มหาวิภงฺคสงฺคหกถาวณฺณนา

๔. เอวํ โสตุชนํ สวเน นิโยเชตฺวา ยถาปฏิญฺญาตํ อุตฺตรวินิจฺฉยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘เมถุน’’นฺติอาทิ. ‘‘กติ อาปตฺติโย’’ติ อยํ ทิฏฺฐสํสนฺทนา, อทิฏฺฐโชตนา, วิมติจฺเฉทนา, อนุมติ, กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาติ ปญฺจนฺนํ ปุจฺฉานํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. ติสฺโส อาปตฺติโย ผุเสติ ตสฺสา สงฺเขปโต วิสฺสชฺชนํ.

๕. เอวํ คณนาวเสน ทสฺสิตานํ ‘‘ภเว’’ติอาทิ สรูปโต ทสฺสนํ. เขตฺเตติ ติณฺณํ มคฺคานํ อญฺญตรสฺมึ อลฺโลกาเส ติลพีชมตฺเตปิ ปเทเส. เมถุนํ ปฏิเสวนฺตสฺส ปาราชิกํ ภเวติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ถุลฺลจฺจย’’นฺติ วุตฺตนฺติ โยชนา. ‘‘เยภุยฺยกฺขายิเต’’ติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ, อุปฑฺฒกฺขายิเตปิ ถุลฺลจฺจยสฺส เหฏฺฐา วุตฺตตฺตา. วฏฺฏกเต มุเข อผุสนฺตํ องฺคชาตํ ปเวเสนฺตสฺส ทุกฺกฏํ วุตฺตนฺติ โยชนา.

๖. ‘‘อทินฺนํ อาทิยนฺโต’’ติอาทโยปิ วุตฺตนยาเยว.

๗. ปญฺจมาสคฺฆเน วาปีติ โปราณกสฺส นีลกหาปณสฺส จตุตฺถภาคสงฺขาเต ปญฺจมาเส, ตทคฺฆนเก วา. อธิเก วาติ อติเรกปญฺจมาสเก วา ตทคฺฆนเก วา. อทินฺเน ปญฺจวีสติยา อวหารานํ อญฺญตเรน อวหเฏ ปราชโย โหตีติ อตฺโถ. มาเส วา อูนมาเส วา ตทคฺฆนเก วา ทุกฺกฏํ. ตโต มชฺเฌติ ปญฺจมาสกโต มชฺเฌ. ปญฺจ มาสา สมาหฏา, ปญฺจนฺนํ มาสานํ สมาหาโรติ วา ปญฺจมาสํ, ปญฺจมาสํ อคฺฆตีติ ปญฺจมาสคฺฆนํ, ปญฺจมาสญฺจ ปญฺจมาสคฺฆนญฺจ ปญฺจมาสคฺฆนํ, เอกเทสสรูเปกเสโสยํ, ตสฺมึ. มาเส วาติ เอตฺถาปิ มาโส จ มาสคฺฆนกญฺจ มาสมาสคฺฆนโกติ วตฺตพฺเพ ‘‘มาเส’’ติ เอกเทสสรูเปกเสโส, อุตฺตรปทโลโป จ ทฏฺฐพฺโพ.

‘‘ปญฺจมาสคฺฆเน’’ติ สามญฺเญน วุตฺเตปิ โปราณกสฺส นีลกหาปณสฺเสว จตุตฺถภาควเสน ปญฺจมาสนิยโม กาตพฺโพ. ตถา หิ ภควตา ทุติยปาราชิกํ ปญฺญาเปนฺเตน ภิกฺขูสุ ปพฺพชิตํ ปุราณโวหาริกมหามตฺตํ ภิกฺขุํ ‘‘กิตฺตเกน วตฺถุนา ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร โจรํ คเหตฺวา หนติ วา พนฺธติ วา ปพฺพาเชติ วา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา เตน ‘‘ปาเทน วา ปาทารเหน วา’’ติ วุตฺเต เตเนว ปมาเณน อทินฺนํ อาทิยนฺตสฺส ปญฺญตฺตํ. อฏฺฐกถายญฺจ –

‘‘ปญฺจมาสโก ปาโทติ ปาฬึ อุลฺลิงฺคิตฺวา ‘ตทา ราชคเห วีสติมาสโก กหาปโณ โหติ, ตสฺมา ปญฺจมาสโก ปาโท’. เอเตน ลกฺขเณน สพฺพชนปเทสุ กหาปณสฺส จตุตฺโถ ภาโค ‘ปาโท’ติ เวทิตพฺโพ. โส จ โข โปราณกสฺส นีลกหาปณสฺส วเสน, น อิตเรสํ ทุทฺรทามกาทีนํ. เตน หิ ปาเทน อตีตา พุทฺธาปิ ปาราชิกํ ปญฺญเปสุํ, อนาคตาปิ ปญฺญเปสฺสนฺติ. สพฺพพุทฺธานญฺหิ ปาราชิกวตฺถุมฺหิ วา ปาราชิเก วา นานตฺตํ นตฺถิ, อิมาเนว จตฺตาริ ปาราชิกวตฺถูนิ, อิมาเนว จตฺตาริ ปาราชิกานิ, อิโต อูนํ วา อติเรกํ วา นตฺถิ. ตสฺมา ภควาปิ ธนิยํ วิครหิตฺวา ปาเทเนว ทุติยปาราชิกํ ปญฺญเปนฺโต ‘โย ปน ภิกฺขุ อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาต’นฺติอาทิมาหา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๘๘) วุตฺตํ.

สารตฺถทีปนิยญฺจ –

‘‘จตุตฺโถ ภาโค ปาโทติ เวทิตพฺโพติ อิมินาว สพฺพชนปเทสุ กหาปณสฺเสว วีสติโม ภาโคมาสโกติ อิทญฺจ วุตฺตเมว โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. โปราณสตฺถานุรูปํ ลกฺขณสมฺปนฺนา อุปฺปาทิตา นีลกหาปณาติ เวทิตพฺพา. ทุทฺรทาเมน อุปฺปาทิโต ทุทฺรทามโก. โส กิร นีลกหาปณสฺส ติภาคํ อคฺฆตี’ติ วตฺวา ‘ยสฺมึ ปเทเส นีลกหาปณา น สนฺติ, ตตฺถาปิ นีลกหาปณวเสเนว ปริจฺเฉโท กาตพฺโพ. กถํ? นีลกหาปณานํ วฬญฺชนฏฺฐาเน จ อวฬญฺชนฏฺฐาเน จ สมานอคฺฆวเสน ปวตฺตมานํ ภณฺฑํ นีลกหาปเณน สมานคฺฆํ คเหตฺวา ตสฺส จตุตฺถภาคคฺฆนกํ นีลกหาปณสฺส ปาทคฺฆนกนฺติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา วินิจฺฉโย กาตพฺโพ’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๘๘) อยมตฺโถว วุตฺโต.

เอตฺถ กหาปณํ นาม กโรนฺตา สุวณฺเณนปิ กโรนฺติ รชเตนปิ ตมฺเพนปิ สุวณฺณรชตตมฺพมิสฺสเกนปิ. เตสุ กตรํ กหาปณํ นีลกหาปณนฺติ? เกจิ ตาว ‘‘สุวณฺณกหาปณ’’นฺติ. เกจิ ‘‘มิสฺสกกหาปณ’’นฺติ. ตตฺถ ‘‘สุวณฺณกหาปณ’’นฺติ วทนฺตานํ อยมธิปฺปาโย – ปาราชิกวตฺถุนา ปาเทน สพฺพตฺถ เอกลกฺขเณน ภวิตพฺพํ, กาลเทสปริโภคาทิวเสน อคฺฆนานตฺตํ ปาทสฺเสว ภวิตพฺพํ. ภควตา หิ ธมฺมิกราชูหิ หนนพนฺธนปพฺพาชนานุรูเปเนว อทินฺนาทาเน ปาราชิกํ ปญฺญตฺตํ, น อิตรถา. ตสฺมา เอสา สพฺพทา สพฺพตฺถ อพฺยภิจารีติ สุวณฺณมยสฺส กหาปณสฺส จตุตฺเถน ปาเทน ภวิตพฺพนฺติ.

‘‘มิสฺสกกหาปณ’’นฺติ วทนฺตานํ ปน อยมธิปฺปาโย –

อฏฺฐกถายํ –

‘‘ตทา ราชคเห วีสติมาสโก กหาปโณ โหติ, ตสฺมา ปญฺจมาสโก ปาโท. เอเตน ลกฺขเณน สพฺพชนปเทสุ กหาปณสฺส จตุตฺโถ ภาโค ‘ปาโท’ติ เวทิตพฺโพ. โส จ โข โปราณกสฺส นีลกหาปณสฺส วเสน, น อิตเรสํ ทุทฺรทามกาทีน’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๘๘) –

วุตฺตตฺตา, สารตฺถทีปนิยญฺจ –

‘‘โปราณสตฺถานุรูปํ ลกฺขณสมฺปนฺนา อุปฺปาทิตา นีลกหาปณาติ เวทิตพฺพา’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๘๘) –

วุตฺตตฺตา จ ‘‘วินยวินิจฺฉยํ ปตฺวา ครุเก ฐาตพฺพ’’นฺติ วจนโต จ มิสฺสกกหาปโณเยว นีลกหาปโณ. ตตฺเถว หิ โปราณสตฺถวิหิตํ ลกฺขณํ ทิสฺสติ. กถํ? ปญฺจ มาสา สุวณฺณสฺส, ตถา รชตสฺส, ทส มาสา ตมฺพสฺสาติ เอเต วีสติ มาเส มิสฺเสตฺวา พนฺธนตฺถาย วีหิมตฺตํ โลหํ ปกฺขิปิตฺวา อกฺขรานิ จ หตฺถิอาทีนมญฺญตรญฺจ รูปํ ทสฺเสตฺวา กโต นิทฺโทสตฺตา นีลกหาปโณ นาม โหตีติ.

สิกฺขาภาชนวินิจฺฉเย จ เกสุจิ โปตฺถเกสุ ‘‘ปาโท นาม ปญฺจ มาสา สุวณฺณสฺสา’’ติ ปุริมปกฺขวาทีนํ มเตน ปาโฐ ลิขิโต. เกสุจิ โปตฺถเกสุ ทุติยปกฺขวาทีนํ มเตน ‘‘ปญฺจ มาสา หิรญฺญสฺสา’’ติ ปาโฐ ลิขิโต. สีหฬภาสาย โปราณเกหิ ลิขิตาย สามเณรสิกฺขาย ปน –

‘‘โปราณกสฺส นีลกหาปณสฺสาติ วุตฺตอฏฺฐกถาวจนสฺส, โปราณเก รตนสุตฺตาภิธานกสุตฺเต วุตฺตกหาปณลกฺขณสฺส จ อนุรูปโต ‘สุวณฺณรชตตมฺพานิ มิสฺเสตฺวา อุฏฺฐาเปตฺวา กตกหาปณํ กหาปณํ นามา’ติ จ ‘สามเณรานมุปสมฺปนฺนานญฺจ อทินฺนาทานปาราชิกวตฺถุมฺหิ โก วิเสโส’ติ ปุจฺฉํ กตฺวา ‘สามเณรานํ ทสิกสุตฺเตนาปิ ปาราชิโก โหติ, อุปสมฺปนฺนานํ ปน สุวณฺณสฺส วีสติวีหิมตฺเตนา’’ติ –

จ วิเสโส ทสฺสิโต.

ตํ ปน สุวณฺณมาสกวเสน อฑฺฒติยมาสกํ โหติ, ปญฺจมาสเกน จ ภควตา ปาราชิกํ ปญฺญตฺตํ. ตสฺมา ตสฺส ยถาวุตฺตลกฺขณสฺส กหาปณสฺส สพฺพเทเสสุ อลพฺภมานตฺตา สพฺพเทสสาธารเณน ตสฺส มิสฺสกกหาปณสฺส ปญฺจมาสปาทคฺฆนเกน สุวณฺเณเนว ปาราชิกวตฺถุมฺหิ นิยมิเต สพฺพเทสวาสีนํ อุปการาย โหตีติ เอวํ สุวณฺเณเนว ปาราชิกวตฺถุปริจฺเฉโท กโต. อยเมว นิยโม สีหฬาจริยวาเทหิ สาโรติ คหิโต. ตสฺมา สิกฺขาครุเกหิ สพฺพตฺถ เปสเลหิ วินยธเรหิ อยเมว วินิจฺฉโย สารโต ปจฺเจตพฺโพ. โหนฺติ เจตฺถ –

‘‘เหมรชตตมฺเพหิ, สตฺเถ นิทฺทิฏฺฐลกฺขณํ;

อหาเปตฺวา กโต วีส-มาโส นีลกหาปโณ.

เหมปาทํ สชฺฌุปาทํ, ตมฺพปาททฺวยญฺหิ โส;

มิสฺเสตฺวา รูปมปฺเปตฺวา, กาตุํ สตฺเถสุ ทสฺสิโต.

‘เอลา’ติ วุจฺจเต โทโส, นิทฺโทสตฺตา ตถีริโต;

ตสฺส ปาโท สุวณฺณสฺส, วีสวีหคฺฆโน มโต.

ยสฺมึ ปน ปเทเส โส, น วตฺตติ กหาปโณ;

วีสโสวณฺณวีหคฺฆํ, ตปฺปาทคฺฆนฺติ เวทิยํ.

วีสโสวณฺณวีหคฺฆํ, เถเนนฺตา ภิกฺขโว ตโต;

จวนฺติ สามญฺญคุณา, อิจฺจาหุ วินยญฺญุโน’’ติ.

๙. โอปาตนฺติ อาวาฏํ. ทุกฺเข ชาเตติ โยชนา.

๑๐. อุตฺตรึ ธมฺมนฺติ เอตฺถ ‘‘อุตฺตริมนุสฺสธมฺม’’นฺติ วตฺตพฺเพ นิรุตฺตินเยน มชฺฌปทโลปํ, นิคฺคหีตาคมญฺจ กตฺวา ‘‘อุตฺตรึ ธมฺม’’นฺติ วุตฺตํ. อุตฺตริมนุสฺสานํ ฌายีนญฺเจว อริยานญฺจ ธมฺมํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ. อตฺตุปนายิกนฺติ อตฺตนิ ตํ อุปเนติ ‘‘มยิ อตฺถี’’ติ สมุทาจรนฺโต, อตฺตานํ วา ตตฺถ อุปเนติ ‘‘อหํ เอตฺถ สนฺทิสฺสามี’’ติ สมุทาจรนฺโตติ อตฺตุปนายิโก, ตํ อตฺตุปนายิกํ, เอวํ กตฺวา วทนฺโตติ สมฺพนฺโธ.

๑๑. ปริยาเยติ ‘‘โย เต วิหาเร วสติ, โส ภิกฺขุ อรหา’’ติอาทินา (ปริ. ๒๘๗) ปริยายภณเน. ญาเตติ ยํ อุทฺทิสฺส ภณติ, ตสฺมึ วิญฺญุมฺหิ มนุสฺสชาติเก อจิเรน ญาเต. โน เจติ โน เจ ชานาติ.

อิติ อุตฺตเร ลีนตฺถปกาสนิยา

ปาราชิกกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๓. เจเตติ, อุปกฺกมติ, มุจฺจติ, เอวํ องฺคตฺตเย ปุณฺเณ ครุกํ วุตฺตํ. ทฺวงฺเค เจเตติ, อุปกฺกมติ ยทิ น มุจฺจติ, เอวํ องฺคทฺวเย ถุลฺลจฺจยนฺติ โยชนา. ปโยเคติ ปโยเชตฺวา อุปกฺกมิตุํ องฺคชาตามสนํ, ปรสฺส อาณาปนนฺติ เอวรูเป สาหตฺถิกาณตฺติกปโยเค.

๑๔. วุตฺตนเยเนว อุปรูปริ ปญฺหาปุจฺฉนํ ญาตุํ สกฺกาติ ตํ อวตฺตุกาโม อาห ‘‘อิโต ปฏฺฐายา’’ติอาทิ. มยมฺปิ ยเทตฺถ ปุพฺเพ อวุตฺตมนุตฺตานตฺถญฺจ, ตเทว วณฺณยิสฺสาม.

๑๕. กาเยนาติ อตฺตโน กาเยน. กายนฺติ อิตฺถิยา กายํ. เอส นโย ‘‘กายพทฺธ’’นฺติ เอตฺถาปิ.

๑๖. อตฺตโน กาเยน ปฏิพทฺเธน อิตฺถิยา กายปฏิพทฺเธ ผุฏฺเฐ ตุ ทุกฺกฏนฺติ โยชนา.

๑๗. ติสฺโส อาปตฺติโย สิยุนฺติ โยชนา. ทฺวินฺนํ มคฺคานนฺติ วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคานํ.

๑๘. วณฺณาทิภญฺเญติ วณฺณาทินา ภณเน. กายปฏิพทฺเธ วณฺณาทินา ภญฺเญ ทุกฺกฏนฺติ โยชนา.

๑๙. อตฺตกามจริยายาติ อตฺตกามปาริจริยาย.

๒๐. ปณฺฑกสฺส สนฺติเกปิ อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ วทโต ตสฺส ภิกฺขุโนติ โยชนา. ติรจฺฉานคตสฺสาปิ สนฺติเกติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.

๒๑. อิตฺถิปุริสานมนฺตเร สญฺจริตฺตํ สญฺจรณภาวํ สมาปนฺเน ภิกฺขุมฺหิ ปฏิคฺคณฺหนวีมํสาปจฺจาหรณกตฺติเก สมฺปนฺเน ตสฺส พุโธ ครุกํ นิทฺทิเสติ โยชนา.

๒๒. ทฺวงฺคสมาโยเคติ ตีเสฺวเตสุ ทฺวินฺนํ องฺคานํ ยถากถญฺจิ สมาโยเค. องฺเค สติ ปเนกสฺมินฺติ ติณฺณเมกสฺมึ ปน องฺเค สติ.

๒๔. ปโยเคติ ‘‘อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ กุฏึ, อเทสิตวตฺถุกํ มหลฺลกวิหารญฺจ กาเรสฺสามี’’ติ อุปกรณตฺถํ อรญฺญคมนโต ปฏฺฐาย สพฺพปโยเค. เอกปิณฺเฑ อนาคเตติ สพฺพปริยนฺติมํ ปิณฺฑํ สนฺธาย วุตฺตํ.

๒๕. อิธ โย ภิกฺขุ อมูลเกน ปาราชิเกน ธมฺเมน อนุทฺธํเสตีติ โยชนา.

๒๖. โอกาสํ น จ กาเรตฺวาติ ‘‘กโรตุ เม, อายสฺมา, โอกาสํ, อหํ เต วตฺตุกาโม’’ติ เอวํ เตน ภิกฺขุนา โอกาสํ อการาเปตฺวา.

๒๘. อญฺญภาคิเยติ อญฺญภาคิยปเทน อุปลกฺขิตสิกฺขาปเท. เอวํ อญฺญตฺรปิ อีทิเสสุ ฐาเนสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

๒๙. ‘‘สมนุภาสนาย เอวา’’ติ ปทจฺเฉโท. น ปฏินิสฺสชนฺติ อปฺปฏินิสฺสชนฺโต.

๓๐. ญตฺติยา ทุกฺกฏํ อาปนฺโน สิยา, ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลตํ อาปนฺโน สิยา, กมฺมวาจาย โอสาเน ครุกํ อาปนฺโน สิยาติ โยชนา. ‘‘ถุลฺลต’’นฺติ อิทํ ถุลฺลจฺจยาปตฺติอุปลกฺขณวจนํ.

๓๑. จตูสุ ยาวตติยเกสุ ปฐเม อาปตฺติปริจฺเฉทํ ทสฺเสตฺวา อิตเรสํ ติณฺณํ เตนปิ เอกปริจฺเฉทตฺตา ตตฺถ วุตฺตนยเมว เตสุ อติทิสนฺโต อาห ‘‘เภทานุวตฺตเก’’ติอาทิ.

อิติ อุตฺตเร ลีนตฺถปกาสนิยา

สงฺฆาทิเสสกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓๒. อติเรกจีวรนฺติ อนธิฏฺฐิตํ, อวิกปฺปิตํ วิกปฺปนุปคปมาณํ จีวรํ ลทฺธา ทสาหํ อติกฺกมนฺโต เอกเมว นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ อาปชฺชติ. ติจีวเรน เอกรตฺติมฺปิ วินา วสนฺโต เอกเมว นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ อาปชฺชติ. อิทญฺจ ชาติวเสน เอกตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ วตฺถุคณนาย อาปตฺตีนํ ปริจฺฉินฺทิตพฺพตฺตา.

๓๓. คเหตฺวากาลจีวรนฺติ อกาลจีวรํ ปฏิคฺคเหตฺวา. มาสนฺติ สติยา ปจฺจาสาย นิกฺขิปิตุํ อนุญฺญาตํ มาสํ. อติกฺกมนฺโตติ สติยาปิ ปจฺจาสาย วีติกฺกมนฺโต อนฺโตมาเส อนธิฏฺฐหิตฺวา, อวิกปฺเปตฺวา วา ตึสทิวสานิ อติกฺกมนฺโต, จีวรุปฺปาททิวสํ อรุณํ อาทึ กตฺวา เอกตึสมํ อรุณํ อุฏฺฐาเปนฺโตติ อตฺโถ. เอกํ นิสฺสคฺคิยํ อาปตฺตึ อาปชฺชตีติ อุทีริตนฺติ โยชนา.

๓๔. อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา. ยํกิญฺจิ ปุราณจีวรนฺติ เอกวารมฺปิ ปริภุตฺตํ สงฺฆาฏิอาทีนมญฺญตรํ จีวรํ.

๓๕. ปโยคสฺมินฺติ ‘‘โธวา’’ติอาทิเก ภิกฺขุโน อาณตฺติกปโยเค, เอวํ อาณตฺตาย จ ภิกฺขุนิยา อุทฺธนาทิเก สพฺพสฺมึ ปโยเค จ. ‘‘นิสฺสคฺคิยาว ปาจิตฺติ โหตีติ นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติ จ โหตีติ โยชนา.

๓๖. ปฏิคณฺหโตติ เอตฺถ ‘‘อญฺญตฺร ปาริวตฺตกา’’ติ โยชนา.

๓๘. ปโยคสฺมินฺติ วิญฺญาปนปโยเค. วิญฺญาปิเตติ วิญฺญาปิตจีวเร ปฏิลทฺเธ.

๓๙. ภิกฺขูติ อจฺฉินฺนจีวโร วา นฏฺฐจีวโร วา ภิกฺขุ. ตทุตฺตรินฺติ สนฺตรุตฺตรปรมโต อุตฺตรึ.

๔๑. ปโยเคติ วิกปฺปนาปชฺชนปโยเค.

๔๒. ทุเวติ ทุกฺกฏปาจิตฺติยวเสน ทุเว อาปตฺติโย ผุเสติ โยเชตพฺพํ.

๔๔. ปโยเคติ อนุญฺญาตปโยคโต อติเรกาภินิปฺผาทนปโยเค. ลาเภติ จีวรสฺส ปฏิลาเภ.

กถินวคฺควณฺณนา ปฐมา.

๔๕. โกสิยวคฺคสฺส อาทีสุ ปญฺจสุ สิกฺขาปเทสุ เทฺว เทฺว อาปตฺติโยติ โยชนา. ปโยเคติ กรณการาปนปโยเค. ลาเภติ กตฺวา วา กาเรตฺวา วา ปรินิฏฺฐาปเน.

๔๖. ‘‘คเหตฺวา เอฬกโลมานี’’ติ ปทจฺเฉโท. อติกฺกมนฺติ อติกฺกมนฺโต.

๔๗. อญฺญายาติ อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา. ‘‘โธวาเปติ เอฬโลมก’’นฺติ ปทจฺเฉโท. เอฬโลมกนฺติ เอฬกโลมานิ. นิรุตฺตินเยน ก-การสฺส วิปริยาโย. ปโยเคติ โธวาปนปโยเค.

๔๘. ปโยเคติ ปฏิคฺคณฺหนปโยเค.

๔๙. นานาการนฺติ นานปฺปการํ. สมาปชฺชนฺติ สมาปชฺชนฺโต ภิกฺขุ. สมาปนฺเนติ สํโวหาเร สมาปนฺเน สติ. ปโยเคติ สมาปชฺชนปโยเค.

๕๐. ปโยเคติ กยวิกฺกยาปชฺชนปโยเค. ตสฺมึ กเตติ ตสฺมึ ภณฺเฑ อตฺตโน สนฺตกภาวํ นีเต.

โกสิยวคฺควณฺณนา ทุติยา.

๕๑. อติเรกกนฺติ อนธิฏฺฐิตํ, อวิกปฺปิตํ วา ปตฺตํ. ทสาหํ อติกฺกเมนฺตสฺส ตสฺส ภิกฺขุโน เอกาว นิสฺสคฺคิยาปตฺติ โหตีติ โยชนา.

๕๒-๓. นตฺถิ เอตสฺส ปญฺจ พนฺธนานีติ อปญฺจพนฺธโน, ตสฺมึ, อูนปญฺจพนฺธเน ปตฺเตติ อตฺโถ. ปโยเคติ วิญฺญาปนปโยเค. ตสฺส ปตฺตสฺส ลาเภ ปฏิลาเภ.

๕๔. เภสชฺชนฺติ สปฺปิอาทิกํ.

๕๕. ปโยเคติ ปริเยสนปโยเค.

๕๖. ปโยเคติ อจฺฉินฺทนอจฺฉินฺทาปนปโยเค. หเฏติ อจฺฉินฺทิตฺวา คหิเต.

๕๗. เทฺว ปนาปตฺติโย ผุเสติ วายาปนปโยเค ทุกฺกฏํ, วิกปฺปนุปคปจฺฉิมจีวรปมาเณน วีเต นิสฺสคฺคิยนฺติ เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชตีติ อตฺโถ.

๕๘-๙. โย ปน ภิกฺขุ อปฺปวาริโต อญฺญาตกสฺเสว ตนฺตวาเย สเมจฺจ อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชนฺโต โหติ. โสติ โส ภิกฺขุ. เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ, น สํสโยติ โยชนา. ปโยเคติ วิกปฺปาปชฺชนปโยเค.

๖๐. อจฺเจกสญฺญิตํ จีวรํ ปฏิคฺคเหตฺวาติ โยชนา. กาลนฺติ จีวรกาลํ.

๖๑. ติณฺณมญฺญตรํ วตฺถนฺติ ติณฺณํ จีวรานํ อญฺญตรํ จีวรํ. ฆเรติ อนฺตรฆเร. นิทหิตฺวาติ นิกฺขิปิตฺวา. เตน จีวเรน วินา ฉารตฺตโต อธิกํ ทิวสํ ยสฺส อารญฺญกสฺส วิหารสฺส โคจรคาเม ตํ จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตมฺหา วิหารา อญฺญตฺร วสนฺโต นิสฺสคฺคิยํ ผุเสติ โยชนา.

๖๒. สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณตํ ชานํ ชานนฺโต.

๖๓. ปโยเคติ ปริณามนปโยเค. สพฺพตฺถาติ ปาราชิกาทีสุ สพฺพสิกฺขาปเทสุ. อปฺปนาวารปริหานีติ ปริวาเร ปฐมํ วุตฺตกตฺถปญฺญตฺติวารสฺส ปริหาปนํ, อิธ อวจนนฺติ อตฺโถ, ตสฺส วารสฺส ปริวาเร สพฺพปฐมตฺตา ปฐมํ วตฺตพฺพภาเวปิ ตตฺถ วตฺตพฺพํ ปจฺฉา คณฺหิตุกาเมน มยา ตํ ฐเปตฺวา ปฐมํ อาปตฺติทสฺสนตฺถํ ตทนนฺตโร กตาปตฺติวาโร ปฐมํ วุตฺโตติ อธิปฺปาโย.

ปตฺตวคฺควณฺณนา ตติยา.

อิติ อุตฺตเร ลีนตฺถปกาสนิยา

ตึสนิสฺสคฺคิยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖๔. มนุสฺสุตฺตริธมฺเมติ อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม. อภูตสฺมึ อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม สมุลฺลปิเต ปราชโย ปาราชิกาปตฺติ.

๖๕. อมูลนฺติมวตฺถุนา อมูลเกน ปาราชิเกน ธมฺเมน ภิกฺขุํ โจทนาย ครุ สงฺฆาทิเสโส โหตีติ โยชนา. ปริยายวจเนติ ‘‘โย เต วิหาเร วสตี’’ติอาทินา (ปริ. ๒๘๗) ปริยาเยน กถเน. ญาเตติ ยสฺส กเถติ, ตสฺมึ วจนานนฺตรเมว ญาเต.

๖๖. โน เจ ปน วิชานาตีติ อถ ตํ ปริยาเยน วุตฺตํ วจนานนฺตรเมว สเจ น ชานาติ. สมุทาหฏนฺติ กถิตํ.

๖๗. โอมสโต ภิกฺขุสฺส ทุเว อาปตฺติโย วุตฺตา. อุปสมฺปนฺนํ โอมสโต ปาจิตฺติ สิยา. อิตรํ อนุปสมฺปนฺนํ โอมสโต ทุกฺกฏํ สิยาติ โยชนา.

๖๘. เปสุญฺญหรเณปิ เทฺว อาปตฺติโย โหนฺติ.

๖๙. ปโยเคติ ปทโส ธมฺมํ วาเจนฺตสฺส วจนกิริยารมฺภโต ปฏฺฐาย ยาว ปทาทีนํ ปริสมาปนํ, เอตฺถนฺตเร อกฺขรุจฺจารณปโยเค ทุกฺกฏํ. ปทานํ ปริสมตฺติยํ ปาจิตฺติยํ.

๗๐. ‘‘ติรตฺตา อนุปสมฺปนฺนสหเสยฺยายา’’ติ ปทจฺเฉโท. อนุปสมฺปนฺเนน สหเสยฺยา อนุปสมฺปนฺนสหเสยฺยา, ตาย. ติรตฺตา อุตฺตรึ อนุปสมฺปนฺนสหเสยฺยายาติ โยชนา. ปโยเคติ สยนตฺถาย เสยฺยาปญฺญาปนกายาวชฺชนาทิปุพฺพปโยเค. ปนฺเนติ กายปสารณลกฺขเณน สยเนน นิปนฺเน.

๗๑. โย ปน ภิกฺขุ เอกรตฺติยํ มาตุคาเมน สหเสยฺยํ กปฺเปติ. ทุกฺกฏาทโยติ ‘‘ปโยเค ทุกฺกฏํ, นิปนฺเน ปาจิตฺติย’’นฺติ ยถาวุตฺตเทฺวอาปตฺติโย อาปชฺชตีติ โยชนา.

๗๒. ปโยเคติ ยถาวุตฺตลกฺขณปโยเค.

๗๓. อนุปสมฺปนฺเนติ สมีปตฺเถ เจตํ ภุมฺมํ. อนุปสมฺปนฺนสฺส สนฺติเก ภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ โย สเจ อาโรเจตีติ โยชนา. ทุกฺกฏาทโยติ ยสฺส อาโรเจติ, โส นปฺปฏิวิชานาติ, ทุกฺกฏํ, ปฏิวิชานาติ, ปาจิตฺติยนฺติ เอวํ เทฺว อาปตฺติโย ตสฺส โหนฺติ.

๗๔. อญฺญโต อญฺญสฺส อุปสมฺปนฺนสฺส ทุฏฺฐุลฺลสฺส อาปตฺตึ อนุปสมฺปนฺเน อนุปสมฺปนฺนสฺส สนฺติเก วทํ วทนฺโตติ โยชนา. ปโยเคติ อารมฺภโต ปฏฺฐาย ปุพฺพปโยเค ทุกฺกฏํ อาคจฺฉติ ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. อาโรจิเต ปาจิตฺติ สิยาติ โยชนา.

๗๕. ปโยเคติ ‘‘อกปฺปิยปถวึ ขณิสฺสามี’’ติ กุทาล ปริเยสนาทิสพฺพปโยเคติ.

มุสาวาทวคฺควณฺณนา ปฐมา.

๗๖. ปาเตนฺโตติ วิโกเปนฺโต. ตสฺสาติ ภูตคามสฺส. ปาเตติ วิโกปเน.

๗๗. อญฺญวาทกวิเหสกานํ เอกโยคนิทฺทิฏฺฐตฺตา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว วิเหสเก จ ญาตุํ สกฺกาติ ตตฺถ วิสุํ อาปตฺติเภโท น วุตฺโต.

๗๘. ปรนฺติ อญฺญํ สงฺเฆน สมฺมตเสนาสนปญฺญาปกาทิกํ อุปสมฺปนฺนํ. อุชฺฌาเปนฺโตติ ตสฺส อยสํ อุปฺปาเทตุกามตาย ภิกฺขูหิ อวชานาเปตุํ ‘‘ฉนฺทาย อิตฺถนฺนาโม อิทํ นาม กโรตี’’ติอาทีนิ วตฺวา อวญฺญาย โอโลกาเปนฺโต, ลามกโต วา จินฺตาเปนฺโต. ปโยเคติ อุชฺฌาปนตฺถาย ตสฺส อวณฺณภณนาทิเก ปุพฺพปโยเค.

๘๓. สงฺฆิเก วิหาเร ปุพฺพูปคตํ ภิกฺขุํ ชานํ ชานนฺโต อนุปขชฺช เสยฺยํ กปฺเปติ, ตสฺเสวํ เสยฺยํ กปฺปยโตติ โยชนา. ปโยเคทุกฺกฏาทโยติ เอตฺถ อลุตฺตสมาโส. อาทิ-สทฺเทน เสยฺยากปฺปเน ปาจิตฺติยํ สงฺคณฺหาติ.

๘๔. ปโยเคติ ‘‘นิกฺกฑฺฒถ อิม’’นฺติอาทิเก อาณตฺติเก วา ‘‘ยาหิ ยาหี’’ติอาทิเก วาจสิเก วา หตฺเถน ตสฺส องฺคปรามสนาทิวเสน กเต กายิเก วา นิกฺกฑฺฒนปโยเค. เสสนฺติ ปาจิตฺติยํ.

๘๕. ‘‘เวหาสกุฏิยา อุปรี’’ติ ปทจฺเฉโท. อาหจฺจปาทเกติ เอตฺถ ‘‘มญฺเจ วา ปีเฐ วา’’ติ เสโส. สีทนฺติ นิสีทนฺโต. ทุกฺกฏาทโยติ ปโยเค ทุกฺกฏํ, นิปชฺชาย ปาจิตฺติยนฺติ อิมา อาปตฺติโย ผุเสติ อตฺโถ.

๘๖. อสฺส ปชฺชสฺส ปฐมปาทํ ทสกฺขรปาทกํ ฉนฺโทวิจิติยํ วุตฺตคาถา, ‘‘คาถาฉนฺโท อตีตทฺวย’’นฺติ อิมินา ฉนฺโทวิจิติลกฺขเณน คาถาฉนฺทตฺตา อธิฏฺฐิตฺวา ทฺวตฺติปริยาเยติ เอตฺถ อกฺขรทฺวยํ อธิกํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปโยเคติ อธิฏฺฐานปโยเค. อธิฏฺฐิเตติ ทฺวตฺติปริยายานํ อุปริ อธิฏฺฐาเน กเต.

๘๗. ปโยเคติ สิญฺจนสิญฺจาปนปโยเค. สิตฺเตติ สิญฺจนกิริยปริโยสาเน.

ภูตคามวคฺควณฺณนา ทุติยา.

๘๘. ทุกฺกฏํ ผุเสติ โยชนา. โอวทิเต ปาจิตฺติ สิยาติ โยชนา.

๘๙. วิภาโคเยว วิภาคตา.

๙๐. อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา อญฺญตฺร ปาริวตฺตกา จีวรํ เทนฺโต ภิกฺขุ ทุเว อาปตฺติโย ผุเสติ โยชนา. ปโยเคติ ทานปโยเค.

๙๓. ‘‘นาวํ เอก’’นฺติ ปทจฺเฉโท. ปโยเคติ อภิรุหณปโยเค. ทุกฺกฏาทโยติ อาทิ-สทฺเทน อภิรุเฬฺห ปาจิตฺติยํ สงฺคณฺหาติ.

๙๔. ‘‘ทุวิธํ อาปตฺติ’’นฺติ ปทจฺเฉโท.

๙๖. ภิกฺขุนิยา สทฺธึ รโห นิสชฺชํ กปฺเปนฺโต ภิกฺขุ ปโยเคทุกฺกฏาทโย เทฺวปิ อาปตฺติโย ผุเสติ โยชนา.

โอวาทวคฺควณฺณนา ตติยา.

๙๗. ตทุตฺตรินฺติ ตโต ภุญฺชิตุํ อนุญฺญาตเอกทิวสโต อุตฺตรึ ทุติยทิวสโต ปฏฺฐาย. อนนฺตรสฺส วคฺคสฺสาติ โอวาทวคฺคสฺส. นวเมนาติ ภิกฺขุนิยา ปริปาจิตปิณฺฑปาตสิกฺขาปเทน.

๙๙. ทฺวตฺติปตฺเตติ ทฺวตฺติปตฺตปูเร. ตทุตฺตรินฺติ ทฺวตฺติปตฺตปูรโต อุตฺตรึ. ปโยเคติ ปฏิคฺคหณปโยเค.

๑๐๑. อภิหฏฺฐุนฺติ อภิหริตฺวา.

๑๐๒. ตสฺสาติ อภิหรนฺตสฺส. ปิฏเกติ วินยปิฏเก.

๑๐๓. ทสเมปีติ เอตฺถ ‘‘ทสเม อปี’’ติ ปทจฺเฉโท.

โภชนวคฺควณฺณนา จตุตฺถา.

๑๐๔. อเจลกาทิโนติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘ปริพฺพาชกสฺส วา ปริพฺพาชิกาย วา’’ติ (ปาจิ. ๒๗๐) วุตฺเต สงฺคณฺหาติ. โภชนาทิกนฺติ อาทิ-สทฺเทน ขาทนียํ สงฺคณฺหาติ. ปโยเคติ สหตฺถา ทานปโยเค.

๑๐๕. ทาเปตฺวา วา อทาเปตฺวา วา กิญฺจิ อามิสํ. ปโยเคติ อุยฺโยชนปโยเค. ตสฺมินฺติ ตสฺมึ ภิกฺขุมฺหิ. อุยฺโยชิเต ปาจิตฺติ สิยาติ โยชนา.

๑๐๙. อุมฺมาราติกฺกเมติ อินฺทขีลาติกฺกเม.

๑๑๐. ตทุตฺตรินฺติ ตโต ปริจฺฉินฺนรตฺติปริยนฺตโต วา ปริจฺฉินฺนเภสชฺชปริยนฺตโต วา อุตฺตรึ.

๑๑๑. อุยฺยุตฺตํ ทสฺสนตฺถาย คจฺฉนฺโต เทฺว อาปตฺติโย ผุเสติ โยชนา.

อเจลกวคฺควณฺณนา ปญฺจมา.

๑๑๔. เมเรยฺยนฺติ เมรยํ. นิรุตฺตินเยน อ-การสฺส เอ-กาโร, ย-การสฺส จ ทฺวิตฺตํ. เมรย-สทฺทปริยาโย วา เมเรยฺย-สทฺโท. มุนีติ ภิกฺขุ.

๑๑๕. ‘‘ภิกฺขุ องฺคุลิปโตเทนา’’ติ ปทจฺเฉโท. ปโยเคติ หาสาปนปโยเค. ตสฺสาติ หาสาเปนฺตสฺส.

๑๑๖. โคปฺผกา เหฏฺฐา อุทเก ทุกฺกฏํ. โคปฺผกโต อุปริ อุปริโคปฺผกํ, อุทกํ, ตสฺมึ, โคปฺผกโต อธิกปฺปมาเณ อุทเกติ อตฺโถ.

๑๑๗. อนาทริยนฺติ ปุคฺคลานาทริยํ, ธมฺมานาทริยํ วา. ปโยเคติ อนาทริยวเสน ปวตฺเต กายปโยเค วา วจีปโยเค วา. กเต อนาทริเย.

๑๑๘. ปโยเคติ ภึสาปนปโยเค.

๑๑๙. โชตินฺติ อคฺคึ. สมาทหิตฺวานาติ ชาเลตฺวา. ‘‘วิสิพฺเพนฺโต’’ติ อิมินา ผลูปจาเรน การณํ วุตฺตํ. วิสิพฺพนกิริยา หิ สมาทหนกิริยาย ผลนฺติ วิสิพฺพนกิริยาโวหาเรน สมาทหนกิริยาว. ตสฺมา วิสิพฺเพนฺโตติ เอตฺถ สมาทหนฺโตติ อตฺโถ. ปโยเคติ สมาทหนสมาทหาปนปโยเค. วิสีวิเตติ วุตฺตนเยน สมาทหิเตติ อตฺโถ.

๑๒๐. ปโยเคติ จุณฺณมตฺติกาภิสงฺขรณาทิสพฺพปโยเค. อิตรนฺติ ปาจิตฺติยํ.

๑๒๑. ติณฺณํ ทุพฺพณฺณกรณานนฺติ กํสนีลปตฺตนีลกทฺทมสงฺขาตานํ ติณฺณํ ทุพฺพณฺณกรณานํ. เอกํ อญฺญตรํ อนาทิย อทตฺวา. จีวรนฺติ นวจีวรํ.

๑๒๒. นตฺถิ เอตสฺส อุทฺธารนฺติ อนุทฺธาโร, ตํ อนุทฺธารนฺติ วตฺตพฺเพ คาถาพนฺธวเสน รสฺสตฺตํ, อกตปจฺจุทฺธารนฺติ อตฺโถ.

๑๒๓. อปนิเธนฺโตติ อปเนตฺวา นิเธนฺโต นิกฺขิเปนฺโต. ปตฺตาทิกนฺติ อาทิ-สทฺเทน จีวรนิสีทนสูจิฆรกายพนฺธนานํ คหณํ. ปโยเคติ อปนิธานปโยเค. ตสฺมึ ปตฺตาทิเก ปญฺจวิเธ ปริกฺขาเร. อปนิหิเต เสสา ปาจิตฺติยาปตฺติ สิยาติ โยชนา.

สุราปานวคฺควณฺณนา ฉฏฺฐา.

๑๒๔. ตโปธโนติ ปาติโมกฺขสํวรสีลสงฺขาตํ ตโปธนมสฺสาติ ตโปธโน, ภิกฺขุ.

๑๒๕. ตสฺมึ โอปาเต.

๑๒๖. มนุสฺสวิคฺคโห มนุสฺสสรีโร. ติรจฺฉานคโต นาโค วา สุปณฺโณ วา. ตสฺส โอปาตขณกสฺส.

๑๒๗. ปฏุพุทฺธินาติ สพฺเพสุ เญยฺยธมฺเมสุ นิปุนญาเณน ภควตา.

๑๒๘. ปโยเคติ ปริโภคตฺถาย คหณาทิเก ปโยเค. ตสฺสาติ ภิกฺขุสฺส.

๑๒๙. อุกฺโกเฏนฺโตติ อุจฺจาเลนฺโต ยถาฐาเน ฐาตุํ อเทนฺโต. ปโยเคติ อุกฺโกฏนปโยเค. อุกฺโกฏิเต ปาจิตฺติยํ สิยาติ โยชนา.

๑๓๐. ทุฏฺฐุลฺลํ วชฺชกนฺติ สงฺฆาทิเสสาทิเก. เอกํ ปาจิตฺติยํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ อิติ ทีปิตนฺติ โยชนา.

๑๓๑. ปโยเคติ คณปริเยสนาทิปโยเค. ทุกฺกฏํ ปตฺโต สิยา ทุกฺกฏาปตฺตึ อาปนฺโน ภเวยฺยาติ อตฺโถ. เสสาติ ปาจิตฺติยาปตฺติ อุปสมฺปาทิเต สิยา. คาถาพนฺธวเสน อุปสคฺคโลโป.

๑๓๒-๓. ชานํ เถยฺยสตฺเถน สห สํวิธาย มคฺคํ ปฏิปชฺชโต จ ตเถว มาตุคาเมน สห สํวิธาย มคฺคํ ปฏิปชฺชโต จาติ โยชนา. ปโยเคติ สํวิธาย คนฺตุํ ปฏิปุจฺฉาทิกรณปโยเค. ปฏิปนฺเนติ มคฺคปฏิปนฺเน. อนนฺตรนฺติ อทฺธโยชนคามนฺตราติกฺกมนานนฺตรํ.

๑๓๔. ญตฺติยา โอสาเน ทุกฺกฏํ ผุเสติ โยชนา.

๑๓๕. อกตานุธมฺเมนาติ อนุธมฺโม วุจฺจติ อาปตฺติยา อทสฺสเน วา อปฺปฏิกมฺเม วา ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา อปฺปฏินิสฺสคฺเค วา ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อุกฺขิตฺตกสฺส อนุโลมวตฺตํ ทิสฺวา กตฺวา โอสารณา, โส โอสารณสงฺขาโต อนุธมฺโม ยสฺส น กโต, อยํ อกตานุธมฺโม นาม, ตาทิเสน ภิกฺขุนา สทฺธินฺติ อตฺโถ. สมฺภุญฺชนฺโตติ อามิสสมฺโภคํ กโรนฺโต ภิกฺขุ. ปโยเคติ ภุญฺชิตุํ อามิสปฏิคฺคหณาทิปโยเค. ภุตฺเตติ สมฺภุตฺเต, อุภยสมฺโภเค, ตทญฺญตเร วา กเตติ อตฺโถ.

๑๓๖. อุปลาเปนฺโตติ ปตฺตจีวรอุทฺเทสปริปุจฺฉนาทิวเสน สงฺคณฺหนฺโต. ปโยเคติ อุปลาปนปโยเค.