธํ โอทาตานํ สุทฺธํ โคจริยานํ อาทิยิตฺวา กโรตี’’ติ อิมินา ตํ สเมติ. ‘‘กาฬเก โอทาเต จ ฐเปตฺวา เสสา โคจริเยสุเยว สงฺคหํ คจฺฉนฺตี’’ติ วทนฺติ. เทฺว โกฏฺฐาสา กาฬกานนฺติ เอตฺถ ปน ‘‘เอกสฺสปิ กาฬกโลมสฺส อติเรกภาเว นิสฺสคฺคิยํ โหตี’’ติ มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา) ตฺตํ, ตํ ‘‘ธารยิตฺวา เทฺว ตุลา อาทาตพฺพา’’ติ วจนโต ตุลาธารณาย น สเมติ. น หิ โลเม คเณตฺวา ตุลาธารณา กรียติ, อถ คเณตฺวาว ธารยิตพฺพํ สิยา, กึ ตุลาธารณาย, ตสฺมา เอวเมตฺถ อธิปฺปาโย ยุตฺโต สิยา – อจิตฺตกตฺตา สิกฺขาปทสฺส ปุพฺเพ ตุลาย ธารยิตฺวา ฐปิเตสุ เอกมฺปิ โลมํ ตตฺถ ปเตยฺย, นิสฺสคฺคิยนฺติ. อญฺญถา ทุพฺพิญฺเญยฺยภาวโต เทฺว ตุลา นาทาตพฺพา, อูนกตราว อาทาตพฺพา สิยุํ.
เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๕๗. ฉพฺพสฺสสิกฺขาปเท ปน ‘‘เยสํ โน สนฺถเต ทารกา อุหทนฺติปิ อุมฺมิหนฺติปิ, เยสํ โน สนฺถตา อุนฺทูเรหิปิ ขชฺชนฺตี’’ติ เอวํ ปาฬิปทานํ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. หท กรีโสสฺสคฺเค, มิห เสจเนติ ปนิมสฺสตฺถํ สนฺธายาห ‘‘วจฺจมฺปิ ปสฺสาวมฺปิ กโรนฺตี’’ติ. ปวารณาอุโปสถปาฏิปททิวเสสุ สนฺถตํ กริตฺวา ปุน ฉฏฺเฐ วสฺเส ปริปุณฺเณ ปวารณาอุโปสถปาฏิปททิวเสสุ กโรนฺโต ‘‘ฉพฺพสฺสานิ กโรตี’’ติ วุจฺจติ. ทุติยทิวสโต ปฏฺฐาย กโรนฺโต ปน อติเรกฉพฺพสฺสานิ กโรติ นาม.
ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. นิสีทนสนฺถตสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๖๕-๖. นิสีทนสนฺถตสิกฺขาปเท ปน ปญฺญายิสฺสตีติ สเจ สา กติกา มนาปา ภวิสฺสติ, มนาปตาย ภิกฺขุสงฺโฆ สนฺทิสฺสิสฺสติ. สเจ อมนาปา, อมนาปตาย สนฺทิสฺสิสฺสตีติ อธิปฺปาโย, อารญฺญกงฺคาทีนิ ตีณิ ปาฬิยํ ปธานงฺควเสน วุตฺตานิ, เสสานิปิ เต สมาทิยึสุเยวาติ เวทิตพฺพํ. เตเนวาห ‘‘สนฺถเต จตุตฺถจีวรสญฺญิตายา’’ติ. อุชฺฌิตฺวาติ วิสฺสชฺเชตฺวา.
๕๖๗. นิสีทนสนฺถตตฺตา นิวาสนปารุปนกิจฺจํ นตฺถีติ อาห ‘‘สกึ นิสินฺนญฺเจว นิปนฺนญฺจา’’ติ. วิทตฺถิมตฺตนฺติ สุคตวิทตฺถึ สนฺธาย วทติ. อิทญฺจ เหฏฺฐิมปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ‘‘วิตานาทีนํเยว อตฺถาย กรเณ อนาปตฺติวจนโต สเจ นิปชฺชนตฺถาย กโรนฺติ, อาปตฺติเยวา’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. อกปฺปิยตฺตา ปน ‘‘ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. อิทญฺจ นิสีทนสนฺถตํ นาม นิสีทนจีวรเมว, นาญฺญนฺติ วทนฺติ. นิสีทนสิกฺขาปเทปิ นิสีทนํ นาม สทสํ วุจฺจตีติ จ อฏฺฐกถายญฺจสฺส ‘‘สนฺถตสทิสํ สนฺถริตฺวา เอกสฺมึ อนฺเต สุคตวิทตฺถิยา วิทตฺถิมตฺเต ปเทเส ทฺวีสุ ฐาเนสุ ผาเลตฺวา ติสฺโส ทสา กรียนฺติ, ตาหิ ทสาหิ สทสํ นาม วุจฺจตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๓๑) วจนโต อิธาปิ ‘‘นิสีทนํ นาม สทสํ วุจฺจตี’’ติ จ ‘‘สนฺถเต จตุตฺถจีวรสญฺญิตายา’’ติ จ วจนโต ตํ ยุตฺตํ วิย ทิสฺสติ. เกจิ ปน ‘‘นิสีทนสนฺถตํ เอฬกโลมานิ สนฺถริตฺวา สนฺถตํ วิย กโรนฺติ, ตํ อวายิมํ อนธิฏฺฐานุปคํ, นิสีทนจีวรํ ปน ฉนฺนํ จีวรานํ อญฺญตเรน กโรติ อธิฏฺฐานุปคํ, ตํ กโรนฺตา จ นนฺตกานิ สนฺถริตฺวา สนฺถตสทิสํ กโรนฺตี’’ติ วทนฺติ, วีมํสิตฺวา ยุตฺตตรํ คเหตพฺพํ.
นิสีทนสนฺถตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. เอฬกโลมสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๗๑. เอฬโลมสิกฺขาปเท ปน อาสุมฺภีติ เอตฺถ ‘‘อสุมฺภี’’ติ ปฐนฺติ. กิลนฺตาติ อิมินา กิลนฺตตาย เต โอนมิตฺวา ปาเตตุํ น สกฺโกนฺตีติ ทสฺเสติ. อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนสฺสาติ อิทํ วตฺถุมตฺตทีปนวเสน ปาฬิยํ วุตฺตํ. ยตฺถ กตฺถจิ ปน ธมฺเมน ลภิตฺวา คณฺหิตุํ วฏฺฏติเยว. ติโยชนปรมนฺติ จ คหิตฏฺฐานโต ติโยชนปฺปมาณํ เทสนฺติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ.
๕๗๒. สหตฺถาติ กรณตฺเถ นิสฺสกฺกวจนนฺติ อาห ‘‘สหตฺเถนา’’ติ. อสนฺเต หารเกติ ปาฬิยํ ภิกฺขุโน อนุรูปตาทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น ปน หารเก วิชฺชมาเน ติโยชนพฺภนฺตเร สหตฺถา หรนฺตสฺส อาปตฺติทสฺสนตฺถํ. ติโยชนโต พหิ พหิติโยชนนฺติ อาห ‘‘ติโยชนโต พหิ ปาเตตี’’ติ. เตน หริเตปิ อาปตฺติเยวาติ สอุสฺสาหตฺตา อนาณตฺติยา หฏตฺตา จ. สติปิ หิ สอุสฺสาหภาเว อาณตฺติยา เจ หรติ, อนาปตฺติ ‘‘อญฺญํ หราเปตี’’ติ วจนโต. อญฺโญ หริสฺสตีติ อธิปฺปายาภาวโต ‘‘สุทฺธจิตฺเตน ฐปิต’’นฺติ วุตฺตํ. สอุสฺสาหตฺตาติ ติโยชนาติกฺกมเน สอุสฺสาหตฺตา. อิทญฺจ ‘‘อญฺโญ หริสฺสตี’’ติ อสุทฺธจิตฺเตน ฐปิตํ สนฺธาย วุตฺตํ, อจิตฺตกตฺตาติ อิทํ ปน สุทฺธจิตฺเตน ฐปิตํ สนฺธาย. อนาปตฺติ ปาฬิยา น สเมตีติ ‘‘ติโยชนํ หรตี’’ติอาทิปาฬิยา, วิเสสโต ‘‘อญฺญํ หราเปตี’’ติ ปาฬิยา จ น สเมติ.
สเจ สามิกํ ชานาเปตฺวา ฐเปติ, อาณตฺติยา หราเปติ นามาติ อาห ‘‘สามิกสฺส อชานนฺตสฺเสวา’’ติ. อคจฺฉนฺเตปีติ คมนํ อุปจฺฉินฺทิตฺวา ฐิตยาเนปิ. เหฏฺฐา วา คจฺฉนฺโตติ ภูมิยํ คจฺฉนฺโต. อญฺญํ หราเปตีติ เอตฺถ อญฺญ-คฺคหเณน สามญฺญโต ติรจฺฉานคตาปิ สงฺคหิตาติ อาห – ‘‘อญฺญํ หราเปตีติ วจนโต อนาปตฺตี’’ติ. สุงฺกฆาเต อาปตฺติ โหตีติ อญฺญํ หราเปนฺตสฺส อาปตฺติ. ตตฺถ อนาปตฺตีติ อญฺญวิหิตสฺส เถยฺยจิตฺตาภาวโต อนาปตฺติ.
๕๗๕. ‘‘ตํ หรนฺตสฺสาติ ปุน ติโยชนํ หรนฺตสฺสา’’ติ มหาคณฺฐิปเท วุตฺตํ. ตํ ปน มาติกาฏฺฐกถายํ องฺเคสุ ‘‘ปฐมปฺปฏิลาโภ สติ อิมินา วจเนน น สเมติ. ‘‘ปฐมปฺปฏิลาโภ’’ติ หิ อิทํ ทุติยปฺปฏิลาโภ อาปตฺติยา องฺคํ น โหตีติ ทีเปติ, ตสฺมา ปาฬิยํ อฏฺฐกถายญฺจ วิเสสาภาวโต อจฺฉินฺนํ ปฏิลภิตฺวา หรนฺตสฺส ปุน ติโยชนาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ วุตฺตาติ อมฺหากํ ขนฺติ. อญฺญถา อจฺฉินฺนํ ปฏิลภิตฺวา ปุน ติโยชนํ หรตีติ วเทยฺย. วีมํสิตฺวา ยุตฺตตรํ คเหตพฺพํ. อนาปตฺติ กตภณฺฑนฺติ เอตฺถ ‘‘กมฺพลโกชวาทิกตภณฺฑมฺปิ. ปกติจีวเร ลคฺคโลมานิ อาปตฺตึ ชเนนฺติเยวา’’ติ วทนฺติ. ตนุกปตฺตตฺถวิกนฺตเร อฆฏฺฏนตฺถํ ปกฺขิปนฺติ. ปกฺขิตฺตนฺติ กณฺณจฺฉิทฺเท ปกฺขิตฺตํ. นิธานมุขํ นามาติ อิมินา กตภณฺฑสงฺขฺยํ น คจฺฉตีติ ทสฺเสติ. เอฬกโลมานํ อกตภณฺฑตา, ปฐมปฺปฏิลาโภ, อตฺตนา อาทาย วา อญฺญสฺส อชานนฺตสฺส ยาเน ปกฺขิปิตฺวา วา ติโยชนาติกฺกมนํ, อาหรณปจฺจาหรณํ, อวาสาธิปฺปายตาติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
เอฬกโลมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕๗๖. เอฬกโลมโธวาปนสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.
๘. รูปิยสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๘๓-๕๘๔. รูปิยสิกฺขาปเท ปน สตฺถุวณฺโณติ สตฺถุนา สมานวณฺโณ. สตฺถุโน วณฺโณ สตฺถุวณฺโณ, สตฺถุวณฺโณ วิย วณฺโณ อสฺสาติ สตฺถุวณฺโณติ มชฺฌปทโลปีสมาโส ทฏฺฐพฺโพ. ปากติโก นาม เอตรหิ ปกติกหาปโณ. รุกฺขผลพีชมโยติ ตินฺติณิกาทิรุกฺขานํ ผลพีเชน กโต. อิจฺเจตํ สพฺพมฺปีติ ยถาวุตฺตเภทํ สพฺพมฺปิ จตุพฺพิธํ นิสฺสคฺคิยวตฺถุ โหตีติ สมฺพนฺโธ. ชาตรูปมาสโกติ สุวณฺณกหาปโณ.
คเณฺหยฺยาติ อตฺตโน อตฺถาย ทียมานํ วา กตฺถจิ ฐิตํ วา นิปฺปริคฺคหํ ทิสฺวา สยํ คเณฺหยฺย. ‘‘อิทํ อยฺยสฺส โหตู’’ติ เอวํ สมฺมุขา วา ‘‘อสุกสฺมึ นาม ฐาเน มม หิรญฺญสุวณฺณํ อตฺถิ, ตํ ตุยฺหํ โหตู’’ติ เอวํ ปรมฺมุขา ฐิตํ วา เกวลํ วาจาย วา หตฺถมุทฺทาย วา ‘‘ตุยฺห’’นฺติ วตฺวา ปริจฺจตฺตสฺส กายวาจาหิ อปฺปฏิกฺขิปิตฺวา จิตฺเตน สาทิยนํ อุปนิกฺขิตฺตสาทิยนํ นาม. ‘‘สาทิยตี’’ติ วุตฺตเมวตฺถํ วิภาเวติ ‘‘คณฺหิตุกาโม โหตี’’ติ. ‘‘อิทํ คุตฺตฏฺฐาน’’นฺติ อาจิกฺขิตพฺพนฺติ ปจฺจยปริโภคํเยว สนฺธาย อาจิกฺขิตพฺพํ. ‘‘อิธ นิกฺขิปาหี’’ติ วุตฺเต ‘‘อุคฺคณฺหาเปยฺย วา’’ติ วุตฺตลกฺขเณน นิสฺสคฺคิยํ โหตีติ อาห – ‘‘อิธ นิกฺขิปาหีติ น วตฺตพฺพ’’นฺติ. ปรโต ‘‘อิมํ คณฺหา’’ติ น วตฺตพฺพนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. กปฺปิยญฺจ อกปฺปิยญฺจ นิสฺสาย ฐิตเมว โหตีติ ยสฺมา ตโต อุปฺปนฺนปจฺจยปริโภโค กปฺปติ, ตสฺมา กปฺปิยํ นิสฺสาย ฐิตํ. ยสฺมา ปน ทุพฺพิจารณาย ตโต อุปฺปนฺนปจฺจยปริโภโคปิ น กปฺปติ, ตสฺมา อกปฺปิยํ นิสฺสาย ฐิตนฺติ เวทิตพฺพํ.
น เตน กิญฺจิ กปฺปิยภณฺฑํ เจตาปิตนฺติ เอตฺถ เจตาปิตํ เจ, นตฺถิ ปริโภคุปาโย, ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ. อกปฺปิยญฺหิ นิสฺสคฺคิยํ วตฺถุํ อุคฺคณฺหิตฺวา ตํ อนิสฺสชฺชิตฺวาว เจตาปิตํ กปฺปิยภณฺฑํ สงฺฆสฺส นิสฺสฏฺฐมฺปิ สพฺเพสํ น กปฺปติ. เกจิ ปน ‘‘ยสฺมา นิสฺสคฺคิยํ วตฺถุํ ปฏิคฺคเหตฺวา เจตาปิตํ กปฺปิยภณฺฑํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามีติ นิสฺสฏฺฐํ วินาว อุปายํ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา ‘น เตน กิญฺจิ กปฺปิยภณฺฑํ เจตาปิต’นฺติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. ‘‘อารามิกานํ วา ปตฺตภาคนฺติ อิทํ คิหีนํ หตฺถคโตปิ โสเยว ภาโคติ กตฺวา วุตฺตํ. สเจ ปน เตน อญฺญํ ปริวตฺเตตฺวา อารามิกา เทนฺติ, ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ มชฺฌิมคณฺฐิปเท จูฬคณฺฐิปเท จ วุตฺตํ. ตโต หริตฺวาติ อญฺเญสํ ปตฺตภาคโต หริตฺวา. กสิณปริกมฺมนฺติ อาโลกกสิณปริกมฺมํ. มญฺจปีฐาทีนิ วาติ เอตฺถ ‘‘ตโต คหิตมญฺจปีฐาทีนิ ปริวตฺเตตฺวา อญฺญํ เจ คหิตํ, วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ฉายาปีติ โภชนสาลาทีนํ ฉายาปิ. ปริจฺเฉทาติกฺกนฺตาติ เคหปริจฺเฉทํ อติกฺกนฺตา, ฉายาย คตคตฏฺฐานํ เคหํ นาม น โหตีติ อธิปฺปาโย. มคฺเคนปีติ เอตฺถ ‘‘สเจ อญฺโญ มคฺโค นตฺถิ, มคฺคํ อธิฏฺฐหิตฺวา คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. กีตายาติ เตน วตฺถุนา กีตาย. อุปนิกฺเขปํ ฐเปตฺวา สงฺโฆ ปจฺจเย ปริภุญฺชตีติ สเจ อุปาสโก ‘‘อติพหุ เอตํ หิรญฺญํ, อิทํ, ภนฺเต, อชฺเชว น วินาเสตพฺพ’’นฺติ วตฺวา สยํ อุปนิกฺเขปํ ฐเปติ, อญฺเญน วา ฐปาเปติ, เอตํ อุปนิกฺเขปํ ฐเปตฺวา ตโต อุทยํ ปริภุญฺชนฺโต สงฺโฆ ปจฺจเย ปริภุญฺชติ, เตน วตฺถุนา คหิตตฺตา ‘‘อกปฺปิย’’นฺติ วุตฺตํ.
๕๘๕. ปติโตกาสํ อสมนฺนาหรนฺเตน ปาเตตพฺพนฺติ อิทํ นิรเปกฺขภาวทสฺสนปรนฺติ เวทิตพฺพํ, ตสฺมา ปติตฏฺฐาเน ญาเตปิสฺส คูถํ ฉฑฺเฑนฺตสฺส วิย นิรเปกฺขภาโวเยเวตฺถ ปมาณนฺติ เวทิตพฺพํ. อสนฺตสมฺภาวนายาติ อตฺตนิ อวิชฺชมานอุตฺตริมนุสฺสธมฺมาโรจนํ สนฺธาย วุตฺตํ. เถยฺยปริโภโค นาม อนรหสฺส ปริโภโค. ภควตา หิ อตฺตโน สาสเน สีลวโต ปจฺจยา อนุญฺญาตา, น ทุสฺสีลสฺส. ทายกานมฺปิ สีลวโต เอว ปริจฺจาโค, น ทุสฺสีลสฺส อตฺตโน การานํ มหปฺผลภาวสฺส ปจฺจาสีสนโต. อิติ สตฺถารา อนนุญฺญาตตฺตา ทายเกหิ จ อปริจฺจตฺตตฺตา ทุสฺสีลสฺส ปริโภโค เถยฺยปริโภโค. อิณวเสน ปริโภโค อิณปริโภโค, ปฏิคฺคาหกโต ทกฺขิณาวิสุทฺธิยา อภาวโต อิณํ คเหตฺวา ปริโภโค วิยาติ อตฺโถ. ตสฺมาติ ‘‘สีลวโต’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ การณภาเวน ปจฺจามสติ. จีวรํ ปริโภเค ปริโภเคติ กายโต โมเจตฺวา โมเจตฺวา ปริโภเค. ปุเรภตฺต…เป… ปจฺฉิมยาเมสุ ปจฺจเวกฺขิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. ตถา อสกฺโกนฺเตน ยถาวุตฺตกาลวิเสสวเสน เอกสฺมึ ทิวเส จตุกฺขตฺตุํ ติกฺขตฺตุํ ทฺวิกฺขตฺตุํ สกึเยว วา ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ.
สจสฺส อปจฺจเวกฺขโตว อรุโณ อุคฺคจฺฉติ, อิณปริโภคฏฺฐาเน ติฏฺฐตีติ เอตฺถ ‘‘หิยฺโย ยํ มยา จีวรํ ปริภุตฺตํ, ตํ ยาวเทว สีตสฺส ปฏิฆาตาย…เป… หิริโกปีนปฺปฏิจฺฉาทนตฺถํ, หิยฺโย โย มยา ปิณฺฑปาโต ปริภุตฺโต, โส เนว ทวายาติอาทินา สเจ อตีตปริโภคปจฺจเวกฺขณํ น กเรยฺย, อิณปริโภคฏฺฐาเน ติฏฺฐตี’’ติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ. เสนาสนมฺปิ ปริโภเค ปริโภเคติ ปเวเส ปเวเส. เอวํ ปน อสกฺโกนฺเตน ปุเรภตฺตาทีสุ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ. ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว สกฺกา วิญฺญาตุนฺติ อิธ วิสุํ น วุตฺตํ. สติปจฺจยตาติ สติยา ปจฺจยภาโว, ปฏิคฺคหณสฺส ปริโภคสฺส จ ปจฺจเวกฺขณสติยา ปจฺจยภาโว ยุชฺชติ, ปจฺจเวกฺขิตฺวาว ปฏิคฺคเหตพฺพํ ปริภุญฺชิตพฺพญฺจาติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘สตึ กตฺวา’’ติอาทิ. เอวํ สนฺเตปีติ ยทิปิ ทฺวีสุปิ ฐาเนสุ ปจฺจเวกฺขณา ยุตฺตา, เอวํ สนฺเตปิ. อปเร ปนาหุ ‘‘สติปจฺจยตาติ สติเภสชฺชปริโภคสฺส ปจฺจยภาเว ปจฺจเยติ อตฺโถ. เอวํ สนฺเตปีติ ปจฺจเย สติปี’’ติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ. ตถา หิ ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลํ ปจฺจเวกฺขณาย วิสุชฺฌติ, น ปจฺจยสพฺภาวมตฺเตน.
นนุ จ ‘‘ปริโภเค กโรนฺตสฺส อนาปตฺตี’’ติ อิมินา ปาติโมกฺขสํวรสีลํ วุตฺตํ, ตสฺมา ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลสฺส ปาติโมกฺขสํวรสีลสฺส จ โก วิเสโสติ? วุจฺจเต – ปุริเมสุ ตาว ตีสุ ปจฺจเยสุ วิเสโส ปากโฏเยว, คิลานปจฺจเย ปน ยถา วตึ กตฺวา รุกฺขมูเล โคปิเต ตสฺส ผลานิปิ รกฺขิตานิเยว โหนฺติ, เอวเมว ปจฺจเวกฺขณาย ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีเล รกฺขิเต ตปฺปฏิพทฺธํ ปาติโมกฺขสํวรสีลมฺปิ นิปฺผนฺนํ นาม โหติ. คิลานปจฺจยํ อปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชนฺตสฺส สีลํ ภิชฺชมานํ ปาติโมกฺขสํวรสีลเมว ภิชฺชติ, ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลํ ปน ปจฺฉาภตฺตปุริมยามาทีสุ ยาว อรุณุคฺคมนา อปจฺจเวกฺขนฺตสฺเสว ภิชฺชติ. ปุเรภตฺตญฺหิ อปจฺจเวกฺขิตฺวาปิ คิลานปจฺจยํ ปริภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ, อิทเมเตสํ นานากรณํ.
เอวํ ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลสฺส วิสุทฺธึ ทสฺเสตฺวา เตเนว ปสงฺเคน สพฺพาปิ สุทฺธิโย ทสฺเสตุํ ‘‘จตุพฺพิธา หิ สุทฺธี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สุชฺฌติ เอตายาติ สุทฺธิ, ยถาธมฺมํ เทสนาว สุทฺธิ เทสนาสุทฺธิ. วุฏฺฐานสฺสปิ เจตฺถ เทสนาย เอว สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ฉินฺนมูลาปตฺตีนํ ปน อภิกฺขุตาปฏิญฺญาว เทสนา. อธิฏฺฐานวิสิฏฺโฐ สํวโรว สุทฺธิ สํวรสุทฺธิ. ธมฺเมน สเมน ปจฺจยานํ ปริเยฏฺฐิ เอว สุทฺธิ ปริเยฏฺฐิสุทฺธิ. จตูสุ ปจฺจเยสุ วุตฺตวิธินา ปจฺจเวกฺขณาว สุทฺธิ ปจฺจเวกฺขณสุทฺธิ. เอส ตาว สุทฺธีสุ สมาสนโย. สุทฺธิมนฺเตสุ สีเลสุ เทสนา สุทฺธิ เอตสฺสาติ เทสนาสุทฺธิ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. น ปุน เอวํ กริสฺสามีติ เอตฺถ เอวนฺติ สํวรเภทํ สนฺธายาห. ปหายาติ วชฺเชตฺวา, อกตฺวาติ อตฺโถ. ทาตพฺพฏฺเฐน ทายํ, ตํ อาทิยนฺตีติ ทายาทา, อนนุญฺญาเตสุ สพฺเพน สพฺพํ ปริโภคาภาวโต อนุญฺญาเตสุเยว จ ปริโภคสพฺภาวภาวโต ภิกฺขูหิ ปริภุญฺชิตพฺพปจฺจยา ภควโต สนฺตกา. ธมฺมทายาทสุตฺตญฺเจตฺถ สาธกนฺติ –
‘‘ธมฺมทายาทา เม, ภิกฺขเว, ภวถ, มา อามิสทายาทา. อตฺถิ เม ตุเมฺหสุ อนุกมฺปา, ‘กินฺติ เม สาวกา ธมฺมทายาทา ภเวยฺยุํ, โน อามิสทายาทา’’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๙) –
เอวํ ปวตฺตํ ธมฺมทายาทสุตฺตญฺจ เอตฺถ เอตสฺมึ อตฺเถ สาธกํ.
อวีตราคานํ ตณฺหาปรวสตาย ปจฺจยปริโภเค สามิภาโว นตฺถิ, ตทภาเวน วีตราคานํ ตตฺถ สามิภาโว ยถารุจิ ปริโภคสพฺภาวโต. ตถา หิ เต ปฏิกูลมฺปิ อปฺปฏิกูลากาเรน อปฺปฏิกูลมฺปิ ปฏิกูลากาเรน ตทุภยมฺปิ วชฺเชตฺวา อชฺฌุเปกฺขนากาเรน ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺติ, ทายกานญฺจ มโนรถํ ปริปูเรนฺติ. เตนาห – ‘‘เต หิ ตณฺหาย ทาสพฺยํ อตีตตฺตา สามิโน หุตฺวา ปริภุญฺชนฺตี’’ติ. โย ปนายํ สีลวโต ปจฺจเวกฺขิตปริโภโค, โส อิณปริโภคสฺส ปจฺจนีกตฺตา อาณณฺยปริโภโค นาม โหติ. ยถา หิ อิณายิโก อตฺตโน รุจิยา อิจฺฉิตเทสํ คนฺตุํ น ลภติ, เอวํ อิณปริโภคยุตฺโต โลกโต นิสฺสริตุํ น ลภตีติ ตปฺปฏิปกฺขตฺตา สีลวโต ปจฺจเวกฺขิตปริโภโค อาณณฺยปริโภโคติ วุจฺจติ, ตสฺมา นิปฺปริยายโต จตุปริโภควินิมุตฺโต วิสุํเยวายํ ปริโภโคติ เวทิตพฺโพ. โส อิธ วิสุํ น วุตฺโต, ทายชฺชปริโภเคเยว วา สงฺคหํ คจฺฉตีติ. สีลวาปิ หิ อิมาย สิกฺขาย สมนฺนาคตตฺตา เสกฺโขเตฺวว วุจฺจติ. สพฺเพสนฺติ อริยานํ ปุถุชฺชนานญฺจ.
กถํ ปุถุชฺชนานํ อิเม ปริโภคา สมฺภวนฺตีติ? อุปจารวเสน. โย หิ ปุถุชฺชนสฺสปิ สลฺเลขปฺปฏิปตฺติยํ ฐิตสฺส ปจฺจยเคธํ ปหาย ตตฺถ อนุปลิตฺเตน จิตฺเตน ปริโภโค, โส สามิปริโภโค วิย โหติ. สีลวโต ปน ปจฺจเวกฺขิตปริโภโค ทายชฺชปริโภโค วิย โหติ ทายกานํ มโนรถสฺส อวิราธนโต. เตเนว วุตฺตํ ‘‘ทายชฺชปริโภเคเยว วา สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ. กลฺยาณปุถุชฺชนสฺส ปริโภเค วตฺตพฺพเมว นตฺถิ ตสฺส เสกฺขสงฺคหโต. เสกฺขสุตฺตเญฺหตสฺส อตฺถสฺส สาธกํ.
ลชฺชินา สทฺธึ ปริโภโค นาม ลชฺชิสฺส สนฺตกํ คเหตฺวา ปริโภโค. อลชฺชินา สทฺธินฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อาทิโต ปฏฺฐาย หิ อลชฺชี นาม นตฺถีติ อิมินา ทิฏฺฐทิฏฺเฐสุเยว อาสงฺกา น กาตพฺพาติ ทสฺเสติ. อตฺตโน ภารภูตา สทฺธิวิหาริกาทโย. โสปิ นิวาเรตพฺโพติ โย ปสฺสติ, เตน นิวาเรตพฺโพ. ยสฺมา อลชฺชีปริโภโค นาม ลชฺชิโน วุจฺจติ, ตสฺมา อาปตฺติ นาม นตฺถิ อุภินฺนมฺปิ อลชฺชีภาวโต, ‘‘อลชฺชีปริโภโค’’ติ อิทํ นามมตฺตเมว น ลพฺภตีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อาปตฺติ ปน อตฺถิเยวาติ วทนฺตี’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ.
อธมฺมิโยติ อเนสนาทีหิ อุปฺปนฺโน. ธมฺมิโยติ ภิกฺขาจริยาทีหิ อุปฺปนฺโน. สงฺฆสฺเสว เทตีติ ภตฺตํ อคฺคเหตฺวา อตฺตนา ลทฺธสลากํเยว เทติ. สเจ ปน ลชฺชี อลชฺชึ ปคฺคณฺหาติ…เป… อนฺตรธาเปตีติ เอตฺถ เกวลํ ปคฺคณฺหิตุกามตาย เอวํ กาตุํ น วฏฺฏติ, ธมฺมสฺส ปน สาสนสฺส โสตูนญฺจ อนุคฺคหตฺถาย วฏฺฏตีติ เวทิตพฺพํ. ปุริมนเยน ‘‘โส อาปตฺติยา กาเรตพฺโพ’’ติ วุตฺตตฺตา อิมสฺส อาปตฺติเยวาติ วทนฺติ. อุทฺเทสคฺคหณาทินา ธมฺมสฺส ปริโภโค ธมฺมปริโภโค. ธมฺมานุคฺคเหน คณฺหนฺตสฺส อาปตฺติยา อภาเวปิ เถโร ตสฺส อลชฺชิภาวํเยว สนฺธาย ‘‘ปาโป กิราย’’นฺติอาทิมาห. ตสฺส ปน สนฺติเกติ มหารกฺขิตตฺเถรสฺส สนฺติเก.
๕๘๖. ราโชโรธาทโยติอาทิ ‘‘อิทํ คณฺหิสฺสามี’’ติ เจตนามตฺตสมฺภวโต วุตฺตํ. อสฺสติยา ทินฺนนฺติ เอตฺถ อสฺสติยา ทินฺนํ นาม อปริจฺจตฺตํ โหติ, ตสฺมา ทสนฺเต พทฺธกหาปณาทิ อสฺสติยา ทินฺนํ ภิกฺขุนา วตฺถสญฺญาย ปฏิคฺคหิตญฺจ, ตโต เนว รูปิยํ ทินฺนํ, นาปิ ปฏิคฺคหิตญฺจ โหตีติ เอตฺถ อาปตฺติเทสนากิจฺจํ นตฺถิ, ตํ ปน ทายกานเมว ปฏิทาตพฺพํ. เตน อกปฺปิยวตฺถุนา เต เจ ทายกา สปฺปิอาทีนิ กิณิตฺวาน สงฺฆสฺส ตสฺส จ ภิกฺขุโน เทนฺติ, สพฺเพสํ กปฺปติ ทายกานํเยว สนฺตกตฺตา. อฏฺฐกถายํ ปน ปุญฺญกาเมหิ ปริจฺจชิตฺวา ทินฺนเมว สนฺธาย ‘‘ปุญฺญกามา…เป… รูปิเย อรูปิยสญฺญี รูปิยํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ปริจฺจชิตฺวา ทินฺนํ วตฺถสญฺญาย คณฺหโตปิ นิสฺสคฺคิยเมว. เตน ยทิ เต ทายกา โน อาคนฺตฺวา คณฺหนฺติ, ทายเก ปุจฺฉิตฺวา อตฺตโน อตฺถาย เจ ปริจฺจตฺตํ, สงฺเฆ นิสฺสชฺชิตฺวา อาปตฺติ เทเสตพฺพา. ตว โจฬกํ ปสฺสาหีหิ อิมินา คิหิสนฺตเกปิ ‘‘อิทํ คณฺหถา’’ติอาทิอกปฺปิยโวหาเรน วิธานํ ภิกฺขุโน น กปฺปตีติ ทีเปติ. เอกปริจฺเฉทานีติ กิริยากิริยภาวโต เอกปริจฺเฉทานิ. ชาตรูปรชตภาโว, อตฺตุทฺเทสิกตา, กหาปณาทีสุ อญฺญตรภาโวติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
รูปิยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. รูปิยสํโวหารสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๘๗. รูปิยสํโวหารสิกฺขาปเท ชาตรูปาทิจตุพฺพิธมฺปิ นิสฺสคฺคิยวตฺถุ อิธ รูปิยคฺคหเณเนว คหิตนฺติ อาห ‘‘ชาตรูปรชตปริวตฺตน’’นฺติ. ปฏิคฺคหิตปริวตฺตเนติ สาทิตรูปิยสฺส ปริวตฺตเน, อสาทิยิตฺวา วา กปฺปิเยน คาเหน ปฏิคฺคหิตรูปิยปริวตฺตเน.
๕๘๙. ค-การสฺส ก-การํ กตฺวา ‘‘สีสูปก’’นฺติ ลิขิตํ, ปทภาชเน ฆนกตนฺติ ปิณฺฑํ กตํ. สตฺถุวณฺโณติอาทีสุ ‘‘สตฺถุวณฺโณ จ กหาปโณ จ…เป… เย จ โวหารํ คจฺฉนฺตี’’ติ เอวํ สพฺพตฺถ สมุจฺจโย เวทิตพฺโพ. รูปิเย รูปิยสญฺญีติ สกสนฺตกํ วทติ. รูปิยํ เจตาเปตีติ ปรสนฺตกํ วทติ. ‘‘นิสฺสคฺคิยวตฺถุนา ทุกฺกฏวตฺถุํ วา กปฺปิยวตฺถุํ วา เจตาเปนฺตสฺสปิ เอเสว นโย’’ติ อิทํ กสฺมา วุตฺตํ. น หิ ‘‘รูปิเย รูปิยสญฺญี อรูปิยํ เจตาเปติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติอาทิตฺติโก ปาฬิยํ วุตฺโตติ อาห ‘‘โย หี’’ติอาทิ. ตสฺสานุโลมตฺตาติ เอตฺถายมธิปฺปาโย – รูปิยสํโวหาโร นาม น เกวลํ รูปิเยน รูปิยปริวตฺตนเมว, อถ โข ‘‘อรูปิเย รูปิยสญฺญี รูปิยํ เจตาเปตี’’ติ วุตฺตตฺตา อรูปิเยน รูปิยเจตาปนมฺปิ รูปิยสํโวหาโร นาม โหตีติ เอตสฺมึ ปกฺเขปิ รูปิเย สติ รูปิยสํโวหาโรเยว โหตีติ อยมตฺโถ อวุตฺโตปิ วิญฺญายตีติ. อรูปิยํ นาม ทุกฺกฏวตฺถุกปฺปิยวตฺถูนิ. เอกนฺเตน รูปิยปกฺเขติ เอเกน อนฺเตน รูปิยปกฺเขติ อยํ อตฺโถ คเหตพฺโพ. ‘‘เอกโต รูปิยปกฺเข’’ติ วา ปาโฐ เวทิตพฺโพ. ‘‘เอกรูปิยปกฺเข’’ติปิ ปฐนฺติ, ตตฺถาปิ เอกโต รูปิยปกฺเขติ อยเมวตฺโถ คเหตพฺโพ.
กปฺปิยวตฺถุนา กปฺปิยวตฺถุโน กยวิกฺกเยปิ ตาว นิสฺสคฺคิยํ โหติ, ทุกฺกฏวตฺถุนา ทุกฺกฏวตฺถุโน กยวิกฺกเย กสฺมา น โหตีติ อนฺธกฏฺฐกถาย อธิปฺปาโย. อิทํ สิกฺขาปทํ…เป… อรูปิเยน จ รูปิยเจตาปนํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. อิธาติ อิมสฺมึ รูปิยสํโวหารสิกฺขาปเท. ตตฺถาติ กยวิกฺกยสิกฺขาปเท. เตเนวาติ กปฺปิยวตฺถุนาเยว.
ปุน กปฺปิยภาวํ เนตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา ‘‘มหาอกปฺปิโย นามา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘น สกฺกา เกนจิ อุปาเยน กปฺปิโย กาตุนฺติ อิทํ ปญฺจนฺนํเยว สหธมฺมิกานํ อนฺตเร ปริวตฺตนํ สนฺธาย วุตฺตํ, คิหีหิ ปน คเหตฺวา อตฺตโน สนฺตกํ กตฺวา ทินฺนํ สพฺเพสํ กปฺปตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘น สกฺกา เกนจิ อุปาเยน กปฺปิโย กาตุ’’นฺติ ปน อิมินาว ปฏิคฺคหิตรูปิยํ อนิสฺสชฺชิตฺวาว เตน เจตาปิตํ กปฺปิยภณฺฑมฺปิ สงฺฆสฺส นิสฺสฏฺฐํ ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏตีติ สิทฺธํ.
เย ปน ‘‘ปฏิคฺคหิตรูปิยํ อนิสฺสชฺชิตฺวาปิ เตน ปริวตฺติตํ กปฺปิยภณฺฑํ สงฺฆสฺส นิสฺสฏฺฐํ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, เตสํ ‘‘น สกฺกา เกนจิ อุปาเยน กปฺปิโย กาตุ’’นฺติ อิทํ น ยุชฺชติ. เต ปเนตฺถ เอวํ วทนฺติ ‘‘ยสฺมา นิสฺสชฺชิตพฺพวตฺถุํ อนิสฺสชฺชิตฺวาว อุปรูปริ อญฺญํ อญฺญํเยว กตํ, ตสฺมา ปริจฺเฉทาภาวโต อิธ นิสฺสชฺชิตุํ อวตฺวา ‘น สกฺกา เกนจิ อุปาเยน กปฺปิโย กาตุ’นฺติ วุตฺตํ, ปริจฺเฉทาภาวโตเยว ‘มูเล มูลสามิกานํ, ปตฺเต จ ปตฺตสามิกานํ ทินฺเน กปฺปิโย โหตี’ติ จ น วุตฺต’’นฺติ. ยทิ ปฏิคฺคหิตรูปิยํ อนิสฺสชฺชิตฺวา เจตาปิตํ กปฺปิยภณฺฑมฺปิ สงฺฆสฺส นิสฺสฏฺฐํ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, เอวํ สนฺเต อิธาปิ อวสานวตฺถุํ คเหตฺวา สงฺฆสฺส นิสฺสฏฺฐํ กสฺมา น วฏฺฏติ, ‘‘โย ปน รูปิยํ อุคฺคณฺหิตฺวา…เป… ปตฺเต จ ปตฺตสามิกานํ ทินฺเน กปฺปิโย โหตี’’ติ อิมินาปิ ปฏิคฺคหิตรูปิยํ อนิสฺสชฺชิตฺวา เจตาปิตํ กปฺปิยภณฺฑมฺปิ สงฺฆสฺส นิสฺสฏฺฐํ ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏตีติ สิทฺธํ. ยทิ ตํ นิสฺสฏฺฐํ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺเฏยฺย, ‘‘มูเล มูลสามิกานํ, ปตฺเต จ ปตฺตสามิกานํ ทินฺเน กปฺปิโย โหตี’’ติ น วเทยฺย. อปเร ปเนตฺถ เอวํ วทนฺติ ‘‘ยทิ สงฺฆสฺส นิสฺสฏฺฐํ โหติ, รูปิยปฏิคฺคาหกสฺส น วฏฺฏติ, ตสฺมา ตสฺสปิ ยถา วฏฺฏติ, ตถา ทสฺสนตฺถํ ‘มูเล มูลสามิกาน’นฺติอาทิ วุตฺต’’นฺติ.