พาหิรนิทานกถา
อิทานิ ‘‘ตํ วณฺณยิสฺสํ วินย’’นฺติ ปฏิญฺญาตตฺตา ยถาปฏิญฺญาตวินยสํวณฺณนํ กตฺตุกาโม สํวรวินยปหานวินยาทิวเสน วินยสฺส พหุวิธตฺตา อิธ สํวณฺเณตพฺพภาเวน อธิปฺเปโต ตาว วินโย ววตฺถเปตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตตฺถาติ ตาสุ คาถาสุ. ตาว-สทฺโท ปฐมนฺติ อิมสฺมึ อตฺเถ ทฏฺฐพฺโพ. เตน ปฐมํ วินยํ ววตฺถเปตฺวา ปจฺฉา ตสฺส วณฺณนํ กริสฺสามีติ ทีเปติ. ววตฺถเปตพฺโพติ นิยเมตพฺโพ. เตเนตํ วุจฺจตีติ ยสฺมา ววตฺถเปตพฺโพ, เตน เหตุนา เอตํ ‘‘วินโย นามา’’ติอาทิกํ นิยามกวจนํ วุจฺจตีติ อตฺโถ. อสฺสาติ วินยสฺส. มาติกาติ อุทฺเทโส. โส หิ นิทฺเทสปทานํ ชนนีฐาเน ฐิตตฺตา มาตา วิยาติ มาติกาติ วุจฺจติ.
อิทานิ วณฺเณตพฺพมตฺถํ มาติกํ ฐเปตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วุตฺตํ เยนา’’ติอาทิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอตํ ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวรญฺชายํ วิหรตี’’ติอาทินิทานวจนปฏิมณฺฑิตํ วินยปิฏกํ เยน ปุคฺคเลน วุตฺตํ, ยสฺมึ กาเล วุตฺตํ, ยสฺมา การณา วุตฺตํ, เยน ธาริตํ, เยน จ อาภตํ, เยสุ ปติฏฺฐิตํ, เอตํ ยถาวุตฺตวิธานํ วตฺวา ตโต ‘‘เตน สมเยนา’’ติอาทิปาฐสฺส อตฺถํ อเนกปฺปการโต ทสฺสยนฺโต วินยสฺส อตฺถวณฺณนํ กริสฺสามีติ. เอตฺถ จ ‘‘วุตฺตํ เยน ยทา ยสฺมา’’ติ อิทํ วจนํ ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา’’ติอาทินิทานวจนมตฺตํ อเปกฺขิตฺวา วตฺตุกาโมปิ วิสุํ อวตฺวา ‘‘นิทาเนน อาทิกลฺยาณํ, ‘อิทมโวจา’ติ นิคมเนน ปริโยสานกลฺยาณ’’นฺติ จ วจนโต นิทานนิคมนานิปิ สตฺถุเทสนาย อนุวิธานตฺตา ตทนฺโตคธาเนวาติ นิทานสฺสปิ วินยปาฬิยํเยว อนฺโตคธตฺตา ‘‘วุตฺตํ เยน ยทา ยสฺมา’’ติ อิทมฺปิ วินยปิฏกสมฺพนฺธํเยว กตฺวา มาติกํ ฐเปสิ. มาติกาย หิ ‘‘เอต’’นฺติ วุตฺตํ วินยปิฏกํเยว สามญฺญโต สพฺพตฺถ สมฺพนฺธมุปคจฺฉติ.
อิทานิ ปน ตํ วิสุํ นีหริตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ วุตฺตํ เยนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ มาติกาปเทสุ. อถ กสฺมา อิทเมว วจนํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อิทญฺหี’’ติอาทิ. อิทนฺติ ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา’’ติอาทิวจนํ. หิ-สทฺโท ยสฺมาติ อตฺเถ ทฏฺฐพฺโพ, ยสฺมา พุทฺธสฺส ภควโต อตฺตปจฺจกฺขวจนํ น โหติ, ตสฺมาติ วุตฺตํ โหติ. อตฺตปจฺจกฺขวจนํ น โหตีติ อตฺตโน ปจฺจกฺขํ กตฺวา วุตฺตวจนํ น โหติ, ภควตา วุตฺตวจนํ น โหตีติ อธิปฺปาโย. ‘‘อตฺตปจฺจกฺขวจนํ น โหตีติ อาหจฺจ ภาสิตํ น โหตีติ อธิปฺปาโย’’ติ เกนจิ วุตฺตํ. คณฺฐิปเท ปน ‘‘อตฺตปจฺจกฺขวจนํ น โหตีติ อตฺตโน ธรมานกาเล วุตฺตวจนํ น โหตี’’ติ ลิขิตํ. ตทุภยมฺปิ อตฺถโต สมานเมว. อิทานิ ปญฺหกรณํ วตฺวา อนุกฺกเมน ยถาวุตฺตปญฺหวิสฺสชฺชนํ กโรนฺโต ‘‘อายสฺมตา’’ติอาทิมาห. อิมินา ปุคฺคลํ นิยเมติ, ‘‘ตญฺจา’’ติอาทินา กาลํ นิยเมติ. ตญฺจ อุปาลิตฺเถเรน วุตฺตวจนํ กาลโต ปฐมมหาสงฺคีติกาเล วุตฺตนฺติ อตฺโถ.
ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา
อิทานิ ตํ ปฐมมหาสงฺคีตึ ทสฺเสตุกาโม ตสฺสา ตนฺติอารุฬฺหาย อิธ วจเน การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฐมมหาสงฺคีติ นาม เจสา…เป… เวทิตพฺพา’’ติ อาห. ปฐมมหาสงฺคีติ นาม เจสาติ จ-สทฺโท อีทิเสสุ ฐาเนสุ วตฺตพฺพสมฺปิณฺฑนตฺโถ, ตญฺจ ปฐมมหาสงฺคีติกาเล วุตฺตํ, เอสา จ ปฐมมหาสงฺคีติ เอวํ เวทิตพฺพาติ วุตฺตํ โหติ. อุปญฺญาสตฺโถ วา จ-สทฺโท. อุปญฺญาโสติ จ วากฺยารมฺโภ วุจฺจติ. เอสา หิ คนฺถการานํ ปกติ, ยทิทํ กิญฺจิ วตฺวา ปุน ปรํ วตฺตุมารภนฺตานํ จสทฺทปฺปโยโค. ยํ ปน เกนจิ วุตฺตํ ‘‘ปฐมมหาสงฺคีติ นาม จาติ เอตฺถ จ-สทฺโท อติเรกตฺโถ, เตน อญฺญาปิ อตฺถีติ ทีเปตี’’ติ. ตเทว ตสฺส คนฺถกฺกเม อโกวิทตํ ทสฺเสติ. น เหตฺถ จสทฺเทน อติเรกตฺโถ วิญฺญายติ. ยทิ เจตฺถ เอตทตฺโถเยว จ-กาโร อธิปฺเปโต สิยา, เอวํ สติ น กตฺตพฺโพเยว ปฐมสทฺเทเนว อญฺญาสํ ทุติยาทิสงฺคีตีนมฺปิ อตฺถิภาวสฺส ทีปิตตฺตา. ทุติยาทึ อุปาทาย หิ ปฐมสทฺทปฺปโยโค ทีฆาทึ อุปาทาย รสฺสาทิสทฺทปฺปโยโค วิย. ยถาปจฺจยํ ตตฺถ ตตฺถ เทสิตตฺตา ปญฺญตฺตตฺตา จ วิปฺปกิณฺณานํ ธมฺมวินยานํ สงฺคเหตฺวา คายนํ กถนํ สงฺคีติ. เอเตน ตํตํสิกฺขาปทานํ สุตฺตานญฺจ อาทิปริโยสาเนสุ อนฺตรนฺตรา จ สมฺพนฺธวเสน ฐปิตํ สงฺคีติการวจนํ สงฺคหิตํ โหติ. มหาวิสยตฺตา ปูชนียตฺตา จ มหตี สงฺคีติ มหาสงฺคีติ, ปฐมา มหาสงฺคีติ ปฐมมหาสงฺคีติ. นิทานโกสลฺลตฺถนฺติ นิททาติ เทสนํ เทสกาลาทิวเสน อวิทิตํ วิทิตํ กตฺวา นิทสฺเสตีติ นิทานํ, ตตฺถ โกสลฺลํ นิทานโกสลฺลํ, ตทตฺถนฺติ อตฺโถ.
สตฺตานํ ทสฺสนานุตฺตริยสรณาทิปฏิลาภเหตุภูตาสุ วิชฺชมานาสุปิ อญฺญาสุ ภควโต กิริยาสุ ‘‘พุทฺโธ โพเธยฺย’’นฺติ ปฏิญฺญาย อนุโลมนโต เวเนยฺยานํ มคฺคผลุปฺปตฺติเหตุภูตา กิริยา นิปฺปริยาเยน พุทฺธกิจฺจนฺติ อาห ‘‘ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนญฺหิ อาทึ กตฺวา’’ติ. ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยาทิธมฺโมเยว ปวตฺตนฏฺเฐน จกฺกนฺติ ธมฺมจกฺกํ. อถ วา จกฺกนฺติ อาณา, ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺมญฺจ ตํ จกฺกญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ, ธมฺเมน ญาเยน จกฺกนฺติปิ ธมฺมจกฺกํ. ยถาห –
‘‘ธมฺมญฺจ ปวตฺเตติ จกฺกญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ, จกฺกญฺจ ปวตฺเตติ ธมฺมญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ, ธมฺเมน ปวตฺเตตีติ ธมฺมจกฺกํ, ธมฺมจริยาย ปวตฺเตตีติ ธมฺมจกฺก’’นฺติอาทิ (ปฏิ. ม. ๒.๔๐).
กตพุทฺธกิจฺเจติ กตํ ปรินิฏฺฐาปิตํ พุทฺธกิจฺจํ เยน, ตสฺมึ กตพุทฺธกิจฺเจ ภควติ โลกนาเถติ สมฺพนฺโธ. เอเตน พุทฺธกตฺตพฺพสฺส กสฺสจิปิ อเสสิตภาวํ ทสฺเสติ. ตโตเยว หิ โส ภควา ปรินิพฺพุโตติ. นนุ จ สาวเกหิ วินีตาปิ วิเนยฺยา ภควตาเยว วินีตา โหนฺติ, ตถา หิ สาวกภาสิตํ สุตฺตํ พุทฺธวจนนฺติ วุจฺจติ, สาวกวิเนยฺยา จ น ตาว วินีตาติ? นายํ โทโส เตสํ วินยนูปายสฺส สาวเกสุ ฐปิตตฺตา. เตเนวาห –
‘‘น ตาวาหํ ปาปิม ปรินิพฺพายิสฺสามิ, ยาว น ภิกฺขู วิยตฺตา วินีตา วิสารทา พหุสฺสุตา อาคตาคมา ธมฺมธรา วินยธรา มาติกาธรา อุปฺปนฺนํ ปรปฺปวาทํ สหธมฺเมน สุนิคฺคหิตํ นิคฺคเหตฺวา สปฺปาฏิหาริยํ ธมฺมํ เทเสสฺสนฺตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๑๖๘).
‘‘กุสินาราย’’นฺติอาทินา ภควโต ปรินิพฺพุตเทสกาลวิเสสทสฺสนํ, ‘‘อปรินิพฺพุโต ภควา’’ติ คาหสฺส มิจฺฉาภาวทสฺสนตฺถํ โลเก ชาตสํวฑฺฒภาวทสฺสนตฺถญฺจ. ตถา หิ มนุสฺสภาวสฺส สุปากฏกรณตฺถํ มหาโพธิสตฺตา จริมภเว ทารปริคฺคหาทีนิปิ กโรนฺตีติ. กุสินารายนฺติ เอวํนามเก นคเร. สมีปตฺเถ เจตํ ภุมฺมวจนํ. อุปวตฺตเน มลฺลานํ สาลวเนติ ตสฺส นครสฺส อุปวตฺตนภูตํ มลฺลราชูนํ สาลวนุยฺยานํ ทสฺเสติ. ตตฺถ นครํ ปวิสิตุกามา อุยฺยานโต อุเปจฺจ วตฺตนฺติ คจฺฉนฺติ เอเตนาติ อุปวตฺตนนฺติ สาลวนํ วุจฺจติ. ยถา หิ อนุราธปุรสฺส ถูปาราโม ทกฺขิณปจฺฉิมทิสายํ, เอวํ ตํ อุยฺยานํ กุสินาราย ทกฺขิณปจฺฉิมทิสาย โหติ. ยถา จ ถูปารามโต ทกฺขิณทฺวาเรน นครํ ปวิสนมคฺโค ปาจีนมุโข คนฺตฺวา อุตฺตเรน นิวตฺตติ, เอวํ อุยฺยานโต สาลปนฺติ ปาจีนมุขา คนฺตฺวา อุตฺตเรน นิวตฺตา, ตสฺมา ตํ ‘‘อุปวตฺตน’’นฺติ วุจฺจติ. ยมกสาลานมนฺตเรติ ยมกสาลานํ เวมชฺเฌ. ตตฺถ กิร ภควโต ปญฺญตฺตสฺส ปรินิพฺพานมญฺจสฺส เอกา สาลปนฺติ สีสภาเค โหติ, เอกา ปาทภาเค, ตตฺราปิ เอโก ตรุณสาโล สีสภาคสฺส อาสนฺโน โหติ, เอโก ปาทภาคสฺส, ตสฺมา ‘‘ยมกสาลานมนฺตเร’’ติ วุตฺตํ. อปิ จ ‘‘ยมกสาลา นาม มูลกฺขนฺธวิฏปปตฺเตหิ อญฺญมญฺญํ สํสิพฺเพตฺวา ฐิตสาลา’’ติปิ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ.
อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยาติ อุปาทียเต กมฺมกิเลเสหีติ อุปาทิ, วิปากกฺขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ. โส ปน อุปาทิ กิเลสาภิสงฺขารมารนิมฺมถเนน นิพฺพานปฺปตฺติยํ อโนสฺสฏฺโฐ, อิธ ขนฺธมจฺจุมารนิมฺมถเนน โอสฺสฏฺโฐ นิเสสิโตติ อยํ อนุปาทิเสสา นิพฺพานธาตุ นตฺถิ เอติสฺสา อุปาทิเสโสติ กตฺวา. นิพฺพานธาตูติ เจตฺถ นิพฺพุติมตฺตํ อธิปฺเปตํ, อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ จายํ กรณนิทฺเทโส. ปรินิพฺพาเนติ ปรินิพฺพานฏฺฐาเน, นิมิตฺตตฺเถ วา ภุมฺมวจนํ, ปรินิพฺพานเหตุ สนฺนิปติตานนฺติ อตฺโถ. สงฺฆสฺส เถโร สงฺฆตฺเถโร. โส ปน สงฺโฆ กึปริมาโณติ อาห ‘‘สตฺตนฺนํ ภิกฺขุสตสหสฺสาน’’นฺติ. นิจฺจสาเปกฺขตฺตา หิ อีทิเสสุ สมาโส โหติเยว ยถา ‘‘เทวทตฺตสฺส ครุกุล’’นฺติ. สตฺตนฺนํ ภิกฺขุสตสหสฺสานนฺติ จ สงฺฆตฺเถรานํเยว สตฺตนฺนํ ภิกฺขุสตสหสฺสานํ. ตทา หิ ‘‘สนฺนิปติตา ภิกฺขู เอตฺตกา’’ติ ปมาณรหิตา. ตถา หิ เวฬุวคาเม เวทนาวิกฺขมฺภนโต ปฏฺฐาย ‘‘น จิเรน ภควา ปรินิพฺพายิสฺสตี’’ติ สุตฺวา ตโต ตโต อาคเตสุ ภิกฺขูสุ เอกภิกฺขุปิ ปกฺกนฺโต นาม นตฺถิ, ตสฺมา คณนํ วีติวตฺโต สงฺโฆ อโหสิ. อายสฺมา มหากสฺสโป ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหํ ชเนสีติ สมฺพนฺโธ.
ตตฺถ มหากสฺสโปติ มหนฺเตหิ สีลกฺขนฺธาทีหิ สมนฺนาคตตฺตา มหนฺโต กสฺสโปติ มหากสฺสโป, อปิจ กุมารกสฺสปตฺเถรํ อุปาทาย อยํ มหาเถโร ‘‘มหากสฺสโป’’ติ วุจฺจติ. อถ กิมตฺถํ อายสฺมา มหากสฺสโป ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ อุสฺสาหํ ชเนสีติ อาห ‘‘สตฺตาหปรินิพฺพุเต’’ติอาทิ. สตฺต อหานิ สมาหฏานิ สตฺตาหํ, สตฺตาหํ ปรินิพฺพุตสฺส อสฺสาติ สตฺตาหปรินิพฺพุโต, ภควา, ตสฺมึ สตฺตาหปรินิพฺพุเต ภควติ, ภควโต ปรินิพฺพานทิวสโต ปฏฺฐาย สตฺตาเห วีติวตฺเตติ วุตฺตํ โหติ. สุภทฺเทน วุฑฺฒปพฺพชิเตน วุตฺตวจนํ สมนุสฺสรนฺโตติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ สุภทฺโทติ ตสฺส นามํ, วุฑฺฒกาเล ปน ปพฺพชิตตฺตา วุฑฺฒปพฺพชิโตติ วุจฺจติ. ‘‘อลํ อาวุโส’’ติอาทินา เตน วุตฺตวจนํ นิทสฺเสติ. โส หิ สตฺตาหปรินิพฺพุเต ภควติ อายสฺมตา มหากสฺสปตฺเถเรน สทฺธึ ปาวาย กุสินารํ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺเนสุ ปญฺจมตฺเตสุ ภิกฺขุสเตสุ อวีตราเค ภิกฺขู อนฺตรามคฺเค ทิฏฺฐอาชีวกสฺส สนฺติกา ภควโต ปรินิพฺพานํ สุตฺวา ปตฺตจีวรานิ ฉฑฺเฑตฺวา พาหา ปคฺคยฺห นานปฺปการํ ปริเทวนฺเต ทิสฺวา เอวมาห.
กสฺมา ปน โส เอวมาห? ภควติ อาฆาเตน. อยํ กิร โส ขนฺธเก (มหาว. ๓๐๓) อาคเต อาตุมาวตฺถุสฺมึ นหาปิตปุพฺพโก วุฑฺฒปพฺพชิโต ภควติ กุสินารโต นิกฺขมิตฺวา อฑฺฒเตฬเสหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ อาตุมํ คจฺฉนฺเต ‘‘ภควา อาคจฺฉตี’’ติ สุตฺวา อาคตกาเล ‘‘ยาคุทานํ กริสฺสามี’’ติ สามเณรภูมิยํ ฐิเต เทฺว ปุตฺเต เอตทโวจ ‘‘ภควา กิร ตาตา อาตุมํ อาคจฺฉติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ อฑฺฒเตฬเสหิ ภิกฺขุสเตหิ, คจฺฉถ ตุเมฺห ตาตา ขุรภณฺฑํ อาทาย นาฬิยาวาปเกน อนุฆรกํ อนุฆรกํ อาหิณฺฑถ, โลณมฺปิ เตลมฺปิ ตณฺฑุลมฺปิ ขาทนียมฺปิ สํหรถ, ภควโต อาคตสฺส ยาคุทานํ กริสฺสามี’’ติ. เต ตถา อกํสุ. อถ ภควติ อาตุมํ อาคนฺตฺวา ภุสาคารกํ ปวิฏฺเฐ สุภทฺโท สายนฺหสมยํ คามทฺวารํ คนฺตฺวา มนุสฺเส อามนฺเตตฺวา ‘‘หตฺถกมฺมมตฺตํ เม เทถา’’ติ หตฺถกมฺมํ ยาจิตฺวา ‘‘กึ ภนฺเต กโรมา’’ติ วุตฺเต ‘‘อิทญฺจิทญฺจ คณฺหถา’’ติ สพฺพูปกรณานิ คาหาเปตฺวา วิหาเร อุทฺธนานิ กาเรตฺวา เอกํ กาฬกํ กาสาวํ นิวาเสตฺวา ตาทิสเมว ปารุปิตฺวา ‘‘อิทํ กโรถ, อิทํ กโรถา’’ติ สพฺพรตฺตึ วิจาเรนฺโต สตสหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา โภชฺชยาคุญฺจ มธุโคฬกญฺจ ปฏิยาทาเปสิ. โภชฺชยาคุ นาม ภุญฺชิตฺวา ปาตพฺพยาคุ, ตตฺถ สปฺปิมธุผาณิตมจฺฉมํสปุปฺผผลรสาทิ ยํ กิญฺจิ ขาทนียํ นาม อตฺถิ, ตํ สพฺพํ ปวิสติ, กีฬิตุกามานํ สีสมกฺขนโยคฺคา โหติ สุคนฺธคนฺธา.
อถ ภควา กาลสฺเสว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ปิณฺฑาย จริตุํ อาตุมาภิมุโข ปายาสิ. มนุสฺสา ตสฺส อาโรเจสุํ ‘‘ภควา ปิณฺฑาย คามํ ปวิสติ, ตยา กสฺส ยาคุ ปฏิยาทิตา’’ติ. โส ยถานิวตฺถปารุเตเหว เตหิ กาฬกกาสาเวหิ เอเกน หตฺเถน ทพฺพิญฺจ กฏจฺฉุญฺจ คเหตฺวา พฺรหฺมา วิย ทกฺขิณชาณุมณฺฑลํ ภูมิยํ ปติฏฺฐาเปตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ปฏิคฺคณฺหตุ เม ภนฺเต ภควา ยาคุ’’นฺติ อาห. ตโต ‘‘ชานนฺตาปิ ตถาคตา ปุจฺฉนฺตี’’ติ ขนฺธเก (มหาว. ๓๐๓) อาคตนเยน ภควา ปุจฺฉิตฺวา จ สุตฺวา จ ตํ วุฑฺฒปพฺพชิตํ วิครหิตฺวา ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ อกปฺปิยสมาทาปนสิกฺขาปทํ ขุรภณฺฑปริหรณสิกฺขาปทญฺจาติ เทฺว สิกฺขาปทานิ ปญฺญเปตฺวา ‘‘ภิกฺขเว อเนกกปฺปโกฏิโย โภชนํ ปริเยสนฺเตเหว วีตินามิตา, อิทํ ปน ตุมฺหากํ อกปฺปิยํ, อธมฺเมน อุปฺปนฺนโภชนํ อิมํ ปริภุญฺชิตฺวา อเนกานิ อตฺตภาวสหสฺสานิ อปาเยเสฺวว นิพฺพตฺติสฺสนฺติ, อเปถ มา คณฺหถา’’ติ ภิกฺขาจาราภิมุโข อคมาสิ, เอกภิกฺขุนาปิ น กิญฺจิ คหิตํ.
สุภทฺโท อนตฺตมโน หุตฺวา ‘‘อยํ ‘สพฺพํ ชานามี’ติ อาหิณฺฑติ, สเจ น คเหตุกาโม เปเสตฺวา อาโรเจตพฺพํ อสฺส, ปกฺกาหาโร นาม สพฺพจิรํ ติฏฺฐนฺโต สตฺตาหมตฺตํ ติฏฺเฐยฺย, อิทญฺจ มม ยาวชีวํ ปริยตฺตํ อสฺส, สพฺพํ เตน นาสิตํ, อหิตกาโม อยํ มยฺห’’นฺติ ภควติ อาฆาตํ พนฺธิตฺวา ทสพเล ธรมาเน กิญฺจิ วตฺตุํ นาสกฺขิ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ ‘‘อยํ อุจฺจกุลา ปพฺพชิโต มหาปุริโส, สเจ กิญฺจิ วกฺขามิ, มมํเยว สนฺตชฺเชสฺสตี’’ติ. สฺวายํ อชฺช มหากสฺสปตฺเถเรน สทฺธึ อาคจฺฉนฺโต ‘‘ปรินิพฺพุโต ภควา’’ติ สุตฺวา ลทฺธสฺสาโส วิย หฏฺฐตุฏฺโฐ เอวมาห. เถโร ปน ตํ สุตฺวา หทเย ปหารํ วิย มตฺถเก ปติตสุกฺกาสนึ วิย มญฺญิ, ธมฺมสํเวโค จสฺส อุปฺปชฺชิ ‘‘สตฺตาหมตฺตปรินิพฺพุโต ภควา, อชฺชาปิสฺส สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ ธรติเยว, ทุกฺเขน ภควตา อาราธิตสาสเน นาม เอวํ ลหุํ มหนฺตํ ปาปกสฏํ กณฺฏโก อุปฺปนฺโน, อลํ โข ปเนส ปาโป วฑฺฒมาโน อญฺเญปิ เอวรูเป สหาเย ลภิตฺวา สาสนํ โอสกฺกาเปตุ’’นฺติ.
ตโต เถโร จินฺเตสิ ‘‘สเจ โข ปนาหํ อิมํ มหลฺลกํ อิเธว ปิโลติกํ นิวาเสตฺวา ฉาริกาย โอกิราเปตฺวา นีหราเปสฺสามิ, มนุสฺสา ‘สมณสฺส โคตมสฺส สรีเร ธรมาเนเยว สาวกา วิวทนฺตี’ติ อมฺหากํ โทสํ ทสฺเสสฺสนฺติ, อธิวาเสมิ ตาว. ภควตา หิ เทสิตธมฺโม อสงฺคหิตปุปฺผราสิสทิโส, ตตฺถ ยถา วาเตน ปหฏปุปฺผานิ ยโต วา ตโต วา คจฺฉนฺติ, เอวเมว เอวรูปานํ วเสน คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล วินเย เอกํ เทฺว สิกฺขาปทานิ นสฺสิสฺสนฺติ วินสฺสิสฺสนฺติ, สุตฺเต เอโก เทฺว ปญฺหวารา นสฺสิสฺสนฺติ, อภิธมฺเม เอกํ เทฺว ภูมนฺตรานิ นสฺสิสฺสนฺติ, เอวํ อนุกฺกเมน มูเล นฏฺเฐ ปิสาจสทิสา ภวิสฺสาม, ตสฺมา ธมฺมวินยสงฺคหํ กริสฺสามิ, เอวํ สติ ทฬฺหสุตฺเตน สงฺคหิตปุปฺผานิ วิย อยํ ธมฺมวินโย นิจฺจโล ภวิสฺสติ. เอตทตฺถญฺหิ ภควา มยฺหํ ตีณิ คาวุตานิ ปจฺจุคฺคมนํ อกาสิ, ตีหิ โอวาเทหิ อุปสมฺปทํ อกาสิ, กายโต จีวรปริวตฺตนํ อกาสิ, อากาเส ปาณึ จาเลตฺวา จนฺโทปมปฏิปทํ กเถนฺโต มญฺเญว สกฺขึ กตฺวา กเถสิ, ติกฺขตฺตุํ สกลสาสนรตนํ ปฏิจฺฉาเปสิ, มาทิเส ภิกฺขุมฺหิ ติฏฺฐมาเน อยํ ปาโป สาสเน วฑฺฒึ มา อลตฺถุ, ยาว อธมฺโม น ทิปฺปติ, ธมฺโม น ปฏิพาหียติ, อวินโย น ทิปฺปติ, วินโย น ปฏิพาหียติ, อธมฺมวาทิโน น พลวนฺโต โหนฺติ, ธมฺมวาทิโน น ทุพฺพลา โหนฺติ, อวินยวาทิโน น พลวนฺโต โหนฺติ, วินยวาทิโน น ทุพฺพลา โหนฺติ, ตาว ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิสฺสามิ, ตโต ภิกฺขู อตฺตโน อตฺตโน ปโหนกํ คเหตฺวา กปฺปิยากปฺปิเย กเถสฺสนฺติ, อถายํ ปาโป สยเมว นิคฺคหํ ปาปุณิสฺสติ, ปุน สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺขิสฺสติ, สาสนํ อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจ ภวิสฺสตี’’ติ. จินฺเตตฺวา โส ‘‘เอวํ นาม มยฺหํ จิตฺตํ อุปฺปนฺน’’นฺติ กสฺสจิ อนาโรเจตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ สมสฺสาเสตฺวา อถ ปจฺฉา ธาตุภาชนทิวเส ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหํ ชเนสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อายสฺมา มหากสฺสโป สตฺตาหปรินิพฺพุเต…เป… ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหํ ชเนสี’’ติ.
ตตฺถ อลนฺติ ปฏิกฺเขปวจนํ. อาวุโสติ ปริเทวนฺเต ภิกฺขู อาลปติ. มา โสจิตฺถาติ จิตฺเต อุปฺปนฺนพลวโสเกน มา โสจิตฺถ. มา ปริเทวิตฺถาติ วาจาย มา ปริเทวิตฺถ ‘‘ปริเทวนํ วิลาโป’’ติ วจนโต. อิทานิ อโสจนาทีสุ การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สุมุตฺตา มย’’นฺติอาทิมาห. เตน มหาสมเณนาติ นิสฺสกฺเก กรณวจนํ, ตโต มหาสมณโต สุฏฺฐุ มุตฺตา มยนฺติ อตฺโถ, อุปทฺทุตา จ โหม ตทาติ อธิปฺปาโย. โหมาติ วา อตีตตฺเถ วตฺตมานวจนํ, อหุมฺหาติ อตฺโถ, อนุสฺสรนฺโต ธมฺมสํเวควเสนาติ อธิปฺปาโย. ธมฺมสภาวจินฺตาวเสน ปวตฺตํ สโหตฺตปฺปญาณํ ธมฺมสํเวโค. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘สพฺพสงฺขตธมฺเมสุ, โอตฺตปฺปาการสณฺฐิตํ;
ญาณโมหิตภารานํ, ธมฺมสํเวคสญฺญิต’’นฺติ.
ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชตีติ ติฏฺฐติ เอตฺถ ผลํ ตทายตฺตวุตฺติตายาติ ฐานํ, เหตุ. โขติ อวธารเณ, เอตํ การณํ วิชฺชเตว, โน น วิชฺชตีติ อตฺโถ. กึ ตํ การณนฺติ อาห ‘‘ยํ ปาปภิกฺขู’’ติอาทิ. เอตฺถ ยนฺติ นิปาตมตฺตํ, การณนิทฺเทโส วา, เยน การเณน อนฺตรธาเปยฺยุํ, ตเทตํ การณํ วิชฺชตีติ อตฺโถ. ปาปภิกฺขูติ ปาปิกาย ลามิกาย อิจฺฉาย สมนฺนาคตา ภิกฺขู. อตีโต อติกฺกนฺโต สตฺถา เอตฺถ, เอตสฺสาติ วา อตีตสตฺถุกํ, ปาวจนํ. ปธานํ วจนํ ปาวจนํ, ธมฺมวินยนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปกฺขํ ลภิตฺวาติ อลชฺชีปกฺขํ ลภิตฺวา. น จิรสฺเสวาติ น จิเรเนว. ยาว จ ธมฺมวินโย ติฏฺฐตีติ ยตฺตกํ กาลํ ธมฺโม จ วินโย จ ลชฺชีปุคฺคเลสุ ติฏฺฐติ.
วุตฺตเญฺหตํ ภควตาติ ปรินิพฺพานมญฺจเก นิปนฺเนน ภควตา ภิกฺขู โอวทนฺเตน เอตํ วุตฺตนฺติ อตฺโถ. เทสิโต ปญฺญตฺโตติ ธมฺโมปิ เทสิโต เจว ปญฺญตฺโต จ. สุตฺตาภิธมฺมสงฺคหิตสฺส หิ ธมฺมสฺส อภิสชฺชนํ ปโพธนํ เทสนา, ตสฺเสว ปการโต ญาปนํ วิเนยฺยสนฺตาเน ฐปนํ ปญฺญาปนํ, ตสฺมา ธมฺโมปิ เทสิโต เจว ปญฺญตฺโต จาติ วุตฺโต. ปญฺญตฺโตติ จ ฐปิโตติ อตฺโถ. วินโยปิ เทสิโต เจว ปญฺญตฺโต จ. วินยตนฺติสงฺคหิตสฺส หิ อตฺถสฺส กายวาจานํ วินยนโต วินโยติ ลทฺธาธิวจนสฺส อติสชฺชนํ ปโพธนํ เทสนา, ตสฺเสว ปการโต ญาปนํ อสงฺกรโต ฐปนํ ปญฺญาปนํ, ตสฺมา วินโยปิ เทสิโต เจว ปญฺญตฺโต จาติ วุจฺจติ.
โส โว มมจฺจเยนาติ โส ธมฺมวินโย ตุมฺหากํ มมจฺจเยน สตฺถา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – มยา โว ฐิเตเนว ‘‘อิทํ ลหุกํ, อิทํ ครุกํ, อิทํ สเตกิจฺฉํ, อิทํ อเตกิจฺฉํ, อิทํ โลกวชฺชํ, อิทํ ปณฺณตฺติวชฺชํ. อยํ อาปตฺติ ปุคฺคลสฺส สนฺติเก วุฏฺฐาติ, อยํ คณสฺส, อยํ สงฺฆสฺส สนฺติเก วุฏฺฐาตี’’ติ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ อวีติกฺกมนียตาวเสน โอติณฺณวตฺถุสฺมึ สขนฺธกปริวาโร อุภโตวิภงฺโค มหาวินโย นาม เทสิโต, ตํ สกลมฺปิ วินยปิฏกํ มยิ ปรินิพฺพุเต ตุมฺหากํ สตฺถุกิจฺจํ สาเธสฺสติ ‘‘อิทํ โว กตฺตพฺพํ, อิทํ โว น กตฺตพฺพ’’นฺติ กตฺตพฺพากตฺตพฺพสฺส วิภาเคน อนุสาสนโต. ฐิเตเนว จ มยา ‘‘อิเม จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา, ปญฺจินฺทฺริยานิ, ปญฺจ พลานิ, สตฺต โพชฺฌงฺคานิ, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค’’ติ เตน เตน วิเนยฺยานํ อชฺฌาสยานุรูเปน ปกาเรน อิเม สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺเม วิภชิตฺวา สุตฺตนฺตปิฏกํ เทสิตํ, ตํ สกลมฺปิ สุตฺตนฺตปิฏกํ มยิ ปรินิพฺพุเต ตุมฺหากํ สตฺถุกิจฺจํ สาเธสฺสติ ตํตํจริยานุรูปํ สมฺมาปฏิปตฺติยา อนุสาสนโต. ฐิเตเนว จ มยา ‘‘ปญฺจกฺขนฺธา, ทฺวาทสายตนานิ, อฏฺฐารส ธาตุโย, จตฺตาริ สจฺจานิ, พาวีสตินฺทฺริยานิ, นว เหตู, จตฺตาโร อาหารา, สตฺต ผสฺสา, สตฺต เวทนา, สตฺต สญฺญา, สตฺต เจตนา, สตฺต จิตฺตานิ, ตตฺราปิ เอตฺตกา ธมฺมา กามาวจรา, เอตฺตกา รูปาวจรา, เอตฺตกา อรูปาวจรา, เอตฺตกา ปริยาปนฺนา, เอตฺตกา อปริยาปนฺนา, เอตฺตกา โลกิยา, เอตฺตกา โลกุตฺตรา’’ติ อิเม ธมฺเม วิภชิตฺวา อภิธมฺมปิฏกํ เทสิตํ, ตํ สกลมฺปิ อภิธมฺมปิฏกํ มยิ ปรินิพฺพุเต ตุมฺหากํ สตฺถุกิจฺจํ สาเธสฺสติ, ขนฺธาทิวิภาเคน ญายมานํ จตุสจฺจสมฺโพธาวหตฺตา สตฺถารา สมฺมาสมฺพุทฺเธน กตฺตพฺพกิจฺจํ นิปฺผาเทสฺสติ. อิติ สพฺพมฺเปตํ อภิสมฺโพธิโต ยาว ปรินิพฺพานา ปญฺจจตฺตาลีส วสฺสานิ ภาสิตํ ลปิตํ, ตีณิ ปิฏกานิ, ปญฺจ นิกายา, นวงฺคานิ, จตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานีติ เอวํ มหปฺปเภทํ โหติ. อิติ อิมานิ จตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานิ ติฏฺฐนฺติ, อหํ เอโกว ปรินิพฺพายามิ, อหญฺจ ปนิทานิ เอโกว โอวทามิ อนุสาสามิ, มยิ ปรินิพฺพุเต อิมานิ จตุราสีติ พุทฺธสหสฺสานิ ตุเมฺห โอวทิสฺสนฺติ อนุสาสิสฺสนฺติ โอวาทานุสาสนีกิจฺจสฺส นิปฺผาทนโตติ.
สาสนนฺติ ปริยตฺติปฏิปตฺติปฏิเวธวเสน ติวิธํ สาสนํ, นิปฺปริยายโต ปน สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา. อทฺธนิยนฺติ อทฺธานมคฺคคามีติ อทฺธนิยํ, อทฺธานกฺขมนฺติ อตฺโถ. จิรฏฺฐิติกนฺติ จิรํ ฐิติ เอตสฺสาติ จิรฏฺฐิติกํ, สาสนํ, อสฺส ภเวยฺยาติ สมฺพนฺโธ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา เยน ปกาเรน อิทํ สาสนํ ทีฆมทฺธานํ ปวตฺติตุํ สมตฺถํ, ตโตเยว จิรฏฺฐิติกํ อสฺส, ตถา เตน ปกาเรน ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคาเยยฺยนฺติ.
อิทานิ สมฺมาสมฺพุทฺเธน อตฺตโน กตํ อนุคฺคหวิเสสํ วิภาเวนฺโต อาห ‘‘ยญฺจาหํ ภควตา’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘‘ยญฺจาห’’นฺติ เอตสฺส ‘‘อนุคฺคหิโต’’ติ เอเตน สมฺพนฺโธ. ตตฺถ ยนฺติ ยสฺมา, เยน การเณนาติ วุตฺตํ โหติ. กิริยาปรามสนํ วา เอตํ, เตน ‘‘อนุคฺคหิโต’’ติ เอตฺถ อนุคฺคณฺหนํ ปรามสติ. ธาเรสฺสสีติอาทิกํ ปน ภควา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล มหากสฺสปตฺเถเรน ปญฺญตฺตสงฺฆาฏิยํ นิสินฺโน ตํ จีวรํ วิกสิตปทุมปุปฺผวณฺเณน ปาณินา อนฺตเร ปรามสนฺโต อาห. วุตฺตเญฺหตํ กสฺสปสํยุตฺเต (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) มหากสฺสปตฺเถเรเนว อานนฺทตฺเถรํ อามนฺเตตฺวา กเถนฺเตน –
‘‘อถ โข, อาวุโส, ภควา มคฺคา โอกฺกมฺม เยน อญฺญตรํ รุกฺขมูลํ เตนุปสงฺกมิ, อถ ขฺวาหํ, อาวุโส, ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏึ จตุคฺคุณํ ปญฺญาเปตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจํ ‘อิธ, ภนฺเต, ภควา นิสีทตุ, ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’ติ. นิสีทิ โข, อาวุโส, ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน, นิสชฺช โข มํ, อาวุโส, ภควา เอตทโวจ ‘มุทุกา โข ตฺยายํ กสฺสป ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏี’ติ. ‘ปฏิคฺคณฺหาตุ เม, ภนฺเต, ภควา ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏึ อนุกมฺปํ อุปาทายา’ติ. ‘ธาเรสฺสสิ ปน เม ตฺวํ กสฺสป สาณานิ ปํสุกูลานิ นิพฺพสนานี’ติ. ‘ธาเรสฺสามหํ, ภนฺเต, ภควโต สาณานิ ปํสุกูลานิ นิพฺพสนานี’ติ. โส ขฺวาหํ, อาวุโส, ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏึ ภควโต ปาทาสึ, อหํ ปน ภควโต สาณานิ ปํสุกูลานิ นิพฺพสนานิ ปฏิปชฺชิ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔).
ตตฺถ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๑๕๔) มุทุกา โข ตฺยายนฺติ มุทุกา โข เต อยํ. กสฺมา ภควา เอวมาหาติ? เถเรน สห จีวรํ ปริวตฺเตตุกามตาย. กสฺมา ปริวตฺเตตุกาโม ชาโตติ? เถรํ อตฺตโน ฐาเน ฐเปตุกามตาย. กึ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา นตฺถีติ? อตฺถิ, เอวํ ปนสฺส อโหสิ ‘‘อิเม น จิรํ ฐสฺสนฺติ, กสฺสโป ปน วีสวสฺสสตายุโก, ‘โส มยิ ปรินิพฺพุเต สตฺตปณฺณิคุหายํ วสิตฺวา ธมฺมวินยสงฺคหํ กตฺวา มม สาสนํ ปญฺจวสฺสสหสฺสปริมาณํ กาลํ ปวตฺตนกํ กริสฺสตี’ติ อตฺตโน นํ ฐาเน ฐเปมิ, เอวํ ภิกฺขู กสฺสปสฺส สุสฺสูสิตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตี’’ติ, ตสฺมา เอวมาห. เถโร ปน ยสฺมา จีวรสฺส วา ปตฺตสฺส วา วณฺเณ กถิเต ‘‘อิมํ ตุมฺหากํ คณฺหถา’’ติ จาริตฺตเมว, ตสฺมา ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตุ เม ภนฺเต ภควา’’ติ อาห. ธาเรสฺสสิ ปน เม ตฺวํ กสฺสปาติ กสฺสป ตฺวํ อิมานิ ปริโภคชิณฺณานิ ปํสุกูลานิ ปารุปิตุํ สกฺขิสฺสสีติ วทติ. ตญฺจ โข น กายพลํ สนฺธาย, ปฏิปตฺติปูรณํ ปน สนฺธาย เอวมาห. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – อหํ อิมํ จีวรํ ปุณฺณํ นาม ทาสึ ปารุปิตฺวา อามกสุสาเน ฉฑฺฑิตํ ตุมฺพมตฺเตหิ ปาณเกหิ สมฺปริกิณฺณํ เต ปาณเก วิธุนิตฺวา มหาอริยวํเส ฐตฺวา อคฺคเหสึ, ตสฺส เม อิมํ จีวรํ คหิตทิวเส ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ มหาปถวี มหารวํ วิรวมานา กมฺปิตฺถ, อากาสํ ตฏตฏายิ, จกฺกวาฬเทวตา สาธุการํ อทํสุ ‘‘อิมํ จีวรํ คณฺหนฺเตน ภิกฺขุนา ชาติปํสุกูลิเกน ชาติอารญฺญิเกน ชาติเอกาสนิเกน ชาติสปทานจาริเกน ภวิตุํ วฏฺฏติ, ตฺวํ อิมสฺส จีวรสฺส อนุจฺฉวิกํ กาตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ. เถโรปิ อตฺตนา ปญฺจนฺนํ หตฺถีนํ พลํ ธาเรติ. โส ตํ อตกฺกยิตฺวา ‘‘อหเมตํ ปฏิปตฺตึ ปูเรสฺสามี’’ติ อุสฺสาเหน สุคตจีวรสฺส อนุจฺฉวิกํ กาตุกาโม ‘‘ธาเรสฺสามหํ ภนฺเต’’ติ อาห. ปฏิปชฺชินฺติ ปฏิปนฺโนสึ. เอวํ ปน จีวรปริวตฺตนํ กตฺวา เถเรน ปารุตจีวรํ ภควา ปารุปิ, สตฺถุ จีวรํ เถโร. ตสฺมึ สมเย มหาปถวี อุทกปริยนฺตํ กตฺวา อุนฺนทนฺตี กมฺปิตฺถ.
สาณานิ ปํสุกูลานีติ มตกเฬวรํ ปริเวเฐตฺวา ฉฑฺฑิตานิ ตุมฺพมตฺเต กิมี ปปฺโผเฏตฺวา คหิตานิ สาณวากมยานิ ปํสุกูลจีวรานิ. รถิกสุสานสงฺการกูฏาทีนํ ยตฺถ กตฺถจิ ปํสูนํ อุปริ ฐิตตฺตา อพฺภุคฺคตฏฺเฐน เตสุ ปํสุกูลมิวาติ ปํสุกูลํ. อถ วา ปํสุ วิย กุจฺฉิตภาวํ อุลติ คจฺฉตีติ ปํสุกูลนฺติ ปํสุกูลสทฺทสฺส อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. นิพฺพสนานีติ นิฏฺฐิตวสนกิจฺจานิ, ปริโภคชิณฺณานีติ อตฺโถ. เอตฺถ ‘‘กิญฺจาปิ เอกเมว ตํ จีวรํ, อเนกาวยวตฺตา ปน พหุวจนํ กต’’นฺติ มชฺฌิมคณฺฐิปเท วุตฺตํ. จีวเร สาธารณปริโภเคนาติ เอตฺถ อตฺตนา สาธารณปริโภเคนาติ วิญฺญายมานตฺตา วิญฺญายมานตฺถสฺส จ-สทฺทสฺส ปโยเค กามาจารตฺตา ‘‘อตฺตนา’’ติ น วุตฺตํ. ‘‘ธาเรสฺสสิ ปน เม ตฺวํ, กสฺสป, สาณานิ ปํสุกูลานี’’ติ หิ วุตฺตตฺตา อตฺตนาว สาธารณปริโภโค วิญฺญายติ, นาญฺเญน. น หิ เกวลํ สทฺทโตเยว สพฺพตฺถ อตฺถนิจฺฉโย ภวิสฺสติ อตฺถปกรณาทินาปิ เยภุยฺเยน อตฺถสฺส นิยเมตพฺพตฺตา. อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน ปเนตฺถ อิทํ วุตฺตํ ‘‘จีวเร สาธารณปริโภเคนาติ เอตฺถ อตฺตนา สมสมฏฺฐปเนนาติ อิธ อตฺตนาสทฺทํ อาเนตฺวา จีวเร อตฺตนา สาธารณปริโภเคนา’’ติ โยเชตพฺพํ.
‘‘ยสฺส เยน หิ สมฺพนฺโธ, ทูรฏฺฐมฺปิ จ ตสฺส ตํ;
อตฺถโต หฺยสมานานํ, อาสนฺนตฺตมการณ’’นฺติ.
อถ วา ภควตา จีวเร สาธารณปริโภเคน ภควตา อนุคฺคหิโตติ โยชนียํ เอกสฺสปิ กรณนิทฺเทสสฺส สหโยคกตฺตุตฺถโชตกตฺตสมฺภวโตติ. สพฺพตฺถ ‘‘อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรนา’’ติ วุตฺเต สุตฺตนฺตฏีกากาเรนาติ คเหตพฺพํ. สมานํ ธารณเมตสฺสาติ สาธารโณ, ปริโภโค. สาธารณปริโภเคน เจว สมสมฏฺฐปเนน จ อนุคฺคหิโตติ สมฺพนฺโธ.
อิทานิ (สํ. นิ. ๒.๑๕๒) –
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขติ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนํ เจตโส เอโกทิภาวํ อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธิชํ ปีติสุขํ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขติ วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา…เป… ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขโก จ วิหรามิ, สโต จ สมฺปชาโน สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทมิ, ยํ ตํ อริยา อาจิกฺขนฺติ ‘อุเปกฺขโก สติมา สุขวิหารี’ติ, ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขติ ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขโก จ วิหรติ…เป… ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ สุขสฺส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา ปุพฺเพว โสมนสฺสโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมา อทุกฺขมสุขํ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธึ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขติ สุขสฺส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา ปุพฺเพว…เป… จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ สพฺพโส รูปสญฺญานํ สมติกฺกมา ปฏิฆสญฺญานํ อตฺถงฺคมา นานตฺตสญฺญานํ อมนสิการา ‘อนนฺโต อากาโส’ติ อากาสานญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขติ สพฺพโส รูปสญฺญานํ สมติกฺกมา…เป… อากาสานญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ สพฺพโส อากาสานญฺจายตนํ สมติกฺกม ‘อนนฺตํ วิญฺญาณ’นฺติ วิญฺญาณญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขติ สพฺพโส อากาสานญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม…เป… วิญฺญาณญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ สพฺพโส วิญฺญาณญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม ‘นตฺถิ กิญฺจี’ติ อากิญฺจญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขติ…เป… อากิญฺจญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ สพฺพโส อากิญฺจญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขติ…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ สพฺพโส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม สญฺญาเวทยิตนิโรธํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. กสฺสโปปิ…เป… สญฺญาเวทยิตนิโรธํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภมิ, เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหมิ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหมิ, อาวิภาวํ ติโรภาวํ ติโรกุฏฺฏํ ติโรปาการํ ติโรปพฺพตํ อสชฺชมาโน คจฺฉามิ เสยฺยถาปิ อากาเส, ปถวิยาปิ อุมฺมุชฺชนิมุชฺชํ กโรมิ เสยฺยถาปิ อุทเก, อุทเกปิ อภิชฺชมาเน คจฺฉามิ เสยฺยถาปิ ปถวิยํ, อากาเสปิ ปลฺลงฺเกน กมามิ เสยฺยถาปิ ปกฺขี สกุโณ, อิเมปิ จนฺทิมสูริเย เอวํมหิทฺธิเก เอวํมหานุภาเว ปาณินา ปริมสามิ ปริมชฺชามิ, ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตมิ. กสฺสโปปิ ภิกฺขเว ยาวเท อากงฺขติ อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภติ…เป… ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตติ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ ทิพฺพาย โสตธาตุยา วิสุทฺธาย อติกฺกนฺตมานุสิกาย อุโภ สทฺเท สุณามิ ทิพฺเพ จ มานุเส จ เย ทูเร สนฺติเก จ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา…เป… เย ทูเร สนฺติเก จ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานามิ, สราคํ วา จิตฺตํ ‘สราคํ จิตฺต’นฺติ ปชานามิ, วีตราคํ วา จิตฺตํ ‘วีตราคํ จิตฺต’นฺติ ปชานามิ, สโทสํ วา จิตฺตํ…เป… วีตโทสํ วา จิตฺตํ…เป… สโมหํ วา จิตฺตํ…เป… วีตโมหํ วา จิตฺตํ…เป… สํขิตฺตํ วา จิตฺตํ…เป… วิกฺขิตฺตํ วา จิตฺตํ…เป… มหคฺคตํ วา จิตฺตํ…เป… อมหคฺคตํ วา จิตฺตํ…เป… สอุตฺตรํ วา จิตฺตํ…เป… อนุตฺตรํ วา จิตฺตํ…เป… สมาหิตํ วา จิตฺตํ…เป… อสมาหิตํ วา จิตฺตํ…เป… วิมุตฺตํ วา จิตฺตํ…เป… อวิมุตฺตํ วา จิตฺตํ ‘อวิมุตฺตํ จิตฺต’นฺติ ปชานามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขติ ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานาติ, สราคํ วา จิตฺตํ ‘สราคํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ…เป… อวิมุตฺตํ วา จิตฺตํ ‘อวิมุตฺตํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรามิ. เสยฺยถิทํ – เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย ติสฺโสปิ ชาติโย จตสฺโสปิ ชาติโย ปญฺจปิ ชาติโย ทสปิ ชาติโย วีสมฺปิ ชาติโย ตึสมฺปิ ชาติโย จตฺตาลีสมฺปิ ชาติโย ปญฺญาสมฺปิ ชาติโย ชาติสตมฺปิ ชาติสหสฺสมฺปิ ชาติสตสหสฺสมฺปิ อเนเกปิ สํวฏฺฏกปฺเป อเนเกปิ วิวฏฺฏกปฺเป อเนเกปิ สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺเป ‘อมุตฺราสึ เอวํนาโม เอวํโคตฺโต เอวํวณฺโณ เอวมาหาโร เอวํสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวที เอวมายุปริยนฺโต, โส ตโต จุโต อมุตฺร อุทปาทึ, ตตฺราปาสึ เอวํนาโม เอวํโคตฺโต เอวํวณฺโณ เอวมาหาโร เอวํสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวที เอวมายุปริยนฺโต, โส ตโต จุโต อิธูปปนฺโน’ติ. อิติ สาการํ สอุทฺเทสํ อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขติ อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ. เสยฺยถิทํ – เอกมฺปิ ชาตึ…เป… อิติ สาการํ สอุทฺเทสํ อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สตฺเต ปสฺสามิ จวมาเน อุปปชฺชมาเน หีเน ปณีเต สุวณฺเณ ทุพฺพณฺเณ สุคเต ทุคฺคเต, ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชานามิ ‘อิเม วต โภนฺโต สตฺตา กายทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา วจีทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา มโนทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อุปวาทกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา, เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา. อิเม วา ปน โภนฺโต สตฺตา กายสุจริเตน สมนฺนาคตา วจีสุจริเตน สมนฺนาคตา มโนสุจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อนุปวาทกา สมฺมาทิฏฺฐิกา สมฺมาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา, เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺนา’ติ. อิติ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สตฺเต ปสฺสามิ จวมาเน อุปปชฺชมาเน หีเน ปณีเต สุวณฺเณ ทุพฺพณฺเณ สุคเต ทุคฺคเต, ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชานามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขติ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สตฺเต ปสฺสติ จวมาเน อุปปชฺชมาเน หีเน ปณีเต สุวณฺเณ ทุพฺพณฺเณ สุคเต ทุคฺคเต, ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชานาติ.
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๒) –
เอวํ นวานุปุพฺพวิหารฉฬภิญฺญาปฺปเภเท อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม อตฺตนา สมสมฏฺฐปนตฺถาย ภควตา วุตฺตํ กสฺสปสํยุตฺเต อาคตํ ปาฬิมิมํ เปยฺยาลมุเขน อาทิคฺคหเณน จ สงฺขิปิตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อหํ ภิกฺขเว’’ติอาทิ.
ตตฺถ ยาวเท อากงฺขามีติ ยาวเทว อิจฺฉามีติ อตฺโถ. ตโตเยว หิ มชฺฌิมคณฺฐิปเท จูฬคณฺฐิปเท จ ‘‘ยาวเทติ ยาวเทวาติ วุตฺตํ โหตี’’ติ ลิขิตํ. สํยุตฺตนิกายฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘ยาวเท อากงฺขามีติ ยาวเทว อิจฺฉามี’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. ตถา หิ ตตฺถ ลีนตฺถปกาสนิยํ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรเนว วุตฺตํ ‘‘ยาวเทวาติ อิมินา สมานตฺถํ ยาวเทติ อิทํ ปท’’นฺติ. โปตฺถเกสุ ปน กตฺถจิ ‘‘ยาวเทวา’’ติ อยเมว ปาโฐ ทิสฺสติ. ยานิ ปน อิโต ปรํ ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติอาทินา นเยน จตฺตาริ รูปาวจรกิริยฌานานิ, ‘‘สพฺพโส รูปสญฺญานํ สมติกฺกมา’’ติอาทินา นเยน จตสฺโส อรูปสมาปตฺติโย, ‘‘สพฺพโส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม สญฺญาเวทยิตนิโรธ’’นฺติอาทินา นเยน นิโรธสมาปตฺติ, ‘‘อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธ’’นฺติอาทินา นเยน อภิญฺญา จ วุตฺตา. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ อนุปทวณฺณนาย เจว ภาวนาวิธาเนน จ สทฺธึ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๖๙-๗๐) สพฺพโส วิตฺถาริตํ. อิธาปิ จ เวรญฺชกณฺเฑ จตฺตาริ รูปาวจรฌานานิ ติสฺโส จ วิชฺชา อาวิ ภวิสฺสนฺติ, ตสฺมา ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ตตฺเถว วณฺณยิสฺสาม.
นวานุปุพฺพวิหารฉฬภิญฺญาปฺปเภเทติ เอตฺถ นวานุปุพฺพวิหารา นาม อนุปฏิปาฏิยา สมาปชฺชิตพฺพภาวโต เอวํสญฺญิตา นิโรธสมาปตฺติยา สห อฏฺฐ สมาปตฺติโย. ฉฬภิญฺญา นาม อาสวกฺขยญาเณน สทฺธึ ปญฺจาภิญฺญาโยติ เอวํ โลกิยโลกุตฺตรเภทา สพฺพา อภิญฺญาโย. อุตฺตริมนุสฺสธมฺเมติ อุตฺตริมนุสฺสานํ ฌายีนญฺเจว อริยานญฺจ ธมฺโม อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม. อถ วา อุตฺตริ มนุสฺสธมฺมาติ อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม, มนุสฺสธมฺโม นาม ทสกุสลกมฺมปถธมฺโม. โส หิ วินา ภาวนามนสิกาเรน ปกติยาว มนุสฺเสหิ นิพฺพตฺเตตพฺพโต มนุสฺสตฺตภาวาวหโต วา ‘‘มนุสฺสธมฺโม’’ติ วุจฺจติ, ตโต อุตฺตริ ปน ฌานาทีนิ ‘‘อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม’’ติ เวทิตพฺพานิ. อตฺตนา สมสมฏฺฐปเนนาติ อหํ ยตฺตกํ กาลํ ยตฺตเก วา สมาปตฺติวิหาเร อภิญฺญาโย จ วฬญฺเชมิ, ตถา กสฺสโปปีติ เอวํ ยถาวุตฺตอุตฺตริมนุสฺสธมฺเม อตฺตนา สมสมํ กตฺวา ฐปเนน. อิทญฺจ นวานุปุพฺพวิหารฉฬภิญฺญาทิภาวสามญฺเญน ปสํสามตฺตํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ อายสฺมา มหากสฺสโป ภควา วิย เทวสิกํ จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขา สมาปตฺติโย สมาปชฺชติ, ยมกปาฏิหาริยาทิวเสน วา อภิญฺญาโย วฬญฺเชติ. เอตฺถ จ ‘‘อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม อตฺตนา สมสมฏฺฐปเนนา’’ติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตถา หิ –
‘‘โอวท กสฺสป ภิกฺขู, กโรหิ กสฺสป ภิกฺขูนํ ธมฺมึ กถํ, อหํ วา กสฺสป ภิกฺขู โอวเทยฺยํ ตฺวํ วา, อหํ วา กสฺสป ภิกฺขูนํ ธมฺมึ กถํ กเรยฺยํ ตฺวํ วา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๔๙).
เอวมฺปิ อตฺตนา สมสมฏฺฐาเน ฐเปติเยว, ตสฺส กิมญฺญํ อาณณฺยํ ภวิสฺสติ อญฺญตฺร ธมฺมวินยสงฺคายนาติ อธิปฺปาโย. ตตฺถ ‘‘ตสฺสาติ ตสฺส อนุคฺคหสฺสา’’ติ มชฺฌิมคณฺฐิปเท วุตฺตํ. ตสฺส เมติ วา อตฺโถ คเหตพฺโพ. โปตฺถเกสุ หิ กตฺถจิ ‘‘ตสฺส เม’’ติ ปาโฐเยว ทิสฺสติ, ธมฺมวินยสงฺคายนํ ฐเปตฺวา อญฺญํ กึ นาม ตสฺส เม อาณณฺยํ อณณภาโว ภวิสฺสตีติ อตฺโถ. ‘‘นนุ มํ ภควา’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ อุปมาวเสน วิภาเวติ. สกกวจอิสฺสริยานุปฺปทาเนนาติ เอตฺถ จีวรสฺส นิทสฺสนวเสน กวจสฺส คหณํ กตํ, สมาปตฺติยา นิทสฺสนวเสน อิสฺสริยํ คหิตํ. กุลวํสปฺปติฏฺฐาปกนฺติ กุลวํสสฺส กุลปฺปเวณิยา ปติฏฺฐาปกํ. ‘‘เม สทฺธมฺมวํสปฺปติฏฺฐาปโก’’ติ นิจฺจสาเปกฺขตฺตา สมาโส ทฏฺฐพฺโพ, เม สทฺธมฺมวํสสฺส ปติฏฺฐาปโก ปวตฺตโกติ วุตฺตํ โหติ. วุตฺตวจนมนุสฺสรนฺโต อนุคฺคเหสีติ จินฺตยนฺโต ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหํ ชเนสีติ สมฺพนฺโธ, ธาตุภาชนทิวเส ตตฺถ สนฺนิปติตานํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหํ ชเนสีติ อตฺโถ.
อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ ปาฬิยา วิภาเวนฺโต อาห ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอกมิทาหนฺติ เอตฺถ อิทนฺติ นิปาตมตฺตํ. เอกํ สมยนฺติ จ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ, เอกสฺมึ สมเยติ วุตฺตํ โหติ. ปาวายาติ ปาวานครโต, ตตฺถ ปิณฺฑาย จริตฺวา กุสินารํ คมิสฺสามีติ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโนติ วุตฺตํ โหติ. อทฺธานมคฺโคติ จ ทีฆมคฺโค วุจฺจติ. ทีฆปริยาโย เหตฺถ อทฺธานสทฺโท. มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธินฺติ คุณมหตฺเตนปิ สงฺขฺยามหตฺเตนปิ มหตา. ภิกฺขูนํ สงฺเฆน ภิกฺขุสงฺเฆน, สมณคเณน สทฺธึ เอกโตติ อตฺโถ. ‘‘ปญฺจมตฺเตหี’’ติอาทินา สงฺขฺยามหตฺตํ วิภาเวติ. มตฺต-สทฺโท เจตฺถ ปมาณวจโน ‘‘โภชเน มตฺตญฺญุตา’’ติอาทีสุ วิย. สพฺพํ สุภทฺทกณฺฑํ วิตฺถารโต เวทิตพฺพนฺติ สพฺพํ สุภทฺทกณฺฑํ อิธ อาเนตฺวา วิตฺถารโต ทสฺเสตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.
‘‘ตโต ปรนฺติ ตโต ภิกฺขูนํ อุสฺสาหชนนโต ปร’’นฺติ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ. มหาคณฺฐิปเท ปน ‘‘ตโต ปรนฺติ สุภทฺทกณฺฑโต ปร’’นฺติ วุตฺตํ. อิทเมเวตฺถ สารโต ปจฺเจตพฺพนฺติ โน ตกฺโก. อยเมว หิ อุสฺสาหชนนปฺปกาโร, ยทิทํ ‘‘หนฺท มยํ, อาวุโส, ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคาเยยฺยาม, ปุเร อธมฺโม ทิปฺปตี’’ติอาทิ, ตสฺมา อุสฺสาหชนนโต ปรนฺติ น วตฺตพฺพํ เหฏฺฐา อุสฺสาหชนนปฺปการสฺส ปาฬิยํ อวุตฺตตฺตา. อยเญฺหตฺถ ปาฬิกฺกโม –
‘‘อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป ภิกฺขู อามนฺเตสิ, เอกมิทาหํ, อาวุโส, สมยํ ปาวาย กุสินารํ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ. อถ ขฺวาหํ, อาวุโส, มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทึ.
‘‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร อาชีวโก กุสินาราย มนฺทารวปุปฺผํ คเหตฺวา ปาวํ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน โหติ. อทฺทสํ โข อหํ, อาวุโส, ตํ อาชีวกํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ, ทิสฺวาน ตํ อาชีวกํ เอตทโวจํ ‘อปาวุโส, อมฺหากํ สตฺถารํ ชานาสี’ติ? ‘อาม, อาวุโส, ชานามิ. อชฺช สตฺตาหปรินิพฺพุโต สมโณ โคตโม, ตโต เม อิทํ มนฺทารวปุปฺผํ คหิตนฺติ. ตตฺราวุโส, เย เต ภิกฺขู อวีตราคา, อปฺเปกจฺเจ พาหา ปคฺคยฺห กนฺทนฺติ, ฉินฺนปาตํ ปปตนฺติ อาวฏฺฏนฺติ วิวฏฺฏนฺติ, ‘อติขิปฺปํ ภควา ปรินิพฺพุโต, อติขิปฺปํ สุคโต ปรินิพฺพุโต, อติขิปฺปํ จกฺขุํ โลเก อนฺตรหิต’นฺติ. เย ปน เต ภิกฺขู วีตราคา, เต สตา สมฺปชานา อธิวาเสนฺติ ‘อนิจฺจา สงฺขารา, ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา’’’ติ.
‘‘อถ ขฺวาหํ, อาวุโส, เต ภิกฺขู เอตทโวจํ – ‘อลํ, อาวุโส, มา โสจิตฺถ มา ปริเทวิตฺถ, นเนฺวตํ, อาวุโส, ภควตา ปฏิกจฺเจว อกฺขาตํ ‘สพฺเพเหว ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว อญฺญถาภาโว. ตํ กุเตตฺถ, อาวุโส, ลพฺภา, ยํ ตํ ชาตํ ภูตํ สงฺขตํ ปโลกธมฺมํ, ตํ วต มา ปลุชฺชี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ.
‘‘เตน โข ปน สมเยน, อาวุโส, สุภทฺโท นาม วุฑฺฒปพฺพชิโต ตสฺสํ ปริสายํ นิสินฺโน โหติ. อถ โข อาวุโส สุภทฺโท วุฑฺฒปพฺพชิโต เต ภิกฺขู เอตทโวจ ‘อลํ, อาวุโส, มา โสจิตฺถ มา ปริเทวิตฺถ, สุมุตฺตา มยํ เตน มหาสมเณน, อุปทฺทุตา จ มยํ โหม’ ‘อิทํ โว กปฺปติ, อิทํ โว น กปฺปตี’ติ, ‘อิทานิ ปน มยํ ยํ อิจฺฉิสฺสาม, ตํ กริสฺสาม, ยํ น อิจฺฉิสฺสาม, น ตํ กริสฺสามา’ติ. หนฺท มยํ อาวุโส ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคาเยยฺยาม, ปุเร อธมฺโม ทิปฺปติ, ธมฺโม ปฏิพาหียติ, อวินโย ปุเร ทิปฺปติ, วินโย ปฏิพาหียติ, ปุเร อธมฺมวาทิโน พลวนฺโต โหนฺติ, ธมฺมวาทิโน ทุพฺพลา โหนฺติ, ปุเร อวินยวาทิโน พลวนฺโต โหนฺติ, วินยวาทิโน ทุพฺพลา โหนฺตี’’ติ.
‘‘‘เตน หิ, ภนฺเต, เถโร ภิกฺขู อุจฺจินตู’ติ. อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป เอเกนูนปญฺจอรหนฺตสตานิ อุจฺจินิ. ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ เอตทโวจุํ ‘อยํ, ภนฺเต, อายสฺมา อานนฺโท กิญฺจาปิ เสกฺโข, อภพฺโพ ฉนฺทา โทสา โมหา ภยา อคตึ คนฺตุํ, พหุ จาเนน ภควโต สนฺติเก ธมฺโม จ วินโย จ ปริยตฺโต. เตน หิ, ภนฺเต, เถโร อายสฺมนฺตมฺปิ อานนฺทํ อุจฺจินตู’’’ติอาทิ (จูฬว. ๔๓๗).
ตสฺมา ตโต ปรนฺติ เอตฺถ สุภทฺทกณฺฑโต ปรนฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘สพฺพํ สุภทฺทกณฺฑํ วิตฺถารโต เวทิตพฺพ’’นฺติ หิ อิมินา ‘‘ยํ น อิจฺฉิสฺสาม, น ตํ กริสฺสามา’’ติ เอตํ ปริยนฺตํ สุภทฺทกณฺฑปาฬึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อวเสสํ อุสฺสาหชนนปฺปการปฺปวตฺตํ ปาฬิเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘หนฺท มยํ อาวุโส’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ปุเร อธมฺโม ทิปฺปตีติ เอตฺถ อธมฺโม นาม ทสกุสลกมฺมปถธมฺมปฏิปกฺขภูโต อธมฺโม. ปุเร ทิปฺปตีติ อปิ นาม ทิปฺปติ. อถ วา ยาว อธมฺโม ธมฺมํ ปฏิพาหิตุํ สมตฺโถ โหติ, ตโต ปุเรตรเมวาติ อตฺโถ. อาสนฺเน หิ อนาคเต อยํ ปุเรสทฺโท. ทิปฺปตีติ ทิปฺปิสฺสติ. ปุเร-สทฺทโยเคน หิ อนาคตตฺเถ อยํ วตฺตมานปโยโค ยถา ‘‘ปุรา วสฺสติ เทโว’’ติ. เกจิ ปเนตฺถ เอวํ วณฺณยนฺติ ‘‘ปุเรติ ปจฺฉา อนาคเต ยถา อทฺธานํ คจฺฉนฺตสฺส คนฺตพฺพมคฺโค ‘ปุเร’ติ วุจฺจติ, ตถา อิธ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ. อวินโยติ ปหานวินยสํวรวินยานํ ปฏิปกฺขภูโต อวินโย. ‘‘วินยวาทิโน ทุพฺพลา โหนฺตี’’ติ เอวํ อิติ-สทฺโทปิ เอตฺถ ทฏฺฐพฺโพ, ‘‘ตโต ปรํ อาหา’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. โปตฺถเกสุ ปน กตฺถจิ อิติ-สทฺโท น ทิสฺสติ, ปาฬิยํ ปน ทีฆนิกายฏฺฐกถายญฺจ อตฺเถว อิติ-สทฺโท.
เตน หีติ อุยฺโยชนตฺเถ นิปาโต. อุจฺจินเน อุยฺโยเชนฺตา หิ ตํ มหากสฺสปตฺเถรํ เอวมาหํสุ. ภิกฺขู อุจฺจินตูติ สงฺคีติยา อนุรูเป ภิกฺขู อุจฺจินิตฺวา คณฺหาตูติ อตฺโถ. ‘‘สกลนวงฺค…เป… ปริคฺคเหสี’’ติ เอเตน สุกฺขวิปสฺสกขีณาสวปริยนฺตานํ ยถาวุตฺตปุคฺคลานํ สติปิ อาคมาธิคมสพฺภาเว สห ปฏิสมฺภิทาหิ เตวิชฺชาทิคุณยุตฺตานํ อาคมาธิคมสมฺปตฺติยา อุกฺกํสคตตฺตา สงฺคีติยา พหูปการตํ ทสฺเสติ. ตตฺถ สกลนวงฺคสตฺถุสาสนปริยตฺติธเรติ สกลํ สุตฺตเคยฺยาทิ นวงฺคํ เอตฺถ, เอตสฺส วา อตฺถีติ สกลนวงฺคํ, สตฺถุสาสนํ. อตฺถกาเมน ปริยาปุณิตพฺพโต ทิฏฺฐธมฺมิกาทิปุริสตฺตปริยตฺตภาวโต จ ปริยตฺตีติ ตีณิ ปิฏกานิ วุจฺจนฺติ, ตํ สกลนวงฺคสตฺถุสาสนสงฺขาตํ ปริยตฺตึ ธาเรนฺตีติ สกลนวงฺคสตฺถุสาสนปริยตฺติธรา, ตาทิเสติ อตฺโถ. พหูนํ นานปฺปการานํ กิเลสานํ สกฺกายทิฏฺฐิยา จ อวิหตตฺตา ตา ชเนนฺติ, ตาหิ วา ชนิตาติ ปุถุชฺชนา. ทุวิธา ปุถุชฺชนา อนฺธปุถุชฺชนา กลฺยาณปุถุชฺชนาติ. ตตฺถ เยสํ ขนฺธธาตุอายตนาทีสุ อุคฺคหปริปุจฺฉาสวนธารณปจฺจเวกฺขณานิ นตฺถิ, เต อนฺธปุถุชฺชนา. เยสํ ตานิ อตฺถิ, เต กลฺยาณปุถุชฺชนา. เต อิธ ‘‘ปุถุชฺชนา’’ติ อธิปฺเปตา. สมถภาวนาสิเนหาภาเวน สุกฺขา ลูขา อสินิทฺธา วิปสฺสนา เอเตสนฺติ สุกฺขวิปสฺสกา.
ติปิฏกสพฺพปริยตฺติปฺปเภทธเรติ ติณฺณํ ปิฏกานํ สมาหาโร ติปิฏกํ, ติปิฏกสงฺขาตํ นวงฺคาทิวเสน อเนกธา ภินฺนํ สพฺพปริยตฺติปฺปเภทํ ธาเรนฺตีติ ติปิฏกสพฺพปริยตฺติปฺปเภทธรา, ตาทิเสติ อตฺโถ. อนุ อนุ ตํสมงฺคีนํ ภาเวติ วฑฺเฒตีติ อนุภาโว, อนุภาโว เอว อานุภาโว, ปภาโว. มหนฺโต อานุภาโว เยสํ เต มหานุภาวา. เตวิชฺชาทิเภเทติ ติสฺโส วิชฺชาเยว เตวิชฺชา, ตา อาทิ เยสํ ฉฬภิญฺญาทีนํ เต เตวิชฺชาทโย, เต เภทา อเนกปฺปการา ภินฺนา เอเตสนฺติ เตวิชฺชาทิเภทา, ขีณาสวา, ตาทิเสติ อตฺโถ. อถ วา ติสฺโส วิชฺชา เอตสฺส อตฺถีติ เตวิชฺโช, โส อาทิ เยสํ ฉฬภิญฺญาทีนํ เต เตวิชฺชาทโย, เต เภทา เยสํ ขีณาสวานํ เต เตวิชฺชาทิเภทา, ตาทิเสติ อตฺโถ. เย สนฺธาย อิทํ วุตฺตนฺติ เย ภิกฺขู สนฺธาย อิทํ ‘‘อถ โข อายสฺมา’’ติอาทิวจนํ สงฺคีติกฺขนฺธเก (จูฬว. ๔๓๗) วุตฺตนฺติ อตฺโถ.
กิสฺส ปนาติ กสฺมา ปน. สิกฺขตีติ เสกฺโข, อถ วา สิกฺขนํ สิกฺขา, สาเยว ตสฺส สีลนฺติ เสกฺโข. โส หิ อปริโยสิตสิกฺขตฺตา จ ตทธิมุตฺตตฺตา จ เอกนฺเตน สิกฺขนสีโล น อเสกฺโข วิย ปรินิฏฺฐิตสิกฺโข ตตฺถ ปฏิปสฺสทฺธุสฺสาโห, นาปิ วิสฺสฏฺฐสิกฺโข ปจุรชโน วิย ตตฺถ อนธิมุตฺโต. อถ วา อริยาย ชาติยา ตีสุ สิกฺขาสุ ชาโต, ตตฺถ วา ภโวติ เสกฺโข. อถ วา อิกฺขติ เอตายาติ อิกฺขา, มคฺคผลสมฺมาทิฏฺฐิ. สห อิกฺขายาติ เสกฺโข. อุปริมคฺคตฺตยกิจฺจสฺส อปริโยสิตตฺตา สห กรณีเยนาติ สกรณีโย. อสฺสาติ อเนน. อสมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ นาม นตฺถีติ นนุ จ –
‘‘ทฺวาสีติ พุทฺธโต คณฺหึ, เทฺว สหสฺสานิ ภิกฺขุโต;
จตุราสีติ สหสฺสานิ, เย เม ธมฺมา ปวตฺติโน’’ติ. (เถรคา. ๑๐๒๗) –
วุตฺตตฺตา กถเมตํ ยุชฺชตีติ? เทฺว สหสฺสานิ ภิกฺขุโตติ วุตฺตมฺปิ ภควโต สนฺติเก ปฏิคฺคหิตเมวาติ กตฺวา วุตฺตนฺติ นายํ วิโรโธ. พหุการตฺตาติ พหุอุปการตฺตา. อุปการวจโน เหตฺถ การสทฺโท. อสฺสาติ ภเวยฺย.
อติวิย วิสฺสตฺโถติ อติวิย วิสฺสาสิโก. นนฺติ อานนฺทตฺเถรํ, ‘‘โอวทตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อานนฺทตฺเถรสฺส เยภุยฺเยน นวกาย ปริสาย วิพฺภมเนน มหากสฺสปตฺเถโร เอวมาห ‘‘น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสี’’ติ. ตถา หิ ปรินิพฺพุเต สตฺถริ มหากสฺสปตฺเถโร สตฺถุปรินิพฺพาเน สนฺนิปติตสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มชฺเฌ นิสีทิตฺวา ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ ปญฺจสเต ภิกฺขู อุจฺจินิตฺวา ‘‘อาวุโส, ราชคเห วสฺสํ วสนฺตา ธมฺมวินยํ สงฺคาเยยฺยาม, ตุเมฺห ปุเร วสฺสูปนายิกาย อตฺตโน อตฺตโน ปลิโพธํ ปจฺฉินฺทิตฺวา ราชคเห สนฺนิปตถา’’ติ วตฺวา อตฺตนา ราชคหํ คโต. อานนฺทตฺเถโรปิ ภควโต ปตฺตจีวรมาทาย มหาชนํ สญฺญาเปนฺโต สาวตฺถึ คนฺตฺวา ตโต นิกฺขมฺม ราชคหํ คจฺฉนฺโต ทกฺขิณคิริสฺมึ จาริกํ จริ. ตสฺมึ สมเย อานนฺทตฺเถรสฺส ตึสมตฺตา สทฺธิวิหาริกา เยภุยฺเยน กุมารภูตา เอกวสฺสิกทุวสฺสิกภิกฺขู เจว อนุปสมฺปนฺนา จ วิพฺภมึสุ. กสฺมา ปเนเต ปพฺพชิตา, กสฺมา วิพฺภมึสูติ? เตสํ กิร มาตาปิตโร จินฺเตสุํ ‘‘อานนฺทตฺเถโร สตฺถุวิสฺสาสิโก อฏฺฐ วเร ยาจิตฺวา อุปฏฺฐหติ, อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐานํ สตฺถารํ คเหตฺวา คนฺตุํ สกฺโกติ, อมฺหากํ ทารเก เอตสฺส สนฺติเก ปพฺพาเชสฺสาม, โส สตฺถารํ คเหตฺวา อาคมิสฺสติ, ตสฺมึ อาคเต มยํ มหาสกฺการํ กาตุํ ลภิสฺสามา’’ติ อิมินา ตาว การเณน เนสํ ญาตกา เต ปพฺพาเชสุํ. สตฺถริ ปน ปรินิพฺพุเต เตสํ สา ปตฺถนา อุปจฺฉินฺนา, อถ เน เอกทิวเสเนว อุปฺปพฺพาเชสุํ.
อถ อานนฺทตฺเถรํ ทกฺขิณคิริสฺมึ จาริกํ จริตฺวา ราชคหมาคตํ ทิสฺวา มหากสฺสปตฺเถโร เอวมาห ‘‘น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสี’’ติ. วุตฺตเญฺหตํ กสฺสปสํยุตฺเต –
‘‘อถ กิญฺจรหิ ตฺวํ, อาวุโส อานนฺท, อิเมหิ นเวหิ ภิกฺขูหิ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวาเรหิ โภชเน อมตฺตญฺญูหิ ชาคริยํ อนนุยุตฺเตหิ สทฺธึ จาริกํ จรสิ, สสฺสฆาตํ มญฺเญ จรสิ, กุลูปฆาตํ มญฺเญ จรสิ, โอลุชฺชติ โข เต, อาวุโส อานนฺท, ปริสา, ปลุชฺชนฺติ โข เต อาวุโส นวปฺปายา, น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสีติ.
‘‘อปิ เม ภนฺเต กสฺสป สิรสฺมึ ปลิตานิ ชาตานิ, อถ จ ปน มยํ อชฺชาปิ อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส กุมารกวาทา น มุจฺจามาติ. ตถา หิ ปน ตฺวํ, อาวุโส อานนฺท, อิเมหิ นเวหิ ภิกฺขูหิ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวาเรหิ โภชเน อมตฺตญฺญูหิ ชาคริยํ อนนุยุตฺเตหิ สทฺธึ จาริกํ จรสิ, สสฺสฆาตํ มญฺเญ จรสิ, กุลูปฆาตํ มญฺเญ จรสิ, โอลุชฺชติ โข เต, อาวุโส อานนฺท, ปริสา, ปลุชฺชนฺติ โข เต อาวุโส นวปฺปายา, น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔).
ตตฺถ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๑๕๔) สสฺสฆาตํ มญฺเญจรสีติ สสฺสํ ฆาเตนฺโต วิย อาหิณฺฑสิ. กุลูปฆาตํ มญฺเญ จรสีติ กุลานิ อุปฆาเตนฺโต วิย หนนฺโต วิย อาหนนฺโต วิย อาหิณฺฑสิ. โอลุชฺชตีติ ปลุชฺชติ ภิชฺชติ. ปลุชฺชนฺติ โข เต อาวุโส นวปฺปายาติ, อาวุโส, เอวํ เอเต ตุยฺหํ ปาเยน เยภุยฺเยน นวกา เอกวสฺสิกทุวสฺสิกทหรา เจว สามเณรา จ ปลุชฺชนฺติ. น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสีติ อยํ กุมารโก อตฺตโน ปมาณํ น วต ชานาตีติ เถรํ ตชฺเชนฺโต อาห. กุมารกวาทา น มุจฺจามาติ กุมารกวาทโต น มุจฺจาม. ตถา หิ ปน ตฺวนฺติ อิทมสฺส เอวํ วตฺตพฺพตาย การณทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – ยสฺมา ตฺวํ อิเมหิ นวเกหิ ภิกฺขูหิ อินฺทฺริยสํวรรหิเตหิ สทฺธึ วิจรสิ, ตสฺมา กุมารเกหิ สทฺธึ จรนฺโต ‘‘กุมารโก’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหสีติ.
‘‘น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสี’’ติ เอตฺถ วา-สทฺโท ปทปูรเณ. วา-สทฺโท หิ อุปมานสมุจฺจยสํสยววสฺสคฺคปทปูรณวิกปฺปาทีสุ พหูสุ อตฺเถสุ ทิสฺสติ. ตถา เหส ‘‘ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๖๓) อุปมาเน ทิสฺสติ, สทิสภาเวติ อตฺโถ. ‘‘ตํ วาปิ ธีรา มุนิ เวทยนฺตี’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๒๑๓) สมุจฺจเย. ‘‘เก วา อิเม กสฺส วา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๙๖) สํสเย. ‘‘อยํ วา อิเมสํ สมณพฺราหฺมณานํ สพฺพพาโล สพฺพมูโฬฺห’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๘๑) ววสฺสคฺเค. ‘‘เย หิ เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๗๐; สํ. นิ. ๒.๑๓) วิกปฺเปติ. อิธ ปน ปทปูรเณ ทฏฺฐพฺโพ. เตเนว จ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ ‘‘วาสทฺทสฺส อตฺถุทฺธารํ กโรนฺเตน ‘น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสี’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) ปทปูรเณ’’ติ. อฏฺฐกถายมฺปิ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๑๕๔) เอตฺตกเมว วุตฺตํ ‘‘น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสีติ อยํ กุมารโก อตฺตโน ปมาณํ น วต ชานาตีติ เถรํ ตชฺเชนฺโต อาหา’’ติ. เอตฺถาปิ วตาติ วจนสิลิฏฺฐตาย วุตฺตํ. ยํ ปเนตฺถ เกนจิ วุตฺตํ ‘‘น วายนฺติ เอตฺถ วาติ วิภาสา, อญฺญาสิปิ น อญฺญาสิปีติ อตฺโถ’’ติ. ตํ ตสฺส มติมตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. น เหตฺถ อยมตฺโถ สมฺภวติ, ตสฺมา อตฺตโน ปมาณํ นาญฺญาสีติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตตฺราติ เอวํ สติ. ฉนฺทาคมนํ วิยาติ เอตฺถ ฉนฺทา อาคมนํ วิยาติ ปทจฺเฉโท กาตพฺโพ, ฉนฺเทน อาคมนํ ปวตฺตนํ วิยาติ อตฺโถ, ฉนฺเทน อกตฺตพฺพกรณํ วิยาติ วุตฺตํ โหติ. ฉนฺทํ วา อาคจฺฉติ สมฺปโยควเสนาติ ฉนฺทาคมนํ, ตถา ปวตฺโต อปายคมนีโย อกุสลจิตฺตุปฺปาโท. อถ วา อนนุรูปํ คมนํ อคมนํ, ฉนฺเทน อคมนํ ฉนฺทาคมนํ, ฉนฺเทน สิเนเหน อนนุรูปํ คมนํ ปวตฺตนํ อกตฺตพฺพกรณํ วิยาติ วุตฺตํ โหติ. อเสกฺขปฏิสมฺภิทาปฺปตฺเตติ อเสกฺขภูตา ปฏิสมฺภิทา อเสกฺขปฏิสมฺภิทา, ตํ ปตฺเต, ปฏิลทฺธอเสกฺขปฏิสมฺภิเทติ อตฺโถ. อนุมติยาติ อนุญฺญาย, ยาจนายาติ วุตฺตํ โหติ.
‘‘กิญฺจาปิ เสกฺโข’’ติ อิทํ น เสกฺขานํ อคติคมนสพฺภาเวน วุตฺตํ, อเสกฺขานํเยว ปน อุจฺจินิตตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ปฐมมคฺเคเนว หิ จตฺตาริ อคติคมนานิ ปหียนฺติ, ตสฺมา กิญฺจาปิ เสกฺโข, ตถาปิ เถโร อายสฺมนฺตมฺปิ อานนฺทํ อุจฺจินตูติ เอวเมตฺถ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. น ปน กิญฺจาปิ เสกฺโข, ตถาปิ อภพฺโพ อคตึ คนฺตุนฺติ โยเชตพฺพํ. ‘‘อภพฺโพ’’ติอาทินา ปน ธมฺมสงฺคีติยา ตสฺส อรหภาวํ ทสฺเสนฺตา วิชฺชมาเน คุเณ กเถนฺติ. ตตฺถ ฉนฺทาติ ฉนฺเทน, สิเนเหนาติ อตฺโถ. อคตึ คนฺตุนฺติ อคนฺตพฺพํ คนฺตุํ, อกตฺตพฺพํ กาตุนฺติ วุตฺตํ โหติ. อิมานิ ปน จตฺตาริ อคติคมนานิ ภณฺฑภาชนีเย จ วินิจฺฉยฏฺฐาเน จ ลพฺภนฺติ. ตตฺถ ภณฺฑภาชนีเย ตาว อตฺตโน ภารภูตานํ ภิกฺขูนํ อมนาเป ภณฺเฑ สมฺปตฺเต ตํ ปริวตฺติตฺวา มนาปํ เทนฺโต ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ นาม. อตฺตโน ปน อภารภูตานํ มนาเป ภณฺเฑ สมฺปตฺเต ตํ ปริวตฺติตฺวา อมนาปํ เทนฺโต โทสาคตึ คจฺฉติ นาม. ภณฺเฑสุ ภาชนียวตฺถุญฺจ ฐิติกญฺจ อชานนฺโต โมหาคตึ คจฺฉติ นาม. มุขรานํ วา ราชาทินิสฺสิตานํ วา ‘‘อิเม เม อมนาเป ภณฺเฑ ทินฺเน อนตฺถํ กเรยฺยุ’’นฺติ ภเยน ปริวตฺติตฺวา มนาปํ เทนฺโต ภยาคตึ คจฺฉติ นาม. โย ปน เอวํ น คจฺฉติ, สพฺเพสํ ตุลาภูโต ปมาณภูโต มชฺฌตฺโตว หุตฺวา ยํ ยสฺส ปาปุณาติ, ตเทว ตสฺส เทติ, อยํ จตุพฺพิธมฺปิ อคตึ น คจฺฉติ นาม. วินิจฺฉยฏฺฐาเน ปน อตฺตโน ภารภูตสฺส ครุกาปตฺตึ ลหุกาปตฺตึ กตฺวา กเถนฺโต ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ นาม. อิตรสฺส ลหุกาปตฺตึ ครุกาปตฺตึ กตฺวา กเถนฺโต โทสาคตึ คจฺฉติ นาม. อาปตฺติวุฏฺฐานํ ปน สมุจฺจยกฺขนฺธกญฺจ อชานนฺโต โมหาคตึ คจฺฉติ นาม. มุขรสฺส วา ราชปูชิตสฺส วา ‘‘อยํ เม ครุกํ กตฺวา อาปตฺตึ กเถนฺตสฺส อนตฺถมฺปิ กเรยฺยา’’ติ ครุกเมว ลหุกาปตฺตึ กเถนฺโต ภยาคตึ คจฺฉติ นาม. โย ปน สพฺเพสํ ยถาภูตเมว กเถสิ, อยํ จตุพฺพิธมฺปิ อคติคมนํ น คจฺฉติ นาม. เถโรปิ ตาทิโส จตุนฺนมฺปิ อคติคมนานํ ปฐมมคฺเคเนว ปหีนตฺตา, ตสฺมา สงฺคายนวเสน ธมฺมวินยวินิจฺฉเย สมฺปตฺเต ฉนฺทาทิวเสน อญฺญถา อกเถตฺวา ยถาภูตเมว กเถตีติ วุตฺตํ ‘‘อภพฺโพ…เป… อคตึ คนฺตุ’’นฺติ. ปริยตฺโตติ อธีโต, อุคฺคหิโตติ อตฺโถ.
อุจฺจินิเตนาติ อุจฺจินิตฺวา คหิเตน. เอตทโหสีติ เอตํ ปริวิตกฺกนํ อโหสิ. ราชคหํ โข มหาโคจรนฺติ เอตฺถ ‘‘ราชคหนฺติ ราชคหสามนฺตํ คเหตฺวา วุตฺต’’นฺติ จูฬคณฺฐิปเท มชฺฌิมคณฺฐิปเท จ วุตฺตํ. คาโว จรนฺติ เอตฺถาติ โคจโร, โคจโร วิย โคจโร, ภิกฺขาจรณฏฺฐานํ. โส มหนฺโต อสฺส, เอตฺถาติ วา มหาโคจรํ, ราชคหํ. ถาวรกมฺมนฺติ จิรฏฺฐายิกมฺมํ. วิสภาคปุคฺคโล สุภทฺทสทิโส. อุกฺโกเฏยฺยาติ นิวาเรยฺยาติ อตฺโถ. ญตฺติทุติเยน กมฺเมน สาเวสีติ –
‘‘สุณาตุ เม, อาวุโส, สงฺโฆ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิมานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ สมฺมนฺเนยฺย ‘ราชคเห วสฺสํ วสนฺตานิ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิตุํ, น อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ราชคเห วสฺสํ วสิตพฺพ’นฺติ, เอสา ญตฺติ.
‘‘สุณาตุ เม, อาวุโส, สงฺโฆ, สงฺโฆ อิมานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ สมฺมนฺนติ ‘ราชคเห วสฺสํ วสนฺตานิ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิตุํ, น อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ราชคเห วสฺสํ วสิตพฺพ’นฺติ, ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ สมฺมุติ ‘ราชคเห วสฺสํ วสนฺตานํ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิตุํ, น อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ราชคเห วสฺสํ วสิตพฺพ’นฺติ, โส ตุณฺหสฺส. ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย.
‘‘สมฺมตานิ สงฺเฆน อิมานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ‘ราชคเห วสฺสํ วสนฺตานิ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิตุํ, น อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ราชคเห วสฺสํ วสิตพฺพ’นฺติ, ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ (จูฬว. ๔๓๗) –
เอวํ ญตฺติทุติเยน กมฺเมน สาเวสิ. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ตํ สงฺคีติกฺขนฺธเก วุตฺตนเยเนว ญาตพฺพ’’นฺติ.
อยํ ปน กมฺมวาจา ตถาคตสฺส ปรินิพฺพานโต เอกวีสติเม ทิวเส กตา. วุตฺตเญฺหตํ ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.ปฐมสงฺคีติกถา) ‘‘อยํ ปน กมฺมวาจา ตถาคตสฺส ปรินิพฺพานโต เอกวีสติเม ทิวเส กตา. ภควา หิ วิสาขปุณฺณมายํ ปจฺจูสสมเย ปรินิพฺพุโต, อถสฺส สตฺตาหํ สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ คนฺธมาลาทีหิ ปูชยึสุ. เอวํ สตฺตาหํ สาธุกีฬนทิวสา นาม อเหสุํ. ตโต สตฺตาหํ จิตกาย อคฺคินา ฌายิ, สตฺตาหํ สตฺติปญฺชรํ กตฺวา สนฺถาคารสาลายํ ธาตุปูชํ กรึสูติ เอกวีสติ ทิวสา คตา. เชฏฺฐมูลสุกฺกปกฺขปญฺจมิยํ ปน ธาตุโย ภาชยึสุ. เอตสฺมึ ธาตุภาชนทิวเส สนฺนิปติตสฺส มหาภิกฺขุสงฺฆสฺส สุภทฺเทน วุฑฺฒปพฺพชิเตน กตํ อนาจารํ อาโรเจตฺวา วุตฺตนเยเนว ภิกฺขู อุจฺจินิตฺวา อยํ กมฺมวาจา กตา. อิมญฺจ ปน กมฺมวาจํ กตฺวา เถโร ภิกฺขู อามนฺเตสิ ‘อาวุโส อิทานิ ตุมฺหากํ จตฺตาลีสทิวสา โอกาโส, ตโต ปรํ อยํ นาม โน ปลิโพโธ อตฺถีติ วตฺตุํ น ลพฺภา, ตสฺมา เอตฺถนฺตเร ยสฺส โรคปลิโพโธ วา อาจริยุปชฺฌายปลิโพโธ วา มาตาปิตุปลิโพโธ วา อตฺถิ, ปตฺตํ วา ปน ปจิตพฺพํ จีวรํ วา กาตพฺพํ, โส ตํ ปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา กรณียํ กโรตู’ติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา เถโร อตฺตโน ปญฺจสตาย ปริสาย ปริวุโต ราชคหํ คโต, อญฺเญปิ มหาเถรา อตฺตโน อตฺตโน ปริวารํ คเหตฺวา โสกสลฺลสมปฺปิตํ มหาชนํ อสฺสาเสตุกามา ตํ ตํ ทิสํ ปกฺกนฺตา. ปุณฺณตฺเถโร ปน สตฺตสตภิกฺขุปริวาโร ‘ตถาคตสฺส ปรินิพฺพานฏฺฐานํ อาคตาคตํ มหาชนํ อสฺสาเสสฺสามี’ติ กุสินารายเมว อฏฺฐาสิ. อายสฺมา อานนฺโท ยถา ปุพฺเพ อปรินิพฺพุตสฺส, เอวํ ปรินิพฺพุตสฺสปิ ภควโต สยเมว ปตฺตจีวรมาทาย ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ เยน สาวตฺถิ เตน จาริกํ ปกฺกามิ. คจฺฉโต ปนสฺส ปริวารา ภิกฺขู คณนปถํ วีติวตฺตา’’ติ. ตสฺมา ตถาคตสฺส ปรินิพฺพานโต ตีสุ สตฺตาเหสุ อติกฺกนฺเตสุ เอกวีสติเม ทิวเส อิมํ กมฺมวาจํ สาเวตฺวา เถโร ราชคหํ ปกฺกนฺโตติ เวทิตพฺพํ.
ยทิ เอวํ กสฺมา ปน อิธ มงฺคลสุตฺตฏฺฐกถายญฺจ (ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๕.ปฐมมหาสงฺคีติกถา) ‘‘สตฺตสุ สาธุกีฬนทิวเสสุ สตฺตสุ จ ธาตุปูชาทิวเสสุ วีติวตฺเตสู’’ติ วุตฺตํ? สตฺตสุ ธาตุปูชาทิวเสสุ คหิเตสุ ตทวินาภาวโต มชฺเฌ จิตกาย ฌาปนสตฺตาหมฺปิ คหิตเมวาติ กตฺวา วิสุํ น วุตฺตํ วิย ทิสฺสติ. ยทิ เอวํ อถ กสฺมา ‘‘อฑฺฒมาโส อติกฺกนฺโต, ทิยฑฺฒมาโส เสโส’’ติ จ วุตฺตนฺติ? นายํ โทโส. อปฺปกญฺหิ อูนมธิกํ วา คณนูปคํ น โหติ, ตสฺมา สมุทาโย อปฺปเกน อธิโกปิ อนธิโก วิย โหตีติ กตฺวา อฑฺฒมาสโต อธิเกปิ ปญฺจ ทิวเส ‘‘อฑฺฒมาโส อติกฺกนฺโต’’ติ วุตฺตํ ‘‘ทฺวาสีติขนฺธกวตฺตานํ กตฺถจิ อสีติขนฺธกวตฺตานี’’ติ วจนํ วิย. ตถา อปฺปเกน อูโนปิ จ สมุทาโย อนูโน วิย โหตีติ กตฺวา ‘‘ทิยฑฺฒมาสโต อูเนปิ ปญฺจ ทิวเส ทิยฑฺฒมาโส เสโส’’ติ จ วุตฺตํ. สติปฏฺฐานวิภงฺคฏฺฐกถายญฺหิ (วิภ. อฏฺฐ. ๓๕๖) ฉมาสโต อูเนปิ อฑฺฒมาเส ‘‘ฉ มาเส สชฺฌาโย กาตพฺโพ’’ติ วุตฺตวจนํ วิย. ตตฺถ หิ ตจปญฺจกาทีสุ จตูสุ ปญฺจเกสุ ทฺวีสุ จ ฉกฺเกสุ เอเกกสฺมึ อนุโลมโต ปญฺจาหํ, ปฏิโลมโต ปญฺจาหํ, อนุโลมปฏิโลมโต ปญฺจาหํ, ตถา ปุริมปุริเมหิ ปญฺจกฉกฺเกหิ สทฺธึ อนุโลมโต ปญฺจาหํ, ปฏิโลมโต ปญฺจาหํ, อนุโลมปฏิโลมโต ปญฺจาหนฺติ เอวํ วิสุํ ติปญฺจาหํ เอกโต ติปญฺจาหญฺจ สชฺฌายํ กตฺวา ฉมาสํ สชฺฌาโย กาตพฺโพติ วจนํ วิย. ตตฺถ หิ วกฺกปญฺจกาทีสุ ตีสุ ปญฺจเกสุ ทฺวีสุ จ ฉกฺเกสุ วิสุํ เหฏฺฐิเมหิ เอกโต จ สชฺฌาเย ปญฺจนฺนํ ปญฺจนฺนํ ปญฺจกานํ วเสน ปญฺจมาสปริปุณฺณา ลพฺภนฺติ, ตจปญฺจเก ปน วิสุํ ติปญฺจาหเมวาติ อฑฺฒมาโสเยเวโก ลพฺภตีติ อฑฺฒมาสาธิกปญฺจมาสา ลพฺภนฺติ.
เอวํ สติ ยถา ตตฺถ อฑฺฒมาเส อูเนปิ มาสปริจฺเฉเทน ปริจฺฉิชฺชมาเน สชฺฌาเย ฉ มาสา ปริจฺเฉทกา โหนฺตีติ ปริจฺฉิชฺชมานสฺส สชฺฌายสฺส สตฺตมาสาทิมาสนฺตรคมนนิวารณตฺถํ ฉมาสคฺคหณํ กตํ, น สกลฉมาเส สชฺฌายปฺปวตฺติทสฺสนตฺถํ, เอวมิธาปิ มาสวเสน กาเล ปริจฺฉิชฺชมาเน อูเนปิ ปญฺจทิวเส ทิยฑฺฒมาโส ปริจฺเฉทโก โหตีติ ปริจฺฉิชฺชมานสฺส กาลสฺส ทฺวิมาสาทิมาสนฺตรคมนนิวารณตฺถํ ‘‘ทิยฑฺฒมาโส เสโส’’ติ ทิยฑฺฒมาสคฺคหณํ กตนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ คเหตพฺโพ. อญฺญถา จ อฏฺฐกถาวจนานํ อญฺญมญฺญวิโรโธ อาปชฺชติ. เอกาหเมว วา ภควโต สรีรํ จิตกาย ฌายีติ ขุทฺทกภาณกานํ อธิปฺปาโยติ คเหตพฺพํ. เอวญฺหิ สติ ปรินิพฺพานโต สตฺตสุ สาธุกีฬนทิวเสสุ วีติวตฺเตสุ อฏฺฐมิยํ จิตกาย ภควโต สรีรํ ฌาเปตฺวา ตโต ปรํ สตฺตสุ ทิวเสสุ ธาตุปูชํ อกํสูติ อฑฺฒมาโส อติกฺกนฺโต, คิมฺหานํ ทิยฑฺโฒ จ มาโส เสโส โหติ. ปรินิพฺพานสุตฺตนฺตปาฬิยมฺปิ หิ จิตกาย ฌาปนสตฺตาหํ น อาคตํ, เทฺวเยว สตฺตาหานิ อาคตานิ, อุปปริกฺขิตฺวา ปน ยํ รุจฺจติ, ตํ คเหตพฺพํ. อิโต อญฺเญน วา ปกาเรน ยถา น วิรุชฺฌติ, ตถา การณํ ปริเยสิตพฺพํ. ยํ ปเนตฺถ เกนจิ วุตฺตํ ‘‘อฑฺฒมาโส อติกฺกนฺโตติ เอตฺถ เอโก ทิวโส นฏฺโฐ. โส ปาฏิปททิวโส โกลาหลทิวโส นาม, ตสฺมา อิธ น คหิโต’’ติ. ตํ น สุนฺทรํ ปรินิพฺพานสุตฺตนฺตปาฬิยํ ปาฏิปททิวสโตเยว ปฏฺฐาย สตฺตาหสฺส วุตฺตตฺตา อฏฺฐกถายญฺจ ปรินิพฺพานทิวเสนปิ สทฺธึ ติณฺณํ สตฺตาหานํ คหิตตฺตา. ตถา หิ ปรินิพฺพานทิวเสน สทฺธึ ติณฺณํ สตฺตาหานํ คหิตตฺตา เชฏฺฐมูลสุกฺกปญฺจมี เอกวีสติโม ทิวโส โหติ.
สตฺตสุ สาธุกีฬนทิวเสสูติ เอตฺถ สาธุกีฬนํ นาม สํเวควตฺถุํ กิตฺเตตฺวา กิตฺเตตฺวา อนิจฺจตาปฏิสํยุตฺตานิ คีตานิ คายิตฺวา ปูชาวเสน กีฬนโต สุนฺทรํ กีฬนนฺติ สาธุกีฬนํ. อถ วา สปรหิตสาธนฏฺเฐน สาธุ, เตสํ สํเวควตฺถุํ กิตฺเตตฺวา กิตฺเตตฺวา กีฬนํ สาธุกีฬนํ, อุฬารปุญฺญปสวนโต สมฺปรายิกตฺถาวิโรธิกีฬาวิหาโรติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ปุริมสฺมึ สตฺตาเห สาธุกีฬาย เอกเทเสน กตตฺตา สาธุกีฬนทิวสา นาม เต ชาตา. วิเสสโต ปน ธาตุปูชาทิวเสสุเยว สาธุกีฬนํ อกํสุ. ตโตเยว จ มหาปรินิพฺพานสุตฺตนฺตปาฬิยํ –
‘‘อถ โข โกสินารกา มลฺลา ภควโต สรีรานิ สตฺตาหํ สนฺถาคาเร สตฺติปญฺชรํ กริตฺวา ธนุปาการํ ปริกฺขิปาเปตฺวา นจฺเจหิ คีเตหิ วาทิเตหิ มาเลหิ คนฺเธหิ สกฺกรึสุ ครุํ กรึสุ มาเนสุํ ปูเชสุ’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๒๓๕).
เอตสฺส อฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๓๕) วุตฺตํ –
‘‘กสฺมา ปเนเต เอวมกํสูติ? อิโต ปุริเมสุ ทฺวีสุ สตฺตาเหสุ เต ภิกฺขุสงฺฆสฺส ฐานนิสชฺโชกาสํ กโรนฺตา ขาทนียโภชนียาทีนิ สํวิทหนฺตา สาธุกีฬิกาย โอกาสํ น ลภึสุ. ตโต เนสํ อโหสิ ‘อิมํ สตฺตาหํ สาธุกีฬิตํ กีฬิสฺสาม, ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ, ยํ อมฺหากํ ปมตฺตภาวํ ญตฺวา โกจิเทว อาคนฺตฺวา ธาตุโย คเณฺหยฺย, ตสฺมา อารกฺขํ ฐเปตฺวา กีฬิสฺสามา’ติ, เตน เต เอวมกํสู’’ติ.
ตสฺมา วิเสสโต สาธุกีฬิกา ธาตุปูชาทิวเสสุเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เต ปน ธาตุปูชาย กตตฺตา ‘‘ธาตุปูชาทิวสา’’ติ ปากฏา ชาตาติ อาห ‘‘สตฺตสุ จ ธาตุปูชาทิวเสสู’’ติ. อุปกฏฺฐาติ อาสนฺนา. วสฺสํ อุปเนนฺติ อุปคจฺฉนฺติ เอตฺถาติ วสฺสูปนายิกา. เอกํ มคฺคํ คโตติ จาริกํ จริตฺวา มหาชนํ อสฺสาเสตุํ เอเกน มคฺเคน คโต. เอวํ อนุรุทฺธตฺเถราทโยปิ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ จาริกํ จริตฺวา มหาชนํ อสฺสาเสนฺตา คตาติ ทฏฺฐพฺพํ. เยน สาวตฺถิ, เตน จาริกํ ปกฺกามีติ ยตฺถ สาวตฺถิ, ตตฺถ จาริกํ ปกฺกามิ, เยน วา ทิสาภาเคน สาวตฺถิ ปกฺกมิตพฺพา โหติ, เตน ทิสาภาเคน จาริกํ ปกฺกามีติ อตฺโถ.
ตตฺราติ ตสฺสํ สาวตฺถิยํ. สุทนฺติ นิปาตมตฺตํ. อนิจฺจตาทิปฏิสํยุตฺตายาติ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติอาทินยปฺปวตฺตาย. อสมุจฺฉินฺนตณฺหานุสยตฺตา อวิชฺชาตณฺหาภิสงฺขเตน กมฺมุนา ภวโยนิคติฐิติสตฺตาวาเสสุ ขนฺธปญฺจกสงฺขาตํ อตฺตภาวํ ชเนติ อภินิพฺพตฺเตตีติ ชโน, กิเลเส ชเนติ, อชนิ, ชนิสฺสตีติ วา ชโน, มหนฺโต ชโนติ มหาชโน, ตํ มหาชนํ, พหุชนนฺติ อตฺโถ. สญฺญาเปตฺวาติ สมสฺสาเสตฺวา. คนฺธกุฏิยา ทฺวารํ วิวริตฺวาติ ปริโภคเจติยภาวโต คนฺธกุฏึ วนฺทิตฺวา คนฺธกุฏิยา ทฺวารํ วิวรีติ เวทิตพฺพํ. เตเนว ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถา) ‘‘คนฺธกุฏึ วนฺทิตฺวา’’ติ วุตฺตํ. มิลาตํ มาลากจวรํ มิลาตมาลากจวรํ. ยถาฐาเน ฐเปตฺวาติ ปฐมฐิตฏฺฐานํ อนติกฺกมิตฺวา ยถาฐิตฏฺฐาเนเยว ฐเปตฺวาติ อตฺโถ. ภควโต ฐิตกาเล กรณียํ วตฺตํ สพฺพมกาสีติ เสนาสเน กตฺตพฺพวตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. กโรนฺโต จ นฺหานโกฏฺฐเก สมฺมชฺชนอุทกูปฏฺฐานาทิกาเลสุ คนฺธกุฏึ คนฺตฺวา ‘‘นนุ ภควา อยํ ตุมฺหากํ นฺหานกาโล, อยํ ธมฺมเทสนากาโล, อยํ ภิกฺขูนํ โอวาททานกาโล, อยํ สีหเสยฺยํ กปฺปนกาโล, อยํ มุขโธวนกาโล’’ติอาทินา นเยน ปริเทวมาโนว อกาสิ. ตเมนํ อญฺญตรา เทวตา ‘‘ภนฺเต อานนฺท, ตุเมฺห เอวํ ปริเทวมานา กถํ อญฺเญ อสฺสาสยิสฺสถา’’ติ สํเวเชสิ. โส ตสฺสา วจเนน สํวิคฺคหทโย สนฺถมฺภิตฺวา ตถาคตสฺส ปรินิพฺพานโต ปภุติ ฐานนิสชฺชพหุลตาย อุสฺสนฺนธาตุกํ กายํ สมสฺสาเสตุํ ขีรวิเรจนํ ปิวิ. อิทานิ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ เถโร’’ติอาทิมาห.
อุสฺสนฺนธาตุกนฺติ อุปจิตเสมฺหาทิธาตุกํ กายํ. สมสฺสาเสตุนฺติ สนฺตปฺเปตุํ. ทุติยทิวเสติ เทวตาย สํเวชิตทิวสโต. ‘‘เชตวนวิหารํ ปวิฏฺฐทิวสโต วา ทุติยทิวเส’’ติ วทนฺติ. วิริจฺจติ เอเตนาติ วิเรจนํ, โอสธปริภาวิตํ ขีรเมว วิเรจนนฺติ ขีรวิเรจนํ. ยํ สนฺธายาติ ยํ เภสชฺชปานํ สนฺธาย. องฺคสุภตาย สุโภติ เอวํ ลทฺธนามตฺตา สุเภน มาณเวน. ปหิตํ มาณวกนฺติ ‘‘สตฺถา ปรินิพฺพุโต อานนฺทตฺเถโร กิรสฺส ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา อาคโต, มหาชโน จ ตํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมตี’’ติ สุตฺวา ‘‘วิหารํ โข ปน คนฺตฺวา มหาชนมชฺเฌ น สกฺกา สุเขน ปฏิสนฺถารํ วา กาตุํ ธมฺมกถํ วา โสตุํ, เคหํ อาคตํเยว นํ ทิสฺวา สุเขน ปฏิสนฺถารํ กริสฺสามิ, เอกา จ เม กงฺขา อตฺถิ, ตมฺปิ นํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา สุเภน มาณเวน เปสิตํ มาณวกํ. เอตทโวจาติ เอตํ ‘‘อกาโล โข’’ติอาทิกํ อานนฺทตฺเถโร อโวจ. อกาโล โขติ อชฺช คนฺตุํ ยุตฺตกาโล น โหติ. กสฺมาติ เจ อาห ‘‘อตฺถิ เม อชฺชา’’ติอาทิ. เภสชฺชมตฺตาติ อปฺปมตฺตกํ เภสชฺชํ. อปฺปตฺโถ หิ อยํ มตฺตาสทฺโท ‘‘มตฺตา สุขปริจฺจาคา’’ติอาทีสุ วิย.
ทุติยทิวเสติ ขีรวิเรจนํ ปีตทิวสโต ทุติยทิวเส. เจตกตฺเถเรนาติ เจติยรฏฺเฐ ชาตตฺตา ‘‘เจตโก’’ติ เอวํลทฺธนาเมน. สุเภน มาณเวน ปุฏฺโฐติ ‘‘เยสุ ธมฺเมสุ ภวํ โคตโม อิมํ โลกํ ปติฏฺฐาเปสิ, เต ตสฺส อจฺจเยน นฏฺฐา นุ โข, ธรนฺติ, สเจ ธรนฺติ, อานนฺโท ชานิสฺสติ, หนฺท นํ ปุจฺฉามี’’ติ เอวํ จินฺเตตฺวา ‘‘เยสํ โส ภวํ โคตโม ธมฺมานํ วณฺณวาที อโหสิ, ยตฺถ จ อิมํ ชนตํ สมาทเปสิ นิเวเสสิ ปติฏฺฐาเปสิ, กตเมสานํ โข โภ อานนฺท ธมฺมานํ โส ภวํ โคตโม วณฺณวาที อโหสี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๔๔๘) สุเภน มาณเวน ปุฏฺโฐ. อถสฺส เถโร ตีณิ ปิฏกานิ สีลกฺขนฺธาทีหิ ตีหิ ขนฺเธหิ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ติณฺณํ โข, มาณว, ขนฺธานํ โส ภควา วณฺณวาที’’ติอาทินา สุภสุตฺตมภาสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ทีฆนิกาเย สุภสุตฺตํ นาม ทสมํ สุตฺตมภาสี’’ติ.
ขณฺฑผุลฺลปฏิสงฺขรณนฺติ เอตฺถ ขณฺฑนฺติ ฉินฺนํ. ผุลฺลนฺติ ภินฺนํ. เตสํ ปฏิสงฺขรณํ ปุน สมฺมา ปากติกกรณํ, อภินวกรณนฺติ วุตฺตํ โหติ. ราชคหนฺติ เอวํนามกํ นครํ. ตญฺหิ มนฺธตุมหาโควินฺทาทีหิ ปริคฺคหิตตฺตา ‘‘ราชคห’’นฺติ วุจฺจติ. ฉฑฺฑิตปติตอุกฺลาปาติ ฉฑฺฑิตา จ ปติตา จ อุกฺลาปา จ อเหสุนฺติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ภควโต ปรินิพฺพานฏฺฐานํ คจฺฉนฺเตหิ ภิกฺขูหิ ฉฑฺฑิตา วิสฺสฏฺฐา, ตโตเยว จ อุปจิกาทีหิ ขาทิตตฺตา อิโต จิโต จ ปติตา, สมฺมชฺชนาภาเวน อากิณฺณกจวรตฺตา อุกฺลาปา จ อเหสุนฺติ. อิมเมวตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ภควโต หี’’ติอาทิ. ปริจฺเฉทวเสน เวณิยติ ทิสฺสตีติ ปริเวณํ. ตตฺถาติ เตสุ วิหาเรสุ. ขณฺฑผุลฺลปฏิสงฺขรณนฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ปฐมํ มาสนฺติ วสฺสานสฺส ปฐมํ มาสํ, อจฺจนฺตสํโยเค เจตํ อุปโยควจนํ. เสนาสนวตฺตานํ ปญฺญตฺตตฺตา เสนาสนกฺขนฺธเก จ เสนาสนปฏิพทฺธานํ พหูนํ วจนโต ‘‘ภควตา…เป… วณฺณิต’’นฺติ วุตฺตํ.
ทุติยทิวเสติ ‘‘ขณฺฑผุลฺลปฏิสงฺขรณํ กโรมา’’ติ จินฺติตทิวสโต ทุติยทิวเส. โส จ วสฺสูปนายิกทิวสโต ทุติยทิวโสติ เวทิตพฺโพ. เต หิ เถรา อาสาฬฺหีปุณฺณมาย อุโปสถํ กตฺวา ปาฏิปเท สนฺนิปติตฺวา วสฺสํ อุปคนฺตฺวา เอวํ จินฺเตสุํ. อชาตสตฺตุ ราชาติ อชาโต หุตฺวา ปิตุโน ปจฺจตฺถิโก ชาโตติ ‘‘อชาตสตฺตู’’ติ ลทฺธโวหาโร ราชา. ตสฺมึ กิร กุจฺฉิคเต เทวิยา เอวรูโป โทหโฬ อุปฺปชฺชิ ‘‘อโห วตาหํ รญฺโญ ทกฺขิณพาหุโต โลหิตํ ปิเวยฺย’’นฺติ. อถ ตสฺสา กเถตุํ อสกฺโกนฺติยา กิสภาวํ ทุพฺพณฺณภาวญฺจ ทิสฺวา ราชา สยเมว ปุจฺฉิตฺวา ญตฺวา จ เวชฺเช ปกฺโกสาเปตฺวา สุวณฺณสตฺถเกน พาหุํ ผาเลตฺวา สุวณฺณสรเกน โลหิตํ คเหตฺวา อุทเกน สมฺภินฺทิตฺวา ปาเยสิ. เนมิตฺตกา ตํ สุตฺวา ‘‘เอส คพฺโภ รญฺโญ สตฺตุ ภวิสฺสติ, อิมินา ราชา หญฺญิสฺสตี’’ติ พฺยากรึสุ, ตสฺมา ‘‘อชาโตเยว รญฺโญ สตฺตุ ภวิสฺสตี’’ติ เนมิตฺตเกหิ นิทฺทิฏฺฐตฺตา อชาตสตฺตุ นาม ชาโต. กินฺติ การณปุจฺฉนตฺเถ นิปาโต, กสฺมาติ อตฺโถ. ปฏิเวเทสุนฺติ นิเวเทสุํ, ชานาเปสุนฺติ อตฺโถ. วิสฺสตฺถาติ นิราสงฺกจิตฺตา. อาณาจกฺกนฺติ อาณาเยว อปฺปฏิหตวุตฺติยา ปวตฺตนฏฺเฐน จกฺกนฺติ อาณาจกฺกํ. สนฺนิสชฺชฏฺฐานนฺติ สนฺนิปติตฺวา นิสีทนฏฺฐานํ.
ราชภวนวิภูตินฺติ ราชภวนสมฺปตฺตึ. อวหสนฺตมิวาติ อวหาสํ กุรุมานํ วิย. สิริยา นิเกตมิวาติ สิริยา วสนฏฺฐานมิว. เอกนิปาตติตฺถมิว จ เทวมนุสฺสนยนวิหงฺคานนฺติ เอกสฺมึ ปานียติตฺเถ สนฺนิปตนฺตา ปกฺขิโน วิย สพฺเพสํ ชนานํ จกฺขูนิ มณฺฑเปเยว นิปตนฺตีติ เทวมนุสฺสานํ นยนสงฺขาตวิหงฺคานํ เอกนิปาตติตฺถมิว จ. โลกรามเณยฺยกมิว สมฺปิณฺฑิตนฺติ เอกตฺถ สมฺปิณฺฑิตํ ราสิกตํ โลเก รมณียภาวํ วิย. ยทิ โลเก วิชฺชมานํ รมณียตฺตํ สพฺพเมว อาเนตฺวา เอกตฺถ สมฺปิณฺฑิตํ สิยา, ตํ วิยาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ทฏฺฐพฺพสารมณฺฑนฺติ เผคฺคุรหิตสารํ วิย กสฏวินิมุตฺตํ ปสนฺนภูตํ วิย จ ทฏฺฐพฺเพสุ ทฏฺฐุํ อรหรูเปสุ สารภูตํ ปสนฺนภูตญฺจา’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. ทฏฺฐพฺโพ ทสฺสนีโย สารภูโต วิสิฏฺฐตโร มณฺโฑ มณฺฑนํ อลงฺกาโร เอตสฺสาติ ทฏฺฐพฺพสารมณฺโฑ, มณฺฑโปติ เอวเมตฺถ อตฺโถ คเหตพฺโพติ อมฺหากํ ขนฺติ, อุปปริกฺขิตฺวา ยุตฺตตรํ คเหตพฺพํ. มณฺฑํ สูริยรสฺมึ ปาติ นิวาเรตีติ มณฺฑโป. วิวิธ…เป… จารุวิตานนฺติ เอตฺถ กุสุมทามานิ จ ตานิ โอลมฺพกานิ จาติ กุสุมทามโอลมฺพกานิ. เอตฺถ จ วิเสสนสฺส ปรนิปาโต ทฏฺฐพฺโพ, โอลมฺพกกุสุมทามานีติ อตฺโถ. ตานิ วิวิธานิ อเนกปฺปการานิ วินิคฺคลนฺตํ วเมนฺตํ นิกฺขาเมนฺตมิว จารุ โสภนํ วิตานํ เอตฺถาติ วิวิธกุสุมทามโอลมฺพกวินิคฺคลนฺตจารุวิตาโน, มณฺฑโป, ตํ อลงฺกริตฺวาติ โยเชตพฺพํ. รตนวิจิตฺรมณิกโอฏฺฏิมตลมิวาติ นานาปุปฺผูปหารวิจิตฺตสุปรินิฏฺฐิตภูมิกมฺมตฺตาเยว นานารตเนหิ วิจิตฺตภูตมณิโกฏฺฏิมตลมิวาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ รตนวิจิตฺตคฺคหณํ นานาปุปฺผูปหารวิจิตฺตตาย นิทสฺสนํ, มณิโกฏฺฏิมตลคฺคหณํ สุปรินิฏฺฐิตภูมิปริกมฺมตายาติ เวทิตพฺพํ. มณิโย โกฏฺเฏตฺวา กตตลตฺตา มณิโกฏฺฏเนน นิพฺพตฺตตลนฺติ มณิโกฏฺฏิมตลํ. นนฺติ มณฺฑปํ. ปุปฺผูปหาโร ปุปฺผปูชา. อุตฺตราภิมุขนฺติ อุตฺตรทิสาภิมุขํ. อาสนารหนฺติ นิสีทนารหํ. ทนฺตขจิตนฺติ ทนฺเตหิ รจิตํ, ทนฺเตหิ กตนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอตฺถาติ อาสเน. นิฏฺฐิตํ ภนฺเต มม กิจฺจนฺติ มยา กตฺตพฺพกิจฺจํ นิฏฺฐิตนฺติ อตฺโถ.
ตสฺมึ ปน ทิวเส เอกจฺเจ ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ สนฺธาย เอวมาหํสุ ‘‘อิมสฺมึ ภิกฺขุสงฺเฆ เอโก ภิกฺขุ วิสฺสคนฺธํ วายนฺโต วิจรตี’’ติ. เถโร ตํ สุตฺวา ‘‘อิมสฺมึ ภิกฺขุสงฺเฆ อญฺโญ วิสฺสคนฺธํ วายนฺโต วิจรณกภิกฺขุ นาม นตฺถิ, อทฺธา เอเต มํ สนฺธาย วทนฺตี’’ติ สํเวคํ อาปชฺชิ. เอกจฺเจ นํ อาหํสุเยว ‘‘เสฺว, อาวุโส, สนฺนิปาโต’’ติอาทิ. อิทานิ ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อาหํสู’’ติอาทิ. เตนาติ ตสฺมา. อาวชฺเชสีติ อุปนาเมสิ. อนุปาทายาติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน กญฺจิ ธมฺมํ อคเหตฺวา, เยหิ วา กิเลเสหิ สพฺเพหิ วิมุจฺจติ, เตสํ เลสมตฺตมฺปิ อคเหตฺวาติ อตฺโถ. อาสเวหีติ ภวโต อาภวคฺคํ ธมฺมโต วา อาโคตฺรภุํ สวนโต ปวตฺตนโต อาสวสญฺญิเตหิ กิเลเสหิ. ลกฺขณวจนญฺเจตํ อาสเวหีติ, ตเทกฏฺฐตาย ปน สพฺเพหิปิ กิเลเสหิ, สพฺเพหิปิ ปาปธมฺเมหิ จิตฺตํ วิมุจฺจติเยว. จิตฺตํ วิมุจฺจีติ จิตฺตํ อรหตฺตมคฺคกฺขเณ อาสเวหิ วิมุจฺจมานํ กตฺวา อรหตฺตผลกฺขเณ วิมุจฺจีติ อตฺโถ. จงฺกเมนาติ จงฺกมนกิริยาย. วิวฏฺฏูปนิสฺสยภูตํ กตํ อุปจิตํ ปุญฺญํ เอเตนาติ กตปุญฺโญ, อรหตฺตาธิคมาย กตาธิกาโรติ อตฺโถ. ปธานมนุยุญฺชาติ วีริยํ อนุยุญฺช, อรหตฺตาธิคมาย อนุโยคํ กโรหีติ อตฺโถ. กถาโทโส นาม นตฺถีติ กถาย อปรชฺฌํ นาม นตฺถิ. อจฺจารทฺธํ วีริยนฺติ อติวิย อารทฺธํ วีริยํ. อุทฺธจฺจายาติ อุทฺธตภาวาย. วีริยสมตํ โยเชมีติ จงฺกมนวีริยสฺส อธิมตฺตตฺตา ตสฺส ปหานวเสน สมาธินา สมรสตาปาทเนน วีริยสมตํ โยเชมิ.
ทุติยทิวเสติ เถเรน อรหตฺตปฺปตฺตทิวสโต ทุติยทิวเส. ธมฺมสภายํ สนฺนิปติตาติ ปกฺขสฺส ปญฺจมิยํ สนฺนิปตึสุ. อตฺตโน อรหตฺตปฺปตฺตึ ญาเปตุกาโมติ ‘‘เสกฺขตาย ธมฺมสงฺคีติยา คเหตุํ อยุตฺตมฺปิ พหุสฺสุตตฺตา คณฺหิสฺสามา’’ติ จินฺเตตฺวา นิสินฺนานํ เถรานํ ‘‘อิทานิ อรหตฺตปฺปตฺโต’’ติ โสมนสฺสุปฺปาทนตฺถํ ‘‘อปฺปมตฺโต โหหี’’ติ ทินฺนโอวาทสฺส สผลตาทีปนตฺถํ อตฺตุปนายิกํ อกตฺวา อญฺญพฺยากรณสฺส ภควตา สํวณฺณิตตฺตา จ เถโร อตฺตโน อรหตฺตปฺปตฺตึ ญาเปตุกาโม อโหสีติ เวทิตพฺพํ. ยถาวุฑฺฒนฺติ วุฑฺฒปฏิปาฏึ อนติกฺกมิตฺวา. เอเกติ มชฺฌิมภาณกานํเยว เอเก. ปุพฺเพ วุตฺตมฺปิ หิ สพฺพํ มชฺฌิมภาณกา วทนฺติเยวาติ เวทิตพฺพํ. ทีฆภาณกา (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถา) ปเนตฺถ เอวํ วทนฺติ –
‘‘อถ โข อายสฺมา อานนฺโท อรหา สมาโน สนฺนิปาตํ อคมาสิ. กถํ อคมาสิ? ‘อิทานิมฺหิ สนฺนิปาตมชฺฌํ ปวิสนารโห’ติ หฏฺฐตุฏฺฐจิตฺโต เอกํสํ จีวรํ กตฺวา พนฺธนา มุตฺตตาลปกฺกํ วิย ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺตชาติมณิ วิย วิคตวลาหเก นเภ สมุคฺคตปุณฺณจนฺโท วิย พาลาตปสมฺผสฺสวิกสิตเรณุปิญฺชรคพฺภํ ปทุมํ วิย จ ปริสุทฺเธน ปริโยทาเตน สปฺปเภน สสฺสิริเกน มุขวเรน อตฺตโน อรหตฺตปฺปตฺตึ อาโรจยมาโน วิย จ อคมาสิ. อถ นํ ทิสฺวา อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส เอตทโหสิ ‘โสภติ วต โภ อรหตฺตปฺปตฺโต อานนฺโท, สเจ สตฺถา ธเรยฺย, อทฺธา อชฺช อานนฺทสฺส สาธุการํ ทเทยฺย, หนฺท อิมสฺสาหํ อิทานิ สตฺถารา ทาตพฺพํ สาธุการํ ททามี’ติ ติกฺขตฺตุํ สาธุการมทาสี’’ติ.
อากาเสน อาคนฺตฺวา นิสีทีติปิ เอเกติ เอตฺถ ปน เตสํ เตสํ ตถา ตถา คเหตฺวา อาคตมตฺตํ ฐเปตฺวา วิสุํ วิสุํ วจเน อญฺญํ วิเสสการณํ นตฺถีติ วทนฺติ. อุปติสฺสตฺเถโร ปนาห ‘‘สตฺตมาสํ กตาย ธมฺมสงฺคีติยา กทาจิ ปถวิยํ นิมุชฺชิตฺวา อาคตตฺตา ตํ คเหตฺวา เอเก วทนฺติ. กทาจิ อากาเสน อาคตตฺตา ตํ คเหตฺวา เอเก วทนฺตี’’ติ.
ภิกฺขู อามนฺเตสีติ ภิกฺขู อาลปิ อภาสิ สมฺโพเธสีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. อญฺญตฺร ปน ญาปเนปิ โหติ. ยถาห – ‘‘อามนฺตยามิ โว, ภิกฺขเว, (ที. นิ. ๒.๒๑๘) ปฏิเวทยามิ โว, ภิกฺขเว’’ติ (อ. นิ. ๗.๗๒). ปกฺโกสเนปิ ทิสฺสติ. ยถาห ‘‘เอหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, มม วจเนน สาริปุตฺตํ อามนฺเตหี’’ติ (อ. นิ. ๙.๑๑). อาวุโสติ อามนฺตนาการทีปนํ. กํ ธุรํ กตฺวาติ กํ เชฏฺฐกํ กตฺวา. กึ อานนฺโท นปฺปโหตีติ อฏฺฐกถาจริเยหิ ฐปิตปุจฺฉา. นปฺปโหตีติ น สกฺโกติ. เอตทคฺคนฺติ เอโส อคฺโค. ลิงฺควิปลฺลาเสน หิ อยํ นิทฺเทโส. ยทิทนฺติ จ โย อยนฺติ อตฺโถ, ยทิทํ ขนฺธปญฺจกนฺติ วา โยเชตพฺพํ. สมฺมนฺนีติ สมฺมตํ อกาสิ. อุปาลึ วินยํ ปุจฺเฉยฺยนฺติ ปุจฺฉธาตุสฺส ทฺวิกมฺมกตฺตา วุตฺตํ. พีชนึ คเหตฺวาติ เอตฺถ พีชนีคหณํ ธมฺมกถิกานํ ธมฺมตาติ เวทิตพฺพํ. ภควาปิ หิ ธมฺมกถิกานํ ธมฺมตาทสฺสนตฺถเมว วิจิตฺตพีชนึ คณฺหาติ. น หิ อญฺญถา สพฺพสฺสปิ โลกสฺส อลงฺการภูตํ ปรมุกฺกํสคตสิกฺขาสํยมานํ พุทฺธานํ มุขจนฺทมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทตพฺพํ โหติ. ‘‘ปฐมํ, อาวุโส อุปาลิ, ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺต’’นฺติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ตสฺส สงฺคีติยา ปุริมกาเล ปฐมภาโว น ยุตฺโตติ? โน น ยุตฺโต ภควตา ปญฺญตฺตานุกฺกเมน ปาติโมกฺขุทฺเทสานุกฺกเมน จ ปฐมภาวสฺส สิทฺธตฺตา. เยภุยฺเยน หิ ตีณิ ปิฏกานิ ภควโต ธรมานกาเล ฐิตานุกฺกเมเนว สงฺคีตานิ, วิเสสโต วินยาภิธมฺมปิฏกานีติ ทฏฺฐพฺพํ. กิสฺมึ วตฺถุสฺมึ เมถุนธมฺเมติ จ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจนํ.
วตฺถุมฺปิ ปุจฺฉีติอาทิ ‘‘กตฺถ ปญฺญตฺต’’นฺติอาทินา ทสฺสิเตน สห ตโต อวสิฏฺฐมฺปิ สงฺคเหตฺวา ทสฺสนวเสน วุตฺตํ. กึ ปเนตฺถ ปฐมปาราชิกปาฬิยํ กิญฺจิ อปเนตพฺพํ วา ปกฺขิปิตพฺพํ วา อาสิ นาสีติ? พุทฺธสฺส ภควโต ภาสิเต อปเนตพฺพํ นาม นตฺถิ. น หิ ตถาคตา เอกพฺยญฺชนมฺปิ นิรตฺถกํ วทนฺติ, สาวกานํ ปน เทวตานํ วา ภาสิเต อปเนตพฺพมฺปิ โหติ, ตํ ธมฺมสงฺคาหกตฺเถรา อปนยึสุ, ปกฺขิปิตพฺพํ ปน สพฺพตฺถาปิ อตฺถิ, ตสฺมา ยํ ยตฺถ ปกฺขิปิตุํ ยุตฺตํ, ตํ ตตฺถ ปกฺขิปึสุเยว. กึ ปน ตนฺติ เจ? ‘‘เตน สมเยนา’’ติ วา ‘‘เตน โข ปน สมเยนา’’ติ วา ‘‘อถ โข’’อิติ วา ‘‘เอวํ วุตฺเต’’ติ วา ‘‘เอตทโวจา’’ติ วา เอวมาทิกํ สมฺพนฺธวจนมตฺตํ. เอวํ ปกฺขิปิตพฺพยุตฺตํ ปกฺขิปิตฺวา ปน อิทํ ปฐมปาราชิกนฺติ ฐเปสุํ. ปฐมปาราชิเก สงฺคหมารุเฬฺห ปญฺจ อรหนฺตสตานิ สงฺคหํ อาโรปิตนเยเนว คณสชฺฌายมกํสุ. ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวรญฺชายํ วิหรตี’’ติ จ เนสํ สชฺฌายารมฺภกาเลเยว สาธุการํ ททมานา วิย มหาปถวี อุทกปริยนฺตํ กตฺวา กมฺปิตฺถ. เต เอเตเนว นเยน เสสปาราชิกานิปิ สงฺคหํ อาโรเปตฺวา ‘‘อิทํ ปาราชิกกณฺฑ’’นฺติ ฐเปสุํ. เอวํ เตรส สงฺฆาทิเสสานิ ‘‘เตรสก’’นฺติอาทีนิ วตฺวา วีสาธิกานิ เทฺว สิกฺขาปทสตานิ ‘‘มหาวิภงฺโค’’ติ กิตฺเตตฺวา ฐเปสุํ. มหาวิภงฺคาวสาเนปิ ปุริมนเยเนว มหาปถวี อกมฺปิตฺถ. ตโต ภิกฺขุนิวิภงฺเค อฏฺฐ สิกฺขาปทานิ ‘‘ปาราชิกกณฺฑํ นามา’’ติอาทีนิ วตฺวา ตีณิ สิกฺขาปทสตานิ จตฺตาริ จ สิกฺขาปทานิ ‘‘ภิกฺขุนิวิภงฺโค’’ติ กิตฺเตตฺวา ‘‘อยํ อุภโตวิภงฺโค นาม จตุสฏฺฐิภาณวาโร’’ติ ฐเปสุํ. อุภโตวิภงฺคาวสาเนปิ วุตฺตนเยเนว ปถวี อกมฺปิตฺถ. เอเตเนวุปาเยน อสีติภาณวารปริมาณํ ขนฺธกํ ปญฺจวีสติภาณวารปริมาณํ ปริวารญฺจ สงฺคหํ อาโรเปตฺวา ‘‘อิทํ วินยปิฏกํ นามา’’ติ ฐเปสุํ. วินยปิฏกาวสาเนปิ วุตฺตนเยเนว ปถวีกมฺโป อโหสิ. ตํ อายสฺมนฺตํ อุปาลิตฺเถรํ ปฏิจฺฉาเปสุํ ‘‘อาวุโส, อิทํ ตุยฺหํ นิสฺสิตเก วาเจหี’’ติ เอวเมตฺถ อวุตฺโตปิ วิเสโส เวทิตพฺโพ.
เอวํ วินยปิฏกํ สงฺคหมาโรเปตฺวา สุตฺตนฺตปิฏกํ สงฺคายึสุ. อิทานิ ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วินยํ สงฺคายิตฺวา’’ติอาทิ. มหากสฺสปตฺเถโร อานนฺทตฺเถรํ ธมฺมํ ปุจฺฉีติ เอตฺถ อยมนุกฺกโม เวทิตพฺโพ – อานนฺทตฺเถเร ทนฺตขจิตํ พีชนึ คเหตฺวา ธมฺมาสเน นิสินฺเน อายสฺมา มหากสฺสปตฺเถโร ภิกฺขู ปุจฺฉิ ‘‘กตรํ, อาวุโส, ปิฏกํ ปฐมํ สงฺคายามา’’ติ? ‘‘สุตฺตนฺตปิฏกํ, ภนฺเตติ. สุตฺตนฺตปิฏเก จตสฺโส สงฺคีติโย, ตาสุ ปฐมํ กตรํ สงฺคีตินฺติ? ทีฆสงฺคีตึ, ภนฺเตติ. ทีฆสงฺคีติยํ จตุตฺตึส สุตฺตานิ, ตโย จ วคฺคา, เตสุ ปฐมํ กตรํ วคฺคนฺติ. สีลกฺขนฺธวคฺคํ, ภนฺเตติ. สีลกฺขนฺธวคฺเค เตรส สุตฺตนฺตา, เตสุ ปฐมํ กตรํ สุตฺตนฺติ? พฺรหฺมชาลสุตฺตํ นาม ภนฺเต ติวิธสีลาลงฺกตํ นานาวิธมิจฺฉาชีวกุหนลปนาทิวิทฺธํสนํ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิชาลวินิเวฐนํ ทสสหสฺสิโลกธาตุปกมฺปนํ, ตํ ปฐมํ สงฺคายามา’’ติ. อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ ‘‘พฺรหฺมชาลํ, อาวุโส อานนฺท, กตฺถ ภาสิต’’นฺติ?
อนฺตรา จ ภนฺเต ราชคหํ อนฺตรา จ นาฬนฺทนฺติ เอตฺถ อนฺตรา-สทฺโท การณขณจิตฺตเวมชฺฌวิวราทีสุ ทิสฺสติ. ตถา หิ ‘‘ตทนฺตรํ โก ชาเนยฺย อญฺญตฺร ตถาคตา’’ติ (อ. นิ. ๖.๔๔; ๑๐.๗๕) จ, ‘‘ชนา สงฺคมฺม มนฺเตนฺติ, มญฺจ ตญฺจ กิมนฺตร’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๒๘) จ อาทีสุ การเณ อนฺตราสทฺโท วตฺตติ. ‘‘อทฺทส มํ ภนฺเต อญฺญตรา อิตฺถี วิชฺชนฺตริกาย ภาชนํ โธวนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๔๙) ขเณ. ‘‘ยสฺสนฺตรโต น สนฺติ โกปา’’ติอาทีสุ (อุทา. ๒๐) จิตฺเต. ‘‘อนฺตรา โวสานมาปาที’’ติอาทีสุ เวมชฺเฌ. ‘‘อปิ จายํ ตโปทา ทฺวินฺนํ มหานิรยานํ อนฺตริกาย อาคจฺฉตี’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๓๑) วิวเร. สฺวายมิธ วิวเร วตฺตติ, ตสฺมา ราชคหสฺส จ นาฬนฺทาย จ วิวเรติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ, อนฺตราสทฺเทน ปน ยุตฺตตฺตา อุปโยควจนํ กตํ. อีทิเสสุ จ ฐาเนสุ อกฺขรจินฺตกา ‘‘อนฺตรา คามญฺจ นทิญฺจ ยาตี’’ติ เอวํ เอกเมว อนฺตราสทฺทํ ปยุชฺชนฺติ, โส ทุติยปเทนปิ โยเชตพฺโพ โหติ. อโยชิยมาเน อุปโยควจนํ น ปาปุณาติ สามิวจนปฺปสงฺเค อนฺตราสทฺทโยเคน อุปโยควจนสฺส อิจฺฉิตตฺตา. อิธ ปน โยเชตฺวา เอวํ วุตฺโต. ราชาคารเกติ ตตฺถ รญฺโญ กีฬนตฺถํ ปฏิภานจิตฺตวิจิตฺรํ อคารํ อกํสุ, ตํ ราชาคารกนฺติ ปวุจฺจติ, ตสฺมึ. อมฺพลฏฺฐิกาติ รญฺโญ อุยฺยานํ. ตสฺส กิร ทฺวารสมีเป ตรุโณ อมฺพรุกฺโข อตฺถิ, ตํ อมฺพลฏฺฐิกาติ วทนฺติ. ตสฺส อวิทูรภวตฺตา อุยฺยานมฺปิ อมฺพลฏฺฐิกาเตฺวว สงฺขฺยํ คตํ ‘‘วรุณานคร’’นฺติอาทีสุ วิย.
สุปฺปิยญฺจ ปริพฺพาชกนฺติ เอตฺถ สุปฺปิโยติ ตสฺส นามํ, ปริพฺพาชโกติ สญฺชยสฺส อนฺเตวาสี ฉนฺนปริพฺพาชโก. พฺรหฺมทตฺตญฺจ มาณวกนฺติ เอตฺถ พฺรหฺมทตฺโตติ ตสฺส นามํ. มาณโวติ สตฺโตปิ โจโรปิ ตรุโณปิ วุจฺจติ. ตถา หิ –
‘‘โจทิตา เทวทูเตหิ, เย ปมชฺชนฺติ มาณวา;
เต ทีฆรตฺตํ โสจนฺติ, หีนกายูปคา นรา’’ติ. (ม. นิ. ๓.๒๗๑; อ. นิ. ๓.๓๖) –
อาทีสุ สตฺโต มาณโวติ วุตฺโต. ‘‘มาณเวหิปิ สมาคจฺฉนฺติ กตกมฺเมหิปิ อกตกมฺเมหิปี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๔๙) โจโร. ‘‘อมฺพฏฺฐมาณโว องฺคโก มาณโว’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๕๘-๒๖๑, ๓๑๖) ตรุโณ มาณโวติ วุตฺโต. อิธาปิ อยเมว อธิปฺเปโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘พฺรหฺมทตฺตํ นาม ตรุณปุริสํ อารพฺภา’’ติ. ชีวกมฺพวเนติ ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส อมฺพวเน. อถ ‘‘กํ อารพฺภา’’ติ อวตฺวา ‘‘เกนสทฺธิ’’นฺติ กสฺมา วุตฺตํ? น เอตํ สุตฺตํ ภควตา เอว วุตฺตํ, รญฺญาปิ ‘‘ยถา นุ โข อิมานิ ปุถุสิปฺปายตนานี’’ติอาทินา กิญฺจิ กิญฺจิ วุตฺตํ อตฺถิ, ตสฺมา เอวํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เวเทหิปุตฺเตนาติ อยํ โกสลรญฺโญ ธีตาย ปุตฺโต, น วิเทหรญฺโญ, ‘‘เวเทหี’’ติ ปน ปณฺฑิตาธิวจนเมตํ. วิทนฺติ เอเตนาติ เวโท, ญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. เวเทน อีหติ ฆฏติ วายมตีติ เวเทหี, เวเทหิยา ปุตฺโต เวเทหิปุตฺโต, เตน.
เอเตเนวุปาเยน ปญฺจ นิกาเย ปุจฺฉีติ เอตฺถ อยมนุกฺกโม เวทิตพฺโพ. วุตฺตนเยน พฺรหฺมชาลสฺส ปุจฺฉาวิสชฺชนาวสาเน ปญฺจ อรหนฺตสตานิ สชฺฌายมกํสุ. วุตฺตนเยเนว จ ปถวีกมฺโป อโหสิ. เอวํ พฺรหฺมชาลํ สงฺคายิตฺวา ตโต ปรํ ‘‘สามญฺญผลํ ปนาวุโส อานนฺท, กตฺถ ภาสิต’’นฺติอาทินา ปุจฺฉาวิสชฺชนานุกฺกเมน สทฺธึ พฺรหฺมชาเลน เตรสสุตฺตนฺตํ สงฺคายิตฺวา ‘‘อยํ สีลกฺขนฺธวคฺโค นามา’’ติ กิตฺเตตฺวา ฐเปสุํ. ตทนนฺตรํ มหาวคฺคํ, ตทนนฺตรํ ปาถิกวคฺคนฺติ เอวํ ติวคฺคสงฺคหํ จตุตฺตึสสุตฺตนฺตปฏิมณฺฑิตํ จตุสฏฺฐิภาณวารปริมาณํ ตนฺตึ สงฺคายิตฺวา ‘‘อยํ ทีฆนิกาโย นามา’’ติ วตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทตฺเถรํ ปฏิจฺฉาเปสุํ ‘‘อาวุโส, อิมํ ตุยฺหํ นิสฺสิตเก วาเจหี’’ติ. ตโต อนนฺตรํ อสีติภาณวารปริมาณํ มชฺฌิมนิกายํ สงฺคายิตฺวา ธมฺมเสนาปติสาริปุตฺตตฺเถรสฺส นิสฺสิตเก ปฏิจฺฉาเปสุํ ‘‘อิมํ ตุเมฺห ปริหรถา’’ติ. ตทนนฺตรํ ภาณวารสตปริมาณํ สํยุตฺตนิกายํ สงฺคายิตฺวา มหากสฺสปตฺเถรํ ปฏิจฺฉาเปสุํ ‘‘ภนฺเต, อิมํ ตุมฺหากํ นิสฺสิตเก วาเจถา’’ติ. ตทนนฺตรํ วีสติภาณวารสตปอมาณํ องฺคุตฺตรนิกายํ สงฺคายิตฺวา อนุรุทฺธตฺเถรํ ปฏิจฺฉาเปสุํ ‘‘อิมํ ตุมฺหากํ นิสฺสิตเก วาเจถา’’ติ.
ตทนนฺตรํ –
‘‘ธมฺมสงฺคณึ วิภงฺคญฺจ, กถาวตฺถุญฺจ ปุคฺคลํ;
ธาตุยมกํ ปฏฺฐานํ, อภิธมฺโมติ วุจฺจตี’’ติ. –
เอวํ สํวณฺณิตํ สุขุมญาณโคจรํ ตนฺตึ สงฺคายิตฺวา ‘‘อิทํ อภิธมฺมปิฏกํ นามา’’ติ วตฺวา ปญฺจ อรหนฺตสตานิ สชฺฌายมกํสุ. วุตฺตนเยเนว ปถวีกมฺโป อโหสิ. ตโต ปรํ ชาตกํ มหานิทฺเทโส ปฏิสมฺภิทามคฺโค อปทานํ สุตฺตนิปาโต ขุทฺทกปาโฐ ธมฺมปทํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ วิมานวตฺถุ เปตวตฺถุ เถรคาถา เถรีคาถาติ อิมํ ตนฺตึ สงฺคายิตฺวา ‘‘ขุทฺทกคนฺโถ นาม อย’’นฺติ จ วตฺวา อภิธมฺมปิฏกสฺมึเยว สงฺคหํ อาโรปยึสูติ ทีฆภาณกา วทนฺติ. มชฺฌิมภาณกา ปน ‘‘จริยาปิฏกพุทฺธวํเสหิ สทฺธึ สพฺพมฺปิ ตํ ขุทฺทกคนฺถํ สุตฺตนฺตปิฏเก ปริยาปนฺน’’นฺติ วทนฺติ. อยเมตฺถ อธิปฺปาโย – ชาตกาทิเก ขุทฺทกนิกายปริยาปนฺเน เยภุยฺเยน จ ธมฺมนิทฺเทสภูเต ตาทิเส อภิธมฺมปิฏเก สงฺคณฺหิตุํ ยุตฺตํ, น ปน ทีฆนิกายาทิปฺปกาเร สุตฺตนฺตปิฏเก, นาปิ ปญฺญตฺตินิทฺเทสภูเต วินยปิฏเกติ. ทีฆภาณกา ‘‘ชาตกาทีนํ อภิธมฺมปิฏเก สงฺคโห’’ติ วทนฺติ. จริยาปิฏกพุทฺธวํสานญฺเจตฺถ อคฺคหณํ ชาตกคติกตฺตา. มชฺฌิมภาณกา ปน อฏฺฐุปฺปตฺติวเสน เทสิตานํ ชาตกาทีนํ ยถานุโลมเทสนาภาวโต ตาทิเส สุตฺตนฺตปิฏเก สงฺคโห ยุตฺโต, น ปน สภาวธมฺมนิทฺเทสภูเต ยถาธมฺมสาสเน อภิธมฺมปิฏเกติ ชาตกาทีนํ สุตฺตปริยาปนฺนตํ วทนฺติ. ตตฺถ ยุตฺตํ วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. ขุทฺทกนิกายสฺส เสสนิกายานํ วิย อปากฏตฺตา เสเส ฐเปตฺวา ขุทฺทกนิกายํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ ขุทฺทกนิกาโย นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถาติ เตสุ นิกาเยสุ. ตตฺถาติ ขุทฺทกนิกาเย.
เอวํ นิมิตฺตปโยชนกาลเทสการกกรณปฺปกาเรหิ ปฐมมหาสงฺคีตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตตฺถ ววตฺถาปิเตสุ ธมฺมวินเยสุ นานปฺปการโกสลฺลตฺถํ เอกวิธาทิเภเท ทสฺเสตุํ ‘‘ตเทตํ สพฺพมฺปี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธินฺติ เอตฺถ อนาวรณญาณปทฏฺฐานํ มคฺคญาณํ มคฺคญาณปทฏฺฐานญฺจ อนาวรณญาณํ ‘‘สมฺมาสมฺโพธี’’ติ วุจฺจติ. ปจฺจเวกฺขนฺเตน วาติ อุทานาทิวเสน ปวตฺตธมฺมํ สนฺธายาห. วิมุตฺติรสนฺติ อรหตฺตผลสฺสาทํ วิมุตฺติสมฺปตฺติกํ วา อคฺคผลนิปฺผาทนโต, วิมุตฺติกิจฺจํ วา กิเลสานํ อจฺจนฺตวิมุตฺติสมฺปาทนโต.
กิญฺจาปิ อวิเสเสน สพฺพมฺปิ พุทฺธวจนํ กิเลสวินยเนน วินโย, ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน อปายปตนาทิโต ธารเณน ธมฺโม จ โหติ, อิธาธิปฺเปเต ปน ธมฺมวินเย นิทฺธาเรตุํ ‘‘ตตฺถ วินยปิฏก’’นฺติอาทิมาห. ขนฺธาทิวเสน สภาวธมฺมเทสนาพาหุลฺลโต อาห ‘‘อวเสสํ พุทฺธวจนํ ธมฺโม’’ติ. อถ วา ยทิปิ ธมฺโมเยว วินโย ปริยตฺติอาทิภาวโต, ตถาปิ วินยสทฺทสนฺนิธาโน อภินฺนาธิกรณภาเวน ปยุตฺโต ธมฺมสทฺโท วินยตนฺติวิปรีตํ ตนฺตึ ทีเปติ ยถา ‘‘ปุญฺญญาณสมฺภาโร, โคพลีพทฺท’’นฺติอาทิ.
อเนกชาติสํสารนฺติ อยํ คาถา ภควตา อตฺตโน สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐานํ อรหตฺตปฺปตฺตึ ปจฺจเวกฺขนฺเตน เอกูนวีสติมสฺส ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส อนนฺตรํ ภาสิตา. เตนาห ‘‘อิทํ ปฐมพุทฺธวจน’’นฺติ. อิทํ กิร สพฺพพุทฺเธหิ อวิชหิตอุทานํ. อยมสฺส สงฺเขปตฺโถ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.๑๕๔) – อหํ อิมสฺส อตฺตภาวเคหสฺส การกํ ตณฺหาวฑฺฒกึ คเวสนฺโต เยน ญาเณน ตํ ทฏฺฐุํ สกฺกา, ตสฺส โพธิญาณสฺสตฺถาย ทีปงฺกรปาทมูเล กตาภินีหาโร เอตฺตกํ กาลํ อเนกชาติสํสารํ อเนกชาติสตสหสฺสสงฺขฺยํ สํสารวฏฺฏํ อนิพฺพิสํ อนิพฺพิสนฺโต ตํ ญาณํ อวินฺทนฺโต อลภนฺโตเยว สนฺธาวิสฺสํ สํสรึ. ยสฺมา ชราพฺยาธิมรณมิสฺสตาย ชาติ นาเมสา ปุนปฺปุนํ อุปคนฺตุํ ทุกฺขา, น จ สา ตสฺมึ อทิฏฺเฐ นิวตฺตติ, ตสฺมา ตํ คเวสนฺโต สนฺธาวิสฺสนฺติ อตฺโถ.
ทิฏฺโฐสีติ อิทานิ มยา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌนฺเตน ทิฏฺโฐ อสิ. ปุน เคหนฺติ ปุน อิมํ อตฺตภาวสงฺขาตํ มม เคหํ น กาหสิ น กริสฺสสิ. ตว สพฺพา อนวเสสา กิเลสผาสุกา มยา ภคฺคา. อิมสฺส ตยา กตสฺส อตฺตภาวเคหสฺส กูฏํ อวิชฺชาสงฺขาตํ กณฺณิกมณฺฑลํ วิสงฺขตํ วิทฺธํสิตํ. วิสงฺขารํ นิพฺพานํ อารมฺมณกรณวเสน คตํ อนุปวิฏฺฐํ อิทานิ มม จิตฺตํ, อหญฺจ ตณฺหานํ ขยสงฺขาตํ อรหตฺตมคฺคํ อรหตฺตผลํ วา อชฺฌคา อธิคโต ปตฺโตสฺมีติ อตฺโถ. คณฺฐิปเทสุ ปน ‘‘วิสงฺขารคตนฺติ จิตฺตเมว ตณฺหานํ ขยสงฺขาตํ อรหตฺตมคฺคํ อรหตฺตผลํ วา อชฺฌคา อธิคโต ปตฺโต’’ติ เอวมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต. อยํ มนสา ปวตฺติตธมฺมานํ อาทิ. ‘‘ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมาติ อยํ ปน วาจาย ปวตฺติตธมฺมานํ อาที’’ติ วทนฺติ. อนฺโตชปฺปนวเสน กิร ภควา ‘‘อเนกชาติสํสาร’’นฺติอาทิมาห.
เกจีติ ขนฺธกภาณกา. ปฐมํ วุตฺโต ปน ธมฺมปทภาณกานํ อธิปฺปาโยติ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ ขนฺธกภาณกา วทนฺติ ‘‘ธมฺมปทภาณกานํ คาถา มนสา เทสิตตฺตา ตทา มหโต ชนสฺส อุปการาย น โหติ, อมฺหากํ ปน คาถา วจีเภทํ กตฺวา เทสิตตฺตา ตทา สุณนฺตานํ เทวพฺรหฺมานํ อุปการาย อโหสิ, ตสฺมา อิทเมว ปฐมพุทฺธวจน’’นฺติ. ธมฺมปทภาณกา ปน ‘‘เทสนาย ชนสฺส อุปการานุปการภาโว ลกฺขณํ น โหติ, ภควตา มนสา เทสิตตฺตาเยว อิทํ ปฐมพุทฺธวจน’’นฺติ วทนฺติ, ตสฺมา อุภยมฺปิ อญฺญมญฺญํ วิรุทฺธํ น โหตีติ เวทิตพฺพํ. นนุ จ ยทิ ‘‘อเนกชาติสํสาร’’นฺติ มนสา เทสิตํ, อถ กสฺมา ธมฺมปทอฏฺฐกถายํ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.๑๕๓-๑๕๔) ‘‘อเนกชาติสํสารนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา โพธิรุกฺขมูเล นิสินฺโน อุทานวเสน อุทาเนตฺวา อปรภาเค อานนฺทตฺเถเรน ปุฏฺโฐ กเถสี’’ติ วุตฺตนฺติ? ตตฺถาปิ มนสา อุทาเนตฺวาติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ. อถ วา มนสาว เทสิตนฺติ เอวํ คหเณ กึ การณนฺติ เจ? ยทิ วจีเภทํ กตฺวา เทสิตํ สิยา, อุทานปาฬิยํ อารุฬฺหํ ภเวยฺย, ตสฺมา อุทานปาฬิยํ อนารุฬฺหภาโวเยว วจีเภทํ อกตฺวา มนสา เทสิตภาเว การณนฺติ วทนฺติ.
ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมาติ เอตฺถ อิติสทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน ‘‘อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส, อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา. ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺม’’นฺติ อาทิคาถาตฺตยํ สงฺคณฺหาติ. อุทานคาถนฺติ ปน ชาติยา เอกวจนํ, ตตฺถาปิ ปฐมคาถํเยว วา คเหตฺวา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอตฺถ ปน ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ขนฺธเก อาวิ ภวิสฺสติ. ปาฏิปททิวเสติ อิทํ ‘‘สพฺพญฺญุภาวปฺปตฺตสฺสา’’ติ น เอเตน สมฺพนฺธิตพฺพํ, ‘‘ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อุปฺปนฺนา’’ติ เอเตน ปน สมฺพนฺธิตพฺพํ. วิสาขปุณฺณมายเมว หิ ภควา ปจฺจูสสมเย สพฺพญฺญุตํ ปตฺโตติ. โสมนสฺสมยญาเณนาติ โสมนสฺสสมฺปยุตฺตญาเณน. อามนฺตยามีติ นิเวทยามิ, โพเธมีติ อตฺโถ. วยธมฺมาติ อนิจฺจลกฺขณมุเขน ทุกฺขานตฺตลกฺขณมฺปิ สงฺขารานํ วิภาเวติ ‘‘ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕) วจนโต. ลกฺขณตฺตยวิภาวนนเยเนว ตทารมฺมณํ วิปสฺสนํ ทสฺเสนฺโต สพฺพติตฺถิยานํ อวิสยภูตํ พุทฺธาเวณิกํ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานาธิฏฺฐานํ อวิปรีตํ นิพฺพานคามินึ ปฏิปทํ ปกาเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อิทานิ ตตฺถ สมฺมาปฏิปตฺติยํ นิโยเชติ ‘‘อปฺปมาเทน สมฺปาเทถา’’ติ. อถ วา ‘‘วยธมฺมา สงฺขารา’’ติ เอเตน สงฺเขเปน สํเวเชตฺวา ‘‘อปฺปมาเทน สมฺปาเทถา’’ติ สงฺเขเปเนว นิรวเสสํ สมฺมาปฏิปตฺตึ ทสฺเสติ. อปฺปมาทปทญฺหิ สิกฺขตฺตยสงฺคหิตํ เกวลปริปุณฺณํ สาสนํ ปริยาทิยิตฺวา ติฏฺฐตีติ. อนฺตเรติ อนฺตราเฬ, เวมชฺเฌติ อตฺโถ.
สุตฺตนฺตปิฏกนฺติ เอตฺถ ยถา กมฺมเมว กมฺมนฺตํ, เอวํ สุตฺตเมว สุตฺตนฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อสงฺคีตนฺติ สงฺคีติกฺขนฺธกกถาวตฺถุปฺปกรณาทิ. เกจิ ปน ‘‘สุภสุตฺตมฺปิ ปฐมสงฺคีติยํ อสงฺคีต’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น ยุชฺชติ. ‘‘ปฐมสงฺคีติโต ปุเรตรเมว หิ อายสฺมตา อานนฺทตฺเถเรน เชตวเน วิหรนฺเตน สุภสฺส มาณวสฺส เทสิต’’นฺติ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ. สุภสุตฺตํ ปน ‘‘เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ อายสฺมา อานนฺโท สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม อจิรปรินิพฺพุเต ภควตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๔๔๔) อาคตํ. ตตฺถ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิวจนํ ปฐมสงฺคีติยํ อายสฺมตา อานนฺทตฺเถเรเนว วตฺตุํ ยุตฺตรูปํ น โหติ. น หิ อานนฺทตฺเถโร สยเมว สุภสุตฺตํ เทเสตฺวา ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทีนิ วทติ. เอวํ ปน วตฺตพฺพํ สิยา ‘‘เอกมิทาหํ, ภนฺเต, สมยํ สาวตฺถิยํ วิหรามิ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’’ติ, ตสฺมา ทุติยตติยสงฺคีติการเกหิ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทินา สุภสุตฺตํ สงฺคีติมาโรปิตํ วิย ทิสฺสติ. อถ อาจริยธมฺมปาลตฺเถรสฺส เอวมธิปฺปาโย สิยา ‘‘อานนฺทตฺเถเรเนว วุตฺตมฺปิ สุภสุตฺตํ ปฐมสงฺคีตึ อาโรเปตฺวา ตนฺตึ ฐเปตุกาเมหิ มหากสฺสปตฺเถราทีหิ อญฺเญสุ สุตฺเตสุ อาคตนเยเนว ‘เอวํ เม สุต’นฺติอาทินา ตนฺติ ฐปิตา’’ติ, เอวํ สติ ยุชฺเชยฺย. อถ วา อายสฺมา อานนฺทตฺเถโร สุภสุตฺตํ สยํ เทเสนฺโตปิ สามญฺญผลาทีสุ ภควตา เทสิตนเยเนว เทเสสีติ ภควโต สมฺมุขา ลทฺธนเย ฐตฺวา เทสิตตฺตา ภควตา เทสิตํ ธมฺมํ อตฺตนิ อทหนฺโต ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิมาหาติ เอวมธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ.
อุภยานิ ปาติโมกฺขานีติ ภิกฺขุภิกฺขุนีปาติโมกฺขวเสน. เทฺว วิภงฺคานีติ ภิกฺขุภิกฺขุนีวิภงฺควเสเนว เทฺว วิภงฺคานิ. ทฺวาวีสติ ขนฺธกานีติ มหาวคฺคจูฬวคฺเคสุ อาคตานิ ทฺวาวีสติ ขนฺธกานิ. โสฬสปริวาราติ โสฬสหิ ปริวาเรหิ อุปลกฺขิตตฺตา โสฬสปริวาราติ วุตฺตํ. ตถา หิ ปริวารปาฬิยํ ‘‘ยํ เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน ปฐมํ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺต’’นฺติอาทินา (ปริ. ๑) ปญฺญตฺติวาโร, ตโต ปรํ ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺโต กติ อาปตฺติโย อาปชฺชตี’’ติอาทินา (ปริ. ๑๕๗) กตาปตฺติวาโร, ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺตสฺส อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กติ วิปตฺติโย ภชนฺตี’’ติอาทิปฺปเภโท (ปริ. ๑๘๒) วิปตฺติวาโร, ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺตสฺส อาปตฺติโย สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ กติหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคหิตา’’ติอาทิปฺปเภโท (ปริ. ๑๘๓) สงฺคหวาโร, ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺตสฺส อาปตฺติโย ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ กติหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐนฺตี’’ติอาทินา (ปริ. ๑๘๔) สมุฏฺฐานวาโร, ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺตสฺส อาปตฺติโย จตุนฺนํ อธิกรณานํ กตมํ อธิกรณ’’นฺติอาทินา (ปริ. ๑๘๕) อธิกรณวาโร, ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺตสฺส อาปตฺติโย สตฺตนฺนํ สมถานํ กติหิ สมเถหิ สมฺมนฺตี’’ติอาทิปฺปเภโท (ปริ. ๑๘๖) สมถวาโร, ตทนนฺตรํ สมุจฺจยวาโร จาติ อฏฺฐ วารา วุตฺตา. ตโต ปรํ ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนปจฺจยา ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺต’’นฺติอาทินา (ปริ. ๑๘๘) นเยน ปุน ปจฺจยวเสน เอโก ปญฺญตฺติวาโร, ตสฺส วเสน ปุริมสทิสา เอว กตาปตฺติวาราทโย สตฺต วาราติ เอวํ อปเรปิ อฏฺฐ วารา วุตฺตา. อิติ อิมานิ อฏฺฐ, ปุริมานิปิ อฏฺฐาติ มหาวิภงฺเค โสฬส วารา ทสฺสิตา. ตโต ปรํ เตเนว นเยน ภิกฺขุนิวิภงฺเคปิ โสฬส วารา อาคตาติ อิเมหิ โสฬสหิ วาเรหิ อุปลกฺขิตตฺตา โสฬสปริวาราติ วุจฺจติ. โปตฺถเกสุ ปน กตฺถจิ ‘‘ปริวาโร’’ติ เอตฺตกเมว ทิสฺสติ, พหูสุ ปน โปตฺถเกสุ ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ อภิธมฺมฏฺฐกถายญฺจ ‘‘โสฬสปริวารา’’ติ เอวเมว วุตฺตตฺตา อยมฺปิ ปาโฐ น สกฺกา ปฏิพาหิตุนฺติ ตสฺเสวตฺโถ วุตฺโต.
พฺรหฺมชาลาทิจตุตฺตึสสุตฺตสงฺคโหติ พฺรหฺมชาลสุตฺตาทีนิ จตุตฺตึส สุตฺตานิ สงฺคยฺหนฺติ เอตฺถ, เอเตนาติ วา พฺรหฺมชาลาทิจตุตฺตึสสุตฺตสงฺคโห. วุตฺตปฺปมาณานํ วา สุตฺตานํ สงฺคโห เอตสฺสาติ พฺรหฺมชาลาทิจตุตฺตึสสุตฺตสงฺคโหติ. เอวํ เสเสสุปิ เวทิตพฺพํ.
วิวิธวิเสสนยตฺตาติ อิมิสฺสา คาถาย อตฺถํ วิภาเวนฺโต อาห ‘‘วิวิธา หี’’ติอาทิ. ทฬฺหีกมฺมสิถิลกรณปฺปโยชนาติ ยถากฺกมํ โลกวชฺเชสุ สิกฺขาปเทสุ ทฬฺหีกมฺมปฺปโยชนา, ปณฺณตฺติวชฺเชสุ สิถิลกรณปฺปโยชนาติ เวทิตพฺพํ. อชฺฌาจารนิเสธนโตติ สญฺญมเวลํ อติภวิตฺวา ปวตฺโต อาจาโร อชฺฌาจาโร, วีติกฺกโม, ตสฺส นิเสธนโตติ อตฺโถ. เตนาติ วิวิธนยตฺตาทิเหตุนา. เอตนฺติ ‘‘วิวิธวิเสสนยตฺตา’’ติอาทิคาถาวจนํ. เอตสฺสาติ วินยสฺส. อิตรํ ปนาติ สุตฺตํ.
อิทานิ อตฺถานํ สูจนโตติอาทิคาถาย อตฺถํ ปกาเสนฺโต อาห ‘‘ตญฺหี’’ติอาทิ. อตฺตตฺถปรตฺถาทิเภเทติ โย ตํ สุตฺตํ สชฺฌายติ สุณาติ วาเจติ จินฺเตติ เทเสติ จ, สุตฺเตน สงฺคหิโต สีลาทิอตฺโถ ตสฺสปิ โหติ, เตน ปรสฺส สาเธตพฺพโต ปรสฺสปิ โหตีติ ตทุภยํ ตํ สุตฺตํ สูเจติ ทีเปติ. ตถา ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกตฺเถ โลกิยโลกุตฺตรตฺเถ จาติ เอวมาทิเภเท อตฺเถ อาทิสทฺเทน สงฺคณฺหาติ. อตฺถสทฺโท จายํ หิตปริยายวจโน, น ภาสิตตฺถวจโน. ยทิ สิยา, สุตฺตํ อตฺตโนปิ ภาสิตตฺถํ สูเจติ ปรสฺสปีติ อยมตฺโถ วุตฺโต สิยา, สุตฺเตน จ โย อตฺโถ ปกาสิโต, โส ตสฺเสว โหติ, น เตน ปรตฺโถ สูจิโต โหตีติ. เตน สูเจตพฺพสฺส ปรตฺถสฺส นิวตฺเตตพฺพสฺส อภาวา อตฺตคฺคหณญฺจ น กตฺตพฺพํ. อตฺตตฺถปรตฺถวินิมุตฺตสฺส ภาสิตตฺถสฺส อภาวา อาทิคฺคหณญฺจ น กตฺตพฺพํ, ตสฺมา ยถาวุตฺตสฺส หิตปริยายสฺส อตฺถสฺส สุตฺเต อสมฺภวโต สุตฺตาธารสฺส ปุคฺคลสฺส วเสน อตฺตตฺถปรตฺถา วุตฺตา.
อถ วา สุตฺตํ อนเปกฺขิตฺวา เย อตฺตตฺถาทโย อตฺถปฺปเภทา ‘‘น หญฺญทตฺถตฺถิ ปสํสลาภา’’ติ เอตสฺส ปทสฺส นิทฺเทเส (มหานิ. ๖๓) วุตฺตา อตฺตตฺโถ, ปรตฺโถ, อุภยตฺโถ, ทิฏฺฐธมฺมิโก อตฺโถ, สมฺปรายิโก อตฺโถ, อุตฺตาโน อตฺโถ, คมฺภีโร อตฺโถ, คุโฬฺห อตฺโถ, ปฏิจฺฉนฺโน อตฺโถ, เนยฺโย อตฺโถ, นีโต อตฺโถ, อนวชฺโช อตฺโถ, นิกฺกิเลโส อตฺโถ, โวทาโน อตฺโถ, ปรมตฺโถติ, เต อตฺเถ สุตฺตํ สูเจตีติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. ตถา หิ กิญฺจาปิ สุตฺตนิรเปกฺขํ อตฺตตฺถาทโย วุตฺตา สุตฺตตฺถภาเวน อนิทฺทิฏฺฐตฺตา, เตสุ ปน เอโกปิ อตฺถปฺปเภโท สุตฺเตน ทีเปตพฺพตํ นาติกฺกมติ, ตสฺมา เต อตฺเถ สุตฺตํ สูเจตีติ วุจฺจติ. อิมสฺมิญฺจ อตฺถวิกปฺเป อตฺถ-สทฺโทยํ ภาสิตตฺถปริยาโยปิ โหติ. เอตฺถ หิ ปุริมกา ปญฺจ อตฺถปฺปเภทา หิตปริยายา, ตโต ปเร ฉ ภาสิตตฺถเภทา, ปจฺฉิมกา ปน อุภยสภาวา. ตตฺถ ทุรธิคมตาย วิภาวเน อคาธภาโว คมฺภีโร, น วิวโฏ คุโฬฺห, มูลุทกาทโย วิย ปํสุนา อกฺขรสนฺนิเวสาทินา ติโรหิโต ปฏิจฺฉนฺโน. นิทฺธาเรตฺวา ญาเปตพฺโพ เนยฺโย, ยถารุตวเสน เวทิตพฺโพ นีโต. อนวชฺชนิกฺกิเลสโวทานา ปริยายวเสน วุตฺตา, กุสลวิปากกิริยธมฺมวเสน วา. ปรมตฺโถ นิพฺพานํ, ธมฺมานํ อวิปรีตสภาโว เอว วา.
อถ วา อตฺตนา จ อปฺปิจฺโฉ โหตีติ อตฺตตฺถํ, อปฺปิจฺฉากถญฺจ ปเรสํ กตฺตา โหตีติ ปรตฺถํ สูเจติ. เอวํ ‘‘อตฺตนา จ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหตี’’ติอาทีนิ (อ. นิ. ๔.๙๙) สุตฺตานิ โยเชตพฺพานิ. วินยาภิธมฺเมหิ จ วิเสเสตฺวา สุตฺตสทฺทสฺส อตฺโถ วตฺตพฺโพ, ตสฺมา เวเนยฺยชฺฌาสยวสปฺปวตฺตาย เทสนาย อตฺตหิตปรหิตาทีนิ สาติสยํ ปกาสิตานิ โหนฺติ ตปฺปธานภาวโต, น อาณาธมฺมสภาววสปฺปวตฺตายาติ อิทเมว อตฺถานํ สูจนโต สุตฺตนฺติ วุตฺตํ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘เอตฺตกํ ตสฺส ภควโต สุตฺตาคตํ สุตฺตปริยาปนฺน’’นฺติ (ปาจิ. ๖๕๕) จ ‘‘สกวาเท ปญฺจ สุตฺตสตานี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา) จ เอวมาทีสุ สุตฺตสทฺโท อุปจริโตติ คเหตพฺโพ.
สุตฺเตสุ อาณาธมฺมสภาวา จ เวเนยฺยชฺฌาสยํ อนุวตฺตนฺติ, น วินยาภิธมฺเมสุ วิย เวเนยฺยชฺฌาสโย อาณาธมฺมสภาเว, ตสฺมา เวเนยฺยานํ เอกนฺตหิตปฏิลาภสํวตฺตนิกา สุตฺตนฺตเทสนา โหตีติ ‘‘สุวุตฺตา เจตฺถ อตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘เอกนฺตหิตปฏิลาภสํวตฺตนิกา สุตฺตนฺตเทสนา’’ติ อิทมฺปิ เวเนยฺยานํ หิตสมฺปาปเน สุตฺตนฺตเทสนาย ตปฺปรภาวํเยว สนฺธาย วุตฺตํ. ตปฺปรภาโว จ เวเนยฺยชฺฌาสยานุโลมโต ทฏฺฐพฺโพ. เตเนวาห ‘‘เวเนยฺยชฺฌาสยานุโลเมน วุตฺตตฺตา’’ติ. วินยเทสนํ วิย อิสฺสรภาวโต อาณาปติฏฺฐาปนวเสน อเทเสตฺวา เวเนยฺยานํ อชฺฌาสยานุโลเมน จริยานุรูปํ วุตฺตตฺตา เทสิตตฺตาติ อตฺโถ.
อนุปุพฺพสิกฺขาทิวเสน กาลนฺตเร อภินิปฺผตฺตึ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สสฺสมิว ผล’’นฺติ. ปสวตีติ ผลติ, นิปฺผาเทตีติ อตฺโถ. อุปายสมงฺคีนํเยว นิปฺผชฺชนภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เธนุ วิย ขีร’’นฺติ อาห. เธนุโตปิ หิ อุปายวนฺตานํเยว ขีรปฏิลาโภ โหติ. อนุปาเยน หิ อกาเล อชาตวจฺฉํ เธนุํ โทหนฺโต กาเลปิ วา วิสาณํ คเหตฺวา โทหนฺโต เนว ขีรํ ปฏิลภติ. ‘‘สุตฺตาณา’’ติ เอตสฺส อตฺถํ ปกาเสตุํ ‘‘สุฏฺฐุ จ เน ตายตี’’ติ วุตฺตํ.
สุตฺตสภาคนฺติ สุตฺตสทิสํ. สุตฺตสภาคตํเยว ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ. ตจฺฉกานํ สุตฺตนฺติ วฑฺฒกีนํ กาฬสุตฺตํ. ปมาณํ โหตีติ ตทนุสาเรน ตจฺฉนโต. เอวเมตมฺปิ วิญฺญูนนฺติ ยถา กาฬสุตฺตํ ปสาเรตฺวา สญฺญาเณ กเต คเหตพฺพํ วิสฺสชฺเชตพฺพญฺจ ปญฺญายติ, เอวํ วิวาเทสุ อุปฺปนฺเนสุ สุตฺเต อานีตมตฺเต ‘‘อิทํ คเหตพฺพํ, อิทํ วิสฺสชฺเชตพฺพ’’นฺติ วิญฺญูนํ ปากฏตฺตา วิวาโท วูปสมฺมตีติ เอตมฺปิ สุตฺตํ วิญฺญูนํ ปมาณํ โหตีติ อตฺโถ. อิทานิ อญฺญถาปิ สุตฺตสภาคตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยถา จา’’ติอาทิ. สุตฺตํ วิย ปมาณตฺตา สงฺคาหกตฺตา จ สุตฺตมิว สุตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอตฺถ จ อตฺตตฺถาทิวิธาเน สุตฺตสฺส ปมาณภาโว อตฺตตฺถาทีนํเยว จ สงฺคาหกตฺตํ โยเชตพฺพํ ตทตฺถปฺปกาสนปธานตฺตา สุตฺตสฺส. วินยาภิธมฺเมหิ วิเสสตฺตญฺจ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ. เอตนฺติ ‘‘อตฺถานํ สูจนโต’’ติอาทิกํ อตฺถวจนํ. เอตสฺสาติ สุตฺตสฺส.
ยนฺติ ยสฺมา. เอตฺถาติ อภิธมฺเม. อภิกฺกมนฺตีติ เอตฺถ อภิ-สทฺโท กมนกิริยาย วุฑฺฒิภาวํ อติเรกตํ ทีเปตีติ อาห ‘‘อภิกฺกมนฺตีติอาทีสุ วุฑฺฒิยํ อาคโต’’ติ. อภิญฺญาตาติ อฑฺฒจนฺทาทินา เกนจิ สญฺญาเณน ญาตา ปญฺญาตา ปากฏาติ อตฺโถ. อฑฺฒจนฺทาทิภาโว หิ รตฺติยา อุปลกฺขณวเสน สญฺญาณํ โหติ, ยสฺมา อฑฺโฒ จนฺโท, ตสฺมา อฏฺฐมี, ยสฺมา อูโน, ตสฺมา จาตุทฺทสี, ยสฺมา ปุณฺโณ, ตสฺมา ปนฺนรสีติ. อภิลกฺขิตาติ เอตฺถาปิ อยเมวตฺโถ เวทิตพฺโพ. อภิลกฺขิตสทฺทปริยาโย อภิญฺญาตสทฺโทติ อาห ‘‘อภิญฺญาตา อภิลกฺขิตาติอาทีสุ ลกฺขเณ’’ติ. เอตฺถ จ วาจกสทฺทนฺตรสนฺนิธาเนน นิปาตานํ ตทตฺถโชตกมตฺตตฺตา ลกฺขิตสทฺทตฺถโชตโก อภิสทฺโท ลกฺขเณ วตฺตตีติ วุตฺโต. ราชาภิราชาติ ราชูหิ ปูเชตุํ อรโห ราชา. ปูชิเตติ ปูชารเห.
อภิธมฺเมติ ‘‘สุปินนฺเตน สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา อนาปตฺติภาเวปิ อกุสลเจตนา อุปลพฺภตี’’ติอาทินา วินยปญฺญตฺติยา สงฺกรวิรหิเต ธมฺเม. ‘‘ปุพฺพาปรวิโรธาภาวโต ธมฺมานํเยว จ อญฺญมญฺญสงฺกรวิรหิเต ธมฺเม’’ติปิ วทนฺติ. ‘‘ปาณาติปาโต อกุสล’’นฺติ เอวมาทีสุ จ มรณาธิปฺปายสฺส ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทกปโยคสมุฏฺฐาปิกา เจตนา อกุสลํ, น ปาณสงฺขาตชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉทสงฺขาโต อติปาโต, ตถา อทินฺนสฺส ปรสนฺตกสฺส อาทานสงฺขาตา วิญฺญตฺติ อพฺยากโต ธมฺโม, ตํวิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปิกา เถยฺยเจตนา อกุสโล ธมฺโมติ เอวมาทินาปิ อญฺญมญฺญสงฺกรวิรหิเต ธมฺเมติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อภิวินเยติ เอตฺถ ‘‘ชาตรูปรชตํ น ปฏิคฺคเหตพฺพ’’นฺติ วทนฺโต วินเย วิเนติ นาม. เอตฺถ ‘‘เอวํ ปฏิคฺคณฺหโต ปาจิตฺติยํ, เอวํ ทุกฺกฏนฺติ วทนฺโต จ อภิวินเย วิเนติ นามา’’ติ วทนฺติ. ตสฺมา ชาตรูปรชตํ เถยฺยจิตฺเตน ปรสนฺตกํ คณฺหนฺตสฺส ยถาวตฺถุ ปาราชิกถุลฺลจฺจยทุกฺกเฏสุ อญฺญตรํ, ภณฺฑาคาริกสีเสน คณฺหนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ, อตฺตตฺถาย คณฺหนฺตสฺส นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. เกวลํ โลลตาย คณฺหนฺตสฺส อนามาสทุกฺกฏํ, รูปิยฉฑฺฑกสฺส สมฺมตสฺส อนาปตฺตีติ เอวํ อญฺญมญฺญสงฺกรวิรหิเต วินเย ปฏิพโล วิเนตุนฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อภิกฺกนฺเตนาติ เอตฺถ กนฺติยา อธิกตฺตํ อภิสทฺโท ทีเปตีติ อาห ‘‘อธิเก’’ติ.
นนุ จ ‘‘อภิกฺกมนฺตี’’ติ เอตฺถ อภิสทฺโท กมนกิริยาย วุฑฺฒิภาวํ อติเรกตํ ทีเปติ, ‘‘อภิญฺญาตา อภิลกฺขิตา’’ติ เอตฺถ ญาณลกฺขณกิริยานํ สุปากฏตฺตา วิเสสํ, ‘‘อภิกฺกนฺเตนา’’ติ เอตฺถ กนฺติยา อธิกตฺตํ วิสิฏฺฐตํ ทีเปตีติ อิทํ ตาว ยุตฺตํ กิริยาวิเสสกตฺตา อุปสคฺคสฺส, ‘‘อภิราชา อภิวินโย’’ติ ปน ปูชิตปริจฺฉินฺเนสุ ราชวินเยสุ อภิสทฺโท วตฺตตีติ กถเมตํ ยุชฺเชยฺยาติ เจ? อิธาปิ นตฺถิ โทโส ปูชนปริจฺเฉทนกิริยาทีปนโต, ตาหิ จ กิริยาหิ ราชวินยานํ ยุตฺตตฺตา, ตสฺมา เอตฺถ อติมาลาทีสุ อติสทฺโท วิย อภิสทฺโท สห สาธเนน กิริยํ วทตีติ อภิราชอภิวินยสทฺทา สิทฺธา, เอวํ อภิธมฺมสทฺเท อภิสทฺโท สห สาธเนน วุฑฺฒิยาทิกิริยํ ทีเปตีติ อยมตฺโถ ทสฺสิโตติ ทฏฺฐพฺพํ.
เอตฺถ จาติ อภิธมฺเม. ภาเวตีติ จิตฺตสฺส วฑฺฒนํ วุตฺตํ. ผริตฺวาติ อารมฺมณสฺส วฑฺฒนํ วุตฺตํ. วุฑฺฒิมนฺโตติ ภาวนาผรณวุฑฺฒีหิ วุฑฺฒิมนฺโตปิ ธมฺมา วุตฺตาติ อตฺโถ. อารมฺมณาทีหีติ อารมฺมณสมฺปยุตฺตกมฺมทฺวารปฏิปทาทีหิ. ลกฺขณียตฺตาติ สญฺชานิตพฺพตฺตา. เอกนฺตโต โลกุตฺตรธมฺมานํเยว ปูชารหตฺตา ‘‘เสกฺขา ธมฺมา’’ติอาทินา โลกุตฺตราเยว ปูชิตาติ ทสฺสิตา. สภาวปริจฺฉินฺนตฺตาติ ผุสนาทิสภาเวน ปริจฺฉินฺนตฺตา. อธิกาปิ ธมฺมา วุตฺตาติ เอตฺถ กามาวจเรหิ มหนฺตภาวโต มหคฺคตา ธมฺมาปิ อธิกา นาม โหนฺตีติ เตหิ สทฺธึ อธิกา ธมฺมา วุตฺตา.
ยํ ปเนตฺถ อวิสิฏฺฐนฺติ เอตฺถ วินยาทีสุ ตีสุ อญฺญมญฺญวิสิฏฺเฐสุ ยํ อวิสิฏฺฐํ สมานํ, ตํ ปิฏกสทฺทนฺติ อตฺโถ. วินยาทโย หิ ตโย สทฺทา อญฺญมญฺญํ อสาธารณตฺตา วิสิฏฺฐา นาม, ปิฏกสทฺโท ปน เตหิ ตีหิปิ สาธารณตฺตา อวิสิฏฺโฐติ วุจฺจติ. มา ปิฏกสมฺปทาเนนาติ ปาฬิสมฺปทานวเสน มา คณฺหถาติ วุตฺตํ โหติ. กุทาลญฺจ ปิฏกญฺจ กุทาลปิฏกํ. ตตฺถ กุ วุจฺจติ ปถวี, ตสฺสา ทาลนโต วิทาลนโต อโยมโย อุปกรณวิเสโส กุทาลํ นาม, ตาลปณฺณเวตฺตลตาทีหิ กโต ภาชนวิเสโส ปิฏกํ นาม, ตํ อาทาย คเหตฺวาติ อตฺโถ. ยถาวุตฺเตนาติ ‘‘เอวํ ทุวิธตฺเถนา’’ติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน.
เทสนาสาสนกถาเภทนฺติ เอตฺถ กเถตพฺพานํ อตฺถานํ เทสกายตฺเตน อาณาทิวิธินา อภิสชฺชนํ ปโพธนํ เทสนา. สาสิตพฺพปุคฺคลคเตน ยถาปราธาทินา สาสิตพฺพภาเวน อนุสาสนํ วินยนํ สาสนํ. กเถตพฺพสฺส สํวราสํวราทิโน อตฺถสฺส กถนํ วจนปฏิพทฺธตากรณํ กถาติ วุจฺจติ. ตสฺมา เทสิตารํ ภควนฺตมเปกฺขิตฺวา เทสนา, สาสิตพฺพปุคฺคลวเสน สาสนํ, กเถตพฺพสฺส อตฺถสฺส วเสน กถาติ เอวเมตฺถ เทสนาทีนํ นานากรณํ เวทิตพฺพํ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ เทสนาทโย เทเสตพฺพาทินิรเปกฺขา น โหนฺติ, อาณาทโย ปน วิเสสโต เทสกาทิอธีนาติ ตํตํวิเสสโยควเสน เทสนาทีนํ เภโท วุตฺโต. ตถา หิ อาณาวิธานํ วิเสสโต อาณารหาธีนํ ตตฺถ โกสลฺลโยคโต. เอวํ โวหารปรมตฺถวิธานานิ จ วิธายกาธีนานีติ อาณาทิวิธิโน เทสกายตฺตตา วุตฺตา. อปราธชฺฌาสยานุรูปํ วิย ธมฺมานุรูปมฺปิ สาสนํ วิเสสโต, ตถา วิเนตพฺพปุคฺคลาเปกฺขนฺติ สาสิตพฺพปุคฺคลวเสน สาสนํ วุตฺตํ. สํวราสํวรนามรูปานํ วิย วินิเวเฐตพฺพาย ทิฏฺฐิยาปิ กถนํ สติ วาจาวตฺถุสฺมึ นาสตีติ วิเสสโต ตทธีนนฺติ กเถตพฺพสฺส อตฺถสฺส วเสน กถา วุตฺตา. เภทสทฺโท วิสุํ วิสุํ โยเชตพฺโพ ‘‘เทสนาเภทํ สาสนเภทํ กถาเภทญฺจ ยถารหํ ปริทีปเย’’ติ. เภทนฺติ จ นานตฺตนฺติ อตฺโถ. เตสุ ปิฏเกสุ สิกฺขา จ ปหานานิ จ คมฺภีรภาโว จ สิกฺขาปหานคมฺภีรภาวํ, ตญฺจ ยถารหํ ปริทีปเยติ อตฺโถ. ปริยตฺติเภทญฺจ วิภาวเยติ สมฺพนฺโธ.
ปริยตฺติเภทนฺติ จ ปริยาปุณนเภทนฺติ อตฺโถ. ยหินฺติ ยสฺมึ วินยาทิเก ปิฏเก. ยํ สมฺปตฺติญฺจ วิปตฺติญฺจ ยถา ปาปุณาติ, ตมฺปิ สพฺพํ วิภาวเยติ สมฺพนฺโธ. อถ วา ยํ ปริยตฺติเภทํ สมฺปตฺติญฺจ วิปตฺติญฺจาปิ ยหึ ยถา ปาปุณาติ, ตมฺปิ สพฺพํ วิภาวเยติ โยเชตพฺพํ. เอตฺถ ยถาติ เยหิ อุปารมฺภาทิเหตุปริยาปุณนาทิปฺปกาเรหิ อุปารมฺภนิสฺสรณธมฺมโกสกรกฺขณเหตุปริยาปุณนํ สุปฺปฏิปตฺติ ทุปฺปฏิปตฺตีติ เอเตหิ ปกาเรหีติ วุตฺตํ โหติ.
ปริทีปนา วิภาวนา จาติ เหฏฺฐา วุตฺตสฺส อนุรูปโต วุตฺตํ, อตฺถโต ปน เอกเมว. อาณารเหนาติ อาณํ ฐเปตุํ อรหตีติ อาณารโห, ภควา. โส หิ สมฺมาสมฺพุทฺธตาย มหาการุณิกตาย จ อวิปรีตหิโตปเทสกภาเวน ปมาณวจนตฺตา อาณํ ปเณตุํ อรหติ, โวหารปรมตฺถานมฺปิ สมฺภวโต อาห ‘‘อาณาพาหุลฺลโต’’ติ. อิโต ปเรสุปิ เอเสว นโย.
ปฐมนฺติ วินยปิฏกํ. ปจุราปราธา เสยฺยสกตฺเถราทโย. เต หิ โทสพาหุลฺลโต ‘‘ปจุราปราธา’’ติ วุตฺตา. ปจุโร พหุโก พหุโล อปราโธ โทโส วีติกฺกโม เยสํ เต ปจุราปราธา. อเนกชฺฌาสยาติอาทีสุ อาสโยว อชฺฌาสโย. โส จ อตฺถโต ทิฏฺฐิ ญาณญฺจ, ปเภทโต ปน จตุพฺพิธํ โหติ. ตถา หิ ปุพฺพจริยวเสน อายตึ สติ ปจฺจเย อุปฺปชฺชมานารหา สสฺสตุจฺเฉทสงฺขาตา มิจฺฉาทิฏฺฐิ สจฺจานุโลมิกญาณกมฺมสฺสกตญฺญาณสงฺขาตา สมฺมาทิฏฺฐิ จ ‘‘อาสโย’’ติ วุจฺจติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิ จ, ขนฺติ เจวานุโลมิกา;
ยถาภูตญฺจ ยํ ญาณํ, เอตํ อาสยสญฺญิต’’นฺติ.
อิทญฺจ จตุพฺพิธํ อาสยนฺติ เอตฺถ สตฺตา นิวสนฺตีติ อาสโยติ วุจฺจติ. อนุสยา กามราคภวราคทิฏฺฐิปฏิฆวิจิกิจฺฉามานาวิชฺชาวเสน สตฺต. มูสิกวิสํ วิย การณลาเภ อุปฺปชฺชนารหา อนาคตา กิเลสา, อตีตา ปจฺจุปฺปนฺนา จ ตเถว วุจฺจนฺติ. น หิ กาลเภเทน ธมฺมานํ สภาวเภโท อตฺถีติ. จริยาติ ราคจริยาทิกา ฉ มูลจริยา, อนฺตรเภเทน อเนกวิธา, สํสคฺควเสน ปน เตสฏฺฐิ โหนฺติ. อถ วา จริยาติ จริตํ, ตํ สุจริตทุจฺจริตวเสน ทุวิธํ. ‘‘อธิมุตฺติ นาม ‘อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ, อชฺเชว อรหตฺตํ คณฺหิสฺสามี’ติอาทินา ตนฺนินฺนภาเวน ปวตฺตมานํ สนฺนิฏฺฐาน’’นฺติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน ปน ‘‘สตฺตานํ ปุพฺพจริยวเสน อภิรุจี’’ติ วุตฺตํ. สา ทุวิธา หีนปณีตเภเทน. ยถานุโลมนฺติ อชฺฌาสยาทีนํ อนุรูปํ. อหํ มมาติ สญฺญิโนติ ทิฏฺฐิมานตณฺหาวเสน อหํ มมาติ เอวํ ปวตฺตสญฺญิโน. ยถาธมฺมนฺติ นตฺเถตฺถ อตฺตา อตฺตนิยํ วา, เกวลํ ธมฺมมตฺตเมตนฺติ เอวํ ธมฺมสภาวานุรูปนฺติ อตฺโถ.
สํวราสํวโรติ เอตฺถ สํวรณํ สํวโร, กายวาจาหิ อวีติกฺกโม. มหนฺโต สํวโร อสํวโร. วุฑฺฒิอตฺโถ หิ อยํ อ-กาโร ยถา ‘‘อเสกฺขา ธมฺมา’’ติ, ตสฺมา ขุทฺทโก มหนฺโต จ สํวโรติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิวินิเวฐนาติ ทิฏฺฐิยา วิโมจนํ. อธิสีลสิกฺขาทีนํ วิภาโค ปรโต ปฐมปาราชิกสํวณฺณนาย อาวิ ภวิสฺสติ. สุตฺตนฺตปาฬิยํ ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติอาทินา สมาธิเทสนาพาหุลฺลโต ‘‘สุตฺตนฺตปิฏเก อธิจิตฺตสิกฺขา’’ติ วุตฺตํ. วีติกฺกมปฺปหานํ กิเลสานนฺติ สํกิเลสธมฺมานํ กมฺมกิเลสานํ วา โย กายวจีทฺวาเรหิ วีติกฺกโม, ตสฺส ปหานํ. อนุสยวเสน สนฺตาเน อนุวตฺตนฺตา กิเลสา การณลาเภ ปริยุฏฺฐิตาปิ สีลเภทวเสน วีติกฺกมิตุํ น ลภนฺตีติ อาห ‘‘วีติกฺกมปฏิปกฺขตฺตา สีลสฺสา’’ติ. ปริยุฏฺฐานปฺปหานนฺติ โอกาสทานวเสน กิเลสานํ จิตฺเต กุสลปฺปวตฺตึ ปริยาทิยิตฺวา อุฏฺฐานํ ปริยุฏฺฐานํ, ตสฺส ปหานํ จิตฺตสนฺตาเนสุ อุปฺปตฺติวเสน กิเลสานํ ปริยุฏฺฐานสฺส ปหานนฺติ วุตฺตํ โหติ. อนุสยปฺปหานนฺติ อปฺปหีนภาเวน สนฺตาเน อนุ อนุ สยนกา การณลาเภ อุปฺปตฺติอรหา อนุสยา. เต ปน อนุรูปํ การณํ ลทฺธา อุปฺปชฺชนารหา ถามคตา กามราคาทโย สตฺต กิเลสา, เตสํ ปหานํ อนุสยปฺปหานํ. เต จ สพฺพโส อริยมคฺคปญฺญาย ปหียนฺตีติ อาห ‘‘อนุสยปฏิปกฺขตฺตา ปญฺญายา’’ติ.
ตทงฺคปฺปหานนฺติ ทีปาโลเกเนว ตมสฺส ทานาทิปุญฺญกิริยวตฺถุคเตน เตน เตน กุสลงฺเคน ตสฺส ตสฺส อกุสลงฺคสฺส ปหานํ ‘‘ตทงฺคปฺปหาน’’นฺติ วุจฺจติ. อิธ ปน เตน เตน สุสีลฺยงฺเคน ตสฺส ตสฺส ทุสฺสีลฺยงฺคสฺส ปหานํ ‘‘ตทงฺคปฺปหาน’’นฺติ เวทิตพฺพํ. วิกฺขมฺภนสมอุจฺเฉทปฺปหานานีติ เอตฺถ อุปจารปฺปนาเภเทน สมาธินา ปวตฺตินิวารเณน ฆฏปฺปหาเรเนว ชลตเล เสวาลสฺส เตสํ เตสํ นีวรณานํ ธมฺมานํ วิกฺขมฺภนวเสน ปหานํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ. จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ภาวิตตฺตา ตํตํมคฺควโต สนฺตาเน สมุทยปกฺขิกสฺส กิเลสคณสฺส อจฺจนฺตํ อปฺปวตฺติสงฺขาตสมุจฺเฉทวเสน ปหานํ สมุจฺเฉทปฺปหานํ. ทุจฺจริตสํกิเลสสฺส ปหานนฺติ กายทุจฺจริตาทิ ทุฏฺฐุ จริตํ, กิเลเสหิ วา ทูสิตํ จริตนฺติ ทุจฺจริตํ. ตเทว ยตฺถ อุปฺปนฺนํ, ตํ สนฺตานํ สมฺมา กิเลเสติ พาธยติ อุปตาเปติ จาติ สํกิเลโส, ตสฺส ปหานํ, กายวจีทุจฺจริตวเสน ปวตฺตสํกิเลสสฺส ตทงฺควเสน ปหานนฺติ วุตฺตํ โหติ. สมาธิสฺส กามจฺฉนฺทปฏิปกฺขตฺตา สุตฺตนฺตปิฏเก ตณฺหาสํกิเลสสฺส ปหานํ วุตฺตํ. อตฺตาทิวินิมุตฺตสภาวธมฺมปฺปกาสนโต อภิธมฺมปิฏเก ทิฏฺฐิสํกิเลสสฺส ปหานํ วุตฺตํ.
เอกเมกสฺมิญฺเจตฺถาติ เอเตสุ ตีสุ ปิฏเกสุ เอกเมกสฺมึ ปิฏเกติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ธมฺโมติ ปาฬีติ เอตฺถ ปกฏฺฐานํ อุกฺกฏฺฐานํ สีลาทิอตฺถานํ โพธนโต สภาวนิรุตฺติภาวโต พุทฺธาทีหิ ภาสิตตฺตา จ ปกฏฺฐานํ วจนปฺปพนฺธานํ อาฬีติ ปาฬิ, ปริยตฺติธมฺโม. ‘‘ธมฺโมติ ปาฬีติ เอตฺถ ภควตา วุจฺจมานสฺส อตฺถสฺส โวหารสฺส จ ทีปโน สทฺโทเยว ปาฬิ นามา’’ติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. อภิธมฺมฏฺฐกถาย ลิขิเต สีหฬคณฺฐิปเท ปน อิทํ วุตฺตํ – สภาวตฺถสฺส สภาวโวหารสฺส จ อนุรูปวเสน ภควตา มนสา ววตฺถาปิตา ปณฺฑตฺติ ปาฬีติ วุจฺจติ. ยทิ สทฺโทเยว ปาฬิ สิยา, ปาฬิยา เทสนาย จ นานตฺเตน ภวิตพฺพํ. มนสา ววตฺถาปิตาย จ ปาฬิยา วจีเภทกรณมตฺตํ ฐเปตฺวา เทสนาย นานตฺตํ นตฺถิ. ตถา หิ เทสนํ ทสฺเสนฺเตน มนสา ววตฺถาปิตาย ปาฬิยา เทสนาติ วจีเภทกรณมตฺตํ วินา ปาฬิยา สห เทสนาย อนญฺญถา วุตฺตา. ตถา จ อุปริ ‘‘เทสนาติ ปญฺญตฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา เทสนาย อนญฺญภาเวน ปาฬิยา ปณฺณตฺติภาโว กถิโต โหติ. อปิจ ยทิ ปาฬิยา อญฺญาเยว เทสนา สิยา, ‘‘ปาฬิยา จ ปาฬิอตฺถสฺส จ เทสนาย จ ยถาภูตาวโพโธ’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, เอวํ ปน อวตฺวา ‘‘ปาฬิยา จ ปาฬิอตฺถสฺส จ ยถาภูตาวโพโธ’’ติ วุตฺตตฺตา ปาฬิยา เทสนาย จ อนญฺญภาโว ทสฺสิโต โหติ. เอวญฺจ กตฺวา อุปริ ‘‘เทสนา นาม ปญฺญตฺตี’’ติ ทสฺเสนฺเตน เทสนาย อนญฺญภาวโต ปาฬิยา ปณฺณตฺติภาโว กถิโตว โหตีติ.
เอตฺถ จ ‘‘สทฺโทเยว ปาฬิ นามา’’ติ อิมสฺมึ ปกฺเข ธมฺมสฺสปิ สทฺทสภาวตฺตา ธมฺมเทสนานํ โก วิเสโสติ เจ? เตสํ เตสํ อตฺถานํ โพธกภาเวน ญาโต อุคฺคหณาทิวเสน จ ปุพฺเพ ววตฺถาปิโต สทฺทปฺปพนฺโธ ธมฺโม, ปจฺฉา ปเรสํ อวโพธนตฺถํ ปวตฺติโต ตทตฺถปฺปกาสโก สทฺโท เทสนาติ เวทิตพฺพํ. อถ วา ยถาวุตฺตสทฺทสมุฏฺฐาปโก จิตฺตุปฺปาโท เทสนา ‘‘เทสียติ สมุฏฺฐาปียติ สทฺโท เอเตนา’’ติ กตฺวา มุสาวาทาทโย วิย. ตตฺถาปิ หิ มุสาวาทาทิสมุฏฺฐาปิกา เจตนา มุสาวาทาทิสทฺเทน โวหรียติ.
ตีสุปิ เจเตสุ เอเต ธมฺมตฺถเทสนาปฏิเวธาติ เอตฺถ ปาฬิอตฺโถ ปาฬิเทสนา ปาฬิอตฺถปฏิเวโธ จาติ อิเม ตโย ปาฬิวิสยา โหนฺตีติ วินยปิฏกาทีนํ อตฺถสฺส เทสนาย ปฏิเวธสฺส จ อาธารภาโว ยุตฺโต, ปิฏกานิ ปน ปาฬิโยเยวาติ เตสํ ธมฺมสฺส อาธารภาโว กถํ ยุชฺเชยฺยาติ เจ? ปาฬิสมุทายสฺส อวยวปาฬิยา อาธารภาวโต. อวยวสฺส หิ สมุทาโย อาธารภาเวน วุจฺจติ ยถา ‘‘รุกฺเข สาขา’’ติ. เอตฺถ จ ธมฺมาทีนํ ทุกฺโขคาหภาวโต เตหิ ธมฺมาทีหิ วินยาทโย คมฺภีราติ วินยาทีนมฺปิ จตุพฺพิโธ คมฺภีรภาโว วุตฺโตเยว, ตสฺมา ธมฺมาทโย เอว ทุกฺโขคาหตฺตา คมฺภีรา, น วินยาทโยติ น โจเทตพฺพเมตํ สมฺมุเขน วิสยวิสยีมุเขน จ วินยาทีนํเยว คมฺภีรภาวสฺส วุตฺตตฺตา. ธมฺโม หิ วินยาทโย, เตสํ วิสโย อตฺโถ, ธมฺมตฺถวิสยา จ เทสนาปฏิเวธาติ. ตตฺถ ปฏิเวธสฺส ทุกฺกรภาวโต ธมฺมตฺถานํ, เทสนาญาณสฺส ทุกฺกรภาวโต เทสนาย จ ทุกฺโขคาหภาโว เวทิตพฺโพ. ปฏิเวธสฺส ปน อุปฺปาเทตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา ตํวิสยญาณุปฺปตฺติยา จ ทุกฺกรภาวโต ทุกฺโขคาหตา เวทิตพฺพา. ทุกฺเขน โอคยฺหนฺตีติ ทุกฺโขคาหา. เอกเทเสน โอคาหนฺเตหิปิ มนฺทพุทฺธีหิ ปติฏฺฐา ลทฺธุํ น สกฺกาติ อาห ‘‘อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐา จา’’ติ. เอกเมกสฺมินฺติ เอเกกสฺมึ ปิฏเก. เอตฺถาติ เอเตสุ ปิฏเกสุ. นิทฺธารเณ เจตํ ภุมฺมวจนํ.
อิทานิ เหตุเหตุผลาทีนํ วเสนปิ คมฺภีรภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อปโร นโย’’ติอาทิ. เหตูติ ปจฺจโย. โส หิ อตฺตโน ผลํ ทหติ วิทหตีติ ธมฺโมติ วุจฺจติ. ธมฺมสทฺทสฺส เจตฺถ เหตุปริยายตา กถํ วิญฺญายตีติ อาห ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ. นนุ จ ‘‘เหตุมฺหิ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติ เอเตน วจเนน ธมฺมสฺส เหตุภาโว กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ธมฺมปฏิสมฺภิทาติ เอตสฺส สมาสปทสฺส อวยวปทตฺถํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘เหตุมฺหิ ญาณ’’นฺติ วุตฺตตฺตา. ‘‘ธมฺเม ปฏิสมฺภิทา ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติ เอตฺถ หิ ‘‘ธมฺเม’’ติ เอตสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘เหตุมฺหี’’ติ วุตฺตํ, ‘‘ปฏิสมฺภิทา’’ติ เอตสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘ญาณ’’นฺติ, ตสฺมา เหตุธมฺมสทฺทา เอกตฺถา ญาณปฏิสมฺภิทาสทฺทา จาติ อิมมตฺถํ วทนฺเตน สาธิโต ธมฺมสฺส เหตุภาโว. เหตุผเล ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทาติ เอเตน วจเนน สาธิโต อตฺถสฺส เหตุผลภาโวปิ เอวเมว ทฏฺฐพฺโพ. เหตุโน ผลํ เหตุผลํ. ตญฺจ ยสฺมา เหตุอนุสาเรน อรียติ อธิคมียติ สมฺปาปุณียติ, ตสฺมา อตฺโถติ วุจฺจติ.
ยถาธมฺมนฺติ เอตฺถ ธมฺมสทฺโท เหตุํ เหตุผลญฺจ สพฺพํ สงฺคณฺหาติ. สภาววาจโก เหส ธมฺมสทฺโท, น ปริยตฺติเหตุภาววาจโก, ตสฺมา ยถาธมฺมนฺติ โย โย อวิชฺชาทิสงฺขาราทิธมฺโม, ตสฺมึ ตสฺมินฺติ อตฺโถ. ธมฺมานุรูปํ วา ยถาธมฺมํ. เทสนาปิ หิ ปฏิเวโธ วิย อวิปรีตวิสยวิภาวนโต ธมฺมานุรูปํ ปวตฺตติ, ตโตเยว จ อวิปรีตาภิลาโปติ วุจฺจติ. ธมฺมาภิลาโปติ อตฺถพฺยญฺชนโก อวิปรีตาภิลาโป. เอตฺถ จ อภิลปฺปตีติ อภิลาโปติ สทฺโท วุจฺจติ. เอเตน ‘‘ตตฺร ธมฺมนิรุตฺตาภิลาเป ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๑๘) เอตฺถ วุตฺตํ ธมฺมนิรุตฺตึ ทสฺเสติ สทฺทสภาวตฺตา เทสนาย. ตถา หิ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาย ปริตฺตารมฺมณาทิภาโว ปฏิสมฺภิทาวิภงฺคปาฬิยํ (วิภ. ๗๑๘ อาทโย) วุตฺโต. อฏฺฐกถายญฺจ (วิภ. อฏฺฐ. ๗๑๘) ‘‘ตํ สภาวนิรุตฺตึ สทฺทํ อารมฺมณํ กตฺวา’’ติอาทินา สทฺทารมฺมณตา ทสฺสิตา. ตถา หิ อิมสฺส อตฺถสฺส อยํ สทฺโท วาจโกติ วจนวจนตฺเถ ววตฺถเปตฺวา ตํตํวจนตฺถวิภาวนวเสน ปวตฺติโต สทฺโท เทสนาติ วุจฺจติ. อธิปฺปาโยติ เอเตน ‘‘เทสนาติ ปญฺญตฺตี’’ติ เอตํ วจนํ ธมฺมนิรุตฺตาภิลาปํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ตโต วินิมุตฺตํ ปญฺญตฺตึ สนฺธายาติ อธิปฺปายํ ทสฺเสติ. เทสียติ อตฺโถ เอเตนาติ หิ เทสนา, ปกาเรน ญาปียติ เอเตน, ปการโต ญาเปตีติ วา ปญฺญตฺตีติ ธมฺมนิรุตฺตาภิลาโป วุจฺจติ. เอวํ ‘‘เทสนา นาม สทฺโท’’ติ อิมสฺมึ ปกฺเข อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ‘‘เทสนาติ ปญฺญตฺตี’’ติ เอตฺถ ปญฺญตฺติวาทิโน ปน เอวํ วทนฺติ – กิญฺจาปิ ‘‘ธมฺมาภิลาโป’’ติ เอตฺถ อภิลปฺปตีติ อภิลาโปติ สทฺโท วุจฺจติ, น ปณฺณตฺติ, ตถาปิ สทฺเท วุจฺจมาเน ตทนุรูปํ โวหารํ คเหตฺวา เตน โวหาเรน ทีปิตสฺส อตฺถสฺส ชานนโต สทฺเท กถิเต ตทนุรูปา ปณฺณตฺติปิ การณูปจาเรน กถิตาเยว โหติ. อถ วา ‘‘ธมฺมาภิลาโปติ อตฺโถ’’ติ อวตฺวา ‘‘ธมฺมาภิลาโปติ อธิปฺปาโย’’ติ วุตฺตตฺตา เทสนา นาม สทฺโท น โหตีติ ทีปิตเมวาติ.
อิทานิ ปฏิเวธํ นิทฺทิสนฺโต อาห ‘‘ปฏิเวโธติ อภิสมโย’’ติ. ปฏิวิชฺฌตีติ ญาณํ ปฏิเวโธติ วุจฺจติ. ปฏิวิชฺฌนฺติ เอเตนาติ วา ปฏิเวโธ, อภิสเมตีติ อภิสมโย, อภิสเมนฺติ เอเตนาติ วา อภิสมโย. อิทานิ อภิสมยปฺปเภทโต อภิสมยปฺปการโต อารมฺมณโต สภาวโต จ ปากฏํ กาตุํ ‘‘โส จ โลกิยโลกุตฺตโร’’ติอาทิมาห. วิสยโต อสมฺโมหโต จ อวโพโธติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ วิสยโต อตฺถาทิอนุรูปํ ธมฺมาทีสุ อวโพโธ นาม อวิชฺชาทิธมฺมารมฺมโณ สงฺขาราทิอตฺถารมฺมโณ ตทุภยปญฺญาปนารมฺมโณ โลกิโย อวโพโธ. อสมฺโมหโต อตฺถาทิอนุรูปํ ธมฺมาทีสุ อวโพโธ ปน นิพฺพานารมฺมโณ มคฺคยุตฺโต ยถาวุตฺตธมฺมตฺถปญฺญตฺตีสุ สมฺโมหวิทฺธํสโน โลกุตฺตโร อภิสมโย. ตถา หิ ‘‘อยํ เหตุ, อิทมสฺส ผลํ, อยํ ตทุภยานุรูโป โวหาโร’’ติ เอวํ อารมฺมณกรณวเสน โลกิยญาณํ วิสยโต ปฏิวิชฺฌติ, โลกุตฺตรญาณํ ปน เหตุเหตุผลาทีสุ สมฺโมหสฺส มคฺคญาเณน สมุจฺฉินฺนตฺตา อสมฺโมหโต ปฏิวิชฺฌติ. อตฺถานุรูปํ ธมฺเมสูติ อวิชฺชา เหตุ, สงฺขารา เหตุสมุปฺปนฺนา, สงฺขาเร อุปฺปาเทติ อวิชฺชาติ เอวํ การิยานุรูปํ การเณสูติ อตฺโถ. อถ วา ปุญฺญาภิสงฺขารอปุญฺญาภิสงฺขารอาเนญฺชาภิสงฺขาเรสุ ตีสุ อปุญฺญาภิสงฺขารสฺส สมฺปยุตฺตอวิชฺชา ปจฺจโย, อิตเรสํ ยถานุรูปนฺติอาทินา การิยานุรูปํ การเณสุ ปฏิเวโธติ อตฺโถ. ธมฺมานุรูปํ อตฺเถสูติ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา การณานุรูปํ การิเยสุ อวโพโธติ อตฺโถ. ปญฺญตฺติปถานุรูปํ ปญฺญตฺตีสูติ ปญฺญตฺติยา วุจฺจมานธมฺมานุรูปํ ปณฺณตฺตีสุ อวโพโธติ อตฺโถ.
ยถาวุตฺเตหิ ธมฺมาทีหิ ปิฏกานํ คมฺภีรภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิทานิ ยสฺมา เอเตสุ ปิฏเกสู’’ติอาทิมาห. ธมฺมชาตนฺติ การณปฺปเภโท การณเมว วา. อตฺถชาตนฺติ การิยปฺปเภโท การิยเมว วา. ยา จายํ เทสนาติ สมฺพนฺโธ. โย เจตฺถาติ เอตาสุ ตํตํปิฏกคตาสุ ธมฺมตฺถเทสนาสุ โย ปฏิเวโธติ อตฺโถ. ทุกฺโขคาหนฺติ เอตฺถ อวิชฺชาสงฺขาราทีนํ ธมฺมตฺถานํ ทุปฺปฏิวิชฺฌตาย ทุกฺโขคาหตา. เตสํ ปญฺญาปนสฺส ทุกฺกรภาวโต เทสนาย ปฏิเวธนสงฺขาตสฺส ปฏิเวธสฺส จ อุปฺปาทนวิสยีกรณานํ อสกฺกุเณยฺยตาย ทุกฺโขคาหตา เวทิตพฺพา. เอวมฺปีติ ปิสทฺโท ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการนฺตรํ สมฺปิณฺเฑติ. เอตฺถาติ เอเตสุ ตีสุ ปิฏเกสุ. วุตฺตตฺถาติ วุตฺโต สํวณฺณิโต อตฺโถ อสฺสาติ วุตฺตตฺถา.
ตีสุ ปิฏเกสูติ เอตฺถ ‘‘เอเกกสฺมิ’’นฺติ อธิการโต ปกรณโต วา เวทิตพฺพํ. ปริยตฺติเภโทติ ปริยาปุณนํ ปริยตฺติ. ปริยาปุณนวาจโก เหตฺถ ปริยตฺติสทฺโท, น ปาฬิปริยาโย, ตสฺมา เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ ‘‘ตีสุ ปิฏเกสุ เอเกกสฺมึ ปริยาปุณนปฺปกาโร ทฏฺฐพฺโพ ญาตพฺโพ’’ติ. ตโตเยว จ ‘‘ปริยตฺติโย ปริยาปุณนปฺปการา’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. อถ วา ตีหิ ปกาเรหิ ปริยาปุณิตพฺพา ปาฬิโย เอว ปริยตฺตีติ วุจฺจนฺติ, ตโตเยว จ ‘‘ปริยตฺติโย ปาฬิกฺกมา’’ติ อภิธมฺมฏฺฐกถาย ลิขิเต สีหฬคณฺฐิปเท วุตฺตํ. เอวมฺปิ หิ อลคทฺทูปมาปริยาปุณนโยคโต อลคทฺทูปมา ปริยตฺตีติ ปาฬิปิ สกฺกา วตฺตุํ, เอวญฺจ กตฺวา ‘‘ทุคฺคหิตา อุปารมฺภาทิเหตุ ปริยาปุฏา อลคทฺทูปมา’’ติ ปรโต นิทฺเทสวจนมฺปิ อุปปนฺนํ โหติ. ตตฺถ หิ ปาฬิเยว ทุคฺคหิตา ปริยาปุฏาติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อลคทฺทูปมาติ อลคทฺโท อลคทฺทคฺคหณํ อุปมา เอติสฺสาติ อลคทฺทูปมา. อลคทฺทสฺส คหณเญฺหตฺถ อลคทฺทสทฺเทน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘อาปูปิโก’’ติ เอตฺถ อปูปสทฺเทน อปูปขาทนํ วิย อลคทฺทคฺคหเณน คหิตปริยตฺติ อุปมียติ, น ปน อลคทฺเทน. ‘‘อลคทฺทคฺคหณูปมา’’ติ วา วตฺตพฺเพ มชฺเฌปทโลปํ กตฺวา ‘‘อลคทฺทูปมา’’ติ วุตฺตํ ‘‘โอฏฺฐมุโข’’ติอาทีสุ วิย. อลคทฺโทติ เจตฺถ อาสีวิโส วุจฺจติ. คโทติ หิ วิสสฺส นามํ. ตญฺจ ตสฺส อลํ ปริปุณฺณํ อตฺถิ, ตสฺมา อลํ ปริยตฺโต ปริปุณฺโณ คโท อสฺสาติ อนุนาสิกโลปํ ทการาคมญฺจ กตฺวา ‘‘อลคทฺโท’’ติ วุจฺจติ. อถ วา อลํ ชีวิตหรเณ สมตฺโถ คโท อสฺสาติ อลคทฺโท. นิสฺสรณตฺถาติ วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสรณํ อตฺโถ ปโยชนํ เอติสฺสาติ นิสฺสรณตฺถา. ภณฺฑาคาริกปริยตฺตีติ เอตฺถ ภณฺฑาคาเร นิยุตฺโต ภณฺฑาคาริโก, ภณฺฑาคาริโก วิย ภณฺฑาคาริโก, ธมฺมรตนานุปาลโก. อญฺญํ อตฺถํ อนเปกฺขิตฺวา ภณฺฑาคาริกสฺเสว สโต ปริยตฺติ ภณฺฑาคาริกปริยตฺติ.
ทุคฺคหิตาติ ทุฏฺฐุ คหิตา. ทุคฺคหิตภาวเมว วิภาเวนฺโต อาห ‘‘อุปารมฺภาทิเหตุ ปริยาปุฏา’’ติ, อุปารมฺภา อิติวาทปฺปโมกฺขาทิเหตุ อุคฺคหิตาติ อตฺโถ. ลาภสกฺการาทิเหตุ ปริยาปุณนมฺปิ เอตฺเถว สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ อลคทฺทสุตฺตฏฺฐกถายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๓๙) –
‘‘โย หิ พุทฺธวจนํ ‘เอวํ จีวราทีนิ วา ลภิสฺสามิ, จตุปริสมชฺเฌ วา มํ ชานิสฺสนฺตี’ติ ลาภสกฺการาทิเหตุ ปริยาปุณาติ, ตสฺส สา ปริยตฺติ อลคทฺทปริยตฺติ นาม. เอวํ ปริยาปุณนโต หิ พุทฺธวจนํ อปริยาปุณิตฺวา นิทฺโทกฺกมนํ วรตร’’นฺติ.