๒. สงฺฆาทิเสสกณฺโฑ
๑. สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๓๔. เตรสกสฺสาติ เตรส สิกฺขาปทานิ ปริมาณานิ อสฺสาติ เตรสโก, กณฺโฑ, ตสฺส. สมเถ วิปสฺสนาย วา อภิรติรหิโต อิธ อนภิรโต, น ปพฺพชฺชายาติ อาห ‘‘วิกฺขิตฺตจิตฺโต’’ติ. วิกฺขิตฺตตาย การณมาห กามราคาอิจฺจาทิ.
๒๓๕. อพฺโพหาริกาติ สีลวิปตฺติโวหารํ นารหตีติ กตฺวา วุตฺตํ. อกุสลภาเว ปนสฺสา อพฺโพหารตา นตฺถิ.
๒๓๖-๗. เจตนา-สทฺทโต วิสุํ สํ-สทฺทสฺส อตฺถาภาวํ อิก-ปจฺจยสฺส จ อตฺถวนฺตตํ ทสฺเสตุํ สญฺเจตนา วาติอาทิ ทุติยวิกปฺโป วุตฺโต. สิขาปฺปตฺโต อตฺโถติ อธิปฺเปตตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ. อาสยเภทโตติ ปิตฺตเสมฺหปุพฺพโลหิตานํ จตุนฺนํ อาสยานํ เภเทน. ธาตุนานตฺตโตติ รสรุหิราทีนํ สตฺตนฺนํ, ปถวาทีนํ วา จตุนฺนํ ธาตูนํ นานตฺเตน. วตฺถิสีสนฺติ มุตฺตวตฺถิโต มตฺถกปสฺสํ. หตฺถิมทจลนํ นามญฺจ สมฺภโวติ อาห ‘‘สมฺภโว นิกฺขมตี’’ติ. สมฺภวเวคนฺติ สมฺภวสฺส ฐานโต จวิตฺวา ทกโสตาภิมุขํ โอตรเณน สญฺชาตสรีรกฺโขภเวคํ. พาหุสีสนฺติ ขนฺธปฺปเทสํ. ทสฺเสสีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท เหตุตฺโถ, เตน ยสฺมา กณฺณจูฬิกาหิ สมฺภโว นิกฺขมติ…เป… สมฺภวญฺจ ทสฺเสสิ, ตสฺมา ตติยสฺส ภาสิตํ สุภาสิตนฺติ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา. ทกโสตนฺติ มุตฺตสฺส วตฺถิโต นิกฺขมนมคฺคํ, องฺคชาตปฺปเทสนฺติ วุตฺตํ โหติ. สุกฺกญฺจ นาเมตํ รสรุหิราทิสตฺตเทหธาตูสุ มชฺฌิมธาตุจตุชํ อฏฺฐิมิญฺชาทิ วิย ปถวีธาตุสงฺคหิตํ อาหารูปชีวีนํ สกลกายคตํ อติทหรทารกานมฺปิ อตฺเถว, ตํ ปน ปนฺนรสโสฬสวสฺสุทฺเทสโต ปฏฺฐาย สตฺตานํ สมุปฺปชฺชนกกามราเคเหว ฐานโต จลติ, จลิตญฺจ อาโปธาตุภาเวน จิตฺตชเมว หุตฺวา ทกโสตํ โอตรติ, ทกโสตโต ปน ปฏฺฐาย จิตฺตปจฺจยอุตุชํ โหติ มตฺถลุงฺคโต จลิตสิงฺฆาณิกา วิย. เยสํ ปน สมุจฺเฉทนวิกฺขมฺภนาทีหิ ราคปริยุฏฺฐานํ นตฺถิ, เตสํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ น สิยา. อิติ ยถาฐานโต สุกฺกสฺส วิสฺสฏฺฐิเยว ราคจิตฺตสมุฏฺฐานา, น ปกติรูปํ, เตเนว กถาวตฺถุอฏฺฐกถายํ (กถา. อฏฺฐ. ๓๐๗) ‘‘สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ นาม ราคสมุฏฺฐานา โหตี’’ติ สุกฺกสฺส วิสฺสฏฺฐิ เอว ราคสมุฏฺฐานา วุตฺตา, น ปกติรูปํ. ฉนฺนํ ปน กามาวจรเทวานํ วิชฺชมานาปิ สุกฺกธาตุ ทฺวยํทฺวยสมาปตฺติวเสน ปริยุฏฺฐิตราเคนาปิ ฐานโต น คฬติ, ยถาฐาเน เอว ฐตฺวา กิญฺจิ วิการํ อาปชฺชมานา ตงฺขณิกปริฬาหวูปสมาวหา เมถุนกิจฺจนิฏฺฐาปิตา โหตีติ เวทิตพฺพํ. เกจิ ปน ‘‘กายสมฺผสฺสสุขเมว เตสํ กามกิจฺจ’’นฺติ วทนฺติ. ขีณาสวานํ ปน อนาคามีนญฺจ สพฺพโส กามราคาภาเวน สุกฺกธาตุวิการมฺปิ นาปชฺชตีติ เวทิตพฺพํ. รูปีพฺรหฺมานํ ปน วิกฺขมฺภิตกามราเคน ชนิตตฺตา อนาหารูปชีวิตตฺตา จ สพฺพถา สุกฺกธาตุปิ นตฺเถว. ตเถวาติ โมจนสฺสาเทน นิมิตฺเต อุปกฺกมโตติอาทึ อติทิสติ. ‘‘วิสฺสฏฺฐีติ ฐานาจาวนา วุจฺจตี’’ติ ปทภาชเน (ปารา. ๒๓๗) วุตฺตตฺตา ‘‘ทกโสตํ โอติณฺณมตฺเต’’ติ กสฺมา วุตฺตนฺติ อาห ทกโสโตโรหณญฺเจตฺถาติอาทิ. เอตฺถาติ ตีสุปิ วาเทสุ. อธิวาเสตฺวาติ นิมิตฺเต อุปกฺกมิตฺวา ปุน วิปฺปฏิสาเร อุปฺปนฺเน โมจนสฺสาทํ วิโนเทตฺวา. อนฺตรา นิวาเรตุนฺติ อตฺตโน นิมิตฺเต กตูปกฺกเมน ฐานา จุตํ ทกโสตํ โอตริตุํ อทตฺวา อนฺตรา นิวาเรตุํ. โมจนสฺสาเทน หตฺถปริกมฺมาทึ กโรนฺตสฺส มุตฺเตปิ ทุกฺกฏเมว, นิมิตฺเต อุปกฺกมาภาวโต ปน สงฺฆาทิเสโส น โหตีติ อาห ‘‘หตฺถ…เป… อนาปตฺตี’’ติ. ทกโสโตโรหณญฺเจตฺถาติอาทินา วุตฺตวินิจฺฉยํ สนฺธาย ‘‘อยํ สพฺพาจริยสาธารณวินิจฺฉโย’’ติ วุตฺตํ.
โขภกรณปจฺจโย นาม วิสภาคเภสชฺชเสนาสนาหาราทิปจฺจโย. นานาวิธํ สุปินนฺติ ขุภิตวาตาทิธาตูนํ อนุคุณํ. อนุภูตปุพฺพนฺติ ปุพฺเพ ภูตปุพฺพํ มนสา ปริกปฺปิตปุพฺพญฺจ. สคฺคนรกเทสนฺตราทีนมฺปิ หิ สงฺคเหตฺวา วุตฺตํ. อตฺถกามตาย วา อนตฺถกามตาย วาติ อิทํ เทวตานํ หิตาหิตาธิปฺปายตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. อตฺถาย วา อนตฺถาย วาติ สภาวโต ภวิตพฺพํ หิตาหิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. นนุ เทวตาหิ อุปสํหริยมานานิ อารมฺมณานิ ปรมตฺถโต นตฺถิ, กถํ ตานิ ปุริโส ปสฺสติ, เทวตา วา ตานิ อวิชฺชมานานิ อุปสํหรนฺตีติ โจทนํ มนสิ กตฺวา อาห โส ตาสนฺติอาทิ. เตน ‘‘เอวเมโส ปริกปฺปตู’’ติ เทวตาหิ จินฺติตมตฺเตน สุปนฺตสฺส จิตฺตํ ภวงฺคสนฺตติโต นิปติตฺวา เทวตาหิ จินฺติตนิยาเมเนว ปริกปฺปมานํ ปวตฺตติ, เอวํ เตน ปริกปฺปมานานิ อารมฺมณานิ เทวตาหิ อุปสํหฏานิ นาม โหนฺติ, ตานิ จ โส เทวตานุภาเวน ปสฺสติ นามาติ ทสฺเสติ. โพธิสตฺตมาตา วิย ปุตฺตปฏิลาภนิมิตฺตนฺติอาทีสุ โพธิสตฺตสฺส คพฺโภกฺกนฺติทิวเส มหามายาเทวิยา อตฺตโน ทกฺขิณปสฺเสน เอกสฺส เสตวรวารณสฺส อนฺโตกุจฺฉิปวิฏฺฐภาวทสฺสนํ ปุตฺตปฏิลาภนิมิตฺตํ สุปินํ นาม. อมฺหากํ ปน โพธิสตฺตสฺส ‘‘เสฺว พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ จาตุทฺทสิยํ ปกฺขสฺส รตฺติวิภายนกาเล หิมวนฺตํ พิพฺโพหนํ กตฺวา ปุรตฺถิมปจฺฉิมสมุทฺเทสุ วามทกฺขิณหตฺเถ ทกฺขิณสมุทฺเท ปาเท จ โอทหิตฺวา มหาปถวิยา สยนํ เอโก, ทพฺพติณสงฺขาตาย ติริยา นาม ติณชาติยา นงฺคลมตฺตรตฺตทณฺฑาย นาภิโต อุคฺคตาย ขเณน อเนกโยชนสหสฺสํ นภํ อาหจฺจ ฐานํ เอโก, เสตานํ กณฺหสีสานํ กิมีนํ ปาเทหิ อุสฺสกฺกิตฺวา ยาว ชาณุมณฺฑลํ อาหจฺจ ฐานํ เอโก, นานาวณฺณานํ จตุนฺนํ สกุณานํ จตูหิ ทิสาหิ อาคนฺตฺวา ปาทมูเล เสตวณฺณตาปชฺชนํ เอโก, โพธิสตฺตสฺส มหโต มีฬฺหปพฺพตสฺส อุปริ อลิมฺปมานสฺส จงฺกมนํ เอโกติ อิเม ปญฺจ มหาสุปินา นาม, อิเม จ ยถากฺกมํ สมฺโพธิยา, เทวมนุสฺเสสุ อริยมคฺคปฺปกาสนสฺส, คิหีนญฺจ สรณูปคมนสฺส, ขตฺติยาทิจตุวณฺณานํ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตปฏิลาภสฺส, จตุนฺนํ ปจฺจยานํ ลาเภ อลิตฺตภาวสฺส จ ปุพฺพนิมิตฺตานีติ เวทิตพฺพํ. โสฬส สุปินา ปากฏา เอว. เอกนฺตสจฺจเมวาติ ผลนิยมุปฺปตฺติโต วุตฺตํ. ทสฺสนํ ปน สพฺพตฺถ วิปลฺลตฺถเมว. ธาตุกฺโขภาทีสุ จตูสุ มูลการเณสุ ทฺวีหิ ตีหิปิ การเณหิ กทาจิ สุปินํ ปสฺสนฺตีติ อาห ‘‘สํสคฺคเภทโต’’ติ. สุปินเภโทติ สจฺจาสจฺจตฺถตาเภโท.
รูปนิมิตฺตาทิอารมฺมณนฺติ เอตฺถ กมฺมนิมิตฺตคตินิมิตฺตโต อญฺญรูปเมว วิญฺญาณสฺส นิมิตฺตนฺติ รูปนิมิตฺตํ, ตํ อาทิ เยสํ สตฺตนิมิตฺตาทีนํ ตานิ รูปนิมิตฺตาทีนิ อารมฺมณานิ ยสฺส ภวงฺคจิตฺตสฺส ตํ รูปนิมิตฺตาทิอารมฺมณํ. อีทิสานีติ รูปนิมิตฺตาทิอารมฺมณานิ ราคาทิสมฺปยุตฺตานิ จ. สพฺโพหาริกจิตฺเตนาติ ปฏิพุทฺธสฺส ปกติวีถิจิตฺเตน. โก นาม ปสฺสตีติ สุตฺตปฏิพุทฺธภาววิยุตฺตาย จิตฺตปฺปวตฺติยา อภาวโต สุปินํ ปสฺสนฺโต นาม น สิยาติ อธิปฺปาโย, เตนาห ‘‘สุปินสฺส อภาโวว อาปชฺชตี’’ติ. กปิมิทฺธปเรโตติ อิมินา นิทฺทาวเสน ปวตฺตมานภวงฺคสนฺตติพฺยวหิตาย กุสลากุสลาย มโนทฺวารวีถิยา จ ปสฺสตีติ ทสฺเสติ, เตนาห ยา นิทฺทาติอาทิ. ทฺวีหิ อนฺเตหิ มุตฺโตติ กุสลากุสลสงฺขาเตหิ ทฺวีหิ อนฺเตหิ มุตฺโต. อาวชฺชนตทารมฺมณกฺขเณติ สุปิเน ปญฺจทฺวารวีถิยา อภาวโต มโนทฺวาเร อุปฺปชฺชนารหํ คเหตฺวา วุตฺตํ.
เอตฺถ จ สุปินนฺเตปิ ตทารมฺมณวจนโต อนุภูเตสุ สุตปุพฺเพสุ วา รูปาทีสุ ปุราปตฺติภาเวน ปริกปฺเปตฺวา วิปลฺลาสโต ปวตฺตมานาปิ กามาวจรวิปากธมฺมา ปริตฺตธมฺเม นิสฺสาย ปริกปฺเปตฺวา ปวตฺตตฺตา ปริตฺตารมฺมณา วุตฺตา, น ปน สรูปโต ปริตฺตธมฺเม คเหตฺวา ปวตฺตตฺตา เอวาติ คเหตพฺพํ. เอวญฺจ อิตฺถิปุริสาทิอาการํ อาโรเปตฺวา ปวตฺตมานานํ ราคาทิสวิปากธมฺมานมฺปิ เตสํ อารมฺมณํ คเหตฺวา อุปฺปนฺนานํ ปฏิสนฺธาทิวิปากานมฺปิ ปริตฺตารมฺมณตา กมฺมนิมิตฺตารมฺมณตา จ อุปปนฺนา เอว โหติ. วตฺถุธมฺมวินิมุตฺตํ ปน สมฺมุติภูตํ กสิณาทิปฏิภาคารมฺมณํ คเหตฺวา อุปฺปนฺนา อุปจารปฺปนาทิวสปฺปวตฺตา จิตฺตเจตสิกธมฺมา เอว ปริตฺตตฺติเก (ธ. ส. ติกมาติกา ๑๒) น วตฺตพฺพารมฺมณาติ คเหตพฺพา.
สฺวายนฺติ สุปิโน. วิปลฺลาเสน ปริกปฺปิตปริตฺตารมฺมณตฺตา ‘‘ทุพฺพลวตฺถุกตฺตา’’ติ วุตฺตํ, อวิชฺชมานารมฺมเณ อวสวตฺติโตติ อธิปฺปาโย, เตนาห อวิสเย อุปฺปนฺนตฺตาติอาทิ.
อาปตฺตินิกายสฺสาติ อิทํ สงฺฆาทิเสโสติ ปุลฺลิงฺค-สทฺทสฺส อนุรูปวเสน วุตฺตํ. อสฺสาติ อสฺส อาปตฺตินิกายสฺส, วุฏฺฐาเปตุํ อิจฺฉิตสฺสาติ อตฺโถ, เตนาห กึ วุตฺตนฺติอาทิ. รุฬฺหิสทฺเทนาติ เอตฺถ สมุทาเย นิปฺผนฺนสฺสาปิ สทฺทสฺส ตเทกเทเสปิ ปสิทฺธิ อิธ รุฬฺหี นาม, ตาย รุฬฺหิยา ยุตฺโต สทฺโท รุฬฺหีสทฺโท, เตน. รุฬฺหิยา การณมาห อวยเวอิจฺจาทินา.
กาลญฺจาติ ‘‘ราคูปตฺถมฺเภ’’ติอาทินา ทสฺสิตกาลญฺจ, ‘‘ราคูปตฺถมฺเภ’’ติ วุตฺเต ราคูปตฺถมฺเภ ชาเต ตสฺมึ กาเล โมเจตีติ อตฺถโต กาโล คมฺมติ. นวมสฺส อธิปฺปายสฺสาติ วีมํสาธิปฺปายสฺส. วตฺถูติ วิสยํ.
๒๓๘. โลมา เอเตสํ สนฺตีติ โลมสา, พหุโลมปาณกา.
๒๓๙. โมจเนนาติ โมจนปฺปโยเคน. โมจนสฺสาทสมฺปยุตฺตายาติ เอตฺถ โมจนิจฺฉาว โมจนสฺสาโท, เตน สมฺปยุตฺตา เจตนา โมจนสฺสาทเจตนาติ อตฺโถ, น ปน โมจเน อสฺสาทํ สุขํ ปตฺเถนฺติยา เจตนายาติ เอวํ อตฺโถ คเหตพฺโพ, อิตรถา สุขตฺถาย โมเจนฺตสฺเสว อาปตฺติ, น อาโรคฺยาทิอตฺถายาติ อาปชฺชติ. ตสฺมา อาโรคฺยาทีสุ เยน เกนจิ อธิปฺปาเยน โมจนิจฺฉาย เจตนายาติ อตฺโถว คเหตพฺโพ.
๒๔๐. วายมโตติ องฺคชาเต กาเยน อุปกฺกมโต. เทฺว อาปตฺติสหสฺสานีติ ขณฺฑจกฺกาทีนิ อนามสิตฺวาว วุตฺตํ, อิจฺฉนฺเตน ปน ขณฺฑจกฺกาทิเภเทนาปิ คณนา กาตพฺพา. เอเกน ปเทนาติ เคหสิตเปมปเทน. ตเถวาติ โมจนสฺสาทเจตนาย เอว คาฬฺหํ ปีฬนาทิปฺปโยคํ อวิชหิตฺวา สุปเนน สงฺฆาทิเสโสติ วุตฺตํ. สุทฺธจิตฺโตติ โมจนสฺสาทสฺส นิมิตฺเต อูรุอาทีหิ กตอุปกฺกมสฺส วิชหนํ สนฺธาย วุตฺตํ. เตน อสุภมนสิการาภาเวปิ ปโยคาภาเวเนว โมจเนปิ อนาปตฺติ ทีปิตาติ เวทิตพฺพา.
เตน อุปกฺกเมน มุตฺเตติ มุจฺจมานํ วินา อญฺญสฺมิมฺปิ สุกฺเก ฐานโต มุตฺเต. ยทิ ปน อุปกฺกเม กเตปิ มุจฺจมานเมว ทกโสตํ โอตรติ, ถุลฺลจฺจยเมว ปโยเคน มุตฺตสฺส อภาวา. ชคฺคนตฺถายาติ จีวราทีสุ ลิมฺปนปริหาราย หตฺเถน องฺคชาตคฺคหณํ วฏฺฏติ, ตปฺปโยโค น โหตีติ อธิปฺปาโย. อโนกาสนฺติ องฺคชาตปฺปเทสํ.
๒๖๒. สุปินนฺเตน การเณนาติ สุปินนฺเต ปวตฺตอุปกฺกมเหตุนา. อาปตฺติฏฺฐาเนเยว หิ อยํ อนาปตฺติ อวิสยตฺตา วุตฺตา. เตนาห ‘‘สจสฺส วิสโย โหติ นิจฺจเลน ภวิตพฺพ’’นฺติอาทิ.
๒๖๓. วินีตวตฺถุปาฬิยํ อณฺฑกณฺฑุวนวตฺถุสฺมึ โมจนาธิปฺปาเยน อณฺฑจลเนน องฺคชาตสฺสาปิ จลนโต นิมิตฺเต อุปกฺกโม โหตีติ สงฺฆาทิเสโส วุตฺโต. ยถา ปน องฺคชาตํ น จลติ, เอวํ อณฺฑเมว กณฺฑุวเนน ผุสนฺตสฺส มุตฺเตปิ อนาปตฺติ อณฺฑสฺส อนงฺคชาตตฺตา.
๒๖๔. วตฺถินฺติ องฺคชาตสีสจฺฉาทกจมฺมํ. อุทรํ ตาเปนฺตสฺส…เป… อนาปตฺติเยวาติ อุทรตาปเนน องฺคชาเตปิ ตตฺเต ตาวตฺตเกน นิมิตฺเต อุปกฺกโม กโต นาม น โหตีติ วุตฺตํ.
๒๖๕. เอหิ เม ตฺวํ, อาวุโส, สามเณราติ วตฺถุสฺมึ อญฺญํ อาณาเปตุ, เตน กริยมานสฺส องฺคชาตจลนสฺส โมจนสฺสาเทน สาทิยนโต ตํ จลนํ ภิกฺขุสฺส สาทิยนจิตฺตสมุฏฺฐิตมฺปิ โหตีติ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิปจฺจยสฺส องฺคชาตจลนสฺส เหตุภูตา อสฺสาทเจตนาว อาปตฺติยา องฺคํ โหติ, น อาณาปนวาจา ตสฺสา ปวตฺติกฺขเณ สงฺฆาทิเสสสฺส อสิชฺฌนโต. เอวํ อาณาเปตฺวาปิ โยนิโสมนสิกาเรน โมจนสฺสาทํ ปฏิวิโนเทนฺตสฺส อาปตฺติอสมฺภวโต อิทํ สิกฺขาปทํ อนาณตฺติกํ, กายกมฺมํ, กิริยสมุฏฺฐานญฺจ ชาตนฺติ คเหตพฺพํ, อาณาปนวาจาย ปน ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. โย ปน ปเรน อนาณตฺเตน พลกฺกาเรนาปิ กริยมานปฺปโยคํ โมจนสฺสาเทน สาทิยติ, ตสฺสาปิ มุตฺเต ปฐมปาราชิเก วิย สงฺฆาทิเสโสว, อมุตฺเต ถุลฺลจฺจยํ. โมจนสฺสาเท เจตนาย ปน อสติ กายสํสคฺคราเคน สาทิยนฺตสฺสาปิ มุตฺเตปิ สงฺฆาทิเสเสน อนาปตฺตีติ อาจริยา วทนฺติ, ตญฺจ ยุตฺตเมว.
๒๖๖. กายตฺถมฺภนวตฺถุสฺมึ จลนวเสน ยถา องฺคชาเต อุปกฺกโม สมฺภวติ, ตถา วิชมฺภิตตฺตา อาปตฺติ วุตฺตา.
อุปนิชฺฌายนวตฺถุสฺมึ องฺคชาตนฺติ ชีวมานอิตฺถีนํ ปสฺสาวมคฺโคว อธิปฺเปโต, เนตโร.
๒๖๗. ปุปฺผาวลีติ กีฬาวิเสโส. ตํ กิร กีฬนฺตา นทีอาทีสุ ฉินฺนตฏํ อุทเกน จิกฺขลฺลํ กตฺวา ตตฺถ อุโภ ปาเท ปสาเรตฺวา นิสินฺนา ปตนฺติ, ‘‘ปุปฺผาวลิย’’นฺติปิ ปาโฐ. ปเวเสนฺตสฺสาติ ปโยชกตฺเตน ทฺวิกมฺมิกตฺตา ‘‘วาลิกํ องฺคชาต’’นฺติ อุภยตฺถาปิ อุปโยควจนํ กตํ. เจตนา, อุปกฺกโม, มุจฺจนนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ เวทิตพฺพานิ.
สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. กายสํสคฺคสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๖๙. ทุติเย เกสุจิ วาตปาเนสุ วิวเฏสุ พหิปิ อนฺธการตฺตา อาโลโก น ปวิสติ, วิวฏกวาเฏน อญฺญโต อาคจฺฉนฺตสฺส อาโลกสฺส นิวารณโต กวาฏสฺส ปิฏฺฐิปสฺเส ฆนนฺธกาโรว โหติ, ตาทิสานิ สนฺธาย ‘‘เยสุ วิวเฏสุ อนฺธกาโร โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
พฺราหฺมณี อตฺตโน องฺคมงฺคานํ ปรามสนกฺขเณ อนาจารานุกูลา หุตฺวา น กิญฺจิ วตฺวา ภิกฺขุโน วณฺณภณนกฺขเณ วุตฺตตฺตา อาห ‘‘ปพฺพชิตุกาโม มญฺเญติ สลฺลกฺเขตฺวา’’ติ, ปพฺพชิตุกาโม วิยาติ สลฺลกฺเขตฺวาติ อตฺโถ. กุลิตฺถีนํ เอวํ ปเรหิ อภิภวนํ นาม อจฺจนฺตาวมาโนติ อาห ‘‘อตฺตโน วิปฺปการ’’นฺติ.
๒๗๐. โอติณฺณสทฺทสฺส กมฺมสาธนปกฺขํ สนฺธาย ‘‘ยกฺขาทีหี’’ติอาทิ วุตฺตํ, กตฺตุสาธนปกฺขํ สนฺธาย ‘‘กูปาทีนี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ อิตฺถิสรีรสงฺขาเต วตฺถุสฺมึ.
๒๗๑. อสฺสาติ หตฺถคฺคาหาทิกสฺส สพฺพสฺส.
๒๗๓. เอเตสํ ปทานนฺติ อามสนาทิปทานํ. อิตฺถิสญฺญีติ มนุสฺสิตฺถิสญฺญี. นํ-สทฺทสฺส กายวิเสสนภาเวน เอตํ กายนฺติ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. โอมสนฺโต…เป… เอกาว อาปตฺตีติ อนิวตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ, น นิวตฺถํ. สนิวตฺถาย ปน มตฺถกโต ปฏฺฐาย หตฺถํ โอตาเรนฺตสฺส นิวตฺถสาฏโกปริ หตฺเถ อารุเฬฺห ถุลฺลจฺจยํ. สาฏกโต หตฺถํ โอตาราเปตฺวา ชงฺฆโต ปฏฺฐาย โอมสนฺตสฺส ปุน สงฺฆาทิเสโส.
ยถานิทฺทิฏฺฐนิทฺเทเสติ ยถาวุตฺตกายสํสคฺคนิทฺเทเส. เตนาติ เยน การเณน วตฺถุสญฺญาทโย โหนฺติ, เตน การเณน. ยถาวุตฺตสิกฺขาปทนิทฺเทเส วุตฺตํ ครุกํ ภิกฺขุโน กเรยฺย ปกาเสยฺยาติ โยชนา.
สญฺญาย วิราคิตมฺหีติ สญฺญาย วิรทฺธาย. อิทํ นาม วตฺถุนฺติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท อาคตํ, อนาคตญฺจ ยํ กิญฺจิ สวิญฺญาณกาวิญฺญาณกํ ผุสนฺตสฺส อนาปตฺติอภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ.
สารตฺตนฺติ กายสํสคฺคราเคเนว สารตฺตํ. วิรตฺตนฺติ กายสํสคฺคราครหิตํ มาตุอาทึ สนฺธาย วทติ. ทุกฺกฏนฺติ มาตุเปมาทิวเสน คณฺหนฺตสฺส วเสน วุตฺตํ, วิรตฺตมฺปิ อิตฺถึ กายสํสคฺคราเคน คณฺหนฺตสฺส ปน สงฺฆาทิเสโส เอว. อิมาย ปาฬิยา สเมตีติ สมฺพนฺโธ. กถํ สเมตีติ เจ? ยทิ หิ ‘‘อิตฺถิยา กายปฺปฏิพทฺธํ คณฺหิสฺสามี’’ติ จิตฺเต อุปฺปนฺเน อิตฺถิสญฺญา วิราคิตา ภเวยฺย. กายปฺปฏิพทฺธคฺคหเณปิ ถุลฺลจฺจเยนาปิ น ภวิตพฺพํ อิตฺถิสญฺญาย เอว ปาฬิยํ (ปารา. ๒๗๖) ถุลฺลจฺจยสฺส วุตฺตตฺตา, ตสฺมา ‘‘อิตฺถิยา กายปฺปฏิพทฺธํ คณฺหิสฺสามีติ กายํ คณฺหนฺตสฺส อิตฺถิสญฺญา วิราคิตา นาม น โหตีติ กายปฺปฏิพทฺธํ คณฺหิสฺสามีติ กายํ คณฺหโต อิตฺถิสญฺญาย เจว กายสํสคฺคราคสฺส จ กายคฺคหณสฺส จ สมฺภวา ยถาวตฺถุกํ สงฺฆาทิเสสเมว อาปชฺชตี’’ติ มหาสุมตฺเถเรน วุตฺตวาโทว อิมาย ปาฬิยา สเมติ. อฏฺฐกถายญฺหิ ‘‘สมฺพหุลา อิตฺถิโย พาหาหิ ปริกฺขิปิตฺวา คณฺหามี’’ติ สญฺญาย ปริกฺขิปโต มชฺฌคตานํ วเสน ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตํ. น หิ ตสฺส ‘‘มชฺฌคตา อิตฺถิโย กายปฺปฏิพทฺเธน คณฺหามี’’ติ สญฺญา อตฺถิ, ตสฺมา อฏฺฐกถายปิ สเมตีติ คเหตพฺพํ. นีเลน ทุวิญฺเญยฺยภาวโต กาฬิตฺถี วุตฺตา.
๒๗๙. เสวนาธิปฺปาโยติ ผสฺสสุขเสวนาธิปฺปาโย. กายปฺปฏิพทฺธามสนวาเร กายปฺปฏิพทฺธวเสน ผสฺสปฏิวิชานนํ เวทิตพฺพํ. จิตฺตุปฺปาทมตฺเต อาปตฺติยาภาวโต อนาปตฺตีติ อิทํ กายสํสคฺคราคมตฺเตน กายจลนสฺส อนุปฺปตฺติโต อิตฺถิยา กริยมานกายจลนํ สาทิยโตปิ ปโยคาภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปฐมปาราชิเก ปน ปเรหิ อุปกฺกมิยมานสฺส อภาวโต เสวนาธิปฺปาเย อุปฺปนฺเน เตน อธิปฺปาเยน องฺคชาตกฺโขโภ สยเมว อวสฺสํ สญฺชายติ, โส จ เตน กโต นาม โหตีติ ปาราชิกํ วุตฺตํ, เตเนว นเยน ปฐมสงฺฆาทิเสเสปิ ปเรน กริยมานปโยคสาทิยมาเนปิ องฺคชาตกฺโขภสมฺภเวน อาปตฺติ โหตีติ เวทิตพฺพํ. จตุตฺเถติ ‘‘น จ กาเยน วายมติ, น จ ผสฺสํ ปฏิวิชานาตี’’ติ อิมสฺมึ วาเร. ผสฺสปฏิวิชานนมฺปีติ อปิ-สทฺเทน ตติยวาเร วิย วายาโมปิ นตฺถีติ ทสฺเสติ. นิสฺสคฺคิเยน นิสฺสคฺคิยามสเน วิยาติ อิทํ ปน ผสฺสปฏิวิชานนาภาวมตฺตสฺเสว นิทสฺสนํ, น ปโยคาภาวสฺสาติ ทฏฺฐพฺพํ. โมกฺขาธิปฺปาโยติ เอตฺถ จิตฺตสฺส ลหุปริวตฺติตาย อนฺตรนฺตรา กายสํสคฺคราเค สมุปฺปนฺเนปิ โมกฺขาธิปฺปายสฺส อวิจฺฉินฺนตาย อนาปตฺติเยว, วิจฺฉินฺเน ปน ตสฺมึ อาปตฺติ เอว.
ปทภาชนียวณฺณนานโย.
๒๘๑. เอตฺถ คณฺหาหีติ น วตฺตพฺพาติ เคหสิตเปเมน กายปฺปฏิพทฺเธน ผุสเน ทุกฺกฏํ สนฺธาย วุตฺตํ, การุญฺเญน ปน วตฺถาทึ คเหตุํ อสกฺโกนฺตึ ‘‘คณฺหา’’ติ วทนฺตสฺสาปิ อวสสภาวปฺปตฺตํ อุทเก นิมุชฺชนฺตึ การุญฺเญน สหสา อนามาสนฺติ อจินฺเตตฺวา เกสาทีสุ คเหตฺวา โมกฺขาธิปฺปาเยน อากฑฺฒโตปิ อนาปตฺติเยว. น หิ มียมานํ มาตรํ อุกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติ. อญฺญาติกาย อิตฺถิยาปิ เอเสว นโย. อุกฺกฏฺฐาย มาตุยาปิ อามาโส น วฏฺฏตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘มาตร’’นฺติ วุตฺตํ. ตสฺสา กาตพฺพํ ปน อญฺญาสมฺปิ อิตฺถีนํ กโรนฺตสฺสาปิ อนาปตฺติเยว อนามาสตฺเต วิเสสาภาวา.
ติณณฺฑุปกนฺติ หิริเวราทิมูเลหิ เกสาลงฺการตฺถาย กตจุมฺพฏกํ. ปริวตฺเตตฺวาติ อตฺตโน นิวาสนาทิภาวโต อปเนตฺวา. ปูชาทิอตฺถํ ปน ตาวกาลิกมฺปิ อามสิตุํ วฏฺฏติ. สีสปสาธนกทนฺตสูจิอาทีติ อิทํ สีสาลงฺการตฺถาย ปฏปิโลติกาทีหิ กตํ สีสปสาธนกญฺเจว ทนฺตสูจิอาทิ จาติ ทฺวิธา โยเชตฺวา สีสปสาธนํ สิปาฏิโกปกรณตฺถาย เจว ทนฺตสูจิอุปกรณตฺถาย จ คเหตพฺพนฺติ ยถากฺกมํ อตฺถํ ทสฺเสติ. เกสกลาปํ พนฺธิตฺวา ตตฺถ ติริยํ ปเวสนตฺถาย กตา ทนฺตสูจิ เอว สีสปสาธนกทนฺตสูจีติ เอกเมว กตฺวา สิปาฏิกาย ปกฺขิปิตฺวา ปริหริตพฺพสูจิเยว ตสฺส ตสฺส กิจฺจสฺส อุปกรณนฺติ สิปาฏิกาสูจิอุปกรณนฺติ เอวํ วา โยชนา กาตพฺพา. โปตฺถกรูปนฺติ สุธาทีหิ กตํ, ปาราชิกวตฺถุภูตานํ ติรจฺฉานคติตฺถีนํ สณฺฐาเนน กตมฺปิ อนามาสเมว. อิตฺถิรูปาทีนิ ทสฺเสตฺวา กตํ, วตฺถภิตฺติอาทิญฺจ อิตฺถิรูปํ อนามสิตฺวา วฬญฺเชตุํ วฏฺฏติ. เอวรูเปหิ อนามาเส กายสํสคฺคราเค อสติ กายปฺปฏิพทฺเธน อามสโต โทโส นตฺถิ. ภินฺทิตฺวาติ เอตฺถ อนามาสมฺปิ ทณฺฑปาสาณาทีหิ เภทนสฺส อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา, ปาฬิยมฺปิ อาปทาสุ โมกฺขาธิปฺปายสฺส อามสเนปิ อนาปตฺติยา วุตฺตตฺตา จ. สปฺปินีอาทีหิ วาฬมิคีหิ จ คหิตปาณกานํ โมจนตฺถาย ตํ สปฺปินีอาทึ วตฺถทณฺฑาทีหิ ปริกฺขิปิตฺวา คเหตุํ, มาตุอาทึ อุทเก มียมานํ วตฺถาทีหิ คเหตุํ, อสกฺโกนฺตึ เกสาทีสุ คเหตฺวา การุญฺเญน อุกฺขิปิตุํ วฏฺฏตีติ อยมตฺโถ คเหตพฺโพว. อฏฺฐกถายํ ‘‘น เตฺวว อามสิตพฺพา’’ติ อิทํ ปน วจนํ อมียมานวตฺถุํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ อยํ อมฺหากํ ขนฺติ.
มคฺคํ อธิฏฺฐายาติ ‘‘มคฺโค อย’’นฺติ มคฺคสญฺญํ อุปฺปาเทตฺวาติ อตฺโถ. ปญฺญเปตฺวา เทนฺตีติ อิทํ สามีจิวเสน วุตฺตํ, เตหิ ปน อาสนํ อปญฺญเปตฺวาว นิสีทถาติ วุตฺเต สยเมว ปญฺญเปตฺวา นิสีทิตุมฺปิ วฏฺฏติ. ตตฺถชาตกานีติ อจฺฉินฺทิตฺวา ภูตคามภาเวเนว ฐิตานิ. กีฬนฺเตนาติ วุตฺตตฺตา สติ ปจฺจเย อามสนฺตสฺส อนาปตฺติ. ภิกฺขุสนฺตกํ ปน ปริโภคารหํ สพฺพถา อามสิตุํ น วฏฺฏติ ทุรุปจิณฺณตฺตา. อนุปสมฺปนฺนานํ ทสฺสามีติ อิทํ อปฺปฏิคฺคเหตฺวา คหณํ สนฺธาย วุตฺตํ. อตฺตโนปิ อตฺถาย ปฏิคฺคเหตฺวา คหเณ โทโส นตฺถิ อนามาสตฺตาภาวา.
มณีติ เวฬุริยาทิโต อญฺโญ โชติรสาทิเภโท สพฺโพปิ มณิ. เวฬุริโยติ อลฺลเวฬุวณฺโณมณิ, ‘‘มชฺชารกฺขิ มณฺฑลวณฺโณ’’ติปิ วทนฺติ. สิลาติ มุคฺคมาสวณฺณา อติสินิทฺธา กาฬสิลา, มณิโวหารํ อาคตา รตฺตเสตาทิวณฺณา สุมฏฺฐาปิ สิลา อนามาสา เอวาติ วทนฺติ. รชตนฺติ กหาปณมาสาทิเภทํ ชตุมาสาทึ อุปาทาย สพฺพํ วุตฺตาวเสสํ รูปิยํ คหิตํ. โลหิตงฺโกติ รตฺตมณิ. มสารคลฺลนฺติ กพรวณฺโณ มณิ, ‘‘มรกต’’นฺติปิ วทนฺติ. เภสชฺชตฺถาย ปิสิตฺวา โยชิตานํ มุตฺตานํ รตนภาววิรหโต คหณกฺขเณปิ รตนากาเรน อเปกฺขิตาภาวา ‘‘เภสชฺชตฺถาย ปน วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. ยาว ปน ตา มุตฺตา รตนรูเปน ติฏฺฐนฺติ, ตาว อามสิตุํ น วฏฺฏติ เอว. เอวํ อญฺญมฺปิ รตนปาสาณํ ปิสิตฺวา เภสชฺเช โยชนตฺถาย คเหตุํ วฏฺฏติ เอว, ชาตรูปรชตํ ปน ปิสิตฺวา โยชนเภสชฺชตฺถายปิ สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏติ, คหฏฺเฐหิ โยเชตฺวา ทินฺนมฺปิ ยทิ เภสชฺเช สุวณฺณาทิรูเปน ติฏฺฐติ, วิโยเชตุญฺจ สกฺกา, ตาทิสํ เภสชฺชมฺปิ น วฏฺฏติ. ตํ อพฺโพหาริกตฺตํ คตํ เจ, วฏฺฏติ. ‘‘ชาติผลิกํ อุปาทายา’’ติ วุตฺตตฺตา, สูริยกนฺตจนฺทกนฺตาทิกํ ชาติปาสาณํ มณิมฺหิ เอว สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ธมนสงฺโข จ โธตวิทฺโธ จ รตนมิสฺโส จาติ โยเชตพฺพํ. วิทฺโธติ มณิอาทิภาเวน กตฉิทฺโท.
รตนมิสฺโสติ กญฺจนลตาทิวิจิตฺโต, มุตฺตาทิรตนขจิโต จ, เอเตน ธมนสงฺขโต อญฺโญ รตนมิสฺโสว อนามาโสติ ทสฺเสติ. สิลายมฺปิ เอเสว นโย. ปานียสงฺโขติ อิมินาว ถาลกาทิอากาเรน กตสงฺขมยภาชนานิ ภิกฺขูนํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตีติ สิทฺธํ. เสสาติ รตนสํยุตฺตํ ฐเปตฺวา อวเสสา.
พีชโต ปฏฺฐายาติ ธาตุปาสาณโต ปฏฺฐาย. ปฏิกฺขิปีติ สุวณฺณมยธาตุกรณฺฑกสฺส, พุทฺธรูปาทิสฺส จ อตฺตโน สนฺตกกรเณ นิสฺสคฺคิยตฺตา วุตฺตํ. ‘‘รูปิยฉฑฺฑกฏฺฐาเน’’ติ วุตฺตตฺตา รูปิยฉฑฺฑกสฺส ชาตรูปรชตํ อามสิตฺวา ฉฑฺเฑตุํ วฏฺฏตีติ สิทฺธํ. เกฬาปยิตุนฺติ อามสิตฺวา อิโต จิโต จ สญฺจาเรตุํ. วุตฺตนฺติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. กจวรเมว หริตุํ วฏฺฏตีติ โคปกา วา โหนฺตุ อญฺเญ วา, หตฺเถน ปุญฺฉิตฺวา กจวรํ อปเนตุํ วฏฺฏติ, มลมฺปิ ปมชฺชิตุํ วฏฺฏติ เอวาติ วทนฺติ, ตํ อฏฺฐกถาย น สเมติ เกฬายนสทิสตฺตา. อารกูฏโลหนฺติ สุวณฺณวณฺโณ กิตฺติมโลหวิเสโส. ติวิธญฺหิ กิตฺติมโลหํ กํสโลหํ วฏฺฏโลหํ หารกูฏโลหนฺติ. ตตฺถ ติปุตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ กํสโลหํ นาม. สีสตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ วฏฺฏโลหํ. รสตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ หารกูฏโลหํ นาม. ตํ ปน ‘‘ชาตรูปคติก’’นฺติ วุตฺตตฺตา อุคฺคณฺหโต นิสฺสคฺคิยมฺปิ โหตีติ เกจิ วทนฺติ. รูปิเยสุ ปน อคณิตตฺตา นิสฺสคฺคิยํ น โหติ, อามสเน, สมฺปฏิจฺฉเน จ ทุกฺกฏเมวาติ เวทิตพฺพํ. สพฺพกปฺปิโยติ ยถาวุตฺตสุวณฺณาทิมยานํ เสนาสนปริกฺขารานํ อามสนโคปนาทิวเสน ปริโภโค สพฺพถา กปฺปิโยติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. ‘‘ภิกฺขูนํ ธมฺมวินยวณฺณนฏฺฐาเน’’ติ วุตฺตตฺตา สงฺฆิกเมว สุวณฺณาทิมยํ เสนาสนํ, เสนาสนปริกฺขารา จ วฏฺฏนฺติ, น ปุคฺคลิกานีติ คเหตพฺพํ.
ภินฺทิตฺวาติ ปฐมเมว อนามสิตฺวา ปาสาณาทินา กิญฺจิมตฺตํ เภทํ กตฺวา ปจฺฉา กปฺปิยภณฺฑตฺถาย อธิฏฺฐหิตฺวา หตฺเถน คเหตุํ วฏฺฏติ. เตนาห ‘‘กปฺปิยภณฺฑํ กริสฺสามีติ สพฺพมฺปิ สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. เอตฺถาปิ กิญฺจิ ภินฺทิตฺวา, วิโยเชตฺวา วา อามสิตพฺพ.
ผลกชาลิกาทีนีติ เอตฺถ สรปริตฺตาณาย หตฺเถน คเหตพฺพํ กิฏิกาผลกํ อกฺขิรกฺขณตฺถาย อยโลหาทีหิ ชาลากาเรน กตฺวา สีสาทีสุ ปฏิมุญฺจิตพฺพํ ชาลิกํ นาม. อาทิ-สทฺเทน กวจาทึ สงฺคณฺหาติ. อนามาสานีติ มจฺฉชาลาทิปรูปโรธกํ สนฺธาย วุตฺตํ, น สรปริตฺตาณํ ตสฺส อาวุธภณฺฑตฺตาภาวา. เตเนว วกฺขติ ‘‘ปรูปโรธนิวารณํ หี’’ติอาทิ. อาสนสฺสาติ เจติยสฺส สมนฺตา กตปริภณฺฑสฺส. พนฺธิสฺสามีติ กากาทีหิ อทูสนตฺถาย พนฺธิสฺสามิ.
‘‘เภริสงฺฆาโฏติ สงฺฆฏิตจมฺมเภรี. วีณาสงฺฆาโฏติ สงฺฆฏิตจมฺมวีณา’’ติ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๒๘๑) วุตฺตํ. ‘‘จมฺมวินทฺธานิ วีณาเภริอาทีนี’’ติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตวจนโต วิเสสาภาวา, ‘‘กุรุนฺทิยํ ปนา’’ติอาทินา ตโต วิเสสสฺส วตฺตุมารทฺธตฺตา จ เภริอาทีนํ วินทฺธโนปกรณสมูโห เภริวีณาสงฺฆาโฏติ เวทิตพฺพํ สงฺฆฏิตพฺโพติ สงฺฆาโฏติ กตฺวา. ตุจฺฉโปกฺขรนฺติ อวินทฺธจมฺมเภริวีณานํ โปกฺขรํ. อาโรปิตจมฺมนฺติ ปุพฺเพ อาโรปิตํ หุตฺวา ปจฺฉา ตโต อปเนตฺวา วิสุํ ฐปิตมุขจมฺมมตฺตํ, น เสโสปกรณสหิตํ. สหิตํ ปน สงฺฆาโฏติ อยํ วิเสโส. โอนหิตุนฺติ เภริโปกฺขราทีนิ จมฺมํ อาโรเปตฺวา จมฺมวฏฺฏิอาทีหิ สพฺเพหิ อุปกรเณหิ วินนฺธิตุํ.
ปาฬิยํ ปณฺฑกสฺสาติ ปณฺฑเกน. ปาราชิกปฺปโหนกกาเลติ อกุถิตกาเล. กายสํสคฺคราคาทิภาเว สพฺพาวตฺถายปิ อิตฺถิยา สณฺฐาเน ปญฺญายมาเน อนามาสทุกฺกฏํ น วิคจฺฉตีติ ทฏฺฐพฺพํ. สงฺกมาทีนํ ฐานาจาวนวเสน อจาเลตพฺพตาย น กายปฺปฏิพทฺธโวหาโรติ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ.
๒๘๒. เอกปทิกสงฺกโมติ ตนุกเสตุ. ‘‘อาวิญฺฉนฺโต’’ติ วุตฺตตฺตา จาเลตุํ ยุตฺตาย เอว รชฺชุยา ถุลฺลจฺจยํ, น อิตราย ภิตฺติถมฺภาทิคติกตฺตาติ อาห ‘‘ยา มหารชฺชุ โหตี’’ติอาทิ. เตน จาเลตุํ ยุตฺเต ตนุกรชฺชุทณฺฑเก อจาเลตฺวา ผุสนฺตสฺสาปิ ถุลฺลจฺจยเมวาติ ทีปิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ปฏิจฺฉาเทตพฺพาติ ฉาทนาทิวเสน คูหิตพฺพา. มนุสฺสิตฺถี, มนุสฺสิตฺถิสญฺญิตา, กายสํสคฺคราโค, วายาโม, เตน หตฺถาทีสุ ผุสนนฺติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
กายสํสคฺคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๘๕. ตติเย อสทฺธมฺมปฏิสญฺญุตฺตนฺติ เมถุนธมฺมปฏิสํยุตฺตํ. พาลาติ สุภาสิตทุพฺภาสิตํ อชานนฺตี, สุรามทมตฺตตาย อุมฺมตฺตกาทิภาเวน จ อชานนฺตีปิ เอตฺเถว สงฺคยฺหติ. น ตาว สีสํ เอตีติ สงฺฆาทิเสสปจฺจยตฺตสงฺขาตํ มตฺถกํ ปาริปูริ น โหติ, มคฺคเมถุเนหิ อฆฏิตตฺตา ทุกฺกฏํ ปน โหติ เอว.
อปสาเทตีติ อปสาทกรวจนํ กโรติ. โทสํ เทตีติ โทสํ ปติฏฺฐาเปติ. ตีหีติ อนิมิตฺตาสีติอาทีนํ ปทานํ อทุฏฺฐุลฺลภาเวนาปิ อตฺถโยชนารหตฺตา ปสฺสาวมคฺคาทิปฏิสญฺญุตฺตตานิยโม นตฺถีติ วุตฺตํ, เตหิ ปน อฏฺฐหิ ปเทหิ ปริพฺพาชิกาวตฺถุสฺมึ (ปารา. ๒๘๙) วิย ถุลฺลจฺจยนฺติ เวทิตพฺพํ.
กุญฺจิกปนาฬิมตฺตนฺติ กุญฺจิกาฉิทฺทมตฺตํ. สุกฺขโสตาติ ทกโสตสฺส สุกฺขตาย โลหิตวณฺณวิคโม โหตีติ วุตฺตํ.
สุทฺธานีติ เมถุนาทิปเทหิ อโยชิตานิปิ. เมถุนธมฺเมน ฆฏิตาเนวาติ อิทํ อุปลกฺขณมตฺตํ, วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺเคหิปิ อนิมิตฺเต ‘‘ตว วจฺจมคฺโค, ปสฺสาวมคฺโค วา อีทิโส’’ติอาทินา ฆฏิเตปิ อาปตฺติกราเนว.
๒๘๖. ครุกาปตฺตินฺติ ภิกฺขุนิยา อุพฺภชาณุมณฺฑลิกาย ปาราชิกาปตฺตึ สนฺธาย วทติ.
๒๘๗. หสนฺโต หสนฺโตติ อุปลกฺขณมตฺตํ, อหสนฺโตปิ เยน เกนจิ อากาเรน อตฺตโน วิปริณตจิตฺตตํ อิตฺถิยา ปกาเสนฺโต วทติ, อาปตฺติเยว.
กายจิตฺตโตติ หตฺถมุทฺทาย โอภาเสนฺตสฺส กายจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ.
๒๘๘. ตสฺมา ทุกฺกฏนฺติ อปฺปฏิวิชานนโต ทุกฺกฏํ, ปฏิวิชานเน ปน สติ ถุลฺลจฺจยเมว ปริพฺพาชิกาวตฺถุสฺมึ (ปารา. ๒๘๙) วิย อเขตฺตปทตฺตา. เขตฺตปเท หิ ปฏิวิชานนฺติยา สงฺฆาทิเสโสว สิยา เมถุนธมฺมยาจนวตฺถุทฺวเย (ปารา. ๒๘๙) วิย, ตํ ปน วตฺถุทฺวยํ เมถุนยาจนโต จตุตฺถสงฺฆาทิเสเส วตฺตพฺพมฺปิ ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาทมตฺเตน ปวตฺตตฺตา อิธ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวํ เขตฺตปเทน วทนฺตสฺส อิตฺถิยา อปฺปฏิวิชานนฺติยา กึ โหตีติ? กิญฺจาปิ อยํ นาม อาปตฺตีติ ปาฬิอฏฺฐกถาสุ น วุตฺตํ, อถ โข ถุลฺลจฺจเยเนเวตฺถ ภวิตพฺพํ. ตถา หิ อเขตฺตปเท อปฺปฏิวิชานนฺติยา ทุกฺกฏํ, ปฏิวิชานนฺติยา ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตํ. เขตฺตปเท ปน ปฏิวิชานเน สงฺฆาทิเสโสว วุตฺโต, อปฺปฏิวิชานเน ถุลฺลจฺจยเมว ภวิตุํ ยุตฺตํ, น ทุกฺกฏํ, อเขตฺตปทโต วิเสสาภาวปฺปสงฺโคติ คเหตพฺพํ. ยถา เจตฺถ, เอวํ จตุตฺถสิกฺขาปเทปิ อเขตฺตปเท ปฏิวิชานนฺติยา ถุลฺลจฺจยํ, อปฺปฏิวิชานนฺติยา ทุกฺกฏํ, เขตฺตปเท ปน อปฺปฏิวิชานนฺติยา ถุลฺลจฺจยนฺติ เวทิตพฺพํ. ปาฬิยํ นวาวุตนฺติ นววีตํ.
๒๘๘. อสทฺธมฺมํ สนฺธายาติ เมถุนํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตญฺหิ ปุตฺตสมุปฺปตฺติยา พีชนิกฺเขปโต วปฺปปริยายํ ลภตีติ.
สํสีทตีติ วหติ, สํสรียตีติ วา อตฺโถ. มนุสฺสิตฺถี, ตถาสญฺญิตา, ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาทราโค, เตน โอภาสนํ, ตงฺขณวิชานนนฺติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อตฺตกามปาริจริยสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๙๐. จตุตฺเถ ปเรหิ ปตฺเต ปาติยมานานํ ภิกฺขาปิณฺฑานํ ปาโต สนฺนิปาโตติ ปิณฺฑปาโตติ ภิกฺขาหาโร วุจฺจติ, ตํสทิสตาย อญฺโญปิ โย โกจิ ภิกฺขาจริยํ วินา ภิกฺขูหิ ลทฺโธ ปิณฺฑปาโตเตฺวว วุจฺจติ. ปติ เอติ เอตสฺมาติ ปจฺจโยติ อาห ‘‘ปติกรณฏฺเฐน ปจฺจโย’’ติ. โรคทุกฺขานํ วา ปฏิปกฺขภาเวน อยติ ปวตฺตตีติ ปจฺจโย. สปฺปายสฺสาติ หิตสฺส. นครปริกฺขาเรหีติ นครํ ปริวาเรตฺวา รกฺขณเกหิ. ราชูนํ เคหปริกฺเขโป ปริขา อุทฺทาโป ปากาโร เอสิกา ปลิโฆ อฏฺโฏติ อิเม สตฺต นครปริกฺขาราติ วทนฺติ. เสตปริกฺขาโรติ วิสุทฺธิสีลาลงฺกาโร. อริยมคฺโค หิ อิธ ‘‘รโถ’’ติ อธิปฺเปโต, ตสฺส จ สมฺมาวาจาทโย อลงฺการฏฺเฐน ‘‘ปริกฺขารา’’ติ วุตฺตา. จกฺกวีริโยติ วีริยจกฺโก. ชีวิตปริกฺขาราติ ชีวิตสฺส ปวตฺติการณานิ. สมุทาเนตพฺพาติ สมฺมา อุทฺธํ อาเนตพฺพา ปริเยสิตพฺพา.
๒๙๑. อุปจาเรติ ยตฺถ ฐิโต วิญฺญาเปตุํ สกฺโกติ, ตาทิเส ฐาเน. กาโม เจว เหตุ จ ปาริจริยา จ อตฺโถติ ปาฬิยํ ‘‘อตฺตโน กามํ, อตฺตโน เหตุํ, อตฺตโน อธิปฺปายํ, อตฺตโน ปาริจริย’’นฺติ (ปารา. ๒๙๒) วุตฺเตสุ อิเมสุ จตูสุ ปเทสุ กาโม, เหตุ, ปาริจริยา จ อฏฺฐกถายํ วุตฺเต ปฐเม อตฺถวิกปฺเป วิคฺคหวากฺยาธิปฺปายสูจนโต อตฺโถ. เสสนฺติ อธิปฺปายปทเมกํ. พฺยญฺชนนฺติ พฺยญฺชนมตฺตํ, ปฐมวิกปฺปานุปโยคิตาย วจนมตฺตนฺติ อตฺโถ. ทุติเย อตฺถวิกปฺเปปิ เอเสว นโย.
ยถาวุตฺตเมว อตฺถํ ปทภาชเนน สํสนฺทิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺตโน กามํ อตฺตโน เหตุํ อตฺตโน ปาริจริยนฺติ หิ วุตฺเต ชานิสฺสนฺติ ปณฺฑิตา’’ติอาทิ อารทฺธํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อตฺตโน เหตุ’’นฺติ วุตฺเต อตฺตโน อตฺถายาติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ, ‘‘อตฺตโน กามํ อตฺตโน ปาริจริย’’นฺติ วุตฺเต กาเมน ปาริจริยาติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ. ตสฺมา อิเมหิ ตีหิ ปเทหิ อตฺตโน อตฺถาย กาเมน ปาริจริยา อตฺตกามปาริจริยาติ อิมํ อตฺถวิกปฺปํ วิญฺญู ชานิสฺสนฺติ. ‘‘อตฺตโน อธิปฺปาย’’นฺติ วุตฺเต ปน อธิปฺปาย-สทฺทสฺส กามิต-สทฺเทน สมานตฺถภาวโต อตฺตนา อธิปฺเปตกามิตฏฺเฐน อตฺตกามปาริจริยาติ อิมมตฺถํ วิกปฺปํ วิญฺญู ชานิสฺสนฺติ.
เอตทคฺคนฺติ เอสา อคฺคา. ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปเทปิ (ปารา. ๒๘๕) กามํ ‘‘ยาจติปิ อายาจติปี’’ติ เอวํ เมถุนยาจนํ อาคตํ, ตํ ปน ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาทราควเสน วุตฺตํ, อิธ ปน อตฺตโน เมถุนสฺสาทราควเสนาติ อยํ วิเสโส.
วินีตวตฺถูสุ ‘‘อคฺคทานํ เทหี’’ติ อิทํ อตฺตโน อตฺถาย วุตฺตํ, ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปเท ปน ปรตฺถายปิ วุตฺเต สีสํ เอตีติ เวทิตพฺพํ. สุภคาติ อิสฺสริยาทีหิ สุนฺทเรหิ ภเคหิ สมนฺนาคตา. มนุสฺสิตฺถี, ตถาสญฺญิตา, อตฺตกามปาริจริยาย ราโค, เตน กามปาริจริยยาจนํ, ตงฺขณวิชานนนฺติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
อตฺตกามปาริจริยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๙๖. ปญฺจเม ปณฺฑิจฺเจนาติ สภาวญาเณน. คติมนฺตาติ สภาวญาณคติยุตฺตา. เวยฺยตฺติเยนาติ อิตฺถิกตฺตพฺเพสุ สิกฺขิตญาเณน. เมธายาติ อสิกฺขิเตสุปิ ตํอิตฺถิกตฺตพฺเพสุ ฐานุปฺปตฺติยา ปญฺญาย. เฉกาติ กาเยน ปจนาทิกุสลา.
อาวหนํ อาวาโห, ทาริกาย คหณํ. วิธินา ปรกุเล วหนํ เปสนํ วิวาโห, ทาริกาย ทานํ.
๒๙๗. รนฺธาปนํ ภตฺตปจาปนํ. พฺยญฺชนาทิสมฺปาทนํ ปจาปนํ. น อุปาหฏนฺติ น ทินฺนํ. กโย นาม คหณํ. วิกฺกโย นาม ทานํ. ตทุภยํ สงฺคเหตฺวา ‘‘โวหาโร’’ติ วุตฺตํ.
๓๐๐. ‘‘อพฺภุตํ กาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อิมินา ทุกฺกฏํ โหตีติ ทีเปติ. ‘‘ปราชิเตน ทาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตตฺตา อเทนฺโต ธุรนิกฺเขเปน กาเรตพฺโพ. อจิรกาเล อธิกาโร เอตสฺส อตฺถีติ อจิรกาลาธิการิกํ, สญฺจริตฺตํ. ‘‘อจิรกาลาจาริก’’นฺติ วา ปาโฐ. อจิรกาเล อาจาโร อชฺฌาจาโร เอตสฺสาติ โยชนา.
๓๐๑. กิญฺจาปิ เอหิภิกฺขุอาทิกาปิ สญฺจริตฺตาทิปณฺณตฺติวชฺชํ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺติ, เตสํ ปน อสพฺพกาลิกตฺตา, อปฺปกตฺตา จ อิธาปิ ญตฺติจตุตฺเถเนว กมฺเมน อุปสมฺปนฺนํ สนฺธาย ‘‘ยฺวาย’’นฺติอาทิปทภาชนมาห. สญฺจรณํ สญฺจโร, โส เอตสฺส อตฺถีติ สญฺจรี, ตสฺส ภาโว สญฺจริตฺตํ. เตนาห ‘‘สญฺจรณภาว’’นฺติ. สญฺจรตีติ สญฺจรโณ, ปุคฺคโล, ตสฺส ภาโว สญฺจรณภาโว, ตํ อิตฺถิปุริสานํ อนฺตเร สญฺจรณภาวนฺติ อตฺโถ.
ชายาภาเวติ ภริยภาวาย. ชารภาเวติ สามิภาวาย, ตํนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. นิมิตฺตตฺเถ หิ เอตํ ภุมฺมวจนํ. กิญฺจาปิ ‘‘ชารตฺตเน’’ติ ปทสฺส ปทภาชเน ‘‘ชารี ภวิสฺสสี’’ติ (ปารา. ๓๐๒) อิตฺถิลิงฺควเสน ปทภาชนํ วุตฺตํ, ‘‘สญฺจริตฺตํ สมาปชฺเชยฺยา’’ติ ปทสฺส ปน นิทฺเทเส ‘‘อิตฺถิยา วา ปหิโต ปุริสสฺส สนฺติเก คจฺฉติ, ปุริเสน วา ปหิโต อิตฺถิยา สนฺติเก คจฺฉตี’’ติ วุตฺตตฺตา ปุริสสฺสาปิ สนฺติเก วตฺตพฺพาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘ชารตฺตเน’’ติ นิทฺเทสสฺส อิตฺถิปุริสสาธารณตฺตา ‘‘อิตฺถิยา มตึ ปุริสสฺส อาโรเจนฺโต ชารตฺตเน อาโรเจตี’’ติ วุตฺตํ. ปาฬิยํ ปน ปุริสสฺส มตึ อิตฺถิยา อาโรจนวเสเนว ปททฺวเยปิ โยชนา กตา, ตทนุสาเรน อิตฺถิยา มตึ ปุริสสฺส อาโรจนากาโรปิ สกฺกา วิญฺญาตุนฺติ.
อิทานิ ปาฬิยํ วุตฺตนเยนาปิ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ‘‘ปติ ภวิสฺสสี’’ติ อิทํ ชายาสทฺทสฺส อิตฺถิลิงฺคนิยมโต ปุริสปริยาเยน วุตฺตํ, นิพทฺธสามิโก ภวิสฺสสีติ อตฺโถ. ชาโร ภวิสฺสสีติ มิจฺฉาจารภาเวน อุปคจฺฉนโก ภวิสฺสสีติ อธิปฺปาโย.
๓๐๓. เสริวิหารนฺติ สจฺฉนฺทจารํ. อตฺตโน วสนฺติ อตฺตโน อาณํ. โคตฺตวนฺเตสุ โคตฺต-สทฺโท, ธมฺมจารีสุ จ ธมฺม-สทฺโท วตฺตตีติ อาห ‘‘สโคตฺเตหี’’ติอาทิ. ตตฺถ สโคตฺเตหีติ สมานโคตฺเตหิ. สหธมฺมิเกหีติ เอกสฺส สตฺถุ สาสเน สหจริตพฺพธมฺเมหิ, สมานกุลธมฺเมหิ วา. เตเนวาห ‘‘เอกํ สตฺถาร’’นฺติอาทิ. เอกคณปริยาปนฺเนหีติ มาลาการาทิเอกคณปริยาปนฺเนหิ.
สสฺสามิกา สารกฺขา. ยสฺสา คมเน รญฺญา ทณฺโฑ ฐปิโต, สา สปริทณฺฑา. ปจฺฉิมานํ ทฺวินฺนนฺติ สารกฺขสปริทณฺฑานํ. มิจฺฉาจาโร โหตีติ ตาสุ คตปุริสานํ วิย ตาสมฺปิ มิจฺฉาจาโร โหติ สสฺสามิกภาวโต. น อิตราสนฺติ มาตุรกฺขิตาทีนํ อฏฺฐนฺนํ มิจฺฉาจาโร นตฺถิ อสฺสามิกตฺตา, ตาสุ คตานํ ปุริสานเมว มิจฺฉาจาโร โหติ มาตาทีหิ รกฺขิตตฺตา. ปุริสา หิ ปเรหิ เยหิ เกหิจิ โคปิตํ อิตฺถึ คนฺตุํ น ลภนฺติ, อิตฺถิโย ปน เกนจิ ปุริเสน ภริยาภาเวน คหิตาว ปุริสนฺตรํ คนฺตุํ น ลภนฺติ, น อิตรา อตฺตโน ผสฺสสฺส สยํ สามิกตฺตา. น หิ มาตาทโย สยํ ตาสํ ผสฺสานุภวนตฺถํ ตา รกฺขนฺติ, เกวลํ ปุริสคมนเมว ตาสํ วาเรนฺติ. ตสฺมา เกนจิ อปริคฺคหิตผสฺสตฺตา, อตฺตโน ผสฺสตฺตา จ อิตฺถีนํ น มิจฺฉาจาโร, ปุริสานํ ปน ปเรหิ วาริเต อตฺตโน อสนฺตกฏฺฐาเน ปวิฏฺฐตฺตา มิจฺฉาจาโรติ เวทิตพฺโพ.
โภเคนาติ โภคเหตุ. อุทปตฺตํ อามสิตฺวา คหิตา โอทปตฺตกินี. ธช-สทฺเทน เสนา เอว อุปลกฺขิตาติ อาห ‘‘อุสฺสิตทฺธชายา’’ติอาทิ.
๓๐๕. พหิทฺธา วิมฏฺฐนฺติ อญฺญตฺถ อาโรจิตํ. ตํ กิริยํ สมฺปาเทสฺสตีติ ตสฺสา อาโรเจตฺวา ตํ กิจฺจํ สมฺปาเทตุ วา มา วา, ตํ กิริยํ สมฺปาทเน สามตฺถิยํ สนฺธาย วุตฺตํ. ทารกํ, ทาริกญฺจ อชานาเปตฺวา มาตาปิตุอาทีหิ มาตาปิตุอาทีนญฺเญว สนฺติกํ สาสเน เปสิเตปิ ปฏิคฺคณฺหนวีมํสนปจฺจาหรณสงฺขาตาย ติวงฺคสมฺปตฺติยา สงฺฆาทิเสโส โหติ เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ.
ยํ อุทฺทิสฺส สาสนํ เปสิตํ, ตํ เอว สนฺธาย ตสฺสา มาตุอาทีนํ อาโรจิเตปิ เขตฺตเมว โอติณฺณภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติอาทิ อุทาหฏํ, อิทญฺจ วจนพฺยตฺตยเหตุพฺยตฺตยานํ เภเทปิ พฺยตฺตยสามญฺญโต อุทาหฏนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตมฺปิ อุทาหรณโทสํ ปริหริตฺวา สุตฺตานุโลมตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิมินา สเมตีติ เอตฺถายมธิปฺปาโย – ยถา สยํ อนาโรเจตฺวา อญฺเญสํ อนฺเตวาสิกาทีนํ วตฺวา วีมํสาเปตฺวา ปจฺจาหรนฺตสฺส นตฺถิ วิสงฺเกโต, เอวํ ตสฺสา สยํ อนาโรเจตฺวา อาโรจนตฺถํ มาตุอาทีนํ วทนฺตสฺสาปิ มาตุอาทโย ตํ กิริยํ สมฺปาเทนฺตุ วา มา วา. ยทิ หิ เตสํ มาตุอาทีนํ ตุณฺหีภูตภาวมฺปิ ปจฺจาหรติ, วิสงฺเกโต นตฺถีติ.
ฆรกิจฺจํ เนตีติ ฆรณี. อญฺญตรํ วทนฺตสฺส วิสงฺเกตํ อทินฺนาทานาทีสุ อาณตฺติยํ วตฺถุสงฺเกโต วิยาติ อธิปฺปาโย. มูลฏฺฐานญฺจ วเสนาติ เอตฺถ ปุริสสฺส มาตุอาทโย สาสนเปสเน มูลภูตตฺตา ‘‘มูลฏฺฐา’’ติ วุตฺตา.
๓๒๒. ปาฬิยํ มาตุรกฺขิตาย มาตา ภิกฺขุํ ปหิณตีติ เอตฺถ อตฺตโน วา ธีตุ สนฺติกํ ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา โหตู’’ติ ภิกฺขุํ ปหิณติ, ปุริสสฺส วา ตสฺส ญาตกานํ วา สนฺติกํ ‘‘มม ธีตา อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา โหตู’’ติ ปหิณตีติ คเหตพฺพํ. เอเสว นโย เสเสสุปิ. ปุพฺเพ วุตฺตนยตฺตาติ ปฐมสงฺฆาทิเสเส วุตฺตนยตฺตา.
๓๓๘. อนฺเต เอเกนาติ เอเกน ปเทน. เอตฺโตว ปกฺกมตีติ อปจฺจาหริตฺวา ตโตว ปกฺกมติ. ‘‘อนภินนฺทิตฺวา’’ติ อิทํ ตถา ปฏิปชฺชมานํ สนฺธาย วุตฺตํ. สติปิ อภินนฺทเน สาสนํ อนาโรเจนฺโต ปน น วีมํสติ นาม. ตติยปเท วุตฺตนเยนาติ ‘‘โส ตสฺสา วจนํ อนภินนฺทิตฺวา’’ติอาทินา วุตฺตนเยน. ปาฬิยํ อนฺเตวาสึ วีมํสาเปตฺวาติ ‘‘อยํ เตสํ วตฺตุํ สมตฺโถ’’ติ อนฺเตวาสินา วีมํสาเปตฺวา. สเจ ปน โส อนฺเตวาสิโก ตํ วจนํ อาทิยิตฺวา ตุณฺหี โหติ, ตสฺสาปิ ตํ ปวตฺตึ ปจฺจาหรนฺตสฺส อาจริยสฺส สงฺฆาทิเสโสว มาตุอาทีสุ ตุณฺหีภูเตสุ เตสํ ตุณฺหิภาวํ ปจฺจาหรนฺตสฺส วิยาติ ทฏฺฐพฺพํ.
ปาฬิยํ จตุตฺถวาเร อสติปิ คจฺฉนฺโต สมฺปาเทติ, อาคจฺฉนฺโต วิสํวาเทติ อนาปตฺตีติ อตฺถโต อาปนฺนเมวาติกตฺวา วุตฺตํ ‘‘จตุตฺเถ อนาปตฺตี’’ติ.
๓๔๐. การุกานนฺติ วฑฺฒกีอาทีนํ ตจฺฉกอโยการตนฺตวายรชกนฺหาปิตกา ปญฺจ การโว ‘‘การุกา’’ติ วุจฺจนฺติ. เอวรูเปน…เป… อนาปตฺตีติ ตาทิสํ คิหิเวยฺยาวจฺจมฺปิ น โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ.
กายโต สมุฏฺฐาตีติ ปณฺณตฺตึ วา อลํวจนียภาวํ วา ตทุภยํ วา อชานนฺตสฺส กายโต สมุฏฺฐาติ. เอส นโย อิตรทฺวเยปิ. อลํวจนียา โหนฺตีติ อิตฺถี วา ปุริโส วา อุโภปิ วา ชายาภาเว, สามิกภาเว จ นิกฺขิตฺตฉนฺทตาย อจฺจนฺตวิยุตฺตตฺตา ปุน อญฺญมญฺญํ สมาคมตฺถํ ‘‘มา เอวํ อกริตฺถา’’ติอาทินา วจนียตาย วตฺตพฺพตาย อลํ อรหาติ อลํวจนียา, อลํ วา กตฺตุํ อรหํ สนฺธานวจนเมเตสุ อิตฺถิปุริเสสูติ อลํวจนียา, สนฺธานการสฺส วจนํ วินา อสงฺคจฺฉนกา ปริจฺจตฺตาเยวาติ อธิปฺปาโย.
ปณฺณตฺตึ ปน ชานิตฺวาติ เอตฺถ อลํวจนียภาวํ วาติ วตฺตพฺพํ. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายญฺจ ‘‘ตทุภยํ ปน ชานิตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ภิกฺขุํ อชานาเปตฺวา อตฺตโน อธิปฺปายํ ปณฺเณ ลิขิตฺวา ‘‘อิมํ ปณฺณํ อสุกสฺส เทหี’’ติ ทินฺนํ หรนฺตสฺส สญฺจริตฺตํ น โหติ. ปณฺณตฺติอลํวจนียภาวอชานนวเสเนว หิ อิมํ สิกฺขาปทํ อจิตฺตกํ, น สพฺเพน สพฺพํ สญฺจรณภาวมฺปิ อชานนวเสน, ปาฬิยญฺจ อฏฺฐกถายญฺจ อาโรจนเมว ทสฺสิตํ. ตสฺมา สนฺทสฺสนตฺถํ ญตฺวา ปณฺณสนฺทสฺสนวเสนาปิ กาเยน วา วาจาย วา อาโรเจนฺตสฺเสว อาปตฺติ โหตีติ คเหตพฺพํ.
๓๔๑. ยถา ยถา เยสุ เยสุ ชนปเทสูติ ปริจฺจตฺตภาวปฺปกาสนตฺถํ กตฺตพฺพํ ปณฺณทานญาติชนิสฺสราทิชานาปนาทิตํตํเทสนิยตํ ปการํ ทสฺเสติ, อิทญฺจ นิพทฺธภริยาภาเวน คหิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. อตฺตโน รุจิยา สงฺคตานํ ปน อิตฺถีนํ, มุหุตฺติกาย จ ปุริเส จิตฺตสฺส วิรชฺชนเมว อลํวจนียภาเว การณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ทุฏฺฐุลฺลาทีสุปีติ อาทิ-สทฺเทน อตฺตกามสญฺจริตฺตานิ สงฺคณฺหาติ, เอตฺถ ปน ปาฬิยํ กิญฺจาปิ ‘‘อิตฺถี นาม มนุสฺสิตฺถี น ยกฺขี’’ติอาทินา มนุสฺสิตฺถิปุริสา น ทสฺสิตา, ตถาปิ ‘‘ทส อิตฺถิโย มาตุรกฺขิตา’’ติอาทินา มนุสฺสิตฺถีนญฺเญว ทสฺสิตตฺตา ปุริสานมฺปิ ตทนุคุณานเมว คเหตพฺพโต มนุสฺสชาติกาว อิตฺถิปุริสา อิธาธิปฺเปตา. ตสฺมา เยสุ สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชติ, เตสํ มนุสฺสชาติกตา, น นาลํวจนียตา, ปฏิคฺคณฺหน, วีมํสน, ปจฺจาหรณานีติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. กุฏิการสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๔๒. ฉฏฺเฐ เอตฺตเกนาติ เอตฺตเกน ทารุอาทินา. อปริจฺฉินฺนปฺปมาณาโยติ อปริจฺฉินฺนทารุอาทิปมาณาโย. มูลจฺเฉชฺชายาติ ปรสนฺตกภาวโต โมเจตฺวา อตฺตโน เอว สนฺตกกรณวเสนาติ อตฺโถ. เอวํ ยาจโต อญฺญาตกวิญฺญตฺติทุกฺกฏญฺเจว ทาสปฏิคฺคหณทุกฺกฏญฺจ โหติ ‘‘ทาสิทาสปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๐, ๑๙๔) วจนํ นิสฺสาย อฏฺฐกถาสุ ปฏิกฺขิตฺตตฺตา. สกกมฺมนฺติ ปาณวธกมฺมํ. อิทญฺจ ปาณาติปาตโทสปริหาราย ทุกฺกฏํ วุตฺตํ, น วิญฺญตฺติปริหาราย. อนิยเมตฺวาปิ น ยาจิตพฺพาติ สามีจิทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, สุทฺธจิตฺเตน ปน หตฺถกมฺมํ ยาจนฺตสฺส อาปตฺติ นาม นตฺถิ. ยทิจฺฉกํ การาเปตุํ วฏฺฏตีติ ‘‘หตฺถกมฺมํ ยาจามิ, เทถา’’ติอาทินา อยาจิตฺวาปิ วฏฺฏติ. สกิจฺจปสุตมฺปิ เอวํ การาเปนฺตสฺส วิญฺญตฺติ นตฺถิ เอว, สามีจิทสฺสนตฺถํ ปน วิภชิตฺวา วุตฺตํ.
สพฺพกปฺปิยภาวทีปนตฺถนฺติ สพฺพโส กปฺปิยภาวทีปนตฺถํ. มูลํ เทถาติ วตฺตุํ วฏฺฏตีติ ‘‘มูลํ ทสฺสามา’’ติ ปฐมํ วุตฺตตฺตา วิญฺญตฺติ วา มูลนฺติ วจนสฺส กปฺปิยากปฺปิยวตฺถุสามญฺญวจนตฺเตปิ นิฏฺฐิตภติกิจฺจานํ ทาปนโต อกปฺปิยวตฺถุสาทิยนํ วา น โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ. อนชฺฌาวุตฺถกนฺติ อปริคฺคหิตํ.
มญฺจ…เป… จีวราทีนิ การาเปตุกาเมนาปีติอาทีสุ จีวรํ การาเปตุกามสฺส อญฺญาตกอปฺปวาริตตนฺตวาเยหิ หตฺถกมฺมยาจนวเสน วายาปเน วิญฺญตฺติปจฺจยา ทุกฺกฏาภาเวปิ จีวรวายาปนสิกฺขาปเทน ยถารหํ ปาจิตฺติยทุกฺกฏานิ โหนฺตีติ เวทิตพฺพํ. อกปฺปิยกหาปณาทิ น ทาตพฺพนฺติ กปฺปิยมุเขน ลทฺธมฺปิ หตฺถกมฺมกรณตฺถาย อิมสฺส กหาปณํ เทหีติ วตฺวา ทานํ น วฏฺฏตีติ วุตฺตํ. ปุพฺเพ กตกมฺมสฺส ทาปเน กิญฺจาปิ โทโส น ทิสฺสติ, ตถาปิ อสารุปฺปเมวาติ วทนฺติ. กตกมฺมตฺถายปิ กาตพฺพกมฺมตฺถายปิ กปฺปิยโวหาเรน ปริยายโต ภตึ ทาเปนฺตสฺส นตฺถิ โทโส. วตฺตนฺติ จาริตฺตํ, อาปตฺติ น โหตีติ อธิปฺปาโย.
กปฺปิยํ การาเปตฺวา ปฏิคฺคเหตพฺพานีติ สาขาย มกฺขิกพีชเนน ปณฺณาทิจฺเฉเท พีชคามโกปนสฺส เจว ตตฺถ ลคฺครชาทิอปฺปฏิคฺคหิตสฺส จ ปริหารตฺถาย วุตฺตํ. ตทุภยาสงฺกาย อสติ ตถา อกรเณ โทโส นตฺถิ. นทียาทีสุ อุทกสฺส อปริคฺคหิตตาย ‘‘อาหราติ วตฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘น อาหฏํ ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ วจนโต วิญฺญตฺติยา อาปนฺนํ ทุกฺกฏํ เทเสตฺวาปิ ตํ วตฺถุํ ปริภุญฺชนฺตสฺส ปุน ปริโภเค ทุกฺกฏเมว, ปญฺจนฺนมฺปิ สหธมฺมิกานํ น วฏฺฏติ. ‘‘อลชฺชีหิ ปน ภิกฺขูหิ วา สามเณเรหิ วา หตฺถกมฺมํ น กาเรตพฺพ’’นฺติ สามญฺญโต วุตฺตตฺตา อตฺตโน อตฺถาย ยํกิญฺจิ หตฺถกมฺมํ กาเรตุํ น วฏฺฏติ. ยํ ปน อลชฺชี นิวาริยมาโนปิ พีชนาทึ กโรติ, ตตฺถ โทโส นตฺถิ. เจติยกมฺมาทีนิ ปน เตหิ การาเปตุํ วฏฺฏติ. เอตฺถ จ ‘‘อลชฺชีหิ สามเณเรหี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘สญฺจิจฺจ อาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติอาทิ (ปริ. ๓๕๙) อลชฺชีลกฺขณํ อุกฺกฏฺฐวเสน อุปสมฺปนฺเน ปฏิจฺจ อุปลกฺขณโต วุตฺตนฺติ ตํลกฺขณวิรหิตานํ สามเณราทีนํ ลิงฺคตฺเถนกโคตฺรภุปริโยสานานํ ภิกฺขุปฏิญฺญานํ ทุสฺสีลานมฺปิ สาธารณวเสน อลชฺชิตาลกฺขณํ ยถาวิหิตปฏิปตฺติยํ สญฺจิจฺจ อติฏฺฐนเมวาติ คเหตพฺพํ.
อาหราเปนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ วิญฺญตฺติกฺขเณ วิญฺญตฺติปจฺจยา, ปฏิลาภกฺขเณ โคณานํ สาทิยนปจฺจยา จ ทุกฺกฏํ. โคณญฺหิ อตฺตโน อตฺถาย อวิญฺญตฺติยา ลทฺธมฺปิ สาทิตุํ น วฏฺฏติ ‘‘หตฺถิควสฺสวฬวปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๐, ๑๙๔) วุตฺตตฺตา. เตเนวาห ‘‘ญาติปวาริตฏฺฐานโตปิ มูลจฺเฉชฺชาย ยาจิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ. เอตฺถ จ วิญฺญตฺติทุกฺกฏาภาเวปิ อกปฺปิยวตฺถุยาจเนปิ ปฏิคฺคหเณปิ ทุกฺกฏเมว. รกฺขิตฺวาติ โจราทิอุปทฺทวโต รกฺขิตฺวา. ชคฺคิตฺวาติ ติณทานาทีหิ โปเสตฺวา.
ญาติปวาริตฏฺฐาเน ปน วฏฺฏตีติ สกฏสฺส สมฺปฏิจฺฉิตพฺพตฺตา มูลจฺเฉชฺชวเสน ยาจิตุํ วฏฺฏติ. ตาวกาลิกํ วฏฺฏตีติ อุภยตฺถาปิ วฏฺฏตีติ อตฺโถ. วาสิอาทีนิ ปุคฺคลิกานิปิ วฏฺฏนฺตีติ อาห ‘‘เอส นโย วาสี’’ติอาทิ. วลฺลิอาทีสุ จ ปรปริคฺคหิเตสุ จ เอเสว นโยติ โยเชตพฺพํ. ‘‘ครุภณฺฑปฺปโหนเกสุเยวา’’ติ อิทํ วิญฺญตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ. อทินฺนาทาเน ปน ติณสลากํ อุปาทาย ปรปริคฺคหิตํ เถยฺยจิตฺเตน คณฺหโต อวหาโร เอว, ภณฺฑคฺเฆน กาเรตพฺโพ. วลฺลิอาทีสูติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ปาฬิอาคตานํ (ปารา. ๓๔๙) เวฬุอาทีนํ สงฺคโห. ตตฺถ ยสฺมึ ปเทเส หริตาลชาติหิงฺคุลาทิ อปฺปกมฺปิ มหคฺฆํ โหติ, ตตฺถ ตํ ตาลปกฺกปมาณโต อูนมฺปิ ครุภณฺฑเมว, วิญฺญาเปตุญฺจ น วฏฺฏติ.
สาติ วิญฺญตฺติ. ปริกถาทีสุ ‘‘เสนาสนํ สมฺพาธ’’นฺติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๑๙) ปริยาเยน กถนํ ปริกถา นาม. อุชุกเมว อกเถตฺวา ‘‘ภิกฺขูนํ กึ ปาสาโท น วฏฺฏตี’’ติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๑๙) อธิปฺปาโย ยถาวิภูโต โหติ, เอวํ ภาสนํ โอภาโส นาม. เสนาสนาทิอตฺถํ ภูมิปริกมฺมาทิกรณวเสน ปจฺจยุปฺปาทาย นิมิตฺตกรณํ นิมิตฺตกมฺมํ นาม. อุกฺกมนฺตีติ อปคจฺฉนฺติ.
๓๔๔. มณิ กณฺเฐ อสฺสาติ มณิกณฺโฐ. เทววณฺณนฺติ เทวตฺตภาวํ.
๓๔๕. ปาฬิยํ ปตฺเตน เม อตฺโถติ (ปารา. ๓๔๕) อนตฺถิกมฺปิ ปตฺเตน ภิกฺขุํ เอวํ วทาเปนฺโต ภควา โสตฺถิยา มนฺตปทวเสน วทาเปสิ. โสปิ ภิกฺขุ ภควตา อาณตฺตวจนํ วเทมีติ อโวจ, เตนสฺส มุสา น โหติ. อถ วา ‘‘ปตฺเตน เม อตฺโถ’’ติ อิทํ ‘‘ปตฺตํ ททนฺตู’’ติ อิมินา สมานตฺถนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอส นโย มณินา เม อตฺโถติ เอตฺถาปิ. ตสฺมา อญฺเญสมฺปิ เอวรูปํ กเถนฺตสฺส, กถาเปนฺตสฺส จ วจนโทโส นตฺถีติ คเหตพฺพํ.
๓๔๙. อุทฺธํมุขํ ลิตฺตา อุลฺลิตฺตา, ฉทนสฺส อนฺโต ลิมฺปนฺตา หิ เยภุยฺเยน อุทฺธํมุขา ลิมฺปนฺติ. เตนาห ‘‘อนฺโตลิตฺตา’’ติ. อโธมุขํ ลิตฺตา อวลิตฺตา. พหิ ลิมฺปนฺตา หิ เยภุยฺเยน อโธมุขา ลิมฺปนฺติ. เตนาห ‘‘พหิลิตฺตา’’ติ.
พฺยญฺชนํ วิโลมิตํ ภเวยฺยาติ ยสฺมา ‘‘การยมาเนนา’’ติ อิมสฺส เหตุกตฺตุวจนสฺส ‘‘กโรนฺเตนา’’ติ อิทํ สุทฺธกตฺตุวจนํ ปริยายวจนํ น โหติ, ตสฺมา ‘‘กโรนฺเตน วา การาเปนฺเตน วา’’ติ การยมาเนนาติ พหุอุทฺเทสปทานุคุณํ กรณวจเนเนว ปทตฺถํ กตฺวา นิทฺเทเส กเต พฺยญฺชนํ วิรุทฺธํ ภเวยฺย, ตถา ปน ปทตฺถวเสน อทสฺเสตฺวา สามตฺถิยโต สิทฺธเมวตฺถํ ทสฺเสตุํ ปจฺจตฺตวเสน ‘‘กโรนฺโต วา การาเปนฺโต วา’’ติ ปทภาชนํ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘อตฺถมตฺตเมวา’’ติอาทิ. ปทตฺถโต, สามตฺถิยโต จ ลพฺภมานํ อตฺถมตฺตเมวาติ อตฺโถ. ยญฺหิ การยมาเนน ปฏิปชฺชิตพฺพํ, ตํ กโรนฺเตนาปิ ปฏิปชฺชิตพฺพเมวาติ อิทเมตฺถ สามตฺถิยํ ทฏฺฐพฺพํ.
อุทฺเทโสติ สามิภาเวน อุทฺทิสิตพฺโพ. เสตกมฺมนฺติ เสตวณฺณกรณตฺถํ เสตวณฺณมตฺติกาย วา สุธาย วา กตตนุกเลโป, เตน ปน สห มินิยมาเน ปมาณาติกฺกนฺตํ โหตีติ สงฺกานิวารณตฺถํ อาห ‘‘อพฺโพหาริก’’นฺติ. เตน ปมาณาติกฺกนฺตโวหารํ น คจฺฉติ กุฏิยา อนงฺคตฺตาติ อธิปฺปาโย.
ยถาวุตฺตสฺส อตฺถสฺส วุตฺตนยํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘อายามโต จ วิตฺถารโต จา’’ติ อวตฺวา ‘‘อายามโต วา วิตฺถารโต วา’’ติ วิกปฺปตฺถสฺส วา-สทฺทสฺส วุตฺตตฺตา เอกโตภาเค วฑฺฒิเตปิ อาปตฺตีติ ปกาสิตนฺติ อธิปฺปาโย. ติหตฺถาติ ปกติหตฺเถน ติหตฺถา, ‘‘วฑฺฒกีหตฺเถนา’’ติปิ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๓๔๘-๓๔๙) วทนฺติ, ตํ ‘‘ยตฺถ…เป… อยํ กุฏีติ สงฺขฺยํ น คจฺฉตี’’ติ อิมินา วิรุชฺฌติ วฑฺฒกีหตฺเถน ติหตฺถายปิ กุฏิยา ปมาณยุตฺตสฺส มญฺจสฺส สุเขน ปริวตฺตนโต. ‘‘อูนกจตุหตฺถา วา’’ติ อิทญฺจ ปจฺฉิมปฺปมาณยุตฺตสฺส มญฺจสฺส อปริวตฺตนารหํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยทิ หิ ปกติหตฺเถน จตุหตฺถายปิ กุฏิยา ปมาณยุตฺโต มญฺโจ น ปริวตฺตติ, สา อกุฏีเยว, ตสฺมา มญฺจปริวตฺตนมตฺเตเนว ปมาณนฺติ คเหตพฺพํ. ปมาณยุตฺโต มญฺโจติ สพฺพปจฺฉิมปฺปมาณยุตฺโต มญฺโจ. โส หิ ปกติวิทตฺถิยา นววิทตฺถิโก, อฏฺฐวิทตฺถิโก วา โหติ, ตโต ขุทฺทโก มญฺโจ สีสูปธานํ ฐเปตฺวา ปาทํ ปสาเรตฺวา นิปชฺชิตุํ น ปโหติ. ปมาณโต อูนตรมฺปีติ อุกฺกฏฺฐปฺปมาณโต อูนตรมฺปิ, อิทญฺจ เหฏฺฐิมปฺปมาณยุตฺตายปิ วตฺถุเทสนา กาตพฺพา, น วาติ สนฺเทหนิวตฺตนตฺถํ วุตฺตํ.
กลลเลโปติ เกนจิ สิเลเสน กตเลโป, เสตรตฺตาทิวณฺณกรณตฺถํ กตตมฺพมตฺติกาทิกลลเลโป วา. เตนาห ‘‘อเลโป เอวา’’ติ. เตน ตฬากาทีสุ ฆเนน กลเลน กตพหลเลโป มตฺติกาเลปเน เอว ปวิสติ เลปโวหารคมนโตติ ทสฺเสติ. ปิฏฺฐสงฺฆาโฏ นาม ทฺวารพาหสงฺขาโต จตุรสฺสทารุสงฺฆาโฏ, ยตฺถ สอุตฺตรปาสํ กวาฏํ อปสฺสาย ทฺวารํ ปิทหนฺติ.
โอโลเกตฺวาปีติ อปโลเกตฺวาปิ, อปโลกนกมฺมวเสนาปีติ อตฺโถ, อปสทฺทสฺสาปิ โออาเทโส กโตติ ทฏฺฐพฺโพ.
๓๕๓. นิพทฺธโคจรฏฺฐานมฺปีติ เอตฺถ โคจราย ปกฺกมนฺตานํ หตฺถีนํ นิพทฺธคมนมคฺโคปิ สงฺคยฺหติ. เอเตสนฺติ สีหาทีนํ. โคจรภูมีติ อามิสคฺคหณฏฺฐานํ. น คหิตาติ ปฏิกฺขิปิตพฺพภาเวน น คหิตา, น วาริตาติ อตฺโถ. สีหาทีนญฺหิ โคจรคฺคหณฏฺฐานํ หตฺถีนํ วิย นิพทฺธํ น โหติ, ยตฺถ ปน โคมหึสาทิปาณกา สนฺติ, ทูรมฺปิ ตํ ฐานํ สีฆํ คนฺตฺวา โคจรํ คณฺหนฺติ. ตสฺมา เตสํ ตํ น วาริตํ, นิพทฺธคมนมคฺโคว วาริโต อาสยโต คมนมคฺคสฺส นิพทฺธตฺตา. อญฺเญสมฺปิ วาฬานนฺติ อรญฺญมหึสาทีนํ. อาโรคฺยตฺถายาติ นิรุปทฺทวาย. เสสานีติ ปุพฺพณฺณนิสฺสิตาทีนิ โสฬส. ตานิ จ ชนสมฺมทฺทมหาสมฺมทฺทกุฏิวิโลปสรีรปีฬาทิอุปทฺทเวหิ สอุปทฺทวานีติ เวทิตพฺพานิ. อภิหนนฺติ เอตฺถาติ อพฺภาฆาตํ. ‘‘เวริฆร’’นฺติ วุตฺตเมวตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘โจรานํ มารณตฺถาย กต’’นฺติ วุตฺตํ.
ธมฺมคนฺธิกาติ ธมฺเมน ทณฺฑนีติยา หตฺถปาทาทิจฺฉินฺทนคนฺธิกา. คนฺธิกาติ จ ยสฺส อุปริ หตฺถาทึ ฐเปตฺวา ฉินฺทนฺติ, ตาทิสํ ทารุขณฺฑผลกาติ วุจฺจติ, เตน จ อุปลกฺขิตํ ฐานํ. ปาฬิยํ รจฺฉานิสฺสิตนฺติ รถิกานิสฺสิตํ. จจฺจรนิสฺสิตนฺติ จตุนฺนํ รถิกานํ สนฺธินิสฺสิตํ. สกเฏนาติ อิฏฺฐกสุธาทิภณฺฑาหรณสกเฏน.
ปาจินนฺติ เสนาสนสฺส ภูมิโต ปฏฺฐาย ยาว ตลาวสานํ จินิตพฺพวตฺถุกํ อธิฏฺฐานํ, ยสฺส อุปริ ภิตฺติถมฺภาทีนิ จ ปติฏฺฐเปนฺติ. เตนาห ‘‘ตโต ปฏฺฐายา’’ติอาทิ. กิญฺจาปิ อิธ ปุพฺพปโยคสหปโยคานํ อทินฺนาทาเน วิย วิเสโส นตฺถิ, ตถาปิ เตสํ วิภาเคน ทสฺสนํ ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาตพฺพาติ เอตฺถ กุฏิยา เภเทน ปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ กตํ. ตทตฺถายาติ ตจฺฉนตฺถาย. เอวํ กตนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ วา กตํ. ปณฺณสาลนฺติ ปณฺณกุฏิยา ติณปณฺณจุณฺณสฺส อปริปตนตฺถาย อนฺโต จ พหิ จ ลิมฺปนฺติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เตเนว วกฺขติ ‘‘ปณฺณสาลํ ลิมฺปตี’’ติ.
อนฺโตเลเปเนว นิฏฺฐาเปตุกามํ สนฺธาย ‘‘อนฺโตเลเป วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. พหิเลเป วาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตสฺมินฺติ ทฺวารพนฺเธ วา วาตปาเน วา ฐปิเตติ โยเชตพฺพํ. ตสฺโสกาสนฺติ ตสฺส ทฺวารพนฺธาทิสฺส โอกาสภูตํ ฉิทฺทํ. ปุน วฑฺเฒตฺวาติ ปุพฺเพ ฐปิโตกาสํ ขุทฺทกํ เจ, ตํ ทฺวารวาตปานจฺฉิทฺทเภทเนน ปุน วฑฺเฒตฺวา. ฐปิเตติ ทฺวารพนฺเธ วา ควกฺขสงฺฆาเฏ วา อาเนตฺวา ตสฺมึ วฑฺฒิเต วา อวฑฺฒิเต วา ฉิทฺเท ปติฏฺฐาปิเต. เลโป น ฆฏียตีติ สมนฺตโต ทินฺโน เลโป ตถา ฐปิเตน ทฺวารพนฺธเนน วา วาตปาเนน วา สทฺธึ น ฆฏียติ, เอกาพทฺธํ น โหตีติ วุตฺตํ โหติ. ตนฺติ ทฺวารพนฺธํ วา วาตปานํ วา. ปฐมเมว สงฺฆาทิเสโสติ เตสํ สมนฺตโต ปุพฺเพว เลปสฺส ฆเฏตฺวา นิฏฺฐาปิตตฺตา ทฺวารพนฺธวาตปานานํ ฐปนโต ปุพฺเพ เอว สงฺฆาทิเสโส.
เลปฆฏเนเนวาติ อิฏฺฐกาหิ กตวาตปานาทีนิ วินา สมนฺตา เลปฆฏเนเนว อาปตฺติ วาตปานาทีนํ อเลโปกาสตฺตา, อิฏฺฐกาหิ กตตฺตา วา, วาตปานาทีสุปิ เลปสฺส ภิตฺติเลเปน สทฺธึ ฆฏเนเนวาติปิ อตฺถํ วทนฺติ. ตตฺถาติ ปณฺณสาลายํ. อาโลกตฺถาย อฏฺฐงฺคุลมตฺตํ ฐเปตฺวา ลิมฺปตีติ ทารุกุฏฺฏสฺส ทารูนมนฺตรา อฏฺฐงฺคุลมตฺตํ วิวรํ ยาว ลิมฺปติ, ตาว อาโลกตฺถาย ฐเปตฺวา อวเสสํ สกุฏฺฏจฺฉทนํ ลิมฺปติ, ปจฺฉา เอตํ วิวรํ ลิมฺปิสฺสามีติ เอวํ ฐปเน อนาปตฺตีติ อธิปฺปาโย. สเจ ปน เอวํ อกตฺวา สพฺพทาปิ อาโลกตฺถาย วาตปานวเสน ฐเปติ, วาตปานทฺวารสงฺฆาเฏ ฆฏิเต เลโป จ ฆฏียติ, ปฐมเมว สงฺฆาทิเสโสติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สเจ’’ติอาทิ. มตฺติกากุฏฺฏเมว มตฺติกาเลปสงฺขฺยํ คจฺฉตีติ อาห ‘‘สเจ มตฺติกาย กุฏฺฏํ กโรติ, ฉทนเลเปน สทฺธึ ฆฏเน อาปตฺตี’’ติ. อุภินฺนํ อนาปตฺตีติ ปุริมสฺส เลปสฺส อฆฏิตตฺตา ทุติยสฺส อตฺตุทฺเทสิกตาย อสมฺภวโต.
๓๕๔. อาปตฺติเภททสฺสนตฺถนฺติ ตตฺถ ‘‘สารมฺเภ จ อปริกฺกมเน จ ทุกฺกฏํ อเทสิตวตฺถุกตาย, ปมาณาติกฺกนฺตตาย จ สงฺฆาทิเสโส’’ติ เอวํ อาปตฺติเยว วิภาคทสฺสนตฺถํ.
๓๖๑. อนิฏฺฐิเต กุฏิกมฺเมติ เลปปริโยสาเน กุฏิกมฺเม เอกปิณฺฑมตฺเตนปิ อนิฏฺฐิเต. ‘‘อญฺญสฺส ปุคฺคลสฺส วา’’ติ อิทํ มูลฏฺฐสฺส อนาปตฺติทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เยน ปน ลทฺธํ, ตสฺสาปิ ตํ นิฏฺฐาเปนฺตสฺส ‘‘ปเรหิ วิปฺปกตํ อตฺตนา ปริโยสาเปติ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติอาทิวจนโต (ปารา. ๓๖๓) อาปตฺติเยว. ปุพฺเพ กตกมฺมมฺปิ ลทฺธกาลโต ปฏฺฐาย อตฺตโน อตฺถาเยว กตํ นาม โหติ, ตสฺมา เตนาปิ สงฺฆสฺส วา สามเณราทีนํ วา ทตฺวา นิฏฺฐาเปตพฺพํ. ‘‘อญฺญสฺส วา’’ติ อิทํ อนุปสมฺปนฺนํเยว สนฺธาย วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ, เกจิ ปน ‘‘ปรโต ลทฺธาย กุฏิยา นิฏฺฐาปเน อนาปตฺติอาทิโต ปฏฺฐาย อตฺตโน อตฺถาย อกตตฺตา’’ติ วทนฺติ. อปจินิตพฺพาติ ยาว ปาจินา วิทฺธํเสตพฺพา. ภูมิสมํ กตฺวาติ ปาจินตลาวสานํ กตฺวา.
๓๖๔. เลณนฺติ ปพฺพตเลณํ. น เหตฺถ เลโป ฆฏียตีติ ฉทนเลปสฺส อภาวโต วุตฺตํ, วิสุํ เอว วา อนุญฺญาตตฺตา. สเจ เลณสฺส อนฺโต อุปริภาเค จิตฺตกมฺมาทิกรณตฺถํ เลปํ เทนฺติ, อุลฺลิตฺตกุฏิสงฺขฺยํ น คจฺฉติ, วฏฺฏติ เอว. อิฏฺฐกาทีหิ กตํ จตุรสฺสกูฏาคารสณฺฐานํ เอกกณฺณิกาพทฺธํ นาติอุจฺจํ ปฏิสฺสยวิเสสํ ‘‘คุหา’’ติ วทนฺติ, ตาทิสํ มหนฺตมฺปิ อุลฺลิตฺตาวลิตฺตํ กโรนฺตสฺส อนาปตฺติ. ภูมิคุหนฺติ อุมงฺคคุหํ.
อฏฺฐกถาสูติ กุกฺกุฏจฺฉิกเคหนฺติอาทีสุ อฏฺฐกถาสุ ติณกุฏิกา กุกฺกุฏจฺฉิกเคหนฺติ วตฺวา ปุน ตํ วิวรนฺเตหิ อฏฺฐกถาจริเยหิ ฉทนํ ทณฺฑเกหิ…เป… วุตฺตาติ โยชนา ทฏฺฐพฺพา. ตตฺถ ทณฺฑเกหิ ชาลพทฺธํ กตฺวาติ ทีฆโต, ติริยโต จ ฐเปตฺวา วลฺลิยาทีหิ พทฺธทณฺฑเกหิ ชาลํ วิย กตฺวา. โส จาติ อุลฺลิตฺตาทิภาโว. ฉทนเมว สนฺธาย วุตฺโตติ ฉทนสฺส อนฺโต จ พหิ จ ลิมฺปนเมว สนฺธาย วุตฺโต. มตฺติกากุฏฺเฏ ภิตฺติเลปํ วินาปิ ภิตฺติยา สทฺธึ ฉทนเลปสฺส ฆฏนมตฺเตนาปิ อาปตฺติสมฺภวโต ฉทนเลโปว ปธานนฺติ เวทิตพฺพํ. กิญฺจาปิ เอวํ, อถ โข ‘‘อุปจิกาโมจนตฺถเมว เหฏฺฐา ปาสาณกุฏฺฏํ กตฺวา ตํ อลิมฺปิตฺวา อุปริ ลิมฺปติ, เลโป น ฆฏียติ นาม, อนาปตฺติเยวา’’ติอาทิวจนโต ปน ฉทนเลปฆฏนตฺถํ สกลายปิ ภิตฺติยา เลโป อวสฺสํ อิจฺฉิตพฺโพว ตสฺสา เอกเทสสฺส อเลเปปิ ฉทนเลปสฺส อฆฏนโต. เตนาห ‘‘เลโป น ฆฏียตี’’ติ. เอตฺถาติ ติณกุฏิกายํ. น เกวลญฺจ ติณกุฏิกายํ เอว, เลณคุหาทีสุปิ สารมฺภาปริกฺกมนปจฺจยาปิ อนาปตฺติ เอว, อิมินา ปน นเยน อญฺญสฺสตฺถาย กุฏึ กโรนฺตสฺสาปิ สารมฺภาทิปจฺจยาปิ อนาปตฺติภาโว อตฺถโต ทสฺสิโต เอว โหตีติ.
ตตฺถ ปาฬิวิโรธํ ปริหริตุํ ‘‘ยํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – อญฺญสฺส อุปชฺฌายาทิโน อตฺถาย กโรนฺตสฺส สารมฺภาทิปจฺจยาปิ อนาปตฺติ เอว, ยํ ปน ปาฬิยํ ‘‘อาปตฺติการุกานํ ติณฺณํ ทุกฺกฏาน’’นฺติอาทิวจนํ, ตํ อญฺญสฺสตฺถาย กโรนฺตสฺส, น สารมฺภาทิปจฺจยา อาปตฺติทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, กิญฺจรหิ ยถาสมาทิฏฺฐาย กุฏิยา อกรณปจฺจยา อาปตฺติทสฺสนตฺถนฺติ. ตตฺถ ยถาสมาทิฏฺฐายาติ ‘‘ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ, ‘กุฏึ เม กโรถา’ติ สมาทิสติ จ, เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จา’’ติ เอวํ การาปเกน อาณตฺติกฺกมํ มุญฺจิตฺวา กรณปจฺจยาติ อธิปฺปาโย. กตฺถจิ ปน โปตฺถเก ‘‘กุฏิลกฺขณปฺปตฺตมฺปิ กุฏึ อญฺญสฺส…เป… กโรนฺตสฺส อนาปตฺตี’’ติ อิมสฺส ปาฐสฺส อนนฺตรํ ‘‘ยํ ปน อาปตฺติ การุกาน’’นฺติอาทิปาโฐ ทิสฺสติ, โสว ยุตฺตตโร. เอวญฺหิ สติ ตตฺถ อธิปฺปาโย ปากโฏ โหติ.
อนาปตฺตีติ วตฺวาติ วาสาคารตฺถาย เอว อนิยมิตตฺตา อนาปตฺตีติ วตฺวา. อเทสาเปตฺวา กโรโตติ ปมาณยุตฺตมฺปิ กโรโต. อจิตฺตกนฺติ ปณฺณตฺติอชานนจิตฺเตน อจิตฺตกํ. อุลฺลิตฺตาทีนํ อญฺญตรตา, เหฏฺฐิมปฺปมาณสมฺภโว, อเทสิตวตฺถุกตา, ปมาณาติกฺกนฺตตา, อตฺตุทฺเทสิกตา, วาสาคารตา, เลปฆฏนาติ สตฺต วา ปมาณยุตฺตงฺคาทีสุ ฉ วา องฺคานิ.
กุฏิการสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. วิหารการสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๖๕. สตฺตเม ปูชาวจนปฺปโยเค กตฺตริ สามิวจนสฺสปิ อิจฺฉิตตฺตา ‘‘คามสฺส วา ปูชิต’’นฺติ วุตฺตํ. รูปินฺทฺริเยสุ วิชฺชมานํ สนฺธาย เอกินฺทฺริยตา วุจฺจตีติ อาห ‘‘กายินฺทฺริยํ สนฺธายา’’ติ. เต หิ มนินฺทฺริยมฺปิ ภูตคามานํ อิจฺฉนฺติ.
๓๖๖. กิริยโต สมุฏฺฐานาภาโวติ วตฺถุโน อเทสนาสงฺขาตํ อกิริยํ วินา น เกวลํ กิริยาย สมุฏฺฐานภาโว. กิริยากิริยโต หิ อิทํ สมุฏฺฐาติ. อิมสฺมึ สิกฺขาปเท ภิกฺขู วา อนภิเนยฺยาติ เอตฺถ วา-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ, เตน ‘‘มหลฺลกญฺจ วิหารํ กเรยฺย, ภิกฺขู จ อนภิเนยฺยา’’ติ กิริยญฺจ อกิริยญฺจ สมุจฺจิโนติ.
วิหารการสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ปฐมทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๘๐. อฏฺฐเม ปากาเรน จ ปริกฺขิตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. โคปุรฏฺฏาลกยุตฺตนฺติ เอตฺถ ปากาเรสุ ยุทฺธตฺถาย กโต วงฺกสณฺฐาโน สรกฺเขปฉิทฺทสหิโต ปติสฺสยวิเสโส อฏฺฏาลโก นาม.
โสฬสวิธสฺสาติ จตูหิ มคฺเคหิ ปจฺเจกํ จตูสุ สจฺเจสุ กตฺตพฺพสฺส ปริญฺญาปหานสจฺฉิกิริยาภาวนาสงฺขาตสฺส โสฬสวิธสฺส. เต คารเวนาติ เต กิลนฺตรูปา ภิกฺขู ภตฺตุทฺเทสกฏฺฐาเน สนฺนิปติตานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต อตฺตโน กิลนฺตสรีรํ ทสฺเสตฺวา อุทฺทิสาปเน คารเวน, ลชฺชายาติ อตฺโถ. เตรสปีติ ภตฺตุทฺเทสกเสนาสนคาหาปกภณฺฑาคาริกจีวรปฏิคฺคาหกจีวรภาชกยาคุภาชกผลภาชกขชฺชภาชกอปฺปมตฺตกวิสฺสชฺชกสาฏิยคาหาปกปตฺตคาหาปกอารามิกเปสกสามเณรเปสกสมฺมุตีนํ วเสน เตรสปิ.
ปาฬิยํ ‘‘อปิสู’’ติ อิทํ ‘‘อปิจา’’ติ อิมินา สมานตฺโถ นิปาโต. เอวํ สพฺพปเทสูติ ปีฐาทีสุ เสนาสนสาธารเณสุ, กติกสณฺฐานปเวสนิกฺขมนกาลาทีสุ ปน วิสุํ วิสุํ อธิฏฺฐหิตฺวา กถาเปตีติ เวทิตพฺพํ. อยญฺหิ นิมฺมิตานํ ธมฺมตาติ อนิยเมตฺวา นิมฺมิตานํ วเสน วุตฺตํ, นิยเมตฺวา ปน ‘‘เอตฺตกา อิทญฺจิทญฺจ กเถนฺตุ, เอตฺตกา ตุณฺหี ภวนฺตุ, นานาปฺปการํ อิริยาปถํ, กิริยญฺจ กปฺเปนฺตุ, นานาวณฺณสณฺฐานวโยนิยมา จ โหนฺตู’’ติ ปริกมฺมํ กตฺวา สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย อธิฏฺฐิเต อิจฺฉิติจฺฉิตปฺปการา อญฺญมญฺญมฺปิ วิสทิสาว โหนฺติ. อวตฺถุกวจนนฺติ นิรตฺถกวจนํ.
๓๘๓. เอกจาริกภตฺตนฺติ อติมนาปตฺตา สพฺเพสมฺปิ ปฏิลาภตฺถาย วิสุํ ฐิติกาย ปาเปตพฺพภตฺตํ. ตทฺธิตโวหาเรนาติ จตฺตาริ ปมาณมสฺส จตุกฺกนฺติ เอวํ ตทฺธิตโวหาเรน. ภโวติ ภวิตพฺโพ. อตีตํ ทิวสภาคนฺติ ตสฺมิญฺเญว ทิวเส สลากทานกฺขณํ สนฺธาย วุตฺตํ. หิยฺโยติ อิมสฺส อชฺช อิจฺเจว อตฺโถ. เตเนวาหํสุ ‘‘เสฺว อเมฺห’’ติอาทิ. ปธูปายนฺตาติ ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโกธวเสน ปธูปายนฺตา. ปาฬิยํ กิสฺส มนฺติ เกน การเณน มยาติ อตฺโถ.
๓๘๔. ‘‘สรสิ ตฺว’’นฺติ อิทํ เอกํ วากฺยํ กตฺวา, ‘‘กตฺตา’’ติ อิทญฺจ กตฺตริ ริตุปจฺจยนฺตํ กตฺวา, ‘‘อสี’’ติ อชฺฌาหารปเทน สห เอกวากฺยํ กตฺวา, ‘‘เอวรูป’’นฺติ อิทํ, ‘‘ยถายํ ภิกฺขุนี อาหา’’ติ อิทญฺจ ทฺวีสุ วาเกฺยสุ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. อุชุกเมวาติ ตฺวา-ปจฺจยนฺตวเสน ปฐมํ อตฺถคฺคหณํ อุชุกนฺติ อธิปฺปาโย.
ทุติโย ทพฺพ-สทฺโท ปณฺฑิตาทิวจโนติ อาห ‘‘น โข ทพฺพ ทพฺพา ปณฺฑิตา’’ติ. นิพฺเพเฐนฺตีติ โทสโต โมเจนฺติ. วินยลกฺขเณ ตนฺตินฺติ วินยวินิจฺฉยลกฺขณวิสเย อาคมํ ฐเปนฺโต. ปาฬิยํ ยโต อหนฺติอาทีสุ ยสฺมึ กาเล อหํ ชาโต, ตโต ปภุติ สุปินนฺเตนปิ เมถุนํ ธมฺมํ นาภิชานามิ, น จ ตสฺส เมถุนธมฺมสฺส ปฏิเสวิตา อโหสินฺติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตนาห ‘‘สุปินนฺเตนปี’’ติอาทิ. อิทานิ เอกวากฺยวเสน โยชนํ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น ฆฏตีติ ยสฺมา ขีณาสวสฺส วจเนน เอติสฺสา วจนํ น สเมติ, ตญฺจ น ฆฏนํ ยสฺมา ปุพฺเพ ภิกฺขูสุ ปสิทฺธาย เอว อจฺจนฺตทุสฺสีลตาย เอว อโหสิ, ตสฺมา เมตฺติยํ ภิกฺขุนึ นาเสถาติ อธิปฺปาโย.
จร ปิเรติ จร คจฺฉ ปิเร ปร อมามก ตฺวํ. วินสฺสาติ อทสฺสนํ คจฺฉ. อการิกาติ อมูลเกน โจทนาย น การิกา. การโก โหตีติ ‘‘อยฺเยนมฺหิ ทูสิตา’’ติ อิมาย ปฏิญฺญาย ยทิ นาสิตา, ตทา เถโร ภิกฺขุนีทูสกตฺตสิทฺธิโต ตสฺส โทสสฺส การโก โหติ. อการโก โหตีติ ตาย กตปฏิญฺญํ อนเปกฺขิตฺวา สามญฺญโต ‘‘เมตฺติยํ ภิกฺขุนึ นาเสถา’’ติ ภควตา วุตฺตตฺตา อการโก โหติ. ยทิ หิ เถโร การโก ภเวยฺย, อวสฺสํ ตเมว โทสํ อปทิสิตฺวา อิมินา นาม การเณน ‘‘เมตฺติยํ ภิกฺขุนึ นาเสถา’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, ตถา อวุตฺตตฺตา, ‘‘ทพฺพญฺจ อนุยุญฺชถา’’ติ อวตฺวา ‘‘อิเม จ ภิกฺขู อนุยุญฺชถา’’ติ วุตฺตตฺตา จ สามตฺถิยโต เมตฺติยาย ภิกฺขุนิยา อญฺเญน โทเสน นาสนารหตา, วตฺถุสฺส จ อมูลกภาโว, เถรสฺส อการกภาโว จ สิทฺโธ โหตีติ อธิปฺปาโย.
อตฺตโน สุตฺตนฺติ ‘‘สกาย ปฏิญฺญายา’’ติ อิมินา ปกฺเขปวจเนน สหิตํ กูฏสุตฺตํ. เถโร การโก โหตีติ เอตฺถ อยมธิปฺปาโย – ‘‘สกาย ปฏิญฺญายา’’ติ อวตฺวา สามญฺญโต ‘‘เมตฺติยํ ภิกฺขุนึ นาเสถา’’ติ โอติณฺณวตฺถุสฺมึเยว ตสฺสา นาสนา วิหิตาติ ตุมฺหากํ วาเท เถโร การโก โหติ, ‘‘สกาย ปฏิญฺญายา’’ติ ปน วุตฺเต ปุพฺเพเยว สิทฺธสฺส ปาราชิกสฺส สุจิกาย อสฺสา สกาย ปฏิญฺญาย นาเสถาติ สิชฺฌนโต อมฺหากํ วาเท เถโร อการโก โหตีติ. มหาวิหารวาสีนมฺปิ ปน ‘‘สกาย ปฏิญฺญายา’’ติ วุตฺเต โอติณฺณวตฺถุสฺมึเยว ตสฺสา นาสนา วิหิตา โหติ, น สามญฺญโตติ อธิปฺปาโย. เอตฺถาติ อิเมสุ ทฺวีสุ วาเทสุ, สุตฺเตสุ วา. ยํ ปจฺฉา วุตฺตนฺติ มหาวิหารวาสีหิ ยํ วุตฺตํ, ตํ ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. วิจาริตํ เหตนฺติ เอตํ ปจฺฉิมสฺส ยุตฺตตฺตํ วิจาริตํ, ‘‘ตตฺร สงฺฆาทิเสโส วุฏฺฐานคามินี…เป… อสุทฺธตาเยว นาเสสี’’ติ วกฺขมานนเยน วินิจฺฉิตนฺติ อตฺโถ. ‘‘ภิกฺขุนึ อนุทฺธํเสติ ทุกฺกฏ’’นฺติ อิมินา มหาอฏฺฐกถาวาโท ทสฺสิโต.
ตตฺราติ เตสุ ทุกฺกฏปาจิตฺติเยสุ. ทุกฺกฏนฺติ วุตฺตมหาอฏฺฐกถาวาทสฺส อธิปฺปายํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ปาจิตฺติย’’นฺติ ปวตฺตสฺส กุรุนฺทิวาทสฺส อธิปฺปายํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปจฺฉิมนเยปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. วจนปฺปมาณโตติ วิสํวาทนาธิปฺปาเย สมาเนปิ อนุทฺธํสนาทิวิเสเส สงฺฆาทิเสสาทิโน วิธายกวจนพเลนาติ อตฺโถ. ภิกฺขุสฺส ปน ภิกฺขุนิยา ทุกฺกฏนฺติ ภิกฺขุนึ อนุทฺธํเสนฺตสฺส ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏํ.
เอวํ ทฺวีสุปิ อฏฺฐกถาวจเนสุ อธิปฺปายํ วิภาเวตฺวา อิทานิ ปจฺฉิเม ปาจิตฺติยวาเท โทสํ ทสฺเสตฺวา ปุริมทุกฺกฏวาทเมว ปติฏฺฐาเปตุํ ‘‘ตตฺร ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วิสุนฺติ สมฺปชานมุสาวาเท ปาจิตฺติยโต (ปาจิ. ๑) วิสุํ ปาจิตฺติยํ วุตฺตํ, ตตฺถ อนนฺโตคธภาวาติ อธิปฺปาโย. ตสฺมาติ ยสฺมา อมูลกานุทฺธํสเน วิสุญฺเญว ปาจิตฺติยํ ปญฺญตฺตํ, ตสฺมา ปุริมนโยติ ทุกฺกฏวาโท. เอวํ อนฺตรา ปวิฏฺฐํ ทุกฺกฏปาจิตฺติยวาทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปากฏเมว อตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘ตถา ภิกฺขุนี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ตถาติ ยถา ภิกฺขุสฺส ภิกฺขุํ, ภิกฺขุนิญฺจ อนุทฺธํเสนฺตสฺส สงฺฆาทิเสสทุกฺกฏานิ วุตฺตานิ, ตถาติ อตฺโถ. เอเตหิ นาสนา นตฺถีติ สามญฺญโต วุตฺตํ, ทุกฺกเฏน อิมิสฺสา ปน นาสนา นตฺถีติ อธิปฺปาโย. ทุสฺสีลาติ ปาราชิกา.
๓๘๖. อาการนานตฺเตนาติ ทูสิตาการสฺส, ทูสกาการสฺส จ นานตฺเตน. อนภิรทฺโธติ อตุฏฺโฐ. เตนาห ‘‘น สุขิโต’’ติ. น ปสาทิโตติ อนุปฺปาทิตปฺปสาโท. ขีล-สทฺโท ถทฺธภาววจโน, กจวรปริยาโย จ โหตีติ อาห ‘‘จิตฺต…เป… ขีล’’นฺติ. นปฺปตีโตติ ปีติสุขาทีหิ น อภิคโต น อุปคโต. เตนาห ‘‘น อภิสโฏ’’ติ.
เยน ทุฏฺโฐติ จ กุปิโตติ จ วุตฺโตติ เอตฺถ เยน ทุฏฺโฐติ จ วุตฺโต เยน กุปิโตติ จ วุตฺโต, ตํ มาติกายญฺจ ปทภาชเน (ปารา. ๓๘๖) จ วุตฺตํ อุภยมฺเปตนฺติ โยเชตพฺพํ. ทฺวีหีติ ‘‘เตน จ โกเปน, เตน จ โทเสนา’’ติ วุตฺตโกปโทสปเทหิ ทฺวีหิ, อตฺถโต ปน ทฺวีหิปิ โทโสว ทสฺสิโตติ อาห ‘‘สงฺขารกฺขนฺธเมว ทสฺเสตี’’ติ. ยายาติ อนตฺตมนตาย.
น จุทิตกวเสนาติ ยทิ จุทิตกวเสนาปิ อมูลกํ อธิปฺเปตํ สิยา, อมูลกํ นาม อนชฺฌาปนฺนนฺติ ปทภาชนํ วเทยฺยาติ อธิปฺปาโย. ยํ ปาราชิกนฺติ ภิกฺขุโน อนุรูเปสุ เอกูนวีสติยา ปาราชิเกสุ อญฺญตรํ. ปทภาชเน (ปารา. ๓๘๖) ปน ภิกฺขุวิภงฺเค อาคตาเนว คเหตฺวา ‘‘จตุนฺนํ อญฺญตเรนา’’ติ วุตฺตํ. เอตํ อิธ อปฺปมาณนฺติ เอตํ อาปนฺนานาปนฺนตํ อิธานุทฺธํสเน อาปตฺติยา อนงฺคํ, อาปตฺตึ ปน อาปนฺเน วา อนาปนฺเน วา ปุคฺคเล ‘‘อนาปนฺโน เอโส สุทฺโธ’’ติ สุทฺธสญฺญาย วา วิมติยา วา จาวนาธิปฺปาโยว อิธ องฺคนฺติ อธิปฺปาโย.
ตเถวาติ ปสาทโสเตน, ทิพฺพโสเตน วาติ อิมมตฺถํ อติทิสติ. ทิฏฺฐานุสาเรเนว สมุปฺปนฺนา ปริสงฺกาว ทิฏฺฐปริสงฺกิตํ นาม. เอวํ เสเสสุปิ. ‘‘อทิสฺวา วา’’ติ อิทํ อุกฺกฏฺฐวเสน วุตฺตํ, ทิสฺวา ปกฺกนฺเตสุปิ โทโส นตฺถิเยว. อิเมสนฺติ อิเมหิ. กริสฺสนฺตีติ ตสฺมึ ขเณ อุปฺปชฺชนาการทสฺสนํ, ปจฺฉา ปน เอตฺตเกน กาเลน กตํ วาติ สงฺกาย โจเทติ. น หิ กริสฺสนฺตีติ โจทนา อตฺถิ. ‘‘อริฏฺฐํ ปีต’’นฺติ อิทํ มุเข สุราคนฺธวายนนิมิตฺตทสฺสนํ. อริฏฺฐญฺหิ สุราสทิสวณฺณคนฺธํ กปฺปิยเภสชฺชํ.
ทิฏฺฐํ อตฺถิ สมูลกนฺติอาทีสุ อชฺฌาจารสฺส สมฺภวาสมฺภวานํ มูลามูลภาวทสฺสนํ. อตฺถิ สญฺญาสมูลกนฺติอาทิ ปน ทิฏฺฐสญฺญาย สมฺภวาสมฺภวานํ มูลามูลภาวทสฺสนํ. ทิสฺวาว ทิฏฺฐสญฺญี หุตฺวา โจเทตีติ เอตฺถ ยํ โจเทติ, ตโต อญฺญํ ปุคฺคลํ วีติกฺกมนฺตํ, ปฏิจฺฉนฺโนกาสโต นิกฺขมนฺตํ วา ทิสฺวา ‘‘อยํ โส’’ติ สญฺญาย โจเทนฺโตปิ สงฺคยฺหติ. เอส นโย สุตาทีสุปิ. สมูลเกน วา สญฺญาสมูลเกน วาติ เอตฺถ ปาราชิกมาปนฺนํ ทิฏฺฐาทิมูลเกน จ ‘‘อยํ อาปนฺโน’’ติ อสุทฺธสญฺญาย โจเทนฺโต สมูลเกน โจเทติ นาม. สญฺญาสมูลกตฺเต เอว อนาปตฺติสมฺภวโต อาปนฺเน วา อนาปนฺเน วา ปุคฺคเล อาปนฺนสญฺญี ทิฏฺฐาทีสุ, อทิฏฺฐาทีสุ วา มูเลสุ ทิฏฺฐสุตาทิสญฺญี เตน ทิฏฺฐาทิมูลเกน ตํ ปุคฺคลํ โจเทนฺโต สญฺญาสมูลเกน โจเทติ นาม. อิเมสํ อนาปตฺติ, วุตฺตวิปริยาเยน อาปตฺติวาเร อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
สมีเป ฐตฺวาติ หตฺถวิการวจีโฆสานํ โจทนาวเสน ปวตฺติยมานานํ ทสฺสนสวนูปจาเร ฐตฺวาติ อตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘ทฺวาทสหตฺถพฺภนฺตเร ฐตฺวา’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๓๘๕-๓๘๖) วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ. ปรโต พฺยติเรกโต อนาปตฺตึ ทสฺเสนฺเตน ‘‘ทูตํ วา ปณฺณํ วา สาสนํ วา เปเสตฺวา’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, น ปน ‘‘ทฺวาทสหตฺถํ มุญฺจิตฺวา โจเทนฺตสฺส สีสํ น เอตี’’ติ วุตฺตํ. วาจาย วาจายาติ สกึ อาณตฺตสฺส สกลมฺปิ ทิวสํ วทโต วาจาย วาจาย โจทาปกสฺเสว อาปตฺติ. โสปีติ อาณตฺโตปิ. ตสฺส จ ‘‘มยาปิ ทิฏฺฐ’’นฺติอาทึ อวตฺวาปิ ‘‘อมูลก’’นฺติ สญฺญาย จาวนาธิปฺปาเยน ‘‘ตฺวํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโนสี’’ติ อิทเมว วาจํ ปรสฺส วจนํ วิย อกตฺวา สามญฺญโต วทนฺตสฺสาปิ สงฺฆาทิเสโส เอว. สติปิ ปน อนุทฺธํสนาธิปฺปาเย ‘‘อสุเกน เอวํ วุตฺต’’นฺติ ปเรน วุตฺตเมว วทนฺตสฺส นตฺถิ สงฺฆาทิเสโส. สเจ ปน ปเรน อวุตฺตมฺปิ วุตฺตนฺติ วทติ, อาปตฺติ เอว.
สมฺพหุลา สมฺพหุเล สมฺพหุเลหิ วตฺถูหีติ เอตฺถ สมฺพหุเลติ จุทิตกพหุตฺตนิทฺเทเสน ปุริเมสุ ตีสุ วาเรสุ จุทิตกพหุตฺเตนาปิ วารเภทสพฺภาวํ ญาเปติ. เอกสฺมิญฺหิ จุทิตกวตฺถุโจทกเภเทน อิทํ จตุกฺกํ วุตฺตํ, จุทิตกพหุตฺเตนาปิ จตุกฺกนฺตรํ ลพฺภตีติ อฏฺฐกํ โหติ เอว.
อมูลกโจทนาปสงฺเคน สมูลกโจทนาลกฺขณาทึ ทสฺเสตุํ ‘‘โจเทตุํ ปน โก ลภตี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ภิกฺขุสฺส สุตฺวา โจเทตีติอาทิ สุตฺตํ ยสฺมา เย โจทกสฺส อญฺเญสํ วิปตฺตึ ปกาเสนฺติ, เตปิ ตสฺมึ ขเณ โจทกภาเว ฐตฺวาว ปกาเสนฺติ, เตสญฺจ วจนํ คเหตฺวา อิตโรปิ ยสฺมา โจเทตุญฺจ อสมฺปฏิจฺฉนฺตํ เตหิ ติตฺถิยสาวกปริโยสาเนหิ ปฐมโจทเกหิ สมฺปฏิจฺฉาเปตุญฺจ ลภติ, ตสฺมา อิธ สาวกภาเวน อุทฺธฏนฺติ เวทิตพฺพํ.
ทูตํ วาติอาทีสุ ‘‘ตฺวํ เอวํ คนฺตฺวา โจเทหี’’ติ ทูตํ วา เปเสตฺวา โย โจเทตุํ สกฺโกติ, ตสฺส ปณฺณํ, มูลสาสนํ วา เปเสตฺวา. สมเยนาติ ปกติยา ชานนกฺขเณ.
ครุกานํ ทฺวินฺนนฺติ ปาราชิกสงฺฆาทิเสสานํ. มิจฺฉาทิฏฺฐิ นาม ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตา (ม. นิ. ๑.๔๔๕; ๒.๙๔, ๙๕, ๒๒๕; ๓.๙๑, ๑๑๖, ๑๓๖; สํ. นิ. ๓.๒๑๐) ทสวตฺถุกา ทิฏฺฐิ, สสฺสตุจฺเฉทสงฺขาตํ อนฺตํ คณฺหาปกทิฏฺฐิ อนฺตคฺคาหิกา นาม. อาชีวเหตุ ปญฺญตฺตานํ ฉนฺนนฺติ อาชีวเหตุปิ อาปชฺชิตพฺพานํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมปาราชิกํ (ปารา. ๑๙๕), สญฺจริตฺเต (ปารา. ๓๐๑, ๓๐๒) สงฺฆาทิเสโส, ‘‘โย เต วิหาเร วสติ, โส อรหา’’ติ (ปารา. ๒๒๐) ปริยาเยน ถุลฺลจฺจยํ, ภิกฺขุสฺส ปณีตโภชนวิญฺญตฺติยา ปาจิตฺติยํ (ปาจิ. ๒๕๗), ภิกฺขุนิยาปณีตโภชนวิญฺญตฺติยา ปาฏิเทสนียํ (ปาจิ. ๑๒๓๖), สูโปทนวิญฺญตฺติยา (ปาจิ. ๖๑๒-๖๑๓) ทุกฺกฏนฺติ อิเมสํ ปริวาเร (ปริ. ๒๘๗) วุตฺตานํ ฉนฺนํ. น เหตา อาปตฺติโย อาชีวเหตุ เอว ปญฺญตฺตา สญฺจริตฺตาทีนํ อญฺญถาปิ อาปชฺชิตพฺพโต. อาชีวเหตุปิ เอตาสํ อาปชฺชนํ สนฺธาย เอวํ วุตฺตํ, อาชีวเหตุปิ ปญฺญตฺตานนฺติ อตฺโถ. น เกวลญฺจ เอตา เอว, อญฺญาปิ อทินฺนาทานกุลทูสนปาณวธเวชฺชกมฺมาทิวเสน อาชีวเหตุ อาปชฺชิตพฺพาปิ สนฺติ, ตา ปน อาปตฺติสภอาคตาย ปาราชิกาทีสุ ฉสุ เอว สงฺคยฺหนฺตีติ วิสุํ น วุตฺตาติ เวทิตพฺพา.
เอตฺตาวตา ปน สีสํ น เอตีติ สงฺฆาทิเสสํ สนฺธาย วุตฺตํ, โจทนา ปน กตา เอว โหติ. ตึสานีติ ตึสํ เอเตสมตฺถีติ ตึสานิ, ตึสาธิกานีติ วุตฺตํ โหติ. นวุตานีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
อตฺตาทานํ อาทาตุกาเมนาติ เอตฺถ อตฺตนา อาทาตพฺพโต ทิฏฺฐาทิมูลเกหิ คเหตพฺพโต ปรสฺส วิปฺผนฺทิตุํ อทตฺวา ปคฺคณฺหนโต อตฺตาทานนฺติ โจทนา วุจฺจติ, ตํ อาทาตุกาเมน, โจทนํ กตฺตุกาเมนาติ อตฺโถ.
อุพฺพาหิกายาติ อุพฺพหนฺติ วิโยเชนฺติ เอตาย อลชฺชีนํ ตชฺชนึ วา กลหํ วาติ อุพฺพาหิกา, สงฺฆสมฺมุติ, ตาย. วินิจฺฉินนํ นาม ตาย สมฺมตภิกฺขูหิ วินิจฺฉนนเมว. อลชฺชุสฺสนฺนาย หิ ปริสาย สมถกฺขนฺธเก (จูฬว. ๒๒๗) อาคเตหิ ทสงฺเคหิ สมนฺนาคตา เทฺว ตโย ภิกฺขู ตตฺเถว วุตฺตาย ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย สมฺมนฺนิตพฺพา, เตหิ จ สมฺมเตหิ วิสุํ วา นิสีทิตฺวา, ตสฺสา เอว วา ปริสาย ‘‘อญฺเญหิ น กิญฺจิ กเถตพฺพ’’นฺติ สาเวตฺวา ตํ อธิกรณํ วินิจฺฉิตพฺพํ.
กิมฺหีติ กิสฺมึ วตฺถุสฺมึ, กตรวิปตฺติยนฺติ อตฺโถ. ‘‘กิมฺหิ นํ นามา’’ติ อิทํ ‘‘กตราย วิปตฺติยา เอตํ โจเทสี’’ติ ยาย กายจิ วิญฺญายมานาย ภาสาย วุตฺเตปิ โจทกสฺส วินเย อปกตญฺญุตาย ‘‘สีลาจารทิฏฺฐิอาชีววิปตฺตีสุ กตรายาติ มํ ปุจฺฉตี’’ติ ญาตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ปุจฺฉา, น ปน กิมฺหีติอาทิปทตฺถมตฺตํ อชานนฺตสฺส. น หิ อนุวิชฺชโก โจทกํ พาลํ อปริจิตภาสาย ‘‘กิมฺหิ น’’นฺติ ปุจฺฉติ. ‘‘กิมฺหิ นมฺปิ น ชานาสี’’ติ อิทมฺปิ วจนมตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ น โหติ, ‘‘กตรวิปตฺติยา’’ติ วุตฺเต ‘‘อสุกาย วิปตฺติยา’’ติ วตฺตุมฺปิ น ชานาสีติ วจนสฺส อธิปฺปายเมว สนฺธาย วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. เตเนว วกฺขติ ‘‘พาลสฺส ลชฺชิสฺส นโย ทาตพฺโพ’’ติ วตฺวา จ ‘‘กิมฺหิ นํ โจเทสีติ สีลวิปตฺติยา’’ติอาทิ อธิปฺปายปฺปกาสนเมว นยทานํ วุตฺตํ, น ปน กิมฺหิ-นํ-ปทานํ ปริยายมตฺตทสฺสนํ. น หิ พาโล ‘‘กตรวิปตฺติยํ นํ โจเทสี’’ติ อิมสฺส วจนสฺส อตฺเถ ญาเตปิ วิปตฺติปฺปเภทนํ, อตฺตนา โจทิยมานํ วิปตฺติสรูปญฺจ ชานิตุํ สกฺโกติ, ตสฺมา เตเนว อชานเนน อลชฺชี อปสาเทตพฺโพ. ‘‘กิมฺหิ น’’นฺติ อิทมฺปิ อุปลกฺขณมตฺตํ, อญฺเญน วา เยน เกนจิ อากาเรน อวิญฺญุตํ ปกาเสตฺวา วิสฺสชฺเชตพฺโพว.
‘‘ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหายา’’ติอาทิวจนโต (ปารา. ๓๙; ปริ. ๒) ‘‘อลชฺชีนิคฺคหตฺถาย…เป… ปญฺญตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. เอหิตีติ หิ-กาโร เอตฺถ อาคโม ทฏฺฐพฺโพ, อาคมิสฺสตีติ อตฺโถ. ทิฏฺฐสนฺตาเนนาติ ทิฏฺฐนิยาเมน. อลชฺชิสฺส ปฏิญฺญาย เอว กาตพฺพนฺติ วจนปฏิวจนกฺกเมเนว โทเส อาวิภูเตปิ อลชฺชิสฺส ‘‘อสุทฺโธห’’นฺติ โทสสมฺปฏิจฺฉนปอญฺญาย เอว อาปตฺติยา กาตพฺพนฺติ อตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘อลชฺชิสฺส เอตํ นตฺถีติ สุทฺธปฏิญฺญาย เอว อนาปตฺติยา กาตพฺพนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถ สงฺคหิโต’’ติ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ อนุวิชฺชกสฺเสว นิรตฺถกตฺตาปตฺติโต โจทเกเนว อลชฺชิปฏิญฺญาย ฐาตพฺพโต. โทสาปคมปฏิญฺญา เอว หิ อิธ ปฏิญฺญาติ อธิปฺเปตา. เตเนว วกฺขติ ‘‘เอตมฺปิ นตฺถีติ ปฏิญฺญํ น เทตี’’ติอาทิ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๘๕-๓๘๖).
ตทตฺถทีปนตฺถนฺติ อลชฺชิสฺส โทเส อาวิภูเตปิ ตสฺส โทสาปคมปฏิญฺญาย เอว กาตพฺพตาทีปนตฺถํ. วิวาทวตฺถุสงฺขาเต อตฺเถ ปจฺจตฺถิกา อตฺถปจฺจตฺถิกา. สญฺญํ ทตฺวาติ เนสํ กถาปจฺเฉทตฺถํ, อภิมุขกรณตฺถญฺจ สทฺทํ กตฺวา. วินิจฺฉินิตุํ อนนุจฺฉวิโกติ ‘‘อสุทฺโธ’’ติ สญฺญาย โจทกปกฺเข ปวิฏฺฐตฺตา อนุวิชฺชกภาวโต พหิภูตตฺตา อนุวิชฺชิตุํ อสกฺกุเณยฺยตํ สนฺธาย วุตฺตํ. สนฺเทเห เอว หิ สติ อนุวิชฺชิตุํ สกฺกา, อสุทฺธทิฏฺฐิยา ปน สติ จุทิตเกน วุตฺตํ สพฺพํ อสจฺจโตปิ ปฏิภาติ, กถํ ตตฺถ อนุวิชฺชนา สิยาติ.
‘‘ตถา นาสิตโกว ภวิสฺสตี’’ติ อิมินา วินิจฺฉยํ อทตฺวา สงฺฆโต วิโยชนํ นาม ลิงฺคนาสนา วิย อยมฺปิ เอโก นาสนปฺปกาโรติ ทสฺเสติ. วิรทฺธํ โหตีติ สญฺจิจฺจ อาปตฺตึ สหสา อาปนฺโน โหติ. ‘‘อาทิโต ปฏฺฐาย อลชฺชี นาม นตฺถี’’ติ อิทํ ‘‘ปกฺขานุรกฺขณตฺถาย ปฏิญฺญํ น เทตี’’ติ อิมสฺส อลชฺชิลกฺขณสมฺภวสฺส การณวจนํ. ปฏิจฺฉาทิตกาลโต ปฏฺฐาย อลชฺชี นาม เอว, ปุริโม ลชฺชิภาโว น รกฺขตีติ อตฺโถ. ปฏิญฺญํ น เทตีติ สเจ มยา กตโทสํ วกฺขามิ, มยฺหํ อนุวตฺตกา ภิชฺชิสฺสนฺตีติ ปฏิญฺญํ น เทติ. ฐาเน น ติฏฺฐตีติ ลชฺชิฏฺฐาเน น ติฏฺฐติ, กายวาจาสุ วีติกฺกโม โหติ เอวาติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘วินิจฺฉโย น ทาตพฺโพ’’ติ, ปุพฺเพ ปกฺขิกานํ ปฏิญฺญาย วูปสมิตสฺสาปิ อธิกรณสฺส ทุวูปสนฺตตาย อยมฺปิ ตถา นาสิตโกว ภวิสฺสตีติ อธิปฺปาโย.
จุทิตกโจทเกสุ ปฏิปตฺตึ ญตฺวาติ ‘‘ตุเมฺห อมฺหากํ วินิจฺฉเยน ตุฏฺฐา ภวิสฺสถา’’ติอาทินา วุตฺตํ จุทิตกโจทเกสุ อนุวิชฺชเกน ปฏิปชฺชิตพฺพกมฺมํ ญตฺวา. วินิจฺฉโย มชฺเฌติ อาปตฺตีติ วา อนาปตฺตีติ วา วินิจฺฉยปริโยสานอนุวิชฺชนานํ มชฺฌํ นามาติ อตฺโถ.
อมูลกมฺปิ สมูลกํ กตฺวา วทนฺตีติ อาห ‘‘เทฺว มูลานี’’ติ. กาเลน วกฺขามีติอาทีสุ โอกาสํ การาเปตฺวา วทนฺโต กาเลน วทติ นาม. สลากคฺคยาคุอคฺคภิกฺขาจารฏฺฐานาทีสุ โจเทนฺโต อกาเลน วทติ นาม. โทสโต วุฏฺฐาเปตุกามตาย วทนฺโต อตฺถสํหิเตน วทติ นาม. โทสนฺตโรติ โทสจิตฺโต. ปนฺนรสสุ ธมฺเมสูติ ‘‘ปริสุทฺธกายสมอาจารตา, ตถา วจีสมาจารตา, สพฺรหฺมจารีสุ เมตฺตจิตฺตตา, พหุสฺสุตตา, อุภินฺนํ ปาติโมกฺขานํ สฺวาคตาทิตา, กาเลน วกฺขามี’’ติอาทินา (ปริ. ๓๖๒) วุตฺตปญฺจธมฺมา จ การุญฺญตา, หิเตสิตา, อนุกมฺปตา, อาปตฺติวุฏฺฐานตา, วินยปุเรกฺขารตาติ (จูฬว. ๔๐๑) อิเมสุ ปนฺนรสสุ. ตตฺถ ‘‘การุญฺญตา’’ติ อิมินา กรุณา ทสฺสิตา. หิเตสิตาติ หิตคเวสนตา. อนุกมฺปตาติ เตน หิเตน สํโยชนตา, อิเมหิ ทฺวีหิปิ เมตฺตา ทสฺสิตา. อาปตฺติวุฏฺฐานตาติ สุทฺธนฺเต ปติฏฺฐาปนตา. วตฺถุํ โจเทตฺวา สาเรตฺวา ปฏิญฺญํ อาโรเปตฺวา ยถาปฏิญฺญาย กมฺมกรณํ วินยปุเรกฺขารตา นาม.
อธิกรณฏฺเฐนาติ อธิกาตพฺพฏฺเฐน, สมเถหิ วูปสเมตพฺพฏฺเฐนาติ อตฺโถ. ตํ นานตฺตํ ทสฺเสตุนฺติ อิธ อนธิปฺเปตมฺปิ อตฺถุทฺธารวเสน ตํ นานตฺตํ ทสฺเสตุนฺติ อธิปฺปาโย. เตเนว วกฺขติ ‘‘เสสานิ อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตานี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๘๕-๓๘๖). ยํ อธิกิจฺจาติอาทินา อธิกรณสทฺทสฺส กมฺมสาธนตา วุตฺตา.