๒. ภูตคามวคฺโค

๑. ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๙. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม นิคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺโตติ สาขฏฺฐกวิมาเน สาขาย ฉิชฺชมานาย ฉิชฺชนฺเต ตตฺถ อเฉทนตฺถาย เทวตาย อุปนีตํ ปุตฺตํ ทิสฺวาปิ กุฐารินิกฺเขปเวคํ นิวตฺเตตุํ อสกฺโกนฺโตติ อตฺโถ. รุกฺขธมฺเมติ รุกฺขสฺส ปวตฺติยํ. รุกฺขานํ วิย เฉทนาทีสุ อกุปฺปนญฺหิ รุกฺขธมฺโม นาม.

อุปฺปติตนฺติ อุปฺปนฺนํ. ภนฺตนฺติ ธาวนฺตํ. วารเยติ นิคฺคเณฺหยฺย. อิตโรติ อุปฺปนฺนํ โกธํ อนิคฺคณฺหนฺโต ราชอุปราชาทีนํ รสฺมิมตฺตคฺคาหกชโน วิย น อุตฺตมสารถีติ อตฺโถ. วิสฏํ สปฺปวิสนฺติ สรีเร ทาฐาวณานุสาเรน วิตฺถิณฺณํ พฺยาเปตฺวา ฐิตํ กณฺหสปฺปวิสํ วิย. ชหาติ โอรปารนฺติ ปญฺโจรมฺภาคิยสญฺโญชนานิ ตติยมคฺเคน ชหาติ. ‘‘โอรปาร’’นฺติ หิ โอริมตีรํ วุจฺจติ. อถ วา โสติ ตติยมคฺเคน โกธํ วิเนตฺวา ฐิโต ภิกฺขุ อรหตฺตมคฺเคน โอรปารํ ชหาตีติ อตฺโถ. ตตฺถ โอรํ นาม สกตฺตภาโว, อชฺฌตฺติกานิ วา อายตนานิ. ปารํ นาม ปรอตฺตภาโว, พาหิรานิ วา อายตนานิ. ตทุภเย ปน ฉนฺทราคํ ชหนฺโต ‘‘ชหาติ โอริมปาร’’นฺติ วุจฺจติ.

๙๐. ภวนฺตีติ วฑฺฒนฺติ. อหุวุนฺตีติ พภูวุ. เตนาห ‘‘ชาตา วฑฺฒิตา’’ติ. ภูตานํ คาโมติ มหาภูตานํ หริตติณาทิภาเวน สมคฺคานํ สมูโห. ตพฺพินิมุตฺตสฺส คามสฺส อภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภูตา เอว วา คาโม’’ติ วุตฺตํ. ปาตพฺย-สทฺทสฺส ปา ปาเนติ ธาตฺวตฺถํ สนฺธายาห ‘‘ปริภุญฺชิตพฺพตา’’ติ. สา จ ปาตพฺยตา เฉทนาทิ เอว โหตีติ อาห ‘‘ตสฺสา…เป… ภูตคามสฺส ชาตา เฉทนาทิปจฺจยา’’ติ.

๙๑. ชาต-สทฺโท เอตฺถ วิชาตปริยาโยติ ‘‘ปุตฺตํ วิชาตา อิตฺถี’’ติอาทีสุ วิย ปสูตวจโนติ อาห ‘‘ปสูตานี’’ติ, นิพฺพตฺตปณฺณมูลานีติ อตฺโถ.

ตานิ ทสฺเสนฺโตติ ตานิ พีชานิ ทสฺเสนฺโต. การิยทสฺสนมุเขเนว การณญฺจ คหิตนฺติ อาห ‘‘พีชโต นิพฺพตฺเตน พีชํ ทสฺสิต’’นฺติ.

๙๒. ‘‘พีชโต สมฺภูโต ภูตคาโม พีช’’นฺติ อิมินา อุตฺตรปทโลเปน ‘‘ปทุมคจฺฉโต นิพฺพตฺตํ ปุปฺผํ ปทุม’’นฺติอาทีสุ วิยายํ โวหาโรติ ทสฺเสติ. ยํ พีชํ ภูตคาโม นาม โหตีติ นิพฺพตฺตปณฺณมูลํ สนฺธาย วทติ. ยถารุตนฺติ ยถาปาฐํ.

‘‘สญฺจิจฺจา’’ติ วุตฺตตฺตา สรีเร ลคฺคภาวํ ญตฺวาปิ อุฏฺฐหติ, ‘‘ตํ อุทฺธริสฺสามี’’ติสญฺญาย อภาวโต วฏฺฏติ. อนนฺตก-คฺคหเณน สาสปมตฺติกา คหิตา, นามเญฺหตํ ตสฺสา เสวาลชาติยา. มูลปณฺณานํ อภาเวน ‘‘อสมฺปุณฺณภูตคาโม นามา’’ติ วุตฺตํ. โส พีชคาเมน สงฺคหิโตติ. อวฑฺฒมาเนปิ ภูตคามมูลกตฺตา วุตฺตํ ‘‘อมูลกภูตคาเม สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ. นาฬิเกรสฺส อาเวณิกํ กตฺวา วทติ.

เสเลยฺยกํ นาม สิลาย สมฺภูตา เอกา คนฺธชาติ. ปุปฺผิตกาลโต ปฏฺฐายาติ วิกสิตกาลโต ปภุติ. ฉตฺตกํ คณฺหนฺโตติ วิกสิตํ คณฺหนฺโต. มกุฬํ ปน รุกฺขตฺตจํ อโกเปนฺเตนปิ คเหตุํ น วฏฺฏติ, ผุลฺลํ วฏฺฏติ. หตฺถกุกฺกุจฺเจนาติ หตฺถจาปลฺเลน.

‘‘ปานียํ น วาเสตพฺพ’’นฺติ อิทํ อตฺตโน ปิวนปานียํ สนฺธาย วุตฺตํ, อญฺเญสํ ปน วฏฺฏติ อนุคฺคหิตตฺตา. เตนาห ‘‘อตฺตนา ขาทิตุกาเมนา’’ติ. เยสํ รุกฺขานํ สาขา รุหตีติ มูลํ อโนตาเรตฺวา ปณฺณมตฺตนิคฺคมนมตฺเตนปิ วฑฺฒติ. ตตฺถ กปฺปิยมฺปิ อกโรนฺโต ฉินฺนนาฬิเกรเวฬุทณฺฑาทโย โกเปตุํ วฏฺฏติ.

‘‘จงฺกมิตฏฺฐานํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ วุตฺตตฺตา เกวลํ จงฺกมนาธิปฺปาเยน วา มคฺคคมนาธิปฺปาเยน วา อกฺกมนฺตสฺส, ติณานํ อุปริ นิสีทนาธิปฺปาเยน นิสีทนฺตสฺส จ โทโส นตฺถิ.

สมณกปฺเปหีติ สมณานํ กปฺปิยโวหาเรหิ, อพีชนิพฺพฏฺฏพีชานิปิ กปฺปิยภาวโต ‘‘สมณกปฺปานี’’ติ วุตฺตานิ. อพีชํ นาม ตรุณอมฺพผลาทีนิ. นิพฺพฏฺเฏตพฺพํ วิโยเชตพฺพํ พีชํ ยสฺมึ, ตํ ปนสาทิ นิพฺพฏฺฏพีชํ นาม. กปฺปิยนฺติ วตฺวาวาติ ปุพฺพกาลกิริยาวเสน วุตฺเตปิ วจนกฺขเณว อคฺคิสตฺถาทินา พีชคาเม วณํ กาตพฺพนฺติ วจนโต ปน ปุพฺเพ กาตุํ น วฏฺฏติ, ตญฺจ ทฺวิธา อกตฺวา เฉทนเภทนเมว ทสฺเสตพฺพํ. กโรนฺเตน จ ภิกฺขุนา ‘‘กปฺปิยํ กโรหี’’ติ ยาย กายจิ ภาสาย วุตฺเตเยว กาตพฺพํ. พีชคามปริโมจนตฺถํ ปุน กปฺปิยํ กาเรตพฺพนฺติ การาปนสฺส ปฐมเมว อธิกตตฺตา. ‘‘กฏาเหปิ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตตฺตา กฏาหโต นีหตาย มิญฺชาย วา พีเช วา ยตฺถ กตฺถจิ วิชฺฌิตุํ วฏฺฏติ เอว. ภูตคาโม, ภูตคามสญฺญิตา, วิโกปนํ วา วิโกปาปนํ วาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา

๙๔. ทุติเย อญฺญํ วจนนฺติ ยํ โทสวิภาวนตฺถํ ปเรหิ วุตฺตวจนํ ตํ ตสฺส อนนุจฺฉวิเกน อญฺเญน วจเนน ปฏิจรติ.

๙๘. ยเทตํ อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณวเสน ปวตฺตวจนํ, ตเทว ปุจฺฉิตมตฺถํ ฐเปตฺวา อญฺญํ วทติ ปกาเสตีติ อญฺญวาทกนฺติ อาห ‘‘อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณสฺเสตํ นาม’’นฺติ. ตุณฺหีภูตสฺเสตํ นามนฺติ ตุณฺหีภาวสฺเสตํ นามํ, อยเมว วา ปาโฐ. อญฺญวาทกํ อาโรเปตุนฺติ อญฺญวาเท อาโรเปตุํ. วิเหสกนฺติ วิเหสกตฺตํ.

๙๙. ปาฬิยํ น อุคฺฆาเฏตุกาโมติ ปฏิจฺฉาเทตุกาโม.

๑๐๐. อนาโรปิเต อญฺญวาทเกติ วุตฺตทุกฺกฏํ ปาฬิยํ อาคตอญฺเญนญฺญปฏิจรณวเสน ยุชฺชติ, อฏฺฐกถายํ อาคตนเยน ปน มุสาวาเทน อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรนฺตสฺส ปาจิตฺติเยน สทฺธึ ทุกฺกฏํ, อาโรปิเต อิมินาว ปาจิตฺติยํ. เกจิ ปน ‘‘มุสาวาทปาจิตฺติเยน สทฺธึ ปาจิตฺติยทฺวย’’นฺติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ. อาทิกมฺมิกสฺสปิ มุสาวาเท อิมินาว อนาปตฺตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ธมฺมกมฺเมน อาโรปิตตา, อาปตฺติยา วา วตฺถุนา วา อนุยุญฺชิยมานตา, ฉาเทตุกามตาย อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณํ, ตุณฺหีภาโว จาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๐๓. ตติเย จินฺตายนตฺถสฺส เฌ-ธาตุสฺส อเนกตฺถตาย โอโลกนตฺถสมฺภวโต วุตฺตํ ‘‘โอโลกาเปนฺตี’’ติ. ฉนฺทายาติ ลิงฺควิปลฺลาโสติ อาห ‘‘ฉนฺเทนา’’ติ.

๑๐๕. ภิกฺขุํ ลามกโต จินฺตาปนตฺถํ อญฺเญสํ ตํ อวณฺณกถนํ อุชฺฌาปนํ นาม. อญฺเญสํ ปน อวตฺวา อญฺญมญฺญํ สมุลฺลปนวเสน ภิกฺขุโน โทสปฺปกาสนํ ขิยฺยนํ นามาติ อยเมเตสํ เภโท.

๑๐๖. อญฺญํ อนุปสมฺปนฺนํ อุชฺฌาเปตีติ อญฺเญน อนุปสมฺปนฺเนน อุชฺฌาเปติ. ตสฺส วา ตํ สนฺติเกติ ตสฺส อนุปสมฺปนฺนสฺส สนฺติเก ตํ สงฺเฆน สมฺมตํ อุปสมฺปนฺนํ ขิยฺยติ. อิธาปิ มุสาวาเทน อุชฺฌาปนาทีนํ สมฺภวโต ทุกฺกฏฏฺฐานานิ จ อาทิกมฺมิกสฺส อนาปตฺติ จ อิมินา เอว สิกฺขาปเทน วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ สพฺพตฺถ มุสาวาทปาจิตฺติยสฺส อนิวตฺติโต. ธมฺมกมฺเมน สมฺมตตา, อุปสมฺปนฺนตา, อคติคมนาภาโว, ตสฺส อวณฺณกามตา, ยสฺส สนฺติเก วทติ. ตสฺส อุปสมฺปนฺนตา, อุชฺฌาปนํ วา ขิยฺยนํ วาติ อิมาเนตฺถ ฉ องฺคานิ.

อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๑๐. จตุตฺเถ อปญฺญาเตติ อปฺปสิทฺเธ. อิมํ ปน อฏฺฐ มาเส มณฺฑปาทีสุ ฐปนสงฺขาตํ อตฺถวิเสสํ คเหตฺวา ภควตา ปฐมเมว สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตนฺติ อธิปฺปายํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อฏฺฐมาเส’’ติอาทิวจเนน อนุปญฺญตฺติสทิเสน ปกาเสตฺวา วิสุํ อนุปญฺญตฺติ น วุตฺตา. ปริวาเร ปเนตํ อนุชานนวจนํ อนุปญฺญตฺติฏฺฐานนฺติ ‘‘เอกา อนุปญฺญตฺตี’’ติ (ปริ. ๖๕-๖๗) วุตฺตํ.

นววายิโมติ อธุนา สุตฺเตน วีตกจฺเฉน ปลิเวฐิตมญฺโจ. โอนทฺโธติ กปฺปิยจมฺเมน โอนทฺโธ. เต หิ วสฺเสน สีฆํ น นสฺสนฺติ. ‘‘อุกฺกฏฺฐอพฺโภกาสิโก’’ติ อิทํ ตสฺส สุขปฏิปตฺติทสฺสนมตฺตํ, อุกฺกฏฺฐสฺสาปิ ปน จีวรกุฏิ วฏฺฏเตว. กายานุคติกตฺตาติ ภิกฺขุโน ตตฺเถว นิสีทนภาวํ ทีเปติ, เตน จ วสฺสภเยน สยํ อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตสฺส อาปตฺตีติ ทสฺเสติ. อพฺโภกาสิกานํ เตมนตฺถาย นิยเมตฺวา ทายเกหิ ทินฺนมฺปิ อตฺตานํ รกฺขนฺเตน รกฺขิตพฺพเมว.

‘‘วลาหกานํ อนุฏฺฐิตภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา’’ติ อิมินา คิมฺหาเนปิ เมเฆ อุฏฺฐิเต อพฺโภกาเส นิกฺขิปิตุํ น วฏฺฏตีติ ทีเปติ. ตตฺร ตตฺราติ เจติยงฺคณาทิเก ตสฺมึ ตสฺมึ อพฺโภกาเส นิยเมตฺวา นิกฺขิตฺตา. มชฺฌโต ปฏฺฐาย ปาทฏฺฐานาภิมุขาติ ยตฺถ สมนฺตโต สมฺมชฺชิตฺวา องฺคณมชฺเฌ สพฺพทา กจวรสฺส สงฺกฑฺฒเนน มชฺเฌ วาลิกา สญฺจิตา โหติ. ตตฺถ กตฺตพฺพวิธิทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อุจฺจวตฺถุปาทฏฺฐานาภิมุขํ วา วาลิกา หริตพฺพา. ยตฺถ วา ปน โกเณสุ วาลิกา สญฺจิตา, ตตฺถ ตโต ปฏฺฐาย อปรทิสาภิมุขา หริตพฺพาติ เกจิ อตฺถํ วทนฺติ. เกจิ ปน ‘‘สมฺมฏฺฐฏฺฐานสฺส ปทวฬญฺเชน อวิโกปนตฺถาย สยํ อสมฺมฏฺฐฏฺฐาเน ฐตฺวา อตฺตโน ปาทาภิมุขํ วาลิกา หริตพฺพาติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตตฺถ ‘‘มชฺฌโต ปฏฺฐายา’’ติ วจนสฺส ปโยชนํ น ทิสฺสติ.

๑๑๑. วงฺกปาทตามตฺเตน กุฬีรปาทกสฺส เสเสหิ วิเสโส, น อฏนีสุ ปาทปฺปเวสนวิเสเสนาติ ทสฺเสตุํ ‘‘โย วา ปน โกจี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสาติ อุปสมฺปนฺนสฺเสว.

นิสีทิตฺวา…เป… ปาจิตฺติยนฺติ เอตฺถ เมฆุฏฺฐานาภาวํ ญตฺวา ‘‘ปจฺฉา อาคนฺตฺวา อุทฺธริสฺสามี’’ติ อาโภเคน คจฺฉนฺตสฺส อนาปตฺติ, เตน ปุนาคนฺตพฺพเมว. กปฺปํ ลภิตฺวาติ ‘‘คจฺฉ, มา อิธ ติฏฺฐา’’ติ วุตฺตวจนํ ลภิตฺวา.

อาวาสิกานํเยว ปลิโพโธติ อาคนฺตุเกสุ กิญฺจิ อวตฺวา นิสีทิตฺวา ‘‘อาวาสิกา เอว อุทฺธริสฺสนฺตี’’ติ คเตสุปิ อาวาสิกานเมว ปลิโพโธ. มหาปจฺจริวาเท ปน ‘‘อิทํ อมฺหาก’’นฺติ อวตฺวาปิ นิสินฺนานเมวาติ อธิปฺปาโย. ‘‘สนฺถริตฺวา วา สนฺถราเปตฺวา วา’’ติ วุตฺตตฺตา อนาณตฺติยา ปญฺญาปิตตฺตาปิ ทุกฺกเฏ การณํ วุตฺตํ. อุสฺสารโกติ สรภาณโก. โส หิ อุทฺธํ อุทฺธํ ปาฬิปาฐํ สาเรติ ปวตฺเตตีติ อุสฺสารโกติ วุจฺจติ.

๑๑๒. วณฺณานุรกฺขณตฺถํ กตาติ ปฏขณฺฑาทีหิ สิพฺพิตฺวา กตา. ภูมิยํ อตฺถริตพฺพาติ จิมิลิกาย สติ ตสฺสา อุปริ, อสติ สุทฺธภูมิยํ อตฺถริตพฺพา. ‘‘สีหจมฺมาทีนํ ปริหรเณเยว ปฏิกฺเขโป’’ติ อิมินา มญฺจปีฐาทีสุ อตฺถริตฺวา ปุน สํหริตฺวา ฐปนาทิวเสน อตฺตโน อตฺถาย ปริหรณเมว น วฏฺฏติ, ภูมตฺถรณาทิวเสน ปริโภโค ปน อตฺตโน ปริหรณํ น โหตีติ ทสฺเสติ. ขนฺธเก หิ ‘‘อนฺโตปิ มญฺเจ ปญฺญตฺตานิ โหนฺติ, พหิปิ มญฺเจ ปญฺญตฺตานิ โหนฺตี’’ติ เอวํ อตฺตโน อตฺตโน อตฺถาย มญฺจาทีสุ ปญฺญเปตฺวา ปริหรณวตฺถุสฺมึ –

‘‘น, ภิกฺขเว, มหาจมฺมานิ ธาเรตพฺพานิ สีหจมฺมํ พฺยคฺฆจมฺมํ ทีปิจมฺมํ. โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๒๕๕) –

ปฏิกฺเขโป กโต. ตสฺมา วุตฺตนเยเนเวตฺถ อธิปฺปาโย ทฏฺฐพฺโพ. ทารุมยปีฐนฺติ ผลกมยปีฐเมว. ปาทกถลิกนฺติ อโธตปาทํ ยสฺมึ ฆํสนฺตา โธวนฺติ, ตํ ทารุผลกาทิ.

๑๑๓. ‘‘อาคนฺตฺวา อุทฺธริสฺสามีติ คจฺฉตี’’ติ วุตฺตตฺตา อญฺเญนปิ การเณน อโนตาเปนฺตสฺสปิ อาคมเน สาเปกฺขสฺส อนาปตฺติ. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายํ ‘‘มญฺจาทีนํ สงฺฆิกตา, วุตฺตลกฺขเณ เทเส สนฺถรณํ วา สนฺถราปนํ วา, อปลิพุทฺธตา, อาปทาย อภาโว, นิรเปกฺขตา, เลฑฺฑุปาตาติกฺกโม’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา) เอวเมตฺถ นิรเปกฺขตาย สทฺธึ ฉ องฺคานิ วุตฺตานิ.

ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๑๖. ปญฺจเม ปาวาโร โกชโวติ ปจฺจตฺถรณตฺถาเยว ฐปิตา อุคฺคตโลมา อตฺถรณวิเสสา. เอตฺตกเมว วุตฺตนฺติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. เสนาสนโตติ สพฺพปจฺฉิมเสนาสนโต.

๑๑๗. กุรุนฺทฏฺฐกถายํ วุตฺตเมวตฺถํ สวิเสสํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘กิญฺจาปิ วุตฺโต’’ติอาทิ อารทฺธํ. วตฺตพฺพํ นตฺถีติ รุกฺขมูลสฺส ปากฏตฺตา วุตฺตํ. ปลุชฺชตีติ วินสฺสติ.

๑๑๘. เยน มญฺจํ วา ปีฐํ วา วีนนฺติ, ตํ มญฺจปีฐกวานํ. สิลุจฺจยเลณนฺติ ปพฺพตคุหา. ‘‘อาปุจฺฉนํ ปน วตฺต’’นฺติ อิมินา อาปตฺติ นตฺถีติ ทสฺเสติ. วุตฺตลกฺขณเสยฺยา, ตสฺสา สงฺฆิกตา, วุตฺตลกฺขเณ วิหาเร สนฺถรณํ วา สนฺถราปนํ วา, อปลิพุทฺธตา, อาปทาย อภาโว, อนเปกฺขสฺส ทิสาปกฺกมนํ, อุปจารสีมาติกฺกโมติ อิมาเนตฺถ สตฺต องฺคานิ.

ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๑๙. ฉฏฺเฐ อนุปวิสิตฺวาติ สมีปํ ปวิสิตฺวา.

๑๒๒. อุปจารํ ฐเปตฺวาติ ทิยฑฺฒหตฺถูปจารํ ฐเปตฺวา. สงฺฆิกวิหารตา, อนุฏฺฐาปนียภาวชานนํ, สมฺพาเธตุกามตา, อุปจาเร นิสีทนํ วา นิปชฺชนํ วาติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.

อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๒๖. สตฺตเม โกฏฺฐกานีติ ทฺวารโกฏฺฐกานิ.

๑๒๘. ‘‘สกลสงฺฆารามโต นิกฺกฑฺฒิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อิทํ อนนุรูปโต วุตฺตํ. ปาปครหิตาย หิ อกุปิตจิตฺเตน นิกฺกฑฺฒาเปนฺตสฺส อิมินา สิกฺขาปเทน อาปตฺติ นตฺถิ ‘‘กุปิโต อนตฺตมโน’’ติ วุตฺตตฺตา. อญฺญาเปกฺขา อาปตฺติ น ทิสฺสติ. ปาฬิยํ ‘‘อลชฺชึ นิกฺกฑฺฒตี’’ติอาทีสุ จิตฺตสฺส ลหุปริวตฺติตาย อนฺตรนฺตรา โกเป อุปฺปนฺเนปิ อนาปตฺติ อลชฺชิตาทิปจฺจเยเนว นิกฺกฑฺฒนสฺส อารทฺธตฺตา. สงฺฆิกวิหาโร, อุปสมฺปนฺนสฺส ภณฺฑนการกภาวาทิวินิมุตฺตตา, โกเปน นิกฺกฑฺฒนํ วา นิกฺกฑฺฒาปนํ วาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. เวหาสกุฏิสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๒๙. อฏฺฐมํ อุตฺตานเมว. สงฺฆิโก วิหาโร, อสีสฆฏฺฏเวหาสกุฏิ, เหฏฺฐาปริโภคตา, อปฏาณิทินฺเน อาหจฺจปาทเก นิสีทนํ วา นิปชฺชนํ วาติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.

เวหาสกุฏิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๓๕. นวเม ‘‘มหลฺลโก นาม วิหาโร สสฺสามิโก’’ติ วุตฺตตฺตา สญฺญาจิกาย กุฏิยา อนาปตฺตีติ วทนฺติ. ยสฺสาติ วิหารสฺส. สา อปริปูรูปจาราปิ โหตีติ วิวริยมานํ กวาฏํ ยํ ภิตฺตึ อาหนติ, สา สามนฺตา กวาฏวิตฺถารปฺปมาณา อุปจารรหิตาปิ โหตีติ อตฺโถ. อาโลกํ วาตปานํ สนฺเธติ ฆฏยตีติ อาโลกสนฺธีติ กวาฏํ วุจฺจติ. ทฺวารวาตปานูปจารโต อญฺญตฺถ ปุนปฺปุนํ ลิมฺปนาทึ กโรนฺตสฺส ปิณฺฑคณนาย ปาจิตฺติยํ.

เกจิ ปน ‘‘ปาฬิยํ ปาจิตฺติยสฺส อวุตฺตตฺตา ทุกฺกฏ’’นฺติ วทนฺติ. อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ สํวิธาตพฺพํ. หริเต ฐิโต อธิฏฺฐาติ. อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ หริตยุตฺเต เขตฺเต ฐตฺวา ฉาเทนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ อตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘ตาทิเส เขตฺเต วิหารํ กโรนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ วทนฺติ, ตํ ปาฬิยา น สเมติ.

๑๓๖. อุชุกเมว ฉาทนนฺติ ฉาทนมุขวฏฺฏิโต ปฏฺฐาย ยาว ปิฏฺฐิวํสกูฏาคารกณฺณิกาทิ, ตาว อิฏฺฐกาทีหิ อุชุกํ ฉาทนํ. อิมินา ปน เยน สพฺพสฺมึ วิหาเร เอกวารํ ฉาทิเต ตํ ฉาทนํ เอกมคฺคนฺติ คเหตฺวา ปาฬิยํ ‘‘เทฺว มคฺเค’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริยาเยน ฉาทนมฺปิ อิมินาว นเยน โยเชตพฺพนฺติ วทนฺติ, ตํ ‘‘ปุนปฺปุนํ ฉาทาเปสี’’ติ อิมาย ปาฬิยา จ ‘‘สพฺพมฺปิ เจตํ ฉทนํ ฉทนูปริ เวทิตพฺพ’’นฺติ อิมินา อฏฺฐกถาวจเนน จ สเมติ.

ปาฬิยํ ‘‘มคฺเคน ฉาเทนฺตสฺส ปริยาเยน ฉาเทนฺตสฺสา’’ติ อิทญฺจ อิฏฺฐกาทีหิ, ติณปณฺเณหิ จ ฉาทนปฺปการเภททสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘ปนฺติยา ฉาทิตสฺส ฉทนสฺส อุปริ ฉทนมุขวฏฺฏิโต ปฏฺฐาย อุทฺธํ อุชุกเมว เอกวารํ ฉาทนํ เอกมคฺคนฺติ คเหตฺวา ‘เทฺว มคฺเค’ติอาทิ วุตฺตํ, น ปน สกลวิหารฉาทนํ. เอส นโย ปริยาเยน ฉาทเนปี’’ติ วทนฺติ, ตํ ปาฬิอฏฺฐกถาหิ น สเมติ.

ตติยาย มคฺคนฺติ เอตฺถ ตติยายาติ อุปโยคตฺเถ สมฺปทานวจนํ, ตติยํ มคฺคนฺติ อตฺโถ. อยเมว วา ปาโฐ. ติณปณฺเณหิ ลพฺภตีติ ติณปณฺเณหิ ฉาเทตฺวา อุปริ อุลฺลิตฺตาวลิตฺตกรณํ สนฺธาย วุตฺตํ. เกวลํ ติณกุฏิยา หิ อนาปตฺติ วุตฺตา. ติณฺณํ มคฺคานนฺติ มคฺควเสน ฉาทิตานํ ติณฺณํ ฉทนานํ. ติณฺณํ ปริยายานนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. มหลฺลกวิหารตา, อตฺตโน วาสาคารตา, อุตฺตริ อธิฏฺฐานนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๔๐. ทสเม มาติกายํ สปฺปาณกอุทกํ ติเณน วา มตฺติกาย วา สิญฺเจยฺย, ฉฑฺเฑยฺยาติ อตฺโถ. อถ วา อุทกํ คเหตฺวา พหิ สิญฺเจยฺย, ตสฺมิญฺจ อุทเก ติณํ วา มตฺติกํ วา อาหริตฺวา ปกฺขิเปยฺยาติ อชฺฌาหริตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เตนาห ‘‘สกฏภารมตฺตญฺเจปี’’ติอาทิ. อิทนฺติ ติณมตฺติกปกฺขิปนวิธานํ. วุตฺตนฺติ มาติกายํ ‘‘ติณํ วา มตฺติกํ วา’’ติ เอวํ วุตฺตํ, อฏฺฐกถาสุ วา วุตฺตํ.

อิทญฺจ สิกฺขาปทํ พาหิรปริโภคํ สนฺธาย วตฺถุวเสน วุตฺตํ อพฺภนฺตรปริโภคสฺส วิสุํ วกฺขมานตฺตา. ตทุภยมฺปิ ‘‘สปฺปาณก’’นฺติ กตฺวา วธกจิตฺตํ วินาว สิญฺจเน ปญฺญตฺตตฺตา ‘‘ปณฺณตฺติวชฺช’’นฺติ วุตฺตํ. วธกจิตฺเต ปน สติ สิกฺขาปทนฺตเรเนว ปาจิตฺติยํ, น อิมินาติ ทฏฺฐพฺพํ. อุทกสฺส สปฺปาณกตา, ‘‘สิญฺจเนน ปาณกา มริสฺสนฺตี’’ติ ชานนํ, ตาทิสเมว จ อุทกํ วินา วธกเจตนาย เกนจิเทว กรณีเยน ติณาทีนํ สิญฺจนนฺติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.

สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิฏฺฐิโต เสนาสนวคฺโค ทุติโย.

‘‘ภูตคามวคฺโค’’ติปิ เอตสฺเสว นามํ.