วินยปญฺญตฺติยาจนกถา

๑๘. วินยปญฺญตฺติยาติ ปุพฺเพ อปญฺญตฺตสิกฺขาปทํ สนฺธาย วุตฺตํ. เถโร หิ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทานิ ฐเปตฺวา อิทานิ ปญฺญเปตพฺพสิกฺขาปทานิ ปาติโมกฺขุทฺเทสญฺจ สนฺธาย ‘‘เอตสฺส ภควา กาโล, เอตสฺส สุคต กาโล, ยํ ภควา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปยฺย, อุทฺทิเสยฺย ปาติโมกฺข’’นฺติ (ปารา. ๒๑) อาห. ภควตาปิ –

‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย, เยน ปุพฺเพ อปฺปตรานิ เจว สิกฺขาปทานิ อเหสุํ, พหุตรา จ ภิกฺขู อญฺญาย สณฺฐหึสุ. โก ปน, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย, เยน เอตรหิ พหุตรานิ เจว สิกฺขาปทานิ โหนฺติ, อปฺปตรา จ ภิกฺขู อญฺญาย สณฺฐหนฺตีติ. เอวเมตํ, ภทฺทาลิ, โหติ, สตฺเตสุ หายมาเนสุ สทฺธมฺเม อนฺตรธายมาเน พหุตรานิ เจว สิกฺขาปทานิ โหนฺติ, อปฺปตรา จ ภิกฺขู อญฺญาย สณฺฐหนฺตีติ. น ตาว, ภทฺทาลิ, สตฺถา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ, ยาว น อิเธกจฺเจ อาสวฏฺฐานียา ธมฺมา สงฺเฆ ปาตุภวนฺตี’’ติ –

อิมสฺมึ ภทฺทาลิสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๑๔๕) วิย เอกจฺเจสุ ปญฺญตฺเตสุปิ ตโต ปรํ ปญฺญเปตพฺพานิ สนฺธาย ‘‘น ตาว, สาริปุตฺต, สตฺถา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปตี’’ติ วุตฺตํ. อิเธว จ อฏฺฐกถายํ ‘‘สามมฺปิ ปจนํ สมณสารุปฺปํ น โหติ, น จ วฏฺฏตี’’ติ วจนํ ‘‘รตฺติจฺเฉโท วา วสฺสจฺเฉโท วา น กโต’’ติ วจนญฺจ ปุพฺเพ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทานํ สพฺภาเว ปมาณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เสสสิกฺขาปทานญฺเจว ปาติโมกฺขุทฺเทสสฺส จ เถรสฺส อายาจเนน ปญฺญตฺตตฺตา ‘‘มูลโต ปภุติ นิทานํ ทสฺเสตุ’’นฺติ อาห. รโหคตสฺสาติ รโห ชนวิวิตฺตํ ฐานํ อุปคตสฺส. เตน คณสงฺคณิกาภาเวน เถรสฺส กายวิเวกมาห. ปฏิสลฺลีนสฺสาติ นานารมฺมณจารโต จิตฺตสฺส นิวตฺติยา ปฏิ สมฺมเทว นิลีนสฺส ตตฺถ อวิสฏจิตฺตสฺส. เตน จิตฺตสงฺคณิกาภาเวนสฺส ปุพฺพภาคิยํ จิตฺตวิเวกมาห. จิรนฺติ กาลาเปกฺขํ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. จิราติ จิรกาลยุตฺตา ฐิติ อเภเทน วุตฺตา.

เอตํ น สกฺโกตีติ เอตํ วินิจฺฉินิตุํ น สกฺโกติ. อฏฺฐกถายํ วุตฺตนยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เถรวาทํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มหาปทุมตฺเถโร ปนา’’ติอาทิ. อฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘น สกฺโกตี’’ติ อิทํ ยสฺมา ชานมาโนปิ สมฺมเทว ปริจฺฉินฺทิตุํ น สกฺโกติ, ตสฺมา วุตฺตนฺติ วทนฺติ. โสฬสวิธาย ปญฺญาย มตฺถกํ ปตฺตสฺสาติ มชฺฌิมนิกาเย อนุปทสุตฺตนฺตเทสนาย (ม. นิ. ๓.๙๓) –

‘‘มหาปญฺโญ ภิกฺขเว สาริปุตฺโต, ปุถุปญฺโญ ภิกฺขเว สาริปุตฺโต, หาสปญฺโญ ภิกฺขเว สาริปุตฺโต, ชวนปญฺโญ ภิกฺขเว สาริปุตฺโต, ติกฺขปญฺโญ ภิกฺขเว สาริปุตฺโต, นิพฺเพธิกปญฺโญ ภิกฺขเว สาริปุตฺโต’’ติ –

เอวมาคตา มหาปญฺญาทิกา ฉ, ตสฺมึเยว สุตฺเต อาคตา นวานุปุพฺพวิหารสมาปตฺติปญฺญา, อรหตฺตมคฺคปญฺญาติ อิมาสํ โสฬสปฺปเภทานํ ปญฺญานํ สาวกวิสเย อุกฺกฏฺฐโกฏิปฺปตฺตสฺส.

กสฺมา ปเนตฺถ ภควา วิปสฺสีอาทีนํ สตฺตนฺนํเยว พุทฺธานํ พฺรหฺมจริยสฺส จิรฏฺฐิติกาจิรฏฺฐิติกภาวํ กเถสิ, น พุทฺธวํสเทสนายํ วิย ปญฺจวีสติยา พุทฺธานํ, ตโต วา ปน ภิยฺโยติ? เยสํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ ปฏิเวธสาสนํ เอกํสโต นิจฺฉเยน อชฺชาปิ ธรติ, น อนฺตรหิตํ, เต เอว กิตฺเตนฺโต วิปสฺสีอาทีนํเยว ภควนฺตานํ พฺรหฺมจริยสฺส จิรฏฺฐิติกาจิรฏฺฐิติกภาวํ อิธ กเถสิ. เตสํเยว หิ สาวกา ตทา เจว เอตรหิ จ สุทฺธาวาสภูมิยํ ฐิตา, น อญฺเญสํ ปรินิพฺพุตตฺตา. สิทฺธตฺถติสฺสผุสฺสานํ กิร พุทฺธานํ สาวกา สุทฺธาวาเสสุ อุปฺปนฺนา อุปฺปตฺติสมนนฺตรเมว อิมสฺมึ สาสเน อุปกาทโย วิย อรหตฺตํ อธิคนฺตฺวา น จิรสฺเสว ปรินิพฺพายึสุ, น ตตฺถ ตตฺถ สาวกา ยาวตายุกํ อฏฺฐํสูติ วทนฺติ. อปุพฺพาจริมนิยโม ปน อปราปรํ สํสรณกสตฺตาวาสวเสน เอกิสฺสา โลกธาตุยา อิจฺฉิโตติ น เตเนตํ วิรุชฺฌตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

๑๙. อสาธารโณ เหตุ, สาธารโณ ปจฺจโยติ เอวมาทิวิภาเคน อิธ ปโยชนํ นตฺถิ, วิปสฺสีอาทีนํ ปน พฺรหฺมจริยสฺส อจิรฏฺฐิติกตาย จิรฏฺฐิติกตาย จ การณปุจฺฉาปรตฺตา โจทนายาติ อาห ‘‘เหตุ ปจฺจโยติ อุภยเมตํ การณาธิวจน’’นฺติ. หิโนติ เตน ผลนฺติ เหตูติ กรณสาธโนยํ เหตุสทฺโทติ อาห ‘‘เตน ตสฺส ผล’’นฺติอาทิ. กตฺตุสาธโนปิ เหตุสทฺโท โน น ยุชฺชติ หิโนติ ผลสฺส เหตุภาวํ อุปคจฺฉตีติ เหตูติ. ตํ ปฏิจฺจ เอติ ปวตฺตตีติ ตํ การณํ ปฏิจฺจ ตสฺส ผลํ เอติ ปวตฺตติ นิพฺพตฺตตีติ อตฺโถ.

กิลาสุโน อเหสุนฺติ อปฺโปสฺสุกฺกา อเหสุํ, นิรุสฺสาหา อเหสุนฺติ อตฺโถ. สา ปน นิรุสฺสาหตา น อาลสิยวเสนาติ อาห ‘‘น อาลสิยกิลาสุโน’’ติ, อาลสิยวเสน กิลาสุโน นาเหสุนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ การณมาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. อาลสิยํ วาติ อิมินา ถินมิทฺธวสปฺปวตฺตานํ อกุสลานํ อภาวมาห. โอสนฺนวีริยตา วาติ อิมินา ปน ‘‘อาลสิยาภาเวปิ อนฺตมโส อนฺนภารเนสาทานมฺปิ สกฺกจฺจํเยว ธมฺมํ เทเสตี’’ติ วจนโต ยสฺส กสฺสจิปิ ธมฺมเทสนาย นิรุสฺสาหตา นตฺถีติ ทีเปติ สพฺเพสํ สมเกเนว อุสฺสาเหน ธมฺมเทสนาย ปวตฺตนโต. เตนาห ‘‘พุทฺธา หี’’ติอาทิ. โอสนฺนวีริยาติ โอหีนวีริยา, อปฺโปสฺสุกฺกาติ อตฺโถ. อุสฺสนฺนวีริยาติ อธิกวีริยา, มหุสฺสาหาติ อตฺโถ. เวเคนาติ ชเวน. ธมฺเม ครุ เอเตสนฺติ ธมฺมครุโน. ธมฺเม คารวเมเตสนฺติ ธมฺมคารวา. วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล อสีติ วสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ สิขิสฺส สตฺตติ วสฺสสหสฺสานิ, เวสฺสภุสฺส สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณนฺติ อาห ‘‘เตสํ กิร กาเล ทีฆายุกา สตฺตา’’ติ. อภิสเมนฺตีติ ปฏิวิชฺฌนฺติ.

นิทฺโทสตายาติ วีติกฺกมโทสสฺส อภาวโต. ‘‘อิมสฺมึ วีติกฺกเม อยํ นาม อาปตฺตี’’ติ เอวํ อาปตฺติวเสน อปญฺญเปตฺวา ‘‘ปาณาติปาตํ ปหาย ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๘, ๑๙๔) ธมฺมเทสนาวเสน โอวาทสิกฺขาปทานํเยว ปญฺญตฺตตฺตา วุตฺตํ ‘‘สตฺตาปตฺติกฺขนฺธวเสน อาณาสิกฺขาปทํ อปญฺญตฺต’’นฺติ. ฉนฺนํ ฉนฺนํ วสฺสานํ อจฺจเยนาติ ปาฐเสโส ทฏฺฐพฺโพ. อถ วา ฉนฺนํ ฉนฺนํ วสฺสานํ โอสานทิวสํ อเปกฺขิตฺวา ‘‘สกึ สกิ’’นฺติ วุตฺตตฺตา ตทเปกฺขมิทํ สามิวจนํ. สกลชมฺพุทีเป สพฺโพปิ ภิกฺขุสงฺโฆ เอกสฺมึเยว ฐาเน อุโปสถํ อกาสีติ สมฺพนฺโธ. กตมํ ตํ ฐานนฺติ อาห ‘‘พนฺธุมติยา ราชธานิยา’’ติอาทิ. อิสิปตนํ เตน สมเยน เขมํ นาม อุยฺยานํ โหติ, มิคานํ ปน อภยวาสตฺถาย ทินฺนตฺตา มิคทาโยติ วุจฺจติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เขเม มิคทาเย’’ติ.

อพฺโพกิณฺณานิ ทสปิ วีสติปิ ภิกฺขุสหสฺสานิ วสนฺตีติ วิสภาคปุคฺคเลหิ อสํสฏฺฐานิ ทสปิ วีสติปิ ภิกฺขูนํ สหสฺสานิ วสนฺติ. ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เต สพฺเพปิ ทฺวาทสสหสฺสภิกฺขุคณฺหนกา มหาวิหารา อภยคิริเจติยปพฺพตจิตฺตลปพฺพตวิหารสทิสา จ อเหสุ’’นฺติ วุตฺตํ. อุโปสถาโรจิกาติ อุโปสถาโรจนกา. ตา กิร เทวตา เอกมฺหิ วสฺเส นิกฺขนฺเต ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา อาโรเจนฺติ ‘‘นิกฺขนฺตํ โข, มาริสา, เอกํ วสฺสํ, ปญฺจ ทานิ วสฺสานิ เสสานิ, ปญฺจนฺนํ วสฺสานํ อจฺจเยน พนฺธุมตี ราชธานี อุปสงฺกมิตพฺพา ปาติโมกฺขุทฺเทสายา’’ติ. ตถา ทฺวีสุ วสฺเสสุ นิกฺขนฺเตสุ ‘‘นิกฺขนฺตานิ โข, มาริสา, เทฺว วสฺสานิ, จตฺตาริ วสฺสานิ เสสานิ, จตุนฺนํ วสฺสานํ อจฺจเยน พนฺธุมตี ราชธานี อุปสงฺกมิตพฺพา ปาติโมกฺขุทฺเทสายา’’ติ อาโรเจนฺติ. อิมินาว นเยน ตีสุ จตูสุ ปญฺจสุ วสฺเสสุ อติกฺกนฺเตสุ อาโรเจนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘มาริสา เอกํ วสฺสํ อติกฺกนฺต’’นฺติอาทิ. สานุภาวาติ อิทฺธานุภาเวน สานุภาวา. เต กิร ภิกฺขูติ เย เทวตานุภาเวน คจฺฉนฺติ, เต สนฺธาย วทติ. ปาจีนสมุทฺทนฺเตติ ปาจีนสมุทฺทสฺส สมีปเทเส. คมิยวตฺตนฺติ คมิเกหิ กาตพฺพํ เสนาสนปฏิชคฺคนาทิวตฺตํ. อุโปสถคฺคนฺติ อุโปสถกรณฏฺฐานํ. คตาว โหนฺตีติ เทวตานุภาเวน คตา เอว โหนฺติ. เตติ อตฺตโน อตฺตโน อานุภาเวน เทวตานุภาเวน จ คตา สพฺเพปิ.

ขนฺตี ปรมนฺติอาทีสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๙๐; ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.๑๘๕) ปรูปวาทํ ปราปการํ สีตุณฺหาทิเภทญฺจ คุโณปโรธํ ขมติ สหติ อธิวาเสตีติ ขนฺติ. สา ปน สีลาทีนํ ปฏิปกฺขธมฺเม สวิเสสํ ตปติ สนฺตปติ วิธมตีติ ปรมํ อุตฺตมํ ตโป. ติติกฺขนํ ขมนํ ติติกฺขา. ขนฺติยาเยเวตํ เววจนํ. อกฺขรจินฺตกา หิ ขมายํ ติติกฺขาสทฺทํ วณฺเณนฺติ, ตสฺมา เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ ‘‘ติติกฺขาสงฺขาตา อธิวาสนขนฺติ นาม อุตฺตมํ ตโป’’ติ. นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธาติ ภเวน ภวนฺตรํ วินาติ ภวนิกนฺติภาเวน สํสิพฺพติ, สตณฺหสฺเสว วา อายตึ ปุนพฺภวภาวโต ผเลน สทฺธึ กมฺมํ วินาติ สํสิพฺพตีติ วานนฺติ สงฺขฺยํ คตาย ตณฺหาย นิกฺขนฺตํ นิพฺพานํ ตตฺถ ตสฺสา สพฺพโส อภาวโต. ตํ นิพฺพานํ ปน สนฺตปณีตนิปุณสิวเขมาทินา สพฺพากาเรน ปรมนฺติ วทนฺติ พุทฺธา.

น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตีติ โย อธิวาสนขนฺติรหิตตฺตา ปรํ อุปฆาเตติ พาธติ วิหึสติ, โส ปพฺพชิโต นาม น โหติ ปพฺพาเชตพฺพธมฺมสฺส อปพฺพาชนโต. จตุตฺถปาโท ปน ตติยปาทสฺเสว เววจนํ อนตฺถนฺตรตฺตา. ‘‘น หิ ปพฺพชิโต’’ติ เอตสฺส หิ ‘‘น สมโณ โหตี’’ติ เววจนํ. ‘‘ปรูปฆาตี’’ติ เอตสฺส ‘‘ปรํ วิเหฐยนฺโต’’ติ เววจนํ. อถ วา ปรูปฆาตีติ สีลูปฆาตี. สีลญฺหิ อุตฺตมฏฺเฐน ‘‘ปร’’นฺติ วุจฺจติ ปรสทฺทสฺส เสฏฺฐวาจกตฺตา ‘‘ปุคฺคลปโรปรญฺญู’’ติอาทีสุ วิย. โย จ สมโณ ปรํ ยํ กญฺจิ สตฺตํ วิเหฐยนฺโต ปรูปฆาตี โหติ อตฺตโน สีลวินาสโก, โส ปพฺพชิโต นาม น โหตีติ อตฺโถ. อถ วา โย อธิวาสนขนฺติยา อภาวา ปรูปฆาตี โหติ, ปรํ อนฺตมโส ฑํสมกสมฺปิ ชีวิตา โวโรเปติ, โส น หิ ปพฺพชิโต. กึ การณา? ปาปมลสฺส อปพฺพาชิตตฺตา อนีหฏตฺตา. ‘‘ปพฺพาชยมตฺตโน มลํ, ตสฺมา ปพฺพชิโตติ วุจฺจตี’’ติ (ธ. ป. ๓๘๘) อิทญฺหิ ปพฺพชิตลกฺขณํ. โยปิ นเหว โข อุปฆาเตติ น มาเรติ, อปิจ ทณฺฑาทีหิ วิเหเฐติ, โสปิ ปรํ วิเหฐยนฺโต สมโณ น โหติ. กึการณา? วิเหสาย อสมิตตฺตา. สมิตตฺตา สมโณติ วุจฺจตีติ อิทญฺหิ สมณลกฺขณํ. ‘‘สมิตตฺตา หิ ปาปานํ, สมโณติ ปวุจฺจตี’’ติ (ธ. ป. ๒๖๕) หิ วุตฺตํ.

อปิจ ภควา ภิกฺขูนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสนฺโต ปาติโมกฺขกถาย จ สีลปฺปธานตฺตา สีลสฺส จ วิเสสโต โทโส ปฏิปกฺโขติ ตสฺส นิคฺคณฺหนวิธึ ทสฺเสตุํ อาทิโต ‘‘ขนฺตี ปรมํ ตโป’’ติ อาห. เตน อนิฏฺฐสฺส ปฏิหนนูปาโย วุตฺโต, ติติกฺขาคฺคหเณน ปน อิฏฺฐสฺส, ตทุภเยนปิ อุปฺปนฺนํ อรตึ อุปฺปนฺนํ รตึ อภิภุยฺย วิหรตีติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต. ตณฺหาวานสฺส วูปสมนโต นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา. ตตฺถ ขนฺติคฺคหเณน ปโยควิปตฺติยา อภาโว ทสฺสิโต, ติติกฺขาคฺคหเณน อาสยวิปตฺติยา อภาโว. ตถา ขนฺติคฺคหเณน ปราปราธสหตา, ติติกฺขาคฺคหเณน ปเรสุ อนปรชฺฌนา ทสฺสิตา. เอวํ การณมุเขน อนฺวยโต ปาติโมกฺขํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ พฺยติเรกโต ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘น หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตน ยถา สตฺตานํ ชีวิตา โวโรปนํ ปรํ ปาณิเลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ วิเหฐนญฺจ ‘‘ปรูปฆาโต ปรํ วิเหฐน’’นฺติ วุจฺจติ, เอวํ เตสํ สาปเตยฺยาวหรณํ ปรามสนํ วิสํวาทนํ อญฺญมญฺญเภทนํ ผรุสวจเนน มมฺมฆฏฺฏนํ นิรตฺถกวิปฺปลาโป ปรสนฺตกาภิชฺฌานํ อุจฺเฉทจินฺตนํ มิจฺฉาภินิเวสนญฺจ อุปฆาโต ปรวิเหฐนญฺจ โหตีติ ยสฺส กสฺสจิ อกุสลสฺส กมฺมปถสฺส กมฺมสฺส จ กรเณน ปพฺพชิโต สมโณ จ น โหตีติ ทสฺเสติ.

ทุติยคาถาย สพฺพปาปสฺสาติ สพฺพากุสลสฺส สพฺพสฺสปิ ทฺวาทสากุสลสฺส สพฺพจิตฺตุปฺปาทสงฺคหิตสฺส สาวชฺชธมฺมสฺส. อกรณนฺติ อนุปฺปาทนํ. กรณญฺหิ นาม ตสฺส อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปาทนนฺติ ตปฺปฏิกฺเขปโต อกรณํ อนุปฺปาทนํ. กุสลสฺสาติ จตุภูมิกกุสลสฺส. ‘‘กุสลสฺสา’’ติ หิ อิทํ ‘‘เอตํ พุทฺธาน สาสน’’นฺติ วกฺขมานตฺตา อริยมคฺคธมฺเม เตสญฺจ สมฺภารภูเต เตภูมิกกุสเล ธมฺเม โพเธติ. อุปสมฺปทาติ อุปสมฺปาทนํ. ตํ ปน อตฺถโต ตสฺส กุสลสฺส สมธิคโม ปฏิลาโภ. สจิตฺตปริโยทปนนฺติ อตฺตโน จิตฺตสฺส โชตนํ จิตฺตสฺส ปภสฺสรภาวกรณํ สพฺพโส ปริโสธนํ. ตํ ปน อรหตฺเตน โหติ. เอตฺถ จ ยสฺมา อคฺคมคฺคสมงฺคิโน จิตฺตํ สพฺพโส ปริโยทปียติ นาม, อคฺคผลกฺขเณ ปน ปริโยทปิตํ โหติ ปุน ปริโยทเปตพฺพตาย อภาวโต, ตสฺมา ปรินิฏฺฐิตปริโยทปนตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ตํ ปน อรหตฺเตน โหตี’’ติ. อิติ สีลสํวเรน สพฺพปาปํ ปหาย โลกิยโลกุตฺตราหิ สมถวิปสฺสนาหิ กุสลํ สมฺปาเทตฺวา อรหตฺตผเลน จิตฺตํ ปริโยทเปตพฺพนฺติ เอตํ พุทฺธานํ สาสนํ โอวาโท อนุสิฏฺฐิ.

ตติยคาถาย อนุปวาโทติ วาจาย กสฺสจิ อนุปวทนํ. อนุปฆาโตติ กาเยน มนสา จ กสฺสจิ อุปฆาตากรณํ มนสาปิ ปเรสํ อนตฺถจินฺตนาทิวเสน อุปฆาตกรณสฺส วชฺเชตพฺพตฺตา. ปาติโมกฺเขติ ยํ ตํ ปอติโมกฺขํ อติปโมกฺขํ อุตฺตมํ สีลํ, ปาติ วา สุคติภเยหิ โมกฺเขติ ทุคฺคติภเยหิ, โย วา นํ ปาติ, ตํ โมกฺเขตีติ ปาติโมกฺขนฺติ วุจฺจติ, ตสฺมึ ปาติโมกฺเข จ. สํวโรติ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ อวีติกฺกมลกฺขโณ สํวโร. มตฺตญฺญุตาติ โภชเน มตฺตญฺญุตา ปฏิคฺคหณปริโภควเสน ปมาณญฺญุตา. ปนฺตญฺจ สยนาสนนฺติ ชนสงฺฆฏฺฏวิรหิตํ นิชฺชนสมฺพาธํ วิวิตฺตํ เสนาสนญฺจ. เอตฺถ ทฺวีหิเยว ปจฺจเยหิ จตุปจฺจยสนฺโตโส ทีปิโตติ เวทิตพฺโพ ปจฺจยสนฺโตสสามญฺเญน อิตรทฺวยสฺสปิ ลกฺขณหารนเยน โชติตภาวโต. อธิจิตฺเต จ อาโยโคติ วิปสฺสนาปาทกํ อฏฺฐสมาปตฺติจิตฺตํ อธิจิตฺตํ, ตโตปิ จ มคฺคผลจิตฺตเมว อธิจิตฺตํ, ตสฺมึ ยถาวุตฺเต อธิจิตฺเต อาโยโค จ, อนุโยโคติ อตฺโถ. เอตํ พุทฺธาน สาสนนฺติ เอตํ ปรสฺส อนุปวทนํ อนุปฆาตนํ ปาติโมกฺเข สํวโร ปฏิคฺคหณปริโภเคสุ มตฺตญฺญุตา วิวิตฺตเสนาสนเสวนํ อธิจิตฺตานุโยโค จ พุทฺธานํ สาสนํ โอวาโท อนุสิฏฺฐิ.

อิมา ปน สพฺพพุทฺธานํ ปาติโมกฺขุทฺเทสคาถา โหนฺตีติ เวทิตพฺพา. เตนาห ‘‘เอเตเนว อุปาเยนา’’ติอาทิ. ยาว สาสนปริยนฺตาติ ธรมานกพุทฺธานํ อนุสาสนปริยนฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ, ยาว พุทฺธา ธรนฺติ, ตาว อุทฺทิสิตพฺพตํ อาคจฺฉนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. โอวาทปาติโมกฺขญฺหิ พุทฺธาเยว อุทฺทิสนฺติ, น สาวกา. ปฐมโพธิยํเยว อุทฺเทสมาคจฺฉนฺตีติ สมฺพนฺโธ. ปฐมโพธิ เจตฺถ วีสติวสฺสปริจฺฉินฺนาติ มหาคณฺฐิปเท วุตฺตํ. ตญฺจ เหฏฺฐา อฏฺฐกถายเมว ‘‘ภควโต หิ ปฐมโพธิยํ วีสติวสฺสนฺตเร นิพทฺธุปฏฺฐาโก นาม นตฺถี’’ติ กถิตตฺตา ‘‘ปฐมโพธิ นาม วีสติวสฺสานี’’ติ คเหตฺวา วุตฺตํ. อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน ปน ‘‘ปญฺจจตฺตาลีสาย วสฺเสสุ อาทิโต ปนฺนรส วสฺสานิ ปฐมโพธี’’ติ วุตฺตํ. เอวญฺจ สติ มชฺเฌ ปนฺนรส วสฺสานิ มชฺฌิมโพธิ, อนฺเต ปนฺนรส วสฺสานิ ปจฺฉิมโพธีติ ติณฺณํ โพธีนํ สมปฺปมาณตา สิยาติ ตมฺปิ ยุตฺตํ. ปนฺนรสตฺติเกน หิ ปญฺจจตฺตาลีส วสฺสานิ ปูเรนฺติ. อฏฺฐกถายํ ปน ปนฺนรสวสฺสปฺปมาณาย ปฐมโพธิยา วีสติวสฺเสสุเยว อนฺโตคธตฺตา ‘‘ปฐมโพธิยํ วีสติวสฺสนฺตเร’’ติ วุตฺตนฺติ เอวมฺปิ สกฺกา วิญฺญาตุํ.

นนุ จ กานิจิ สิกฺขาปทานิ ปญฺญเปตฺวาปิ น ตาว อาณาปาติโมกฺขํ อนุญฺญาตํ ปจฺฉา เถรสฺส อายาจเนน อนุญฺญาตตฺตา, ตสฺมา กถเมตํ วุตฺตํ ‘‘สิกฺขาปทปญฺญตฺติกาลโต ปน ปภุติ อาณาปาติโมกฺขเมว อุทฺทิสียตี’’ติ, ยทิปิ กานิจิ สิกฺขาปทานิ ปญฺญเปตฺวาว อาณาปาติโมกฺขํ น อนุญฺญาตํ, ตถาปิ อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเท อาณาปาติโมกฺขํ นตฺถิ, กินฺตุ ปญฺญตฺเตเยวาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สิกฺขาปทปญฺญตฺติกาลโต ปน ปภุตี’’ติ วุตฺตํ. ปุพฺพาราเมติ สาวตฺถิยา ปาจีนทิสาภาเค กตตฺตา เอวํลทฺธโวหาเร มหาวิหาเร. มิคารมาตุปาสาเทติ มิคารเสฏฺฐิโน มาตุฏฺฐานิยตฺตา มิคารมาตาติ สงฺขฺยํ คตาย วิสาขามหาอุปาสิกาย การิเต ปาสาเท. อฏฺฐานนฺติ เหตุปฏิกฺเขโป. อนวกาโสติ ปจฺจยปฏิกฺเขโป. อุภเยนปิ การณเมว ปฏิกฺขิปติ. ยนฺติ เยน การเณน.

เตสนฺติ ภิกฺขูนํ. สมฺมุขสาวกานํ สนฺติเก ปพฺพชิตาติ สพฺพนฺติมานํ สุภทฺทสทิสานํ สมฺมุขสาวกานํ สนฺติเก ปพฺพชิเต สนฺธาย วทติ. ขตฺติยกุลาทิวเสเนว วิวิธา กุลาติ สมฺพนฺโธ. อุจฺจนีจอุฬารุฬารโภคาทิกุลวเสน วาติ อุจฺจนีจกุลวเสน อุฬารุฬารโภคาทิกุลวเสน วาติ โยเชตพฺพํ. ตตฺถ ขตฺติยพฺราหฺมณวเสน วา ขตฺติยพฺราหฺมณคหปติกานํ วเสน วา อุจฺจกุลตา เวทิตพฺพา, เสสานํ วเสน นีจกุลตา. อุฬารุฬารโภคาทิกุลวเสน วาติ อุฬารตรตมอุปโภควนฺตาทิกุลวเสน. อุฬาราติสยโชตนตฺถญฺหิ ปุน อุฬารคฺคหณํ ‘‘ทุกฺขทุกฺข’’นฺติอาทีสุ วิย. อาทิ-สทฺเทน อุฬารานุฬารานํ คหณํ เวทิตพฺพํ.

พฺรหฺมจริยํ รกฺขนฺตีติ วุตฺตเมวตฺถํ ปกาเสตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘จิรํ ปริยตฺติธมฺมํ ปริหรนฺตี’’ติ. อปญฺญตฺเตปิ สิกฺขาปเท ยทิ สมานชาติอาทิกา สิยุํ, อตฺตโน อตฺตโน กุลานุคตคนฺถํ วิย น นาเสยฺยุํ. ยสฺมา ปน สิกฺขาปทมฺปิ อปญฺญตฺตํ, อิเม จ ภิกฺขู น สมานชาติอาทิกา, ตสฺมา วินาเสสุนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺมา เอกนามา…เป… ตสฺมา อญฺญมญฺญํ วิเหเฐนฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ กสฺมา จิรฏฺฐิติกวาเรปิ ‘‘นานานามา’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ? สติปิ เตสํ นานาชจฺจาทิภาเว สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา เอว สาสนสฺส จิรปฺปวตฺตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. สิกฺขาปทปญฺญตฺติวเสเนว สาสนสฺส จิรปฺปวตฺติ. ยสฺมา พุทฺธา อตฺตโน ปรินิพฺพานโต อุทฺธมฺปิ วิเนตพฺพสตฺตสมฺภเว สติ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺติ, อสติ น ปญฺญเปนฺติ, ตสฺมาติ เวทิตพฺโพ. ยถา กายวจีทฺวารสงฺขาตํ วิญฺญตฺตึ สมุฏฺฐาเปตฺวา ปวตฺตมานมฺปิ จิตฺตํ ตสฺสาเยว วิญฺญตฺติยา วเสน ปวตฺตนโต ‘‘กายวจีทฺวาเรหิ ปวตฺต’’นฺติ วุจฺจติ, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ. ยถา ตนฺติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ. วคฺคสงฺคหปณฺณาสสงฺคหาทีหีติ สีลกฺขนฺธวคฺคมหาวคฺคาทิวคฺคสงฺคหวเสน มูลปณฺณาสมอฌมปณฺณาสาทิปณฺณาสสงฺคหวเสน. อาทิ-สทฺเทน สํยุตฺตาทิสงฺคโห เวทิตพฺโพ.

เอวํ วิตกฺเกถ, มา เอวํ วิตกฺกยิตฺถาติ เอตฺถ เอวนฺติ ยถานุสิฏฺฐาย อนุสาสนิยา วิธิวเสน ปฏิเสธนวเสน จ ปวตฺติตาการปรามสนํ, สา จ สมฺมาวิตกฺกานํ มิจฺฉาวิตกฺกานญฺจ ปวตฺติอาการทสฺสนวเสน ปวตฺตติ อตฺถอานิสํสสฺส อาทีนวสฺส จ วิภาวนตฺถํ. เตนาห ‘‘เนกฺขมฺมวิตกฺกาทโย ตโย วิตกฺเก วิตกฺเกถา’’ติอาทิ. เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อพฺยาปาทวิตกฺกอวิหึสาวิตกฺกานํ คหณํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ เนกฺขมฺมํ วุจฺจติ โลภโต นิกฺขนฺตตฺตา อโลโภ, นีวรเณหิ นิกฺขนฺตตฺตา ปฐมชฺฌานํ, สพฺพากุสเลหิ นิกฺขนฺตตฺตา สพฺโพ กุสโล ธมฺโม, สพฺพสงฺขเตหิ นิกฺขนฺตตฺตา นิพฺพานํ, อุปนิสฺสยโต สมฺปโยคโต อารมฺมณกรณโต จ เนกฺขมฺเมน ปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก เนกฺขมฺมวิตกฺโก, สมฺมาสงฺกปฺโป. โส อสุภชฺฌานสฺส ปุพฺพภาเค กามาวจโร โหติ, อสุภชฺฌาเน รูปาวจโร, ตํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา อุปฺปนฺนมคฺคผลกาเล โลกุตฺตโร. พฺยาปาทสฺส ปฏิปกฺโข อพฺยาปาโท, กญฺจิปิ น พฺยาปาเทนฺติ เอเตนาติ วา อพฺยาปาโท, เมตฺตา. ยถาวุตฺเตน อพฺยาปาเทน ปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อพฺยาปาทวิตกฺโก. โส เมตฺตาฌานสฺส ปุพฺพภาเค กามาวจโร โหติ, เมตฺตาภาวนาวเสน อธิคเต ปฐมชฺฌาเน รูปาวจโร, ตํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา อุปฺปนฺนมคฺคผลกาเล โลกุตฺตโร. วิหึสาย ปฏิปกฺขา, น วิหึสนฺติ วา เอตาย สตฺเตติ อวิหึสา, กรุณา. ตาย ปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อวิหึสาวิตกฺโก. โส กรุณาฌานสฺส ปุพฺพภาเค กามาวจโร, กรุณาภาวนาวเสน อธิคเต ปฐมชฺฌาเน รูปาวจโร, ตํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา อุปฺปนฺนมคฺคผลกาเล โลกุตฺตโร.

นนุ จ อโลภาโทสาโมหานํ อญฺญมญฺญาวิรหโต เนสํ วเสน อุปฺปชฺชนกานํ อิเมสํ เนกฺขมฺมวิตกฺกาทีนํ อญฺญมญฺญํ อสงฺกรโต ววตฺถานํ น โหตีติ? โน น โหติ. ยทา หิ อโลโภ ปธาโน โหติ นิยมิตปริณตสมุทาจาราทิวเสน, ตทา อิตเร เทฺว ตทนฺวายิกา ภวนฺติ. ตถา หิ ยทา อโลภปฺปธาโน เนกฺขมฺมครุโก จิตฺตุปฺปาโท โหติ, ตทา ลทฺธาวสโร เนกฺขมฺมวิตกฺโก ปติฏฺฐหติ. ตํสมฺปยุตฺตสฺส ปน อโทสลกฺขณสฺส อพฺยาปาทสฺส วเสน โย ตสฺเสว อพฺยาปาทวิตกฺกภาโว สมฺภเวยฺย, สติ จ อพฺยาปาทวิตกฺกภาเว กสฺสจิปิ อวิเหฐนชาติกตาย อวิหึสาวิตกฺกภาโว จ สมฺภเวยฺย. เต อิตเร เทฺว ตสฺเสว เนกฺขมฺมวิตกฺกสฺส อนุคามิโน สรูปโต อทิสฺสนโต ตสฺมึ สติ โหนฺติ, อสติ น โหนฺตีติ อนุมาเนยฺยา ภวนฺติ. เอวเมว ยทา เมตฺตาปธาโน จิตฺตุปฺปาโท โหติ, ตทา อิตเร เทฺว ตทนฺวายิกา ภวนฺติ. ยทา กรุณาปธาโน จิตฺตุปฺปาโท โหติ, ตทา อิตเร เทฺว ตทนฺวายิกา ภวนฺติ.

กามวิตกฺกาทโยติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน พฺยาปาทวิตกฺกวิหึสาวิตกฺกานํ คหณํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ กามปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก กามวิตกฺโก. เอตฺถ หิ เทฺว กามา วตฺถุกาโม จ กิเลสกาโม จ. ตตฺถ วตฺถุกามปกฺเข อารมฺมณวเสน กาเมหิ ปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก กามวิตกฺโก, กิเลสกามปกฺเข ปน สมฺปโยควเสน กาเมน ปฏิสํยุตฺโตติ โยเชตพฺพํ. พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก พฺยาปาทวิตกฺโก. วิหึสาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก วิหึสาวิตกฺโก. เตสุ เทฺว สตฺเตสุปิ สงฺขาเรสุปิ อุปฺปชฺชนฺติ. กามวิตกฺโก หิ ปิเย มนาเป สตฺเต วา สงฺขาเร วา วิตกฺเกนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ, พฺยาปาทวิตกฺโก อปฺปิเย อมนาเป สตฺเต วา สงฺขาเร วา กุชฺฌิตฺวา โอโลกนกาลโต ปฏฺฐาย ยาว วินาสนา อุปฺปชฺชติ, วิหึสาวิตกฺโก สงฺขาเรสุ นุปฺปชฺชติ. สงฺขาโร หิ ทุกฺขาเปตพฺโพ นาม นตฺถิ, ‘‘อิเม สตฺตา หญฺญนฺตุ วา อุจฺฉิชฺชนฺตุ วา วินสฺสนฺตุ วา มา วา อเหสุ’’นฺติ จินฺตนกาเล ปน สตฺเตสุ อุปฺปชฺชติ. อถ กสฺมา วุตฺตํ ‘‘สงฺขาโร ทุกฺขาเปตพฺโพ นาม นตฺถี’’ติ, นนุ เย ทุกฺขาเปตพฺพาติ อิจฺฉิตา สตฺตสญฺญิตา, เตปิ อตฺถโต สงฺขารา เอวาติ? สจฺจเมตํ, เต ปน อินฺทฺริยพทฺธา สวิญฺญาณกตาย ทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, ตสฺมา เต วิหึสาวิตกฺกสฺส วิสยา อิจฺฉิตา สตฺตสญฺญิตา. เย ปน น ทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ วุตฺตลกฺขณาโยคโต, เต สนฺธาย ‘‘วิหึสาวิตกฺโก สงฺขาเรสุ นุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ.

อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตานิ วิมุจฺจึสูติ เอตฺถ อาสเวหีติ กตฺถุอตฺเถ กรณนิทฺเทโส, จิตฺตานีติ ปจฺจตฺตพหุวจนํ, วิมุจฺจึสูติ กมฺมสาธนํ, ตสฺมา อาสเวหิ กตฺตุภูเตหิ อนุปาทาย อารมฺมณวเสน อคฺคเหตฺวา จิตฺตานิ วิมุจฺจิตานีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ คเหตพฺโพติ อาห ‘‘เตสญฺหิ จิตฺตานี’’ติอาทิ. เยหิ อาสเวหีติ เอตฺถาปิ กตฺตุอตฺเถ เอว กรณนิทฺเทโส. วิมุจฺจึสูติ กมฺมสาธนํ. น เต ตานิ คเหตฺวา วิมุจฺจึสูติ เต อาสวา ตานิ จิตฺตานิ อารมฺมณวเสน น คเหตฺวา วิมุจฺจึสุ วิโมเจสุํ. เอตฺถ หิ จิตฺตานีติ อุปโยคพหุวจนํ, วิมุจฺจึสูติ กตฺตุสาธนํ. อนุปฺปาทนิโรเธน นิรุชฺฌมานาติ อายตึ อนุปฺปตฺติสงฺขาเตน นิโรเธน นิรุชฺฌมานา อาสวา. อคฺคเหตฺวา วิมุจฺจึสูติ อารมฺมณกรณวเสน อคฺคเหตฺวา จิตฺตานิ วิโมเจสุํ. วิกสิตจิตฺตา อเหสุนฺติ สาติสยญาณรสฺมิสมฺผสฺเสน สมฺผุลฺลจิตฺตา อเหสุํ. ปุริมวจนาเปกฺขนฺติ ‘‘อญฺญตรสฺมึ ภึสนเก วนสณฺเฑ’’ติ วุตฺตวจนาเปกฺขํ. เตนาห ‘‘ยํ วุตฺตํ อญฺญตรสฺมึ ภึสนเก วนสณฺเฑติ, ตตฺรา’’ติ. กตนฺติ ภาวสาธนวาจิ อิทํ ปทนฺติ อาห ‘‘ภึสนกตสฺมึ โหติ, ภึสนกกิริยายา’’ติ. ภึสนสฺส กรณํ กิริยา ภึสนกตํ, ตสฺมึ ภึสนกตสฺมึ.

อิทานิ อญฺญถาปิ อตฺถโยชนํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อถ วา’’ติอาทิ. อิมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป ภึสยตีติ ภึสโน, ภึสโน เอว ภึสนโก, ตสฺส ภาโว ภึสนกตฺตนฺติ วตฺตพฺเพ ต-การสฺส โลปํ กตฺวา ‘‘ภึสนกต’’นฺติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ภึสนกตสฺมินฺติ ภึสนกภาเวติ อตฺโถ’’ติอาทิ. เยภุยฺยคฺคหณํ โลมวนฺตวเสนปิ โยเชตพฺพํ, น โลมวเสเนวาติ อาห ‘‘พหุตรานํ วา’’ติอาทิ.

ปุริสยุควเสนาติ ปุริสกาลวเสน, ปุริสานํ อายุปฺปมาณวเสนาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘สพฺพปจฺฉิมโก สุภทฺทสทิโส’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. ตสฺมึ กาเล วิชฺชมานานํ ทฺวินฺนํ ปุริสานํ อายุปริจฺเฉทํ สกลเมว คเหตฺวา ‘‘สตสหสฺสํ…เป… อฏฺฐาสี’’ติ วุตฺตํ. เทฺวเยว ปุริสยุคานีติ เอตฺถ ปุริสานํ ยุคปฺปวตฺติกาโล ปุริสยุคํ. อภิลาปมตฺตเมว เจตํ, อตฺถโต ปน ปุริโสว ปุริสยุคํ. ธรมาเน ภควติ เอกํ ปุริสยุคํ, ปรินิพฺพุเต เอกนฺติ กตฺวา ‘‘เทฺวเยว ปุริสยุคานี’’ติ วุตฺตํ. ปรินิพฺพุเต ปน ภควติ เอกเมว ปุริสยุคํ อสีติเยว วสฺสสหสฺสานิ พฺรหฺมจริยํ อฏฺฐาสีติ เวทิตพฺพํ.

๒๐. สาวกยุคานีติ สาวกา เอว สาวกยุคานิ. อสมฺภุณนฺเตนาติ อปาปุณนฺเตน. คพฺภํ คณฺหาเปนฺตสฺสาติ สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส วิชายนตฺถํ ญาณคพฺภํ คณฺหาเปนฺตสฺส.

๒๑. โก อนุสนฺธีติ ปุพฺพาปรกถานํ กึ อนุสนฺธานํ, โก สมฺพนฺโธติ อตฺโถ. สิกฺขาปทปญฺญตฺติยาจนาเปกฺขนฺติ ยาจียตีติ ยาจนา, สิกฺขาปทปญฺญตฺติเยว ยาจนา สิกฺขาปทปญฺญตฺติยาจนา, ตํ อเปกฺขตีติ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยาจนาเปกฺขํ ภุมฺมวจนํ, ยาจิยมานสิกฺขาปทปญฺญตฺติอเปกฺขํ ภุมฺมวจนนฺติ วุตฺตํ โหติ. ยาจนวิสิฏฺฐา สิกฺขาปทปญฺญตฺติเยว หิ ‘‘ตตฺถา’’ติ อิมินา ปรามฏฺฐา, เตเนว วกฺขติ ‘‘ตตฺถ ตสฺสา สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา’’ติ. ยํ วุตฺตนฺติ ‘‘สิกฺขาปทํ ปญฺญเปยฺยา’’ติ อิมินา ยํ สิกฺขาปทปญฺญปนํ วุตฺตํ, ยาจิตนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ ตสฺสา สิกฺขาปทปญฺญตฺติยาติ ตสฺสํ ยาจิยมานสิกฺขาปทปญฺญตฺติยนฺติ อตฺโถ. อกาลนฺติ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา อกาลํ.

อาสวฏฺฐานียาติ เอตฺถ อธิกรเณ อนียสทฺโทติ อาห ‘‘อาสวา ติฏฺฐนฺติ เอเตสู’’ติอาทิ. เก ปน เต อาสวา, เก จ ธมฺมา ตทธิกรณภูตาติ อาห ‘‘เยสุ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกา’’ติอาทิ. ทิฏฺฐธมฺมิกา ปรูปวาทาทโย, สมฺปรายิกา อาปายิกา อปายทุกฺขวิเสสา. เต อาสวนฺติ เตน เตน ปจฺจยวเสน ปวตฺตนฺตีติ อาสวา. เนสนฺติ ปรูปวาทาทิอาสวานํ. เตติ วีติกฺกมธมฺมา. อสติ อาสวฏฺฐานีเย ธมฺเม สิกฺขาปทปญฺญตฺติยํ โก โทโส, เยเนวํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ยทิ หิ ปญฺญเปยฺยา’’ติอาทิ, วีติกฺกมโทสํ อทิสฺวา ยทิ ปญฺญเปยฺยาติ อธิปฺปาโย. ปรมฺมุขา อกฺโกสนํ ปรูปวาโท, ปเรหิ วจเนสุ โทสาโรปนํ ปรูปารมฺโภ, สมฺมุขา ครหนํ ครหโทโส.

กถญฺหิ นาม ปลิเวเฐสฺสตีติ สมฺพนฺโธ, กถํ-สทฺทโยเค อนาคตปฺปโยโค ทฏฺฐพฺโพ. อนฺวายิโกติ อนุวตฺตโก. โภคกฺขนฺธนฺติ โภคราสึ. ‘‘อมฺหากเมเต’’ติ ญายนฺตีติ ญาตี, ปิตามหปิตุปุตฺตาทิวเสน ปริวฏฺฏนฏฺเฐน ปริวฏฺโฏ, ญาตีเยว ปริวฏฺโฏ ญาติปริวฏฺโฏ. ฆาสจฺฉาทนปรมตาย สนฺตุฏฺฐาติ ฆาสจฺฉาทเน ปรมตาย อุตฺตมตาย สนฺตุฏฺฐา, ฆาสจฺฉาทนปริเยสเน สลฺเลขวเสน ปรมตาย อุกฺกฏฺฐภาเว สณฺฐิตาติ อตฺโถ. ฆาสจฺฉาทนเมว วา ปรมํ ปรมา โกฏิ เอเตสํ น ตโต ปรํ กิญฺจิ อสามิสชาตํ ปริเยสนฺติ ปจฺจาสีสนฺติ จาติ ฆาสจฺฉาทนปรมา, เตสํ ภาโว ฆาสจฺฉาทนปรมตา, ตสฺสํ ฆาสจฺฉาทนปรมตาย สนฺตุฏฺฐา. เตสุ นาม โกติ ยถาวุตฺตคุณวิสิฏฺเฐสุ เตสุ ภิกฺขูสุ โก นาม. โลกามิสภูตนฺติ โลกปริยาปนฺนํ หุตฺวา กิเลเสหิ อามสิตพฺพตฺตา โลกามิสภูตํ. ปพฺพชฺชาสงฺเขเปเนวาติ ‘‘ปาณาติปาตา เวรมณี’’ติอาทินา ปพฺพชฺชามุเขเนว. เอตนฺติ เมถุนาทีนํ อกรณํ. ถามนฺติ สิกฺขาปทานํ ปญฺญาปนกิริยาย สามตฺถิยํ. พลนฺติ ยาถาวโต สพฺพธมฺมานํ ปฏิเวธสมตฺถํ ญาณพลํ. กุปฺเปยฺยาติ กุปฺปํ ภเวยฺย. เอตสฺเสวตฺถสฺส ปากฏกรณํ น ยถาฐาเน ติฏฺเฐยฺยาติ, ปญฺญตฺติฏฺฐาเน น ติฏฺเฐยฺยาติ อตฺโถ. อกุสโลติ ติกิจฺฉิตุํ ยุตฺตกาลสฺส อปริชานนโต อกุสโล อเฉโก. อวุทฺธิ อนโย, พฺยสนํ ทุกฺขํ. ปฏิกจฺเจวาติ คณฺฑุปฺปาทนโต ปฐมเมว. สญฺฉวึ กตฺวาติ โสภนจฺฉวึ กตฺวา. พาลเวชฺโชติ อปณฺฑิตเวชฺโช. โลหิตกฺขยญฺจ มํ ปาเปตีติ วิภตฺติวิปริณามํ กตฺวา โยเชตพฺพํ.

อกาลํ ทสฺเสตฺวาติ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา อกาลํ ทสฺเสตฺวา. โรคํ วูปสเมตฺวาติ ผาสุํ กตฺวา. สเก อาจริยเกติ อาจริยสฺส ภาโว, กมฺมํ วา อาจริยกํ, ตสฺมึ อตฺตโน อาจริยภาเว, อาจริยกมฺเม วา. นิมิตฺตตฺเถ เจตํ ภุมฺมวจนํ. วิทิตานุภาโวติ ปากฏานุภาโว.

วิปุลภาเวนาติ ปพฺพชิตานํ พหุภาเวน. สาสเน เอกจฺเจ อาสวฏฺฐานียา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ ยสฺมา เสนาสนานิ ปโหนฺติ, ตสฺมา อาวาสมจฺฉริยาทิเหตุกา สาสเน เอกจฺเจ อาสวฏฺฐานียา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ. อิมินา นเยนาติ เอเตน ปทโสธมฺมสิกฺขาปทาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

ลาภคฺคมหตฺตนฺติ จีวราทิลภิตพฺพปจฺจโย ลาโภ, ตสฺส อคฺคํ มหตฺตํ ปณีตตา พหุภาโว วา. พหุสฺสุตสฺส ภาโว พาหุสจฺจํ. อโยนิโส อุมฺมุชฺชมานาติ อนุปาเยน อภินิวิสมานา, วิปรีตโต ชานมานาติ อตฺโถ. รเสน รสํ สํสนฺทิตฺวาติ สภาเวน สภาวํ สํสนฺทิตฺวา, อนุญฺญาตปจฺจตฺถรณาทีสุ สุขสมฺผสฺสสามญฺญโต อุปาทินฺนผสฺสรเสปิ อนวชฺชสญฺญิตาย อนุปาทินฺนผสฺสรเสน อุปาทินฺนผสฺสรสํ สํสนฺทิตฺวา, สมานภาวํ อุปเนตฺวาติ อตฺโถ. อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ สตฺถุสาสนํ ทีเปนฺตีติ ‘‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามี’’ติอาทินา (ปาจิ. ๔๑๘) สตฺถุสาสนํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ กตฺวา ทีเปนฺติ.

อิมสฺมึ อตฺเถติ ‘‘นิรพฺพุโท หิ, สาริปุตฺต, ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ (ปารา. ๒๑) เอวํ วุตฺตภิกฺขุสงฺฆสญฺญิเต อตฺเถ. กถํ ปน ทุสฺสีลานํ โจรภาโวติ อาห ‘‘เต หิ อสฺสมณาว หุตฺวา’’ติอาทิ. กาฬกธมฺมโยคาติ ทุสฺสีลตาสงฺขาตปาปธมฺมโยคโต. ปภสฺสโรติ ปภสฺสรสีโล. สาโรติ วุจฺจนฺตีติ สาสนพฺรหฺมจริยสฺส สารภูตตฺตา สีลาทโย คุณา ‘‘สาโร’’ติ วุจฺจนฺติ.

สพฺพปริตฺตคุโณติ สพฺเพหิ นิหีนคุโณ, อปฺปคุโณ วา. โส โสตาปนฺโนติ อานนฺทตฺเถรํ สนฺธาย วทติ. โสตํ อาปนฺโนติ มคฺคโสตํ อาปนฺโน. ปฏิปกฺขธมฺมานํ อนวเสสโต สวนโต เปลฺลนโต โสโต อริยมคฺโคติ อาห ‘‘โสโตติ จ มคฺคสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ. โสตาปนฺโนติ เตน สมนฺนาคตสฺส ปุคฺคลสฺสาติ อิมินา มคฺคสมงฺคี โสตาปนฺโนติ วตฺวา ตเมวตฺถํ อุทาหรเณน สาเธตฺวา อิทานิ อิธาธิปฺเปตปุคฺคลํ นิทฺธาเรตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิธ ปนา’’ติอาทิ. อิธ อาปนฺนสทฺโท ‘‘ผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๔๘๘) วิย วตฺตมานกาลิโกติ อาห ‘‘มคฺเคน ผลสฺส นามํ ทินฺน’’นฺติ. มคฺเคน หิ อตฺตนา สทิสสฺส อฏฺฐงฺคิกสฺส วา สตฺตงฺคิกสฺส วา ผลสฺส โสโตติ นามํ ทินฺนํ, อตีตกาลิกตฺเต ปน สรสโตว นามลาโภ สิยา. มคฺคกฺขเณ หิ มคฺคโสตํ อาปชฺชติ นาม, ผลกฺขเณ อาปนฺโน.

วิรูปํ สทุกฺขํ สอุปายาสํ นิปาเตตีติ วินิปาโต, อปายทุกฺเข ขิปนโก. ธมฺโมติ สภาโว. เตนาห ‘‘น อตฺตานํ อปาเยสุ วินิปาตนสภาโว’’ติ. อถ วา ธมฺโมติ อปาเยสุ ขิปนโก สกฺกายทิฏฺฐิอาทิโก อกุสลธมฺโม. ยสฺส ปน โส อกุสลธมฺโม นตฺถิ สพฺพโส ปหีนตฺตา, โส ยสฺมา อปาเยสุ อตฺตานํ วินิปาตนสภาโว น โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘น อตฺตานํ อปาเยสุ วินิปาตนสภาโวติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. กสฺมาติ อวินิปาตนธมฺมตาย การณํ ปุจฺฉติ. อปายํ คเมนฺตีติ อปายคมนียา. วินิปาตนสภาโวติ อุปฺปชฺชนสภาโว. สมฺมตฺตนิยาเมน มคฺเคนาติ สมฺมา ภวนิยามเกน ปฏิลทฺธมคฺเคน. นิยโตติ วา เหฏฺฐิมนฺตโต สตฺตมภวโต อุปริ อนุปฺปชฺชนธมฺมตาย นิยโต. สมฺโพธีติ อุปริมคฺคตฺตยสงฺขาตา สมฺโพธิ. สมฺพุชฺฌตีติ หิ สมฺโพธิ, อริยมคฺโค. โส จ อิธ ปฐมมคฺคสฺส อธิคตตฺตา อวสิฏฺโฐ เอว อธิคนฺตพฺพภาเวน อิจฺฉิตพฺโพติ. เตนาห ‘‘อุปริมคฺคตฺตยํ อวสฺสํ สมฺปาปโก’’ติ. อุปริมคฺคตฺตยํ อวสฺสํ สมฺปาปุณาตีติ สมฺปาปโก, โสตาปนฺโน.

วินยปญฺญตฺติยาจนกถา นิฏฺฐิตา.