๑. มุสาวาทวคฺโค

๑. มุสาวาทสิกฺขาปทวณฺณนา

๑. มุสาวาทวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปเท ขุทฺทกานนฺติ เอตฺถ ‘‘ขุทฺทก-สทฺโท พหุ-สทฺทปริยาโย. พหุภาวโต อิมานิ ขุทฺทกานิ นาม ชาตานี’’ติ วทนฺติ. ตตฺถาติ เตสุ นวสุ วคฺเคสุ, เตสุ วา ขุทฺทเกสุ. การเณน การณนฺตรปฏิจฺฉาทนเมว วิภาเวตุํ ‘‘รูปํ อนิจฺจ’’นฺติอาทิมาห. รูปํ อนิจฺจนฺติ ปฏิชานิตฺวา ตตฺถ การณํ วทนฺโต ‘‘ชานิตพฺพโต’’ติ อาห. ‘‘ยทิ เอวํ นิพฺพานสฺสปิ อนิจฺจตา อาปชฺชตี’’ติ ปเรน วุตฺโต ตํ การณํ ปฏิจฺฉาเทตุํ ปุน ‘‘ชาติธมฺมโต’’ติ อญฺญํ การณํ วทติ.

‘‘สมฺปชานํ มุสา ภาสตี’’ติ วตฺตพฺเพ สมฺปชาน มุสา ภาสตีติ อนุนาสิกโลเปน นิทฺเทโสติ อาห ‘‘ชานนฺโต มุสา ภาสตี’’ติ.

๒. ชานิตฺวา ชานนฺตสฺส จ มุสา ภณเนติ ปุพฺพภาเคปิ ชานิตฺวา วจนกฺขเณปิ ชานนฺตสฺส มุสา ภณเน. ภณนญฺจ นาม อิธ อภูตสฺส วา ภูตตํ ภูตสฺส วา อภูตตํ กตฺวา กาเยน วา วาจาย วา วิญฺญาปนปโยโค. สมฺปชานมุสาวาเทติ จ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจนํ, ตสฺมา โย สมฺปชาน มุสา วทติ, ตสฺส ตํนิมิตฺตํ ตํเหตุ ตปฺปจฺจยา ปาจิตฺติยํ โหตีติ เอวเมตฺถ อญฺเญสุ จ อีทิเสสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

๓. วิสํวาเทนฺติ เอเตนาติ วิสํวาทนํ, วญฺจนาธิปฺปายวสปฺปวตฺตํ จิตฺตํ. เตนาห ‘‘วิสํวาทนจิตฺตํ ปุรโต กตฺวา วทนฺตสฺสา’’ติ. วทติ เอตายาติ วาจา, วจนสมุฏฺฐาปิกา เจตนา. เตนาห ‘‘มิจฺฉาวาจา…เป… เจตนา’’ติ. ปเภทคตา วาจาติ อเนกเภทภินฺนา. เอวํ ปฐมปเทน สุทฺธเจตนา…เป… กถิตาติ เวทิตพฺพาติ อิมินา อิมํ ทีเปติ – สุทฺธเจตนา วา สุทฺธสทฺโท วา สุทฺธวิญฺญตฺติ วา มุสาวาโท นาม น โหติ, วิญฺญตฺติยา สทฺเทน จ สหิตา ตํสมุฏฺฐาปิกา เจตนา มุสาวาโทติ. จกฺขุวเสน อคฺคหิตารมฺมณนฺติ จกฺขุสนฺนิสฺสิเตน วิญฺญาเณน อคฺคหิตมารมฺมณํ. ฆานาทีนํ ติณฺณํ อินฺทฺริยานํ สมฺปตฺตวิสยคฺคาหกตฺตา วุตฺตํ ‘‘ตีหิ อินฺทฺริเยหิ เอกาพทฺธํ วิย กตฺวา’’ติ. ‘‘ธนุนา วิชฺฌตี’’ติอาทีสุ วิย ‘‘จกฺขุนา ทิฏฺฐ’’นฺติ อยํ โวหาโร โลเก ปากโฏติ อาห ‘‘โอฬาริเกเนว นเยนา’’ติ.

๑๑. อวีมํสิตฺวาติ อนุปปริกฺขิตฺวา. อนุปธาเรตฺวาติ อวินิจฺฉินิตฺวา. ชฬตฺตาติ อญฺญาณตาย. ทารุสกฏํ โยเชตฺวา คโตติ ทารุสกฏํ โยเชตฺวา ตตฺถ นิสีทิตฺวา คโตติ อธิปฺปาโย. คโต ภวิสฺสตีติ ตเถว สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา วุตฺตตฺตา มุสาวาโท ชาโต. เกจิ ปน ‘‘เกฬึ กุรุมาโนติ วุตฺตตฺตา เอวํ วทนฺโต ทุพฺภาสิตํ อาปชฺชตี’’ติ วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ. ชาติอาทีหิเยว หิ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ ทวกมฺยตาย วทนฺตสฺส ทุพฺภาสิตํ วุตฺตํ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘หีนุกฺกฏฺเฐหิ อุกฺกฏฺฐํ, หีนํ วา ชาติอาทิหิ;

อุชุํ วาญฺญาปเทเสน, วเท ทุพฺภาสิตํ ทวา’’ติ.

จิตฺเตน โถกตรภาวํเยว อคฺคเหตฺวา พหุภาวํเยว คเหตฺวา วุตฺตตฺตา ‘‘คาโม เอกเตโล’’ติอาทินาปิ มุสาวาโท ชาโต. จาเรสุนฺติ อุปเนสุํ. วิสํวาทนปุเรกฺขารตา, วิสํวาทนจิตฺเตน ยมตฺถํ วตฺตุกาโม, ตสฺส ปุคฺคลสฺส วิญฺญาปนปโยโค จาติ อิมาเนตฺถ เทฺว องฺคานิ. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาโรจนตฺถํ มุสา ภณนฺตสฺส ปาราชิกํ, อมูลเกน ปาราชิเกน อนุทฺธํสนตฺถํ สงฺฆาทิเสโส, สงฺฆาทิเสเสน อนุทฺธํสนตฺถํ ปาจิตฺติยํ, อาจารวิปตฺติยา ทุกฺกฏํ, ‘‘โย เต วิหาเร วสตี’’ติอาทิปริยาเยน อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาโรจนตฺถํ ปฏิวิชานนฺตสฺส มุสา ภณิเต ถุลฺลจฺจยํ, อปฺปฏิวิชานนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, เกวลํ มุสา ภณนฺตสฺส อิธ ปาจิตฺติยํ วุตฺตํ.

มุสาวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. โอมสวาทสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๒. ทุติเย กณฺณกฏุกตาย อมนาปํ วทนฺตา กณฺเณสุ วิชฺฌนฺตา วิย โหนฺตีติ อาห ‘‘โอมสนฺตีติ โอวิชฺฌนฺตี’’ติ. ปธํเสนฺตีติ อภิภวนฺติ.

๑๓. โพธิสตฺโต เตน สมเยน โหตีติ เตน สมเยน โพธิสตฺโต นนฺทิวิสาโล นาม อโหสีติ อตฺโถ. อตีตตฺเถ วตฺตมานวจนํ, กิริยากาลวจนิจฺฉาย วา วตฺตมานปฺปโยโค สทฺทนฺตรสนฺนิธาเนน ภูตตาวคโม สิยาติ. ปจฺเจสีติ ‘‘อมนาปํ อิท’’นฺติ อญฺญาสิ. เหฏฺฐารุกฺเข ทตฺวาติ อุปตฺถมฺภเก ทตฺวา. ปุพฺเพ ปติฏฺฐิตารปฺปเทสํ ปุน อเร ปตฺเตติ ปุพฺเพ อุชุกํ เหฏฺฐามุขํ ปติฏฺฐิตอรสฺส ภูมิปฺปเทสํ ปุน ตสฺมึเยว อเร ปริวตฺเตตฺวา เหฏฺฐามุขภาเวน สมฺปตฺเต, ปฐมํ ภูมิยํ ปติฏฺฐิตเนมิปฺปเทเส ปริวตฺเตตฺวา ปุน ภูมิยํ ปติฏฺฐิเตติ วุตฺตํ โหติ. สิถิลกรณนฺติ สิถิลกิริยา.

๑๕. ปุพฺเพติ อฏฺฐุปฺปตฺติยํ. ตจฺฉกกมฺมนฺติ วฑฺฒกีกมฺมํ. โกฏฺฏกกมฺมนฺติ วา ปาสาณโกฏฺฏกกมฺมํ. หตฺถมุทฺทาคณนาติ องฺคุลิสงฺโกเจเนว คณนา. ปาทสิกมิลกฺขกาทโย วิย นวนฺตวเสน คณนา อจฺฉิทฺทกคณนา. อาทิ-สทฺเทน สงฺกลนปฏุปฺปาทนโวกฺลนภาคหาราทิวเสน ปวตฺตา ปิณฺฑคณนา คหิตา. ยสฺส สา ปคุณา โหติ, โส รุกฺขมฺปิ ทิสฺวา ‘‘เอตฺตกานิ เอตฺถ ปณฺณานี’’ติ ชานาติ. ยภ เมถุเนติ วจนโต ย-การ ภ-กาเร เอกโต โยชิเต อสทฺธมฺมวจนํ โหติ.

๑๖-๒๖. อาปตฺติยา กาเรตพฺโพติ ปาจิตฺติเยน กาเรตพฺโพ อุปสคฺคาทิมตฺตวิสิฏฺฐานํ อติจณฺฑาลาทิปทานํ ปาฬิยํ อาคเตสุเยว สงฺคหิตตฺตา. โจโรสีติอาทีนํ ปน เกนจิ ปริยาเยน ปาฬิยํ อนาคตตฺตา ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. หสาธิปฺปายตาติ ปุริมปทสฺส อตฺถวิวรณํ. ปาฬิยํ อวุตฺเตปิ ‘‘ชาติอาทีหิ อกฺโกสวตฺถูหิ ปรมฺมุขา อกฺโกสนฺตสฺส วตฺถูนํ อนญฺญภาวโต ยถา ทุกฺกฏํ, ตถา ทวกมฺยตาย ปรมฺมุขา วทนฺตสฺสปิ ทุพฺภาสิตเมวา’’ติ อาจริยา วทนฺติ. สพฺพสตฺตาติ เอตฺถ วจนตฺถวิชานนปกติกา ติรจฺฉานคตาปิ คเหตพฺพา.

๓๕. อนุสาสนิปุเรกฺขารตาย ฐตฺวา วทนฺตสฺส จิตฺตสฺส ลหุปริวตฺติภาวโต อนฺตรา โกเป อุปฺปนฺเนปิ อนาปตฺติ. ยํ อกฺโกสติ, ตสฺส อุปสมฺปนฺนตา, อนญฺญาปเทเสน ชาติอาทีหิ อกฺโกสนํ, ‘‘มํ อกฺโกสตี’’ติ ชานนา, อตฺถปุเรกฺขารตาทีนํ อภาวตาติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.

โอมสวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. เปสุญฺญสิกฺขาปทวณฺณนา

๓๖. ตติเย ภณฺฑนํ ชาตํ เอเตสนฺติ ภณฺฑนชาตา. สมฺมนฺตนนฺติ รโห สํสนฺทนํ. หตฺถปรามาสาทิวเสน มตฺถกํ ปตฺโต กลโห ชาโต เอเตสนฺติ กลหชาตา. อนาปตฺติคามิกํ วิรุทฺธวาทภูตํ วิวาทํ อาปนฺนาติ วิวาทาปนฺนา. วิคฺคหสํวตฺตนิกา กถา วิคฺคาหิกกถา. ปิสตีติ ปิสุณา, วาจา, สมคฺเค สตฺเต อวยวภูเต วคฺเค ภินฺเน กโรตีติ อตฺโถ. ปิสุณา เอว เปสุญฺญํ. ตาย วาจาย วา สมนฺนาคโต ปิสุโณ, ตสฺส กมฺมํ เปสุญฺญํ. ปิยภาวสฺส สุญฺญกรณวาจนฺติ อิมินา ปน ‘‘ปิยสุญฺญกรณโต ปิสุณา’’ติ นิรุตฺตินเยน อตฺถํ วทติ.

อิธาปิ ‘‘ทสหากาเรหิ เปสุญฺญํ อุปสํหรตี’’ติ วจนโต ทสวิธอกฺโกสวตฺถุวเสเนว เปสุญฺญํ อุปสํหรนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. ปาฬิมุตฺตกานํ โจโรติอาทีนํ วเสน ปน ทุกฺกฏเมวาติ เวทิตพฺพํ. ‘‘อนกฺโกสวตฺถุภูตํ ปน เปสุญฺญกรํ ตสฺส กิริยํ วจนํ วา ปิยกมฺยตาย อุปสํหรนฺตสฺส กิญฺจาปิ อิมินา สิกฺขาปเทน อาปตฺติ น ทิสฺสติ, ตถาปิ ทุกฺกเฏเนตฺถ ภวิตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. ชาติอาทีหิ อนญฺญาปเทเสน อกฺโกสนฺตสฺส ภิกฺขุโน สุตฺวา ภิกฺขุสฺส อุปสํหรณํ, ปิยกมฺยตาเภทาธิปฺปาเยสุ อญฺญตรตา, ตสฺส วิชานนาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

เปสุญฺญสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ปทโสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา

๔๕. จตุตฺเถ เอกโตติ อนุปสมฺปนฺเนน สทฺธึ. ปุริมพฺยญฺชเนน สทิสํ ปจฺฉาพฺยญฺชนนฺติ ‘‘รูปํ อนิจฺจ’’นฺติ เอตฺถ อนิจฺจ-สทฺเทน สทิสํ ‘‘เวทนา อนิจฺจา’’ติ เอตฺถ อนิจฺจ-สทฺทํ วทติ. อกฺขรสมูโหติ อวิภตฺติโก อกฺขรสมูโห. อกฺขรานุพฺยญฺชนสมูโห ปทนฺติ วิภตฺติอนฺตํ ปทมาห. วิภตฺติอนฺตเมว ปทํ คเหตฺวา ‘‘ปฐมปทํ ปทเมว, ทุติยํ อนุปท’’นฺติ วุตฺตํ.

เอกํ ปทนฺติ คาถาปทํ สนฺธาย วทติ. ปทคณนายาติ คาถาปทคณนาย. อปาปุณิตฺวาติ สทฺธึ อกเถตฺวา. รุนฺติ โอปาเตตีติ เอตฺถ อนุนาสิโก อาคมวเสน วุตฺโต, สํโยคปุพฺพสฺส รสฺสตฺตํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. เตนาห ‘‘รู-การมตฺตเมวา’’ติ. เอตฺถ จ ‘‘รูปํ อนิจฺจนฺติ ภณ สามเณรา’’ติ วุจฺจมาโน สเจ รู-การํ อวตฺวา รุ-อิติ รสฺสํ กตฺวา วทติ, อญฺญํ ภณิตํ นาม โหติ, ตสฺมา อนาปตฺติ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘เวทนา อนิจฺจา’’ติ เอตฺถาปิ อนิจฺจ-สทฺทมตฺเตเนว อาปตฺติ โหตีติ เวทิตพฺพํ. เอส นโยติ เอกเมวกฺขรํ วตฺวา ฐานํ. ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติ วุจฺจมาโน หิ ม-การมตฺตเมว วตฺวา ติฏฺฐติ. ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิสุตฺตํ ภณาปิยมาโน เอ-การํ วตฺวา ติฏฺฐติ เจ, อนฺวกฺขเรน ปาจิตฺติยํ, อปริปุณฺณปทํ วตฺวา ฐิเต อนุพฺยญฺชเนน. ปเทสุ เอกํ ปฐมปทํ วิรชฺฌติ, ทุติเยน อนุปเทน ปาจิตฺติยํ.

อนงฺคณสุตฺตํ (ม. นิ. ๑.๕๗ อาทโย) สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺตํ (ม. นิ. ๑.๘๙ อาทโย) มหาเวทลฺลญฺจ (ม. นิ. ๑.๔๔๙ อาทโย) ธมฺมเสนาปตินา ภาสิตํ, อนุมานสุตฺตํ (ม. นิ. ๑.๑๘๑ อาทโย) มหาโมคฺคลฺลานตฺเถเรน, จูฬเวทลฺลสุตฺตํ (ม. นิ. ๑.๔๖๐ อาทโย) ธมฺมทินฺนาย เถริยา ภาสิตํ. ปจฺเจกพุทฺธภาสิตมฺปิ พุทฺธภาสิเตเยว สงฺคหํ คจฺฉติ. อฏฺฐกถานิสฺสิโตติ ปุพฺเพ มคธภาสาย วุตฺตํ ธมฺมสงฺคหารุฬฺหํ อฏฺฐกถํ สนฺธาย วทติ. อิทานิปิ ‘‘ยถาปิ ทีปิโก นาม, นิลียิตฺวา คณฺหเต มิเค’’ติ (มิ. ป. ๖.๑.๕) เอวมาทิกํ สงฺคหารุฬฺหํ อฏฺฐกถาวจนํ คเหตพฺพนฺติ วทนฺติ. ปาฬินิสฺสิโตติ ‘‘มกฺกฏี วชฺชิปุตฺตา จา’’ติเอวมาทินา (ปารา. ๖๖) ปาฬิยํเยว อาคโต. วิวฏฺฏูปนิสฺสิตนฺติ นิพฺพานุปนิสฺสิตํ. วิวฏฺฏนิสฺสิตํ ปน สามญฺญโต คเหตพฺพนฺติ อาห ‘‘กิญฺจาปี’’ติอาทิ. เถรสฺสาติ นาคเสนตฺเถรสฺส. มคฺคกถาทีนิ ปกรณานิ. ‘‘อกฺขเรน วาเจติ, อกฺขรกฺขเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘อกฺขราย วาเจติ, อกฺขรกฺขราย อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ ปาฬิยํ วุตฺตํ.

๔๘. อนุปสมฺปนฺเนน สทฺธึ คณฺหนฺตสฺส อนาปตฺตีติ อนุปสมฺปนฺเนน สห นิสีทิตฺวา อุทฺเทสํ คณฺหนฺตสฺส อนาปตฺติ วุตฺตา. ทหรภิกฺขุ นิสินฺโน…เป… ภณโต อนาปตฺตีติ เอตฺถ ทฺวีสุปิ ฐิเตสุ นิสินฺเนสุ วา อุปสมฺปนฺนสฺส ภณามีติ ภณนฺตสฺส อนาปตฺติเยว. อุปจารํ มุญฺจิตฺวาติ ปริสปริยนฺตโต ทฺวาทสหตฺถํ มุญฺจิตฺวา. ‘‘นิสินฺเน วาเจมี’’ติ ภณนฺตสฺสปิ อุปจารํ มุญฺจิตฺวา นิสินฺนตฺตา อนาปตฺติ. สเจ ปน ทูเร นิสินฺนมฺปิ วาเจมีติ วิสุํ สลฺลกฺเขตฺวา ภณติ, อาปตฺติเยว. เอโก ปาโท น อาคจฺฉตีติ ปุพฺเพ ปคุโณเยว ปจฺฉา อสรนฺตสฺส น อาคจฺฉติ, ตํ ‘‘เอวํ ภณาหี’’ติ เอกโต ภณนฺตสฺส อนาปตฺติ. โอปาเตตีติ สทฺธึ กเถติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อนุปสมฺปนฺนตา, วุตฺตลกฺขณธมฺมํ ปทโส วาจนตา, เอกโต ภณนญฺจาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

ปทโสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. สหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา

๔๙-๕๐. ปญฺจเม วิกูชมานาติ นิตฺถุนนฺตา. กากจฺฉมานาติ โรทนฺตา. ตตฺริทํ วตฺถุนิทสฺสนํ วา. เตน นุ โข ปาติตนฺติ ปุจฺฉาวเสน กถิตตฺตา นตฺถิ มุสาวาโท. เกจิ ปน ‘‘สนฺเทหวเสน วจนํ มุสา นาม น โหติ, ตสฺมา เอวํ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. สนฺติกํ อคนฺตฺวาติ ‘‘ยํ เอเตสํ น กปฺปติ, ตํ เตสมฺปิ น กปฺปตี’’ติ อธิปฺปาเยน อคนฺตฺวา.

๕๑. ทิรตฺตติรตฺตนฺติ เอตฺถ วจนสิลิฏฺฐตามตฺเตน ทิรตฺต-คฺคหณํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. ติรตฺตญฺหิ สหวาเส ลพฺภมาเน ทิรตฺเต วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทิรตฺตคฺคหณํ วิสุํ น โยเชติ. เตเนวาห ‘‘อุตฺตริทิรตฺตติรตฺตนฺติ ภควา สามเณรานํ สงฺคหกรณตฺถาย ติรตฺตปริหารํ อทาสี’’ติ. นิรนฺตรํ ติรตฺตทสฺสนตฺถํ วา ทิรตฺตคฺคหณํ กตํ. เกวลญฺหิ ติรตฺตนฺติ วุตฺเต อญฺญตฺถ วาเสน อนฺตริกมฺปิ ติรตฺตํ คเณฺหยฺย, ทิรตฺตวิสิฏฺฐํ ปน ติรตฺตํ วุจฺจมานํ เตน อนนฺตริกเมว ติรตฺตํ ทีเปติ. สยนํ เสยฺยา, สยนฺติ เอตฺถาติปิ เสยฺยาติ อาห ‘‘กายปฺปสารณสงฺขาต’’นฺติอาทิ. ตสฺมาติ ยสฺมา อุภยมฺปิ ปริคฺคหิตํ, ตสฺมา. ปญฺจหิ ฉทเนหีติ อิฏฺฐกสิลาสุธาติณปณฺณสงฺขอาเตหิ ปญฺจหิ ฉทเนหิ. วาจุคฺคตวเสนาติ ปคุณวเสน. ทิยฑฺฒหตฺถุพฺเพโธ วฑฺฒกีหตฺเถน คเหตพฺโพ. เอกูปจาโรติ วฬญฺชนทฺวารสฺส เอกตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. สตคพฺภํ วา จตุสฺสาลํ เอกูปจารํ โหตีติ สมฺพนฺโธ.

อุปริมตเลน สทฺธึ อสมฺพทฺธภิตฺติกสฺสาติ อิทํ ตุลาย อพฺภนฺตเร สยิตฺวา ปุน เตเนว สุสิเรน นิกฺขมิตฺวา ภิตฺติอนฺตเรน เหฏฺฐิมตลํ ปวิสิตุํ โยคฺเคปิ อุปริมตเลน อสมฺพทฺธภิตฺติเก เสนาสเน อนาปตฺติยา วุตฺตาย ตถา ปวิสิตุํ อสกฺกุเณยฺเย สมฺพทฺธภิตฺติเก วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น ปน สมฺพทฺธภิตฺติเก อาปตฺตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เหฏฺฐาปาสาเท สยิตภิกฺขุสฺส อนาปตฺตีติ อิทมฺปิ ตาทิเส เสนาสเน เหฏฺฐิมตเล สยิตสฺเสว อาปตฺติปฺปสงฺกา สิยาติ ตํนิวารณตฺถํ วุตฺตํ, น ปน อุปริมตเล สยิตสฺส อาปตฺตีติ ทสฺสนตฺถํ. นานูปจาเรติ ยตฺถ พหิ นิสฺเสณึ กตฺวา อุปริมตลํ อาโรหนฺติ, ตาทิสํ สนฺธาย วุตฺตํ. อุปริมตเลปิ อากาสงฺคเณ นิปชฺชนฺตสฺส อาปตฺติยา อภาวโต ‘‘ฉทนพฺภนฺตเร’’ติ วุตฺตํ.

สภาสงฺเขเปนาติ สภากาเรน. อฑฺฒกุฏฺฏเก เสนาสเนติ เอตฺถ ‘‘อฑฺฒกุฏฺฏกํ นาม ยตฺถ เอกํ ปสฺสํ มุญฺจิตฺวา ตีสุ ปสฺเสสุ ภิตฺติโย พทฺธา โหนฺติ, ยตฺถ วา เอกสฺมึ ปสฺเส ภิตฺตึ อุฏฺฐาเปตฺวา อุโภสุ ปสฺเสสุ อุปฑฺฒํ อุปฑฺฒํ กตฺวา ภิตฺติโย อุฏฺฐาเปนฺติ, ตาทิสํ เสนาสน’’นฺติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. คณฺฐิปเท ปน ‘‘อฑฺฒกุฏฺฏเกติ ฉทนํ อฑฺเฒน อสมฺปตฺตกุฏฺฏเก’’ติ วุตฺตํ, ตมฺปิ โน น ยุตฺตํ. ‘‘วาฬสงฺฆาโฏ นาม ถมฺภานํ อุปริ วาฬรูเปหิ กตสงฺฆาโฏ วุจฺจตี’’ติ วทนฺติ. ปริกฺเขปสฺส พหิคเตติ เอตฺถ ยสฺมึ ปสฺเส ปริกฺเขโป นตฺถิ, ตตฺถาปิ ปริกฺเขปารหปฺปเทสโต พหิคเต อนาปตฺติเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. อปริจฺฉินฺนคพฺภูปจาเรติ เอตฺถ มชฺเฌ วิวฏงฺคณวนฺตาสุ ปมุขมหาจตุสฺสาลาสุ ยถา อากาสงฺคณํ อโนตริตฺวา ปมุเขเนว คนฺตฺวา สพฺพคพฺเภ ปวิสิตุํ น สกฺกา โหติ, เอวํ เอเกกคพฺภสฺส ทฺวีสุ ปสฺเสสุ กุฏฺฏํ นีหริตฺวา กตํ ปริจฺฉินฺนคพฺภูปจารํ นาม, อิทํ ปน ตาทิสํ น โหตีติ ‘‘อปริจฺฉินฺนคพฺภูปจาเร’’ติ วุตฺตํ. สพฺพคพฺเภ ปวิสนฺตีติ คพฺภูปจารสฺส อปริจฺฉินฺนตฺตา อากาสงฺคณํ อโนตริตฺวา ปมุเขเนว คนฺตฺวา ตํ ตํ คพฺภํ ปวิสนฺติ. อถ กุโต ตสฺส ปริกฺเขโปเยว สพฺพปริจฺฉนฺนตฺตาติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘คพฺภปริกฺเขโปเยว หิสฺส ปริกฺเขโป’’ติ. อิทญฺจ สมนฺตา คพฺภภิตฺติโย สนฺธาย วุตฺตํ. จตุสฺสาลวเสน สนฺนิวิฏฺเฐปิ เสนาสเน คพฺภปมุขํ วิสุํ อปริกฺขิตฺตมฺปิ สมนฺตา ฐิตคพฺภภิตฺตีนํ วเสน ปริกฺขิตฺตํ นาม โหติ.

‘‘นนุ จ ‘อปริกฺขิตฺเต ปมุเข อนาปตฺตี’ติ อนฺธกฏฺฐกถายํ อวิเสเสน วุตฺตํ, ตสฺมา จตุสฺสาลวเสน สนฺนิวิฏฺเฐปิ เสนาสเน วิสุํ อปริกฺขิตฺเต ปมุเข อนาปตฺติเยวา’’ติ โย วเทยฺย, ตสฺส วาทปริโมจนตฺถํ อิทํ วุตฺตํ ‘‘ยํ ปน…เป… ปาเฏกฺกสนฺนิเวสา เอกจฺฉทนา คพฺภปาฬิโย สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อปริกฺขิตฺเต ปมุเข อนาปตฺตีติ ยํ วุตฺตํ, ตํ น จตุสฺสาลวเสน สนฺนิวิฏฺฐา คพฺภปาฬิโย สนฺธาย วุตฺตํ, กิญฺจรหิ วิสุํ สนฺนิวิฏฺฐํ เอกเมว คพฺภปาฬึ สนฺธาย. ตาทิสาย หิ คพฺภปาฬิยา อปริกฺขิตฺเต ปมุเข อนาปตฺติ, น จตุสฺสาลวเสน สนฺนิวิฏฺฐายา’’ติ. เอกาย จ คพฺภปาฬิยา ตสฺส ตสฺส คพฺภสฺส อุปจารํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา อนฺตมโส อุโภสุ ปสฺเสสุ ขุทฺทกภิตฺตีนํ อุฏฺฐาปนมตฺเตนปิ ปมุขํ ปริกฺขิตฺตํ นาม โหติ, จตุสฺสาลวเสน สนฺนิวิฏฺฐาสุ ปน คพฺภปาฬีสุ อุโภสุ ปสฺเสสุ คพฺภภิตฺตีนํ วเสนปิ ปมุขํ ปริกฺขิตฺตํ นาม โหติ. ตสฺมา ยํ อิมินา ลกฺขเณน ปริกฺขิตฺตํ ปมุขํ, ตตฺถ อาปตฺติ, อิตรตฺถ อนาปตฺตีติ อิทเมตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ.

อิทานิ ‘‘อปริกฺขิตฺเต ปมุเข อนาปตฺตี’’ติ วตฺวา ตสฺเสว วจนสฺส อธิปฺปายํ ปกาเสนฺเตน ยํ วุตฺตํ ‘‘ภูมิยํ วินา ชคติยา ปมุขํ สนฺธาย กถิต’’นฺติ, ตสฺส อยุตฺตตาวิภาวนตฺถํ ‘‘ยญฺจ ตตฺถา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ภูมิยํ วินา ชคติยา ปมุขํ สนฺธาย กถิตนฺติ หิ อิมสฺส วจนสฺส อยมธิปฺปาโย – ‘‘อปริกฺขิตฺเต ปมุเข อนาปตฺตี’’ติ ยํ วุตฺตํ, ตํ วินา วตฺถุํ ภูมิยํ กตเคหสฺส ปมุขํ สนฺธาย กถิตํ. สเจ ปน อุจฺจวตฺถุกํ ปมุขํ โหติ, ปริกฺขิตฺตสงฺขฺยํ น คจฺฉตีติ. เตเนวาห ‘‘ทสหตฺถุพฺเพธาปิ หิ ชคติ ปริกฺเขปสงฺขฺยํ น คจฺฉตี’’ติ. เหฏฺฐาปิ อิทเมว มนสิ สนฺนิธาย วุตฺตํ ‘‘อุจฺจวตฺถุกํ เจปิ โหติ, ปมุเข สยิโต คพฺเภ สยิตานํ อาปตฺตึ น กโรตี’’ติ. ตตฺถาติ อนฺธกฏฺฐกถายํ. ชคติยา ปมาณํ วตฺวาติ ‘‘สเจ ชคติยา โอตริตฺวา ภูมิยํ สยิโต, ชคติยา อุปริ สยิตํ น ปสฺสตี’’ติ เอวํ ชคติยา อุพฺเพเธน ปมาณํ วตฺวา. เอกสาลาทีสุ อุชุกเมว ทีฆํ กตฺวา สนฺนิเวสิโต ปาสาโท เอกสาลสนฺนิเวโส. ทฺวิสาลสนฺนิเวสาทโยปิ วุตฺตานุสารโต เวทิตพฺพา. สาลปฺปเภททีปนเมว เจตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตโต วิเสโส.

มชฺเฌปาการํ กโรนฺตีติ เอตฺถาปิ ปริกฺเขปสฺส เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน ทิยฑฺฒหตฺถุพฺเพธตฺตา ทิยฑฺฒหตฺถํ เจปิ มชฺเฌ ปาการํ กโรนฺติ, นานูปจารเมว โหตีติ เวทิตพฺพํ. น หิ ฉิทฺเทน เคหํ เอกูปจารํ นาม โหตีติ เอตฺถ สเจ อุพฺเพเธน ทิยฑฺฒหตฺถพฺภนฺตเร มนุสฺสานํ สญฺจารปฺปโหนกํ ฉิทฺทํ โหติ, ตมฺปิ ทฺวารเมวาติ เอกูปจารํ โหติ. กึ ปริกฺเขโปวิทฺธสฺโตติ ปมุขสฺส ปริกฺเขปํ สนฺธาย วทติ. สพฺพตฺถ ปญฺจนฺนํเยว ฉทนานํ อาคตตฺตา วทติ ‘‘ปญฺจนฺนํ อญฺญตเรน ฉทเนน ฉนฺนา’’ติ.

๕๓. ปาฬิยํ ‘‘เสยฺยา นาม สพฺพจฺฉนฺนา สพฺพปริจฺฉนฺนา เยภุยฺเยนจฺฉนฺนา เยภุยฺเยนปริจฺฉนฺนา’’ติ วทนฺเตน เยภุยฺเยนจฺฉนฺนเยภุยฺเยนปริจฺฉนฺนเสนาสนํ ปาจิตฺติยสฺส อวสานํ วิย กตฺวา ทสฺสิตํ, ‘‘อุปฑฺฒจฺฉนฺเน อุปฑฺฒปริจฺฉนฺเน อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วทนฺเตน จ อุปฑฺฒจฺฉนฺนอุปฑฺฒปริจฺฉนฺนเสนาสนํ ทุกฺกฏสฺส อาทึ กตฺวา ทสฺสิตํ, อุภินฺนมนฺตรา เกน ภวิตพฺพํ ปาจิตฺติเยน, อุทาหุ ทุกฺกเฏนาติ? โลกวชฺชสิกฺขาปทสฺเสว อนวเสสํ กตฺวา ปญฺญาปนโต อิมสฺส จ ปณฺณตฺติวชฺชตฺตา เยภุยฺเยนจฺฉนฺนเยภุยฺเยนปริจฺฉนฺนสฺส อุปฑฺฒจฺฉนฺนอุปฑฺฒปริจฺฉนฺนสฺส จ อนฺตรา ปาจิตฺติยํ อนิวาริตเมว, ตสฺมา วินยวินิจฺฉเย จ ครุเกเยว ฐาตพฺพตฺตา อฏฺฐกถายมฺปิ ปาจิตฺติยเมว ทสฺสิตํ. สตฺต ปาจิตฺติยานีติ ปาฬิยํ วุตฺตปาจิตฺติยํ สามญฺญโต เอกตฺเตน คเหตฺวา วุตฺตํ. วิสุํ ปน คยฺหมาเน ‘‘สพฺพจฺฉนฺเน สพฺพปริจฺฉนฺเน ปาจิตฺติยํ, เยภุยฺเยนจฺฉนฺเน เยภุยฺเยนปริจฺฉนฺเน ปาจิตฺติย’’นฺติ อฏฺเฐว ปาจิตฺติยานิ โหนฺติ.

เสนมฺพมณฺฑปวณฺณํ โหตีติ สีหฬทีเป กิร อุจฺจวตฺถุโก สพฺพจฺฉนฺโน สพฺพอปริจฺฉนฺโน เอวํนามโก สนฺนิปาตมณฺฑโป อตฺถิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ยทิ ชคติปริกฺเขปสงฺขฺยํ คจฺฉติ, อุจฺจวตฺถุกตฺตา มณฺฑปสฺส สพฺพอปริจฺฉนฺนตา น ยุชฺชตีติ อาห ‘‘อิมินาเปตํ เวทิตพฺพ’’นฺติอาทิ. จูฬกจฺฉนฺนาทีนิ เจตฺถ เอวํ เวทิตพฺพานิ – ยสฺส จตูสุ ภาเคสุ เอโก ฉนฺโน, เสสา อจฺฉนฺนา, อิทํ จูฬกจฺฉนฺนํ. ยสฺส ตีสุ ภาเคสุ เทฺว ฉนฺนา, เอโก อจฺฉนฺโน, อิทํ เยภุยฺเยนจฺฉนฺนํ. ยสฺส ทฺวีสุ ภาเคสุ เอโก ฉนฺโน, เอโก อจฺฉนฺโน, อิทํ อุปฑฺฒจฺฉนฺนํ นาม เสนาสนํ. จูฬกปริจฺฉนฺนาทีนิปิ อิมินาว นเยน เวทิตพฺพานิ. เสสํ อุตฺตานเมว. ปาจิตฺติยวตฺถุกเสนาสนํ, ตตฺถ ตตฺถ อนุปสมฺปนฺเนน สห นิปชฺชนํ, จตุตฺถทิวเส สูริยตฺถงฺคมนนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

สหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ทุติยสหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๕. ฉฏฺเฐ ‘‘ปฐมสิกฺขาปเท ‘ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา อวเสโส อนุปสมฺปนฺโน นามา’ติ วุตฺตตฺตา ‘มาตุคาโมปิ อนุปสมฺปนฺนคฺคหเณน คหิโตเยวา’ติ จตุตฺถทิวเส มาตุคาเมน สทฺธึ สยนฺตสฺส ทฺวีหิ สิกฺขาปเทหิ เทฺว ปาจิตฺติยานิ โหนฺตี’’ติ วทนฺติ. คณฺฐิปเทสุ ปน ตีสุปิ ‘‘อิมสฺมึ สิกฺขาปเท มาตุคามสฺส วิสุํ วุจฺจมานตฺตา ปฐมสิกฺขาปเท ‘ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา อวเสโส อนุปสมฺปนฺโน นามา’ติ ปุริสสฺเสว คหณํ อนุจฺฉวิก’’นฺติ วุตฺตํ, ตเทว จ ยุตฺตตรํ.

ยญฺจ อิธ ‘‘ปฐมทิวเสปีติ ปิ-สทฺเทน จตุตฺถทิวเสปีติ วุตฺตํ โหตี’’ติ การณํ วทนฺติ, ตมฺปิ อการณํ ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถเยวาติ นิยมาภาวโต อวธารณตฺถสฺส จ สมฺภวโต. สมฺภาวเน วา ปิ-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. เตน อิธ ปฐมทิวเสปิ ตาว อาปตฺติ, ทุติยาทิทิวเส กิเมว วตฺตพฺพนฺติ อิมมตฺถํ ทีเปติ. สมฺปิณฺฑนตฺเถปิ ปิ-สทฺเท คยฺหมาเน อิมินาว สิกฺขาปเทน อาปชฺชิตพฺพาปตฺติยา อญฺญสฺมิมฺปิ ทิวเส อาปชฺชนํ ทีเปติ, น ปฐมสิกฺขาปเทน อาปชฺชิตพฺพาปตฺติยาติ อการณเมว ตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘มติตฺถี ปาราชิกวตฺถุภูตาปิ อนุปาทินฺนปกฺเข ฐิตตฺตา สหเสยฺยาปตฺตึ น ชเนตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘อตฺถงฺคเต สูริเย มาตุคาเม นิปนฺเน ภิกฺขุ นิปชฺชตี’’ติ วจนโต ทิวา สยนฺตสฺส สหเสยฺยาปตฺติ น โหติเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ปาจิตฺติยวตฺถุกเสนาสนํ, ตตฺถ มาตุคาเมน สห นิปชฺชนํ, สูริยตฺถงฺคมนนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

ทุติยสหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ธมฺมเทสนาสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๐-๖๔. สตฺตเม ฆรํ นยตีติ ฆรณี, ฆรนายิกา. เตนาห ‘‘ฆรสามินี’’ติ. สุณฺหาติ สุณิสา. น ยกฺเขนาติอาทีนํ ‘‘อญฺญตฺรา’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ปุริสวิคฺคหํ คเหตฺวา ฐิเตน ยกฺเขน วา เปเตน วา ติรจฺฉาเนน วา สทฺธึ ฐิตายปิ เทเสตุํ น วฏฺฏติ. อกฺขราย เทเสตีติ เอตฺถ ‘‘ฉปฺปญฺจวาจโต อุตฺตริ ‘อิมํ ปทํ ภาสิสฺสามี’ติ เอกมฺปิ อกฺขรํ วตฺวา ติฏฺฐติ, อาปตฺติเยวา’’ติ วทนฺติ.

๖๖. ‘‘เอโก คาถาปาโทติ อิทํ คาถาพนฺธเมว สนฺธาย วุตฺตํ, อญฺญตฺถ ปน วิภตฺติอนฺตปทเมว คเหตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. ‘‘อฏฺฐกถํ ธมฺมปทํ ชาตกาทิวตฺถุํ วาติ อิมินาปิ โปราณํ สงฺคีติอารุฬฺหเมว อฏฺฐกถาทิ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. อฏฺฐกถาทิปาฐํ ฐเปตฺวา ทมิฬาทิภาสนฺตเรน ยถารุจิ กเถตุํ วฏฺฏติ. ปทโสธมฺเม วุตฺตปฺปเภโทติ อิมินา อญฺญตฺถ อนาปตฺตีติ ทีเปติ. อุฏฺฐหิตฺวา ปุน นิสีทิตฺวาติ อิริยาปถปริวตฺตนนเยน นานาอิริยาปเถนปิ อนาปตฺตีติ ทีเปติ. สพฺพํ เจปิ ทีฆนิกายํ กเถตีติ ยาว น นิฏฺฐาติ, ตาว ปุนทิวเสปิ กเถติ.

ทุติยสฺส วิญฺญูปุริสสฺส อคฺคหณํ อกิริยา. มาตุคาเมน สทฺธึ ฐิตสฺส จ วิญฺญูปุริสสฺส จ อุปจาโร อนิยเตสุ วุตฺตนเยเนว คเหตพฺโพ. เสสํ อุตฺตานเมว. วุตฺตลกฺขณสฺส ธมฺมสฺส ฉนฺนํ วาจานํ อุปริ เทสนา, วุตฺตลกฺขโณ มาตุคาโม, อิริยาปถปอวตฺตนาภาโว, วิญฺญูปุริสาภาโว, อปญฺหวิสฺสชฺชนาติ อิมานิ ปเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.

ธมฺมเทสนาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. ภูตาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา

๗๗. อฏฺฐเม อนฺตราติ ปรินิพฺพานสมยโต อญฺญสฺมึ กาเล. อติกฑฺฒิยมาเนนาติ ‘‘วทถ, ภนฺเต, กึ ตุเมฺหหิ อธิคต’’นฺติ เอวํ นิปฺปีฬิยมาเนน. อนติกฑฺฒิยมาเนนปิ ปุจฺฉิเต วา อปุจฺฉิเต วา ตถารูเป การเณ สติ อาโรเจตุํ วฏฺฏติเยว. เตเนว อญฺญตเรน ทหรภิกฺขุนา อุปวทิโต อญฺญตโร เถโร ‘‘อาวุโส, อุปริมคฺคตฺถาย วายามํ มา อกาสิ, ขีณาสโว ตยา อุปวทิโต’’ติ อาห. เถเรน จ ‘‘อตฺถิ เต, อาวุโส, อิมสฺมึ สาสเน ปติฏฺฐา’’ติ วุตฺโต ทหรภิกฺขุ ‘‘อาม, ภนฺเต, โสตาปนฺโน อห’’นฺติ อโวจ. ‘‘การโก อย’’นฺติ ญตฺวาปิ ปฏิปตฺติยา อโมฆภาวทสฺสเนน สมุตฺเตชนาย สมฺปหํสนาย จ อริยา อตฺตานํ ปกาเสนฺติเยว. สุตปริยตฺติสีลคุณนฺติ สุตคุณํ ปริยตฺติคุณํ สีลคุณญฺจ. อุมฺมตฺตกสฺส อิธ อวจเน การณํ วทนฺเตน ขิตฺตจิตฺตเวทนฏฺฏานมฺปิ อวจเน การณํ วุตฺตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. อิติ-สทฺเทน วา อาทิอตฺเถน ขิตฺตจิตฺตเวทนฏฺเฏ สงฺคณฺหาติ. เตเนว วทติ ‘‘จิตฺตกฺเขปสฺส วา อภาวา’’ติ. ทิฏฺฐิสมฺปนฺนานนฺติ มคฺคผลทิฏฺฐิยา สมนฺนาคตานํ. อริยานเมว หิ อุมฺมตฺตกาทิภาโว นตฺถิ. ฌานลาภิโน ปน ตสฺมึ สติ ฌานา ปริหายนฺติ, ตสฺมา เตสํ อภูตาโรจนปจฺจยา อนาปตฺติ วตฺตพฺพา, น ภูตาโรจนปจฺจยา. เตเนวาห ‘‘ภูตาโรจนปจฺจยา อนาปตฺติ น วตฺตพฺพา’’ติ.

ปุพฺเพ อวุตฺเตหีติ จตุตฺถปาราชิเก อวุตฺเตหิ. อิทญฺจ สิกฺขาปทํ ปณฺณตฺติอชานนวเสน อจิตฺตกสมุฏฺฐานํ โหติ. อริยา เจตฺถ ปณฺณตฺตึ ชานนฺตา วีติกฺกมํ น กโรนฺติ, ปุถุชฺชนา ปน ปณฺณตฺตึ ชานิตฺวาปิ วีติกฺกมํ กโรนฺติ, เต จ สตฺถุโน อาณาวีติกฺกมเจตนาย พลวอกุสลภาวโต ฌานา ปริหายนฺตีติ ทฏฺฐพฺพํ, อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน อริยปุคฺคเล เอว สนฺธาย ‘‘กุสลาพฺยากตจิตฺเตหิ ทฺวิจิตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ปณฺณตฺตึ อชานนฺตา ปน ฌานลาภี ปุถุชฺชนา วตฺถุมฺหิ โลภวเสน อกุสลจิตฺเตนปิ น อาโรเจนฺตีติ นตฺถิ. อิธ ทุกฺขเวทนาย อภาวโต ‘‘ทฺวิเวทน’’นฺติ อิมสฺส อนุรูปํ กตฺวา ทฺวิจิตฺตนฺติ อิทํ วุตฺตนฺติ เอวํ วา เอตฺถ อธิปฺปาโย คเหตพฺโพ. เสสํ อุตฺตานเมว. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส ภูตตา, อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรจนํ, ตงฺขณวิชานนา, อนญฺญปฺปเทโสติ อิมานิ ปเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.

ภูตาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. ทุฏฺฐุลฺลาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา

๗๘. นวเม ทุฏฺฐุลฺลสทฺทตฺถทสฺสนตฺถนฺติ ทุฏฺฐุลฺลสทฺทสฺส อตฺถทสฺสนตฺถํ. อตฺเถ หิ ทสฺสิเต สทฺโทปิ ‘‘อยํ เอเตสุ อตฺเถสุ วตฺตตี’’ติ ทสฺสิโตเยว โหติ. ‘‘ยํ ยํ ทุฏฺฐุลฺลสทฺเทน อภิธียติ, ตํ สพฺพํ ทสฺเสตุํ ปาราชิกานิ วุตฺตานี’’ติ อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย. ตตฺรายํ วิจารณาติ ตตฺร ปาฬิยํ อยํ วิจารณา, ตตฺร ปาฬิอฏฺฐกถาสุ วา อยํ วิจารณา. ตตฺถ ภเวยฺยาติ ตตฺถ กสฺสจิ วิมติ เอวํ ภเวยฺย. อนุปสมฺปนฺนสฺส ทุฏฺฐุลฺลาโรจเน วิย ทุกฺกเฏน ภวิตพฺพนฺติ อาห ‘‘ทุกฺกฏํ อาปชฺชตี’’ติ. อกฺโกสนฺโตปิ ทุกฺกฏํ อาปชฺเชยฺยาติ โอมสวาเทน ทุกฺกฏํ อาปชฺเชยฺย. อธิปฺปายํ อชานนฺเตนปิ อฏฺฐกถาจริยานํ วจเนเยว ฐาตพฺพนฺติ ทีปนตฺถํ ‘‘อฏฺฐกถาจริยาว เอตฺถ ปมาณ’’นฺติ วุตฺตํ. ปุนปิ อฏฺฐกถาวจนเมว อุปปตฺติโต ทฬฺหํ กตฺวา ปติฏฺฐเปนฺโต ‘‘อิมินาปิ เจต’’นฺติอาทิมาห.

๘๐. ‘‘อญฺญตฺร ภิกฺขุสมฺมุติยา’’ติ วุตฺตตฺตา สมฺมุติ อตฺถีติ คเหตพฺพาติ อาห ‘‘อิธ วุตฺตตฺตาเยวา’’ติอาทิ.

๘๒. อาทิโต ปญฺจ สิกฺขาปทานีติ ปาณาติปาตาทีนิ ปญฺจ สิกฺขาปทานิ. ‘‘เสสานีติ วิกาลโภชนาทีนิ ปญฺจา’’ติ วทนฺติ. เกจิ ปน ‘‘อาทิโต ปฏฺฐาย ปญฺจ สิกฺขาปทานีติ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิอาทีนิ ปญฺจา’’ติ วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ. ปาณาติปาตาทีนิ หิ ทเสว สิกฺขาปทานิ สามเณรานํ ปญฺญตฺตานิ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘อถ โข สามเณรานํ เอตทโหสิ ‘กติ นุ โข อมฺหากํ สิกฺขาปทานิ, กตฺถ จ อเมฺหหิ สิกฺขิตพฺพ’นฺติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สามเณรานํ ทส สิกฺขาปทานิ, เตสุ จ สามเณเรหิ สิกฺขิตุํ, ปาณาติปาตา เวรมณี อทินฺนาทานา เวรมณี’’ติอาทิ (มหาว. ๑๐๖).

เตสํ ปญฺญตฺเตสุเยว สิกฺขาปเทสุ ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลวิจารณา กาตพฺพา, น จ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิอาทีนิ วิสุํ เตสํ ปญฺญตฺตานิ อตฺถีติ. อถ ภิกฺขุโน ทุฏฺฐุลฺลสงฺขาตานิ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิอาทีนิ อนุปสมฺปนฺนสฺส กึ นาม โหนฺตีติ อาห ‘‘สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ…เป… อชฺฌาจาโร นามาติ วุตฺต’’นฺติ. อิมินาปิ เจตํ สิทฺธํ ‘‘อนุปสมฺปนฺนสฺส สุกฺกวิสฺสฏฺฐิอาทิ ทุฏฺฐุลฺลํ นาม น โหตี’’ติ. อชฺฌาจาโร นามาติ หิ วทนฺโต อนุปสมฺปนฺนสฺส สุกฺกวิสฺสฏฺฐิอาทิ เกวลํ อชฺฌาจาโร นาม โหติ, น ปน ทุฏฺฐุลฺโล นาม อชฺฌาจาโรติ ทีเปติ. ‘‘อชฺฌาจาโร นามาติ จ อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา อกตฺตพฺพรูปตฺตา จ อนุปสมฺปนฺนสฺส สุกฺกวิสฺสฏฺฐิอาทีนิ ทณฺฑกมฺมวตฺถุปกฺขํ ภชนฺติ, ตานิ จ อญฺญสฺส อนุปสมฺปนฺนสฺส อวณฺณกามตาย อาโรเจนฺโต ภิกฺขุ ทุกฺกฏํ อาปชฺชตี’’ติ วทนฺติ. อิธ ปน อนุปสมฺปนฺนคฺคหเณน สามเณรสามเณรีสิกฺขมานานํ คหณํ เวทิตพฺพํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อนฺติมวตฺถุํ อนชฺฌาปนฺนสฺส ภิกฺขุโน สวตฺถุโก สงฺฆาทิเสโส, อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรจนํ, ภิกฺขุสมฺมุติยา อภาโวติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

ทุฏฺฐุลฺลาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ปถวีขณนสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๔-๘๖. ทสเม เอกินฺทฺริยนฺติ ‘‘กายินฺทฺริยํ อตฺถี’’ติ มญฺญมานา วทนฺติ. มุฏฺฐิปฺปมาณาติ มุฏฺฐินา สงฺคเหตพฺพปฺปมาณา. เอตฺถ กิญฺจาปิ เยภุยฺยปํสุํ อปฺปปํสุญฺจ ปถวึ วตฺวา อุปฑฺฒปํสุกา ปถวี น วุตฺตา, ตถาปิ ปณฺณตฺติวชฺชสิกฺขาปเทสุ สาวเสสปญฺญตฺติยาปิ สมฺภวโต อุปฑฺฒปํสุกายปิ ปถวิยา ปาจิตฺติยเมวาติ คเหตพฺพํ. เกจิ ปน ‘‘สพฺพจฺฉนฺนาทีสุ อุปฑฺเฒ ทุกฺกฏสฺส วุตฺตตฺตา อิธาปิ ทุกฺกฏํ ยุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ ปาจิตฺติยวตฺถุกญฺจ อนาปตฺติวตฺถุกญฺจ ทุวิธํ ปถวึ ฐเปตฺวา อญฺญิสฺสา ทุกฺกฏวตฺถุกาย ตติยาย ปถวิยา อภาวโต. เทฺวเยว หิ ปถวิโย วุตฺตา ‘‘ชาตา จ ปถวี อชาตา จ ปถวี’’ติ. ตสฺมา ทฺวีสุ อญฺญตราย ปถวิยา ภวิตพฺพํ, วินยวินิจฺฉเย จ สมฺปตฺเต ครุเกเยว ฐาตพฺพตฺตา น สกฺกา เอตฺถ อนาปตฺติยา ภวิตุํ. สพฺพจฺฉนฺนาทีสุ ปน อุปฑฺเฒ ทุกฺกฏํ ยุตฺตํ ตตฺถ ตาทิสสฺส ทุกฺกฏวตฺถุโน สพฺภาวา.

‘‘โปกฺขรณึ ขณา’’ติ วทติ, วฏฺฏตีติ ‘‘อิมสฺมึ โอกาเส’’ติ อนิยเมตฺวา วุตฺตตฺตา วฏฺฏติ. ‘‘อิมํ วลฺลึ ขณา’’ติ วุตฺเตปิ ปถวีขณนํ สนฺธาย ปวตฺตโวหารตฺตา อิมินาว สิกฺขาปเทน อาปตฺติ, น ภูตคามปาตพฺยตาย. กุเฏหีติ ฆเฏหิ. ตนุกกทฺทโมติ อุทกมิสฺสกกทฺทโม. โส จ อุทกคติกตฺตา วฏฺฏติ. โอมกจาตุมาสนฺติ อูนจาตุมาสํ. โอวฏฺฐนฺติ เทเวน โอวฏฺฐํ. อกตปพฺภาเรติ อวฬญฺชนฏฺฐานทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตาทิเส หิ วมฺมิกสฺส สพฺภาโวติ. มูสิกุกฺกุรํ นาม มูสิกาหิ ขณิตฺวา พหิ กตปํสุราสิ. เอเสว นโยติ โอมกจาตุมาสโอวฏฺโฐเยว วฏฺฏตีติ อตฺโถ.

เอกทิวสมฺปิ น วฏฺฏตีติ โอวฏฺฐเอกทิวสาติกฺกนฺโตปิ วิโกเปตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘เหฏฺฐาภูมิสมฺพนฺเธปิ จ โคกณฺฏเก ภูมิโต ฉินฺทิตฺวา อุทฺธํ ฐิตตฺตา อจฺจุคฺคตมตฺถกโต ฉินฺทิตฺวา คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. สกฏฺฐาเน อติฏฺฐมานํ กตฺวา ปาเทหิ มทฺทิตฺวา ฉินฺทิตฺวา อาโลฬิตกทฺทมมฺปิ คเหตุํ วฏฺฏติ. ตโตติ ตโต ปุราณเสนาสนโต. อิฏฺฐกํ คณฺหามีติอาทิ สุทฺธจิตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. อุทเกนาติ อุชุกํ อากาสโตเยว ปตนกอุทเกน. ‘‘สเจ ปน อญฺญตฺถ ปหริตฺวา ปติเตน อุทเกน เตมิตํ โหติ, วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. อุจฺจาเลตฺวาติ อุกฺขิปิตฺวา. เตน อปเทเสนาติ เตน เลเสน.

๘๗-๘๘. อวิสยตฺตา อนาปตฺตีติ เอตฺถ สเจปิ นิพฺพาเปตุํ สกฺกา โหติ, ปฐมํ สุทฺธจิตฺเตน ทินฺนตฺตา ‘‘ทหตู’’ติ สลฺลกฺเขตฺวาปิ ติฏฺฐติ, อนาปตฺติ. โอวฏฺฐํ ฉนฺนนฺติ ปฐมํ โอวฏฺฐํ ปจฺฉา ฉนฺนํ. เสสํ อุตฺตานเมว. ชาตปถวี, ปถวีสญฺญิตา, ขณนขณาปนานํ อญฺญตรนฺติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

ปถวีขณนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิฏฺฐิโต มุสาวาทวคฺโค ปฐโม.