ทิพฺพจกฺขุญาณกถา

๑๓. จุติยาติ จวเน. อุปปาเตติ อุปปชฺชเน. สมีปตฺเถ เจตํ ภุมฺมวจนํ, จุติกฺขณสามนฺตา อุปปตฺติกฺขณสามนฺตา จาติ วุตฺตํ โหติ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘เย ปน อาสนฺนจุติกา’’ติอาทิ. เยน ญาเณนาติ เยน ทิพฺพจกฺขุญาเณน. ทิพฺพจกฺขุญาเณเนว หิ สตฺตานํ จุติ จ อุปปตฺติ จ ญายติ. ปริกมฺมํ วตฺตพฺพํ สิยาติ ‘‘ทิพฺพจกฺขุญาณํ อุปฺปาเทตุกาเมน อาทิกมฺมิเกน กุลปุตฺเตน กสิณารมฺมณํ อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ สพฺพากาเรน อภินีหารกฺขมํ กตฺวา เตโชกสิณํ โอทาตกสิณํ อาโลกกสิณนฺติ อิเมสุ ตีสุ กสิเณสุ อญฺญตรํ อาสนฺนํ กาตพฺพํ, อุปจารชฺฌานโคจรํ กตฺวา วฑฺเฒตฺวา ฐเปตพฺพ’’นฺติอาทินา ทิพฺพจกฺขุญาณสฺส ปริกมฺมํ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย.

โส อหนฺติ โส กตจิตฺตาภินีหาโร อหํ. ทิพฺพสทิสตฺตาติ ทิวิ ภวนฺติ ทิพฺพํ, เทวานํ ปสาทจกฺขุ, เตน ทิพฺเพน จกฺขุนา สทิสตฺตาติ อตฺโถ. ทิพฺพสทิสตฺตาติ จ หีนูปมาทสฺสนํ เทวตานํ ทิพฺพจกฺขุโตปิ อิมสฺส มหานุภาวตฺตา. อิทานิ ตํ ทิพฺพสทิสตฺตํ วิภาเวตุํ ‘‘เทวตานญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สุจริตกมฺมนิพฺพตฺตนฺติ สทฺธาพหุลตาวิสุทฺธทิฏฺฐิตาอานิสํสทสฺสาวิตาทิสมฺปตฺติยา สุฏฺฐุ จริตตฺตา สุจริเตน เทวูปปตฺติชนเกน ปุญฺญกมฺเมน นิพฺพตฺตํ. ปิตฺตเสมฺหรุหิราทีหีติ อาทิ-สทฺเทน วาตโรคาทีนํ สงฺคโห. อปลิพุทฺธนฺติ อนุปทฺทุตํ. ปิตฺตาทีหิ อนุปทฺทุตตฺตา กมฺมสฺส จ อุฬารตาย อุปกฺกิเลสวิมุตฺติ เวทิตพฺพา. อุปกฺกิเลสโทสรหิตญฺหิ กมฺมํ ติณาทิโทสรหิตํ วิย สสฺสํ อุฬารผลํ อนุปกฺกิลิฏฺฐํ โหติ. การณูปจาเรน จสฺส ผลํ ตถา โวหรียติ ยถา ‘‘สุกฺกํ สุกฺกวิปาก’’นฺติ. ทูเรปีติ ปิ-สทฺเทน สุขุมสฺสปิ อารมฺมณสฺส สมฺปฏิจฺฉนสมตฺถตํ สงฺคณฺหาติ. ปสาทจกฺขูติ จตุนฺนํ มหาภูตานํ ปสาทลกฺขณํ จกฺขุ. วีริยภาวนาพลนิพฺพตฺตนฺติ วีริยารมฺภวเสเนว อิชฺฌนโต สพฺพาปิ กุสลภาวนา วีริยภาวนา, ปธานสงฺขารสมนฺนาคตา วา อิทฺธิปาทภาวนา วิเสสโต วีริยภาวนา, ตสฺสา อานุภาเวน นิพฺพตฺตํ วีริยภาวนาพลนิพฺพตฺตํ. ญาณมยํ จกฺขุ ญาณจกฺขุ. ตาทิสเมวาติ อุปกฺกิเลสวิมุตฺตตาย ทูเรปิ สุขุมสฺสปิ อารมฺมณสฺส สมฺปฏิจฺฉนสมตฺถตาย จ ตํสทิสเมว.

ทิพฺพวิหารวเสน ปฏิลทฺธตฺตาติ ทิพฺพวิหารสงฺขาตานํ จตุนฺนํ ฌานานํ วเสน ปฏิลทฺธตฺตา. อิมินา การณวเสนสฺส ทิพฺพภาวมาห. ทิพฺพวิหารสนฺนิสฺสิตตฺตาติ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเมน อุกฺกํสคตํ ปาทกชฺฌานสงฺขาตํ ทิพฺพวิหารํ สนฺนิสฺสาย ปวตฺตตฺตา, ทิพฺพวิหารปริยาปนฺนํ วา อตฺตนา สมฺปยุตฺตํ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานํ นิสฺสาย ปจฺจยภูตํ สนฺนิสฺสิตตฺตาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อาโลกปริคฺคเหน มหาชุติกตฺตาปิ ทิพฺพนฺติ กสิณาโลกานุคฺคเหน ปตฺตพฺพตฺตา สยํ ญาณาโลกผรณภาเวน จ มหาชุติกภาวโตปิ ทิพฺพนฺติ อตฺโถ. มหาชุติกมฺปิ หิ ทิพฺพนฺติ วุจฺจติ ‘‘ทิพฺพมิทํ พฺยมฺห’’นฺติอาทีสุ. มหาคติกตฺตาติ มหนียคมนตฺตา, วิมฺหยนียปฺปวตฺติกตฺตาติ อตฺโถ. วิมฺหยนียา หิสฺส ปวตฺติ ติโรกุฏฺฏาทิคตรูปทสฺสนโต. ตํ สพฺพนฺติ ‘‘เหฏฺฐา วุตฺตํ อตฺถปญฺจกมเปกฺขิตฺวา วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. เกจิ ปน ‘‘ชุติคติอตฺเถสุปิ สทฺทวิทู ทิวุสทฺทํ อิจฺฉนฺตีติ มหาชุติกตฺตา มหาคติกตฺตาติ อิทเมว ทฺวยํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตสฺมา ‘สทฺทสตฺถานุสาเรน เวทิตพฺพ’นฺติ อิทํ ทิพฺพติ โชตยตีติ ทิพฺพํ, ทิพฺพติ คจฺฉติ อสชฺชมานํ ปวตฺตตีติ ทิพฺพนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. อาจริยธมฺมปาลตฺเถโร ปน –

‘‘ทิพฺพจกฺขุลาภาย โยคิโน ปริกมฺมกรณํ ตปฺปฏิปกฺขาภิภวสฺส อตฺถโต ตสฺส วิชยิจฺฉา นาม โหติ, ทิพฺพจกฺขุลาภี จ อิทฺธิมา เทวตานํ วจนคหณกฺขมนธมฺมทานวเสน มหาโมคฺคลฺลานตฺเถราทโย วิย ทานคฺคหณลกฺขเณ โวหาเร จ ปวตฺเตยฺยาติ เอวํ วิหารวิชยิจฺฉาโวหารชุติคติสงฺขาตานํ อตฺถานํ วเสน อิมสฺส อภิญฺญาญาณสฺส ทิพฺพจกฺขุภาวสิทฺธิโต สทฺทวิทู จ เตสุ เอว อตฺเถสุ ทิวุสทฺทํ อิจฺฉนฺตีติ ‘ตํ สพฺพํ สทฺทสตฺถานุสาเรน เวทิตพฺพ’นฺติ วุตฺต’’นฺติ –

อาห.

ทสฺสนฏฺเฐนาติ รูปทสฺสนภาเวน. จกฺขุนา หิ สตฺตา รูปํ ปสฺสนฺติ. ยถา มํสจกฺขุ วิญฺญาณาธิฏฺฐิตํ สมวิสมํ อาจิกฺขนฺตํ วิย ปวตฺตติ, น ตถา อิทํ. อิทํ ปน สยเมว ตโต สาติสยํ จกฺขุกิจฺจการีติ อาห ‘‘จกฺขุกิจฺจกรเณน จกฺขุมิวาติปิ จกฺขู’’ติ. ทิฏฺฐิวิสุทฺธิเหตุตฺตาติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘โย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุจฺเฉททิฏฺฐึ คณฺหาตีติ ปรโต อุปฺปตฺติยา อทสฺสนโต ‘‘เอตฺเถ วายํ สตฺโต อุจฺฉินฺโน, เอวมิตเรปี’’ติ อุจฺเฉททิฏฺฐึ คณฺหาติ. นวสตฺตปาตุภาวทิฏฺฐึ คณฺหาตีติ ฌานลาภี อธิจฺจสมุปฺปนฺนิโก วิย คณฺหาติ. ยถา หิ โส อสญฺญสตฺตา จวิตฺวา อิธูปปนฺโน ปพฺพชิโต สมาโน อภิญฺญาลาภี หุตฺวา ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺโต อิธูปปตฺติเมว ทิสฺวา ตโต ปรํ อสญฺญภเว อุปฺปตฺตึ อนุสฺสริตุมสกฺโกนฺโต ‘‘อหํ อธิจฺจสมุปฺปนฺโน ปุพฺเพ นาโหสึ, โสมฺหิ เอตรหิ อหุตฺวา สตฺตตาย ปริณโต, เสสาปิ สตฺตา ตาทิสาเยวา’’ติ อภินวสตฺตปาตุภาวทิฏฺฐึ คณฺหาติ, เอวมยมฺปิ อุปปาตมตฺตเมว ทิสฺวา จุตึ อปสฺสนฺโต นวสตฺตปาตุภาวทิฏฺฐึ คณฺหาติ.

อิทานิ อญฺญถาปิ วิสุทฺธิการณํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เอกาทสอุปกฺกิเลสวิรหโต วา’’ติอาทิ. ยถาหาติ อุปกฺกิเลสสุตฺเต อาคตปาฬึ นิทสฺเสติ. ตตฺถ หิ อนุรุทฺโธ นนฺทิโย กิมิโลติ อิเม ตโย กุลปุตฺเต อามนฺเตตฺวา ธมฺมํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘อนุรุทฺธา ตุเมฺห กึ อิเมหิ น อาลุฬิสฺสนฺติ, อหมฺปิ อิเมหิ อุปาทาย เอกาทสหิ อุปกฺกิเลเสหิ อาลุฬิตปุพฺโพ’’ติ ทสฺเสตุํ –

‘‘อหมฺปิ สุทํ อนุรุทฺธา ปุพฺเพว สมฺโพธา อนภิสมฺพุทฺโธ โพธิสตฺโตว สมาโน โอภาสญฺเจว สญฺชานามิ ทสฺสนญฺจ รูปานํ, โส โข ปน เม โอภาโส น จิรสฺเสว อนฺตรธายติ ทสฺสนญฺจ รูปานํ. ตสฺส มยฺหํ อนุรุทฺธา เอตทโหสิ ‘โก นุ โข เหตุ, โก ปจฺจโย, เยน เม โอภาโส อนฺตรธายติ ทสฺสนญฺจ รูปาน’นฺติ. ตสฺส มยฺหํ อนุรุทฺธา เอตทโหสิ ‘วิจิกิจฺฉา โข เม อุทปาทิ, วิจิกิจฺฉาธิกรณญฺจ เม สมาธิ จวิ, สมาธิมฺหิ จุเต โอภาโส อนฺตรธายติ ทสฺสนญฺจ รูปานํ, โสหํ ตถา กริสฺสามิ, ยถา เม ปุน น วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชิสฺสตี’ติ.

‘‘โส โข อหํ อนุรุทฺธา อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต โอภาสญฺเจว สญฺชานามิ ทสฺสนญฺจ รูปานํ, โส โข ปน เม โอภาโส น จิรสฺเสว อนฺตรธายติ ทสฺสนญฺจ รูปานํ. ตสฺส มยฺหํ อนุรุทฺธา เอตทโหสิ ‘โก นุ โข เหตุ, โก ปจฺจโย, เยน เม โอภาโส อนฺตรธายติ ทสฺสนญฺจ รูปาน’นฺติ. ตสฺส มยฺหํ อนุรุทฺธา เอตทโหสิ ‘อมนสิกาโร โข เม อุทปาทิ, อมนสิการาธิกรณญฺจ ปน เม สมาธิ จวิ, สมาธิมฺหิ จุเต โอภาโส อนฺตรธายติ ทสฺสนญฺจ รูปานํ, โสหํ ตถา กริสฺสามิ, ยถา เม ปุน น วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชิสฺสติ น อมนสิกาโร’’’ติ –

อาทินา (ม. นิ. ๓.๒๔๑) เทสนํ อารภิตฺวา อิทํ วุตฺตํ ‘‘โส โข อหํ อนุรุทฺธา วิจิกิจฺฉา จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติ อิติ วิทิตฺวา’’ติอาทิ.

ตตฺถ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๒๔๑) วิจิกิจฺฉาติ มหาสตฺตสฺส อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา ทิพฺพจกฺขุนา นานาวิธานิ รูปานิ ปสฺสนฺตสฺส ‘‘อิทํ นุ โข กิ’’นฺติ อุปฺปนฺนา วิจิกิจฺฉา. มนสิการวเสน ปน เม รูปานิ อุปฏฺฐหึสุ, รูปานิ ปสฺสโต วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา อิทานิ กิญฺจิ น มนสิ กริสฺสามีติ ตุณฺหี ภวติ, ตํ ตุณฺหีภาวปฺปตฺตึ สนฺธายาห ‘‘อมนสิกาโร’’ติ. ถินมิทฺธนฺติ กิญฺจิ อมนสิกโรนฺตสฺส อุปฺปนฺนํ ถินมิทฺธํ. ตถาภูตสฺส หิ สวิปฺผาริกมนสิการสฺส อภาวโต ถินมิทฺธํ อุปฺปชฺชติ. ฉมฺภิตตฺตนฺติ ถินมิทฺธํ วิโนเทตฺวา ยถารทฺธมนสิการวเสน หิมวนฺตาภิมุขํ อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา ทานวรกฺขสอชคราทโย ปสฺสนฺตสฺส อุปฺปนฺนํ ฉมฺภิตตฺตํ. อุปฺปิลนฺติ ‘‘มยา ทิฏฺฐภยํ ปกติยา จกฺขุวิญฺญาเณน โอโลกิยมานํ น ปสฺสติ, อทิฏฺเฐ ปริกปฺปิตสทิเส กึนาม ภย’’นฺติ ภยสฺส วิโนทนวเสน จินฺเตนฺตสฺส อตฺตโน ปจฺจเวกฺขณาโกสลฺลํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนํ อุปฺปิลาวิตตฺตํ. ทุฏฺฐุลฺลนฺติ กายาลสิยํ. ‘‘มยา ถินมิทฺธํ ฉมฺภิตตฺตานํ วูปสมนตฺถํ คาฬฺหํ วีริยํ ปคฺคหิตํ, เตน เม อุปฺปิลสงฺขาตา จิตฺตสมาธิทูสิตา เคหสฺสิตา พลวปีติ อุปฺปนฺนา’’ติ วีริยํ สิถิลํ กโรนฺตสฺส หิ กายทุฏฺฐุลฺลํ กายทรโถ กายาลสิยํ อุทปาทิ.

อจฺจารทฺธวีริยนฺติ ‘‘มม วีริยํ สิถิลํ กโรโต ทุฏฺฐุลฺลํ อุปฺปนฺน’’นฺติ ปุน วีริยํ ปคฺคณฺหโต อุปฺปนฺนํ อจฺจารทฺธวีริยํ. อติลีนวีริยนฺติ ‘‘มม วีริยํ ปคฺคณฺหโต เอวํ ชาต’’นฺติ ปุน วีริยํ สิถิลยโต อุปฺปนฺนํ อติลีนวีริยํ. อภิชปฺปาติ เทวโลกาภิมุขํ อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา เทวสงฺฆํ ปสฺสโต อุปฺปนฺนา ตณฺหา. ‘‘เอวํ เม โหตู’’ติ หิ อภินิวิสนวเสน ชปฺปตีติ อภิชปฺปา, ตณฺหา. นานตฺตสญฺญาติ ‘‘มยฺหํ เอกชาติกํ รูปํ มนสิกโรนฺตสฺส อภิชปฺปา อุปฺปนฺนา, นานาวิธํ รูปํ มนสิการํ กริสฺสามี’’ติ กาเลน เทวโลกาภิมุขํ กาเลน มนุสฺสโลกาภิมุขํ วฑฺเฒตฺวา นานาวิธานิ รูปานิ มนสิกโรโต อุปฺปนฺนา นานตฺตสญฺญา, นานตฺเต นานาสภาเว สญฺญาติ นานตฺตสญฺญา. อตินิชฺฌายิตตฺตนฺติ ‘‘มยฺหํ นานาวิธานิ รูปานิ มนสิกโรนฺตสฺส นานตฺตสญฺญา อุทปาทิ, อิฏฺฐํ วา อนิฏฺฐํ วา เอกชาติกเมว รูปํ มนสิ กริสฺสามี’’ติ ตถา มนสิกโรโต อุปฺปนฺนํ รูปานํ อตินิชฺฌายิตตฺตํ, อติวิย อุตฺตริ กตฺวา นิชฺฌานํ เปกฺขนํ อตินิชฺฌายิตตฺตํ. โอภาสนฺติ ปริกมฺมสมุฏฺฐิตํ โอภาสํ. น จ รูปานิ ปสฺสามีติ ปริกมฺโมภาสมนสิการปฺปสุตตาย ทิพฺพจกฺขุนา รูปานิ น ปสฺสามิ. รูปานิ หิ โข ปสฺสามีติ เตน ปริกมฺโมภาเสน ผริตฺวา ฐิตฏฺฐาเน ทิพฺพจกฺขุโน วิสยภูตานิ รูปคตานิ ปสฺสามิ.

เอวมาทีติ อาทิ-สทฺเทน –

‘‘เกวลมฺปิ รตฺตึ เกวลมฺปิ ทิวํ เกวลมฺปิ รตฺตินฺทิวํ ตสฺส มยฺหํ อนุรุทฺธา เอตทโหสิ ‘โก นุ โข เหตุ, โก ปจฺจโย, ยฺวาหํ โอภาสญฺหิ โข สญฺชานามิ, น จ รูปานิ ปสฺสามิ, รูปานิ โข ปสฺสามิ, น จ โอภาสํ สญฺชานามิ เกวลมฺปิ รตฺตึ เกวลมฺปิ ทิวํ เกวลมฺปิ รตฺตินฺทิว’นฺติ. ตสฺส มยฺหํ อนุรุทฺธา เอตทโหสิ ‘ยสฺมิญฺหิ โข อหํ สมเย รูปนิมิตฺตํ อมนสิกริตฺวา โอภาสนิมิตฺตํ มนสิ กโรมิ. โอภาสญฺหิ โข ตสฺมึ สมเย สญฺชานามิ, น จ รูปานิ ปสฺสามิ. ยสฺมึ ปนาหํ สมเย โอภาสนิมิตฺตํ อมนสิกริตฺวา รูปนิมิตฺตํ มนสิ กโรมิ. รูปานิ หิ โข ตสฺมึ สมเย ปสฺสามิ, น จ โอภาสํ สญฺชานามิ เกวลมฺปิ รตฺตึ เกวลมฺปิ ทิวํ เกวลมฺปิ รตฺตินฺทิว’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๒๔๓) –

เอวมาทิปาฬึ สงฺคณฺหาติ.

มนุสฺสานํ อิทนฺติ มานุสกํ, มนุสฺสานํ โคจรภูตํ รูปารมฺมณํ. ตทญฺญสฺส ปน ทิพฺพติโรกุฏฺฏสุขุมาทิเภทสฺส รูปสฺส ทสฺสนโต อติกฺกนฺตมานุสกํ. เอวรูปํ ตญฺจ มนุสฺสูปจารํ อติกฺกนฺตํ นาม โหตีติ อาห ‘‘มนุสฺสูปจารํ อติกฺกมิตฺวา รูปทสฺสเนนา’’ติ. ตตฺถ มนุสฺสูปจารนฺติ มนุสฺเสหิ อุปจริตพฺพฏฺฐานํ, ปกติยา จกฺขุทฺวาเรน คเหตพฺพํ วิสยนฺติ อธิปฺปาโย. เอวํ วิสยมุเขน ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิสยิมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘มานุสกํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาปิ มํสจกฺขาติกฺกโม ตสฺส กิจฺจาติกฺกเมเนว ทฏฺฐพฺโพ. ทิพฺเพน จกฺขุนาติ ทิพฺพจกฺขุญาเณนปิ ทฏฺฐุํ น สกฺกา ขณสฺส อติอิตฺตรตาย อติสุขุมตาย เกสญฺจิ รูปสฺส, อปิจ ทิพฺพจกฺขุสฺส ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปารมฺมณํ, ตญฺจ ปุเรชาตปจฺจยภูตํ, น จ อาวชฺชนปริกมฺเมหิ วินา มหคฺคตสฺส ปวตฺติ อตฺถิ, นาปิ อุปฺปชฺชมานเมว รูปํ อารมฺมณปจฺจโย ภวิตุํ สกฺโกติ, ภิชฺชมานํ วา, ตสฺมา จุตูปปาตกฺขเณ รูปํ ทิพฺพจกฺขุนา ทฏฺฐุํ น สกฺกาติ สุวุตฺตเมตํ.

ยทิ ทิพฺพจกฺขุญาณํ รูปารมฺมณเมว, อถ กสฺมา ‘‘สตฺเต ปสฺสามี’’ติ วุตฺตนฺติ? เยภุยฺเยน สตฺตสนฺตานคตรูปทสฺสนโต เอวํ วุตฺตํ. สตฺตคหณสฺส วา การณภาวโต โวหารวเสน วุตฺตนฺติปิ วทนฺติ. เต จวมานาติ อธิปฺเปตาติ สมฺพนฺโธ. เอวรูเปติ น จุตูปปาตกฺขณสมงฺคิโนติ อธิปฺปาโย. โมหูปนิสฺสยํ นาม กมฺมํ นิหีนํ นิหีนผลํ โหตีติ อาห ‘‘โมหนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา’’ติ. โมหูปนิสฺสยตา จ กุสลกมฺมสฺส ปุพฺพภาเค โมหปฺปวตฺติพหุลตาย เวทิตพฺพา. ตาย ปน โมหปฺปวตฺติยา สํกิลิฏฺฐํ กุสลกมฺมํ นิหีนเมว ชาติอาทึ นิปฺผาเทตีติ นิหีนชาติอาทโย โมหสฺส นิสฺสนฺทผลานีติ อาห ‘‘หีนานํ ชาติกุลโภคาทีน’’นฺติอาทิ. หีฬิเตติ ครหิเต. โอหีฬิเตติ วิเสสโต ครหิเต. อุญฺญาเตติ ลามกภาเวน ญาเต. อวญฺญาเตติ วิเสสโต ลามกภาเวน วิทิเต. อโมหนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตาติ เอตฺถ อโมโห สมฺปยุตฺตวเสน ปุพฺพภาควเสน จ ปวตฺโต กถิโต, เตน จ ติเหตุกปฏิสนฺธิเก ทสฺเสติ. ตพฺพิปรีเตติ ตสฺส หีฬิตาทิภาวสฺส วิปรีเต, อหีฬิเต อโนหีฬิเต อนุญฺญาเต อนวญฺญาเต จิตฺตีกเตติ อตฺโถ.

สุวณฺเณติ สุนฺทรวณฺเณ. ทุพฺพณฺเณติ อสุนฺทรวณฺเณ. สา ปนายํ สุวณฺณทุพฺพณฺณตา ยถากฺกมํ กมฺมสฺส อโทสโทสูปนิสฺสยตาย โหตีติ อาห ‘‘อโทสนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา’’ติอาทิ. อโทสูปนิสฺสยตา จ กมฺมสฺส เมตฺตาทีหิ ปริภาวิตสนฺตานปฺปวตฺติยา เวทิตพฺพา. อภิรูเป วิรูเปติ อิทํ สณฺฐานวเสน วุตฺตํ. สณฺฐานวจโนปิ หิ วณฺณสทฺโท โหติ ‘‘มหนฺตํ หตฺถิวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๓๘) วิย. ปฐมํ วุตฺโต ปน อตฺโถ วณฺณวเสเนว วุตฺโต. สุนฺทรํ คตึ คตา สุคตาติ อาห ‘‘สุคติคเต’’ติ, สุคตึ อุปปนฺเนติ อตฺโถ. อโลภชฺฌาสยา สตฺตา วทญฺญู วิคตมจฺเฉรา อโลภูปนิสฺสเยน กมฺมุนา สุคตา สมิทฺธา โหนฺตีติ อาห ‘‘อโลภนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา วา อฑฺเฒ มหทฺธเน’’ติ. ทุกฺขํ คตึ คตา ทุคฺคตาติ อาห ‘‘ทุคฺคติคเต’’ติ. โลภชฺฌาสยา สตฺตา ลุทฺธา มจฺฉริโน โลภูปนิสฺสเยน กมฺมุนา ทุคฺคตา ทุรูปา โหนฺตีติ อาห ‘‘โลภนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา วา ทลิทฺเท อปฺปนฺนปาเน’’ติ. อุปจิตนฺติ ผลาวหภาเวน กตํ. ยถา กตญฺหิ กมฺมํ ผลทานสมตฺถํ โหติ, ตถา กตํ อุปจิตํ. จวมาเนติอาทีหิ ทิพฺพจกฺขุกิจฺจํ วุตฺตนฺติ วิสยมุเขน วิสยิพฺยาปารมาห. ปุริเมหีติ ‘‘ทิพฺเพน จกฺขุนา’’ติอาทีนิ ปทานิ สนฺธาย วุตฺตํ. อาทีหีติ เอตฺถ จ-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ, ตสฺมา ‘‘ทิพฺเพน…เป… ปสฺสามี’’ติ อิเมหิ ‘‘จวมาเน’’ติอาทีหิ จ ทิพฺพจกฺขุกิจฺจํ วุตฺตนฺติ อตฺโถ. อิมินา ปน ปเทนาติ ‘‘ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชานามี’’ติ อิมินา วาเกฺยน. ปชฺชติ ญายติ อตฺโถ อิมินาติ หิ ปทํ วากฺยํ.

มหนฺตํ ทุกฺขมนุภวมาเนติ เอตฺถ ทิพฺพจกฺขุญาเณน รูปํ ทิสฺวา เตสํ ทุกฺขานุภวนํ กามาวจรจิตฺเตเนว ชานาตีติ เวทิตพฺพํ. โสติ เนรยิกสตฺเต ปจฺจกฺขโต ทิสฺวา ฐิโต ทิพฺพจกฺขุญาณลาภี. เอวํ มนสิ กโรตีติ เตสํ เนรยิกานํ นิรยสํวตฺตนิกสฺส กมฺมสฺส ญาตุกามตาวเสน ปาทกชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ปริกมฺมวเสน มนสิ กโรติ. กึ นุ โขติอาทิ มนสิการวิธิทสฺสนํ. เอวํ ปน ปริกมฺมํ กตฺวา ปาทกชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐิตสฺส ตํ กมฺมํ อารมฺมณํ กตฺวา อาวชฺชนํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺมึ นิรุทฺเธ จตฺตาริ ปญฺจ วา ชวนานิ ชวนฺติ. เยสํ ปุริมานิ ตีณิ จตฺตาริ วา ปริกมฺมอุปจารานุโลมโคตฺรภุนามกานิ กามาวจรานิ, จตุตฺถํ ปญฺจมํ วา อปฺปนาจิตฺตํ รูปาวจรํ จตุตฺถชฺฌานิกํ, ตตฺถ ยํ เตน อปฺปนาจิตฺเตน สทฺธึ อุปฺปนฺนํ ญาณํ, ตํ ยถากมฺมูปคญาณนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘วิสุํ ปริกมฺมํ นตฺถี’’ติ อิทํ ปน ทิพฺพจกฺขุญาเณน วินา ยถากมฺมูปคญาณสฺส วิสุํ ปริกมฺมํ นตฺถีติ อธิปฺปาเยน วุตฺตํ. เอวญฺเจตํ อิจฺฉิตพฺพํ, อญฺญถา ยถากมฺมูปคญาณสฺส มหคฺคตภาโว เอว น สิยา. เทวานํ ทสฺสเนปิ เอเสว นโย. เนรยิกเทวคฺคหณญฺเจตฺถ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. อากงฺขมาโน หิ ทิพฺพจกฺขุลาภี อญฺญคติเกสุปิ เอวํ ปฏิปชฺชติเยว. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘อปายคฺคหเณน ติรจฺฉานโยนึ ทีเปตี’’ติอาทิ, ‘‘สุคติคฺคหเณน มนุสฺสคติปิ สงฺคยฺหตี’’ติ จ. ตํ นิรยสํวตฺตนิยกมฺมํ อารมฺมณเมตสฺสาติ ตํกมฺมารมฺมณํ. ผารุสกวนาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน จิตฺตลตาวนาทีนํ สงฺคโห.

ยถา จิมสฺสาติ ยถา จ อิมสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส วิสุํ ปริกมฺมํ นตฺถิ, เอวํ อนาคตํสญาณสฺสปีติ วิสุํ ปริกมฺมาภาวญฺจ นิทสฺเสติ. ตตฺถ การณมาห ‘‘ทิพฺพจกฺขุปาทกาเนว หิ อิมานี’’ติ. ตตฺรายมธิปฺปาโย – ยถา ทิพฺพจกฺขุลาภี นิรยาทิอภิมุขํ อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา เนรยิกาทิเก สตฺเต ทิสฺวา เตหิ ปุพฺเพ อายูหิตํ นิรยสํวตฺตนิยาทิกํ กมฺมํ ตาทิเสน สมาทาเนน ตชฺเชน จ มนสิกาเรน ปริกฺขเต จิตฺเต ยาถาวโต ชานาติ, เอวํ ยสฺส ยสฺส สตฺตสฺส สมนนฺตรํ อนาคตํ อตฺตภาวํ ญาตุกาโม, ตํ ตํ โอทิสฺส อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา เตน เตน อตีเต เอตรหิ วา อายูหิตํ ตสฺส นิพฺพตฺตกํ กมฺมํ ยถากมฺมูปคญาเณน ทิสฺวา เตน เตน นิพฺพตฺเตตพฺพํ อนาคตํ อตฺตภาวํ ญาตุกาโม ตาทิเสน สมาทาเนน ตชฺเชน จ มนสิกาเรน ปริกฺขเต จิตฺเต ยาถาวโต ชานาติ. เอส นโย ตโต ปเรสุปิ อตฺตภาเวสุ. เอตํ อนาคตํสญาณํ นาม. ยสฺมา เอตํ ทฺวยํ ทิพฺพจกฺขุญาเณ สติ เอว สิชฺฌติ, นาสติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อิมานิ ทิพฺพจกฺขุนา สเหว อิชฺฌนฺตี’’ติ.

กาเยน ทุจฺจริตํ, กายโต วา อุปฺปนฺนํ ทุจฺจริตนฺติ กาเยน ทุฏฺฐุ จริตํ, กายโต วา อุปฺปนฺนํ กิเลสปูติกตฺตา ทุฏฺฐุ จริตํ กายทุจฺจริตนฺติ เอวํ ยถากฺกมํ โยเชตพฺพํ. กาโยติ เจตฺถ โจปนกาโย อธิปฺเปโต. กายวิญฺญตฺติวเสน ปวตฺตํ อกุสลํ กายกมฺมํ กายทุจฺจริตํ. ยสฺมึ สนฺตาเน กมฺมํ กตุปจิตํ, อสติ อาหารุปจฺเฉเท วิปาการหสภาวสฺส อวิคจฺฉนโต โส เตน สหิโตเยวาติ วตฺตพฺโพติ อาห ‘‘สมนฺนาคตาติ สมงฺคีภูตา’’ติ. อนตฺถกามา หุตฺวาติ เอเตน มาตาปิตโร วิย ปุตฺตานํ, อาจริยุปชฺฌายา วิย จ นิสฺสิตกานํ อตฺถกามา หุตฺวา ครหกา อุปวาทกา น โหนฺตีติ ทสฺเสติ. คุณปริธํสเนนาติ วิชฺชมานานํ คุณานํ วิทฺธํสเนน, วินาสเนนาติ อตฺโถ. นนุ จ อนฺติมวตฺถุนาปิ อุปวาโท คุณปริธํสนเมวาติ? สจฺจเมตํ, คุณาติ ปเนตฺถ ฌานาทิวิเสสา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อธิปฺเปตาติ สีลปริธํสนํ วิสุํ คหิตํ. เตนาห ‘‘นตฺถิ อิเมสํ สมณธมฺโม’’ติอาทิ. สมณธมฺโมติ จ สีลสํยมํ สนฺธาย วทติ. ชานํ วาติ ยํ อุปวทติ, ตสฺส อริยภาวํ ชานนฺโต วา. อชานํ วาติ อชานนฺโต วา. ชานนาชานนญฺเจตฺถ อปฺปมาณํ, อริยภาโว เอว ปมาณํ. เตนาห ‘‘อุภยถาปิ อริยูปวาโทว โหตี’’ติ. ‘‘อริโยติ ปน อชานโต อทุฏฺฐจิตฺตสฺเสว ตตฺถ อริยคุณภาวํ ปเวเทนฺตสฺส คุณปริธํสนํ น โหตีติ ตสฺส อริยูปวาโท นตฺถี’’ติ วทนฺติ. ภาริยํ กมฺมนฺติ อานนฺตริยสทิสตฺตา ภาริยํ กมฺมํ, สเตกิจฺฉํ ปน โหติ ขมาปเนน, น อานนฺตริยํ วิย อเตกิจฺฉํ.

ตสฺส จ อาวิภาวตฺถนฺติ ภาริยาทิสภาวสฺส ปกาสนตฺถํ. ตํ ชิคุจฺฉีติ ตํ เถรํ, ตํ วา กิริยํ ชิคุจฺฉิ. อติจฺฉาโตติ อติวิย ขุทาภิภูโต. มหลฺลโกติ สมณานํ สารุปฺปมสารุปฺปํ, โลกสมุทาจารมตฺตํ วา น ชานาตีติ อธิปฺปาเยน วุตฺตตฺตา คุณปริธํสเนน ครหตีติ เวทิตพฺพํ. อมฺหากํ ลชฺชิตพฺพกํ อกาสีติ ‘‘สมเณน นาม เอวํ กต’’นฺติ วุตฺเต มยํ สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺโกมาติ อธิปฺปาโย. ชานนฺโต เอว เถโร ‘‘อตฺถิ เต อาวุโส อิมสฺมึ สาสเน ปติฏฺฐา’’ติ ปุจฺฉิ. อิตโรปิ สจฺจาภิสมโย สาสเน ปติฏฺฐาติ อาห ‘‘โสตาปนฺโน อห’’นฺติ. เถโร ตํ กรุณายมาโน ‘‘ขีณาสโว ตยา อุปวทิโต’’ติ อตฺตานํ อาวิ อกาสิ. เตนสฺส ตํ ปากติกํ อโหสีติ เตน อสฺส ตํ กมฺมํ มคฺคาวรณํ นาโหสีติ อธิปฺปาโย. ปุพฺเพว ปน โสตาปนฺนตฺตา อปายคามีนํ สุปฺปหีนภาวโต สคฺคาวรณมสฺส กาตุมสมตฺถเมว ตํ กมฺมํ. อตฺตนา วุฑฺฒตโร โหตีติ เอตฺถ ‘‘อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา ขมาเปตพฺโพ’’ติ วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตํ. โสตาปนฺนสกทาคามิโน โทเสนปิ นกฺขมนฺติ, เสสอริยา วา ตสฺส อตฺถกามา หุตฺวา อายตึ สํวรณตฺถาย น ขมาเปยฺยุนฺติ อาห ‘‘สเจ โส นกฺขมตี’’ติ. อตฺตนา วุฑฺฒตโร โหติ, ฐิตเกเนวาติ เอตฺถาปิ ‘‘อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา’’ติ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๔๑๑) วุตฺตํ. เอวญฺหิ ตตฺถ วุตฺตํ –

‘‘สเจ ทิสาปกฺกนฺโต โหติ, สยํ วา คนฺตฺวา สทฺธิวิหาริเก วา เปเสตฺวา ขมาเปตพฺโพ. สเจ นาปิ คนฺตุํ, น เปเสตุํ สกฺกา โหติ, เย ตสฺมึ วิหาเร ภิกฺขู วสนฺติ, เตสํ สนฺติกํ คนฺตฺวา สเจ นวกตรา โหนฺติ, อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา, สเจ วุฑฺฒตรา, วุฑฺเฒสุ วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตฺวา ‘อหํ, ภนฺเต, อสุกํ นาม อายสฺมนฺตํ อิทญฺจิทญฺจ อวจํ, ขมตุ เม โส อายสฺมา’ติ วตฺวา ขมาเปตพฺพํ. สมฺมุขา อขมนฺเตปิ เอตเทว กาตพฺพ’’นฺติ.

อิทํ ปน ปรมฺปิ ตตฺถ (วิสุทฺธิ. ๒.๔๑๑) วุตฺตํ –

‘‘สเจ เอกจาริกภิกฺขุ โหติ, เนวสฺส วสนฏฺฐานํ, น คตฏฺฐานํ ปญฺญายติ, เอกสฺส ปณฺฑิตสฺส ภิกฺขุโน สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘อหํ, ภนฺเต, อสุกํ นาม อายสฺมนฺตํ อิทญฺจิทญฺจ อวจํ, ตํ เม อนุสฺสรโต อนุสฺสรโต วิปฺปฏิสาโร โหติ, กึ กโรมี’ติ วตฺตพฺพํ. โส วกฺขติ ‘ตุเมฺห มา จินฺตยิตฺถ, เถโร ตุมฺหากํ ขมติ, จิตฺตํ วูปสเมถา’ติ. เตนปิ อริยสฺส คตทิสาภิมุเขน อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา ‘ขมตู’ติ วตฺตพฺพ’’นฺติ.

ปรินิพฺพุตมญฺจฏฺฐานนฺติ ปูชากรณฏฺฐานํ สนฺธายาห. ปากติกเมว โหตีติ เอวํ กเต อตฺตโน จิตฺตํ ปสีทตีติ ตํ กมฺมํ สคฺคาวรณํ มคฺคาวรณญฺจ น โหตีติ อธิปฺปาโยติ เกจิ วทนฺติ. จริยาปิฏเก มาตงฺคจริตสํวณฺณนายํ (จริยา. อฏฺฐ. ๒.๖๔) –

‘‘ปารมิตาปริภาวนสมิทฺธาหิ นานาสมาปตฺติวิหารปริปูริตาหิ สีลทิฏฺฐิสมฺปทาหิ สุสงฺขตสนฺตาเน มหากรุณาธิวาเส มหาสตฺเต อริยูปวาทกมฺมอภิสปสงฺขาตํ ผรุสวจนํ สํยุตฺตํ มหาสตฺตสฺส เขตฺตวิเสสภาวโต ตสฺส จ อชฺฌาสยผรุสตาย ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ หุตฺวา สเจ โส มหาสตฺตํ น ขมาเปติ, สตฺตเม ทิวเส วิปจฺจนสภาวํ ชาตํ. ขมาปิเต ปน มหาสตฺเต ปโยคสมฺปตฺติยา วิปากสฺส ปฏิพาหิตตฺตา อวิปากธมฺมตํ อาปชฺชิ อโหสิกมฺมภาวโต. อยญฺหิ อริยูปวาทปาปสฺส ทิฏฺฐธมฺมเวทนียสฺส จ ธมฺมตา’’ติ –

อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตตฺตา เอวํ ขมาปิเต ตํ กมฺมํ ปโยคสมฺปตฺติยา วิปากสฺส ปฏิพาหิตตฺตา อโหสิกมฺมภาเวน อวิปากธมฺมตํ อาปนฺนนฺติ เนว สคฺคาวรณํ น โมกฺขาวรณญฺจ โหตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ คเหตพฺโพ.

วิปรีตํ ทสฺสนเมเตสนฺติ วิปรีตทสฺสนา. สมาทาตพฺพฏฺเฐน สมาทานานิ, กมฺมานิ สมาทานานิ เยสํ เต กมฺมสมาทานา, มิจฺฉาทิฏฺฐิวเสน กมฺมสมาทานา มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา, เหตุอตฺถํ วา อนฺโตคธํ กตฺวา มิจฺฉาทิฏฺฐิวเสน ปเร กมฺเมสุ สมาทาปกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา. ตยิมํ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิวเสนา’’ติอาทิมาห. เย จ…เป… สมาทเปนฺติ, เตปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานาติ โยเชตพฺพํ. สีลสมฺปนฺโนติอาทิ ปริปกฺกินฺทฺริยสฺส มคฺคสมงฺคิโน วเสน วุตฺตํ, อคฺคมคฺคฏฺเฐ ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. อถ วา อคฺคมคฺคปริยาปนฺนา เอว สีลาทโย เวทิตพฺพา. อคฺคมคฺคฏฺฐสฺส หิ ทิฏฺเฐว ธมฺเม เอกํสิกา อญฺญาราธนา, อิตเรสํ อเนกํสิกา. อญฺญนฺติ อรหตฺตํ. เอวํสมฺปทมิทนฺติ เอตฺถ สมฺปชฺชนํ สมฺปทา, นิปฺผตฺติ, เอวํ อวิรชฺฌนกนิปฺผตฺติกนฺติ อตฺโถ, ยถา ตํ อวสฺสมฺภาวี, เอวมิทมฺปีติ วุตฺตํ โหติ. ยถา หิ มคฺคานนฺตรํ อวิรชฺฌิตฺวาว ผลํ นิพฺพตฺตํ, เอวเมตํ อิมสฺสปิ ปุคฺคลสฺส จุติอนนฺตรํ อวิรชฺฌิตฺวาว นิรเย ปฏิสนฺธิ โหตีติ ทสฺเสติ. สกลสฺมิญฺหิ พุทฺธวจเน น อิมาย อุปมาย คาฬฺหตรํ กตฺวา วุตฺตอุปมา อตฺถิ. ตํ วาจํ อปฺปหายาติอาทีสุ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๙) อริยูปวาทํ สนฺธาย ‘‘ปุน เอวรูปึ วาจํ น วกฺขามี’’ติ วทนฺโต วาจํ ปชหติ นาม, ‘‘ปุน เอวรูปํ จิตฺตํ น อุปฺปาเทสฺสามี’’ติ จินฺเตนฺโต จิตฺตํ ปชหติ นาม, ‘‘ปุน เอวรูปึ ทิฏฺฐึ น คณฺหิสฺสามี’’ติ ปชหนฺโต ทิฏฺฐึ ปชหติ นาม. ตถา อกโรนฺโต เนว ปชหติ น ปฏินิสฺสชฺชติ. ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเยติ ยถา นิรยปาเลหิ อาหริตฺวา นิรเย ฐปิโต, เอวํ นิรเย ฐปิโตเยว, นาสฺส นิรยูปปตฺติยา โกจิ วิพนฺโธ. ตตฺรายํ ยุตฺติ – นิรยูปโค อริยูปวาที ตทาทายกสฺส อวิชหนโต เสยฺยถาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐีติ. เอตฺถ จ ‘‘ตํ วาจํ อปฺปหายา’’ติ เอวมาทิวจเนน ตทาทายกสฺส อปฺปหาเนเนว อริยูปวาโท อนฺตรายิโก อนตฺถาวโหว, ปหาเนน ปน อจฺจยํ เทเสตฺวา ขมาปเนน น อนฺตรายิโก อนตฺถาวโห ยถา ตํ วุฏฺฐิตา เทสิตา จ อาปตฺตีติ ทสฺเสติ. มิจฺฉาทิฏฺฐิวเสน อกตฺตพฺพํ นาม ปาปํ นตฺถิ, ยโต สํสารขาณุภาโวปิ นาม โหตีติ อาห ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ, ภิกฺขเว, วชฺชานี’’ติ.

‘‘อุจฺฉินฺนภวเนตฺติโก, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺส กาโย ติฏฺฐติ (ที. นิ. ๑. ๑๔๗), อยญฺเจว กาโย พหิทฺธา จ นามรูป’’นฺติ จ เอวมาทีสุ วิย อิธ กาย-สทฺโท ขนฺธปญฺจกวิสโยติ อาห ‘‘กายสฺส เภทาติ อุปาทินฺนกฺขนฺธปริจฺจาคา’’ติ. อวีตราคสฺส มรณโต ปรํ นาม ภวนฺตรูปาทานเมวาติ อาห ‘‘ปรํ มรณาติ ตทนนฺตรํ อภินิพฺพตฺตกฺขนฺธคฺคหเณ’’ติ. เยน ติฏฺฐติ, ตสฺส อุปจฺเฉเทเนว กาโย ภิชฺชตีติ อาห ‘‘กายสฺส เภทาติ ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉทา’’ติ. เอติ อิมสฺมา สุขนฺติ อโย, ปุญฺญนฺติ อาห ‘‘ปุญฺญสมฺมตา อยา’’ติ. อายนฺติ เอตสฺมา สุขานีติ อาโย, ปุญฺญกมฺมาทีนํ สุขสาธนํ. เตนาห ‘‘สุขานํ วา อายสฺส อภาวา’’ติ. วิวสาติ กมฺมสฺส วเส วตฺตนโต อตฺตโน วเส วตฺติตุํ น สกฺโกนฺตีติ วิคโต วโส เอเตสนฺติ วิวสา, อวสวตฺติโนติ อตฺโถ. อิยติ อสฺสาทียตีติ อโย, อสฺสาโทติ อาห ‘‘อสฺสาทสญฺญิโต อโย’’ติ.

นาคราชาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน สุปณฺณาทีนํ สงฺคโห. อสุรสทิสนฺติ เปตาสุรสทิสํ. โส หีติ โส อสุรกาโย. สพฺพสมุสฺสเยหีติ สพฺเพหิ สมฺปตฺติสมุสฺสเยหิ, สพฺพสมฺปตฺติราสิโตติ วุตฺตํ โหติ. วุตฺตวิปริยาเยนาติ ‘‘สุฏฺฐุ จริตํ, โสภนํ วา จริตํ อนวชฺชตฺตาติ สุจริต’’นฺติอาทินา กายทุจฺจริเตนาติอาทีนํ ปทานํ วุตฺตสฺส อตฺถสฺส วิปริยาเยน. ‘‘อิโต โภ สุคตึ คจฺฉา’’ติ (อิติวุ. ๘๓) วจนโต มนุสฺสคติปิ สุคติเยวาติ อาห ‘‘สุคติคฺคหเณน มนุสฺสคติปิ สงฺคยฺหตี’’ติ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานตฺถโต จ สุวิญฺเญยฺยเมว.

ทิพฺพจกฺขุญาณกถา นิฏฺฐิตา.