๗. ธมฺมเทสนาสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๐-๖๔. สตฺตเม ฆรํ นยตีติ ฆรณี, ฆรนายิกา. เตนาห ‘‘ฆรสามินี’’ติ. สุณฺหาติ สุณิสา. น ยกฺเขนาติอาทีนํ ‘‘อญฺญตฺรา’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ปุริสวิคฺคหํ คเหตฺวา ฐิเตน ยกฺเขน วา เปเตน วา ติรจฺฉาเนน วา สทฺธึ ฐิตายปิ เทเสตุํ น วฏฺฏติ. อกฺขราย เทเสตีติ เอตฺถ ‘‘ฉปฺปญฺจวาจโต อุตฺตริ ‘อิมํ ปทํ ภาสิสฺสามี’ติ เอกมฺปิ อกฺขรํ วตฺวา ติฏฺฐติ, อาปตฺติเยวา’’ติ วทนฺติ.
๖๖. ‘‘เอโก คาถาปาโทติ อิทํ คาถาพนฺธเมว สนฺธาย วุตฺตํ, อญฺญตฺถ ปน วิภตฺติอนฺตปทเมว คเหตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. ‘‘อฏฺฐกถํ ธมฺมปทํ ชาตกาทิวตฺถุํ วาติ อิมินาปิ โปราณํ สงฺคีติอารุฬฺหเมว อฏฺฐกถาทิ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. อฏฺฐกถาทิปาฐํ ฐเปตฺวา ทมิฬาทิภาสนฺตเรน ยถารุจิ กเถตุํ วฏฺฏติ. ปทโสธมฺเม วุตฺตปฺปเภโทติ อิมินา อญฺญตฺถ อนาปตฺตีติ ทีเปติ. อุฏฺฐหิตฺวา ปุน นิสีทิตฺวาติ อิริยาปถปริวตฺตนนเยน นานาอิริยาปเถนปิ อนาปตฺตีติ ทีเปติ. สพฺพํ เจปิ ทีฆนิกายํ กเถตีติ ยาว น นิฏฺฐาติ, ตาว ปุนทิวเสปิ กเถติ.
ทุติยสฺส วิญฺญูปุริสสฺส อคฺคหณํ อกิริยา. มาตุคาเมน สทฺธึ ฐิตสฺส จ วิญฺญูปุริสสฺส จ อุปจาโร อนิยเตสุ วุตฺตนเยเนว คเหตพฺโพ. เสสํ อุตฺตานเมว. วุตฺตลกฺขณสฺส ธมฺมสฺส ฉนฺนํ วาจานํ อุปริ เทสนา, วุตฺตลกฺขโณ มาตุคาโม, อิริยาปถปอวตฺตนาภาโว, วิญฺญูปุริสาภาโว, อปญฺหวิสฺสชฺชนาติ อิมานิ ปเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
ธมฺมเทสนาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.