๕. ปฐมปวารณาสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๓๗. ปญฺจเม ‘‘ติ-การํ อวตฺวา’’ติ อิมินา กาตพฺพสทฺทสามตฺถิยา ลทฺธํ อิติ-ปทํ กตกาเล น วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. อิธ ปน อชานนฺเตหิ อิติ-สทฺเท ปยุตฺเตปิ อติริตฺตํ กตเมว โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

๒๓๘-๙. ‘‘ปวาริโต’’ติ อิทญฺจ กตฺตุอตฺเถ นิปฺผนฺนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘กตปวารโณ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ภุตฺตาวี-ปทสฺส นิรตฺถกภาวเมว สาเธตุํ ‘‘วุตฺตมฺปิ เจต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตาหีติ ปุถุกาหิ. สตฺตุโมทโกติ สตฺตุํ เตเมตฺวา กโต อปกฺโก. สตฺตุํ ปน ปิสิตฺวา ปิฏฺฐํ กตฺวา เตเมตฺวา ปูวํ กตฺวา ปจนฺติ, ตํ น ปวาเรติ. ‘‘ปฏิกฺขิปิตพฺพฏฺฐาเน ฐิตเมว ปฏิกฺขิปติ นามา’’ติ วุตฺตตฺตา ยํ ยํ อลชฺชิสนฺตกํ วา อตฺตโน อปาปุณกสงฺฆิกาทึ วา ปฏิกฺเขปโต ปวารณา น โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

อาสนฺนตรํ องฺคนฺติ หตฺถปาสโต พหิ ฐตฺวา โอนมิตฺวา เทนฺตสฺส สีสํ อาสนฺนตรํ โหติ, ตสฺส โอริมนฺเตน ปริจฺฉินฺทิตพฺพํ.

อปนาเมตฺวาติ อภิมุขํ หริตฺวา. ‘‘อิมํ ภตฺตํ คณฺหา’’ติ วทตีติ กิญฺจิ อนาเมตฺวา วทติ. เกวลํ วาจาภิหารสฺส อนธิปฺเปตตฺตา คณฺหถาติ คเหตุํ อารทฺธํ กฏจฺฉุนา อนุกฺขิตฺตมฺปิ ปุพฺเพปิ เอวํ อภิหฏตฺตา ปวารณา โหตีติ ‘‘อภิหฏาว โหตี’’ติ วุตฺตํ. อุทฺธฏมตฺเตติ ภาชนโต วิโยชิตมตฺเต. ทฺวินฺนํ สมภาเรปีติ ปริเวสกสฺส จ อญฺญสฺส จ ภตฺตปจฺฉิภาชนวหเน สมเกปีติ อตฺโถ.

รสํ คณฺหถาติ เอตฺถ เกวลํ มํสรสสฺส อปวารณาชนกสฺส นาเมน วุตฺตตฺตา ปฏิกฺขิปโต ปวารณา น โหติ. มจฺฉรสนฺติอาทีสุ มจฺโฉ จ รสญฺจาติ อตฺถสฺส สมฺภวโต วตฺถุโนปิ ตาทิสตฺตา ปวารณา โหติ, ‘‘อิทํ คณฺหถา’’ติปิ อวตฺวา ตุณฺหีภาเวน อภิหฏํ ปฏิกฺขิปโตปิ โหติ เอว. กรมฺพโกติ มิสฺสกาธิวจนเมตํ. ยญฺหิ พหูหิ มิสฺเสตฺวา กโรนฺติ, โส ‘‘กรมฺพโก’’ติ วุจฺจติ.

‘‘อุทฺทิสฺส กต’’นฺติ มญฺญมาโนติ เอตฺถ วตฺถุโน กปฺปิยตฺตา ‘‘ปวาริโตว โหตี’’ติ วุตฺตํ. ตญฺเจ อุทฺทิสฺส กตเมว โหติ, ปฏิกฺเขโป นตฺถิ. อยเมตฺถ อธิปฺปาโยติ ‘‘เยนาปุจฺฉิโต’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ สนฺธาย วทติ. การณํ ปเนตฺถ ทุทฺทสนฺติ ภตฺตสฺส พหุตรภาเวน ปวารณาสมฺภวการณํ ทุทฺทสํ, อญฺญถา กรมฺพเกปิ มจฺฉาทิพหุภาเว ปวารณา ภเวยฺยาติ อธิปฺปาโย. ยถา เจตฺถ การณํ ทุทฺทสํ, เอวํ ปรโต ‘‘มิสฺสกํ คณฺหถา’’ติ เอตฺถาปิ การณํ ทุทฺทสเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยญฺจ ‘‘อิทํ ปน ภตฺตมิสฺสกเมวา’’ติอาทิ การณํ วุตฺตํ, ตมฺปิ ‘‘อปฺปตรํ น ปวาเรตี’’ติ วจเนน น สเมติ. วิสุํ กตฺวา เทตีติ ‘‘รสํ คณฺหถา’’ติอาทินา วาจาย วิสุํ กตฺวา เทตีติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. น ปน กาเยน รสาทึ วิโยเชตฺวาติ. ตถา อวิโยชิเตปิ ปฏิกฺขิปโต ปวารณาย อสมฺภวโต อปฺปวารณาปโหณกสฺส นาเมน วุตฺตตฺตา ภตฺตมิสฺสกยาคุํ อาหริตฺวา ‘‘ยาคุํ คณฺหถา’’ติ วุตฺตฏฺฐานาทีสุ วิย, อญฺญถา วา เอตฺถ ยถา ปุพฺพาปรํ น วิรุชฺฌติ, ตถา อธิปฺปาโย คเหตพฺโพ.

นาวา วา เสตุ วาติอาทิมฺหิ นาวาทิอภิรุหนาทิกฺขเณ กิญฺจิ ฐตฺวาปิ อภิรุหนาทิกาตพฺพตฺเตปิ คมนตปฺปรตาย ฐานํ นาม น โหติ, ชนสมฺมทฺเทน ปน อโนกาสาทิภาเวน กาตุํ น วฏฺฏติ. อจาเลตฺวาติ วุตฺตฏฺฐานโต อญฺญสฺมิมฺปิ ปเทเส วา อุทฺธํ วา อเปเสตฺวา ตสฺมึ เอว ปน ฐาเน ปริวตฺเตตุํ ลภติ. เตนาห ‘‘เยน ปสฺเสนา’’ติอาทิ.

อกปฺปิยโภชนํ วาติ กุลทูสนาทินา อุปฺปนฺนํ, ตํ ‘‘อกปฺปิย’’นฺติ อิมินา เตน มิสฺสํ โอทนาทิ อติริตฺตํ โหติ เอวาติ ทสฺเสติ. ตสฺมา ยํ ตตฺถ อกปฺปกตํ กนฺทผลาทิ, ตํ อปเนตฺวา เสสํ ภุญฺชิตพฺพเมว.

โส ปุน กาตุํ น ลภตีติ ตสฺมิญฺเญว ภาชเน กริยมานํ ปฐมกเตน สทฺธึ กตํ โหตีติ ปุน โส เอว กาตุํ น ลภติ, อญฺโญ ลภติ. อญฺเญน หิ กตโต อญฺโญ ปุน กาตุํ ลภติ. อญฺญสฺมึ ปน ภาชเน เตน วา อญฺเญน วา กาตุํ วฏฺฏติ. เตนาห ‘‘เยน อกตํ, เตน กาตพฺพํ, ยญฺจ อกตํ, ตํ กาตพฺพ’’นฺติ. เอวํ กตนฺติ อญฺญสฺมึ ภาชเน กตํ. สเจ ปน อามิสสํสฏฺฐานีติ เอตฺถ มุขาทีสุ ลคฺคมฺปิ อามิสํ โสเธตฺวาว อติริตฺตํ ภุญฺชิตพฺพนฺติ เวทิตพฺพํ.

๒๔๑. วาจาย อาณาเปตฺวา อติริตฺตํ อการาปนโต อกิริยสมุฏฺฐานนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปวาริตภาโว, อามิสสฺส อนติริตฺตตา, กาเล อชฺโฌหรณนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

ปฐมปวารณาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.