๔. จตุตฺถปาราชิกํ
วคฺคุมุทาตีริยภิกฺขุวตฺถุวณฺณนา
๑๙๓. อธิฏฺเฐมาติ สํวิทหาม. อิริยาปถํ สณฺฐเปตฺวาติ ปธานานุรูปํ กตฺวา. อนาคตสมฺพนฺเธ ปน อสตีติ ภาสิโต ภวิสฺสตีติ ปาฐเสสํ กตฺวา อนาคตสมฺพนฺเธ อสติ. ภาสิโตติ อตีตวจนํ กถํ อนาคตวจเนน สมฺพนฺธมุปคจฺฉตีติ อาห ลกฺขณํ ปนาติอาทิ. อีทิเส หิ ฐาเน ธาตุสมฺพนฺเธ ปจฺจยาติ อิมินา ลกฺขเณน ธาตฺวตฺถสมฺพนฺเธ สติ อยถากาลวิหิตาปิ ปจฺจยา สาธโว ภวนฺตีติ สทฺทสตฺถวิทู วทนฺติ.
๑๙๔. วณฺณวาติ อิมินา อภินวุปฺปนฺนวณฺณตา วุตฺตา. ปสนฺนมุขวณฺณาติ อิมินา มุขวณฺณสฺส อติปณีตตา วุตฺตา. วิปฺปสนฺนจฺฉวิวณฺณาติ อิมินา ปกติสรีรวณฺณสฺเสว ยถาวุตฺตนเยน วิปฺปสนฺนตา วุตฺตา. ยสฺมา อินฺทฺริยานํ อุปาทารูปตฺตา นิสฺสยวเสเนว ปีณนนฺติ อาห ‘‘อภินิวิฏฺโฐกาสสฺส ปริปุณฺณตฺตา’’ติ. ปญฺจปฺปสาทานํ วิย หทยรูปสฺสาปิ ปริปุณฺณตา วุตฺตาเยวาติ อาห ‘‘มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยาน’’นฺติ. อุทฺเทสํ ปริปุจฺฉํ อนุยุญฺชนฺตา อิมํ สรีรโสภํ เนว ปาปุณึสูติ สมฺพนฺโธ. ยถา ตนฺติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ. จตุจกฺกนฺติ เอตฺถ ปวตฺตนฏฺเฐน อิริยาปโถว จกฺกนฺติ วุตฺโต.
๑๙๕. อุปลพฺภนฺตีติ ทิสฺสนฺติ, ญายนฺตีติ อตฺโถ. ปจนฺโตติ ปีเฬนฺโต, เคหาทีนิ วา สยํ ฑหนฺโต, อญฺเญหิ วา ปาเจนฺโต. อุทฺธเตติ อุทฺธจฺจปกติเก. อุนฺนเฬติ อุคฺคตนฬสทิเสน อุคฺคตตุจฺฉมาเนน สหิเต. จปเลติ ปตฺตจีวรมณฺฑนาทินา จาปลฺเลน ยุตฺเต. มุขเรติ ขรวจเน. ปากตินฺทฺริเยติ อสํวุตตฺตา คิหิกาเล วิย ปกติยํ ฐิตินฺทฺริเย. อิริยาปถสณฺฐปนาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน ปจฺจยปฏิเสวนสามนฺตชปฺปานํ คหณํ เวทิตพฺพํ. ปรมสลฺเลขวุตฺตีหิ มหาอริยวํเสหิ ภิกฺขูหิ นิวุตฺถเสนาสนานิ โลกสมฺมตเสนาสนานิ นาม. ปริปาเจตุนฺติ วิมฺหาปนวเสน ปริณาเมตุํ. ภิกฺขาจาเร อสมฺปชฺชมาเนติ อิทํ ชนปทจาริกํ จรนฺตีติ อิมินา สมฺพนฺธิตพฺพํ, น ปน ปาฬึ วาเจนฺโตติอาทีหิ, ตานิ ปน ปทานิ อตฺตโน นิรนฺตรวาสฏฺฐาเนปิ ชนปเทสุปิ กตฺตพฺพกิจฺจทสฺสนวเสน วุตฺตานิ, ตานิ จ เต วตฺตสีเสน กโรนฺติ, น ลาภนิมิตฺตํ, เตนาห ตนฺตีติอาทิ. กิจฺเฉนาติ อิมสฺเสว เววจนํ กสิเรนาติ. ตทุภยมฺปิ ปารมีปูรณวายามํ สนฺธาย วุตฺตํ. สาธารณปริกฺขารภาเวนาติ สงฺฆิกปริกฺขารภาเวน. ตถาภาวโต เถเนตฺวาติ อวิสฺสชฺชิยอเวภงฺคิยภาวโต เถเนตฺวา, น ฐานาจาวนวเสนาติ อธิปฺปาโย, เตนาห ‘‘กุลทูสกทุกฺกฏํ อาปชฺชตี’’ติ. อสนฺตนฺติ อิมสฺส อภูตนฺติ อิทํ การณวจนํ, อนุปฺปนฺนตฺตา อวิชฺชมานนฺติ อตฺโถ. กิตวสฺเสวาติ กิตวสฺส สกุณคหณมิว. เกราฏิกสฺสาติ สฐสฺส. สมโณติ โคตฺตมตฺตํ อนุโภนฺติ ธาเรนฺตีติ โคตฺรภุโน, นามมตฺตสมณาติ อตฺโถ. ทุชฺชานปริจฺเฉทนฺติ อนนฺตทุกฺขตฺตา ‘‘เอตฺตกํ ทุกฺข’’นฺติ สงฺขฺยาวเสน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ญาตุํ สพฺพญฺญุตญฺญาเณนาปิ ทุกฺกรํ, น ปน สรูปวเสน ญาตุํ พุทฺธญาณสฺส อวิสยภาวา.
อธิมานวตฺถุวณฺณนา
๑๙๖. อรหตฺเตติ อคฺคผเล. ญาณจกฺขุนาติ ปจฺจเวกฺขณญาณสงฺขาเตน จกฺขุนา, อถ วา ผลจิตฺตสมฺปยุตฺเตเนว ญาณจกฺขุนา. อตฺตนา สมฺปยุตฺเตนาปิ หิ ญาเณน อสมฺโมหโต สยํ ทิฏฺฐํ นาม โหติ, ตถา ตสฺมึ อทิฏฺเฐติ อตฺโถ. สพฺเพสํ กิเลสานํ ปหายกวเสน อาชานาติ, สมนฺตโต สพฺเพน วา ปกาเรน ชานาตีติ ‘‘อญฺญา’’ติ อคฺคมคฺโค วุจฺจติ, ตทุปจาเรน ปน ตปฺผลมฺปีติ อาห ‘‘อญฺญํ พฺยากรึสูติ อรหตฺตํ พฺยากรึสู’’ติ. อนฺตรา ฐเปตีติ เสขภูมิยํ อธิมาโน ฐเปติ. กิเลสสมุทาจารํ อปสฺสนฺโตติ ปุริมมคฺคตฺตยวชฺฌานํเยว กิเลสานํ วเสน วุตฺตํ, น ภวราคาทีนํ.
สวิภงฺคสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๙๗. ปกติมนุสฺเสหิ อุตฺตริตรานํ พุทฺธาทิอุตฺตมปุริสานํ อธิคมธมฺโม อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมติ อาห อุตฺตริมนุสฺสานนฺติอาทิ. ปาฬิยํ (ปารา. ๑๙๘) ‘‘อตฺถิ จ เม เอเต ธมฺมา มยี’’ติ เอตฺถ เมติ อิทํ ปทปูรณมตฺตํ. อธิคนฺตพฺพโต อธิคมสงฺขาตสฺส ฌานาทิโน ปุจฺฉา อธิคมปุจฺฉา, สา จ ฌานาทีสุ สามญฺญโต ปวตฺตาติ อิทานิ ตตฺถ ปฐมชฺฌานํ วา ทุติยาทีสุ อญฺญตรํ วา ตตฺถาปิ กสิณาทิอารมฺมเณสุ กตรมารมฺมณํ ฌานํ วา โลกุตฺตเรสุ จ โสตาปตฺติมคฺคํ วา สกทาคามิมคฺคาทีสุ อญฺญตรํ วา ตตฺถาปิ สุญฺญตวิโมกฺขํ วา อปฺปณิหิตวิโมกฺขาทีสุ อญฺญตรํ วาติ เอวํ ปจฺเจกํ เภทนิทฺธารณวเสน ปุจฺฉนาการํ ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ (ปารา. ๑๙๘) ‘‘ปุน กตเมสํ ตฺวํ ธมฺมานํ ลาภี’’ติ อยํ ปุจฺฉา ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพา, เตนาห ปฐมมคฺคาทีสูติอาทิ. ยาย อนุกฺกมปฏิปตฺติยา โลกุตฺตโร อธิคโม อาคจฺฉติ, สา ปุพฺพภาคปฏิปตฺติ อาคมนปฏิปทา. น สุชฺฌตีติ ปุจฺฉิยมาโน ปฏิปตฺติกฺกมํ อุลฺลงฺฆิตฺวา กเถติ. อปเนตพฺโพติ ตยา วุตฺตกฺกเมนายํ น สกฺกา อธิคนฺตุนฺติ อธิคตมานโต อปเนตพฺโพ. สนฺนิหิเตสุ กปฺปิเยสุปิ จตูสุ ปจฺจเยสุ อลคฺคตฺตา ‘‘อากาเส ปาณิสเมน เจตสา’’ติ วุตฺตํ. วุตฺตสทิสํ พฺยากรณํ โหตีติ โยชนา. ขีณาสวปฏิปตฺติสทิสา ปฏิปทา โหติ สุวิกฺขมฺภิตกิเลสตฺตา. อิทญฺจ อรหตฺตํ ปฏิชานนฺตสฺส วเสน วุตฺตํ, เตนาห ขีณาสวสฺส นามาติอาทิ. เอวํ สุวิกฺขมฺภิตกิเลสสฺส วตฺตนเสกฺขธมฺมปฏิชานนํ อิมินา ภยุปฺปาทเนน, อมฺพิลาทิทสฺสเน เขฬุปฺปาทาทินา จ น สกฺกา วีมํสิตุํ, ตสฺมา ตสฺส วจเนเนว ตํ สทฺธาตพฺพํ. อยํ ภิกฺขุ สมฺปนฺนพฺยากรโณติ อิทํ น เกวลํ อภายนกเมว สนฺธาย วุตฺตํ เอกจฺจสฺส สูรชาติกสฺส ปุถุชฺชนสฺสาปิ อภายนโต, รชฺชนียารมฺมณานํ พทรสาฬวาทิอมฺพิลมทฺทนาทีนํ อุปนยเนปิ เขฬุปฺปาทาทิตณฺหาปวตฺตรหิตํ สพฺพถา สุโสธิตเมว สนฺธาย วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ.
อสนฺตคุณสมฺภาวนลกฺขณา ปาปิจฺฉาติ อาห ยา สา อิเธกจฺโจติอาทิ. อาทิ-สทฺเทน อสฺสทฺโธติอาทิปาฐํ สงฺคณฺหาติ. สามญฺญํ ทุปฺปรามฏฺฐนฺติ สมณธมฺมสงฺขาตํ สามญฺญํ ขณฺฑสีลาทิตาย ทุปฺปรามฏฺฐํ ทุฏฺฐุ คหิตํ นิรยาย นิรยทุกฺขาย ตํ ปุคฺคลํ ตตฺถ นิรเย อุปกฑฺฒติ นิพฺพตฺตาเปตีติ อตฺโถ. สิถิโลติ โอลียิตฺวา กรเณน สิถิลคาเหน กโต, สเถน วา สาเฐยฺเยน อาทิณฺโณ สิถิโล. ปริพฺพโชติ สมณภาโว. ภิยฺโยติ ปุพฺเพ วิชฺชมานานํ ราครชาทีนํ อุปริ อปรมฺปิ รชํ อากิรตีติ อตฺโถ. ภิกฺขุภาโวติ อธมฺมิกปฏิญฺญามตฺตสิทฺโธ ภิกฺขุภาโว. อชานเมวาติ เอตฺถ เอว-สทฺโท อวธารเณ อชานนฺโต เอวาติ, ‘‘อชานเมว’’นฺติปิ ปาโฐ, ตตฺถ ปน เอวํ ชานามิ เอวํ ปสฺสามีติ โยเชตพฺพํ.
ปทภาชนียวณฺณนา
๑๙๙. เอวนฺติ จ ปฐมชฺฌานาทิปรามสนํ ปฐมชฺฌานํ ชานามิ ทุติยาทิฌานนฺติ. อสุภชฺฌานาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน กายคตาสติชฺฌานํ กสิณชฺฌานํ กสิณมูลกานิ อารุปฺปชฺฌานานิ จ สงฺคณฺหาติ. วิโมกฺโขติ จตุพฺพิโธ มคฺโค, ตสฺส สคุณโต สุญฺญตาทินามํ ทสฺเสนฺโต อาห โส ปนายนฺติอาทิ. มคฺโค หิ นาม ปญฺจหิ การเณหิ นามํ ลภติ สรเสน วา ปจฺจนีเกน วา สคุเณน วา อารมฺมเณน วา อาคมเนน วา. สเจ หิ สงฺขารุเปกฺขา อนิจฺจโต สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา วุฏฺฐาติ, มคฺโค อนิมิตฺตวิโมกฺเขน วิมุจฺจติ. สเจ ทุกฺขโต สมฺมสิตฺวา วุฏฺฐาติ, อปฺปณิหิตวิโมกฺเขน วิมุจฺจติ. สเจ อนตฺตโต สมฺมสิตฺวา วุฏฺฐาติ, สุญฺญตวิโมกฺเขน วิมุจฺจติ, อิทํ สรสโต นามํ นาม. ยสฺมา ปเนส สงฺขาเรสุ อนิจฺจานุปสฺสนาย นิจฺจนิมิตฺตํ ปชหนฺโต อาคโต, ตสฺมา อนิมิตฺโต. ทุกฺขานุปสฺสนาย สุขสญฺญํ ปณิธึ ปตฺถนํ ปหาย อาคตตฺตา อปฺปณิหิโต. อนตฺตานุปสฺสนาย อตฺตสญฺญํ ปหาย อตฺตสุญฺญตาทสฺสนวเสน สุญฺญตา โหติ, อิทํ ปจฺจนีกโต นามํ นาม. ราคาทีหิ ปเนส สุญฺญตตฺตา สุญฺญโต, รูปนิมิตฺตาทีนํ, ราคนิมิตฺตาทีนํ เอว วา อภาเวน อนิมิตฺโต, ราคปณิธิอาทีนํ อภาวโต อปฺปณิหิโตติ วุจฺจติ, อิทํ อสฺส สคุณโต นามํ. ราคาทิสุญฺญํ อนิมิตฺตํ อปฺปณิหิตญฺจ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กโรตีติ สุญฺญโต อนิมิตฺโต อปฺปณิหิโตติ วุจฺจติ, อิทมสฺส อารมฺมณโต นามํ. อาคมนํ ปน ทุวิธํ วิปสฺสนาคมนํ มคฺคาคมนญฺจ. ตตฺถ มคฺเค วิปสฺสนาคมนเมว, ผเล ปน มคฺคานนฺตเร มคฺคาคมนํ, ผลสมาปตฺติยํ วิปสฺสนาคมนมฺปิ. อนตฺตานุปสฺสนาวเสน มคฺโค สุญฺญโต อนิจฺจทุกฺขานุปสฺสนาหิ อนิมิตฺโต อปฺปณิหิโตติ เอวํ วิปสฺสนา อตฺตโน นามํ มคฺคสฺส เทติ, มคฺโค ผลสฺสาติ อิทํ อาคมนโต นามํ.
สุญฺญตฺตาติ วิวิตฺตตฺตา. ราคาทโยว ปติฏฺฐานฏฺเฐน ปณิธีติ อาห ‘‘ราคโทสโมหปณิธีน’’นฺติ. อิมิสฺสา วิชฺชายาติ ทิพฺพจกฺขุวิชฺชายาติอาทินา เอเกกวิชฺชํ สนฺธาย วทนฺติ. เอวํ เอกิสฺสาปิ นามํ อคฺคเหตฺวาปิ ตา เอว สนฺธาย ‘‘วิชฺชานํ ลาภิมฺหี’’ติ ภณนฺโตปิ ปาราชิโก โหตีติ สงฺเขปฏฺฐกถายํ อธิปฺปาโย. วตฺถุวิชฺชาทีนิ ปน สนฺธาย วทนฺโต น โหติ. เอเกกโกฏฺฐาสวเสนาติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยน โลกุตฺตรวิเสสํ อกตฺวา เกวลํ ‘‘สติปฏฺฐานานํ ลาภี’’ติ เอเกกโกฏฺฐาสวเสนาติ อธิปฺปาโย. ตตฺถาติ เตสุ โกฏฺฐาเสสุ. กิเลสานํ ปหานํ นาม อภาวมตฺตมฺปิ โลกุตฺตรกิจฺจตฺตา โลกุตฺตรนฺติ สมตฺเถตุํ ตํ ปนาติอาทิ วุตฺตํ. ราคา จิตฺตํ วินีวรณตาติ ราคโต จิตฺตสฺส วินีวรณตา, ตโต ราคโต วิมุตฺตตฺตา เอว วีตราคนีวรณตาติ อตฺโถ, ยา จ ปญฺจ วิชฺชาติ โยเชตพฺพํ. น อาคตาติ อิธ ปทภาชเน ‘‘ญาณนฺติ ติสฺโส วิชฺชา’’ติ (ปารา. ๑๙๙) วุตฺตตฺตา เสสา ปญฺจ วิชฺชา น อาคตาติ อตฺโถ. นิพฺพตฺติตโลกุตฺตรตฺตาติ โลกิยธมฺมสาธารณสงฺขตสฺสาปิ อภาวา โลกิเยหิ สพฺพถา อสมฺมิสฺสโลกุตฺตรตฺตา. อญฺญนฺติ สงฺเขปฏฺฐกถาทึ วทนฺติ, ตมฺปิ ตตฺเถว ปฏิกฺขิตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ.
๒๐๐. ปุน อาเนตฺวา ปฐมชฺฌานาทีหิ น โยชิตนฺติ เอตฺถ ‘‘ปฐมชฺฌาเนนาติ ปาโฐ’’ติ เกจิ วทนฺติ, ตํ ยุตฺตเมว อาทิ-สทฺเทน คเหตพฺพสฺส ฌานสฺส อภาวา. ปฐมชฺฌานมูลกญฺหิ เอกเมว ขณฺฑจกฺกํ. กตฺตุสาธโนปิ ภณิต-สทฺโท โหตีติ อาห อถ วาติอาทิ. เยน จิตฺเตน มุสา ภณติ, เตเนว จิตฺเตน น สกฺกา ‘‘มุสา ภณามี’’ติ ชานิตุํ, อนฺตรนฺตรา ปน อญฺญาหิ มโนทฺวารวีถีหิ ‘‘มุสา ภณามี’’ติ ชานาตีติ วุตฺตํ ‘‘ภณนฺตสฺส โหติ มุสา ภณามี’’ติ. อยเมตฺถ อตฺโถ ทสฺสิโตติ ตีหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต มุสาวาโทติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต. ทวาติ สหสา. รวาติ อญฺญํ วตฺตุกามสฺส ขลิตฺวา อญฺญภณนํ. ตํ ชานาตีติ ตํญาณํ, ตสฺส ภาโว ตํญาณตา, ญาณสฺส วิสยวิสยีภาเวน อตฺตสํเวทนนฺติ อตฺโถ. ญาณสโมธานนฺติ พหูนํ ญาณานํ เอกสฺมึ ขเณ สโมธานํ, สหุปฺปตฺตีติ อตฺโถ. เยน จิตฺเตน ‘‘มุสา ภณิสฺส’’นฺติ ชานาตีติ อิทํ ปุพฺพภาคเจตนญฺจ สนฺนิฏฺฐานเจตนญฺจ เอกโต กตฺวา วุตฺตํ. เยน จิตฺเตน ปุพฺพภาคเจตนาภูเตน สนฺนิฏฺฐานเจตนาภูเตน จ วิสํวาทิตพฺพสตฺตสงฺขาเร ชานาติ, เยน จิตฺเตน มุสา ภณิสฺสนฺติ อตฺโถ. เตเนว…เป… ปริจฺจชิตพฺพาติ เตเนว จิตฺเตน ‘‘เอวํ อหํ มุสา ภณามี’’ติ วา ‘‘ภณิต’’นฺติ วา ตเทว มุสาวาทจิตฺตมารมฺมณํ กตฺวา ภิกฺขุ ชานาตีติ เอวํ ปุพฺพาปรสนฺนิฏฺฐานเจตนากฺขเณสุ ตีสุ เอเกเนว จิตฺเตน ญาณวิสยญฺจ ญาณญฺจาติ อุภยมฺปิ เอกกฺขเณ ปุคฺคโล ชานาตีติ อยํ ตํญาณตา ปริจฺจชิตพฺพา วิสยสฺเสว ตทา ปกาสนโตติ อธิปฺปาโย, เตนาห น หีติอาทิ. ยทิ ญาณสฺส อตฺตโน สรูปํ น ญายติ, กถํ ปจฺฉิมํ จิตฺตํ ชานาตีติ อาห ปุริมํ ปุริมนฺติอาทิ. ตตฺถ ภณิสฺสามีติอาทินา ตีสุ กาเลสุ อุปฺปนฺนํ ปุริมปุริมจิตฺตํ อตฺตานํ วิสยํ กตฺวา อุปฺปชฺชมานสฺส ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส จิตฺตสฺส ตถา อุปฺปตฺติยา ปจฺจโย โหตีติ อตฺโถ. เตนาติ เยน การเณน ตีสุ ขเณสุ จิตฺตานิ ตทญฺเญเหว จิตฺเตหิ ชานิตพฺพานิ, ตานิ จ ปุริมปุริมจิตฺเตเนว อวสฺสํ อุปฺปชฺชนฺติ, เตน การเณนาติ อตฺโถ. ตสฺมึ สตีติ ภณิสฺสามีติ ปุพฺพภาเค สติ. เสสทฺวยนฺติ ภณามิ, ภณิตนฺติ อิทํ ทฺวยํ น เหสฺสตีติ เอตํ นตฺถีติ โยชนา โหติเยวาติ อตฺโถ. เอกํ วิย ปกาสตีติ ภินฺนกฺขณานมฺปิ นิรนฺตรุปฺปตฺติยา ‘‘ตเทเวท’’นฺติ คเหตพฺพตํ สนฺธาย วทติ.
พลวธมฺมวินิธานวเสนาติ พลวคาหสฺส วินิธานวเสน. ทุพฺพลทุพฺพลานนฺติ ทุพฺพลทุพฺพลานํ คาหานํ. สกภาวปริจฺจชนวเสนาติ อตฺตโน สนฺตกภาวสฺส ปริจฺจชนวเสน.
๒๐๗. อุตฺตาสิตตฺตาติ ภยํ ชเนตฺวา วิย ปลาปิตตฺตา. เอวํ ปลาปิโต น ปุน ตํ ฐานํ อาคจฺฉตีติ อาห ‘‘ปุน อนลฺลียนภาวทสฺสนวเสนา’’ติ. เขฏ-สทฺทํ สทฺทตฺถวิทู อุตฺตาสตฺเถ ปฐนฺตีติ อาห สฺวายมตฺโถติอาทิ. อณุ เอว อณุสหคตํ, อณุตฺเตน วา ยุตฺตนฺติ อตฺโถ.
วตฺตุกามวารกถาวณฺณนา
๒๑๕. เกวลญฺหิยนฺติ เกวลญฺหิ อยํ วาโรติ อชฺฌาหริตพฺพํ. ตงฺขณญฺเญว ชานาตีติ ปกติยา วจนานนฺตรํ วิชานนํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอวํ ปน วจีเภทํ อกตฺวา ‘‘โย อิมมฺหา อาวาสา ปฐมํ ปกฺกมิสฺสติ, นํ มยํ ‘อรหา’ติ ชานิสฺสามา’’ติ เอวํ กตสงฺเกตา วิหารา ปฐมํ ปกฺกมเนน ตสฺมึ ขเณ อวีติวตฺเตปิ นิกฺขนฺตมตฺเตปิ ปาราชิกํ อญฺญตโร ภิกฺขุ ‘‘มํ ‘อรหา’ติ ชานนฺตู’’ติ ตมฺหา อาวาสา ปฐมํ ปกฺกามีติ อาคตวตฺถุมฺหิ (ปารา. ๒๒๗) วิย. วิญฺญตฺติปเถติ กายวจีวิญฺญตฺตีนํ คหณโยคฺเค ปเทเส, เตน วิญฺญตฺติปถํ อติกฺกมิตฺวา ฐิโต โกจิ ทิพฺเพน จกฺขุนา กายวิการํ ทิสฺวา ทิพฺพาย โสตธาตุยา วจีเภทญฺจ สุตฺวา ชานาติ, น ปาราชิกนฺติ ทีเปติ. ปาฬิยํ ‘‘ปฏิวิชานนฺตสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ (ปารา. ๒๑๕) อิมสฺมึ ปฏิวิชานนวาเร ยสฺมึ อกฺขเร วา อุจฺจาริเต กายปฺปโยเค วา กเตเยว อยํ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺโนติอาทิอตฺถํ ปโร วิชานาติ, ตโต ปุริเมสุ อกฺขรุจฺจารณาทิปฺปโยเคสุ ถุลฺลจฺจยํ อาปชฺชิตฺวา ปจฺฉิเมว ปฏิวิชานนปโยคกฺขเณ ปาราชิกํ อาปชฺชตีติ เวทิตพฺพํ ถุลฺลจฺจยสฺเสเวตฺถ สามนฺตตฺตา, เตเนว พุทฺธทตฺตาจริเยน –
‘‘ทุกฺกฏํ ปฐมสฺเสว, สามนฺตมิติ วณฺณิตํ;
เสสานํ ปน ติณฺณมฺปิ, ถุลฺลจฺจยมุทีริต’’นฺติ –
วุตฺตํ, อยญฺจตฺโถ ‘‘น ปฏิวิชานนฺตสฺส อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ อิมินา สุตฺเตน สงฺคหิโตติ ทฏฺฐพฺโพ. อุคฺคหปริปุจฺฉาทิวเสนาติอาทินา ฌานสมาธิอาทิสทฺทานมตฺเถสุ ปุพฺเพ อกตปริจยตฺตา สุตฺวา ‘‘อตฺถํ อีทิส’’นฺติ อชานิตฺวา เกวลํ ‘‘วิสิฏฺโฐ โกจิ สมณคุโณ อเนน ลทฺโธ’’ติ ปเรน ญาเตปิ ปาราชิกเมวาติ ทสฺเสติ.
อนาปตฺติเภทกถาวณฺณนา
๒๒๐. อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺสาติ ‘‘เอวํ วุตฺเต อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม มยา ปกาสิโต โหตี’’ติ อมนสิกตฺวา ‘‘นาหํ, อาวุโส, มจฺจุโน ภายามี’’ติอาทิกํ กเถนฺตสฺส. เอวํ กเถนฺโต จ โวหารโต อญฺญํ พฺยากโรนฺโต นาม โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อญฺญํ พฺยากโรนฺตสฺสา’’ติ. ภายนฺโตติ ‘‘ญตฺวา ครหนฺติ นุ โข’’ติ ภายนฺโต.
ปทภาชนียวณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.
วินีตวตฺถุวณฺณนา
๒๒๓. เสกฺขภูมิยนฺติ อิมินา ฌานภูมิมฺปิ สงฺคณฺหาติ. ติณฺณํ วิเวกานนฺติ กายจิตฺตอุปธิวิเวกานํ. ปิณฺฑาย จรณสฺส โภชนปริโยสานตาย วุตฺตํ ‘‘ยาว โภชนปอโยสาน’’นฺติ. อนฺตรฆเร ภุตฺวา อาคจฺฉนฺตสฺสาปิ วุตฺตนเยเนว สมฺภาวนิจฺฉาย จีวรสณฺฐาปนาทีนิ กโรนฺตสฺส ทุกฺกฏเมว, ปาฬิยํ ปน ทุกฺกราทิวตฺถูสุ ‘‘อนาปตฺติ อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺสา’’ติ อิทํ ถุลฺลจฺจเยนาปิ อนาปตฺติทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อุลฺลปนาธิปฺปายสฺสาปิ หิ ‘‘นาวุโส, ทุกฺกรํ อญฺญํ พฺยากาตุ’’นฺติ วุตฺเต ถุลฺลจฺจยเมว อตฺตุปนายิกตฺตาภาวโตติ ทฏฺฐพฺพํ.
๒๒๗. น ทานาหํ ตตฺถ คมิสฺสามีติ ปุน ตตฺถ วสิตฏฺฐาเน น คมิสฺสามิ, เอวํ สติ ปฐมํ คโต อยํ ปุน จ นาคโต, ตสฺมา อรหาติ มญฺญิสฺสนฺตีติ อธิปฺปาโย. ตํ ฐานนฺติ อาวาสํ วาติอาทินา ปุพฺเพ ปริจฺฉินฺนฏฺฐานํ. ปทสา คมนํ สนฺธาย กติกาย กตตฺตา ยาเนนาติอาทิ วุตฺตํ. วิชฺชามยิทฺธึ สนฺธาย ‘‘อิทฺธิยา’’ติ วุตฺตํ อุลฺลปนาธิปฺปายสฺส อภิญฺญิทฺธิยา อสมฺภวโต. อญฺญมญฺญํ รกฺขนฺตีติ อุลฺลปนาธิปฺปาเย สติปิ เอกสฺสาปิ ปฐมคมนาภาวา รกฺขนฺติ. สเจ ปน กติกํ กตฺวา นิสินฺเนสุ เอกํ เทฺว ฐเปตฺวา อวเสสา อุลฺลปนาธิปฺปาเยน เอกโต คจฺฉนฺติ, คตานํ สพฺเพสํ ปาราชิกเมว. เตสุ ยสฺส อุลฺลปนาธิปฺปาโย นตฺถิ, ตสฺส อนาปตฺติ. เอตนฺติ เหฏฺฐา วุตฺตํ สพฺพํ กติกวตฺตํ. นานาเวรชฺชกาติ นานาชนปทวาสิโน. สงฺฆลาโภติ ยถาวุฑฺฒํ ปาปุณนกโกฏฺฐาโส. อยญฺจ ปฏิกฺเขโป อวิเสเสตฺวา กรณํ สนฺธาย กโต, วิเสเสตฺวา ปน ‘‘เอตฺตโก อสุกสฺสา’’ติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา อปโลเกตฺวา ทาตุํ วฏฺฏติ.
๒๒๘. ธมฺมธาตูติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ธมฺมานํ สภาโว วา. อุปปตฺตีติ อตฺตภาวํ สนฺธาย วทติ. ทุสฺสทฺธาปยา โหนฺตีติ ปุถุชฺชเน สนฺธาย วุตฺตํ, น ลกฺขณตฺเถราทิเก อริยปุคฺคเล. วิตุเฑนฺตีติ วินิวิชฺฌิตฺวา เฑนฺติ คจฺฉนฺติ, ผาสุฬนฺตริกาโย ฉิทฺทาวฉิทฺทํ กตฺวา ตาหิ คจฺฉนฺตีติ นิสฺสกฺกวเสน อตฺโถ. วิตุเทนฺตีติ ปาเฐ ผาสุฬนฺตริกาหีติ อาธารตฺเถ นิสฺสกฺกวจนํ. โลหตุณฺเฑหีติ กาฬโลหมเยหิ ตุณฺเฑหิ. อจฺฉริยํ วตาติ ครหิตพฺพตาย อจฺฉรํ ปหริตุํ ยุตฺตรูปํ. จกฺขุภูตาติ โลกสฺส จกฺขุ วิย ภูตา สญฺชาตา, จกฺขุสทิสาติปิ อตฺโถ. ตสฺเสว กมฺมสฺสาติ เยน โคฆาตกกมฺเมเนว นิรเย นิพฺพตฺโต, ตสฺเสวาติ อตฺเถ คยฺหมาเน เอกาย เจตนาย พหุปฏิสนฺธิโย โหนฺตีติ อาปชฺชติ, น เจตํ ยุตฺตํ เอกสฺส อมฺพาทิพีชสฺส อเนกงฺกุรุปฺปตฺติ วิยาติ ตํ ปริหรนฺโต อาห ตสฺส นานาเจตนาหิ อายูหิตสฺสาติอาทิ, เตน โคฆาตกกมฺมกฺขเณ ปุพฺพเจตนา อปรเจตนา สนฺนิฏฺฐาปกเจตนาติ เอกสฺมิมฺปิ ปาณาติปาเต พหู เจตนา โหนฺติ, นานาปาณาติปาเตสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ตตฺถ เอกาย เจตนาย นรเก ปจิตฺวา ตทญฺญเจตนาสุ เอกาย อปราปริยเจตนาย อิมสฺมึ เปตตฺตภาเว นิพฺพตฺโตติ ทสฺเสติ, เตนาห ‘‘อวเสสกมฺมํ วา กมฺมนิมิตฺตํ วา’’ติ. เอตฺถ จ กมฺมสริกฺขวิปากุปฺปตฺตึ สนฺธาย กมฺมกมฺมนิมิตฺตานเมว คหณํ กตํ, น คตินิมิตฺตสฺส, เตนาห ‘‘อฏฺฐิราสิเยว นิมิตฺตํ อโหสี’’ติ. ปาฬิยํ วิตจฺเฉนฺตีติ ตุณฺเฑหิ ตจฺเฉนฺโต วิย ลุญฺจนฺติ. วิราเชนฺตีติ วิลิขนฺติ.
๒๒๙. วลฺลูรวิกฺกเยนาติ สุกฺขาปิตมํสวิกฺกเยน. นิปฺปกฺขจมฺเมติ วิคตปกฺขโลมจมฺเม. เอกํ มิคนฺติ ทีปกมิคํ. การณาหีติ ฆาตนาหิ. ญตฺวาติ กมฺมฏฺฐานํ ญตฺวา.
๒๓๐. มงฺคนวเสน อุลตีติ มงฺคุลิ, วิรูปพีภจฺฉภาเวน ปวตฺตตีติ อตฺโถ. จิตฺตเกฬินฺติ จิตฺตรุจิยํ อนาจารกีฬํ.
๒๓๑. นิสฺเสวาลปณกกทฺทโมติ ติลพีชกาทิเสวาเลน นีลมณฺฑูกปิฏฺฐิวณฺเณน อุทกปิฏฺเฐ อุทกํ นีลวณฺณํ กุรุมาเนน ปณเกน กทฺทเมน จ วิรหิโต. อุณฺหภาเวน ตปนโต ตปํ อุทกํ อสฺสาติ ตโปทกาติ วตฺตพฺเพ ก-การโลปํ กตฺวา ‘‘ตโปทา’’ติ วุจฺจติ. เปตโลโกติ ปกฏฺเฐน อกุสลกมฺเมน สุคติโต ทุคฺคตึ อิตานํ คตานํ โลโก สมูโห, นิวาสฏฺฐานํ วา. กตหตฺถาติ ธนุสิปฺเป สุฏฺฐุ สิกฺขิตหตฺถา, อวิรชฺฌนลกฺขเวธาติ อตฺโถ. สิปฺปทสฺสนวเสน ราชกุลาทีสุ ราชสมูหํ อุเปจฺจ กตํ อสนํ สรกฺเขโป เอเตสนฺติ กตุปาสนา, สพฺพตฺถ ทสฺสิตสิปฺปาติ อตฺโถ. ปภคฺโคติ ปภญฺชิโต, ปราชิโตติ อตฺโถ.
๒๓๒. อาเนญฺชสมาธินฺติ อรูปสมาปตฺติยํ นิรุทฺเธ สติปิ สทฺทกณฺฏเกน อุฏฺฐานารโห รูปาวจรสมาธิเยว อิธ วตฺตพฺโพติ อาห อเนชํ อจลนฺติอาทิ. สมาธิปริปนฺถเกติ วิตกฺกาทิเก สนฺธาย วทติ, อิทํ ปน ปฐมโพธิยํ อุปฺปนฺนมฺปิ วตฺถุํ อนาจารมตฺตวเสน ภิกฺขูหิ โจทิเตปิ ภควตา ‘‘อนาปตฺติ, ภิกฺขเว, โมคฺคลฺลานสฺสา’’ติ (ปารา. ๒๒๘) เอวํ อายตึ อตฺตนา ปญฺญปิยมานปาราชิกานุคุณํ ตทา เอว วินีตนฺติ ธมฺมสงฺคาหกตฺเถเรหิ ปจฺฉา ปญฺญตฺตสฺส อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส วินีตวตฺถุภาเวน สงฺคหมาโรปิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. สาวกานํ อุปฺปฏิปาฏิยา อนุสฺสรณาภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘น อุปฺปฏิปาฏิยา’’ติ วุตฺตํ. ทุกฺกรํ กตนฺติ อนนฺตเร ปญฺจกปฺปสติเก กาเล วิญฺญาณสนฺตตึ อทิสฺวาปิ อสมฺมุยฺหิตฺวา ปรโต ตติยตฺตภาเว ทิฏฺฐจุติจิตฺเตน สทฺธึ วตฺตมานภวปฏิสนฺธิยา อนุมาเนนาปิ การิยการณาภาวคหณํ นาม สาวกานํ ทุกฺกรตฺตา วุตฺตํ. ปฏิวิทฺธาติ ปฏิวิทฺธสทิสา. ยถา นาม สตฺตธา ผาลิตสฺส จามรวาลโลมสฺส เอกาย อคฺคโกฏิยา อปรสฺส วาลโลมํสุโน โกฏึ ทูเร ฐตฺวา วิชฺเฌยฺย อาวุนนฺโต วิย ปฏิปาเทยฺย, เอวเมว อิมินาปิ ทุกฺกรํ กตนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอตทคฺคนฺติ เอโส อคฺโค. ยทิทนฺติ โย อยํ.
นิคมนวณฺณนา
๒๓๓. อิธาติ ภิกฺขุวิภงฺเค. อุทฺทิฏฺฐปาราชิกปริทีปนนฺติ สิกฺขาปเทสุ ปาติโมกฺขุทฺเทสวเสน อุทฺทิฏฺฐปาราชิกปริทีปนํ, น ปน สพฺพสฺมึ ปาราชิกวิภงฺเค อาคตอาปตฺติปริทีปนํ ตตฺถ ถุลฺลจฺจยาทีนมฺปิ อาคตตฺตา เตเนว อุทฺทิฏฺฐ-สทฺเทน วุตฺตวิภงฺคสฺส นิทฺเทสตฺตา. ภิกฺขุนีนํ อสาธารณานิ จตฺตารีติ อุพฺภชาณุมณฺฑลิกา (ปาจิ. ๖๕๘) วชฺชปฺปฏิจฺฉาทิกา (ปาจิ. ๖๖๕) อุกฺขิตฺตานุวตฺติกา (ปาจิ. ๖๖๙) อฏฺฐวตฺถุกาติ (ปาจิ. ๖๗๕) อิมานิ ภิกฺขูหิ อสาธารณานิ ภิกฺขุนีนํ เอว ปญฺญตฺตานิ ปาราชิกานีติ อตฺโถ. วตฺถุวิปนฺนาติ ปพฺพชฺชุปสมฺปทานํ วตฺถุภาโว วตฺถุ นาม, เตน วตฺถุมตฺเตน วิปนฺนา, วิปนฺนวตฺถุกาติ อตฺโถ. อเหตุกปฏิสนฺธิกาติ มคฺคานุปฺปตฺติการณมาห. กิญฺจาปิ ทุเหตุกานมฺปิ มคฺโค นุปฺปชฺชติ, เต ปน ปพฺพชฺชุปสมฺปทาสุ ฐตฺวา อายตึ มคฺคเหตุํ สมฺปาเทตุํ สกฺโกนฺติ, อเหตุกา ปน ปริสุทฺเธ จตุปาริสุทฺธิสีเล ฐตฺวา สมฺปาเทตุํ น สกฺโกนฺติ, ตสฺมา เต ตมฺปิ ปฏิจฺจ วตฺถุวิปนฺนาวาติ เวทิตพฺพา. ปาราชิกาติ กมฺมวิปตฺติยา ปฏิสนฺธิกฺขเณเยว ปราชยํ อาปนฺนา. เถยฺยสํวาสกาทีนํ คิหิภาเว ฐตฺวา วิปสฺสนาย วายมนฺตานมฺปิ ตสฺมึ อตฺตภาเว มคฺคุปฺปตฺติอภาวโต ‘‘มคฺโค ปน วาริโต’’ติ วุตฺตํ. ทีฆตาย ลมฺพมานํ องฺคชาตํ ลมฺพํ นาม, ตํ ยสฺส อตฺถิ โส ลมฺพี. โส เอตฺตาวตา น ปาราชิโก, ตํ ปน ทีฆํ องฺคชาตํ อตฺตโน มุเข วา วจฺจมคฺเค วา เสวนาธิปฺปาเยน ปเวเสนฺโตว ปาราชิโก, อิธ ปน วจฺจมคฺเค ปเวเสนฺโตว อธิปฺเปโต มุทุปิฏฺฐิเกเนว มุเข ปเวสนสฺส วุตฺตตฺตา. โสปิ หิ กตปริกมฺมตาย มุทุภูตาย ปิฏฺฐิยา โอนมิตฺวา อตฺตโน องฺคชาตํ มุเขน คณฺหนฺโตว ปาราชิโก โหติ, น เกวโล. โย ปน มุเขน อตฺตโน วจฺจมคฺคํ วา ปเรสํ วจฺจมคฺคมุขํ วา อิตฺถีนํ ปสฺสาวมคฺคํ วา คณฺหาติ, ตสฺส จ ปุริสนิมิตฺเตน ปุริสนิมิตฺตํ ฉุปนฺตสฺส จ มคฺเคน มคฺคปฏิปาทเนปิ ปาราชิกํ น โหติ ปุริสนิมิตฺเตน ตทิตรมคฺคสมฺปฏิปาทเนเนว เมถุนธมฺมโวหารโต. ปรสฺส องฺคชาเต อภินิสีทตีติ ปรสฺส อุตฺตานํ สยนฺตสฺส กมฺมนิเย องฺคชาเต อตฺตโน วจฺจมคฺคํ ปเวเสนฺโต ตสฺสูปริ นิสีทติ, อิทญฺจ อุปลกฺขณมตฺตํ ปเรสํ องฺคชาตํ วจฺจมคฺเค ปเวเสนฺโต สาทิยนฺโตปิ ปาราชิโกว, พลกฺกาเรน ปน วจฺจมคฺเค วา มุเข วา ปเรน ปเวสิยมาโน ยทิ น สาทิยติ, อนาปตฺติโกว. เอตฺถ อสาทิยนํ นาม ทุกฺกรํ วิรชฺชิตพฺพโต. เอตฺถ จ อนุปสมฺปนฺนภาเว ฐตฺวา มาตุปิตุอรหนฺเตสุ อญฺญตรํ ฆาเตนฺโต ภิกฺขุนึ ทูเสนฺโต จ สามเณรปพฺพชฺชมฺปิ น ลภตีติ ทสฺสนตฺถํ วิสุํ คหิตตฺตา มาตุฆาตกาทีนํ จตุนฺนํ ตติยปฐมปาราชิเกสุ อนฺโตคธตา เวทิตพฺพา. ยถา เอตฺถ, เอวํ คิหิภาเว ฐตฺวา โลหิตุปฺปาทํ กโรนฺโต โลหิตุปฺปาทโกวาติ คเหตพฺพํ. เอเตน ปริยาเยนาติ อุภินฺนํ ราคปริยุฏฺฐานสงฺขาเตน ปริยาเยน. ทุติยวิกปฺเป กจฺจิ อตฺถาติ ปทจฺเฉโท เวทิตพฺโพ.
อิติ สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถาย วิมติวิโนทนิยํ
จตุตฺถปาราชิกวณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.
นิฏฺฐิโต จ ปาราชิกกณฺฑวณฺณนานโย.