สงฺฆาทิเสสกถาวณฺณนา
๓๒๕. เอวํ นานานยปฏิมณฺฑิตสฺส ปาราชิกกณฺฑสฺส วินิจฺฉยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตทนนฺตรมุทฺทิฏฺฐสฺส เตรสกณฺฑสฺส วินิจฺฉยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘โมเจตุกามตา’’ติอาทิ. โมเจตุํ กาเมตีติ โมเจตุกาโม, ตสฺส ภาโว โมเจตุกามตา, ตาย สมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ โมเจตุกามตาจิตฺตํ. เอตฺถ ‘‘โมเจตุกามตา’’ติ อิมินา เอกาทสสุ ราเคสุ ‘‘โมจนสฺสาโท’’ติ วุตฺตํ อิมสฺส สงฺฆาทิเสสสฺส มูลการณํ สุกฺกโมจนวิสยํ ราคมาห.
เอกาทส ราคา นาม ‘‘โมจนสฺสาโท, มุจฺจนสฺสาโท, มุตฺตสฺสาโท, เมถุนสฺสาโท, ผสฺสสฺสาโท, กณฺฑุวนสฺสาโท, ทสฺสนสฺสาโท, นิสชฺชสฺสาโท, วาจสฺสาโท, เคหสฺสิตเปมํ, วนภงฺคิย’’นฺติ เอวมาคตา. อิธ โมจนํ นาม สมฺภวธาตุโมจนํ, ตทตฺถาย ตพฺพิสยราคสมฺปยุตฺตเวทนา โมจนสฺสาโท นาม. เตนาห อฏฺฐกถายํ ‘‘โมเจตุํ อสฺสาโท โมจนสฺสาโท’’ติ. มุจฺจมาเน อสฺสาโท มุจฺจนสฺสาโท, สมฺภวธาตุมฺหิ มุจฺจมาเน ตํราคสมฺปยุตฺตา เวทนา มุจฺจนสฺสาโท นาม. เอเตเนว นเยน มุตฺตสฺสาทาทิวาจสฺสาทาวสาเนสุ ปเทสุ อตฺถกฺกโม เวทิตพฺโพ. อิเมหิ นวหิ ปเทหิ อสฺสาทสีเสน กุนฺตยฏฺฐิญาเยน ตํสหจริโต ราโค ทสฺสิโต. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘นวหิ ปเทหิ สมฺปยุตฺตอสฺสาทสีเสน ราโค วุตฺโต’’ติ.
เคหสฺสิตเปมนฺติ เอตฺถ เคหฏฺฐา มาตุอาทโย อาเธยฺยอาธารโวหาเรน ‘‘เคหา’’ติ วุจฺจนฺติ. ‘‘มญฺจา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตี’’ติอาทีสุ วิย ตนฺนิสฺสิโต สิเนหปริยาโย ราโค ‘‘เคหสฺสิตเปม’’นฺติ วุตฺโต. อิมินา ปเทน ราคสฺส สภาโว สนฺทสฺสิโต. วนโต ภญฺชิตฺวา อาภตํ ยํ กิญฺจิ ผลปุปฺผาทิ วนภงฺคิยํ นาม. อิธ ปน ราควเสน ปฏิพทฺธจิตฺตํ มาตุคาเมหิ วิรหทุกฺขาปนยนตฺถํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๔๐) เตสํ ฐาเน ฐเปตฺวา ทสฺสนผุสนวเสน วินฺทิตุํ ราคีหิ คเหตพฺพโต เตหิ ปิฬนฺธิตมาลสหิตํ ตมฺพูลนฺติ เอวมาทิ ‘‘วนภงฺคิย’’นฺติ อธิปฺเปตํ. อิมินา ปตฺถิตวิสยโคจโร ราโค ตทายตฺตวตฺถุวเสน สนฺทสฺสิโต. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘เอเกน ปเทน สรูเปเนว ราโค, เอเกน ปเทน วตฺถุนา วุตฺโต. วนภงฺโค หิ ราคสฺส วตฺถุ, น ราโคเยวา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๔๐).
‘‘โมเจตุกามตา’’ติ อิทเมว อวตฺวา ‘‘จิตฺต’’นฺติ วจเนน วีติกฺกมสาธิกาย กายวิญฺญตฺติยา สมุฏฺฐาปกํ ราคสมฺปยุตฺตํ จิตฺตวิเสสํ ทสฺเสติ. เตน จิตฺเตน สมุฏฺฐาปิยมานํ วิญฺญตฺติสงฺขาตํ วีติกฺกมํ ‘‘วายาโม’’ติ อิมินา ทสฺเสติ. วายาโม นาม ตํจิตฺตสมฺปยุตฺตวีริยํ. เอตฺถ ปน ‘‘เสโมฺห คุโฬ’’ติอาทีสุ วิย ผเล เหตูปจารญาเยน วีติกฺกมสฺส วิเสสเหตุภูตวีริยวาจเกน จ ปเทน วีติกฺกโมว วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. อชฺฌตฺตพาหิรวตฺถุฆฏฺฏนํ, อากาเส กฏิกมฺปนนฺติ สุกฺกโมจนตฺโถ วายาโมติ อตฺโถ. สุกฺกสฺส โมจนํ สุกฺกโมจนํ.
เอตฺถ จ สุกฺกสฺสาติ ‘‘สุกฺกนฺติ ทส สุกฺกานิ นีลํ ปีตกํ โลหิตกํ โอทาตํ ตกฺกวณฺณํ ทกวณฺณํ เตลวณฺณํ ขีรวณฺณํ ทธิวณฺณํ สปฺปิวณฺณ’’นฺติ (ปารา. ๒๓๗) ปทภาชเน วุตฺตานิ สตฺตานํ ปิตฺตาทิอาสยเภเทน, ปถวิธาตุอาทีนํ จตุนฺนํ วา รสโสณิตมํสเมทอฏฺฐิอฏฺฐิมิญฺชานํ ฉนฺนํ เทหธาตูนํ วา เภเทน อเนกธา ภินฺเน ทสวิเธ สุกฺเก อญฺญตรสฺส สุกฺกสฺสาติ อตฺโถ. โมจนํ วิสฺสฏฺฐีติ ปริยายํ, ปกติยา ฐิตสกฏฺฐานโต โมจนนฺติ อตฺโถ. ยถาห ปทภาชเน ‘‘วิสฺสฏฺฐีติ ฐานโต จาวนา วุจฺจตี’’ติ (ปารา. ๒๓๗). อิห ‘‘ฐานํ นาม วตฺถิสีสสงฺขาตํ มุตฺตกรณมูล’’นฺติ เกจิ. ‘‘กฏี’’ติ อปเร. ‘‘สกลกาโย’’ติ อญฺเญ. อิเมสํ ติณฺณํ วจเนสุ ‘‘ตติยสฺส ภาสิตํ สุภาสิต’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๓๗) อฏฺฐกถายํ ตติยวาทสฺส กตปาสํสตฺตา เกสโลมนขทนฺตานํ มํสวินิมุตฺตฏฺฐานญฺจ มุตฺตกรีสเขฬสิงฺฆาณิกาถทฺธสุกฺขจมฺมญฺจ วชฺเชตฺวา อวเสสํ สกลสรีรํ กายปฺปสาทภาวชีวิตินฺทฺริยอพทฺธปิตฺตานํ วิย สมฺภวธาตุยา จ ฐานนฺติ เวทิตพฺพํ.
‘‘สุกฺกโมจน’’นฺติ อิมินากึ วุตฺตํ โหตีติ? ‘‘อาโรคฺยตฺถาย, สุขตฺถาย, เภสชฺชตฺถาย, ทานตฺถาย, ปุญฺญตฺถาย, ยญฺญตฺถาย, สคฺคตฺถาย, พีชตฺถาย, วีมํสตฺถาย, ทวตฺถาย โมเจตี’’ติ (ปารา. ๒๓๗) วุตฺตทสวิธอธิปฺปายนฺโตคธอญฺญตรอธิปฺปาโย หุตฺวา ‘‘ราคูปตฺถมฺเภ, วจฺจูปตฺถมฺเภ, ปสฺสาวูปตฺถมฺเภ, วาตูปตฺถมฺเภ, อุจฺจาลิงฺคปาณกทฏฺฐูปตฺถมฺเภ โมเจตี’’ติ (ปารา. ๒๓๗) วุตฺตปญฺจวิธกาลานมญฺญตรกาเล ‘‘อชฺฌตฺตรูเป, พหิทฺธารูเป, อชฺฌตฺตพหิทฺธารูเป, อากาเส กฏึ กมฺเปนฺโต โมเจตี’’ติ (ปารา. ๒๓๗) วุตฺตจตุรุปายานมญฺญตเรน อุปาเยน ยถาวุตฺตราคปิสาจวเสน วิวโส หุตฺวา ยถาวุตฺตนีลาทิทสวิธสมฺภวธาตูนมญฺญตรํ ยถาวุตฺตฏฺฐานโต ขุทฺทกมกฺขิกาย ปิวนมตฺตมฺปิ สเจ โมเจตีติ สงฺเขปโต คเหตพฺพํ. เอตฺถ จ อุจฺจาลิงฺคปาณกา นาม โลมสปาณา, เยสํ โลเม อลฺลิเน องฺคชาตํ กมฺมนิยํ โหติ.
อญฺญตฺร สุปินนฺเตนาติ สุปิโน เอว สุปินนฺโต, นิสฺสกฺกวจนปฺปสงฺเค กรณวจนโต สุปินนฺตาติ อตฺโถ. สุปินา นาม ‘‘วาตาทิธาตุกฺโขภวเสน วา ปุพฺพานุภูตอิตฺถิรูปาทิวิสยวเสน วา อิฏฺฐานิฏฺฐเทวตานุภาเวน วา ปุญฺเญน ปฏิลภิตพฺพอตฺถสฺส, อปุญฺเญน ปตฺตพฺพานตฺถสฺส จ ปุพฺพนิมิตฺตวเสน วา โหตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๓๗) วุตฺเตสุ จตูสุ การเณสุ เอเกน การเณน กปินิทฺทาย สุปิเน ทิสฺสมานารมฺมณโต ยํ สุกฺกโมจนํ โหติ, ตํ อวิสยํ สุกฺกโมจนํ วินาติ วุตฺตํ โหติ.
สงฺฆาทิเสโสว สงฺฆาทิเสสตา. สงฺฆาทิเสสํ อาปชฺชิตฺวา ตโต วุฏฺฐาตุกามสฺส กุลปุตฺตสฺส อาทิมฺหิ ปริวาสทานตฺถํ, มชฺเฌ จ มูลายปฏิกสฺสเนน วินา วา สห วา มานตฺตทานตฺถํ, อวสาเน อพฺภานตฺถญฺจ สงฺโฆ เอสิตพฺโพติ ‘‘สงฺโฆ อาทิมฺหิ เจว เสเส จ อิจฺฉิตพฺโพ อสฺสาติ สงฺฆาทิเสโส’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๓๗; กงฺขา. อฏฺฐ. สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตตฺตา สงฺฆาทิเสสา นาม, สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสงฺฆาทิเสสาปตฺติ โหตีติ อตฺโถ. ยถาห ปทภาชเน ‘‘สงฺโฆว ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสํ เทติ, มูลาย ปฏิกสฺสติ, มานตฺตํ เทติ, อพฺเภติ, น สมฺพหุลา, น เอกปุคฺคโล, เตน วุจฺจติ ‘สงฺฆาทิเสโส’ติ. ตสฺเสว อาปตฺตินิกายสฺส นามํ นามกมฺมํ อธิวจนํ, เตนปิ วุจฺจติ ‘สงฺฆาทิเสโส’’ติ (ปารา. ๒๓๗). เอตฺถ จ ปริวาสาทิกถา สงฺฆาทิเสสาวสาเน อาคตฏฺฐาเนเยว อาวิ ภวิสฺสติ.
๓๒๖. เอตฺตาวตา มูลสิกฺขาปทาคตํ อตฺตูปกฺกมมูลกํ อาปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อิมิสฺสา สงฺฆาทิเสสาปตฺติยา ปรูปกฺกเมนปิ อาปชฺชนํ ทสฺเสตุมาห ‘‘ปเรนา’’ติอาทิ. อุปกฺกมาเปตฺวาติ องฺคชาตสฺส คหณํ วา ฆฏฺฏนํ วา กาเรตฺวา.
๓๒๗. สญฺจิจฺจาติ ‘‘อุปกฺกมามิ โมเจสฺสามี’’ติ เจเตตฺวา ปกปฺเปตฺวา. อุปกฺกมนฺตสฺสาติ อชฺฌตฺตรูปาทีสุ ตีสุ ยตฺถ กตฺถจิ ฆฏฺเฏนฺตสฺส. สมุทฺทิฏฺฐนฺติ ‘‘เจเตติ อุปกฺกมติ น มุจฺจติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (ปารา. ๒๖๒) ปทภาชเน ภควตา วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย.
๓๒๘. อิมิสฺสํ คาถายํ ‘‘อตฺตโน องฺคชาตํ อุปกฺกมนฺตสฺสา’’ติ อิมินา อชฺฌตฺตรูเป วา พหิทฺธารูเป วา อชฺฌตฺตพหิทฺธารูเป วา อตฺตโน องฺคชาตํ ฆฏฺเฏนฺตสฺสาติ อิมสฺส อตฺถสฺส วุตฺตตฺตา องฺคชาตฆฏฺฏเนน วินาภาวโต อิมินา อสงฺคยฺหมานสฺสาปิ อากาเส กฏิกมฺปเนน สุกฺกโมจเน สงฺฆาทิเสสสฺส ปฐมคาถายํ ‘‘วายาโม’’ติ สามญฺญวจเนน สงฺคหิตตฺตา ตํ ฐเปตฺวา ‘‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน โมจนาธิปฺปายสฺส อากาเส กฏึ กมฺเปนฺตสฺส อสุจิ มุจฺจิ…เป… อสุจิ น มุจฺจิ. ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ…เป… อนาปตฺติ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสสฺส, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ อากาเสกฏิกมฺปนวตฺถุมฺหิ วุตฺตตฺตา อมุตฺเต ถุลฺลจฺจยํ สงฺคเหตุมาห ‘‘สญฺจิจฺจา’’ติอาทิ.
ตตฺถ สญฺจิจฺจาติ ‘‘อุปกฺกมามิ โมเจสฺสามี’’ติ ชานิตฺวา สญฺชานิตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘อุปกฺกมนฺตสฺสา’’ติ สามญฺญโต ตํ วิเสเสตุํ ‘‘อากาเส กมฺปเนนปี’’ติ อาห, กฏิกมฺปเนนาติ คเหตพฺพํ. กถมิทํ ลพฺภตีติ เจ? อิมาย กถาย สงฺคเหตพฺพวตฺถุมฺหิ ‘‘อากาเส กฏึ กมฺเปนฺตสฺสา’’ติ (ปารา. ๒๖๖) ปาเฐ ‘‘กฏึ กมฺเปนฺตสฺสา’’ติ วจนสหจรสฺส ‘‘อากาเส’’ติ วจนสฺส สนฺนิธานพเลน ลพฺภติ อตฺถปฺปกรณสทฺทนฺตรสนฺนิธานา สทฺทานํ วิเสสตฺถทีปนโต.
๓๒๙. วตฺถินฺติ มุตฺตวตฺถึ, มุตฺตกรณสฺส วตฺถินฺติ อตฺโถ. กีฬาย ปูเรตฺวาติ คามทารโก วิย กีฬิตุกามตาย มุตฺตวตฺถึ ทฬฺหํ คเหตฺวา ปูเรตฺวาติ อตฺโถ. ยถาห วตฺถิวตฺถุมฺหิ อฏฺฐกถายํ ‘‘เต ภิกฺขู วตฺถึ ทฬฺหํ คเหตฺวา ปูเรตฺวา ปูเรตฺวา วิสฺสชฺเชนฺตา คามทารกาวิย ปสฺสาวมกํสู’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๖๔). ‘‘น วฏฺฏตี’’ติ สามญฺเญน กสฺมา วุตฺตนฺติ? ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ วุตฺตนเยน โมจนาธิปฺปาเยน ทฬฺหํ คเหตฺวา ปูเรตฺวา ปูเรตฺวา วิสฺสชฺเชนฺตสฺส สุกฺเก มุตฺเต โมจนาธิปฺปาโย เจเตติ, อุปกฺกมติ, มุจฺจตีติ องฺคานํ สมฺปนฺนตฺตา สงฺฆาทิเสสสฺส, อมุตฺเต ถุลฺลจฺจยสฺส สมฺภวโต อุภยสงฺคหตฺถมาห.
๓๓๐. อุปนิชฺฌายนวตฺถุมฺหิ ‘‘น จ ภิกฺขเว สารตฺเตน มาตุคามสฺส องฺคชาตํ อุปนิชฺฌายิตพฺพํ, โย อุปนิชฺฌาเยยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๒๖๖) ปาฬิยํ ‘‘มาตุคามสฺสา’’ติ สามญฺเญน วุตฺตตฺตา ‘‘ติสฺสนฺน’’นฺติ วทติ. ติสฺสนฺนํ ปน อิตฺถีนนฺติ มนุสฺสามนุสฺสติรจฺฉานคตวเสน ติสฺสนฺนํ อิตฺถีนํ. ‘‘องฺคชาต’’นฺติ วิเสเสตฺวา วุตฺตตฺตา ‘‘นิมิตฺต’’นฺติ มุตฺตกรณเมว วุจฺจติ, ปฏสเตนาปิ ปฏิจฺฉาทิตํ วา อปฺปฏิจฺฉาทิตํ วา โยนิมคฺคนฺติ อตฺโถ. เตนาห อฏฺฐกถายํ ‘‘สเจปิ ปฏสตํ นิวตฺถา โหติ, ปุรโต วา ปจฺฉโต วา ฐตฺวา ‘อิมสฺมึ นาม โอกาเส นิมิตฺต’นฺติ อุปนิชฺฌายนฺตสฺส ทุกฺกฏเมว. อนิวตฺถานํ คามทาริกานํ นิมิตฺตํ อุปนิชฺฌายนฺตสฺส ปน กิเมว วตฺตพฺพ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๖๖). ปุรโต วาติ เอตฺถ ‘‘ฐตฺวา’’ติ ปาฐเสโส.
๓๓๑. เอเกน…เป… ปสฺสโต เอกํ ทุกฺกฏนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘เอเกน ปโยเคน เอกํ ทุกฺกฏ’’นฺติ วจนโต อเนเกหิ ปโยเคหิ อเนกานิ ทุกฺกฏานีติ พฺยติเรกโต ลพฺภติ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘อิโต จิโต จ วิโลเกตฺวา ปุนปฺปุนํ อุปนิชฺฌายนฺตสฺส ปโยเค ปโยเค ทุกฺกฏ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๖๖). อิมิสฺสา อฏฺฐกถาย ‘‘อิโต จิโต จา’’ติ วุตฺตตฺตา อุมฺมีลนนิมีลนนฺติ เอตฺถ ‘‘วิวิธา ตํ อโนโลเกตฺวา ตเมว โอโลเกนฺตสฺสา’’ติ ลพฺภติ.
๓๓๒. อโมจนาธิปฺปายสฺส มุตฺตสฺมึ อนาปตฺติ ปกาสิตาติ โยชนา. โมจนาธิปฺปายํ วินา เภสชฺชกรณตฺถํ สุทฺธจิตฺเตน องฺคชาเต เภสชฺชเลปํ กโรนฺตสฺส วา สุทฺธจิตฺเตเนว อุจฺจารปสฺสาวาทึ กโรนฺตสฺส วา มุตฺเตปิ อนาปตฺตีติ อิทํ ‘‘อนาปตฺติ สุปินนฺเตน นโมจนาธิปฺปายสฺสา’’ติอาทินา (ปารา. ๒๖๓) นเยน อนาปตฺติวาเร วุตฺตเมวาติ อตฺโถ.
อิมสฺมึ ปาเฐ ‘‘อนุปกฺกมนฺตสฺสา’’ติ อวุตฺเตปิ อิมสฺส ปาฐสฺส ปุรโต ‘‘เจเตติ น อุปกฺกมติ มุจฺจติ, อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๒๖๒) จ ‘‘น เจเตติ น อุปกฺกมติ มุจฺจติ, อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๒๖๒) จ วจนโต ตํ สงฺคเหตุมาห ‘‘อนุปกฺกมโตปิ จ มุตฺตสฺมึ อนาปตฺติ ปกาสิตา’’ติ. โมจนสฺสาทราเคน ปีฬิโต หุตฺวา ‘‘อโห วต เม มุจฺเจยฺยา’’ติ จินฺเตตฺวา วา เอวรูปโมจนสฺสาทราคปีฬาปุพฺพงฺคมจิตฺเต อสติปิ เกวลํ กามวิตกฺกมตฺเตน อุปหโต หุตฺวา ตาทิสอชฺฌตฺติกพาหิรวตฺถูสุ ฆฏฺฏนวเสน วา อากาเส กฏิกมฺปนวเสน วา อุปกฺกมํ อกโรนฺตสฺส ตาทิสจินฺตาพเลน วา กามวิตกฺกพเลน วา สุกฺเก มุตฺเตปิ อนาปตฺตีติ อิทํ ยถาวุตฺตปาฐวเสน ปกาสิตนฺติ อตฺโถ.
สุปินนฺเตน มุตฺตสฺมึ, อนาปตฺติ ปกาสิตาติ เอตฺถ อนฺตสทฺทตฺถาภาวโต สุปิเนติ อตฺโถ. สุปิเน เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺตสฺส วา มาตุคาเมหิ กายสํสคฺคํ อาปชฺชนฺตสฺส วา สุกฺเก มุตฺเตปิ อวิสยตฺตา อนาปตฺติ ปาฬิยํ ‘‘อนาปตฺติ ภิกฺขุ สุปินนฺเตนา’’ติ (ปารา. ๒๖๓) อิมินา ปกาสิตาติ อตฺโถ.
เอตฺถ ฐตฺวา อฏฺฐกถายํ ‘‘สุปิเน ปน อุปฺปนฺนาย อสฺสาทเจตนาย สจสฺส วิสโย โหติ, นิจฺจเลน ภวิตพฺพํ. น หตฺเถน นิมิตฺตํ กีฬาเปตพฺพํ. กาสาวปจฺจตฺถรณรกฺขนตฺถํ ปน หตฺถปุเฏน คเหตฺวา ชคฺคนตฺถาย อุทกฏฺฐานํ คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๖๒) วุตฺตตฺตา อณฺฑปาลิกา กิกีสกุณา วิย, วาลปาลิกา จมรี วิย, เอกเนตฺตปาลโก ปุริโส วิย จ กายชีวิเตปิ อเปกฺขํ ปหาย สีลํ รกฺขิตุกาเมน สิกฺขากาเมน นิพฺพานคามินิปฏิปตฺตึ ปูเรตุกาเมน กุลปุตฺเตน ‘‘อญฺญตฺร สุปินนฺตา’’ติ (ปารา. ๒๓๗) วทโต ตถาคตสฺส อธิปฺปายานุกูลํ อฏฺฐกถาโต ญตฺวา อปฺปมตฺเตน ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ อยมตฺรานุสาสนี.
สุกฺกวิสฺสฏฺฐิกถาวณฺณนา.
๓๓๓. มนุสฺสิตฺถินฺติ มนุสฺสชาติกํ อิตฺถึ, ‘‘มาตุคาโม นาม มนุสฺสิตฺถี, น ยกฺขี, น เปตี, น ติรจฺฉานคตา, อนฺตมโส ตทหุชาตาปิ ทาริกา, ปเคว มหตฺตรี’’ติ (ปารา. ๒๗๑) ปทภาชเน วุตฺตตฺตา ตทหุชาตกุมาริกาภาเวนปิ ฐิตํ ชีวมานกมนุสฺสมาตุคามนฺติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘มนุสฺสิตฺถิ’’นฺติ สามญฺญวจเนน ชีวมานกมนุสฺสิตฺถินฺติ อยํ วิเสโส กุโต ลพฺภตีติ? วินีตวตฺถุมฺหิ (ปารา. ๒๘๑ อาทโย) มติตฺถิยา กายํ ผุสนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยวจนโต ปาริเสสโต ลพฺภติ. อามสนฺโตติ ‘‘หตฺถคฺคาหํ วา เวณิคฺคาหํ วา อญฺญตรสฺส วา อญฺญตรสฺส วา องฺคสฺส ปรามสน’’นฺติ (ปารา. ๒๗๐) วุตฺตตฺตา หตฺถาทิองฺคปจฺจงฺคผุสนาทินานปฺปการานํ อญฺญตเรน ปกาเรน อามสนฺโตติ อตฺโถ. อตฺตโน กาเยน อิตฺถิยา กายสฺส สํสคฺเค มิสฺสีภาเว ราโค กายสํสคฺคราโค. สงฺฆาทิเสโส เอตสฺส อตฺถีติ สงฺฆาทิเสสิโก, กายสํสคฺคสงฺฆาทิเสโส อาปนฺโน โหตีติ วุตฺตํ โหติ.
๓๓๔. กายสํสคฺคราเคน อิตฺถิยา อนฺตมโส โลมมฺปิ อตฺตโน สรีเร โลเมน ผุสนฺตสฺส ภิกฺขุโน สงฺฆาทิเสสาปตฺติ โหตีติ โยชนา. เอตฺถ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๗๔) ‘‘โลมคณนาย สงฺฆาทิเสสา โหนฺตี’’ติ กุรุนฺทฏฺฐกถามตสฺส อฏฺฐิตตฺตา, ‘‘โกฏฺฐาสคณนาย น โหติ, อิตฺถิคณนาย โหตี’’ติ มหาอฏฺฐกถามตสฺส ฐิตตฺตา สงฺฆสนฺตเก มญฺจปีเฐ ปจฺจตฺถรณาทินา เกนจิ อปฺปฏิจฺฉาทิเต ผุสนฺตสฺส วิย โลมคณนาย อหุตฺวา ผุฏฺฐโลมานํ พหุตฺเตปิ เอกสฺมึ ปโยเค เอกา เอว อาปตฺติ, พหูสุ ปโยเคสุ ปโยคคณนาย อาปตฺติโย โหนฺตีติ สนฺนิฏฺฐานํ.
๓๓๕. อิตฺถิยาติ มนุสฺสิตฺถิยา. สมฺผุฏฺโฐติ หตฺถาทิสรีราวยเว สํสคฺคํ สมาปนฺโน. เสวนเจตโน วายมิตฺวา กายสํสคฺคราเคน อตฺตโน กายํ จาเลตฺวาติ อตฺโถ. สงฺฆาทิเสสตาติ เอตฺถ สกตฺเถ ตทฺธิตปฺปจฺจโย. ‘‘สงฺฆาทิเสสิตา’’ติ ปน ปาโฐ สุนฺทโร, สงฺฆาทิเสสสฺส อตฺถิตา วิชฺชมานภาโวติ อตฺโถ. สงฺฆาทิเสสาปตฺติยา สพฺภาวสงฺขาตา อตฺถิตา อีปจฺจยตฺเถ ปุคฺคเล สงฺฆาทิเสสีสทฺทปวตฺตินิมิตฺตํ โหตีติ ภาวปจฺจโย ตํอตฺถวเสน ลพฺภติ. ยถาหุ ‘‘ยสฺส คุณสฺส หิ ภาวา ทพฺเพ สทฺทสนฺนิเวโส, ตทภิธาเน ตฺตตาทโย’’ติ.
๓๓๖. เอเกน หตฺเถน คเหตฺวาติ (กงฺขา. อฏฺฐ. กายสํสคฺคสิกฺขาปทวณฺณนา) เอตฺถ ‘‘กายสํสคฺคราเคนา’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ‘‘มนุสฺสิตฺถิ’’นฺติ อชฺฌาหาโร. ตํ มนุสฺสิตฺถึ. ตตฺถ ตตฺถาติ อิตฺถิยา ตสฺมึ ตสฺมึ สรีราวยเว. ‘‘เอกาวาปตฺตี’’ติ ปฐมํ คหิตหตฺถสฺส อนปนีตตฺตา วุตฺตํ. คหิตหตฺถํ ปน โมเจตฺวา ปุนปฺปุนํ ผุสนฺตสฺส ปโยคคณนาย อาปตฺติ โหตีติ พฺยติเรกโต ลพฺภติ.
๓๓๗. เอเกน หตฺเถน อคฺคเหตฺวา สีสโต ยาว ปาทํ, ปาทโต ยาว สีสญฺจ กายา หตฺถํ อโมเจตฺวา ทิวสมฺปิ ตํ อิตฺถึ ผุสนฺตสฺส เอกาวาปตฺตีติ โยชนา. เอตฺถาปิ ‘‘อโมเจตฺวา’’ติ พฺยติเรกโต โมเจตฺวา ผุสนฺตสฺส ปโยคคณนาย อเนกาปตฺติโยติ ลพฺภติ.
๓๓๘. เอกโต คหิตปญฺจงฺคุลีนํ คณนาย สเจ อาปตฺติ สิยา, เอกสฺส มาตุคามสฺส สรีรํ ราคจิตฺเตน ผุสนฺตสฺส ทฺวตฺตึสกลาปโกฏฺฐาสโต พฺยติเรกสฺส สรีรสฺสาภาวา ทฺวตฺตึสกลาปโกฏฺฐาสคณนาย อาปตฺติยา ภวิตพฺพํ, ตถา อภาวโต อิทมฺปิ น โหตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘น หิ โกฏฺฐาสโต สิยา’’ติ อาห.
๓๔๐-๑. อิตฺถิยา วิมติสฺสาปิ อตฺตโน กาเยน อิตฺถิยา กายํ ผุสโต ตสฺส ถุลฺลจฺจยํ สิยา, อิตฺถิยา ปณฺฑกาทิสญฺญิโนปิ อตฺตโนปิ กาเยน อิตฺถิยา กายํ ผุสโต ตสฺส ถุลฺลจฺจยํ สิยา. อาทิ-สทฺเทน ปุริสติรจฺฉานคตานํ สงฺคโห. อิตฺถิยา อิตฺถิสญฺญิโน อตฺตโน กาเยน อิตฺถิยา กายสมฺพทฺธํ ผุสโต ตสฺส ถุลฺลจฺจยํ สิยา. ปณฺฑเก ปณฺฑกสญฺญิโน อตฺตโน กาเยน ปณฺฑกสฺส กายํ ผุสโต ตสฺส ถุลฺลจฺจยํ สิยา. ยกฺขิเปตีสุ ยกฺขิเปติสญฺญิโน อตฺตโน กาเยน ตาสํ กายํ ผุสโต ตสฺส ถุลฺลจฺจยํ สิยาติ โยชนา. เอตฺถ ‘‘ปณฺฑกคฺคหเณน อุภโตพฺยญฺชนโกปิ คยฺหตี’’ติ วชิรพุทฺธิฏีกายํ วุตฺตํ. ‘‘อิตฺถิยา เวมติกสฺสาปิ ปณฺฑกาทิสญฺญิโนปิ อตฺตโน กาเยน อิตฺถิยา กายสมฺพทฺธํ ผุสโต ตสฺส ถุลฺลจฺจยํ สิยา’’ติ น โยเชตพฺพํ. กสฺมา? ตถา โยชนายํ ปาฬิยํ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ, น ถุลฺลจฺจยนฺติ อนิฏฺฐปฺปสงฺคโต.
‘‘ทุกฺกฏํ กายสํสคฺเค, ติรจฺฉานคติตฺถิยา’’ติ อิมินา วินีตวตฺถุมฺหิ อาคตนเย สงฺคหิเตปิ เตเนว นเยน ปณฺฑเก วิมติอิตฺถิสญฺญิตาทิอญฺญมติปกฺเข จ ปุริสติรจฺฉานคเตสุ ปุริสติรจฺฉานคตสญฺญิวิมติปณฺฑกาทิอญฺญมติปกฺเข จ อิติ อิเมสํ ติณฺณํ กายปฏิพทฺธามสนาทีสุ จ ปทภาชเน วุตฺตสพฺพทุกฺกฏาปตฺติโย อุปลกฺขิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
๓๔๒. อตฺตโน กาเยน ปฏิพทฺเธน อิตฺถิยา กาเยน ปฏิพทฺธํ ผุสนฺตสฺส ภิกฺขุโน ปน ทุกฺกฏนฺติ โยชนา. เอตฺถ ปิ-สทฺโท วุตฺตทุกฺกฏานํ สมุจฺจยตฺโถ. จ-สทฺเทน ปน อวุตฺตสมุจฺจยตฺเถน ‘‘นิสฺสคฺคิเยน กายํ อามสติ. นิสฺสคฺคิเยน กายปฏิพทฺธํ อามสติ. นิสฺสคฺคิเยน นิสฺสคฺคิยํ อามสติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๒๗๖) ปาฬิยํ อาคตทุกฺกฏานํ สงฺคโห เวทิตพฺโพ.
๓๔๓-๔. น เกวลํ ปทภาชนาคตอิตฺถิสรีราทิกเมว อนามาสํ, วินีตวตฺถูสุ ทารุธีตลิกวตฺถุอนุโลมโต โปตฺถลิกาทิอิตฺถิรูปกญฺจ นิสฺสคฺคิยวารานุโลมโต อสรีรฏฺฐํ มาตุคาเมหิ ปริภุตฺตวตฺถาภรณาทิญฺจ วิภงฺคกฺขนฺธกาทีสุ วุตฺตนยานุสาเรน อฏฺฐกถาคตํ อวเสสํ อนามาสวตฺถุญฺจ อามสนฺตสฺส อาปตฺตึ สงฺคเหตุมาห ‘‘อิตฺถีน’’นฺติอาทิ.
‘‘อิตฺถีนํ อิตฺถิรูปญฺจา’’ติ อิทํ ‘‘อิตฺถิกาย อิตฺถิธนํ (ปารา. ๓๔), สทฺธานํ สทฺธาปรายน’’นฺติอาทีสุ วิย โลกโวหารวเสน วุตฺตํ. อิตฺถีนํ ทารุโลหมยาทิกํ อิตฺถิรูปญฺจาติ โยชนา. อาทิ-สทฺเทน เหฏฺฐิมปริจฺเฉทโต มตฺติกาย, ปิฏฺเฐน วา กตํ มาตุคามรูปํ สงฺคณฺหาติ. มาตุคามรูปํ เยน เกนจิ ทินฺนํ สพฺพรตนมยํ วินา อวเสสํ สาทิยิตฺวา ภินฺทิตฺวา สมณสารุปฺปปริกฺขารํ การาเปตุํ, อผุสิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺเพ วา โยเชตุํ วฏฺฏติ.
‘‘วตฺถ’’นฺติ อิมินา นิวาสนปารุปนทฺวยมฺปิ สามญฺเญน คหิตํ. อิทญฺจ มาตุคาเมน ปริภุญฺชิตุํ ฐปิตมฺปิ อนามาสเมว, จีวรตฺถาย ทินฺนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา คณฺหิตุํ วฏฺฏติ. เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน ติณจุมฺพฏกํ, องฺคุลิยา ปณฺณมุทฺทิกํ อุปาทาย อลงฺการเมว. เอตฺถ จ วาลเกสวฏฺฏเกเสสุ ปเวสนกทนฺตสูจิอาทิ กปฺปิยภณฺฑํ ทิยฺยมานํ สมณสารุปฺปปริกฺขารตฺถาย คเหตพฺพํ.
ตตฺถชาตผลํ ขชฺชนฺติ รุกฺเข ฐิตํ ขาทิตพฺพํ ปนสนาฬิเกราทิผลญฺจ มนุสฺเสหิ ราสิกตํ ปริภุญฺชิตพฺพผลญฺจ ‘‘มนุสฺเสหิ ราสิกเตสุปิ เอเสว นโย’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๑) อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา อนามาสนฺติ อุปลกฺขณโต อิมินาว คเหตพฺพํ. อรญฺเญ รุกฺขโต ปติตํ ผลํ ‘‘อนุปสมฺปนฺนสฺส ทสฺสามี’’ติ คเหตุํ วฏฺฏติ. ‘‘มุคฺคาทึ ตตฺถชาตก’’นฺติ อุปลกฺขณปทตฺตา คจฺฉโต วิยุตฺตมฺปิ คเหตพฺพํ. มุคฺคาทินฺติ เอตฺถ ‘‘อปรณฺณ’’นฺติ ปาฐเสโส.
สพฺพานิ ธญฺญานีติ ‘‘สาลิ วีหิ ยโว กงฺคุ, กุทฺรูสวรกโคธุมา’’ติ วุตฺตานิ สตฺต ธญฺญานิ. เขตฺตมคฺเคน คจฺฉตา สาลิสีเส หตฺเถน อผุสนฺเตน คนฺตพฺพํ. สเจ มคฺโค สมฺพาโธ โหติ, สรีเร ธญฺญํ ผุสนฺเตปิ มคฺคตฺตา น โทโส. วีถิยํ, เคหงฺคเณ วา ธญฺเญสุ ปสาริเตสุ อปสกฺกิตฺวา เจ คนฺตุํ น สกฺกา, ‘‘มคฺคํ อธิฏฺฐาย คนฺตพฺพ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๑) อฏฺฐกถาวจนโต ‘‘อิมํ มคฺคํ คมิสฺสามี’’ติ คนฺตุํ วฏฺฏติ. ‘‘กุลเคเห ธญฺญมตฺถเก เจ อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ทินฺนํ โหติ, นิสีทิตุํ วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๑ อตฺถโต สมานํ) อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. ‘‘อาสนสาลายํ ธญฺเญ วิปฺปกิณฺเณ อนุกฺกมิตฺวา เอกมนฺเต ปีฐกํ ปญฺญาเปตฺวา นิสีทิตพฺพํ. สเจ มนุสฺสา ตสฺมึ ธญฺญมตฺถเก อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา เทนฺติ, นิสีทิตุํ วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๑ อตฺถโต สมานํ) อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา อตฺตนา ตตฺถ อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา นิสีทิตุํ น วฏฺฏติ.
๓๔๕. ธมนสงฺขาทึ สพฺพํ ปญฺจงฺคตุริยมฺปิ จาติ สมฺพนฺโธ. ธมนสงฺโข นาม สทฺทกรณสงฺโข. อาทิ-สทฺเทน วํสสิงฺคตาฬาทีนํ สงฺคโห. ปญฺจงฺคตุริยนฺติ อาตตํ, วิตตํ, อาตตวิตตํ, ฆนํ, สุสิรนฺติ ปญฺจงฺคสงฺขาตํ ตุริยํ. ตตฺถ อาตตํ นาม จมฺมปริโยนทฺเธสุ เภริอาทีสุ เอกโต อากฑฺฒิตฺวา โอนทฺธํ เอกตลตุริยํ. วิตตํ นาม อุภโต อากฑฺฒิตฺวา โอนทฺธํ อุภยตลตุริยํ. อาตตวิตตํ นาม อุภยโต จ มชฺฌโต จ สพฺพโต ปริโยนนฺธิตํ. ฆนํ สมฺมาทิ. สมฺมนฺติ ตาฬํ, ฆณฺฏากิงฺกณิอาทีนมฺปิ เอตฺเถว สงฺคโห. สุสิรนฺติ วํสาทิ.
อิธ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๑) กุรุนฺทฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยน เภริโปกฺขรญฺจ เภริตลจมฺมญฺจ วีณา จ วีณาโปกฺขรจมฺมญฺจ ทณฺโฑ จ อนามาสํ. ‘‘ปูชํ กตฺวา เจติยงฺคณาทีสุ ฐปิตเภริโย อจาเลนฺเตน อวเสสฏฺฐานํ สมฺมชฺชิตพฺพํ. กจวรฉฑฺฑนกาเล กจวรํ วิย คเหตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน ฐเปตพฺพ’’นฺติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. ตุริยภณฺเฑสุ ยํ กิญฺจิ อตฺตโน ทียมานํ ตํ ปริวตฺเตตฺวา กปฺปิยปริกฺขารํ คเหตุํ อธิวาเสตพฺพํ. โทณิ วา โปกฺขรํ วา ทนฺตกฏฺฐนิกฺขิปนตฺถาย, จมฺมญฺจ สตฺถโกสกรณตฺถาย คเหตพฺพํ.
รตนานิ จ สพฺพานีติ มุตฺตา มณิ เวฬุริโย สงฺโข สิลา ปวาฬํ รชตํ ชาตรูปํ โลหิตงฺโก มสารคลฺลนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๑) วุตฺตานิ สพฺพานิ รตนานิ จ. เอตฺถ จ วิทฺธา, อวิทฺธา วา สามุทฺทิกาที สพฺพาปิ มุตฺตา อนามาสา. ภณฺฑมูลตฺถญฺจ คณฺหิตุํ น วฏฺฏติ. อนฺตมโส ชาติผลิกํ อุปาทาย นีลปีตาทิเภโท สพฺโพปิ มณิ โธตวิทฺโธ อนามาโส. อาหตากาเรเนว ฐิโต อวิทฺธาโธโต มณิ ปตฺตาทิ ภณฺฑมูลตฺถํ อธิวาเสตุํ วฏฺฏตีติ วุตฺตํ. มหาปจฺจริยํ ปน ปฏิกฺขิตฺตํ. ปจิตฺวา กโต กาจมณิเยเวโก วฏฺฏติ. เวฬุริเย จ มณิสทิโสเยว วินิจฺฉโย.
ธมนสงฺโข ‘‘สพฺพํ ธมนสงฺขาทิ’’นฺติอาทิคาถาย ตุริเยสุ คหิโต. รตนขจิโต สงฺโข อนามาโส. ปานียสงฺโข โธโตปิ อโธโตปิ อามาโส. อวเสสสงฺโข ปน อญฺชนาทิเภสชฺชตฺถํ, ปตฺตาทิภณฺฑมูลภาเวน จ อธิวาเสตุํ วฏฺฏติ. สุวณฺเณน เอกโต วิลิยาเปตฺวา กตา มุคฺควณฺณา สิลา อนามาสา. เสสา สิลา ขุทฺทกนิสานาทิกมฺมตฺถํ อธิวาเสตุํ วฏฺฏติ. ‘‘ปวาฬํ โธตมโธตญฺจ วิทฺธมวิทฺธญฺจ สพฺพถา อนามาสํ, นาปิ อธิวาเสตพฺพ’’นฺติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตตฺตา ปวาฬปฏิมาเจติยานิ เจว โปตฺถเกสุ ปเวเสตพฺพอาณิยา มูเล, อคฺเคจ ปเวเสตพฺพํ ปทุมาทิอากาเรน กตํ วฏฺฏญฺจ น คเหตพฺพํ น ผุสิตพฺพํ.
พีชโต ปฏฺฐาย รชตํ, ชาตรูปญฺจ กตํ วา โหตุ อกตํ วา, สพฺพโส อนามาสํ, น จ สาทิตพฺพํ. อิมินา กตํ ปฏิมาทิกญฺจ อารกูฏโลหญฺจ อนามาสนฺติ วกฺขติ. กตากตสุวณฺณรชตานํ อสาทิยิตพฺพตาย อิธ อฏฺฐกถาย อาคตตฺตา อุตฺตเรน ราชปุตฺเตน กาเรตฺวา อาหฏํ สุวณฺณเจติยํ น วฏฺฏตีติ มหาปทุมตฺเถเรน ปฏิกฺขิตฺตนฺติ สุวณฺณปฏิมาเจติยโปตฺถกาวจฺฉาทกมณิปทุมวฏฺฏาทิ ยํ กิญฺจิ น สาทิตพฺพเมว, น จ อามสิตพฺพํ. เอเตน กตํ เสนาสโนปกรณํ ปน ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ธมฺมมณฺฑเป กตมฺปิ ปฏิชคฺคิตุํ วฏฺฏติ. โลหิตวณฺโณ มณิ, มสารคลฺลมณิ จ สพฺพถา อนามาโส, น จ อธิวาเสตพฺโพติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ.
๓๔๖. สพฺพมาวุธภณฺฑนฺติ ขคฺคาทิ สพฺพํ อาวุโธปกรณํ ปตฺตาทิกปฺปิยปริกฺขารมูลตฺถาย ทียมานํ สตฺถวาณิชาย อกาตพฺพตฺตา น คเหตพฺพํ, ‘‘อิมํ คณฺหถา’’ติ ทินฺนํ ภินฺทิตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ กตฺวา ‘‘ขุราทิกปฺปิยปริกฺขารํ กาเรสฺสามี’’ติ สาทิตุํ วฏฺฏติ. สงฺคามภูมิยํ มคฺเค ปติตขคฺคาทึ ทิสฺวา ปาสาเณน ภินฺทิตฺวา ‘‘ขุราทิกปฺปิยภณฺฑานิ กาเรสฺสามี’’ติ คณฺหิตุํ วฏฺฏติ. อุสุสตฺติอาทิกํ ผลโต ทณฺฑํ อปเนตฺวา กปฺปิยปริกฺขารการาปนตฺถาย คเหตพฺพํ.
ชิยาติ ธนุคุโณ. จ-กาเรน อิมิสฺสา คาถาย อวุตฺตํ องฺกุสโตมราทึ ปรหึ โสปกรณํ สงฺคณฺหาติ. ธนุทณฺฑโกติ ชิยาวิรหิโต ธนุทณฺฑโก. อิทํ ปรหึโสปกรณภณฺฑาทิกํ วิหาเร สมฺมชฺชิตพฺพฏฺฐาเน ฐปิตํ เจ, สามิกานํ วตฺวา เตหิ อคฺคหิตํ เจ, อจาเลนฺเตน สมฺมชฺชิตพฺพํ.
ชาลญฺจาติ มจฺฉชาลปกฺขิชาลาทิชาลญฺจ. ชาลํ ทียมานํ ฉตฺตเวฐนตฺถํ, อาสนเจติยาทิมตฺถเก พนฺธนาทิปโยชเน สติ ตทตฺถญฺจ คเหตพฺพํ. สรวารณํ นาม ผลกาทิกํ อญฺเญหิ อตฺตโน วิชฺฌนตฺถาย วิสฺสฏฺฐสรนิวารณํ วินาสโนปโรธการณํ โหตีติ ภณฺฑมูลตฺถํ สาทิตุํ วฏฺฏติ. ‘‘ทนฺตกฏฺฐาธารผลกาทิ ยทิจฺฉิตํ กโรมี’’ติ มุฏฺฐึ อปเนตฺวา คเหตุํ วฏฺฏติ.
๓๔๗. เจติยนฺติ เอตฺถ ‘‘สุวณฺณเจติย’’นฺติ อิทํ ‘‘สุวณฺณปฏิพิมฺพาที’’ติ อนนฺตรํ วุตฺตตฺตา ลพฺภติ. สุวณฺณคฺคหณญฺจุปลกฺขณนฺติ รชตมยญฺจ คเหตพฺพํ. อารกูฏกนฺติ สุวณฺณวณฺณํ โลหวิเสสมาห. ‘‘อนามาส’’นฺติ อิทํ ‘‘อสมฺปฏิจฺฉิยํ วา’’ติ เอตสฺส อุปลกฺขณํ.
๓๔๘. สพฺพํ วาทิตมิติ สมฺพนฺโธ. โอนหิตุนฺติ จมฺมวรตฺตตนฺตีหิ พนฺธิตุํ. โอนหาเปตุนฺติ ตเถว อญฺเญหิ การาเปตุํ. วาทาเปตุนฺติ อญฺเญหิ วาทาเปตุํ. วาเทตุนฺติ อตฺตนา วาเทตุํ. วาทิตนฺติ วาทนียํ ยถา ‘‘กรณียํ การิต’’นฺติ, วาทนารหํ ตุริยภณฺฑนฺติ อตฺโถ. อิทญฺจ โอนหนาทิกิริยาย กมฺมํ.
๓๔๙. อุปหารํ กริสฺสามาติ ปูชํ กริสฺสาม. อิติ อนุมติคฺคหณตฺถาย. วตฺตพฺพาติ เต วตฺตาโร วตฺตพฺพาติ โยชนา.
๓๕๐-๑. ธุตฺติยา อิตฺถิยาติ วิปนฺนาจาราย โลฬิตฺถิยา. สยํ ผุสิยมานสฺสาติ ภิกฺขุโน ปโยคํ วินา อิตฺถิยา อตฺตนาว ผุสิยมานสฺส. กาเยน อวายมิตฺวาติ ตสฺสา สรีรสมฺผสฺสานุภวนตฺถํ อตฺตโน กายํ อจาเลตฺวา. ผสฺสํ ปฏิวิชานโตติ ผสฺสํ อนุภวนฺตสฺส.
อสญฺจิจฺจาติ เอตฺถ ‘‘ผุสเน’’ติ ปาฐเสโส, ‘‘อิมินา อุปาเยน อิมํ ผุสามี’’ติ อเจเตตฺวา. กึ วุตฺตํ โหติ? ‘‘อิมินา ปตฺตปฏิคฺคหณาทินา อุปาเยน เอติสฺสา สรีรสมฺผสฺสํ อนุภวิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา ปตฺตถาลกตฏฺฏกปณฺณปุฏเภสชฺชาทึ ปฏิคฺคณฺหาเปนฺติยา หตฺเถ อตฺตโน หตฺเถน ผุสนาทีสุ อนาปตฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อสฺสติยา’’ติ อิทํ ปน อิมินาว สงฺคหิตตฺตา อิธ วิสุํ น วุตฺตํ, มาตุคามสฺส สรีเร ผุสนภาวํ อชานิตฺวา อญฺญวิหิโต หุตฺวา สตึ อนุปฏฺฐเปตฺวา หตฺถปาทปสารณาทีสุ ผุสนฺตสฺสาติ อตฺโถ.
อชานนฺตสฺสาติ ทารกาการํ ทาริกํ ‘‘มาตุคาโม’’ติ อชานิตฺวา เกนจิ กรณีเยน ผุสนฺตสฺส. โมกฺขาธิปฺปายิโน จาติ ‘‘โมกฺขาธิปฺปาโย กาเยน วายมติ, ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ, อนาปตฺติ. โมกฺขาธิปฺปาโย กาเยน วายมติ, น จ ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ, อนาปตฺติ. โมกฺขาธิปฺปาโย น จ กาเยน วายมติ, ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ, อนาปตฺติ. โมกฺขาธิปฺปาโย น จ กาเยน วายมติ, น จ ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ, อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๒๗๙) วุตฺตโมกฺขาธิปฺปายวโต จตุพฺพิธสฺส ปุคฺคลสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อนาปตฺตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ.
อิเมสุ โย มาตุคาเมน อาลิงฺคนาทิปโยเคน อชฺโฌตฺถรยมาโน ตํ อตฺตโน สรีรโต อปเนตฺวา มุญฺจิตุกาโม หตฺถจาเลน, มุฏฺฐิอาทีหิ วา ปฏิปณามนํ, ปหรณาทิกญฺจ ปโยคํ กโรติ, อยํ ปฐโม ปุคฺคโล. อตฺตานมชฺโฌตฺถริตุํ อาคจฺฉนฺตึ อิตฺถึ ทิสฺวา ปหรณาการาทิสพฺพปโยคํ ทสฺเสตฺวา ตาเสตฺวา อตฺตโน สรีรํ ผุสิตุํ อเทนฺโต ทุติโย. อิตฺถิยา อชฺโฌตฺถริตฺวา อาลิงฺคิโต โจปนรหิตํ มํ ‘‘อนตฺถิโก’’ติ มนฺตฺวา ‘‘สยเมว ปลายิสฺสตี’’ติ, ‘‘อโจปนเมว โมกฺโขปาโย’’ติ ญตฺวา นิจฺจโลว หุตฺวา ผสฺสํ ปฏิวิชานนฺโต ตติโย. อตฺตานํ อชฺโฌตฺถริตุมาคจฺฉนฺตึ อิตฺถึ ทิสฺวา ทุติโย วิย ตาเสตุํ กายปฺปโยคํ อกตฺวา ‘‘อคเต ปาเตสฺสามิ, ปหริตฺวา ตาเสสฺสามี’’ติ วา จินฺเตตฺวา นิจฺจโลว หุตฺวา ติฏฺฐนฺโต จตุตฺโถติ เวทิตพฺโพ.
๓๕๒. ปฐเมนาติ เอตฺถ ‘‘ปาราชิเกนา’’ติ ปาฐเสโส, กายจิตฺตสมุฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ โหติ. อิธ จิตฺตํ นาม กายสํสคฺคราคสมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ, สุกฺกวิสฺสฏฺฐิมฺหิ โมเจตุกามตาย สมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ.
กายสํสคฺคกถาวณฺณนา.
๓๕๓-๔. ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาเทนาติ ทุฏฺฐุ กุจฺฉิตภาวํ อุลติ คจฺฉตีติ ทุฏฺฐุลฺลา, ทุฏฺฐุลฺลา จ สา วาจา จาติ ทุฏฺฐุลฺลวาจา, วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺเค เมถุนธมฺมปฏิสํยุตฺตา วาจา, ยถาห ‘‘ทุฏฺฐุลฺลา นาม วาจา วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคเมถุนธมฺมปฏิสํยุตฺตา วาจา’’ติ (ปารา. ๒๘๕), ทุฏฺฐุลฺลวาจาย อสฺสาโท ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาโท, ตถาปวตฺตวจีวิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกจิตฺตสมฺปยุตฺตา เจตนา, เตน สมฺปยุตฺโต ราโค อิธ สหจริเยน ‘‘ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาโท’’ติ วุตฺโต, เตน, ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาทสมฺปยุตฺเตน ราเคนาติ อตฺโถ. อิมินา ‘‘โอภาสนฺตสฺสา’’ติ วกฺขมานโอภาสนสฺส เหตุ ทสฺสิโต.
อิตฺถิยา อิตฺถิสญฺญิโน ภิกฺขุโนติ โยชนา. อิตฺถิยา อิตฺถิสญฺญิโนติ ‘‘มาตุคาโม นาม มนุสฺสิตฺถี, น ยกฺขี, น เปตี, น ติรจฺฉานคตา, วิญฺญู ปฏิพลา สุภาสิตทุพฺภาสิตํ ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาชานิตุ’’นฺติ ปทภาชเน นิทฺทิฏฺฐสรูปาย สุภาสิตทุพฺภาสิตํ ชานนฺติยา มนุสฺสิตฺถิยา อิตฺถิสญฺญิโน ภิกฺขุโนติ อตฺโถ. ‘‘ทฺวินฺนํ มคฺคาน’’นฺติ เอตสฺส สมฺพนฺธีวเสน ‘‘อิตฺถิยา’’ติ อิทํ สามิวเสน โยเชตพฺพํ, ยถาวุตฺตสรูปสฺส มาตุคามสฺส วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคนฺติ อตฺโถ. วณฺณาวณฺณวเสน จาติ ‘‘วณฺณํ ภณติ นาม เทฺว มคฺเค โถเมติ วณฺเณติ ปสํสติ. อวณฺณํ ภณติ นาม เทฺว มคฺเค ขุํเสติ วมฺเภติ ครหตี’’ติ นิทฺเทเส วุตฺตนเยน อุโภ มคฺเค อุทฺทิสฺส โถมนครหณวเสนาติ วุตฺตํ โหติ.
เมถุนสฺส ยาจนาทโย เมถุนยาจนาทโย, เตหิ เมถุนยาจนาทีหิ, ‘‘ยาจติปิ อายาจติปิ ปุจฺฉติปิ ปฏิปุจฺฉติปิ อาจิกฺขติปิ อนุสาสติปิ อกฺโกสติปี’’ติ (ปารา. ๒๘๕) อุทฺเทเส วุตฺตเมถุนยาจนาทิวเสนาติ วุตฺตํ โหติ. อิเมหิ ทฺวีหิ ‘‘โอภาสนฺตสฺสา’’ติ วุตฺตโอภาสนา ทสฺสิตา. โอภาสนฺตสฺสาติ อุทฺเทสยนฺตสฺส, ปกาเสนฺตสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘วิญฺญุ’’นฺติ อิมินา โอภาสนกิริยาย กมฺมมาห, อิมินา วิเสสิตพฺพํ ‘‘มนุสฺสิตฺถิ’’นฺติ อิทํ ปกรณโต ลพฺภติ, ยถาทสฺสิตปทภาชนาคตสรูปํ วิญฺญุํ ปฏิพลํ มนุสฺสิตฺถินฺติ วุตฺตํ โหติ. อนฺตมโส หตฺถมุทฺทายปีติ โอภาสเน อนฺติมปริจฺเฉททสฺสนํ. ทุฏฺฐุลฺลวจนสฺสาทภาเว สติ โย วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคปฏิพทฺธํ คุณโทสํ วา เมถุนธมฺมยาจนาทิวเสน วา ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ ชานนฺตึ มนุสฺสิตฺถึ เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน หตฺถมุทฺทายปิ วเทยฺยาติ อตฺโถ.
อิมสฺมึ คาถาทฺวเย ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาเทน อิตฺถิยา อิตฺถิสญฺญิโน วิญฺญุํ ตํ อิตฺถึ ทฺวินฺนํ มคฺคานํ วณฺณวเสน อนฺตมโส หตฺถมุทฺทายปิ โอภาสนฺตสฺส ภิกฺขุโน ครุกํ สิยาติ เอกํ วากฺยํ, ตถา ‘‘ทฺวินฺนํ มคฺคานํ อวณฺณวเสนา’’ติ อิมินา จ ‘‘เมถุนยาจนาทีหี’’ติ อิมินา จ โยชนาย วากฺยทฺวยนฺติ เอวํ โยชนาวเสน ตีณิ วากฺยานิ โหนฺติ.
ตตฺถ ปฐมวาเกฺย วณฺณวจเนน สงฺคหิตํ โถมนาทิกถํ กเถนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส โหติ. ‘‘อิตฺถิลกฺขเณน สุภลกฺขเณน สมนฺนาคตาสี’’ติ เอตฺตกเมว โถมนตฺถํ วทโต สงฺฆาทิเสโส น โหติ, ‘‘ตว วจฺจมคฺโค จ ปสฺสาวมคฺโค จ อีทิโส สุโภ สุสณฺฐาโน, เตน นาม อีทิเสน อิตฺถิลกฺขเณน สุภลกฺขเณน สมนฺนาคตาสี’’ติ วทนฺตสฺส โหติ. ‘‘วณฺเณติ, ปสํสตี’’ติ ปททฺวยญฺจ ‘‘โถเมตี’’ติ ปทสฺส ปริยาโย.
ทุติยวาเกฺย อวณฺณปทสงฺคหิตํ ขุํสนาทิตฺตเย ขุํสนํ นาม ปโตโทปเมหิ ผรุสวจเนหิ ตุทนํ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘ขุํเสตีติ วาจาปโตเทน ฆฏฺเฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๕). ปตุชฺชเตเนนาติ ‘‘ปโตโท’’ติอคจฺฉนฺเต อสฺสาทโย ปวตฺเตตุํ วิชฺฌนกปาจนทณฺโฑ วุจฺจติ. วมฺภนํ นาม อปสาทนํ. อปสาทนํ นาม คุณโต ปริหาปนํ. ยถาห ‘‘วมฺเภตีติ อปสาเทตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๕). ครหา นาม โทสาโรปนํ. ยถาห ‘‘ครหตีติ โทสํ เทตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๕). อิมํ ขุํสนาทิปฏิสํยุตฺตวจนํ วกฺขมาเนสุ ‘‘สิขรณีสิ, สมฺภินฺนาสิ, อุภโตพฺยญฺชนาสี’’ติ อิเมสุ ตีสุ ปเทสุ อญฺญตเรน โยเชตฺวา กเถนฺตสฺเสว สงฺฆาทิเสโส, น อิตรสฺส.
ตติยวาเกฺย เมถุนยาจนาทิวจเนหิ สงฺคหิตํ อายาจนาทึ กโรนฺตสฺสาปิ สงฺฆาทิเสโส. ‘‘ยาจติ นาม เทหิ เม อรหสิ เม ทาตุ’’นฺติอาทินา (ปารา. ๒๘๕) นเยน เอเกกํ ปทํ ‘‘เทหิ เม เมถุนํ ธมฺม’’นฺติอาทิวเสน เมถุนธมฺมปเทน สห ฆเฏตฺวา เมถุนธมฺมํ ยาจนฺตสฺเสว โหติ.
‘‘กทา เต มาตา ปสีทิสฺสติ, กทา เต ปิตา ปสีทิสฺสติ, กทา เต เทวตาโย ปสีทิสฺสนฺติ, กทา เต สุขโณ สุลโย สุมุหุตฺโต ภวิสฺสตี’’ติอาทิอายาจนปทนิทฺเทเส เอเกกํ ปทํ ตตฺเถว โอสาเน วุตฺเตน ‘‘กทา เต เมถุนํ ธมฺมํ ลภิสฺสามี’’ติ ปเทน ฆเฏตฺวา เมถุนํ ยาจนฺตสฺเสว โหติ.
‘‘กถํ ตฺวํ สามิกสฺส เทสิ, กถํ ชารสฺส เทสี’’ติ (ปารา. ๒๘๕) ปุจฺฉานิทฺเทสวจเนสุ จ อญฺญตรํ เมถุนธมฺมปเทน ฆเฏตฺวา ปุจฺฉนฺตสฺเสว โหติ.
‘‘เอวํ กิร ตฺวํ สามิกสฺส เทสิ, เอวํ ชารสฺส เทสี’’ติ (ปารา. ๒๘๕) ปฏิปุจฺฉานิทฺเทสวจเนสุ อญฺญตรํ เมถุนธมฺมปเทน ฆเฏตฺวา วิเสเสตฺวา ปฏิปุจฺฉนฺตสฺเสว โหติ.
‘‘กถํ ททมานา สามิกสฺส ปิยา โหตี’’ติ ปุจฺฉโต มาตุคามสฺส ‘‘เอวํ เทหิ, เอวํ เทนฺตี สามิกสฺส ปิยา ภวิสฺสติ มนาปา จา’’ติ อาณตฺติวจเน, อนุสาสนิวจเน จ เอเสว นโย.
๓๕๕. อกฺโกสนิทฺเทสาคเตสุ ‘‘อนิมิตฺตาสิ นิมิตฺตมตฺตาสิ อโลหิตาสิ ธุวโลหิตาสิ ธุวโจฬาสิ ปคฺฆรนฺตีสิ สิขรณีสิ อิตฺถิปณฺฑกาสิ เวปุริสิกาสิ สมฺภินฺนาสิ อุภโตพฺยญฺชนาสี’’ติ เอกาทสสุ ปเทสุ ‘‘สิขรณีสิ สมฺภินฺนาสิ อุภโตพฺยญฺชนาสี’’ติ ปทตฺตยํ ปจฺเจกํ อาปตฺติกรํ, อิมินา ปทตฺตเยน สห ปุพฺเพ วุตฺตานิ วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคเมถุนธมฺมปทานิ ตีณิ จาติ ฉปฺปทานํ ปจฺเจกํ อาปตฺติกรตฺตา อิโต ปรานิ อนิมิตฺตาทีนิ อฏฺฐ ปทานิ ‘‘อนิมิตฺตาสิ เมถุนธมฺมํ เทหี’’ติอาทินา นเยน เมถุนธมฺมปเทน สห ฆเฏตฺวา วุตฺตาเนว อาปตฺติกรานีติ เวทิตพฺพานิ, ‘‘เมถุนยาจนาทีหี’’ติ เอตฺถ อาทิ-สทฺทสงฺคหิเตสุ ‘‘อนิมิตฺตาสี’’ติอาทีสุ เอกาทสสุ อกฺโกสปเทสุ อนฺโตคธตฺเตปิ เกวลํ อาปตฺติกรตฺตา ครุตรํ ปทตฺตยํ วิสุํ สงฺคเหตพฺพนฺติ ญาเปตุมาห ‘‘สิขรณีสี’’ติอาทิ.
สิขรณีสีติ เอตฺถ ‘‘สิขรณี อสี’’ติ ปทจฺเฉโท. ‘‘อสี’’ติ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ. ตุ-สทฺโท เกวลยุตฺตมฺปิ อาปตฺติกรํ โหตีติ วิเสสํ โชเตติ. เกวเลนาปิ อกฺโกสวจเนนาติ โยชนา. สิขรณีสีติ พหิ นิกฺขนฺตอาณิมํสา ภวสิ. สมฺภินฺนาสีติ มิสฺสีภูตวจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคา. อุภโตพฺยญฺชนาสีติ อิตฺถินิมิตฺเตน, ปุริสนิมิตฺเตน จาติ อุภโตพฺยญฺชเนหิ สมนฺนาคตา. ‘‘อยํ อิตฺถี, อยํ ปุริโส’’ติ พฺยญฺชยตีติ พฺยญฺชนํ, มุตฺตกรณานิ. สุณนฺติยาติ เอตฺถ ‘‘วิญฺญุมนุสฺสิตฺถิยา’’ติ อธิการโต ลพฺภติ, อิมินา อกฺโกสิตพฺพวตฺถุ ทสฺสิตํ โหติ. ภาสิตํ สุณนฺติยา สุภาสิตทุพฺภาสิตํ ชานนฺติยา มนุสฺสิตฺถิยา วิสเย ปวตฺตอกฺโกสวจเนน สงฺฆาทิเสโส โหตีติ อตฺโถ.
๓๕๖. ปุนปฺปุนํ โอภาสนฺตสฺส วาจานํ คณนาย ครุกา สิยุนฺติ โยชนา. เอตฺถ ‘‘เอกํ อิตฺถิ’’นฺติ อชฺฌาหริตพฺพํ. เอกวาจาย พหู โอภาสนฺตสฺส จ อิตฺถีนํ คณนาย ครุกา สิยุนฺติ โยชนา. เอตฺถาปิ ‘‘อิตฺถิโยปี’’ติ ลพฺภติ.
๓๕๗. สา เจ นปฺปฏิชานาตีติ เอตฺถ ‘‘ยํ สุณนฺตึ มนุสฺสิตฺถึ ทฺวินฺนํ มคฺคานํ วณฺณาวณฺณวเสน โอภาสติ, สา เจ น ปฏิชานาตี’’ติ สามตฺถิยา ลพฺภมานํ อาทาย โยเชตพฺพํ. อตฺตโน ภาสิตํ ทุฏฺฐุลฺลํ วุตฺตสมนนฺตรเมว อตฺถวเสน สเจ น ชานาตีติ อตฺโถ. ตสฺสาติ ตสฺส ทุฏฺฐุลฺลภาสิตภิกฺขุสฺส. อุพฺภชาณุํ, อธกฺขกํ วา อาทิสฺส ภณเน จาปิ ตสฺส ถุลฺลจฺจยํ สิยาติ โยชนา. ภณเนติ ทฺวินฺนํ มคฺคานํ วณฺณาทิกถเน, ‘‘ภณโต’’ติปิ ลิขนฺติ, ภณนฺตสฺส, ภณนเหตูติ อตฺโถ. เหตุมฺหิ อยมนฺตปจฺจโย ‘‘อสมฺพุธ’’นฺติอาทีสุ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.คนฺถารมฺภกถา) วิย. อุพฺภชาณุนฺติ ชาณุโต อุทฺธํ. อกฺเขกนฺติ อกฺขกโต เหฏฺฐา.
๓๕๘. อุพฺภกฺขกนฺติ อกฺขกโต อุทฺธํ. อโธชาณุมณฺฑลนฺติ ชาณุมณฺฑลโต อโธ. อุทฺทิสนฺติ อุทฺทิสฺส. ‘‘อุทฺทิสฺสุพฺภกฺขํ วา ตถา, อโธชาณุมณฺฑล’’นฺติ จ ลิขนฺติ, โส ปาโฐ สุนฺทโร. วณฺณาทิภณเน ทุกฺกฏนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘วิญฺญุมนุสฺสิตฺถิยา’’ติ อธิการโต ลพฺภติ. กายปฏิพทฺเธ วณฺณาทิภณเน ทุกฺกฏนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคา สงฺฆาทิเสสกฺเขตฺตํ, อธกฺขกํ อุพฺภชาณุมณฺฑลํ ถุลฺลจฺจยกฺเขตฺตํ, อุทฺธกฺขกํ อโธชาณุมณฺฑลํ ทุกฺกฏกฺเขตฺตนฺติ อิเมสุ ตีสุ เขตฺเตสุ อกฺขกญฺเจว ชาณุมณฺฑลญฺจ ถุลฺลจฺจยทุกฺกฏานํ ทฺวินฺนํ อวธิภูตํ กตฺถ สงฺคยฺหตีติ? ทุกฺกฏกฺเขตฺเตเยว สงฺคยฺหติ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘อกฺขกํ, ปน ชาณุมณฺฑลญฺจ เอตฺเถว ทุกฺกฏกฺเขตฺเต สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๖).
๓๕๙. ปณฺฑเก ยกฺขิเปตีสุ ทฺวินฺนํ มคฺคานํ วณฺณาทิภณเน ตสฺส ภณนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยํ ภเวติ อธิการวเสน อาคตปเทหิ สห โยเชตพฺพํ. ปณฺฑกาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน ยกฺขิเปตีนํ คหณํ.
๓๖๐. อุพฺภกฺขก…เป… อยํ นโยติ ‘‘ปณฺฑกาทีสู’’ติ อิมินา โยเชตพฺพํ. อยํ นโยติ ‘‘ทุกฺกฏเมว โหตี’’ติ วุตฺโต นโย. สพฺพตฺถาติ สงฺฆาทิเสสถุลฺลจฺจยทุกฺกฏกฺเขตฺตวเสน สพฺเพสุ เขตฺเตสุ.
๓๖๑. อตฺถปุเรกฺขาโร หุตฺวา โอภาสโตปิ อนาปตฺตีติ โยชนา. มาตุคามานํ ‘‘อนิมิตฺตาสี’’ติอาทีสุ ปเทสุ อตฺถกถนํ ปุเรกฺขตฺวา ‘‘อนิมิตฺตาสี’’ติอาทิปทํ ภณนฺตสฺส วา มาตุคาเมหิ สห อฏฺฐกถํ สชฺฌายนฺตานํ วา อนาปตฺตีติ อตฺโถ. ธมฺมปุเรกฺขาโร หุตฺวา โอภาสโต อนาปตฺตีติ โยชนา. ปาฬิธมฺมํ วาเจนฺตสฺส วา ตาสํ สุณนฺตีนํ สชฺฌายนํ วา ปุเรกฺขตฺวา ‘‘อนิมิตฺตาสี’’ติอาทีสุ ปเทสุ ยํ กิญฺจิ ปพฺพชิตสฺส วา อิตรสฺส วา มาตุคามสฺส กเถนฺตสฺส อนาปตฺตีติ. ปุเรกฺขตฺวานุสาสนินฺติ ‘‘อิทานิ อนิมิตฺตาสิ…เป… อุภโตพฺยญฺชนาสิ, อปฺปมาทํ ทานิ กเรยฺยาสิ, ยถา อายติมฺปิ เอวรูปา นาโหสี’’ติ อนุสาสนึ ปุเรกฺขตฺวา.
๓๖๒. อุมฺมตฺตกาทีนนฺติ ปิตฺตุมฺมตฺตกยกฺขุมฺมตฺตกวเสน ทฺวินฺนํ อุมฺมตฺตกานญฺจ อาทิ-สทฺทสงฺคหิตสฺส อิมสฺมึ อาทิกมฺมิกสฺส อุทายิตฺเถรสฺส จ อนาปตฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อิทํ สิกฺขาปทํ ติสมุฏฺฐานํ กายจิตฺตโต จ วาจาจิตฺตโต จ กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ. กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺต’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๗) อฏฺฐกถายํ วุตฺตปกิณฺณกวินิจฺฉยํ ทสฺเสติ ‘‘สมุฏฺฐานาทโย…เป… ตุลฺยาวา’’ติ. เวทนาย อทินฺนาทาเนน อสมตฺตา ‘‘เวทเนตฺถ ทฺวิธา มตา’’ติ อาห, สุโขเปกฺขาเวทนาวเสน ทฺวิธา มตาติ อตฺโถ.
ทุฏฺฐุลฺลวาจากถาวณฺณนา.
๓๖๓. กามปาริจริยายาติ เมถุนธมฺมสงฺขาเตน กาเมน ปาริจริยาย, เมถุนธมฺเมน ปาริจริยายาติ อตฺโถ. อถ วา กามิตา ปตฺถิตาติ กามา, เมถุนราควเสน ปตฺถิตาติ อตฺโถ, กามา จ สา ปาริจริยา จาติ กามปาริจริยา, ตสฺสา กามปาริจริยายาติปิ คเหตพฺพํ, เมถุนราคจิตฺเตน อภิปตฺถิตปาริจริยายาติอตฺโถ. ‘‘วณฺณํ ภาสโต’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ, ‘‘เอตทคฺคํ ภคินิ ปาริจริยานํ ยา มาทิสํ สีลวนฺตํ กลฺยาณธมฺมํ พฺรหฺมจารึ เอเตน ธมฺเมน ปริจเรยฺยา’’ติ อตฺตโน เมถุนธมฺเมน ปาริจริยาย คุณํ อานิสํสํ กเถนฺตสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺมึเยว ขเณติ ตสฺมึ ภณิตกฺขเณเยว. สา เจ ชานาตีติ ยํ อุทฺทิสฺส อภาสิ, สเจ สา วจนสมนนฺตรเมว ชานาติ.
๓๖๔. สา มนุสฺสิตฺถี โน ชานาติ เจ, ตสฺส ถุลฺลจฺจยนฺติ สมฺพนฺโธ. ยกฺขิเปติเทวีสุ ชานนฺตีสุ, ปณฺฑเก จ ชานนฺเต อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ ภาสโต ตสฺส ภิกฺขุโน ถุลฺลจฺจยํ โหตีติ โยชนา. เสเสติ ปุริสติรจฺฉานคตวิสเย, ยกฺขิอาทีนํ อชานนวิสเย จ อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ ภาสโต ตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏํ โหตีติ โยชนา.
๓๖๕. จีวราทีหีติ จีวรปิณฺฑปาตาทีหิ. วตฺถุกาเมหีติ ตณฺหาย วตฺถุภาเวน วตฺถู จ กามิตตฺตา กามาติ จ สงฺขาเตหิ ปจฺจเยหิ.
๓๖๖. ราโค เอว ราคตา. ‘‘ราคิตา’’ติ วา ปาโฐ, ราโค อสฺส อตฺถีติ ราคี, ตสฺส ภาโว ราคิตา, อตฺตกามปาริจริยาย ราโคติ อตฺโถ. โอภาโสติ อตฺตกามปาริจริยาย คุณภณนํ. เตน ราเคนาติ กามปาริจริยาย ราเคน. ขเณ ตสฺมินฺติ ภณิตกฺขเณ. วิชานนนฺติ ยํ มนุสฺสิตฺถึ อุทฺทิสฺส อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ ภณติ, ตาย ตสฺส วจนตฺถสฺส วิชานนนฺติ วุตฺตํ โหติ.
๓๖๗. ปญฺจงฺคานีติ มนุสฺสิตฺถิตา, ตํสญฺญิตา, ปาริจริยาย ราคิตา, เตน ราเคน โอภาสนํ, ขเณ ตสฺมึ วิชานนนฺติ อิมานิ เอตฺถ อตฺตกามปาริจริยสิกฺขาปเท ปญฺจ องฺคานิ, ปญฺจ อาปตฺติการณานีติ อตฺโถ. อสฺสาติ อตฺตกามปาริจริยสิกฺขาปทสฺส.
อตฺตกามปาริจริยกถาวณฺณนา.
๓๖๘. ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติอาทิกิริยาตฺตโยปาทานสามตฺถิเยน ติกฺขตฺตุํ ปฏิปาทนกํ ‘‘โย ภิกฺขู’’ติ จ ‘‘ครุ โหตี’’ติ ปทสามตฺถิเยน ‘‘ตสฺสา’’ติ จ ลพฺภมานตฺตา ติวิเธหิ สห ‘‘โย ภิกฺขุ ปุริสสฺส สนฺเทสํ ปฏิคฺคณฺหาติ, วีมํสติ ปจฺจาหรติ เจ, ตสฺส ครุ โหตี’’ติ เอกํ วากฺยํ โหติ. เอวํ ‘‘อิตฺถิยาปิ วา’’ติ อิมินา โยชนายปิ เอกํ วากฺยํ โหตีติ อิมิสฺสา คาถาย วากฺยทฺวยํ ยุชฺชติ.
อิธ สนฺเทสกฺกมญฺจ โยชนากฺกมญฺจ ชานนตฺถํ ปฐมํ ตาว อิตฺถีนญฺจ ภริยานญฺจ ปเภโท จ สรูปญฺจ วิภาวียติ – เตสุ อิตฺถิโย ทสวิธา โหนฺติ. ยถาห ปทภาชเน ‘‘ทส อิตฺถิโย มาตุรกฺขิตา ปิตุรกฺขิตา มาตาปิตุรกฺขิตา ภาตุรกฺขิตา ภคินิรกฺขิตา ญาติรกฺขิตา โคตฺตรกฺขิตา ธมฺมรกฺขิตา สารกฺขา สปริทณฺฑา’’ติ. ภริยา จ ทสวิธา โหนฺติ. ยถาห ปทภาชเน ‘‘ทส ภริยาโย ธนกฺกีตา ฉนฺทวาสินี โภควาสินี โอทปตฺตกินี โอภฏจุมฺพฏา ทาสี จ ภริยา จ กมฺมการี จ ภริยา จ ธชาหฏา มุหุตฺติกา’’ติ (ปารา. ๓๐๓). อิมาสํ ปเภโท จ สรูปานิ จ สงฺเขปโต เอวํ เวทิตพฺพานิ –
ปุริเสหิ สห ยถา สํวาสํ น กโรติ, เอวํ มาตรา รกฺขิตา มาตุรกฺขิตา. ยถาห ‘‘มาตุรกฺขิตา นาม มาตา รกฺขติ โคเปติ อิสฺสริยํ กาเรติ วสํ วตฺเตตี’’ติ. ปิตุรกฺขิตาทีสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ ยสฺมึ โกณฺฑญฺญาทิโคตฺเต ชาตา, ตสฺมึเยว โคตฺเต ชาเตหิ รกฺขิตา โคตฺตรกฺขิตา. ยถาห ‘‘โคตฺตรกฺขิตา นาม สโคตฺตา รกฺขนฺตี’’ติอาทิ. เอกํ สตฺถารํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิเตหิ วา เอกคณปริยาปนฺเนหิ วา รกฺขิตา ธมฺมรกฺขิตา นาม. ยถาห ‘‘ธมฺมรกฺขิตา นาม สหธมฺมิกา รกฺขนฺตี’’ติอาทิ (ปารา. ๓๐๔). สารกฺขา นาม ‘‘คพฺเภปิ ปริคฺคหิตา โหติ ‘มยฺหํ เอสา’ติ อนฺตมโส มาลาคุฬปริกฺขิตฺตาปี’’ติ ปาฬิยํ วุตฺตสรูปา. สปริทณฺฑา นาม ‘‘เกหิจิ ทณฺโฑ ฐปิโต โหติ ‘โย อิตฺถนฺนามํ อิตฺถึ คจฺฉติ, ตสฺส เอตฺตโก ทณฺโฑ’’ติ วุตฺตสรูปาติ อยํ ทสนฺนํ อิตฺถีนํ สรูปสงฺเขโป. อิมาสุ ทสสุ สารกฺขสปริทณฺฑานํ ทฺวินฺนํ ปรปุริสเสวายํ มิจฺฉาจาโร โหติ, อิตราสํ น โหติ. อิมา ทสปิ ปญฺจสีลํ รกฺขนฺเตหิ อคมนียา.
ทสสุ ภริยาสุ ‘‘ธนกฺกีตา นาม ธเนน กิณิตฺวา วาเสตี’’ติ วุตฺตตฺตา ภริยภาวาย อปฺปกํ วา พหุํ วา ธนํ ทตฺวา คหิตา ธนกฺกีตา นาม. ‘‘ฉนฺทวาสินี นาม ปิโย ปิยํ วาเสตี’’ติ วุตฺตตฺตา อตฺตรุจิยา สํวสิเตน ปุริเสน สมฺปฏิจฺฉิตา ฉนฺทวาสินี นาม. ‘‘โภควาสินี นาม โภคํ ทตฺวา วาเสตี’’ติ วุตฺตตฺตา อุทุกฺขลมุสลาทิเคโหปกรณํ ลภิตฺวา ภริยภาวํ คจฺฉนฺตี ชนปทิตฺถี โภควาสินี นาม. ‘‘ปฏวาสินี นาม ปฏํ ทตฺวา วาเสตี’’ติ วุตฺตตฺตา นิวาสนมตฺตํ วา ปารุปนมตฺตํ วา ลทฺธา ภริยภาวํ คจฺฉนฺตี ทลิทฺทิตฺถี ปฏวาสินี นาม. โอทปตฺตกินี นาม ‘‘อุทกปตฺตํ อามสิตฺวา วาเสตี’’ติ (ปารา. ๓๐๔) วุตฺตตฺตา ‘‘อิทํ อุทกํ วิย สํสฏฺฐา อเภชฺชา โหถา’’ติ วตฺวา เอกสฺมึ อุทกปตฺเต ปุริเสน สทฺธึ หตฺถํ โอตาเรตฺวา ภริยภาวํ นีโต มาตุคาโม วุจฺจติ. ‘‘โอภฏจุมฺพฏา นาม จุมฺพฏํ โอโรเปตฺวา วาเสตี’’ติ (ปารา. ๓๐๔) วุตฺตตฺตา สีสโต จุมฺพฏํ โอโรเปตฺวา ภริยภาวมุปนีตา กฏฺฐหาริกาทิอิตฺถี โอภฏจุมฺพฏา นาม. ทาสี จ ภริยา จ นาม ‘‘ทาสี เจว โหติ ภริยา จา’’ติ (ปารา. ๓๐๔) วุตฺตตฺตา ภริยํ กตฺวา วาสิตา ‘‘ตสฺเสว ทาสี จ ภริยา จา’’ติ วุตฺตา. กมฺมการี จ ภริยา จ นาม ‘‘กมฺมการี เจว โหติ ภริยา จา’’ติ (ปารา. ๓๐๔) วุตฺตตฺตา ปธานิตฺถินิรเปกฺเขน กุฏุมฺพกิจฺจํ กาเรตฺวา ภริยภาวํ นีตา ภริยา กตกมฺมา ‘‘กมฺมการี จ ภริยา จา’’ติ วุตฺตา. ‘‘ธชาหฏา นาม กรมรานีตา วุจฺจตี’’ติ (ปารา. ๓๐๔) วุตฺตตฺตา ธชํ อุสฺสาเปตฺวา คจฺฉนฺติยา มหาเสนาย สทฺธึ คนฺตฺวา ปรวิสยํ วิลุมฺปนฺเตน ปจฺฉินฺทิตฺวา อาเนตฺวา ภริยภาวมุปนีตา อิตฺถี ธชาหฏา นาม. ‘‘มุหุตฺติกา นาม ตงฺขณิกา วุจฺจตี’’ติ (ปารา. ๓๐๔) วุตฺตตฺตา อจิรกาลํ สํวาสตฺถาย คหิตา อิตฺถี มุหุตฺติกา นามาติ อยํ ทสนฺนํ ภริยานํ สรูปสงฺเขโป. ยถาวุตฺตาสุ ทสสุ อิตฺถีสุ อญฺญตรํ ทสนฺนํ ภริยานํ อญฺญตรฏฺฐาเน ฐปนตฺถมธิปฺเปตภาวํ วตฺตุํ ปุริเสน ‘‘คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตํ พฺรูหิ ‘โหหิ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา’ติ’’อาทินา นเยน ทินฺนสนฺเทสํ ‘‘สาธุ อุปาสกา’’ติอาทินา นเยน วจีเภทํ กตฺวา วา สีสกมฺปนาทิวเสน วา ปฏิคฺคณฺหาตีติ อาห ‘‘ปฏิคฺคณฺหาติ สนฺเทสํ ปุริสสฺสา’’ติ.
เอตฺถ ปุริสสฺสาติ อุปลกฺขณตฺตา ‘‘ปุริสสฺส มาตา ภิกฺขุํ ปหิณตี’’ติอาทินา (ปารา. ๓๒๑) นเยน ปาฬิยํ วุตฺตปุริสสฺส มาตาปิตุอาทโย จ คเหตพฺพา. วีมํสตีติ เอวํ ปฏิคฺคหิตสาสนํ ตสฺสาเยว เอกํเสน อวิราเธตฺวา วทนฺตสฺส มาตาปิตุอาทีนมญฺญตรสฺส วา อาโรเจตีติ อตฺโถ. เอตฺถาปิ วีมํสตีติ อุปลกฺขณตฺตา ‘‘ปฏิคฺคณฺหาติ อนฺเตวาสึ วีมํสาเปตฺวา อตฺตนา ปจฺจาหรติ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๓๘) วุตฺตตฺตา วีมํสาเปตีติปิ คเหตพฺพํ. ปจฺจาหรตีติ ตถา อาหฏํ สาสนํ สุตฺวา ตสฺสา อิตฺถิยา สมฺปฏิจฺฉิเต จ อสมฺปฏิจฺฉิเต จ ลชฺชาย ตุณฺหีภูตาย จ ตํ ปวตฺตึ ปจฺจาหริตฺวา อาจิกฺขตีติ วุตฺตํ โหติ. อิธาปิ ปจฺจาหรตีติ อุปลกฺขณตฺตา ‘‘ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ อนฺเตวาสึ ปจฺจาหราเปติ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๓๘) วุตฺตตฺตา ปจฺจาหราเปตีติ จ คเหตพฺพํ.
‘‘อิตฺถิยาปิ วา’’ติ อิมินา โยเชตฺวา คหิตทุติยวาเกฺย จ เอวเมว อตฺโถ วตฺตพฺโพ. ตตฺถ สนฺเทสกฺกโม ปน ‘‘มาตุรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ‘คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ ‘โหมิ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา’ติ’’อาทิปาฬินเยน (ปารา. ๓๓๐) ทฏฺฐพฺโพ. เอตฺถาปิ ‘‘วีมํสาเปติ ปจฺจาหราเปตี’’ติ อิทญฺจ วุตฺตนเยเนว คเหตพฺพํ. อิมินา นิยาเมน ทสนฺนํ อิตฺถีนํ นามํ วิสุํ วิสุํ วตฺวา ทสนฺนํ ภริยานํ อญฺญตรตฺถาย ทียมานสนฺเทสกฺกโม โยเชตพฺโพ. อิธาปิ อิตฺถิยาปิ วาติ อุปลกฺขณตฺตา ‘‘มาตุรกฺขิตาย มาตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ‘คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ ‘โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา’’ติอาทิปาฬิวเสน (ปารา. ๓๒๔) อิตฺถิยา มาตุปิตุอาทีนญฺจ สนฺเทสกฺกโม โยเชตพฺโพ.
๓๗๐. ตํ ปวตฺตึ. สญฺจริตฺตา สญฺจรณเหตุ. น มุจฺจตีติ อิตฺถิปุริสานํ อนฺตเร สาสนํ ปฏิคฺคเหตฺวา สญฺจรณเหตุ อาปชฺชิตพฺพสงฺฆาทิเสสโต น มุจฺจตีติ อตฺโถ.
๓๗๑. อญฺญํ วาติ มาตาปิตุรกฺขิตาทีสุ อญฺญตรํ วา. ‘‘ภาสโต’’ติ ลิขนฺติ. ‘‘เปสิโต’’ติ อิมินา วิรุทฺธตฺตา ตํ ปหาย ‘‘ภาสตี’’ติ ปาโฐ คเหตพฺโพ. ปาฐเสโส วา กาตพฺโพ. ‘‘โย อญฺญํ ภาสติ เจ, ตสฺส ภาสโตติ โยชนา’’ติ นิสฺสนฺเทเห วุตฺตํ. ‘‘มาตรา รกฺขิตํ อิตฺถึ ‘คจฺฉ พฺรูหี’ติ โย เปสิโต โหติ, ตสฺส ปิตุรกฺขิตํ วา อญฺญํ วา ภาสโต วิสงฺเกโตวา’’ติ, ‘‘มาตรา…เป… พฺรูหี’ติ เปสิโต หุตฺวา ปิตุรกฺขิตํ วา อญฺญํ วา ภาสโต วิสงฺเกโตวา’’ติ โยชนา ยุตฺตตราติ อมฺหากํ ขนฺติ.
๓๗๒. ปฏิคฺคณฺหนตาทีหีติ ปฏิคฺคณฺหนเมว ปฏิคฺคณฺหนตา. อาทิ-สทฺเทน วีมํสนปจฺจาหรณานิ คหิตานิ. สญฺจริตฺเตติ สญฺจรเณ. สมาปนฺเนติ คเต สติ. ครุกาปตฺติมาทิเสติ เอตฺถ ‘‘ตสฺสา’’ติ เสโส. อาทิเสติ กเถยฺย.
๓๗๓. ทฺวีหิ ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตนฺติ เอตฺถ ทฺวีหิ ทฺวีหิ องฺเคหิ สญฺจริตฺเต สมาปนฺเน ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. ‘‘ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ น ปจฺจาหรติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส. ปฏิคฺคณฺหาติ น วีมํสติ ปจฺจาหรติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส. น ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๓๘) ทฺวีหิ ทฺวีหิ องฺเคหิ ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตนฺติ อตฺโถ. ปณฺฑกาทีสูติ ปณฺฑกยกฺขิเปตีสุ. ตีหิปิ องฺเคหิ สญฺจริตฺเต สมาปนฺเน ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตนฺติ โยชนา.
เอเกเนวาติ เอเกเนว องฺเคน. สพฺพตฺถาติ มาตุรกฺขิตาทีสุ สพฺพมาตุคาเมสุ จ วินีตวตฺถุมฺหิ ‘‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ปุริโส อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อาณาเปสิ ‘คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ อิตฺถึ วีมํสา’ติ. โส คนฺตฺวา มนุสฺเส ปุจฺฉิ ‘กหํ อิตฺถนฺนามา’ติ. สุตฺตา ภนฺเตติ…เป… มตา ภนฺเตติ. นิกฺขนฺตา ภนฺเตติ. อนิตฺถี ภนฺเตติ. อิตฺถิปณฺฑกา ภนฺเตติ. ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ. อนาปตฺติ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสสฺส, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๔๑) อาคตาสุ สุตฺตาทีสุ ปญฺจสุ จ.
๓๗๔. อนาปตฺติ ปกาสิตาติ เจติยาทีสุ กตฺตพฺพํ นิสฺสาย อิตฺถิยา ปุริสสฺส, ปุริเสน จ อิตฺถิยา ทินฺนสาสนํ ปฏิคฺคเหตฺวา วีมํสิตฺวา ปจฺจาหริตฺวา อาโรเจนฺตสฺส อนาปตฺติภาโว ‘‘อนาปตฺติ สงฺฆสฺส วา เจติยสฺส วา คิลานสฺส วา กรณีเยน คจฺฉติ, อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๔๐) ปาฬิยํ วุตฺตาติ อตฺโถ.
๓๗๕. ตถา ตสฺสาติ มนุสฺสชาติกาย ตสฺสา. นนาลํวจนียตาติ ‘‘มมาย’’นฺติ วา นิคฺคหปคฺคเห วา นิราสงฺกํ วตฺตุํ นาหรตีติ อลํวจนียา, อสฺสามิกา, สา หิ เกนจิ ‘‘มยฺหํ เอสา’’ติ วตฺตุํ วา นิราสงฺเกน นิคฺคหปคฺคหวจนํ วา วตฺตุํ อสกฺกุเณยฺยา, อลํวจนียา น ภวตีติ นาลํวจนียา, สสฺสามิกา, สา หิ สามิเกน ตถา กาตุํ สกฺกุเณยฺยาติ นาลํวจนียา, นาลํวจนียา น ภวตีติ นนาลํวจนียา, อลํวจนียปเทน วุตฺตา อสฺสามิกา เอว, ปฏิเสธา เทฺว ปกติมตฺถํ คมยนฺตีติ, นนาลํวจนียาย ภาโว นนาลํวจนียตา, นิราสงฺเกน อวจนียตา อสฺสามิกภาโวติ วุตฺตํ โหติ. สญฺจริตฺตวเสน ภิกฺขุนา วจนียา น โหตีติ วา ‘‘อลํวจนียา’’ติปิ คเหตพฺพเมว. ปฏิคฺคณฺหนตาทีนํ วสาติ เอตฺถ จกาโร ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ. ตโต ปฏิคฺคณฺหนวีมํสนปจฺจาหรณสงฺขาตานํ ติณฺณํ องฺคานํ วเสน จ ปุพฺเพ วุตฺตมนุสฺสิตฺถิตา นนาลํวจนียตาติ วุตฺตานํ ทฺวินฺนํ องฺคานํ วเสน จ อิทํ สิกฺขาปทํ อาปตฺติการเณหิ ปญฺจหิ องฺเคหิ ยุตฺตนฺติ อตฺโถ.
๓๗๖. อิทํ สญฺจริตฺตสิกฺขาปทํ. อถ วา ลิงฺควิปลฺลาเสน จ อยํ สงฺฆาทิเสโสติ คเหตพฺโพ. กายโต, วาจโต, กายวาจโต, กายจิตฺตโต, วาจาจิตฺตโต, กายวาจาจิตฺตโต วา อุปฺปชฺชนโต ฉสมุฏฺฐานํ. ตโต เอว อจิตฺตกมุทีริตํ. มิสฺสกสมุฏฺฐานญฺหิ อจิตฺตกํ. อวเสสจิตฺเตสุปิ ยสฺมึ จิตฺเต อสติ อจิตฺตกํ นาม โหติ, ตํ ทสฺเสตุมาห ‘‘อลํวจนิยตฺตํ วา’’ติอาทิ. คาถาพนฺธวเสน รสฺโส, ‘‘อลํวจนียตฺต’’นฺติ คเหตพฺพํ. โย สนฺเทสํ เปเสติ, ตสฺมึ ปฏิพทฺธภาวนฺติ อตฺโถ. ปณฺณตฺตึ วาติ สญฺจริตฺตสิกฺขาปทสงฺขาตํ ปณฺณตฺตึ วา อชานโต อจิตฺตกมุทีริตนฺติ สมฺพนฺโธ.
๓๗๗. สาสนนฺติ มาตุคามสฺส, ปุริสสฺส วา สาสนํ. กายวิกาเรนาติ สีสกมฺปนาทินา กายวิกาเรน. คเหตฺวาติ ปฏิคฺคเหตฺวา. ตํ อุปคมฺมาติ ปฏิคฺคหิตสาสนํ ยสฺส วตฺตพฺพํ โหติ, ตํ มาตุคามํ, ปุริสํ วา อุปคมฺม. วีมํสิตฺวาติ ตํ กิจฺจํ ตีเรตฺวา. หรนฺตสฺสาติ ปจฺจาหรนฺตสฺส. กายโต สิยาติ วจีเภทํ วินา ปฏิคฺคหณาทีนํ กาเยเนว กตตฺตา กายสมุฏฺฐานโตว สงฺฆาทิเสโส โหตีติ อตฺโถ.
๓๗๘. อิตฺถิยา วจนํ สุตฺวาติ โยชนา. ยถา นิสินฺโนวาติ ปกติยา นิสินฺนฏฺฐาเนเยว นิสินฺโน. ตํ วจนํ. ตตฺเถวาคตสฺเสวาติ ยตฺถ นิสินฺโน อิตฺถิยา สาสนํ ปฏิคฺคณฺหิ, ตเมว อาสนํ อวิชหิตฺวา อตฺตนา นิสินฺนฏฺฐานเมว อาคตสฺส สนฺนิสิตพฺพปุริสสฺเสว, เอตฺถ ‘‘อาโรเจตฺวา’’ติ ปาฐเสโส. ปุน ‘‘อาโรเจนฺตสฺสา’’ติ อิทํ ตตฺเถวาคตาย ตสฺสา เอว อิตฺถิยา เอวํ โยเชตพฺพํ. สาสนํ ทตฺวา คนฺตฺวา ปุน ตตฺเถว อาคตสฺส มาตุคามสฺเสว ญาตมนนฺตรํ กายิกกิริยํ วินา วจเนเนว อาโรเจนฺตสฺสาติ อตฺโถ. อิทํ อิตฺถิยา สาสนํ ปฏิคฺคหณาทิวเสน วุตฺตํ.
อถ วา ปุริสสฺส วจนํ สุตฺวา ยถานิสินฺโนว ตํ วจนํ อิตฺถิยา อาโรเจตฺวา ปุน ตตฺเถวาคตสฺเสว ปุริสสฺส อาโรเจนฺตสฺสาติ เอวํ ปุริสสนฺเทสํ ปฏิคฺคหณาทิวเสนาปิ โยชนา กาตพฺพา. เอตฺถ จ ตตฺเถวาคตสฺสาติ อุปลกฺขณํ. สาสนวจนมตฺเตเนว ปฏิคฺคเหตฺวา, กิจฺจนฺตเรน คนฺตฺวา วา ยทิจฺฉาวเสน ทิฏฺฐฏฺฐาเน วา วตฺวา ปุนปิ ตตฺเถว ทิฏฺฐฏฺฐาเน ปุน อาโรเจนฺตสฺส จ วจเนเนว สมุฏฺฐานภาโว เวทิตพฺโพ.
๓๗๙. ‘‘อลํ…เป… อชานโต’’ติ อจิตฺตกตฺตการณํ วุตฺตเมว, กสฺมา ปุน ‘‘อชานนฺตสฺส ปณฺณตฺติ’’นฺติ วุตฺตนฺติ เจ? ตทุภยสฺสาปิ วิสุํ การณาภาวํ วิญฺญาเปตุํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. นํ วิธินฺติ สาสนํ ปฏิคฺคเหตฺวา อาหริตฺวา อาโรเจตฺวา ปจฺจาหริตฺวา อาโรจนสงฺขาตํ วิธานํ. อรหโตปีติ ขีณาสวสฺสปิ, เสขปุถุชฺชนานํ ปเควาติ อยมตฺโถ สมฺภาวนตฺเถน อปิ-สทฺเทน โชติโต.
๓๘๐. ชานิตฺวาติ อลํวจนียภาวํ วา ปณฺณตฺตึ วา อุภยเมว วา ชานิตฺวา. ตถาติ กายวาจโต กโรนฺตสฺสาติ อิมินา โยเชตพฺพํ. สจิตฺตเกหีติ ยถาวุตฺตจิตฺเตน สจิตฺตเกหิ. เตเหวาติ กายาทีหิ เตหิ เอว, ‘‘ตีเหวา’’ติปิ ปาโฐ.
สญฺจริตฺตกถาวณฺณนา.
๓๘๑-๒. สยํยาจิตเกเหวาติ เอตฺถ ‘‘อุปกรเณหี’’ติ ปาฐเสโส, ‘‘ปุริสํ เทถา’’ติอาทินา นเยน อตฺตนาว ยาจิตฺวา คหิเตหิ อุปกรเณเหวาติ อตฺโถ. ยถาห ‘‘สญฺญาจิกา นาม สยํ ยาจิตฺวา ปุริสมฺปิ ปุริสตฺตกรมฺปิ โคณมฺปิ สกฏมฺปิ วาสิมฺปิ ปรสุมฺปิ กุฐาริมฺปิ กุทาลมฺปิ นิขาทนมฺปี’’ติ. เอตฺถ เอว-กาเรน อยาจิตํ นิวตฺเตติ. เตน อสฺสามิกนฺติ ทีปิตํ โหติ. ‘‘กุฏิก’’นฺติ อิมินา ‘‘กุฏิ นาม อุลฺลิตฺตา วา โหติ อวลิตฺตา วา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตา วา’’ติ (ปารา. ๓๔๙) วุตฺตตฺตา ภูมิโต ปฏฺฐาย ภิตฺติจฺฉทนานิ ปฏิจฺฉาเทตฺวา มตฺติกาย วา สุธาย วา ทฺวารวาตปานาทิอเลโปกาสํ ฐเปตฺวา อนฺโต ลิตฺตภาเวน อุลฺลิตฺตานามกํ วา ตถา พหิ ลิตฺตภาเวน อวลิตฺตานามกํ วา อนฺโต จ พหิ จ ลิตฺตภาเวน อุลฺลิตฺตาวลิตฺตานามกํ วา กุฏินฺติ วุตฺตํ โหติ.
อปฺปมาณิกนฺติ ‘‘ตตฺริทํ ปมาณํ, ทีฆโส ทฺวาทสวิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา, ติริยํ สตฺตนฺตรา’’ติ (ปารา. ๓๔๘) ทีฆปุถุลานํ วุตฺตปฺปมาเณน อติเรกตฺตา อปฺปมาณิกนฺติ อตฺโถ.
เอตฺถ จ ติลกฺขณํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ตีณิ กิเลสมูลานิ อุปฺปาเฏตฺวา กาลตฺตยวตฺต สพฺพธมฺเม ปฏิวิชฺฌิตฺวา ติภุวเนกปฏิสรณภูตสฺส ภควโต ธมฺมราชสฺส องฺคุลํ ปมาณมชฺฌิมปุริสสฺส องฺคุลโต ติวงฺคุลํ โหติ, เอกา วิทตฺถิ ติสฺโส วิทตฺถิโย โหนฺติ, เอกํ รตนํ ตีณิ รตนานิ โหนฺตีติ เอวํ นิยมิตา สุคตวิทตฺถิ จ วฑฺฒกิรตเนน ทิยฑฺฒรตนปฺปมาณา โหติ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘สุคตวิทตฺถิ นาม อิทานิ มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส ติสฺโส วิทตฺถิโย วฑฺฒกิหตฺเถน ทิยฑฺโฒ หตฺโถ โหตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๘-๓๔๙). ตสฺมา สุคตวิทตฺถิยา ทฺวาทส วฑฺฒกิหตฺเถน อฏฺฐารส หตฺถา โหนฺติ. ‘‘ทีฆโส ทฺวาทส วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยาติ พาหิริเมน มาเนนา’’ติ (ปารา. ๓๔๙) ปทภาชเน วุตฺตตฺตา อนฺติมํ สุธาเลปํ อคฺคเหตฺวา ถุสมตฺติกปริยนฺเตน วา มหามตฺติกปริยนฺเตน วา พาหิรนฺตโต อฏฺฐารสหตฺถปฺปมาณํ, ‘‘ติริยํ สตฺตนฺตราติ อพฺภนฺตริเมน มาเนนา’’ติ (ปารา. ๓๔๙) ปทภาชเน วุตฺตตฺตา อพฺภนฺตริเมน ปุถุลโต ทฺวาทสงฺคุลาธิกทสหตฺถปฺปมาณญฺจ กุฏิยา ปมาณนฺติ คเหตพฺพํ. เอวํ ฐิตปมาณโต ทีฆโต ปุถุลโต วา อุภโต วา เกสคฺคมตฺตาธิกาปิ กุฏิ อาปตฺติยา องฺคํ โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปฺปมาณิก’’นฺติ อาหาติ สงฺเขปโต เวทิตพฺพํ.
อตฺตุทฺเทสนฺติ อุทฺทิสิตพฺโพติ อุทฺเทโส, อตฺตา อุทฺเทโส เอติสฺสาติ อตฺตุทฺเทสา, กุฏิ, ตํ อตฺตุทฺเทสํ. ‘‘อตฺตุทฺเทสนฺติ อตฺตโน อตฺถายา’’ติ ปทภาชเน วุตฺตตฺตา ‘‘มยฺหํ เอสา วาสตฺถาย ภวิสฺสตี’’ติ อตฺตานํ อุทฺทิสิตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘กโรนฺตสฺสา’’ติ อิทํ ‘‘การยมาเนนาติ กโรนฺโต วา การาเปนฺโต วา’’ติ ปทภาชเน วุตฺตนเยน ปโยชกกตฺตุโน จ คเหตพฺพตฺตา อุปลกฺขณนฺติ คเหตพฺพํ. ตถาติ เตเนว ปกาเรน, เยหิ อสฺสามิกตาทีหิ ปกาเรหิ ยุตฺตํ ปมาณาติกฺกนฺตํ กุฏึ กโรนฺตสฺส อาปตฺติ, เตเหว ปกาเรหิ ยุตฺตํ อเทสิตวตฺถุกมฺปิ กุฏึ กโรนฺตสฺสาติ. อิมินา อปฺปมาณิกํ วิย อเทสิตวตฺถุกมฺปิ วิสุํเยว อาปตฺติยา ปธานงฺคนฺติ. วสติ เอตฺถาติ วตฺถุ, ภูมิ, สา อเทสิตา เอติสฺสาติ อเทสิตวตฺถุกา, กุฏิ, ตํ อเทสิตวตฺถุกํ.
กึ วุตฺตํ โหติ? เตน กุฏิกาเรน ภิกฺขุนา กุฏิวตฺถุํ โสเธตฺวา สมตลํ กาเรตฺวา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา ‘‘อหํ ภนฺเต สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ, โสหํ ภนฺเต สงฺฆํ กุฏิวตฺถุโอโลกนํ ยาจามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา ยาจิเตน สงฺเฆน วา สงฺเฆน ญตฺติทุติยาย กมฺมวาจาย สมฺมเตหิ พฺยตฺเตหิ ปฏิพเลหิ ทฺวีหิ ภิกฺขูหิ วา เตน สทฺธึ คนฺตฺวา กุฏิวตฺถุํ โอโลเกตฺวา สารมฺภภาวํ วา อปริกฺกมนภาวํ วา อุภยเมว วา ปสฺสนฺเตหิ ‘‘มายิธ กรี’’ติ นิวาเรตฺวา อนารมฺภํ เจ โหติ สปริกฺกมนํ, อาคนฺตฺวา สงฺฆสฺส อาโรจิเต กุฏิการเกเนว ภิกฺขุนา ปุพฺเพ วุตฺตนเยน สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา ‘‘อหํ ภนฺเต สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ, โสหํ ภนฺเต สงฺฆํ กุฏิวตฺถุเทสนํ ยาจามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา ยาจิเต วุฑฺฒานุมเตน พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน ญตฺติทุติยาย กมฺมวาจาย เทเสตฺวา นิยฺยาทิตกุฏิวตฺถุสฺส อภาวา อเทสิตวตฺถุกํ, เตเนว อสฺสามิกตาทิปกาเรน ยุตฺตํ ยถาวุตฺตปฺปการํ กุฏิกํ อตฺตนา ยาจิเตหิ อุปกรเณหิ กโรนฺตสฺส, การาเปนฺตสฺส จาติ วุตฺตํ โหติ.
เทฺว สงฺฆาทิเสสา โหนฺตีติ ‘‘ภิกฺขู วา อนภิเนยฺย วตฺถุเทสนาย, ปมาณํ วา อติกฺกาเมยฺย, สงฺฆาทิเสโส’’ติ (ปารา. ๓๔๘) ตุลฺยพลตาสูจเกน วา-สทฺเทน สมฺปิณฺฑิตฺวา วุตฺตองฺคทฺวยสหิตตฺตา เทฺว สงฺฆาทิเสสา โหนฺตีติ อตฺโถ. ยถาห ‘‘ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ, อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสสาน’’นฺติ (ปารา. ๓๕๕) จ ‘‘ภิกฺขุกุฏึ กโรติ อเทสิตวตฺถุกํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๕๔) จ ‘‘ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ ปมาณาติกฺกนฺตํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๕๕) จ วุตฺตตฺตา ทฺวีสุ องฺเคสุ เอกํ เจ, เอโกว สงฺฆาทิเสโส โหตีติ. ตํ ปน ‘‘สเจ เอกวิปนฺนา สา, ครุกํ เอกกํ สิยา’’ติ วกฺขติ.
สารมฺภาทีสูติ เอตฺถ สารมฺภ-สทฺโท โสปทฺทวปริยาโย. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘สารมฺภํ อนารมฺภนฺติ สอุปทฺทวํ อนุปทฺทว’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๘-๓๔๙). เอตฺถ ‘‘เสตํ ฉาคมารเภถ ยชมาโน’’ติ ปโยเค วิย อา-ปุพฺพสฺส รภสฺส หึสตฺเถปิ ทิสฺสมานตฺตา กตฺตุสาธโน อารมฺภ-สทฺโท หึสกานํ กิปิลฺลิกาทิสตฺตานํ วาจโก ภวตีติ ตํสหิตฏฺฐานํ สารมฺภํ นาม โหติ. เตเนว ปทภาชเนปิ วุตฺตํ ‘‘สารมฺภํ นาม กิปิลฺลิกานํ วา อาสโย โหติ, อุปจิกานํ วา, อุนฺทูรานํ วา, อหีนํ วา, วิจฺฉิกานํ วา, สตปทีนํ วา, หตฺถีนํ วา, อสฺสานํ วา, สีหานํ วา, พฺยคฺฆานํ วา…เป… อาสโย โหตี’’ติ (ปารา. ๓๕๓).
อาทิ-สทฺเทน อปริกฺกมนํ สงฺคณฺหาติ. ‘‘สปริกฺกมนํ นาม สกฺกา โหติ ยถายุตฺเตน สกเฏน อนุปริคนฺตุํ, สมนฺตา นิสฺเสณิยา อนุปริคนฺตุํ, เอตํ สปริกฺกมนํ นามา’’ติ (ปารา. ๓๕๓) วุตฺตลกฺขณวิปริยายโต นิพฺพโกสสฺส อุทกปาตฏฺฐาเน เอกํ จกฺกํ ฐเปตฺวา อิตรํ จกฺกํ พหิ ฐเปตฺวา กุฏึ ปริกฺขิปิตฺวา อาวชฺชิยมานสฺส โคยุตฺตสกฏสฺส วา นิสฺเสณิยํ ฐตฺวา กุฏึ ฉาทยมานานํ นิสฺเสณิยา วา ปรโต คมิตุมสกฺกุเณยฺยตฺตา อปริกฺกมนนฺติ เวทิตพฺพํ.
เอวํ วุตฺตสารมฺภอปริกฺกมนสงฺขาตองฺคทฺวเยน ยุตฺตํ เจ, เทฺว ทุกฺกฏานิ โหนฺติ. ยถาห ‘‘ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ, อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏาน’’นฺติ (ปารา. ๓๕๕). เอกํ เจ, เอกเมว โหติ. ยถาห ‘‘ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๕๕) เอตํ ตยมฺปิ ‘‘สารมฺภาทีสุ ทุกฺกฏ’’นฺติ สามญฺเญน สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
เอกํ องฺคํ ปมาณิกตฺตํ วา เทสิตวตฺถุกตฺตํ วา วิปนฺนํ เอติสฺสาติ เอกวิปนฺนา. ปุพฺเพ วุตฺตตฺถานํ สงฺฆาทิเสสาทิปทานมตฺโถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. สาติ ยถาวุตฺตลกฺขณกุฏิ.
๓๘๓. อิทานิ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท อฏฺฐุปฺปตฺติยํ ‘‘เต ยาจนพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหรนฺติ ‘ปุริสํ เทถ ปุริสตฺตกรํ เทถา’’ติอาทิปาฬิยา (ปารา. ๓๔๒) อฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๒) อาคตํ กปฺปิยากปฺปิยวินิจฺฉยํ สงฺเขปโต ทสฺเสตุมาห ‘‘ปุริส’’นฺติอาทิ. กมฺมสหายตฺถายาติ กิสฺมิญฺจิ กมฺเม สหายภาวาย, กมฺมกรณตฺถายาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อิตฺถนฺนามํ กมฺมํ กาตุํ ปุริสํ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ ยาจิตุํ วฏฺฏตีติ อตฺโถ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘กมฺมกรณตฺถาย ‘ปุริสํ เทถา’ติ ยาจิตุํ วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๒). มูลจฺเฉชฺชวเสนาติ สามิกานํ อายตฺตภาวสงฺขาตมูลสฺส ฉินฺทนวเสน, อตฺตโน อายตฺตภาวกรณวเสนาติ วุตฺตํ โหติ.
๓๘๔. อวชฺชนฺติ วชฺชรหิตํ, นิทฺโทสนฺติ อตฺโถ. มิคลุทฺทกมจฺฉพนฺธกาทีนํ สกกมฺมํ วชฺชกมฺมํ นาม. ตสฺมา มิคลุทฺทกาทโย หตฺถกมฺมํ ยาจนฺเตน ปน ‘‘ตุมฺหากํ หตฺถกมฺมํ เทถา’’ติ, ‘‘หตฺถกมฺมํ ทาตพฺพ’’นฺติ สามญฺเญน อวตฺวา ‘‘อิตฺถนฺนามํ กมฺมํ ทาตพฺพ’’นฺติ วิเสเสตฺวาเยว ยาจิตพฺพํ. ลุทฺทเก วา อิตเร วา นิกฺกมฺเม อยาจิตฺวาปิ ยถารุจิ กมฺมํ การาเปตุํ วฏฺฏติ. หตฺถกมฺมยาจนาย สพฺพถาปิ กปฺปิยภาวํ ทีเปตุํ ตํตํสิปฺปิเก ยาจิตฺวา มหนฺตมฺปิ ปาสาทํ การาเปนฺเตน หตฺถกมฺเม ยาจิเต อตฺตโน อโนกาสภาวํ ญตฺวา อญฺเญสํ กโรนฺตานํ ทาตพฺพํ มูลํ ทิยฺยมานํ อธิวาเสตุํ วฏฺฏตีติ วิตฺถารโต อฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๒ อตฺถโตสมานํ) วุตฺตตฺตา กุสลานํ อตฺถํ อปริหาเปนฺเตน กปฺปิเยน สารุปฺเปน ปโยเคน ยาจิตพฺพํ. ยาจิตกมฺมํ กาตุํ อสมตฺเถหิ กโรนฺตานํ ทิยฺยมานํ หตฺถกมฺมมูลํ กมฺมํ การาเปตฺวา กมฺมการเก ทสฺเสตฺวา ทาเปตพฺพํ. เอวํ ยาจนาย อนวชฺชภาเว อฏฺฐกถาคตํ การณํ ทสฺเสตุมาห ‘‘หตฺถกมฺมมฺปี’’ติอาทิ. ปิ-สทฺโท อวธารเณ, ปทปูรเณ วา. หิ-สทฺโท เหตุมฺหิ. ยสฺมา อิทํ หตฺถกมฺมํ กิญฺจิ วตฺถุ น โหติ, ตสฺมา อนวชฺชเมว หตฺถกมฺมํ ยาจิตุํ ปน วฏฺฏตีติ.
๓๘๕. ญาตกาทิเกติ ญาตกปวาริเต. ฐเปตฺวาติ วชฺเชตฺวา. โคณมายาจมานสฺสาติ อญฺญาตกอปฺปวาริเต ตาวกาลิกํ วินา เกวลํ กมฺมกรณตฺถาย โคณํ ยาจนฺตสฺส. เตสุปีติ ญาตกาทีสุปิ มูลจฺเฉชฺเชน โคณมายาจนสฺส ทุกฺกฏนฺติ โยชนา. ‘‘ตาวกาลิกนเยน สพฺพตฺถ วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๒) อฏฺฐกถาวจนโต ยาว กมฺมกรณกาลํ, ตาว นิยเมตฺวา ญาตกอญฺญาตกปวาริตอปฺปวาริเต สพฺเพปิ ยาจิตุํ วฏฺฏติ. ตถา ยาจิตฺวา วา อยาจิตฺวา วา คหิโต เจ, รกฺขิตฺวา ปฏิชคฺคิตฺวา สามิกานํ นิยฺยาเทตพฺโพ, โคเณ วา นฏฺเฐ วิสาเณ วา ภินฺเน สามิเกสุ อสมฺปฏิจฺฉนฺเตสุ ภณฺฑเทยฺยํ.
๓๘๖. เทมาติ เอตฺถ ‘‘ตุมฺหาก’’นฺติ ปาฐเสโส. ‘‘วิหารสฺส เทมา’ติ วุตฺเต ปน ‘อารามิกานํ อาจิกฺขถ ปฏิชคฺคนตฺถายา’ติ วตฺตพฺพ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๒) อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. สกฏวินิจฺฉยสฺสาปิ โคณวินิจฺฉเยน สมานตฺตา ตํ อวตฺวา วิเสสมตฺตเมว ทสฺเสตุมาห ‘‘สกฏํ…เป… วฏฺฏตี’’ติ. ‘‘ตุมฺหากํ เทมาติ วุตฺเต’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘ตุมฺหากเมว เทมาติ วุตฺเต ทารุภณฺฑํ นาม สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๒).
๓๘๗. กุฐาราทีสูติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน นิขาทนํ สงฺคณฺหาติ. อยํ นโย เวทิตพฺโพติ ปาฐเสโส. ‘‘สกฏํ โคโณ วิย ตาวกาลิกํ อกตฺวา อญฺญาตกอปฺปวาริเต น ยาจิตพฺพํ, มูลจฺเฉชฺชวเสน อญฺญาตกอปฺปวาริเต น ยาจิตพฺพํ, ตาวกาลิกํ ยาจิตพฺพ’’นฺติ วินิจฺฉโย จ ‘‘สกฏํ…เป… วฏฺฏตี’’ติ วิเสสวินิจฺฉโย จาติ อยํ นโย วาสิอาทีสุ จ เวทิตพฺโพติ อตฺโถ. อนชฺฌาวุตฺถกนฺติ เกนจิ ‘‘มเมต’’นฺติ อปริคฺคหิตํ, ‘‘รกฺขิตโคปิตฏฺฐาเนเยว หิ วิญฺญตฺติ นาม วุจฺจตี’’ติ อฏฺฐกถาวจนโต อรกฺขิตาโคปิตกนฺติ วุตฺตํ โหติ. อฏฺฐกถาย วลฺลิอาทิวินิจฺฉยมฺปิ วตฺวา ‘‘อนชฺฌาวุตฺถกํ ปน ยํ กิญฺจิ อาหราเปตุํ วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๒) วุตฺตตฺตา สพฺพนฺติ อิธ วุตฺตโคณาทิกญฺจ วกฺขมานวลฺลิอาทิกญฺจ คเหตพฺพํ. อิมินา ปุพฺเพ วุตฺตวินิจฺฉยสฺส รกฺขิตโคปิตวิสยตฺตํ ทีปิตํ โหติ. หราเปตุมฺปิ วฏฺฏตีติ เอตฺถ อปิ-สทฺเทน ปเคว เกนจิ หริตฺวา ทินฺนนฺติ ทีเปติ.
๓๘๘. วลฺลิอาทิมฺหีติ อาทิ-สทฺเทน เวตฺตมุญฺชติณมตฺติกา สงฺคณฺหาติ. เอตฺถ มุญฺชปพฺพชติณํ วินา เคหจฺฉาทนติณํ ติณํ นาม. ครุภณฺฑปฺปโหนเกติ ‘‘วลฺลิ อฑฺฒพาหุมตฺตาปี’’ติอาทินา นเยน วุตฺตลกฺขเณ ครุภณฺฑปฺปโหนเก. ปเรสํ สนฺตเกเยวาติ อวธารเณน น อนชฺฌาวุตฺถเก ทุกฺกฏนฺติ พฺยติเรกโต ทีเปติ.
๓๘๙. ปจฺจเยสูติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนสงฺขาเตสุ ตีสุ ปจฺจเยสุ. เอว-กาเรน คิลานปจฺจยสงฺขาเต จตุตฺถปจฺจเย วิญฺญตฺติ วฏฺฏตีติ ทีเปติ. วิญฺญตฺติ นาม ‘‘อาหร, เทหี’’ติ อิจฺฉิตปจฺจเย นามํ วตฺวา ยาจนา. อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ ‘‘สพฺเพน สพฺพํ น วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๒) สาวธารณตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘น จ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตตฺตา เนว วฏฺฏตีติ อตฺโถ คเหตพฺโพ.
วิญฺญตฺติยา อลพฺภมานภาเวน สมตฺตา ปจฺจเยสุ ตีสุ อนนฺตรํ สหนิทฺทิฏฺฐปจฺจยตฺตยโต ตติยปจฺจเยเยว ลพฺภมานวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตติเย ปริกโถภาสนิมิตฺตานิ จ ลพฺภเร’’ติ วุตฺตตฺตา อวสิฏฺฐทฺวเย ปน ปริกถาทโย น ลพฺภนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. อวุตฺเต จตุตฺถปจฺจเยปิ สมุจฺจยตฺเถน จ-กาเรน ปริกถาทิตฺตยํ ลพฺภตีติ สิทฺธตฺตา ‘‘ตีเสฺววา’’ติ เอว-กาเรน พฺยติเรกมุเขน วิญฺญตฺติยา จ อนุญฺญาตตฺตา จตุตฺเถ คิลานปจฺจเย ปริกโถภาสนิมิตฺตกมฺมวิญฺญตฺติโย วฏฺฏนฺตีติ สิทฺธํ. เอตฺตาวตา จตุตฺเถ ปจฺจเย ปริกถาทโย จตฺตาโรปิ วฏฺฏนฺติ, ตติยปจฺจเย วิญฺญตฺตึ วินา เสสตฺตยํ วฏฺฏติ, ปุริมปจฺจยทฺวเย สพฺพมฺปิ น วฏฺฏตีติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
เสนาสนปจฺจเย ปริกถาทิกนฺติ อุโปสถาคาราทิกรณารหฏฺฐานํ โอโลเกตฺวา อุปาสกานํ สุณนฺตานํ ‘‘อิมสฺมึ วต โอกาเส เอวรูปํ เสนาสนํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วา ‘‘ยุตฺต’’นฺติ วา ‘‘อนุรูป’’นฺติ วา ปวตฺตา กถา ปริกถา นาม. ‘‘อุปาสกา ตุเมฺห กตฺถ วสถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ปาสาเท ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขูนํ ปน อุปาสกา ปาสาโท น วฏฺฏตี’’ติอาทินา นเยน ปวตฺตา กถา โอภาโส นาม. อุปาสเกสุ ปสฺสมาเนสุ ภูมิยํ รชฺชุํ ปสาเรตฺวา ภูมึ ภาเชตฺวา ขาณุเก อาโกเฏตฺวา ‘‘กิมิทํ ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘เอตฺถ อาวาสํ กโรม อุปาสกา’’ติอาทิกา กถา นิมิตฺตกถา นาม. คิลานปจฺจเย จ อิมินา นเยน ยถารหํ เวทิตพฺพํ. สพฺพเมตํ อฏฺฐกถาย (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๒) วุตฺตํ.
๓๙๐-๓. อิทานิ กุฏิการสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺติทสฺสนตฺถมาห ‘‘อเทสิเต’’ติอาทิ. ตํ อุตฺตานตฺถเมว. นิเสนฺตสฺสาติ ปาสาเณ ฆํสิตฺวา ติขิณํ กโรนฺตสฺส. ปาจิตฺติยา สหาติ ‘‘ภูตคามปาตพฺยตาย ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๙๐) วุตฺตปาจิตฺติเยน สทฺธึ.
อาปตฺตินฺติ ปาจิตฺติยฏฺฐาเน ปาจิตฺติยญฺเจว ทุกฺกฏญฺจ อิตรตฺร สุทฺธปโยคทุกฺกฏญฺจาติ อาปตฺตึ.
ยา ปนาติ ยา กุฏิ. ปฐเม ทุติเยติ เอตฺถ ‘‘ปิณฺเฑหี’’ติ กรณพหุวจนํ วิภตฺติวจนวิปริณามวเสน ‘‘ปิณฺเฑ’’ติ ภุมฺเมกวจนนฺตํ กตฺวา โยเชตพฺพํ, ‘‘นิกฺขิตฺเต’’ติ อชฺฌาหริตพฺพํ, ภาวลกฺขเณ ภุมฺมํ, นิกฺขิตฺเต สตีติ อตฺโถ.
๓๙๔. ‘‘สเจ อญฺญสฺสา’’ติ ปทจฺเฉโท. วิปฺปกตนฺติ อารทฺธมนิฏฺฐิตํ. ‘‘อนาปตฺตี’’ติ อิทํ นิฏฺฐิเต อาปชฺชิตพฺพสงฺฆาทิเสสาภาวํ สนฺธายาห. ปุพฺพปโยคมตฺเตน หิ ปาจิตฺติยทุกฺกฏานิปิ โหนฺติ, ตานิ ปน เทเสตพฺพานิ. ‘‘ตถา’’ติ อิมินา ‘‘อนาปตฺตี’’ติ อากฑฺฒติ, เตน สงฺฆาทิเสสาปตฺติยา อภาวโต ปุพฺพภาเค อาปนฺนานํ ปาจิตฺติยทุกฺกฏานํ เทเสตพฺพตา จ ทีปิตา โหติ. ตํ กุฏินฺติ ตํ วิปฺปกตกุฏึ.
๓๙๕. อญฺญํ โภชนสาลาทึ. ตถาติ อนาปตฺติมาห.
๓๙๖. ‘‘กโรโต’’ติ อิมินา ‘‘การาปยโต’’ติปิ ลพฺภติ. อุภเยนาปิ ‘‘กฺริยโต’’ติ อิมสฺส การณํ ทสฺเสติ. ‘‘อปฺปมาณิก’’นฺติ อิมินา สงฺฆาทิเสสสฺส องฺคํ ทสฺเสติ.
๓๙๗. ตนฺติ ‘‘อปฺปมาณิก’’นฺติ เอวํ ปจฺจามสติ. ‘‘กฺริยากฺริยโต’’ติ อิทํ กุฏิยา กรณญฺจ วตฺถุเทสนาย อกรณญฺจ อุปาทาย วุตฺตํ.
กุฏิการสิกฺขาปทวณฺณนา.
๓๙๘. วตฺถุํ อเทเสตฺวาติ สมฺพนฺโธ, ‘‘เตน วิหารการเกน ภิกฺขุนา วิหารวตฺถุํ โสเธตฺวา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา’’ติอาทินา (ปารา. ๓๖๗) ปทภาชเน อาคตนเยน วิหารํ การาเปนฺเตน ภิกฺขุนา วิหารวตฺถุํ โสเธตฺวา สมตลํ กาเรตฺวา สงฺฆํ อุปสงฺกมฺม วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา ‘‘อหํ ภนฺเต มหลฺลกํ วิหารํ กตฺตุกาโม สสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ, โสหํ ภนฺเต สงฺฆํ วิหารวตฺถุโอโลกนํ ยาจามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ ยาจิตฺวา ลทฺเธ วุฑฺเฒ วา ภิกฺขู ญตฺติทุติยาย กมฺมวาจาย สงฺเฆน สมฺมเต วา ภิกฺขู เนตฺวา กตปริกมฺมํ วิหารวตฺถุํ ทสฺเสตฺวา กุฏิวตฺถุโอโลกเน วิย คตภิกฺขูหิ โอโลเกตฺวา สารมฺภาทิภาวํ อุปปริกฺขิตฺวา อนารมฺภสปริกฺกมนภาวํ ญตฺวา อาคนฺตฺวา สงฺฆสฺส อาโรจิเต ปุน เตน สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา ‘‘อหํ ภนฺเต มหลฺลกํ วิหารํ กตฺตุกาโม สสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ, โสหํ ภนฺเต สงฺฆํ วิหารวตฺถุเทสนํ ยาจามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ ยาจิตฺวา สงฺเฆน ญตฺติทุติยาย กมฺมวาจาย วิหารวตฺถุ เทเสตพฺพํ, ตถา อกตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. อิห สารมฺภาทิ ปฐมสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
มหลฺลกนฺติ ‘‘สสฺสามิกภาเวน สญฺญาจิกกุฏิโต มหนฺตภาโว เอตสฺส อตฺถีติ มหลฺลโก. ยสฺมา วา วตฺถุํ เทสาเปตฺวา ปมาณาติกฺกเมนาปิ กาตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา ปมาณมหนฺตตายปิ มหลฺลโก’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๖๖) อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยน มหนฺตภาเวน ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. วิหารนฺติ ‘‘วิหาโร นาม อุลฺลิตฺโต วา โหติ อวลิตฺโต วา อุลฺลิตฺตาวลิตฺโต วา’’ติ (ปารา. ๓๗๑) ปทภาชเน วุตฺตปฺปการํ เสนาสนนฺติ อตฺโถ. วิหรนฺติ อสฺมินฺติ วิคฺคโห. อุลฺลิตฺตาทิสรูปํ ปุริมสิกฺขาปเท วุตฺตนยเมว. ตํ วิหารํ โย กเรยฺยาติ โยชนา. กเรยฺย วา การาเปยฺย วาติ ปุพฺเพ วุตฺตนยเมว. อตฺตวาสตฺถนฺติ อตฺตโน วาสํ ปฏิจฺจ, อิมินา ปรสฺส วาสตฺถาย กโรติ, อนาปตฺตีติ พฺยติเรกโต วิญฺญายติ. ‘‘ครุก’’นฺติ เอตฺถ วตฺถุเทสนาย อการาปเนน ‘‘เอโกว สงฺฆาทิเสโส โหตี’’ติ ปุพฺเพ วุตฺตวิกปฺปตฺตยํ น คเหตพฺพํ. อิทญฺจ วกฺขติ ‘‘ปมาณา…เป… สงฺฆาทิเสสตา’’ติ (วิ. วิ. ๓๙๙ อาทโย).
๓๙๙. กฺริยาสมุฏฺฐานาภาวนฺติ ปมาณาติกฺกเมปิ อาปตฺติยา อสมฺภวโต กิริยาสมุฏฺฐานสฺส อิธ อภาโว ญาตพฺโพ. กฺริย…เป… ลกฺขเยติ เอตฺถ พฺยติเรกโต อเทสิตวตฺถุกตาย อกิริยาสมุฏฺฐานตา อนุญฺญาตา.
มหลฺลกวิหารกถาวณฺณนา.
๔๐๑-๓. เตสูติ จตุวีสติยา ปาราชิเกสุ. ภิกฺขุโน อนุรูปานิ เอกูนวีสตีติ ภิกฺขุนีนํ ปฏินิยตา อุพฺภชาณุมณฺฑลิกาทโย จตฺตาโร ตทนุโลมาย วิพฺภนฺตภิกฺขุนิยา สห ปญฺจ ปาราชิเก วินา ภิกฺขุโน อนุรูปา เสสา เอกูนวีสติ ปาราชิกา.
อิมสฺมึ สิกฺขาปเท ปทภาชเน ‘‘ปาราชิเกน ธมฺเมนาติ จตุนฺนํ อญฺญตเรนา’’ติ (ปารา. ๓๘๖) วุตฺตนยสฺส อิธ ‘‘เอกูนวีสตี’’ติ วจนํ วิรุชฺฌตีติ เจ? น วิรุชฺฌติ. กสฺมา? ยสฺมา ปทภาชนํ ปาติโมกฺขุทฺเทสาคตมตฺตํ คเหตฺวา ปวตฺตํ, อิทํ ปน พุทฺธานุมตึ คเหตฺวา วินยปริยตฺติปวตฺตกานํ อาจริยานํ มตํ คเหตฺวา ปวตฺตํ, ตสฺมา น วิรุชฺฌตีติ คเหตพฺพํ. อาจริโย สพฺพปาราชิกานํ ‘‘พฺรหฺมจริยา จาเวยฺย’’นฺติ (ปารา. ๓๘๕) วุตฺตอนุทฺธํสนสฺส เอกนฺตสาธนตฺตา ภิกฺขุนีนํ ปฏินิยตสานุโลมปาราชิกปญฺจกํ วินา อวเสสํ สพฺพํ สงฺคณฺหิ, เตเนว วินยฏฺฐกถาย คณฺฐิปทวิวรเณ ‘‘จตุนฺนํ อญฺญตเรนาติ ปาติโมกฺขุทฺเทเส เอว อาคเต คเหตฺวา วุตฺตํ, อิตเรสํ อญฺญตเรนาปิ อนุทฺธํเสนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโสวา’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา ‘‘อนุทฺธํเสยฺยา’’ติ (ปารา. ๓๘๔) ปาเฐ อธิปฺปายํ คเหตฺวา ปวตฺตตฺตา อิเมสํ อาจริยานํ มตํ ปมาณนฺติ คเหตพฺพํ. ‘‘เตสุ อญฺญตเรนา’’ติ วกฺขมานตฺตา ‘‘เอกูนวีสตี’’ติ เอตฺถ ‘‘ยานี’’ติ สามตฺถิยา ลพฺภติ.
อญฺญตเรน อมูลเกนาติ โยชนา. อมูลเกนาติ โจทกสฺส ทสฺสนาทีหิ โจทนามูเลหิ วิรหิตตฺตา อมูลกํ, ปาราชิกํ, เตน. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘ยํ ปาราชิกํ โจทเกน จุทิตกมฺหิ ปุคฺคเล เนว ทิฏฺฐํ น สุตํ น ปริสงฺกิตํ, อิทํ เอเตสํ ทสฺสนสวนปริสงฺกาสงฺขาตานํ มูลานํ อภาเวน อมูลกํ นามา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๘๕-๓๘๖). เอตฺถ จ มํสจกฺขุนา วา ทิพฺพจกฺขุนา วา ทิฏฺฐํ ทิฏฺฐํ นาม. ปกติโสเตน วา ทิพฺพโสเตน วา สุตํ สุตํ นาม. จิตฺเตน ปริสงฺกิตํ ปริสงฺกิตํ นาม. ตํ ติวิธํ ทิฏฺฐสุตมุตปริสงฺกิตวเสน.
ตตฺถ ตาทิเส กมฺมนิเย โอกาเส มาตุคาเมน สทฺธึ ภิกฺขุโน อญฺญถิยํ ปโยคํ ทิสฺวา อญฺญถา คเหตฺวา ‘‘วีติกฺกมนํ นุ โขยมกาสี’’ติ คหณํ ทิฏฺฐปริสงฺกิตํ นาม. กุฏฺฏติโรหิเต ภิกฺขุมฺหิ มาตุคามสฺส สทฺทํ สุตฺวา ตตฺถ อญฺญสฺส วิญฺญุปุริสสฺส สพฺภาวํ อชานิตฺวา ‘‘วีติกฺกมนํ นุ โขยมกาสี’’ติ เอวํ คหณํ สุตปริสงฺกิตํ นาม. วิหารปริยนฺเต ตรุณมาตุคามปุริสานํ ทิวสํ วีตินาเมตฺวา คตฏฺฐาเน วิปฺปกิณฺณปุปฺผานิ โอโลเกตฺวา, มํสสุรคนฺธญฺจ ฆายิตฺวา ‘‘อิทํ กสฺส กมฺม’’นฺติ อุปปริกฺขนฺเตน ภิกฺขุโน เจติยปูชิตมาลาคนฺธสฺส ปีตาริฏฺฐสฺส ภิกฺขุโน สรีรคนฺธํ ฆายิตฺวา ‘‘ตํ เอตสฺส กมฺมํ นุ โข’’ติ กิริยมานสํสโย มุตปริสงฺกิตํ นาม. เอวรูปสฺส ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิตมูลกสฺส อภาวโต อมูลเกน ปาราชิเกนาติ อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน สมนฺตปาสาทิกาย (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๘๕-๓๘๖) วุตฺตนเยน ทฏฺฐพฺโพ.
โจเทตีติ ‘‘ปาราชิกํ ธมฺมํ อาปนฺโนสี’’ติอาทิวจเนน สยํ โจเทติ. โจทาปนํ ปน วกฺขติ. จาวนเจตโน หุตฺวาติ ‘‘อปฺเปว นาม นํ อิมมฺหา พฺรหฺมจริยา จาเวยฺย’’นฺติ อุปฺปนฺเนน ปรํ สาสนา จาเวตุกาเมน จิตฺเตน สมนฺนาคโต หุตฺวา. ‘‘สุทฺธํ วา อสุทฺธํ วา’’ติ อิทํ ‘‘โจเทตี’’ติ อิมินา วุตฺตโจทนากิริยาย กมฺมนิทฺเทโส, ‘‘อญฺญํ ภิกฺขุ’’นฺติ เสโส, ปาราชิกมนาปนฺนํ วา อาปนฺนํ วา อญฺญํ ภิกฺขุนฺติ อตฺโถ. โยติ มาติกาคตภิกฺขุ, ‘‘ทุฏฺโฐ โทโส อปฺปตีโต’’ติ อิทํ อชฺฌาหริตพฺพํ, อุปฺปนฺเนน โทสเลเสน สยํ ทูสิโต, ปรญฺจ ทูเสนฺโต ปีติสุขาทีหิ อปคโต โย ภิกฺขูติ อตฺโถ. วกฺขมาเนน ‘‘ตสฺสา’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ.
‘‘กเต โอกาสมฺหี’’ติ ปทจฺเฉโท, โอกาสํ ‘‘การาเปตฺวา’’ติ (ปารา. ๓๘๙) ปาฐโต อนฺโตนีตเหตฺวตฺถตาย ‘‘กเต’’ติ ‘‘การิเต’’ติ เอตสฺส ปริยาโย โหติ, ‘‘โอกาสํ เม กโรหิ, อหํ ตํ วตฺตุกาโม’’ติ โอกาเส การาปิเตติ อตฺโถ. ‘‘อกเต โอกาเส’’ติ ปทจฺเฉโท, ปุพฺเพ วุตฺโตเยวตฺโถ. ทุกฺกฏาปตฺติยา สหาติ โอกาสสฺส อการาปิตตฺตา ทุกฺกฏาปตฺติยา สทฺธึ.
๔๐๔-๕. โกณฺโฐสีติ ธุตฺโตสิ. เชฏฺฐพฺพติโกสีติ กาลีเทวีวตนิยุตฺโตสิ. กาลีเทวี กิร สิริเทวิยา เชฏฺฐา, ตสฺมา ตสฺสา วตธโร เชฏฺฐพฺพติโก วุจฺจติ. ตํ ปน วตํ สมาทิยิตฺวา ปูเรนฺโต สกลสรีเร มสึ มกฺเขตฺวา กากปตฺตานิ มุฏฺฐิยํ กตฺวา กาลีเทวึ ผลเก ลิขาเปตฺวา ตํ กาชโกฏิยํ พนฺธิตฺวา อุจฺฉิฏฺโฐทกาทิอสุจิสนฺนิจิตโอลิคลฺลํ ปวิสิตฺวา ‘‘ทุสฺสีโลสิ นิสฺสีโลสิ สีลวิรหิโตสี’’ติ โถเมนฺโต วิจรตีติ.
ทุสฺสีลตฺตา เอว หีนชฺฌาสยตาย ปาปธมฺโม ลามกสภาโวสิ. ปูตินา กมฺเมน สีลวิปตฺติยา อนฺโต ปวิฏฺฐตฺตา อนฺโตปูติ. ฉหิ ทฺวาเรหิ ราคาทิกิเลสานุสฺสวเนน ตินฺตตฺตา อวสฺสุโต. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว. ครุกํ นิทฺทิเสติ เอตฺถ ‘‘กโตกาสมฺหี’’ติ จ ‘‘ตเถว อกโตกาเส, ทุกฺกฏาปตฺติยา สหา’’ติ จ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เอวมุตฺตรตฺราปิ.
๔๐๖. สมฺมุขาติ จุทิตกสฺส สมฺมุขา, อวิทูเรติ อตฺโถ. หตฺถมุทฺทายาติ มุตฺตปาณาทิวเสน. ตํ หตฺถมุทฺทาย กถิตํ. ปโรติ ยํ โจเทสิ, โส จุทิตโก ปโร. ภิกฺขุโนติ โจทกสฺส ภิกฺขุโน.
๔๐๗. สมฺมุเข ฐตฺวาติ จุทิตกสฺส อาสนฺเน ฐตฺวา. ‘‘โจทาเปนฺตสฺสา’’ติ เอตสฺส กมฺมภาวโต ปโรติ อิทํ อุปโยคนฺตวเสน สมฺพนฺธิตพฺพํ. เอวมุตฺตรตฺร. เกนจีติ อญฺเญน เกนจิ ปุคฺคเลน. ตสฺส โจทกสฺส. ‘‘โจทาเปนฺตสฺสา’’ติ ปุน วจนํ นิยมตฺถํ.
๔๐๘. โสปีติ อุคฺคหาปิตตฺตา โจทนํ กโรนฺโต อิตโร ปโยชฺชกปุคฺคโลปิ. เตสํ ทฺวินฺนมฺปีติ ปโยชกปโยชฺชกานํ ทฺวินฺนมฺปิ.
๔๐๙. วุตฺตฏฺฐานํ ปณฺณํ วา สนฺเทสํ วา หรนฺโต ทูโต นาม, โส ‘‘ปณฺณํ วา สาสนํ วา เปเสตฺวา’’ติ อิมินา สงฺคยฺหตีติ ตสฺมึ วิสุํ อวตฺตพฺเพปิ ‘‘ทุต’’นฺติ วจเนน นิสฺสฏฺฐทูตมาห. ปณฺณํ วา อทตฺวา ‘‘เอวญฺจ เอวญฺจ วทา’’ติ สาสนญฺจ อทตฺวา ‘‘ตํ โจเทหี’’ติ อตฺถมตฺตเมว ทตฺวา นิสฺสฏฺโฐ ภิกฺขุ อิธ ‘‘นิสฺสฏฺฐทูโต’’ติ คเหตพฺโพ.
อถ วา ‘‘ทูต’’นฺติ อิมินา โจเทตุํ อุคฺคหาเปตฺวา, ตมนุคฺคหาเปตฺวา วา นิสฺสฏฺโฐ ภิกฺขุ ทูโตเยว คเหตพฺโพ. ‘‘ปณฺณ’’นฺติ อิมินา ปพฺพชิตสฺส วา อปพฺพชิตสฺส วา กสฺสจิ หตฺเถ โจทนํ ลิขิตฺวา ทินฺนปณฺณํ คเหตพฺพํ. สาสนนฺติ ‘‘ปาราชิกํ อาปนฺโน’’ติอาทินา นเยน วตฺวา เปสิยมานํ สาสนํ คเหตพฺพํ. อิทํ ตยมฺปิ ทูเร นิสีทิตฺวา อญฺเญหิ การาปนโต ‘‘โจทาเปนฺตสฺสา’’ติ อาห. ‘‘ปร’’นฺติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เอตฺถ โอกาสการาปนํ นตฺถิ.
๔๑๐. ตถาติ ยถา อมูลเกน ปาราชิเกน สมฺมุขา โอกาเส การิเต, อการิเต จ, ตถา อมูลเกหิ สงฺฆาทิเสเสหีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘วุตฺเต สมฺมุขา ปเร’’ติ ภุมฺมวเสน อธิกเตน โยเชตพฺพํ, โจเทติ โจทาเปตีติ วุตฺตํ โหตีติ. ปาจิตฺติยาปตฺตีติ โอกาเส การิเต เกวลา, อการิเต ทุกฺกเฏน สหาติ คเหตพฺพํ. สมฺมุขา เสสาปตฺตีหิ ปเร วุตฺเต จาวนสญฺญิโน ทุกฺกฏํ โหตีติ โยชนา. โอกาสาการาปเนนปิ ทุกฺกฏเมว โหติ.
๔๑๑. อกฺโกสนาธิปฺปายสฺสาติ ขุํสนาธิปฺปายสฺส. อกโตกาสนฺติ อการิโตกาสํ, ‘‘ปร’’นฺติ อิมินา โยเชตพฺพํ. อตฺตนาติ โจทเกน, ‘‘สยํ อการิโตกาส’’นฺติ อิมินา โยเชตพฺพํ. สห ปาจิตฺติเยนาติ ‘‘โอมสวาเท ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปารา. ๑๔) วุตฺตปาจิตฺติเยน สห. วทนฺตสฺสาติ โจเทนฺตสฺส วา โจทาเปนฺตสฺส วา, เอตฺถ ‘‘สมฺมุขา’’ติ อิทํ วกฺขมานสฺส ‘‘อสมฺมุขา’’ติ เอตสฺส วิปริยายโต ลพฺภติ, จ-กาเรน การิโตกาสปกฺเข ทุกฺกเฏน ปาจิตฺติยสมฺพนฺธี.
๔๑๒. อสมฺมุขา วทนฺตสฺสาติ เอตฺถ ‘‘อกฺโกสนาธิปฺปายสฺสา’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ‘‘อกโตกาสมตฺตนา’’ติ นานุวตฺตติ. สตฺตหิ อาปตฺตีหีติ ปาราชิกสงฺฆาทิเสสถุลฺลจฺจยปาจิตฺติยปาฏิเทสนียทุกฺกฏทุพฺภาสิตสงฺขาเตสุ สตฺตสุ อาปตฺติกฺขนฺเธสุ เยน เกนจีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ตถา’’ติ อิมินา ‘‘อสมฺมุขา’’ติ อิทํ สงฺคณฺหาติ. กมฺมนฺติ ตชฺชนียาทิสตฺตวิธํ กมฺมํ.
๔๑๓. อุมฺมตฺตกาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘อนาปตฺติ สุทฺเธ อสุทฺธทิฏฺฐิสฺส อสุทฺเธ อสุทฺธทิฏฺฐิสฺส อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๙๐) วุตฺเต สงฺคณฺหาติ. ปญฺจงฺคสํยุตนฺติ ยํ โจเทติ, ตสฺส ‘‘อุปสมฺปนฺโน’’ติ สงฺขฺยูปคมนํ, ตสฺมึ สุทฺธสญฺญิตา, เยน ปาราชิเกน โจเทติ, ตสฺส ทิฏฺฐาทิวเสน อมูลกตา, จาวนาธิปฺปาเยน สมฺมุขา โจทนา, ตสฺส ตงฺขณวิชานนนฺติ อิเมหิ ปญฺจหิ องฺเคหิ ยุตฺตํ โหติ.
๔๑๕. อิทนฺติ ‘‘สิกฺขาปท’’นฺติ เสโส, ‘‘สิกฺขาปท’’นฺติ จ อิมินา ตปฺปฏิปาทนียา อาปตฺติเยว คยฺหติ. ติสมุฏฺฐานนฺติ กายจิตฺตโต, วาจาจิตฺตโต, กายวาจาจิตฺตโตติ สจิตฺตเกหิ ตีหิ สมุฏฺฐานโต ติสมุฏฺฐานํ. เตเนวาห ‘‘สจิตฺต’’นฺติ. ปฏิฆจิตฺตานํ ทฺวินฺนํ อญฺญตเรน สหิตตฺตา สจิตฺตกํ. ตํสมฺปยุตฺตาย โทมนสฺสเวทนาย วเสน ทุกฺขเวทนํ.
ทุฏฺฐโทสกถาวณฺณนา.
๔๑๖. เลสมตฺตนฺติ ‘‘อญฺญมฺปิ วตฺถุํ ลิสฺสติ สิลิสฺสติ โวหารมตฺเตเนว อีสกํ อลฺลียตีติ เลโส, ชาติอาทีนํเยว อญฺญตรโกฏฺฐาสสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๙๑) อฏฺฐกถาย ทสฺสิตนิพฺพจเนสุ ‘‘เลโส นาม ทส เลสา ชาติเลโส นามเลโส’’ติอาทินา (ปารา. อฏฺฐ. ๓๙๔) นเยน ปทภาชเน วุตฺเตสุ ชาตินามโคตฺตาทีสุ ทสสุ เลเสสุ อญฺญตรเลสมตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ.