๑. ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๙. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม นิคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺโตติ สาขฏฺฐกวิมาเน สาขาย ฉิชฺชมานาย ฉิชฺชนฺเต ตตฺถ อเฉทนตฺถาย เทวตาย อุปนีตํ ปุตฺตํ ทิสฺวาปิ กุฐารินิกฺเขปเวคํ นิวตฺเตตุํ อสกฺโกนฺโตติ อตฺโถ. รุกฺขธมฺเมติ รุกฺขสฺส ปวตฺติยํ. รุกฺขานํ วิย เฉทนาทีสุ อกุปฺปนญฺหิ รุกฺขธมฺโม นาม.

อุปฺปติตนฺติ อุปฺปนฺนํ. ภนฺตนฺติ ธาวนฺตํ. วารเยติ นิคฺคเณฺหยฺย. อิตโรติ อุปฺปนฺนํ โกธํ อนิคฺคณฺหนฺโต ราชอุปราชาทีนํ รสฺมิมตฺตคฺคาหกชโน วิย น อุตฺตมสารถีติ อตฺโถ. วิสฏํ สปฺปวิสนฺติ สรีเร ทาฐาวณานุสาเรน วิตฺถิณฺณํ พฺยาเปตฺวา ฐิตํ กณฺหสปฺปวิสํ วิย. ชหาติ โอรปารนฺติ ปญฺโจรมฺภาคิยสญฺโญชนานิ ตติยมคฺเคน ชหาติ. ‘‘โอรปาร’’นฺติ หิ โอริมตีรํ วุจฺจติ. อถ วา โสติ ตติยมคฺเคน โกธํ วิเนตฺวา ฐิโต ภิกฺขุ อรหตฺตมคฺเคน โอรปารํ ชหาตีติ อตฺโถ. ตตฺถ โอรํ นาม สกตฺตภาโว, อชฺฌตฺติกานิ วา อายตนานิ. ปารํ นาม ปรอตฺตภาโว, พาหิรานิ วา อายตนานิ. ตทุภเย ปน ฉนฺทราคํ ชหนฺโต ‘‘ชหาติ โอริมปาร’’นฺติ วุจฺจติ.

๙๐. ภวนฺตีติ วฑฺฒนฺติ. อหุวุนฺตีติ พภูวุ. เตนาห ‘‘ชาตา วฑฺฒิตา’’ติ. ภูตานํ คาโมติ มหาภูตานํ หริตติณาทิภาเวน สมคฺคานํ สมูโห. ตพฺพินิมุตฺตสฺส คามสฺส อภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภูตา เอว วา คาโม’’ติ วุตฺตํ. ปาตพฺย-สทฺทสฺส ปา ปาเนติ ธาตฺวตฺถํ สนฺธายาห ‘‘ปริภุญฺชิตพฺพตา’’ติ. สา จ ปาตพฺยตา เฉทนาทิ เอว โหตีติ อาห ‘‘ตสฺสา…เป… ภูตคามสฺส ชาตา เฉทนาทิปจฺจยา’’ติ.

๙๑. ชาต-สทฺโท เอตฺถ วิชาตปริยาโยติ ‘‘ปุตฺตํ วิชาตา อิตฺถี’’ติอาทีสุ วิย ปสูตวจโนติ อาห ‘‘ปสูตานี’’ติ, นิพฺพตฺตปณฺณมูลานีติ อตฺโถ.

ตานิ ทสฺเสนฺโตติ ตานิ พีชานิ ทสฺเสนฺโต. การิยทสฺสนมุเขเนว การณญฺจ คหิตนฺติ อาห ‘‘พีชโต นิพฺพตฺเตน พีชํ ทสฺสิต’’นฺติ.

๙๒. ‘‘พีชโต สมฺภูโต ภูตคาโม พีช’’นฺติ อิมินา อุตฺตรปทโลเปน ‘‘ปทุมคจฺฉโต นิพฺพตฺตํ ปุปฺผํ ปทุม’’นฺติอาทีสุ วิยายํ โวหาโรติ ทสฺเสติ. ยํ พีชํ ภูตคาโม นาม โหตีติ นิพฺพตฺตปณฺณมูลํ สนฺธาย วทติ. ยถารุตนฺติ ยถาปาฐํ.

‘‘สญฺจิจฺจา’’ติ วุตฺตตฺตา สรีเร ลคฺคภาวํ ญตฺวาปิ อุฏฺฐหติ, ‘‘ตํ อุทฺธริสฺสามี’’ติสญฺญาย อภาวโต วฏฺฏติ. อนนฺตก-คฺคหเณน สาสปมตฺติกา คหิตา, นามเญฺหตํ ตสฺสา เสวาลชาติยา. มูลปณฺณานํ อภาเวน ‘‘อสมฺปุณฺณภูตคาโม นามา’’ติ วุตฺตํ. โส พีชคาเมน สงฺคหิโตติ. อวฑฺฒมาเนปิ ภูตคามมูลกตฺตา วุตฺตํ ‘‘อมูลกภูตคาเม สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ. นาฬิเกรสฺส อาเวณิกํ กตฺวา วทติ.

เสเลยฺยกํ นาม สิลาย สมฺภูตา เอกา คนฺธชาติ. ปุปฺผิตกาลโต ปฏฺฐายาติ วิกสิตกาลโต ปภุติ. ฉตฺตกํ คณฺหนฺโตติ วิกสิตํ คณฺหนฺโต. มกุฬํ ปน รุกฺขตฺตจํ อโกเปนฺเตนปิ คเหตุํ น วฏฺฏติ, ผุลฺลํ วฏฺฏติ. หตฺถกุกฺกุจฺเจนาติ หตฺถจาปลฺเลน.

‘‘ปานียํ น วาเสตพฺพ’’นฺติ อิทํ อตฺตโน ปิวนปานียํ สนฺธาย วุตฺตํ, อญฺเญสํ ปน วฏฺฏติ อนุคฺคหิตตฺตา. เตนาห ‘‘อตฺตนา ขาทิตุกาเมนา’’ติ. เยสํ รุกฺขานํ สาขา รุหตีติ มูลํ อโนตาเรตฺวา ปณฺณมตฺตนิคฺคมนมตฺเตนปิ วฑฺฒติ. ตตฺถ กปฺปิยมฺปิ อกโรนฺโต ฉินฺนนาฬิเกรเวฬุทณฺฑาทโย โกเปตุํ วฏฺฏติ.

‘‘จงฺกมิตฏฺฐานํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ วุตฺตตฺตา เกวลํ จงฺกมนาธิปฺปาเยน วา มคฺคคมนาธิปฺปาเยน วา อกฺกมนฺตสฺส, ติณานํ อุปริ นิสีทนาธิปฺปาเยน นิสีทนฺตสฺส จ โทโส นตฺถิ.

สมณกปฺเปหีติ สมณานํ กปฺปิยโวหาเรหิ, อพีชนิพฺพฏฺฏพีชานิปิ กปฺปิยภาวโต ‘‘สมณกปฺปานี’’ติ วุตฺตานิ. อพีชํ นาม ตรุณอมฺพผลาทีนิ. นิพฺพฏฺเฏตพฺพํ วิโยเชตพฺพํ พีชํ ยสฺมึ, ตํ ปนสาทิ นิพฺพฏฺฏพีชํ นาม. กปฺปิยนฺติ วตฺวาวาติ ปุพฺพกาลกิริยาวเสน วุตฺเตปิ วจนกฺขเณว อคฺคิสตฺถาทินา พีชคาเม วณํ กาตพฺพนฺติ วจนโต ปน ปุพฺเพ กาตุํ น วฏฺฏติ, ตญฺจ ทฺวิธา อกตฺวา เฉทนเภทนเมว ทสฺเสตพฺพํ. กโรนฺเตน จ ภิกฺขุนา ‘‘กปฺปิยํ กโรหี’’ติ ยาย กายจิ ภาสาย วุตฺเตเยว กาตพฺพํ. พีชคามปริโมจนตฺถํ ปุน กปฺปิยํ กาเรตพฺพนฺติ การาปนสฺส ปฐมเมว อธิกตตฺตา. ‘‘กฏาเหปิ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตตฺตา กฏาหโต นีหตาย มิญฺชาย วา พีเช วา ยตฺถ กตฺถจิ วิชฺฌิตุํ วฏฺฏติ เอว. ภูตคาโม, ภูตคามสญฺญิตา, วิโกปนํ วา วิโกปาปนํ วาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.