๔. โภชนวคฺโค

๑. อาวสถปิณฺฑสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๐๖. จตุตฺถวคฺคสฺส ปฐเม อิเมสํเยวาติ อิเมสํ ปาสณฺฑานํเยว. เอตฺตกานนฺติ อิมสฺมึ ปาสณฺเฑ เอตฺตกานํ.

๒๐๘. ‘‘คจฺฉนฺโต วา อาคจฺฉนฺโต วา’’ติ อิทํ อทฺธโยชนวเสน คเหตพฺพํ. อญฺเญ อุทฺทิสฺส ปญฺญตฺตญฺจ ภิกฺขูสุ อปฺปสนฺเนหิ ติตฺถิเยหิ สามญฺญโตปิ ปญฺญตฺตมฺปิ ภิกฺขูนํ น วฏฺฏติ เอว. อาวสถปิณฺฑตา, อคิลานตา, อนุวสิตฺวา โภชนนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

อาวสถปิณฺฑสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. คณโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๐๙. ทุติเย อภิมาเรติ อภิภวิตฺวา ภควนฺตํ มารณตฺถาย ปโยชิเต ธนุธเร. นนุ ‘‘ราชานมฺปิ มาราเปสี’’ติ วจนโต อิทํ สิกฺขาปทํ อชาตสตฺตุโน กาเล ปญฺญตฺตนฺติ สิทฺธํ, เอวญฺจ สติ ปาฬิยํ ‘‘เตน โข ปน สมเยน รญฺโญ มาคธสฺส…เป… ญาติสาโลหิโต อาชีวเกสุ ปพฺพชิโต โหติ…เป… พิมฺพิสารํ เอตทโวจา’’ติอาทิ วิรุชฺฌตีติ? น วิรุชฺฌติ. โส กิร อาชีวโก พิมฺพิสารกาลโต ปภุติ อนฺตรนฺตรา ภิกฺขู นิมนฺเตตฺวา ทานํ เทนฺโต อชาตสตฺตุกาเลปิ สิกฺขาปเท ปญฺญตฺเตปิ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ทูตํ ปาเหสิ, ภิกฺขู จ กุกฺกุจฺจายนฺตา นิวาเรสุํ. ตสฺมา อาทิโต ปฏฺฐาย ตํ วตฺถุ ทสฺสิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๒๑๕. อญฺญมญฺญํ วิสทิสํ รชฺชํ วิรชฺชํ, วิรชฺชโต อาคตา เวรชฺชกา. เต จ ยสฺมา ชาติโคตฺตาทิโต นานาวิธา, ตสฺมา นานาเวรชฺชเกติปิ อตฺโถ.

๒๑๗-๘. อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส วตฺถุวเสเนว วิญฺญตฺติโต คณโภชนตฺถตา สิทฺธาติ ตํ อวตฺวา ปทภาชเน อสิทฺธเมว นิมนฺตนโต คณโภชนํ ทสฺสิตนฺติ เวทิตพฺพํ. เตนาห ‘‘ทฺวีหากาเรหี’’ติอาทิ. ‘‘เยน เกนจิ เววจเนนา’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘โภชนํ คณฺหถา’’ติอาทิสามญฺญนาเมนาปิ คณโภชนํ โหติ. ยํ ปน ปาฬิยํ อทฺธานคมนาทิวตฺถูสุ ‘‘อิเธว ภุญฺชถา’’ติ วุตฺตวจนสฺส กุกฺกุจฺจายนํ, ตมฺปิ โอทนาทินามํ คเหตฺวา วุตฺตตฺตา เอว กตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอกโต คณฺหนฺตีติ อญฺญมญฺญสฺส ทฺวาทสหตฺถํ อมุญฺจิตฺวา เอกโต ฐตฺวา คณฺหนฺติ.

‘‘อมฺหากํ จตุนฺนมฺปิ ภตฺตํ เทหี’’ติ วุตฺตตฺตา ปาฬิ (วณฺณนา) ยํ ‘‘ตฺวํ เอกสฺส ภิกฺขุโน ภตฺตํ เทหี’’ติอาทิโน วุตฺตตฺตา จ โภชนนาเมน วิญฺญตฺตเมว คณโภชนํ โหติ, ตญฺจ อญฺเญน วิญฺญตฺตมฺปิ เอกโต คณฺหนฺตานํ สพฺเพสมฺปิ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. วิสุํ คหิตํ ปน วิญฺญตฺตํ ภุญฺชโต ปณีตโภชนาทิสิกฺขาปเทหิ อาปตฺติ เอว.

อาคนฺตุกปฏฺฏนฺติ อจฺฉินฺทิตฺวา อนฺวาธึ อาโรเปตฺวา กรณจีวรํ สนฺธาย วุตฺตํ. ฐเปตีติ เอกํ อนฺตํ จีวเร พนฺธนวเสน ฐเปติ. ปจฺจาคตํ สิพฺพตีติ ตสฺเสว ทุติยอนฺตํ ปริวตฺติตฺวา อาหตํ สิพฺพติ. อาคนฺตุกปฏฺฏํ พนฺธตีติ จีวเรน ลคฺคํ กโรนฺโต ปุนปฺปุนํ ตตฺถ ตตฺถ สุตฺเตน พนฺธติ. ฆฏฺเฏตีติ ปมาเณน คเหตฺวา ทณฺฑาทีหิ ฆฏฺเฏติ. สุตฺตํ กโรตีติ คุณาทิภาเวน วฏฺเฏติ. วเลตีติ อเนกคุณสุตฺตํ หตฺเถน วา จกฺกทณฺเฑน วา วฏฺเฏติ เอกตฺตํ กโรติ. ปริวตฺตนํ กโรตีติ ปริวตฺตนทณฺฑยนฺตกํ กโรติ, ยสฺมึ สุตฺตคุฬํ ปเวเสตฺวา เวฬุนาฬิกาทีสุ ฐเปตฺวา ปริพฺภมาเปตฺวา สุตฺตโกฏิโต ปฏฺฐาย อากฑฺฒนฺติ.

๒๒๐. อนิมนฺติตจตุตฺถนฺติ อนิมนฺติโต จตุตฺโถ ยสฺส ภิกฺขุจตุกฺกสฺส, ตํ อนิมนฺติตจตุตฺถํ. เอวํ เสเสสุปิ. เตนาห ‘‘ปญฺจนฺนํ จตุกฺกาน’’นฺติ. สมฺปเวเสตฺวาติ เตหิ โยเชตฺวา. คโณ ภิชฺชตีติ นิมนฺติตสงฺโฆ น โหตีติ อตฺโถ.

อธิวาเสตฺวา คเตสูติ เอตฺถ อกปฺปิยนิมนฺตนาธิวาสนกฺขเณ ปุพฺพปโยเค ทุกฺกฏมฺปิ นตฺถิ, วิญฺญตฺติโต ปสวเน ปน วิญฺญตฺติกฺขเณ อิตรสิกฺขาปเทหิ ทุกฺกฏํ โหตีติ คเหตพฺพํ. นิมนฺตนํ สาทิยถาติ นิมนฺตนภตฺตํ ปฏิคฺคณฺหถ. ตานิ จาติ กุมฺมาสาทีนิ จ เตหิ ภิกฺขูหิ เอเกน ปจฺฉา คหิตตฺตา เอกโต น คหิตานิ.

‘‘ภตฺตุทฺเทสเกน ปณฺฑิเตน ภวิตพฺพํ…เป… โมเจตพฺพา’’ติ เอเตน ภตฺตุทฺเทสเกน อกปฺปิยนิมนฺตเน สาทิเต สพฺเพสมฺปิ สาทิตํ โหติ. เอกโต คณฺหนฺตานํ คณโภชนาปตฺติ จ โหตีติ ทสฺเสติ. ทูตสฺส ทฺวาเร อาคนฺตฺวา ปุน ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วจนภเยน ‘‘คามทฺวาเร อฏฺฐตฺวา’’ติ วุตฺตํ. คณโภชนตา, สมยาภาโว, อชฺโฌหรณนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

คณโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ปรมฺปรโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๒๑. ตติเย ปาฬิยํ ภตฺตปฏิปาฏิ อฏฺฐิตาติ กุลปฏิปาฏิยา ทาตพฺพา ภตฺตปฏิปาฏิ อฏฺฐิตา น ฐิตา, อพฺโพจฺฉินฺนา นิรนฺตรปฺปวตฺตาติ อตฺโถ. พทรผลานิ ปกฺขิปิตฺวา ปกฺกยาคุอาทิกํ ‘‘พทรสาฬว’’นฺติ วุจฺจติ.

ปาฬิยํ ปรมฺปรโภชเนติ เยน ปฐมํ นิมนฺติโต, ตสฺส โภชนโต ปรสฺส โภชนสฺส ภุญฺชเน. วิกปฺปนาว อิธ อนุปญฺญตฺติวเสน มาติกายํ อนาโรปิตาปิ ปริวาเร ‘‘จตสฺโส อนุปญฺญตฺติโย’’ติ (ปริ. ๘๖) อนุปญฺญตฺติยํ คณิตา. ตตฺถ กิญฺจาปิ อฏฺฐกถายํ มหาปจฺจริวาทสฺส ปจฺฉา กถเนน ปรมฺมุขาวิกปฺปนา ปติฏฺฐปิตา, ตถาปิ สมฺมุขาวิกปฺปนาปิ คเหตพฺพาว. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘โย ภิกฺขุ ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสุ อญฺญตรสฺส ‘มยฺหํ ภตฺตปจฺจาสํ ตุยฺหํ ทมฺมี’ติ วา ‘วิกปฺเปมี’ติ วา เอวํ สมฺมุขา’’ติอาทิ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปรมฺปรโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตํ.

๒๒๙. ขีรํ วา รสํ วาติ ปญฺจโภชนามิสํ ภตฺตโต อุปริ ฐิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตญฺหิ อโภชนตฺตา อุปฺปฏิปาฏิยา ปิวโตปิ อนาปตฺติ. เตนาห ‘‘ภุญฺชนฺเตนา’’ติอาทิ.

วิกปฺปนาย อกรณโต อกิริยาวเสน อิทํ วาจายปิ สมุฏฺฐิตนฺติ อาห ‘‘วจีกมฺม’’นฺติ. ปรมฺปรโภชนตา, สมยาภาโว, อชฺโฌหรณนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

ปรมฺปรโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. กาณมาตาสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๓๑. จตุตฺเถ ปาฬิยํ ปฏิยาโลกนฺติ ปจฺฉิมทิสํ, ปจฺฉาทิสนฺติ อตฺโถ. อปาเถยฺยาทิอตฺถาย ปฏิยาทิตนฺติสญฺญาย คณฺหนฺตสฺสาปิ อาปตฺติ เอว อจิตฺตกตฺตา สิกฺขาปทสฺส. อตฺตโน อตฺถาย ‘‘อิมสฺส หตฺเถ เทหี’’ติ วจเนนาปิ อาปชฺชนโต ‘‘วจีกมฺม’’นฺติ วุตฺตํ. วุตฺตลกฺขณปูวมนฺถตา, อเสสกตา, อปฺปฏิปฺปสฺสทฺธคมนตา, อญฺญาตกาทิตา, อติเรกปฏิคฺคหณนฺติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.

กาณมาตาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. ปฐมปวารณาสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๓๗. ปญฺจเม ‘‘ติ-การํ อวตฺวา’’ติ อิมินา กาตพฺพสทฺทสามตฺถิยา ลทฺธํ อิติ-ปทํ กตกาเล น วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. อิธ ปน อชานนฺเตหิ อิติ-สทฺเท ปยุตฺเตปิ อติริตฺตํ กตเมว โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

๒๓๘-๙. ‘‘ปวาริโต’’ติ อิทญฺจ กตฺตุอตฺเถ นิปฺผนฺนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘กตปวารโณ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ภุตฺตาวี-ปทสฺส นิรตฺถกภาวเมว สาเธตุํ ‘‘วุตฺตมฺปิ เจต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตาหีติ ปุถุกาหิ. สตฺตุโมทโกติ สตฺตุํ เตเมตฺวา กโต อปกฺโก. สตฺตุํ ปน ปิสิตฺวา ปิฏฺฐํ กตฺวา เตเมตฺวา ปูวํ กตฺวา ปจนฺติ, ตํ น ปวาเรติ. ‘‘ปฏิกฺขิปิตพฺพฏฺฐาเน ฐิตเมว ปฏิกฺขิปติ นามา’’ติ วุตฺตตฺตา ยํ ยํ อลชฺชิสนฺตกํ วา อตฺตโน อปาปุณกสงฺฆิกาทึ วา ปฏิกฺเขปโต ปวารณา น โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

อาสนฺนตรํ องฺคนฺติ หตฺถปาสโต พหิ ฐตฺวา โอนมิตฺวา เทนฺตสฺส สีสํ อาสนฺนตรํ โหติ, ตสฺส โอริมนฺเตน ปริจฺฉินฺทิตพฺพํ.

อปนาเมตฺวาติ อภิมุขํ หริตฺวา. ‘‘อิมํ ภตฺตํ คณฺหา’’ติ วทตีติ กิญฺจิ อนาเมตฺวา วทติ. เกวลํ วาจาภิหารสฺส อนธิปฺเปตตฺตา คณฺหถาติ คเหตุํ อารทฺธํ กฏจฺฉุนา อนุกฺขิตฺตมฺปิ ปุพฺเพปิ เอวํ อภิหฏตฺตา ปวารณา โหตีติ ‘‘อภิหฏาว โหตี’’ติ วุตฺตํ. อุทฺธฏมตฺเตติ ภาชนโต วิโยชิตมตฺเต. ทฺวินฺนํ สมภาเรปีติ ปริเวสกสฺส จ อญฺญสฺส จ ภตฺตปจฺฉิภาชนวหเน สมเกปีติ อตฺโถ.

รสํ คณฺหถาติ เอตฺถ เกวลํ มํสรสสฺส อปวารณาชนกสฺส นาเมน วุตฺตตฺตา ปฏิกฺขิปโต ปวารณา น โหติ. มจฺฉรสนฺติอาทีสุ มจฺโฉ จ รสญฺจาติ อตฺถสฺส สมฺภวโต วตฺถุโนปิ ตาทิสตฺตา ปวารณา โหติ, ‘‘อิทํ คณฺหถา’’ติปิ อวตฺวา ตุณฺหีภาเวน อภิหฏํ ปฏิกฺขิปโตปิ โหติ เอว. กรมฺพโกติ มิสฺสกาธิวจนเมตํ. ยญฺหิ พหูหิ มิสฺเสตฺวา กโรนฺติ, โส ‘‘กรมฺพโก’’ติ วุจฺจติ.

‘‘อุทฺทิสฺส กต’’นฺติ มญฺญมาโนติ เอตฺถ วตฺถุโน กปฺปิยตฺตา ‘‘ปวาริโตว โหตี’’ติ วุตฺตํ. ตญฺเจ อุทฺทิสฺส กตเมว โหติ, ปฏิกฺเขโป นตฺถิ. อยเมตฺถ อธิปฺปาโยติ ‘‘เยนาปุจฺฉิโต’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ สนฺธาย วทติ. การณํ ปเนตฺถ ทุทฺทสนฺติ ภตฺตสฺส พหุตรภาเวน ปวารณาสมฺภวการณํ ทุทฺทสํ, อญฺญถา กรมฺพเกปิ มจฺฉาทิพหุภาเว ปวารณา ภเวยฺยาติ อธิปฺปาโย. ยถา เจตฺถ การณํ ทุทฺทสํ, เอวํ ปรโต ‘‘มิสฺสกํ คณฺหถา’’ติ เอตฺถาปิ การณํ ทุทฺทสเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยญฺจ ‘‘อิทํ ปน ภตฺตมิสฺสกเมวา’’ติอาทิ การณํ วุตฺตํ, ตมฺปิ ‘‘อปฺปตรํ น ปวาเรตี’’ติ วจเนน น สเมติ. วิสุํ กตฺวา เทตีติ ‘‘รสํ คณฺหถา’’ติอาทินา วาจาย วิสุํ กตฺวา เทตีติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. น ปน กาเยน รสาทึ วิโยเชตฺวาติ. ตถา อวิโยชิเตปิ ปฏิกฺขิปโต ปวารณาย อสมฺภวโต อปฺปวารณาปโหณกสฺส นาเมน วุตฺตตฺตา ภตฺตมิสฺสกยาคุํ อาหริตฺวา ‘‘ยาคุํ คณฺหถา’’ติ วุตฺตฏฺฐานาทีสุ วิย, อญฺญถา วา เอตฺถ ยถา ปุพฺพาปรํ น วิรุชฺฌติ, ตถา อธิปฺปาโย คเหตพฺโพ.

นาวา วา เสตุ วาติอาทิมฺหิ นาวาทิอภิรุหนาทิกฺขเณ กิญฺจิ ฐตฺวาปิ อภิรุหนาทิกาตพฺพตฺเตปิ คมนตปฺปรตาย ฐานํ นาม น โหติ, ชนสมฺมทฺเทน ปน อโนกาสาทิภาเวน กาตุํ น วฏฺฏติ. อจาเลตฺวาติ วุตฺตฏฺฐานโต อญฺญสฺมิมฺปิ ปเทเส วา อุทฺธํ วา อเปเสตฺวา ตสฺมึ เอว ปน ฐาเน ปริวตฺเตตุํ ลภติ. เตนาห ‘‘เยน ปสฺเสนา’’ติอาทิ.

อกปฺปิยโภชนํ วาติ กุลทูสนาทินา อุปฺปนฺนํ, ตํ ‘‘อกปฺปิย’’นฺติ อิมินา เตน มิสฺสํ โอทนาทิ อติริตฺตํ โหติ เอวาติ ทสฺเสติ. ตสฺมา ยํ ตตฺถ อกปฺปกตํ กนฺทผลาทิ, ตํ อปเนตฺวา เสสํ ภุญฺชิตพฺพเมว.

โส ปุน กาตุํ น ลภตีติ ตสฺมิญฺเญว ภาชเน กริยมานํ ปฐมกเตน สทฺธึ กตํ โหตีติ ปุน โส เอว กาตุํ น ลภติ, อญฺโญ ลภติ. อญฺเญน หิ กตโต อญฺโญ ปุน กาตุํ ลภติ. อญฺญสฺมึ ปน ภาชเน เตน วา อญฺเญน วา กาตุํ วฏฺฏติ. เตนาห ‘‘เยน อกตํ, เตน กาตพฺพํ, ยญฺจ อกตํ, ตํ กาตพฺพ’’นฺติ. เอวํ กตนฺติ อญฺญสฺมึ ภาชเน กตํ. สเจ ปน อามิสสํสฏฺฐานีติ เอตฺถ มุขาทีสุ ลคฺคมฺปิ อามิสํ โสเธตฺวาว อติริตฺตํ ภุญฺชิตพฺพนฺติ เวทิตพฺพํ.

๒๔๑. วาจาย อาณาเปตฺวา อติริตฺตํ อการาปนโต อกิริยสมุฏฺฐานนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปวาริตภาโว, อามิสสฺส อนติริตฺตตา, กาเล อชฺโฌหรณนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

ปฐมปวารณาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ทุติยปวารณาสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๔๓. ฉฏฺเฐ ‘‘ภุตฺตสฺมิ’’นฺติ มาติกายํ วุตฺตตฺตา โภชนปริโยสาเน ปาจิตฺติยํ. ปวาริตตา, ตถาสญฺญิตา, อาสาทนาเปกฺขตา, อนติริตฺเตน อภิหฏปวารณา, โภชนปอโยสานนฺติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.

ทุติยปวารณาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. วิกาลโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๔๗. สตฺตเม นฏานํ นาฏกาติ นฏนาฏกา, สีตาหรณาทีนิ.

๒๔๘-๙. ขาทนีเย ขาทนียตฺถนฺติ ปูวาทิขาทนีเย วิชฺชมานขาทนียกิจฺจํ ขาทนีเยหิ กาตพฺพํ ชิฆจฺฉาหรณสงฺขาตํ อตฺถํ ปโยชนํ เนว ผรนฺติ น นิปฺผาเทนฺติ. เอกสฺมึ เทเส อาหารกิจฺจํ สาเธนฺตํ วา อญฺญสฺมึ เทเส อุฏฺฐิตภูมิรสาทิเภเทน อาหารกิจฺจํ อสาเธนฺตมฺปิ วา สมฺภเวยฺยาติ อาห ‘‘เตสุ เตสุ ชนปเทสู’’ติอาทิ. เกจิ ปน ‘‘เอกสฺมึ ชนปเท อาหารกิจฺจํ สาเธนฺตํ เสสชนปเทสุปิ วิกาเล น กปฺปติ เอวาติ ทสฺสนตฺถํ อิทํ วุตฺต’’นฺติปิ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติยกณฺฑ ๓.๒๔๘-๒๔๙) วทนฺติ. ปกติอาหารวเสนาติ อญฺเญหิ ยาวกาลิเกหิ อโยชิตํ อตฺตโน ปกติยาว อาหารกิจฺจกรณวเสน. สมฺโมโหเยว โหตีติ อเนกตฺถานํ นามานํ, อปฺปสิทฺธานญฺจ สมฺภวโต สมฺโมโห เอว สิยา. เตเนเวตฺถ มยมฺปิ มูลกมูลาทีนํ ปริยายนฺตรทสฺสเนน อทสฺสนํ กริมฺห อุปเทสโตว คเหตพฺพโต.

ยนฺติ วฏฺฏกนฺทํ. มุฬาลนฺติ ถูลตรุณมูลเมว, รุกฺขวลฺลิอาทีนํ มตฺถโกติ เหฏฺฐา วุตฺตเมว สมฺปิณฺเฑตฺวา วุตฺตํ. อจฺฉิวาทีนํ อปริปกฺกาเนว ผลานิ ยาวชีวิกานีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปริปกฺกานี’’ติ วุตฺตํ. หรีตกาทีนํ อฏฺฐีนีติ เอตฺถ มิญฺชํ ยาวกาลิกนฺติ เกจิ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ อฏฺฐกถายํ อวุตฺตตฺตา.

หิงฺคุรุกฺขโต ปคฺฆริตนิยฺยาโส หิงฺคุ นาม. หิงฺคุชตุอาทโย จ หิงฺคุวิกติโยว. ตตฺถ หิงฺคุชตุ นาม หิงฺคุรุกฺขสฺส ทณฺฑปตฺตานิ ปจิตฺวา กตนิยฺยาโส. หิงฺคุสิปาฏิกา นาม หิงฺคุปตฺตานิ ปจิตฺวา กตนิยฺยาโส. อญฺเญน มิสฺเสตฺวา กโตติปิ วทนฺติ. ตกนฺติ อคฺคโกฏิยา นิกฺขนฺตสิเลโส. ตกปตฺตินฺติ ปตฺตโต นิกฺขนฺตสิเลโส. ตกปณฺณินฺติ ปลาเส ภชฺชิตฺวา กตสิเลโส. ทณฺฑโต นิกฺขนฺตสิเลโสติปิ วทนฺติ. วิกาลตา, ยาวกาลิกตา, อชฺโฌหรณนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

วิกาลโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. สนฺนิธิการกสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๕๒-๓. อฏฺฐเม ตาทิสนฺติ อสูปพฺยญฺชนํ. ยาวกาลิกํ วา ยามกาลิกํ วา…เป… ปาจิตฺติยนฺติ เอตฺถ กิญฺจาปิ ปาฬิยํ ขาทนียโภชนียปเทหิ ยาวกาลิกเมว สงฺคหิตํ, น ยามกาลิกํ. ตถาปิ ‘‘อนาปตฺติ ยามกาลิกํ ยาเม นิทหิตฺวา ภุญฺชตี’’ติ อิธ เจว –

‘‘ยามกาลิเกน, ภิกฺขเว, สตฺตาหกาลิกํ…เป… ยาวชีวิกํ ตทหุปฏิคฺคหิตํ ยาเม กปฺปติ, ยามาติกฺกนฺเต น กปฺปตี’’ติ (มหาว. ๓๐๕) –

อญฺญตฺถ จ วุตฺตตฺตา, ‘‘ยามกาลิก’’นฺติ วจนสามตฺถิยโต จ ภควโต อธิปฺปายญฺญูหิ อฏฺฐกถาจริเยหิ ยามกาลิกํ สนฺนิธิการกกตํ ปาจิตฺติยวตฺถุเมว วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ยนฺติ ปตฺตํ, ฆํสนกิริยาเปกฺขาย เจตํ อุปโยควจนํ. องฺคุลิเลขา ปญฺญายตีติ สิเนหาภาเวปิ ปตฺตสฺส สุจฺฉวิตาย ปญฺญายติ. ยนฺติ ยาวกาลิกํ, ยามกาลิกญฺจ. อปริจฺจตฺตเมวาติ นิรเปกฺขตาย อนุปสมฺปนฺนสฺส อทินฺนํ, อปริจฺจตฺตญฺจ ยาวกาลิกาทิวตฺถุเมว สนฺธาย วทติ, น ปน ตคฺคตปฏิคฺคหณํ. น หิ วตฺถุํ อปริจฺจชิตฺวา ตตฺถคตปฏิคฺคหณํ ปริจฺจชิตุํ สกฺกา, น จ ตาทิสํ วจนมตฺถิ. ยทิ ภเวยฺย, ‘‘สเจ ปตฺโต ทุทฺโธโต โหติ…เป… ภุญฺชนฺตสฺส ปาจิตฺติย’’นฺติ วจนํ วิรุชฺเฌยฺย. น หิ โธวเนน อามิสํ อปเนตุํ วายมนฺตสฺส ปฏิคฺคหเณ อเปกฺขา วตฺตติ. เยน ปุนทิวเส ภุญฺชโต ปาจิตฺติยํ ชเนยฺย, ปตฺเต ปน วตฺตมานา อเปกฺขา ตคฺคติเก อามิเสปิ วตฺตติ เอวนามาติ อามิเส อนเปกฺขตา เอตฺถ น ลพฺภติ, ตโต อามิเส อวิชหิตปฏิคฺคหณํ ปุนทิวเส ปาจิตฺติยํ ชเนตีติ อิทํ วุตฺตํ. อถ มตํ ‘‘ยทคฺเคเนตฺถ อามิสานเปกฺขตา น ลพฺภติ. ตทคฺเคน ปฏิคฺคหณานเปกฺขาปิ น ลพฺภตี’’ติ. ตถา สติ ยตฺถ อามิสาเปกฺขา อตฺถิ, ตตฺถ ปฏิคฺคหณาเปกฺขาปิ น วิคจฺฉตีติ อาปนฺนํ, เอวญฺจ ปฏิคฺคหเณ อนเปกฺขวิสฺสชฺชนํ วิสุํ น วตฺตพฺพํ สิยา. อฏฺฐกถายญฺเจตมฺปิ ปฏิคฺคหณวิชหนการณตฺเตน อภิมตํ สิยา, อิทํ สุฏฺฐุตรํ กตฺวา วิสุํ วตฺตพฺพํ จีวราเปกฺขาย วตฺตมานายปิ ปจฺจุทฺธาเรน อธิฏฺฐานวิชหนํ วิย. เอตสฺมิญฺจ อุปาเย สติ คณฺฐิกาหตปตฺเตสุ อวฏฺฏนตา นาม น สิยาติ วุตฺโตวายมตฺโถ. ตสฺมา ยํ วุตฺตํ สารตฺถทีปนิยํ ‘‘ยํ ปรสฺส ปริจฺจชิตฺวา อทินฺนมฺปิ สเจ ปฏิคฺคหเณ นิรเปกฺขนิสฺสชฺชเนน วิชหิตปฏิคฺคหณํ โหติ, ตมฺปิ ทุติยทิวเส วฏฺฏตี’’ติอาทิ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติยกณฺฑ ๓.๒๕๒-๒๕๓), ตํ น สารโต ปจฺเจตพฺพํ.

ปกติอามิเสติ โอทนาทิกปฺปิยยาวกาลิเก. เทฺวติ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ยามกาลิกํ ปุเรภตฺตํ สามิเสน มุเขน ภุญฺชโต สนฺนิธิปจฺจยา เอกํ, ยามกาลิกสํสฏฺฐตาย ยาวกาลิกตฺตภชเนน อนติริตฺตปจฺจยา เอกนฺติ เทฺว ปาจิตฺติยานิ. วิกปฺปทฺวเยติ สามิสนิรามิสปกฺขทฺวเย. ถุลฺลจฺจยญฺจ ทุกฺกฏญฺจาติ มนุสฺสมํเส ถุลฺลจฺจยํ, เสเสสุ ทุกฺกฏํ. ยาวกาลิกยามกาลิกตา, สนฺนิธิภาโว, ตสฺส อชฺโฌหรณนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

สนฺนิธิการกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. ปณีตโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๕๙. นวเม ปณีตสํสฏฺฐานิ โภชนานิ ปณีตโภชนานีติ ปาฬิยํ ปน โภชนานิ ปุพฺเพ วุตฺตตฺตา ปากฏานีติ อทสฺสิตานิ, ตาทิเสหิ ปณีเตหิ มิสฺสตฺตา ปณีตโภชนานิ นาม โหนฺติ. เตสํ ปเภททสฺสนตฺถํ ‘‘เสยฺยถิทํ สปฺปิ นวนีต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สปฺปิภตฺตนฺติ เอตฺถ กิญฺจาปิ สปฺปินา สํสฏฺฐํ ภตฺตํ, สปฺปิ จ ภตฺตญฺจาติปิ อตฺโถ วิญฺญายติ, อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สาลิภตฺตํ วิย สปฺปิภตฺตํ นาม นตฺถี’’ติอาทินา วุตฺตตฺตา น สกฺกา อญฺญํ วตฺถุํ. อฏฺฐกถาจริยา เอว หิ อีทิเสสุ ฐาเนสุ ปมาณํ.

มูลนฺติ กปฺปิยภณฺฑํ วุตฺตํ. ตสฺมา อนาปตฺตีติ เอตฺถ วิสงฺเกเตน ปาจิตฺติยาภาเวปิ สูโปทนทุกฺกฏา น มุจฺจตีติ วทนฺติ. ‘‘กปฺปิยสปฺปินา, อกปฺปิยสปฺปินา’’ติ จ อิทํ กปฺปิยากปฺปิยมํสสตฺตานํ วเสน วุตฺตํ.

๒๖๑. มหานามสิกฺขาปทํ นาม อุปริ จาตุมาสปจฺจยปวารณาสิกฺขาปทํ (ปาจิ. ๓๐๓ อาทโย). อคิลาโน หิ อปฺปวาริตฏฺฐาเน วิญฺญาเปนฺโตปิ กาลปริจฺเฉทํ, เภสชฺชปริจฺเฉทํ วา กตฺวา สงฺฆวเสน ปวาริตฏฺฐานโต ตทุตฺตริ วิญฺญาเปนฺเตน, ปริจฺเฉทพฺภนฺตเรปิ น เภสชฺชกรณีเยน โรเคน เภสชฺชํ วิญฺญาเปนฺเตน จ สโม โหตีติ ‘‘มหานามสิกฺขาปเทน กาเรตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. ปณีตโภชนตา, อคิลานตา, อกตวิญฺญตฺติยา ปฏิลาโภ, อชฺโฌหรณนฺติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.

ปณีตโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ทนฺตโปนสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๖๓. ทสเม ฆนพทฺโธติ ฆนมํเสน สมฺพทฺโธ, กถินสํหตสรีโรติ อตฺโถ.

๒๖๔. มุขทฺวารนฺติ มุขโต เหฏฺฐา ทฺวารํ มุขทฺวารํ, คลนาฬิกนฺติ อตฺโถ. เอวญฺจ นาสิกาย ปวิฏฺฐมฺปิ มุขทฺวารํ ปวิฏฺฐเมว โหติ, มุเข ปกฺขิตฺตมตฺตญฺจ อปฺปวิฏฺฐํ. อาหารนฺติ อชฺโฌหริตพฺพํ กาลิกํ อธิปฺเปตํ, น อุทกํ. ตญฺหิ เภสชฺชสงฺคหิตมฺปิ อกาลิกเมว ปฏิคฺคหิตสฺเสว กาลิกตฺตา. อุทเก หิ ปฏิคฺคหณํ น รุหติ. เตเนว ภิกฺขุนา ตาปิเตน อุทเกน จิรปฏิคฺคหิเตน จ อกปฺปิยกุฏิยํ วุตฺเถน จ สห อามิสํ ภุญฺชนฺตสฺสาปิ สามปากาทิโทโส น โหติ. วกฺขติ หิ ‘‘ภิกฺขุ ยาคุอตฺถาย…เป… อุทกํ ตาเปติ, วฏฺฏตี’’ติอาทิ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๖๕). ภิกฺขู ปน เอตํ อธิปฺปายํ ตทา น ชานึสุ. เตนาห ‘‘สมฺมา อตฺถํ อสลฺลกฺเขตฺวา’’ติอาทิ.

๒๖๕. รถเรณุมฺปีติ รเถ คจฺฉนฺเต อุฏฺฐหนเรณุสทิสเรณุํ. เตน ตโต สุขุมํ อากาเส ปริพฺภมนกํ ทิสฺสมานมฺปิ อพฺโพหาริกนฺติ ทสฺเสติ. อกลฺลโกติ คิลาโน.

‘‘คเหตุํ วา…เป… ตสฺส โอริมนฺเตนา’’ติ อิมินา อากาเส อุชุํ ฐตฺวา ปเรน อุกฺขิตฺตํ คณฺหนฺตสฺสาปิ อาสนฺนงฺคภูตปาทตลโต ปฏฺฐาย หตฺถปาโส ปริจฺฉินฺทิตพฺโพ, น ปน สีสนฺตโต ปฏฺฐายาติ ทสฺเสติ. ตตฺถ ‘‘โอริมนฺเตนา’’ติ อิมสฺส เหฏฺฐิมนฺเตนาติ อตฺโถ คเหตพฺโพ.

เอตฺถ จ ปวารณาสิกฺขาปทฏฺฐกถายํ ‘‘สเจ ภิกฺขุ นิสินฺโน โหติ, อาสนสฺส ปจฺฉิมนฺตโต ปฏฺฐายา’’ติอาทินา (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๓๘-๒๓๙) ปฏิคฺคาหกานํ อาสนฺนงฺคสฺส ปาริมนฺตโต ปฏฺฐาย ปริจฺเฉทสฺส ทสฺสิตตฺตา อิธาปิ อากาเส ฐิตสฺส ปฏิคฺคาหกสฺส อาสนฺนงฺคภูตปาทงฺคุลสฺส ปาริมนฺตภูตโต ปณฺหิปริยนฺตสฺส เหฏฺฐิมตลโต ปฏฺฐาย, ทายกสฺส ปน โอริมนฺตภูตโต ปาทงฺคุลสฺส เหฏฺฐิมตลโต ปฏฺฐาย หตฺถปาโส ปริจฺฉินฺทิตพฺโพติ ทฏฺฐพฺพํ. อิมินาว นเยน ภูมิยํ นิปชฺชิตฺวา อุสฺสีเส นิสินฺนสฺส หตฺถโต ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺสปิ อาสนฺนสีสงฺคสฺส ปาริมนฺตภูตโต คีวนฺตโต ปฏฺฐาเยว หตฺถปาโส มินิตพฺโพ, น ปาทตลโต ปฏฺฐาย. เอวํ นิปชฺชิตฺวา ทาเนปิ ยถานุรูปํ เวทิตพฺพํ. ‘‘ยํ อาสนฺนตรํ องฺค’’นฺติ หิ วุตฺตํ.

ปฏิคฺคหณสญฺญายาติ ‘‘มญฺจาทินา ปฏิคฺคเหสฺสามี’’ติ อุปฺปาทิตสญฺญาย. อิมินา ‘‘ปฏิคฺคณฺหามี’’ติ วาจาย วตฺตพฺพกิจฺจํ นตฺถีติ ทสฺเสติ. กตฺถจิ อฏฺฐกถาสุ, ปเทเสสุ วา. อสํหาริเม ผลเกติ ถามมชฺฌิเมน ปุริเสน อสํหาริเย. ปุญฺฉิตฺวา ปฏิคฺคเหตฺวาติ ปุญฺฉิเตปิ รชนจุณฺณสงฺกาย สติ ปฏิคฺคหณตฺถาย วุตฺตํ, นาสติ. ตํ ปนาติ ปติตรชํ อปฺปฏิคฺคเหตฺวา อุปริ คหิตปิณฺฑปาตํ. อนาปตฺตีติ ทุรุปจิณฺณาทิโทโส นตฺถิ. ‘‘อนุปสมฺปนฺนสฺส ทสฺสามี’’ติอาทิปิ วินยทุกฺกฏปริหาราย วุตฺตํ. ตถา อกตฺวา คหิเตปิ ปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชโต อนาปตฺติ เอว. ‘‘อนุปสมฺปนฺนสฺส ทตฺวา’’ติ อิทมฺปิ ปุริมาโภคานุคุณตาย วุตฺตํ.

จรุเกนาติ ขุทฺทกภาชเนน. อภิหฏตฺตาติ ทิยฺยมานกฺขณํ สนฺธาย วุตฺตํ. ทตฺวา อปนยนกาเล ปน ฉาริกา วา พินฺทูนิ วา ปตนฺติ, ปุน ปฏิคฺคเหตพฺพํ อภิหารสฺส วิคตตฺตาติ วทนฺติ. ตํ ยถา น ปตติ, ตถา อปเนสฺสามีติ ปริหรนฺเต ยุชฺชติ. ปกติสญฺญาย อปเนนฺเต อภิหาโร น ฉิชฺชติ, ตํ ปฏิคฺคหิตเมว โหติ. มุขวฏฺฏิยาปิ คเหตุํ วฏฺฏตีติ อภิหริยมานสฺส ปตฺตสฺส มุขวฏฺฏิยา อุปริภาเค หตฺถํ ปสาเรตฺวา ผุสิตุํ วฏฺฏติ.

ปาเทน เปลฺเลตฺวาติ ‘‘ปาเทน ปฏิคฺคเหสฺสามี’’ติสญฺญาย อกฺกมิตฺวา. เกจีติ อภยคิริวาสิโน. วจนมตฺตเมวาติ ปฏิพทฺธปฺปฏิพทฺธนฺติ สทฺทมตฺตเมว นานํ, กายปฏิพทฺธเมว โหติ. ตสฺมา เตสํ วจนํ น คเหตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.

เตน อาหราเปตุนฺติ ยสฺส ภิกฺขุโน สนฺติกํ คตํ, ตํ อิธ อาเนหีติ อาณาเปตฺวา เตน อาหราเปตุํ อิตรสฺส วฏฺฏตีติ อตฺโถ. น ตโต ปรนฺติ ตทเหว สามํ อปฺปฏิคฺคหิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตทเหว ปฏิคฺคหิตํ ปน ปุนทิวสาทีสุ อปฺปฏิคฺคเหตฺวาปิ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ วทนฺติ.

ขิยฺยนฺตีติ ขยํ คจฺฉนฺติ, เตสํ จุณฺเณหิ ถุลฺลจฺจยอปฺปฏิคฺคหณาปตฺติโย น โหนฺตีติ อธิปฺปาโย. ‘‘นวสมุฏฺฐิต’’นฺติ เอเตเนว อุจฺฉุอาทีสุ อภินวลคฺคตฺตา อพฺโพหาริกํ น โหตีติ ทสฺเสติ. เอเสว นโยติ สนฺนิธิโทสาทึ สนฺธาย วทติ. เตนาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. เตน จ ปฏิคฺคหณงฺเคสุ ปญฺจสุปิ สมิทฺเธสุ อชฺโฌหริตุกามตาย คหิตเมว ปฏิคฺคหิตํ นาม โหติ อชฺโฌหริตพฺเพสุ เอว ปฏิคฺคหณสฺส อนุญฺญาตตฺตาติ ทสฺเสติ. ตถา พาหิรปริโภคตฺถาย คเหตฺวา ฐปิตเตลาทึ อชฺโฌหริตุกามตาย สติ ปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ.

เกสญฺจีติอาทีสุ อนุปสมฺปนฺนานํ อตฺถาย กตฺถจิ ฐปิยมานมฺปิ หตฺถโต มุตฺตมตฺเต เอว ปฏิคฺคหณํ น วิชหติ, อถ โข ภาชเน ปติตเมว ปฏิคฺคหณํ วิชหติ. ภาชนญฺจ ภิกฺขุนา ปุนทิวสตฺถาย อเปกฺขิตเมวาติ ตคฺคตมฺปิ อามิสํ ทุทฺโธตปตฺตคตํ วิย ปฏิคฺคหณํ น วิชหตีติ อาสงฺกาย ‘‘สามเณรสฺส หตฺเถ ปกฺขิปิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อีทิเสสุ หิ ยุตฺติ น คเวสิตพฺพา, วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ. ‘‘ปตฺตคตา ยาคู’’ติ อิมินา ปตฺตมุขวฏฺฏิยา ผุฏฺเฐปิ กูเฏ ยาคุ ปฏิคฺคหิตา, อุคฺคหิตา วา น โหติ ภิกฺขุโน อนิจฺฉาย ผุฏฺฐตฺตาติ ทสฺเสติ. อาโรเปตีติ หตฺถํ ผุสาเปติ. ปฏิคฺคหณูปคํ ภารํ นาม มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส อุกฺเขปารหํ. น ปิทหิตพฺพนฺติ หตฺถโต มุตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ, หตฺถคตํ ปน อิตเรน หตฺเถน ปิทหโต, หตฺถโต มุตฺตมฺปิ วา อผุสิตฺวา อุปริปิธานํ ปาเตนฺตสฺส น โทโส.

ปฏิคฺคณฺหาตีติ ฉายตฺถาย อุปริ ธารยมานา มหาสาขา เยน เกนจิ ฉิชฺเชยฺย, ตตฺถ ลคฺครชํ มุเข ปาเตยฺย จาติ กปฺปิยํ การาเปตฺวา ปฏิคฺคณฺหาติ. กุณฺฑเกติ มหาฆเฏ. ตสฺมิมฺปีติ จาฏิฆเฏปิ. คาหาเปตฺวาติ อปฺปฏิคฺคหิตํ กาลิกํ คาหาเปตฺวา.

ทุติยตฺเถรสฺสาติ ‘‘เถรสฺส ปตฺตํ มยฺหํ เทถา’’ติ เตน อตฺตโน ปริจฺจชาเปตฺวา ทุติยตฺเถรสฺส เทติ. เอตฺถ ปนาติ ปตฺตปริวตฺตเน. การณนฺติ เอตฺถ ยถา ‘‘สามเณรา อิโต อมฺหากมฺปิ เทนฺตี’’ติ วิตกฺโก อุปฺปชฺชติ, น ตถาติ การณํ วทนฺติ, ตญฺจ ยุตฺตํ. ยสฺส ปน ตาทิโส วิตกฺโก นตฺถิ, เตน อปริวตฺเตตฺวาปิ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ.

นิจฺจาเลตุนฺติ จาเลตฺวา ปาสาณสกฺขราทิอปนยํ กาตุํ. อุทฺธนํ อาโรเปตพฺพนฺติ อนคฺคิกํ อุทฺธนํ สนฺธาย วุตฺตํ. อุทฺธเน ปจฺจมานสฺส อาลุฬเน อุปริ อปกฺกตณฺฑุลา เหฏฺฐา ปวิสิตฺวา ปจฺจตีติ อาห ‘‘สามํปากญฺเจว โหตี’’ติ.

อาธารเก ปตฺโต ฐปิโตติ อปฺปฏิคฺคหิตามิโส ปตฺโต ปุน ปฏิคฺคหณตฺถาย ฐปิโต. เอกคฺคหเณเนวาติ สามเณรานํ คหิตสฺส ปุน อจฺฉฑฺฑนวเสน คหเณน. ภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ ธูมวฏฺฏิยา ตทหุปฏิคฺคหิตตฺตา วุตฺตํ. ภตฺตุคฺคาโรติอาทิ อพฺโพหาริกปฺปสงฺเคน วิกาลโภชนวินิจฺฉยทสฺสนํ. สมุทฺโททเกนาติ อปฺปฏิคฺคหิเตน. หิมกรกา นาม กทาจิ วสฺโสทเกน สห ปตนกา ปาสาณเลขา วิย ฆนีภูตอุทกวิเสสา, เตสุ ปฏิคฺคหณกิจฺจํ นตฺถิ. เตนาห ‘‘อุทกคติกา เอวา’’ติ. ปุเรภตฺตเมว วฏฺฏตีติ อปฺปฏิคฺคหิตาปตฺตีหิ อพฺโพหาริกมฺปิ วิกาลโภชนาปตฺตีหิ สพฺโพหาริกนฺติ ทสฺเสติ.

ลคฺคตีติ มุเข จ หตฺเถ จ มตฺติกาวณฺณํ ทสฺเสติ. พหลนฺติ หตฺถมุเขสุ อลคฺคนกมฺปิ ปฏิคฺคเหตพฺพํ. วาสมตฺตนฺติ เรณุขีราภาวํ ทสฺเสติ. อากิรติ ปฏิคฺคเหตพฺพนฺติ ปุปฺผรสสฺส ปญฺญายนโต วุตฺตํ.

มหาภูเตสูติ ปาณสรีรสนฺนิสฺสิเตสุ ปถวีอาทิมหาภูเตสุ. สพฺพํ วฏฺฏตีติ อตฺตโน, ปเรสญฺจ สรีรนิสฺสิตํ สพฺพํ วฏฺฏติ. อกปฺปิยมํสานุโลมตาย ถุลฺลจฺจยาทึ น ชเนตีติ อธิปฺปาโย. ปตตีติ อตฺตโน สรีรโต วิจฺฉินฺทิตฺวา ปตติ. ‘‘รุกฺขโต ฉินฺทิตฺวา’’ติ วุตฺตตฺตา มตฺติกตฺถาย ปถวึ ขณิตุํ, อญฺญมฺปิ ยํกิญฺจิ มูลปณฺณาทิวิสเภสชฺชํ ฉินฺทิตฺวา ฉาริกํ อกตฺวาปิ อปฺปฏิคฺคหิตมฺปิ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อปฺปฏิคฺคหิตตา, อนนุญฺญาตตา, ธูมาทิอพฺโพหาริกตาภาโว, อชฺโฌหรณนฺติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.

ทนฺตโปนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิฏฺฐิโต โภชนวคฺโค จตุตฺโถ.