๑๐. ปริณตสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๕๗-๖๕๙. ทสเม อุทฺทิสฺส ฐปิตภาเคติ อตฺตโน ฆเรปิ อุทฺทิสิตฺวา วิสุํ ฐปิตโกฏฺฐาเส. ‘‘เอกํ มยฺหํ, เอกํ อิมสฺส เทหี’’ติ เอวํ เอกวาจาย อาปชฺชิตพฺพตฺตา ‘‘อาปชฺเชยฺย เอกโต’’ติ วุตฺตํ. ตุมฺหากํ สปฺปิอาทีนิ อาภตานีติ ตุมฺหากํ อตฺถาย อาภตานิ สปฺปิอาทีนิ. ปริณตภาวํ ชานิตฺวาปิ วุตฺตวิธินา วิญฺญาเปนฺเตน เตสํ สนฺตกเมว วิญฺญาปิตํ นาม โหตีติ อาห – ‘‘มยฺหมฺปิ เทถาติ วทติ, วฏฺฏตี’’ติ.
๖๖๐. ปุปฺผมฺปิ อาโรเปตุํ น วฏฺฏตีติ อิทํ ปริณตํ สนฺธาย วุตฺตํ. สเจ ปน เอกสฺมึ เจติเย ปูชิตํ ปุปฺผํ คเหตฺวา อญฺญสฺมึ เจติเย ปูเชติ, วฏฺฏติ. ฐิตํ ทิสฺวาติ เสสกํ คเหตฺวา ฐิตํ ทิสฺวา. อิมสฺส สุนขสฺส มา เทหิ, เอตสฺส เทหีติ อิทํ ปริณเตเยว. ติรจฺฉานคตสฺส ปริจฺจชิตฺวา ทินฺเน ปน ตํ ปลาเปตฺวา อญฺญํ ภุญฺชาเปตุํ วฏฺฏติ. ‘‘กตฺถ เทมาติอาทินา เอเกนากาเรน ปาฬิยํ อนาปตฺติ ทสฺสิตา, เอวํ ปน อปุจฺฉิเตปิ อปริณตํ อิทนฺติ ชานนฺเตน อตฺตโน รุจิยา ยตฺถ อิจฺฉติ, ตตฺถ ทาเปตุํ วฏฺฏตี’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. ยตฺถ อิจฺฉถ, ตตฺถ เทถาติ เอตฺถาปิ ‘‘ตุมฺหากํ รุจิยา’’ติ วุตฺตตฺตา ยตฺถ อิจฺฉติ, ตตฺถ ทาเปตุํ ลภติ. ปาฬิยํ อาคตนเยเนวาติ ‘‘ยตฺถ ตุมฺหากํ เทยฺยธมฺโม’’ติอาทินา นเยน. สงฺฆปริณตภาโว, ตํ ญตฺวา อตฺตโน ปริณามนํ, ปฏิลาโภติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
ปริณตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิฏฺฐิโต ปตฺตวคฺโค ตติโย.
อิติ สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถาย สารตฺถทีปนิยํ
นิสฺสคฺคิยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุติโย ภาโค นิฏฺฐิโต.