ปาราชิกกถา

ปฐมปาราชิกกถาวณฺณนา

๖. เอวํ ปญฺจหิ คาถาหิ รตนตฺตยปณามาทึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยถาปฏิญฺญาตวินิจฺฉยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘ติวิเธ’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘‘ติวิเธ’’ติอาทินา ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทวินิจฺฉยํ ทสฺเสติ. ติวิเธติ วจฺจปสฺสาวมุขมคฺคานํ วเสน ติปฺปกาเร มคฺเคติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ติลมตฺตมฺปีติ ติลพีชมตฺตมฺปิ องฺคชาตนฺติ สมฺพนฺโธ. มคฺเคติ วจฺจปสฺสาวานํ นิกฺขมนทฺวารตาย, อนฺนปานปิตฺตเสมฺหาทีนํ ปเวสนนิกฺขมนทฺวารตาย จ มคฺคโวหารคเต สรีรปฺปเทเส, อลฺโลกาเสติ สมฺพนฺโธ. ‘‘มคฺเคสุ ติลมตฺตมฺปิ, ตีสุ เสวนเจตโน’’ติ วตฺตพฺเพปิ ‘‘ติวิเธ’’ติ ปการวาจิวิธสทฺโทปาทาเนน สชาติสงฺคหวเสน ตีหิ ราสีหิ สงฺคเหตฺวา ปเภทวเสน ตึสวิโธ มคฺโค ทสฺสิโต โหติ.

เสยฺยถิทํ? ปาราชิกวตฺถุภูตมุขาทิมคฺคานํ นิสฺสยภูเต สตฺเต ทสฺเสตุํ ‘‘ติสฺโส อิตฺถิโย มนุสฺสิตฺถี อมนุสฺสิตฺถี ติรจฺฉานคติตฺถี’’ติอาทินา (ปารา. ๕๖) นเยน ปาฬิยํ ทสฺสิตมนุสฺสามนุสฺสติรจฺฉานคติตฺถีนํ ปจฺเจกํ ติณฺณํ มคฺคานํ วเสน นว มคฺคา, ตเถว ทสฺสิตานํ ติณฺณํ อุภโตพฺยญฺชนกานํ วเสน นว มคฺคา, ติณฺณํ ปน ปณฺฑกานํ มุขมคฺควจฺจมคฺคานํ วเสน ปจฺเจกํ เทฺว เทฺว มคฺคาติ ฉ มคฺคา, ตถา ติณฺณํ ปน ปุริสานนฺติ เอวํ ตึสวิโธ โหติ.

เสวนเจตโนติ เสวเน เมถุนปโยเค เจตนา อสฺสาติ วิคฺคโห, เมถุนราคูปสํหิตาย เจตนาย สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. อลฺโลกาเสติ ตึสมคฺคานมญฺญตเร มคฺเค ปกติวาเตน อสํผุฏฺเฐ อลฺลปเทเส, อิมินา พาหิรํ ปาราชิกกฺเขตฺตํ น โหตีติ ทีเปติ. วิเสสนสฺส วิเสสาเปกฺขตฺตา ทุติยคาถาย ‘‘สสิกฺโข โส’’ติ ปททฺวยํ อาหริตฺวา ‘‘เสวนเจตโน สสิกฺโข โส ภิกฺขู’’ติ โยเชตพฺพํ.

องฺเค สรีเร ชาตนฺติ องฺคชาตํ, ปุริสนิมิตฺตํ. สติปิ อวเสสสรีราวยวานํ ตถาภาเว รุฬฺหิวเสน ตเทว ตถา วุตฺตํ. ปเวเสนฺโตติ ทฺวยํทฺวยสมาปตฺติสงฺขาตกายิกกิริยํ นิปฺผาเทนฺโต. ปราชิโตติ ทุลฺลภาย ขณสมฺปตฺติยา ลทฺธพฺพโต ทุลฺลภา โลกิยโลกุตฺตรคุณสมฺปตฺติสุขโต ปริหาเปตฺวา กิเลสสปตฺเตหิ ปราชยมาปาทิโตติ อตฺโถ.

อยเมตฺถ โยชนา – สสิกฺโข เสวนเจตโน ติวิเธ มคฺเค อลฺโลกาเส องฺคชาตํ ติลมตฺตมฺปิ ปเวเสนฺโต โส ภิกฺขุ ปราชิโต โหตีติ. เอตฺตาวตา –

‘‘โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย, อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายปิ, ปาราชิโก โหติ อสํวาโส’’ติ (ปารา. ๔๔) –

ภควตา ปญฺญตฺตสิกฺขาปทํ สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

๗. เอวํ อิมิสฺสา คาถาย อตฺตูปกฺกมมูลกํ ปาราชิกํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ‘‘ภิกฺขุปจฺจตฺถิกา มนุสฺสิตฺถึ ภิกฺขุสฺส สนฺติเก อาเนตฺวา วจฺจมคฺเคน (ปารา. ๕๘) องฺคชาเต อภินิสีเทนฺตี’’ติอาทินยปฺปวตฺตํ ปโรปกฺกมมูลกํ ปาราชิกญฺจ ทสฺเสตุมาห ‘‘ปเวสน’’นฺติอาทิ. ตตฺถ ปเวสนนฺติ ภิกฺขุปจฺจตฺถิเกหิ สุตฺตปมตฺตาทิมนุสฺสิตฺถิอาทีนมญฺญตรํ อาเนตฺวา ยถาวุตฺตมคฺคานมญฺญตรํ มคฺคํ ยถา ปวิสติ, ตถา ภิกฺขุโน องฺคชาเต อภินิสีทาปเน สมฺภวนฺตํ มคฺคปฺปเวสนมาห. ปเวสนํ สาทิยนฺโต สสิกฺโข โสติ โยชนา. เอตฺถ ‘‘ปเวสนํ สาทิยติ อธิวาเสติ, ตสฺมึ ขเณ เสวนจิตฺตํ อุปฏฺฐาเปตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๕๘) อฏฺฐกถาวจนโต อคฺคโต ยาว มูลํ ปเวเสนฺเตสุ อสฺสาทจิตฺตํ อุปฏฺฐาเปนฺโต ตงฺขเณเยว สาสนโต จุโตติ อตฺโถ. ปวิฏฺฐนฺติอาทีสุ ปเทสุปิ เอวเมว โยชนา.

ปวิฏฺฐนฺติ ปวิฏฺฐกฺขโณ. ‘‘ปวิฏฺฐ’’นฺติอาทินา ตาย ตาย กิริยาย อุปลกฺขิโต ขโณ คเหตพฺโพ. เตเนเวตฺถ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ กตํ. ฐิตนฺติ เอตฺถ ‘‘สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสมเย’’ติ อฏฺฐกถาวจนสฺส สพฺพถา พฺยาปารรหิตํ กาลํ สนฺธาย วุตฺตตฺตา สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสมโยปิ คเหตพฺโพ. เตเนว คณฺฐิปเท วุตฺตนเยน ปวิฏฺฐสฺส จ ยาว อุทฺธรณารมฺโภ, ตาว สมฺภวนฺโต ฐิตกาโลปิ คเหตพฺโพ. อุทฺธรณนฺติ นีหรณกาโล.

วาติ วิกปฺเป, อปีติ สมุจฺจเย, โส วา-สทฺเทน วิกปฺปิตานํ ปกฺขานํ ตุลฺยพลตํ โชเตติ. อิติ อิเมหิ ทฺวีหิปิ ‘‘โส เจ ปเวสนํ สาทิยติ, ปวิฏฺฐํ สาทิยตี’’ติอาทินา (ปารา. ๕๘) ปาฬิยํ อาคตนเยน ลพฺภมานํ ปเวสนาทิเอกกฺขณมฺปิ สาทิยนปจฺจยา อาปชฺชมานํ ปาราชิกํ ทสฺเสติ. สสิกฺโขติ สิกฺขาย สห วตฺตตีติ สสิกฺโข, อปจฺจกฺขาตสิกฺโขติ อตฺโถ. สาทิยนฺโตติ เสวนจิตฺตํ อุปฏฺฐาเปนฺโต. โส ภิกฺขุ. ฐเปตฺวา กิริยนฺติ อตฺตูปกฺกมนํ วินา. จุโตติ ‘‘ภิกฺขุปจฺจตฺถิเกหิ กตมิทํ, น มยา’’ติ เลเสน น มุจฺจติ, สาทิยนจิตฺเต สติ สาสนโต จุโตเยว โหตีติ อธิปฺปาโย.

เอตฺถ จ สสิกฺโขติ อิทํ ‘‘สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา’’ติ (ปารา. ๔๔) สิกฺขาปทปาฐสฺส อตฺถทสฺสนวเสน นิทฺทิฏฺฐํ. ตสฺส ปทภาชเน (ปารา. ๔๕), ตทฏฺฐกถาย จ วิภตฺตํ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ สงฺเขปโต เอวํ เวทิตพฺพํ – จิตฺตเขตฺตกาลปโยคปุคฺคลวิชานนวเสน สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน. อุปสมฺปนฺนภาวโต จวิตุกามตาจิตฺเตเนว หิ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น ทวา วา รวา วา วทนฺตสฺส. เอวํ จิตฺตวเสน สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน.

ตถา ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามิ, ธมฺมํ ปจฺจกฺขามิ, สงฺฆํ ปจฺจกฺขามิ, สิกฺขํ, วินยํ, ปาติโมกฺขํ, อุทฺเทสํ, อุปชฺฌายํ, อาจริยํ, สทฺธิวิหาริกํ, อนฺเตวาสิกํ, สมานุปชฺฌายกํ, สมานาจริยกํ, สพฺรหฺมจารึ ปจฺจกฺขามี’’ติ เอวํ วุตฺตานํ พุทฺธาทีนํ จตุทฺทสนฺนํ, ‘‘คิหีติ มํ ธาเรหิ, อุปาสโก, อารามิโก, สามเณโร, ติตฺถิโย, ติตฺถิยสาวโก, อสฺสมโณ, อสกฺยปุตฺติโยติ มํ ธาเรหี’’ติ เอวํ วุตฺตานํ คิหิอาทีนํ อฏฺฐนฺนญฺจาติ อิเมสํ พาวีสติยา เขตฺตปทานํ ยสฺส กสฺสจิ สเววจนสฺส วเสน เตสุ ยํ กิญฺจิ วตฺตุกามสฺส ยํ กิญฺจิ วทโต สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น รุกฺขาทีนํ อญฺญตรสฺส นามํ คเหตฺวา สิกฺขํ ปจฺจกฺขนฺตสฺส. เอวํ เขตฺตวเสน สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน.

ตตฺถ ยเทตํ ‘‘ปจฺจกฺขามี’’ติ จ ‘‘มํ ธาเรหี’’ติ จาติ วุตฺตํ วตฺตมานกาลวจนํ, ยานิ จ ‘‘อลํ เม พุทฺเธน, กึ นุ เม พุทฺเธน, น มมตฺโถ พุทฺเธน, สุมุตฺตาหํ พุทฺเธนา’’ติอาทินา นเยน อาขฺยาตวเสน กาลํ อนามสิตฺวา ปุริเมหิ จุทฺทสหิ ปเทหิ สทฺธึ โยเชตฺวา วุตฺตานิ ‘‘อลํ เม’’ติอาทีนิ จตฺตาริ ปทานิ, เตสํเยว สเววจนานํ วเสน ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ‘‘ปจฺจกฺขาสิ’’นฺติ วา ‘‘ปจฺจกฺขิสฺส’’นฺติ วา ‘‘มํ ธาเรสี’’ติ วา ‘‘มํ ธาเรสฺสตี’’ติ วา ‘‘ยํ นูนาหํ ปจฺจกฺเขยฺย’’นฺติ วาติอาทีนิ อตีตานาคตปริกปฺปวจนานิ ภณนฺตสฺส. เอวํ วตฺตมานกาลวเสน เจว อนามฏฺฐกาลวเสน จ ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน.

ปโยโค ปน ทุวิโธ กายิโก จ วาจสิโก จ. ตตฺถ ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติอาทินา นเยน ยาย กายจิ ภาสาย วจีเภทํ กตฺวา วาจสิกปโยเคเนว ปจฺจกฺขานํ โหติ, น อกฺขรลิขนํ วา หตฺถมุทฺทาทิทสฺสนํ วา กายปโยคํ กโรนฺตสฺส. เอวํ วาจสิกปโยเคเนว ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน.

ปุคฺคโล ปน ทุวิโธ โย จ ปจฺจกฺขาติ, ยสฺส จ ปจฺจกฺขาติ. ตตฺถ โย ปจฺจกฺขาติ, โส สเจ อุมฺมตฺตกขิตฺตจิตฺตเวทนฏฺฏานํ อญฺญตโร น โหติ. ยสฺส ปน ปจฺจกฺขาติ, โส สเจ มนุสฺสชาติโก โหติ, น จ อุมฺมตฺตกาทีนํ อญฺญตโร, สมฺมุขีภูโต จ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ. น หิ อสมฺมุขีภูตสฺส ทูเตน วา ปณฺเณน วา อาโรจนํ รุหติ. เอวํ ยถาวุตฺตสฺส ปุคฺคลสฺส วเสน ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน.

วิชานนมฺปิ นิยมิตานิยมิตวเสน ทุวิธํ. ตตฺถ ยสฺส, เยสํ วา นิยเมตฺวา ‘‘อิมสฺส, อิเมสํ วา อาโรเจมี’’ติ วทติ. สเจ เต ยถา ปกติยา โลเก มนุสฺสา วจนํ สุตฺวา อาวชฺชนสมเย ชานนฺติ, เอวํ ตสฺส วจนานนฺตรเมว ตสฺส ‘‘อยํ อุกฺกณฺฐิโต’’ติ วา ‘‘คิหิภาวํ ปตฺถยตี’’ติ วา เยน เกนจิ อากาเรน สิกฺขาปจฺจกฺขานภาวํ ชานนฺติ, ปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. อถ อปรภาเค ‘‘กึ อิมินา วุตฺต’’นฺติ จินฺเตตฺวา ชานนฺติ, อญฺเญ วา ชานนฺติ, อปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. อนิยเมตฺวา อาโรเจนฺตสฺส ปน สเจ วุตฺตนเยน โย โกจิ มนุสฺสชาติโก วจนตฺถํ ชานาติ, ปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. เอวํ วิชานนวเสน ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน. โย ปน อนฺตมโส ทวายปิ ปจฺจกฺขาติ, เตน อปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา.

อิติ อิเมสํ วุตฺตปฺปการานํ จิตฺตาทีนํ วเสน อปจฺจกฺขาตสิกฺโข ‘‘สสิกฺโข’’ติ วุตฺโต.

๘-๑๐. ‘‘อิทานิ สนฺถเตน สนฺถตสฺส ฆฏฺฏเน อุปาทินฺนกฆฏฺฏนาภาวโต โทโส นตฺถี’’ติ ปาปภิกฺขูนํ เลสกปฺปนํ ปฏิกฺขิปิตุํ ‘‘ภิกฺขุปจฺจตฺถิกา มนุสฺสิตฺถึ ภิกฺขุสฺส สนฺติเก อาเนตฺวา วจฺจมคฺเคน, ปสฺสาวมคฺเคน, มุเขน องฺคชาตํ อภินิสีเทนฺติ สนฺถตาย อสนฺถตสฺสา’’ติอาทินา (ปารา. ๖๑) นเยน ปาฬิยํ วุตฺตสนฺถตวารานมตฺถํ สงฺคณฺหนฺโต อาห ‘‘สนฺถเตนา’’ติอาทิ. ตตฺถ สนฺถเตนาติ จมฺมโจฬติปุปฏฺฏาทีหิ ปฏิจฺฉาทิเตน. ‘‘ปเวเสนฺโต’’ติ อิมินา สนฺถตวารสฺส ปโรปกฺกมํ นิสฺสาย ทสฺสนมุปลกฺขณนฺติ อตฺตูปกฺกเมปิ โยเชตพฺพตํ ทสฺเสติ, ตสฺส วกฺขมาเนน ‘‘ปราชิโต’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ‘‘ตเถวา’’ติ อิมินา ปเวเสนฺโตติอาทิปฺปการํ ปรามสติ.

เอวํ ปเวเสนฺโต กทา ปราชิโต โหตีติ อาห ‘‘อุปาทินฺเนนา’’ติอาทิ. เอตฺถ อุปาทินฺเนนาติ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อุเปเตน กมฺมุนา อตฺตโน ผลภาเวเนว อาทินฺนํ คหิตนฺติ อุปาทินฺนํ, เอเตน อตฺตโน องฺคชาตสฺส, วตฺถุปุคฺคลานํ มคฺคสฺส จ ฆฏฺฏนฏฺฐานคตํ กายปฺปสาทํ ทสฺเสติ. อิมินาว องฺคชาตคตํ อนฏฺฐกายปฺปสาทํ จมฺมขิลํ, ปิฬกาทิ จ คเหตพฺพํ. ‘‘อุปาทินฺนกํ นาม กายินฺทฺริย’’นฺติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. ตพฺพิปริยาเยน ‘‘อนุปาทินฺนก’’นฺติ ตปฺปฏิจฺฉาทกํ โจฬาทิ วุตฺตํ. อุปาทินฺเนน อุปาทินฺเน, อนุปาทินฺเน วา ปาราชิกกฺเขตฺเต ฆฏฺฏิเต, อนุปาทินฺนเกน วา อุปาทินฺเน อนุปาทินฺเน วา ปาราชิกกฺเขตฺเต ฆฏฺฏิเตติ โยชนา. เอตฺถ จ กรณวจนนฺตานิ ปทานิ ‘‘องฺคชาเตนา’’ติ อิมสฺส วิเสสนานิ.

เอตฺตาวตา สนฺถตจตุกฺกวเสน อตฺตูปกฺกเม สติ ปาราชิกกฺเขตฺเต ปาราชิกํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปรูปกฺกเมปิ ทสฺเสตุมาห ‘‘สเจ’’ติอาทิ. เอตฺถาติ เอเตสุ จตูสุ วิกปฺเปสุ. ปาราชิกกฺเขตฺเต ปวิฏฺเฐ ตูติ เอตฺถ ตุ-สทฺเทน ปเวสนฏฺฐิตุทฺธารกฺขณตฺตยํ สมุจฺจิโนติ. ยํตํ-สทฺทานํ นิจฺจสมฺพนฺธตฺตา หิ ‘‘โส’’ติ ตํ-สทฺโทปาทาเน ‘‘โย’’ติ ยํ-สทฺโทปิ อชฺฌาหริตพฺโพ, สามตฺถิเยน สมฺปิณฺฑนตฺโถ อปิสทฺโท จ. อยเมตฺถ อตฺถโยชนา – ภิกฺขุปจฺจตฺถิเกหิ อาเนตฺวา ภิกฺขุโน องฺคชาเต อภินิสีทาปิตมนุสฺสิตฺถิอาทีนํ ตีสุ มคฺเคสุ อญฺญตรมคฺคสงฺขาตํ ปาราชิกกฺเขตฺตํ ปวิฏฺเฐ วา ตุ-สทฺเทน สมฺปิณฺฑิตปเวสนฏฺฐิตุทฺธารานมญฺญตรกฺขเณ วา สเจ โย สาทิยติ, สปฺปมุขาทิปฺปเวสนกาเล วิย อนุตฺตสิตฺวา กามราคปิปาสาภิภูโต ยทิ สาทิยติ, โสปิ ภิกฺขุ ปราชิโต โหตีติ โยชนา. ‘‘สเจ สาทิยตี’’ติ อิมินา สาสงฺกวจเนน น สาทิยติ, อนาปตฺตีติ สูจิตํ โหติ.

‘‘ปาราชิกกฺเขตฺเต’’ติ อิมินา พฺยวจฺฉินฺเน อญฺญสฺมึ ฐาเน วีติกฺกมนฺตสฺส อิมสฺมึเยว วิกปฺเป สมฺภวนฺติโย อิตราปตฺติโย ทสฺเสตุมาห ‘‘เขตฺเต’’ติอาทิ. ‘‘เอตฺถา’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธนียํ. ‘‘เขตฺเต’’ติ สามญฺญนิทฺเทเสปิ เหฏฺฐา ‘‘ปาราชิกกฺเขตฺเต’’ติ วิเสสิตตฺตา, อุปริถุลฺลจฺจยาทีนญฺจ วิธียมานตฺตา อญฺญถานุปปตฺติลกฺขณาย สามตฺถิยา ถุลฺลจฺจยทุกฺกฏานํ เขตฺเตติ อยมตฺโถ ลพฺภติ. ‘‘กณฺณจฺฉิทฺทกฺขินาสาสู’’ติอาทินา นเยน วกฺขมาเนสุ ชีวมานกสรีรคตถุลฺลจฺจยทุกฺกฏกฺเขตฺเตสูติ วุตฺตํ โหติ.

อิเมสุ ทฺวีสุ เขตฺเตสุ ‘‘สนฺถตาทินา สนฺถตาทึ ปเวเสนฺตสฺส อุปาทินฺนาทีหิ อุปาทินฺนาทีนํ ฆฏฺฏเน อธิวาเสนฺตสฺส อนาปตฺตี’’ติ วตฺตุมสกฺกุเณยฺยตาย ปาราชิกกฺเขตฺเต วุตฺตสพฺพวิกปฺเป เอตฺถ โยเชนฺเตหิ เอวํ โยเชตพฺพํ – ถุลฺลจฺจยกฺเขตฺเต สนฺถเต วา อสนฺถเต วา สนฺถเตน วา อสนฺถเตน วา องฺคชาเตน เสวนฺตสฺส อุปาทินฺเน วา อนุปาทินฺเน วา อุปาทินฺเนน, ตถา อนุปาทินฺเนน วา ฆฏฺฏิเต ถุลฺลจฺจยํ ตสฺส วินิทฺทิเสติ. เอวํ ทุกฺกฏกฺเขตฺเต สนฺถเต วา…เป… ฆฏฺฏิเต ทุกฺกฏญฺจ ตสฺส วินิทฺทิเสติ โยเชตพฺพํ.

อิห สพฺพตฺถ ตีสุปิ เขตฺเตสุ อุปาทินฺน-สทฺเทน อนฏฺฐกายปฺปสาทํ องฺคชาตญฺจ ตตฺถชาตจมฺมขิลปิฬกา จ คยฺหนฺติ, ทุกฺกฏกฺเขตฺเต ปน องฺคุลิอาทิอิตราวยวาปิ. ตีสุปิ เขตฺเตสุ อนุปาทินฺน-สทฺเทน องฺคชาตาทิปฏิจฺฉาทิตวตฺถาทโย จ คยฺหนฺติ, ทุกฺกฏกฺเขตฺเต ปน นิมิตฺเต นฏฺฐกายปฺปสาทจมฺมขิลปิฬกโรมาทีนิ. อิมานิ จ อนุปาทินฺนานิ. องฺคชาเตตโรปาทินฺนาวยเว จ ตีสุปิ เขตฺเตสุ ปเวเสนฺตสฺส ทุกฺกฏเมว.

๑๑. เอตฺตาวตา ชีวมานสรีเร สนฺถตาสนฺถตวเสน ปจฺเจกํ ติวิเธสุปิ ปาราชิกถุลฺลจฺจยทุกฺกฏกฺเขตฺเตสุ สนฺถตาสนฺถตวเสเนว ทุวิเธน นิมิตฺเตน เสวนฺตสฺส ปโรปกฺกเม สติ สาทิยนฺตสฺส ลพฺภมานปาราชิกถุลฺลจฺจยทุกฺกฏาปตฺติโย ยถาสมฺภวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ‘‘มตสรีเร ปน ตถา ตถา เสวนฺตานํ โทโส นตฺถี’’ติ ปาปภิกฺขูนํ เลโสกาสปฏิพาหนตฺถํ ปาฬิยํ ทสฺสิเตสุ ยถาวุตฺเตสุ ตีสุ เขตฺเตสุ ลพฺภมานา ติสฺโส อาปตฺติโย ทสฺเสตุมาห ‘‘มเต’’ติอาทิ.

ตตฺถ ‘‘มเต’’ติ เอตสฺส ‘‘มนุสฺสิตฺถิอาทีนํ สรีเร’’ติ อชฺฌาหริตฺวา อตฺถโยชนา กาตพฺพา. อิมินา ‘‘อกฺขายิเต’’ติอาทินา ทสฺสิตานํ นิมิตฺตานํ นิสฺสยํ ทสฺสิตํ โหติ. ‘‘นิมิตฺตมตฺตํ เสเสตฺวา’’ติอาทินา นเยน วกฺขมานคาถายํ วิย สกลสรีเร ขาทิเตปิ นิมิตฺตสฺส วิชฺชมานาวิชฺชมานภาโวเยว อาปตฺติยาภาวาภาวสฺส ปมาณนฺติ ‘‘อกฺขายิเต’’ติ เอเตน ‘‘มเต’’ติ เอตํ อวิเสเสตฺวา ‘‘นิมิตฺเต’’ติ อชฺฌาหริตฺวา ตํ เตน วิเสสิตพฺพํ. อถ วา ‘‘นิมิตฺตมตฺต’’นฺติอาทินา วกฺขมานคาถาย ‘‘นิมิตฺเต’’ติ ปทํ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ.

อกฺขายิเตติ สพฺพถา อกฺขายิเต ปาราชิกวตฺถุภูเต นิมิตฺเต. เยภุยฺยกฺขายิเตปิ จาติ กิญฺจิ กิญฺจิ ขาทิตฺวา พหุกาวสิฏฺเฐ นิมิตฺเต. ‘‘ยสฺส จตูสุ ภาเคสุ ติภาคมตฺตํ ขาทิตํ, ตํ นิมิตฺตํ เยภุยฺยกฺขายิตํ นามา’’ติ วทนฺติ. เมถุนนฺติ ราคปริยุฏฺฐาเนน สทิสภาวาปตฺติยา มิถุนานํ อิทํ เมถุนํ, มติตฺถิอาทีนํ ราคปริยุฏฺฐาเนน สทิสตฺตาภาเวปิ ตตฺถ วีติกฺกโม รุฬฺหิยา ‘‘เมถุน’’นฺติ วุจฺจติ.

ปาราชิโกติปราชิโต, ปราชยมาปนฺโนติ อตฺโถ. อยญฺหิ ปาราชิก-สทฺโท สิกฺขาปทาปตฺติปุคฺคเลสุ วตฺตติ. ตตฺถ ‘‘อฏฺฐานเมตํ อานนฺท อนวกาโส, ยํ ตถาคโต วชฺชีนํ วา วชฺชิปุตฺตกานํ วา การณา สาวกานํ ปาราชิกํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ สมูหเนยฺยา’’ติ (ปารา. ๔๓) เอวํ สิกฺขาปเท วตฺตมาโน เวทิตพฺโพ. ‘‘อาปตฺติ ตฺวํ ภิกฺขุ อาปนฺโน ปาราชิก’’นฺติ (ปารา. ๖๗) อาปตฺติยา. ‘‘น มยํ ปาราชิกา, โย อวหโฏ, โส ปาราชิโก’’ติ (ปารา. ๑๕๕) เอวํ ปุคฺคเล. ‘‘ปาราชิเกน ธมฺเมน อนุทฺธํเสยฺยา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๓๘๔) ปน ธมฺเม วตฺตตีติ วทนฺติ. ยสฺมา ปน ตตฺถ ธมฺโมติ กตฺถจิ อาปตฺติ, กตฺถจิ สิกฺขาปทเมว อธิปฺเปตํ, ตสฺมา โส วิสุํ น วตฺตพฺโพ.

ตตฺถ สิกฺขาปทํ โย ตํ อติกฺกมติ ตํ ปราเชติ, ตสฺมา ‘‘ปาราชิก’’นฺติ วุจฺจติ. อาปตฺติ ปน โย นํ อชฺฌาปชฺชติ ตํ ปราเชติ, ตสฺมา ‘‘ปาราชิกา’’ติ วุจฺจติ. ปุคฺคโล ยสฺมา ปราชิโต ปราชยมาปนฺโน, ตสฺมา ‘‘ปาราชิโก’’ติ วุจฺจติ. สิกฺขาปทาปตฺตีสุ ปาราชิก-สทฺโท ปราเชตีติ ‘‘ปาราชิโก’’ติ กตฺตุสาธโน, ปุคฺคเล ปน ปราชียตีติ กมฺมสาธโนติ เวทิตพฺโพ. ‘‘นโร’’ติ อิมินา ปุพฺเพ วุตฺตภิกฺขุเยว อธิปฺเปโต. สามญฺญโชตนา วิเสเส อวติฏฺฐตีติ.

๑๒. เยภุยฺยกฺขายิเตติ จตูสุ โกฏฺฐาเสสุ เอกโกฏฺฐาสาวเสสํ กตฺวา ขาทิเต. อุปฑฺฒกฺขายิเตติ สมภาคาวเสสํ ขาทิเต. ถูโล อจฺจโย ถุลฺลจฺจโย, โสเยว อาปชฺชียตีติ อาปตฺตีติ ถุลฺลจฺจยาปตฺติ. ปาจิตฺติยาทโย สนฺธาเยตฺถ ถุลฺลจฺจยโวหาโร, น ปาราชิกสงฺฆาทิเสเสติ ทฏฺฐพฺพํ. เสเสติ อวเสเส อุปกจฺฉกาทีสุ. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ ‘‘อวเสสสรีเร อุปกจฺฉกาทีสุ ทุกฺกฏ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๕๙-๖๐). ทุฏฺฐุ กตนฺติ ทุกฺกฏํ, ทุกฺกฏ-สทฺโท นิยตนปุํสกตฺตา อิตฺถิลิงฺคสฺสาปิ อาปตฺติ-สทฺทสฺส สลิงฺเคน วิเสสนํ โหติ.

๑๓. นิมิตฺตมตฺตํ เสเสตฺวา ขายิเตปีติ เอตฺถ ติณฺณมญฺญตรํ นิมิตฺตํ เสเสตฺวา สกลสรีเร ขาทิเตปิ. ปิ-สทฺโท พฺยติเรเก, ปเคว อิตเรติ ทีเปติ. ตสฺมึ นิมิตฺเต อกฺขายิเต วา เยภุยฺยกฺขายิเต วาติ ทฺวิธา วุตฺเตสุ ตีสุ นิมิตฺเตสุ อญฺญตรสฺมึ นิมิตฺเต เมถุนํ เสวโตปิ ปราชโย ปาราชิกาปตฺติ โหตีติ อธิปฺปาโย. เสวโตปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺโท อเปกฺขายํ. ตสฺมา น เกวลํ เหฏฺฐา วุตฺตานเมวาติ อเปกฺขติ. สนฺถตาทโย วิกปฺปา ยถาวุตฺตนเยน เอตฺถาปิ โยเชตพฺพา.

๑๔. ‘‘อุทฺธุมาตาทิสมฺปตฺเต’’ติ เอตฺถ ‘‘ยทา ปน สรีรํ อุทฺธุมาตกํ โหติ กุถิตํ นีลมกฺขิกาสมากิณฺณํ กิมิกุลสมากุลํ นวหิ วณมุเขหิ ปคฺฆริตปุพฺพกุณปภาเวน อุปคนฺตุมฺปิ อสกฺกุเณยฺยํ, ตทา ปาราชิกวตฺถุญฺจ ถุลฺลจฺจยวตฺถุญฺจ ชหติ, ตาทิเส สรีเร ยตฺถ กตฺถจิ อุปกฺกมโต ทุกฺกฏเมวา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๕๙-๖๐) อฏฺฐกถาวจนโต สพฺพตฺถาปิ จาติ อกฺขายิตาทิสพฺพวิกปฺโปปคตานิ ปาราชิกถุลฺลจฺจยทุกฺกฏกฺเขตฺตานิ คหิตานีติ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถาปิ วีติกฺกโม อนาปตฺติ น โหตีติ ทสฺเสตุมาห ‘‘ทุกฺกฏ’’นฺติ. ‘‘ขายิตกฺขายิต’’นฺติอาทีสุ ขายิตกฺขายิตญฺจ นาเมตํ สพฺพํ มตสรีรเกเยว เวทิตพฺพํ, น ชีวมาเนติ โยเชตพฺพํ.

๑๕. ชีวมาเน กถนฺติ อาห ‘‘ฉินฺทิตฺวา ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ วณสงฺเขปโตติ วณสงฺคหโต. ตสฺมินฺติ ยตฺถ ฐิตํ นิมิตฺตํ อุปฺปาฏิตํ, ตสฺมึ ปเทเส. เอตฺถ ทุติโย ปน-สทฺโท อิธ อทสฺสิตํ อฏฺฐกถายํ อาคตนเยน วิญฺญายมานํ อตฺถวิเสสํ โชเตติ. อฏฺฐกถายหิ ‘‘ยทิปิ นิมิตฺตํ สพฺพโส ขายิตํ, ฉวิจมฺมมฺปิ นตฺถิ, นิมิตฺตสณฺฐานํ ปญฺญายติ, ปเวสนํ ชายติ, ปาราชิกเมวา’’ติ เอวํ อชีวมาเน วุตฺตวินิจฺฉยานุสาเรน ชีวมาเนปิ ฉวิจมฺมมตฺตํ เจ สพฺพโส อุปฺปาฏิตํ, นิมิตฺตสณฺฐานํ ปญฺญายติ, ปเวสนกฺขมํ โหติ, ตตฺถ เสวนฺตสฺส ปาราชิกเมวาติ วิญฺญายมานมตฺถํ โชเตตีติ วุตฺตํ โหติ.

๑๖. ตโต นิมิตฺตโตติ สมฺพนฺโธ. ปติตายาติ ปติตายํ, อยเมว วา ปาโฐ. นิมิตฺตโตติ นิมิตฺตปฺปเทสโต ปติตายํ มํสเปสิยนฺติ สมฺพนฺโธ. ฉินฺทิตฺวา วา ตจฺเฉตฺวา วา ปติตายํ ตสฺสํ นิมิตฺตมํสเปสิยนฺติ อตฺโถ. เมถุนราเคน อุปกฺกมนฺตสฺส ทุกฺกฏํ วินิทฺทิเสติ โยชนา.

๑๗. ‘‘นขปิฏฺฐิปฺปมาเณปี’’ติอาทิคาถาย ‘‘ฉินฺทิตฺวา’’ติอาทิกา อฏฺฐกถา อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพา. สตีติ เอตฺถ ‘‘อวสิฏฺเฐ’’ติ ปาฐเสโส. ชีวมาเนติ เอตฺถ ‘‘สรีเร’’ติ ปาฐเสโส. ชีวมานสรีเร ปน ฉินฺทิตฺวา ตจฺเฉตฺวา นิมิตฺเต อุปฺปาฏิเต นขปิฏฺฐิปฺปมาเณปิ มํเส, นฺหารุมฺหิ วา อวสิฏฺเฐ สติ เมถุนํ ปฏิเสวนฺโต ปราชิโตติ โยชนา.

๑๘. ‘‘กณฺณจฺฉิทฺทกฺขี’’ติ คาถาย ‘‘ชีวมาเน’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ, ‘‘สรีเร’’ติ ปาฐเสโส. ‘‘อสฺสโคมหิสาทีน’’นฺติอาทินา อสฺสาทีนํ วกฺขมานตฺตา ปาริเสสโต ‘‘มนุสฺสาน’’นฺติ ลพฺภติ. มนุสฺสานํ ชีวมานสรีเร กณฺณ…เป… วเณสุ วาติ โยชนา. วตฺถิโกเสติ มุตฺตปถพฺภนฺตเร. วเณสุ วาติ สตฺถกาทีหิ กตวเณสุ. องฺคชาตนฺติ ติลมตฺตมฺปิ องฺคชาเตกเทสํ. ราคาติ เมถุนราเคน.

๑๙. อวเสสสรีรสฺมินฺติ กณฺณจฺฉิทฺทาทิยถาวุตฺตสรีราวยววชฺชิตสรีรปฺปเทเส. เตนาห ‘‘อุปกจฺฉูรุกาทิสู’’ติ อุปกจฺฉํ นาม พาหุมูลนฺตรํ. อูรุกาทิสูติ อูรุเวมชฺฌาทีสุ. อาทิ-สทฺเทน วุตฺตาวเสสํ สรีรปฺปเทสํ สงฺคณฺหาติ. ‘‘องฺคชาต’’นฺติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ‘‘ปเวเสตฺวา’’ติ สามตฺถิยา ลพฺภติ, องฺคชาตํ ติลพีชมตฺตํ ปเวเสตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. วสา เมถุนราคสฺส เสวมานสฺสาติ เมถุนราเคน วีติกฺกมนฺตสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘สนฺถเตนา’’ติอาทินา วุตฺตปฺปกาโร เอตฺถาปิ โยเชตพฺโพ.

๒๐. อสฺสโคมหิสาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน โคกณฺณควชาทโย สงฺคหิตา. อสฺสาทโย ปากฏาเยว. ‘‘มตาน’’นฺติ วกฺขมานตฺตา ‘‘ชีวมานาน’’นฺติ สามตฺถิยา ลพฺภติ. เสวนฺติ ‘‘วสา เมถุนราคสฺสา’’ติ อนุวตฺตมานตฺตา เมถุนราควเสน ติลพีชมตฺตมฺปิ องฺคชาตปฺปเทสํ ปเวเสนฺโต ถุลฺลจฺจยํ ผุเสติ โยชนา. เอตฺถ จ ‘‘โอฏฺฐคทฺรภทนฺตีนํ, อสฺสโคมหิสาทิน’’นฺติ ปาเฐน ภวิตพฺพํ. เอวญฺหิ สติ อฏฺฐกถาวสาเน นิทฺทิฏฺเฐน ปการตฺถวาจินา อาทิ-สทฺเทน ถุลฺลจฺจยวีติกฺกมารหนาสาวตฺถิโกสวนฺโต อวุตฺตา สพฺเพปิ สตฺตา คยฺหนฺติ. ‘‘อสฺสโคมหิสาทีน’’นฺติ ปฐมปาทาวสาเน นิทฺทิฏฺเฐน อาทิ-สทฺเทน โอฏฺฐคทฺรภทนฺตีนมฺปิ สงฺคโห โหตีติ เตสํ ปุนวจนํ นิรตฺถกํ สิยาติ.

๒๑. ตถา เสวมานสฺส ทุกฺกฏนฺติ สมฺพนฺโธ. สพฺพติรจฺฉานนฺติ ติริยํ อญฺจนฺติ วฑฺฒนฺตีติ ติรจฺฉา, สพฺเพ จ เต ติรจฺฉาจาติ สพฺพติรจฺฉา, เตสํ สพฺพติรจฺฉานํ. ‘‘ตถา’’ติ อิมินา ‘‘วสา เมถุนราคสฺสา’’ติอาทีนํ ปรามฏฺฐตฺตา สพฺพติรจฺฉานานํ อกฺขิอาทีสุ ติลพีชมตฺตมฺปิ องฺคชาตปฺปเทสํ เมถุนราเคน ปเวเสนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอตฺถาปิ สนฺถตาทิวิกปฺเป นิทฺโทสภาโว น สกฺกา วตฺตุนฺติ ตมฺปิ โยเชตพฺพํ.

๒๒. เอวํ ติรจฺฉานานํ ชีวมานกสรีเร ลพฺภมานา อาปตฺติโย ทสฺเสตฺวา เตสํเยว มตสรีเรปิ สมฺภวนกอาปตฺติโย ทสฺเสตุมาห ‘‘เตส’’นฺติอาทิ. ‘‘เตส’’นฺติ อิมินา มนุสฺสติรจฺฉานคตานํ คหณนฺติ วทนฺติ. มนุสฺสานํ มตามตสรีเร ปาราชิกถุลฺลจฺจยทุกฺกฏกฺเขตฺเตสุ ติสฺสนฺนํ อาปตฺตีนํ ทสฺสิตตฺตา, ปุน คหเณ ปโยชนาภาวา เต วชฺเชตฺวา อนุวตฺตมานสพฺพติรจฺฉานนฺติ อิมินา โยเชตพฺพํ, เตสํ สพฺพติรจฺฉานคตานนฺติ อตฺโถ. อลฺลสรีเรสูติ อุทฺธุมาตกาทิภาวมสมฺปตฺเตสุ อลฺลมตสรีเรสุ ติวิเธ เขตฺตสฺมึ อสนฺถเต, สนฺถเต วา สติ เมถุนราคสฺส วสา เสวโต ติวิธาปิ อาปตฺติ สิยาติ อนุวตฺตมานปเทหิ สห โยชนา.

ติวิเธ เขตฺตสฺมินฺติ มตมนุสฺสสรีเร วุตฺตนเยน อกฺขายิตเยภุยฺยกฺขายิตเภเท มคฺคตฺตยสงฺขาเต ปาราชิกกฺเขตฺเต จ เยภุยฺยกฺขายิตอุปฑฺฒกฺขายิตเภเท ตสฺมึเยว มคฺคตฺตยสงฺขาเต จ, อกฺขายิตเยภุยฺยกฺขายิตเภเท กณฺณจฺฉิทฺทกฺขินาสาวตฺถิโกสวณสงฺขาเต จ ถุลฺลจฺจยกฺเขตฺเต อุปฑฺฒกฺขายิตเยภุยฺยกฺขายิตเภเท ตสฺมึเยว กณฺณจฺฉิทฺทกฺขินาสาวตฺถิโกสวณสงฺขาเต จ, อกฺขายิตเยภุยฺยกฺขายิตอุปฑฺฒกฺขายิต เยภุยฺยกฺขายิตเภเท อวเสสสรีรสงฺขาเต ทุกฺกฏกฺเขตฺเต จาติ ติวิเธปิ เขตฺเต. สตีติ วิชฺชมาเน. สนฺถเต วา อสนฺถเต วา เมถุนราคสฺส วสา เสวโต ยถารหํ ปาราชิกถุลฺลจฺจยทุกฺกฏสงฺขาตา ติวิธา อาปตฺติ ภเวยฺยาติ อตฺโถ.

เอเตสเมว จ อุทฺธุมาตาทิภาวํ สมฺปตฺเต สรีเร สนฺถตาทิวุตฺตวิกปฺปยุตฺเตสุ ตีสุ มคฺเคสุ ยตฺถ กตฺถจิ เมถุนราเคน เสวโต อาปชฺชิตพฺพทุกฺกฏญฺจ อุทฺธุมาตาทิสมฺปตฺเต สพฺพตฺถาปิ จ ทุกฺกฏนฺติ มนุสฺสสรีเร วุตฺตนเยน วิญฺญาตุํ สกฺกาติ อิมสฺมึ ติรจฺฉานคตสรีเร วิเสสมตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เตสํ อลฺลสรีเรสู’’ติอาทีนํ วุตฺตตฺตา ทุกฺกฏํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘กุถิตกุณเป ปน ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว สพฺพตฺถ ทุกฺกฏ’’นฺติ.

๒๓. พหิ ฉุปนฺตสฺสาติ โยชนา. นิมิตฺตํ มุตฺตกรณํ. ‘‘อิตฺถิยา’’ติ สามญฺเญน วุตฺเตปิ จตุตฺถคาถาย ‘‘ติรจฺฉานคติตฺถิยา’’ติ วกฺขมานตฺตา ปาริเสสโต อิมินา มนุสฺสามนุสฺสิตฺถีนเมว คหณํ, อิมินา อมนุสฺสิตฺถิยาปิ คหณสฺส. อิมิสฺสานนฺตรคาถาย อิโต ‘‘อิตฺถิยา’’ติ อนุวตฺติเต ตตฺราปิ อมนุสฺสิตฺถิยาปิ คหณํ สิยาติ ตมฺปิ วชฺเชตฺวา กายสํสคฺคสงฺฆาทิเสสสฺส วตฺถุภูตํ มนุสฺสิตฺถิเมว ทสฺเสตุํ ตตฺถ วุตฺตํ ‘‘อิตฺถิยา’’ติอธิกวจนเมว ญาปกนฺติ เวทิตพฺพํ.

มหาอฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๕๙-๖๐) ‘‘อิตฺถินิมิตฺตํ เมถุนราเคน มุเขน ฉุปติ, ถุลฺลจฺจย’’นฺติ สามญฺเญน วุตฺตตฺตา จ ธมฺมกฺขนฺธเก ‘‘น จ ภิกฺขเว รตฺตจิตฺเตน องฺคชาตํ ฉุปิตพฺพํ, โย ฉุเปยฺย, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (มหาว. ๒๕๒) สามญฺญวจนโต จ อุทฺธุมาตาทิภาวมสมฺปตฺตาย อลฺลมตมนุสฺสิตฺถิยา จ อกฺขายิเต วา เยภุยฺยกฺขายิเต วา นิมิตฺเต สติ ปาราชิกวตฺถุภาวโต ตตฺถาปิ พหิ ฉุปนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยนฺติ อยมตฺโถปิ มตามตวิเสสํ อกตฺวา ‘‘อิตฺถิยา’’ติ อิมินาว สามญฺญวจเนน คเหตพฺโพ.

๒๔. นิมิตฺเตนาติ อตฺตโน องฺคชาเตน. มุเขนาติ ปกติมุเขน. นิมิตฺตํ อิตฺถิยาติ ชีวมานกมนุสฺสิตฺถิยา องฺคชาตํ. ยสฺมา ปน กายสํสคฺคสิกฺขาปทวินีตวตฺถูสุ มติตฺถิวตฺถุมฺหิ มติตฺถิยา สรีเร กายสํสคฺคราเคน โย ฉุปติ, ตสฺส ‘‘อนาปตฺติ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสสฺส, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (ปารา. ๒๘๑) วุตฺตตฺตา มตมนุสฺสิตฺถี น คเหตพฺพา. ตเถว ยกฺขิวตฺถุมฺหิ กายสํสคฺคราเคน ยกฺขินิยา สรีรํ เยน ผุฏฺฐํ, ตสฺส ‘‘อนาปตฺติ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสสฺส, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา, อิเธว อุปริ ทุติยสงฺฆาทิเสเส ‘‘ปณฺฑเก ยกฺขิเปตีสุ, ตสฺส ถุลฺลจฺจยํ สิยา’’ติ (วิ. วิ. ๓๔๑) วกฺขมานตฺตา จ อมนุสฺสิตฺถีปิ น คเหตพฺพา. เตน วุตฺตํ ‘‘ชีวมานกมนุสฺสิตฺถิยา องฺคชาต’’นฺติ. อนฺโต ปเวเสตุกามตาย สติ กายสํสคฺคราคาสมฺภวโต ‘‘กายสํสคฺคราเคนา’’ติ อิมินา จ พหิ ฉุปิตุกามตา วิญฺญายตีติ ‘‘พหี’’ติ อนุวตฺตนํ วินาปิ ตทตฺโถ ลพฺภติ. ครุกนฺติ สงฺฆาทิเสโส.

๒๕. ตเถว พหิ ฉุปนฺตสฺสาติ โยชนา, อนฺโต อปฺปเวเสตฺวา พหิเยว ฉุปนฺตสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. อุภยราเคนาติ กายสํสคฺคราเคน, เมถุนราเคน วา. ปุริสสฺสาปีติ ชีวมานกปุริสสฺสปิ. ปิ-สทฺโท น เกวลํ วุตฺตนเยน อิตฺถิยา นิมิตฺตํ ผุสนฺตสฺเสว อาปตฺติ, อถ โข ปุริสสฺสาปีติ ทีเปติ. ‘‘นิมิตฺต’’นฺติ มุตฺตกรณเมว วุจฺจติ. ‘‘ชีวมานกปุริสสฺสา’’ติ อยํ วิเสโส กุโต ลพฺภตีติ เจ? ‘‘กายสํสคฺคราเคน วา เมถุนราเคน วา ชีวมานกปุริสสฺส วตฺถิโกสํ อปฺปเวเสนฺโต นิมิตฺเตน นิมิตฺตํ ฉุปติ, ทุกฺกฏ’’นฺติ อิโต อฏฺฐกถาวจนโต (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๕๙-๖๐) ลพฺภติ.

๒๖. อจิรวติตรนฺตานํ คุนฺนํ ปิฏฺฐึ อภิรุหนฺตา ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู เมถุนราเคน องฺคชาเตน องฺคชาตํ ฉุปึสูติ อิมสฺมึ วตฺถุมฺหิ ‘‘น จ ภิกฺขเว รตฺตจิตฺเตน องฺคชาตํ ฉุปิตพฺพํ, โย ฉุเปยฺย, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (มหาว. ๒๕๒) อาคตนยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘นิมิตฺเตนา’’ติอาทิ. เอตฺถาปิ ‘‘ตถา’’ติ อิมสฺสานุวตฺตนโต ‘‘พหี’’ติ ลพฺภติ. อตฺตโน นิมิตฺเตน ติรจฺฉานคติตฺถิยา นิมิตฺตํ เมถุนราคโต พหิ ฉุปนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยํ โหตีติ โยชนา.

๒๗. ‘‘เมถุนราคโต’’ติ อิมินา พฺยวจฺฉินฺนมตฺถํ ทสฺเสตุมาห ‘‘กายสํสคฺคราเคนา’’ติอาทิ. เอตฺถาปิ ‘‘กายสํสคฺคราเคนา’’ติวจนสามตฺถิยา พหิ ฉุปนํ เวทิตพฺพํ. นิมิตฺตสฺสาติ ปสฺสาวมคฺคสฺส. ฉุปเนติ ผุสเน.

๒๘. ตมาวฏฺฏกเตติ เอตฺถ ‘‘ตํ อาวฏฺฏกเต’’ติ ปทจฺเฉโท. อาวฏฺฏกเตติ วิวเฏ. ‘‘มุเข’’ติ สมฺพนฺธิสทฺทตฺตา, อญฺญสฺส สมฺพนฺธิโน จ อนิทฺทิฏฺฐตฺตา สุตานุโลมิกานํ สุตสมฺพนฺธสฺเสว พลวตฺตา จ ปุริมานนฺตรคาถาย ‘‘ติรจฺฉานคติตฺถิยา มุเข’’ติ กิญฺจาปิ สุตสฺเสว สมฺพนฺโธ วิญฺญายติ, ตถาปิ อิมาย คาถาย วินีตวตฺถุมฺหิ (ปารา. ๗๓) ‘‘อญฺญตโร ภิกฺขุ สิวถิกํ คนฺตฺวา ฉินฺนสีสํ ปสฺสิตฺวา วฏฺฏกเต มุเข อจฺฉุปนฺตํ องฺคชาตํ ปเวเสสี’’ติ ทสฺสิตฉินฺนสีสวตฺถุสฺส สงฺคหิตตฺตา มนุสฺสมุขเมว คเหตพฺพํ สิยา. ติรจฺฉานคตานํ, ปน อมนุสฺสานญฺจ มุเข ตถา ปเวโส นิทฺโทโสติ วตฺตุมสกฺกุเณยฺยตฺตา ตตฺถาปิ อิทเมว อุปลกฺขณนฺติ ปาราชิกปฺปโหนกานํ สพฺเพสํ มุเขติ ทฏฺฐพฺพํ. ตํ องฺคชาตํ. ตตฺถ อาวฏฺฏกเต ปาราชิกปฺปโหนกานํ มุเข อากาสคตํ กตฺวา กตฺถจิ อผุสาเปตฺวา นีหรนฺตสฺส อุกฺขิปนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ โยชนา. อถ วา ติรจฺฉานานํ อาวฏฺฏกเต มุเขติ โยเชตฺวา ตทญฺญสงฺคโห อุปลกฺขณวเสน กาตพฺโพ.

๒๙. ตถาติ ‘‘อากาสคตํ กตฺวา’’ติ ยถาวุตฺตปฺปการํ ปรามสติ. จตูหิ ปสฺเสหีติ สหตฺเถ กรณวจนํ. ‘‘ปสฺเสหี’’ติ สมฺพนฺธิสทฺทตฺตา ‘‘นิมิตฺตสฺสา’’ติ สามตฺถิยา ลพฺภติ. ‘‘อิตฺถิยา’’ติ สามญฺญสทฺทตฺตา ‘‘สพฺพสฺสา’’ติ ปาฐเสโส. ชาติวาจกตฺตา เอกวจนํ. ‘‘จตูหิ ปสฺเสหิ, เหฏฺฐิมตฺตล’’นฺติ จ อิเมสํ สมฺพนฺธิปทสฺส อนิทฺเทเสปิ เมถุนปาราชิกาธิการตฺตา จ สนฺถตจตุกฺกสฺส อฏฺฐกถาวสาเน อิมาย คาถาย สงฺคหิตสฺส อิมสฺส วินิจฺฉยสฺส ปริโยสาเน ‘‘ยถา จ อิตฺถินิมิตฺเต วุตฺตํ, เอวํ สพฺพตฺถ ลกฺขณํ เวทิตพฺพ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๖๑-๖๒) นิมิตฺตวินิจฺฉยสฺสาติเทสสฺส กตตฺตา จ สามตฺถิเยน ‘‘นิมิตฺตสฺสา’’ติ ลพฺภติ. อิทเมว ‘‘ปเวเสตฺวา’’ติ เอตสฺส อาธารวเสน คเหตพฺพํ. ‘‘องฺคชาต’’นฺติ อนุวตฺตติ.

เอวํ วากฺยํ ปูเรตฺวา ‘‘ยถา อาวฏฺฏกเต มุเข องฺคชาตํ ปเวเสตฺวา ตมากาสคตํ กตฺวา นีหรนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, ตถา สพฺพสฺสา อิตฺถิยา นิมิตฺเต ปสฺสาวมคฺคสงฺขาเต องฺคชาตํ ปเวเสตฺวา ตสฺส จตูหิ ปสฺเสหิ สห เหฏฺฐิมตฺตลํ จตฺตาโร ปสฺเส, เหฏฺฐิมตฺตลญฺจ อจฺฉุปนฺตํ อากาสคตํ กตฺวา นีหรนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ โยเชตฺวา อตฺโถ วตฺตพฺโพ.

๓๐. อุปฺปาฏิโตฏฺฐมํเสสูติ อุปฺปาฏิตํ โอฏฺฐมํสํ เยสนฺติ วิคฺคโห. เตสุ ทนฺเตสุ. พหินิกฺขนฺตเกสุ วาติ ปกติยา โอฏฺฐมํสโต พหิ นิกฺขมิตฺวา ฐิเตสุ วา ทนฺเตสุ. วายมนฺตสฺสาติ องฺคชาเตน ฉุปนฺตสฺส.

๓๑. อฏฺฐิสงฺฆฏฺฏนํ กตฺวาติ นิมิตฺตมํสสนฺนิสฺสยานิ อฏฺฐีนิ สงฺฆฏฺเฏตฺวา. มคฺเคติ อฏฺฐิสงฺฆาตมเย มคฺเค. ทุวิธราคโตติ เมถุนราเคน วา กายสํสคฺคราเคน วา. วายมนฺตสฺสาติ องฺคชาตํ ปเวเสตฺวา จาเรนฺตสฺส.

๓๒. อาลิงฺคนฺตสฺสาติ ปริสฺสชนฺตสฺส. หตฺถคาหาทีสุ หตฺโถ นาม กปฺปรโต ปฏฺฐาย ยาว อคฺคนขา. หตฺถสฺส, ตปฺปฏิพนฺธสฺส จ คหณํ หตฺถคฺคาโห. อวเสสสรีรสฺส, ตปฺปฏิพนฺธสฺส จ ปรามสนํ ปรามาโส. นิสฺสนฺเทเห ปน ‘‘มาตุคามสฺส สรีรสฺส วา ตปฺปฏิพนฺธสฺส วา หตฺเถน คหณํ หตฺถคฺคาโห’’ติ วุตฺตํ, ตํ อฏฺฐกถาย น สเมติ. ตสฺมา ยถาวุตฺตนยสฺเสว อฏฺฐกถาสุ อาคตตฺตา โสเยว สารโต ปจฺเจตพฺโพ. ปรามเสปิ ‘‘หตฺเถน สรีรสฺส, ตปฺปฏิพนฺธสฺส จ ปรามสน’’นฺติ ยํ ตตฺถ วุตฺตํ, ตมฺปิ น ยุชฺชติ. อวเสสสรีราวยเวนาปิ ปรามสโต ทุกฺกฏเมว โหตีติ. จุมฺพนาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน เวณิคฺคาหาทึ สงฺคณฺหาติ. ‘‘อยํ นโย’’ติ เอเตน ‘‘อิตฺถิยา เมถุนราเคน หตฺถคฺคาหาทีสุ ทุกฺกฏ’’นฺติ อิมมตฺถํ อติทิสติ.

๓๓. มนุสฺสามนุสฺเสหิ อญฺเญสุ ติรจฺฉานคเตสุ เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน เมถุนธมฺมปาราชิกวตฺถุภูเต สตฺเต ทสฺเสตุมาห ‘‘อปเท’’ติอาทิ. ‘‘อปเท, ทฺวิปเท, จตุปฺปเท’’ติ อิเมหิ วิเสสเนหิ วิเสสิตพฺพํ ‘‘สตฺตนิกาเย’’ติ อิทํ วตฺตพฺพํ. อปเท สตฺตนิกาเย. อหโยติ ถลจเรสุ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทโต หตฺถิคิลนเก อชคเร อุปาทาย เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน นาคา จ. มจฺฉาติ ชลเชสุ อุปริมโกฏิยา ปญฺจสตโยชนิกานิ ติมิรปิงฺคลาทิมจฺเฉ อุปาทาย เหฏฺฐิมนฺตโต ปาฐีนปาวุสาทโย มจฺฉา จ. ทฺวิปเท สตฺตนิกาเย. กโปตาติ อุปริมโกฏิยา ครุเฬ อุปาทาย เหฏฺฐิมนฺตโต กโปตากโปตปกฺขี จ. ปาราวตาติ เกจิ. จตุปฺปเท สตฺตนิกาเย. โคธาติ อุปริมโกฏิยา หตฺถึ อุปาทาย เหฏฺฐิมนฺตโต โคธา จาติ อิเม สตฺตา. เหฏฺฐาติ เหฏฺฐิมปริจฺเฉทโต. ปาราชิกสฺสวตฺถูติ เมถุนธมฺมปาราชิกสฺส วตฺถูนีติ ปาฐเสโส.

๓๔. เสเวตุกามตา เมถุนเสวาย ตณฺหา, ตาย เมถุนราคสงฺขาตาย สมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ เสเวตุกามตาจิตฺตํ. มคฺเคติ วจฺจมคฺคาทีนํ อญฺญตเร มคฺเค. มคฺคสฺส อตฺตโน มุตฺตกรณสฺส ปเวสนํ. ปพฺพชฺชาย, ปาติโมกฺขสํวรสีลสฺส วา อนฺเต วินาเส ภโวติ อนฺติโม, ปาราชิกาปนฺโน ปุคฺคโล, ตสฺส วตฺถุ อนฺติมภาวสฺส การณตฺตา ปาราชิกาปตฺติ อนฺติมวตฺถูติ วุจฺจติ, ตเทว ปฐมํ จตุนฺนํ ปาราชิกานํ อาทิมฺหิ เทสิตตฺตา ปฐมนฺติมวตฺถุ, ตสฺส ปฐมนฺติมวตฺถุโน, ปฐมปาราชิกสฺสาติ วุตฺตํ โหติ.

๓๕. สามนฺตา อาปตฺติสมีเป ภวํ สามนฺตํ, ปาราชิกาปตฺติยา สมีเป ปุพฺพภาเค ภวนฺติ อตฺโถ. เสสานํ ปน ติณฺณมฺปีติ อวเสสานํ อทินฺนาทานาทีนํ ติณฺณํ ปาราชิกธมฺมานํ. ถุลฺลจฺจยํ สามนฺตมิติ อุทีริตนฺติ สมฺพนฺโธ. กถมุทีริตํ? ‘‘ผนฺทาเปติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (ปารา. ๙๔) ทุติเย, ‘‘มนุสฺสํ อุทฺทิสฺส โอปาตํ ขณติ, ปติตฺวา ทุกฺขเวทนํ อุปฺปาเทติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ, ตติเย, ‘‘ปฏิวิชานนฺตสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺส, อปฺปฏิวิชานนฺตสฺส อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (ปารา. ๒๑๕) จตุตฺเถ สมุทีริตํ.

เอตฺถ จ จตุตฺถปาราชิกสฺส ถุลฺลจฺจยาปตฺติยา สามนฺตาปตฺติภาโว ยสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ สมุลฺลปติ, โส ยาว น ปฏิวิชานาติ, ตาว สมุลฺลปนปจฺจยา ถุลฺลจฺจยาปตฺติสมฺภาเว, สมุลฺลปิเต ตสฺมึ สมุลฺลปิตมตฺเถ ปฏิวิชานนฺเต ปาราชิกาปตฺติสมฺภาเว จ ยุชฺชติ. โส จ ‘‘อปฺปฏิวิชานนฺตสฺส วุตฺเต ถุลฺลจฺจย’’นฺติ อิมินาว สงฺคหิโตติ ทฏฺฐพฺพํ.

๓๖. อชานนฺตสฺส วาตูปตฺถทฺธํ องฺคชาตํ ทิสฺวา อตฺตโน รุจิยา วีติกฺกมํ กตฺวา มาตุคาเมสุ คจฺฉนฺเตสุ อชานมานสฺส, มหาวเน ทิวา นิทฺทุปคตภิกฺขุโน วิย ปเรหิ กิริยมานํ อชานนฺตสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. ตเถวาติ อิมินา ‘‘อนาปตฺตีติ ญาตพฺพ’’นฺติ อิทมากฑฺฒติ. อสฺสาทิยนฺตสฺสาติ ภิกฺขุปจฺจตฺถิเกสุ อภิภวิตฺวา วีติกฺกมํ กโรนฺเตสุ จ การาเปนฺเตสุ จ, สปฺปมุขํ ปวิฏฺฐกาเล วิย อุตฺตสิตฺวา อนธิวาเสนฺตสฺส จ, มหาวเน ทิวาวิหาโรปคตภิกฺขุโน วิย ปโรปกฺกมํ ญตฺวาปิ กาเย อาทิตฺตอคฺคินา วิย อุตฺตสิตฺวา อนธิวาเสนฺตสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘อชานนฺตสฺสา’’ติ เอตฺถ อปิ-สทฺโท โยเชตพฺโพ. พุทฺธสาสเน ขีรสาครสลิลนิมฺมเล สพฺพปฐมํ ปาตุภูตตฺตา อาทิ จ ตํ วีติกฺกมสงฺขาตํ กมฺมญฺจาติ อาทิกมฺมํ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ อาทิกมฺมี, เอตฺถ สุทินฺโน ภิกฺขุ, ตสฺส อาทิกมฺมิโนติ คเหตพฺโพ. อุปริปิ อิเมสํ ปทานํ อาคตาคตฏฺฐาเน อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิธ จ อุปริ สพฺพสิกฺขาปเทสุ จ นิทานาทิวเสน สตฺตรสวิโธ สาธารณวินิจฺฉโย ปกิณฺณเก สงฺเขปโต, อุตฺตเร วิตฺถารโต จ อาวิ ภวิสฺสติ. ตสฺมา เอตฺถ น ทสฺสิโตติ เวทิตพฺพํ.

๓๗-๓๘. วินเยติ วินยปิฏเก. อนยูปรเมติ เนติ ปาเปติ สีลสมฺปทํ สมาธิสมฺปทํ ปญฺญาสมฺปทญฺจาติ นโย, กายวจีทฺวาเรหิ อวีติกฺกมสงฺขาโต สํวโร, ตปฺปฏิปกฺโข อสํวโร อนโย นาม, ตสฺส อุปรโม นิวตฺติ เอตฺถาติ อนยูปรโม, วินโย, ตตฺถ อนยูปรเม วินเย.

ตโต เอว ปรเม อุกฺกฏฺเฐ. อนยสฺส วา อุปรเม นิวตฺตเน ปรเม อุกฺกฏฺเฐติ คเหตพฺพํ. ปรา อุตฺตมา มา สาสนสิรี เอตฺถาติ ปรโม, วินโยติ เอวมฺปิ คเหตพฺพํ. ‘‘วินโย นาม สาสนสฺส อายู’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.ปฐมสงฺคีติกถา; ปารา. อฏฺฐ. ๑.ปฐมสงฺคีติกถา; ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๕.มหาสงฺคีติกถา; เถรคา. อฏฺฐ. ๑.๒๕๑) วจนโต อุตฺตมสาสนสมฺปตฺติยุตฺเตติ อตฺโถ.

สุชนสฺสาติ โสภโณ ชโน สุชโน, สิกฺขากาโม อธิสีลสิกฺขาย โสภมาโน ปิยสีโล กุลปุตฺโต, ตสฺส นยเน นยนูปเม วินเยติ สมฺพนฺโธ. อนยูปรมตฺตา, ปรมตฺตา จ สุชนสฺส กุลปุตฺตสฺส นยเน นยนูปเม. สุขานยเนติ โลกิยโลกุตฺตรเภทํ สุขํ อาเนตีติ สุขานยนํ, ตสฺมึ. อิทญฺจ ‘‘นยเน’’ติ เอตสฺส วิเสสนํ.

เอตํ วิเสสนํ กิมตฺถนฺติ เจ? อุปมาภาเวน คหิตปกตินยนโต อิธ สมฺภวนฺตํ วิเสสํ ทสฺเสตุนฺติ เวทิตพฺพํ. กตโร โส วิเสโสติ เจ? ปกตินยนํ ราคโทสาทิกิเลสูปนิสฺสโย หุตฺวา ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกทุกฺขสฺส จ ปจฺจโย โหติ. อิทํ ปน วินยนยนํ อิมสฺส กุลปุตฺตสฺส เอวํ อหุตฺวา เอกํเสน โมกฺขาวหนสุขสฺเสว ปจฺจโย โหตีติ อิมสฺส วิเสสสฺส ทสฺสนตฺถํ. ยถา วินยมวิราเธตฺวา ปฏิปชฺชเนน สิชฺฌนกสีลสํวรมูลกอวิปฺปฏิสาราทิอนุปาทิเสสปรินิพฺพานาวสา- นผลสมฺปตฺติวเสน อุปฺปชฺชนกโลกิยโลกุตฺตรสุขาวหเน วินเยติ วุตฺตํ โหติ.

ปธานรโตติ เอตฺถ ‘‘อปี’’ติ ปาฐเสโส. ปธาเน วินยาภิโยเค รโตปิ, วินเย อชฺฌายนสวนจินฺตนาทิวเสน วายมนฺโตปีติ อตฺโถ. อถ วา ‘‘วิราโค เสฏฺโฐ ธมฺมาน’’นฺติ (ธ. ป. ๒๗๓; เนตฺติ. ๑๗๐; กถา. ๘๗๒) วจนโต ปธานํ นิพฺพานํ, ตสฺมึ รโตติ อตฺโถ. สารมเตติ ‘‘สาร’’นฺติ อธิมเต. อถ วา สารํ อเผคฺคุมตํ มหาวิหารวาสีนํ อาจริยมตํ เอตฺถาติ ‘‘สารมโต’’ติ วินยวินิจฺฉโย วุตฺโต, ตสฺมึ. อิธาติ อิมสฺมึ วินยวินิจฺฉเย. รโตติ อจฺจนฺตาภิรโต. ‘‘น รโต’’ติ เอตฺถ น-การํ ‘‘รมเต’’ติ โอสานปเทน โยเชตฺวา โย ปน น รมเตติ สมฺพนฺโธ.

เถรนวมชฺฌิมภิกฺขุภิกฺขุนีนํ อนฺตเร โย ปน ปุคฺคโล นิจฺจปริวตฺตนสวนานุสฺสรณจินฺตนวเสน น รมเต น กีฬติ, โส ปุคฺคโล วินเย ปธานรโตปิ วินยปิฏเก อชฺฌยนสวนาทิวเสน ยุตฺตปยุตฺโตปิ ปฏุ โหติ กึ, น โหเตวาติ ทสฺเสติ. วินยปิฏเก ปาฏวมากงฺขนฺเตหิ ปฐมํ ตาเวตฺถ สกฺกจฺจํ อภิโยโค กาตพฺโพติ อธิปฺปาโย.

อิมเมวตฺถํ อานิสํสปารํปริยปโยชเนน สห ทสฺเสตุมาห ‘‘อิม’’นฺติอาทิ. อิมนฺติ วุจฺจมานํ วินยวินิจฺฉยํ, ‘‘อเวที’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ‘‘โย’’ติ ปาฐเสโส. โย กุลปุตฺโต สติสมฺปชญฺญสทฺธาสมฺปนฺโน อิมํ วินยวินิจฺฉยํ สมฺมา อเวทิ อญฺญาสิ. กึ ภูตนฺติ อาห ‘‘หิตวิภาวน’’นฺติ. โลกิยโลกุตฺตรสมฺปตฺติยา มูลสาธนตฺตา สีลมิธ หิตํ นาม, ตํ วิภาเวติ ปกาเสตีติ หิตวิภาวโนติ วิคฺคโห. ‘‘สีเล ปติฏฺฐาย…เป… วิชฏเย ชฏ’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๓, ๑๙๒; มิ. ป. ๒.๑.๙) วุตฺตตฺตา สพฺพกิเลสชฏาวิชฏนโลกุตฺตรญาณสฺส ปทฏฺฐานโสปจารสาภิญฺญารูปารูปอฏฺฐสมาธีนํ ปทฏฺฐานตาย สพฺพโลกิยโลกุตฺตรคุณสมฺปทานํ มูลภูเตสุ จตุปาริสุทฺธิสีเลสุ ปธานํ ปาติโมกฺขสํวรสีลํ, ตปฺปกาสกตฺตา อยํ วินยวินิจฺฉโย ‘‘หิตวิภาวโน’’ติ วุตฺโต.

ภาวนนฺติ ภาวียติ ปุนปฺปุนํ เจตสิ นิเวสียตีติ ภาวโน, ภาวนีโยติ วุตฺตํ โหติ. หิตวิภาวกตฺตาเยว หิตตฺถีหิ ปุนปฺปุนํ จิตฺเต วาเสตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ, ตํ เอวํวิธํ วินยวินิจฺฉยํ. สุรสมฺภวนฺติ รสียติ อสฺสาทียตีติ รโส, สทฺทรโส อตฺถรโส กรุณาทิรโส วิมุตฺติรโส จ, โสภโณ รโส เอตสฺสาติ สุรโส, วินยวินิจฺฉโย, ตํ สุรสํ. ภวํ ภวนฺตํ, สนฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ, สุรสํ สมานํ, สุรสํ ภูตนฺติ อตฺโถ. กึ วุตฺตํ โหติ? ‘‘สิเลโส ปสาโท สมตา มธุรตา สุขุมาลตา อตฺถพฺยตฺติ อุทารตา โอโช กนฺติ สมาธี’’ติ เอวํ วุตฺเตหิ กวิชเนหิ อสฺสาเทตพฺพสิเลสาทิทสวิธสทฺทชีวิตคุณสงฺขาตสทฺทรสสมฺปตฺตีหิ จ สภาวาขฺยานํ อุปมา รูปกํ ทีปกํ อาวุตฺตีติ เอวมาทิกฺกมนิทฺทิฏฺฐปญฺจตึสอตฺถาลงฺกาเรสุ อนุรูปสภาวาขฺยานาทิปฺปธานอตฺถาลงฺการสงฺขาตอตฺถรสสมฺปตฺตีหิ จ ยถาสมฺภวํ ปกาสิตพฺพกรุณารสอพฺภุตรสสนฺตรสาทีหิ จ ยุตฺตตฺตา สุรสํ อิมํ วินยวินิจฺฉยนฺติ วุตฺตํ โหติ.

อถ วา อิมินา ปกรเณน ปธานโต วิธียมานปาติโมกฺขสํวรสีลสฺส เอกนฺเตน สมาธิสํวตฺตนิกตฺตา สมาธิสฺส จ ปญฺญาย ปทฏฺฐานตฺตา ปญฺญาย จ นิพฺพานปาปนโต มูลการณํ หุตฺวา กเมน นิพฺพานามตผลรสสมฺปทายกํ อิมํ วินยวินิจฺฉยํ ปรมสฺสาทนียรูเปน ธิติวิมุตฺติรเสน สุรสภูตนฺติ วุตฺตํ โหตีติ จ เวทิตพฺพํ. สมฺภวนฺติ เอตฺถ สํ วุจฺจติ สุขํ กายิกํ เจตสิกญฺจ, ตํ ภวติ เอตสฺมาติ สมฺภโว, วินยวินิจฺฉโย, ตํ, กายจิตฺตสุขานํ มูลการณภูตํ, วุตฺตนเยน สุรสตฺตา จ ยถาวุตฺตรสสมฺปทสารมหุสฺสเวน สมฺภูตมานสิกสุขสฺส, ตํสมุฏฺฐานรูปนิสฺสยกายิกสุขสฺส จ ปภวภูตนฺติ อตฺโถ. เอตฺตาวตา อิมสฺส วินยวินิจฺฉยสฺส สมฺมา วิญฺญาตพฺพตาย การณํ ทสฺสิตํ โหติ.

เอวํ นานาคุณรตนากรํ อิมํ วินยวินิจฺฉยํ สมฺปชานนฺโต โส กุลปุตฺโต กึ โหตีติ เจ? ปาลินา อุปาลินา สโม ภวติ. ปาลินาติ สาสนํ ปาเลตีติ ‘‘ปาโล’’ติ วินโย วุจฺจติ, วุตฺตญฺหิ ‘‘วินโย นาม สาสนสฺส อายู’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.ปฐมสงฺคีติกถา; ปารา. อฏฺฐ. ๑.ปฐมสงฺคีติกถา; ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๕.มหาสงฺคีติกถา; เถรคา. อฏฺฐ. ๑.๒๕๑) โส อสฺส อตฺถีติ ปาลี, ปริยตฺติปฏิปตฺติปฏิเวธวเสน ติวิธสาสนสฺส ชีวิตภูตวินยปญฺญตฺติสงฺขาตสาสนธรตฺตา ‘‘ปาลี’’ติ ลทฺธนาเมน อุปาลินา, ‘‘เอตทคฺคํ ภิกฺขเว มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ วินยธรานํ ยทิทํ อุปาลี’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๙, ๒๒๘) จตุปริสมชฺเฌ นิสินฺเนน สทฺธมฺมวรจกฺกวตฺตินา สมฺมาสมฺพุทฺเธน มุขปทุมํ วิกาเสตฺวา ปกาสิตเอตทคฺคฏฺฐาเนน วิเสสโต สายนรกฺขนกภาเวน ปฏิลทฺธปาลีตินามเธยฺเยน อุปาลิมหาเถเรน สโม โหตีติ วุตฺตํ โหติ.

กสฺมึ วิสเย สโม ภวตีติ เจ? สาสเน. สาสเนติ ยถาวุตฺเต ติวิเธ สาสเน, ตตฺราปิ ถาวรชงฺคมสกลวตฺถุวิตฺถาราธรมณฺฑลสทิเส ปฏิปตฺติปฏิเวธทฺวยธาเร ปริยตฺติสาสเน, ตตฺถาปิ วินยกถาธิการตฺตา ลพฺภมาเน วินยปิฏกสงฺขาตปริยตฺติสาสเนกเทเส สโม ภวตีติ อตฺโถ.

กึภูเต สาสเน? มารพลิสาสเน. มารสฺส พลิ มารพลิ, มารโคจโร, ตสฺส สาสนํ หึสกํ มารพลิสาสนํ, ตสฺมึ. ขนฺธาทีสุ ปญฺจสุ มาเรสุ ปธานภูตกามราคาทิปภวกิเลสมารสฺส โคจรภาเวน พลิสงฺขาตอิตฺถิสรีราทินิสฺสยโผฏฺฐพฺพาทิวิสยสฺส ปริจฺจชาปนตฺถํ ‘‘โย ปน ภิกฺขุ…เป… อสํวาโส’’ติอาทินา (ปารา. ๔๔) นเยน วุตฺตตฺตา ตสฺส มารพลิสฺส หึสกํ โหตีติ มารพลิสาสนนามเธยฺยวินยปญฺญตฺติสงฺขาตสาสเนติ อตฺโถ.

อถ วา ‘‘พฬิเสนปิ ชาเลน, หตฺเถน กุมิเนน วา’’ติ อุทกฏฺฐกถาย วกฺขมานตฺตา พฬิส-สทฺเทน มจฺฉมารณกณฺฏกมาห, ตํ มารสฺส พฬิสํ อสติ ขิปติ วชฺเชตีติ มารพฬิสาสนํ, ตสฺมึ, ‘‘สมนฺตปาโส มารสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา สํสารสาคเร ปริวตฺตมานกสํกิเลสทาสปุถุชฺชนสงฺขาตมจฺเฉ คณฺหิตุํ มารมหาเกวฏฺเฏน ปกฺขิตฺตพฬิสสงฺขาตอิตฺถิรูปสทฺทาทิปญฺจกามคุณา- มิสาวุตกามราคาทิกิเลสมหาพฬิสํ ตทงฺคปฺปหานวีติกฺกมปฺปหานาทิวเสน ปชหนฺเต วินยปญฺญตฺติสงฺขาเต สาสเนติ อธิปฺปาโย.

เอตฺถ จ สารมเต อิธ อิมสฺมึ วินยวินิจฺฉเย โย ปน น รมเต, โส ปุคฺคโล อนยูปรเม ตโต เอว ปรเม อุตฺตเม สุชนสฺส สุขานยเน นยเน นยนุปเม วินเย รโต อภิรโต ปธานรโตปิ วินเย อชฺฌายนาทีสุ โยคมาปชฺชนฺโตปิ ปฏุ โหติ ปฏุตโร โหติ กึ, น โหเตว. ตสฺมา วินเย ปาฏวตฺถินา เอตฺเถว สกฺกจฺจาภิโยโค กาตพฺโพติ สงฺเขปโต สาธิปฺปายา อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา. อถ วา ปธาเน จตุพฺพิเธ สมฺมปฺปธาเน วีริเย รโต อภิรโต โย ปน นโร สารมเต อิธ อิมสฺมึ วินยวินิจฺฉเย ยโต รมเต, อโต ตสฺมา โส อนยูปรเม สุชนสฺส สุขานยเน วินเย ปฏุ โหติ กุสโล โหตีติ โยชนาติ โน ขนฺติ.

หิตวิภาวนํ หิตปฺปกาสกํ ภาวนํ ภาวนียํ อาเสวิตพฺพํ สุรสมฺภวํ สุรสํ สมานํ สุรสํ ภูตํ สมฺภวํ สุขเหตุกํ อิมํ วินยวินิจฺฉยํ โย อเวทิ อญฺญาสิ, โส ปุคฺคโล มารพฬิสาสเน มารวิสยปฺปหานกเร, อถ วา มารพฬิสสฺส มารสฺส วตฺถุกามามิสาวุตกิเลสกามพฬิสสฺส อสเน วชฺชมาเน สาสเน ติวิเธปิ ชินสาสเน, ตตฺถาปิ ปฏิปตฺติปฏิเวธานํ ปติฏฺฐานภูเต ปริยตฺติสาสเน, ตตฺราปิ สกลสาสนสฺส ชีวิตสมาเน วินยปญฺญตฺติสงฺขาตปริยตฺติสาสเนกเทเส ปาลินา วินยปริยตฺติยํ เอตทคฺเค ฐปเนน สาสนปาลเน ตํมูลภาวโต ปาลสงฺขาตวินยปริยตฺติยา ปสตฺถตเรน อุปาลินา อุปาลิมหาเถเรน สโม ภวตีติ โยชนา.

อิติ วินยตฺถสารสนฺทีปนิยา

วินยวินิจฺฉยวณฺณนาย

ปฐมปาราชิกกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทุติยปาราชิกกถาวณฺณนา

๓๙. อิทานิ ทุติยํ ปาราชิกวินิจฺฉยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘อาทิยนฺโต’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘‘เถยฺยจิตฺเตนา’’ติ ปาฐเสโส. โส จ ปจฺจตฺเตกวจนนฺเตหิ สพฺพปเทหิ โยเชตพฺโพ, เถยฺยจิตฺเตน อาทิยนฺโต ปราชิโตติ สมฺพนฺโธ. ปรสนฺตกํ อารามาทึ อภิยุญฺชิตฺวา สามิกํ ปราเชตฺวา เถยฺยจิตฺเตน คณฺหนฺโต ตทตฺถาย กเต ปุพฺพปโยเค ทุกฺกฏํ, สามิกสฺส วิมตุปฺปาทเน ถุลฺลจฺจยญฺจ อาปชฺชิตฺวา ตสฺส จ อตฺตโน จ ธุรนิกฺเขเปน ปาติโมกฺขสํวรสีลสมฺปตฺติยา อทายาโท หุตฺวา ปราชิโต โหตีติ วุตฺตํ โหติ.

‘‘ตถา’’ติ จ ‘‘อปี’’ติ จ ‘‘ปราชิโต’’ติ จ ‘‘เถยฺยจิตฺเตนา’’ติ อิมินา สห เอกโต กตฺวา ‘‘หรนฺโต’’ติอาทีหิ จตูหิปิ ปเทหิ โยเชตพฺพํ. เถยฺยจิตฺเตน หรนฺโตปิ ตถา ปราชิโตติ โยชนา สีสาทีหิ ปรสนฺตกํ ภณฺฑํ หรนฺโต เถยฺยจิตฺเตน ภณฺฑสฺส อามสเน ทุกฺกฏญฺจ ผนฺทาปเน ถุลฺลจฺจยญฺจ อาปชฺชิตฺวา สีสโต ขนฺโธหรณาทิปโยคํ กโรนฺโตปิ ตถา ปราชิโต โหตีติ อตฺโถ.

เถยฺยจิตฺเตน อวหรนฺโตปิ ตถา ปราชิโตติ โยชนา. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – อญฺเญหิ สงฺโคปนาทึ สนฺธาย อตฺตนิ อุปนิกฺขิตฺตภณฺฑํ ‘‘เทหิ เม ภณฺฑ’’นฺติ โจทิยมาโน ‘‘น มยา คหิต’’นฺติอาทินา มุสา วตฺวา เถยฺยจิตฺเตน คณฺหนฺโตปิ ตสฺส วิมตุปฺปาทเน ถุลฺลจฺจยมาปชฺชิตฺวา ตเถว ธุรนิกฺเขเปน ปราชิโต โหตีติ. ‘‘นาหํ อคฺคเหสิ’’นฺติอาทินา อวชานิตฺวา ปฏิกฺขิปิตฺวา หรนฺโต ‘‘อวหรนฺโต’’ติ วุตฺโต.

เถยฺยจิตฺเตน อิริยาปถํ วิโกเปนฺโตปิ ตถา ปราชิโตติ โยชนา. ยํ ปน อญฺเญสํ ภณฺฑหรณกมนุสฺสาทีนมญฺญตรํ ‘‘เตน ภณฺเฑน สห คณฺหามี’’ติ ภณฺฑํ หรนฺตํ เถยฺยจิตฺเตน นิวาเรตฺวา อตฺตนา อิจฺฉิตทิสาภิมุขํ กตฺวา ตสฺส ปกติอิริยาปถํ วิโกเปนฺโตปิ ปฐมปาทุทฺธาเรน ถุลฺลจฺจยมาปชฺชิตฺวา ทุติยปทวาราติกฺกเมน ตเถว ปราชิโต โหตีติ อตฺโถ.

เถยฺยจิตฺเตน ฐานา จาเวนฺโตปิ ตถา ปราชิโตติ โยชนา. ถลาทีสุ ฐิตํ ภณฺฑํ เถยฺยจิตฺเตน อวหริตุกามตาย ฐิตฏฺฐานโต อปเนนฺโตปิ ทุติยปริเยสนาทีสุ อามสนาวสาเนสุ สพฺเพสุปิ ปโยเคสุ ทุกฺกฏานิ จ ผนฺทาปเน ถุลฺลจฺจยญฺจ อาปชฺชิตฺวา อุปริ วกฺขมานปฺปกาเรสุ วิย ฐิตฏฺฐานโต เกสคฺคมตฺตมฺปิ อปเนนฺโต ตเถว ปราชิโต โหตีติ อตฺโถ.

เอวเมตาย คาถาย ‘‘อาทิเยยฺย หเรยฺย อวหเรยฺย อิริยาปถํ วิโกเปยฺย ฐานาจาเวยฺย สงฺเกตํ วีตินาเมยฺยา’’ติ (ปารา. ๙๒) ปทภาชนาคเตสุ ฉสุ ปเทสุ อาโท ปญฺจ ปทานิ สงฺคเหตฺวา ฉฏฺฐํ ปทํ กสฺมา น สงฺคหิตนฺติ เจ? อยํ คาถา น ตํปทภาชนํ ทสฺเสตุํ วุตฺตา, อถ โข เตสํ ปทานํ วินิจฺฉยํ สนฺธาย อฏฺฐกถาสุ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๒) วุตฺตปญฺจวีสติอวหาเร ทสฺเสตุํ ตทวยวภูตปญฺจปญฺจกานิ ทสฺเสตุกาเมน วุตฺตา, ตสฺมา เอตฺถ ฉฏฺฐํ ปทํ น วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา วกฺขมาเน ตติยปญฺจเก นิสฺสคฺคิยาวหารปเทน, ปญฺจมปญฺจเก ปริกปฺปาวหารปเทน จ สงฺคยฺหมานตฺตา เอตฺถ นาเนกภณฺฑปญฺจกทฺวยํ อสงฺกรโต ทสฺเสตุํ ฉฏฺฐํ ปทํ น คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๔๐. อิมสฺมึ อทินฺนาทานปาราชิเก วตฺถุมฺหิ โอติณฺเณ กตฺตพฺพวินิจฺฉยสฺส ปญฺจวีสติอวหารานํ องฺคานิ โหนฺติ, เต จ นานาภณฺฑปญฺจกํ เอกภณฺฑปญฺจกํ สาหตฺถิกปญฺจกํ ปุพฺพปโยคปญฺจกํ เถยฺยาวหารปญฺจกนฺติ นิทฺทิฏฺฐา ปญฺจปญฺจกเภทา, ตตฺถ อิมาย คาถาย นาเนกภณฺฑปญฺจกทฺวยปฺปเภเท ทส อวหาเร สงฺคเหตฺวา อวเสสปญฺจกตฺตยํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติ อารทฺธํ. ตตฺถ ตตฺถาติ ติสฺสํ คาถายํ. นาเนกภณฺฑานนฺติ นานา, เอโก จ ภณฺโฑ เยสนฺติ วิคฺคโห. สวิญฺญาณกอวิญฺญาณกภณฺฑวเสน นานาภณฺฑปญฺจกญฺจ สวิญฺญาณกภณฺฑวเสเนว เอกภณฺฑปญฺจกญฺจ เวทิตพฺพํ. ปญฺจ ปริมาณา เยสนฺเต ปญฺจกา, เตสํ. อวหาราติ อวหรณานิ, โจรกมฺมานีติ วุตฺตํ โหติ. เอเตติ อนนฺตรคาถาย ‘‘อาทิยนฺโต’’ติอาทินา นิทฺทิฏฺฐา อาทิยนฺตาทโย. ปฏิปตฺติสนฺตาเน วิเสสํ วินิจฺฉยํ ภาเวติ อุปฺปาเทตีติ วิภาวี, วินยธโร, เตน วิภาวินา. วิญฺญาตพฺพาติ ปเรสํ อารามาทิสวิญฺญาณกวตฺถูนิ วา ทาสมยูราทึ เกวลํ สวิญฺญาณกวตฺถุมตฺตํ วา อวหริตุํ กตา ยถาวุตฺตสรูปา อาทิยนาทโย ฐานาจาวนปริโยสานา ปญฺจ อวหารา ยถาวุตฺตนานาภณฺฑเอกภณฺฑวิสยา หุตฺวา ปวตฺตนฺตีติ นานาภณฺฑปญฺจกํ เอกภณฺฑปญฺจกนฺติ ทส อวหารา ภวนฺตีติ วินยธเรน โอติณฺณสฺส วตฺถุโน วินิจฺฉโยปการกตฺตา ตถโต ญาตพฺพาติ อตฺโถ.

๔๑. เอวํ ปญฺจวีสติ อวหาเร ทสฺเสตุํ วตฺตพฺเพสุ ปญฺจสุ ปญฺจเกสุ นาเนกภณฺฑปญฺจกานิ เทฺว ทสฺเสตฺวา อิทานิ อวเสสปญฺจกตฺตยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘สาหตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ สาหตฺโถติ สโก หตฺโถ, เตน นิพฺพตฺโต, ตสฺส วา สมฺพนฺธีติ สาหตฺโถ, อวหาโร, โจเรน สหตฺถา กโต อวหาโรติ อตฺโถ. อาณตฺติโก เจวาติ อาณตฺติยา นิพฺพตฺโต อาณตฺติโก, อวหาโร, โจรสฺส ‘‘อิมํ นาม ภณฺฑํ คณฺหา’’ติ ยสฺส กสฺสจิ อาณาปเนน สิทฺโธ อวหาโร จ. นิสฺสคฺโคติ นิสฺสชฺชนํ นิสฺสคฺโค, อวหาโร, สุงฺกฆาตฏฺฐาเน, ปริกปฺปิโตกาเส วา ฐตฺวา ภณฺฑสฺส พหิ ปาตนนฺติ วุตฺตํ โหติ.

อตฺถสาธโกติ ปาราชิกาปตฺติสงฺขาตํ อตฺถํ สาเธตีติ อตฺถสาธโก, โส อวหาโร จ ยถาณตฺติกํ อวิราเธตฺวา เอกํเสน อวหรนฺตสฺส ‘‘อสุกสฺส ภณฺฑํ อวหรา’’ติ อวิเสเสน วา อวหริตพฺพวตฺถุวิเสโส คหณกาโล คหณเทโส คหณากาโร จาติ เอวมาทิวิเสสานมญฺญตเรน วิเสเสตฺวา วา อาณาปนญฺจ เอกํเสน ปาทคฺฆนกเตลปิวนกํ อุปาหนาทิกิญฺจิวตฺถุํ เตลภาชนาทีสุ ปาตนาทิปฺปโยโค จาติ เอวมาทิปฺปโยโค จ กิริยาสิทฺธิยา ปุเรตรเมว ปาราชิกสงฺขาตสฺส อตฺถสฺส สาธนโต อตฺถสาธโก อวหาโร จาติ วุตฺตํ โหติ.

ธุรนิกฺเขปนญฺจาติ ธุรสฺส นิกฺเขปนํ ธุรนิกฺเขปนํ, ตญฺจ อวหาโร, ปรสนฺตกานํ อารามาทีนํ อภิโยควิสเย จ อุปนิกฺขิตฺตสฺส ภณฺฑาทิโน วิสเย จ โจรสฺส สามิโน วิสฺสชฺชเน จ สามิโน จ, ยทา กทาจิ ยถากถญฺจิ คณฺหิสฺสามีติ คหเณ นิรุสฺสาหภาวสงฺขาโต ธุรนิกฺเขปาวหาโร จาติ วุตฺตํ โหติ. อิติ อิทํ ธุรนิกฺเขปนญฺจ ยถาวุตฺตปฺปการํ สาหตฺถาทิจตุกฺกญฺจ ปญฺจนฺนํ อวหารานํ สมูโห ปญฺจกํ, สาหตฺถาทิปญฺจกํ ‘‘สาหตฺถปญฺจก’’นฺติ วุจฺจติ. อาทิ-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ เวทิตพฺพํ.

๔๒. ปุพฺพสหปโยคา จาติ เอตฺถ ‘‘ปุพฺพปโยโค สหปโยโค’’ติ ปโยค-สทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ. ‘‘อาณตฺติวเสน ปุพฺพปโยโค เวทิตพฺโพ’’ติ อฏฺฐกถาวจนโต (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๒) ยถาณตฺติกมวิราเธตฺวา คณฺหโต ‘‘อสุกสฺส อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหรา’’ติ อาณาปนํ ปุพฺพปโยโค นาม อวหาโร. กาเยน, วาจาย วา ปยุชฺชนํ อาณาปนํ ปโยโค, อาณตฺตสฺส ภณฺฑคฺคหณโต ปุพฺพตฺตา ปุพฺโพ จ โส ปโยโค จาติ ปุพฺพปโยโค อวหาโรติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘ฐานาจาวนวเสน สหปโยโค เวทิตพฺโพ’’ติ อฏฺฐกถาวจนสฺส อุปลกฺขณปทตฺตา ฐานาจาวนญฺจ ปรายตฺตภูมิคหเณ ขีลสงฺกมนาทิกญฺจ สหปโยโค อวหาโรติ เวทิตพฺโพ.

สํวิทาหรณนฺติ พหูหิ เอกโต หุตฺวา ‘‘อิทํ นาม ภณฺฑํ อวหริสฺสามา’’ติ สํวิทหิตฺวา สพฺเพหิ, เอกโต วา สพฺเพสํ อนุมติยา เอเกน วา คนฺตฺวา ปรสนฺตกสฺส เถยฺยจิตฺเตน หรณสงฺขาโต สํวิทาวหาโร จ. สมํ เอกี หุตฺวา วิสุํ เอเกนาปิ เถยฺยจิตฺเตน ปาเท วา ปาทารเห วา คหิเต กตมนฺตนานํ สพฺเพสมฺปิ ปาราชิกํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. สํวิทหิตฺวา มนฺเตตฺวา อวหรณํ สํวิทาหรณํ. นิรุตฺตินเยน สทฺทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. ‘‘สํวิทาหรณ’’นฺติ ‘‘สํวิทาวหาโร’’ติ อิมสฺส เววจนํ. ‘‘สมฺพหุลา สํวิทหิตฺวา เอโก ภณฺฑํ อวหรติ, อาปตฺติ สพฺเพสํ ปาราชิกสฺสา’’ติ (ปารา. ๑๑๘) วจนโต เอวํ สหกตมนฺตเนสุ เอเกนาปิ เถยฺยจิตฺเตน ปาเท วา ปาทารเห วา คหิเต กตมนฺตนานํ สพฺเพสํ ปาราชิกํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

สงฺเกตกมฺมนฺติ ปุพฺพณฺหาทิกาลปริจฺเฉเทน สญฺชานนํ สงฺเกโต, เตน กตํ กมฺมํ อวหรณํ สงฺเกตกมฺมํ นาม. ตํ ปน ปุเรภตฺตาทีสุ กญฺจิ กาลํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘อิมสฺมึ กาเล อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหรา’’ติ วุตฺเต ตสฺมึเยว กาเล ตํเยว ยถาวุตฺตํ ภณฺฑํ อวหรติ เจ, สงฺเกตการกสฺส สงฺเกตกฺขเณเยว ปาราชิกนฺติ สงฺเขปโต เวทิตพฺพํ.

เนมิตฺตนฺติ ปรภณฺฑาวหารสฺส เหตุตฺตา อกฺขินิขณนาทิ นิมิตฺตํ นาม, เตน นิพฺพตฺตํ เนมิตฺตํ, อวหรณสงฺขาตกมฺมํ อวหาโร. ‘‘มยา อกฺขิมฺหิ นิขณิเต วา ภมุมฺหิ อุกฺขิตฺเต วา อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหรา’’ติ อาณตฺเตน ตํ นิมิตฺตํ ทิสฺวา วุตฺตเมว ภณฺฑํ วุตฺตนิยามมวิราเธตฺวา คหิตํ เจ, นิมิตฺตการกสฺส นิมิตฺตกรณกฺขเณเยว ปาราชิกํ โหติ. วุตฺตนิยามํ วิราเธตฺวา คหิตํ เจ, นิมิตฺตการโก มุจฺจติ, อวหารกสฺเสว ปาราชิกํ. ปุพฺพปโยโค อาทิ ยสฺส ตํ ปุพฺพปโยคาทิ, ปุพฺพปโยคาทิ จ ตํ ปญฺจกญฺจาติ วิคฺคโห.

๔๓. เถยฺยญฺจ ปสยฺหญฺจ ปริกปฺโป จ ปฏิจฺฉนฺโน จ กุโส จ เถยฺยปสยฺหปริกปฺปปฏิจฺฉนฺนกุสา, เต อาที อุปปทภูตา เยสํ อวหารานํ เต เถยฺย…เป… กุสาทิกา, อวหารา, อิมินา เถยฺยาวหาโร จ…เป… กุสาวหาโร จาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ เถยฺยาวหาโรติ เถโน วุจฺจติ โจโร, ตสฺส ภาโว เถยฺยํ, เอตฺถ น-การโลโป นิรุตฺตินเยน ทฏฺฐพฺโพ, เตน อวหรณํ เถยฺยาวหาโร, สนฺธิจฺเฉทาทิวเสน อทิสฺสมาเนน คหณญฺจ กูฏมานกูฏกหาปณาทีหิ วญฺเจตฺวา คหณญฺจ เถยฺยาวหาโร.

ปสยฺห อภิภวิตฺวา อวหรณํ ปสยฺหาวหาโร, คามวิโลปกา วิย สามิเก อภิภวิตฺวา คหณญฺจ ราชภฏาทโย วิย อภิภวิตฺวา นิพทฺธกรคฺคหเณ อธิกคฺคหณญฺจ ปสยฺหาวหาโร.

วตฺถสุตฺตาทิกํ ปริจฺฉิชฺช กปฺเปตฺวา อวหรณํ ปริกปฺปาวหาโร, โส จ ภณฺโฑกาสปริกปฺปวเสน ทุวิโธ โหติ. ตตฺถ นิกฺขิตฺตภณฺฑํ อนฺธการปฺปเทสํ ปวิสิตฺวา สุตฺตาทิภณฺฑานิ ตตฺถ นิกฺขิตฺตานิ, เต เปฬาทโย คณฺหนฺตสฺส ‘‘วตฺถานิ เจ คณฺหิสฺสามิ, สุตฺตานิ เจ น คณฺหิสฺสามี’’ติอาทินา นเยน ปริกปฺเปตฺวา อุกฺขิปนํ ภณฺฑปริกปฺปปุพฺพกตฺตา ภณฺฑปริกปฺปาวหาโร นาม. อารามปริเวณาทีนิ ปวิสิตฺวา โลภนียํ ภณฺฑํ ทิสฺวา คพฺภปาสาทตลปมุขมาฬกปาการทฺวารโกฏฺฐกาทึ ยํ กิญฺจิ ฐานํ ปริกปฺเปตฺวา ‘‘เอตฺถนฺตเร ทิฏฺโฐ เจ, โอโลเกตุํ คหิตํ วิย ทสฺสามิ, โน เจ, หริสฺสามี’’ติ ปริกปฺเปตฺวา อาทาย คนฺตฺวา ปริกปฺปิตฏฺฐานาติกฺกโม โอกาสปริกปฺปปุพฺพกตฺตา โอกาสปริกปฺปาวหาโร นามาติ สงฺเขปโต เวทิตพฺโพ.

ติณปณฺณาทีหิ ปฏิจฺฉนฺนสฺส ภณฺฑสฺส อวหรณํ ปฏิจฺฉนฺนาวหาโร, อุยฺยานาทีสุ กีฬมาเนหิ วา สงฺฆปริวิสนฺเตหิ วา มนุสฺเสหิ โอมุญฺจิตฺวา ฐปิตํ อลงฺการาทิกํ ยํ กิญฺจิ ภณฺฑํ ทิสฺวา ‘‘โอณมิตฺวา คณฺหนฺเต อาสงฺกนฺตี’’ติ ฐตฺวา ติณปณฺณปํสุวาลุกาทีหิ ปฏิจฺฉาเทตฺวา สามิเกสุ ปริเยสิตฺวา อทิสฺวา สาลเยสุ คเตสุ ปจฺฉา เถยฺยจิตฺเตน คหณญฺจ ตเทว ภณฺฑํ กทฺทมาทีสุ เถยฺยจิตฺเตน องฺคุฏฺฐาทีหิ ปีเฬตฺวา โอสีทาเปตฺวา เหฏฺฐาภาเคน ผุฏฺฐฏฺฐานํ อุปริภาเคน อติกฺกมนญฺจ ปฏิจฺฉนฺนาวหาโรติ วุตฺตํ โหติ.

กุเสน อวหาโร กุสาวหาโร, เถยฺยจิตฺเตน กุสํ สงฺกาเมตฺวา ปรโกฏฺฐาสสฺส อคฺเฆน มหนฺตสฺส วา สมสมสฺส วา คหณนฺติ อตฺโถ. โย ปน ภิกฺขุ กุสปาตเนน สงฺฆสฺส จีวเรสุ ภาชิยมาเนสุ อตฺตโน โกฏฺฐาเสน สมํ วา อธิกํ วา อูนกํ วา อคฺเฆน ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา อคฺฆนกํ อญฺญสฺส โกฏฺฐาสํ อวหริตุกาโม อตฺตโน โกฏฺฐาเส ปติตํ กุสํ ปรโกฏฺฐาเส ปาเตตุกาโม อุทฺธรติ, ตงฺขเณ จ ปรสฺส โกฏฺฐาเส ปาติตกฺขเณ จ น ปาราชิกํ อนาปชฺชิตฺวา ปรโกฏฺฐาสโต ปรนามลิขิตํ กุสํ อุกฺขิเปนฺโต ตโต เกสคฺคมตฺตมฺปิ อปนาเมติ, ปาราชิโก โหติ. ยทิ ปฐมํ ปรโกฏฺฐาสโต กุสํ อุทฺธรติ, อุทฺธฏกฺขเณ จ อตฺตโน โกฏฺฐาเส ปาติตกฺขเณ จ สกนามลิขิตํ กุสํ อุทฺธรณกฺขเณ จ ปาราชิกํ อนาปชฺชิตฺวา ปรโกฏฺฐาเส ปาตนกฺขเณ หตฺถโต เกสคฺคมตฺตมฺปิ มุตฺเต ปาราชิโก โหติ.

ยทิ เทฺวปิ กุเส ปฏิจฺฉาเทตฺวา สพฺเพสุ ภิกฺขูสุ สกสกโกฏฺฐาสํ อาทาย คเตสุ ยสฺมึ กุสํ ปฏิจฺฉาเทสิ, ตสฺส สามิเกน อาคนฺตฺวา ‘‘มยฺหํ กุโส กสฺมา น ทิสฺสตี’’ติ วุตฺเต โจโร ‘‘มยฺหมฺปิ กุโส น ทิสฺสตี’’ติ วตฺวา อตฺตโน โกฏฺฐาสํ ตสฺส สนฺตกํ วิย ทสฺเสตฺวา ตสฺมึ วิวทิตฺวา วา อวิวทิตฺวา วา คเหตฺวา คเต อิตรํ โกฏฺฐาสํ อุทฺธรติ เจ, อุทฺธฏกฺขเณเยว ปาราชิโก โหติ. ยทิ ปโร ‘‘มยฺหํ โกฏฺฐาสํ ตุยฺหํ น เทมิ, ตฺวํ ตุยฺหํ โกฏฺฐาสํ วิจินิตฺวา คณฺหาหี’’ติ วทติ, เอวํ วุตฺเต โส อตฺตโน อสฺสามิกภาวํ ชานนฺโตปิ ปรสฺส โกฏฺฐาสํ อุทฺธรติ, อุทฺธฏกฺขเณ ปาราชิโก โหติ. ยทิ ปโร วิวาทภีรุกตฺตา ‘‘กึ วิวาเทนา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘มยฺหํ วา ปตฺตํ โหตุ ตุยฺหํ วา, วรโกฏฺฐาสํ ตฺวํ คณฺหาหี’’ติ วเทยฺย, ทินฺนกํ นาม คหิตํ โหตีติ ปาราชิกํ น โหตีติ. ยทิ ‘‘ตว รุจฺจนกํ คณฺหาหี’’ติ วุตฺโต วิวาทภเยน อตฺตโน ปตฺตํ วรภาคํ ฐเปตฺวา ลามกภาคํ คเหตฺวา คโต, โจโร ปจฺฉา คณฺหนฺโต วิจิตาวเสสํ นาม อคฺคเหสีติ ปาราชิโก น โหติ. เอวํ กุสาวหารวินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. อยเมตฺถ ปญฺจวีสติยา อวหาเรสุ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

๔๔. เอตฺตาวตา อทินฺนาทานปาราชิกสฺส วินิจฺฉยาวยวรูเปน อุคฺคเหตพฺเพ ปญฺจวีสติ อวหาเร ทสฺเสตฺวา อิทานิ อทินฺนาทานวินิจฺฉเย สมฺปตฺเต สหสา อาปตฺตึ อนาโรเปตฺวา ปฐมํ โอโลเกตพฺพานิ ปญฺจ ฐานานิ ทสฺเสตุํ ‘‘วตฺถุกาลคฺฆเทเส จา’’ติอาทิ อารทฺธํ.

ตตฺถ วตฺถุ นาม อวหฏภณฺฑํ. กึ วุตฺตํ โหติ? อวหารเกน ‘‘มยา อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหฏ’’นฺติ วุตฺเตปิ ตสฺส ภณฺฑสฺส สสฺสามิกอสฺสามิกภาวํ อุปปริกฺขิตฺวา สสฺสามิกํ เจ, อวหารกาเล เตสํ สาลยภาวํ วา นิราลยภาวํ วา นิยเมตฺวา สาลยกาเล เจ คหิตํ, ภณฺฑํ อคฺฆาเปตฺวา มาสกํ วา อูนมาสกํ วา โหติ, ทุกฺกเฏน, อติเรกมาสกํ วา อูนปญฺจมาสกํ วา โหติ, ถุลฺลจฺจเยน, ปญฺจมาสกํ วา อติเรกปญฺจมาสกํ วา โหติ, ปาราชิเกน กาตพฺโพ. สามิกานํ นิราลยกาเล เจ คหิตํ, นตฺถิ ปาราชิกํ. ภณฺฑสามิเก ปน ภณฺฑํ อาหราเปนฺเต ตํ วา ภณฺฑํ ตทคฺฆนกํ วา ทาตพฺพนฺติ.

กาโล นาม อวหารกาโล. ภณฺฑํ นาเมตํ กทาจิ มหคฺฆํ โหติ, กทาจิ สมคฺฆํ. ตสฺมา อวหฏภณฺฑสฺส อคฺฆํ ปริจฺฉินฺทนฺเตหิ อวหฏกาลานุรูปํ กตฺวา ปริจฺฉินฺทนตฺถํ กาลวินิจฺฉโย กาตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ.

อคฺโฆ นาม อวหฏภณฺฑสฺส อคฺโฆ. เอตฺถ จ สพฺพทา ภณฺฑานํ อคฺโฆ สมานรูโป น โหติ, นวภณฺฑํ มหคฺฆํ โหติ, ปุราณํ เจ สมคฺฆํ. ตสฺมา อวหารกาเล ภณฺฑสฺส นวภาวํ วา ปุราณภาวํ วา นิยเมตฺวา อคฺโฆ ปริจฺฉินฺทิตพฺโพติ อธิปฺปาโย.

เทโส จาติ ภณฺฑาวหารเทโส. เอตฺถ จ สพฺพสฺสาปิ ภณฺฑสฺส อุฏฺฐานเทเส สมคฺฆํ หุตฺวา อญฺญตฺถ มหคฺฆตฺตา อวหฏภณฺเฑ อคฺฆํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ตทนุรูปา อาปตฺติโย นิยมนฺเตหิ อคฺฆํ ปริจฺฉินฺทนตฺถาย อวหารเทสํ นิยเมตฺวา ตสฺมึ เทเส อคฺฆวเสน ตทนุรูปา อาปตฺติโย กาเรตพฺพาติ อธิปฺปาโย.

ปริโภโค นาม อวหฏภณฺเฑ อวหารโต ปุพฺเพ ปเรหิ กตปริโภโค. เอตฺถ จ ยสฺส กสฺสจิ ภณฺฑสฺส ปริโภเคน อคฺโฆ ปริหายตีติ ภณฺฑสามิกํ ปุจฺฉิตฺวา ตสฺมึ ภณฺเฑ นเวปิ เอกวารมฺปิ เยน เกนจิ ปกาเรน ปริภุตฺเต ปริหาเปตฺวา อคฺโฆ ปริจฺฉินฺทิตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ.

เอวมาทินา นเยน เอตานิ ปญฺจ ฐานานิ อุปปริกฺขิตฺวาว วินิจฺฉโย กาตพฺโพติ ทสฺเสตุมาห ‘‘ปญฺจปิ ญตฺวา เอตานิ กตฺตพฺโพ ปณฺฑิเตน วินิจฺฉโย’’ติ.

๔๕. เอตฺตาวตา อทินฺนาทานวินิจฺฉยาวยวภูเต ปญฺจวีสติ อวหาเร จ ปญฺจฏฺฐานาวโลกนญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อนาคเต ปาปภิกฺขูนํ เลโสกาสปิทหนตฺถํ ปรสนฺตกํ ยํ กิญฺจิ วตฺถุํ ยตฺถ กตฺถจิ ฐิตํ เยน เกนจิ ปกาเรน คณฺหโต โมกฺขาภาวํ ทสฺเสตุกาเมน ตถาคเตน ยา ปเนตา –

ภูมฏฺฐญฺจ ถลฏฺฐญฺจ;

อากาสฏฺฐ มถาปรํ;

เวหาสฏฺโฐ ทกฏฺฐญฺจ;

นาวา ยานฏฺฐเมว จ.

ภารา ราม วิหารฏฺฐํ;

เขตฺต วตฺถุฏฺฐเมว จ;

คามา รญฺญฏฺฐ มุทกํ;

ทนฺตโปโน วนปฺปติ.

หรณโก ปนิธิ เจว;

สุงฺกฆาตกํ ปาณกา;

อปทํ ทฺวิปทญฺเจว;

จตุปฺปทํ พหุปฺปทํ.

โอจรโกณิรกฺโข จ;

สํวิทาหรณมฺปิ จ;

สงฺเกตกมฺมํ นิมิตฺต-

มิติ ตึ เสตฺถ มาติกา. –

นิกฺขิตฺตา, ตาสํ ยถากฺกมํ ปทภาชเน, ตทฏฺฐกถาย จ อาคตนเยน วินิจฺฉยํ ทสฺเสตุกาโม ปฐมํ ตาว ภูมฏฺเฐ วินิจฺฉยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘ทุติยํ วาปี’’ติอาทิ.

ตตฺถ ทุติยํ เถยฺยจิตฺเตน ปริเยสโต ทุกฺกฏนฺติ สมฺพนฺโธ. เอวํ สพฺพปเทสุ. อุปริ สญฺชาตาหิ รุกฺขลตาหิ, อิฏฺฐกปาสาณาทีหิ จ สญฺฉนฺนํ มหานิธึ อุทฺธริตุกาเมน ‘‘มยา เอเกเนว น สกฺกา’’ติ อตฺตโน อญฺญํ สหายํ ปริเยสิตุํ เถยฺยจิตฺเตน สยิตฏฺฐานา อุฏฺฐานาทีสุ สพฺพปโยเคสุ ทุกฺกฏํ โหตีติ อตฺโถ. กุทาลํ ภูมิขณนตฺถาย ปิฏกํ วาปิ ปํสุอุทฺธรณตฺถาย ยํ กิญฺจิ ภาชนํ. อิเมสุ ทฺวีสุ กุทาลสฺส เจ ทณฺโฑ นตฺถิ, ทณฺฑตฺถาย รุกฺขโต ทณฺฑํ ฉินฺทโต จ กุทาโล เจ น โหติ, กุทาลกรณตฺถาย อโยพีชํ อุทฺธรณตฺถาย อกปฺปิยปถวึ ขณนฺตสฺสปิ ปจฺฉิกรณตฺถาย ปณฺณานิ ฉินฺทโตปิ ปิฏกวายนตฺถาย วลฺลึ ฉินฺทโตปิ อุภยตฺถาปิ ปริเยสเน มุสา ภณโตปิ ทุกฺกฏญฺเจว ปาจิตฺติยญฺจ, อิตรปโยเคสุ ทุกฺกฏเมวาติ เวทิตพฺพํ.

คจฺฉโตติ ทุติยาทึ ปริเยสิตฺวา ลทฺธา วา อลทฺธา วา นิธิฏฺฐานํ คจฺฉนฺตสฺส ปเท ปเท ทุกฺกฏนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ‘‘เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา ปริเยสตี’’ติอาทิ ปาฬิยํ (ปารา. ๙๔) ‘‘เถยฺยจิตฺโต’’ติ วุตฺตตฺตา, อิธ ‘‘เถยฺยจิตฺเตนา’’ติ วจนโต ‘‘อิมํ นิธึ ลภิตฺวา พุทฺธปูชํ วา กริสฺสามิ, สงฺฆภตฺตํ วา กริสฺสามี’’ติ เอวมาทินา นเยน กุสลจิตฺตปฺปวตฺติยา สติ อนาปตฺตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ปุพฺพโยคโตติ อทินฺนาทานสฺส ปุพฺพปโยคภาวโต, ทุติยปริเยสนาทีสุ ปุพฺพปโยเคสุ ทุกฺกฏนฺติ อตฺโถ.

ทุกฺกฏญฺจ อฏฺฐวิธํ โหติ ปุพฺพปโยคทุกฺกฏํ สหปโยคทุกฺกฏํ อนามาสทุกฺกฏํ ทุรุปจิณฺณทุกฺกฏํ วินยทุกฺกฏํ ญาตทุกฺกฏํ ญตฺติทุกฺกฏํ ปฏิสฺสวทุกฺกฏนฺติ. ตตฺถ ‘‘เถยฺยจิตฺโต ทุติยํ วา กุทาลํ วา ปิฏกํ วา ปริเยสติ คจฺฉติ วา, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตํ ปุพฺพปโยคทุกฺกฏํ นาม. อิธ ปาจิตฺติยฏฺฐาเน ปาจิตฺติยํ, อิตเรสุ ปุพฺพปโยเคสุ ทุกฺกฏํ. ‘‘ตตฺถชาตกํ กฏฺฐํ วา ลตํ วา ฉินฺทติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตํ สหปโยคทุกฺกฏํ. อิธ อทินฺนาทานสหิตปโยคตฺตา ปาจิตฺติยวตฺถุมฺหิ, อิตรตฺร จ ทุกฺกฏเมวาติ อยเมตฺถ วิเสโส. มุตฺตามณิอาทีสุ ทสสุ รตเนสุ, สาลิอาทีสุ สตฺตสุ ธญฺเญสุ, สพฺเพสุ จ อาวุธภณฺฑาทีสุ อามสนปจฺจยา ทุกฺกฏํ อนามาสทุกฺกฏํ. กทลินาฬิเกรปนสาทิรุกฺขฏฺฐเมว ผลํ อามสนฺตสฺส วุตฺตํ ทุกฺกฏํ ทุรุปจิณฺณทุกฺกฏํ. อุปจรณํ อุปจิณฺณํ, ปรามสนนฺติ อตฺโถ. ทุฏฺฐุ อุปจิณฺณํ ทุรุปจิณฺณํ, ทุรุปจิณฺเณ ทุกฺกฏํ ทุรุปจิณฺณทุกฺกฏํ. ภิกฺขาจารกาเล ปตฺเต รชสฺมึ ปติเต ปตฺตํ อปฺปฏิคฺคเหตฺวา วา อโธวิตฺวา วา ภิกฺขาปฏิคฺคหเณน ทุกฺกฏํ วินยทุกฺกฏํ, วินเย ปญฺญตฺตํ ทุกฺกฏํ วินยทุกฺกฏํ. กิญฺจาปิ อวเสสทุกฺกฏานิปิ วินเย ปญฺญตฺตาเนว, ตถาปิ รุฬฺหิยา มยูราทิสทฺเทหิ โมราทโย วิย อิทเมว ตถา วุจฺจติ. ‘‘สุตฺวา น วทนฺติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตํ ญาตทุกฺกฏํ นาม. เอกาทสสุ สมนุภาสนาสุ ‘‘ญตฺติยา ทุกฺกฏ’’นฺติ วุตฺตํ ญตฺติทุกฺกฏํ. ‘‘ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมิกา จ น ปญฺญายติ, ปฏิสฺสเว จ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๒๐๗) วุตฺตํ ปฏิสฺสวทุกฺกฏํ นาม. อิเมสุ อฏฺฐสุ ทุกฺกเฏสุ อิธ อาปชฺชิตพฺพํ ทุกฺกฏํ ปุพฺพปโยคทุกฺกฏํ นาม. เตนาห ‘‘ปุพฺพโยคโต’’ติ. คาถาพนฺธสุขตฺถํ อุปสคฺคํ อนาทิยิตฺวา ‘‘ปุพฺพปโยคโต’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ปุพฺพโยคโต’’ติ วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ.

เอตฺถ จ กิญฺจาปิ อิเมสุ ทุกฺกเฏสุ อสงฺคหิตานิ อุภโตวิภงฺคาคตานิ ทิวาเสยฺยาทิทุกฺกฏานิ เจว ขนฺธกาคตานิ จ พหูนิ ทุกฺกฏานิ สนฺติ, ตานิ ปเนตฺถ วินยทุกฺกเฏเยว สงฺคหิตพฺพานิ. ‘‘วินเย ปญฺญตฺตํ ทุกฺกฏํ วินยทุกฺกฏ’’นฺติ หิ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๙๔) วุตฺตนฺติ. อฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๔) ปน รโชกิณฺณทุกฺกฏสฺเสว ‘‘วินยทุกฺกฏ’’นฺติ คหณํ อุปลกฺขณมตฺตํ. อิตรถา อฏฺฐ ทุกฺกฏานีติ คณนาปริจฺเฉโทเยว นิรตฺถโก สิยาติ ปุพฺพปโยเค ทุกฺกฏาทีนมฺปิ วินยทุกฺกเฏเยว สงฺคเหตพฺพภาเวปิ กติปยานิ ทสฺเสตฺวา อิตเรสเมกโต ทสฺสนตฺถํ เตสํ วิสุํ คหณํ สุตฺตงฺคสงฺคหิตตฺเตปิ เคยฺยคาถาทีนํ อฏฺฐนฺนํ วิสุํ ทสฺสนํ วิยาติ เวทิตพฺพํ.

๔๖. ตตฺถชาตกํ กฏฺฐํ วาติ ตสฺมึ จิรนิหิตนิธูปริ ชาตํ อลฺลํ สุกฺขํ กฏฺฐํ วา. ลตํ วาติ ตาทิสํ วลฺลึ วา. อิทํ อุปลกฺขณํ ติณาทีนํ ขุทฺทกคจฺฉานญฺจ คเหตพฺพตฺตา. อุภยตฺถาปีติ อลฺเล จ สุกฺเข จาติ วุตฺตํ โหติ. อลฺลรุกฺขาทีนิ ฉินฺทโต ปาจิตฺติยํ อหุตฺวา ทุกฺกฏมตฺตสฺส ภวเน การณํ ทสฺเสติ ‘‘สหปโยคโต’’ติ. อวหาเรน สหิตปโยคตฺตา ปาจิตฺติยฏฺฐาเนปิ ทุกฺกฏเมวาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘สหปโยคโต อุภยตฺถาปิ ทุกฺกฏ’’นฺติ วทนฺโต ปฐมคาถาย ทสฺสิตปุพฺพปโยคโต อิมาย ทสฺสิตสหปโยคสฺส วิเสสํ ทสฺเสติ.

๔๗. ปถวินฺติ กปฺปิยํ วา อกปฺปิยํ วา ปถวึ. อกปฺปิยปถวึ ขณโต สหปโยคตฺตา ทุกฺกฏเมว. พฺยูหโตติ ปํสุํ เอกโต ราสึ กโรนฺตสฺส. ‘‘วิยูหติ เอกปสฺเส ราสึ กโรตี’’ติ อฏฺฐกถาวจนโต อูห-อิจฺเจตสฺส ธาตุโน วิตกฺเก อุปฺปนฺนตฺเตปิ ธาตูนมเนกตฺถตฺตา วิ-อุปสคฺควเสน อิธ ราสิกรเณ วตฺตตีติ คเหตพฺพํ. ราสิภูตํ ปํสุํ กุทาเลน วา หตฺเถน วา ปจฺฉิยา วา อุทฺธรนฺตสฺส จ อปเนนฺตสฺส จ ปโยคคณนาย ทุกฺกฏํ ปํสุเมว วาติ เอตฺถ อวุตฺตสมุจฺจยตฺเถน วา-สทฺเทน สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อามสนฺตสฺสาติ นิธิกุมฺภึ หตฺเถน ปรามสนฺตสฺส. วาติ สมุจฺจเย. ทุกฺกฏนฺติ ทุฏฺฐุ กตํ กิริยํ สตฺถารา วุตฺตํ วิราเธตฺวา ขลิตฺวา กตตฺตาติ ทุกฺกฏํ. วุตฺตญฺเจตํ ปริวาเร (ปริ. ๓๓๙) –

‘‘ทุกฺกฏนฺติ หิ ยํ วุตฺตํ, ตํ สุโณหิ ยถาตถํ;

อปรทฺธํ วิรทฺธญฺจ, ขลิตํ ยญฺจ ทุกฺกฏ’’นฺติ.

ทุฏฺฐุ วา วิรูปํ กตํ กิริยาติ ทุกฺกฏํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ปริวาเร (ปริ. ๓๓๙) –

‘‘ยํ มนุสฺโส กเร ปาปํ, อาวิ วา ยทิ วา รโห;

‘ทุกฺกฏ’นฺติ ปเวเทนฺติ, เตเนตํ อิติ วุจฺจตี’’ติ.

เอวํ ‘‘ตตฺถชาตก’’นฺติอาทิคาถาทฺวยาคตํ เฉทนทุกฺกฏํ ขณนทุกฺกฏํ พฺยูหนทุกฺกฏํ อุทฺธรณทุกฺกฏํ อามสนทุกฺกฏนฺติ ปญฺจสุ สหปโยคทุกฺกเฏสุ ปุริมปุริมปโยเคหิ อาปนฺนา ทุกฺกฏาปตฺติโย ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ ทุกฺกฏํ ปตฺวา ปฏิปสฺสมฺภนฺติ, ตํตํปโยคาวสาเน ลชฺชิธมฺมํ โอกฺกมิตฺวา โอรมติ เจ, ตํตํทุกฺกฏมตฺตํ เทเสตฺวา ปริสุทฺโธ โหติ. ธุรนิกฺเขปมกตฺวา ผนฺทาเปนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยํ ปตฺวา อามสนทุกฺกฏํ ปฏิปสฺสมฺภตีติ มหาอฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๔) วุตฺตํ. ยถาปาฬิยา คยฺหมาเน ปุริมปุริมาปตฺตีนํ ปฏิปสฺสทฺธิ ‘‘ญตฺติยา ทุกฺกฏํ, ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลจฺจยา ปฏิปสฺสมฺภนฺตี’’ติ ปาฬิยํ (ปารา. ๔๑๔, ๔๒๑, ๔๒๘, ๔๓๙) อาคตตฺตา อนุสฺสาวนาย เอว ลพฺภตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อิมสฺส ปน สุตฺตสฺส อนุโลมวเสน มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตา อิมสฺมึ อทินฺนาทานสิกฺขาปเทปิ อาปตฺติปฏิปสฺสทฺธิ ปมาณนฺติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ.

๔๘. ‘‘ผนฺทาเปติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส. ฐานา จาเวติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ (ปารา. ๙๔) วุตฺตํ ฐานาจาวเน ปาราชิกญฺจ ตสฺส สามนฺตาปตฺติภูตํ ถุลฺลจฺจยญฺจ ฐานเภทวิญฺญาปนมุเขน วตฺตพฺพนฺติ อิทานิ ตํ ทสฺเสตุมาห ‘‘มุเขปาส’’นฺติอาทิ. ตตฺถ มุเข กุมฺภิมุขวฏฺฏิยํ. ปาสํ ปเวเสตฺวาติ พนฺธนํ ปาสํ ปกฺขิปิตฺวา. ขาณุเกติ อโยขาณุมฺหิ, ขทิรขาณุเก วา. พทฺธกุมฺภิยา ฐานเภโท พนฺธนานํ วสา เญยฺโยติ สมฺพนฺโธ.

๔๙. อิทานิ ฐานเภทํ ทสฺเสติ ‘‘เทฺว’’ติอาทินา. ‘‘เอกสฺมึ ขาณุเก’’ติ อิมินา ทฺวีสุ ทิสาสุ วา ตีสุ จตูสุ วา ทิสาสุ ขาณุเก ขณิตฺวา พทฺธขาณุคณนาย สมฺภวนฺโต ฐานเภโท อุปลกฺขิโต โหติ. วลยํ…เป… กตาย วา เทฺว ฐานานีติ โยชนา. วาติ สมุจฺจเย อุปลกฺขิโต โหติ.

๕๐. เอวํ ฐานเภทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ฐานวเสน อาปชฺชิตพฺพา อาปตฺติโย ทสฺเสตุมาห ‘‘อุทฺธรนฺตสฺสา’’ติอาทิ. สงฺขลินฺติ ทามํ. ถุลฺลจฺจยนฺติ เอกสฺส สนฺติเก เทเสตพฺพาสุ อาปตฺตีสุ ถูลตฺตา, อจฺจยตฺตา จ ถุลฺลจฺจยํ นาม. วุตฺตเญฺหตํ ปริวาเร –

‘‘ถุลฺลจฺจยนฺติ ยํ วุตฺตํ;

ตํ สุโณหิ ยถาตถํ;

เอกสฺส มูเล โย เทเสติ;

โย จ ตํ ปฏิคณฺหติ;

อจฺจโย เตน สโม นตฺถิ;

เตเนตํ อิติ วุจฺจตี’’ติ. (ปริ. ๓๓๙);

เอตฺถ จ ถูลจฺจยนฺติ วตฺตพฺเพ ‘‘สมฺปราเย จ (สํ. นิ. ๑.๔๙) สุคฺคติ, ตํ โหติ กฏุกปฺผล’’นฺติอาทีสุ (ธ. ป. ๖๖) วิย ลการสฺส ทฺวิตฺตํ, สํโยเค อูการสฺส รสฺโส จ เวทิตพฺโพ. ตโต สงฺขลิกเภทโต ปรํ. ฐานา จาเวตีติ ฐิตฏฺฐานโต เกสคฺคมตฺตมฺปิ อปเนติ. เอตฺถ จ นาวฏฺฐกถายํ ‘‘อุทฺธํ วา อโธ วา ติริยํ วา อนฺตมโส เกสคฺคมตฺตมฺปิ สงฺกาเมติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ (ปารา. ๙๙) วุตฺตนเยน ‘‘ติริย’’นฺติ วุตฺตา จตสฺโส ทิสา, อุทฺธมโธ จาติ ฉฏฺฐานานิ. ตาสุ เอกํ ทิสํ อปนียมานาย กุมฺภิยา ตํทิสาภิมุขํ อิตรทิสายํ ฐิตปสฺเส โอริมทิสาย ฐิตปสฺเสน ผุฏฺโฐกาสสฺส เกสคฺคมตฺตมฺปิ อนติกฺกนฺเต ผนฺทาปนวเสน ถุลฺลจฺจยํ โหติ, อติกฺกนฺเต ฐานา จาวิตตฺตา ปาราชิกํ โหตีติ เวทิตพฺโพ. อิมเมว สนฺธายาห ‘‘ฐานา จาเวติ เจ จุโต’’ติ. เอเสว นโย ผนฺทนรหิตาย นิธิกุมฺภิยา ฐานาจาวเนปิ.

๕๑. เอวํ ปฐมํ พนฺธนํ ฉินฺทิตฺวา ปจฺฉา กุมฺภิคฺคหเณ นยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปฐมํ กุมฺภึ อปเนตฺวา ปจฺฉา พนฺธนาปนยเน นยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘ปฐม’’นฺติอาทิ. โส นโยติ ‘‘ปฐมุทฺธาเร ถุลฺลจฺจยํ, ทุติยุทฺธาเร ปาราชิก’’นฺติ ตเมวตฺถมติทิสติ.

๕๒. วลยนฺติ กุมฺภิยา พทฺธสงฺขลิกาย มูเล ปเวสิตํ วลยํ. มูเล ฆํสนฺโต อิโต จิโต จ สาเรตีติ โยชนา. ฆํสนฺโตติ ผุสาเปนฺโต. อิโต จิโต จ สาเรตีติ โอรโต จ ปารโต จ สญฺจาเลติ. รกฺขตีติ เอตฺถ ‘‘สีลํ ภิกฺขุ’’นฺติ ปาฐเสโส, ปาราชิกํ นาปชฺชตีติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถาติ ตสฺมึ มูเล. เขคตํ กโรนฺโตวาติ สพฺพปสฺสโต มูลํ อผุสาเปตฺวา อากาสคตํ กโรนฺโตว. ปราชิโตติ ฐานาจาวนสฺส กตตฺตา ปราชยมาปนฺโน โหติ.

๕๓. กุมฺภิมตฺถเก ชาตนฺติ โยชนา. จิรกาลํ นิหิตตฺตา มูเลหิ กุมฺภึ วินนฺธิตฺวา ฐิตนฺติ อตฺโถ. สมีเป ชาตํ รุกฺขํ ฉินฺทโตติ โยชนา. เอตฺถ จ ‘‘ตตฺถชาตกํ กฏฺฐํ วา’’ติอาทิกาย คาถาย นิธิมตฺถเก ภูมิยํ ฐิตรุกฺขลตาทึ ฉินฺทนฺตสฺส อาปตฺติ วุตฺตา, อิมาย ปน คาถาย ภูมึ นิขณิตฺวา โอติณฺณกาเล นิธึ วินนฺธิตฺวา ฐิตมูลํ อลฺลรุกฺขํ, ขาณุกํ วา คเหตฺวา อาหาติ ปุนรุตฺติโทสาภาโว เวทิตพฺโพ. ‘‘อตตฺถช’’นฺติ อิมินา สหปโยคาภาวมาห. อิมินาว ปุริมคาถาย วุตฺตํ กฏฺฐลตาทีนิ นิธิสมฺพนฺธานิ เจ, ยถาวุตฺตทุกฺกฏสฺส วตฺถูนิ, สมีปานิ เจ, ปาจิตฺติยสฺเสว วตฺถูนีติ ทีเปติ.

๕๔. อิทานิ เอวํ ปริเยสิตฺวา ทิฏฺฐนิธิภาชนํ ฐิตฏฺฐานโต อจาเลตฺวา อนฺโตฐิตํ ภณฺฑมตฺตํ คณฺหโต วินิจฺฉยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘อนฺโตกุมฺภิคต’’นฺติอาทิ. ตตฺถ ผนฺทาเปตีติ อนฺโตจาฏิยา ปกฺขิตฺเต อตฺตโน ภาชเน ปกฺขิปิตุํ ราสิกรณาทิวเสน ผนฺทาเปติ. อปพฺยูหติ วาติ เหฏฺฐา ฐิตํ คณฺหิตุํ อุปริ ฐิตานิ อปเนนฺโต วิยูหติ วา. อถ วา อปพฺยูหนฺโตติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๔) อฏฺฐกถาวจนสฺส ทฺวิธา กโรนฺโตติ คณฺฐิปเท อตฺโถ วุตฺโตติ อตฺตโน ภาชเน ปกฺขิปิตุํ อิโต จิโต จ ราสึ กโรนฺโตติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตตฺเถวาติ อนฺโตกุมฺภิยเมว.