๓. ตติยปาราชิกํ

ตีหีติ กายวจีมโนทฺวาเรหิ. วิภาวิตนฺติ ปกาสิตํ, เทสิตํ ปญฺญตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ.

ปฐมปญฺญตฺตินิทานวณฺณนา

๑๖๒. ติกฺขตฺตุํ ปาการปริกฺเขปวฑฺฒเนนาติ ติกฺขตฺตุํ ปาการปริกฺเขเปน นครภูมิยา วฑฺฒเนน. วิสาลีภูตตฺตาติ คาวุตนฺตรํ คาวุตนฺตรํ ปุถุภูตตฺตา. พาราณสิรญฺโญ กิร (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๖; ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๖. รตนสุตฺตวณฺณนา) อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ คพฺโภ สณฺฐาสิ, สา ญตฺวา รญฺโญ นิเวเทสิ, ราชา คพฺภปริหารํ อทาสิ. สา สมฺมา ปริหริยมานา คพฺภปริปากกาเล วิชายนฆรํ ปาวิสิ. ปุญฺญวนฺตีนํ ปจฺจูสสมเย คพฺภวุฏฺฐานํ โหติ, สา จ ตาสํ อญฺญตรา, เตน ปจฺจูสสมเย อลตฺตกปฏลพนฺธุชีวกปุปฺผสทิสํ มํสเปสึ วิชายิ. ตโต ‘‘อญฺญา เทวิโย สุวณฺณพิมฺพสทิเส ปุตฺเต วิชายนฺติ, อคฺคมเหสี มํสเปสินฺติ รญฺโญ ปุรโต มม อวณฺโณ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ จินฺเตตฺวา เตน อวณฺณภเยน ตํ มํสเปสึ เอกสฺมึ ภาชเน ปกฺขิปิตฺวา ปฏิกุชฺชิตฺวา ราชมุทฺทิกาย ลญฺเฉตฺวา คงฺคาย โสเต ปกฺขิปาเปสิ. มนุสฺเสหิ ฉฑฺฑิตมตฺเต เทวตา อารกฺขํ สํวิทหึสุ. สุวณฺณปฏฺฏิกญฺเจตฺถ ชาติหิงฺคุลเกน ‘‘พาราณสิรญฺโญ อคฺคมเหสิยา ปชา’’ติ ลิขิตฺวา พนฺธึสุ. ตโต ตํ ภาชนํ อูมิภยาทีหิ อนุปทฺทุตํ คงฺคาโสเตน ปายาสิ.

เตน จ สมเยน อญฺญตโร ตาปโส โคปาลกกุลํ นิสฺสาย คงฺคาตีเร วิหรติ. โส ปาโตว คงฺคํ โอติณฺโณ ตํ ภาชนํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปํสุกูลสญฺญาย อคฺคเหสิ. อเถตฺถ ตํ อกฺขรปฏฺฏิกํ ราชมุทฺทิกาลญฺฉนญฺจ ทิสฺวา มุญฺจิตฺวา ตํ มํสเปสึ อทฺทส. ทิสฺวานสฺส เอตทโหสิ ‘‘สิยา คพฺโภ, ตถา หิสฺส ทุคฺคนฺธปูติภาโว นตฺถี’’ติ. อุทกปฺปวาเหนาคตสฺสปิ หิ อุสฺมา น วิคจฺฉติ, อุสฺมา จ นาม อีทิสาย สวิญฺญาณกตาย ภเวยฺยาติ ‘‘สิยา คพฺโภ’’ติ จินฺเตสิ. ปุญฺญวนฺตตาย ปน ทุคฺคนฺธํ นาโหสิ สอุสุมคตาย ปูติภาโว จ. เอวํ ปน จินฺเตตฺวา อสฺสมํ เนตฺวา นํ สุทฺเธ โอกาเส ฐเปสิ. อถ อฑฺฒมาสจฺจเยน เทฺว มํสเปสิโย อเหสุํ. ตาปโส ทิสฺวา สาธุกตรํ ฐเปสิ. ตโต ปุน อฑฺฒมาสจฺจเยน เอกเมกิสฺสา เปสิยา หตฺถปาทสีสานมตฺถาย ปญฺจ ปญฺจ ปิฬกา อุฏฺฐหึสุ. อถ ตโต อฑฺฒมาสจฺจเยน เอกา มํสเปสิ สุวณฺณพิมฺพสทิโส ทารโก, เอกา ทาริกา อโหสิ. เตสุ ตาปสสฺส ปุตฺตสิเนโห อุปฺปชฺชิ, ทารกานํ ปุญฺญุปนิสฺสยโต องฺคุฏฺฐกโต จสฺส ขีรํ นิพฺพตฺติ. ตโต ปภุติ จ ขีรภตฺตํ อลภิตฺถ. ตาปโส ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ขีรํ ทารกานํ มุเข อาสิญฺจติ. เตสํ ปน ยํ ยํ อุทรํ ปวิสติ, ตํ สพฺพํ มณิภาชนคตํ วิย ทิสฺสติ. จริมภเว โพธิสตฺเต กุจฺฉิคเต โพธิสตฺตมาตุ วิย อุทรจฺฉวิยา อจฺฉวิปฺปสนฺนตาย เอวํ เต นิจฺฉวี อเหสุํ. อปเร อาหุ ‘‘สิพฺพิตฺวา ฐปิตา วิย เนสํ อญฺญมญฺญํ ลีนา ฉวิ อโหสี’’ติ. เอวํ เต นิจฺฉวิตาย วา ลีนจฺฉวิตาย วา ‘‘ลิจฺฉวี’’ติ ปญฺญายึสุ.

ตาปโส ทารเก โปเสนฺโต อุสฺสูเร คามํ ภิกฺขาย ปวิสติ, อติทิวา ปฏิกฺกมติ. ตสฺส ตํ พฺยาปารํ ญตฺวา โคปาลกา อาหํสุ – ‘‘ภนฺเต, ปพฺพชิตานํ ทารกโปสนํ ปลิโพโธ, อมฺหากํ ทารเก เทถ, มยํ โปเสสฺสาม, ตุเมฺห อตฺตโน กมฺมํ กโรถา’’ติ. ตาปโส ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิ. โคปาลกา ทุติยทิวเส มคฺคํ สมํ กตฺวา ปุปฺเผหิ โอกิริตฺวา ธชปฏากา อุสฺสาเปตฺวา ตูริเยหิ วชฺชมาเนหิ อสฺสมํ อาคตา. ตาปโส ‘‘มหาปุญฺญา ทารกา, อปฺปมาเทเนว วฑฺเฒถ, วฑฺเฒตฺวา อญฺญมญฺญํ อาวาหํ กโรถ, ปญฺจโครเสน ราชานํ โตเสตฺวา ภูมิภาคํ คเหตฺวา นครํ มาเปถ, ตตฺถ กุมารํ อภิสิญฺจถา’’ติ วตฺวา ทารเก อทาสิ. เต ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ทารเก เนตฺวา โปเสสุํ. ทารกา วุฑฺฒิมนฺวาย กีฬนฺตา วิวาทฏฺฐาเนสุ อญฺเญ โคปาลกทารเก หตฺเถนปิ ปาเทนปิ ปหรนฺติ, เต โรทนฺติ. ‘‘กิสฺส โรทถา’’ติ จ มาตาปิตูหิ วุตฺตา ‘‘อิเม นิมฺมาตาปิติกา ตาปสโปสิตา อเมฺห อตีว ปหรนฺตี’’ติ วทนฺติ. ตโต เนสํ โปสกมาตาปิตโรปิ ‘‘อิเม ทารกา อญฺเญ ทารเก วิเหเสนฺติ ทุกฺขาเปนฺติ, น อิเม สงฺคเหตพฺพา, วชฺเชตพฺพา อิเม’’ติ อาหํสุ. ตโต ปภุติ กิร โส ปเทโส ‘‘วชฺชี’’ติ วุจฺจติ โยชนสตปริมาเณน.

อถ ตํ ปเทสํ โคปาลกา ราชานํ โตเสตฺวา อคฺคเหสุํ. ตตฺถ จ นครํ มาเปตฺวา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกํ กุมารํ อภิสิญฺจิตฺวา ราชานํ อกํสุ. รชฺชสมฺปตฺติทายกสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา อสมฺภินฺเน เอว ราชกุเล อุปฺปนฺนตฺตา จ ราชกุมารสฺส ปุญฺญานุภาวสญฺโจทิตา เทวตาธิคฺคหิตา อกํสูติ เกจิ. ทารกสฺส ทาริกาย สทฺธึ วาเรยฺยํ กตฺวา กติกํ อกํสุ ‘‘พาหิรโต ทาริกา น อาเนตพฺพา, อิโต ทาริกา น กสฺสจิ ทาตพฺพา’’ติ. เตสํ ปฐมสํวาเสน เทฺว ทารกา ชาตา ธีตา จ ปุตฺโต จ. เอวํ โสฬสกฺขตฺตุํ เทฺว เทฺว ชาตา. ตโต เตสํ ทารกานํ ยถากฺกมํ วฑฺฒนฺตานํ อารามุยฺยานนิวาสฏฺฐานปริวารสมฺปตฺตึ คเหตุํ อปฺปโหนฺตํ นครํ ติกฺขตฺตุํ คาวุตนฺตเรน คาวุตนฺตเรน ปริกฺขิปึสุ. ตสฺส ปุนปฺปุนํ วิสาลีกตตฺตา ‘‘เวสาลี’’เตฺวว นามํ ชาตํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ติกฺขตฺตุํ ปาการปริกฺเขปวฑฺฒเนน วิสาลีภูตตฺตา เวสาลีติ วุจฺจตี’’ติ.

อิทมฺปิ จ นครนฺติ น เกวลํ ราชคหสาวตฺถิโย เยวาติ ทสฺเสติ. ตตฺถ มหาวนํ นามาติอาทิ มชฺฌิมภาณกสํยุตฺตภาณกานํ สมานฏฺฐกถา. มชฺฌิมฏฺฐกถายญฺหิ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๖) สํยุตฺตฏฺฐกถายญฺจ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๙๘๔-๙๘๕) อิมินาว นเยน วุตฺตํ. ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๕๙) ปน ‘‘มหาวเนติ พหินคเร หิมวนฺเตน สทฺธึ เอกาพทฺธํ หุตฺวา ฐิตํ สยํชาตํ วนํ อตฺถิ, ยํ มหนฺตภาเวเนว มหาวนนฺติ วุจฺจติ, ตสฺมึ มหาวเน. กูฏาคารสาลายนฺติ ตสฺมึ วนสณฺเฑ สงฺฆารามํ ปติฏฺฐาเปสุํ. ตตฺถ กณฺณิกํ โยเชตฺวา ถมฺภานํ อุปริ กูฏาคารสาลาสงฺเขเปน เทววิมานสทิสํ ปาสาทํ อกํสุ, ตํ อุปาทาย สกโลปิ สงฺฆาราโม กูฏาคารสาลาติ ปญฺญายิตฺถา’’ติ วุตฺตํ. วนมชฺเฌ กตตฺตา ‘‘วนํ นิสฺสายา’’ติ วุตฺตํ. อาราเมติ สงฺฆาราเม. หํสวฏฺฏกจฺฉทเนนาติ หํสวฏฺฏกปฏิจฺฉนฺเนน, หํสมณฺฑลากาเรนาติ อตฺโถ.

อเนกปริยาเยนาติ เอตฺถ ปริยาย-สทฺโท การณวจโนติ อาห ‘‘อเนเกหิ การเณหี’’ติ, อยํ กาโย อวิญฺญาณโกปิ สวิญฺญาณโกปิ เอวมฺปิ อสุโภ เอวมฺปิ อสุโภติ นานาวิเธหิ การเณหีติ อตฺโถ. อสุภาการสนฺทสฺสนปฺปวตฺตนฺติ เกสาทิวเสน ตตฺถาปิ วณฺณาทิโต อสุภาการสฺส สพฺพโส ทสฺสนวเสน ปวตฺตํ. กายวิจฺฉนฺทนิยกถนฺติ อตฺตโน ปรสฺส จ กรชกาเย วิจฺฉนฺทนุปฺปาทนกถํ. มุตฺตํ วาติอาทินา พฺยติเรกมุเขน กายสฺส อมนุญฺญตํ ทสฺเสติ. ตตฺถ อาทิโต ตีหิ ปเทหิ อทสฺสนียตาย อสารกตาย มชฺเฌ จตูหิ ทุคฺคนฺธตาย, อนฺเต เอเกน เลสมตฺเตนปิ มนุญฺญตาภาวมสฺส ทสฺเสติ. อถ โขติอาทินา อนฺวยโต สรูเปเนว อมนุญฺญตาย ทสฺสนํ. ฉนฺโทติ ทุพฺพลราโค. ราโคติ พลวราโค. ‘‘เกสา โลมาที’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘เยปิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อสุภาติ อาคนฺตุเกน สุภากาเรน วิรหิตตฺตา อสุภา. อสุจิโนติ อตฺตโน สภาเวเนว อสุจิโน. ปฏิกูลาติ นาคริกสฺส อสุจิกฏฺฐานํ วิย ชิคุจฺฉนียตฺตา ปฏิกูลา.

เกสา นาเมเต วณฺณโตปิ ปฏิกูลา, สณฺฐานโตปิ คนฺธโตปิ อาสยโตปิ โอกาสโตปิ ปฏิกูลาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โส จ เนสํ…เป… ปญฺจหิ การเณหิ เวทิตพฺโพ’’ติ อาห. มนุญฺเญปิ (วิสุทฺธิ. ๑.๓๘๓; วิภ. อฏฺฐ. ๓๕๖) หิ ยาคุปตฺเต วา ภตฺตปตฺเต วา เกสวณฺณํ กิญฺจิ ทิสฺวา ‘‘เกสมิสฺสกมิทํ, หรถ น’’นฺติ ชิคุจฺฉนฺติ, เอวํ เกสา วณฺณโต ปฏิกูลา. รตฺตึ ปริภุญฺชนฺตาปิ เกสสณฺฐานํ อกฺกวากํ วา มกจิวากํ วา ฉุปิตฺวา ตเถว ชิคุจฺฉนฺติ, เอวํ สณฺฐานโตปิ ปฏิกูลา. เตลมกฺขนปุปฺผธูปาทิสงฺขารวิรหิตานญฺจ เกสานํ คนฺโธ ปรมเชคุจฺโฉ โหติ, ตโต เชคุจฺฉตโร อคฺคิมฺหิ ปกฺขิตฺตานํ. เกสา หิ วณฺณสณฺฐานโต อปฺปฏิกูลาปิ สิยุํ, คนฺเธน ปน ปฏิกูลาเยว. ยถา หิ ทหรสฺส กุมารกสฺส วจฺจํ วณฺณโต หลิทฺทิวณฺณํ, สณฺฐานโตปิ หลิทฺทิปิณฺฑสณฺฐานํ, สงฺการฏฺฐาเน ฉฑฺฑิตญฺจ อุทฺธุมาตกกาฬสุนขสรีรํ วณฺณโต ตาลปกฺกวณฺณํ, สณฺฐานโต วฏฺเฏตฺวา วิสฺสฏฺฐมุทิงฺคสณฺฐานํ, ทาฐาปิสฺส สุมนมกุฬสทิสาติ อุภยมฺปิ วณฺณสณฺฐานโต สิยา อปฺปฏิกูลํ, คนฺเธน ปน ปฏิกูลเมว, เอวํ เกสาปิ สิยุํ วณฺณสณฺฐานโต อปฺปฏิกูลา, คนฺเธน ปน ปฏิกูลาเยวาติ.

ยถา ปน อสุจิฏฺฐาเน คามนิสฺสนฺเทน ชาตานิ สูเปยฺยปณฺณานิ นาคริกมนุสฺสานํ เชคุจฺฉานิ โหนฺติ อปริโภคานิ, เอวํ เกสาปิ ปุพฺพโลหิตมุตฺตกรีสปิตฺตเสมฺหาทินิสฺสนฺเทน ชาตตฺตา เชคุจฺฉาติ อิทํ เตสํ อาสยโต ปาฏิกุลฺยํ. อิเม จ เกสา นาม คูถราสิมฺหิ อุฏฺฐิตกณฺณกํ วิย เอกตึสโกฏฺฐาสราสิมฺหิ ชาตา, เต สุสานสงฺการฏฺฐานาทีสุ ชาตสากํ วิย ปริขาทีสุ ชาตกมลกุวลยาทิปุปฺผํ วิย จ อสุจิฏฺฐาเน ชาตตฺตา ปรมเชคุจฺฉาติ อิทํ เตสํ โอกาสโต ปาฏิกุลฺยํ. ยถา จ เกสานํ, เอวํ สพฺพโกฏฺฐาสานญฺจ วณฺณสณฺฐานคนฺธาสโยกาสวเสน ปญฺจธา ปฏิกูลตา เวทิตพฺพาติ อาห ‘‘เอวํ โลมาทีน’’นฺติ. ปญฺจปญฺจปฺปเภเทนาติ เอตฺถ พาหิรตฺถสมาโส ทฏฺฐพฺโพ ปญฺจ ปญฺจ ปเภทา เอตสฺสาติ ปญฺจปญฺจปฺปเภโทติ.

สํวณฺเณนฺโตติ วิตฺถาเรนฺโต. อสุภายาติ อสุภมาติกาย. ผาติกมฺมนฺติ พหุลีกาโร. ปญฺจงฺควิปฺปหีนํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตนฺติ เอตฺถ กามจฺฉนฺโท พฺยาปาโท ถินมิทฺธํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ วิจิกิจฺฉาติ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ นีวรณานํ ปหานวเสน ปญฺจงฺควิปฺปหีนตา เวทิตพฺพา. น หิ เอเตสุ อปฺปหีเนสุ ฌานํ อุปฺปชฺชติ, เตนสฺเสตานิ ปหานงฺคานีติ วุจฺจนฺติ. กิญฺจาปิ หิ ฌานกฺขเณ อญฺเญปิ อกุสลา ธมฺมา ปหียนฺติ, ตถาปิ เอตาเนว วิเสเสน ฌานนฺตรายกรานิ. กามจฺฉนฺเทน หิ นานาวิสยปโลภิตํ จิตฺตํ น เอกตฺตารมฺมเณ สมาธิยติ, กามจฺฉนฺทาภิภูตํ วา จิตฺตํ น กามธาตุปฺปหานาย ปฏิปทํ ปฏิปชฺชติ, พฺยาปาเทน จ อารมฺมเณ ปฏิหญฺญมานํ น นิรนฺตรํ ปวตฺตติ, ถินมิทฺธาภิภูตํ อกมฺมญฺญํ โหติ, อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจปเรตํ อวูปสนฺตเมว หุตฺวา ปริพฺภมติ, วิจิกิจฺฉาย อุปหตํ ฌานาธิคมสาธิกํ ปฏิปทํ นาโรหติ. อิติ วิเสเสน ฌานนฺตรายกรตฺตา เอตาเนว ปหานงฺคานีติ วุตฺตานิ.

ยสฺมา ปน วิตกฺโก อารมฺมเณ จิตฺตํ อภินิโรเปติ, วิจาโร อนุปฺปพนฺธติ, เตหิ อวิกฺเขปาย สมฺปาทิตปโยคสฺส เจตโส ปโยคสมฺปตฺติสมฺภวา ปีติ ปีนนํ, สุขญฺจ อุปพฺรูหนํ กโรติ, อถ นํ สสมฺปยุตฺตธมฺมํ เอเตหิ อภินิโรปนานุพนฺธนปีนนอุปพฺรูหเนหิ อนุคฺคหิตา เอกคฺคตา เอกตฺตารมฺมเณ สมํ สมฺมา อาธิยติ, ตสฺมา วิตกฺโก วิจาโร ปีติ สุขํ จิตฺเตกคฺคตาติ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อุปฺปตฺติวเสน ปญฺจงฺคสมนฺนาคตตา เวทิตพฺพา. อุปฺปนฺเนสุ หิ เอเตสุ ปญฺจสุ ฌานํ อุปฺปนฺนํ นาม โหติ, เตนสฺส เอตานิ ปญฺจ สมนฺนาคตงฺคานีติ วุจฺจนฺติ. ตสฺมา น เอเตหิ สมนฺนาคตํ อญฺญเทว ฌานํ นาม อตฺถีติ คเหตพฺพํ. ยถา ปน องฺคมตฺตวเสเนว จตุรงฺคินี เสนา, ปญฺจงฺคิกํ ตูริยํ อฏฺฐงฺคิโก จ มคฺโคติ วุจฺจติ, เอวมิทมฺปิ องฺคมตฺตวเสเนว ‘‘ปญฺจงฺคิก’’นฺติ วา ‘‘ปญฺจงฺคสมนฺนาคต’’นฺติ วา วุจฺจตีติ เวทิตพฺพํ.

เอตานิ จ ปญฺจงฺคานิ กิญฺจาปิ อุปจารกฺขเณปิ อตฺถิ, อถ โข อุปจาเร ปกติจิตฺตโต พลวตรานิ, อิธ ปน อุปจารโตปิ พลวตรานิ รูปาวจรกฺขณปฺปตฺตานิ. เอตฺถ หิ วิตกฺโก สุวิสเทน อากาเรน อารมฺมเณ จิตฺตํ อภินิโรปยมาโน อุปฺปชฺชติ, วิจาโร อติวิย อารมฺมณํ อนุมชฺชมาโน, ปีติสุขํ สพฺพาวนฺตมฺปิ กายํ ผรมานํ. เตเนว วุตฺตํ ‘‘นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต กายสฺส วิเวกเชน ปีติสุเขน อปฺผุฏํ โหตี’’ติ. จิตฺเตกคฺคตาปิ เหฏฺฐิมมฺหิ สมุคฺคปฏเล อุปริมํ สมุคฺคปฏลํ วิย อารมฺมเณ สุผุสิตา หุตฺวา อุปฺปชฺชติ. อยเมเตสํ อิตเรหิ วิเสโส, ตสฺมา ‘‘ปญฺจงฺคสมนฺนาคต’’นฺติ อปฺปนาฌานเมว วิเสเสตฺวา วุตฺตํ.

ติวิธกลฺยาณํ ทสลกฺขณสมฺปนฺนนฺติ เอตฺถ ปน ฌานสฺส อาทิมชฺฌปริโยสานวเสน ติวิธกลฺยาณตา, เตสํเยว อาทิมชฺฌปริโยสานานํ ลกฺขณวเสน ทสลกฺขณสมฺปนฺนตา เวทิตพฺพา. วิตฺถารนยํ ปเนตฺถ สยเมว ปกาสยิสฺสติ. กิเลสโจเรหิ อนภิภวนียตฺตา ฌานํ ‘‘จิตฺตมญฺชูส’’นฺติ วุตฺตํ. นิสฺสายาติ ปาทกํ กตฺวา.

ทสลกฺขณวิภาวเนเนว ติวิธกลฺยาณตาปิ วิภาวิตา โหตีติ ทสลกฺขณํ ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺริมานี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปาริปนฺถิกโต จิตฺตวิสุทฺธีติอาทีนํ ปทานํ อตฺโถ ‘‘ตตฺรายํ ปาฬี’’ติอาทินา วุตฺตปาฬิวณฺณนายเมว อาวิ ภวิสฺสติ. ตตฺราติ ตสฺมึ ทสลกฺขณวิภาวเน. ปฏิปทาวิสุทฺธีติ ปฏิปชฺชติ ฌานํ เอตายาติ ปฏิปทา, โคตฺรภุปริโยสาโน ปุพฺพภาคิโย ภาวนานโย. ปริปนฺถโต วิสุชฺฌนํ วิสุทฺธิ, ปฏิปทาย วิสุทฺธิ ปฏิปทาวิสุทฺธิ. สา ปนายํ ยสฺมา ฌานสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ลพฺภติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปฏิปทาวิสุทฺธิ อาที’’ติ. อุเปกฺขานุพฺรูหนาติ วิโสเธตพฺพตาทีนํ อภาวโต ฌานปริยาปนฺนาย ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาย กิจฺจนิปฺผตฺติยา อนุพฺรูหนา. สา ปนายํ ยสฺมา วิเสสโต ฌานสฺส ฐิติกฺขเณ ลพฺภติ, เตน วุตฺตํ ‘‘อุเปกฺขานุพฺรูหนา มชฺเฌ’’ติ. สมฺปหํสนาติ ตตฺถ ธมฺมานํ อนติวตฺตนาทิสาธกสฺส ญาณสฺส กิจฺจนิปฺผตฺติวเสน ปริโยทปนา. สา ปน ยสฺมา ฌานสฺส โอสานกฺขเณ ปากฏา โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สมฺปหํสนา ปริโยสาน’’นฺติ. อิมานิ ตีณิ ลกฺขณานีติ ปริปนฺถโต จิตฺตสฺส วิสุชฺฌนากาโร, มชฺฌิมสฺส สมถนิมิตฺตสฺส ปฏิปชฺชนากาโร, ตตฺถ ปกฺขนฺทนากาโรติ อิมานิ ตีณิ ฌานสฺส อาทิโต อุปฺปาทกฺขเณ อปฺปนาปฺปตฺติลกฺขณานิ. เตหิ อากาเรหิ วินา อปฺปนาปฺปตฺติยา อภาวโต อสติ จ อปฺปนายํ ตทภาวโต อาทิกลฺยาณญฺเจว วิสุทฺธิปฏิปทตฺตา ยถาวุตฺเตหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคตตฺตา จ ติลกฺขณสมฺปนฺนญฺจ. อิมินา นเยน มชฺฌปริโยสานลกฺขณานญฺจ โยชนา เวทิตพฺพา.

เกจิ ปน ‘‘ปฏิปทาวิสุทฺธิ นาม สสมฺภาริโก อุปจาโร, อุเปกฺขานุพฺรูหนา นาม อปฺปนา, สมฺปหํสนา นาม ปจฺจเวกฺขณา’’ติ วณฺณยนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ. ตถา หิ สติ อฌานธมฺเมหิ ฌานสฺส คุณสํกิตฺตนํ นาม กตํ โหติ. น หิ ภูมนฺตรํ ภูมนฺตรปริยาปนฺนํ โหติ, ปาฬิยา เจตํ วิรุชฺฌติ. ‘‘เอกตฺตคตํ จิตฺตํ ปฏิปทาวิสุทฺธิปกฺขนฺทญฺเจว โหติ อุเปกฺขานุพฺรูหิตญฺจ ญาเณน จ สมฺปหํสิต’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๕๘) หิ ปาฬิยํ วุตฺตํ. เอตฺถ หิ เอกตฺตคตํ จิตฺตนฺติ อินฺทฺริยานํ เอกรสภาเวน เอกคฺคตาย จ สิขาปฺปตฺติยา ตทนุคุณํ เอกตฺตคตํ สสมฺปยุตฺตํ อปฺปนาปฺปตฺตํ จิตฺตํ วุตฺตํ, ตสฺเสว จ ปฏิปทาวิสุทฺธิปกฺขนฺทตาทิ อนนฺตรํ วุจฺจเต. ตสฺมา ปาฬิยํ เอกสฺมึเยว อปฺปนาจิตฺตกฺขเณ ปฏิปทาวิสุทฺธิอาทีนํ วุตฺตตฺตา อนฺโตอปฺปนายเมว ปริกมฺมาคมนวเสน ปฏิปทาวิสุทฺธิ, ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาย กิจฺจวเสน อุเปกฺขานุพฺรูหนา, ธมฺมานํ อนติวตฺตนาทิภาวสาธเนน ปริโยทาปกสฺส ญาณสฺส กิจฺจนิปฺผตฺติวเสน สมฺปหํสนา จ เวทิตพฺพา.

กถํ? ยสฺมึ (ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๕๘; วิสุทฺธิ. ๑.๑๗๕) วาเร อปฺปนา อุปฺปชฺชติ, ตสฺมึ โย นีวรณสงฺขาโต กิเลสคโณ ตสฺส ฌานสฺส ปริปนฺโถ, ตโต จิตฺตํ วิสุชฺฌติ, วิสุทฺธตฺตา อาวรณวิรหิตํ หุตฺวา มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปชฺชติ. มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ นาม สมปฺปวตฺโต อปฺปนาสมาธิเยว, ลีนุทฺธจฺจสงฺขาตานํ อุภินฺนํ อนฺตานํ อนุปคมเนน มชฺฌิโม, สวิเสสํ ปจฺจนีกธมฺมานํ วูปสมนโต สมโถ, โยคิโน สุขวิเสสานํ การณภาวโต นิมิตฺตนฺติ กตฺวา. ตสฺส ปน อปฺปนาจิตฺตสฺส อนนฺตรปจฺจยภูตํ โคตฺรภุจิตฺตํ สติปิ ปริตฺตมหคฺคตภาวเภเท ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนภาวเภเท จ เอกิสฺสาเยว สนฺตติยา ปริณามูปคมนโต เอกสนฺตติปริณามนเยน ตถตฺตํ อปฺปนาสมาธิวเสน สมาหิตภาวํ อุปคจฺฉมานํ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปชฺชติ นาม. เอวํ ปฏิปนฺนตฺตา ตถตฺตุปคมเนน ตตฺถ ปกฺขนฺทติ นาม. ยสฺมิญฺหิ ขเณ ตถตฺตํ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปชฺชติ, ตสฺมึเยว ขเณ ตถตฺตุปคมเนน อปฺปนาสมาธินา สมาหิตภาวูปคมเนน ตตฺถ ปกฺขนฺทติ นาม. เอวํ ตาว ปุริมสฺมึ โคตฺรภุจิตฺเต วิชฺชมานา ปริปนฺถวิสุทฺธิมชฺฌิมสมถปฺปฏิปตฺติปกฺขนฺทนาการา อาคมนวเสน นิปฺผชฺชมานา ปฐมสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทกฺขเณเยว ปฏิปทาวิสุทฺธีติ เวทิตพฺพา. เตเยว หิ อาการา ปจฺจยวิเสสโต ฌานกฺขเณ นิปฺผชฺชมานา ปฏิปทาวิสุทฺธีติ วุตฺตา.

เอวํ วิสุทฺธสฺส ปน ตสฺส จิตฺตสฺส ปุน โสเธตพฺพาภาวโต วิโสธเน พฺยาปารํ อกโรนฺโต วิสุทฺธํ จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขติ นาม. สมถภาวูปคมเนน สมถปฺปฏิปนฺนสฺส ปุน สมาธาเน พฺยาปารํ อกโรนฺโต สมถปฺปฏิปนฺนํ อชฺฌุเปกฺขติ นาม. สมถปฺปฏิปนฺนภาวโต เอว จสฺส กิเลสสํสคฺคํ ปหาย เอกตฺเตน อุปฏฺฐิตสฺส ปุน เอกตฺตุปฏฺฐาเน พฺยาปารํ อกโรนฺโต เอกตฺตุปฏฺฐานํ อชฺฌุเปกฺขติ นาม. เอวํ ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาย กิจฺจวเสน อุเปกฺขานุพฺรูหนา เวทิตพฺพา.

เย ปเนเต เอวํ อุเปกฺขานุพฺรูหิเต ตสฺมึ ฌานจิตฺเต ชาตา สมาธิปญฺญาสงฺขาตา ยุคนทฺธธมฺมา อญฺญมญฺญํ อนติวตฺตมานา หุตฺวา ปวตฺตา, ยานิ จ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ นานากิเลเสหิ วิมุตฺตตฺตา วิมุตฺติรเสน เอกรสานิ หุตฺวา ปวตฺตานิ, ยญฺเจส ตทุปคํ เตสํ อนติวตฺตนเอกรสสภาวานํ อนุจฺฉวิกํ วีริยํ วาหยติ, ยา จสฺส ตสฺมึ ขเณ ปวตฺตา อาเสวนา, สพฺเพปิ เต อาการา ยสฺมา ญาเณน สํกิเลสโวทาเนสุ ตํ ตํ อาทีนวญฺจ อานิสํสญฺจ ทิสฺวา ตถา ตถา สมฺปหํสิตตฺตา วิโสธิตตฺตา ปริโยทาปิตตฺตา นิปฺผนฺนา, ตสฺมา ธมฺมานํ อนติวตฺตนาทิภาวสาธเนน ปริโยทาปกสฺส ญาณสฺส กิจฺจนิปฺผตฺติวเสน สมฺปหํสนา เวทิตพฺพาติ วุตฺตํ.

อถ กสฺมา สมฺปหํสนาว ‘‘ปริโยสาน’’นฺติ วุตฺตา, น อุเปกฺขานุพฺรูหนาติ? ยสฺมา ตสฺมึ ภาวนาจิตฺเต อุเปกฺขาวเสน ญาณํ ปากฏํ โหติ, ตสฺมา ญาณกิจฺจภูตา สมฺปหํสนา ‘‘ปริโยสาน’’นฺติ วุตฺตา. ตถา หิ อปฺปนากาเล ภาวนาย สมปฺปวตฺติยา ปฏิปกฺขสฺส จ สุปฺปหานโต ปคฺคหาทีสุ พฺยาปารสฺส อกาตพฺพโต อชฺฌุเปกฺขนาว โหติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สมเย จิตฺตสฺส อชฺฌุเปกฺขนา วิสุทฺธํ จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขตี’’ติ จ อาทิ. สา ปนายํ อชฺฌุเปกฺขนา ญาณสฺส กิจฺจสิทฺธิยา โหติ วิเสสโต ญาณสาธนตฺตา อปฺปนาพฺยาปารสฺส, ตสฺมา ญาณกิจฺจภูตา สมฺปหํสนา ‘‘ปริโยสาน’’นฺติ วุตฺตา. เอวํ ติวิธาย ปฏิปทาวิสุทฺธิยา ลทฺธวิเสสาย ติวิธาย อุเปกฺขานุพฺรูหนาย สาติสยํ ปญฺญินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตภาเวน จตุพฺพิธาปิ สมฺปหํสนา สิชฺฌตีติ อาคมนุเปกฺขาญาณกิจฺจวเสน ทสปิ อาการา ฌาเน เอว เวทิตพฺพา.

เอวํ ติวิธตฺตคตํ จิตฺตนฺติอาทีนิ ตสฺเสว จิตฺตสฺส โถมนวจนานิ. ตตฺถ เอวํ ติวิธตฺตคตนฺติ เอวํ ยถาวุตฺเตน วิธินา ปฏิปทาวิสุทฺธิปกฺขนฺทนอุเปกฺขานุพฺรูหนญาณสมฺปหํสนาวเสน ติวิธภาวํ คตํ. วิตกฺกสมฺปนฺนนฺติ กิเลสกฺโขภวิรหิตตฺตา วิตกฺเกน สุนฺทรภาวมุปคตํ. จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานสมฺปนฺนนฺติ ตสฺมึเยว อารมฺมเณ จิตฺตสฺส นิรนฺตรปฺปวตฺติสงฺขาเตน อธิฏฺฐาเนน สมฺปนฺนํ อนูนํ. ยถา อธิฏฺฐานวสิยํ อธิฏฺฐานนฺติ ฌานปฺปวตฺติ, ตถา อิธาปิ จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานนฺติ จิตฺเตกคฺคตาปิ ยุชฺชติ. เตน หิ เอกสฺมึเยว อารมฺมเณ จิตฺตํ อธิฏฺฐาติ, น เอตฺถ วิกฺขิปตีติ. สมาธิสมฺปนฺนนฺติ วิสุํ วุตฺตตฺตา ปน วุตฺตนเยเนว คเหตพฺโพ. อถ วา สมาธิสฺเสว ฌานงฺคสงฺคหิตตฺตา ‘‘จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานสมฺปนฺน’’นฺติ ฌานงฺคปญฺจกวเสน วุตฺตํ. สมาธิสมฺปนฺนนฺติ อินฺทฺริยสงฺคหิตตฺตา อินฺทฺริยปญฺจกวเสน.

อสุภสญฺญาปริจิเตนาติ สกลํ กายํ อสุภนฺติ ปวตฺตาย สญฺญาย สหคตตฺตา ฌานํ อสุภสญฺญา, เตน ปริจิเตน ปริภาวิเตน. เจตสาติ จิตฺเตน. พหุลนฺติ อภิณฺหํ. วิหรโตติ วิหรนฺตสฺส, อสุภสมาปตฺติพหุลสฺสาติ อตฺโถ. เมถุนธมฺมสมาปตฺติยาติ เมถุนธมฺเมน สมงฺคิภาวโต. ปฏิลียตีติ เอกปสฺเสน นิลียติ นิลีนํ วิย โหติ. ปฏิกุฏตีติ สงฺกุจติ. ปฏิวตฺตตีติ นิวตฺตติ. น สมฺปสารียตีติ น วิสรติ, อภิรติวเสน น ปกฺขนฺทตีติ อตฺโถ. อถ วา ปฏิลียตีติ สงฺกุจติ ตตฺถ ปฏิกูลตาย สณฺฐิตตฺตา. ปฏิกุฏตีติ อปสกฺกติ น อุปสกฺกติ. ปฏิวตฺตตีติ นิวตฺตติ, ตโต เอว น สมฺปสารียตีติ. นฺหารุททฺทุลนฺติ นฺหารุขณฺฑํ นฺหารุวิเลขนํ วา.

อทฺธมาสนฺติ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. ปฏิสลฺลียิตุนฺติ ยถาวุตฺตกาลํ ปฏิ ปฏิ ทิวเส ทิวเส สมาปตฺติยํ ธมฺมจินฺตาย จิตฺตํ นิลียิตุํ. ปยุตฺตวาจนฺติ ปจฺจยปฏิสํยุตฺตวาจํ, พุทฺธา อิเมสุ ทิวเสสุ ปิณฺฑาย น จรนฺติ, วิหาเรเยว นิสีทนฺติ, เตสํ ทินฺนํ มหปฺผลํ โหตีติ อาทิวจนํ.

กลฺยาณูปนิสฺสยวเสนาติ ปพฺพชฺชาย อุปนิสฺสยวเสน. ปเร กิราติ กิร-สทฺโท อรุจิสูจนตฺโถ. เตนาห ‘‘อิทํ ปน อิจฺฉามตฺต’’นฺติ, ปวตฺติอชานนํ อาโรจยิตาภาโว ญาเต นิวารณญฺจาติ อิทํ เตสํ อิจฺฉามตฺตํ, น ปน การณนฺติ อตฺโถ. อปเร ปน วทนฺติ ‘‘เอตสฺมึ กิร อฑฺฒมาเส น โกจิ พุทฺธเวเนยฺโย อโหสิ, อถ สตฺถา อิมํ อฑฺฒมาสํ ผลสมาปตฺติสุเขน วีตินาเมสฺสามิ, อิติ มยฺหญฺเจว สุขวิหาโร ภวิสฺสติ, อนาคเต จ ปจฺฉิมา ชนตา ‘สตฺถาปิ คณํ ปหาย เอกโก วิหาสิ, กิมงฺคํ ปน มย’นฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชิสฺสติ, ตทสฺส ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายาติ อิมินา การเณน เอวมาหา’’ติ. เนว โกจิ ภควนฺตํ อุปสงฺกมตีติ ฐเปตฺวา ปิณฺฑปาตนีหารกํ อญฺโญ โกจิ เนว ภควนฺตํ อุปสงฺกมติ, ภิกฺขุสงฺโฆ ปน สตฺถุ วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เอกํ ภิกฺขุํ อทาสิ. โส ปาโตว คนฺธกุฏิปริเวณสมฺมชฺชนมุโขทกทนฺตกฏฺฐทานาทีนิ สพฺพกิจฺจานิ ตสฺมึ ตสฺมึ ขเณ กตฺวา อปคจฺฉติ.

อเนกการณสมฺมิสฺโสติ เอตฺถ กายสฺส อสุจิทุคฺคนฺธเชคุจฺฉปฏิกูลตาว อเนกการณํ. มณฺฑนกปกติโกติ อลงฺการกสภาโว. โกจิ ตรุโณปิ ยุวา น โหติ, โกจิ ยุวาปิ มณฺฑนกชาติโก น โหติ ยถา อุปสนฺตสภาโว อาลสิยพฺยสนาทีหิ วา อภิภูโต, อิธ ปน ทหโร เจว ยุวา จ มณฺฑนกชาติโก จ อธิปฺเปโต. ปฐมโยพฺพนํ นาม ปนฺนรสวสฺสโต ยาว ทฺวตฺตึส สํวจฺฉรานิ, โสฬสวสฺสโต วา ยาว เตตฺตึส วสฺสานิ. กุณปนฺติ มตกเฬวรํ, อหิสฺส กุณปํ อหิกุณปํ. เอวํ อิตรานิปิ. อติปฏิกูลชิคุจฺฉนียสภาวโต เจตฺถ อิมาเนว ตีณิ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ. อญฺเญสญฺหิ สสสูกราทีนํ กุณปํ มนุสฺสา กฏุกภณฺฑาทีหิ อภิสงฺขริตฺวา ปริภุญฺชนฺติปิ, อิเมสํ ปน กุณปํ อภินวมฺปิ ชิคุจฺฉนฺติเยว, โก ปน วาโท กาลาติกฺกเมน ปูติภูเต. อติปฏิกูลชิคุจฺฉนียตา จ เนสํ อติวิย ทุคฺคนฺธตาย, สา จ อหีนํ ติขิณโกปตาย กุกฺกุรมนุสฺสานํ โอทนกุมฺมาสูปจยตาย จ สรีรสฺส โหตีติ วทนฺติ.

สมณกุตฺตโกติ สมณกิจฺจโก, กาสาวนิวาสนาทิวเสน สมณกิจฺจการีติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘สมณเวสธารโก’’ติ. สพฺพมกํสูติ ปุถุชฺชนา สาวชฺเชปิ ตตฺถ อนวชฺชสญฺญิโน หุตฺวา กรณการาปนสมนุญฺญตาทิเภทํ สพฺพมกํสุ. โลหิตกนฺติ เอตฺถ ‘‘โลหิตคต’’นฺติปิ ปฐนฺติ. วคฺคูติ มตา วคฺคุมตา. ปุญฺญสมฺมตาติ ปุชฺชภวผลนิพฺพตฺตเนน สตฺตานํ ปุนเนน วิโสธเนน ปุญฺญนฺติ สมฺมตา. ปวาเหสฺสามีติ คมยิสฺสามิ, วิโสเธสฺสามีติ อตฺโถ.

๑๖๓. มารเธยฺยํ วุจฺจติ เตภูมกา ธมฺมา. วจนตฺถโต ปน มารสฺส เธยฺยํ มารเธยฺยํ. เธยฺยนฺติ ฐานํ วตฺถุ นิวาโส โคจโร. มาโร วา เอตฺถ ธิยติ ติฏฺฐติ ปวตฺตตีติ มารเธยฺยํ, มาโรติ เจตฺถ กิเลสมาโร อธิปฺเปโต, กิเลสมารวเสเนว จ เทวปุตฺตมารสฺส กามภเว อาธิปจฺจนฺติ. มารวิสยํ นาติกฺกมิสฺสตีติ จินฺเตตฺวาติ เอวมยํ สํเวคํ ปฏิลภิตฺวา มารวิสยํ อติกฺกเมยฺยาปิ, มยา ปน เอวํ วุตฺเต อุปฺปนฺนํ สํเวคํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา มารวิสยํ นาติกฺกมิสฺสตีติ เอวํ จินฺเตตฺวา. ทฺวิวจนนฺติ ทฺวิกฺขตฺตุํ วจนํ, อาเมฑิตวจนนฺติ วุตฺตํ โหติ. นิโยเชนฺตีติ เอตฺถ อยํ อนฺธพาลา เทวตา เอวํ อุปฺปนฺนสํเวคมูลกํ สมณธมฺมํ กตฺวา ‘‘อยํ มารวิสยํ อติกฺกเมยฺยาปี’’ติ จินฺเตตฺวา อตฺตโน อญฺญาณตาย ‘‘มตา สํสารโต มุจฺจนฺตี’’ติ เอวํลทฺธิกาปิ สมานา อตฺตโน ลทฺธิวเสน มตา ภิกฺขู สํสารโต มุจฺจนฺตีติ อิมมตฺถํ อนุปปริกฺขิตฺวา ตํ ตตฺถ นิโยเชสีติ เวทิตพฺพํ.

กิญฺจาปิ อสุภกถํ กเถนฺเตน ภควตา ยถา เตสํ ภิกฺขูนํ มรณภยํ น ภวิสฺสติ, ตถา เทสิตตฺตา ภิกฺขูนญฺจ ตํ ธมฺมกถํ สุตฺวา อสุภภาวนานุโยเคน กาเย วิคตฉนฺทราคตาย มรณสฺส อภิปตฺถิตภาวโต ภยํ นตฺถิ, ตํ ปน อสิหตฺถํ ตถา วิจรนฺตํ ทิสฺวา ตทญฺเญสํ ภิกฺขูนํ อุปฺปชฺชนกภยํ สนฺธาย ‘‘โหติเยว ภย’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ วทนฺติ. ‘‘อตฺตนาปิ อตฺตานํ ชีวิตา โวโรเปนฺติ, อญฺญมญฺญมฺปิ ชีวิตา โวโรเปนฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘สพฺพานิปิ ตานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ชีวิตา โวโรเปสี’’ติ อิทํ เยภุยฺยวเสน วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. อปฺปกญฺหิ อูนมธิกํ วา คณนูปคํ น โหตีติ ‘‘ปญฺจสตานี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา เย จ อตฺตนาว อตฺตานํ อญฺญมญฺญญฺจ ชีวิตา โวโรเปสุํ, เต ฐเปตฺวา อวเสเส ปุถุชฺชนภิกฺขู สพฺเพ จ อริเย อยํ ชีวิตา โวโรเปสีติ เวทิตพฺพํ.

๑๖๔. ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ เอตฺถ ปฏิสลฺลานนฺติ เตหิ เตหิ สตฺตสงฺขาเรหิ ปฏินิวตฺติตฺวา อปสกฺกิตฺวา สลฺลานํ นิลียนํ วิเวจนํ, กายจิตฺเตหิ ตโต วิวิตฺตตา เอกีภาโวติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘เอกีภาวโต’’ติ, ปวิเวกโตติ อตฺโถ. เอกีภาโวติ หิ กายจิตฺตวิเวโก วุตฺโต. วุฏฺฐิโตติ ตโต ทุวิธวิเวกโต ภวงฺคุปฺปตฺติยา รูปารมฺมณาทิสงฺขารสมาโยเคน คหฏฺฐปพฺพชิตาทิสตฺตสมาคเมน จ อเปโต. อุทฺเทสํ ปริปุจฺฉํ คณฺหนฺตีติ อตฺตโน อตฺตโน อาจริยานํ สนฺติเก คณฺหนฺติ. กามํ ทสานุสฺสติคฺคหเณเนว อานาปานสฺสติปิ คหิตา, สา ปน ตตฺถ สนฺนิปติตภิกฺขูสุ พหูนํ สปฺปายา สาตฺถิกา จ, ตสฺมา ปุน คหิตา. ตถา หิ ภควา ตเมว กมฺมฏฺฐานํ เตสํ ภิกฺขูนํ กเถสิ. อาหาเร ปฏิกูลสญฺญา อสุภกมฺมฏฺฐานสทิสา, จตฺตาโร ปน อารุปฺปา อาทิกมฺมิกานํ อนนุรูปาติ เตสํ อิธ อคฺคหณํ ทฏฺฐพฺพํ.

เวสาลึ อุปนิสฺสายาติ เวสาลีนครํ โคจรคามํ กตฺวา. อุปฏฺฐานสาลายนฺติ ธมฺมสภายํ. มุหุตฺเตเนวาติ สตฺถริ สทฺธมฺเม จ คารเวน อุปคตภิกฺขูนํ วจนสมนนฺตรเมว อุฏฺฐหึสูติ กตฺวา วุตฺตํ. พุทฺธกาเล กิร ภิกฺขู ภควโต สนฺเทสํ สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตุํ โอหิตโสตา วิหรนฺติ. ยสฺสาติ ยสฺส กตฺตพฺพสฺส. กาลนฺติ เทสนากาลํ สนฺธาย วทติ.

ปฐมปญฺญตฺตินิทานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อานาปานสฺสติสมาธิกถาวณฺณนา

๑๖๕. อรหตฺตปฺปตฺติยาติ อรหตฺตปฺปตฺติอตฺถาย. อญฺญํ ปริยายนฺติ อรหตฺตาธิคมตฺถาย อญฺญมฺปิ การณํ. อาจิกฺขนฺโตติ ปสํสาปุพฺพกํ เทเสนฺโต, ปสํสา จ ตตฺถ อภิรุจิชนเนน อุสฺสาหนตฺถา. ตญฺหิ สุตฺวา ภิกฺขู ‘‘ภควา อิมํ สมาธึ อเนเกหิ อากาเรหิ ปสํสติ, สนฺโต กิรายํ สมาธิ ปณีโต จ อเสจนโก จ สุโข จ วิหาโร, ปาปธมฺเม จ ฐานโส อนฺตรธาเปตี’’ติ สญฺชาตาภิรุจิโน อุสฺสาหชาตา สกฺกจฺจํ อนุยุญฺชิตพฺพํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ มญฺญนฺติ.

อตฺถโยชนกฺกมนฺติ อตฺถญฺจ โยชนกฺกมญฺจ. ภควา อตฺตโน ปจฺจกฺขภูตํ สมาธึ เทสนานุภาเวน เตสมฺปิ ภิกฺขูนํ อาสนฺนํ ปจฺจกฺขญฺจ กโรนฺโต สมฺปิณฺฑนวเสน ‘‘อยมฺปิ โข’’ติอาทิมาห. อสฺสาสปสฺสาสปริคฺคาหิกาติ ทีฆรสฺสาทิวิเสเสหิ สทฺธึ อสฺสาสปสฺสาเส ปริจฺฉิชฺช คาหิกา, เต อารพฺภ ปวตฺตาติ อตฺโถ.

อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ ปาฬิยา วิภาเวนฺโต อาห ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ. ตตฺถ โน ปสฺสาโส โน อสฺสาโสติ โส โสเยว อตฺโถ ปฏิเสเธน วิเสเสตฺวา วุตฺโต. อสฺสาสวเสนาติ อสฺสาสํ อารมฺมณํ กตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ปสฺสาสวเสนาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อุปฏฺฐานํ สตีติ อสมฺมุสฺสนตาย ตเมว อสฺสาสํ ปสฺสาสญฺจ อุปคนฺตฺวา ฐานํ สติ นามาติ อตฺโถ. เอตฺตาวตา อานาปาเนสุ สติ อานาปานสฺสตีติ อยมตฺโถ วุตฺโต โหติ. อิทานิ สติวเสเนว ปุคฺคลํ นิทฺทิสิตุกาเมน ‘‘โย อสฺสสติ, ตสฺสุปฏฺฐาติ, โย ปสฺสสติ, ตสฺสุปฏฺฐาตี’’ติ วุตฺตํ. โย อสฺสสติ, ตสฺส สติ อสฺสาสํ อุปคนฺตฺวา ติฏฺฐติ. โย ปสฺสสติ, ตสฺส สติ ปสฺสาสํ อุปคนฺตฺวา ติฏฺฐตีติ อตฺโถ.

ยุตฺโตติ สมฺปยุตฺโต. อานาปานสฺสติยนฺติ อานาปานสฺสติยํ ปจฺจยภูตายนฺติ อตฺโถ. ปุริมสฺมิญฺหิ อตฺเถ สมาธิสฺส สติยา สหชาตาทิปจฺจยภาโว วุตฺโต สมฺปยุตฺตวจนโต, ทุติยสฺมึ ปน อุปนิสฺสยภาโวปิ. อุปจารชฺฌานสหคตา หิ สติ อปฺปนาสมาธิสฺส อุปนิสฺสโย โหตีติ อุภยถาปิ สหชาตาทีนํ สตฺตนฺนมฺปิ ปจฺจยานํ วเสน ปจฺจยภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘ปุน จปรํ, อุทายิ, อกฺขาตา มยา สาวกานํ ปฏิปทา, ยถาปฏิปนฺนา เม สาวกา จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน ภาเวนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๒๔๗) อุปฺปาทนวฑฺฒนฏฺเฐน ภาวนาติ วุจฺจตีติ ตทุภยวเสน อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภาวิโตติ อุปฺปาทิโต วฑฺฒิโต จา’’ติ อาห. ตตฺถ ภาวํ วิชฺชมานตํ อิโต คโตติ ภาวิโต, อุปฺปาทิโต ปฏิลทฺธมตฺโตติ อตฺโถ. อุปฺปนฺโน ปน ลทฺธาเสวโน ภาวิโต, ปคุณภาวํ อาปาทิโต วฑฺฒิโตติ อตฺโถ. พหุลีกโตติ พหุลํ ปวตฺติโต. เตน อาวชฺชนาทิวสีภาวปฺปตฺติมาห. โย หิ วสีภาวํ อาปาทิโต, โส อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปชฺชิตพฺพโต ปุนปฺปุนํ ปวตฺติสฺสติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปุนปฺปุนํ กโต’’ติ. ยถา ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ (ม. นิ. ๑.๑๓๙; อ. นิ. ๔.๒๔๑) วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๒๖; สํ. นิ. ๒.๑๕๒) จ เอวมาทีสุ ปฐมปเท วุตฺโต เอว-สทฺโท ทุติยาทีสุปิ วุตฺโตเยว โหติ, เอวมิธาปีติ อาห ‘‘อุภยตฺถ เอว-สทฺเทน นิยโม เวทิตพฺโพ’’ติ.

อุภยปทนิยเมน ลทฺธคุณํ ทสฺเสตุํ ‘‘อยํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อสุภกมฺมฏฺฐานนฺติ อสุภารมฺมณํ ฌานมาห. ตญฺหิ อสุเภสุ โยคกมฺมภาวโต โยคิโน สุขวิเสสานํ การณภาวโต จ ‘‘อสุภกมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจติ. เกวลนฺติ อิมินา อารมฺมณํ นิวตฺเตติ. ปฏิเวธวเสนาติ ฌานปฏิเวธวเสน. ฌานญฺหิ ภาวนาวิเสเสน อิชฺฌนฺตํ อตฺตโน วิสยํ ปฏิวิชฺฌนฺตเมว ปวตฺตติ ยถาสภาวโต ปฏิวิชฺฌียติ จาติ ปฏิเวโธติ วุจฺจติ. โอฬาริการมฺมณตฺตาติ พีภจฺฉารมฺมณตฺตา. ปฏิกูลารมฺมณตฺตาติ ชิคุจฺฉิตพฺพารมฺมณตฺตา. ปริยาเยนาติ การเณน เลสนฺตเรน วา. อารมฺมณสนฺตตายปีติ อนุกฺกเมน วิเจตพฺพตํ ปตฺตารมฺมณสฺส ปรมสุขุมตํ สนฺธายาห. สนฺเต หิ สนฺนิสินฺเน อารมฺมเณ ปวตฺตมาโน ธมฺโม สยมฺปิ สนฺนิสินฺโนว โหติ. เตนาห – ‘‘สนฺโต วูปสนฺโต นิพฺพุโต’’ติ, นิพฺพุตสพฺพปริฬาโหติ อตฺโถ. อารมฺมณสนฺตตาย ตทารมฺมณานํ ธมฺมานํ สนฺตตา โลกุตฺตรธมฺมารมฺมณาหิ ปจฺจเวกฺขณาหิ ทีเปตพฺพา.

นาสฺส สนฺตปณีตภาวาวหํ กิญฺจิ เสจนนฺติ อเสจนโก, อเสจนกตฺตา อนาสิตฺตโก, อนาสิตฺตกตฺตา เอว อพฺโพกิณฺโณ อสมฺมิสฺโส ปริกมฺมาทินา, ตโตเยว ปาฏิเยกฺโก, วิสุํเยเวโก อาเวณิโก อสาธารโณ. สพฺพเมตํ สรสโต เอว สนฺตภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ, ปริกมฺมํ วา สนฺตภาวนิมิตฺตํ. ปริกมฺมนฺติ จ กสิณกรณาทินิมิตฺตุปฺปาทปริโยสานํ, ตาทิสํ อิธ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. ตทา หิ กมฺมฏฺฐานํ นิรสฺสาทตฺตา อสนฺตํ อปฺปณีตํ สิยา. อุปจาเรน วา นตฺถิ เอตฺถ สนฺตตาติ โยชนา. ยถา อุปจารกฺขเณ นีวรณวิคเมน องฺคปาตุภาเวน จ ปเรสํ สนฺตตา โหติ, น เอวมิมสฺส. อยํ ปน อาทิมนสิ…เป… ปณีโต จาติ โยชนา. เกจีติ อุตฺตรวิหารวาสิเก สนฺธายาห. อนาสิตฺตโกติ อุปเสจเนน อนาสิตฺตโก. เตนาห ‘‘โอชวนฺโต’’ติ, โอชวนฺตสทิโสติ อตฺโถ. มธุโรติ อิฏฺโฐ. เจตสิกสุขปฺปฏิลาภสํวตฺตนํ ติกจตุกฺกชฺฌานวเสน อุเปกฺขาย วา สนฺตภาเวน สุขคติกตฺตา สพฺเพสมฺปิ วเสน เวทิตพฺพํ. ฌานสมุฏฺฐานปณีตรูปผุฏสรีรตาวเสน ปน กายิกสุขปฺปฏิลาภสํวตฺตนํ ทฏฺฐพฺพํ, ตญฺจ โข ฌานโต วุฏฺฐิตกาเล. อิมสฺมึ ปกฺเข อปฺปิตปฺปิตกฺขเณติ อิทํ เหตุมฺหิ ภุมฺมวจนํ ทฏฺฐพฺพํ.

อวิกฺขมฺภิเตติ ฌาเนน สกสนฺตานโต อนีหเฏ อปฺปหีเน. อโกสลฺลสมฺภูเตติ อโกสลฺลํ วุจฺจติ อวิชฺชา, ตโต สมฺภูเต. อวิชฺชาปุพฺพงฺคมา หิ สพฺเพ ปาปธมฺมา. ขเณเนวาติ อตฺตโน ปวตฺติกฺขเณเนว. อนฺตรธาเปตีติ เอตฺถ อนฺตรธาปนํ วินาสนํ. ตํ ปน ฌานกตฺตุกสฺส อิธาธิปฺเปตตฺตา ปริยุฏฺฐานปฺปหานํ โหตีติ อาห ‘‘วิกฺขมฺเภตี’’ติ. วูปสเมตีติ วิเสเสน อุปสเมติ. วิเสเสน อุปสมนํ ปน สมฺมเทว อุปสมนํ โหตีติ อาห ‘‘สุฏฺฐุ อุปสเมตี’’ติ.

นนุ จ อญฺโญปิ สมาธิ อตฺตโน ปวตฺติกฺขเณเนว ปฏิปกฺขธมฺเม อนฺตรธาเปติ วูปสเมติ, อถ กสฺมา อยเมว สมาธิ เอวํ วิเสเสตฺวา วุตฺโตติ? ปุพฺพภาคโต ปฏฺฐาย นานาวิตกฺกวูปสมนสพฺภาวโต. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อานาปานสฺสติ ภาเวตพฺพา วิตกฺกุปจฺเฉทายา’’ติ (อ. นิ. ๙.๑; อุทา. ๓๑). อปิจ ติกฺขปญฺญสฺส ญาณุตฺตรสฺเสตํ กมฺมฏฺฐานํ, ญาณุตฺตรสฺส จ กิเลสปฺปหานํ อิตเรหิ สาติสยํ ยถา สทฺธาธิมุตฺเตหิ ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส, ตสฺมา อิมํ วิเสสํ สนฺธาย ‘‘ฐานโส อนฺตรธาเปติ วูปสเมตี’’ติ วุตฺตํ. อถ วา นิมิตฺตปาตุภาเว สติ ขเณเนว องฺคปาตุภาวสพฺภาวโต อยเมว สมาธิ ‘‘ฐานโส อนฺตรธาเปติ วูปสเมตี’’ติ วุตฺโต ยถา ตํ มหโต อกาลเมฆสฺส อุฏฺฐิตสฺส ธารานิปาเต ขเณเนว ปถวิยํ รโชชลฺลสฺส วูปสโม. เตเนวาห ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, มหา อกาลเมโฆ อุฏฺฐิโต’’ติอาทิ. สาสนิกสฺส ฌานภาวนา เยภุยฺเยน นิพฺเพธภาคิยาว โหตีติ อาห ‘‘นิพฺเพธภาคิยตฺตา’’ติ. พุทฺธานํ ปน เอกํเสน นิพฺเพธภาคิยาว โหติ. อิมเมว หิ กมฺมฏฺฐานํ ภาเวตฺวา สพฺเพปิ สมฺมาสมฺพุทฺธา สมฺมาสมฺโพธึ อธิคจฺฉนฺติ, อริยมคฺคสฺส ปาทกภูโต อยํ สมาธิ อนุกฺกเมน วฑฺฒิตฺวา อริยมคฺคภาวํ อุปคโต วิย โหตีติ อาห ‘‘อนุปุพฺเพน อริยมคฺควุฑฺฒิปฺปตฺโต’’ติ. อยํ ปนตฺโถ วิราคนิโรธปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนานํ วเสน สมฺมเทว ยุชฺชติ.

กถนฺติ อิทํ ปุจฺฉนาการวิภาวนปทํ, ปุจฺฉา เจตฺถ กเถตุกมฺยตาวเสน อญฺเญสํ อสมฺภวโต, สา จ อุปริ เทสนํ อารุฬฺหานํ สพฺเพสํ ปการวิเสสานํ อามสนวเสนาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘กถนฺติ…เป… วิตฺถาเรตุกมฺยตาปุจฺฉา’’ติ อาห. กถํ พหุลีกโตติ เอตฺถาปิ อานาปานสฺสติสมาธีติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ตตฺถ กถนฺติ อานาปานสฺสติสมาธิพหุลีการํ นานปฺปการโต วิตฺถาเรตุกมฺยตาปุจฺฉา. พหุลีกโต อานาปานสฺสติสมาธีติ ตถา ปุฏฺฐธมฺมนิทสฺสนนฺติ อิมมตฺถํ ‘‘เอเสว นโย’’ติ อิมินาเยว อติทิสฺสติ. เหฏฺฐา ปปญฺจวเสน วุตฺตมตฺถํ สุขคฺคหณตฺถํ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อยํ ปเนตฺถ สงฺเขปตฺโถ’’ติ อาห, ปิณฺฑตฺโถติ วุตฺตํ โหติ.

ตมตฺถนฺติ ตํ ‘‘กถํ ภาวิโต’’ติอาทินา ปุจฺฉาวเสน สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ. ‘‘อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๙๑; อ. นิ. ๓.๖๑) อิธ-สทฺโท โลกํ อุปาทาย วุตฺโต. ‘‘อิเธว ติฏฺฐมานสฺสา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๖๙) โอกาสํ. ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, ภุตฺตาวี อสฺสํ ปวาริโต’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๐) ปทปูรณมตฺตํ. ‘‘อิธ ภิกฺขุ ธมฺมํ ปริยาปุณาตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๗๓) ปน สาสนํ. ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู’’ติ อิธาปิ สาสนเมวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภิกฺขเว, อิมสฺมึ สาสเน ภิกฺขู’’ติ วตฺวา ตเมวตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อยํ หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สพฺพปฺปการอานาปานสฺสติสมาธินิพฺพตฺตกสฺสาติ สพฺพปฺปการคฺคหณํ โสฬส ปกาเร สนฺธาย. เต หิ อิมสฺมึเยว สาสเน. พาหิรกา หิ ชานนฺตา อาทิโต จตุปฺปการเมว ชานนฺติ. เตนาห ‘‘อญฺญสาสนสฺส ตถาภาวปฺปฏิเสธโน’’ติ, ยถาวุตฺตสฺส ปุคฺคลสฺส นิสฺสยภาวปฺปฏิเสธโนติ อตฺโถ. เอเตน ‘‘อิธ, ภิกฺขเว’’ติ อิทํ อนฺโตคธเอว-สทฺทนฺติ ทสฺเสติ. สนฺติ หิ เอกปทานิปิ อวธารณานิ ยถา วายุภกฺโขติ. เตเนวาห ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ’’ติอาทิ. ปริปุณฺณสมณกรณธมฺโม หิ โย, โส สพฺพปฺปการอานาปานสฺสติสมาธินิพฺพตฺตโก. ปรปฺปวาทาติ ปเรสํ อญฺญติตฺถิยานํ นานปฺปการวาทา ติตฺถายตนานิ.

อรญฺญาทิกสฺเสว ภาวนานุรูปเสนาสนตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทุทฺทโม ทมถํ อนุปคโต โคโณ กูฏโคโณ. ยถา ถเนหิ สพฺพโส ขีรํ น ปคฺฆรติ, เอวํ โทหปฏิพนฺธินี กูฏเธนุ. อสฺสาติ โคปสฺส. รูปสทฺทาทิเก ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนกอสฺสาโท รูปารมฺมณาทิรโส. ปุพฺเพ อาจิณฺณารมฺมณนฺติ ปพฺพชิตโต ปุพฺเพ, อนาทิมติ วา สํสาเร ปริจิตารมฺมณํ. อุปจารวเสน อุปนิสีทติ, อปฺปนาวเสน อุปนิปชฺชตีติ โยเชตพฺพํ.

อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. นิพนฺเธยฺยาติ พนฺเธยฺย. สติยาติ สมฺมเทว กมฺมฏฺฐานสลฺลกฺขณวสปฺปวตฺตาย สติยา. อารมฺมเณติ กมฺมฏฺฐานารมฺมเณ. ทฬฺหนฺติ ถิรํ, ยถา สโตการิสฺส อุปจารปฺปนาเภโท สมาธิ อิชฺฌติ, ตถา ถามคตํ กตฺวาติ อตฺโถ.

มุทฺธภูตนฺติ สนฺตตาทิวิเสสคุณวนฺตตาย พุทฺธาทีหิ อริเยหิ สมาเสวิตภาวโต จ มุทฺธสทิสํ, อุตฺตมนฺติ อตฺโถ. วิเสสาธิคมทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารปทฏฺฐานนฺติ สพฺเพสํ พุทฺธานํ เอกจฺจานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ พุทฺธสาวกานญฺจ วิเสสาธิคมสฺส เจว อญฺญกมฺมฏฺฐาเนน อธิคตวิเสสานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสฺส จ ปทฏฺฐานภูตํ. วตฺถุวิชฺชาจริโย วิย ภควา โยคีนํ อนุรูปนิวาสฏฺฐานุปทิสฺสนโต. ภิกฺขุ ทีปิสทิโส อรญฺเญ เอกโก วิหริตฺวา ปฏิปกฺขนิมฺมถเนน อิจฺฉิตตฺถสาธนโต. ผลมุตฺตมนฺติ สามญฺญผลมาห. ปรกฺกมชวโยคฺคภูมินฺติ ภาวนุสฺสาหชวสฺส โยคฺคกรณภูมิภูตํ.

เอวํ วุตฺตลกฺขเณสูติ อภิธมฺมปริยาเยน สุตฺตนฺตปริยาเยน วุตฺตลกฺขเณสุ. รุกฺขสมีปนฺติ ‘‘ยาวตา มชฺฌนฺหิเก กาเล สมนฺตา ฉายา ผรติ, นิวาเต ปณฺณานิ ปตนฺติ, เอตฺตาวตา รุกฺขมูลนฺติ วุจฺจตี’’ติ เอวํ วุตฺตํ รุกฺขสฺส สมีปฏฺฐานํ. อวเสสสตฺตวิธเสนาสนนฺติ ปพฺพตํ กนฺทรํ คิริคุหํ สุสานํ วนปฺปตฺถํ อพฺโภกาสํ ปลาลปุญฺชนฺติ เอวํ วุตฺตํ. อุตุตฺตยานุกูลํ ธาตุจริยานุกูลนฺติ คิมฺหาทิอุตุตฺตยสฺส เสมฺหาทิธาตุตฺตยสฺส โมหาทิจริตตฺตยสฺส จ อนุกูลํ. ตถา หิ คิมฺหกาเล อรญฺญํ อนุกูลํ โสมฺมสีตลภาวโต, เหมนฺเต รุกฺขมูลํ หิมปาตนิวารณโต, วสฺสกาเล สุญฺญาคารํ วสฺสนิวารณเคหสมฺภวโต. เสมฺหธาตุกสฺส เสมฺหปกติกสฺส อรญฺญํ อนุกูลํ ทูรํ คนฺตฺวา ภิกฺขาจรเณน เสมฺหสฺส วูปสมนโต, ปิตฺตธาตุกสฺส รุกฺขมูลํ อนุกูลํ สีตวาตสมฺผสฺสสมฺภวโต, วาตธาตุกสฺส สุญฺญาคารํ อนุกูลํ วาตนิวารณโต. โมหจริตสฺส อรญฺญํ อนุกูลํ. มหาอรญฺเญ หิ จิตฺตํ น สงฺกุจติ วิวฏงฺคณภาวโต, โทสจริตสฺส รุกฺขมูลํ อนุกูลํ ปสาทนียภาวโต, ราคจริตสฺส สุญฺญาคารํ อนุกูลํ วิสภาคารมฺมณานํ ปเวสนิวารณโต. อลีนานุทฺธจฺจปกฺขิกนฺติ อสงฺโกจาวิกฺเขปปกฺขิกํ. สยนญฺหิ โกสชฺชปกฺขิกํ, ฐานจงฺกมนานิ อุทฺธจฺจปกฺขิกานิ, น เอวํ นิสชฺชา. ตโต เอว ตสฺสา สนฺตตา. นิสชฺชาย ทฬฺหภาวํ ปลฺลงฺกาภุชเนน, อสฺสาสปสฺสาสานํ ปวตฺตนสุขตํ อุปริมกายสฺส อุชุกฏฺฐปเนน, อารมฺมณปริคฺคหูปายํ ปริมุขํ สติยา ฐปเนน ทสฺเสนฺโต.

อูรุพทฺธาสนนฺติ อูรูนมโธพนฺธนวเสน นิสชฺชา. เหฏฺฐิมกายสฺส อนุชุกํ ฐปนํ นิสชฺชาวจเนเนว โพธิตนฺติ. อุชุํ กายนฺติ เอตฺถ กาย-สทฺโท อุปริมกายวิสโยติ อาห – ‘‘อุปริมํ สรีรํ อุชุกํ ฐเปตฺวา’’ติ. ตํ ปน อุชุกฏฺฐปนํ สรูปโต ปโยชนโต จ ทสฺเสตุํ ‘‘อฏฺฐารสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น ปณมนฺตีติ น โอณมนฺติ. น ปริปตตีติ น วิคจฺฉติ วีถึ น วิลงฺเฆติ, ตโต เอว ปุพฺเพนาปรํ วิเสสุปฺปตฺติยา วุฑฺฒึ ผาตึ อุปคจฺฉติ. อิธ ปริ-สทฺโท อภิ-สทฺเทน สมานตฺโถติ อาห ‘‘กมฺมฏฺฐานาภิมุข’’นฺติ, พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมณโต นิวาเรตฺวา กมฺมฏฺฐานํเยว ปุรกฺขตฺวาติ อตฺโถ. ปรีติ ปริคฺคหฏฺโฐ ‘‘ปริณายิกา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๖, ๒๐) วิย. นิยฺยานฏฺโฐ ปฏิปกฺขโต นิคฺคมนฏฺโฐ, ตสฺมา ปริคฺคหิตนิยฺยานนฺติ สพฺพถา คหิตาสมฺโมสํ ปริจฺจตฺตสมฺโมสํ สตึ กตฺวา, ปรมํ สติเนปกฺกํ อุปฏฺฐเปตฺวาติ อตฺโถ. สโตวาติ สติยา สมนฺนาคโต เอว สรนฺโต เอว อสฺสสติ, นาสฺส กาจิ สติวิรหิตา อสฺสาสปฺปวตฺติ โหตีติ อตฺโถ. สโต ปสฺสสตีติ เอตฺถาปิ สโตว ปสฺสสตีติ เอว-สทฺโท อาเนตฺวา วตฺตพฺโพ. สโตการีติ สโต เอว หุตฺวา สติยา เอว วา กาตพฺพสฺส กตฺตา, กรณสีโล วา.

พาตฺตึสาย อากาเรหีติ จตูสุ จตุกฺเกสุ อาคตานิ ทีฆรสฺสาทีนิ โสฬส ปทานิ อสฺสาสปสฺสาสวเสน ทฺวิธา วิภชิตฺวา วุตฺเตหิ ทีฆมสฺสาสํ อาทึ กตฺวา ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสิปสฺสาสปริยนฺเตหิ พาตฺตึสากาเรหิ. ยทิ ‘‘สโตว อสฺสสติ, สโต ปสฺสสตี’’ติ เอตสฺส วิภงฺเค วุตฺตํ, อถ กสฺมา ‘‘อสฺสสติ ปสฺสสติ’’จฺเจว อวตฺวา ‘‘สโตการี’’ติ วุตฺตํ? เอกรสํ เทสนํ กาตุกามตาย. ปฐมจตุกฺเก ปททฺวยเมว หิ วตฺตมานกาลวเสน อาคตํ, อิตรานิ อนาคตกาลวเสน, ตสฺมา เอกรสํ เทสนํ กาตุกามตาย สพฺพตฺถ ‘‘สโตการิ’’จฺเจว วุตฺตํ. ทีฆํอสฺสาสวเสนาติ ทีฆอสฺสาสวเสน, วิภตฺติอโลปํ กตฺวา นิทฺเทโส. ทีฆนฺติ วา ภควตา วุตฺตอสฺสาสวเสน. จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ อวิกฺเขปนฺติ วิกฺเขปสฺส ปฏิปกฺขภาวโต อวิกฺเขโปติ ลทฺธนามํ จิตฺตสฺส เอกคฺคภาวํ ปชานโต สติ อุปฏฺฐิตา อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ฐิตา โหติ. ตาย สติยา เตน ญาเณนาติ ยถาวุตฺตาย สติยา ยถาวุตฺเตน จ ญาเณน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ทีฆํ อสฺสาสํ อารมฺมณภูตํ อวิกฺขิตฺตจิตฺตสฺส อสมฺโมหโต วา สมฺปชานนฺตสฺส ตตฺถ สติ อุปฏฺฐิตาว โหติ, ตํ สมฺปชานนฺตสฺส อารมฺมณกรณวเสน อสมฺโมหวเสน วา สมฺปชญฺญํ, ตทธีนสติสมฺปชญฺเญน ตํสมงฺคี โยคาวจโร สโตการี นาม โหตีติ. ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี อสฺสาสวเสนาติ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี หุตฺวา อสฺสสนสฺส วเสน. ‘‘ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสิอสฺสาสวเสนา’’ติ วา ปาโฐ, ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสิโน อสฺสาสา ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสิอสฺสาสา, เตสํ วเสนาติ อตฺโถ.

อนฺโต อุฏฺฐิตสสนํ อสฺสาโส, พหิ อุฏฺฐิตสสนํ ปสฺสาโสติ อาห – ‘‘อสฺสาโสติ พหินิกฺขมนวาโต’’ติอาทิ. สุตฺตนฺตฏฺฐกถายํ ปน พหิ อุฏฺฐหิตฺวาปิ อนฺโต สสนโต อสฺสาโส, อนฺโต อุฏฺฐหิตฺวาปิ พหิ สสนโต ปสฺสาโสติ กตฺวา อุปฺปฏิปาฏิยา วุตฺตํ. อถ วา มาตุกุจฺฉิยํ พหิ นิกฺขมิตุํ อลทฺโธกาโส นาสิกาวาโต มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขนฺตมตฺเต ปฐมํ พหิ นิกฺขมตีติ วินยฏฺฐกถายํ อุปฺปตฺติกฺกเมน ‘‘อาทิมฺหิ สาโส อสฺสาโส’’ติ พหินิกฺขมนวาโต วุตฺโต. เตเนวาห ‘‘สพฺเพสมฺปิ คพฺภเสยฺยกาน’’นฺติอาทิ. สุตฺตนฺตฏฺฐกถายํ ปน ปวตฺติยํ ภาวนารมฺภสมเย ปฐมํ นาสิกาวาตสฺส อนฺโต อากฑฺฒิตฺวา ปจฺฉา พหิ วิสฺสชฺชนโต ปวตฺติกฺกเมน ‘‘อาทิมฺหิ สาโส อสฺสาโส’’ติ อนฺโตปวิสนวาโต วุตฺโต. สุตฺตนฺตนโยเยว เจตฺถ ‘‘อสฺสาสาทิมชฺฌปริโยสานํ สติยา อนุคจฺฉโต อชฺฌตฺตํ วิกฺเขปคเตน จิตฺเตน กาโยปิ จิตฺตมฺปิ สารทฺธา จ โหนฺติ อิญฺชิตา จ ผนฺทิตา จ, ปสฺสาสาทิมชฺฌปริโยสานํ สติยา อนุคจฺฉโต พหิทฺธา วิกฺเขปคเตน จิตฺเตน กาโยปิ จิตฺตมฺปิ สารทฺธา จ โหนฺติ อิญฺชิตา จ ผนฺทิตา จา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๕๗) อิมาย ปาฬิยา สเมติ. ‘‘ภาวนารมฺเภ ปวตฺติกฺกมสฺเสว อิจฺฉิตตฺตา สุนฺทรตโร’’ติ วทนฺติ. ตาลุํ อาหจฺจ นิพฺพายตีติ ตาลุํ อาหจฺจ นิรุชฺฌติ. เตน กิร สมฺปติชาโต พาลทารโก ขิปิตํ กโรติ. เอวํ ตาวาติอาทิ ยถาวุตฺตสฺส อตฺถสฺส นิคมนํ. เกจิ ‘‘เอวํ ตาวาติ อเนน ปวตฺติกฺกเมน อสฺสาโส พหินิกฺขมนวาโตติ คเหตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย’’ติ วทนฺติ.

อทฺธานวเสนาติ กาลทฺธานวเสน. อยญฺหิ อทฺธาน-สทฺโท กาลสฺส เทสสฺส จ วาจโกติ. ตตฺถ เทสทฺธานํ อุทาหรณภาเวน ทสฺเสตฺวา กาลทฺธานสฺส วเสน อสฺสาสปสฺสาสานํ ทีฆรสฺสตํ วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โอกาสทฺธานนฺติ โอกาสภูตํ อทฺธานํ. ผริตฺวาติ พฺยาเปตฺวา. จุณฺณวิจุณฺณาปิ อเนกกลาปภาเวน, ทีฆมทฺธานนฺติ ทีฆํ ปเทสํ. ตสฺมาติ สณิกํ ปวตฺติยา ทีฆสนฺตานตาย ทีฆาติ วุจฺจนฺติ. เอตฺถ จ หตฺถิอาทิสรีเร สุนขาทิสรีเร จ อสฺสาสปสฺสาสานํ เทสทฺธานวิสิฏฺเฐน กาลทฺธานวเสเนว ทีฆรสฺสตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา ‘‘สณิกํ ปูเรตฺวา สณิกเมว นิกฺขมนฺติ, สีฆํ ปูเรตฺวา สีฆเมว นิกฺขมนฺตี’’ติ วจนโต. มนุสฺเสสูติ สมานปฺปมาเณสุปิ มนุสฺสสรีเรสุ. ทีฆํ อสฺสสนฺตีติ ทีฆํ อสฺสาสปฺปพนฺธํ ปวตฺเตนฺตีติ อตฺโถ. ปสฺสสนฺตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สุนขสสาทโย วิย รสฺสํ อสฺสสนฺติ ปสฺสสนฺติ จาติ โยชนา. อิทํ ปน ทีฆํ รสฺสญฺจ อสฺสสนํ ปสฺสสนญฺจ เตสํ สตฺตานํ สรีรสฺส สภาโวติ ทฏฺฐพฺพํ. เตสนฺติ เตสํ สตฺตานํ. เตติ อสฺสาสปสฺสาสา. อิตฺตรมทฺธานนฺติ อปฺปกํ กาลํ. นวหากาเรหีติ ภาวนมนุยุญฺชนฺตสฺส ปุพฺเพนาปรํ อลทฺธวิเสสสฺส เกวลํ อทฺธานวเสน อาทิโต วุตฺตา ตโย อาการา, เต จ โข เอกจฺโจ อสฺสาสํ สุฏฺฐุ สลฺลกฺเขติ, เอกจฺโจ ปสฺสาสํ, เอกจฺโจ ตทุภยนฺติ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ วเสน. เกจิ ปน ‘‘อสฺสสติปิ ปสฺสสติปีติ เอกชฺฌํ วจนํ ภาวนาย นิรนฺตรํ ปวตฺติทสฺสนตฺถ’’นฺติ วทนฺติ. ฉนฺทวเสน ปุพฺเพ วิย ตโย, ตถา ปาโมชฺชวเสนาติ อิเมหิ นวหิ อากาเรหิ.

กามญฺเจตฺถ เอกสฺส ปุคฺคลสฺส ตโย เอว อาการา ลพฺภนฺติ, ตนฺติวเสน ปน สพฺเพสํ ปาฬิอารุฬฺหตฺตา เตสํ วเสน ปริกมฺมสฺส กาตพฺพตฺตา จ ‘‘ตตฺรายํ ภิกฺขุ นวหากาเรหี’’ติ วุตฺตํ. เอวํ ปชานโตติ เอวํ ยถาวุตฺเตหิ อากาเรหิ อสฺสาสปสฺสาเส ปชานโต, ตตฺถ มนสิการํ ปวตฺเตนฺตสฺส. เอเกนากาเรนาติ ทีฆํอสฺสาสาทีสุ จตูสุ อากาเรสุ เอเกน อากาเรน, นวสุ ตีสุ วา เอเกน. ตถา หิ วกฺขติ –

‘‘ทีโฆ รสฺโส จ อสฺสาโส,

ปสฺสาโสปิ จ ตาทิโส;

จตฺตาโร วณฺณา วตฺตนฺติ,

นาสิกคฺเคว ภิกฺขุโน’’ติ. (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๖๕);

อยํ ภาวนา อสฺสาสปสฺสาสกายานุปสฺสนาติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานภาวนา สมฺปชฺชตี’’ติ.

อิทานิ ปาฬิวเสเนว เต นว อากาเร ภาวนาวิธิญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ‘‘กถํ ปชานาตี’’ติ ปชานนวิธึ กเถตุกมฺยตาย ปุจฺฉติ. ทีฆํ อสฺสาสนฺติ วุตฺตลกฺขณํ ทีฆํ อสฺสาสํ. อทฺธานสงฺขาเตติ อทฺธานนฺติ สงฺขํ คเต ทีเฆ กาเล, ทีฆํ ขณนฺติ อตฺโถ. โกฏฺฐาสปริยาโย วา สงฺขาต-สทฺโท ‘‘เถยฺยสงฺขาต’’นฺติอาทีสุ วิย, ตสฺมา อทฺธานสงฺขาเตติ อทฺธานโกฏฺฐาเส เทสภาเคติ อตฺโถ. ฉนฺโท อุปฺปชฺชตีติ ภาวนาย ปุพฺเพนาปรํ วิเสสํ อาวหนฺติยา ลทฺธสฺสาทตฺตา ตตฺถ สาติสโย กตฺตุกามตาลกฺขโณ กุสลจฺฉนฺโท อุปฺปชฺชติ. ฉนฺทวเสนาติ ตถาปวตฺตฉนฺทสฺส วเสน วิเสสภาวนมนุยุญฺชนฺตสฺส กมฺมฏฺฐานํ วุฑฺฒึ ผาตึ คเมนฺตสฺส. ตโต สุขุมตรนฺติ ยถาวุตฺตฉนฺทปฺปวตฺติยา ปุริมกโต สุขุมตรํ. ภาวนาพเลน หิ ปฏิปฺปสฺสทฺธทรถปริฬาหตาย กายสฺส อสฺสาสปสฺสาสา สุขุมตรา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ. ปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชตีติ อสฺสาสปสฺสาสานํ สุขุมตรภาเวน อารมฺมณสฺส สนฺตตรตาย กมฺมฏฺฐานสฺส จ วีถิปฺปฏิปนฺนตาย ภาวนาจิตฺตสหคโต ปโมโท ขุทฺทิกาทิเภทา ตรุณปีติ อุปฺปชฺชติ. จิตฺตํ วิวตฺตตีติ อนุกฺกเมน อสฺสาสปสฺสาสานํ อติวิย สุขุมตรภาวปฺปตฺติยา อนุปฏฺฐหเน วิเจตพฺพาการปฺปตฺเตหิ เตหิ จิตฺตํ วินิวตฺตตีติ เกจิ. ภาวนาพเลน ปน สุขุมตรภาวปฺปตฺเตสุ อสฺสาสปสฺสาเสสุ ตตฺถ ปฏิภาคนิมิตฺเต อุปฺปนฺเน ปกติอสฺสาสปสฺสาสโต จิตฺตํ นิวตฺตติ. อุเปกฺขา สณฺฐาตีติ ตสฺมึ ปฏิภาคนิมิตฺเต อุปจารปฺปนาเภเท สมาธิมฺหิ อุปฺปนฺเน ปุน ฌานนิพฺพตฺตนตฺถํ พฺยาปาราภาวโต อชฺฌุเปกฺขนํ โหติ, สา ปนายํ อุเปกฺขา ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาติ เวทิตพฺพา.

อิเมหิ นวหิ อากาเรหีติ อิเมหิ ยถาวุตฺเตหิ นวหิ ปกาเรหิ ปวตฺตา. ทีฆํ อสฺสาสปสฺสาสา กาโยติ ทีฆาการา อสฺสาสปสฺสาสา จุณฺณวิจุณฺณาปิ สมูหฏฺเฐน กาโย. อสฺสาสปสฺสาเส นิสฺสาย อุปฺปนฺนนิมิตฺตมฺปิ เอตฺถ อสฺสาสปสฺสาสสามญฺญวเสน วุตฺตํ. อุปฏฺฐานํ สตีติ ตํ อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ติฏฺฐตีติ สติ อุปฏฺฐานํ นาม. อนุปสฺสนา ญาณนฺติ สมถวเสน นิมิตฺตสฺส อนุปสฺสนา วิปสฺสนาวเสน อสฺสาสปสฺสาเส ตนฺนิสฺสยญฺจ กายํ ‘‘รูป’’นฺติ, จิตฺตํ ตํสมฺปยุตฺตธมฺเม จ ‘‘อรูป’’นฺติ ววตฺถเปตฺวา นามรูปสฺส อนุปสฺสนา จ ญาณํ ตตฺถ ยถาภูตาวโพโธ. กาโย อุปฏฺฐานนฺติ โส กาโย อารมฺมณกรณวเสน อุปคนฺตฺวา สติ เอตฺถ ติฏฺฐตีติ อุปฏฺฐานํ นาม. เอตฺถ จ ‘‘กาโย อุปฏฺฐาน’’นฺติ อิมินา อิตรกายสฺสปิ สงฺคโหติ ตถา วุตฺตํ สมฺมสนจารสฺสปิ อิธ อิจฺฉิตตฺตา. โน สตีติ โส กาโย สติ นาม น โหติ. สติ อุปฏฺฐานญฺเจว สติ จ สรณฏฺเฐน อุปฏฺฐานฏฺเฐน จ. ตาย สติยาติ ยถาวุตฺตาย สติยา. เตน ญาเณนาติ ยถาวุตฺเตเนว ญาเณน. ตํ กายนฺติ ตํ อสฺสาสปสฺสาสกายญฺเจว ตนฺนิสฺสยรูปกายญฺจ. อนุปสฺสตีติ ฌานสมฺปยุตฺตญาเณน เจว วิปสฺสนาญาเณน จ อนุ อนุ ปสฺสติ. เตน วุจฺจติ กาเย กายานุปสฺสนา สติปฏฺฐานภาวนาติ เตน อนุปสฺสเนน ยถาวุตฺเต กาเย อยํ กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานภาวนาติ วุจฺจติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยา อยํ ยถาวุตฺเต อสฺสาสปสฺสาสกาเย ตสฺส นิสฺสยภูเต กรชกาเย จ กายสฺเสว อนุปสฺสนา อนุทกภูตาย มรีจิยา อุทกานุปสฺสนา วิย น อนิจฺจาทิสภาเว กาเย นิจฺจาทิภาวานุปสฺสนา, อถ โข ยถารหํ อนิจฺจทุกฺขานตฺตา สุภภาวสฺเสว อนุปสฺสนา. อถ วา กาเย ‘‘อหนฺติ วา, มมนฺติ วา, อิตฺถีติ วา, ปุริโส’’ติ วา คเหตพฺพสฺส กสฺสจิ อภาวโต ตาทิสํ อนนุปสฺสิตฺวา กายมตฺตสฺเสว อนุปสฺสนา กายานุปสฺสนา, ตาย กายานุปสฺสนาย สมฺปยุตฺตา สติเยว อุปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานํ, ตสฺส ภาวนา วฑฺฒนา กายานุปสฺสนา สติปฏฺฐานภาวนาติ.

เอเสว นโยติ ‘‘นวหิ อากาเรหี’’ติอาทินา วุตฺตวิธึ รสฺส-ปเท อติทิสฺสติ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ยถาทสฺสิเต ‘‘กถํ ทีฆํ อสฺสสนฺโต’’ติอาทินา อาคเต ปาฬินเย. อิธาติ อิมสฺมึ รสฺสปทวเสน อาคเต ปาฬินเย. อยนฺติ โยคาวจโร. อทฺธานวเสนาติ ทีฆกาลวเสน. อิตฺตรวเสนาติ ปริตฺตกาลวเสน. อิเมหิ อากาเรหีติ อิเมหิ นวหิ อากาเรหิ.

ตาทิโสติ ทีโฆ รสฺโส จ. จตฺตาโร วณฺณาติ จตฺตาโร อาการา เต จ ทีฆาทโย เอว. นาสิกคฺเคว ภิกฺขุโนติ คาถาสุขตฺถํ รสฺสํ กตฺวา วุตฺตํ. นาสิกคฺเค วาติ วา-สทฺโท อนิยมตฺโถ, เตน อุตฺตโรฏฺฐํ สงฺคณฺหาติ.

สพฺพกายปฺปฏิสํเวทีติ สพฺพสฺส กายสฺส ปฏิ ปฏิ ปจฺเจกํ สมฺมเทว เวทนสีโล ชานนสีโล, ตสฺส วา ปฏิ ปฏิ สมฺมเทว เวโท เอตสฺส อตฺถิ, ตํ วา ปฏิ ปฏิ สมฺมเทว เวทมาโนติ อตฺโถ. ตตฺถ ตตฺถ สพฺพ-คฺคหเณน อสฺสาสาทิกายสฺส อนวเสสปริยาทาเน สิทฺเธปิ อเนกกลาปสมุทายภาวโต ตสฺส สพฺเพสมฺปิ ภาคานํ สํเวทนทสฺสนตฺถํ ปฏิ-สทฺทคฺคหณํ, ตตฺถ สกฺกจฺจการิภาวทสฺสนตฺถํ สํ-สทฺทคฺคหณนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สกลสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยถา สมาเนสุปิ อสฺสาสปสฺสาเสสุ โยคิโน ปฏิปตฺติวิธาเน ปจฺเจกํ สกฺกจฺจํเยว ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ วิสุํ เทสนา กตา, เอวํ ตเมวตฺถํ ทีเปตุํ สติปิ อตฺถสฺส สมานตาย ‘‘สกลสฺสา’’ติอาทินา ปททฺวยสฺส วิสุํ วิสุํ อตฺถวณฺณนา กตาติ เวทิตพฺพา. ปากฏํ กโรนฺโตติ วิภูตํ กโรนฺโต, สพฺพโส วิภาเวนฺโตติ อตฺโถ. ปากฏีกรณํ วิภาวนํ ตตฺถ อสมฺมุยฺหนญาเณเนว เนสํ ปวตฺตเนน โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ วิทิตํ กโรนฺโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตสฺมาติ ยสฺมา ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺเตเนว อสฺสาสปสฺสาเส ปวตฺเตติ, น วิปฺปยุตฺตจิตฺเตน, ตสฺมา เอวํภูโต สพฺพกายปฺปฏิสํเวที อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตีติ วุจฺจติ พุทฺธาทีหีติ โยชนา. จุณฺณวิจุณฺณวิสเฏติ อเนกกลาปตาย จุณฺณวิจุณฺณภาเวน วิสเฏ. อาทิ ปากโฏ โหติ สติยา ญาณสฺส จ วเสน กตปุพฺพาภิสงฺขารสฺส ปวตฺตตฺตา. ตาทิเสน ภวิตพฺพนฺติ จตุตฺถปุคฺคลสทิเสน ภวิตพฺพํ, ปเคว สตึ ญาณญฺจ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ตีสุปิ ฐาเนสุ ญาณสมฺปยุตฺตเมว จิตฺตํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.

เอวนฺติ วุตฺตปฺปกาเรน สพฺพกายปฺปฏิสํเวทนวเสเนว. ฆฏตีติ อุสฺสหติ. วายมตีติ วายามํ กโรติ, มนสิการํ ปวตฺเตตีติ อตฺโถ. ตถาภูตสฺสาติ อานาปานสฺสตึ ภาเวนฺตสฺส. สํวโรติ สติ วีริยมฺปิ วา. ตาย สติยาติ ยา สา อานาปาเน อารพฺภ ปวตฺตา สติ, ตาย. เตน มนสิกาเรนาติ โย โส ตตฺถ สติปุพฺพงฺคโม ภาวนามนสิกาโร, เตน สทฺธินฺติ อธิปฺปาโย. อาเสวตีติ ‘‘ติสฺโส สิกฺขาโย’’ติ วุตฺเต อธิกุสลธมฺเม อาเสวติ. ตทาเสวนเญฺหตฺถ สิกฺขนนฺติ อธิปฺเปตํ. ปุริมนเยติ ปุริมสฺมึ ภาวนานเย, ปฐมวตฺถุทฺวเยติ อธิปฺปาโย. ตตฺถาปิ กามํ ญาณุปฺปาทนํ ลพฺภเตว อสฺสาสปสฺสาสานํ ยาถาวโต ทีฆรสฺสภาวาวโพธสพฺภาวโต, ตถาปิ ตํ น ทุกฺกรํ ยถาปวตฺตานํ เตสํ คหณมตฺตภาวโตติ ตตฺถ วตฺตมานกาลปฺปโยโค กโต. อิทํ ปน ทุกฺกรํ ปุริสสฺส ขุรธารายํ คมนสทิสํ, ตสฺมา สาติสเยเนตฺถ ปุพฺพาภิสงฺขาเรน ภวิตพฺพนฺติ ทีเปตุํ อนาคตกาลปฺปโยโค กโตติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ยสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ญาณุปฺปาทนาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน กายสงฺขารปสฺสมฺภนปีติปฏิสํเวทนาทึ สงฺคณฺหาติ. เกจิ ปเนตฺถ ‘‘สํวรสมาทานานํ สงฺคโห’’ติ วทนฺติ.

กายสงฺขารนฺติ อสฺสาสปสฺสาสํ. โส หิ จิตฺตสมุฏฺฐาโนปิ สมาโน กรชกายปฏิพทฺธวุตฺติตาย เตน สงฺขรียตีติ กายสงฺขาโรติ วุจฺจติ. โย ปน ‘‘กายสงฺขาโร วจีสงฺขาโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๒) เอวมาคโต กายสงฺขาโร เจตนาลกฺขโณ สติปิ ทฺวารนฺตรุปฺปตฺติยํ เยภุยฺยวุตฺติยา ตพฺพหุลวุตฺติยา จ กายทฺวาเรน ลกฺขิโต, โส อิธ นาธิปฺเปโต. ปสฺสมฺเภนฺโตติอาทีสุ ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ ปทํ ปุริมสฺส ปุริมสฺส อตฺถวจนํ. ตสฺมา ปสฺสมฺภนํ นาม วูปสมนํ, ตญฺจ ตถาปโยเค อสติ อุปฺปชฺชนารหสฺส โอฬาริกสฺส กายสงฺขารสฺส ปโยคสมฺปตฺติยา อนุปฺปาทนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺราติ ‘‘โอฬาริกํ กายสงฺขารํ ปสฺสมฺเภนฺโต’’ติ เอตฺถ. อปริคฺคหิตกาเลติ กมฺมฏฺฐานสฺส อนารทฺธกาเล, ตโต เอว กายจิตฺตานมฺปิ อปริคฺคหิตกาเล. ‘‘นิสีทติ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุชุํ กายํ ปณิธายา’’ติ หิ อิมินา กายปริคฺคโห, ‘‘ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา’’ติ อิมินา จิตฺตปริคฺคโห วุตฺโต. เตเนวาห – ‘‘กาโยปิ จิตฺตมฺปิ ปริคฺคหิตา โหนฺตี’’ติ. กาโยติ กรชกาโย. สทรถาติ สปริฬาหา. สา จ เนสํ สทรถตา ครุภาเวน วิย โอฬาริกตาย อวินาภาวินีติ อาห ‘‘โอฬาริกา’’ติ. พลวตราติ สพลา ถูลา. สนฺตา โหนฺตีติ จิตฺตํ ตาว พหิทฺธา วิกฺเขปาภาเวน เอกคฺคํ หุตฺวา กมฺมฏฺฐานํ ปริคฺคเหตฺวา ปวตฺตมานํ สนฺตํ โหติ วูปสนฺตํ, ตโต เอว ตํสมุฏฺฐานา รูปธมฺมา ลหุมุทุกมฺมญฺญภาวปฺปตฺตา, ตทนุคุณตาย เสสํ ติสนฺตติรูปนฺติ เอวํ จิตฺเต กาเย จ วูปสนฺเต ปวตฺตมาเน ตนฺนิสฺสิตา อสฺสาสปสฺสาสา สนฺตสภาวา อนุกฺกเมน สุขุมสุขุมตรสุขุมตมา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยทา ปนสฺส กาโยปี’’ติอาทิ. ปสฺสมฺเภมีติ ปฐมาวชฺชนา. อาภุชนํ อาโภโค, สมฺมา อนุ อนุ อาหรณํ สมนฺนาหาโร, ตสฺมึเยว อตฺเถ อปราปรํ ปวตฺตอาวชฺชนา ตสฺเสว อตฺถสฺส มนสิกรณํ จิตฺเต ฐปนํ มนสิกาโร, วีมํสา ปจฺจเวกฺขณา.

สารทฺเธติ สทรเถ สปริฬาเห. อธิมตฺตนฺติ พลวํ โอฬาริกํ, ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ. กายสงฺขาโร หิ อธิปฺเปโต. ‘‘อธิมตฺตํ หุตฺวา ปวตฺตตี’’ติ กิริยาวิเสสนํ วา เอตํ. สุขุมนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. กายมฺหีติ เอตฺถ จิตฺเต จาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ.

ปฐมชฺฌานโต วุฏฺฐาย กริยมานํ ทุติยชฺฌานสฺส นานาวชฺชนํ ปริกมฺมํ ปฐมชฺฌานํ วิย ทูรสมุสฺสาริตปฏิปกฺขนฺติ กตฺวา ตํสมุฏฺฐาโน กายสงฺขาโร ปฐมชฺฌาเน จ ทุติยชฺฌานูปจาเร จ โอฬาริโกติ สทิโส วุตฺโต. เอส นโย เสสุปจารทฺวเยปิ. อถ วา ทุติยชฺฌานาทีนํ อธิคมาย ปฏิปชฺชโต ทุกฺขาปฏิปทาทิวเสน กิลมโต โยคิโน กายกิลมถจิตฺตุปฆาตาทิวเสน วิตกฺกาทิสงฺโขเภน สปริปฺผนฺทตาย จ จิตฺตปฺปวตฺติยา ทุติยชฺฌานาทิอุปจาเรสุ กายสงฺขารสฺส โอฬาริกตา เวทิตพฺพา. อติสุขุโมติ อญฺญตฺถ ลพฺภมาโน กายสงฺขาโร จตุตฺถชฺฌาเน อติกฺกนฺตสุขุโม. สุขุมภาโวปิสฺส ตตฺถ นตฺถิ กุโต โอฬาริกตา อปฺปวตฺตนโต. เตนาห ‘‘อปฺปวตฺติเมว ปาปุณาตี’’ติ.

ลาภิสฺส สโต อนุปุพฺพสมาปตฺติสมาปชฺชนเวลํ เอกาสเนเนว วา สพฺเพสํ ฌานานํ ปฏิลาภํ สนฺธาย มชฺฌิมภาณกา เหฏฺฐิมเหฏฺฐิมชฺฌานโต อุปรูปริฌานูปจาเรปิ สุขุมตรํ อิจฺฉนฺติ. ตตฺถ หิ โสปจารานํ ฌานานํ อุปรูปริ วิเสสวนฺตตา สนฺตตา จ สมฺภเวยฺย, เอกาวชฺชนูปจารํ วา สนฺธาย เอวํ วุตฺตํ. เอวญฺหิ เหฏฺฐา วุตฺตวาเทน อิมสฺส วาทสฺส อวิโรโธ สิทฺโธ ภินฺนวิสยตฺตา. สพฺเพสํเยวาติ อุภเยสมฺปิ. ยสฺมา เต สพฺเพปิ วุจฺจมาเนน วิธินา ปสฺสทฺธิมิจฺฉนฺติเยว. อปริคฺคหิตกาเล ปวตฺตกายสงฺขาโร ปริคฺคหิตกาเล ปฏิปฺปสฺสมฺภตีติ อิทํ สทิสสนฺตานตาย วุตฺตํ. น หิ เต เอว โอฬาริกา อสฺสาสาทโย สุขุมา โหนฺติ. ปสฺสมฺภนากาโร ปน เตสํ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว.

มหาภูตปริคฺคเห สุขุโมติ จตุธาตุมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสํ สนฺธาย วุตฺตํ. สกลรูปปริคฺคเห สุขุโม ภาวนาย อุปรูปริ ปณีตภาวโต. เตเนวาห ‘‘รูปารูปปริคฺคเห สุขุโม’’ติ. ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนายาติ กลาปสมฺมสนมาห. นิพฺพิทานุปสฺสนาโต ปฏฺฐาย พลววิปสฺสนา, ตโต โอรํ ทุพฺพลวิปสฺสนา. ปุพฺเพ วุตฺตนเยนาติ ‘‘อปริคฺคหิตกาเล’’ติอาทินา สมถนเย วุตฺตนเยน. ‘‘อปริคฺคเห ปวตฺโต กายสงฺขาโร มหาภูตปริคฺคเห ปฏิปฺปสฺสมฺภตี’’ติอาทินา วิปสฺสนานเยปิ ปฏิปฺปสฺสทฺธิ โยเชตพฺพาติ วุตฺตํ โหติ.

อสฺสาติ อิมสฺส ‘‘ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขาร’’นฺติ ปทสฺส. โจทนาโสธนาหีติ อนุโยคปริหาเรหิ. เอวนฺติ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน. กถนฺติ ยํ อิทํ ‘‘ปสฺสมฺภยํ…เป… สิกฺขตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ กถํ เกน ปกาเรน กายสงฺขารสฺส ปสฺสมฺภนํ โยคิโน จ สิกฺขนํ โหตีติ กเถตุกามตาย ปุจฺฉิตฺวา กายสงฺขาเร สรูปโต โอฬาริกสุขุมโต วูปสมโต อนุโยคปริหารโต จ ทสฺเสตุํ ‘‘กตเม กายสงฺขารา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กายิกาติ รูปกาเย ภวา. กายปฺปฏิพทฺธาติ กายสนฺนิสฺสิตา. กาเย สติ โหนฺติ, อสติ น โหนฺติ, ตโต เอว เต อกายสมุฏฺฐานาปิ กาเยน สงฺขรียนฺตีติ กายสงฺขารา. ปสฺสมฺเภนฺโตติ โอฬาริโกฬาริกํ ปสฺสมฺเภนฺโต.

เสสปททฺวยํ ตสฺเสว เววจนํ. โอฬาริกญฺหิ กายสงฺขารํ อวูปสนฺตสภาวํ สนฺนิสีทาเปนฺโต ‘‘ปสฺสมฺเภนฺโต’’ติ วุจฺจติ, อนุปฺปาทนิโรธํ ปาเปนฺโต ‘‘นิโรเธนฺโต’’ติ, สุฏฺฐุ สนฺตสภาวํ นยนฺโต ‘‘วูปสเมนฺโต’’ติ.

ยถารูเปหีติ ยาทิเสหิ. กายสงฺขาเรหีติ โอฬาริเกหิ กายสงฺขาเรหิ. อานมนาติ อภิมุเขน กายสฺส นมนา. วินมนาติ วิสุํ วิสุํ ปสฺสโต นมนา. สนฺนมนาติ สพฺพโต, สุฏฺฐุ วา นมนา. ปณมนาติ ปจฺฉโต นมนา. อิญฺชนาทีนิ อานมนาทีนํ เววจนานิ, อธิมตฺตานิ วา อภิมุขจลนาทีนิ อานมนาทโย, มนฺทานิ อิญฺชนาทโย. ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารนฺติ ตถารูปํ อานมนาทีนํ การณภูตํ โอฬาริกํ กายสงฺขารํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภนฺโต. ตสฺมิญฺหิ ปสฺสมฺภิเต อานมนาทโยปิ ปสฺสมฺภิตา เอว โหนฺติ.

สนฺตํ สุขุมนฺติ ยถารูเปหิ กายสงฺขาเรหิ กายสฺส อปริปฺผนฺทนเหตูหิ อานมนาทโย น โหนฺติ, ตถารูปํ ทรถาภาวโต สนฺตํ, อโนฬาริกตาย สุขุมํ. ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารนฺติ สามญฺญโต เอกํ กตฺวา วทติ. อถ วา ปุพฺเพ โอฬาริโกฬาริกํ กายสงฺขารํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภนฺโต อนุกฺกเมน กายสฺส อปริปฺผนฺทนเหตุภูเต สุขุมสุขุมตเร อุปฺปาเทตฺวา เตปิ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา ปรมสุขุมตาย โกฏิปฺปตฺตํ ยํ กายสงฺขารํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สนฺตํ สุขุมํ ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขาร’’นฺติ.

อิตีติอาทิ โจทกวจนํ. ตตฺถ อิตีติ ปการตฺเถ นิปาโต, กิราติ อรุจิสูจเน, เอวญฺเจติ อตฺโถ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย ‘‘วุตฺตปฺปกาเรน ยทิ อติสุขุมมฺปิ กายสงฺขารํ ปสฺสมฺเภตี’’ติ. เอวํ สนฺเตติ เอวํ สติ ตยา วุตฺตากาเร ลพฺภมาเน. วาตูปลทฺธิยาติ วาตสฺส อุปลทฺธิยา. จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ, อสฺสาสาทิวาตารมฺมณสฺส จิตฺตสฺส ปภาวนา อุปฺปาทนา ปวตฺตนา น โหติ, เต จ เตน ปสฺสมฺเภตพฺพาติ อธิปฺปาโย. อสฺสาสปสฺสาสานญฺจ ปภาวนาติ โอฬาริเก อสฺสาสปสฺสาเส ภาวนาย ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา สุขุมานํ เตสํ ปภาวนา จ น โหติ อุภเยสํ เตสํ เตน ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพโต. อานาปานสฺสติยาติ อานาปานารมฺมณาย สติยา จ ปวตฺตนํ น โหติ อานาปานานํ อภาวโต. ตโต เอว ตํสมฺปยุตฺตสฺส อานาปานสฺสติสมาธิสฺส จ ปภาวนา อุปฺปาทนาปิ น โหติ. น หิ กทาจิ อารมฺมเณน วินา สารมฺมณา ธมฺมา สมฺภวนฺติ. น จ นํ ตนฺติ เอตฺถ นนฺติ นิปาตมตฺตํ. ตํ วุตฺตวิธานํ สมาปตฺตึ ปณฺฑิตา ปญฺญวนฺโต น เจว สมาปชฺชนฺติปิ ตโต น วุฏฺฐหนฺติปีติ โยชนา. เอวํ โจทโก สพฺเพน สพฺพํ อภาวูปนยนํ ปสฺสมฺภนนฺติ อธิปฺปาเยน โจเทติ.

ปุน อิติ กิราติอาทิ ยถาวุตฺตาย โจทนาย วิสฺสชฺชนา. ตตฺถ กิราติ ยทีติ เอตสฺส อตฺเถ นิปาโต. อิติ กิร สิกฺขติ, มยา วุตฺตากาเรน ยทิ สิกฺขตีติ อตฺโถ. เอวํ สนฺเตติ เอวํ ปสฺสมฺภเน สติ. ปภาวนา โหตีติ ยทิปิ โอฬาริกา กายสงฺขารา ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ, สุขุมา ปน อตฺเถวาติ อนุกฺกเมน ปรมสุขุมภาวปฺปตฺตสฺส วเสน นิมิตฺตุปฺปตฺติยา อานาปานสฺสติยา อานาปานสฺสติสมาธิสฺส จ ปภาวนา อิชฺฌเตวาติ อธิปฺปาโย.

ยถา กถํ วิยาติ ยถาวุตฺตวิธานํ ตํ กถํ วิย ทฏฺฐพฺพํ, อตฺถิ กิญฺจิ ตทตฺถสมฺปฏิปาทเน โอปมฺมนฺติ อธิปฺปาโย. อิทานิ โอปมฺมํ ทสฺเสตุํ ‘‘เสยฺยถาปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เสยฺยถาปีติ โอปมฺมตฺเถ นิปาโต. กํเสติ กํสภาชเน. นิมิตฺตนฺติ นิมิตฺตสฺส, เตสํ สทฺทานํ ปวตฺตาการสฺสาติ อตฺโถ. สามิอตฺเถ หิ อิทํ อุปโยควจนํ. สุคฺคหิตตฺตาติ สุฏฺฐุ คหิตตฺตา. สุมนสิกตตฺตาติ สุฏฺฐุ จิตฺเต ฐปิตตฺตา. สูปธาริตตฺตาติ สมฺมเทว อุปธาริตตฺตา สลฺลกฺขิตตฺตา. สุขุมกา สทฺทาติ อนุรเว อาห, เย อปฺปกา. อปฺปตฺโถ หิ อยํ ก-สทฺโท. สุขุมสทฺทนิมิตฺตารมฺมณตาปีติ สุขุโม สทฺโทว นิมิตฺตํ สุขุมสทฺทนิมิตฺตํ, ตทารมฺมณตายปีติ วุตฺตํ โหติ. กามํ ตทา สุขุมาปิ สทฺทา นิรุทฺธา, สทฺทนิมิตฺตสฺส ปน สุคฺคหิตตฺตา สุขุมตรสทฺทนิมิตฺตารมฺมณภาเวนปิ จิตฺตํ ปวตฺตติ. อาทิโต ปฏฺฐาย หิ ตสฺส ตสฺส นิรุทฺธสฺส สทฺทสฺส นิมิตฺตํ อวิกฺขิตฺเตน จิตฺเตน อุปธาเรนฺตสฺส อนุกฺกเมน ปริโยสาเน อติสุขุมสทฺทนิมิตฺตมฺปิ อารมฺมณํ กตฺวา จิตฺตํ ปวตฺตเตว. จิตฺตํ น วิกฺเขปํ คจฺฉติ ตสฺมึ ยถาอุปฏฺฐิเต นิมิตฺเต สมาธานสพฺภาวโต.

เอวํ สนฺเตติอาทิ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส นิคมนวเสน วุตฺตํ. ตตฺถ ยสฺส สุตฺตปทสฺส สทฺธึ โจทนาโสธนาหิ อตฺโถ วุตฺโต, ตํ อุทฺธริตฺวา กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานานิ วิภาคโต ทสฺเสตุํ ‘‘ปสฺสมฺภย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารนฺติ วุตฺตอสฺสาสปสฺสาสา กาโยติ โยชนา เวทิตพฺพา. อถ วา ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารนฺติ เอตฺถ อสฺสาสปสฺสาสา กาโยติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. มหาสติปฏฺฐานสุตฺเต (ที. นิ. ๒.๓๗๒ อาทโย; ม. นิ. ๑.๑๐๕ อาทโย) กายานุปสฺสนํ กเถนฺเตน ปฐมจตุกฺกสฺเสว วุตฺตตฺตา, อานาปานสฺสติสุตฺเตปิ ‘‘ยสฺมึ สมเย, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ทีฆํ วา อสฺสสนฺโต ทีฆํ อสฺสสามีติ ปชานาติ…เป… ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ. กาเย กายานุปสฺสี, ภิกฺขเว, ตสฺมึ สมเย ภิกฺขุ วิหรตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๑๔๙) วุตฺตตฺตา จ ‘‘กายานุปสฺสนาวเสน วุตฺตสฺส ปฐมจตุกฺกสฺสา’’ติ วุตฺตํ.

อาทิกมฺมิกสฺส กมฺมฏฺฐานวเสนาติ สมถกมฺมฏฺฐานํ สนฺธาย วุตฺตํ, วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ ปน อิตรจตุกฺเกสุปิ ลพฺภเตว. เอตฺถาติ ปฐมจตุกฺเก. สห ปฏิสมฺภิทาหีติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ, ปุญฺญวนฺตานํ ปน อุปนิสฺสยสมฺปนฺนานํ อภิญฺญาปิ สิชฺฌติเยว. จตุพฺพิธนฺติ ปาติโมกฺขสํวราทิวเสน จตุพฺพิธํ. อนาปชฺชนนฺติ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ อญฺญตรสฺส อนาปชฺชนํ. อาปนฺนวุฏฺฐานนฺติ อาปนฺนสปฺปฏิกมฺมาปตฺติโต ยถาธมฺมํ ปฏิกมฺมกรเณน วุฏฺฐานํ, เทสนาคามินิโต เทสนาย, วุฏฺฐานคามินิโต ปริวาสาทิวินยกมฺมกรเณน วุฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ โหติ. เทสนายปิ หิ อาปนฺนาปตฺติโต วุฏฺฐานํ โหตีติ สาปิ วุฏฺฐาเนเนว สงฺคหิตา. กิเลเสหิ จ อปฺปฏิปีฬนนฺติ โกโธ อุปนาโห มกฺโข ปลาโส อิสฺสา มจฺฉริยํ มายา สาเฐยฺยํ ถมฺโภ สารมฺโภ มาโน อติมาโน มโท ปมาโทติ เอวมาทีหิ ปาปธมฺเมหิ อปฺปฏิปีฬนํ, เตสํ อนุปฺปาทนนฺติ วุตฺตํ โหติ.

ยมิทํ อาภิสมาจาริกสีลํ วุจฺจตีติ สมฺพนฺโธ. เทฺวอสีติ ขนฺธกวตฺตานิ จุทฺทสวิธํ มหาวตฺตนฺติ เอตฺถ มหาวตฺตํ นาม วตฺตกฺขนฺธเก วุตฺตานิ อาคนฺตุกวตฺตํ อาวาสิกคมิกอนุโมทนภตฺตคฺคปิณฺฑจาริกอารญฺญิกเสนาสนชนฺตาฆรวจฺจกุฏิอุปชฺฌายสทฺธิวิหาริกอาจริยอนฺเตวาสิกวตฺตนฺติ จุทฺทส วตฺตานิ. ตโต อญฺญานิ ปน กทาจิ ตชฺชนียกมฺมกตาทิกาเลเยว จริตพฺพานิ ทฺวาสีติ ขนฺธกวตฺตานิ, น สพฺพาสุ อวตฺถาสุ จริตพฺพานิ, ตสฺมา มหาวตฺเตสุ อคณิตานิ. ตตฺถ ‘‘ปาริวาสิกานํ ภิกฺขูนํ วตฺตํ ปญฺญเปสฺสามี’’ติ อารภิตฺวา ‘‘น อุปสมฺปาเทตพฺพํ…เป… น ฉมายํ จงฺกมนฺเต จงฺกเม จงฺกมิตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. ๗๖) วุตฺตวตฺตานิ ฉสฏฺฐิ, ตโต ปรํ ‘‘น, ภิกฺขเว, ปาริวาสิเกน ภิกฺขุนา ปาริวาสิกวุฑฺฒตเรน ภิกฺขุนา สทฺธึ มูลายปฏิกสฺสนารเหน, มานตฺตารเหน, มานตฺตจาริเกน, อพฺภานารเหน ภิกฺขุนา สทฺธึ เอกจฺฉนฺเน อาวาเส วตฺถพฺพ’’นฺติอาทินา (จูฬว. ๘๒) วุตฺตานิ ปกตตฺเต จริตพฺเพหิ อนญฺญตฺตา วิสุํ ตานิ อคเณตฺวา ปาริวาสิกวุฑฺฒตราทีสุ ปุคฺคลนฺตเรสุ จริตพฺพตฺตา เตสํ วเสน สมฺปิณฺเฑตฺวา เอเกกํ กตฺวา คณิตานิ ปญฺจาติ เอกสตฺตติ วตฺตานิ, อุกฺเขปนียกมฺมกตวตฺเตสุ วตฺตปญฺญาปนวเสน วุตฺตํ ‘‘น ปกตตฺตสฺส ภิกฺขุโน อภิวาทนํ…เป… นหาเน ปิฏฺฐิปริกมฺมํ สาทิตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. ๕๑) อิทํ อภิวาทนาทีนํ อสาทิยนํ เอกํ, ‘‘น ปกตตฺโต ภิกฺขุ สีลวิปตฺติยา อนุทฺธํเสตพฺโพ’’ติอาทีนิ (จูฬว. ๕๑) จ ทสาติ เอวเมตานิ ทฺวาสีติ. เอเตเสฺวว ปน กานิจิ ตชฺชนียกมฺมาทิวตฺตานิ กานิจิ ปาริวาสิกาทิวตฺตานีติ อคฺคหิตคฺคหเณน ทฺวาสีติ เอว. อญฺญตฺถ ปน อฏฺฐกถาปเทเส อปฺปกํ อูนมธิกํ วา คณนูปคํ น โหตีติ อสีติ ขนฺธกวตฺตานีติ วุจฺจติ. อาภิสมาจาริกสีลนฺติ เอตฺถ อภิสมาจาโรติ อุตฺตมสมาจาโร, อภิสมาจาโรว อาภิสมาจาริกํ, อภิสมาจารํ วา อารพฺภ ปญฺญตฺตํ อาภิสมาจาริกํ, ตเทว สีลนฺติ อาภิสมาจาริกสีลํ. ขนฺธกวตฺตปริยาปนฺนสฺส สีลสฺเสตํ อธิวจนํ. อหํ สีลํ รกฺขามิ, กึ อาภิสมาจาริเกนาติอาทีสุ สีลนฺติ อุภโตวิภงฺคปริยาปนฺนเมว คเหตพฺพํ ขนฺธกวตฺตปริยาปนฺนสฺส อาภิสมาจาริกคฺคหเณน คหิตตฺตา. ปริปูเรติ ปริปุณฺเณ, ปริปูริเตติ วา อตฺโถ.

ตโตติ ยถาวุตฺตสีลวิโสธนโต ปรํ. อาวาโสติ อาวาสปลิโพโธ. กุลนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ (วิสุทฺธิ. ๑.๔๑) อาวาโสติ เอโกปิ โอวรโก วุจฺจติ เอกมฺปิ ปริเวณํ สกโลปิ สงฺฆาราโม. สฺวายํ น สพฺพสฺเสว ปลิโพโธ โหติ, โย ปเนตฺถ นวกมฺมาทิอุสฺสุกฺกํ วา อาปชฺชติ, พหุภณฺฑสนฺนิจโย วา โหติ, เยน เกนจิ วา การเณน อเปกฺขวา ปฏิพทฺธจิตฺโต, ตสฺเสว ปลิโพโธ โหติ, น อิตรสฺส.

กุลนฺติ ญาติกุลํ วา อุปฏฺฐากกุลํ วา. เอกจฺจสฺส หิ อุปฏฺฐากกุลมฺปิ ‘‘สุขิเต สุขิโต’’ติอาทินา นเยน สํสฏฺฐสฺส วิหรโต ปลิโพโธ โหติ, โส กุลมานุสเกหิ วินา ธมฺมสฺสวนาย สามนฺตวิหารมฺปิ น คจฺฉติ. เอกจฺจสฺส มาตาปิตโรปิ ปลิโพธา น โหนฺติ โกรณฺฑกวิหารวาสิตฺเถรสฺส ภาคิเนยฺยทหรภิกฺขุโน วิย.

ลาโภติ จตฺตาโร ปจฺจยา. เต กถํ ปลิโพธา โหนฺติ? ปุญฺญวนฺตสฺส หิ ภิกฺขุโน คตคตฏฺฐาเน มนุสฺสา มหาปริวาเร ปจฺจเย เทนฺติ, โส เตสํ อนุโมเทนฺโต ธมฺมํ เทเสนฺโต สมณธมฺมํ กาตุํ โอกาสํ น ลภติ, อรุณุคฺคมนโต ยาว ปฐมยาโม, ตาว มนุสฺสสํสคฺโค น อุปจฺฉิชฺชติ, ปุน พลวปจฺจูเสเยว พาหุลฺลิกปิณฺฑปาติกา อาคนฺตฺวา ‘‘ภนฺเต, อสุโก อุปฏฺฐาโก อุปาสโก อุปาสิกา อมจฺโจ อมจฺจธีตา ตุมฺหากํ ทสฺสนกามา’’ติ วทนฺติ, โส ‘‘คณฺหาวุโส ปตฺตจีวร’’นฺติ คมนสชฺโชว โหติ นิจฺจพฺยาวโฏ, ตสฺเสว เต ปจฺจยา ปลิโพธา โหนฺติ. เตน คณํ ปหาย ยตฺถ นํ น ชานนฺติ, ตตฺถ เอกเกน จริตพฺพํ. เอวํ โส ปลิโพโธ อุปจฺฉิชฺชติ.

คโณติ สุตฺตนฺติกคโณ วา อาภิธมฺมิกคโณ วา. โย ตสฺส อุทฺเทสํ วา ปริปุจฺฉํ วา เทนฺโต สมณธมฺมสฺส โอกาสํ น ลภติ, ตสฺส คโณ ปลิโพโธ โหติ. เตน โส เอวํ อุปจฺฉินฺทิตพฺโพ – สเจ เตสํ ภิกฺขูนํ พหุ กตํ โหติ, อปฺปํ อวสิฏฺฐํ, ตํ นิฏฺฐเปตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตพฺพํ. สเจ อปฺปํ กตํ, พหุ อวสิฏฺฐํ, โยชนโต ปรํ อคนฺตฺวา อนฺโตโยชนปริจฺเฉเท อญฺญํ คณวาจกํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อิเม อายสฺมา อุทฺเทสาทีหิ สงฺคณฺหตู’’ติ วตฺตพฺพํ. เอวมฺปิ อลภมาเนน ‘‘มยฺหํ, อาวุโส, เอกํ กิจฺจํ อตฺถิ, ตุเมฺห ยถาผาสุกฏฺฐานานิ คจฺฉถา’’ติ คณํ ปหาย อตฺตโน กมฺมํ กาตพฺพํ.

กมฺเมนาติ กมฺมปลิโพเธน. ‘‘กมฺมญฺจ ปญฺจม’’นฺติปิ ปาโฐ. ตตฺถ กมฺมนฺติ นวกมฺมํ. ตํ กโรนฺเตน วฑฺฒกีอาทีหิ ลทฺธาลทฺธํ ชานิตพฺพํ, กตากเต อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชิตพฺพนฺติ สพฺพถาปิ ปลิโพโธ โหติ. โสปิ เอวํ อุปจฺฉินฺทิตพฺโพ – สเจ อปฺปํ อวสิฏฺฐํ โหติ, นิฏฺฐเปตพฺพํ. สเจ พหุ, สงฺฆิกํ เจ, นวกมฺมํ สงฺฆสฺส วา ภารหารกภิกฺขูนํ วา นิยฺยาเตตพฺพํ. อตฺตโน สนฺตกํ เจ, อตฺตโน ภารหารกานํ นิยฺยาเตตพฺพํ. ตาทิสํ อลภนฺเตน สงฺฆสฺส ปริจฺจชิตฺวา คนฺตพฺพํ.

อทฺธานนฺติ มคฺคคมนํ. ยสฺส หิ กตฺถจิ ปพฺพชฺชาเปกฺโข วา โหติ, ปจฺจยชาตํ วา กิญฺจิ ลทฺธพฺพํ โหติ. สเจ ตํ อลภนฺโต น สกฺโกติ อธิวาเสตุํ, อรญฺญํ ปวิสิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺตสฺสปิ คมิกจิตฺตํ นาม ทุปฺปฏิวิโนทยํ โหติ, ตสฺมา คนฺตฺวา ตํ กิจฺจํ ตีเรตฺวาว สมณธมฺเม อุสฺสุกฺกํ กาตพฺพํ.

ญาตีติ วิหาเร อาจริยุปชฺฌายสทฺธิวิหาริกอนฺเตวาสิกสมานุปชฺฌายกสมานาจริยกา, ฆเร มาตา ปิตา ภาตาติ เอวมาทิกา. เต คิลานา อิมสฺส ปลิโพธา โหนฺติ. ตสฺมา โส ปลิโพโธ เต อุปฏฺฐหิตฺวา เตสํ ปากติกกรเณน อุปจฺฉินฺทิตพฺโพ. ตตฺถ อุปชฺฌาโย ตาว คิลาโน สเจ ลหุํ น วุฏฺฐาติ, ยาวชีวํ ปฏิชคฺคิตพฺโพ, ตถา ปพฺพชฺชาจริโย อุปสมฺปทาจริโย สทฺธิวิหาริโก อุปสมฺปาทิตปพฺพาชิตอนฺเตวาสิกสมานุปชฺฌายกา จ. นิสฺสยาจริยอุทฺเทสาจริยนิสฺสยนฺเตวาสิกอุทฺเทสนฺเตวาสิกสมานาจริยกา ปน ยาว นิสฺสยอุทฺเทสา อนุปจฺฉินฺนา, ตาว ปฏิชคฺคิตพฺพา. ปโหนฺเตน ตโต อุทฺธมฺปิ ปฏิชคฺคิตพฺพา เอว. มาตาปิตูสุ อุปชฺฌาเย วิย ปฏิชคฺคิตพฺพํ. สเจปิ หิ เต รชฺเช ฐิตา โหนฺติ, ปุตฺตโต จ อุปฏฺฐานํ ปจฺจาสีสนฺติ, กาตพฺพเมว. อถ เตสํ เภสชฺชํ นตฺถิ, อตฺตโน สนฺตกํ ทาตพฺพํ. อสติ, ภิกฺขาจริยาย ปริเยสิตฺวาปิ ทาตพฺพเมว. ภาตุภคินีนํ ปน เตสํ สนฺตกเมว โยเชตฺวา ทาตพฺพํ. สเจ นตฺถิ, อตฺตโน สนฺตกํ ตาวกาลิกํ ทตฺวา ปจฺฉา ลภนฺเตน คณฺหิตพฺพํ, อลภนฺเตน น โจเทตพฺพา. อญฺญาตกสฺส ภคินิยา สามิกสฺส เภสชฺชํ เนว กาตุํ, น ทาตุํ วฏฺฏติ, ‘‘ตุยฺหํ สามิกสฺส เทหี’’ติ วตฺวา ปน ภคินิยา ทาตพฺพํ. ภาตุ ชายายปิ เอเสว นโย, เตสํ ปน ปุตฺตา อิมสฺส ญาตกาเยวาติ เตสํ กาตุํ วฏฺฏติ.

อาพาโธติ โย โกจิ โรโค. โส พาธยมาโน ปลิโพโธ โหติ, ตสฺมา เภสชฺชกรเณน อุปจฺฉินฺทิตพฺโพ. สเจ ปน กติปาหํ เภสชฺชํ กโรนฺตสฺสปิ น วูปสมฺมติ, ‘‘นาหํ ตุยฺหํ ทาโส, น ภตโก, ตํเยวมฺหิ โปเสนฺโต อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ ทุกฺขปฺปตฺโต’’ติ อตฺตภาวํ ครหิตฺวา สมณธมฺโม กาตพฺโพ.

คนฺโถติ ปริยตฺติปริหรณํ. ตํ สชฺฌายาทีหิ นิจฺจพฺยาวฏสฺเสว ปลิโพโธ โหติ, น อิตรสฺส.

อิทฺธิยาติ อิทฺธิปลิโพเธน. ‘‘อิทฺธีติ เต ทสา’’ติปิ ปาโฐ. ตตฺถ อิทฺธีติ โปถุชฺชนิกา อิทฺธิ. สา หิ อุตฺตานเสยฺยกทารโก วิย ตรุณสสฺสํ วิย จ ทุปฺปริหารา โหติ, อปฺปมตฺตเกน จ ภิชฺชติ. สา ปน วิปสฺสนาย ปลิโพโธ โหติ, น สมาธิสฺส สมาธึ ปตฺวา ปตฺตพฺพโต, ตสฺมา วิปสฺสนาตฺถิเกน อิทฺธิปลิโพโธ อุปจฺฉินฺทิตพฺโพ, อิตเรน อวเสสาติ. กมฺมฏฺฐานภาวนํ ปริพุนฺเธติ อุปโรเธติ ปวตฺติตุํ น เทตีติ ปลิโพโธ, ร-การสฺส ล-การํ กตฺวา วุตฺโต, ปริปนฺโถติ อตฺโถ. อุปจฺฉินฺทิตพฺโพติ สมาปเนน สงฺคหเณน อุปรุนฺธิตพฺโพ, อปลิโพโธ กาตพฺโพติ อตฺโถ.

กมฺมฏฺฐาเน นิยุตฺโต กมฺมฏฺฐานิโก, ภาวนมนุยุญฺชนฺโต. เตน กมฺมฏฺฐานิเกน. ปริจฺฉินฺทิตฺวาติ ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร สพฺเพปิ ภิกฺขู’’ติ เอวํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา. สหวาสีนนฺติ สหวาสีนํ ภิกฺขูนํ. มุทุจิตฺตตํ ชเนตีติ อตฺตนิ มุทุจิตฺตตํ อุปฺปาเทติ. อยญฺจ สหวาสีนํ จิตฺตมทฺทวชนนาทิอตฺโถ ‘‘มนุสฺสานํ ปิโย โหตี’’ติอาทินยปฺปวตฺเตน เมตฺตานิสํสสุตฺเตน (อ. นิ. ๘.๑) ทีเปตพฺโพ.

อโนลีนวุตฺติโก โหตีติ สมฺมาปฏิปตฺติยํ โอลีนวุตฺติโก หีนวีริโย น โหติ, อารทฺธวีริโย โหตีติ อตฺโถ. ทิพฺเพสุปิ อารมฺมเณสุ, ปเคว อิตเรสูติ อธิปฺปาโย. สพฺพตฺถาติ สพฺพสฺมึ สมณกรณีเย, สพฺพสฺมึ วา กมฺมฏฺฐานานุโยเค. อตฺถยิตพฺพนฺติ ปุพฺพาเสวนวเสน อตฺถยิตพฺพํ. โยคสฺส ภาวนาย อนุยุญฺชนํ โยคานุโยโค, ตเทว กรณียฏฺเฐน กมฺมํ, ตสฺส โยคานุโยคกมฺมสฺส. ปทฏฺฐานตฺตาติ นิปฺผตฺติเหตุตฺตา.

โอทาตกสิเณ อาโลกกสิณํ, กสิณุคฺฆาฏิมากาสกสิเณ ปริจฺฉินฺนากาสกสิณญฺจ อนฺโตคธํ กตฺวา ปาฬิยํ ปถวีกสิณาทีนํ รูปชฺฌานารมฺมณานํ อฏฺฐนฺนํเยว กสิณานํ สรูปโต วุตฺตตฺตา อากาสกสิณํ อาโลกกสิณญฺจ วชฺเชตฺวา ‘‘อฏฺฐตึสารมฺมเณสู’’ติ ปาฬิยํ อาคตนเยเนว วุตฺตํ. อฏฺฐกถานเยน ปน อากาสกสิเณ อาโลกกสิเณ จ วิสุํ คหิเต จตฺตาลีสํเยว กมฺมฏฺฐานานิ. ตตฺริมานิ จตฺตาลีส กมฺมฏฺฐานานิ – ทส กสิณา, ทส อสุภา, ทส อนุสฺสติโย, จตฺตาโร พฺรหฺมวิหารา, จตฺตาโร อารุปฺปา, เอกา สญฺญา, เอกํ ววตฺถานนฺติ. ตตฺถ ปถวีกสิณํ อาโปกสิณํ เตโชกสิณํ วาโยกสิณํ นีลกสิณํ ปีตกสิณํ โลหิตกสิณํ โอทาตกสิณํ อาโลกกสิณํ ปริจฺฉินฺนากาสกสิณนฺติ อิเม ทส กสิณา. อุทฺธุมาตกํ วินีลกํ วิปุพฺพกํ วิจฺฉิทฺทกํ วิกฺขายิตกํ วิกฺขิตฺตกํ หตวิกฺขิตฺตกํ โลหิตกํ ปุฬวกํ อฏฺฐิกนฺติ อิเม ทส อสุภา. พุทฺธานุสฺสติ ธมฺม สงฺฆ สีล จาค เทวตานุสฺสติ มรณสฺสติ กายคตาสติ อานาปานสฺสติ อุปสมานุสฺสตีติ อิมา ทส อนุสฺสติโย. เมตฺตา กรุณา มุทิตา อุเปกฺขาติ อิเม จตฺตาโร พฺรหฺมวิหารา. อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนํ อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนนฺติ อิเม จตฺตาโร อารุปฺปา. อาหาเร ปฏิกูลสญฺญา เอกา สญฺญา. จตุธาตุววตฺถานํ เอกํ ววตฺถานนฺติ.

ยํ ยสฺส จริตานุกูลนฺติ เอตฺถ ราคจริตสฺส ตาว ทส อสุภา กายคตาสตีติ เอกาทส กมฺมฏฺฐานานิ อนุกูลานิ, โทสจริตสฺส จตฺตาโร พฺรหฺมวิหารา จตฺตาริ วณฺณกสิณานีติ อฏฺฐ, โมหจริตสฺส จ วิตกฺกจริตสฺส จ เอกํ อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐานเมว, สทฺธาจริตสฺส ปุริมา ฉ อนุสฺสติโย, พุทฺธิจริตสฺส มรณสฺสติ อุปสมานุสฺสติ จตุธาตุววตฺถานํ อาหาเร ปฏิกูลสญฺญาติ จตฺตาริ, เสสกสิณานิ จตฺตาโร จ อารุปฺปา สพฺพจริตานํ อนุกูลานิ. กสิเณสุ จ ยํ กิญฺจิ ปริตฺตํ วิตกฺกจริตสฺส, อปฺปมาณํ โมหจริตสฺส อนุกูลนฺติ เวทิตพฺพํ. ยถาวุตฺเตเนว นเยนาติ ‘‘โยคานุโยคกมฺมสฺส ปทฏฺฐานตฺตา’’ติ อิมมตฺถํ อติทิสติ.

ยํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตุกาโม โหติ, ตสฺเสว วเสน จตุกฺกปญฺจกชฺฌานานิ นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานปทฏฺฐานํ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อาสวกฺขยปฺปตฺตสฺส ขีณาสวสฺส สนฺติเก คเหตพฺพนฺติ อาห – ‘‘อิมินาว กมฺมฏฺฐาเนน…เป… อุคฺคเหตพฺพ’’นฺติ. อรหนฺตาทโย หีติอาทิ เอกจฺจขีณาสวโต พหุสฺสุโตว กมฺมฏฺฐานทาเน เสยฺโยติ ทสฺสนตฺถํ อารทฺธํ. มหาหตฺถิปถํ นีหรนฺโต วิยาติ กมฺมฏฺฐานปถวึ มหาหตฺถิปถํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต วิย. สปฺปายาสปฺปายํ ปริจฺฉินฺทิตฺวาติ ยสฺส กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขติ, ตสฺส อุปการานุปการํ ยุตฺติมคฺคเนน ปริจฺฉินฺทิตฺวา.

อิทานิ กมฺมฏฺฐานทายกสฺส สนฺติกํ คจฺฉนฺเตน โธตมกฺขิเตหิ ปาเทหิ อุปาหนา อารุหิตฺวา ฉตฺตํ คเหตฺวา เตลนาฬิมธุผาณิตาทีนิ คาหาเปตฺวา อนฺเตวาสิกปริวุเตน น คนฺตพฺพํ, คมิกวตฺตํ ปน ปูเรตฺวา อตฺตโน ปตฺตจีวรํ สยเมว คเหตฺวา อนฺตรามคฺเค ยํ ยํ วิหารํ ปวิสติ, สพฺพตฺถ ปวิฏฺฐกาเล อาคนฺตุกวตฺตํ, นิกฺขมนกาเล คมิกวตฺตนฺติ ยถารหํ ตํ ตํ วตฺตํ ปูเรนฺเตน สลฺลหุกปริกฺขาเรน ปรมสลฺเลขวุตฺตินา หุตฺวา คนฺตพฺพนฺติ อิมมตฺถํ สงฺขิปิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘สลฺลหุกวุตฺตินา วินยาจารสมฺปนฺเนนา’’ติ อาห. เอวํ ปน คนฺตฺวา ตํ วิหารํ ปวิสนฺเตน อนฺตราเยว ทนฺตกฏฺฐํ กปฺปิยํ การาเปตฺวา คเหตฺวา ปวิสิตพฺพํ, น จ มุหุตฺตํ วิสฺสมิตฺวา ปาทโธวนมกฺขนาทีนิ กตฺวา อาจริยสฺส สนฺติกํ คมิสฺสามีติ อญฺญํ ปริเวณํ ปวิสิตพฺพํ. กสฺมา? สเจ หิสฺส ตตฺร อาจริยสฺส วิสภาคา ภิกฺขู ภเวยฺยุํ, ตํ เต อาคมนการณํ ปุจฺฉิตฺวา อาจริยสฺส อวณฺณํ ปกาเสตฺวา ‘‘นฏฺโฐสิ, สเจ ตสฺส สนฺติกํ อาคโต’’ติ วิปฺปฏิสารํ อุปฺปาเทยฺยุํ, เยน ตโตว ปฏินิวตฺเตยฺย, ตสฺมา อาจริยสฺส วสนฏฺฐานํ ปุจฺฉิตฺวา อุชุกํ ตตฺเถว คนฺตพฺพํ.

วุตฺตปฺปการมาจริยนฺติ –

‘‘ปิโย ครุ ภาวนีโย, วตฺตา จ วจนกฺขโม;

คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา, โน จฏฺฐาเน นิโยชโก’’ติ. (อ. นิ. ๗.๓๗; เนตฺติ. ๑๑๓) –

เอวมาทินา วุตฺตปฺปการํ สทฺธาทิคุณสมนฺนาคตํ เอกนฺตหิเตสึ วุฑฺฒิปกฺเข ฐิตํ กลฺยาณมิตฺตํ อาจริยํ. วตฺตปฏิปตฺติยา อาราธิตจิตฺตสฺสาติ เอตฺถ สเจ อาจริโย ทหรตโร โหติ, ปตฺตจีวรปฏิคฺคหณาทีนิ น สาทิตพฺพานิ. สเจ วุฑฺฒตโร, คนฺตฺวา อาจริยํ วนฺทิตฺวา ฐาตพฺพํ. ‘‘นิกฺขิปาวุโส, ปตฺตจีวร’’นฺติ วุตฺเตน นิกฺขิปิตพฺพํ. ‘‘ปานียํ ปิวา’’ติ วุตฺเตน สเจ อิจฺฉติ, ปาตพฺพํ. ‘‘ปาเท โธวา’’ติ วุตฺเตน น ตาว โธวิตพฺพา. สเจ หิ อาจริเยน อาภตมุทกํ ภเวยฺย, น สารุปฺปํ สิยา. ‘‘โธวาวุโส, น มยา อาภตํ, อญฺเญหิ อาภต’’นฺติ วุตฺเตน ปน ยตฺถ อาจริโย น ปสฺสติ, เอวรูเป ปฏิจฺฉนฺเน วา โอกาเส อพฺโภกาสวิหารสฺสปิ วา เอกมนฺเต นิสีทิตฺวา ปาทา โธวิตพฺพา. สเจ อาจริโย เตลนาฬึ อาหรติ, อุฏฺฐหิตฺวา อุโภหิ หตฺเถหิ สกฺกจฺจํ คเหตพฺพา. สเจ หิ น คเณฺหยฺย, ‘‘อยํ ภิกฺขุ อิโต เอว ปฏฺฐาย สมฺโภคํ โกเปตี’’ติ อาจริยสฺส อญฺญถตฺตํ ภเวยฺย. คเหตฺวา ปน น อาทิโตว ปาทา มกฺเขตพฺพา. สเจ หิ ตํ อาจริยสฺส คตฺตพฺภญฺชนเตลํ ภเวยฺย, น สารุปฺปํ สิยา, ตสฺมา ปฐมํ สีสํ มกฺเขตฺวา ขนฺธาทีนิ มกฺเขตพฺพานิ. ‘‘สพฺพปาริหาริยเตลมิทํ, อาวุโส, ปาเทปิ มกฺเขหี’’ติ วุตฺเตน ปน ปาเท มกฺเขตฺวา ‘‘อิมํ เตลนาฬึ ฐเปมิ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา อาจริเย คณฺหนฺเต ทาตพฺพา.

คตทิวสโต ปฏฺฐาย ‘‘กมฺมฏฺฐานํ เม, ภนฺเต, กเถถ’’อิจฺเจวํ น วตฺตพฺพํ. ทุติยทิวสโต ปน ปฏฺฐาย สเจ อาจริยสฺส ปกติอุปฏฺฐาโก อตฺถิ, ตํ ยาจิตฺวา วตฺตํ กาตพฺพํ. สเจ ยาจิโตปิ น เทติ, โอกาเส ลทฺเธเยว กาตพฺพํ. กโรนฺเตน จ ขุทฺทกมชฺฌิมมหนฺตานิ ตีณิ ทนฺตกฏฺฐานิ อุปนาเมตพฺพานิ. สีตํ อุณฺหนฺติ ทุวิธํ มุขโธวนุทกญฺจ นฺหาโนทกญฺจ ปฏิยาเทตพฺพํ. ตโต ยํ อาจริโย ตีณิ ทิวสานิ ปริภุญฺชติ, ตาทิสเมว นิจฺจํ อุปฏฺฐาเปตพฺพํ, นิยมํ อกตฺวา ยํ วา ตํ วา ปริภุญฺชนฺตสฺส ยถาลทฺธํ อุปนาเมตพฺพํ. กึ พหุนา วุตฺเตน, ยํ ตํ ภควตา ‘‘อนฺเตวาสิเกน, ภิกฺขเว, อาจริยมฺหิ สมฺมา วตฺติตพฺพํ. ตตฺรายํ สมฺมาวตฺตนา – กาลสฺเสว วุฏฺฐาย อุปาหนา โอมุญฺจิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา ทนฺตกฏฺฐํ ทาตพฺพํ, มุโขทกํ ทาตพฺพํ, อาสนํ ปญฺญเปตพฺพํ. สเจ ยาคุ โหติ, ภาชนํ โธวิตฺวา ยาคุ อุปนาเมตพฺพา’’ติอาทิกํ (มหาว. ๖๖) ขนฺธเก วตฺตํ ปญฺญตฺตํ, ตํ สพฺพมฺปิ กาตพฺพํ. อิติ อิมินา ยถาวุตฺเตน นเยน ปฏิปชฺชนฺโต วตฺตปฏิปตฺติยา จิตฺตํ อาราเธตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

ปญฺจสนฺธิกนฺติ ปญฺจปพฺพํ, ปญฺจภาคนฺติ อตฺโถ. กมฺมฏฺฐานสฺส อุคฺคณฺหนนฺติ กมฺมฏฺฐานคนฺถสฺส อุคฺคณฺหนํ, ตทตฺถปริปุจฺฉา กมฺมฏฺฐานสฺส ปริปุจฺฉนา. อถ วา คนฺถโต อตฺถโต จ กมฺมฏฺฐานสฺส อุคฺคณฺหนํ อุคฺคโห, ตตฺถ สํสยปริปุจฺฉนา ปริปุจฺฉา. กมฺมฏฺฐานสฺส อุปฏฺฐานนฺติ นิมิตฺตุปฏฺฐานํ, เอวํ ภาวนมนุยุญฺชนฺตสฺส ‘‘เอวมิทํ นิมิตฺตํ อุปฏฺฐาตี’’ติ อุปธารณํ, ตถา กมฺมฏฺฐานปฺปนา ‘‘เอวํ ฌานมปฺเปตี’’ติ. กมฺมฏฺฐานสฺส ลกฺขณนฺติ คณนานุพนฺธนาผุสนานํ วเสน ภาวนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา ฐปนาย สมฺปตฺติ, ตโต ปรมฺปิ วา สลฺลกฺขณาทิวเสน มตฺถกปฺปตฺตีติ กมฺมฏฺฐานสภาวสฺส สลฺลกฺขณํ. เตนาห – ‘‘กมฺมฏฺฐานสภาวุปธารณนฺติ วุตฺตํ โหตี’’ติ.

อตฺตนาปิ น กิลมติ โอธิโส กมฺมฏฺฐานสฺส อุคฺคณฺหนโต, ตโต เอว อาจริยมฺปิ น วิเหเฐติ ธมฺมาธิกรณมฺปิ ภาวนาย มตฺถกํ ปาปนโต. ตสฺมาติ ตํนิมิตฺตํ อตฺตโนอกิลมนอาจริยาวิเหฐนเหตุ. โถกนฺติ โถกํ โถกํ. ตตฺถาติ ยตฺถ อาจริโย วสติ, ตตฺถ. สปฺปายํ โหตีติ อาวาสสปฺปายาทิลาเภน มนสิการผาสุตา ภาวนานุกูลตา โหติ. โยชนปรมนฺติ อิมินา คาวุตอฑฺฒโยชนานิปิ สงฺคณฺหาติ. ยสฺมา ปน มนฺทปญฺโญ คาวุเต อฑฺฒโยชเน โยชนมตฺเต วา วสนฺโต กมฺมฏฺฐานสฺส กิสฺมิญฺจิเทว ฐาเน สนฺเทเห วา สติสมฺโมเส วา ชาเต กาลสฺเสว วิหาเร วตฺตํ กตฺวา อนฺตรามคฺเค ปิณฺฑาย จริตฺวา ภตฺตกิจฺจปริโยสาเนเยว อาจริยสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ตํ ทิวสํ อาจริยสฺส สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ โสเธตฺวา ทุติยทิวเส อาจริยํ วนฺทิตฺวา นิกฺขมิตฺวา อนฺตรามคฺเค ปิณฺฑาย จริตฺวา อกิลมนฺโตเยว อตฺตโน วสนฏฺฐานํ อาคนฺตุํ สกฺขิสฺสติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘มนฺทปญฺโญ โยชนปรมํ คนฺตฺวา’’ติ. สเจ ติกฺขปญฺโญ โยชนปรเม ผาสุกฏฺฐานํ น ลภติ, เตน กมฺมฏฺฐาเน สพฺพํ คณฺฐิฏฺฐานํ ฉินฺทิตฺวา วิสุทฺธํ อาวชฺชนปฏิพทฺธํ กมฺมฏฺฐานํ กตฺวา โยชนปรมโต ทูรมฺปิ คนฺตุํ วฏฺฏตีติ อาห ‘‘ติกฺขปญฺโญ ทูรมฺปิ คนฺตฺวา’’ติ.

อฏฺฐารสเสนาสนโทสวิวชฺชิตนฺติ มหตฺตํ, นวตฺตํ, ชิณฺณตฺตํ, ปนฺถนิสฺสิตตฺตํ, โสณฺฑี, ปณฺณํ, ปุปฺผํ, ผลํ, ปตฺถนียตา, นครสนฺนิสฺสิตตา, ทารุสนฺนิสฺสิตตา, เขตฺตสนฺนิสฺสิตตา, วิสภาคานํ ปุคฺคลานํ อตฺถิตา, ปฏฺฏนสนฺนิสฺสิตตา, ปจฺจนฺตสนฺนิสฺสิตตา, รชฺชสีมสนฺนิสฺสิตตา, อสปฺปายตา, กลฺยาณมิตฺตานํ อลาโภติ อิเมหิ อฏฺฐารสหิ เสนาสนโทเสหิ วิวชฺชิตํ. อิเมสญฺหิ อฏฺฐารสนฺนํ โทสานํ อญฺญตเรน สมนฺนาคตํ เสนาสนํ ภาวนาย อนนุรูปํ.

กสฺมา? มหาวิหาเร (วิสุทฺธิ. ๑.๕๒) ตาว พหู นานาฉนฺทา สนฺนิปตนฺติ, เต อญฺญมญฺญํ ปฏิวิรุทฺธตาย วตฺตํ น กโรนฺติ, โพธิยงฺคณาทีนิ อสมฺมฏฺฐาเนว โหนฺติ, อนุปฏฺฐาปิตํ ปานียํ ปริโภชนียํ. ตตฺรายํ ‘‘โคจรคาเม ปิณฺฑาย จริสฺสามี’’ติ ปตฺตจีวรมาทาย นิกฺขนฺโตปิ สเจ ปสฺสติ วตฺตํ อกตํ, ปานียฆฏํ วา ริตฺตํ, อถาเนน วตฺตํ กาตพฺพํ โหติ, ปานียํ อุปฏฺฐาเปตพฺพํ, อกโรนฺโต วตฺตเภเท ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. กโรนฺตสฺส กาโล อติกฺกมติ, อติทิวา ปวิฏฺโฐ นิฏฺฐิตาย ภิกฺขาย กิญฺจิ น ลภติ. ปฏิสลฺลานคโตปิ สามเณรทหรภิกฺขูนํ อุจฺจาสทฺเทน สงฺฆกมฺเมหิ จ วิกฺขิปติ. ยตฺถ ปน สพฺพํ วตฺตํ กตเมว โหติ, อวเสสาปิ จ ฆฏฺฏนา นตฺถิ, เอวรูเป มหาวิหาเรปิ วิหาตพฺพํ.

นววิหาเร พหุ นวกมฺมํ โหติ, อกโรนฺตํ อุชฺฌายนฺติ. ยตฺถ ปน ภิกฺขู เอวํ วทนฺติ ‘‘อายสฺมา ยถาสุขํ สมณธมฺมํ กโรตุ, มยํ นวกมฺมํ กริสฺสามา’’ติ, เอวรูเป วิหาตพฺพํ.

ชิณฺณวิหาเร ปน พหุ ปฏิชคฺคิตพฺพํ โหติ, อนฺตมโส อตฺตโน เสนาสนมตฺตมฺปิ อปฺปฏิชคฺคนฺตํ อุชฺฌายนฺติ, ปฏิชคฺคนฺตสฺส กมฺมฏฺฐานํ ปริหายติ.

ปนฺถนิสฺสิเต มหาปถวิหาเร รตฺตินฺทิวํ อาคนฺตุกา สนฺนิปตนฺติ. วิกาเล อาคตานํ อตฺตโน เสนาสนํ ทตฺวา รุกฺขมูเล วา ปาสาณปิฏฺเฐ วา วสิตพฺพํ โหติ, ปุนทิวเสปิ เอวเมวาติ กมฺมฏฺฐานสฺส โอกาโส น โหติ. ยตฺถ ปน เอวรูโป อาคนฺตุกสมฺพาโธ น โหติ, ตตฺถ วิหาตพฺพํ.

โสณฺฑี นาม ปาสาณโปกฺขรณี โหติ. ตตฺถ ปานียตฺถํ มหาชโน สโมสรติ, นครวาสีนํ ราชกุลูปกตฺเถรานํ อนฺเตวาสิกา รชนกมฺมตฺถาย อาคจฺฉนฺติ, เตสํ ภาชนทารุโทณิกาทีนิ ปุจฺฉนฺตานํ ‘‘อสุเก จ อสุเก จ ฐาเน’’ติ ทสฺเสตพฺพานิ โหนฺติ. เอวํ สพฺพกาลมฺปิ นิจฺจพฺยาวโฏ โหติ.

ยตฺถ นานาวิธํ สากปณฺณํ โหติ, ตตฺถสฺส กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ทิวาวิหารํ นิสินฺนสฺสปิ สนฺติเก สากหาริกา คายมานา ปณฺณํ อุจฺจินนฺติโย วิสภาคสทฺทสงฺฆฏฺฏเนน กมฺมฏฺฐานนฺตรายํ กโรนฺติ.

ยตฺถ ปน นานาวิธา มาลาคจฺฉา สุปุปฺผิตา โหนฺติ, ตตฺราปิ ตาทิโสเยว อุปทฺทโว.

ยตฺถ นานาวิธํ อมฺพชมฺพุปนสาทิผลํ โหติ, ตตฺถ ผลตฺถิกา อาคนฺตฺวา ยาจนฺติ, อเทนฺตสฺส กุชฺฌนฺติ, พลกฺกาเรน วา คณฺหนฺติ, สายนฺหสมเย วิหารมชฺเฌ จงฺกมนฺเตน เต ทิสฺวา ‘‘กึ อุปาสกา เอวํ กโรถา’’ติ วุตฺตา ยถารุจิ อกฺโกสนฺติ, อวาสายปิสฺส ปรกฺกมนฺติ.

ปตฺถนีเย ปน โลกสมฺมเต ทกฺขิณคิริหตฺถิกุจฺฉิเจติยคิริจิตฺตลปพฺพตสทิเส วิหาเร วิหรนฺตํ ‘‘อยํ อรหา’’ติ สมฺภาเวตฺวา วนฺทิตุกามา มนุสฺสา สมนฺตา โอสรนฺติ, เตนสฺส น ผาสุ โหติ. ยสฺส ปน ตํ สปฺปายํ โหติ, เตน ทิวา อญฺญตฺถ คนฺตฺวา รตฺตึ วสิตพฺพํ.

นครสนฺนิสฺสิเต วิสภาคารมฺมณานิ อาปาถมาคจฺฉนฺติ, กุมฺภทาสิโยปิ ฆเฏหิ นิฆํสนฺติโย คจฺฉนฺติ, โอกฺกมิตฺวา มคฺคํ น เทนฺติ, อิสฺสรมนุสฺสาปิ วิหารมชฺเฌ สาณึ ปริกฺขิปิตฺวา นิสีทนฺติ.

ทารุสนฺนิสฺสเย ปน ยตฺถ กฏฺฐานิ จ ทพฺพุปกรณรุกฺขา จ สนฺติ, ตตฺถ กฏฺฐหาริกา ปุพฺเพ วุตฺตสากปุปฺผหาริกา วิย อผาสุกํ กโรนฺติ. วิหาเร รุกฺขา สนฺติ, เต ‘‘ฉินฺทิตฺวา ฆรานิ กริสฺสามา’’ติ มนุสฺสา อาคนฺตฺวา ฉินฺทนฺติ. สเจ สายนฺหสมเย ปธานฆรา นิกฺขมิตฺวา วิหารมชฺเฌ จงฺกมนฺโต เต ทิสฺวา ‘‘กึ อุปาสกา เอวํ กโรถา’’ติ วทติ, ยถารุจิ อกฺโกสนฺติ, อวาสายปิสฺส ปรกฺกมนฺติ.

โย ปน เขตฺตสนฺนิสฺสิโต โหติ สมนฺตา เขตฺเตหิ ปริวาริโต, ตตฺถ มนุสฺสา วิหารมชฺเฌเยว ขลํ กตฺวา ธญฺญํ มทฺทนฺติ, ปมุเขสุ สยนฺติ, อญฺญมฺปิ พหุํ อผาสุํ กโรนฺติ. ยตฺรปิ มหาสงฺฆโภโค โหติ, อารามิกกุลานํ คาโว รุนฺธนฺติ, อุทกวารํ ปฏิเสเธนฺติ, มนุสฺสา วีหิสีสํ คเหตฺวา ‘‘ปสฺสถ ตุมฺหากํ อารามิกกุลานํ กมฺม’’นฺติ สงฺฆสฺส ทสฺเสนฺติ. เตน เตน การเณน ราชราชมหามตฺตานํ ฆรทฺวารํ คนฺตพฺพํ โหติ, อยมฺปิ เขตฺตสนฺนิสฺสิเตเนว สงฺคหิโต.

ยตฺถ อญฺญมญฺญวิสภาคา เวรี ภิกฺขู วิหรนฺติ, เย กลหํ กโรนฺตา ‘‘มา, ภนฺเต, เอวํ กโรถา’’ติ วาริยมานา ‘‘เอตสฺส ปํสุกูลิกสฺส อาคตกาลโต ปฏฺฐาย นฏฺฐามฺหา’’ติ วตฺตาโร ภวนฺติ.

โยปิ อุทกปฏฺฏนํ วา ถลปฏฺฏนํ วา สนฺนิสฺสิโต โหติ, ตตฺถ อภิณฺหํ นาวาหิ จ สตฺเถหิ จ อาคตมนุสฺสา ‘‘โอกาสํ เทถ, ปานียํ เทถ, โลณํ เทถา’’ติ ฆฏฺฏยนฺตา อผาสุํ กโรนฺติ.

ปจฺจนฺตสนฺนิสฺสิเต ปน มนุสฺสา พุทฺธาทีสุ อปฺปสนฺนา โหนฺติ.

รชฺชสีมสนฺนิสฺสิเต ราชภยํ โหติ. ตญฺหิ ปเทสํ เอโก ราชา ‘‘น มยฺหํ วเส วตฺตตี’’ติ ปหรติ, อิตโรปิ ‘‘น มยฺหํ วเส วตฺตตี’’ติ. ตตฺรายํ ภิกฺขุ กทาจิ อิมสฺส รญฺโญ วิชิเต วิจรติ, กทาจิ เอตสฺส, อถ นํ ‘‘จรปุริโส อย’’นฺติ มญฺญมานา อนยพฺยสนํ ปาเปนฺติ.

อสปฺปายตาติ วิสภาครูปาทิอารมฺมณสโมสรเณน วา อมนุสฺสปริคฺคหิตตาย วา อสปฺปายตา. ตตฺริทํ วตฺถุ – เอโก กิร เถโร อรญฺเญ วสติ. อถสฺส เอกา ยกฺขินี ปณฺณสาลทฺวาเร ฐตฺวา คายิ. โส นิกฺขมิตฺวา ทฺวาเร อฏฺฐาสิ, สา คนฺตฺวา จงฺกมนสีเส คายิ. เถโร จงฺกมนสีสํ อคมาสิ, สา สตโปริเส ปปาเต ฐตฺวา คายิ. เถโร ปฏินิวตฺติ, อถ นํ สา เวเคน คนฺตฺวา คเหตฺวา ‘‘มยา, ภนฺเต, น เอโก, น เทฺว ตุมฺหาทิสา ขาทิตา’’ติ อาห.

ยตฺถ น สกฺกา โหติ อาจริยํ วา อาจริยสมํ วา อุปชฺฌายํ วา อุปชฺฌายสมํ วา กลฺยาณมิตฺตํ ลทฺธุํ, ตตฺถ โส กลฺยาณมิตฺตานํ อลาโภ มหาโทโสเยว. ตสฺมา อิเมสํ อฏฺฐารสนฺนํ โทสานํ อญฺญตเรน สมนฺนาคตํ เสนาสนํ ภาวนาย อนนุรูปนฺติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ อฏฺฐกถาสุ –

‘‘มหาวาสํ นวาวาสํ, ชราวาสญฺจ ปนฺถนึ;

โสณฺฑึ ปณฺณญฺจ ปุปฺผญฺจ, ผลํ ปตฺถิตเมว จ.

‘‘นครํ ทารุนา เขตฺตํ, วิสภาเคน ปฏฺฏนํ;

ปจฺจนฺตสีมาสปฺปายํ, ยตฺถ มิตฺโต น ลพฺภติ.

‘‘อฏฺฐารเสตานิ ฐานานิ, อิติ วิญฺญาย ปณฺฑิโต;

อารกา ปริวชฺเชยฺย, มคฺคํ สปฺปฏิภยํ ยถา’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๕๒);

ปญฺจเสนาสนงฺคสมนฺนาคตนฺติ คามโต นาติทูรนาจฺจาสนฺนตาทีหิ ปญฺจหิ เสนาสนงฺเคหิ สมนฺนาคตํ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, เสนาสนํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, เสนาสนํ นาติทูรํ โหติ นาจฺจาสนฺนํ คมนาคมนสมฺปนฺนํ, ทิวา อปฺปากิณฺณํ รตฺตึ อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆสํ, อปฺปฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺสํ, ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน วิหรนฺตสฺส อปฺปกสิเรน อุปฺปชฺชนฺติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา, ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน เถรา ภิกฺขู วิหรนฺติ พหุสฺสุตา อาคตาคมา ธมฺมธรา วินยธรา มาติกาธรา, เต กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปริปุจฺฉติ ปริปญฺหติ ‘อิทํ, ภนฺเต, กถํ, อิมสฺส โก อตฺโถ’ติ. ตสฺส เต อายสฺมนฺโต อวิวฏญฺเจว วิวรนฺติ, อนุตฺตานีกตญฺจ อุตฺตานึ กโรนฺติ, อเนกวิหิเตสุ จ กงฺขาฐานิเยสุ ธมฺเมสุ กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, เสนาสนํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ โหตี’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๑๑).

เอตฺถ จ นาติทูรํ นาจฺจาสนฺนํ คมนาคมนสมฺปนฺนนฺติ เอกํ องฺคํ, ทิวา อปฺปากิณฺณํ รตฺตึ อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆสนฺติ เอกํ, อปฺปฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺสนฺติ เอกํ, ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน วิหรนฺตสฺส…เป… ปริกฺขาราติ เอกํ, ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน เถรา…เป… กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺตีติ เอกํ. เอวํ ปญฺจงฺคานิ เวทิตพฺพานิ.

อุปจฺฉินฺนขุทฺทกปลิโพเธนาติ เอตฺถ ปน ขุทฺทกปลิโพเธ อุปจฺฉินฺทนฺเตน ทีฆานิ เกสนขโลมานิ ฉินฺทิตพฺพานิ, ชิณฺณจีวเรสุ อคฺคฬอนุวาตปริภณฺฑทานาทินา ทฬฺหีกมฺมํ วา ตนฺตุจฺเฉทาทีสุ ตุนฺนกมฺมํ วา กาตพฺพํ, กิลิฏฺฐานิ วา รชิตพฺพานิ. สเจ ปตฺเต มลํ โหติ, ปตฺโต ปจิตพฺโพ, มญฺจปีฐาทีนิ โสเธตพฺพานิ. ภตฺตสมฺมทํ ปฏิวิโนเทตฺวาติ โภชนนิมิตฺตํ ปริสฺสมํ วิโนเทตฺวา. อาหาเร หิ อาสยํ ปวิฏฺฐมตฺเต ตสฺส อาคนฺตุกตาย เยภุยฺเยน สิยา สรีรสฺส โกจิ ปริสฺสโม, ตํ วูปสเมตฺวา. ตสฺมิญฺหิ อวูปสนฺเต สรีรเขเทน จิตฺตํ เอกคฺคตํ น ลเภยฺยาติ. อุคฺคเหตพฺพโต อุคฺคโห, สพฺโพปิ กมฺมฏฺฐานวิธิ, น ปุพฺเพ วุตฺตอุคฺคหมตฺตํ. อาจริยโต อุคฺคโห อาจริยุคฺคโห, ตโต. เอกปทมฺปีติ เอกโกฏฺฐาสมฺปิ.

อนุพนฺธนาติ อสฺสาสปสฺสาสานํ อนุคมนวเสน สติยา นิรนฺตรํ อนุปวตฺตนา. ผุสนาติ อสฺสาสปสฺสาเส คเณนฺตสฺส คณนํ ปฏิสํหริตฺวา เต สติยา อนุพนฺธนฺตสฺส ยถา อปฺปนา โหติ, ตถา จิตฺตํ ฐเปนฺตสฺส จ นาสิกคฺคาทิฏฺฐานสฺส เนสํ ผุสนา. ยสฺมา ปน คณนาทิวเสน วิย ผุสนาทิวเสน วิสุํ มนสิกาโร นตฺถิ, ผุฏฺฐผุฏฺฐฏฺฐาเนเยว คณนา กาตพฺพาติ ทสฺเสตุํ อิธ ผุสนาคหณนฺติ ทีเปนฺโต ‘‘ผุสนาติ ผุฏฺฐฏฺฐาน’’นฺติ อาห. ฐปนาติ สมาธานํ. ตญฺหิ สมฺมเทว อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อาธานํ ฐปนํ โหติ. ตถา หิ สมาธิ ‘‘จิตฺตสฺส ฐิติ สณฺฐิตี’’ติ นิทฺทิฏฺโฐ. สมาธิปฺปธานา ปน อปฺปนาติ อาห ‘‘ฐปนาติ อปฺปนา’’ติ. อนิจฺจตาทีนํ สํลกฺขณโต สลฺลกฺขณา วิปสฺสนา. ปวตฺตโต นิมิตฺตโต จ วินิวฏฺฏนโต วินิวฏฺฏนา มคฺโค. สกลสํกิเลสปฏิปฺปสฺสทฺธิภาวโต สพฺพโส สุทฺธีติ ปาริสุทฺธิ ผลํ. เตสนฺติ วิวฏฺฏนาปาริสุทฺธีนํ. ปฏิปสฺสนาติ ปติ ปติ ทสฺสนํ เปกฺขนํ. เตนาห ‘‘ปจฺจเวกฺขณา’’ติ.

ขณฺฑนฺติ เอกํ ตีณิ ปญฺจาติ เอวํ คณนาย ขณฺฑนํ. โอกาเสติ คณนาวิธึ สนฺธายาห, คณนานิสฺสิโตว น กมฺมฏฺฐานนิสฺสิโต. สิขาปฺปตฺตํ นุ โขติ อิทํ จิรตรํ คณนาย มนสิกโรนฺตสฺส วเสน วุตฺตํ. โส หิ ตถา ลทฺธํ อวิกฺเขปมตฺตํ นิสฺสาย เอวํ มญฺเญยฺย. อสฺสาสปสฺสาเสสุ โย อุปฏฺฐาติ, ตํ คเหตฺวาติ อิทํ อสฺสาสปสฺสาเสสุ ยสฺส เอโกว ปฐมํ อุปฏฺฐาติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยสฺส ปน อุโภปิ อุปฏฺฐหนฺติ, เตน อุภยมฺปิ คเหตฺวา คเณตพฺพํ. โย อุปฏฺฐาตีติ อิมินา จ ทฺวีสุ นาสาปุฏวาเตสุ โย ปากฏตโร อุปฏฺฐาติ, โส คเหตพฺโพติ อยมฺปิ อตฺโถ ทีปิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ปวตฺตมานํ ปวตฺตมานนฺติ อาเมฑิตวจเนน นิรนฺตรํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปลกฺขณํ ทสฺเสติ. เอวนฺติ วุตฺตปฺปกาเรน อุปลกฺเขตฺวาวาติ อตฺโถ. ปฐมํ เอเกกสฺมึ อุปฏฺฐิเตปิ อุปลกฺเขตฺวาว คเณนฺตสฺส กเมน อุโภปิ ปากฏา โหนฺตีติ อาห – ‘‘อสฺสาสปสฺสาสา ปากฏา โหนฺตี’’ติ. เตน ‘‘อุปลกฺเขตฺวาว คเณตพฺพ’’นฺติ อิมสฺส ‘‘ตสฺเสวํ คณยโต…เป… ปากฏา โหนฺตี’’ติ อิทํ การณวจนํ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ ปากฏา โหนฺตีติ คณนาวเสน พหิทฺธา วิกฺเขปาภาวโต วิภูตา โหนฺติ.

ปลิฆาย ปริวตฺตนกํ ยตฺถ นิกฺขิปนฺติ, โส ปลิฆตฺถมฺโภ. ติยามรตฺตินฺติ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. ปุริมนเยนาติ สีฆคณนาย, โคปาลกคณนายาติ อตฺโถ. เอโก เทฺว ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจาติ คณนาวิธิทสฺสนํ. ตสฺมา อฏฺฐาติอาทีสุปิ เอกโต ปฏฺฐาเยว ปจฺเจกํ อฏฺฐาทีนิ ปาเปตพฺพานิ. ‘‘สีฆํ สีฆํ คเณตพฺพเมวา’’ติ วตฺวา ตตฺถ การณํ นิทสฺสนญฺจ ทสฺเสติ ‘‘คณนาปฏิพทฺเธ หี’’ติอาทินา. ตตฺถ อรียติ เตน นาวาติ อริตฺตํ, ปาชนทณฺโฑ. อริตฺเตน อุปตฺถมฺภนํ อริตฺตุปตฺถมฺภนํ, ตสฺส วเสน.

นิปฺปริยายโต นิรนฺตรปฺปวตฺติ นาม ฐปนายเมวาติ อาห ‘‘นิรนฺตรปฺปวตฺตํ วิยา’’ติ. อนฺโต ปวิสนฺตํ มนสิกโรนฺโต อนฺโต จิตฺตํ ปเวเสติ นาม. พหิ จิตฺตนีหรเณปิ เอเสว นโย. วาตพฺภาหตนฺติ อพฺภนฺตรคตวาตํ พหุลํ มนสิกโรนฺตสฺส วาเตน ตํ ฐานํ อพฺภาหตํ วิย เมเทน ปูริตํ วิย จ โหติ, ตถา อุปฏฺฐาติ. นีหรโตติ ผุฏฺโฐกาสํ มุญฺจิตฺวา นีหรโต. ตถา ปน นีหรโต วาตสฺส คติสมเนฺวสนมุเขน นานารมฺมเณสุ จิตฺตํ วิธาวตีติ อาห ‘‘ปุถุตฺตารมฺมเณ จิตฺตํ วิกฺขิปตี’’ติ.

เอตนฺติ เอตํ อสฺสาสปสฺสาสชาตํ. อนุคมนนฺติ ปวตฺตปวตฺตานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อารมฺมณกรณวเสน สติยา อนุ อนุ ปวตฺตนํ อนุคจฺฉนํ. เตเนวาห – ‘‘ตญฺจ โข อาทิมชฺฌปริโยสานานุคมนวเสนา’’ติ. นาภิ อาทิ ตตฺถ ปฐมํ อุปฺปชฺชนโต. ปฐมุปฺปตฺติวเสน หิ อิธ อาทิจินฺตา, น อุปฺปตฺติมตฺตวเสน. ตถา หิ เต นาภิโต ปฏฺฐาย ยาว นาสิกคฺคา สพฺพตฺถ อุปฺปชฺชนฺเตว. ยตฺถ ยตฺถ จ อุปฺปชฺชนฺติ, ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชนฺติ ธมฺมานํ คมนาภาวโต. ยถาปจฺจยํ ปน เทสนฺตรปฺปตฺติยํ คติสมญฺญา. หทยํ มชฺฌนฺติ หทยสมีปํ ตสฺส อุปริภาโค มชฺฌํ. นาสิกคฺคํ ปริโยสานนฺติ นาสิกฏฺฐานํ ตสฺส ปริโยสานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ สมญฺญาย ตทวธิภาวโต. ตถา เหเต จิตฺตสมุฏฺฐานา วุตฺตา, น จ พหิทฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ สมฺภโว อตฺถิ. เตนาห ‘‘อพฺภนฺตรปวิสนวาตสฺส นาสิกคฺคํ อาที’’ติ. ปวิสนนิกฺขมนปริยาโย ปน ตํสทิสวเสเนว วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. วิกฺเขปคตนฺติ วิกฺเขปํ อุปคตํ, วิกฺขิตฺตํ อสมาหิตนฺติ อตฺโถ. สารทฺธายาติ สทรถภาวาย. อิญฺชนายาติ กมฺมฏฺฐานมนสิการสฺส จลนาย. วิกฺเขปคเตน จิตฺเตนาติ เหตุมฺหิ กรณวจนํ, อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ วา. สารทฺธาติ สทรถา. อิญฺชิตาติ อิญฺชนกา จลนกา, ตถา ผนฺทิตา.

อาทิมชฺฌปริโยสานวเสนาติอาทิมชฺฌปริโยสานานุคมนวเสน น มนสิ กาตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อนุพนฺธนาย มนสิกโรนฺเตน ผุสนาวเสน ฐปนาวเสน จ มนสิ กาตพฺพ’’นฺติ เยน อธิปฺปาเยน วุตฺตํ, ตํ วิวริตุํ ‘‘คณนานุพนฺธนาวเสน วิยา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ วิสุํ มนสิกาโร นตฺถีติ คณนาย อนุพนฺธนาย จ วินา ยถากฺกมํ เกวลํ ผุสนาวเสน ฐปนาวเสน จ กมฺมฏฺฐานมนสิกาโร นตฺถิ. นนุ ผุสนาย วินา ฐปนาย วิย ผุสนาย วินา คณนายปิ มนสิกาโร นตฺถิเยวาติ? ยทิปิ นตฺถิ, คณนา ปน ยถา กมฺมฏฺฐานมนสิการสฺส มูลภาวโต ปธานภาเวน คเหตพฺพา, เอวํ อนุพนฺธนา ฐปนาย ตาย วินา ฐปนาย อสมฺภวโต. ตสฺมา สติปิ ผุสนาย นานนฺตริกภาเว คณนานุพนฺธนา เอว มูลภาวโต ปธานภาเวน คเหตฺวา อิตราสํ ตทภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘คณนานุพนฺธนาวเสน วิย หิ ผุสนาฐปนาวเสน วิสุํ มนสิกาโร นตฺถี’’ติ. ยทิ เอวํ ตา กสฺมา อุทฺเทเส วิสุํ คหิตาติ อาห ‘‘ผุฏฺฐผุฏฺฐฏฺฐาเนเยวา’’ติอาทิ. ตตฺถ ผุฏฺฐผุฏฺฐฏฺฐาเนเยว คเณนฺโตติ อิมินา คณนาย ผุสนา องฺคนฺติ ทสฺเสติ. เตนาห – ‘‘คณนาย จ ผุสนาย จ มนสิ กโรตี’’ติ. ตตฺเถวาติ ผุฏฺฐผุฏฺฐฏฺฐาเนเยว. เตติ อสฺสาสปสฺสาเส. สติยา อนุพนฺธนฺโตติ คณนาวิธึ อนุคนฺตฺวา สติยา นิพนฺธนฺโต, ผุฏฺโฐกาเสเยว เต นิรนฺตรํ อุปธาเรนฺโตติ อตฺโถ. อปฺปนาวเสน จิตฺตํ ฐเปนฺโตติ ยถา อปฺปนา โหติ, เอวํ ยถาอุปฏฺฐิเต นิมิตฺเต จิตฺตํ ฐเปนฺโต สมาทหนฺโต. อนุพนฺธนาย จาติอาทีสุ อนุพนฺธนาย จ ผุสนาย จ ฐปนาย จ มนสิ กโรตีติ วุจฺจตีติ โยชนา. สฺวายมตฺโถติ ยฺวายํ ‘‘ผุฏฺฐผุฏฺฐฏฺฐาเนเยว คเณนฺโต ตตฺเถว คณนํ ปฏิสํหริตฺวา เต สติยา อนุพนฺธนฺโต’’ติ วุตฺโต, โส อยมตฺโถ. ยา อจฺจนฺตาย น มิโนติ น วินิจฺฉินติ, สา มานสฺส สมีเปติ อุปมา ยถา โคโณ วิย ควโยติ.

ปงฺคุโฬติ ปีฐสปฺปี. โทลาติ เปงฺโขโล. กีฬตนฺติ กีฬนฺตานํ. มาตาปุตฺตานนฺติ อตฺตโน ภริยาย ปุตฺตสฺส จ. อุโภ โกฏิโยติ อาคจฺฉนฺตสฺส ปุริมโกฏึ, คจฺฉนฺตสฺส ปจฺฉิมโกฏินฺติ เทฺวปิ โกฏิโย. มชฺฌญฺจาติ โทลาผลกสฺเสว มชฺฌํ. อุปนิพนฺธนตฺถมฺโภ วิยาติ อุปนิพนฺธนตฺถมฺโภ, นาสิกคฺคํ มุขนิมิตฺตํ วา, ตสฺส มูเล สมีเป ฐตฺวา. กถํ ฐตฺวา? สติยา วเสน. สติญฺหิ ตตฺถ สูปฏฺฐิตํ กโรนฺโต โยคาวจโร ตตฺถ ฐิโต นาม โหติ อวยวธมฺเมน สมุทายสฺส อปทิสิตพฺพโต. นิมิตฺเตติ นาสิกคฺคาทินิมิตฺเต. สติยา นิสินฺโนติ สติวเสน นิสีทนฺโต. ‘‘สติญฺหิ ตตฺถา’’ติอาทินา ฐาเน วิย วตฺตพฺพํ. ตตฺถาติ ผุฏฺฐฏฺฐาเน. เตติ นครสฺส อนฺโต พหิ จ คตา มนุสฺสา เตสํ สงฺคหา จ หตฺถคตา. อาทิโต ปภุตีติ อุปเมยฺยตฺถทสฺสนโต ปฏฺฐาย.

คาถายํ นิมิตฺตนฺติ อุปนิพนฺธนนิมิตฺตํ. อนารมฺมณเมกจิตฺตสฺสาติ เอกสฺส จิตฺตสฺส น อารมฺมณํ, อารมฺมณํ น โหนฺตีติ อตฺโถ. อชานโต จ ตโย ธมฺเมติ นิมิตฺตํ อสฺสาโส ปสฺสาโสติ อิเม นิมิตฺตาทโย ตโย ธมฺเม อารมฺมณกรณวเสน อวินฺทนฺตสฺส. จ-สทฺโท พฺยติเรเก. ภาวนาติ อานาปานสฺสติสมาธิภาวนา. นุปลพฺภตีติ น อุปลพฺภติ น สิชฺฌตีติ อยํ โจทนาคาถาย อตฺโถ. ทุติยา ปน ปริหารคาถา สุวิญฺเญยฺยาว.

กถนฺติ ตาสํ โจทนาปริหารคาถานํ อตฺถํ วิวริตุํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. อิเม ตโย ธมฺมาติอาทีสุ ปทโยชนาย สทฺธึ อยมตฺถนิทฺเทโส – อิเม นิมิตฺตาทโย ตโย ธมฺมา เอกจิตฺตสฺส กถํ อารมฺมณํ น โหนฺติ, อสติปิ อารมฺมณภาเว น จิเม น จ อิเม ตโย ธมฺมา อวิทิตา โหนฺติ, กถญฺจ น โหนฺติ อวิทิตา, เตสญฺหิ อวิทิตตฺเต จิตฺตญฺจ กถํ วิกฺเขปํ น คจฺฉติ, ปธานญฺจ ภาวนาย นิปฺผาทกํ วีริยญฺจ กถํ ปญฺญายติ, นีวรณานํ วิกฺขมฺภกํ สมฺมเทว สมาธานาวหํ ภาวนานุโยคสงฺขาตํ ปโยคญฺจ โยคี กถํ สาเธติ, อุปรูปริ โลกิยโลกุตฺตรญฺจ วิเสสํ กถมธิคจฺฉตีติ.

อิทานิ ตมตฺถํ กกโจปมาย สาเธตุํ ‘‘เสยฺยถาปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ภูมิภาคสฺส วิสมตาย จญฺจเล รุกฺเข เฉทนกิริยา น สุกรา สิยา, ตถา จ สติ กกจทนฺตคติ ทุวิญฺเญยฺยาติ อาห – ‘‘สเม ภูมิภาเค’’ติ. กกเจนาติ ขุทฺทเกน ขรปตฺเตน. เตนาห ‘‘ปุริโส’’ติ. ผุฏฺฐกกจทนฺตานนฺติ ผุฏฺฐผุฏฺฐกกจทนฺตานํ วเสน. เตน กกจทนฺเตหิ ผุฏฺฐผุฏฺฐฏฺฐาเนเยว ปุริสสฺส สติยา อุปฏฺฐานํ ทสฺเสติ. เตนาห – ‘‘น อาคเต วา คเต วา กกจทนฺเต มนสิ กโรตี’’ติ.

กกจสฺส อากฑฺฒนกาเล ปุริสาภิมุขํ ปวตฺตา อาคตา, เปลฺลนกาเล ตโต วิคตา คตาติ วุตฺตา, น จ อาคตา วา คตา วา กกจทนฺตา อวิทิตา โหนฺติ สพฺพตฺถ สติยา อุปฏฺฐิตตฺตา ฉินฺทิตพฺพฏฺฐานํ อผุสิตฺวา คจฺฉนฺตานํ อาคจฺฉนฺตานญฺจ กกจทนฺตานํ อภาวโต. ปธานนฺติ รุกฺขสฺส เฉทนวีริยํ. ปโยคนฺติ ตสฺเสว เฉทนกิริยํ. อุปมายํ ‘‘วิเสสมธิคจฺฉตี’’ติ ปทํ ปาฬิยํ นตฺถิ, โยเชตฺวา ปน ทสฺเสตพฺพํ. เตเนว วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๒๗) อุปมายมฺปิ ‘‘วิเสสมธิคจฺฉตี’’ติ ปทํ โยเชตฺวาว วุตฺตํ. ตํสํวณฺณนายญฺจ ‘‘วิเสสนฺติ อเนกภาวาปาทนํ, เตน จ สาเธตพฺพํ ปโยชนวิเสส’’นฺติ อตฺโถ วุตฺโต.

ยถา รุกฺโขติอาทิ อุปมาสํสนฺทนํ. อุปนิพนฺธติ อารมฺมเณ จิตฺตํ เอตายาติ สติ อุปนิพนฺธนา นาม, ตสฺสา อสฺสาสปสฺสาสานํ สลฺลกฺขณสฺส นิมิตฺตนฺติ อุปนิพนฺธนานิมิตฺตํ, นาสิกคฺคํ มุขนิมิตฺตํ วา. เอวเมวนฺติ ยถา โส ปุริโส กกเจน รุกฺขํ ฉินฺทนฺโต อาคตคเต กกจทนฺเต อมนสิกโรนฺโตปิ ผุฏฺฐผุฏฺฐฏฺฐาเนเยว สติยา อุปฏฺฐปเนน อาคตคเต กกจทนฺเต ชานาติ, สุตฺตปทญฺจ อวิรชฺฌนฺโต อตฺถกิจฺจํ สาเธติ, เอวเมวํ. นาสิกคฺเค มุขนิมิตฺเตติ ทีฆนาสิโก นาสิกคฺเค, อิตโร มุขํ อสนํ นิมียติ ฉาทียติ เอเตนาติ มุขนิมิตฺตนฺติ ลทฺธนาเม อุตฺตโรฏฺเฐ.

อิทํ ปธานนฺติ เยน วีริยารมฺเภน อารทฺธวีริยสฺส โยคิโน กาโยปิ จิตฺตมฺปิ กมฺมนิยํ ภาวนากมฺมกฺขมํ ภาวนากมฺมโยคฺคํ โหติ, อิทํ วีริยํ ปธานนฺติ ผเลน เหตุํ ทสฺเสติ. อุปกฺกิเลสา ปหียนฺตีติ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสภูตานิ นีวรณานิ วิกฺขมฺภนวเสน ปหียนฺติ. วิตกฺกา วูปสมฺมนฺตีติ ตโต เอว กามวิตกฺกาทโย มิจฺฉาวิตกฺกา อุปสมํ คจฺฉนฺติ, นีวรณปฺปหาเนน วา ปฐมชฺฌานาธิคมํ ทสฺเสตฺวา วิตกฺกวูปสมาปเทเสน ทุติยชฺฌานาทีนมธิคมมาห. อยํ ปโยโคติ อยํ ฌานาธิคมสฺส เหตุภูโต กมฺมฏฺฐานานุโยโค ปโยโค. สํโยชนา ปหียนฺตีติ ทสปิ สํโยชนานิ มคฺคปฺปฏิปาฏิยา สมุจฺเฉทวเสน ปหียนฺติ. อนุสยา พฺยนฺตี โหนฺตีติ ตถา สตฺตปิ อนุสยา อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทเนน ภงฺคมตฺตสฺสปิ อนวเสสโต วิคตนฺตา โหนฺติ. เอตฺถ จ สํโยชนปฺปหานํ นาม อนุสยนิโรเธเนว โหติ, ปหีเนสุ จ สํโยชเนสุ อนุสยานํ เลโสปิ น ภวิสฺสตีติ จ ทสฺสนตฺถํ ‘‘สํโยชนา ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตี โหนฺตี’’ติ วุตฺตํ. อยํ วิเสโสติ อิมํ สมาธึ นิสฺสาย อนุกฺกเมน ลพฺภมาโน อยํ สํโยชนปฺปหานาทิโก อิมสฺส สมาธิสฺส วิเสโสติ อตฺโถ.

ยสฺสาติ เยน. อนุปุพฺพนฺติ อนุกฺกเมน. ปริจิตาติ ปริจิณฺณา. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – อานาปานสฺสติ ยถา พุทฺเธน ภควตา เทสิตา, ตถา เยน ทีฆรสฺสปชอานนาทิวิธินา อนุปุพฺพํ ปริจิตา สุฏฺฐุ ภาวิตา, ตโต เอว ปริปุณฺณา โสฬสนฺนํ วตฺถูนํ ปาริปูริยา สพฺพโส ปุณฺณา, โส ภิกฺขุ อิมํ อตฺตโน ขนฺธาทิโลกํ ปญฺโญภาเสน ปภาเสติ. ยถา กึ? อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา อพฺภาทิอุปกฺกิเลสวิมุตฺโต จนฺทิมา ตารกราชา วิยาติ. ‘‘อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา’’ติ หิ ปทสฺส นิทฺเทเส มหิกาทีนมฺปิ วุตฺตตฺตา เอตฺถ อาทิ-สทฺทโลโป กโตติ เวทิตพฺโพ.

อิธาติ กกจูปมาย. อสฺสาติ โยคิโน. อิธาติ วา อิมสฺมึ ฐาเน. อสฺสาติ อุปมาภูตสฺส กกจสฺส. อาคตคตวเสน ยถา ตสฺส ปุริสสฺส อมนสิกาโร, เอวํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อาคตคตวเสน อมนสิการมตฺตเมว อานยนปฺปโยชนํ. น จิเรเนวาติ อิทํ กตาธิการํ สนฺธาย วุตฺตํ. นิมิตฺตนฺติ ปฏิภาคนิมิตฺตํ. อวเสสชฺฌานงฺคปฏิมณฺฑิตาติ วิตกฺกาทิอวเสสชฺฌานงฺคปฏิมณฺฑิตาติ วทนฺติ, วิจาราทีติ ปน วตฺตพฺพํ นิปฺปริยาเยน วิตกฺกสฺส อปฺปนาภาวโต. โส หิ ปาฬิยํ ‘‘อปฺปนา พฺยปฺปนา’’ติ นิทฺทิฏฺโฐ, ตํสมฺปโยคโต วา ยสฺมา ฌานํ อปฺปนาติ อฏฺฐกถาโวหาโร, ฌานงฺเคสุ จ สมาธิ ปธานํ, ตสฺมา ตํ อปฺปนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อวเสสชฺฌานงฺคปฏิมณฺฑิตา อปฺปนาสงฺขาตา ฐปนา จ สมฺปชฺชตี’’ติ อาห. กสฺสจิ ปน คณนาวเสเนว มนสิการกาลโต ปภุตีติ เอตฺถ ‘‘อนุกฺกมโต…เป… ปตฺตํ วิย โหตี’’ติ เอตฺตโกว คนฺโถ ปริหีโน, ปุราณโปตฺถเกสุ ปน กตฺถจิ โส คนฺโถ ลิขิโตเยว ติฏฺฐติ.

สารทฺธกายสฺส กสฺสจิ ปุคฺคลสฺส. โอนมติ วตฺถิกาทิปลมฺพเนน. วิกูชตีติ สทฺทํ กโรติ. วลึ คณฺหาตีติ. ตตฺถ ตตฺถ วลินํ โหติ. กสฺมา? ยสฺมา สารทฺธกาโย ครุโก โหตีติ. กายทรถวูปสเมน สทฺธึ สิชฺฌมาโน โอฬาริกอสฺสาสปสฺสาสนิโรโธ พฺยติเรกมุเขน ตสฺส สาธนํ วิย วุตฺโต. โอฬาริกอสฺสาสปสฺสาสนิโรธวเสนาติ อนฺวยวเสน ตทตฺถสฺส สาธนํ. กายทรเถ วูปสนฺเตติ จิตฺตชรูปานํ ลหุมุทุกมฺมญฺญภาเวน โย เสสติสนฺตติรูปานมฺปิ ลหุอาทิภาโว, โส อิธ กายสฺส ลหุภาโวติ อธิปฺเปโต. สฺวายํ ยสฺมา จิตฺตสฺส ลหุอาทิภาเวน วินา นตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘กาโยปิ จิตฺตมฺปิ ลหุกํ โหตี’’ติ.

โอฬาริเก อสฺสาสปสฺสาเส นิรุทฺเธติอาทิ เหฏฺฐา วุตฺตนยมฺหิ วิเจตพฺพาการปฺปตฺตสฺส กายสงฺขารสฺส วิจยนวิธึ ทสฺเสตุํ อานีตํ.

อุปรูปริ วิภูตานีติ ภาวนาพเลน อุทฺธํ อุทฺธํ ปากฏานิ โหนฺติ. เทสโตติ ปกติยา ผุสนเทสโต, ปุพฺเพ อตฺตโน ผุสนวเสน อุปธาริตฏฺฐานโต.

‘‘กตฺถ นตฺถี’’ติ ฐานวเสน ‘‘กสฺส นตฺถี’’ติ ปุคฺคลวเสน จ วีมํสิยมานมตฺถํ เอกชฺฌํ กตฺวา วิภาเวตุํ ‘‘อนฺโตมาตุกุจฺฉิย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘ยถา อุทเก นิมุคฺคสฺส นิรุทฺโธกาสตาย อสฺสาสปสฺสาสา น ปวตฺตนฺติ, เอวํ อนฺโตมาตุกุจฺฉิยํ. ยถา มตานํ สมุฏฺฐาปกจิตฺตาภาวโต, เอวํ อสญฺญีภูตานํ มุจฺฉาปเรตานํ อสญฺญีสุ วา ชาตานํ, ตถา นิโรธสมาปนฺนาน’’นฺติ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ. มหาคณฺฐิปเท ปน ‘‘มุจฺฉาปเรตานํ จิตฺตปฺปวตฺติยา ทุพฺพลภาวโต’’ติ การณํ วุตฺตํ. จตุตฺถชฺฌานสมาปนฺนานํ ธมฺมตาวเสเนว เนสํ อนุปฺปชฺชนํ, ตถา รูปารูปภวสมงฺคีนํ. เกจิ ปน ‘‘อนุปุพฺพโต สุขุมภาวปฺปตฺติยา จตุตฺถชฺฌานสมาปนฺนสฺส, รูปภเว รูปานํ ภวงฺคสฺส จ สุขุมภาวโต รูปภวสมงฺคีนํ นตฺถี’’ติ การณํ วทนฺติ. อตฺถิเยว เต อสฺสาสปสฺสาสา ปาริเสสโตติ อธิปฺปาโย ยถาวุตฺตสตฺตฏฺฐานวินิมุตฺตสฺส อสฺสาสปสฺสาสานํ อนุปฺปชฺชนฏฺฐานสฺส อภาวโต. ปกติผุฏฺฐวเสนาติ ปกติยา ผุสนฏฺฐานวเสน. นิมิตฺตํ ฐเปตพฺพนฺติ สติยา ตตฺถ สุขปฺปวตฺตนตฺถํ ถิรตรํ สญฺญาณํ ปวตฺเตตพฺพํ. ถิรสญฺญาปทฏฺฐานา หิ สติ. อิมเมวาติ อิมํ เอว อนุปฏฺฐหนฺตสฺส กายสงฺขารสฺส กณฺฏกุฏฺฐาปนญาเยน อุปฏฺฐาปนวิธิเมว. อตฺถวสนฺติ เหตุํ. อตฺโถ หิ ผลํ. โส ยสฺส วเสน ปวตฺตติ, โส อตฺถวโสติ. มุฏฺฐสฺสติสฺสาติ วินฏฺฐสฺสติสฺส. อสมฺปชานสฺสาติ สมฺปชญฺญวิรหิตสฺส, ภาเวนฺตสฺส อนุกฺกเมน อนุปฏฺฐหนฺเต อสฺสาสปสฺสาเส วีมํสิตฺวา ‘‘อิเม เต’’ติ อุปธาเรตุํ สมฺมเทว ชานิตุญฺจ สมตฺถาหิ สติปญฺญาหิ วิรหิตสฺสาติ อธิปฺปาโย. อิโต อญฺญํ กมฺมฏฺฐานํ. ครุกนฺติ ภาริยํ. สา จสฺส ครุกตา ภาวนาย สุทุกฺกรภาเวนาติ อาห ‘‘ครุกภาวน’’นฺติ.

อุปรูปริ สนฺตสุขุมภาวาปตฺติโต ‘‘พลวตี สุวิสทา สูรา จ สติ ปญฺญา จ อิจฺฉิตพฺพา’’ติ วตฺวา สุขุมสฺส นาม อตฺถสฺส สาธเนนปิ สุขุเมเนว ภวิตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิทานิ อนุปฏฺฐหนฺตานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ปริเยสนุปายํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตาหิ จ ปนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อนุปทนฺติ ปทานุปทํ. จริตฺวาติ โคจรํ คเหตฺวา. ตสฺมึเยว ฐาเนติ อุปนิพนฺธนนิมิตฺตสญฺญิเต ฐาเน. โยเชตฺวาติ มนสิกาเรน โยเชตฺวา. ‘‘สติรสฺมิยา พนฺธิตฺวา’’ติ วา วุตฺตเมวตฺถมาห ‘‘ตสฺมึเยว ฐาเน โยเชตฺวา’’ติ. น หิ อุปเมยฺเย พนฺธนโยชนฏฺฐานานิ วิสุํ ลพฺภนฺติ. นิมิตฺตนฺติ อุคฺคหนิมิตฺตํ ปฏิภาคนิมิตฺตํ วา. อุภยมฺปิ หิ อิธ เอกชฺฌํ วุตฺตํ. ตถา หิ ตูลปิจุอาทิ อุปมตฺตยํ อุคฺคเห ยุชฺชติ, เสสํ อุภยตฺถ. เอกจฺเจติ เอเก อาจริยา.