๓. โอวาทวคฺโค
๑. โอวาทสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๔๔. ภิกฺขุนิวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปเท กถานุสาเรนาติ ‘‘โส เถโร กึสีโล กึสมาจาโร กตรกุลา ปพฺพชิโต’’ติอาทินา ปุจฺฉนฺตานํ ปุจฺฉากถานุสาเรน. กเถตุํ วฏฺฏนฺตีติ นิรามิเสเนว จิตฺเตน กเถตุํ วฏฺฏนฺติ. อนิยฺยานิกตฺตา สคฺคโมกฺขมคฺคานํ ติรจฺฉานภูตา กถา ติรจฺฉานกถาติ อาห ‘‘สคฺคมคฺคคมเนปี’’ติอาทิ. อปิ-สทฺเทน ปเคว โมกฺขมคฺคคมเนติ ทีเปติ. ติรจฺฉานภูตนฺติ ติโรกรณภูตํ, พาธิกนฺติ วุตฺตํ โหติ. ลทฺธาเสวนา หิ ติรจฺฉานกถา สคฺคโมกฺขานํ พาธิกาว โหติ. สมิทฺโธติ ปริปุณฺโณ. สหิตตฺโถติ ยุตฺตตฺโถ. อตฺถคมฺภีรตาทิโยคโต คมฺภีโร. พหุรโสติ อตฺถรสาทิพหุรโส. ลกฺขณปฏิเวธสํยุตฺโตติ อนิจฺจาทิลกฺขณปฏิเวธรสอาวหนโต ลกฺขณปฏิเวธสํยุตฺโต.
๑๔๕-๑๔๗. ปรโตติ ปรตฺถ, อุตฺตรินฺติ อตฺโถ. กโรนฺโตวาติ ปริพาหิเร กโรนฺโตเยว. ปาติโมกฺโขติ จาริตฺตวาริตฺตปฺปเภทํ สิกฺขาปทสีลํ. ตญฺหิ โย นํ ปาติ รกฺขติ, ตํ โมกฺเขติ โมเจติ อาปายิกาทีหิ ทุกฺเขหิ, ตสฺมา ‘‘ปาติโมกฺข’’นฺติ วุจฺจติ. สํวรณํ สํวโร, กายวจีทฺวารานํ ปิทหนํ. เยน หิ เต สํวุตา ปิหิตา โหนฺติ, โส สํวโร, กายิกวาจสิกสฺส อวีติกฺกมสฺเสตํ นามํ. ปาติโมกฺขสํวเรน สํวุโตติ ปาติโมกฺขสํวเรน ปิหิตกายวจีทฺวาโร. ตถาภูโต จ ยสฺมา เตน สมงฺคี นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สมนฺนาคโต’’ติ. วตฺตตีติ อตฺตภาวํ ปวตฺเตติ. วิหรตีติ อิมินา ปาติโมกฺขสํวรสีเล ฐิตสฺส ภิกฺขุโน อิริยาปถวิหาโร ทสฺสิโต.
สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ปาฬิยา วิภาเวตุํ ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ วิภงฺเคติ ฌานวิภงฺเค. สีลํ ปติฏฺฐาติอาทีนิ ปาติโมกฺขสฺเสว เววจนานิ. ตตฺถ (วิภ. อฏฺฐ. ๕๑๑) สีลนฺติ กามญฺเจตํ สห กมฺมวาจาปริโยสาเนน อิชฺฌนกสฺส ปาติโมกฺขสฺเสว เววจนํ, เอวํ สนฺเตปิ ธมฺมโต เอตํ สีลํ นาม ปาณาติปาตาทีหิ วา วิรมนฺตสฺส วตฺตปฏิปตฺตึ วา ปูเรนฺตสฺส เจตนาทโย ธมฺมา เวทิตพฺพา. ยสฺมา ปน ปาติโมกฺขสีเลน ภิกฺขุ สาสเน ปติฏฺฐาติ นาม, ตสฺมา ตํ ‘‘ปติฏฺฐา’’ติ วุตฺตํ. ปติฏฺฐหติ วา เอตฺถ ภิกฺขุ, กุสลธมฺมา เอว วา เอตฺถ ปติฏฺฐหนฺตีติ ปติฏฺฐา. อยมตฺโถ ‘‘สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๓, ๑๙๒) จ ‘‘ปติฏฺฐา, มหาราช, สีลํ สพฺเพสํ กุสลานํ ธมฺมาน’’นฺติ (มิ. ป. ๒.๑.๙) จ ‘‘สีเล ปติฏฺฐิตสฺส โข, มหาราช, สพฺเพ กุสลา ธมฺมา น ปริหายนฺตี’’ติ จ อาทิสุตฺตวเสน เวทิตพฺโพ.
ตเทตํ ปุพฺพุปฺปตฺติอตฺเถน อาทิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ตสฺมาติห ตฺวํ, อุตฺติย, อาทิเมว วิโสเธหิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. โก จาทิ กุสลานํ ธมฺมานํ? สีลญฺจ สุวิสุทฺธํ ทิฏฺฐิ จ อุชุกา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๘๒).
ยถา หิ นครวฑฺฒกี นครํ มาเปตุกาโม ปฐมํ นครฏฺฐานํ โสเธติ, ตโต อปรภาเค วีถิจตุกฺกสิงฺฆาฏกาทิปริจฺเฉเทน วิภชิตฺวา นครํ มาเปติ, เอวเมว โยคาวจโร อาทิมฺหิ สีลํ โสเธติ, ตโต อปรภาเค สมาธิวิปสฺสนามคฺคผลนิพฺพานานิ สจฺฉิกโรติ. ยถา วา ปน รชโก ปฐมํ ตีหิ ขาเรหิ วตฺถํ โธวิตฺวา ปริสุทฺเธ วตฺเถ ยทิจฺฉกํ รงฺคชาตํ อุปเนติ, ยถา วา ปน เฉโก จิตฺตกาโร รูปํ ลิขิตุกาโม อาทิโต ภิตฺติปริกมฺมํ กโรติ, ตโต อปรภาเค รูปํ สมุฏฺฐาเปติ, เอวเมว โยคาวจโร อาทิโตว สีลํ วิโสเธตฺวา อปรภาเค สมถวิปสฺสนาทโย ธมฺเม สจฺฉิกโรติ. ตสฺมา สีลํ ‘‘อาที’’ติ วุตฺตํ.
ตเทตํ จรณสริกฺขตาย จรณํ. ‘‘จรณา’’ติ ปาทา วุจฺจนฺติ. ยถา หิ ฉินฺนจรณสฺส ปุริสสฺส ทิสํคมนาภิสงฺขาโร น ชายติ, ปริปุณฺณปาทสฺเสว ชายติ, เอวเมว ยสฺส สีลํ ภินฺนํ โหติ ขณฺฑํ อปริปุณฺณํ, ตสฺส นิพฺพานคมนาย ญาณคมนํ น สมฺปชฺชติ. ยสฺส ปน ตํ อภินฺนํ โหติ อขณฺฑํ ปริปุณฺณํ, ตสฺส นิพฺพานคมนาย ญาณคมนํ สมฺปชฺชติ. ตสฺมา สีลํ ‘‘จรณ’’นฺติ วุตฺตํ.
ตเทตํ สํยมนวเสน สํยโม, สํวรณวเสน สํวโรติ อุภเยนปิ สีลสํยโม เจว สีลสํวโร จ กถิโต. วจนตฺโถ ปเนตฺถ สํยเมติ วีติกฺกมวิปฺผนฺทนํ, ปุคฺคลํ วา สํยเมติ วีติกฺกมวเสน ตสฺส วิปฺผนฺทิตุํ น เทตีติ สํยโม, วีติกฺกมสฺส ปเวสนทฺวารํ สํวรติ ปิทหตีติ สํวโร. โมกฺขนฺติ อุตฺตมํ มุขภูตํ วา. ยถา หิ สตฺตานํ จตุพฺพิโธ อาหาโร มุเขน ปวิสิตฺวา องฺคมงฺคานิ ผรติ, เอวํ โยคิโนปิ จตุภูมกกุสลํ สีลมุเขน ปวิสิตฺวา อตฺถสิทฺธึ สมฺปาเทติ. เตน วุตฺตํ ‘‘โมกฺข’’นฺติ. ปมุเข สาธูติ ปโมกฺขํ, ปุพฺพงฺคมํ เสฏฺฐํ ปธานนฺติ อตฺโถ. กุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยาติ จตุภูมกกุสลานํ ปฏิลาภตฺถาย ปโมกฺขํ ปุพฺพงฺคมํ เสฏฺฐํ ปธานนฺติ เวทิตพฺพํ.
กายิโก อวีติกฺกโมติ ติวิธํ กายสุจริตํ. วาจสิโกติ จตุพฺพิธํ วจีสุจริตํ. กายิกวาจสิโกติ ตทุภยํ. อิมินา อาชีวฏฺฐมกสีลํ ปริยาทาย ทสฺเสติ. สํวุโตติ ปิหิโต, สํวุตินฺทฺริโย ปิหิตินฺทฺริโยติ อตฺโถ. ยถา หิ สํวุตทฺวารํ เคหํ ‘‘สํวุตเคหํ ปิหิตเคห’’นฺติ วุจฺจติ, เอวมิธ สํวุตินฺทฺริโย ‘‘สํวุโต’’ติ วุตฺโต. ปาติโมกฺขสํวเรนาติ ปาติโมกฺขสงฺขาเตน สํวเรน. อุเปโตติอาทีนิ สพฺพานิ อญฺญมญฺญเววจนานิ.
อิริยตีติอาทีหิ สตฺตหิปิ ปเทหิ ปาติโมกฺขสํวรสีเล ฐิตสฺส ภิกฺขุโน อิริยาปถวิหาโร กถิโต. ตตฺถ อิริยตีติ จตุนฺนํ อิริยาปถานํ อญฺญตรสมงฺคิภาวโต อิริยติ. เตหิ อิริยาปถจตุกฺเกหิ กายสกฏวตฺตเนน วตฺตติ. เอกํ อิริยาปถทุกฺขํ อปเรน อิริยาปเถน วิจฺฉินฺทิตฺวา จิรฏฺฐิติภาเวน สรีรรกฺขณโต ปาเลติ. เอกสฺมึ อิริยาปเถ อสณฺฐหิตฺวา สพฺพอิริยาปเถ วตฺตนโต ยเปติ. เตน เตน อิริยาปเถน ตถา ตถา กายสฺส ยาปนโต ยาเปติ. จิรกาลวตฺตาปนโต จรติ. อิริยาปเถน อิริยาปถํ วิจฺฉินฺทิตฺวา ชีวิตหรณโต วิหรติ.
มิจฺฉาชีวปฏิเสธเกนาติ –
‘‘อิเธกจฺโจ เวฬุทาเนน วา ปตฺตทาเนน วา ปุปฺผ ผล สินานทนฺตกฏฺฐทาเนน วา จาฏุกมฺยตาย วา มุคฺคสูปฺยตาย วา ปาริภฏยตาย วา ชงฺฆเปสนิเกน วา อญฺญตรญฺญตเรน วา พุทฺธปฏิกุฏฺเฐน มิจฺฉาอาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปติ, อยํ วุจฺจติ อนาจาโร’’ติ (วิภ. ๕๑๓) –
เอวํ วุตฺตอนาจารสงฺขาตมิจฺฉาชีวปฏิปกฺเขน.
น เวฬุทานาทินา อาจาเรนาติ –
‘‘อิเธกจฺโจ น เวฬุทาเนน น ปตฺต น ปุปฺผ น ผล น สินาน น ทนฺตกฏฺฐ น จาฏุกมฺยตาย น มุคฺคสูปฺยตาย น ปาริภฏยตาย น ชงฺฆเปสนิเกน น อญฺญตรญฺญตเรน พุทฺธปฏิกุฏฺเฐน มิจฺฉาอาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปติ, อยํ วุจฺจติ อาจาโร’’ติ (วิภ. ๕๑๓) –
เอวํ วุตฺเตน น เวฬุทานาทินา อาจาเรน.
เวสิยาทิอโคจรํ ปหายาติ –
‘‘อิเธกจฺโจ เวสิยโคจโร วา โหติ วิธว ถุลฺลกุมาริ ปณฺฑก ภิกฺขุนิ ปานาคารโคจโร วา, สํสฏฺโฐ วิหรติ ราชูหิ ราชมหามตฺเตหิ ติตฺถิเยหิ ติตฺถิยสาวเกหิ อนนุโลมิเกน สํสคฺเคน, ยานิ ปน ตานิ กุลานิ อสฺสทฺธานิ อปฺปสนฺนานิ อโนปานภูตานิ อกฺโกสกปริภาสกานิ อนตฺถกามานิ อหิตกามานิ อผาสุกกามานิ อโยคกฺเขมกามานิ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานํ, ตถารูปานิ กุลานิ เสวติ ภชติ ปยิรุปาสติ, อยํ วุจฺจติ อโคจโร’’ติ (วิภ. ๕๑๔) –
เอวมาคตํ เวสิยาทิอโคจรํ ปหาย.
สทฺธาสมฺปนฺนกุลาทินาติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อุปนิสฺสยโคจราทึ สงฺคณฺหาติ. ติวิโธ หิ โคจโร อุปนิสฺสยโคจโร อารกฺขโคจโร อุปนิพนฺธโคจโรติ. กตโม อุปนิสฺสยโคจโร? ทสกถาวตฺถุคุณสมนฺนาคโต กลฺยาณมิตฺโต, ยํ นิสฺสาย อสุตํ สุณาติ, สุตํ ปริโยทเปติ, กงฺขํ วิตรติ, ทิฏฺฐึ อุชุํ กโรติ, จิตฺตํ ปสาเทติ. ยสฺส วา ปน อนุสิกฺขมาโน สทฺธาย วฑฺฒติ, สีเลน สุเตน จาเคน ปญฺญาย วฑฺฒติ, อยํ อุปนิสฺสยโคจโร. กตโม อารกฺขโคจโร? อิธ ภิกฺขุ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ วีถึ ปฏิปนฺโน โอกฺขิตฺตจกฺขุ ยุคมตฺตทสฺสาวี สํวุโต คจฺฉติ, น หตฺถึ โอโลเกนฺโต, น อสฺสํ, น รถํ, น ปตฺตึ, น อิตฺถึ, น ปุริสํ โอโลเกนฺโต, น อุทฺธํ โอโลเกนฺโต, น อโธ โอโลเกนฺโต, น ทิสาวิทิสํ วิเปกฺขมาโน คจฺฉติ, อยํ อารกฺขโคจโร. กตโม อุปนิพนฺธโคจโร? จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, ยตฺถ จิตฺตํ อุปนิพนฺธติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ‘‘โก จ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโย? ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๗๒), อยํ อุปนิพนฺธโคจโร. อิติ อยํ ติวิโธ โคจโร อิธ อาทิ-สทฺเทน สงฺคหิโตติ ทฏฺฐพฺโพ.
อปฺปมตฺตเกสุ วชฺเชสูติ อสญฺจิจฺจ อาปนฺนเสขิยอกุสลจิตฺตุปฺปาทาทิเภเทสุ วชฺเชสุ. ภยโต ทสฺสนสีโลติ ปรมาณุมตฺตํ วชฺชํ อฏฺฐสฏฺฐิโยชนสตสหสฺสุพฺเพธสิเนรุปพฺพตสทิสํ กตฺวา ทสฺสนสภาโว, สพฺพลหุกํ วา ทุพฺภาสิตมตฺตํ ปาราชิกสทิสํ กตฺวา ทสฺสนสภาโว. สมฺมา อาทายาติ สมฺมเทว สกฺกจฺจํ สพฺพโส วา อาทิยิตฺวา.
วฏฺฏทุกฺขนิสฺสรณตฺถิเกหิ โสตพฺพโต สุตํ, ปริยตฺติธมฺโม. ตํ ธาเรตีติ สุตธโร, สุตสฺส อาธารภูโต. ยสฺส หิ อิโต คหิตํ เอตฺโต ปลายติ, ฉิทฺทฆเฏ อุทกํ วิย น ติฏฺฐติ, ปริสมชฺเฌ เอกํ สุตฺตํ วา ชาตกํ วา กเถตุํ วา วาเจตุํ วา น สกฺโกติ, อยํ น สุตธโร นาม. ยสฺส ปน อุคฺคหิตํ พุทฺธวจนํ อุคฺคหิตกาลสทิสเมว โหติ, ทสปิ วีสติปิ วสฺสานิ สชฺฌายํ อกโรนฺตสฺส น นสฺสติ, อยํ สุตธโร นาม. เตเนวาห ‘‘ยทสฺส ต’’นฺติอาทิ. เอกปทมฺปิ เอกกฺขรมฺปิ อวินฏฺฐํ หุตฺวา สนฺนิจิยตีติ สนฺนิจโย, สุตํ สนฺนิจโย เอตสฺมินฺติ สุตสนฺนิจโยติ อาห ‘‘สุตํ สนฺนิจิตํ อสฺมินฺติ สุตสนฺนิจโย’’ติ. ยสฺส หิ สุตํ หทยมญฺชุสายํ สนฺนิจิตํ สิลาย เลขา วิย สุวณฺณฆเฏ ปกฺขิตฺตา สีหวสา วิย จ สาธุ ติฏฺฐติ, อยํ สุตสนฺนิจโย นาม. เตนาห ‘‘เอเตน…เป… อวินาสํ ทสฺเสตี’’ติ.
ธาตาติ ปคุณา วาจุคฺคตา. เอกสฺส หิ อุคฺคหิตพุทฺธวจนํ นิจฺจกาลิกํ น โหติ, ‘‘อสุกสุตฺตํ วา ชาตกํ วา กเถหี’’ติ วุตฺเต ‘‘สชฺฌายิตฺวา อญฺเญหิ สํสนฺทิตฺวา ปริปุจฺฉาวเสน อตฺถํ โอคาหิตฺวา ชานิสฺสามี’’ติ วทติ. เอกสฺส ปคุณํ ปพนฺธวิจฺเฉทาภาวโต คงฺคาโสตสทิสํ ภวงฺคโสตสทิสญฺจ อกิตฺติมํ สุขปฺปวตฺติ โหติ, ‘‘อสุกสุตฺตํ วา ชาตกํ วา กเถหี’’ติ วุตฺเต อุทฺธริตฺวา ตเมว กเถติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ธาตา’’ติ. วาจาย ปคุณา กตาติ สุตฺตทสกวคฺคทสกปณฺณาสทสกวเสน วาจาย สชฺฌายิตา, ทส สุตฺตานิ คตานิ, ทส วคฺคานิ คตานีติอาทินา สลฺลกฺเขตฺวา วาจาย สชฺฌายิตาติ อตฺโถ. สุตฺเตกเทสสฺส หิ สุตฺตมตฺตสฺส จ วจสา ปริจโย อิธ นาธิปฺเปโต, อถ โข วคฺคาทิวเสเนว. มนสา อนุเปกฺขิตาติ มนสา อนุ อนุ เปกฺขิตา, ภาคโส นิชฺฌายิตา จินฺติตาติ อตฺโถ. อาวชฺชนฺตสฺสาติ วาจาย สชฺฌายิตุํ พุทฺธวจนํ มนสา จินฺเตนฺตสฺส. สุฏฺฐุ ปฏิวิทฺธาติ นิชฺชฏํ นิคฺคุมฺพํ กตฺวา สุฏฺฐุ ยาถาวโต ปฏิวิทฺธา.
เทฺว มาติกาติ ภิกฺขุมาติกา ภิกฺขุนีมาติกา จ. วาจุคฺคตาติ ปุริมสฺเสว เววจนํ. ติสฺโส อนุโมทนาติ สงฺฆภตฺเต ทานานิสํสปฏิสํยุตฺตอนุโมทนา, วิหาราทิมงฺคเล มงฺคลสุตฺตาทิอนุโมทนา, มตกภตฺตาทิอวมงฺคเล ติโรกุฏฺฏาทิอนุโมทนาติ อิมา ติสฺโส อนุโมทนา. กมฺมากมฺมวินิจฺฉโยติ ปริวาราวสาเน กมฺมวคฺเค วุตฺตวินิจฺฉโย. ‘‘วิปสฺสนาวเสน อุคฺคณฺหนฺเตน จตุธาตุววตฺถานมุเขน อุคฺคเหตพฺพ’’นฺติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. จตูสุ ทิสาสุ อปฺปฏิหตตฺตา จตสฺโส ทิสา เอตสฺสาติ จตุทฺทิโส, จตุทฺทิโสเยว จาตุทฺทิโส, จตสฺโส วา ทิสา อรหติ, จตูสุ วา ทิสาสุ สาธูติ จาตุทฺทิโส.
อภิวินเยติ สกเล วินยปิฏเก. วิเนตุนฺติ สิกฺขาเปตุํ. ‘‘เทฺว วิภงฺคา ปคุณา วาจุคฺคตา กาตพฺพาติ อิทํ ปริปุจฺฉาวเสน อุคฺคหณมฺปิ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. เอกสฺส ปมุฏฺฐํ, อิตรสฺส ปคุณํ โหตีติ อาห ‘‘ตีหิ ชเนหิ สทฺธึ ปริวตฺตนกฺขมา กาตพฺพา’’ติ. อภิธมฺเมติ นามรูปปริจฺเฉเท. เหฏฺฐิมา วา ตโย วคฺคาติ มหาวคฺคโต เหฏฺฐา สคาถกวคฺโค นิทานวคฺโค ขนฺธกวคฺโคติ อิเม ตโย วคฺคา. ‘‘ธมฺมปทมฺปิ สห วตฺถุนา อุคฺคเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตตฺตา ชาตกภาณเกน สาฏฺฐกถํ ชาตกํ อุคฺคเหตฺวาปิ ธมฺมปทมฺปิ สห วตฺถุนา อุคฺคเหตพฺพเมว.
กลฺยาณา สุนฺทรา ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนา วาจา อสฺสาติ กลฺยาณวาโจ. เตนาห ‘‘สิถิลธนิตาทีนํ…เป… วาจาย สมนฺนาคโต’’ติ. ตตฺถ ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนายาติ ฐานกรณสมฺปตฺติยา สิกฺขาสมฺปตฺติยา จ กตฺถจิปิ อนูนตาย ปริมณฺฑลปทานิ พฺยญฺชนานิ อกฺขรานิ เอติสฺสาติ ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนา, ปทเมว วา อตฺถสฺส พฺยญฺชนโต ปทพฺยญฺชนํ, ตํ อกฺขรปาริปูรึ กตฺวา สิถิลธนิตาทิทสวิธํ พฺยญฺชนพุทฺธึ อปริหาเปตฺวา วุตฺตํ ปริมณฺฑลํ นาม โหติ. อกฺขรปาริปูริยา หิ ปทพฺยญฺชนสฺส ปริมณฺฑลตา. เตน วุตฺตํ ‘‘สิถิลธนิตาทีนํ ยถาวิธานวจเนนา’’ติ, ปริมณฺฑลํ ปทพฺยญฺชนํ เอติสฺสาติ ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนา. อถ วา ปชฺชติ ญายติ อตฺโถ เอเตนาติ ปทํ, นามาทิ. ยถาธิปฺเปตมตฺถํ พฺยญฺเชตีติ พฺยญฺชนํ, วากฺยํ. เตสํ ปริปุณฺณตาย ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนา.
อปิจ โย ภิกฺขุ ปริสติ ธมฺมํ เทเสนฺโต สุตฺตํ วา ชาตกํ วา นิกฺขิปิตฺวา อญฺญํ อุปารมฺภกรํ สุตฺตํ อาหรติ, ตสฺส อุปมํ กเถติ, ตทตฺถํ โอตาเรติ, เอวํ อิทํ คเหตฺวา เอตฺถ ขิปนฺโต เอกปสฺเสเนว ปริหรนฺโต กาลํ ญตฺวา วุฏฺฐหติ, นิกฺขิตฺตสุตฺตํ ปน นิกฺขิตฺตมตฺตเมว โหติ, ตสฺส กถา อปริมณฺฑลา นาม โหติ อตฺถสฺส อปริปุณฺณภาวโต. โย ปน สุตฺตํ วา ชาตกํ วา นิกฺขิปิตฺวา พหิ เอกปทมฺปิ อคนฺตฺวา ยถานิกฺขิตฺตสฺส สุตฺตสฺส อตฺถสํวณฺณนาวเสเนว สุตฺตนฺตรมฺปิ อาเนนฺโต ปาฬิยา อนุสนฺธิญฺจ ปุพฺพาปรญฺจ อเปกฺขนฺโต อาจริเยหิ ทินฺนนเย ฐตฺวา ตุลิกาย ปริจฺฉินฺทนฺโต วิย ตํ ตํ อตฺถํ สุววตฺถิตํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต คมฺภีรมาติกาย อุทกํ เปเสนฺโต วิย คมฺภีรมตฺถํ คเมนฺโต วคฺคิหาริคติยา ปเท ปทํ โกฏฺเฏนฺโต สินฺธวาชานีโย วิย เอกํเยว ปทํ อเนเกหิ ปริยาเยหิ ปุนปฺปุนํ สํวณฺณนฺโต คจฺฉติ, ตสฺส กถา ปริมณฺฑลา นาม โหติ ธมฺมโต อตฺถโต อนุสนฺธิโต ปุพฺพาปรโต อาจริยุคฺคหโตติ สพฺพโส ปริปุณฺณภาวโต. เอวรูปมฺปิ กถํ สนฺธาย ‘‘ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนายา’’ติ วุตฺตํ.
คุณปริปุณฺณภาเวน ปุเร ภวาติ โปรี, ตสฺส ภิกฺขุโน เตเนตํ ภาสิตพฺพํ อตฺถสฺส คุณปริปุณฺณภาเวน ปุเร ปุณฺณภาเว ภวาติ อตฺโถ. ปุเร วา ภวตฺตา โปริยา นาคริกิตฺถิยา สุขุมาลตฺตเนน สทิสาติ โปรี, ปุเร สํวฑฺฒนารี วิย สุกุมาราติ อตฺโถ. ปุรสฺส เอสาติปิ โปรี, ปุรสฺส เอสาติ นครวาสีนํ กถาติ อตฺโถ. นครวาสิโน หิ ยุตฺตกถา โหนฺติ ปิติมตฺตํ ‘‘ปิตา’’ติ, ภาติมตฺตํ ‘‘ภาตา’’ติ วทนฺติ. เอวรูปี หิ กถา พหุโน ชนสฺส กนฺตา โหติ มนาปา, ตาย โปริยา.
วิสฺสฏฺฐายาติ ปิตฺตเสมฺหาทีหิ อปลิพุทฺธาย สนฺทิฏฺฐวิลมฺพิตาทิโทสรหิตาย. อถ วา นาติสีฆํ นาติสณิกํ นิรนฺตรํ เอกรสญฺจ กตฺวา ปริสาย อชฺฌาสยานุรูปํ ธมฺมํ กเถนฺตสฺส วาจา วิสฺสฏฺฐา นาม. โย หิ ภิกฺขุ ธมฺมํ กเถนฺโต สุตฺตํ วา ชาตกํ วา อารภิตฺวา อารทฺธกาลโต ปฏฺฐาย ตุริตตุริโต อรณึ มนฺเถนฺโต วิย อุณฺหขาทนียํ ขาทนฺโต วิย ปาฬิยา อนุสนฺธิปุพฺพาปเรสุ คหิตํ คหิตเมว, อคฺคหิตํ อคฺคหิตเมว กตฺวา ปุราณปณฺณนฺตเรสุ จรมานํ โคธํ อุฏฺฐาเปนฺโต วิย ตตฺถ ตตฺถ ปหรนฺโต โอสาเปตฺวา อุฏฺฐาย คจฺฉติ. ปุราณปณฺณนฺตเรสุ หิ ปริปาติยมานา โคธา กทาจิ ทิสฺสติ กทาจิ น ทิสฺสติ, เอวเมกจฺจสฺส อตฺถวณฺณนา กตฺถจิ ทิสฺสติ กตฺถจิ น ทิสฺสติ. โยปิ ธมฺมํ กเถนฺโต กาเลน สีฆํ, กาเลน สณิกํ, กาเลน มนฺทํ, กาเลน มหาสทฺทํ, กาเลน ขุทฺทกสทฺทํ กโรติ, ยถา นิชฺฌามตณฺหิกเปตสฺส มุขโต นิจฺฉรณกอคฺคิ กาเลน ชลติ กาเลน นิพฺพายติ, เอวํ เปตธมฺมกถิโก นาม โหติ, ปริสาย อุฏฺฐาตุกามาย ปุน อารภติ. โยปิ กเถนฺโต ตตฺถ ตตฺถ วิตฺถายติ, อปฺปฏิภานตาย อาปชฺชติ, เกนจิ โรเคน นิตฺถุนนฺโต วิย กนฺทนฺโต วิย กเถติ, อิเมสํ สพฺเพสมฺปิ กถา วิสฺสฏฺฐา นาม น โหติ สุเขน อปฺปวตฺตภาวโต. โย ปน สุตฺตํ อาหริตฺวา อาจริเยหิ ทินฺนนเย ฐิโต อาจริยุคฺคหํ อมุญฺจนฺโต ยถา จ อาจริยา ตํ ตํ สุตฺตํ สํวณฺเณสุํ, เตเนว นเยน สํวณฺเณนฺโต นาติสีฆํ นาติสณิกนฺติอาทินา วุตฺตนเยน กถาปพนฺธํ อวิจฺฉินฺนํ กตฺวา นทีโสโต วิย ปวตฺเตติ, อากาสคงฺคาโต ภสฺสมานอุทกํ วิย นิรนฺตรกถํ ปวตฺเตติ, ตสฺส กถา วิสฺสฏฺฐา นาม โหติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘วิสฺสฏฺฐายา’’ติ.
อเนลคฬายาติ เอลคฬวิรหิตาย. กสฺสจิ หิ กเถนฺตสฺส เอลํ คฬติ, ลาลา ปคฺฆรติ, เขฬผุสิตานิ วา นิกฺขมนฺติ, ตสฺส วาจา เอลคฬา นาม โหติ, ตพฺพิปรีตายาติ อตฺโถ. อตฺถสฺส วิญฺญาปนิยาติ อาทิมชฺฌปริโยสานํ ปากฏํ กตฺวา ภาสิตตฺถสฺส วิญฺญาปนสมตฺถตาย อตฺถญาปเน สาธนาย.
วาจาว กรณนฺติ วากฺกรณํ, อุทาหารโฆโส. กลฺยาณํ มธุรํ วากฺกรณํ อสฺสาติ กลฺยาณวากฺกรโณ. เตเนวาห ‘‘มธุรสฺสโร’’ติ. หีเฬตีติ อวชานาติ. มาตุคาโมติ สมฺพนฺโธ. มนํ อปายติ วฑฺเฒตีติ มนาโป. เตนาห ‘‘มนวฑฺฒนโก’’ติ. วฏฺฏภเยน ตชฺเชตฺวาติ โยพฺพนมทาทิมตฺตา ภิกฺขุนิโย สํสารภเยน ตาเสตฺวา. คิหิกาเลติ อตฺตโน คิหิกาเล. ภิกฺขุนิยา เมถุเนน ภิกฺขุนีทูสโก โหตีติ ภิกฺขุนิยา กายสํสคฺคเมว วทติ. สิกฺขมานาสามเณรีสุ ปน เมถุเนนปิ ภิกฺขุนีทูสโก น โหตีติ อาห ‘‘สิกฺขมานาสามเณรีสุ เมถุนธมฺม’’นฺติ. ‘‘กาสายวตฺถวสนายา’’ติ วจนโต ทุสฺสีลาสุ ภิกฺขุนีสิกฺขมานาสามเณรีสุ ครุธมฺมํ อชฺฌาปนฺนปุพฺโพ ปฏิกฺขิตฺโตเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตสฺสา ภิกฺขุนิยา อภาเวปิ ยา ยา ตสฺสา วจนํ อสฺโสสุํ, ตา ตา ตเถว มญฺญนฺตีติ อาห ‘‘มาตุคาโม หี’’ติอาทิ.
อิทานิ อฏฺฐ องฺคานิ สโมธาเนตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ อารทฺธํ. อิเมหิ ปน อฏฺฐหงฺเคหิ อสมนฺนาคตํ ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน สมฺมนฺเนนฺโต ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ, ภิกฺขุ ปน สมฺมโตเยว โหติ.
๑๔๘. ครุเกหีติ ครุกาตพฺเพหิ. เอกโตอุปสมฺปนฺนายาติ อุปโยคตฺเถ ภุมฺมวจนํ. ‘‘โอวทตี’’ติ วา อิมสฺส ‘‘วทตี’’ติ อตฺเถ สติ สมฺปทานวจนมฺปิ ยุชฺชติ. ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนา นาม ปริวตฺตลิงฺคา วา ปญฺจสตสากิยานิโย วา.
๑๔๙. อาสนํ ปญฺญเปตฺวาติ เอตฺถ ‘‘สเจ ภูมิ มนาปา โหติ, อาสนํ อปญฺญาเปตุมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. มาตุคามคฺคหเณน ภิกฺขุนีปิ สงฺคหิตาติ อาห ‘‘ธมฺมเทสนาปตฺติโมจนตฺถ’’นฺติ. สมฺมตสฺส ภิกฺขุโน สนฺติกํ ปาฏิปเท โอวาทตฺถาย สพฺพาหิ ภิกฺขุนีหิ อาคนฺตพฺพโต ‘‘สมคฺคาตฺถ ภคินิโย’’ติ อิมินา สพฺพาสํ อาคมนํ ปุจฺฉตีติ อาห ‘‘สพฺพา อาคตาตฺถา’’ติ. คิลานาสุ อนาคตาสุปิ คิลานานํ อนาคมนสฺส อนุญฺญาตตฺตา อาคนฺตุํ สมตฺถาหิ จ สพฺพาหิ อาคตตฺตา ‘‘สมคฺคามฺหยฺยา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อนฺโตคาเม วาติอาทีสุ ยตฺถ ปญฺจ องฺคานิ ภูมิยํ ปติฏฺฐาเปตฺวา วนฺทิตุํ น สกฺกา โหติ, ตตฺถ ฐิตาย เอว กายํ ปุรโต นาเมตฺวา ‘‘วนฺทามิ อยฺยา’’ติ อญฺชลึ ปคฺคยฺห คนฺตุมฺปิ วฏฺฏติ. อนฺตรฆรนฺติ กตฺถจิ นครทฺวารสฺส พหิอินฺทขีลโต ปฏฺฐาย อนฺโตคาโม วุจฺจติ, กตฺถจิ ฆรุมฺมารโต ปฏฺฐาย อนฺโตเคหํ. อิธ ปน ‘‘อนฺโตคาเม วา’’ติ วิสุํ วุตฺตตฺตา ‘‘อนฺตรฆเร วา’’ติ อนฺโตเคหํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ยตฺถ กตฺถจีติ อนฺโตคามาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ.
วฏฺฏตีติ ‘‘วสถ อยฺเย, มยํ ภิกฺขู อาเนสฺสามา’’ติ วุตฺตวจนํ สทฺทหนฺตีหิ วสิตุํ วฏฺฏติ. น นิมนฺติตา หุตฺวา คนฺตุกามาติ มนุสฺเสหิ นิมนฺติตา หุตฺวา คนฺตุกามา น โหนฺตีติ อตฺโถ, ตตฺเถว วสฺสํ อุปคนฺตุกามา โหนฺตีติ อธิปฺปาโย. ยโตติ ภิกฺขุนุปสฺสยโต. ยาจิตฺวาติ ‘‘ตุเมฺหหิ อานีตโอวาเทเนว มยมฺปิ วสิสฺสามา’’ติ ยาจิตฺวา. ตตฺถาติ ตสฺมึ ภิกฺขุนุปสฺสเย. อาคตานํ สนฺติเก โอวาเทน วสิตพฺพนฺติ ปจฺฉิมิกาย วสฺสํ วสิตพฺพํ. อภิกฺขุกาวาเส วสนฺติยา อาปตฺตีติ โจทนามุเขน สามญฺญโต อาปตฺติปฺปสงฺคํ วทติ, น ปน ตสฺสา อาปตฺติ. วสฺสจฺเฉทํ กตฺวา คจฺฉนฺติยาปิ อาปตฺตีติ วสฺสานุปคมมูลํ อาปตฺตึ วทติ. อิตราย อาปตฺติยา อนาปตฺติการณสพฺภาวโต ‘‘สา รกฺขิตพฺพา’’ติ วุตฺตํ, สา วสฺสานุปคมมูลา อาปตฺติ รกฺขิตพฺพาติ อตฺโถ, อภิกฺขุเกปิ อาวาเส อีทิสาสุ อาปทาสุ วสฺสํ อุปคนฺตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘อาปทาสุ หิ…เป… อนาปตฺติ วุตฺตา’’ติ. อิตราย ปน อาปตฺติยา อนาปตฺติ, การเณ อสติ ปจฺฉิมิกายปิ วสฺสํ น อุปคนฺตพฺพํ. สนฺเตสุ หิ ภิกฺขูสุ วสฺสํ อนุปคจฺฉนฺติยา อาปตฺติ. ตตฺถ คนฺตฺวา ปวาเรตพฺพนฺติ เอตฺถ อปวาเรนฺตีนํ อาปตฺติสมฺภวโต. สเจ ทูเรปิ ภิกฺขูนํ วสนฏฺฐานํ โหติ, สกฺกา จ โหติ นวมิยํ คนฺตฺวา ปวาเรตุํ, ตตฺถ คนฺตฺวา ปวาเรตพฺพํ. สเจ ปน นวมิยํ นิกฺขมิตฺวา สมฺปาปุณิตุํ น สกฺกา โหติ, อคจฺฉนฺตีนํ อนาปตฺติ.
อุโปสถสฺส ปุจฺฉนํ อุโปสถปุจฺฉา, สาเยว ก-ปฺปจฺจยํ รสฺสตฺตญฺจ กตฺวา อุโปสถปุจฺฉกนฺติ วุตฺตาติ อาห ‘‘อุโปสถปุจฺฉน’’นฺติ. อุโปสโถ ปุจฺฉิตพฺโพติ ‘‘กทา, อยฺย, อุโปสโถ’’ติ ปุจฺฉิตพฺโพ. ภิกฺขุนาปิ ‘‘เสฺว, ภคินิ, อุโปสโถ’’ติ วตฺตพฺพํ. ภิกฺขู กทาจิ เกนจิ การเณน ปนฺนรสิกํ วา จาตุทฺทสีอุโปสถํ, จาตุทฺทสิกํ วา ปนฺนรสีอุโปสถํ กโรนฺติ, ยสฺมิญฺจ ทิวเส ภิกฺขูหิ อุโปสโถ กโต, ตสฺมึเยว ภิกฺขุนีหิปิ อุโปสโถ กาตพฺโพติ อธิปฺปาเยน ‘‘ปกฺขสฺส เตรสิยํเยว คนฺตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ ปุจฺฉิเตน ภิกฺขุนา สเจ จาตุทฺทสิยํ อุโปสถํ กโรนฺติ, ‘‘จาตุทฺทสิโก ภคินี’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ ปน ปนฺนรสิยํ กโรนฺติ, ‘‘ปนฺนรสิโก ภคินี’’ติ อาจิกฺขิตพฺพํ. โอวาทตฺถายาติ โอวาทยาจนตฺถาย. ปาฏิปททิวสโต ปน ปฏฺฐาย ธมฺมสวนตฺถาย คนฺตพฺพนฺติ ปาฏิปททิวเส โอวาทคฺคหณตฺถาย ทุติยทิวสโต ปฏฺฐาย อนฺตรนฺตรา ธมฺมสวนตฺถาย คนฺตพฺพํ. โอวาทคฺคหณมฺปิ หิ ‘‘ธมฺมสวนเมวา’’ติ อเภเทน วุตฺตํ. นิรนฺตรํ วิหารํ อุปสงฺกมึสูติ เยภุยฺเยน อุปสงฺกมนํ สนฺธาย วุตฺตํ. วุตฺตเญฺหตนฺติอาทินา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชิสฺสามาติ สพฺพาสํเยว ภิกฺขุนีนํ อุปสงฺกมนทีปนตฺถํ ปาฬิ นิทสฺสิตา. โอวาทํ คจฺฉตีติ โอวาทํ ยาจิตุํ คจฺฉติ. เทฺว ติสฺโสติ ทฺวีหิ ตีหิ. กรณตฺเถ เจตํ ปจฺจตฺตวจนํ.
ปาสาทิเกนาติ ปสาทชนเกน นิทฺโทเสน กายกมฺมาทินา. สมฺปาเทตูติ ติวิธํ สิกฺขํ สมฺปาเทตุ. สเจ ปาติโมกฺขุทฺเทสกํเยว ทิสฺวา ตาหิ ภิกฺขุนีหิ โอวาโท ยาจิโต ภเวยฺย, เตน กึ กาตพฺพนฺติ? อุโปสถคฺเค สนฺนิปติเต ภิกฺขุสงฺเฆ ปุพฺพกิจฺจวเสน ‘‘อตฺถิ กาจิ ภิกฺขุนิโย โอวาทํ ยาจมานา’’ติ ปุจฺฉิยมาเน ‘‘เอวํ วเทหี’’ติ โอวาทปฏิคฺคาหเกน วตฺตพฺพวจนํ อญฺเญน ภิกฺขุนา กถาเปตฺวา ปาติโมกฺขุทฺเทสเกน วตฺตพฺพวจนํ อตฺตนา วตฺวา ปุน สยเมว คนฺตฺวา ภิกฺขุนีนํ อาโรเจตพฺพํ, อญฺเญน วา ภิกฺขุนา ตสฺมึ ทิวเส ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสาเปตพฺพํ. เอตํ วุตฺตนฺติ ‘‘ตาหี’’ติ เอตํ พหุวจนํ วุตฺตํ.
เอกา ภิกฺขุนี วาติ อิทํ พหูหิ ภิกฺขุนุปสฺสเยหิ เอกาย เอว ภิกฺขุนิยา สาสนปฏิคฺคหณํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ปน ทุติยิกาย อภาวํ สนฺธาย. พหูหิ ภิกฺขุนุปสฺสเยหีติ อนฺตรามคฺเค วา ตสฺมึเยว วา คาเม พหูหิ ภิกฺขุนุปสฺสเยหิ. ‘‘ภิกฺขุนิสงฺโฆ จ อยฺย ภิกฺขุนิโย จ ภิกฺขุนี จา’’ติ อิมินา นานาอุปสฺสเยหิ สาสนํ คเหตฺวา อาคตภิกฺขุนิยา วตฺตพฺพวจนํ ทสฺเสติ. อิทญฺจ เอเกน ปกาเรน มุขมตฺตนิทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, ตสฺมึ ตสฺมึ ปน ภิกฺขุนุปสฺสเย ภิกฺขุนีนํ ปมาณํ สลฺลกฺเขตฺวา ตทนุรูเปน นเยน วตฺตพฺพํ. ภิกฺขุสงฺฆสฺส อยฺยานํ อยฺยสฺสาติ อิทํ สงฺขิปิตฺวา วุตฺตํ.
ปาติโมกฺขุทฺเทสเกนปีติ อิทํ สงฺฆุโปสถวเสเนว ทสฺสิตํ. ยตฺถ ปน ติณฺณํ ทฺวินฺนํ วา วสนฏฺฐาเน ปาติโมกฺขุทฺเทโส นตฺถิ, ตตฺถาปิ ญตฺติฐปนเกน อิตเรน วา ภิกฺขุนา อิมินาว นเยน วตฺตพฺพํ. เอกปุคฺคเลนปิ อุโปสถทิวเส โอวาทยาจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ปาฏิปเท อาคตานํ ภิกฺขุนีนํ ‘‘นตฺถิ โกจี’’ติอาทิ วตฺตพฺพเมว. สเจ สยเมว, ‘‘สมฺมโต อห’’นฺติ วตฺตพฺพํ. อิมํ วิธึ อชานนฺโต อิธ พาโลติ อธิปฺเปโต.
๑๕๐. อธมฺมกมฺเม อธมฺมกมฺมสญฺญี วคฺคํ ภิกฺขุนิสงฺฆํ วคฺคสญฺญี โอวทติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติอาทีสุ วิชฺชมาเนสุปิ วคฺคาทิภาวนิมิตฺเตสุ ทุกฺกเฏสุ อธมฺมกมฺมมูลกํ ปาจิตฺติยเมว ปาฬิยํ สพฺพตฺถ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อธมฺมกมฺเม ทฺวินฺนํ นวกานํ วเสน อฏฺฐารส ปาจิตฺติยานี’’ติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อสมฺมตตา, ภิกฺขุนิยา ปริปุณฺณูปสมฺปนฺนตา, โอวาทวเสน อฏฺฐครุธมฺมภณนนฺติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
โอวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อตฺถงฺคตสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๕๓. ทุติเย กุสลานํ ธมฺมานํ สาตจฺจกิริยายาติ ปุพฺพภาคปฺปฏิปตฺติวเสน วุตฺตํ. มุนาตีติ ชานาติ. เตน ญาเณนาติ เตน อรหตฺตผลปญฺญาสงฺขาเตน ญาเณน. ปเถสูติ อุปายมคฺเคสุ. อรหโต ปรินิฏฺฐิตสิกฺขตฺตา อาห ‘‘อิทญฺจ…เป… วุตฺต’’นฺติ. อถ วา ‘‘อปฺปมชฺชโต สิกฺขโต’’ติ อิเมสํ ปทานํ เหตุอตฺถตา ทฏฺฐพฺพา, ตสฺมา อปฺปมชฺชนเหตุ สิกฺขนเหตุ จ อธิเจตโสติ อตฺโถ. โสกาติ จิตฺตสนฺตาปา. เอตฺถ จ อธิเจตโสติ อิมินา อธิจิตฺตสิกฺขา, อปฺปมชฺชโตติ อิมินา อธิสีลสิกฺขา, มุนิโน โมนปเถสุ สิกฺขโตติ เอเตหิ อธิปญฺญาสิกฺขา, มุนิโนติ วา เอเตน อธิปญฺญาสิกฺขา, โมนปเถสุ สิกฺขโตติ เอเตน ตาสํ โลกุตฺตรสิกฺขานํ ปุพฺพภาคปฺปฏิปทา, โสกา น ภวนฺตีติอาทีหิ สิกฺขาปาริปูริยา อานิสํสา ปกาสิตาติ เวทิตพฺพํ.
โกกนุทนฺติ ปทุมวิเสสนํ ยถา ‘‘โกกาสย’’นฺติ, ตํ กิร พหุปตฺตํ วณฺณสมฺปนฺนํ อติวิย สุคนฺธญฺจ โหติ. ‘‘โกกนุทํ นาม เสตปทุม’’นฺติปิ วทนฺติ. ปาโตติ ปเคว. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ยถา โกกนุทสงฺขาตํ ปทุมํ ปาโต สูริยุคฺคมนเวลายํ ผุลฺลํ วิกสิตํ อวีตคนฺธํ สิยา วิโรจมานํ, เอวํ สรีรคนฺเธน คุณคนฺเธน จ สุคนฺธํ สรทกาเล อนฺตลิกฺเข อาทิจฺจมิว อตฺตโน เตชสา ตปนฺตํ องฺเคหิ นิจฺฉรณชุติตาย องฺคีรสํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ ปสฺสาติ.
อภพฺโพติ ปฏิปตฺติสารมิทํ สาสนํ, ปฏิปตฺติ จ ปริยตฺติมูลิกา, ตฺวญฺจ ปริยตฺตึ อุคฺคเหตุํ อสมตฺโถ, ตสฺมา อภพฺโพติ อธิปฺปาโย. สุทฺธํ ปิโลติกขณฺฑนฺติ อิทฺธิยา อภิสงฺขตํ ปริสุทฺธํ โจฬขณฺฑํ. ตทา กิร ภควา ‘‘น สชฺฌายํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต มม สาสเน อภพฺโพ นาม โหติ, มา โสจิ ภิกฺขู’’ติ ตํ พาหายํ คเหตฺวา วิหารํ ปวิสิตฺวา อิทฺธิยา ปิโลติกขณฺฑํ อภินิมฺมินิตฺวา ‘‘หนฺท, ภิกฺขุ, อิมํ ปริมชฺชนฺโต ‘รโชหรณํ รโชหรณ’นฺติ ปุนปฺปุนํ สชฺฌายํ กโรหี’’ติ วตฺวา อทาสิ ตตฺถ ปุพฺเพกตาธิการตฺตา.
โส กิร ปุพฺเพ ราชา หุตฺวา นครํ ปทกฺขิณํ กโรนฺโต นลาฏโต เสเท มุจฺจนฺเต ปริสุทฺเธน สาฏเกน นลาฏํ ปุญฺฉิ, สาฏโก กิลิฏฺโฐ อโหสิ. โส ‘‘อิมํ สรีรํ นิสฺสาย เอวรูโป ปริสุทฺธสาฏโก ปกตึ ชหิตฺวา กิลิฏฺโฐ ชาโต, อนิจฺจา วต สงฺขารา’’ติ อนิจฺจสญฺญํ ปฏิลภติ, เตน การเณนสฺส รโชหรณเมว ปจฺจโย ชาโต. รชํ หรตีติ รโชหรณํ. สํเวคํ ปฏิลภิตฺวาติ อสุภสญฺญํ อนิจฺจสญฺญญฺจ อุปฏฺฐเปนฺโต สํเวคํ ปฏิลภิตฺวา. โส หิ โยนิโส อุมฺมชฺชนฺโต ‘‘ปริสุทฺธํ วตฺถํ, นตฺเถตฺถ โทโส, อตฺตภาวสฺส ปนายํ โทโส’’ติ อสุภสญฺญํ อนิจฺจสญฺญญฺจ ปฏิลภิตฺวา นามรูปปริคฺคหาทินา ปญฺจสุ ขนฺเธสุ ญาณํ โอตาเรตฺวา กลาปสมฺมสนาทิกฺกเมน วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อุทยพฺพยญาณาทิปอปาฏิยา วิปสฺสนํ อนุโลมโคตฺรภุสมีปํ ปาเปสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘วิปสฺสนํ อารภี’’ติ. โอภาสคาถํ อภาสีติ โอภาสวิสฺสชฺชนปุพฺพกภาสิตคาถา โอภาสคาถา, ตํ อภาสีติ อตฺโถ.
เอตฺถ จ ‘‘อธิเจตโสติ อิมํ โอภาสคาถํ อภาสี’’ติ อิเธว วุตฺตํ. วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๓๘๖) ปน ธมฺมปทฏฺฐกถายํ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.จูฬปนฺถกตฺเถรวตฺถุ) เถรคาถาสํวณฺณนายญฺจ (เถรคา. อฏฺฐ. ๒.๕๖๖) –
‘‘ราโค รโช น จ ปน เรณุ วุจฺจติ;
ราคสฺเสตํ อธิวจนํ รโชติ;
เอตํ รชํ วิปฺปชหิตฺวา ปณฺฑิตา;
วิหรนฺติ เต วิคตรชสฺส สาสเน.
‘‘โทโส…เป… สาสเน.
‘‘โมโห รโช น จ ปน เรณุ วุจฺจติ;
โมหสฺเสตํ อธิวจนํ รโชติ;
เอตํ รชํ วิปฺปชหิตฺวา ปณฺฑิตา;
วิหรนฺติ เต วิคตรชสฺส สาสเนติ. –
อิมา ติสฺโส โอภาสคาถา อภาสี’’ติ วุตฺตํ. อธิเจตโสติ จ อยํ จูฬปนฺถกตฺเถรสฺส อุทานคาถาติ อิมิสฺสาเยว ปาฬิยา อาคตํ. เถรคาถายํ ปน จูฬปนฺถกตฺเถรสฺส อุทานคาถาสุ อยํ อนารุฬฺหา, ‘‘เอกุทานิยตฺเถรสฺส ปน อยํ อุทานคาถา’’ติ (เถรคา. อฏฺฐ. ๑.เอกุทานิยตฺเถรคาถาวณฺณนา) ตตฺถ วุตฺตํ. เอวํ สนฺเตปิ อิมิสฺสา ปาฬิยา อฏฺฐกถาย จ เอวมาคตตฺตา จูฬปนฺถกตฺเถรสฺสปิ อยํ อุทานคาถา โอภาสคาถาวเสน จ ภควตา ภาสิตาติ คเหตพฺพํ. อรหตฺตํ ปาปุณีติ อภิญฺญาปฏิสมฺภิทาปริวารํ อรหตฺตํ ปาปุณิ. อภพฺโพ ตฺวนฺติอาทิวจนโต อนุกมฺปาวเสน สทฺธิวิหาริกาทึ สงฺฆิกวิหารา นิกฺกฑฺฒาเปนฺตสฺส อนาปตฺติ วิย ทิสฺสติ. อภพฺโพ หิ เถโร สญฺจิจฺจ ตํ กาตุํ, นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปเท วา อปญฺญตฺเต เถเรน เอวํ กตนฺติ คเหตพฺพํ.
๑๕๖. โอวทนฺตสฺส ปาจิตฺติยนฺติ อตฺถงฺคเต สูริเย ครุธมฺเมหิ วา อญฺเญน วา ธมฺเมเนว โอวทนฺตสฺส สมฺมตสฺสปิ ปาจิตฺติยํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อตฺถงฺคตสูริยตา, ปริปุณฺณูปสมฺปนฺนตา, โอวทนนฺติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
อตฺถงฺคตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ภิกฺขุนุปสฺสยสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๖๒. ตติยํ อุตฺตานตฺถเมว. อุปสฺสยูปคมนํ, ปริปุณฺณูปสมฺปนฺนตา, สมยาภาโว, ครุธมฺเมหิ โอวทนนฺติ อิมานิ ปเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
ภิกฺขุนุปสฺสยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อามิสสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๖๔. จตุตฺเถ ‘‘อุปสมฺปนฺนํ…เป… ภิกฺขุโนวาทก’’นฺติ อิเมสํ ‘‘มงฺกุกตฺตุกาโม’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ‘‘อวณฺณํ กตฺตุกาโม อยสํ กตฺตุกาโม’’ติ อิเมสํ ปน วเสน ‘‘อุปสมฺปนฺน’’นฺติอาทีสุ ‘‘อุปสมฺปนฺนสฺสา’’ติ วิภตฺติวิปริณาโม กาตพฺโพติ อิมมตฺถํ สนฺธาย ‘‘อุชฺฌาปนเก วุตฺตนเยเนวตฺโถ เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. ‘‘จีวรเหตุ โอวทตี’’ติอาทินา ภณนฺตสฺส เอเกกสฺมึ วจเน นิฏฺฐิเต ปาจิตฺติยํ เวทิตพฺพํ. ‘‘อุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน อสมฺมต’’นฺติ ปาฬิวจนโต ‘‘สมฺมเตน วา สงฺเฆน วา ภารํ กตฺวา ฐปิโต’’ติ อฏฺฐกถาวจนโต จ อฏฺฐหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต สมฺมเตน วา วิปฺปวสิตุกาเมน ‘‘ยาวาหํ อาคมิสฺสามิ, ตาว เต ภาโร โหตู’’ติ ยาจิตฺวา ฐปิโต ตสฺสาภาวโต สงฺเฆน วา ตเถว ภารํ กตฺวา ฐปิโต อฏฺฐหิ ครุธมฺเมหิ อญฺเญน วา ธมฺเมน โอวทิตุํ ลภตีติ เวทิตพฺพํ. ตสฺมา ‘‘โย ปน, ภิกฺขุ, อสมฺมโต ภิกฺขุนิโย โอวเทยฺย, ปาจิตฺติย’’นฺติ อิทํ ปเคว ภารํ กตฺวา อฏฺฐปิตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ.
๑๖๘. อนาปตฺติ ปกติยา จีวรเหตุ…เป… โอวทนฺตํ ภณตีติ เอตฺถ อามิสเหตุ โอวทนฺตํ ‘‘อามิสเหตุ โอวทตี’’ติ สญฺญาย เอวํ ภณนฺตสฺส อนาปตฺติ, ‘‘น อามิสเหตุ โอวทตี’’ติ สญฺญิโน ปน ทุกฺกฏํ, น อามิสเหตุ โอวทนฺตํ ปน ‘‘อามิสเหตุ โอวทตี’’ติ สญฺญาย ภณนฺตสฺสปิ อนาปตฺติ สจิตฺตกตฺตา สิกฺขาปทสฺส. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อุปสมฺปนฺนตา, ธมฺเมน ลทฺธสมฺมุติตา, อนามิสนฺตรตา, อวณฺณกามตาย เอวํ ภณนนฺติ อิมานิ ปเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
อามิสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๖๙. ปญฺจมํ อุตฺตานตฺถเมว.
๖. จีวรสิพฺพาปนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๗๕. ฉฏฺเฐ สเจ สา ภิกฺขุนี ตํ จีวรํ อาทิโตว ปารุเปยฺย, อญฺญา ภิกฺขุนิโย ทิสฺวา อุชฺฌาเปยฺยุํ, ตโต มหาชโน ปสฺสิตุํ น ลภตีติ มญฺญมาโน ‘‘ยถาสํหฏํ หริตฺวา นิกฺขิปิตฺวา’’ติอาทิมาห.
๑๗๖. นีหรตีติ สกึ นีหรติ. เยปิ เตสํ นิสฺสิตกาติ สมฺพนฺโธ. กถินวตฺตนฺติ ‘‘สพฺรหฺมจารีนํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ อิติกตฺตพฺพตาวเสน สูจิกมฺมกรณํ. อาจริยุปชฺฌายานํ ทุกฺกฏนฺติ อกปฺปิยสมาทานวเสน ทุกฺกฏํ. วญฺเจตฺวาติ ‘‘ตว ญาติกายา’’ติ อวตฺวา ‘‘เอกิสฺสา ภิกฺขุนิยา’’ติ เอตฺตกเมว วตฺวา. ‘‘เอกิสฺสา ภิกฺขุนิยา’’ติ สุตฺวา เต อญฺญาติกสญฺญิโน ภเวยฺยุนฺติ อาห ‘‘อกปฺปิเย นิโยชิตตฺตา’’ติ. ‘‘อิทํ เต มาตุ จีวร’’นฺติอาทีนิ อวตฺวาปิ ‘‘อิทํ จีวรํ สิพฺเพหี’’ติ สุทฺธจิตฺเตน สิพฺพาเปนฺตสฺสปิ อนาปตฺติ.
๑๗๙. อุปาหนตฺถวิกาทินฺติ อาทิ-สทฺเทน ยํ จีวรํ นิวาเสตุํ วา ปารุปิตุํ วา น สกฺกา โหติ, ตมฺปิ สงฺคณฺหาติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา สนฺตกตา, นิวาสนปารุปนูปคตา, วุตฺตนเยน สิพฺพนํ วา สิพฺพาปนํ วาติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
จีวรสิพฺพาปนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. สํวิทหนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๘๑. สตฺตเม ‘‘ปจฺฉา คจฺฉนฺตีนํ โจรา อจฺฉินฺทึสู’’ติ เอตฺถ ‘‘ปตฺตจีวร’’นฺติ ปาฐเสโสติ อาห ‘‘ปจฺฉา คจฺฉนฺตีนํ ปตฺตจีวร’’นฺติ. ตา ภิกฺขุนิโยติ ปจฺฉา คจฺฉนฺติโย ภิกฺขุนิโย. ‘‘ปจฺฉา คจฺฉนฺตีน’’นฺติ จ วิภตฺติวิปริณาเมเนตฺถ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ปาฬิยํ ‘‘คจฺฉาม ภคินิ, คจฺฉาม อยฺยา’’ติ ภิกฺขุปุพฺพกํ สํวิธานํ วุตฺตํ, ‘‘คจฺฉาม อยฺย, คจฺฉาม ภคินี’’ติ ภิกฺขุนีปุพฺพกํ. เอกทฺธานมคฺคนฺติ เอกํ อทฺธานสงฺขาตํ มคฺคํ, เอกโต วา อทฺธานมคฺคํ. หิยฺโยติ สุเว. ปเรติ ตติยทิวเส.
๑๘๒-๑๘๓. ทฺวิธา วุตฺตปฺปกาโรติ ปาทคมนวเสน ปกฺขคมนวเสน วาติ ทฺวิธา วุตฺตปฺปเภโท. จตุนฺนํ มคฺคานํ สมฺพนฺธฏฺฐานํ จตุกฺกํ, ติณฺณํ มคฺคานํ สมฺพนฺธฏฺฐานํ สิงฺฆาฏกํ. ‘‘คามนฺตเร คามนฺตเร’’ติ เอตฺถ อญฺโญ คาโม คามนฺตรนฺติ อาห ‘‘นิกฺขมเน อนาปตฺติ…เป… ภิกฺขุโน ปาจิตฺติย’’นฺติ. ‘‘สํวิธายา’’ติ ปาฬิยํ อวิเสเสน วุตฺตตฺตา ‘‘เนว ปาฬิยา สเมตี’’ติ วุตฺตํ, ‘‘เอตฺถนฺตเร สํวิทหิเตปิ ภิกฺขุโน ทุกฺกฏ’’นฺติ วุตฺตตฺตา ‘‘น เสสอฏฺฐกถาย สเมตี’’ติ วุตฺตํ. อทฺธโยชนํ อติกฺกมนฺตสฺสาติ อสติ คาเม อทฺธโยชนํ อติกฺกมนฺตสฺส. ยตฺถ หิ อทฺธโยชนพฺภนฺตเร อญฺโญ คาโม น โหติ, ตํ อิธ อคามกํ อรญฺญนฺติ อธิปฺเปตํ, อทฺธโยชนพฺภนฺตเร ปน คาเม สติ คามนฺตรคณนาย เอว อาปตฺติ.
๑๘๕. รฏฺฐเภเทติ รฏฺฐวิโลเป. จกฺกสมารุฬฺหาติ อิริยาปถจกฺกํ สกฏจกฺกํ วา สมารุฬฺหา. เสสํ อุตฺตานเมว. ทฺวินฺนมฺปิ สํวิทหิตฺวา มคฺคปฺปฏิปตฺติ, อวิสงฺเกตํ, สมยาภาโว, อนาปทา, คามนฺตโรกฺกมนํ วา อทฺธโยชนาติกฺกโม วาติ อิมานิ ปเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ. เอกโตอุปสมฺปนฺนาทีหิ สทฺธึ คจฺฉนฺตสฺส ปน มาตุคามสิกฺขาปเทน อาปตฺติ.
สํวิทหนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. นาวาภิรุหนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๘๘. อฏฺฐเม โลกสฺสาทมิตฺตสนฺถววเสน กีฬาปุเรกฺขารา สํวิทหิตฺวาติ อยํ วิเสโส ‘‘เอวมิเม…เป… ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ นาวาย กีฬนฺตี’’ติ อิมินา ‘‘อุทฺธํคามินึ วา อโธคามินึ วา’’ติ อิมินา จ สิทฺโธ.
๑๘๙. นทิยา กุโต คามนฺตรนฺติ อาห ‘‘ยสฺสา นทิยา’’ติอาทิ. ‘‘ตสฺสา สคามกตีรปสฺเสน…เป… อทฺธโยชนคณนายาติ เอเกกปสฺเสเนว คมนํ สนฺธาย วุตฺตตฺตา ตาทิสิกาย นทิยา มชฺเฌน คจฺฉนฺตสฺส คามนฺตรคณนาย อทฺธโยชนคณนาย จ อาปตฺตี’’ติ วทนฺติ. สพฺพอฏฺฐกถาสูติอาทินา อตฺตนา วุตฺตเมวตฺถํ สมตฺเถติ. ‘‘กีฬาปุเรกฺขารตาย ภิกฺขุนิยา สทฺธึ สํวิธาย นาวํ อภิรุหนฺตสฺส นทิยํเยว ปาจิตฺติยสฺส วุตฺตตฺตา วาปิสมุทฺทาทีสุ กีฬาปุเรกฺขารตาย ทุกฺกฏเมว, น ปาจิตฺติย’’นฺติ วทนฺติ. ‘‘โลกสฺสาทมิตฺตสนฺถววเสน กีฬาปุเรกฺขารา สํวิทหิตฺวา’’ติ วจนโต เกจิ ‘‘อิมํ สิกฺขาปทํ อกุสลจิตฺตํ โลกวชฺช’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ. กีฬาปุเรกฺขารตาย หิ อภิรุหิตฺวาปิ คามนฺตโรกฺกมเน อทฺธโยชนาติกฺกเม วา กุสลาพฺยากตจิตฺตสมงฺคีปิ หุตฺวา อาปตฺตึ อาปชฺชติ. ยทิ หิ โส สํเวคํ ปฏิลภิตฺวา อรหตฺตํ วา สจฺฉิกเรยฺย, นิทฺทํ วา โอกฺกเมยฺย, กมฺมฏฺฐานํ วา มนสิ กโรนฺโต คจฺเฉยฺย, กุโต ตสฺส อกุสลจิตฺตสมงฺคิตา, เยนิทํ สิกฺขาปทํ อกุสลจิตฺตํ โลกวชฺชนฺติ วุจฺจติ, ตสฺมา ปณฺณตฺติวชฺชํ ติจิตฺตนฺติ สิทฺธํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
นาวาภิรุหนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ปริปาจิตสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๙๔. นวเม ปฏิยาทิตนฺติ ภิกฺขูนํ อตฺถาย สมฺปาทิตํ. ญาตกา วา โหนฺติ ปวาริตา วาติ เอตฺถ สเจปิ ภิกฺขุโน อญฺญาตกา อปฺปวาริตา จ สิยุํ, ภิกฺขุนิยา ญาตกา ปวาริตา เจ, วฏฺฏติ.
๑๙๗. ปาปภิกฺขูนํ ปกฺขุปจฺเฉทาย อิทํ ปญฺญตฺตํ, ตสฺมา ปญฺจโภชเนเยว อาปตฺติ วุตฺตา. ปญฺจ โภชนานิ ฐเปตฺวา สพฺพตฺถ อนาปตฺตีติ อิทํ ปน อิมินา สิกฺขาปเทน อนาปตฺติทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. วิญฺญตฺติยา อุปฺปนฺนํ ปริภุญฺชนฺตสฺส หิ อญฺญตฺถ วุตฺตนเยน ทุกฺกฏํ. เสสํ อุตฺตานเมว. ภิกฺขุนิปริปาจิตภาโว, ชานนํ, คิหิสมารมฺภาภาโว, โอทนาทีนํ อญฺญตรตา, ตสฺส อชฺโฌหรณนฺติ อิมานิ ปเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
ปริปาจิตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. รโหนิสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๙๘. ทสเม อุปนนฺทสฺส จตุตฺถสิกฺขาปเทนาติ อปฺปฏิจฺฉนฺเน มาตุคาเมน สทฺธึ รโหนิสชฺชสิกฺขาปทํ สนฺธาย วุตฺตํ. กิญฺจาปิ ตํ อเจลกวคฺเค ปญฺจมสิกฺขาปทํ โหติ, อุปนนฺทตฺเถรํ อารพฺภ ปญฺญตฺเตสุ ปน จตุตฺถภาวโต ‘‘อุปนนฺทสฺส จตุตฺถสิกฺขาปเทนา’’ติ วุตฺตํ. จตุตฺถสิกฺขาปทสฺส วตฺถุโต อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส วตฺถุโน ปฐมํ อุปฺปนฺนตฺตา อิทํ สิกฺขาปทํ ปฐมํ ปญฺญตฺตํ. อิมินา จ สิกฺขาปเทน เกวลํ ภิกฺขุนิยา เอว รโหนิสชฺชาย อาปตฺติ ปญฺญตฺตา, อุปริ มาตุคาเมน สทฺธึ รโหนิสชฺชาย อาปตฺติ วิสุํ ปญฺญตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
รโหนิสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิฏฺฐิโต ภิกฺขุนิวคฺโค ตติโย.