๕. สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๙๖. ปญฺจเม ปณฺฑิตสฺส ภาโว ปณฺฑิจฺจํ, ญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. คติมนฺตาติ ญาณคติยา สมนฺนาคตา. ปณฺฑิตาติ อิมินา สภาวญาเณน สมนฺนาคตตา วุตฺตา, พฺยตฺตาติ อิมินา อิตฺถิกตฺตพฺเพสุ วิสารทปญฺญาย. เตนาห ‘‘อุปายญฺญู วิสารทา’’ติ. เมธาวินีติ ฐานุปฺปตฺติปญฺญาสงฺขาตาย ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺถกิจฺเจ อุปฏฺฐิเต ฐานโส ตงฺขเณ เอว อุปฺปชฺชนปญฺญาย สมนฺนาคตา. เตนาห ‘‘ทิฏฺฐํ ทิฏฺฐํ กโรตี’’ติ. เฉกาติ ยาคุภตฺตสมฺปาทนาทีสุ นิปุณา. อุฏฺฐานวีริยสมฺปนฺนาติ กายิเกน วีริเยน สมนฺนาคตา, ยถา อญฺญา กุสีตา นิสินฺนฏฺฐาเน นิสินฺนาว โหนฺติ, ฐิตฏฺฐาเน ฐิตาว, เอวํ อหุตฺวา วิปฺผาริเกน จิตฺเตน สพฺพกิจฺจํ นิปฺผาเทตีติ วุตฺตํ โหติ. กุมาริกายาติ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมํ, เหตุมฺหิ วา กรณวจนํ. เตนาห ‘‘กุมาริกาย การณา’’ติ. อาวหนํ อาวาโห, ปริคฺคหภาเวน ทาริกาย คณฺหาปนํ, ตถา ทาปนํ วิวาโห. เตนาห ‘‘ทารกสฺสา’’ติอาทิ.
๒๙๗-๒๙๘. ภตฺตปาจนํ สนฺธาย รนฺธาปนํ วุตฺตํ, ยสฺส กสฺสจิ ปาจนํ สนฺธาย ปจาปนํ วุตฺตํ. ทุฏฺฐุํ กุลํ คตา ทุคฺคตาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยตฺถ วา คตา’’ติอาทิมาห. อาหรณํ อาหาโร. น อุปาหฏนฺติ น ทินฺนํ. กโย คหณํ, วิกฺกโย ทานํ. ตทุภยํ สงฺคณฺหิตฺวา ‘‘โวหาโร’’ติ วุตฺตํ. มณฺฑิตปสาธิโตติ เอตฺถ พาหิรุปกรเณน อลงฺกรณํ มณฺฑนํ, อชฺฌตฺติกานํ เกสาทีนํเยว สณฺฐปนํ ปสาธนํ.
๓๐๐. ‘‘อพฺภุตํ กาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อิมินา ทุกฺกฏํ โหตีติ ทีเปติ. ‘‘ปราชิเตน ทาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตตฺตา อเทนฺโต ธุรนิกฺเขเปน กาเรตพฺโพ. อจิรกาเล อธิกาโร เอตสฺส อตฺถีติ อจิรกาลาธิการิกํ, สญฺจริตฺตํ. ‘‘อจิรกาลาจาริก’’นฺติ วา ปาโฐ, อจิรกาเล อาจาโร อชฺฌาจาโร เอตสฺสาติ อจิรกาลาจาริกํ.
กิญฺจาปิ เอหิภิกฺขูปสมฺปนฺนา เจว สรณคมนูปสมฺปนฺนา จ สญฺจริตฺตาทิปณฺณตฺติวชฺชํ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺติ, เตสํ ปน น สพฺพกาลิกตฺตา เต วชฺเชตฺวา สพฺพกาลานุรูปํ ตนฺตึ ฐเปนฺโต ภควา อิธาปิ ญตฺติจตุตฺเถเนว กมฺเมน อุปสมฺปนฺนํ ภิกฺขุํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺร ยฺวายํ ภิกฺขุ…เป… อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขู’’ติ ปทภาชนํ อาห, น ปน เนสํ สญฺจริตฺตาทิอาปชฺชเน อภพฺพภาวโต. ขีณาสวาปิ หิ อปฺปสฺสุตา กิญฺจาปิ โลกวชฺชํ นาปชฺชนฺติ, ปณฺณตฺติยํ ปน อโกวิทตฺตา วิหารการํ กุฏิการํ สหาคารํ สหเสยฺยนฺติ เอวรูปา กายทฺวาเร อาปตฺติโย อาปชฺชนฺติ, สญฺจริตฺตํ ปทโสธมฺมํ อุตฺตริฉปฺปญฺจวาจํ ภูตาโรจนนฺติ เอวรูปา วจีทฺวาเร อาปตฺติโย อาปชฺชนฺติ, อุปนิกฺขิตฺตสาทิยนวเสน มโนทฺวาเร รูปิยปฏิคฺคหณาปตฺตึ อาปชฺชนฺติ.
๓๐๑. สญฺจรณํ สญฺจโร, โส เอตสฺส อตฺถีติ สญฺจรี, ตสฺส ภาโว สญฺจริตฺตํ. เตนาห ‘‘สญฺจรณภาว’’นฺติ, อิตฺถิปุริสานํ อนฺตเร สญฺจรณภาวนฺติ อตฺโถ. ชายตฺตเน ชารตฺตเนติ จ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมํ, ชายภาวตฺถํ ชารภาวตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ. ชายภาเวติ ภริยภาวาย. ชารภาเวติ สามิกภาวาย. กิญฺจาปิ อิมสฺส ปทภาชเน ‘‘ชารี ภวิสฺสสี’’ติ อิตฺถิลิงฺควเสน ปทภาชนํ วุตฺตํ, ชารตฺตเนติ ปน นิทฺเทสสฺส อุภยลิงฺคสาธารณตฺตา ปุริสลิงฺควเสนปิ โยเชตฺวา อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิตฺถิยา มตึ ปุริสสฺส อาโรเจนฺโต ชารตฺตเน อาโรเจตี’’ติอาทิมาห. เอตฺถ หิ ‘‘ชาโร ภวิสฺสสี’’ติ อิตฺถิยา มตึ ปุริสสฺส อาโรเจนฺโต ชารตฺตเน อาโรเจติ นาม. ปาฬิยํ ปน อิตฺถิลิงฺควเสเนว โยชนา กตา, ตทนุสาเรน ปุริสลิงฺควเสนปิ สกฺกา โยเชตุนฺติ.
อิทานิ ปาฬิยํ วุตฺตนเยนปิ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ปติ ภวิสฺสสีติ วุตฺตเมวตฺถํ ‘‘สามิโก ภวิสฺสสี’’ติ ปริยายวจเนน วิเสเสตฺวา ทสฺเสติ. อิทญฺจ ชารตฺตเนติ นิทฺเทสสฺส อุภยลิงฺคสาธารณตฺตา วุตฺตํ. มุหุตฺติกา ภวิสฺสสีติ อสามิกํ สนฺธาย วุตฺตํ, ชารี ภวิสฺสสีติ สสามิกํ สนฺธาย. อนฺตมโส ตงฺขณิกายปีติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตนฺติ อาห ‘‘เอเตเนวุปาเยนา’’ติอาทิ.
๓๐๓. เสริวิหารนฺติ สจฺฉนฺทจารํ. อตฺตโน วสนฺติ อตฺตโน อาณํ. โคตฺตนฺติ โคตมโคตฺตาทิกํ โคตฺตํ. ธมฺโมติ ปณฺฑรงฺคปริพฺพาชกาทีนํ, เตสํ เตสํ วา กุลานํ ธมฺโม. โคตฺตวนฺเตสุ โคตฺตสทฺโท, ธมฺมจารีสุ จ ธมฺมสทฺโท วตฺตตีติ อาห ‘‘สโคตฺเตหี’’ติอาทิ. ตตฺถ สโคตฺเตหีติ สมานโคตฺเตหิ, เอกวํสชาเตหีติ อตฺโถ. สหธมฺมิเกหีติ เอกสฺส สตฺถุสาสเน สหจริตพฺพธมฺเมหิ, สมานกุลธมฺเมหิ วา. เตเนวาห ‘‘เอกํ สตฺถาร’’นฺติอาทิ. ตตฺถ ‘‘เอกํ สตฺถารํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิเตหี’’ติ อิมินา ปณฺฑรงฺคปริพฺพาชกาทโย วุตฺตา, เอกคณปริยาปนฺเนหีติ มาลาการาทิเอกคณปริยาปนฺเนหิ.
สสามิกา สารกฺขา. ยสฺสา คมเน รญฺญา ทณฺโฑ ฐปิโต, สา สปริทณฺฑา. ปจฺฉิมานํ ทฺวินฺนนฺติ สารกฺขสปริทณฺฑานํ มิจฺฉาจาโร โหติ ตาสํ สสามิกภาวโต. น อิตราสนฺติ อิตราสํ มาตุรกฺขิตาทีนํ อฏฺฐนฺนํ ปุริสนฺตรคมเน นตฺถิ มิจฺฉาจาโร ตาสํ อสามิกภาวโต. ยา หิ สามิกสฺส สนฺตกํ ผสฺสํ เถเนตฺวา ปเรสํ อภิรตึ อุปฺปาเทนฺติ, ตาสํ มิจฺฉาจาโร, น จ มาตาทโย ตาสํ ผสฺเส อิสฺสรา. มาตาทโย หิ น อตฺตนา ผสฺสานุภวนตฺถํ ตา รกฺขนฺติ, เกวลํ อนาจารํ นิเสเธนฺตา ปุริสนฺตรคมนํ ตาสํ วาเรนฺติ. ปุริสสฺส ปน เอตาสุ อฏฺฐสุปิ โหติเยว มิจฺฉาจาโร มาตาทีหิ ยถา ปุริเสน สทฺธึ สํวาสํ น กปฺเปติ, ตถา รกฺขิตตฺตา ปเรสํ รกฺขิตโคปิตํ ผสฺสํ เถเนตฺวา ผุฏฺฐภาวโต.
ธเนน กีตาติ ภริยภาวตฺถํ ธเนน กีตา. เตนาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. โภเคนาติ โภคเหตุ. โภคตฺถญฺหิ วสนฺตี ‘‘โภควาสินี’’ติ วุจฺจติ. ลภิตฺวาติ โย นํ วาเสติ, ตสฺส หตฺถโต ลภิตฺวา. อุทกปตฺตํ อามสิตฺวา คหิตา โอทปตฺตกินี. เตนาห ‘‘อุภินฺน’’นฺติอาทิ. ธเชน อาหฏาติ เอตฺถ ธชโยคโต เสนาว ธชสทฺเทน วุตฺตา, อุสฺสิตทฺธชาย เสนาย อาหฏาติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘อุสฺสิตทฺธชายา’’ติอาทิ.
๓๐๕. พหิทฺธา วิมฏฺฐํ นาม โหตีติ อญฺญตฺถ อาโรจิตํ นาม โหติ. ตํ กิริยํ สมฺปาเทสฺสตีติ ตสฺสา อาโรเจตฺวา ตํ กิจฺจํ สมฺปาเทตุ วา มา วา, ตํกิริยาสมฺปาทเน โยคฺยตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ทารกํ ทาริกญฺจ อชานาเปตฺวา เตสํ มาตาปิตุอาทีหิ มาตาปิตุอาทีนํเยว สนฺติกํ สาสเน เปสิเตปิ หรณวีมํสนปจฺจาหรณสงฺขาตาย ติวงฺคสมฺปตฺติยา สงฺฆาทิเสโส โหติเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยํ อุทฺทิสฺส สาสนํ เปสิตํ, ตํเยว สนฺธาย ตสฺสา มาตุอาทีนํ อาโรจิเต วตฺถุโน เอกตฺตา มาตุอาทโยปิ เขตฺตเมวาติ เขตฺตเมว โอติณฺณภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติอาทิ อุทาหฏํ. อิมินา สเมตีติ เอตฺถายมธิปฺปาโย – ยถา สยํ อนาโรเจตฺวา อญฺเญน อนฺเตวาสิอาทินา อาโรจาเปนฺตสฺส วิสงฺเกโต นตฺถิ, เอวํ ตสฺสา สยํ อนาโรเจตฺวา อาโรจนตฺถํ มาตุอาทีนํ วทนฺตสฺสปิ นตฺถิ วิสงฺเกโตติ. ฆรํ นยตีติ ฆรณี. มูลฏฺฐานญฺจ วเสนาติ เอตฺถ ปุริสสฺส มาตุอาทโย สาสนเปสเน มูลภูตตฺตา ‘‘มูลฏฺฐา’’ติ วุจฺจนฺติ. มาตุรกฺขิตาย มาตา ภิกฺขุํ ปหิณตีติ เอตฺถ อตฺตโน วา ธีตุ สนฺติกํ ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา โหตู’’ติ ภิกฺขุํ ปหิณติ, ปุริสสฺส วา สนฺติกํ ‘‘มม ธีตา อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา โหตู’’ติ ปหิณตีติ คเหตพฺพํ. เอส นโย เสเสสุปิ. ปุพฺเพ วุตฺตนยตฺตาติ ปฐมสงฺฆาทิเสเส วุตฺตนยตฺตา.
๓๓๘. เอตฺโตว ปกฺกมตีติ ปุน อาคนฺตฺวา อาณาปกสฺส อนาโรเจตฺวา ตโตเยว ปกฺกมติ. อญฺเญน กรณีเยนาติ คมนเหตุวิสุทฺธิทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เตเนว ปน กรณีเยน คนฺตฺวาปิ กิญฺจิ อนาโรเจนฺโต น วีมํสติ นาม. อนภินนฺทิตฺวาติ อิทํ ตถา ปฏิปชฺชมานํ สนฺธาย วุตฺตํ, สติปิ อภินนฺทเน สาสนํ อนาโรเจนฺโต ปน น วีมํสติ นาม. ตติยปเท วุตฺตนเยนาติ ‘‘โส ตสฺสา วจนํ อนภินนฺทิตฺวา’’ติอาทินา วุตฺตนเยน. วตฺถุคณนายาติ สมฺพหุลานํ อิตฺถิปุริสานํ สมภาเว สติ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ อิตฺถิปุริสวตฺถูนํ คณนาย. สเจ ปน เอกโต อธิกา โหนฺติ, อธิกานํ คณนาย อาปตฺติเภโท เวทิตพฺโพ.
๓๓๙-๓๔๐. ปาฬิยํ จตุตฺถวาเร อสติปิ ‘‘คจฺฉนฺโต น สมฺปาเทติ, อาคจฺฉนฺโต วิสํวาเทติ, อนาปตฺตี’’ติ อิทํ อตฺถโต อาปนฺนเมวาติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘จตุตฺเถ อนาปตฺตี’’ติ. การุกานนฺติ วฑฺฒกีอาทีนํ. ตจฺฉกอโยการตนฺตวายรชกนฺหาปิตกา ปญฺจ การโว ‘‘การุกา’’ติ วุจฺจนฺติ. เอวรูเปน…เป… อนาปตฺตีติ ตาทิสํ คิหิเวยฺยาวจฺจมฺปิ น โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ.
กายโต สมุฏฺฐาตีติ ปณฺณตฺตึ วา อลํวจนียภาวํ วา อชานนฺตสฺส กายโต สมุฏฺฐาติ. วาจโต สมุฏฺฐาตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. กายวาจโต สมุฏฺฐาตีติ ปณฺณตฺตึ ชานิตฺวา อลํวจนียภาวํ อชานนฺตสฺสปิ กายวาจโต สมุฏฺฐาตีติ เวทิตพฺพํ. อลํวจนียา โหนฺตีติ เทสจาริตฺตวเสน ปณฺณทานาทินา ปริจฺจตฺตา โหนฺติ. ปณฺณตฺตึ ปน ชานิตฺวาติ เอตฺถ อลํวจนียภาวํ วาติ จ ทฏฺฐพฺพํ. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ตทุภยํ ปน ชานิตฺวา เอเตเหว ตีหิ นเยหิ สมาปชฺชนฺตสฺส ตาเนว ตีณิ ตทุภยชานนจิตฺเตน สจิตฺตกานิ โหนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา ปณฺณตฺติชานนจิตฺเตนาติ เอตฺถาปิ ตทุภยชานนํ วตฺตพฺพํ. ภิกฺขุํ อชานาเปตฺวา อตฺตโน อธิปฺปายํ ปณฺเณ ลิขิตฺวา ทินฺนํ หรนฺตสฺสปิ อาปตฺติ โหติ, อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส อจิตฺตกตฺตาติ น คเหตพฺพํ. ปาฬิยํ ปน ‘‘อาโรเจตี’’ติ วุตฺตตฺตา อฏฺฐกถายญฺจ ตตฺถ ตตฺถ อาโรจนสฺเสว ทสฺสิตตฺตา กาเยน วา วาจาย วา อาโรเจนฺตสฺเสว อาปตฺติ โหตีติ คเหตพฺพํ.
๓๔๑. ทุฏฺฐุลฺลาทีสุปีติ อาทิ-สทฺเทน สญฺจริตฺตมฺปิ สงฺคณฺหาติ. เอตฺถ ปน กิญฺจาปิ อิตฺถี นาม มนุสฺสิตฺถี, น ยกฺขี, น เปตี, น ติรจฺฉานคตา, ปุริโส นาม มนุสฺสปุริโส, น ยกฺโขติอาทิ น วุตฺตํ, ตถาปิ มนุสฺสชาติกาว อิตฺถิปุริสา อิธ อธิปฺเปตา. ตสฺมา เยสุ สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชติ, เตสํ มนุสฺสชาติกตา, น นาลํวจนียตา, ปฏิคฺคณฺหนวีมํสนปจฺจาหรณานีติ อิมาเนตฺถ ปญฺจงฺคานิ.
สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.