วินยวินิจฺฉย-ฏีกา (ทุติโย ภาโค)
ปาฏิเทสนียกถาวณฺณนา
๑๘๓๐-๑. เอวํ นาติสงฺเขปวิตฺถารนเยน เทฺวนวุติ ปาจิตฺติยานิ ทสฺเสตฺวา ตทนนฺตรํ นิทฺทิฏฺเฐ ปาฏิเทสนีเย ทสฺเสตุมาห ‘‘โย จนฺตรฆร’’นฺติอาทิ. ตตฺถ อนฺตรฆรนฺติ รถิกาทิมาห. ยถาห ‘‘อนฺตรฆรํ นาม รถิกา พฺยูหํ สิงฺฆาฏกํ ฆร’’นฺติ.
โย ปน ภิกฺขุ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺฐาย อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต ยํ กิญฺจิ ขาทนํ, โภชนมฺปิ วา สหตฺถา ปฏิคฺคเณฺหยฺย, ตสฺส ภิกฺขุโน คหเณ ทุกฺกฏํ, โภเค อชฺโฌหาเร ปาฏิเทสนียํ สิยาติ โยชนา.
อิโต ปฏฺฐาย จตสฺโส คาถา อุปฺปฏิปาฏิยา โปตฺถเกสุ ลิขิตา, ตาสํ อยํ ปฏิปาฏิ – ‘‘เอตฺถนฺตรฆร’’นฺติ ตติยา, ‘‘ตสฺมา ภิกฺขุนิยา’’ติ จตุตฺถี, ‘‘รถิกาทีสู’’ติ ปญฺจมี, ‘‘รถิกายปิ วา’’ติ ฉฏฺฐี. ปฏิปาฏิ ปนายํ มาติกฏฺฐกถกฺกเมน เวทิตพฺพา. อิมาย ปฏิปาฏิยา ตาสํ อตฺถวณฺณนา โหติ –
๑๘๓๒-๓. ปุริมคาถาทฺวเยน ปทภาชนาคตสามญฺญวินิจฺฉยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อฏฺฐกถาคตํ วิเสสํ ทสฺเสตุมาห ‘‘เอตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอตฺถาติ อิมสฺมึ ปฐมปาฏิเทสนียสิกฺขาปเท. ตสฺสาติ อญฺญาติกภิกฺขุนิยา. วากฺยโตติ ‘‘อนฺตรฆรํ ปวิฏฺฐายา’’ติ วจนโต. หิ-สทฺโท เหตุมฺหิ. ยสฺมา ภิกฺขุสฺส ฐิตฏฺฐานํ นปฺปมาณนฺติ อฏฺฐกถาย (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๕๓) วณฺณิตํ, ตสฺมา อารามาทีสุ ฐตฺวา เทนฺติยา ภิกฺขุนิยา หตฺถโต วีถิอาทีสุ ฐตฺวา โย ปฏิคฺคเณฺหยฺย เจ, เอวํ ปฏิคฺคณฺหโต ตสฺส ภิกฺขุโน น โทโสติ โยชนา. ปริโภคสฺส ปฏิคฺคหณมูลกตฺตา น โทโส. ‘‘ปฏิคฺคณฺหโต’’ติ อิมินา ปริโภเค ปาฏิเทสนียาภาโว จ ทีปิโต โหติ.
๑๘๓๔. สเจ ภิกฺขุนี รถิกาทีสุ ฐตฺวา โภชนํ เทติ, ภิกฺขุ อนฺตราราเม ฐตฺวา ปฏิคฺคณฺหาติ เจ, ตสฺส อาปตฺตีติ โยชนา. คาถาพนฺธวเสน ‘‘ภิกฺขุนิ โภชน’’นฺติ รสฺสตฺตํ. อาปตฺตีติ จ ปฏิคฺคหณปริโภเคสุ ทุกฺกฏปาฏิเทสนียาปตฺติโย สนฺธาย วุตฺตํ.
๑๘๓๕. รถิกาทีสุ ฐตฺวา ภิกฺขุนี โภชนํ เทติ เจ, ตํ รถิกายปิ วา…เป… อยํ นโยติ โยชนา. ตตฺถ รถิกาติ รจฺฉา. พฺยูหนฺติ อนิพฺพิชฺฌิตฺวา ฐิตา คตปจฺจาคตรจฺฉา. สนฺธิ นาม ฆรสนฺธิ. สิงฺฆาฏกนฺติ จตุกฺโกณํ วา ติโกณํ วา มคฺคสโมธานฏฺฐานํ. อยํ นโยติ ‘‘อาปตฺตี’’ติ อนนฺตรคาถาย วุตฺตนโย.
๑๘๓๗. อามิเสน อสมฺภินฺนรสํ สนฺธาย อิทํ ทุกฺกฏํ ภาสิตํ. อามิเสน สมฺภินฺเน เอกรเส ยามกาลิกาทิมฺหิ ปฏิคฺคเหตฺวา อชฺโฌหาเร ปาฏิเทสนียาปตฺติ สิยาติ โยชนา.
๑๘๓๘. เอกโตอุปสมฺปนฺนหตฺถโตติ ภิกฺขุนีนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนาย หตฺถโต. ยถาห ‘‘เอกโตอุปสมฺปนฺนายาติ ภิกฺขุนีนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนายา’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๕๓). ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนาย ปน ยถาวตฺถุกเมวาติ.
๑๘๓๙. อญฺญาติกาย ญาติกสญฺญิสฺส, ตเถว วิมติสฺส จ ทุกฺกฏนฺติ โยชนา.
๑๘๔๐. อญฺญาติกาย ทาเปนฺติยา ภูมิยา นิกฺขิปิตฺวา ททมานาย วา อนฺตรารามาทีสุ ฐตฺวา เทนฺติยา ปฏิคฺคณฺหโต ภิกฺขุสฺส อนาปตฺตีติ โยชนา. อนฺตรารามาทีสูติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ภิกฺขุนุปสฺสยติตฺถิยเสยฺยาปฏิกฺกมนาทึ สงฺคณฺหาติ. ปฏิกฺกมนํ นาม โภชนสาลา.
๑๘๔๑. คามโต พหิ นีหริตฺวา เทตีติ โยชนา.
๑๘๔๒. หตฺถโตติ เอตฺถ ‘‘คหเณ’’ติ เสโส. ตถาติ อนาปตฺติ. สมุฏฺฐานํ อิทํ สิกฺขาปทํ เอฬกโลเมน สมํ มตนฺติ โยชนา.
ปฐมปาฏิเทสนียกถาวณฺณนา.
๑๘๔๓-๔. อวุตฺเตติ วกฺขมานนเยน อวุตฺเต. เอเกนปิ จ ภิกฺขุนาติ สมฺพนฺโธ. อปสกฺกาติ อปคจฺฉ. อาทิ-อตฺถวาจินา อิติ-สทฺเทน ‘‘อปสกฺก ตาว, ภคินิ, ยาว ภิกฺขู ภุญฺชนฺตี’’ติ วากฺยเสโส สงฺคหิโตติ ทฏฺฐพฺโพ. อิมินา อปสาทนากาโร สนฺทสฺสิโต. ‘‘เอเกนปิ จ ภิกฺขุนา’’ติ อิมินา อวกํโส ทสฺสิโต. อุกฺกํโส ปน ‘‘เตหิ ภิกฺขูหิ สา ภิกฺขุนี อปสาเทตพฺพา’’ติ ปาฬิโตปิ ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘อามิส’’นฺติ สามญฺญวจเนปิ ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตรสฺเสว คหณํ. ยถาห ‘‘ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตเรนา’’ติ. โภเคติ จ เอกโตอุปสมฺปนฺนนฺติ จ วุตฺตตฺถเมว.
๑๘๔๕. ตเถวาติ ทุกฺกฏํ. ตตฺถาติ อนุปสมฺปนฺนาย.
๑๘๔๖. อตฺตโน ภตฺเต ทินฺเนปิ อิมินา สิกฺขาปเทน อนาปตฺติ, ปุริมสิกฺขาปเทน ปน อาปตฺติสมฺภวา ‘‘น เทตี’’ติ วุตฺตํ. ยถาห ‘‘อตฺตโน ภตฺตํ ทาเปติ, น เทตีติ เอตฺถ สเจปิ อตฺตโน ภตฺตํ เทติ, อิมินา สิกฺขาปเทน อนาปตฺติเยว, ปุริมสิกฺขาปเทน อาปตฺตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๕๘). ตถาติ อนาปตฺติ. อุภยสิกฺขาปเทหิปิ อนาปตฺตึ ทสฺเสตุมาห ‘‘ปเทติ เจ’’ติ. ยถาห ‘‘อญฺเญสํ ภตฺตํ เทติ, น ทาเปตีติ เอตฺถ ปน สเจปิ ทาเปยฺย, อิมินา สิกฺขาปเทน อาปตฺติ ภเวยฺย, เทนฺติยา ปน เนว อิมินา, น ปุริเมน อาปตฺตี’’ติ.
๑๘๔๗. ภิกฺขุนี ยํ น ทินฺนํ, ตํ ทาเปติ, ยตฺถ วา น ทินฺนํ, ตตฺถ ทาเปติ, ตมฺปิ สพฺเพสํ มิตฺตามิตฺตานํ สมํ ทาเปติ, ตตฺถาปิ อนาปตฺติ.
๑๘๔๘. สิกฺขมานา วา สามเณริกา วา ‘‘อิธ สูปํ เทถ, โอทนํ เทถา’’ติ โวสาสนฺตี วิธานํ กโรนฺตี ฐิตา, ตํ อนปสาเทนฺตสฺส อนาปตฺติ. ปญฺเจว โภชนานิ วินา อญฺญํ โวสาสนฺตึ ภิกฺขุนึ อนปสาเทนฺตสฺส อนาปตฺติ. อนปสาเทนฺตสฺส อุมฺมตฺตกาทิโนปิ อนาปตฺตีติ โยชนา.
๑๘๔๙. สมุฏฺฐานนฺติ เอตฺถ ‘‘อิมสฺสา’’ติ เสโส. โภชนํ กิริยํ, โวสาสนฺติยา อนิวารณํ อกิริยนฺติ เอวมิทํ กฺริยากฺริยํ.
ทุติยปาฏิเทสนียกถาวณฺณนา.
๑๘๕๐-๑. เสกฺขนฺติ สมฺมเตติ ‘‘เสกฺขสมฺมตํ นาม กุลํ ยํ กุลํ สทฺธาย วฑฺฒติ, โภเคน หายติ, เอวรูปสฺส กุลสฺส ญตฺติทุติเยน กมฺเมน เสกฺขสมฺมุติ ทินฺนา โหตี’’ติ (ปาจิ. ๕๖๗) วุตฺตํ อิทํ กุลํ เสกฺขสมฺมตํ นาม. เตนาห ‘‘ลทฺธสมฺมุติเก กุเล’’ติ. ลทฺธา สมฺมุติ เยนาติ วิคฺคโห. ฆรูปจารํ โอกฺกนฺเต นิมนฺติโตปิ อนิมนฺติโตว โหตีติ อาห ‘‘ฆรูปจาโรกฺกมนา ปุพฺเพวา’’ติ. ยถาห ‘‘อนิมนฺติโต นาม อชฺชตนาย วา สฺวาตนาย วา อนิมนฺติโต, ฆรูปจารํ โอกฺกมนฺเต นิมนฺเตติ, เอโส อนิมนฺติโต นามา’’ติ (ปาจิ. ๕๖๗).
‘‘อคิลาโน นาม โย สกฺโกติ ปิณฺฑาย จริตุ’’นฺติ วุตฺตตฺตา ภิกฺขาย จริตุํ สมตฺโถ อคิลาโน นาม. คเหตฺวาติ สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา. ‘‘อามิส’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ยถาห ‘‘ขาทนียํ วา โภชนียํ วา สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา’’ติ (ปาจิ. ๕๖๗). คหเณติ เอตฺถ ‘‘อาหารตฺถายา’’ติ เสโส.
๑๘๕๓. ตตฺถาติ อเสกฺขสมฺมเต กุเล. ตเถว ปริทีปิตนฺติ ทุกฺกฏํ ปริทีปิตํ.
๑๘๕๔. นิมนฺติตสฺส วาติ เอตฺถ วา-สทฺเทน นิมนฺติตสฺส อวเสสํ คณฺหาติ. ยถาห ‘‘นิมนฺติตสฺส วา คิลานสฺส วา เสสกํ ภุญฺชตี’’ติ. อญฺเญสํ ภิกฺขา ตตฺถ ทียตีติ โยชนา. ตตฺถาติ ตสฺมึ เสกฺขสมฺมเต กุเล.
๑๘๕๕. ยตฺถ กตฺถจีติ อาสนสาลาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ. นิจฺจภตฺตาทิเก วาปีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน สลากภตฺตปกฺขิกอุโปสถิกปาฏิปทิกภตฺตานํ คหณํ.
๑๘๕๖. ทฺวาเรติ เอตฺถ ‘‘ฐเปตฺวา’’ติ เสโส. สมฺปตฺเตติ เอตฺถ ‘‘ปจฺฉา’’ติ เสโส. ยถาห ‘‘สเจปิ อนาคเต ภิกฺขุมฺหิ ปฐมํเยว นีหริตฺวา ทฺวาเร ฐเปตฺวา ปจฺฉา สมฺปตฺตสฺส เทนฺติ, วฏฺฏตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๖๙).
๑๘๕๗. มหาปจฺจริยา(ปอาจิ. อฏฺฐ. ๕๖๙) คตวินิจฺฉยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘ภิกฺขุ’’นฺติอาทิ. สมุฏฺฐาเนฬกูปมนฺติ สมุฏฺฐานโต เอฬกโลมสิกฺขาปทสทิสนฺติ อตฺโถ.
ตติยปาฏิเทสนียกถาวณฺณนา.
๑๘๕๘-๙. ‘‘ปญฺจนฺนํ ปฏิสํวิทิตํ, เอตํ อปฺปฏิสํวิทิตํ นามา’’ติ วจนโต จ อิธาปิ ‘‘สหธมฺมิกญาปิต’’นฺติ วกฺขมานตฺตา จ อคหฏฺฐ-สทฺเทน ปริพฺพาชกานํ คหณํ. วุตฺตเมว นยํ โวหารนฺตเรน ทสฺเสตุมาห ‘‘อิตฺถิยา ปุริเสน วา’’ติ. ‘‘ยานิ โข ปน ตานิ อารญฺญกานิ เสนาสนานี’’ติ (ปาจิ. ๕๗๓) วจนโต อารามนฺติ อารญฺญการามมาห. สเจ เอวมาโรจิตํ ปฏิสํวิทิตนฺติ หิ วุตฺตํ ปทภาชเนติ (ปาจิ. ๕๗๓) โยชนา. ปฏิสํวิทิตนฺติ ปเคว นิเวทิตํ.
๑๘๖๐. ปจฺฉา ยถาโรจิตํ ตเมว วา ตสฺส จ ปริวารํ กตฺวา อญฺญํ พหุํ วา อาหรียตุ, ตมฺปิ ปฏิสํเวทิตํ นามาติ โยชนา.
๑๘๖๑. ยาคุยา วิทิตํ กตฺวาติ เอตฺถ ‘‘ตํ ฐเปตฺวา’’ติ อิทํ สามตฺถิยา ลพฺภติ. อิทมฺปิ วิทิตํ กุรุนฺทิยํ วฏฺฏตีติ วุตฺตนฺติ โยชนา.
๑๘๖๒. ปนาติ อปิ-สทฺทตฺโถ. อญฺญานิปิ กุลานีติ โยชนา. เอตฺถ ‘‘อสุกํ นาม กุลํ ปฏิสํเวทิตํ กตฺวา ขาทนียาทีนิ คเหตฺวา คจฺฉตีติ สุตฺวา’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๗๓) อฏฺฐกถาเสโส. เตนาติ กตปฏิสํเวทิเตน. ตมฺปิ จ สพฺพํ วฏฺฏตีติ โยชนา.
๑๘๖๓. เอวํ ยํ อนาโรจิตนฺติ ‘‘อารามํ วา อุปจารํ วา ปวิสิตฺวา’’ติอาทินา นเยน ยํ ปฐมํ อนิเวทิตํ. ‘‘เอว’’นฺติ อิทํ ‘‘ยํ อารามมนาภต’’นฺติ อิมินาปิ โยเชตพฺพํ. เอวนฺติ ‘‘ตสฺส ปริวารํ กตฺวา’’ติอาทินา ปกาเรน. ‘‘ตํ อสํวิทิตํ นามา’’ติ อิทํ ‘‘สหธมฺมิกญาปิต’’นฺติ อิมินาปิ โยเชตพฺพํ. ยถาห ‘‘ปญฺจนฺนํ ปฏิสํวิทิตํ, เอตํ อปฺปฏิสํวิทิตํ นามา’’ติ (ปาจิ. ๕๗๓). อฏฺฐกถายญฺจ ‘‘ปญฺจนฺนํ ปฏิสํวิทิตนฺติ ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสุ ยํ กิญฺจิ เปเสตฺวา ‘ขาทนียํ วา โภชนียํ วา อาหริสฺสามา’ติ ปฏิสํวิทิตํ กตมฺปิ อปฺปฏิสํวิทิตเมวาติ อตฺโถ’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๗๓) วุตฺตํ.
๑๘๖๔. การาเปตฺวาติ เอตฺถ ‘‘ปฏิสํวิทิต’’นฺติ เสโส.
๑๘๖๕. ภิกฺขุนา วา คนฺตฺวา อนฺตรามคฺเค คเหตพฺพนฺติ โยชนา. เอวมกตฺวาติ ‘‘พหิอารามํ เปเสตฺวา’’ติอาทินา วุตฺตวิธานํ อกตฺวา. อุปจารโตติ เอตฺถ ภุมฺมตฺเถ โต-ปจฺจโย เวทิตพฺโพ.
๑๘๖๘. ‘‘ปฏิสํวิทิเต’’ติอาทีนํ ปทานํ ‘‘อนาปตฺเต วา’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ปฏิสํวิทิเตติ เอตฺถ ‘‘คิลานสฺสา’’ติ เสโส. ปฏิสํวิทิเต อนาปตฺติ, คิลานสฺสาปิ อนาปตฺติ, อปฺปฏิสํวิทิเตปิ ตสฺส ปฏิสํวิทิตสฺส อวเสสเก วา คิลานสฺส อวเสสเก วา อนาปตฺติ เอวาติ สมฺพนฺโธ. ยถาห อนาปตฺติวาเร ‘‘ปฏิสํวิทิตสฺส วา คิลานสฺส วา เสสกํ ภุญฺชตี’’ติ (ปาจิ. ๕๗๕). พหาราเม ปฏิคฺคเหตฺวา อนฺโตเยว ภุญฺชโต อสฺส อนาปตฺตีติ โยชนา. คเหตฺวา วาติ เอตฺถ วา-สทฺโท ‘‘ตสฺสา’’ติอาทีสุปิ โยเชตพฺโพ.
๑๘๖๙. ตตฺถาติ ตสฺมึ อารญฺญการาเม. ขาทโต อนาปตฺติ เอวาติ โยชนา, ตตฺถ ‘‘อญฺเญน กปฺปิยํ กตฺวา ทินฺนานี’’ติ เสโส.
จตุตฺถปาฏิเทสนียกถาวณฺณนา.
อิติ วินยตฺถสารสนฺทีปนิยา วินยวินิจฺฉยวณฺณนาย
ปาฏิเทสนียกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เสขิยกถาวณฺณนา
๑๘๗๐. เอวํ ปาฏิเทสนียวินิจฺฉยํ ทสฺเสตฺวา ตทนนฺตรํ อุทฺทิฏฺฐานํ เสขิยานํ วินิจฺฉยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘โย อนาทริเยเนวา’’ติอาทิ. โยติ เถโร วา นโว วา มชฺฌิโม วา. เอตฺถ อนาทริยํ นาม สญฺจิจฺจ อาปตฺติอาปชฺชนํ, นิวาสนาทิวตฺถสฺส อุคฺคหเณ นิรุสฺสาหญฺจ. ปจฺฉโตปิ วาติ เอตฺถ วา-สทฺเทน ‘‘ปสฺสโตปิ วา’’ติ อิทํ สงฺคณฺหาติ. ตสฺส จาติ เอตฺถ จ-สทฺโท วกฺขมานสมุจฺจโย.
๑๘๗๑. น เกวลํ วุตฺตนเยน นิวาเสนฺตสฺเสว โหติ, ขนฺธกาคตหตฺถิโสณฺฑาทิอากาเรนาปิ นิวาเสนฺตสฺส ทุกฺกฏํ โหตีติ อาห ‘‘หตฺถิโสณฺฑาที’’ติอาทิ. หตฺถิโสณฺฑาทินิวาสนํ ปรโต ขุทฺทกวตฺถุกฺขนฺธเก (จูฬว. ๒๘๐) อาวิ ภวิสฺสติ. ปริมณฺฑลนฺติ สมนฺตโต มณฺฑลํ กตฺวา. วตฺถพฺพนฺติ นิวตฺถพฺพํ นิวาเสตพฺพนฺติ อตฺโถ.
๑๘๗๒. ชาณุมณฺฑลโต เหฏฺฐาติ เอตฺถ ‘‘ชงฺฆฏฺฐิสีสโต ปฏฺฐายา’’ติ เสโส. อฏฺฐงฺคุลปฺปมาณกนฺติ วฑฺฒกิองฺคุเลน อฏฺฐงฺคุลมตฺตนฺติ อาจริยา. ‘‘โย ปน สุกฺขชงฺโฆ วา มหาปิณฺฑิกมํโส วา โหติ, ตสฺส สารุปฺปตฺถาย ชาณุมณฺฑลโต อฏฺฐงฺคุลาธิกมฺปิ โอตาเรตฺวา นิวาเสตุํ วฏฺฏตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๗๖) อฏฺฐกถํ สงฺคณฺหิตุมาห ‘‘ตโต อูนํ น วฏฺฏตี’’ติ.
๑๘๗๓. อสญฺจิจฺจ อปริมณฺฑลํ นิวาเสนฺตสฺส อนาปตฺตีติ โยชนา. เอวมุปริปิ. อสญฺจิจฺจาติ ‘‘อปริมณฺฑลํ นิวาเสสฺสามี’’ติ เอวํ อสญฺจิจฺจ, อถ โข ‘‘ปริมณฺฑลํเยว นิวาเสสฺสามี’’ติ วิรชฺฌิตฺวา อปริมณฺฑลํ นิวาเสนฺตสฺส อนาปตฺติ. อสติสฺสาปีติ อญฺญวิหิตสฺสาปิ ตถา นิวาเสนฺตสฺส อนาปตฺติ. อชานนฺตสฺสาติ เกวลํ ปริมณฺฑลํ นิวาเสตุํ อชานนฺตสฺส อนาปตฺติ. อปิจ นิวาสนวตฺตํ อุคฺคเหตพฺพํ. อุคฺคหิตวตฺโตปิ สเจ ‘‘อารุฬฺห’’นฺติ วา ‘‘โอรุฬฺห’’นฺติ วา น ชานาติ, ตสฺสาปิ อนาปตฺติเยว. คิลานสฺสาติ ยสฺส ชงฺฆาย วา ปาเท วา วโณ โหติ, ตสฺส อุกฺขิปิตฺวา วา โอตาเรตฺวา วา นิวาเสนฺตสฺส อนาปตฺติ. ปาโทติ เจตฺถ ปาทสมีปํ อธิปฺเปตํ. อาปทาสูติ วาฬา วา โจรา วา อนุพนฺธนฺติ, เอวรูปาสุ อาปทาสุ อนาปตฺติ.
ปริมณฺฑลกถาวณฺณนา.
๑๘๗๔. อุโภ โกเณ สมํ กตฺวาติ ปารุปนสฺส เอกํเส กตสฺส ปิฏฺฐิปสฺเส, อุทรปสฺเส จ โอลมฺพมาเน อุโภ กณฺเณ หตฺถิปิฏฺเฐ คณฺฑา วิย สมํ กตฺวา. ปริมณฺฑลํ กตฺวาติ เอตสฺเสว อตฺถปทํ. สาทรนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส. สาทรํ วา ปารุปิตพฺพนฺติ โยชนา, สาทรํ ปารุปนํ กตฺตพฺพนฺติ อตฺโถ. เอวํ อกโรนฺตสฺสาติ ปารุปนวตฺเต อาทรํ ชเนตฺวา เอวํ อปารุปนฺตสฺส.
๑๘๗๕. ‘‘ปริมณฺฑลํ นิวาเสสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา’’ติ (ปาจิ. ๕๗๖) วา ‘‘ปริมณฺฑลํ ปารุปิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา’’ติ (ปาจิ. ๕๗๗) วา ‘‘อนฺตรฆเร’’ติ อวิเสเสตฺวา วุตฺตตฺตา อาห ‘‘อวิเสเสน วุตฺต’’นฺติ. อิทํ สิกฺขาปททฺวยํ ยสฺมา อวิเสเสน วุตฺตํ, ตสฺมา ฆเร, วิหาเร วา กาตพฺพํ ปริมณฺฑลนฺติ โยชนา. ฆเรติ อนฺตรฆเร. วิหาเร วาติ พุทฺธุปฏฺฐานาทิกาลํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปริมณฺฑลํ กตฺตพฺพนฺติ ปริมณฺฑลเมว นิวาเสตพฺพํ ปารุปิตพฺพนฺติ อตฺโถ.
ทุติยํ.
๑๘๗๖. อุโภ โกเณ สมํ กตฺวาติ สมฺพนฺโธ. คีวเมว จ อนุวาเตน ฉาเทตฺวาติ โยชนา.
๑๘๗๗. ตถา อกตฺวาติ ยถาวุตฺตวิธานํ อกตฺวา. ชตฺตูนิปีติ อุโภ อํสกูฏานิปิ. อุรมฺปิ จาติ หทยมฺปิ. วิวริตฺวาติ อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา. ยถากามนฺติ อิจฺฉานุรูปํ. คจฺฉโตติ เอตฺถ ‘‘อนฺตรฆเร’’ติ เสโส. อนฺตรฆรํ นาม คาเม วา โหตุ วิหาเร วา, ปจิตฺวา ภุญฺชิตฺวา คิหีนํ วสนฏฺฐานํ.
ตติยํ.
๑๘๗๘-๙. ‘‘มณิพนฺธโต’’ติ อิมินาปิ ‘‘เหฏฺฐา’’ติ โยเชตพฺพํ. วาสูปคสฺสาติ เอตฺถ ‘‘กายํ วิวริตฺวา นิสีทโต’’ติ เสโส. วาสูปโค นาม รตฺติวาสตฺถาย อุปคโต, เอเตน วาสตฺถาย อนฺตรฆรํ อุปคจฺฉนฺเตน สุปฺปฏิจฺฉนฺเนเนว อุปคนฺตพฺพนฺติ ทีปิตํ โหติ, เอเตเนว วาสูปคตสฺส สนฺติกํ อุปคตสฺส ยถากามํ คมเน น โทโสติ จ วุตฺตเมว โหติ. เตนาห คณฺฐิปเท ‘‘เอกทิวสมฺปิ วาสูปคตสฺส สนฺติกํ ยถาสุขํ คนฺตุํ วฏฺฏติ, โก ปน วาโท จตุปญฺจาหํ วาสมธิฏฺฐาย วสิตภิกฺขูนํ สนฺติก’’นฺติ.
จตุตฺถํ.
๑๘๘๐. สุวินีเตนาติ หตฺถปาทานํ อกีฬาปเนเนว สุฏฺฐุ วินีเตน.
ปญฺจมํ.
๑๘๘๑. คาถาพนฺธวเสน ‘‘สตีมตา’’ติ ทีโฆ กโต. อวิกาเรนาติ ตํตทวโลกาสหิเตน. ยุคํ มตฺตา ปมาณํ เอตสฺสาติ ยุคมตฺตํ, รถยุคํ จตุหตฺถปฺปมาณํ, ตตฺตกํ ปเทสํ. เปกฺขินาติ โอโลเกนฺเตน. ‘‘ภิกฺขุนา โอกฺขิตฺตจกฺขุนา’’ติ ปทจฺเฉโท.
๑๘๘๒. อนฺตรฆเร ยตฺถ กตฺถจิปิ เอกสฺมิมฺปิ ฐาเน ฐตฺวาติ โยชนา. เอวํ วุตฺเตปิ ตถารูเป อนฺตราเย สติ คจฺฉโตปิ โอโลเกตุํ ลพฺภติ. เอกสฺมึ ปน ฐาเน ฐตฺวาติ เอตฺถ คจฺฉนฺโตปิ ปริสฺสยาภาวํ โอโลเกตุํ ลพฺภติเยว. ‘‘ตถา คาเม ปูช’’นฺติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. ปิ-สทฺโท ปน-สทฺทตฺโถ, โอโลเกตุํ ปน วฏฺฏตีติ วุตฺตํ โหติ.
๑๘๘๓. โอโลเกนฺโต ตหํ ตหนฺติ โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ ตํ ตํ ทิสาภาคํ ปาสาทํ กูฏาคารํ วีถึ โอโลเกนฺโต.
สตฺตมํ.
๑๘๘๔. เอกโต วาปีติ เอกอํสกูฏโต วา. อุภโต วาปีติ อุภยํสกูฏโต วา. อินฺทขีลกโต อนฺโตติ คามทฺวารินฺทขีลโต อนฺโต, ฆเรติ วุตฺตํ โหติ.
นวมํ.
๑๘๘๕. ตถา นิสินฺนกาเลปีติ อินฺทขีลสฺส อนฺโต นิสินฺนกาเลปิ. กุณฺฑิกํ นีหรนฺเตน จ จีวรํ อนุกฺขิปิตฺวา ทาตพฺพา กุณฺฑิกาติ โยชนา. กุณฺฑิกนฺติ จ อุปลกฺขณมตฺตํ. ธมฺมกรณาทีสุปิ เอเสว นโย.
ทสมํ.
ปฐโม วคฺโค.
๑๘๘๖. คนฺตุญฺเจว นิสีทิตุญฺจ น วฏฺฏตีติ โยชนา. จ-สทฺโท กิริยาสมุจฺจโย. หสนียสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ หาสชนเก การเณ. สิตมตฺตนฺติ มนฺทหาสํ.
ปฐมทุติยานิ.
๑๘๘๗. อปฺปสทฺเทนาติ ‘‘กิตฺตาวตา อปฺปสทฺโท โหติ? ทฺวาทสหตฺเถ เคเห อาทิมฺหิ สงฺฆตฺเถโร, มชฺเฌ ทุติยตฺเถโร, อนฺเต ตติยตฺเถโรติ เอวํ นิสินฺเนสุยํ สงฺฆตฺเถโร ทุติยตฺเถเรน สทฺธึ มนฺเตติ, ทุติยตฺเถโร ตสฺส สทฺทญฺเจว สุณาติ, กถญฺจ ววตฺถเปติ. ตติยตฺเถโร ปน สทฺทเมว สุณาติ, กถํ น ววตฺถเปติ. เอตฺตาวตา อปฺปสทฺโท โหตี’’ติ (ปาจิ. ๕๘๘) วุตฺตอปฺปสทฺทยุตฺเตน. สเจ ปน ตติยตฺเถโร กถญฺจ ววตฺถเปติ, มหาสทฺโท นาม โหตีติ.
ตติยํ.
๑๘๘๘. กายปฺปจาลกํ กตฺวาติ กายํ จาเลตฺวา จาเลตฺวา. อุปริปิ เอเสว นโย. หตฺถสฺส วุตฺตลกฺขณตฺตา ‘‘พาหู’’ติ มณิพนฺธโต ยาว อํสกูฏา คเหตพฺพา.
๑๘๘๙. อุชุํ ปคฺคเหตฺวาติ อุชุํ ฐเปตฺวา. อาสิตพฺพนฺติ นิสีทิตพฺพํ. ‘‘สเมน อิริยาปเถน ตู’’ติ ปทจฺเฉโท.
๑๘๙๐. อิตฺถมฺภูเต กรณวจนํ. คมนปฏิสํยุตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ คมนสฺส อสมฺภโวติ อาห ‘‘นิสีทเนน ยุตฺเตสู’’ติ.
ปญฺจมฉฏฺฐสตฺตมฏฺฐมนวมานิ.
ทุติโย วคฺโค.
๑๘๙๑. ขมฺภํ กตฺวาติ กฏิยา เอกปสฺเส วา ทฺวีสุ วา ปสฺเสสุ กปฺปรสนฺธิโต อาภุชิตฺวา หตฺถํ ฐเปตฺวา. ยถาห – ‘‘ขมฺภกโต นาม กฏิยํ หตฺถํ ฐเปตฺวา กตขมฺโภ’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๙๖). อุกฺกุฏิกาย วา คจฺฉโตติ โยชนา. อุกฺกุฏิกา วุจฺจติ ปณฺหิโย อุกฺขิปิตฺวา อคฺคปาเทหิ วา อคฺคปาเท อุกฺขิปิตฺวา ปณฺหีหิ เอว วา ภูมึ ผุสนฺตสฺส คมนํ.
๑๘๙๒. ทุสฺสปลฺลตฺถิกายาติ อาโยคปลฺลตฺถิกาย. อนฺตรฆเร นิสีทนฺตสฺส ตสฺส ทุกฺกฏํ โหตีติ โยชนา.
๑๘๙๓. ทุติเย จาติ ‘‘น ขมฺภกโต อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามี’’ติ (ปาจิ. ๕๙๗) สิกฺขาปเท จ. จตุตฺเถ จาติ ‘‘น โอคุณฺฐิโต อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามี’’ติ (ปาจิ. ๕๙๙) สิกฺขาปเท จ. ฉฏฺเฐติ ‘‘น ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร’’อิจฺจาทิ (ปาจิ. ๖๐๑) สิกฺขาปเท จ. อิติ เอวํ สารุปฺปา สมณาจารานุจฺฉวิกา ฉพฺพีสติ สิกฺขาปทานิ ปกาสิตานิ.
ปฐมทุติยตติยจตุตฺถปญฺจมฉฏฺฐานิ.
๑๘๙๔. วิญฺญุนา ภิกฺขุนา สกฺกจฺจํ สติยุตฺเตน, ปตฺตสญฺญินา จ หุตฺวา สมสูโปว ปิณฺฑปาโต คเหตพฺโพติ โยชนา. เอวํ เอตาย คาถาย สิกฺขาปทตฺตยํ สงฺคหิตํ. สกฺกจฺจนฺติ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา. ‘‘สติยุตฺเตนา’’ติ อิทํ ‘‘สกฺกจฺจ’’นฺติ เอตสฺส อตฺถปทํ. ‘‘สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๐๒) หิ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. ปตฺเต สญฺญา ปตฺตสญฺญา, สา อสฺส อตฺถีติ ปตฺตสญฺญี, อนญฺญวิหิเตน อตฺตโน ภาชเนเยว อุปนิพทฺธสญฺญินาติ อตฺโถ.
๑๘๙๕. ภตฺตจตุพฺภาโคติ ภตฺตสฺส จตุพฺภาคปฺปมาโณ. ตโต อธิกํ คณฺหโต ทุกฺกฏํ.
๑๘๙๖. ‘‘รสรเส’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘รเสรเส’’ติ คาถาพนฺธวเสน วุตฺตํ. เทฺว สูเป ฐเปตฺวา อวเสสานิ โอโลณิสากสูเปยฺยมจฺฉรสมํสรสาทีนิ รสรสาติ เวทิตพฺพานิ. เอตฺถ จ ‘‘โอโลณีติ ทธิกตํ โครส’’นฺติ เกจิ. ‘‘เอกา พฺยญฺชนวิกตี’’ติ อปเร. ‘‘โย โกจิ สุทฺโธ กญฺชิกตกฺกาทิรโส’’ติ อญฺเญ. สากสูเปยฺยคฺคหเณน ยา กาจิ สูเปยฺยสาเกหิ กตา พฺยญฺชนวิกติ วุตฺตา. มํสรสาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน อวเสสา สพฺพาปิ พฺยญฺชนวิกติ สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ญาตกาทีนนฺติ เอตฺถ ‘‘สนฺตกํ คณฺหนฺตสฺสา’’ติ เสโส. อญฺญตฺถายาติ เอตฺถ ‘‘กตํ คณฺหนฺตสฺสา’’ติ เสโส. ธเนนาติ เอตฺถ ‘‘อตฺตโน’’ติ จ ‘‘กีต’’นฺติ จ ‘‘คณฺหนฺตสฺสา’’ติ จ เสโส. ญาตกาทีนํ สนฺตกํ คณฺหนฺตสฺส, อญฺญตฺถาย กตํ คณฺหนฺตสฺส, อตฺตโน ธเนน กีตํ คณฺหนฺตสฺส อนาปตฺตีติ อตฺโถ.
สตฺตมฏฺฐมนวมานิ.
๑๘๙๗. อธิฏฺฐานูปคสฺส ปตฺตสฺส มุขวฏฺฏิยา อนฺโตเลขาปมาเณน ปูริโตว คเหตพฺโพติ โยชนา.
๑๘๙๘. อนาปตฺติวิสยํ ทสฺเสตฺวา อาปตฺติวิสยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถาติ อธิฏฺฐานูปเค ปตฺเต. ถูปีกตํ กตฺวาติ เอตฺถ ‘‘ทิยฺยมาน’’นฺติ เสโส. ยถาวุตฺตเลขาติกฺกโม ยถา โหติ, เอวํ ถูปีกตํ ทิยฺยมานํ คณฺหโต อาปตฺติ ทุกฺกฏนฺติ สมฺพนฺโธ. อิมินา ปฐมํ ถูปีกตสฺส อธิฏฺฐานูปคปตฺตสฺส ปจฺฉา ปฏิคฺคหณญฺจ ปฐมปฏิคฺคหิตปตฺเต ปจฺฉา โภชนสฺส ถูปีกตสฺส ปฏิคฺคหณญฺจ นิวาริตนฺติ เวทิตพฺพํ.
๑๘๙๙. กาลิกตฺตยเมว จ ถูปีกตํ วฏฺฏเตวาติ โยชนา. เสเสติ อนธิฏฺฐานูปเค ปตฺเต. สพฺพนฺติ จตุพฺพิธํ กาลิกํ ถูปีกตํ วฏฺฏตีติ โยชนา.
๑๙๐๐. เปเสตีติ เอตฺถ ‘‘ภิกฺขู’’ติ เสโส. ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ยทิ เปเสตีติ โยชนา. ‘‘วิหารํ เปเสตุํ วฏฺฏตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๐๕) อฏฺฐกถาย อธิปฺปายํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภิกฺขูน’’นฺติ วจเนน ปฏิคฺคหณํ อวิชหิตฺวา ภิกฺขุนา เอว เปสิตํ คณฺหนฺตานํ ภิกฺขูนํ อนาปตฺตีติ ทีปิตํ โหติ. อญฺญถา ‘‘ปูเรตุํ วฏฺฏตี’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพนฺติ วิญฺญายติ.
๑๙๐๑. ปกฺขิปฺปมานนฺติ มุขวฏฺฏิโต อุจฺจํ กตฺวา มชฺเฌ ปกฺขิปิยมานํ. ผลาทิกนฺติ อาทิ-สทฺเทน โอทนาทิมฺปิ สงฺคณฺหาติ. เหฏฺฐา โอโรหตีติ สมนฺตา โอกาสสมฺภวโต จาลิยมานํ มุขวฏฺฏิปฺปมาณโต เหฏฺฐา ภสฺสติ.
๑๙๐๒. ตกฺโกลกาทีนนฺติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ปูคผลาทีนํ สงฺคโห. ฐเปตฺวาติ ภตฺตมตฺถเก นิกฺขิปิตฺวา. วฏํสกนฺติ อวฏํสกํ.
๑๙๐๓. ปูวสฺสาติ วิการสมฺพนฺเธ สามิวจนํ, ปูววฏํสกนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปูวสฺส ยาวกาลิกตฺตา อาห ‘‘อิทํ ถูปีกตํ สิยา’’ติ.
๑๙๐๔. ปณฺณานํ วิสุํ ภาชนตฺตา อาห ‘‘วฏฺฏตี’’ติ.
๑๙๐๕. อสฺสาติ ภิกฺขุสฺส. ตํ ตุ สพฺพนฺติ ‘‘ถูปีกตตฺตา น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ ตํ ปน สพฺพํ. คหิตํ สุคหิตนฺติ วิราเธตฺวา ปฏิคฺคหิตํ เจ, สุปฺปฏิคฺคหิตํ.
ทสมํ.
ตติโย วคฺโค.
๑๙๐๖. ‘‘อุปริ โอธิ’’นฺติ ปทจฺเฉโท. อุปรีติ ภตฺตสฺส อุปริ. โอธินฺติ ปริจฺเฉทํ. ปฏิปาฏิยาติ อตฺตโน ทิสาย ปริยนฺตโต ปฏฺฐาย อนุกฺกเมน.
๑๙๐๗. อญฺเญสนฺติ เอตฺถ ‘‘เทนฺโต’’ติ เสโส. อตฺตโน ภตฺตํ อญฺเญสํ เทนฺโต อญฺญสฺส ภาชเน อากิรํ อากิรนฺโต ปน ปฏิปาฏึ วินาปิ ตหึ ตหึ โอมสติ เจ, นตฺถิ โทโสติ โยชนา. อุตฺตริภงฺคกํ ตถา อากิรนฺโต ตตฺถ ตตฺถ โอมสติ, นตฺถิ โทโสติ โยชนา. ภุญฺชนตฺถาย คณฺหนฺโตปิ เจตฺถ วตฺตพฺโพ. อุตฺตริภงฺคํ นาม พฺยญฺชนํ.
ตติยํ.
๑๙๐๘. มตฺถกํ โอมทฺทิตฺวา ปริภุญฺชโต โทโสติ โยชนา. ‘‘ถูปกโตติ มตฺถกโต, เวมชฺฌโต’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๑๐) อฏฺฐกถาวจนโต มตฺถกนฺติ เอตฺถ ภตฺตมตฺถกมาห. โอมทฺทิตฺวาติ หตฺเถน ภตฺตํ อวมทฺทิตฺวา.
๑๙๐๙. เสสเก ปริตฺเตปิ จาติ อวสิฏฺเฐ อปฺปเกปิ จ. สํกฑฺฒิตฺวานาติ ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน ฐิตํ สํหริตฺวา. เอกโต ปน มทฺทิตฺวา ภุญฺชโต อนาปตฺตีติ โยชนา.
ปญฺจมํ.
๑๙๑๐. ภิยฺโยกมฺยตาเหตูติ ปุน คณฺหิตุกามตาเหตุ. สูปํ วาติ มุคฺคาทิสูปํ วา. พฺยญฺชนํ วาติ อุตฺตริภงฺคํ วา.
ฉฏฺฐํ.
๑๙๑๑. วิญฺญตฺติยนฺติ สูโปทนวิญฺญตฺติยํ. ‘‘ญาตกานํ วา ปวาริตานํ วา อญฺญสฺส อตฺถาย วา อตฺตโน ธเนน วา’’ติ อิทํ อนาปตฺติยํ อธิกํ. คิลาโนปิ หุตฺวา ปเรสํ ปตฺตํ อุชฺฌานสญฺญาย โอโลเกนฺตสฺส อาปตฺติ โหตีติ อาห ‘‘อุชฺฌาเน คิลาโนปิ น มุจฺจตี’’ติ. อุชฺฌาเนติ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมํ.
๑๙๑๒. ทสฺสามีติ อิมสฺส ภตฺตํ โอโลเกตฺวา ‘‘ยํ ตตฺถ นตฺถิ, ตํ ทสฺสามี’’ติ วา ‘‘ทาเปสฺสามี’’ติ วา. อวมญฺญิตฺวา อุชฺฌายนจิตฺตํ อุชฺฌานํ, อุชฺฌาเน สญฺญา อุชฺฌานสญฺญา, สา อสฺส อตฺถีติ วิคฺคโห. นอุชฺฌานสญฺญิโน จ อนาปตฺตีติ ญาตพฺพนฺติ โยชนา.
สตฺตมฏฺฐมานิ.
๑๙๑๓. ‘‘เตสํ มชฺฌปฺปมาเณนา’’ติ อิมินา อสารุปฺปวเสน ขุทฺทกปฏิกฺเขโป กโตติ เวทิตพฺโพ. ‘‘นาติมหนฺต’’นฺติ จ อติมหนฺตสฺเสว ปฏิกฺขิตฺตตฺตา ขุทฺทเก อาปตฺติ น ทิสฺสตีติ. กพโฬติ อาโลโป.
๑๙๑๔. มูลขาทนียาทิเก สพฺพตฺถ ขชฺชเก ปนาติ โยชนา. ผลาผเลติ ขุทฺทเก, มหนฺเต จ ผเล.
นวมํ.
๑๙๑๕. ทสเม นตฺถิ กิญฺจิ วตฺตพฺพํ.
ทสมํ.
จตุตฺโถ วคฺโค.
๑๙๑๖. ‘‘อนาหเฏ’’ติ เอตสฺส อตฺถปทํ ‘‘มุขทฺวารํ อปฺปตฺเต’’ติ. ยถาห ‘‘อนาหเฏติ อนาหริเต, มุขทฺวารํ อสมฺปาปิเตติ อตฺโถ’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๑๗). ‘‘มุขทฺวารํ วิวรนฺตสฺสา’’ติ เอตฺตเก วุตฺเต มุขทฺวาร-สทฺทสฺส สมฺพนฺธิสทฺทตฺตา กสฺสาติ อเปกฺขาย ‘‘มุขทฺวารํ วิวริสฺสามี’’ติ อตฺตโนปเทกวจเนน พฺยญฺชิตเมวตฺถํ ปกาเสตุํ อตฺตโน-คหณํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. จ-สทฺโท เอวการตฺโถ, อปฺปตฺเต วาติ โยเชตพฺโพ, อสมฺปตฺเตเยวาติ อตฺโถ.
ปฐมํ.
๑๙๑๗. สกลํ หตฺถนฺติ เอตฺถ หตฺถ-สทฺโท ตเทกเทเสสุ องฺคุลีสุ ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘หตฺถมุทฺทา’’ติอาทีสุ วิย สมุทาเย ปวตฺตโวหารสฺส อวยเวปิ ปวตฺตนโต เอกงฺคุลิมฺปิ มุเข ปกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติ.
๑๙๑๘. อสฺสาติ ภิกฺขุโน. พฺยาหรนฺตสฺสาติ กเถนฺตสฺส.
ทุติยตติยานิ.
๑๙๒๐. ปิณฺฑุกฺเขปกนฺติ ปิณฺฑํ อุกฺขิปิตฺวา อุกฺขิปิตฺวา. อิธาปิ ขชฺชกผลาผเลสุ อนาปตฺติ. กพฬจฺเฉทกมฺปิ วาติ กพฬํ ฉินฺทิตฺวา. อิธ ขชฺชกผลาผเลหิ สทฺธึ อุตฺตริภงฺเคปิ อนาปตฺติ. คณฺเฑ กตฺวาติ เอตฺถ ผลาผลมตฺเตเยว อนาปตฺติ.
จตุตฺถปญฺจมฉฏฺฐานิ.
๑๙๒๑-๒. หตฺถํ นิทฺธุนิตฺวานาติ หตฺถํ นิทฺธุนิตฺวา ภตฺตํ ภุญฺชโตติ จ สมฺพนฺโธ. สิตฺถาวการกนฺติ สิตฺถานิ อวกิริตฺวา อวกิริตฺวา. ชิวฺหานิจฺฉารกํ วาปีติ ชิวฺหํ นิจฺฉาเรตฺวา นิจฺฉาเรตฺวา. จปุ จปูติ วาติ ‘‘จปุ จปู’’ติ เอวํ สทฺทํ กตฺวา. สตฺตเมติ ‘‘น หตฺถนิทฺธุนก’’นฺติ สิกฺขาปเท. อฏฺฐเมติ ‘‘น สิตฺถาวการก’’นฺติ สิกฺขาปเท. กจวรุชฺฌเนติ กจวราปนยเน.
สตฺตมฏฺฐมนวมทสมานิ.
ปญฺจโม วคฺโค.
๑๙๒๓. ‘‘สุรุ สุรู’’ติ เอวํ สทฺทํ กตฺวา น โภตฺตพฺพนฺติ โยชนา. หตฺถนิลฺเลหกํ วาปีติ หตฺถํ นิลฺเลหิตฺวา นิลฺเลหิตฺวา.
๑๙๒๔. ผาณิตํ, ฆนยาคุํ วา องฺคุลีหิ คเหตฺวา องฺคุลิโย มุเข ปเวเสตฺวาปิ ตํ โภตฺตุํ วฏฺฏตีติ โยชนา.
๑๙๒๕. เอกาย องฺคุลิกายปิ ปตฺโต น เลหิตพฺโพว. ชิวฺหาย เอกโอฏฺโฐปิ น นิลฺเลหิตพฺพโกติ โยชนา. พหิ โอฏฺฐญฺจ ชิวฺหาย น เลหิตพฺพํ. โอฏฺเฐ ลคฺคํ สิตฺถาทึ ยํ กิญฺจิ อุโภหิ โอฏฺฐมํเสหิเยว คเหตฺวา อนฺโต กาตุํ วฏฺฏติ.
ปฐมทุติยตติยจตุตฺถานิ.
๑๙๒๖-๘. น จ คเหตพฺพํ, ปฏิกฺกูลวเสน ปฏิกฺขิตฺตนฺติ โยชนา. หิ-อิติ ‘‘ยสฺมา’’ติ เอตสฺส อตฺเถ, เตเนว วกฺขติ ‘‘ตสฺมา’’ติ. ‘‘ปานียถาลก’’นฺติ อิทํ อุปลกฺขณมตฺตํ สงฺขาทีนมฺปิ ตถา นคเหตพฺพตฺตา. สราวํ วาติ ตฏฺฏกํ วา.
อนามิเสน หตฺเถนาติ อามิสรหิเตน หตฺเถกเทเสน. ยถาห ‘‘สเจ ปน หตฺถสฺส
เอกเทโส อามิสมกฺขิโต น โหติ, เตน ปเทเสน คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๓๑). อามิสมกฺขิเตเนว หตฺเถน ‘‘โธวิสฺสามี’’ติ วา ‘‘โธวาเปสฺสามี’’ติ วา คณฺหนฺตสฺส ปน อนาปตฺติ.
ปญฺจมํ.
๑๙๒๙. อุทฺธริตฺวาติ สสิตฺถกา ปตฺตโธวนา สิตฺถกานิ อุทฺธริตฺวา ตํ ปตฺตโธวโนทกํ ฆรา พหิ อนฺตรฆเร ฉฑฺเฑนฺตสฺส อนาปตฺติ. ภินฺทิตฺวาติ สสิตฺถเก ปตฺตโธวเน สิตฺถกานิ มทฺทิตฺวา อุทเกน สมฺภินฺทิตฺวา อุทกคติกาเนว กตฺวา ตํ อุทกํ ฆรา พหิ อนฺตรฆเร ฉฑฺเฑนฺตสฺส อนาปตฺติ. คเหตฺวาติ สสิตฺถกํ ปตฺตโธวโนทกํ คเหตฺวา ปฏิคฺคเห ฉฑฺเฑนฺตสฺส อนาปตฺติ. สสิตฺถกํ ปตฺตโธวโนทกํ ฆรา พหิ นีหริตฺวา อนฺตรฆเร ฉฑฺเฑนฺตสฺส อนาปตฺตีติ อชฺฌาหารโยชนา เวทิตพฺพา. เอตฺถ ปฏิคฺคโห นาม เขฬมลฺลาทิโก อุจฺฉิฏฺฐหตฺถโธวนภาชนวิเสโส.
ฉฏฺฐํ.
๑๙๓๐. ฉตฺตํ ยํ กิญฺจีติ ‘‘ฉตฺตํ นาม ตีณิ ฉตฺตานิ เสตจฺฉตฺตํ กิลญฺชจฺฉตฺตํ ปณฺณจฺฉตฺตํ มณฺฑลพทฺธํ สลากพทฺธ’’นฺติ (ปาจิ. ๖๓๔) วุตฺเตสุ ตีสุ ฉตฺเตสุ อญฺญตรํ. เอตฺถ จ เสตจฺฉตฺตนฺติ วตฺถปลิคุณฺฐิตํ ปณฺฑรจฺฉตฺตํ. กิลญฺชจฺฉตฺตนฺติ วิลีวจฺฉตฺตํ. ปณฺณจฺฉตฺตนฺติ ตาลปณฺณาทีหิ เยหิ เกหิจิ กตํ. ‘‘มณฺฑลพทฺธํ สลากพทฺธ’’นฺติ อิทํ ปน ติณฺณมฺปิ ฉตฺตานํ ปญฺชรทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตานิ หิ มณฺฑลพทฺธานิ เจว โหนฺติ สลากพทฺธานิ จ. ‘‘ยํ กิญฺจี’’ติ อนวเสสปริคฺคหวจเนน ‘‘ยมฺปิ จ ตตฺถชาตทณฺเฑน กตํ เอกปณฺณจฺฉตฺตํ โหติ, ตมฺปิ ฉตฺตเมวา’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๓๔) อฏฺฐกถาย วุตฺตํ ฉตฺตวิเสสํ คณฺหาติ. หตฺเถนาติ เอตฺถ ‘‘อมุญฺจิตฺวา’’ติ เสโส. สรีราวยเวนาติ เอตฺถ ‘‘คเหตฺวา’’ติ เสโส. วา-สทฺโท อปิ-สทฺทตฺโถ. อํสกูฏาทิสรีราวยเวน คเหตฺวาปิ หตฺเถน อมุญฺจิตฺวา ธาเรนฺตสฺสาติ อตฺโถ.
สเจ ปนสฺส อญฺโญ ฉตฺตํ ธาเรติ, ฉตฺตปาทุกาย วา ฐิตํ โหติ, ปสฺเส วา ฐิตํ โหติ,
หตฺถโต อปคตมตฺเต ฉตฺตปาณิ นาม น โหติ, ตสฺส ธมฺมํ เทเสตุํ วฏฺฏติ. ‘‘น ฉตฺตปาณิสฺส อคิลานสฺสา’’ติ วจนโต, อิธ ‘‘สพฺพตฺถ อคิลานสฺสา’’ติ วกฺขมานตฺตา จ เอตฺถ ‘‘อคิลานสฺสา’’ติ ลพฺภติ. ธมฺมปริจฺเฉโท เจตฺถ ปทโสธมฺเม วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. เอวมุปริปิ.
สตฺตมํ.
๑๙๓๑. ทณฺฑปาณิมฺหีติ เอตฺถ ทณฺโฑ ปาณิมฺหิ อสฺสาติ วิคฺคโห. กิตฺตกปฺปมาโณ ทณฺโฑติ อาห ‘‘จตุหตฺถปฺปมาโณ’’ติอาทิ. มชฺฌิมหตฺถโตติ ปมาณมชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส หตฺถโต, โย ‘‘วฑฺฒกิหตฺโถ’’ติ วุจฺจติ.
อฏฺฐมํ.
๑๙๓๒. สตฺถปาณิสฺสาติ เอตฺถาปิ วิคฺคโห วุตฺตนโยว. วกฺขมานํ สกลํ ธนุวิกตึ, สรวิกติญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสํ ขคฺคาทิ สตฺถํ นาม. ขคฺคํ สนฺนหิตฺวา ฐิโตปิ สตฺถปาณิ นุ โขติ อาสงฺกาย นิวตฺตนตฺถมาห ‘‘สตฺถปาณี’’ติอาทิ. ‘‘น โหติ อสิ’’นฺติ ปทจฺเฉโท.
นวมํ.
๑๙๓๓-๕. สเรน สทฺธึ ธนุํ วา สุทฺธธนุํ วา สุทฺธสรํ วา สชิยํ ธนุทณฺฑํ วา นิชิยํ ธนุทณฺฑํ วา คเหตฺวา ฐิตสฺสาปิ วา นิสินฺนสฺสาปิ วา นิปนฺนสฺสาปิ วา สเจ โย ตถา ปทโสธมฺเม วุตฺตลกฺขณํ สทฺธมฺมํ เทเสติ, ตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏํ โหตีติ โยชนา. สเจ ปนสฺส ธนุ ขนฺเธ ปฏิมุกฺกํ โหติ, ยาว น คณฺหาติ, ตาว วฏฺฏติ. ชิยาย สห วตฺตตีติ สชิยํ.
ทสมํ.
ฉฏฺโฐ วคฺโค.
๑๙๓๖. ปาทุการุฬฺหกสฺสาติ ปาทุกํ อารุโฬฺห ปาทุการุโฬฺห, โสเยว ปาทุการุฬฺหโก, ตสฺส. กถํ อารุฬฺหสฺสาติ อาห ‘‘อกฺกมิตฺวา’’ติอาทิ. อกฺกมิตฺวา ฐิตสฺสาติ ฉตฺตทณฺฑเก องฺคุลนฺตรํ อปฺปเวเสตฺวา เกวลํ ปาทุกํ อกฺกมิตฺวา ฐิตสฺส. ปฏิมุกฺกสฺส วาติ ปฏิมุญฺจิตฺวา ฐิตสฺส. เอตํ ทฺวยมฺปิ ‘‘ปาทุการุฬฺหกสฺสา’’ติ เอตสฺส อตฺถปทํ. ยถาห ‘‘น ปาทุการุฬฺหสฺส อคิลานสฺส ธมฺโม เทเสตพฺโพ. โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ อกฺกนฺตสฺส วา ปฏิมุกฺกสฺส วา โอมุกฺกสฺส วา อคิลานสฺส ธมฺมํ เทเสติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปาจิ. ๖๓๘).
ปฐมํ.
๑๙๓๗-๔๐. อุปาหนคตสฺสาปีติ อกฺกนฺตาทิอากาเรน อุปาหนารุฬฺหสฺส จ. ยถาห ‘‘อกฺกนฺตสฺส วา ปฏิมุกฺกสฺส วา’’ติ. สพฺพตฺถาติ ฉตฺตปาณิอาทีสุ สพฺพสิกฺขาปเทสุ. อคิลานสฺสาติ อิทํ โยเชตพฺพนฺติ เสโส. ยาเน วา คตสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทเสติ, ทุกฺกฏนฺติ โยชนา. ตตฺถ ยาเน วา คตสฺสาติ สเจ ทฺวีหิ ชเนหิ หตฺถสงฺฆาเตน คหิโต, สาฏเก วา ฐเปตฺวา วํเสน วยฺหติ, อยุตฺเต วา วยฺหาทิเก ยาเน, วิสงฺขริตฺวา วา ฐปิเต จกฺกมตฺเตปิ นิสินฺโน โหติ, ยานคโตเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ.
สยเนปิ วา อนฺตมโส กฏสารเก วา ฉมาย วา นิปนฺนสฺสาปิ อคิลานสฺสาติ โยชนา. ยถาห ‘‘สยนคตสฺสาติ อนฺตมโส กฏสารเกปิ ปกติภูมิยมฺปิ นิปนฺนสฺสา’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๔๑). อุจฺเจ ปีเฐ วา อุจฺเจ มญฺเจปิ วา นิสินฺเนน, ฐิเตน วา นิปนฺนสฺส เทเสตุํ น วฏฺฏตีติ โยชนา. ‘‘ฐตฺวา’’ติ อิมินา ‘‘นิสีทิตฺวา’’ติ อิทญฺจ สงฺคหิตเมว. สยเนสุ คตสฺส จ เทเสนฺเตน สยเนสุ คเตนาปิ สมาเน วาปิ อุจฺเจ วา นิปนฺเนเนว วฏฺฏตีติ โยชนา.
๑๙๔๑. ‘‘ตเถว จา’’ติ อิมินา ‘‘วฏฺฏตี’’ติ อิทํ คหิตํ.
ทุติยตติยจตุตฺถานิ.
๑๙๔๒. ‘‘ปลฺลตฺถิกาย นิสินฺนสฺสา’’ติ วตฺตพฺเพ คาถาพนฺธวเสน ยการสฺส โลปํ กตฺวา ‘‘ปลฺลตฺถิกา นิสินฺนสฺสา’’ติ วุตฺตํ, อาโยคปลฺลตฺถิกาย วา หตฺถปลฺลตฺถิกาย วา ทุสฺสปลฺลตฺถิกาย วา ยาย กายจิ ปลฺลตฺถิกาย นิสินฺนสฺสาติ อตฺโถ. เวฐิตสีสสฺสาติ ทุสฺสเวฐเนน วา โมลิอาทีหิ วา ยถา เกสนฺโต น ทิสฺสติ, เอวํ เวฐิตสีสสฺส.