๘. ภูตาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา

๗๗. อฏฺฐเม อนฺตราติ ปรินิพฺพานสมยโต อญฺญสฺมึ กาเล. อติกฑฺฒิยมาเนนาติ ‘‘วทถ, ภนฺเต, กึ ตุเมฺหหิ อธิคต’’นฺติ เอวํ นิปฺปีฬิยมาเนน. อนติกฑฺฒิยมาเนนปิ ปุจฺฉิเต วา อปุจฺฉิเต วา ตถารูเป การเณ สติ อาโรเจตุํ วฏฺฏติเยว. เตเนว อญฺญตเรน ทหรภิกฺขุนา อุปวทิโต อญฺญตโร เถโร ‘‘อาวุโส, อุปริมคฺคตฺถาย วายามํ มา อกาสิ, ขีณาสโว ตยา อุปวทิโต’’ติ อาห. เถเรน จ ‘‘อตฺถิ เต, อาวุโส, อิมสฺมึ สาสเน ปติฏฺฐา’’ติ วุตฺโต ทหรภิกฺขุ ‘‘อาม, ภนฺเต, โสตาปนฺโน อห’’นฺติ อโวจ. ‘‘การโก อย’’นฺติ ญตฺวาปิ ปฏิปตฺติยา อโมฆภาวทสฺสเนน สมุตฺเตชนาย สมฺปหํสนาย จ อริยา อตฺตานํ ปกาเสนฺติเยว. สุตปริยตฺติสีลคุณนฺติ สุตคุณํ ปริยตฺติคุณํ สีลคุณญฺจ. อุมฺมตฺตกสฺส อิธ อวจเน การณํ วทนฺเตน ขิตฺตจิตฺตเวทนฏฺฏานมฺปิ อวจเน การณํ วุตฺตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. อิติ-สทฺเทน วา อาทิอตฺเถน ขิตฺตจิตฺตเวทนฏฺเฏ สงฺคณฺหาติ. เตเนว วทติ ‘‘จิตฺตกฺเขปสฺส วา อภาวา’’ติ. ทิฏฺฐิสมฺปนฺนานนฺติ มคฺคผลทิฏฺฐิยา สมนฺนาคตานํ. อริยานเมว หิ อุมฺมตฺตกาทิภาโว นตฺถิ. ฌานลาภิโน ปน ตสฺมึ สติ ฌานา ปริหายนฺติ, ตสฺมา เตสํ อภูตาโรจนปจฺจยา อนาปตฺติ วตฺตพฺพา, น ภูตาโรจนปจฺจยา. เตเนวาห ‘‘ภูตาโรจนปจฺจยา อนาปตฺติ น วตฺตพฺพา’’ติ.

ปุพฺเพ อวุตฺเตหีติ จตุตฺถปาราชิเก อวุตฺเตหิ. อิทญฺจ สิกฺขาปทํ ปณฺณตฺติอชานนวเสน อจิตฺตกสมุฏฺฐานํ โหติ. อริยา เจตฺถ ปณฺณตฺตึ ชานนฺตา วีติกฺกมํ น กโรนฺติ, ปุถุชฺชนา ปน ปณฺณตฺตึ ชานิตฺวาปิ วีติกฺกมํ กโรนฺติ, เต จ สตฺถุโน อาณาวีติกฺกมเจตนาย พลวอกุสลภาวโต ฌานา ปริหายนฺตีติ ทฏฺฐพฺพํ, อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน อริยปุคฺคเล เอว สนฺธาย ‘‘กุสลาพฺยากตจิตฺเตหิ ทฺวิจิตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ปณฺณตฺตึ อชานนฺตา ปน ฌานลาภี ปุถุชฺชนา วตฺถุมฺหิ โลภวเสน อกุสลจิตฺเตนปิ น อาโรเจนฺตีติ นตฺถิ. อิธ ทุกฺขเวทนาย อภาวโต ‘‘ทฺวิเวทน’’นฺติ อิมสฺส อนุรูปํ กตฺวา ทฺวิจิตฺตนฺติ อิทํ วุตฺตนฺติ เอวํ วา เอตฺถ อธิปฺปาโย คเหตพฺโพ. เสสํ อุตฺตานเมว. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส ภูตตา, อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรจนํ, ตงฺขณวิชานนา, อนญฺญปฺปเทโสติ อิมานิ ปเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.

ภูตาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.