๑๐. ราชสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๓๗-๕๓๙. ราชสิกฺขาปเท ปน ‘‘อชฺชโณฺห’’ติ ปาเฐ ‘‘อชฺชุโณฺห’’ติปิ ปฐนฺติ. โภโคติ ภุญฺชิตพฺโพ. ยํ วุตฺตํ มาติกาฏฺฐกถายํ ‘‘อิมินา จีวรเจตาปนฺเนน จีวรํ เจตาเปตฺวา อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวเรน อจฺฉาเทหีติ อิทํ อาคมนสุทฺธึ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. สเจ หิ ‘อิทํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน เทหี’ติ เปเสยฺย, อาคมนสฺส อสุทฺธตฺตา อกปฺปิยวตฺถุํ อารพฺภ ภิกฺขุนา กปฺปิยการโกปิ นิทฺทิสิตพฺโพ น ภเวยฺยา’’ติ, ตตฺถ อาคมนสฺส สุทฺธิยา วา อสุทฺธิยา วา วิเสสปฺปโยชนํ น ทิสฺสติ. สติปิ หิ อาคมนสฺส อสุทฺธภาเว ทูโต อตฺตโน กุสลตาย กปฺปิยโวหาเรน วทติ, ‘‘กปฺปิยการโก น นิทฺทิสิตพฺโพ’’ติ อิทํ นตฺถิ, น จ ทูเตน กปฺปิยโวหารวเสน วุตฺเต ทายเกน อิทํ กถํ เปสิตนฺติ อีทิสี วิจารณา อุปลพฺภติ, อวิจาเรตฺวา จ ตํ น สกฺกา ชานิตุํ, ยทิ ปน อาคมนสฺส อสุทฺธตฺตา กปฺปิยการโก นิทฺทิสิตพฺโพ น ภเวยฺย, จีวรานํ อตฺถาย ทูตสฺส หตฺเถ อกปฺปิยวตฺถุสฺมึ เปสิเต สพฺพตฺถ ทายเกน กถํ เปสิตนฺติ ปุจฺฉิตฺวาว กปฺปิยการโก นิทฺทิสิตพฺโพ ภเวยฺย. ตสฺมา อสติปิ อาคมนสุทฺธิยํ สเจ โส ทูโต อตฺตโน กุสลตาย กปฺปิยโวหารวเสน วทติ, ทูตสฺเสว วจนํ คเหตพฺพํ. ยทิ หิ อาคมนสุทฺธิเยเวตฺถ ปมาณํ, มูลสามิเกน กปฺปิยโวหารวเสน เปสิตสฺส ทูตสฺส อกปฺปิยโวหารวเสน วทโตปิ กปฺปิยการโก นิทฺทิสิตพฺโพ ภเวยฺย, ตสฺมา สพฺพตฺถ ทูตวจนเมว ปมาณนฺติ คเหตพฺพํ.

อิมินา จีวรเจตาปนฺเนนาติอาทินา ปน อิมมตฺถํ ทสฺเสติ – กปฺปิย วเสน อาคตมฺปิ จีวรมูลํ อีทิเสน ทูตวจเนน อกปฺปิยํ โหติ, ตสฺมา ตํ ปฏิกฺขิปิตพฺพนฺติ. เตเนวาห – ‘‘เตน ภิกฺขุนา โส ทูโต เอวมสฺส วจนีโย’’ติอาทิ. สุวณฺณํ, รชตํ, กหาปโณ, มาสโกติ อิมานิ หิ จตฺตาริ นิสฺสคฺคิยวตฺถูนิ, มุตฺตา, มณิ, เวฬุริโย, สงฺโข, สิลา, ปวาฬํ, โลหิตงฺโก, มสารคลฺลํ, สตฺต ธญฺญานิ, ทาสิทาสํ, เขตฺตํ, วตฺถุ, ปุปฺผารามผลารามาทโยติ อิมานิ ทุกฺกฏวตฺถูนิ จ อตฺตโน วา เจติยสงฺฆคณปุคฺคลานํ วา อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏนฺติ, ตสฺมา ตํ สาทิตุํ น วฏฺฏตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘น โข มยํ, อาวุโส, จีวรเจตาปนฺนํ ปฏิคฺคณฺหามา’’ติ วุตฺตํ, ‘‘จีวรญฺจ โข มยํ ปฏิคฺคณฺหามา’’ติ อิทํ ปน อตฺตานํ อุทฺทิสฺส อาภตตฺตา วตฺตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา วุตฺตํ. ‘‘เวยฺยาวจฺจกโร นิทฺทิสิตพฺโพ’’ติ อิทํ ‘‘อตฺถิ ปนายสฺมโต โกจิ เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ กปฺปิยวจเนน วุตฺตตฺตา อนุญฺญาตํ. สเจ ปน ทูโต ‘‘โก อิมํ คณฺหาตี’’ติ วา ‘‘กสฺส เทมี’’ติ วา วทติ, น นิทฺทิสิตพฺโพ. ‘‘อารามิโก วา อุปาสโก วา’’ติ อิทํ สารุปฺปตาย วุตฺตํ, ฐเปตฺวา ปน ปญฺจ สหธมฺมิเก โย โกจิ กปฺปิยการโก วฏฺฏติ. ‘‘เอโส โข, อาวุโส, ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ อิทํ ภิกฺขุสฺส กปฺปิยวจนทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เอวเมว หิ วตฺตพฺพํ, ‘‘เอตสฺส เทหี’’ติอาทิ น วตฺตพฺพํ. โส วา เจตาเปสฺสติ วาติ เอตฺถ เอโก วา-สทฺโท ปทปูรโณ, ‘‘สญฺญตฺโต โส มยา’’ติอาทิ ปน ทูเตน เอวํ อาโรจิเตเยว ตํ โจเทตุํ วฏฺฏติ, เนวาสฺส หตฺเถ ทตฺวา คตมตฺตการเณนาติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.

เอตานิ หิ วจนานิ…เป… น วตฺตพฺโพติ เอตฺถ ‘‘เอวํ วทนฺโต ปฏิกฺขิตฺตสฺส กตตฺตา วตฺตเภเท ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ, โจทนา ปน โหติเยวา’’ติ มหาคณฺฐิปเท มชฺฌิมคณฺฐิปเท จ วุตฺตํ. อุทฺทิฏฺฐโจทนาปริจฺเฉทํ ทสฺเสตฺวาติ ‘‘ทุติยมฺปิ วตฺตพฺโพ’’ติอาทินา ทสฺเสตฺวา. ปุจฺฉิยมาโนติ เอตฺถ ปุจฺฉิยมาเนนาติ อตฺโถ คเหตพฺโพติ อาห ‘‘กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจน’’นฺติ. อาคตการณํ ภญฺชตีติ อาคตการณํ วินาเสติ.

เอตฺถ เกจิ วทนฺติ ‘‘อาคตการณํ นาม จีวรคฺคหณํ, ตํ ภญฺชตีติ วุตฺตตฺตา ปุน ตํ จีวรํ เยน เกนจิ อากาเรน คเหตุํ น วฏฺฏตี’’ติ. เกจิ ปน ‘‘อาคตการณํ นาม กายวาจาหิ โจทนา, ตํ ภญฺชตีติ วุตฺตตฺตา ปุน ตํ เยน เกนจิ อากาเรน โจเทตุํ น ลภติ. สเจ สยเมว เทติ, มูลสามิโก วา ทาเปติ, คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. อปเร ปน ‘‘อาคตการณํ นาม ฐานํ, ตํ ภญฺชตีติ วุตฺตตฺตา ยถา ‘อตฺโถ เม, อาวุโส, จีวเรนา’ติ เอกาย โจทนาย เทฺว ฐานานิ ภญฺชติ, เอวมิธาปิ สเจ อาสเน นิสีทติ, เอกาย นิสชฺชาย เทฺว ฐานานิ ภญฺชติ. อามิสํ เจ ปฏิคฺคณฺหาติ, เอเกน ปฏิคฺคหเณน เทฺว ฐานานิ ภญฺชติ. ธมฺมํ เจ ภาสติ, ธมฺมเทสนาสิกฺขาปเท วุตฺตปริจฺเฉทาย เอกาย วาจาย เทฺว ฐานานิ ภญฺชตี’’ติ วทนฺติ. อิเมสํ ปน สพฺเพสมฺปิ วาทํ ‘‘อยุตฺต’’นฺติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ อิทํ วุตฺตํ ‘‘อาคตการณํ นาม ฐานเมว, ตสฺมา ‘น กตฺตพฺพ’นฺติ วาริตสฺส กตตฺตา นิสชฺชาทีสุ กเตสุ ฉสุ ฐาเนสุ เอกํ ฐานํ ภญฺชตี’’ติ.

ตตฺร ตตฺร ฐาเน ติฏฺฐตีติ อิทํ โจทกสฺส ฐิตฏฺฐานโต อปกฺกมฺม ตตฺร ตตฺร อุทฺทิสฺส ฐานํเยว สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘สามํ วา คนฺตพฺพํ, ทูโต วา ปาเหตพฺโพ’’ติ อิทํ สภาวโต โจเทตุํ อนิจฺฉนฺเตนปิ กาตพฺพเมวาติ วทนฺติ. มุขํ วิวริตฺวา สยเมว กปฺปิยการกตฺตํ อุปคโตติ มุขเววฏิกกปฺปิยการโก. อวิจาเรตุกามตายาติ อิมสฺมึ ปกฺเข ‘‘นตฺถมฺหากํ กปฺปิยการโก’’ติ อิทํ ‘‘ตาทิสํ กโรนฺโต กปฺปิยการโก นตฺถี’’ติ อิมินา อธิปฺปาเยน วุตฺตํ.

‘‘เมณฺฑกสิกฺขาปเท วุตฺตนเยน ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ วตฺวา อิทานิ ตํ เมณฺฑกสิกฺขาปทํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิมาห. อิทเมว หิ ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, สทฺธา ปสนฺนา’’ติอาทิวจนํ เภสชฺชกฺขนฺธเก เมณฺฑกวตฺถุสฺมึ (มหาว. ๒๙๙) วุตฺตตฺตา ‘‘เมณฺฑกสิกฺขาปท’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ หิ เมณฺฑเกน นาม เสฏฺฐินา –

‘‘สนฺติ, ภนฺเต, มคฺคา กนฺตารา อปฺโปทกา อปฺปภกฺขา, น สุกรา อปาเถยฺเยน คนฺตุํ, สาธุ, ภนฺเต, ภควา ภิกฺขูนํ ปาเถยฺยํ อนุชานาตู’’ติ –

ยาจิเตน ภควตา –

‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปาเถยฺยํ ปริเยสิตุํ. ตณฺฑุโล ตณฺฑุลตฺถิเกน, มุคฺโค มุคฺคตฺถิเกน, มาโส มาสตฺถิเกน, โลณํ โลณตฺถิเกน, คุโฬ คุฬตฺถิเกน, เตลํ เตลตฺถิเกน, สปฺปิ สปฺปิตฺถิเกนา’’ติ –

วตฺวา อิทํ วุตฺตํ –

‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, มนุสฺสา สทฺธา ปสนฺนา, เต กปฺปิยการกานํ หตฺเถ หิรญฺญํ อุปนิกฺขิปนฺติ ‘อิมินา อยฺยสฺส ยํ กปฺปิยํ, ตํ เทถา’ติ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยํ ตโต กปฺปิยํ, ตํ สาทิตุํ, น เตฺววาหํ ภิกฺขเว เกนจิ ปริยาเยน ชาตรูปรชตํ สาทิตพฺพํ ปริเยสิตพฺพนฺติ วทามี’’ติ.

หิรญฺญํ อุปนิกฺขิปนฺตีติ เอตฺถาปิ ภิกฺขุสฺส อาโรจนํ อตฺถิเยวาติ คเหตพฺพํ. อญฺญถา อนิทฺทิฏฺฐกปฺปิยการกตฺตํ ภชตีติ น โจเทตพฺโพ สิยา. ยทิ มูลํ สนฺธาย โจเทติ, ตํ สาทิตเมว สิยาติ อาห ‘‘มูลํ อสาทิยนฺเตนา’’ติ.

‘‘อญฺญาตกอปฺปวาริเตสุ วิย ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ อิทํ อตฺตนา โจทนาฐานญฺจ น กาตพฺพนฺติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อญฺญํ ปน กปฺปิยการกํ เปเสตฺวา โลกจาริตฺตวเสน อนุยุญฺชิตฺวาปิ กปฺปิยวตฺถุํ อาหราเปตุํ วฏฺฏติ อตฺตานํ อุทฺทิสฺส นิกฺขิตฺตสฺส อตฺตโน สนฺตกตฺตา’’ติ เกจิ วทนฺติ, ตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘อญฺญาตกอปฺปวาริเตสุ วิย ปฏิปชฺชิตพฺพํ. สเจ สยเมว จีวรํ อาเนตฺวา เทนฺติ, คเหตพฺพํ. โน เจ, กิญฺจิ น วตฺตพฺพา’’ติ ทฬฺหํ กตฺวา วุตฺตตฺตา น คเหตพฺพนฺติ อมฺหากํ ขนฺติ. น หิ อญฺญาตกอปฺปวาริตํ สยํ อวิญฺญาเปตฺวา อญฺเญน วิญฺญาเปตุํ วฏฺฏติ, น จ ยตฺถ อญฺญํ เปเสตฺวา อาหราเปตุํ วฏฺฏติ, ตตฺถ สยํ คนฺตฺวา น อาหราเปตพฺพนฺติ สกฺกา วตฺถุํ. ยทิ เจตฺถ อญฺเญน อาหราเปตุํ วฏฺฏติ, ‘‘อญฺญาตกอปฺปวาริเตสุ วิย ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติอาทิวจนเมว นิรตฺถกํ สิยา. ‘‘ทูเตนา’’ติ อิมสฺส พฺยภิจารํ ทสฺเสติ ‘‘สยํ อาหริตฺวาปี’’ติ. ททนฺเตสูติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ปิณฺฑปาตาทีนํ อตฺถายาติ อิมินา ปน ‘‘จีวรเจตาปนฺน’’นฺติ อิมสฺส พฺยภิจารํ ทสฺเสติ. ‘‘เอเสว นโย’’ติ วุตฺตตฺตา ปิณฺฑปาตาทีนํ อตฺถาย ทินฺเนปิ ฐานโจทนาทิ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว กาตพฺพํ.

ปฏิคฺคหเณปิ ปริโภเคปิ อาปตฺตีติ ปฏิคฺคหเณ ปาจิตฺติยํ, ปริโภเค ทุกฺกฏํ. เสฺวว สาปตฺติโกติ ทุกฺกฏาปตฺตึ สนฺธาย วทติ. อิทญฺจ อฏฺฐกถาปมาเณเนว คเหตพฺพํ. ‘‘ปรสฺส นิทฺโทสภาวทสฺสนตฺถํ เสฺวว สาปตฺติโก สโทโสติ วุตฺตํ โหตี’’ติปิ วทนฺติ. ‘‘โจเทตีติ วุตฺตตฺตา ปน อาปตฺติยา โจเทตีติ กตฺวา เสฺวว สาปตฺติโกติ อิทํ ทุกฺกฏํเยว สนฺธาย วตฺตุํ ยุตฺต’’นฺติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. ปฏิคฺคหเณปิ ปริโภเคปิ อาปตฺติเยวาติ ทุกฺกฏเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ตฬากสฺสปิ เขตฺตสงฺคหิตตฺตา ตสฺส ปฏิคฺคหเณปิ อาปตฺติ วุตฺตา. จตฺตาโร ปจฺจเย สงฺโฆ ปริภุญฺชตูติ เทตีติ เอตฺถ ‘‘ภิกฺขุสงฺโฆ จตฺตาโร ปจฺจเย ปริภุญฺจตุ, ตฬากํ ทมฺมี’’ติ วา ‘‘จตุปจฺจยปริโภคตฺถํ ตฬากํ ทมฺมี’’ติ วา วทติ, วฏฺฏติเยว. ‘‘อิโต ตฬากโต อุปฺปนฺเน จตฺตาโร ปจฺจเย ทมฺมี’’ติ วุตฺเต ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ.

อมฺหากํ เอกํ กปฺปิยการกํ ฐเปถาติ วุตฺเตติ อิทํ อีทิสํเยว สนฺธาย วุตฺตํ. กปฺปิยกฺกเมน สมฺปฏิจฺฉิเตสุ เขตฺตตฬากาทีสุ ปน อวุตฺเตปิ กปฺปิยการกํ ฐเปตุํ ลพฺภติเยว. ยสฺมา ปรสนฺตกํ นาเสตุํ ภิกฺขูนํ น วฏฺฏติ, ตสฺมา ‘‘น สสฺสกาเล’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ชนปทสฺส สามิโกติ อิมินาว โย ตํ ชนปทํ วิจาเรติ, เตนปิ อจฺฉินฺทิตฺวา ทินฺนํ วฏฺฏติเยวา’’ติ วทนฺติ. อุทกวาหกนฺติ อุทกมาติกํ. กปฺปิยโวหาเรปีติ เอตฺถ ‘‘วิธานํ วกฺขามา’’ติ ปาฐเสโส. อุทกวเสนาติ อุทกปริโภคตฺถํ. สุทฺธจิตฺตานนฺติ เกวลํ อุทกปริโภคตฺถเมวาติ อธิปฺปาโย. อลชฺชินา การาปิเต วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ อาห ‘‘ลชฺชีภิกฺขุนา’’ติ. ปกติภาโค นาม อิมสฺมึ รฏฺเฐ จตุอมฺพณมตฺตํ. อกฏฺฐปุพฺพํ นวสสฺสํ นาม. อปริจฺฉินฺนภาเคติ ‘‘เอตฺตเก ภูมิภาเค เอตฺตโก ภาโค ทาตพฺโพ’’ติ เอวํ อปริจฺฉินฺนภาเค.

รชฺชุยา วา ทณฺเฑน วาติ เอตฺถ ‘‘ปาเทหิปิ มินิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ขเล วา ฐตฺวา รกฺขตีติ เอตฺถ ปน เถเนตฺวา คณฺหนฺเต ทิสฺวา ‘‘มา คณฺหถา’’ติ นิวาเรนฺโต รกฺขติ นาม. สเจ ปน อวิจาเรตฺวา เกวลํ ตุณฺหีภูโตว รกฺขณตฺถาย โอโลเกนฺโต ติฏฺฐติ, วฏฺฏติ. สเจปิ ตสฺมึ ตุณฺหีภูเต โจริกาย หรนฺติ, ‘‘มยํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อาโรเจสฺสามา’’ติ เอวํ วตฺตุํ วฏฺฏตีติ วทนฺติ. นีหราเปติ ปฏิสาเมตีติ เอตฺถาปิ ‘‘สเจ ปริยาเยน วทติ, วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. อปุพฺพสฺส อนุปฺปาทิตตฺตา อญฺเญสํ วฏฺฏตีติ อาห ‘‘ตสฺเสว ตํ อกปฺปิย’’นฺติ.

นนุ จ ทุพฺพิจาริตมตฺเตน ตสฺเสว ตํ อกปฺปิยํ, น สพฺเพสํ รูปิยสํโวหาเร จตุตฺถปตฺโต วิย. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๘๙) ‘‘โย ปน รูปิยํ อสมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘เถรสฺส ปตฺตํ กิณิตฺวา เทหี’ติ ปหิตกปฺปิยการเกน สทฺธึ กมฺมารกุลํ คนฺตฺวา ปตฺตํ ทิสฺวา ‘อิเม กหาปเณ คเหตฺวา อิมํ เทหี’ติ กหาปเณ ทาเปตฺวา คหิโต, อยํ ปตฺโต เอตสฺเสว ภิกฺขุโน น วฏฺฏติ ทุพฺพิจาริตตฺตา, อญฺเญสํ ปน วฏฺฏติ มูลสฺส อสมฺปฏิจฺฉิตตฺตา’’ติ. ตสฺมา ยํ เต อาหรนฺติ, สพฺเพสํ อกปฺปิยํ. กสฺมา? กหาปณานํ วิจาริตตฺตาติ อิทํ กสฺมา วุตฺตนฺติ? เอตฺถ เกจิ วทนฺติ ‘‘กหาปเณ สาทิยิตฺวา วิจาริตํ สนฺธาย เอวํ วุตฺต’’นฺติ. สงฺฆิกตฺตา จ นิสฺสชฺชิตุํ น สกฺกา, ตสฺมา สพฺเพสํ น กปฺปตีติ เตสํ อธิปฺปาโย. เกจิ ปน ‘‘อสาทิยิตฺวาปิ กหาปณานํ วิจาริตตฺตา รูปิยสํโวหาโร กโต โหติ, สงฺฆิกตฺตา จ นิสฺสชฺชิตุํ น สกฺกา, ตสฺมา สพฺเพสํ น กปฺปตี’’ติ วทนฺติ. คณฺฐิปเทสุ ปน ตีสุปิ อิทํ วุตฺตํ ‘‘จตุตฺถปตฺโต คิหิสนฺตกานํเยว กหาปณานํ วิจาริตตฺตา อญฺเญสํ กปฺปติ, อิธ ปน สงฺฆิกานํ วิจาริตตฺตา สพฺเพสํ น กปฺปตี’’ติ. สพฺเพสมฺปิ วาโท เตน เตน ปริยาเยน ยุชฺชติเยว.

จตุสาลทฺวาเรติ โภชนสาลํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปริยาเยน กถิตตฺตาติ ‘‘คณฺหา’’ติ อวตฺวา ‘‘สีมา คตา’’ติ ปริยาเยน กถิตตฺตา. ปกติภูมิกรณตฺถํ ‘‘เหฏฺฐา คหิตํ ปํสุ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ทาสํ ทมฺมีติ เอตฺถ ‘‘มนุสฺสํ ทมฺมีติ วุตฺเต วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. กุกฺกุฏสูกรา…เป… วฏฺฏตีติ เอตฺถ กุกฺกุฏสูกเรสุ ทียมาเนสุ ‘‘อิเมหิ อมฺหากํ อตฺโถ นตฺถิ, สุขํ ชีวนฺตุ, อรญฺเญ วิสฺสชฺเชถา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ‘‘เขตฺตวตฺถุปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหตี’’ติอาทิวจนโต (ที. นิ. ๑.๑๐, ๑๙๔) เขตฺตาทีนํ ปฏิคฺคหเณ อยํ สพฺโพ วินิจฺฉโย วุตฺโต. กปฺปิยการกสฺส ภิกฺขุนา นิทฺทิฏฺฐภาโว, ทูเตน อปฺปิตตา, ตตุตฺตริ วายาโม, เตน วายาเมน ปฏิลาโภติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.

ราชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิฏฺฐิโต จีวรวคฺโค ปฐโม.