จมฺมกฺขนฺธกกถาวณฺณนา

๒๖๕๐. เอฬกา จ อชา จ มิคา จาติ วิคฺคโห. ปสูนํ ทฺวนฺเท เอกตฺตนปุํสกตฺตสฺส วิภาสิตตฺตา พหุวจนนิทฺเทโส. เอฬกานญฺจ อชานญฺจ มิคานํ โรหิเตณิกุรุงฺคานญฺจ. ปสทา จ มิคมาตา จ ปสทมิคมาตา, ‘‘ปสทมิคมาตุยา’’ติ วตฺตพฺเพ คาถาพนฺธวเสน ‘‘ปสท’’นฺติ นิคฺคหิตาคโม. ปสทมิคมาตุยา จ จมฺมํ ภิกฺขุโน วฏฺฏตีติ โยชนา. ‘‘มิคาน’’นฺติ อิมินา คหิตานเมเวตฺถ วิภาคทสฺสนํ ‘‘โรหิเตณี’’ติอาทิ. โรหิตาทโย มิควิภาควิเสสา.

๒๖๕๑. เอเตสํ ยถาวุตฺตสตฺตานํ จมฺมํ ฐเปตฺวา อญฺญํ จมฺมํ ทุกฺกฏาปตฺติยา วตฺถุภูตนฺติ อตฺโถ. อญฺญนฺติ จ –

‘‘มกฺกโฏ กาฬสีโห จ, สรโภ กทลีมิโค;

เย จ วาฬมิคา โหนฺติ, เตสํ จมฺมํ น วฏฺฏตี’’ติ. (มหาว. อฏฺฐ. ๒๕๙) –

อฏฺฐกถาย ปฏิกฺขิตฺตํ จมฺมมาห. มกฺกโฏ นาม สาขมิโค. กาฬสีโห นาม มหามุขวานรชาติโก. วาฬมิคา นาม สีหพฺยคฺฆาทโย. ยถาห – ‘‘ตตฺถ วาฬมิคาติ สีหพฺยคฺฆอจฺฉตรจฺฉา, น เกวลญฺจ เอเตเยว, เยสํ ปน จมฺมํ วฏฺฏตีติ วุตฺตํ, เต ฐเปตฺวา อวเสสา อนฺตมโส โคมหึสสฺสมิฬาราทโยปิ สพฺเพ อิมสฺมึ อตฺเถ ‘วาฬมิคา’เตฺวว เวทิตพฺพา’’ติ.

ถวิกา จ อุปาหนา จ ถวิโกปาหนํ. อมานุสํ มนุสฺสจมฺมรหิตํ สพฺพํ จมฺมํ ถวิโกปาหเน วฏฺฏตีติ โยชนา. เอตฺถ ถวิกาติ อุปาหนาทิโกสกสฺส คหณํ. ยถาห ‘‘มนุสฺสจมฺมํ ฐเปตฺวา เยน เกนจิ จมฺเมน อุปาหนา วฏฺฏติ. อุปาหนาโกสกสตฺถกโกสกกุญฺชิกาโกสเกสุปิ เอเสว นโย’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๒๕๙).

๒๖๕๒. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สพฺพปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ คุณงฺคุณูปาหน’’นฺติ (มหาว. ๒๕๙) วจนโต ‘‘วฏฺฏนฺติ มชฺฌิเม เทเส, น คุณงฺคุณูปาหนา’’ติ วุตฺตํ. มชฺฌิเม เทเสติ ‘‘ปุรตฺถิมาย ทิสาย คชงฺคลํ นาม นิคโม’’ติอาทินา (มหาว. ๒๕๙) วุตฺตสีมาปริจฺเฉเท มชฺฌิมเทเส. คุณงฺคุณูปาหนาติ จตุปฏลโต ปฏฺฐาย พหุปฏลา อุปาหนา. ยถาห – ‘‘คุณงฺคุณูปาหนาติ จตุปฏลโต ปฏฺฐาย วุจฺจตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๒๔๕). มชฺฌิมเทเส คุณงฺคุณูปาหนา น วฏฺฏนฺตีติ โยชนา. อนฺโตอาราเมติ เอตฺถ ปกรณโต ‘‘สพฺเพส’’นฺติ ลพฺภติ, คิลานานมิตเรสญฺจ สพฺเพสนฺติ อตฺโถ. สพฺพตฺถาปิ จาติ อนฺโตอาราเม, พหิ จาติ สพฺพตฺถาปิ. โรคิโนติ คิลานสฺส วฏฺฏนฺตีติ โยชนา.

๒๖๕๓. ปุฏพทฺธา ขลฺลกพทฺธาจาติ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ. วิเสโส ปเนตาสํ อฏฺฐกถายเมว วุตฺโต ‘‘ปุฏพทฺธาติ โยนกอุปาหนา วุจฺจติ, ยา ยาวชงฺฆโต สพฺพปาทํ ปฏิจฺฉาเทติ. ขลฺลกพทฺธาติ ปณฺหิปิธานตฺถํ ตเล ขลฺลกํ พนฺธิตฺวา กตา’’ติ. ปาลิคุณฺฐิมา จ ‘‘ปลิคุณฺฐิตฺวา กตา, ยา อุปริ ปาทมตฺตเมว ปฏิจฺฉาเทติ, น ชงฺฆ’’นฺติ อฏฺฐกถายํ ทสฺสิตาว. ตูลปุณฺณาติ ตูลปิจุนา ปูเรตฺวา กตา.

สพฺพาว นีลา สพฺพนีลา, สา อาทิ ยาสํ ตา สพฺพนีลาทโย. อาทิ-สทฺเทน มหานามรตฺตปริยนฺตานํ คหณํ. เอตาสํ สรูปํ อฏฺฐกถายเมว วุตฺตํ ‘‘นีลิกา อุมาปุปฺผวณฺณา โหติ, ปีติกา กณิการปุปฺผวณฺณา, โลหิติกา ชยสุมนปุปฺผวณฺณา, มญฺชิฏฺฐิกา มญฺชิฏฺฐวณฺณา เอว, กณฺหา อทฺทาริฏฺฐกวณฺณา, มหารงฺครตฺตา สตปทิปิฏฺฐิวณฺณา, มหานามรตฺตา สมฺภินฺนวณฺณา โหติ ปณฺฑุปลาสวณฺณา. กุรุนฺทิยํ ปน ‘ปทุมปุปฺผวณฺณา’ติ วุตฺต’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๒๔๖). สพฺพนีลาทโยปิ จาติ อปิ-สทฺเทน นีลาทิวทฺธิกานํ คหณํ.

๒๖๕๔. จิตฺราติ วิจิตฺรา. เมณฺฑวิสาณูปมวทฺธิกาติ เมณฺฑานํ วิสาณสทิสวทฺธิกา, กณฺณิกฏฺฐาเน เมณฺฑสิงฺคสณฺฐาเน วทฺเธ โยเชตฺวา กตาติ อตฺโถ. ‘‘เมณฺฑวิสาณูปมวทฺธิกา’’ติ อิทํ อชวิสาณูปมวทฺธิกานํ อุปลกฺขณํ. โมรสฺส ปิญฺเฉน ปริสิพฺพิตาติ ตเลสุ วา วทฺเธสุ วา โมรปิญฺเฉหิ สุตฺตกสทิเสหิ ปริสิพฺพิตา. อุปาหนา น จ วฏฺฏนฺตีติ โยชนา.

๒๖๕๕. มชฺชาราติ พิฬารา. กาฬกา รุกฺขกณฺฏกา. อูลูกา ปกฺขิพิฬาลา. สีหาติ เกสรสีหาทโย สีหา. อุทฺทาติ จตุปฺปทชาติกา. ทีปี สทฺทลา. อชินสฺสาติ เอวํนามิกสฺส. ปริกฺขฏาติ อุปาหนปริยนฺเต จีวเร อนุวาตํ วิย วุตฺตปฺปการํ จมฺมํ โยเชตฺวา กตา.

๒๖๕๖. สเจ อีทิสา อุปาหนา ลภนฺติ, ตาสํ วฬญฺชนปฺปการํ ทสฺเสตุมาห ‘‘ปุฏาทึ อปเนตฺวา’’ติอาทิ. ปุฏาทึ สพฺพโส ฉินฺทิตฺวา วา อปเนตฺวา วา อุปาหนา ธาเรตพฺพาติ โยชนา. เอวมกตฺวา ลทฺธนีหาเรเนว ธาเรนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ยถาห – ‘‘เอตาสุ ยํ กิญฺจิ ลภิตฺวา สเจ ตานิ ขลฺลกาทีนิ อปเนตฺวา สกฺกา โหนฺติ วฬญฺชิตุํ, วฬญฺเชตพฺพา, เตสุ ปน สติ วฬญฺชนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๒๔๖).

วณฺณเภทํ ตถา กตฺวาติ เอตฺถ ‘‘เอกเทเสนา’’ติ เสโส. ‘‘สพฺพโส วา’’ติ อาหริตฺวา สพฺพโส วา เอกเทเสน วา วณฺณเภทํ กตฺวา สพฺพนีลาทโย อุปาหนา ธาเรตพฺพาติ โยชนา. ตถา อกตฺวา ธาเรนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ยถาห ‘‘เอตาสุ ยํ กิญฺจิ ลภิตฺวา รชนํ โจฬเกน ปุญฺฉิตฺวา วณฺณํ ภินฺทิตฺวา ธาเรตุํ วฏฺฏติ. อปฺปมตฺตเกปิ ภินฺเน วฏฺฏติเยวา’’ติ. นีลวทฺธิกาทโยปิ วณฺณเภทํ กตฺวา ธาเรตพฺพา.

๒๖๕๗. ตตฺถ ฐาเน ปสฺสาวปาทุกา, วจฺจปาทุกา, อาจมนปาทุกาติ ติสฺโส ปาทุกาโย ฐเปตฺวา สพฺพาปิ ปาทุกา ตาลปตฺติกาทิเภทา สพฺพาปิ สงฺกมนียา ปาทุกา ธาเรตุํ น วฏฺฏนฺตีติ โยชนา.

๒๖๕๘. อติกฺกนฺตปมาณํ อุจฺจาสยนสญฺญิตํ อาสนฺทิญฺเจว ปลฺลงฺกญฺจ เสวมานสฺส ทุกฺกฏนฺติ โยชนา. อาสนฺที วุตฺตลกฺขณาว. ปลฺลงฺโกติ ปาเทสุ อาหริมานิ วาฬรูปานิ ฐเปตฺวา กโต, เอกสฺมึเยว ทารุมฺหิ กฏฺฐกมฺมวเสน ฉินฺทิตฺวา กตานิ อสํหาริมานิ ตตฺรฏฺฐาเนว วาฬรูปานิ ยสฺส ปาเทสุ สนฺติ, เอวรูโป ปลฺลงฺโก กปฺปตีติ ‘‘อาหริเมนา’’ติ อิมินาว ทีปิตํ. ‘‘อกปฺปิยรูปกโต อกปฺปิยมญฺโจ ปลฺลงฺโก’’ติ หิ สารสมาเส วุตฺตํ.

๒๖๕๙. โคนกนฺติ ทีฆโลมกมหาโกชวํ. จตุรงฺคุลาธิกานิ กิร ตสฺส โลมานิ, กาฬวณฺณญฺจ โหติ. ‘‘จตุรงฺคุลโต อูนกปฺปมาณโลโม โกชโว วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. กุตฺตกนฺติ โสฬสนฺนํ นาฏกิตฺถีนํ ฐตฺวา นจฺจนโยคฺคํ อุณฺณามยตฺถรณํ. จิตฺตนฺติ ภิตฺติจฺฉิทฺทาทิกวิจิตฺรํ อุณฺณามยตฺถรณํ. ปฏิกนฺติ อุณฺณามยํ เสตตฺถรณํ. ปฏลิกนฺติ ฆนปุปฺผกํ อุณฺณามยํ โลหิตตฺถรณํ, โย ‘‘อามลกปตฺโต’’ติปิ วุจฺจติ.

เอกนฺตโลมินฺติ อุภโต อุคฺคตโลมํ อุณฺณามยตฺถรณํ. วิกตินฺติ สีหพฺยคฺฆาทิรูปวิจิตฺรํ อุณฺณามยตฺถรณํ. ‘‘เอกนฺตโลมีติ เอกโตทสํ อุณฺณามยตฺถรณ’’นฺติ ทีฆนิกา. ตูลิกนฺติ รุกฺขตูลลตาตูลโปฏกิตูลสงฺขาตานํ ติณฺณํ ตูลานํ อญฺญตรปุณฺณํ ปกติตูลิกํ. อุทฺทโลมิกนฺติ เอกโต อุคฺคตโลมํ อุณฺณามยตฺถรณํ. ‘‘อุทฺทโลมีติ อุภโตทสํ อุณฺณามยตฺถรณํ. เอกนฺตโลมีติ เอกโตทสํ อุณฺณามยตฺถรณ’’นฺติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๕) ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. สารสมาเส ปน ‘‘อุทฺทโลมีติ เอกโต อุคฺคตปุปฺผํ. เอกนฺตโลมีติ อุภโต อุคฺคตปุปฺผ’’นฺติ วุตฺตํ.

๒๖๖๐. กฏฺฏิสฺสนฺติ รตนปริสิพฺพิตํ โกเสยฺยกฏฺฏิสฺสมยํ ปจฺจตฺถรณํ. ‘‘โกเสยฺยกฏฺฏิสฺสมยนฺติ โกเสยฺยกสฏมย’’นฺติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๕) อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ, กนฺติตโกเสยฺยปุฏมยนฺติ อตฺโถ. โกเสยฺยนฺติ รตนปริสิพฺพิตํ โกสิยสุตฺตมยํ ปจฺจตฺถรณํ. รตนปริสิพฺพนรหิตํ สุทฺธโกเสยฺยํ ปน วฏฺฏติ.

ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ ปเนตฺถ ‘‘ฐเปตฺวา ตูลิกํ สพฺพาเนว โคนกาทีนิ รตนปริสิพฺพิตานิ น วฏฺฏนฺตี’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๕) วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘ฐเปตฺวา ตูลิก’’นฺติ เอเตน รตนปริสิพฺพนรหิตาปิ ตูลิกา น วฏฺฏตีติ ทีเปติ. ‘‘รตนปริสิพฺพิตานิ น วฏฺฏนฺตี’’ติ อิมินา ปน ยานิ รตนปริสิพฺพิตานิ, ตานิ ภูมตฺถรณวเสน ยถานุรูปํ มญฺจาทีสุ จ อุปเนตุํ วฏฺฏตีติ ทีปิตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอตฺถ จ วินยปริยายํ ปตฺวา ครุเก ฐาตพฺพตฺตา อิธ วุตฺตนเยเนเวตฺถ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. สุตฺตนฺติกเทสนายํ ปน คหฏฺฐานมฺปิ วเสน วุตฺตตฺตา เนสํ สงฺคณฺหนตฺถํ ‘‘ฐเปตฺวา ตูลิกํ…เป… วฏฺฏนฺตีติ วุตฺต’’นฺติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๕) อปเร.

หตฺถิอสฺสรถตฺถรนฺติ หตฺถิปิฏฺเฐ อตฺถริตํ อตฺถรณํ หตฺถตฺถรณํ นาม. อสฺสรถตฺถเรปิ เอเสว นโย. กทลิมิคปวร-ปจฺจตฺถรณกมฺปิ จาติ กทลิมิคจมฺมํ นาม อตฺถิ, เตน กตํ ปวรปจฺจตฺถรณนฺติ อตฺโถ. ตํ กิร เสตวตฺถสฺส อุปริ กทลิมิคจมฺมํ ปตฺถริตฺวา สิพฺเพตฺวา กโรนฺติ. ปิ-สทฺเทน อชินปฺปเวณี คหิตา. อชินปฺปเวณี นาม อชินจมฺเมหิ มญฺจปมาเณน สิพฺเพตฺวา กตา ปเวณี. ตานิ กิร จมฺมานิ สุขุมตรานิ, ตสฺมา ทุปฏฺฏติปฏฺฏานิ กตฺวา สิพฺพนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อชินปฺปเวณี’’ติ.

๒๖๖๑. รตฺตวิตานสฺส เหฏฺฐาติ กุสุมฺภาทิรตฺตสฺส โลหิตวิตานสฺส เหฏฺฐา กปฺปิยปจฺจตฺถรเณหิ อตฺถตํ สยนาสนญฺจ. กสาวรตฺตวิตานสฺส ปน เหฏฺฐา กปฺปิยปจฺจตฺถรเณน อตฺถตํ วฏฺฏติ. เตเนว วกฺขติ ‘‘เหฏฺฐา อกปฺปิเย’’ติอาทิ.

ทฺวิธา รตฺตูปธานกนฺติ สีสปสฺเส, ปาทปสฺเส จาติ อุภโตปสฺเส ปญฺญตฺตรตฺตพิพฺโพหนวนฺตญฺจ สยนาสนํ. อิทํ สพฺพํ อกปฺปิยํ ปริภุญฺชโต ทุกฺกฏํ โหติ. ‘‘ยํ ปน เอกเมว อุปธานํ อุโภสุ ปสฺเสสุ รตฺตํ วา โหติ ปทุมวณฺณํ วา วิจิตฺรํ วา, สเจ ปมาณยุตฺตํ, วฏฺฏตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๒๕๔) อฏฺฐกถาวินิจฺฉโย เอเตเนว พฺยติเรกโต วุตฺโต โหติ. ‘‘เยภุยฺยรตฺตานิปิ เทฺว พิพฺโพหนานิ น วฏฺฏนฺตี’’ติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. เตเนว เยภุยฺเยน รตฺตวิตานมฺปิ น วฏฺฏตีติ วิญฺญายติ.

เอตฺถ จ กิญฺจาปิ ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ ‘‘อโลหิตกานิ เทฺวปิ วฏฺฏนฺติเยว, ตโต อุตฺตริ ลภิตฺวา อญฺเญสํ ทาตพฺพานิ, ทาตุํ อสกฺโกนฺโต มญฺเจ ติริยํ อตฺถริตฺวา อุปริ ปจฺจตฺถรณํ ทตฺวา นิปชฺชิตุมฺปิ ลภตี’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๕) อวิเสเสน วุตฺตํ. เสนาสนกฺขนฺธกสํวณฺณนายํ ปน ‘‘อคิลานสฺส สีสูปธานญฺจ ปาทูปธานญฺจาติ ทฺวยเมว วฏฺฏติ, คิลานสฺส พิพฺโพหนานิ สนฺถริตฺวา อุปริ ปจฺจตฺถรณํ ทตฺวา นิปชฺชิตุมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๙๗) วุตฺตตฺตา คิลาโนเยว มญฺเจ ติริยํ อตฺถริตฺวา นิปชฺชิตุํ ลภตีติ เวทิตพฺพํ.

๒๖๖๒. อุทฺธํ เสตวิตานมฺปิ เหฏฺฐา อกปฺปิเย ปจฺจตฺถรเณ สติ น วฏฺฏตีติ โยชนา. ตสฺมินฺติ อกปฺปิยปจฺจตฺถรเณ.

๒๖๖๓. ‘‘ฐเปตฺวา’’ติ อิมินา อาสนฺทาทิตฺตยสฺส วฏฺฏนากาโร นตฺถีติ ทีเปติ. เสสํ สพฺพนฺติ โคนกาทิ ทฺวิธารตฺตูปธานกปริยนฺตํ สพฺพํ. คิหิสนฺตกนฺติ คิหีนํ สนฺตกํ เตหิเยว ปญฺญตฺตํ, อิมินา ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสุ อญฺญตเรน วา เตสํ อาณตฺติยา วา ปญฺญตฺตํ น วฏฺฏตีติ ทีเปติ. ลภเตติ นิสีทิตุํ ลภติ.

๒๖๖๔. ตํ กตฺถ ลภตีติ ปเทสนิยมํ ทสฺเสตุมาห ‘‘ธมฺมาสเน’’ติอาทิ. ธมฺมาสเนติ เอตฺถ อฏฺฐกถายํ ‘‘ยทิ ธมฺมาสเน สงฺฆิกมฺปิ โคนกาทึ ภิกฺขูหิ อนาณตฺตา อารามิกาทโย สยเมว ปญฺญาเปนฺติ เจว นีหรนฺติ จ, เอตํ คิหิวิกตนีหารํ นาม. อิมินา คิหิวิกตนีหาเรน วฏฺฏตี’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๐; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ปกิณฺณกวินิจฺฉยกถา ๕๖ อตฺถโต สมานํ) วุตฺตํ. ภตฺตคฺเค วาติ วิหาเร นิสีทาเปตฺวา ปริเวสนฏฺฐาเน วา โภชนสาลายํ วา. อปิสทฺเทน คิหีนํ เคเหปิ เตหิ ปญฺญตฺเต โคนกาทิมฺหิ นิสีทิตุํ อนาปตฺตีติ ทีเปติ. ธมฺมาสนาทิปเทสนิยมเนน ตโต อญฺญตฺถ คิหิปญฺญตฺเตปิ ตตฺถ นิสีทิตุํ น วฏฺฏตีติ พฺยติเรกโต วิญฺญายติ.

ภูมตฺถรณเกติ เอตฺถ ‘‘กเต’’ติ เสโส. ตตฺถาติ สงฺฆิเก วา คิหิสนฺตเก วา โคนกาทิมฺหิ สหธมฺมิเกหิ อนาณตฺเตหิ คิหีหิ เอว ภูมตฺถรเณ กเต. สยิตุนฺติ อุปริ อตฺตโน ปจฺจตฺถรณํ ทตฺวา นิปชฺชิตุํ วฏฺฏติ. อปิ-สทฺเทน นิสีทิตุมฺปิ วาติ สมุจฺจิโนติ. ‘‘ภูมตฺถรณเก’’ติ อิมินา คิหีหิ เอว มญฺจาทีสุ สยนตฺถํ อตฺถเต อุปริ อตฺตโน ปจฺจตฺถรณํ ทตฺวา สยิตุํ วา นิสีทิตุํ วา น วฏฺฏตีติ ทีเปติ.

จมฺมกฺขนฺธกกถาวณฺณนา.