๕. ปาจิตฺติยกณฺฑํ
๑. มุสาวาทวคฺโค
๑. มุสาวาทสิกฺขาปทวณฺณนา
๑. มุสาวาทวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปเท ขุทฺทกานนฺติ เอตฺถ ‘‘ขุทฺทก-สทฺโท พหุ-สทฺทปริยาโย’’ติ วทนฺติ. ตตฺถาติ เตสุ วคฺเคสุ, ขุทฺทเกสุ วา. ‘‘ชานิตพฺพโต’’ติ เหตุโน วิปกฺเขปิ นิพฺพาเน วตฺตนโต อเนกนฺติกตฺเต ปเรหิ วุตฺเต ‘‘น มยา อยํ เหตุ วุตฺโต’’ติ ตํ การณํ ปฏิจฺฉาเทตุํ ปุน ‘‘ชาติธมฺมโตติ มยา วุตฺต’’นฺติอาทีนิ วทติ. ‘‘สมฺปชาน’’นฺติ วตฺตพฺเพ อนุนาสิกโลเปน นิทฺเทโสติ อาห ‘‘ชานนฺโต’’ติ.
๒. สมฺปชานมุสาวาเทติ อตฺตนา วุจฺจมานสฺส อตฺถสฺส วิตถภาวํ ปุพฺเพปิ ชานิตฺวา, วจนกฺขเณ จ ชานนฺตสฺส มุสาวาทภณเน. เตนาห ‘‘ชานิตฺวา’’ติอาทิ. มุสาวาเทติ จ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมํ, ตสฺมา มุสาภณนนิมิตฺตํ ปาจิตฺติยนฺติ เอวเมตฺถ, อิโต ปเรสุปิ อีทิเสสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๓. วทนฺติ เอตายาติ วาจาติ อาห ‘‘มิจฺฉา’’ติอาทิ. ‘‘ธนุนา วิชฺฌตี’’ติอาทีสุ วิย ‘‘จกฺขุนา ทิฏฺฐ’’นฺติ ปากฏวเสน วุตฺตนฺติ อาห ‘‘โอฬาริเกนา’’ติ.
๑๑. คโต ภวิสฺสตีติ เอตฺถาปิ สนฺนิฏฺฐานโต วุตฺตตฺตา มุสาวาโท ชาโต. อาปตฺตินฺติ ปาจิตฺติยาปตฺตึ, น ทุพฺภาสิตํ. ชาติอาทีหิ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ ปรํ ทวา วทนฺตสฺส หิ ตํ โหติ. จาเรสุนฺติ อุปเนสุํ. วตฺถุวิปรีตตา, วิสํวาทนปุเรกฺขารตา, ยมตฺถํ วตฺถุกาโม, ตสฺส ปุคฺคลสฺส วิญฺญาปนปโยโค จาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ. วตฺถุวิปรีตตาย หิ อสติ วิสํวาทนปุเรกฺขารตาย วิญฺญาปิเตปิ มุสาวาโท น โหติ, ทุกฺกฏมตฺตเมว โหติ. ตสฺมา สาปิ องฺคเมวาติ คเหตพฺพํ. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาโรจนตฺถํ มุสา ภณนฺตสฺส ปาราชิกํ, ปริยาเยน ถุลฺลจฺจยํ, อมูลเกน ปาราชิเกน อนุทฺธํสนตฺถํ สงฺฆาทิเสโส, สงฺฆาทิเสเสนานุทฺธํสนโอมสวาทาทีสุ ปาจิตฺติยํ, อนุปสมฺปนฺเนสุ ทุกฺกฏํ, อุกฺกฏฺฐหีนชาติอาทีหิ ทวา อกฺโกสนฺตสฺส ทุพฺภาสิตํ, เกวลํ มุสา ภณนฺตสฺส อิธ ปาจิตฺติยํ วุตฺตํ.
มุสาวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. โอมสวาทสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๓. ทุติเย ปุพฺเพ ปติฏฺฐิตารปฺปเทสํ ปุน อเร ปตฺเตติ ปฐมํ ภูมิยํ ปติฏฺฐิตเนมิปฺปเทเส ปริวตฺเตตฺวา ปุน ภูมิยํ ปติฏฺฐิเตติ อตฺโถ.
๑๕. ปุพฺเพติ อฏฺฐุปฺปตฺติยํ. ปุปฺผฉฑฺฑกา นาม คพฺภมลาทิหารกา. ตจฺฉกกมฺมนฺติ ปาสาณโกฏฺฏนาทิวฑฺฒกีกมฺมํ. หตฺถมุทฺทาคณนาติ องฺคุลิสงฺโกจเนเนว คณนา. อจฺฉิทฺทกคณนา นาม เอกฏฺฐานทสฏฺฐานาทีสุ สาริโย ฐเปตฺวา อนุกฺกเมน คณนา. อาทิ-สทฺเทน สงฺกลนปฏอุปฺปาทนโวกฺลนภาคหาราทิวเสน ปวตฺตา ปิณฺฑคณนา คหิตา. ยสฺส สา ปคุณา, โส รุกฺขมฺปิ ทิสฺวา ‘‘เอตฺตกานิ เอตฺถ ปณฺณานี’’ติ ชานาติ. ยภ-เมถุเนติ วจนโต อาห ‘‘ย-การ-ภ-กาเร’’ติอาทิ.
๑๖. น ปุริเมนาติ มุสาวาทสิกฺขาปเทน. โสปิ อาปตฺติยาติ อุปสคฺคาทิวิสิฏฺเฐหิปิ วทนฺโต ปาจิตฺติยาปตฺติยาว กาเรตพฺโพ.
๒๖. ทุพฺภาสิตนฺติ สามญฺญโต วุตฺตตฺตา ปาฬิยํ อนาคเตหิปิ ปรมฺมุขา วทนฺตสฺสปิ ทุพฺภาสิตเมวาติ อาจริยา วทนฺติ ตโต ลามกาปตฺติยา อภาวา, อนาปตฺติยาเปตฺถ ภวิตุํ อยุตฺตตฺตา. สพฺพสตฺตาติ เอตฺถ วจนตฺถวิทูหิ ติรจฺฉานาทโยปิ คหิตา.
๓๕. อนุสาสนีปุเรกฺขารตาย วา ปาปครหิตาย วา วทนฺตานํ จิตฺตสฺส ลหุปริวตฺติภาวโต อนฺตรนฺตรา โกเป อุปฺปนฺเนปิ อนาปตฺติ. กายวิการมตฺเตนปิ โอมสนสมฺภวโต ‘‘ติสมุฏฺฐานํ, กายกมฺม’’นฺติ จ วุตฺตํ. ปริวาเร ปน ‘‘จตุตฺเถน อาปตฺติสมุฏฺฐาเนน…เป… ทุพฺภาสิตํ อาปชฺเชยฺยาติ. น หีติ วตฺตพฺพ’’นฺติอาทินา (ปริ. ๒๗๖) อิตรานิ สมุฏฺฐานานิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปญฺจมสฺเสว วุตฺตตฺตา อาห ‘‘ทุพฺภาสิตาปตฺติ ปเนตฺถ วาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาตี’’ติ. ทวกมฺยตาย หิ กายวาจาจิตฺเตหิ โอมสนฺตสฺสปิ วาจาจิตฺตเมว อาปตฺติยา องฺคํ โหติ, น ปน กาโย วิชฺชมาโนปิ ธมฺมเทสนาปตฺติ วิย เกวลํ กายวิกาเรเนว. โอมสนฺตสฺส ปน กิญฺจาปิ อิธ ทุพฺภาสิตาปตฺติยา อนาปตฺติ, อถ โข กายกีฬาปฏิกฺเขปสิกฺขาปเทน ทุกฺกฏเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. อุปสมฺปนฺนํ ชาติอาทีหิ อนญฺญาปเทเสน อกฺโกสนํ, ตสฺส ชานนํ, อตฺถปุเรกฺขารตาทีนํ อภาโวติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
โอมสวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. เปสุญฺญสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๖. ตติเย ภณฺฑนํ ชาตํ เอเตสนฺติ ภณฺฑนชาตา. ปิสตีติ ปิสุณา, วาจา, สมคฺเค ภินฺเน กโรตีติ อตฺโถ. ตาย วาจาย สมนฺนาคโต ปิสุโณ, ตสฺส กมฺมํ เปสุญฺญนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อิธาปิ ชาติอาทีหิ ทสหิ วตฺถูหิ เปสุญฺญํ อุปสํหรนฺตสฺเสว ปาจิตฺติยํ, อิตเรหิ อกฺโกสวตฺถูหิ ทุกฺกฏํ. อนกฺโกสวตฺถูหิ ปน อุปสํหรนฺตสฺส ทุกฺกฏเมวาติ วทนฺติ. ชาติอาทีหิ อนญฺญาปเทเสน อกฺโกสนฺตสฺส ภิกฺขุโน สุตฺวา ภิกฺขุสฺส อุปสํหรณํ, ปิยกมฺยตาเภทาธิปฺปาเยสุ อญฺญตรตา, ตสฺส วิชานนาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
เปสุญฺญสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปทโสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๕. จตุตฺเถ ปุริมพฺยญฺชเนน สทิสนฺติ ‘‘รูปํ อนิจฺจ’’นฺติ เอตฺถ อนิจฺจ-สทฺเทน สทิสํ ‘‘เวทนา อนิจฺจา’’ติ เอตฺถ อนิจฺจ-สทฺทํ วทติ. อกฺขรสมูโหติ อวิภตฺติโก วุตฺโต. ปทนฺติ วิภตฺติอนฺตํ วุตฺตํ.
เอกํ ปทนฺติ คาถาปทเมว สนฺธาย วทติ. ปทคณนายาติ คาถาปทคณนาย. อปาปุณิตฺวาติ สทฺธึ อกเถตฺวา. เอเตน คาถาย ปจฺฉิมปาเท วุจฺจมาเน สามเณโร ปฐมปาทาทึ วทติ, อาปตฺติเยว, ตสฺมึ นิสฺสทฺเท เอว อิตเรน วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสติ.
อฏฺฐกถานิสฺสิโตติ สงฺคีติตฺตยารุฬฺหํ โปราณฏฺฐกถํ สนฺธาย วทติ. อิทานิปิ ‘‘ยถาปิ ทีปิโก นาม, นิลียิตฺวา คณฺหเต มิเค’’ติ (มิ. ป. ๖.๑.๕; วิสุทฺธิ. ๑.๒๑๗; ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๔; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๗; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๖๕; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๖๓) เอวมาทิกํ อฏฺฐกถาวจนํ อตฺเถว, พุทฺธโฆสาจริยาทีหิ โปราณฏฺฐกถานเยน วุตฺตมฺปิ อิธ สงฺคเหตพฺพนฺติ วทนฺติ. ปาฬินิสฺสิโตติ อุทานวคฺคสงฺคหาทิโก. วิวฏฺฏูปนิสฺสิตนฺติ นิพฺพานนิสฺสิตํ. เถรสฺสาติ นาคเสนตฺเถรสฺส. มคฺคกถาทีนิ ปกรณานิ.
๔๖. ปาฬิยํ อกฺขรายาติอาทิ ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ, อกฺขเรนาติอาทินา อตฺโถ คเหตพฺโพ.
๔๘. อุปจารํ มุญฺจิตฺวาติ ปริสาย ทฺวาทสหตฺถํ มุญฺจิตฺวา เอกโต ฐิตสฺส วา นิสินฺนสฺส วา อนุปสมฺปนฺนสฺส อกเถตฺวา อญฺเญ อุทฺทิสฺส ภณนฺตสฺสาปิ อนาปตฺติ. สเจ ปน ทูเร นิสินฺนมฺปิ อุทฺทิสฺส ภณติ, อาปตฺติ เอว. โอปาเตตีติ สทฺธึ กเถติ. อนุปสมฺปนฺนตา, วุตฺตลกฺขณธมฺมํ ปทโส วาจนตา, เอกโต ภณนญฺจาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
ปทโสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. สหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๐-๕๑. ปญฺจเม ตตฺริทํ นิทสฺสนนฺติ เสโส. ทิรตฺตติรตฺตนฺติ เอตฺถ ทิรตฺตคฺคหณํ วจนาลงฺการตฺถํ, นิรนฺตรํ ติสฺโสว รตฺติโย วสิตฺวา จตุตฺถทิวสาทีสุ สยนฺตสฺเสว อาปตฺติ, น เอกนฺตริกาทิวเสน สยนฺตสฺสาติ ทสฺสนตฺถมฺปีติ ทฏฺฐพฺพํ. ทิรตฺตวิสิฏฺฐญฺหิ ติรตฺตํ วุจฺจมานํ, เตน อนนฺตริกเมว ติรตฺตํ ทีเปตีติ. ปญฺจหิ ฉทเนหีติ อิฏฺฐกสิลาสุธาติณปณฺเณหิ. วาจุคฺคตวเสนาติ ปคุณวเสน. ทิยฑฺฒหตฺถุพฺเพโธ วฑฺฒกีหตฺเถน คเหตพฺโพ. เอกูปจาโร เอเกน มคฺเคน ปวิสิตฺวา อพฺโภกาสํ อนุกฺกมิตฺวา สพฺพตฺถ อนุปริคมนโยคฺโค, เอตํ พหุทฺวารมฺปิ เอกูปจาโรว. ตตฺถ ปน กุฏฺฏาทีหิ รุนฺธิตฺวา วิสุํ ทฺวารํ โยเชนฺติ, นานูปจาโร โหติ. สเจ ปน รุนฺธติ เอว, วิสุํ ทฺวารํ น โยเชนฺติ, ‘‘เอตมฺปิ เอกูปจารเมว มตฺติกาทีหิ ปิหิตทฺวาโร วิย คพฺโภ’’ติ คเหตพฺพํ. อญฺญถา คพฺเภ ปวิสิตฺวา ปมุขาทีสุ นิปนฺนานุปสมฺปนฺเนหิ สหเสยฺยาปริมุตฺติยา คพฺภทฺวารํ มตฺติกาทีหิ ปิทหาเปตฺวา อุฏฺฐิเต อรุเณ วิวราเปนฺตสฺสปิ อนาปตฺติ ภเวยฺยาติ.
เตสํ ปโยเค ปโยเค ภิกฺขุสฺส อาปตฺตีติ เอตฺถ เกจิ ‘‘อนุฏฺฐหเนน อกิริยสมุฏฺฐานา อาปตฺติ วุตฺตา ตสฺมึ ขเณ สยนฺตสฺส กิริยาภาวา. อิทญฺหิ สิกฺขาปทํ สิยา กิริยาย สมุฏฺฐาติ, สิยา อกิริยาย สมุฏฺฐาติ. กิริยาสมุฏฺฐานตา จสฺส ตพฺพหุลวเสน วุตฺตาติ วทติ. ยถา เจตํ, เอวํ ทิวาสยนมฺปิ. อนุฏฺฐหเนน, หิ ทฺวาราสํวรเณน เจตํ อกิริยสมอุฏฺฐานมฺปิ โหตี’’ติ วทนฺติ. อิทญฺจ ยุตฺตํ วิย ทิสฺสติ, วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ.
‘‘อุปริมตเลน สทฺธึ อสมฺพทฺธภิตฺติกสฺสา’’ติ อิทํ สมฺพทฺธภิตฺติเก วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อุปริมตเล สยิตสฺส สงฺกา เอว นตฺถีติ ‘‘เหฏฺฐาปาสาเท’’ติอาทิ วุตฺตํ. นานูปจาเรติ พหิ นิสฺเสณิยา อาโรหณีเย.
สภาสงฺเขเปนาติ สภากาเรน. ‘‘อฑฺฒกุฏฺฏเก’’ติ อิมินา สณฺฐานํ ทสฺเสติ. ยตฺถ ตีสุ ทฺวีสุ วา ปสฺเสสุ ภิตฺติโย พทฺธา, ฉทนํ วา อสมฺปตฺตา อฑฺฒภิตฺติ, อิทํ อฑฺฒกุฏฺฏกํ นาม. วาฬสงฺฆาโฏ นาม ปริกฺเขปสฺส อนฺโต ถมฺภาทีนํ อุปริ วาฬรูเปหิ กตสงฺฆาโฏ. ปริกฺเขปสฺส พหิคเตติ เอตฺถ ยสฺมึ ปสฺเส ปริกฺเขโป นตฺถิ, ตตฺถ สเจ ภูมิโต วตฺถุ อุจฺจํ โหติ, อุภโต อุจฺจวตฺถุโต เหฏฺฐา ภูมิยํ นิพฺพโกสพฺภนฺตเรปิ อนาปตฺติ เอว ตตฺถ เสนาสนโวหาราภาวโต. อถ วตฺถุ นีจํ ภูมิสมเมว เสนาสนสฺส เหฏฺฐิมตเล ติฏฺฐติ, ตตฺถ ปริกฺเขปรหิตทิสาย นิพฺพโกสพฺภนฺตเร สพฺพตฺถ อาปตฺติ โหติ, ปริจฺเฉทาภาวโต ปริกฺเขปสฺส พหิ เอว อนาปตฺตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ปริมณฺฑลํ วาติอาทิ มชฺเฌ อุทกปตนตฺถาย อากาสงฺคณวนฺตํ เสนาสนํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตตฺถ อปริจฺฉินฺนคพฺภูปจาเรติ เอเกกคพฺภสฺส ทฺวีสุ ปสฺเสสุ ปมุเขน คมนํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ทิยฑฺฒหตฺถุพฺเพธโต อนูนํ กุฏฺฏํ กตฺวา อากาสงฺคเณน ปเวสํ กโรนฺติ, เอวํ อกโตติ อตฺโถ. คพฺภปริกฺเขโปติ จตุรสฺสปาสาทาทีสุ สมนฺตา ฐิตคพฺภภิตฺติโย สนฺธาย วุตฺตํ.
ปาเฏกฺกสนฺนิเวสาติ เอเกกทิสาย คพฺภปาฬิโย อิตรทิสาสุ คพฺภปาฬีนํ อภาเวน, ภาเวปิ วา อญฺญมญฺญภิตฺติจฺฉทเนหิ อสมฺพนฺธตาย ปาเฏกฺกสนฺนิเวสา นาม วุจฺจติ. ตํ…เป… สนฺธาย วุตฺตนฺติ ตตฺถ ปาจิตฺติเยน อนาปตฺตีติ วุตฺตํ, น ทุกฺกเฏน. ตาทิสาย หิ คพฺภปาฬิยา ปมุขํ ตีสุ ทิสาสุ ภิตฺตีนํ อภาเวน เอกทิสาย คพฺภภิตฺติมตฺเตน สพฺพจฺฉนฺนํ จูฬปริจฺฉนฺนํ นาม โหติ. ตสฺมา ทุกฺกฏเมว. ยทิ ปน ตสฺส ปมุขสฺส อิตรทิสาสุปิ เอกิสฺสํ, สพฺพาสุ วา ภิตฺตึ กโรนฺติ, ตทา สพฺพจฺฉนฺนอุปฑฺฒปริจฺฉนฺนาทิภาวโต ปาจิตฺติยเมว โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ภูมิยํ วินา ชคติยา ปมุขํ สนฺธายาติ เอตฺถ อุจฺจวตฺถุํ อกตฺวา ภูมิยํ กตเคหสฺส ปมุขํ สนฺธาย อปริกฺขิตฺเต ปาจิตฺติเยน อนาปตฺตีติ อิทํ กถิตํ. อุจฺจวตฺถุกํ เจ ปมุขํ โหติ, เตน วตฺถุนา ปริกฺขิตฺตสงฺขฺยเมว ปมุขํ คจฺฉตีติ อธิปฺปาโย. ตตฺถาติ อนฺธกฏฺฐกถายํ. ชคติยา ปมาณํ วตฺวาติ ปกติภูมิยา นิปนฺโน ยถา ชคติยา อุปริ สยิตํ น ปสฺสติ, เอวํ อุจฺจาติอุจฺจวตฺถุสฺส อุพฺเพธปฺปมาณํ วตฺวา. เอกทิสาย อุชุกเมว ทีฆํ กตฺวา สนฺนิเวสิโต ปาสาโท เอกสาลสนฺนิเวโส. ทฺวีสุ, ตีสุ วา จตูสุปิ วา ทิสาสุ สิงฺฆาฏกสณฺฐานาทิวเสน กตา ทฺวิสาลาทิสนฺนิเวสา เวทิตพฺพา. สาลปฺปเภททีปนเมว เจตฺถ ปุริมโต วิเสโสติ. ปริกฺเขโป วิทฺธสฺโตติ ปมุขสฺส ปริกฺเขปํ สนฺธาย วทติ.
๕๓. อุปฑฺฒจฺฉนฺนอุปฑฺฒปริจฺฉนฺนํ เสนาสนํ ทุกฺกฏสฺส อาทึ วตฺวา ปาฬิยํ ทสฺสิตตฺตา ตโต อธิกํ สพฺพจฺฉนฺนอุปฑฺฒปริจฺฉนฺนาทิกมฺปิ สพฺพํ ปาฬิยํ อวุตฺตมฺปิ ปาจิตฺติยสฺเสว วตฺถุภาเวน ทสฺสิตํ สิกฺขาปทสฺส ปณฺณตฺติวชฺชตฺตา, ครุเก ฐาตพฺพโต จาติ เวทิตพฺพํ. สตฺต ปาจิตฺติยานีติ ปาฬิยํ วุตฺตปาจิตฺติยทฺวยํ สามญฺญโต เอกตฺเตน คเหตฺวา วุตฺตํ.
๕๔. ปาฬิยํ ‘‘ตติยาย รตฺติยา ปุรารุณา นิกฺขมิตฺวา ปุน วสตี’’ติ อิทํ อุกฺกฏฺฐวเสน วุตฺตํ, อนิกฺขมิตฺวา ปน ปุรารุณา อุฏฺฐหิตฺวา อนฺโตฉทเน นิสินฺนสฺสาปิ ปุนทิวเส สหเสยฺเยน อนาปตฺติ เอว. เสนมฺพมณฺฑปวณฺณํ โหตีติ สีหฬทีเป กิร อุจฺจวตฺถุโก สพฺพจฺฉนฺโน สพฺพอปริจฺฉนฺโน เอวํนามโก สนฺนิปาตมณฺฑโป อตฺถิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เอตฺถ จตุตฺถภาโค จูฬกํ, เทฺว ภาคา อุปฑฺฒํ, ตีสุ ภาเคสุ เทฺว ภาคา เยภุยฺยนฺติ อิมินา นเยน จูฬกจฺฉนฺนปริจฺฉนฺนตาทีนิ เวทิตพฺพานิ. ปาจิตฺติยวตฺถุกเสนาสนํ, ตตฺถ อนุปสมฺปนฺเนน สห นิปชฺชนํ, จตุตฺถทิวเส สูริยตฺถงฺคมนนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
สหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ทุติยสหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๕. ฉฏฺเฐ มาตุคาเมน สทฺธึ จตุตฺถทิวเส สยนฺตสฺสาปิ อิมินา สิกฺขาปเทน เอกาว อาปตฺติ. เกจิ ปน ปุริมสิกฺขาปเทนาปีติ เทฺว อาปตฺติโย วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ ‘‘อนุปสมฺปนฺเนนา’’ติ อนิตฺถิลิงฺเคน วุตฺตตฺตา นปุํสเกน ปน จตุตฺถทิวเส สยนฺตสฺส สทุกฺกฏปาจิตฺติยํ วตฺตุํ ยุตฺตํ. กิญฺจาเปตฺถ ปาฬิยํ ปณฺฑกวเสเนว ทุกฺกฏํ วุตฺตํ, ตทนุโลมิกา ปน ปุริสอุภโตพฺยญฺชนเกน สห สยนฺตสฺส อิมินา ทุกฺกฏํ, ปุริเมน จตุตฺถทิวเส สทุกฺกฏปาจิตฺติยํ. อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนโก อิตฺถิคติโกวาติ อยํ อมฺหากํ ขนฺติ. มติตฺถิยา อนาปตฺตีติ วทนฺติ. ปาจิตฺติยวตฺถุกเสนาสนํ, ตตฺถ มาตุคาเมน สทฺธึ นิปชฺชนํ, สูริยตฺถงฺคมนนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
ทุติยสหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ธมฺมเทสนาสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๐. สตฺตเม น ยกฺเขนาติอาทีนํ ‘‘อญฺญตฺร วิญฺญุนา’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อญฺญตฺร วิญฺญุนา ปุริสวิคฺคเหน, น ยกฺขาทินาปีติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพติ อธิปฺปาโย. ตาทิเสนปิ หิ สห ฐิตาย เทเสตุํ น วฏฺฏติ. ตํตํเทสภาสาย อตฺถํ ยถารุจิ วฏฺฏติ เอว.
อิริยาปถาปริวตฺตนํ, ปุริสํ วา ทฺวาทสหตฺถูปจาเร อปกฺโกสาปนํ เอตฺถ อกิริยา. วุตฺตลกฺขณสฺส ธมฺมสฺส ฉนฺนํ วาจานํ อุปริ เทสนา, วุตฺตลกฺขโณ มาตุคาโม, อิริยาปถปอวตฺตนาภาโว, วิญฺญูปุริสาภาโว, อปญฺหวิสฺสชฺชนาติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
ธมฺมเทสนาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ภูตาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๗. อฏฺฐเม อนฺตราติ ปรินิพฺพานกาลโต ปุพฺเพปิ. อติกฑฺฒิยมาเนนาติ ‘‘วทถ, ภนฺเต, กึ ตุเมฺหหิ อธิคต’’นฺติ เอวํ นิปฺปีฬิยมาเนน อติพทฺธิยมาเนน. ตถารูเป ปจฺจเย สติ วตฺตพฺพเมว. สุตปริยตฺติสีลคุณนฺติ เอตฺถ อตฺถกุสลตา สุตคุโณ, ปาฬิปาฐกุสลตา ปริยตฺติคุโณติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘จิตฺตกฺเขปสฺส วา อภาวา’’ติ อิมินา ขิตฺตจิตฺตเวทนาฏฺฏตาปิ อริยานํ นตฺถีติ ทสฺเสติ.
ปุพฺเพ อวุตฺเตหีติ จตุตฺถปาราชิเก อวุตฺเตหิ. อิทญฺจ สิกฺขาปทํ ปณฺณตฺติอชอานนวเสน เอกนฺตโต อจิตฺตกสมุฏฺฐานเมว โหติ อริยานํ ปณฺณตฺติวีติกฺกมาภาวา. ฌานลาภีนญฺจ สตฺถุ อาณาวีติกฺกมปฏิฆจิตฺตสฺส ฌานปริหานโต ภูตาโรจนํ น สมฺภวติ. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส ภูตตา, อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรจนํ, ตงฺขณวิชานนา, อนญฺญาปเทโสติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
ภูตาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ทุฏฺฐุลฺลาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๘. นวเม ตตฺถ ภเวยฺยาติ ตตฺถ กสฺสจิ มติ เอวํ ภเวยฺย. อฏฺฐกถาวจนเมว อุปปตฺติโต ทฬฺหํ กตฺวา ปติฏฺฐเปนฺโต ‘‘อิมินาปิ เจต’’นฺติอาทิมาห.
๘๒. อาทิโต ปญฺจ สิกฺขาปทานีติ ปาณาติปาตาทีนิ ปญฺจ. เสสานีติ วิกาลโภชนาทีนิ. สุกฺกวิสฺสฏฺฐิอาทิ อชฺฌาจาโรว. อนฺติมวตฺถุํ อนชฺฌาปนฺนสฺส ภิกฺขุโน สวตฺถุโก สงฺฆาทิเสโส, อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรจนํ, ภิกฺขุสมฺมุติยา อภาโวติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
ทุฏฺฐุลฺลาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ปถวีขณนสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๖. ทสเม อปฺปปํสุมตฺติกาย ปถวิยา อนาปตฺติวตฺถุภาเวน วุตฺตตฺตา อุปฑฺฒปํสุมตฺติกายปิ ปาจิตฺติยเมวาติ คเหตพฺพํ. น เหตํ ทุกฺกฏวตฺถูติ สกฺกา วตฺตุํ ชาตาชาตวินิมุตฺตาย ตติยปถวิยา อภาวโต.
วฏฺฏตีติ อิมสฺมึ ฐาเน โปกฺขรณึ ขณาติ โอกาสสฺส อนิยมิตตฺตา วฏฺฏติ. อิมํ วลฺลึ ขณาติ ปถวีขณนํ สนฺธาย วุตฺตตฺตา อิมินาว สิกฺขาปเทน อาปตฺติ, น ภูตคามสิกฺขาปเทน. อุภยมฺปิ สนฺธาย วุตฺเต ปน เทฺวปิ ปาจิตฺติยา โหนฺติ. อุทกปปฺปฏโกติ อุทเก อนฺโตภูมิยํ ปวิฏฺเฐ ตสฺส อุปริภาคํ ฉาเทตฺวา ตนุกปํสุ วา มตฺติกา วา ปฏลํ หุตฺวา ปตมานา ติฏฺฐติ, ตสฺมึ อุทเก สุกฺเขปิ ตํ ปฏลํ วาเตน จลมานา ติฏฺฐติ, ตํ อุทกปปฺปฏโก นาม.
อกตปพฺภาเรติ อวฬญฺชนฏฺฐานทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตาทิเส เอว หิ วมฺมิกสฺส สมฺภโวติ. มูสิกุกฺกรํ นาม มูสิกาหิ ขนิตฺวา พหิ กตปํสุราสิ. อจฺฉทนนฺติอาทิวุตฺตตฺตา อุชุกํ อากาสโต ปติตวสฺโสทเกน โอวฏฺฐเมว ชาตปถวี โหติ, น ฉทนาทีสุ ปติตฺวา ตโต ปวตฺตอุทเกน ตินฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. มณฺฑปตฺถมฺภนฺติ สาขามณฺฑปตฺถมฺภํ. อุจฺจาเลตฺวาติ อุกฺขิปิตฺวา. ตโตติ ปุราณเสนาสนโต.
๘๘. มหามตฺติกนฺติ ภิตฺติเลปนํ. ชาตปถวิตา, ตถาสญฺญิตา, ขณนขณาปนานํ อญฺญตรนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
ปถวีขณนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิฏฺฐิโต มุสาวาทวคฺโค ปฐโม.
๒. ภูตคามวคฺโค
๑. ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๙. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม นิคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺโตติ สาขฏฺฐกวิมาเน สาขาย ฉิชฺชมานาย ฉิชฺชนฺเต ตตฺถ อเฉทนตฺถาย เทวตาย อุปนีตํ ปุตฺตํ ทิสฺวาปิ กุฐารินิกฺเขปเวคํ นิวตฺเตตุํ อสกฺโกนฺโตติ อตฺโถ. รุกฺขธมฺเมติ รุกฺขสฺส ปวตฺติยํ. รุกฺขานํ วิย เฉทนาทีสุ อกุปฺปนญฺหิ รุกฺขธมฺโม นาม.
อุปฺปติตนฺติ อุปฺปนฺนํ. ภนฺตนฺติ ธาวนฺตํ. วารเยติ นิคฺคเณฺหยฺย. อิตโรติ อุปฺปนฺนํ โกธํ อนิคฺคณฺหนฺโต ราชอุปราชาทีนํ รสฺมิมตฺตคฺคาหกชโน วิย น อุตฺตมสารถีติ อตฺโถ. วิสฏํ สปฺปวิสนฺติ สรีเร ทาฐาวณานุสาเรน วิตฺถิณฺณํ พฺยาเปตฺวา ฐิตํ กณฺหสปฺปวิสํ วิย. ชหาติ โอรปารนฺติ ปญฺโจรมฺภาคิยสญฺโญชนานิ ตติยมคฺเคน ชหาติ. ‘‘โอรปาร’’นฺติ หิ โอริมตีรํ วุจฺจติ. อถ วา โสติ ตติยมคฺเคน โกธํ วิเนตฺวา ฐิโต ภิกฺขุ อรหตฺตมคฺเคน โอรปารํ ชหาตีติ อตฺโถ. ตตฺถ โอรํ นาม สกตฺตภาโว, อชฺฌตฺติกานิ วา อายตนานิ. ปารํ นาม ปรอตฺตภาโว, พาหิรานิ วา อายตนานิ. ตทุภเย ปน ฉนฺทราคํ ชหนฺโต ‘‘ชหาติ โอริมปาร’’นฺติ วุจฺจติ.
๙๐. ภวนฺตีติ วฑฺฒนฺติ. อหุวุนฺตีติ พภูวุ. เตนาห ‘‘ชาตา วฑฺฒิตา’’ติ. ภูตานํ คาโมติ มหาภูตานํ หริตติณาทิภาเวน สมคฺคานํ สมูโห. ตพฺพินิมุตฺตสฺส คามสฺส อภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภูตา เอว วา คาโม’’ติ วุตฺตํ. ปาตพฺย-สทฺทสฺส ปา ปาเนติ ธาตฺวตฺถํ สนฺธายาห ‘‘ปริภุญฺชิตพฺพตา’’ติ. สา จ ปาตพฺยตา เฉทนาทิ เอว โหตีติ อาห ‘‘ตสฺสา…เป… ภูตคามสฺส ชาตา เฉทนาทิปจฺจยา’’ติ.
๙๑. ชาต-สทฺโท เอตฺถ วิชาตปริยาโยติ ‘‘ปุตฺตํ วิชาตา อิตฺถี’’ติอาทีสุ วิย ปสูตวจโนติ อาห ‘‘ปสูตานี’’ติ, นิพฺพตฺตปณฺณมูลานีติ อตฺโถ.
ตานิ ทสฺเสนฺโตติ ตานิ พีชานิ ทสฺเสนฺโต. การิยทสฺสนมุเขเนว การณญฺจ คหิตนฺติ อาห ‘‘พีชโต นิพฺพตฺเตน พีชํ ทสฺสิต’’นฺติ.
๙๒. ‘‘พีชโต สมฺภูโต ภูตคาโม พีช’’นฺติ อิมินา อุตฺตรปทโลเปน ‘‘ปทุมคจฺฉโต นิพฺพตฺตํ ปุปฺผํ ปทุม’’นฺติอาทีสุ วิยายํ โวหาโรติ ทสฺเสติ. ยํ พีชํ ภูตคาโม นาม โหตีติ นิพฺพตฺตปณฺณมูลํ สนฺธาย วทติ. ยถารุตนฺติ ยถาปาฐํ.
‘‘สญฺจิจฺจา’’ติ วุตฺตตฺตา สรีเร ลคฺคภาวํ ญตฺวาปิ อุฏฺฐหติ, ‘‘ตํ อุทฺธริสฺสามี’’ติสญฺญาย อภาวโต วฏฺฏติ. อนนฺตก-คฺคหเณน สาสปมตฺติกา คหิตา, นามเญฺหตํ ตสฺสา เสวาลชาติยา. มูลปณฺณานํ อภาเวน ‘‘อสมฺปุณฺณภูตคาโม นามา’’ติ วุตฺตํ. โส พีชคาเมน สงฺคหิโตติ. อวฑฺฒมาเนปิ ภูตคามมูลกตฺตา วุตฺตํ ‘‘อมูลกภูตคาเม สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ. นาฬิเกรสฺส อาเวณิกํ กตฺวา วทติ.
เสเลยฺยกํ นาม สิลาย สมฺภูตา เอกา คนฺธชาติ. ปุปฺผิตกาลโต ปฏฺฐายาติ วิกสิตกาลโต ปภุติ. ฉตฺตกํ คณฺหนฺโตติ วิกสิตํ คณฺหนฺโต. มกุฬํ ปน รุกฺขตฺตจํ อโกเปนฺเตนปิ คเหตุํ น วฏฺฏติ, ผุลฺลํ วฏฺฏติ. หตฺถกุกฺกุจฺเจนาติ หตฺถจาปลฺเลน.
‘‘ปานียํ น วาเสตพฺพ’’นฺติ อิทํ อตฺตโน ปิวนปานียํ สนฺธาย วุตฺตํ, อญฺเญสํ ปน วฏฺฏติ อนุคฺคหิตตฺตา. เตนาห ‘‘อตฺตนา ขาทิตุกาเมนา’’ติ. เยสํ รุกฺขานํ สาขา รุหตีติ มูลํ อโนตาเรตฺวา ปณฺณมตฺตนิคฺคมนมตฺเตนปิ วฑฺฒติ. ตตฺถ กปฺปิยมฺปิ อกโรนฺโต ฉินฺนนาฬิเกรเวฬุทณฺฑาทโย โกเปตุํ วฏฺฏติ.
‘‘จงฺกมิตฏฺฐานํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ วุตฺตตฺตา เกวลํ จงฺกมนาธิปฺปาเยน วา มคฺคคมนาธิปฺปาเยน วา อกฺกมนฺตสฺส, ติณานํ อุปริ นิสีทนาธิปฺปาเยน นิสีทนฺตสฺส จ โทโส นตฺถิ.
สมณกปฺเปหีติ สมณานํ กปฺปิยโวหาเรหิ, อพีชนิพฺพฏฺฏพีชานิปิ กปฺปิยภาวโต ‘‘สมณกปฺปานี’’ติ วุตฺตานิ. อพีชํ นาม ตรุณอมฺพผลาทีนิ. นิพฺพฏฺเฏตพฺพํ วิโยเชตพฺพํ พีชํ ยสฺมึ, ตํ ปนสาทิ นิพฺพฏฺฏพีชํ นาม. กปฺปิยนฺติ วตฺวาวาติ ปุพฺพกาลกิริยาวเสน วุตฺเตปิ วจนกฺขเณว อคฺคิสตฺถาทินา พีชคาเม วณํ กาตพฺพนฺติ วจนโต ปน ปุพฺเพ กาตุํ น วฏฺฏติ, ตญฺจ ทฺวิธา อกตฺวา เฉทนเภทนเมว ทสฺเสตพฺพํ. กโรนฺเตน จ ภิกฺขุนา ‘‘กปฺปิยํ กโรหี’’ติ ยาย กายจิ ภาสาย วุตฺเตเยว กาตพฺพํ. พีชคามปริโมจนตฺถํ ปุน กปฺปิยํ กาเรตพฺพนฺติ การาปนสฺส ปฐมเมว อธิกตตฺตา. ‘‘กฏาเหปิ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตตฺตา กฏาหโต นีหตาย มิญฺชาย วา พีเช วา ยตฺถ กตฺถจิ วิชฺฌิตุํ วฏฺฏติ เอว. ภูตคาโม, ภูตคามสญฺญิตา, วิโกปนํ วา วิโกปาปนํ วาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา
๙๔. ทุติเย อญฺญํ วจนนฺติ ยํ โทสวิภาวนตฺถํ ปเรหิ วุตฺตวจนํ ตํ ตสฺส อนนุจฺฉวิเกน อญฺเญน วจเนน ปฏิจรติ.
๙๘. ยเทตํ อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณวเสน ปวตฺตวจนํ, ตเทว ปุจฺฉิตมตฺถํ ฐเปตฺวา อญฺญํ วทติ ปกาเสตีติ อญฺญวาทกนฺติ อาห ‘‘อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณสฺเสตํ นาม’’นฺติ. ตุณฺหีภูตสฺเสตํ นามนฺติ ตุณฺหีภาวสฺเสตํ นามํ, อยเมว วา ปาโฐ. อญฺญวาทกํ อาโรเปตุนฺติ อญฺญวาเท อาโรเปตุํ. วิเหสกนฺติ วิเหสกตฺตํ.
๙๙. ปาฬิยํ น อุคฺฆาเฏตุกาโมติ ปฏิจฺฉาเทตุกาโม.
๑๐๐. อนาโรปิเต อญฺญวาทเกติ วุตฺตทุกฺกฏํ ปาฬิยํ อาคตอญฺเญนญฺญปฏิจรณวเสน ยุชฺชติ, อฏฺฐกถายํ อาคตนเยน ปน มุสาวาเทน อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรนฺตสฺส ปาจิตฺติเยน สทฺธึ ทุกฺกฏํ, อาโรปิเต อิมินาว ปาจิตฺติยํ. เกจิ ปน ‘‘มุสาวาทปาจิตฺติเยน สทฺธึ ปาจิตฺติยทฺวย’’นฺติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ. อาทิกมฺมิกสฺสปิ มุสาวาเท อิมินาว อนาปตฺตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ธมฺมกมฺเมน อาโรปิตตา, อาปตฺติยา วา วตฺถุนา วา อนุยุญฺชิยมานตา, ฉาเทตุกามตาย อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณํ, ตุณฺหีภาโว จาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๐๓. ตติเย จินฺตายนตฺถสฺส เฌ-ธาตุสฺส อเนกตฺถตาย โอโลกนตฺถสมฺภวโต วุตฺตํ ‘‘โอโลกาเปนฺตี’’ติ. ฉนฺทายาติ ลิงฺควิปลฺลาโสติ อาห ‘‘ฉนฺเทนา’’ติ.
๑๐๕. ภิกฺขุํ ลามกโต จินฺตาปนตฺถํ อญฺเญสํ ตํ อวณฺณกถนํ อุชฺฌาปนํ นาม. อญฺเญสํ ปน อวตฺวา อญฺญมญฺญํ สมุลฺลปนวเสน ภิกฺขุโน โทสปฺปกาสนํ ขิยฺยนํ นามาติ อยเมเตสํ เภโท.
๑๐๖. อญฺญํ อนุปสมฺปนฺนํ อุชฺฌาเปตีติ อญฺเญน อนุปสมฺปนฺเนน อุชฺฌาเปติ. ตสฺส วา ตํ สนฺติเกติ ตสฺส อนุปสมฺปนฺนสฺส สนฺติเก ตํ สงฺเฆน สมฺมตํ อุปสมฺปนฺนํ ขิยฺยติ. อิธาปิ มุสาวาเทน อุชฺฌาปนาทีนํ สมฺภวโต ทุกฺกฏฏฺฐานานิ จ อาทิกมฺมิกสฺส อนาปตฺติ จ อิมินา เอว สิกฺขาปเทน วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ สพฺพตฺถ มุสาวาทปาจิตฺติยสฺส อนิวตฺติโต. ธมฺมกมฺเมน สมฺมตตา, อุปสมฺปนฺนตา, อคติคมนาภาโว, ตสฺส อวณฺณกามตา, ยสฺส สนฺติเก วทติ. ตสฺส อุปสมฺปนฺนตา, อุชฺฌาปนํ วา ขิยฺยนํ วาติ อิมาเนตฺถ ฉ องฺคานิ.
อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๑๐. จตุตฺเถ อปญฺญาเตติ อปฺปสิทฺเธ. อิมํ ปน อฏฺฐ มาเส มณฺฑปาทีสุ ฐปนสงฺขาตํ อตฺถวิเสสํ คเหตฺวา ภควตา ปฐมเมว สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตนฺติ อธิปฺปายํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อฏฺฐมาเส’’ติอาทิวจเนน อนุปญฺญตฺติสทิเสน ปกาเสตฺวา วิสุํ อนุปญฺญตฺติ น วุตฺตา. ปริวาเร ปเนตํ อนุชานนวจนํ อนุปญฺญตฺติฏฺฐานนฺติ ‘‘เอกา อนุปญฺญตฺตี’’ติ (ปริ. ๖๕-๖๗) วุตฺตํ.
นววายิโมติ อธุนา สุตฺเตน วีตกจฺเฉน ปลิเวฐิตมญฺโจ. โอนทฺโธติ กปฺปิยจมฺเมน โอนทฺโธ. เต หิ วสฺเสน สีฆํ น นสฺสนฺติ. ‘‘อุกฺกฏฺฐอพฺโภกาสิโก’’ติ อิทํ ตสฺส สุขปฏิปตฺติทสฺสนมตฺตํ, อุกฺกฏฺฐสฺสาปิ ปน จีวรกุฏิ วฏฺฏเตว. กายานุคติกตฺตาติ ภิกฺขุโน ตตฺเถว นิสีทนภาวํ ทีเปติ, เตน จ วสฺสภเยน สยํ อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตสฺส อาปตฺตีติ ทสฺเสติ. อพฺโภกาสิกานํ เตมนตฺถาย นิยเมตฺวา ทายเกหิ ทินฺนมฺปิ อตฺตานํ รกฺขนฺเตน รกฺขิตพฺพเมว.
‘‘วลาหกานํ อนุฏฺฐิตภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา’’ติ อิมินา คิมฺหาเนปิ เมเฆ อุฏฺฐิเต อพฺโภกาเส นิกฺขิปิตุํ น วฏฺฏตีติ ทีเปติ. ตตฺร ตตฺราติ เจติยงฺคณาทิเก ตสฺมึ ตสฺมึ อพฺโภกาเส นิยเมตฺวา นิกฺขิตฺตา. มชฺฌโต ปฏฺฐาย ปาทฏฺฐานาภิมุขาติ ยตฺถ สมนฺตโต สมฺมชฺชิตฺวา องฺคณมชฺเฌ สพฺพทา กจวรสฺส สงฺกฑฺฒเนน มชฺเฌ วาลิกา สญฺจิตา โหติ. ตตฺถ กตฺตพฺพวิธิทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อุจฺจวตฺถุปาทฏฺฐานาภิมุขํ วา วาลิกา หริตพฺพา. ยตฺถ วา ปน โกเณสุ วาลิกา สญฺจิตา, ตตฺถ ตโต ปฏฺฐาย อปรทิสาภิมุขา หริตพฺพาติ เกจิ อตฺถํ วทนฺติ. เกจิ ปน ‘‘สมฺมฏฺฐฏฺฐานสฺส ปทวฬญฺเชน อวิโกปนตฺถาย สยํ อสมฺมฏฺฐฏฺฐาเน ฐตฺวา อตฺตโน ปาทาภิมุขํ วาลิกา หริตพฺพาติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตตฺถ ‘‘มชฺฌโต ปฏฺฐายา’’ติ วจนสฺส ปโยชนํ น ทิสฺสติ.
๑๑๑. วงฺกปาทตามตฺเตน กุฬีรปาทกสฺส เสเสหิ วิเสโส, น อฏนีสุ ปาทปฺปเวสนวิเสเสนาติ ทสฺเสตุํ ‘‘โย วา ปน โกจี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสาติ อุปสมฺปนฺนสฺเสว.
นิสีทิตฺวา…เป… ปาจิตฺติยนฺติ เอตฺถ เมฆุฏฺฐานาภาวํ ญตฺวา ‘‘ปจฺฉา อาคนฺตฺวา อุทฺธริสฺสามี’’ติ อาโภเคน คจฺฉนฺตสฺส อนาปตฺติ, เตน ปุนาคนฺตพฺพเมว. กปฺปํ ลภิตฺวาติ ‘‘คจฺฉ, มา อิธ ติฏฺฐา’’ติ วุตฺตวจนํ ลภิตฺวา.
อาวาสิกานํเยว ปลิโพโธติ อาคนฺตุเกสุ กิญฺจิ อวตฺวา นิสีทิตฺวา ‘‘อาวาสิกา เอว อุทฺธริสฺสนฺตี’’ติ คเตสุปิ อาวาสิกานเมว ปลิโพโธ. มหาปจฺจริวาเท ปน ‘‘อิทํ อมฺหาก’’นฺติ อวตฺวาปิ นิสินฺนานเมวาติ อธิปฺปาโย. ‘‘สนฺถริตฺวา วา สนฺถราเปตฺวา วา’’ติ วุตฺตตฺตา อนาณตฺติยา ปญฺญาปิตตฺตาปิ ทุกฺกเฏ การณํ วุตฺตํ. อุสฺสารโกติ สรภาณโก. โส หิ อุทฺธํ อุทฺธํ ปาฬิปาฐํ สาเรติ ปวตฺเตตีติ อุสฺสารโกติ วุจฺจติ.
๑๑๒. วณฺณานุรกฺขณตฺถํ กตาติ ปฏขณฺฑาทีหิ สิพฺพิตฺวา กตา. ภูมิยํ อตฺถริตพฺพาติ จิมิลิกาย สติ ตสฺสา อุปริ, อสติ สุทฺธภูมิยํ อตฺถริตพฺพา. ‘‘สีหจมฺมาทีนํ ปริหรเณเยว ปฏิกฺเขโป’’ติ อิมินา มญฺจปีฐาทีสุ อตฺถริตฺวา ปุน สํหริตฺวา ฐปนาทิวเสน อตฺตโน อตฺถาย ปริหรณเมว น วฏฺฏติ, ภูมตฺถรณาทิวเสน ปริโภโค ปน อตฺตโน ปริหรณํ น โหตีติ ทสฺเสติ. ขนฺธเก หิ ‘‘อนฺโตปิ มญฺเจ ปญฺญตฺตานิ โหนฺติ, พหิปิ มญฺเจ ปญฺญตฺตานิ โหนฺตี’’ติ เอวํ อตฺตโน อตฺตโน อตฺถาย มญฺจาทีสุ ปญฺญเปตฺวา ปริหรณวตฺถุสฺมึ –
‘‘น, ภิกฺขเว, มหาจมฺมานิ ธาเรตพฺพานิ สีหจมฺมํ พฺยคฺฆจมฺมํ ทีปิจมฺมํ. โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๒๕๕) –
ปฏิกฺเขโป กโต. ตสฺมา วุตฺตนเยเนเวตฺถ อธิปฺปาโย ทฏฺฐพฺโพ. ทารุมยปีฐนฺติ ผลกมยปีฐเมว. ปาทกถลิกนฺติ อโธตปาทํ ยสฺมึ ฆํสนฺตา โธวนฺติ, ตํ ทารุผลกาทิ.
๑๑๓. ‘‘อาคนฺตฺวา อุทฺธริสฺสามีติ คจฺฉตี’’ติ วุตฺตตฺตา อญฺเญนปิ การเณน อโนตาเปนฺตสฺสปิ อาคมเน สาเปกฺขสฺส อนาปตฺติ. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายํ ‘‘มญฺจาทีนํ สงฺฆิกตา, วุตฺตลกฺขเณ เทเส สนฺถรณํ วา สนฺถราปนํ วา, อปลิพุทฺธตา, อาปทาย อภาโว, นิรเปกฺขตา, เลฑฺฑุปาตาติกฺกโม’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา) เอวเมตฺถ นิรเปกฺขตาย สทฺธึ ฉ องฺคานิ วุตฺตานิ.
ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๑๖. ปญฺจเม ปาวาโร โกชโวติ ปจฺจตฺถรณตฺถาเยว ฐปิตา อุคฺคตโลมา อตฺถรณวิเสสา. เอตฺตกเมว วุตฺตนฺติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. เสนาสนโตติ สพฺพปจฺฉิมเสนาสนโต.
๑๑๗. กุรุนฺทฏฺฐกถายํ วุตฺตเมวตฺถํ สวิเสสํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘กิญฺจาปิ วุตฺโต’’ติอาทิ อารทฺธํ. วตฺตพฺพํ นตฺถีติ รุกฺขมูลสฺส ปากฏตฺตา วุตฺตํ. ปลุชฺชตีติ วินสฺสติ.
๑๑๘. เยน มญฺจํ วา ปีฐํ วา วีนนฺติ, ตํ มญฺจปีฐกวานํ. สิลุจฺจยเลณนฺติ ปพฺพตคุหา. ‘‘อาปุจฺฉนํ ปน วตฺต’’นฺติ อิมินา อาปตฺติ นตฺถีติ ทสฺเสติ. วุตฺตลกฺขณเสยฺยา, ตสฺสา สงฺฆิกตา, วุตฺตลกฺขเณ วิหาเร สนฺถรณํ วา สนฺถราปนํ วา, อปลิพุทฺธตา, อาปทาย อภาโว, อนเปกฺขสฺส ทิสาปกฺกมนํ, อุปจารสีมาติกฺกโมติ อิมาเนตฺถ สตฺต องฺคานิ.
ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๑๙. ฉฏฺเฐ อนุปวิสิตฺวาติ สมีปํ ปวิสิตฺวา.
๑๒๒. อุปจารํ ฐเปตฺวาติ ทิยฑฺฒหตฺถูปจารํ ฐเปตฺวา. สงฺฆิกวิหารตา, อนุฏฺฐาปนียภาวชานนํ, สมฺพาเธตุกามตา, อุปจาเร นิสีทนํ วา นิปชฺชนํ วาติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๒๖. สตฺตเม โกฏฺฐกานีติ ทฺวารโกฏฺฐกานิ.
๑๒๘. ‘‘สกลสงฺฆารามโต นิกฺกฑฺฒิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อิทํ อนนุรูปโต วุตฺตํ. ปาปครหิตาย หิ อกุปิตจิตฺเตน นิกฺกฑฺฒาเปนฺตสฺส อิมินา สิกฺขาปเทน อาปตฺติ นตฺถิ ‘‘กุปิโต อนตฺตมโน’’ติ วุตฺตตฺตา. อญฺญาเปกฺขา อาปตฺติ น ทิสฺสติ. ปาฬิยํ ‘‘อลชฺชึ นิกฺกฑฺฒตี’’ติอาทีสุ จิตฺตสฺส ลหุปริวตฺติตาย อนฺตรนฺตรา โกเป อุปฺปนฺเนปิ อนาปตฺติ อลชฺชิตาทิปจฺจเยเนว นิกฺกฑฺฒนสฺส อารทฺธตฺตา. สงฺฆิกวิหาโร, อุปสมฺปนฺนสฺส ภณฺฑนการกภาวาทิวินิมุตฺตตา, โกเปน นิกฺกฑฺฒนํ วา นิกฺกฑฺฒาปนํ วาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. เวหาสกุฏิสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๒๙. อฏฺฐมํ อุตฺตานเมว. สงฺฆิโก วิหาโร, อสีสฆฏฺฏเวหาสกุฏิ, เหฏฺฐาปริโภคตา, อปฏาณิทินฺเน อาหจฺจปาทเก นิสีทนํ วา นิปชฺชนํ วาติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
เวหาสกุฏิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๓๕. นวเม ‘‘มหลฺลโก นาม วิหาโร สสฺสามิโก’’ติ วุตฺตตฺตา สญฺญาจิกาย กุฏิยา อนาปตฺตีติ วทนฺติ. ยสฺสาติ วิหารสฺส. สา อปริปูรูปจาราปิ โหตีติ วิวริยมานํ กวาฏํ ยํ ภิตฺตึ อาหนติ, สา สามนฺตา กวาฏวิตฺถารปฺปมาณา อุปจารรหิตาปิ โหตีติ อตฺโถ. อาโลกํ วาตปานํ สนฺเธติ ฆฏยตีติ อาโลกสนฺธีติ กวาฏํ วุจฺจติ. ทฺวารวาตปานูปจารโต อญฺญตฺถ ปุนปฺปุนํ ลิมฺปนาทึ กโรนฺตสฺส ปิณฺฑคณนาย ปาจิตฺติยํ.
เกจิ ปน ‘‘ปาฬิยํ ปาจิตฺติยสฺส อวุตฺตตฺตา ทุกฺกฏ’’นฺติ วทนฺติ. อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ สํวิธาตพฺพํ. หริเต ฐิโต อธิฏฺฐาติ. อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ หริตยุตฺเต เขตฺเต ฐตฺวา ฉาเทนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ อตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘ตาทิเส เขตฺเต วิหารํ กโรนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ วทนฺติ, ตํ ปาฬิยา น สเมติ.
๑๓๖. อุชุกเมว ฉาทนนฺติ ฉาทนมุขวฏฺฏิโต ปฏฺฐาย ยาว ปิฏฺฐิวํสกูฏาคารกณฺณิกาทิ, ตาว อิฏฺฐกาทีหิ อุชุกํ ฉาทนํ. อิมินา ปน เยน สพฺพสฺมึ วิหาเร เอกวารํ ฉาทิเต ตํ ฉาทนํ เอกมคฺคนฺติ คเหตฺวา ปาฬิยํ ‘‘เทฺว มคฺเค’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริยาเยน ฉาทนมฺปิ อิมินาว นเยน โยเชตพฺพนฺติ วทนฺติ, ตํ ‘‘ปุนปฺปุนํ ฉาทาเปสี’’ติ อิมาย ปาฬิยา จ ‘‘สพฺพมฺปิ เจตํ ฉทนํ ฉทนูปริ เวทิตพฺพ’’นฺติ อิมินา อฏฺฐกถาวจเนน จ สเมติ.
ปาฬิยํ ‘‘มคฺเคน ฉาเทนฺตสฺส ปริยาเยน ฉาเทนฺตสฺสา’’ติ อิทญฺจ อิฏฺฐกาทีหิ, ติณปณฺเณหิ จ ฉาทนปฺปการเภททสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘ปนฺติยา ฉาทิตสฺส ฉทนสฺส อุปริ ฉทนมุขวฏฺฏิโต ปฏฺฐาย อุทฺธํ อุชุกเมว เอกวารํ ฉาทนํ เอกมคฺคนฺติ คเหตฺวา ‘เทฺว มคฺเค’ติอาทิ วุตฺตํ, น ปน สกลวิหารฉาทนํ. เอส นโย ปริยาเยน ฉาทเนปี’’ติ วทนฺติ, ตํ ปาฬิอฏฺฐกถาหิ น สเมติ.
ตติยาย มคฺคนฺติ เอตฺถ ตติยายาติ อุปโยคตฺเถ สมฺปทานวจนํ, ตติยํ มคฺคนฺติ อตฺโถ. อยเมว วา ปาโฐ. ติณปณฺเณหิ ลพฺภตีติ ติณปณฺเณหิ ฉาเทตฺวา อุปริ อุลฺลิตฺตาวลิตฺตกรณํ สนฺธาย วุตฺตํ. เกวลํ ติณกุฏิยา หิ อนาปตฺติ วุตฺตา. ติณฺณํ มคฺคานนฺติ มคฺควเสน ฉาทิตานํ ติณฺณํ ฉทนานํ. ติณฺณํ ปริยายานนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. มหลฺลกวิหารตา, อตฺตโน วาสาคารตา, อุตฺตริ อธิฏฺฐานนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๔๐. ทสเม มาติกายํ สปฺปาณกอุทกํ ติเณน วา มตฺติกาย วา สิญฺเจยฺย, ฉฑฺเฑยฺยาติ อตฺโถ. อถ วา อุทกํ คเหตฺวา พหิ สิญฺเจยฺย, ตสฺมิญฺจ อุทเก ติณํ วา มตฺติกํ วา อาหริตฺวา ปกฺขิเปยฺยาติ อชฺฌาหริตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เตนาห ‘‘สกฏภารมตฺตญฺเจปี’’ติอาทิ. อิทนฺติ ติณมตฺติกปกฺขิปนวิธานํ. วุตฺตนฺติ มาติกายํ ‘‘ติณํ วา มตฺติกํ วา’’ติ เอวํ วุตฺตํ, อฏฺฐกถาสุ วา วุตฺตํ.
อิทญฺจ สิกฺขาปทํ พาหิรปริโภคํ สนฺธาย วตฺถุวเสน วุตฺตํ อพฺภนฺตรปริโภคสฺส วิสุํ วกฺขมานตฺตา. ตทุภยมฺปิ ‘‘สปฺปาณก’’นฺติ กตฺวา วธกจิตฺตํ วินาว สิญฺจเน ปญฺญตฺตตฺตา ‘‘ปณฺณตฺติวชฺช’’นฺติ วุตฺตํ. วธกจิตฺเต ปน สติ สิกฺขาปทนฺตเรเนว ปาจิตฺติยํ, น อิมินาติ ทฏฺฐพฺพํ. อุทกสฺส สปฺปาณกตา, ‘‘สิญฺจเนน ปาณกา มริสฺสนฺตี’’ติ ชานนํ, ตาทิสเมว จ อุทกํ วินา วธกเจตนาย เกนจิเทว กรณีเยน ติณาทีนํ สิญฺจนนฺติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิฏฺฐิโต เสนาสนวคฺโค ทุติโย.
‘‘ภูตคามวคฺโค’’ติปิ เอตสฺเสว นามํ.
๓. โอวาทวคฺโค
๑. โอวาทสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๔๔. ตติยวคฺคสฺส ปฐเม ติรจฺฉานภูตนฺติ ติโรกรณภูตํ, พาหิรภูตนฺติ อตฺโถ. สมิทฺโธติ ปริปุณฺโณ. สหิตตฺโถ อตฺถยุตฺโต. อตฺถคมฺภีรตาทินา คมฺภีโร.
๑๔๕-๑๔๗. ปรโตติ อุตฺตริ. กโรนฺโตวาติ ปริพาหิเร กโรนฺโต. วิภงฺเคติ ฌานวิภงฺเค. จรณนฺติ นิพฺพานคมนาย ปาทํ.
ยทสฺสาติ ยํ อสฺส. ธาเรตีติ อวินสฺสมานํ ธาเรติ. ปริกถนตฺถนฺติ ปกิณฺณกกถาวเสน ปริจฺฉินฺนธมฺมกถนตฺถํ. ติสฺโส อนุโมทนาติ สงฺฆภตฺตาทีสุ ทานานิสํสปฺปฏิสํยุตฺตา นิธิกุณฺฑสุตฺตาทิ (ขุ. ปา. ๘.๑ อาทโย) -อนุโมทนา, เคหปฺปเวสมงฺคลาทีสุ มงฺคลสุตฺตาทิ (ขุ. ปา. ๕.๑ อาทโย; สุ. นิ. มงฺคลสุตฺต) -อนุโมทนา, มตกภตฺตาทิอมงฺคเลสุ ติโรกุฏฺฏาทิ (ขุ. ปา. ๗.๑ อาทโย; เป. ว. ๑๔ อาทโย) -อนุโมทนาติ อิมา ติสฺโส อนุโมทนา. กมฺมากมฺมวินิจฺฉโยติ ปริวาราวสาเน กมฺมวคฺเค (ปริ. ๔๘๒ อาทโย) วุตฺตวินิจฺฉโย. สมาธิวเสนาติ สมถปุพฺพกวเสน. วิปสฺสนาวเสน วาติ ทิฏฺฐิวิสุทฺธิอาทิกาย สุกฺขวิปสฺสนาย วเสน. อตฺตโน สีลรกฺขณตฺถํ อปรานเปกฺขตาย เยน กามํ คนฺตุํ จตสฺโส ทิสา อรหติ, อสฺส วา สนฺติ, ตาสุ วา สาธูติ จาตุทฺทิโส.
อภิวินเยติ ปาติโมกฺขสํวรสงฺขาเต สํวรวินเย, ตปฺปกาสเก วา วินยปิฏเก. วิเนตุนฺติ สิกฺขาเปตุํ ปกาเสตุํ. ปคุณา วาจุคฺคตาติ ปาฐโต จ อตฺถโต จ ปคุณา มุเข สนฺนิธาปนวเสน วาจุคฺคตา กาตพฺพา. อตฺถมตฺตวเสนเปตฺถ โยชนํ กโรนฺติ. อภิธมฺเมติ ลกฺขณรสาทิวเสน ปริจฺฉินฺเน นามรูปธมฺเม. ปุพฺเพ กิร มหาเถรา ปริยตฺติอนนฺตรธานาย เอเกกสฺส คณสฺส ทีฆนิกายาทิเอเกกธมฺมโกฏฺฐาสํ นิยฺยาเตนฺตา ‘‘ตุเมฺห เอตํ ปาฬิโต จ อฏฺฐกถาโต จ ปริหรถ, สกฺโกนฺตา อุตฺตริปิ อุคฺคณฺหถา’’ติ เอวํ สกลธมฺมํ คนฺถวเสน นิยฺยาเตนฺติ, ตตฺถ เต จ ภิกฺขู คนฺถนาเมน ทีฆภาณกา มชฺฌิมภาณกาติ โวหรียนฺติ, เต จ อตฺตโน ภารภูตํ โกฏฺฐาสํ ปริจฺจชิตฺวา อญฺญํ อุคฺคเหตุํ น ลภนฺติ. ตํ สนฺธายาห ‘‘สเจ มชฺฌิมภาณโก โหตี’’ติอาทิ.
ตตฺถ เหฏฺฐิมา วา ตโย วคฺคาติ มหาวคฺคโต เหฏฺฐิมา สคาถกวคฺโค (สํ. นิ. ๑.๑ อาทโย), นิทานวคฺโค (สํ. นิ. ๒.๑ อาทโย), ขนฺธวคฺโคติ (สํ. นิ. ๓.๑ อาทิโย) อิเม ตโย วคฺคา. ติกนิปาตโต ปฏฺฐาย เหฏฺฐาติ เอกกนิปาตทุกนิปาเต สนฺธาย วุตฺตํ. ธมฺมปทมฺปิ สห วตฺถุนา ชาตกภาณเกน อตฺตโน ชาตเกน สทฺธึ อุคฺคเหตพฺพํ. ตโต โอรํ น วฏฺฏตีติ มหาปจฺจริวาทสฺส อธิปฺปาโย. ตโต ตโตติ ทีฆนิกายาทิโต. อุจฺจินิตฺวา อุคฺคหิตํ สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา, ภิกฺขุโนปิ ปุพฺพาปรานุสนฺธิอาทิกุสลตาย จ น โหตีติ ‘‘ตํ น วฏฺฏตี’’ติ ปฏิกฺขิตฺตํ. อภิธมฺเม กิญฺจิ อุคฺคเหตพฺพนฺติ น วุตฺตนฺติ เอตฺถ ยสฺมา วินเย กุสลตฺติกาทิวิภาโค, สุตฺตนฺเตสุ สมถวิปสฺสนามคฺโค จ อภิธมฺมปาฐํ วินา น วิญฺญายติ, อนฺธกาเร ปวิฏฺฐกาโล วิย โหติ, ตสฺมา สุตฺตวินยานํ คหณวเสน อภิธมฺมคฺคหณํ วุตฺตเมวาติ วิสุํ น วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยถา ‘‘โภชนํ ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘พฺยญฺชนํ ขาทิตพฺพ’’นฺติ อวุตฺตมฺปิ วุตฺตเมว โหติ ตทวินาภาวโต, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ.
ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนายาติ ปริมณฺฑลานิ ปริปุณฺณานิ ปเทสุ สิถิลธนิตาทิพฺยญฺชนานิ ยสฺสํ, ตาย. ปุรสฺส เอสาติ โปรี, นครวาสีนํ กถาติ อตฺโถ. อเนลคฬายาติ เอตฺถ เอลาติ เขฬํ ตคฺคฬนวิรหิตาย. กลฺยาณวากฺกรโณติ เอตฺถ วาจา เอว วากฺกรณํ, อุทาหรณโฆโส. กลฺยาณํ มธุรํ วากฺกรณมสฺสาติ กลฺยาณวากฺกรโณ. อุปสมฺปนฺนาย เมถุเนเนว อภพฺโพ โหติ, น สิกฺขมานาสามเณรีสูติ อาห ‘‘ภิกฺขุนิยา กายสํสคฺคํ วา’’ติอาทิ.
๑๔๘. ครุเกหีติ ครุกภณฺเฑหิ. เอกโตอุปสมฺปนฺนายาติ อุปโยคตฺเถ ภุมฺมวจนํ. ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนา นาม ปริวตฺตลิงฺคา วา ปญฺจสตสากิยานิโย วา. เอตา ปน เอกโตอุปสมฺปนฺนา โอวทนฺตสฺส ปาจิตฺติยเมว.
๑๔๙. น นิมนฺติตา หุตฺวา คนฺตุกามาติ นิมนฺติตา หุตฺวา โภชนปริโยสาเน คนฺตุกามา น โหนฺติ, ตตฺเถว วสิตุกามา โหนฺตีติ อตฺโถ. ยโตติ ภิกฺขุนุปสฺสยโต. ยาจิตฺวาติ ‘‘ตุเมฺหหิ อานีตโอวาเทเนว มยมฺปิ วสิสฺสามา’’ติ ยาจิตฺวา. ตตฺถาติ ตสฺมึ ภิกฺขุนุปสฺสเย. อภิกฺขุกาวาเส วสฺสํ วสนฺติยา ปาจิตฺติยํ, อปคจฺฉนฺติยา ทุกฺกฏํ.
อิมาสุ กตราปตฺติ ปริหริตพฺพาติ โจทนํ ปริหรนฺโต อาห ‘‘สา รกฺขิตพฺพา’’ติ. สา วสฺสานุคมนมูลิกา อาปตฺติ รกฺขิตพฺพา, อิตราย อนาปตฺติการณํ อตฺถีติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘อาปทาสุ หี’’ติอาทิ.
โอวาทตฺถายาติ โอวาเท ยาจนตฺถาย. เทฺว ติสฺโสติ ทฺวีหิ ตีหิ, กรณตฺเถ เจตํ ปจฺจตฺตวจนํ. ปาสาทิเกนาติ ปสาทชนเกน กายกมฺมาทินา. สมฺปาเทตูติ ติวิธํ สิกฺขํ สมฺปาเทตุ. อสมฺมตตา, ภิกฺขุนิยา ปริปุณฺณูปสมฺปนฺนตา, โอวาทวเสน อฏฺฐครุธมฺมทานนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
โอวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อตฺถงฺคตสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๕๓. ทุติเย โกกนทนฺติ ปทุมวิเสสํ, ตํ กิร พหุปตฺตํ วณฺณสมฺปนฺนํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ยถา โกกนทสงฺขาตํ ปทุมํ, เอวํ ผุลฺลมุขปทุมํ อวีตคุณคนฺธํ นิมฺมเล อนฺตลิกฺเข อาทิจฺจํ วิย จ อตฺตโน เตชสา ตปนฺตํ ตโต เอว วิโรจมานํ องฺเคหิ นิจฺฉรณกชุติยา องฺคีรสํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ ปสฺสาติ. รโชหรณนฺติ สรีเร รชํ ปุญฺฉตีติ รโชหรณนฺติ ปุญฺฉนโจฬสฺส นามํ. โอภาสวิสฺสชฺชนปุพฺพกา ภาสิตคาถา โอภาสคาถา นาม. วิสุทฺธิมคฺคาทีสุ (วิสุทฺธิ. ๒.๓๘๖) ปน ‘‘ราโค รโช น จ ปน เรณุ วุจฺจตี’’ติอาทิ โอภาสคาถา วุตฺตา, น ปเนสา ‘‘อธิเจตโส’’ติ คาถา. อยญฺจ จูฬปนฺถกตฺเถรสฺส อุทานคาถาติ อุทานปาฬิยํ นตฺถิ, เอกุทานิยตฺเถรสฺส (เถรคา. ๑.๖๗ เอกุทานิยตฺเถรคาถาวณฺณนา) นายํ อุทานคาถาติ ตตฺถ วุตฺตํ. อิธ ปน ปาฬิยา เอว วุตฺตตฺตา เถรสฺสาปิ อุทานคาถาติ คเหตพฺพํ. อิธ จ อครุธมฺเมนาปิ โอวทโต ปาจิตฺติยเมว. อตฺถงฺคตสูริยตา, ปริปุณฺณูปสมฺปนฺนตา, โอวทนนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
อตฺถงฺคตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ภิกฺขุนุปสฺสยสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๖๒. ตติยํ อุตฺตานเมว. อุปสฺสยูปคมนํ, ปริปุณฺณูปสมฺปนฺนตา, สมยาภาโว, ครุธมฺเมหิ โอวทนนฺติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
ภิกฺขุนุปสฺสยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อามิสสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๖๔. จตุตฺเถ อามิสนิรเปกฺขมฺปิ อามิสเหตุ โอวทตีติสญฺญาย ภณนฺตสฺสปิ อนาปตฺติ สจิตฺตกตฺตา สิกฺขาปทสฺส. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อุปสมฺปนฺนตา, ธมฺเมน ลทฺธสมฺมุติตา, อนามิสนฺตรตา, อวณฺณกามตาย เอวํ ภณนนฺติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
อามิสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๖๙. ปญฺจมํ จีวรทานสิกฺขาปทํ อุตฺตานเมว.
๖. จีวรสิพฺพนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๗๖. ฉฏฺเฐ กถินวตฺตนฺติ กถินมาเส จีวรํ กโรนฺตานํ สพฺรหฺมจารีนํ สหายภาวูปคมนํ สนฺธาย วุตฺตํ. วญฺเจตฺวาติ ‘‘ตว ญาติกายา’’ติ อวตฺวา ‘‘เอกิสฺสา ภิกฺขุนิยา’’ติ เอตฺตกเมว วตฺวา ‘‘เอกิสฺสา ภิกฺขุนิยา’’ติ สุตฺวา เต อญฺญาติกสญฺญิโน อเหสุนฺติ อาห ‘‘อกปฺปิเย นิโยชิตตฺตา’’ติ. อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา สนฺตกตา, นิวาสนปารุปนูปคตา, วุตฺตนเยน สิพฺพนํ วา สิพฺพาปนํ วาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
จีวรสิพฺพนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.