๒. ภูตคามวคฺโค
๑. ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๙. เสนาสนวคฺคสฺส ปฐเม นิคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺโตติ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต. อิมินา ปน วจเนน ทารกสฺส ตตฺถ อุปนีตภาโว เตน จ ทิฏฺฐภาโว วุตฺโตเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เตน หิ ภิกฺขุนา ตํ รุกฺขํ ฉินฺทิตุํ อารทฺเธ ตตฺถ นิพฺพตฺตา เอกา ตรุณปุตฺตา เทวธีตา ปุตฺตํ องฺเกนาทาย ฐิตา ตํ ยาจิ ‘‘มา เม สามิ วิมานํ ฉินฺทิ, น สกฺขิสฺสามิ ปุตฺตกํ อาทาย อนาวาสา วิจริตุ’’นฺติ. โส ‘‘อหํ อญฺญตฺถ อีทิสํ รุกฺขํ น ลภิสฺสามี’’ติ ตสฺสา วจนํ นาทิยิ. สา ‘‘อิมมฺปิ ตาว ทารกํ โอโลเกตฺวา โอรมิสฺสตี’’ติ ปุตฺตํ รุกฺขสาขาย ฐเปสิ. โส ภิกฺขุ อุกฺขิตฺตํ ผรสุํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต ทารกสฺส พาหํ ฉินฺทิ. เอวญฺจ สยิโต วิมาเน สยิโต นาม โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘รุกฺขฏฺฐกทิพฺพวิมาเน นิปนฺนสฺสา’’ติ.
รุกฺขฏฺฐกทิพฺพวิมาเนติ จ สาขฏฺฐกวิมานํ สนฺธาย วุตฺตํ. รุกฺขสฺส อุปริ นิพฺพตฺตญฺหิ วิมานํ รุกฺขปฏิพทฺธตฺตา ‘‘รุกฺขฏฺฐกวิมาน’’นฺติ วุจฺจติ. สาขฏฺฐกวิมานํ ปน สพฺพสาขาสนฺนิสฺสิตํ หุตฺวา ติฏฺฐติ. ตตฺถ ยํ รุกฺขฏฺฐกวิมานํ โหติ, ตํ ยาว รุกฺขสฺส มูลมตฺตมฺปิ ติฏฺฐติ, ตาว น นสฺสติ. สาขฏฺฐกวิมานํ ปน สาขาสุ ภิชฺชมานาสุ ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชิตฺวา สพฺพสาขาสุ ภินฺนาสุ สพฺพํ ภิชฺชติ, อิทมฺปิ จ วิมานํ สาขฏฺฐกํ, ตสฺมา รุกฺเข ฉินฺเน ตํ วิมานํ สพฺพโส วินฏฺฐํ, เตเนว สา เทวตา ภควโต สนฺติกา ลทฺเธ อญฺญสฺมึ วิมาเน วสิ. พาหุํ ถนมูเลเยว ฉินฺทีติ อํเสน สทฺธึ พาหํ ฉินฺทิ. อิมินา จ รุกฺขเทวตานํ คตฺตานิ ฉิชฺชนฺติ, น จาตุมหาราชิกาทีนํ วิย อจฺเฉชฺชานีติ ทฏฺฐพฺพํ. รุกฺขธมฺเมติ รุกฺขปกติยํ, รุกฺขสภาเวติ อตฺโถ. รุกฺขานํ วิย เฉทนาทีสุ อกุปฺปนญฺหิ รุกฺขธมฺโม นาม.
อุปฺปติตนฺติ อุปฺปนฺนํ. ภนฺตนฺติ ธาวนฺตํ. วารเยติ นิคฺคเณฺหยฺย. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา นาม เฉโก สารถิ อติเวเคน ธาวนฺตํ รถํ นิคฺคเหตฺวา ยถิจฺฉกํ เปเสติ, เอวํ โย ปุคฺคโล อุปฺปนฺนํ โกธํ วารเย นิคฺคณฺหิตุํ สกฺโกติ, ตมหํ สารถึ พฺรูมิ. อิตโร ปน ราชอุปราชาทีนํ รถสารถิชโน รสฺมิคฺคาโห นาม โหติ, น อุตฺตมสารถีติ.
ทุติยคาถาย ปน อยมตฺโถ – โยติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑) โย ยาทิโส ขตฺติยกุลา วา ปพฺพชิโต พฺราหฺมณกุลา วา ปพฺพชิโต นโว วา มชฺฌิโม วา เถโร วา. อุปฺปติตนฺติ อุทฺธมุทฺธํ ปติตํ, คตํ ปวตฺตนฺติ อตฺโถ, อุปฺปนฺนนฺติ วุตฺตํ โหติ. โกธนฺติ ‘‘อนตฺถํ เม จรตีติ อาฆาโต ชายตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๓๔๐; อ. นิ. ๙.๒๙) นเยน สุตฺเต วุตฺตานํ นวนฺนํ, ‘‘อตฺถํ เม น จรตี’’ติอาทีนญฺจ ตปฺปฏิปกฺขโต สิทฺธานํ นวนฺนเมวาติ อฏฺฐารสนฺนํ ขาณุกณฺฏกาทินา อฏฺฐาเนน สทฺธึ เอกูนวีสติยา อาฆาตวตฺถูนํ อญฺญตราฆาตวตฺถุสมฺภวํ อาฆาตํ. วิสฏนฺติ วิตฺถตํ. สปฺปวิสนฺติ สปฺปสฺส วิสํ. อิวาติ โอปมฺมวจนํ. อิ-การโลปํ กตฺวา ว-อิจฺเจว วุตฺตํ. โอสเธหีติ อคเทหิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา วิสติกิจฺฉโก เวชฺโช สปฺเปน ทฏฺโฐ สพฺพํ กายํ ผริตฺวา ฐิตํ วิสฏํ สปฺปวิสํ มูลขนฺธตจปตฺตปุปฺผาทีนํ อญฺญตเรหิ, นานาเภสชฺเชหิ ปโยเชตฺวา กเตหิ วา โอสเธหิ ขิปฺปเมว วิเนยฺย, เอวเมว โย ยถาวุตฺเตน อาฆาตวตฺถุนา อุปฺปติตํ จิตฺตสนฺตานํ พฺยาเปตฺวา ฐิตํ โกธํ วินยนุปาเยสุ ตทงฺควินยาทีสุ เยน เกนจิ อุปาเยน วิเนติ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตึ กโรติ, โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ. โส เอวํ โกธํ วิเนนฺโต ภิกฺขุ ยสฺมา โกโธ ตติยมคฺเคน สพฺพโส ปหียติ, ตสฺมา โอรปารสญฺญิตานิ ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนานิ ชหาตีติ. อวิเสเสน หิ ปารนฺติ ตีรสฺส นามํ, ตสฺมา โอรานิ จ ตานิ สํสารสาครสฺส ปารภูตานิ จาติ กตฺวา ‘‘โอรปาร’’นฺติ วุจฺจติ.
อถ วา โย อุปฺปติตํ วิเนติ โกธํ วิสฏํ สปฺปวิสํว โอสเธหิ, โส ตติยมคฺเคน สพฺพโส โกธํ วิเนตฺวา อนาคามิผเล ฐิโต ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ. ตตฺถ โอรนฺติ สกตฺตภาโว. ปารนฺติ ปรตฺตภาโว. โอรํ วา ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ, ปารํ ฉ พาหิรายตนานิ. ตถา โอรํ มนุสฺสโลโก, ปารํ เทวโลโก. โอรํ กามธาตุ, ปารํ รูปารูปธาตุ. โอรํ กามรูปภโว, ปารํ อรูปภโว. โอรํ อตฺตภาโว, ปารํ อตฺตภาวสุขุปกรณานิ. เอวเมตสฺมึ โอรปาเร จตุตฺถมคฺเคน ฉนฺทราคํ ปชหนฺโต ‘‘ชหาติ โอรปาร’’นฺติ วุจฺจติ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ อนาคามิโน กามราคสฺส ปหีนตฺตา อิธตฺตภาวาทีสุ ฉนฺทราโค เอว นตฺถิ, อปิจ โข ปนสฺส วณฺณปฺปกาสนตฺถํ สพฺพเมตํ โอรปารเภทํ สงฺคเหตฺวา ตตฺถ ฉนฺทราคปฺปหาเนน ‘‘ชหาติ โอรปาร’’นฺติ วุตฺตํ.
อิทานิ ตสฺสตฺถสฺส วิภาวนตฺถาย อุปมํ อาห ‘‘อุรโค ชิณฺณมิวตฺตจํ ปุราณ’’นฺติ. ตตฺถ อุเรน คจฺฉตีติ อุรโค, สปฺปสฺเสตํ อธิวจนํ. โส ทุวิโธ กามรูปี จ อกามรูปี จ. กามรูปีปิ ทุวิโธ ชลโช ถลโช จ. ชลโช ชเล เอว กามรูปํ ลภติ, น ถเล สงฺขปาลชาตเก (ชา. ๒.๑๗.๑๔๓ อาทโย) สงฺขปาลนาคราชา วิย. ถลโช ถเล เอว, น ชเล. โส ชชฺชรภาเวน ชิณฺณํ, จิรกาลตาย ปุราณญฺจาติ สงฺขํ คตํ ตจํ ชหนฺโต จตุพฺพิเธน ชหติ สชาติยํ ฐิโต ชิคุจฺฉนฺโต นิสฺสาย ถาเมนาติ. สชาติ นาม สปฺปชาติ ทีฆตฺตภาโว. อุรคา หิ ปญฺจสุ ฐาเนสุ สชาตึ นาติวตฺตนฺติ อุปปตฺติยํ จุติยํ วิสฺสฏฺฐนิทฺโทกฺกมเน สชาติยา เมถุนปฏิเสวเน ชิณฺณตจาปนยเน จาติ. ตสฺมา ยทา ตจํ ชหติ, ตทา สชาติยํเยว ฐตฺวา ชหติ. สชาติยํ ฐิโตปิ จ ชิคุจฺฉนฺโต ชหติ. ชิคุจฺฉนฺโต นาม ยทา อุปฑฺฒฏฺฐาเน มุตฺโต โหติ, อุปฑฺฒฏฺฐาเน อมุตฺโต โอลมฺพติ, ตทา นํ อฏฺฏียนฺโต ชหติ, เอวํ ชิคุจฺฉนฺโตปิ จ ทณฺฑนฺตรํ วา มูลนฺตรํ วา ปาสาณนฺตรํ วา นิสฺสาย ชหติ. นิสฺสาย ชหนฺโตปิ จ ถามํ ชเนตฺวา อุสฺสาหํ กริตฺวา วีริเยน วงฺกํ นงฺคุฏฺฐํ กตฺวา ปสฺสสนฺโตว ผณํ กริตฺวา ชหติ. เอวํ ชหิตฺวา เยนกามํ ปกฺกมติ.
เอวเมว อยมฺปิ ภิกฺขุ โอรปารํ ชหิตุกาโม จตุพฺพิเธน ชหติ สชาติยํ ฐิโต ชิคุจฺฉนฺโต นิสฺสาย ถาเมนาติ. สชาติ นาม ภิกฺขุโน ‘‘อริยาย ชาติยา ชาโต’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๕๑) วจนโต สีลํ. เตเนวาห ‘‘สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๓, ๑๙๒). เอวเมติสฺสํ สชาติยํ ฐิโต ภิกฺขุ ตํ สกตฺตภาวาทิเภทํ โอรปารํ ชิณฺณปุราณตฺตจมิว ตํ ทุกฺขํ ชเนนฺตํ ตตฺถ ตตฺถ อาทีนวทสฺสเนน ชิคุจฺฉนฺโต กลฺยาณมิตฺเต นิสฺสาย อธิมตฺตสมฺมาวายามสงฺขาตํ ถามํ ชเนตฺวา ‘‘ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๖; ๔.๓๗) วุตฺตนเยน รตฺตินฺทิวํ ฉธา วิภชิตฺวา ฆเฏนฺโต วายมนฺโต อุรโค วิย วงฺกํ นงฺคุฏฺฐํ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุรโค วิย ปสฺสสนฺโต อยมฺปิ อสิถิลปรกฺกมตาย วายมนฺโต อุรโคว ผณํ กริตฺวา อยมฺปิ ญาณวิปฺผารํ ชเนตฺวา อุรโคว ตจํ โอรปารํ ชหติ, ชหิตฺวา จ อุรโค วิย โอหิตตโจ เยนกามํ ปกฺกมติ, อยมฺปิ โอหิตภาโร อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุทิสํ ปกฺกมตีติ.
๙๐. ภวนฺตีติ อิมินา วิรุฬฺหมูเล นีลภาวํ อาปชฺชิตฺวา วฑฺฒมานเก ตรุณคจฺเฉ ทสฺเสติ. อหุวุนฺติ อิมินา ปน วฑฺฒิตฺวา ฐิเต มหนฺเต รุกฺขคจฺฉาทิเก ทสฺเสติ. ภวนฺตีติ อิมสฺส วิวรณํ ‘‘ชายนฺติ วฑฺฒนฺตี’’ติ, อหุวุนฺติ อิมสฺส ‘‘ชาตา วฑฺฒิตา’’ติ. ราสีติ สุทฺธฏฺฐกธมฺมสมูโห. ภูตานนฺติ ตถาลทฺธสมญฺญานํ อฏฺฐธมฺมานํ. ‘‘ภูตานํ คาโม’’ติ วุตฺเตปิ อวยววินิมุตฺตสฺส สมุทายสฺส อภาวโต ภูตสญฺญิตา เตเยว ติณรุกฺขลตาทโย คยฺหนฺติ. ‘‘ภูมิยํ ปติฏฺฐหิตฺวา หริตภาวมาปนฺนา รุกฺขคจฺฉาทโย เทวตาหิ ปริคฺคยฺหนฺติ, ตสฺมา ภูตานํ นิวาสฏฺฐานตาย ภูตานํ คาโม’’ติปิ วทนฺติ. รุกฺขาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน โอสธิคจฺฉลตาทโย เวทิตพฺพา.
นนุ จ รุกฺขาทโย จิตฺตรหิตตาย น ชีวา, จิตฺตรหิตตา จ ปริปฺผนฺทาภาวโต ฉินฺเนปิ รุหนโต วิสทิสชาติกภาวโต จตุโยนิอปริยาปนฺนโต จ เวทิตพฺพา, วุฑฺฒิ ปน ปวาฬสิลาลวณานมฺปิ วิชฺชตีติ น เตสํ ชีวภาเว การณํ, วิสยคฺคหณญฺจ เนสํ ปริกปฺปนามตฺตํ สุปนํ วิย จิญฺจาทีนํ, ตถา โทหฬาทโย, ตตฺถ กสฺมา ภูตคามสฺส เฉทนาทิปจฺจยา ปาจิตฺติยํ วุตฺตนฺติ? สมณสารุปฺปโต ตํนิวาสสตฺตานุรกฺขณโต จ. เตเนวาห ‘‘ชีวสญฺญิโน หิ โมฆปุริสา มนุสฺสา รุกฺขสฺมิ’’นฺติอาทิ.
๙๑. ‘‘มูเล ชายนฺตี’’ติอาทีสุ อตฺโถ อุปริ อตฺตนา วุจฺจมานปฺปกาเรน สีหฬฏฺฐกถายํ วุตฺโตติ อาห ‘‘เอวํ สนฺเตปิ…เป… น สเมนฺตี’’ติ. วิชาต-สทฺโท อิธ วิ-สทฺทโลปํ กตฺวา นิทฺทิฏฺโฐติ อาห ‘‘วิชาตานี’’ติ. วิชาต-สทฺโท จ ‘‘วิชาตา อิตฺถี’’ติอาทีสุ วิย ปสูตวจโนติ อาห ‘‘ปสูตานี’’ติ. ปสูติ จ นาเมตฺถ นิพฺพตฺตปณฺณมูลตาติ อาห ‘‘นิพฺพตฺตปณฺณมูลานี’’ติ. อิมินา อิมํ ทีเปติ ‘‘นิพฺพตฺตปณฺณมูลานิ พีชานิ ภูตคามสงฺขเมว คจฺฉนฺติ, เตสุ จ วตฺตมาโน พีชชาต-สทฺโท รุฬฺหีวเสน รุกฺขาทีสุปิ วตฺตตี’’ติ. ปุริมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป ปน พีเชหิ ชาตานํ รุกฺขลตาทีนํเยว ภูตคามตา วุตฺตา.
ตานิ ทสฺเสนฺโตติ ตานิ พีชานิ ทสฺเสนฺโต. มูลพีชนฺติอาทีสุ มูลเมว พีชํ มูลพีชํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ผฬุพีชนฺติ ปพฺพพีชํ. ปจฺจยนฺตรสมวาเย สทิสผลุปฺปตฺติยา วิเสสการณภาวโต วิรุหนสมตฺเถ สารผเล นิรุโฬฺห พีช-สทฺโท. ตทตฺถสํสิทฺธิยา มูลาทีสุปิ เกสุจิ ปวตฺตตีติ มูลาทิโต นิวตฺตนตฺถํ เอเกน พีชสทฺเทน วิเสเสตฺวา วุตฺตํ ‘‘พีชพีช’’นฺติ ‘‘รูปรูปํ, ทุกฺขทุกฺข’’นฺติ จ ยถา. พีชโต นิพฺพตฺเตน พีชํ ทสฺสิตนฺติ การิโยปจาเรน การณํ ทสฺสิตนฺติ ทีเปติ.
๙๒. พีเช พีชสญฺญีติ เอตฺถ การณูปจาเรน การิยํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ ยถา’’ติอาทิมาห. ภูตคามปริโมจนํ กตฺวาติ ภูตคามโต โมเจตฺวา, วิโยเชตฺวาติ อตฺโถ. ยํ พีชํ ภูตคาโม นาม โหตีติ พีชานิ จ ตานิ ชาตานิ จาติ วุตฺตมตฺถํ สนฺธาย วทติ. ตตฺถ ยํ พีชนฺติ ยํ นิพฺพตฺตปณฺณมูลํ พีชํ. ตสฺมึ พีเชติ ตสฺมึ ภูตคามสญฺญิเต พีเช. เอตฺถ จ พีชชาต-สทฺทสฺส วิย รุฬฺหีวเสน รุกฺขาทีสุ พีช-สทฺทสฺสปิ ปวตฺติ เวทิตพฺพา. ยถารุตนฺติ ยถาปาฬิ.
ยตฺถ กตฺถจีติ มูเล อคฺเค มชฺเฌ วา. สญฺจิจฺจ อุกฺขิปิตุํ น วฏฺฏตีติ เอตฺถ สเจปิ สรีเร ลคฺคภาวํ ชานนฺโตว อุทกโต อุฏฺฐหติ, ‘‘ตํ อุทฺธริสฺสามี’’ติ สญฺญาย อภาวโต วฏฺฏติ. อุปฺปาฏิตานีติ อุทฺธฏานิ. พีชคาเม สงฺคหํ คจฺฉนฺตีติ ภูตคามโต ปริโมจิตตฺตา วุตฺตํ. อนนฺตก-คฺคหเณน สาสปมตฺติกา คหิตา. นามเญฺหตํ ตสฺสา เสวาลชาติยา. มูลปณฺณานํ อสมฺปุณฺณตฺตา ‘‘อสมฺปุณฺณภูตคาโม นามา’’ติ วุตฺตํ. อภูตคามมูลตฺตาติ เอตฺถ ภูตคาโม มูลํ การณํ เอตสฺสาติ ภูตคามมูโล, ภูตคามสฺส วา มูลํ การณนฺติ ภูตคามมูลํ. พีชคาโม หิ นาม ภูตคามโต สมฺภวติ, ภูตคามสฺส จ การณํ โหติ, อยํ ปน ตาทิโส น โหตีติ ‘‘อภูตคามมูลตฺตา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺรฏฺฐกตฺตา วุตฺตํ ‘‘โส พีชคาเมน สงฺคหิโต’’ติ. อิทญฺจ ‘‘อภูตคามมูลตฺตา’’ติ เอตฺถ ปฐมํ วุตฺตอตฺถสมฺภวโต วุตฺตํ. กิญฺจาปิ หิ ตาลนาฬิเกราทีนํ ขาณุ อุทฺธํ อวฑฺฒนโต ภูตคามสฺส การณํ น โหติ, ตถาปิ ภูตคามสงฺขฺยุปคตนิพฺพตฺตปณฺณมูลพีชโต สมฺภูตตฺตา ภูตคามโต อุปฺปนฺโน นาม โหตีติ พีชคาเมน สงฺคหํ คจฺฉติ.
‘‘องฺกุเร หริเต’’ติ วตฺวา ตเมว วิภาเวติ ‘‘นีลปณฺณวณฺเณ ชาเต’’ติ, นีลปณฺณสฺส วณฺณสทิเส วณฺเณ ชาเตติ อตฺโถ. ‘‘นีลวณฺเณ ชาเต’’ติ วา ปาโฐ คเหตพฺโพ. อมูลกภูตคาเม สงฺคหํ คจฺฉตีติ นาฬิเกรสฺส อาเวณิกํ กตฺวา วทติ. ‘‘ปานียฆฏาทีนํ พหิ เสวาโล อุทเก อฏฺฐิตตฺตา พีชคามานุโลมตฺตา จ ทุกฺกฏวตฺถู’’ติ วทนฺติ. กณฺณกมฺปิ อพฺโพหาริกเมวาติ นีลวณฺณมฺปิ อพฺโพหาริกเมว. เสเลยฺยกํ นาม สิลาย สมฺภูตา เอกา สุคนฺธชาติ. ‘‘รุกฺขตฺตจํ วิโกเปตีติ วุตฺตตฺตา รุกฺเข ชาตํ ยํ กิญฺจิ ฉตฺตกํ รุกฺขตฺตจํ อวิโกเปตฺวา มตฺถกโต ฉินฺทิตฺวา คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. รุกฺขโต มุจฺจิตฺวา ติฏฺฐตีติ เอตฺถ ‘‘ยทิปิ กิญฺจิมตฺตํ รุกฺเข อลฺลีนา หุตฺวา ติฏฺฐติ, รุกฺขโต คยฺหมาโน ปน รุกฺขจฺฉวึ น วิโกเปติ, วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. อลฺลรุกฺขโต น วฏฺฏตีติ เอตฺถาปิ รุกฺขตฺตจํ อวิโกเปตฺวา มตฺถกโต ตจฺเฉตฺวา คเหตุํ วฏฺฏตีติ เวทิตพฺพํ. หตฺถกุกฺกุจฺเจนาติ หตฺถานํ อสํยตภาเวน, หตฺถจาปลฺเลนาติ วุตฺตํ โหติ. ปานียํ น วาเสตพฺพนฺติ อิทํ อตฺตโน อตฺถาย นามิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. เกวลํ อนุปสมฺปนฺนสฺส อตฺถาย นามิเต ปน ปจฺฉา ตโต ลภิตฺวา น วาเสตพฺพนฺติ นตฺถิ. ‘‘เยสํ รุกฺขานํ สาขา รุหตีติ วุตฺตตฺตา เยสํ สาขา น รุหติ, ตตฺถ กปฺปิยกรณกิจฺจํ นตฺถี’’ติ วทนฺติ.
๙๓. ปญฺจหิ สมณกปฺเปหีติ ปญฺจหิ สมณโวหาเรหิ. กิญฺจาปิ หิ พีชานํ อคฺคินา ผุฏฺฐมตฺเตน นขาทีหิ วิลิขนมตฺเตน จ อวิรุฬฺหีธมฺมตา น โหติ, ตถาปิ เอวํ กเตเยว สมณานํ กปฺปตีติ อคฺคิปริชิตาทโย สมณโวหารา นาม ชาตา, ตสฺมา เตหิ สมณโวหาเรหิ กรณภูเตหิ ผลํ ปริภุญฺชิตุํ อนุชานามีติ อธิปฺปาโย. อพีชนิพฺพฏฺฏพีชานิปิ สมณานํ กปฺปนฺตีติ ปญฺญตฺตปณฺณตฺติภาวโต สมณโวหาราอิจฺเจว สงฺขํ คตานิ. อถ วา อคฺคิปริชิตาทีนํ ปญฺจนฺนํ กปฺปิยภาวโตเยว ปญฺจหิ สมณกปฺปิยภาวสงฺขาเตหิ การเณหิ ผลํ ปริภุญฺชิตุํ อนุชานามีติ เอวเมตฺถ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. อคฺคิปริชิตนฺติอาทีสุ ‘‘ปริจิต’’นฺติปิ ปฐนฺติ. อพีชํ นาม ตรุณมฺพผลาทิ. นิพฺพฏฺฏพีชํ นาม อมฺพปนสาทิ, ยํ พีชํ นิพฺพฏฺเฏตฺวา วิสุํ กตฺวา ปริภุญฺชิตุํ สกฺกา โหติ. ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวาว กาตพฺพนฺติ โย กปฺปิยํ กโรติ, เตน กตฺตพฺพาการสฺเสว วุตฺตตฺตา ภิกฺขุนา อวุตฺเตปิ กาตุํ วฏฺฏตีติ น คเหตพฺพํ. ปุน ‘‘กปฺปิยํ กาเรตพฺพ’’นฺติ การาปนสฺส ปฐมเมว กถิตตฺตา ภิกฺขุนา ‘‘กปฺปิยํ กโรหี’’ติ วุตฺเตเยว อนุปสมฺปนฺเนน ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวา อคฺคิปริชิตาทิ กาตพฺพนฺติ คเหตพฺพํ. ‘‘กปฺปิยนฺติ วจนํ ปน ยาย กายจิ ภาสาย วตฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘กปฺปิยนฺติ วตฺวาว กาตพฺพ’’นฺติ วจนโต ปฐมํ ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวา ปจฺฉา อคฺคิอาทินา ผุสนาทิ กาตพฺพนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ปฐมํ อคฺคึ นิกฺขิปิตฺวา นขาทินา วา วิชฺฌิตฺวา ตํ อนุทฺธริตฺวาว ‘กปฺปิย’นฺติ วตฺตุมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ.
เอกสฺมึ พีเช วาติอาทีสุ ‘‘เอกํเยว กาเรมีติ อธิปฺปาเย สติปิ เอกาพทฺธตฺตา สพฺพํ กตเมว โหตี’’ติ วทนฺติ. ทารุํ วิชฺฌตีติ เอตฺถ ‘‘ชานิตฺวาปิ วิชฺฌติ วา วิชฺฌาเปติ วา, วฏฺฏติเยวา’’ติ วทนฺติ. ภตฺตสิตฺเถ วิชฺฌตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ‘‘ตํ วิชฺฌติ, น วฏฺฏตีติ รชฺชุอาทีนํ ภาชนคติกตฺตา’’ติ วทนฺติ. มริจปกฺกาทีหิ มิสฺเสตฺวาติ เอตฺถ ภตฺตสิตฺถสมฺพนฺธวเสน เอกาพทฺธตา เวทิตพฺพา, น ผลานํเยว อญฺญมญฺญํ สมฺพนฺธวเสน. ภินฺทาเปตฺวา กปฺปิยํ การาเปตพฺพนฺติ พีชโต มุตฺตสฺส กฏาหสฺส ภาชนคติกตฺตา วุตฺตํ.
นิกฺขาเมตุนฺติ ตํ ภิกฺขุํ นิกฺขาเมตุํ. ‘‘สเจ เอตสฺส อนุโลม’’นฺติ เสนาสนรกฺขณตฺถาย อนุญฺญาตมฺปิ ปฏคฺคิทานาทึ อตฺตนาปิ กาตุํ วฏฺฏตีติ เอตฺตเกเนว อิทมฺปิ เอตสฺส อนุโลมนฺติ เอวมธิปฺปาโย สิยา. ปฏคฺคิทานํ ปริตฺตกรณญฺจ อตฺตโน ปรสฺส วา เสนาสนรกฺขณตฺถาย วฏฺฏติเยว. ตสฺมา สเจ ตสฺส สุตฺตสฺส เอตํ อนุโลมํ สิยา, อตฺตโน น วฏฺฏติ, อญฺญสฺส วฏฺฏตีติ อยํ วิเสโส กุโต ลพฺภตีติ อาห ‘‘อตฺตโน น วฏฺฏติ…เป… น สกฺกา ลทฺธุ’’นฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. ภูตคาโม, ภูตคามสญฺญิตา, วิโกปนํ วา วิโกปาปนํ วาติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา
๙๔-๙๘. ทุติเย อญฺญํ วจนนฺติ ยํ โจทเกน จุทิตกสฺส โทสวิภาวนวจนํ วุตฺตํ, ตํ ตโต อญฺเญเนว วจเนน ปฏิจรติ. อถ วา อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตีติ อญฺเญน การเณน อญฺญํ การณํ ปฏิจรตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ, ยํ โจทเกน จุทิตกสฺส โทสวิภาวนการณํ วุตฺตํ, ตโต อญฺเญน โจทนาย อมูลกภาวทีปเกน การเณน ปฏิจรตีติ วุตฺตํ โหติ. ปฏิจรตีติ จ ปฏิจฺฉาทนวเสน จรติ, ปวตฺตตีติ อตฺโถ. ปฏิจฺฉาทนตฺโถ เอว วา จรติ-สทฺโท อเนกตฺถตฺตา ธาตูนํ. เตนาห ‘‘ปฏิจฺฉาเทตี’’ติ. โก อาปนฺโนติอาทินา ปาฬิยํ โจทนํ อวิสฺสชฺเชตฺวา วิกฺเขปาปชฺชนวเสน อญฺเญน อญฺญํ ปฏิจรณํ ทสฺสิตํ. อปรมฺปิ ปน โจทนํ วิสฺสชฺเชตฺวา พหิทฺธา กถาอปนามวเสน ปวตฺตํ ปาฬิมุตฺตกํ อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณํ เวทิตพฺพํ. ‘‘อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘ปาฏลิปุตฺตํ คโตมฺหี’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘น ตว ปาฏลิปุตฺตคมนํ ปุจฺฉาม, อาปตฺตึ ปุจฺฉามา’’ติ วุตฺเต ‘‘ตโต ราชคหํ คโตมฺหี’’ติ วตฺวา ‘‘ราชคหํ วา ยาหิ พฺราหฺมณคหํ วา, อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ วุตฺเต ‘‘ตตฺถ เม สูกรมํสํ ลทฺธ’’นฺติอาทีนิ วตฺวาว กถํ พหิทฺธา วิกฺขิปนฺโตปิ หิ ‘‘อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรติ’’จฺเจว สงฺขํ คจฺฉติ.
ยเทตํ อญฺเญน อญฺญํ ปฏิจรณวเสน ปวตฺตวจนํ, ตเทว ปุจฺฉิตมตฺถํ ฐเปตฺวา อญฺญํ วทตีติ อญฺญวาทกนฺติ อาห ‘‘อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณสฺเสตํ นาม’’นฺติ. ตุณฺหีภูตสฺเสตํ นามนฺติ ตุณฺหีภาวสฺเสตํ นามํ, อยเมว วา ปาโฐ. อญฺญวาทกํ อาโรเปตูติ อญฺญวาทกกมฺมํ อาโรเปตุ, อญฺญวาทกตฺตํ วา อิทานิ กริยมาเนน กมฺเมน อาโรเปตูติ อตฺโถ. วิเหสกํ อาโรเปตูติ เอตฺถาปิ วิเหสกกมฺมํ วิเหสกภาวํ วา อาโรเปตูติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
อนาโรปิเต อญฺญวาทเก วุตฺตทุกฺกฏํ ปาฬิยํ อาคตอญฺเญนญฺญํปฏิจรณวเสน ยุชฺชติ. อฏฺฐกถายํ อาคเตน ปน ปาฬิมุตฺตกอญฺเญนญฺญํปฏิจรณวเสน อนาโรปิเต อญฺญวาทเก มุสาวาเทน ปาจิตฺติยํ, อาโรปิเต อิมินาว ปาจิตฺติยนฺติ เวทิตพฺพํ. เกจิ ปน ‘‘อาโรปิเต อญฺญวาทเก มุสาวาเทน อิมินา จ ปาจิตฺติยทฺวยํ โหตี’’ติ วทนฺติ, ตํ วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ. ยา สา อาทิกมฺมิกสฺส อนาปตฺติ วุตฺตา, สาปิ ปาฬิยํ อาคตอญฺเญนญฺญํปฏิจรณวเสน วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพา, อิมินา สิกฺขาปเทน อนาปตฺติทสฺสนตฺถํ วา. เสสํ อุตฺตานเมว. ธมฺมกมฺเมน อาโรปิตตา, อาปตฺติยา วา วตฺถุนา วา อนุยุญฺชิยมานตา, ฉาเทตุกามตาย อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณํ วา ตุณฺหีภาโว วาติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๐๓. ตติเย ธาตุปาเฐ เฌ-สทฺโท จินฺตายํ ปฐิโตติ อาห ‘‘ลามกโต วา จินฺตาเปนฺตี’’ติอาทิ. อยเมว จ อเนกตฺถตฺตา ธาตูนํ โอโลกนตฺโถปิ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘อกฺขราย วาเจตี’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๔๖) วิย ‘‘ฉนฺทายา’’ติ ลิงฺควิปลฺลาสวเสน วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ฉนฺเทนา’’ติ.
๑๐๕. เยน วจเนนาติ เยน ‘‘ฉนฺทาย อิตฺถนฺนาโม อิทํ นาม กโรตี’’ติอาทิวจเนน. เยน จ ขิยฺยนฺตีติ เยน ‘‘ฉนฺทาย อิตฺถนฺนาโม’’ติอาทิวจเนน ตตฺถ ตตฺถ ภิกฺขูนํ สวนูปจาเร ฐตฺวา อวณฺณํ ปกาเสนฺติ.
๑๐๖. อญฺญํ อนุปสมฺปนฺนํ อุชฺฌาเปตีติ อญฺเญน อนุปสมฺปนฺเนน อุชฺฌาเปติ. ตสฺส วา ตํ สนฺติเก ขิยฺยตีติ ตสฺส อนุปสมฺปนฺนสฺส สนฺติเก ตํ สงฺเฆน สมฺมตํ อุปสมฺปนฺนํ ขิยฺยติ, อวณฺณํ วทนฺโต วา ปกาเสติ. อนุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน สมฺมตนฺติ เอตฺถ สมฺมตปุพฺโพ สมฺมโตติ วุตฺโต. เตนาห ‘‘กิญฺจาปี’’ติอาทิ. ยสฺมา อุชฺฌาปนํ ขิยฺยนญฺจ มุสาวาทวเสเนว ปวตฺตํ, ตสฺมา อาทิกมฺมิกสฺส อนาปตฺตีติ ปาจิตฺติยฏฺฐาเน ทุกฺกฏฏฺฐาเน จ อิมินาว อนาปตฺติทสฺสนตฺถํ วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. เอวญฺจ กตฺวา อุชฺฌาเปนฺตสฺส ขิยฺยนฺตสฺส จ เอกกฺขเณ เทฺว เทฺว อาปตฺติโย โหนฺตีติ อาปนฺนํ. อถ วา อีทิสํ สิกฺขาปทํ มุสาวาทโต ปฐมํ ปญฺญตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. ธมฺมกมฺเมน สมฺมตตา, อุปสมฺปนฺนตา, อคติคมนาภาโว, ตสฺส อวณฺณกามตา, ยสฺส สนฺติเก วทติ, ตสฺส อุปสมฺปนฺนตา, อุชฺฌาปนํ วา ขิยฺยนํ วาติ อิมานิ ปเนตฺถ ฉ องฺคานิ.
อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๐๘-๑๑๐. จตุตฺเถ หิมวสฺเสนาติ หิมเมว วุตฺตํ. อปญฺญาเตติ อปฺปตีเต, อปฺปสิทฺเธติ อตฺโถ. ‘‘มณฺฑเป วา รุกฺขมูเล วาติ วจนโต วิวฏงฺคเณปิ นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏตี’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. โคจรปฺปสุตาติ โคจรฏฺฐานํ ปฏิปนฺนา. ‘‘อฏฺฐ มาเส’’ติ อิมินา วสฺสานํ จาตุมาสํ เจปิ เทโว น วสฺสติ, ปฏิกฺขิตฺตเมวาติ อาห ‘‘อฏฺฐ มาเสติ วจนโต…เป… นิกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติเยวา’’ติ. ตตฺถ จตฺตาโร มาเสติ วสฺสานสฺส จตฺตาโร มาเส. อวสฺสิกสงฺเกเตติ อิมินา อนุญฺญาเตปิ อฏฺฐ มาเส ยตฺถ เหมนฺเต เทโว วสฺสติ, ตตฺถ อปเรปิ จตฺตาโร มาสา ปฏิกฺขิตฺตาติ อาห ‘‘อวสฺสิกสงฺเกเตติ วจนโต’’ติอาทิ. อิมินา อิมํ ทีเปติ ‘‘ยสฺมึ เทเส เหมนฺเต เทโว วสฺสติ, ตตฺถ อฏฺฐ มาเส ปฏิกฺขิปิตฺวา จตฺตาโร มาสา อนุญฺญาตา. ยตฺถ ปน วสฺสาเนเยว วสฺสติ, ตตฺถ จตฺตาโร มาเส ปฏิกฺขิปิตฺวา อฏฺฐ มาสา อนุญฺญาตา’’ติ.
อิมินาว นเยน มชฺฌิมปเทเส ยตฺถ เหมนฺเต หิมวสฺสํ วสฺสติ, ตตฺถาปิ อฏฺเฐว มาสา ปฏิกฺขิตฺตาติ เวทิตพฺพา. ตสฺมา วสฺสานกาเล ปกติอชฺโฌกาเส โอวสฺสกมณฺฑเป รุกฺขมูเล จ สนฺถริตุํ น วฏฺฏติ, เหมนฺตกาเล ปกติอชฺโฌกาเส โอวสฺสกมณฺฑปาทีสุปิ วฏฺฏติ. ตญฺจ โข ยตฺถ หิมวสฺเสน เสนาสนํ น เตมติ, คิมฺหกาเลปิ ปกติอชฺโฌกาสาทีสุ วฏฺฏติเยว, ตญฺจ โข อกาลเมฆาทสฺสเน, กากาทีนํ นิพทฺธวาสรุกฺขมูเล ปน กทาจิปิ น วฏฺฏตีติ เอวเมตฺถ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.
อิมญฺจ ปน อตฺถวิเสสํ คเหตฺวา ภควตา ปฐมเมว สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตนฺติ วิสุํ อนุปญฺญตฺติ น วุตฺตา. เตเนว หิ มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตํ ‘‘อิติ ยตฺถ จ ยทา จ สนฺถริตุํ น วฏฺฏติ, ตํ สพฺพมิธ อชฺโฌกาสสงฺขเมว คต’’นฺติ. อถ วา อวิเสเสน อชฺโฌกาเส สนฺถรณสนฺถราปนานิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘อีทิเส กาเล อีทิเส จ ปเทเส ฐเปถา’’ติ อนุชานนมตฺเตเนว อลนฺติ น สิกฺขาปเท วิสุํ อนุปญฺญตฺติ อุทฺธฏาติ เวทิตพฺพา. ปริวาเร (ปริ. ๖๕-๖๗) ปน อิมสฺเสว สิกฺขาปทสฺส อนุรูปวเสน ปญฺญตฺตตฺตา ‘‘เอกา อนุปญฺญตฺตี’’ติ วุตฺตํ.
นววายิโม สีฆํ น นสฺสตีติ อาห ‘‘นววายิโม วา’’ติ. โอนทฺธโกติ จมฺเมน โอนทฺโธ. อุกฺกฏฺฐอพฺโภกาสิโกติ อิทํ ตสฺส ปริวิตกฺกทสฺสนมตฺตํ, อุกฺกฏฺฐอพฺโภกาสิกสฺส ปน จีวรกุฏิ น วฏฺฏตีติ นตฺถิ. กายานุคติกตฺตาติ ภิกฺขุโน ตตฺเถว สนฺนิหิตภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. อิมินา จ ตสฺมึเยว กาเล อนาปตฺติ วุตฺตา, จีวรกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา ปน อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตสฺส ปิณฺฑาย ปวิสนฺตสฺสปิ อาปตฺติเยว. ‘‘ยสฺมา ปน ทายเกหิ ทานกาเลเยว สหสฺสคฺฆนกมฺปิ กมฺพลํ ‘ปาทปุญฺฉนึ กตฺวา ปริภุญฺชถา’ติ ทินฺนํ ตเถว ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา ‘อิมํ มญฺจปีฐาทิเสนาสนํ อพฺโภกาเสปิ ยถาสุขํ ปริภุญฺชถา’ติ ทายเกหิ ทินฺนํ เจ, สพฺพสฺมิมฺปิ กาเล อพฺโภกาเส นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. เปเสตฺวา คนฺตพฺพนฺติ เอตฺถ ‘‘โย ภิกฺขุ อิมํ ฐานํ อาคนฺตฺวา วสติ, ตสฺส เทถา’’ติ วตฺวา เปเสตพฺพํ.
วลาหกานํ อนุฏฺฐิตภาวํ สลฺลกฺเขตฺวาติ อิมินา จ คิมฺหาเนปิ เมเฆ อุฏฺฐิเต มญฺจปีฐาทึ ยํกิญฺจิ เสนาสนํ อชฺโฌกาเส นิกฺขิปิตุํ น วฏฺฏตีติ ทีปิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ปาทฏฺฐานาภิมุขาติ นิสีทนฺตานํ ปาทปตนฏฺฐานาภิมุข’’นฺติ เกจิ. ‘‘สมฺมชฺชนฺตสฺส ปาทฏฺฐานาภิมุข’’นฺติ อปเร. ‘‘พหิ วาลุกาย อคมนนิมิตฺตํ ปาทฏฺฐานาภิมุขา วาลิกา หริตพฺพาติ วุตฺต’’นฺติ เอเก. กจวรํ หตฺเถหิ คเหตฺวา พหิ ฉฏฺเฏตพฺพนฺติ อิมินา กจวรํ ฉฑฺเฑสฺสามีติ วาลิกา น ฉฑฺเฑตพฺพาติ ทีเปติ.
๑๑๑. อนฺโต สํเวเฐตฺวา พทฺธนฺติ เอรกปตฺตาทีหิ เวณึ กตฺวา ตาย เวณิยา อุโภสุ ปสฺเสสุ วิตฺถตฏฺฐาเนสุ พหุํ เวเฐตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ยาว มชฺฌฏฺฐานํ, ตาว อนฺโต อากฑฺฒนวเสน เวเฐตฺวา มชฺเฌ สงฺขิปิตฺวา ติริยํ ตตฺถ ตตฺถ พนฺธิตฺวา กตํ. กปฺปํ ลภิตฺวาติ คจฺฉาติ วุตฺตวจเนน กปฺปํ ลภิตฺวา. เถรสฺส หิ อาณตฺติยา คจฺฉนฺตสฺส อนาปตฺติ. ปุริมนเยเนวาติ ‘‘นิสีทิตฺวา สยํ คจฺฉนฺโต’’ติอาทินา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว. อญฺญตฺถ คจฺฉตีติ ตํ มคฺคํ อติกฺกมิตฺวา อญฺญตฺถ คจฺฉติ. เลฑฺฑุปาตุปจารโต พหิ ฐิตตฺตา ‘‘ปาทุทฺธาเรน กาเรตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ, อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตสฺส ปฐมปาทุทฺธาเร ทุกฺกฏํ, ทุติยปาทุทฺธาเร ปาจิตฺติยนฺติ อตฺโถ. ปากติกํ อกตฺวาติ อปฺปฏิสาเมตฺวา. อนฺตรสนฺนิปาเตติ อนฺตรนฺตรา สนฺนิปาเต.
อาวาสิกานํเยว ปลิโพโธติ เอตฺถ อาคนฺตุเกหิ อาคนฺตฺวา กิญฺจิ อวตฺวา ตตฺถ นิสินฺเนปิ อาวาสิกานํเยว ปลิโพโธติ อธิปฺปาโย. มหาปจฺจริวาเท ปน ‘‘อญฺเญสุ อาคนฺตฺวา นิสินฺเนสู’’ติ อิทํ อมฺหากนฺติ วตฺวา วา อวตฺวา วา นิสินฺเนสูติ อธิปฺปาโย. มหาอฏฺฐกถาวาเท ‘‘อาปตฺตี’’ติ ปาจิตฺติยเมว วุตฺตํ. มหาปจฺจริยํ ปน สนฺถรณสนฺถราปเน สติ ปาจิตฺติเยน ภวิตพฺพนฺติ อนาณตฺติยา ปญฺญตฺตตฺตา ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. ‘‘อิทํ อุสฺสารกสฺส, อิทํ ธมฺมกถิกสฺสา’’ติ วิสุํ ปญฺญตฺตตฺตา อนาณตฺติยา ปญฺญตฺเตปิ ปาจิตฺติเยเนว ภวิตพฺพนฺติ อธิปฺปาเยน ‘‘ตสฺมึ อาคนฺตฺวา นิสินฺเน ตสฺส ปลิโพโธ’’ติ วุตฺตํ. เกจิ ปน วทนฺติ ‘‘อนาณตฺติยา ปญฺญตฺเตปิ ธมฺมกถิกสฺส อนุฏฺฐาปนียตฺตา ปาจิตฺติเยน ภวิตพฺพํ, อาคนฺตุกสฺส ปน ปจฺฉา อาคเตหิ วุฑฺฒตเรหิ อุฏฺฐาเปตพฺพตฺตา ทุกฺกฏํ วุตฺต’’นฺติ.
๑๑๒. ภูมิยํ อตฺถริตพฺพาติ จิมิลิกาย สติ ตสฺสา อุปริ, อสติ สุทฺธภูมิยํ อตฺถริตพฺพา. สีหจมฺมาทีนํ ปริหรเณเยว ปฏิกฺเขโป เวทิตพฺโพติ อิมินา –
‘‘น, ภิกฺขเว, มหาจมฺมานิ ธาเรตพฺพานิ สีหจมฺมํ พฺยคฺฆจมฺมํ ทีปิจมฺมํ, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๒๕๕) –
เอวํ วุตฺตาย ขนฺธกปาฬิยา อธิปฺปายํ วิภาเวติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อนฺโตปิ มญฺเจ ปญฺญตฺตานิ โหนฺติ, พหิปิ มญฺเจ ปญฺญตฺตานิ โหนฺตี’’ติ อิมสฺมึ วตฺถุสฺมึ สิกฺขาปทสฺส ปญฺญตฺตตฺตา มญฺจปีเฐสุ อตฺถริตฺวา ปริโภโคเยว ปฏิกฺขิตฺโต, ภูมตฺถรณวเสน ปริโภโค ปน อปฺปฏิกฺขิตฺโตติ. ยทิ เอวํ ‘‘ปริหรเณเยว ปฏิกฺเขโป’’ติ อิทํ กสฺมา วุตฺตนฺติ? ยถา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สพฺพํ ปาสาทปริโภค’’นฺติ (จูฬว. ๓๒๐) วจนโต ปุคฺคลิเกปิ เสนาสเน เสนาสนปริโภควเสน นิยมิตํ สุวณฺณฆฏาทิกํ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏมานมฺปิ เกวลํ อตฺตโน สนฺตกํ กตฺวา ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ, เอวมิทํ ภูมตฺถรณวเสน ปริภุญฺชิยมานมฺปิ อตฺตโน สนฺตกํ กตฺวา ตํ ตํ วิหารํ หริตฺวา ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ปริหรเณเยว ปฏิกฺเขโป เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. ทารุมยปีฐนฺติ ผลกมยเมว ปีฐํ วุตฺตํ. ปาทกถลิกนฺติ อโธตปาทฏฺฐปนกํ. อชฺโฌกาเส รชนํ ปจิตฺวา…เป… ปฏิสาเมตพฺพนฺติ เอตฺถ เถเว อสติ รชนกมฺเม นิฏฺฐิเต ปฏิสาเมตพฺพํ.
๑๑๓. ‘‘ภิกฺขุ วา สามเณโร วา อารามิโก วา ลชฺชี โหตีติ วุตฺตตฺตา อลชฺชึ อาปุจฺฉิตฺวา คนฺตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. โอตาเปนฺโต คจฺฉตีติ เอตฺถ ‘‘กิญฺจาปิ ‘เอตฺตกํ ทูรํ คนฺตพฺพ’นฺติ ปริจฺเฉโท นตฺถิ, ตถาปิ เลฑฺฑุปาตํ อติกฺกมฺม นาติทูรํ คนฺตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. มญฺจาทีนํ สงฺฆิกตา, วุตฺตลกฺขเณ เทเส สนฺถรณํ วา สนฺถราปนํ วา, อปลิพุทฺธตา, อาปทาย อภาโว, เลฑฺฑุปาตาติกฺกโมติ อิมานิ ปเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา) ปน อนาปุจฺฉํ วา คจฺเฉยฺยาติ เอตฺถ ‘‘โย ภิกฺขุ วา สามเณโร วา อารามิโก วา ลชฺชี โหติ, อตฺตโน ปลิโพธํ วิย มญฺญติ, ตถารูปํ อนาปุจฺฉิตฺวา ตํ เสนาสนํ ตสฺส อนิยฺยาเตตฺวา นิรเปกฺโข คจฺฉติ, ถามมชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาตํ อติกฺกเมยฺย, เอเกน ปาเทน เลฑฺฑุปาตาติกฺกเม ทุกฺกฏํ, ทุติยปาทาติกฺกเม ปาจิตฺติย’’นฺติ วตฺวา องฺเคสุปิ นิรเปกฺขตาย สทฺธึ ฉ องฺคานิ วุตฺตานิ. ปาฬิยํ ปน อฏฺฐกถายญฺจ ‘‘นิรเปกฺโข คจฺฉตี’’ติ อยํ วิเสโส น ทิสฺสติ. ‘‘โอตาเปนฺโต คจฺฉตี’’ติ จ โอตาปนวิสเย เอว สาเปกฺขคมเน อนาปตฺติ วุตฺตา. ยทิ อญฺญตฺถาปิ สาเปกฺขคมเน อนาปตฺติ สิยา, ‘‘อนาปตฺติ สาเปกฺโข คจฺฉตี’’ติ อวิเสเสน วตฺตพฺพํ ภเวยฺย, ตสฺมา วีมํสิตฺวา ยุตฺตตรํ คเหตพฺพนฺติ.
ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๑๖. ทุติยเสนาสนสิกฺขาปเท เอตฺตกเมว วุตฺตนฺติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. ‘‘อิทญฺจ อฏฺฐกถาสุ ตถาวุตฺตภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, อญฺญมฺปิ ตาทิสํ มญฺจปีเฐสุ อตฺถริตํ ปจฺจตฺถรณเมวา’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. มาติกาฏฺฐกถายํ ปน ‘‘ปจฺจตฺถรณํ นาม ปาวาโร โกชโวติ เอตฺตกเมวา’’ติ นิยเมตฺวา วุตฺตํ, ตสฺมา คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ อิมินา น สเมติ, วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ. เสนาสนโตติ สพฺพปจฺฉิมเสนาสนโต. โย โกจีติ ตสฺส ญาตโก วา อญฺญาตโก วา โย โกจิ.
๑๑๗. ปริเวณนฺติ เอเกกสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขปพฺภนฺตรํ. กุรุนฺทฏฺฐกถายํ วุตฺตเมวตฺถํ สวิเสสํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘กิญฺจาปิ วุตฺโต’’ติอาทิ อารทฺธํ. ‘‘อปริจฺฉนฺเน มณฺฑเป’’ติ วิสุํ โยเชตพฺพํ. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘อปริจฺฉนฺนมณฺฑเป วา ปริจฺฉนฺเน วาปิ พหูนํ สนฺนิปาตภูเต’’ติ วุตฺตํ. โภชนสาลายมฺปิ อยํ วิเสโส ลพฺภติเยว. วตฺตพฺพํ นตฺถีติ วิเสเสตฺวา กิญฺจิ วตฺตพฺพํ นตฺถิ. ปลุชฺชตีติ วินสฺสติ. นสฺเสยฺยาติ โจราทีหิ วินสฺเสยฺย.
๑๑๘. เยน มญฺจํ วา ปีฐํ วา วินนฺติ, ตํ มญฺจปีฐกวานํ. สิลุจฺจยเลณนฺติ สิลุจฺจเย เลณํ, ปพฺพตคุหาติ อตฺโถ. ‘‘เสนาสนํ อุปจิกาหิ ขายิต’’นฺติ อิมสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตตฺตา วตฺถุอนุรูปวเสน อฏฺฐกถายํ อุปจิกาสงฺกาย อภาเว อนาปตฺติ วุตฺตา. วตฺตกฺขนฺธเก คมิกวตฺตํ ปญฺญเปนฺเตน ‘‘เสนาสนํ อาปุจฺฉิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตตฺตา เกวลํ อิติกตฺตพฺพาการมตฺตทสฺสนตฺถํ ‘‘อาปุจฺฉนํ ปน วตฺต’’นฺติ วุตฺตํ, น ปน วตฺตเภเทน ทุกฺกฏนฺติ ทสฺสนตฺถํ. เตเนว อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘เสนาสนํ อาปุจฺฉิตพฺพ’’นฺติ เอตฺถ ‘‘ยํ ปาสาณปิฏฺฐิยํ วา ปาสาณตฺถมฺเภสุ วา กตเสนาสนํ ยตฺถ อุปจิกา นาโรหนฺติ, ตํ อนาปุจฺฉนฺตสฺสปิ อนาปตฺตี’’ติ วกฺขติ, ตสฺมา ยํ วุตฺตํ คณฺฐิปเท ‘‘ตาทิเส เสนาสเน อนาปุจฺฉา คจฺฉนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ นตฺถิ, คมิกวตฺตวเสน ปน อนาปุจฺฉา คจฺฉโต วตฺตเภโท โหติ, ตสฺมา ทุกฺกฏํ อาปชฺชตี’’ติ, ตํ น คเหตพฺพํ.
ปจฺฉิมสฺส อาโภเคน มุตฺติ นตฺถีติ ตสฺส ปจฺฉโต คจฺฉนฺตสฺส อญฺญสฺส อภาวโต วุตฺตํ. เอกํ วา เปเสตฺวา อาปุจฺฉิตพฺพนฺติ เอตฺถ คมนจิตฺตสฺส อุปฺปนฺนฏฺฐานโต อนาปุจฺฉิตฺวา คจฺฉโต ทุติยปาทุทฺธาเร ปาจิตฺติยํ. กิญฺจาปิ มญฺจํ วา ปีฐํ วา อชฺโฌกาเส นิกฺขิปิตฺวา คจฺฉนฺตสฺส อิธ วิสุํ อาปตฺติ น วุตฺตา, ตถาปิ อกาเล อชฺโฌกาเส มญฺจปีฐานิ ปญฺญเปตฺวา คจฺฉนฺตสฺส เลฑฺฑุปาตาติกฺกเม ปุริมสิกฺขาปเทน ปาจิตฺติยํ, ปริกฺเขปาติกฺกเม อิมินา ทุกฺกฏนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘มณฺฑเป วา รุกฺขมูเล วา’’ติ อิมินา อชฺโฌกาโสปิ สงฺคหิโตเยวาติ ตตฺถาปิ ทุกฺกฏํ อิธ วุตฺตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เสยฺยํ ปน อชฺโฌกาเส สนฺถริตฺวา คจฺฉนฺตสฺส อุภเยนปิ ทุกฺกฏเมว. ‘‘สงฺฆิเก วิหาเร สงฺฆิกํเยว เสยฺยํ สนฺถริตฺวา ปกฺกมนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ วุตฺตนฺติ อุโภสุ เอเกกสฺมึ สงฺฆิเก ทุกฺกฏ’’นฺติ วทนฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. วุตฺตลกฺขณเสยฺยา, ตสฺสา สงฺฆิกตา, วุตฺตลกฺขเณ วิหาเร สนฺถรณํ วา สนฺถราปนํ วา, อปลิพุทฺธตา, อาปทาย อภาโว, อนเปกฺขสฺส ทิสาปกฺกมนํ, อุปจารสีมาติกฺกโมติ อิมานิ ปเนตฺถ สตฺต องฺคานิ.
ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๑๙-๑๒๑. ฉฏฺเฐ อนุปวิสิตฺวาติ สมีปํ ปวิสิตฺวา. พหูปการตํ คุณวิสิฏฺฐตญฺจ สลฺลกฺเขนฺโตติ ภณฺฑาคาริกสฺส พหูปการตํ ธมฺมกถิกาทีนํ คุณวิสิฏฺฐตญฺจ สลฺลกฺเขนฺโต. สมนฺตา ทิยฑฺโฒ หตฺโถติ มชฺเฌ ปญฺญตฺตมญฺจปีฐํ สนฺธาย วุตฺตํ.
๑๒๒. อุปจารํ ฐเปตฺวาติ วุตฺตลกฺขณํ อุปจารํ ฐเปตฺวา. เอกวิหาเรติ เอกสฺมึ เสนาสเน. เอกปริเวเณติ ตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขปพฺภนฺตเร. ‘‘คิลาโน ปวิสตีติอาทีสุ อนาปตฺติการณสพฺภาวโต คิลานาทิตาย ปวิสิสฺสามีติ อุปจารํ ปวิสนฺตสฺส สติปิ สมฺพาเธตุกามตาย อนาปตฺติ วุตฺตาเยวา’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. เอวญฺจ สติ อคิลานาทิภาโวปิ วิสุํ องฺเคสุ วตฺตพฺโพ สิยา, มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา) ปน ‘‘สงฺฆิกวิหารตา, อนุฏฺฐาปนียภาวชานนํ, สมฺพาเธตุกามตา, อุปจาเร นิสีทนํ วา นิปชฺชนํ วาติ อิมานิ ปเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานี’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, ตสฺมา วีมํสิตพฺพํ.
อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๒๖. สตฺตเม โกฏฺฐกานีติ ทฺวารโกฏฺฐกานิ. ‘‘นิกฺขมาติ วจนํ สุตฺวาปิ อตฺตโน รุจิยา นิกฺขมติ, อนาปตฺตี’’ติ วทนฺติ.
๑๒๘. อลชฺชึ นิกฺกฑฺฒตีติอาทีสุ ปฐมํ อลชฺชีอาทิภาเวน นิกฺกฑฺฒิสฺสามีติ จินฺเตตฺวา นิกฺกฑฺฒนฺตสฺส จิตฺตสฺส ลหุปริวตฺติตาย โกเป อุปฺปนฺเนปิ อนาปตฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. สงฺฆิกวิหาโร, อุปสมฺปนฺนสฺส ภณฺฑนการกภาวาทิวินิมุตฺตตา, โกเปน นิกฺกฑฺฒนํ วา นิกฺกฑฺฒาปนํ วาติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. เวหาสกุฏิสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๒๙-๑๓๑. อฏฺฐเม อุปริมตเล ปทรานํ อสนฺถริตตฺตา ‘‘อุปริอจฺฉนฺนตลายา’’ติ วุตฺตํ. ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนวาติ อนุปขชฺชสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว. สงฺฆิโก วิหาโร, อสีสฆฏฺฏา เวหาสกุฏิ, เหฏฺฐา สปริโภคตา, อปฏาณิทินฺเน อาหจฺจปาทเก นิสีทนํ วา นิปชฺชนํ วาติ อิมานิ ปเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
เวหาสกุฏิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๓๕. นวเม ‘‘มหลฺลโก นาม วิหาโร สสามิโก’’ติ วุตฺตตฺตา สญฺญาจิกาย กุฏิยา อนาปตฺติ. ‘‘อฑฺฒเตยฺยหตฺถมฺปี’’ติ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน วุตฺตวจนํ ปาฬิยา สเมตีติ อาห ‘‘ตํ สุวุตฺต’’นฺติ. ‘‘ปาฬิยํ อฏฺฐกถายญฺจ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน อฑฺฒเตยฺยหตฺถปฺปมาณสฺส โอกาสสฺส ทสฺสิตตฺตา กวาฏํ อฑฺฒเตยฺยหตฺถวิตฺถารโต อูนกํ วา โหตุ อธิกํ วา, อฑฺฒเตยฺยหตฺถปฺปมาณํเยว โอกาโส’’ติ วทนฺติ.
ยสฺส เวมชฺเฌติ ยสฺส วิหารสฺส เวมชฺเฌ. สา อปริปูรอุปจาราปิ โหตีติ วิวริยมานํ กวาฏํ ยํ ภิตฺตึ อาหนติ, สา สมนฺตา กวาฏวิตฺถารปฺปมาณอุปจารรหิตาปิ โหตีติ อตฺโถ. อาโลกํ สนฺเธติ ปิเธตีติ อาโลกสนฺธิ. ‘‘ปุนปฺปุนํ ฉาทาเปสิ, ปุนปฺปุนํ ลิมฺปาเปสีติ อิมสฺมึ วตฺถุสฺมึ อุปฺปนฺนโทเสน สิกฺขาปทสฺส ปญฺญตฺตตฺตา เลปํ อนุชานนฺเตน จ ทฺวารพนฺธสฺส สมนฺตา อฑฺฒเตยฺยหตฺถปฺปมาเณเยว ปเทเส ปุนปฺปุนํ เลปสฺส อนุญฺญาตตฺตา ตโต อญฺญตฺถ ปุนปฺปุนํ ลิมฺเปนฺตสฺส วา ลิมฺปาเปนฺตสฺส วา ภิตฺติยํ มตฺติกาย กตฺตพฺพกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา ปุน จตุตฺถเลเป ทินฺเน ปาจิตฺติเยน ภวิตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. คณฺฐิปเทสุ ปน ตีสุปิ ‘‘ปุนปฺปุนํ เลปทานสฺส วุตฺตปฺปมาณโต อญฺญตฺถ ปฏิกฺขิตฺตมตฺตํ ฐเปตฺวา ปาจิตฺติยสฺส อวุตฺตตฺตา ทุกฺกฏํ อนุรูป’’นฺติ วุตฺตํ.
อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ สํวิธาตพฺพํ. อปฺปหริเตติ เอตฺถ อปฺป-สทฺโท ‘‘อปฺปิจฺโฉ’’ติอาทีสุ วิย อภาวตฺโถติ อาห ‘‘อหริเต’’ติ. ปตโนกาโสติ ปตโนกาสตฺตา ตตฺร ฐิตสฺส ภิกฺขุโน อุปริ ปเตยฺยาติ อธิปฺปาโย. สเจ หริเต ฐิโต อธิฏฺเฐติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ วจเนน อิมมตฺถํ ทีเปติ – สเจ วิหารสฺส สมนฺตา วุตฺตปฺปมาเณ ปริจฺเฉเท ปุพฺพณฺณาทีนิ น สนฺติ, ตตฺถ วิหาโร กาเรตพฺโพ. ยตฺถ ปน สนฺติ, ตตฺถ การาเปนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ.
๑๓๖. เอเกกํ มคฺคํ อุชุกเมว อุฏฺฐเปตฺวา ฉาทนํ มคฺเคน ฉาทนํ นาม โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺเคน ฉาเทนฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ. อิมินา ปน นเยน สพฺพสฺมึ วิหาเร เอกวารํ ฉาทิเต ตํ ฉทนํ เอกมคฺคนฺติ คเหตฺวา ‘‘เทฺว มคฺเค’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ปริยาเยน ฉาทเนปิ อิมินาว นเยน โยเชตพฺพ’’นฺติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ, ตํ ‘‘ปุนปฺปุนํ ฉาทาเปสี’’ติ อิมาย ปาฬิยา ‘‘สพฺพมฺปิ เจตํ ฉทนํ ฉทนูปริ เวทิตพฺพ’’นฺติ อิมินา อฏฺฐกถาวจเนน จ สเมติ, ตสฺมา เทฺว มคฺเค อธิฏฺฐหิตฺวา ตติยาย มคฺคํ อาณาเปตฺวา ปกฺกมิตพฺพนฺติ เอตฺถ เทฺว ฉทนานิ อธิฏฺฐหิตฺวา ตติยํ ฉทนํ ‘‘เอวํ ฉาเทหี’’ติ อาณาเปตฺวา ปกฺกมิตพฺพนฺติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ.
เกจิ ปน ‘‘ปฐมํ ตาว เอกวารํ อปริเสสํ ฉาเทตฺวา ปุน ฉทนทณฺฑเก พนฺธิตฺวา ทุติยวารํ ตเถว ฉาเทตพฺพํ, ตติยวารจตุตฺถวาเร สมฺปตฺเต เทฺว มคฺเค อธิฏฺฐหิตฺวา อาณาเปตฺวา ปกฺกมิตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. อปเร ปน ‘‘ปฐมวาเรเยว ตโยปิ มคฺเค อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏติ, จตุตฺถโต ปฏฺฐาย อาปตฺติ ปาจิตฺติย’’นฺติ วทนฺติ. ตทุภยมฺปิ ปาฬิยา อฏฺฐกถาย จ น สเมติ. ตติยาย มคฺคนฺติ เอตฺถ ตติยายาติ อุปโยคตฺเถ สมฺปทานวจนํ, ตติยํ มคฺคนฺติ อตฺโถ. ติณฺณํ มคฺคานนฺติ มคฺควเสน ฉาทิตานํ ติณฺณํ ฉทนานํ. ติณฺณํ ปริยายานนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. จตุตฺเถ มคฺเค วา ปริยาเย วาติ จ ตถา ฉาเทนฺตานํ จตุตฺถํ ฉาทนเมว วุตฺตํ. เสสํ อุตฺตานเมว. มหลฺลกวิหารตา, อตฺตโน วาสาคารตา, อุตฺตริ อธิฏฺฐานนฺติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๔๐. ทสเม อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส ‘‘สิญฺเจยฺย วา สิญฺจาเปยฺย วา’’ติ พาหิรปริโภควเสน ปฐมํ ปญฺญตฺตตฺตา ‘‘สปฺปาณกํ อุทกํ ปริภุญฺเชยฺยา’’ติ สิกฺขาปทํ อตฺตโน นหานปานาทิปริโภควเสน ปญฺญตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตสฺมึ วา ปฐมํ ปญฺญตฺเตปิ อตฺตโน ปริโภควเสเนว ปญฺญตฺตตฺตา ปุน อิมํ สิกฺขาปทํ พาหิรปริโภควเสเนว ปญฺญตฺตนฺติ คเหตพฺพํ.
สปฺปาณกสญฺญิสฺส ‘‘ปริโภเคน ปาณกา มริสฺสนฺตี’’ติ ปุพฺพภาเค ชานนฺตสฺสปิ สิญฺจนสิญฺจาปนํ ‘‘ปทีเป นิปติตฺวา ปฏงฺคาทิปาณกา มริสฺสนฺตี’’ติ ชานนฺตสฺส ปทีปุชฺชลนํ วิย วินาปิ วธกเจตนาย โหตีติ อาห ‘‘ปณฺณตฺติวชฺช’’นฺติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว. อุทกสฺส สปฺปาณกตา, ‘‘สิญฺจเนน ปาณกา มริสฺสนฺตี’’ติ ชานนํ, ตาทิสเมว จ อุทกํ, วินา วธกเจตนาย เกนจิเทว กรณีเยน ติณาทีนํ สิญฺจนนฺติ อิมานิ ปเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิฏฺฐิโต เสนาสนวคฺโค ทุติโย.
ภูตคามวคฺโคติปิ อิมสฺเสว นามํ.